DMT ร่วมกับ SET ปลูกป่าในวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก

ในสภาวะมลพิษในอากาศและภาวะโลกร้อนที่กำลังย่ำแย่จวนจะถึงขีดสุด ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัยของเราในระยะยาว และปัญหาพวกนี้ทำให้พื้นที่ป่าแห้งแล้งหนักขึ้น กระทบไปถึงชาวบ้านโดยรอบพื้นที่ป่า ขาดแคลนแหล่งน้ำใช้ช่วงหน้าแล้ง ในการทำการเกษตร ผลผลิตออกสู่ตลาดได้น้อย ราคาสูงลิ่วเป็นปัญหาค่าครองชีพให้คนในสังคมต่อเนื่องไปอีก

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT  เปิดใจให้เราฟังว่า ในโอกาสที่ปีนี้ DMT ก้าวเข้าสู่ปีที่ 35 บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประเด็นพื้นฐานใน 3 มิติที่สำคัญ ได้แก่ มิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) มิติสังคม (Social) และมิติกำกับดูแลกิจการ (Governance) ซึ่งกิจกรรมปลูกป่าชุมชนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและส่งมอบคุณค่าให้กับชุมชน ซึ่ง DMT เป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนให้ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยในโอกาสนี้อยากใช้วันที่ 17 มิถุนายน ที่สหประชาชาติกำหนดเป็นวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก “World Day to Combat Desertification and Drought” รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลก โดยมุ่งเน้นบริเวณพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก เพิ่มปริมาณออกซิเจนและลดภาวะโลกร้อนได้ดีที่สุด

คณะผู้บริหาร DMT นำโดย ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ คุณบงกชรัตน์ ตั้งชูกุล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจและการเงิน คุณอัจฉรา เจริญพร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร พร้อมทีมพนักงานบริษัท และนิสิตนักศึกษาจากมูลนิธิทางสู่ฝันปั้นคนเก่ง ซึ่งบริษัทสนับสนุนทุนการศึกษาอยู่ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและชุมชนบ้านหนองปลิง จ.กาญจนบุรี ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมปลูกป่าเพื่อสร้างสรรค์และฟื้นฟูธรรมชาติ ภายใต้กิจกรรมปลูกต้นไม้ให้ได้ผืนป่า

โดยได้นัดหมายตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่กล่าวมาข้างต้น ณ ป่าชุมชนบ้านหนองปลิง ต.ทุ่งกระบ่ำ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี และเริ่มเดินทางเข้าพื้นที่แปลงปลูกด้วยรถบัส ขบวนรถเคลื่อนผ่านทางลูกรังที่เป็นหลุมเป็นบ่อ และป่าโปร่ง ท่ามกลางความร้อนระอุ กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางก็ท้องไส้สั่นคลอนกันไม่น้อย ทุกคนไม่รอช้า ต่างกุลีกุจอจับจอบ จับเสียม ขุดดิน นำกล้าไม้ลงปลูกและช่วยกันรดน้ำพรวนดิน ไม่หวั่นแดดเปรี้ยง ใช้เวลาปลูกป่ากันราวหนึ่งชม. พื้นที่โล่งๆ ก็เต็มไปด้วยต้นกล้า 200 ต้น เรียงแถวเป็นระเบียบ

ชาวบ้านในชุมชน​บ้านหนองปลิง เล่าข้อมูลให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฟังว่า ​บริเวณที่ทุกคนมา​ร่วมกันปลูกป่านี้​ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น​ให้พื้นที่รอบเขื่อนวชิราลงกรณ์​และเขื่อนศรีนครินทร์  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวชุมชนบ้านหนองปลิงดูแลตั้งแต่ปี​ 2553​ และสร้างป่าใหม่ ​สะสมในพื้นที่กว่า 17,000 ไร่ พันธุ์ไม้ที่ปลูกประกอบด้วย​ ประดู่​ สะเดา​ มะขาม มะขามป้อม​​

หลังจากที่เต็มอิ่มทั้งความรู้และอิ่มใจในผลงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำจนเหงื่อไหลไคลย้อยกันแล้ว ต่างก็ไปล้างเนื้อล้างตัวขึ้นรถเดินทางกลับกรุงเทพด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่ทุกคนบอกว่ามีความสุข และจะแวะเวียนมาดูการเติบโตของต้นไม้ของพวกเราบ่อยๆ

มาค่ะ เรามาจับเข่าคุยกับน้องนักศึกษาจอมลุย น.ส. กลางใจ เทียมวิสัย หนึ่งในนศ.คณะพยาบาลศาสตร์ ภาควิชาพยาบาลศาสตร์บัณฑิต ม.มหิดล ซึ่งเป็นตัวแทนจากมูลนิธิทางสู่ฝันปั้นคนเก่ง เล่าถึงบรรยากาศและสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าในวันนี้ว่า เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ได้ทั้งความรู้ควบคู่ไปกับประสบการณ์  การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความสามัคคีในหมู่คณะ และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการปลูกป่าเนื่องในวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลกและได้ความรู้ว่า ต้นไม้ 1 ต้น สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 9-15 กิโลกรัมต่อปี ช่วยผลิตออกซิเจนได้เพียงพอสำหรับ 2 คน พอมีความรู้เรื่องนี้แล้ว จึงมีความตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสก็อยากจะปลูกป่าทดแทนในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มขึ้น

ด้าน คุณอัจฉรา เจริญพร ผอ.ฝ่ายอาวุโส สายงานพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ของ DMT เล่าเสริมว่า “โครงการ แคร์ เดอะ ไวลด์ (Care The Wild) ปลูกป้อง Plant & Protect ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่ม เน้นการปลูกต้นไม้ใหม่ ปลูกต้นไม้เสริมและส่งเสริมการดูแลต้นไม้ โดยผ่านภาคีองค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน โดยต้นไม้ที่ปลูกต้องรอดและเติบโต 100% ซึ่ง DMT กับชาวบ้านชุมชนบ้านหนองปลิงจะร่วมกันติดตามประเมินผลการปลูกป่าเป็นเวลา 10 ปีและจะมีการติดตามผลทุกๆ 6 เดือนผ่านแอปพลิเคชัน แคร์ เดอะ ไวลด์ (Application Care The Wild) ซึ่งพวกเราตั้งเป้าหมายว่าเมื่อดำเนินการปลูกป่าต่อเนื่องในระยะเวลา 5 ปี จะได้พื้นที่ป่าจำนวน 50 ไร่ รวมต้นไม้ 10,000 ต้น ซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 90 ตันคาร์บอนไดออกไซต์ (TonCO2e) ต่อปี และสร้างประโยชน์ให้ชุมชนรอบข้างพื้นป่า ประกอบกับช่วยลดปัญหาความแห้งแล้งและฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม”

ทั้งนี้ คุณอัจฉราได้เป็นตัวแทนจาก DMT ขอบคุณชาวบ้านชุมชนบ้านหนองปลิง ต.ทุ่งกระบ่ำ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นภาคีสำคัญในการดูแลป่าหลังการปลูก ที่สำคัญกิจกรรมปลูกป่าชุมชนในครั้งนี้ โดยภาคีของพวกเราได้ดำเนินการตามกรอบเป้าหมายแห่งสหประชาติ UNSDG Goal ในข้อ 13 Climate Action ข้อ 15 Life on Land และขับเคลื่อนการทำงานด้วยข้อ 17 Partnership for the Goal ลุล่วงเป็นอย่างดี ปลาบปลื้มกันถ้วนหน้า และพร้อมจะลุยปลูกป่าอย่างไม่ย่อท้อในพื้นที่อื่นๆ ของผืนดินไทยต่อไป

Stay Connected
Latest News

บี.กริม เพาเวอร์ บริษัทหนึ่งเดียวในเอเชีย คว้ารางวัลองค์กรยั่งยืนระดับโลก จาก S&P Global ในระดับ Top 10% ของอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนรากฐานความยั่งยืน

เทอร์มินอล21 พระราม3 จับมือ กรุงเทพมหานคร ยกทีมบุคลากรทางการแพทย์ เปิดพื้นที่บริการตรวจสุขภาพแก่ประชาชน ฟรี! ในงานตลาดนัดสุขภาพ “Bangkok Health Market Zone3” รณรงค์ให้คนไทยดูแลใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลจากโรคร้าย