จาก ‘เขาหัวโล้น’ สู่ ‘พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำ’ โมเดลต้นแบบ ‘โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ ลุ่มน้ำน่าน’ โดยกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย​

หมู่บ้านดงผาปูน ตั้งอยู่ใน อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ล้อมรอบ ไปด้วยภูเขา ตั้งอยู่ใน​เขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตอุทยานแห่งชาติขุนน่าน และเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำของลุ่มน้ำน่าน 1 ใน 25 ลุ่มน้ำสำคัญของประเทศ

พื้นที่แห่งนี้​เคยอยู่ในสภาพเขาหัวโล้น แห้งแล้ง จากปัญหาของการบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อนำไปปลูกพืชเชิงเดี่ยวหรือการทำไร่เลื่อนลอย​​​ ส่งผล​ให้ในพื้นที่จ​ะเกิด​ปัญหาน้ำหลาก ดินถล่ม ​ในฤดูฝนจะไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ ส่วน​ฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและทำการเกษตร ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้

โดย​ในลุ่มน้ำน่านมีพื้นที่เขาหัวโล้นมากถึง 8 แสนไร่ หรือคิดเป็น 11% ของพื้นที่ทั้งจังหวัด 7.6 ล้านไร่ นำมาสู่การสร้างต้นแบบการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ​เพื่อร่วม​​ฟื้นฟูเขาหัวโล้นผ่าน ‘โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ ลุ่มน้ำน่าน เพื่อ​คืนความ​อุดมสมบูรณ์ให้แหล่งต้นน้ำของลุ่มน้ำน่าน ​​บรรเทาปัญหาน้ำหลาก น้ำท่วม และน้ำแล้ง ตลอดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ ทั้งมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน.  กองทัพภาคที่ 3 อุทยานแห่งชาติขุนน่าน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน  ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560

ฟื้นน้ำ ฟื้นป่า ฟื้นชีวิต

ภายหลังได้เข้าเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบการจัดการน้ำชุมชนซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 7 แล้ว ​ทำให้ปัจจุบัน​หมู่บ้านดงผาปูน กลับมามีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ​ด้วยการพัฒนาระบบท่อส่งน้ำภูเขาเข้าสู่พื้นที่​ โดยใช้น้ำจาก 7 ลำห้วย พร้อมเปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ทำให้สามารถฟื้นฟูพื้นที่ป่ากว่า 1,800 ไร่ ในพื้นที่ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน

โดยได้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการแบ่งพื้นที่ป่าออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย ป่าประเพณี ป่าขุนน้ำ ป่าใช้สอย ป่าอนุรักษ์  พร้อมแบ่งพื้นที่เกษตรในพื้นที่ตามสัดส่วนต่อไปนี้

• 20% ของพื้นที่จะสงวนให้เป็นที่ปลูกป่าถาวร สำหรับปลูกไม้ยืนต้น เพื่อให้เป็นแหล่งต้นน้ำที่มีความชุ่มชื้น รากของไม้ยืนต้นมีขนาดใหญ่และสามารถรักษาดินไว้ได้

• 20% ของพื้นที่ถัดลงมาจะเป็นพื้นที่ป่าใช้สอย ชาวบ้านสามารถปลูกไม้ยืนต้นที่สร้างรายได้หรือนำเอาผลผลิตที่ได้ไปขายได้

• 30% ถัดลงมาจะเป็นพื้นที่สำหรับการทำเกษตรแบบผสมผสาน ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน สามารถปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟ หม่อน ต๋าว หวาย มะขมได้

• 30% พื้นที่ราบจะจัดให้เป็นพื้นที่ปลูกข้าวไร่ หรือพืชหมุนเวียน

แนวทางดังกล่าวทำให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนได้แบบยั่งยืน รวมทั้งสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้คนในชุมชน เช่น กลุ่มแปรรูปต๋าว กลุ่มจักสาน กลุ่มเพาะกล้าไม้ พร้อมทั้งสามารถจัดตั้งกองทุนชุมชนด้วยการหักรายได้เข้ากลุ่ม 10% เพื่อเป็นต้นทุนและค่าดำเนินการ รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกคนในชุมชน เพื่อรู้สึกถึงความเป็นเข้าของ และอยากปกป้องผืนป่า ซึ่งเป็นต้นทางในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยให้ผู้คนในชุมชนได้ถึง  1o เท่า เมื่อเทียบกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยวแบบเดิม ​

คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า กองทุนฮอนด้าฯ เริ่มก่อตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2555 และมองเห็นว่าปัญหาการจัดการน้ำนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญระดับประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่าย จึงได้เข้ามาสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ตามแนวพระราชดำริ พื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ตั้งแต่ปี 2560 ทั้งการ​สนับสนุนงบประมาณ พร้อมทั้งการร่วมลงพื้นที่เพื่อศึกษาปัญหาร่วมกัน พร้อมทั้งช่วยต่อยอดโมเดลธุรกิจจากผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งตลอดการขับเคลื่อนโครงการมากว่า 7 ปี ผ่านงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท สามารถเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำน่านทั้ง 5 พื้นที่ได้กว่า 1.44 แสนลูกบาศก์เมตร สร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่การเกษตรได้กว่า 7,643 ไร่ และสร้างผลกระทบเชิงบวกไปสู่ 2,198 ครัวเรือน หรือคิดเป็นจำนวนประชากรเกือบ 6 พันคน

ด้าน  ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชปถัมภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จจากพื้นที่บ้านดงผาปูน จะสามารถขยายผลไปสู่การช่วยแก้ปัญหาให้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ทั่วประเทศ พร้อมสร้าง​​เครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ที่ยึดกรอบคิด กรอบงาน และหลักการทรงงาน เช่น การพึ่งตนเอง คิดให้เชื่อมโยงกัน ใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติทำงานที่เหมาะสมกับพื้นที่ หรือภูมิสังคม ลงมือทำและสร้างตัวอย่างความสำเร็จ เพื่อสามารถถ่ายทอดและขยายผลความสำเร็จสู่ชุมชนอื่น​ จนเกิดการบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ และเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ล่าสุด พื้นที่บ้านดงผาปูน ยังได้รับการคัดเลือกและประกาศให้เป็น ‘พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ’  ลำดับที่ 27 จากจำนวน 28 แห่ง ในฐานะชุมชนต้นแบบสำหรับการขยายผลให้กับชุมชนอื่นๆ ในการมาศึกษาดูงานเพื่อนำไปสร้างโมเดลการพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง โดยเตรียมนำโมเดลขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ ทั้งใน จ.น่าน จ.แพร่ และปราจีนบุรี ​ซึ่งจะนำร่องในพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง บ้านวังปะ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน พร้อมเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ ประกอบด้วย 1) เพื่อชะลอน้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นของป่าชุมชน จำนวน 800 ไร่  2) เพื่ออนุรักษ์และเป็นที่อนุบาลสัตว์น้ำท้องถิ่น  3) เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่น  4) เพื่อคืนความสมบูรณ์ให้แก่ป่าและสัตว์ป่า และ 5) เพื่อเป็นแหล่งอาหารและเสริมอาชีพให้คนในท้องถิ่น

Stay Connected
Latest News

“วงษ์สยามก่อสร้าง” ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งแรกมูลค่าไม่เกิน 2,200 ล้านบาท  ชูจุดเด่น CGIF ค้ำประกัน เรทติ้ง AAA(tha) สูงสุดในตลาด ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน

โครงการ SEED Project ปี 4 รอบภาคใต้ตอนล่าง จัดโดย สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคมและเครือข่ายเยาวชน SEED Thailand ณ โรงแรมหาดแก้ว รีสอร์ท จังหวัดสงขลา วันที่ 6-9 มิถุนายน พ.ศ.2567