บริษัทนมยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้เปิด Vegan Pop-up Cafe สร้างแบรนด์ Amazing Oat ขยายฐาน Plant-based Milk  

Maeil Dairies บริษัทนมรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้เปิดป๊อบอัพคาเฟ่แบรนด์​  Amazing Oat เพื่อนำเสนอเครื่องดื่มและเบเกอรี่ที่เป็นมังสวิรัติหลากหลายรายการ ให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริงของข้าวโอ๊ต หลังจากบริษัทได้เพิ่มแบรนด์ Amazing Oat เพื่อมาทำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทดแทนนม หรือ Plant-based Milk

โดย Pop-up Cafe แห่งนี้ ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ในย่านซองซูดงทางตะวันออกของกรุงโซล และจะเปิดไปจนถึงวันที่ 6 พ.ย. นี้ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ Amazing Oat ที่นำเข้าข้าวโอ๊ตจากฟินแลนด์มาใช้ในการผลิตและแปรรูปสินค้าของแบรนด์ เพื่อเจาะกลุ่ม Vegan รวมทั้งผู้ที่แพ้นมวัว ซึ่งเปิดตัวมาเมื่อช่วงปลายไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา

ภายในคาเฟ่แห่งนี้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อเครื่องดื่มและขนมมังสวิรัติ ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Amazing Oat เป็นวัตถุดิบในการผลิต รวมทั้งมีจุดให้ถ่ายรูปลงโซเชียล และกิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับการทำขนมมังสวิรัติต่างๆ เพื่อเป็นการขยายตลาดและเร่งสื่อสารถึงคุณประโยชน์ของข้าวโอ๊ต และเป็น Touch point ให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริงของข้าวโอ๊ตด้วยตัวเอง ​เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค โดยเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในป๊อบอัพคาเฟ่แห่งนี้คือ ข้าวโอ๊ตลาเต้ ที่มีรสชาติกลมกล่อมและมีความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ รวมทั้งคุณประโยชน์จากข้าวโอ๊ตที่เป็นส่วนผสมหลักด้วย

Credit: Twitter @Jesum_Awesome

ทั้งนี้ Maeil Dairies ตั้งใจจะขยายตลาด​ Amazing Oat เพื่อเป็นอีกหนึ่งแบรนด์หลักของบริษัทในอนาคต เพื่อสอดรับกับเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในตลาดนม โดยเฉพาะอัตราการบริโภคนมวัวในเกาหลีใต้ที่เริ่มมีทิศทางลดลง โดยข้อมูล กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทระบุว่า การบริโภคนมต่อหัวลดลงจาก 36.5 กิโลกรัม ในปี 2544 มาเป็น 31.8 กิโลกรัมในปี 2563 ในทางกลับกัน ตลาดผลิตภัณฑ์นมที่เป็นมิตรกับมังสวิรัติ หรือกลุ่ม Plant-base Milk ที่กำลังเติบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตลาดของนมถั่วเหลือง ที่เติบโตจาก 4.66 แสนล้านวอน (324.73 ล้านดอลลาร์) หรือกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2559 เพิ่มเป็น 6.33 แสนล้านวอน หรือราว 1.7 หมื่นล้านบาท ในปี 2564  (1 วอน = 0.027 บาท)

พร้อมคาดการณ์ว่าตลาดจะสามารถขยายตัวเพิ่มเป็นกว่า 1 ล้านล้านวอน หรือกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้แบรนด์สามารถ Double Growth ได้กว่าเท่าตัว จากการทำตลาดได้อย่างแข็งแกร่งทั้งในกลุ่ม B2B และ B2C

source

Stay Connected
Latest News