<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรมป่าไม้ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 29 Jun 2025 03:06:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>กรมป่าไม้ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย เดินหน้าภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร่วมปลูกป่าชุมชนบ้านไทย จังหวัดสระบุรี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/mitsubishi-electric-changes-for-the-better/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Jun 2025 03:05:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Changes for the Better]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi Electric]]></category>
		<category><![CDATA[Shoki Hoko]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐชยา คมขำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่าลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิมิตซูบิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34415</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกป่าลดโลกร้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืนสืบไป โดยมีผู้บริหารระดับสูง และพนักงานจิตอาสากว่า 500 คน จาก 11 กลุ่มบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่า ภายใต้โครงการ &#8216;ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน&#8217; ณ ป่าชุมชนบ้านไทย ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี นายโทชิมิทสึ อิโต ผู้แทนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่นกล่าวถึงเจตนารมณ์ขององค์กรว่า “กลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ดำเนินธุรกิจด้วยหลักการ ‘Shoki Hoko’ ซึ่งหมายถึง แนวทางในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเรายึดมั่นในเป้าหมายการสร้างความยั่งยืนผ่านการดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการ กิจกรรมในวันนี้สะท้อนถึงแนวทางที่เราเชื่อมั่น คือการร่วมมือกับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐาน และร่วมกันสร้างสังคมที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตลอด 8 ปีของการดำเนินโครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” กลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาองค์กรและสังคมไทยสู่ความยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/mitsubishi-electric-changes-for-the-better/">มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย เดินหน้าภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร่วมปลูกป่าชุมชนบ้านไทย จังหวัดสระบุรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกป่าลดโลกร้อน โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืนสืบไป โดยมีผู้บริหารระดับสูง และพนักงานจิตอาสากว่า 500 คน จาก 11 กลุ่มบริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่า ภายใต้โครงการ &#8216;ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน&#8217; ณ ป่าชุมชนบ้านไทย ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี</p>
<p><span id="more-34415"></span></p>
<p><strong>นายโทชิมิทสึ อิโต ผู้แทนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค </strong><strong>คอร์ปอเรชั่น</strong>กล่าวถึงเจตนารมณ์ขององค์กรว่า <em>“กลุ่มบริษัท </em><em>Mitsubishi Electric </em><em>ดำเนินธุรกิจด้วยหลักการ </em><em>‘<strong>Shoki Hoko’ </strong></em><em>ซึ่งหมายถึง แนวทางในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเรายึดมั่นในเป้าหมายการสร้างความยั่งยืนผ่านการดำเนินธุรกิจแบบบูรณาการ กิจกรรมในวันนี้สะท้อนถึงแนวทางที่เราเชื่อมั่น คือการร่วมมือกับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐาน และร่วมกันสร้างสังคมที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม </em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/S__14041187.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>ตลอด</em><em> 8</em><em> ปีของการดำเนินโครงการ </em><em>“</em><em>ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” กลุ่มบริษัท </em><em>Mitsubishi Electric</em><em> ในประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาองค์กรและสังคมไทยสู่ความยั่งยืน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงพันธกิจขององค์กรเข้ากับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (</em><em>ESG)  </em><em>เพื่อตอบสนองความคาดหวังของสังคมและลดผลกระทบเชิงลบที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34418 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/S__14041163.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในความร่วมมือภายใต้โครงการ “ภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน” โดยมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย และกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในประเทศไทย ร่วมกับกรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และป่าชุมชนบ้านไทย โดยในปีนี้ ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ฟื้นฟูป่าชุมชนรวมกว่า 30 ไร่ โดยต้นไม้ที่ปลูกในวันนี้ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้พื้นถิ่นที่มีคุณค่าทางนิเวศและเศรษฐกิจ อาทิ ต้นตะแบก ต้นเสลา ต้นไผ่ ต้นสะเดา ต้นขี้เหล็ก ต้นมะขามป้อม ต้นเพกา และต้นสมอฯ เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมกันสร้างผืนป่าแห่งนี้ให้อุดมไปด้วยสีเขียว ผ่านแรงกายและแรงใจของพนักงานจิตอาสาและชุมชนในพื้นที่ โดยคาดว่าการปลูกป่าในครั้งนี้จะสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 16.2 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และในระยะยาวกว่า 10 ปี จะสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 162 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเป็นผลลัพธ์เชิงรูปธรรมของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ขององค์กรที่ไม่ได้มองเพียงมิติของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในระดับรากฐาน และการมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34417 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/S__14041206.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ด้าน <strong>นางสาวณัฐชยา คมขำ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้</strong> กล่าวว่า <em>“กรมป่าไม้ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ซึ่งให้ความสำคัญด้านการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและภาคีทุกภาคส่วน ในการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน เป็นรูปแบบหนึ่ง ที่กรมป่าไม้เปิดโอกาส ให้ชุมชนที่อยู่รอบ ๆ ป่า เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ โดยชุมชนมีหน้าที่และสิทธิ์ในการดูแลรักษาและได้รับประโยชน์จากป่าชุมชนสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น กรมป่าไม้ให้ความสำคัญกับบทบาทของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้พระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. </em><em>2562</em><em> และในวันนี้ มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย และกลุ่มบริษัท </em><em>Mitsubishi Electric </em><em>ในประเทศไทย ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมพลังให้กับแนวทางนี้อย่างยั่งยืน”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34416 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/S__14041236.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการมุ่งไปสู่ &#8216;การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า&#8217; (</strong><strong>Changes for the Better) </strong><strong>ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ </strong><strong>Mitsubishi Electric </strong><strong>ในการร่วมแรงร่วมใจเพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้นทั้งในวันนี้ และอนาคต</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/mitsubishi-electric-changes-for-the-better/">มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย เดินหน้าภารกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร่วมปลูกป่าชุมชนบ้านไทย จังหวัดสระบุรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จัดงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/the-mall-lifestore-jungle-walk-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 14:53:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[JUNGLE WALK]]></category>
		<category><![CDATA[ONE FOOD – ONE TEAM – ONE GOAL]]></category>
		<category><![CDATA[ONE FOODS GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Thaibev]]></category>
		<category><![CDATA[The Mall]]></category>
		<category><![CDATA[the Mall Group]]></category>
		<category><![CDATA[The Mall Lifestore Bangkapi]]></category>
		<category><![CDATA[THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK]]></category>
		<category><![CDATA[The Mall Lifestore Jungle Walk 2025]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ก้อย-รัชวิน]]></category>
		<category><![CDATA[ตูน Bodyslam]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32691</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ร่วมกับ กรมป่าไม้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ จัดงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 โดยได้ครอบครัว “ตูน Bodyslam” “ก้อย&#8211;รัชวิน” ร่วมผจญภัยในดินแดนของสัตว์แปลกหาชมยากกว่า 300 ชนิด ครั้งแรก! กับการส่องสัตว์บน ‘บ้านต้นไม้’ ใกล้ชิดกับ “น้องบ็อบบี้ น้องเบ้บ” คาปิบาราสุดฮอตในโลกโซเชียล พร้อมกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมาย งานจัดตั้งแต่วันที่ 11 – 20 เม.ย. 2568 ที่ MCC HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กลับมาอีกครั้งกับซิกเนเจอร์ อีเวนต์เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงสาย Exotic ที่หลายคนเฝ้ารอกับงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/the-mall-lifestore-jungle-walk-2025/">เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จัดงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ร่วมกับ กรมป่าไม้ </strong><strong>องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong><strong> และสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ จัดงาน “</strong><strong>THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK </strong><strong>2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง </strong><strong>EPISODE 2 </strong></p>
<p><span id="more-32691"></span></p>
<p><strong>โดยได้ครอบครัว </strong><strong>“ตูน </strong><strong>Bodyslam</strong><strong>” “ก้อย</strong><strong>&#8211;</strong><strong>รัชวิน” </strong><strong>ร่วมผจญภัยในดินแดนของสัตว์แปลกหาชมยากกว่า </strong><strong>300 </strong><strong>ชนิด </strong><strong>ครั้งแรก</strong><strong>! </strong><strong>กับการส่องสัตว์บน</strong><strong> ‘</strong><strong>บ้านต้นไม้</strong><strong>’ </strong><strong>ใกล้ชิดกับ </strong><strong>“น้องบ็อบบี้ น้องเบ้บ” </strong><strong>คาปิบา</strong><strong>ราสุดฮอตในโลกโซเชียล</strong> <strong>พร้อมกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมาย งานจัดตั้งแต่วันที่ </strong><strong>11</strong><strong> – </strong><strong>20</strong><strong> เม.ย. </strong><strong>2568 </strong><strong>ที่ </strong><strong>MCC HALL </strong><strong>ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กลับมาอีกครั้งกับซิกเนเจอร์ อีเวนต์เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงสาย Exotic ที่หลายคนเฝ้ารอกับงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์และวันครอบครัวแห่งชาติ ชวนทุกครอบครัวมาสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในโลกของสัตว์และธรรมชาติ โดยได้เนรมิตพื้นที่ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ  เป็นอาณาจักรป่ามหัศจรรย์ รวบรวมสัตว์แปลกหาชมยากจากทั่วทุกมุมโลกรวมกว่า 300 ชนิด  โดยได้จำลองป่าบนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. สภาพแวดล้อมเสมือนจริงสำหรับสัตว์นานาชนิด</p>
<p>สำหรับวันนี้ บรรยากาศเปิดงานวันแรก ได้ครอบครัวแอดเวนเจอร์สุดอบอุ่น <strong>“</strong><strong>ตูน </strong><strong>Bodyslam” </strong><strong>และ “ก้อย-รัชวิน”</strong> พร้อม<strong>น้องทะเล น้องเวลา</strong> นำทีมพาทุกคนสำรวจอาณาจักรสัตว์และร่วมกิจกรรมสุดท้าทายในงาน<strong>  </strong>สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับบรรดาเหล่าแฟนคลับที่มากันแน่นขนัดร่วมชมความน่ารักอย่างใกล้ชิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32929 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/2-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ไฮไลท์สำคัญในงานครั้งนี้ <strong>ครั้งแรก! ตื่นตากับกิจกรรมส่องสัตว์บน </strong><strong>‘</strong><strong>บ้านต้นไม้</strong>’ และใกล้ชิดกับสัตว์แปลกหาชมยากมากมาย อาทิ <strong>เลชเวแดง</strong> พบได้ในพื้นที่ชุ่มน้ำของแอฟริกาตอนใต้ , <strong>แมวป่าคารัลคัล</strong> แมวป่าขนาดกลางที่มีหูสีดำขนาดใหญ่ มีประสาทสัมผัสในการมองเห็นและได้ยินดีเยี่ยม สามารถล่าเหยื่อในความมืดได้,<strong>นกโทโคทูนแคน</strong>  นกทูแคนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีจะงอยปากขนาดใหญ่สีส้มสดใส , <strong>ลิงสปอตโนส </strong>และการออกงานครั้งแรกของ<strong> อิกัวนาคริสตัล</strong> สายพันธุ์หายาก</p>
<p>นอกจากนี้ อีกโซนที่ลูกค้าต่างให้ความสนใจ คือ <strong>Open Zoo</strong><strong> คาปิบาร่า</strong> ดินแดนของ “คาปิบาร่า” เจ้าของฉายา &#8220;หมามะพร้าว“ สัตว์ฟันแทะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใกล้ชิดกับ<strong>“น้องบ็อบบี้</strong><strong>&#8211;</strong><strong>น้องเบ้บ” </strong>เซเลบคาปิ   บาร่าคู่ฮอตบนโซเชียลและผองเพื่อน <strong>น้องชิกเก้น</strong> (เป็ดคอลดั๊ค) รวมทั้งสนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมายไม่ว่าจะเป็น <strong>ขี่รถ </strong><strong>ATV </strong><strong>ผจญภัยในถ้ำส่องสัตว์นักล่า</strong> ทั้งเหยี่ยวแฮริส ,นกฮูกไซบีเรีย, นกฮูกไวท์เฟส ฯลฯ, กิจกรรม<strong>ปีนหน้าผาจำลอง</strong>บนความสูงกว่า 5 เมตร  รวมทั้งใกล้ชิดกับสัตว์แปลกใน <strong>Exotic Camp Café </strong>อาทิ งูบอลไพธอน กิ้งก่าทะเลทราย เบี๊ยด      ดราก้อน ตุ๊กแกหางอ้วน และสัมผัสความน่ารักของแมวหลากสายพันธุ์ทั้งสฟิ้งซ์, แบมปีโน่,  เจเนตตา, คินคาโล และ แลมบ์กิน ใน <strong>Best Cat Village Café</strong> คาเฟ่แมวแปลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32934 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/8-แมวป่าคารัลคัล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมหลากหลาย “สัตว์พิเศษ” มาไว้ในงานให้ได้ชม อาทิ</p>
<ul>
<li><strong>กวางซิกา </strong>(Sika deer) หรือที่รู้จักกันในชื่อกวางลายจุด เป็นกวางขนาดกลางที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออก</li>
<li><strong>แพะแคระแองโกลา </strong>(Dwarf Angola Goat) มีขนยาวเป็นปุย นิสัยเชื่อง อ่อนโยน และรักความสงบ</li>
<li><strong>นกเค้าอินทรียูเรเซีย </strong>(Eurasian Eagle Owl) นกฮูกขนาดใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุด ติดอันดับ 10 นักล่าที่น่าเกรงขามที่สุด</li>
<li><strong>เหยี่ยวเฟอร์รูจินัส </strong>(Ferruginous Hawk) นกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ที่พบได้ในทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และมีขนสีน้ำตาลแดง จึงเป็นที่มาของชื่อ &#8220;เฟอร์รูจินัส&#8221; ที่แปลว่า &#8220;สีสนิมเหล็ก&#8221; ในภาษาละติน</li>
<li><strong>อิกัวน่าอัลบิโน </strong>(Albino Iguana) อิกัวน่าที่มีภาวะผิวเผือก มีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีตาสีแดงหรือชมพู</li>
<li><strong>กิ้งก่าแพนเธอร์ </strong>(Panther Chameleon) กิ้งก่าที่มีสีสันหลากหลาย สวยงามและเป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง มีถิ่นกำเนิดในเกาะมาดากัสการ์</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/9-นกโทโคทูนแคน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากโซนจัดแสดงสัตว์พิเศษต่างๆ ที่มีให้ชมอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมาย อาทิ เปิดโลกการเรียนรู้กับกิจกรรมพิเศษ Young Wild Explorers ไกด์นำทีมพาเด็กๆ เดินชมพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆในงาน , กิจกรรมขุดซากฟอสซิลไดโนเสาร์ , กิจกรรมขี่ม้า , กิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ต่างๆ เช่น ให้อาหารนกแก้ว, เต่าซูคาต้า, กระต่าย, หนูแฮมสเตอร์, แพะ, แกะ, ม้า , กิจกรรมแจกกล้าไม้ ฟรี! จากกรมป่าไม้ , กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์ Exotic พร้อมบริการตรวจสุขภาพสัตว์ จากโรงพยาบาลสัตว์ PawsvilleThailand กิจกรรมให้ความรู้การเลี้ยงสัตว์ EXOTIC PET , ศิลปินนักร้องมาสร้างสีสันในงาน <strong>วันที่ </strong><strong>14 </strong><strong>เม</strong><strong>.</strong><strong>ย</strong><strong>. 2568 </strong><strong>เวลา </strong><strong>17.00 </strong><strong>น</strong><strong>. </strong>ร่วมพูดคุยและเดินชมงานกับ <strong>ข้าวฟ่าง มารีน  เอ็มมี่  </strong><strong>BNK48 </strong>  รวมทั้งโซนร้านค้าที่จำหน่ายสัตว์พิเศษต่างๆ สัตว์เลี้ยงนานาชนิดและสินค้าสำหรับคนรักสัตว์  นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับ <strong>สมาชิก </strong><strong>M Junior Club</strong> เฉพาะงานนี้เท่านั้น  รับส่วนลดค่าเข้า 50% , แลก 59 M Point รับสิทธิ์ Exclusive เข้าโซน Capybara Open Zoo ฟรี! และแลก 99 M Point รับสิทธิ์ ถ่ายรูปใกล้ชิดกับ “บ็อบบี้-เบ๊บ” (สิทธิ์จำนวนจำกัด)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32932 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/18.jpg" alt="" width="1200" height="849" /></p>
<p><strong>สงกรานต์นี้ ร่วมผจญภัยส่องสัตว์แปลกหาชมยาก พร้อมสนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมายในงาน </strong><strong>THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK </strong><strong>2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง </strong><strong>EPISODE 2  </strong><strong>ได้ตั้งแต่วันนี้  – </strong><strong>20</strong><strong> เม.ย. </strong><strong>2568 </strong><strong>ที่ </strong><strong>MCC HALL </strong><strong>ชั้น </strong><strong>3</strong><strong> ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ โดยมีค่าเข้าชมงานท่านละ </strong><strong>50 </strong><strong>บาท </strong>สามารถนำไปแลกรับสิทธิ์กิจกรรมในงาน <strong>(เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี) พิเศษ</strong><strong>!</strong><strong> เฉพาะวันที่ 13 เม</strong><strong>.</strong><strong>ย</strong><strong>. </strong><strong>วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมงานฟรี</strong><strong>!</strong> <strong>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ </strong><strong>Facebook MCC HALL</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32933 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/20.jpg" alt="" width="1200" height="718" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/the-mall-lifestore-jungle-walk-2025/">เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จัดงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2024 10:32:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forrest]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[PPP]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Role Model]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประกวดป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำรอบป่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. 2562]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติทางธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[สุรชัย อจลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพิทักษ์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29205</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความถี่ขึ้นและไม่อาจคาดการณ์ได้ในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงพายุรุนแรง ฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยและดินถล่มในภาคต่างๆ ของประเทศไทย เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมตระหนักถึงภัยพิบัติ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันนานาประเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยประเทศไทยได้ร่วมแสดงเจตจำนงและประกาศเป้าหมายในปี 2065 การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เป็นหนทางที่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากกิจกรรมของมนุษย์มากักเก็บไว้ในรูปของเนื้อไม้ ทั้งนี้ ป่าชุมชนถือเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพทั้งการรักษาฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าเพราะมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ขณะเดียวกันชุมชนก็สามารถพึ่งพิงป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน จึงถือเป็นอีกหนึ่งโซลูชันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) กรมป่าไม้ และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้โครงการ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ทุกปีจะมีการเฟ้นหาป่าชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการดูแลรักษาป่า การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าให้มีความยั่งยืน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพอเพียง จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อมอบรางวัล &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; เป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชน รวมทั้งช่วยปลุกสังคมให้เกิดการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกรวนและยังเป็นกลไกในการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติทั้งพายุ ฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ สำหรับ รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว ตำบลช้างเผือก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/">&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความถี่ขึ้นและไม่อาจคาดการณ์ได้ในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงพายุรุนแรง ฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยและดินถล่มในภาคต่างๆ ของประเทศไทย เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมตระหนักถึงภัยพิบัติ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันนานาประเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยประเทศไทยได้ร่วมแสดงเจตจำนงและประกาศเป้าหมายในปี 2065</p>
<p><span id="more-29205"></span></p>
<p>การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เป็นหนทางที่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากกิจกรรมของมนุษย์มากักเก็บไว้ในรูปของเนื้อไม้</p>
<p>ทั้งนี้ ป่าชุมชนถือเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพทั้งการรักษาฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าเพราะมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ขณะเดียวกันชุมชนก็สามารถพึ่งพิงป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน จึงถือเป็นอีกหนึ่งโซลูชันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง Nature-based Solutions (NbS)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>กรมป่าไม้</strong> และ <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ได้ร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้โครงการ &#8216;<strong>คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217;</strong> ทุกปีจะมีการเฟ้นหาป่าชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการดูแลรักษาป่า การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าให้มีความยั่งยืน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพอเพียง จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อมอบรางวัล &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; เป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชน รวมทั้งช่วยปลุกสังคมให้เกิดการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกรวนและยังเป็นกลไกในการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติทั้งพายุ ฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ</p>
<p>สำหรับ <em><strong>รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว ตำบลช้างเผือก อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คว้ารางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ</strong></em> รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชน 200,000 บาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/การมีส่วนร่วมในป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย <strong>ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว​ </strong>เป็นป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังพื้นที่ 1,013 ไร่  มีต้นพะยูงจำนวนมาก แสดงถึงดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างดี พร้อมพันธุ์ไม้หลักอื่นๆ ​เช่น แดง ประดู่ มะค่าแต้ ยางนา มะพอก พืชสมุนไพร ได้แก่ โด่ไม่รู้ล้ม ย่านาง กำแพงเก้าชั้น เครือหมาน้อย มะเกลือ มะขามป้อม มะตูม</p>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ป่าแห่งนี้ใช้แนวคิดจัดการแบบ <strong>“น้ำรอบป่า”</strong> ด้วยการปลูก ฟื้นฟูจนป่าอุดมสมบูรณ์สามารถดูดซับน้ำไว้ใต้ดิน เพื่อนำมาใช้เป็นน้ำในการอุปโภคบริโภคของชุมชน พร้อมหล่อเลี้ยงป่า โดย​ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีความรักหวงแหนในผืนป่า ผนึกกำลังกันปกป้องผืนป่าจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่ากว่า 19 ปี และฟื้นฟูผืนป่าจนอุดมสมบูรณ์หลุดพ้นจากปัญหาการขาดแคลนน้ำได้สำเร็จ</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29210 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/การมีส่วนร่วมในป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">พร้อมทั้งติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับระบบน้ำบาดาล และวางท่อประปารอบผืนป่าเพื่อให้น้ำแก่ต้นไม้ สัตว์ป่าและสรรพชีวิตในป่า รวมทั้งปล่อยสู่แหล่งน้ำในชุมชนเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรด้วย</div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ที่สำคัญสมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมทำแผนพัฒนาและกำหนดกฎระเบียบข้อบังคับการใช้ป่าชุมชน ทั้งเป็นแหล่งอาหาร พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ทั้งการบริโภคใช้สอยในครัวเรือน และจัดจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ โดยมีมูลค่าผลผลิตจากป่าช่วยลดรายจ่าย/สร้างรายได้แก่ชุมชน ปีละกว่า 200,000 บาท</div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายพิทักษ์ป่าร่วมกับป่าชุมชนใกล้เคียง จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติและฐานเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ มุ่งขยายกลุ่มคนรักษ์ป่าออกไปในวงกว้าง และก่อตั้ง &#8216;หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&#8217; แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ​สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เพื่อช่วยกันรักษาและปกป้องผืนป่าให้อยู่ยืนยงชั่วลูกชั่วหลาน</div>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29212 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายสุรชัย-อจลบุญ-อธิบดีกรมป่าไม้.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้</strong> กล่าวว่า <em><strong>กรมป่าไม้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ 55% ของประเทศ ตามที่กำหนดในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศให้ได้อย่างน้อย 40% ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. 2562</strong> </em>ตลอดจนร่วมเป็นแรงหนุนประเทศไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งเสริมให้ชุมชน เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ ฟื้นฟู รักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลร่วมกับภาครัฐ ในรูปแบบของป่าชุมชน ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ถือเป็นยุทธศาสตร์การเพิ่มพื้นที่ป่า ที่กรมป่าไม้ให้ความสำคัญ ด้วยเล็งเห็นว่าการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากองคาพยพของสังคม โดยเฉพาะประชาชนและชุมชนซึ่งเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดป่ามากที่สุด โดยตั้ง <em><strong>เป้าหมายขยายการจัดตั้งป่าชุมชนทั่วประเทศให้ถึง 15,000 แห่ง รวมพื้นที่ 10 ล้านไร่ ภายในปี 2570</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29214 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ผลิตผลจากป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ผลสำเร็จของป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลเป็นภาพสะท้อนที่แจ่มชัดว่า คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุลและเกื้อกูลกัน เมื่อมีการพัฒนาและบริหารจัดการป่าที่ดี ชุมชนก็สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตจากป่าที่สมบูรณ์ ลดรายจ่าย สร้างรายได้ ต่อยอดพัฒนาอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องบุกรุกทำลายป่า และป่าชุมชนต้นแบบเหล่านี้จะเป็นแหล่งข้อมูลด้านการบริหารจัดการป่าชุมชนที่สำคัญ ให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการดูแล ป่าชุมชน เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาป่าชุมชนของตนเองต่อไป ซึ่งโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ถือได้ว่าเป็นโครงการต้นแบบที่บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน (PPP)หลอมรวมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”</em> นายสุรชัย กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29211 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายนิทัศน์-วรพนพิพัฒน์-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บมจ.ราช-กรุ๊ป-2.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ในสภาวการณ์ที่สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังแปรปรวนอย่างหนัก ทุกประเทศต่างยอมรับว่า การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้จะช่วยลดปัญหานี้ได้ ดังนั้น ป่าชุมชน จึงเป็นความหวังและพลังในการรักษา ฟื้นฟู ดูแลผืนป่าและขับเคลื่อนสังคม <em><strong>ตลอดระยะเวลา 17 ปีของโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน บริษัทฯ ได้เห็นก้าวย่างการพัฒนาป่าชุมชน ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และศักยภาพความสามารถของชุมชนในการบริหารจัดการป่าและความสามัคคีของชุมชนที่นับวันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" />&#8220;บริษัทฯ ภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนชุมชนคนรักษ์ป่าทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ บริษัทฯ ขอชื่นชมและยกย่องป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชนทั้ง 16 แห่ง ที่ร่วมมือร่วมใจมุ่งมั่นดูแลป่าไม้อย่างจริงจังและต่อเนื่องยาวนาน ทุกท่านล้วนเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของประเทศ ที่ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพที่ทุกคนในสังคมพึ่งพาอาศัย บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนป่าชุมชนเพื่อตอบสนองเป้าหมายยุทธศาสตร์ของชาติ ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ต่อไป&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-คว้ารางวัลคนรักษ์ป่า-ป่ารักชุมชน-ชนะเลิศระดับประเ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการประกวดป่าชุมชน ภายใต้โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 มีป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล 16 แห่ง รวมพื้นที่ป่า 37,062.61 ไร่ มีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนได้ 233,494.443 ตันคาร์บอน (ค่าเฉลี่ยอัตราการ​กักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ประมาณ 6.3 ตัน/ไร่) รวมตลอด 17 ปี ที่ผ่านมา โครงการได้สนับสนุนป่าชุมชนไปแล้ว 1,779 แห่ง พื้นที่ป่ารวม 1,607,072.23 ไร่ ซึ่งสามารถกักเก็บและดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 10,124,555.049 ​​ตันคาร์บอน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/">&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีเอฟ ชวนเยาวชนเปิดห้องเรียนธรรมชาติ ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพื้นที่โครงการ &#8220;ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง&#8221;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/cpf-encourage-youth-to-plant-trees-reduce-climate-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Jul 2022 07:00:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนอมพงษ์ สังข์ธูป]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกต้นไม่]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าเสื่อมโทรม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูป่า]]></category>
		<category><![CDATA[สุธี สมุทระประภูต]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเขาพระยาเดินธง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12677</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภายหลังกรมป่าไม้ได้รับมอบพื้นที่โครงการเขาพระยาเดินธง คืนจากหน่วยงานที่ได้รับสัมปทานในการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งหมดสัญญาสัมปทานไปเมื่อปี 2557 และจากการเข้าไปสำรวจพื้นที่พบว่ามีต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ถูกตัดออกไปจำนวนมาก โดยไม่ได้มีการปลูกป่าชดเชยคืนไว้ให้ ประกอบกับมีปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าจากคนในพื้นที่บางส่วน ส่งผลให้ป่าในบริเวณดังกล่าวกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม มีพื้นที่เขาหัวโล้น ป่าแหว่งอยู่หลายจุด รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่หายไปจนแทบจะหมด จนกระทั่ง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ ได้เข้าไปขอฟื้นฟูป่าบริเวณดังกล่าวในปี 2559 ภายใต้โครงการ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง”​ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน เข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งสามารถเข้าไปอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่เพิ่มเติมได้แล้วรวม 6,971 ไร่  รวมทั้งยังสามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบของแหล่งเรียนรู้การฟื้นฟูป่าในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ​รวมทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกป่าให้หน่วยงานที่สนใจ ทั้งภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และสถานศึกษาต่างได้อีกด้วย คุณถนอมพงษ์ สังข์ธูป หัวหน้าโครงการเขาพระยาเดินธง และ คุณสุธี สมุทระประภูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักคุณค่าทางสังคมและความหลากหลายทางชีวภาพ ซีพีเอฟ ร่วมกันให้ข้อมูลว่า หลังซีพีเอฟได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดูแลพื้นที่ ก็ได้ทำงานร่วมกับกรมป่าไม้ ในการเข้าไปสำรวจพื้นที่​ ดูความเสียหายของผืนป่า เพื่อวางแผนการฟื้นฟู และหาแนวทางในการปลูกป่าชดเชยอย่างเหมาะสม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/cpf-encourage-youth-to-plant-trees-reduce-climate-change/">ซีพีเอฟ ชวนเยาวชนเปิดห้องเรียนธรรมชาติ ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพื้นที่โครงการ &#8220;ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภายหลังกรมป่าไม้ได้รับมอบพื้นที่โครงการเขาพระยาเดินธง คืนจากหน่วยงานที่ได้รับสัมปทานในการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งหมดสัญญาสัมปทานไปเมื่อปี 2557 และจากการเข้าไปสำรวจพื้นที่พบว่ามีต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ถูกตัดออกไปจำนวนมาก โดยไม่ได้มีการปลูกป่าชดเชยคืนไว้ให้ ประกอบกับมีปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าจากคนในพื้นที่บางส่วน ส่งผลให้ป่าในบริเวณดังกล่าวกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม มีพื้นที่เขาหัวโล้น ป่าแหว่งอยู่หลายจุด รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่หายไปจนแทบจะหมด</p>
<p><span id="more-12677"></span></p>
<p>จนกระทั่ง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ ได้เข้าไปขอฟื้นฟูป่าบริเวณดังกล่าวในปี 2559 ภายใต้โครงการ “<strong>ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง”​</strong> ซึ่งจนถึงปัจจุบัน เข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งสามารถเข้าไปอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่เพิ่มเติมได้แล้วรวม 6,971 ไร่  รวมทั้งยังสามารถเป็นพื้นที่ต้นแบบของแหล่งเรียนรู้การฟื้นฟูป่าในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ​รวมทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกป่าให้หน่วยงานที่สนใจ ทั้งภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และสถานศึกษาต่างได้อีกด้วย</p>
<p><strong>คุณถนอมพงษ์ สังข์ธูป</strong> หัวหน้าโครงการเขาพระยาเดินธง และ <strong>คุณสุธี สมุทระประภูต</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักคุณค่าทางสังคมและความหลากหลายทางชีวภาพ ซีพีเอฟ ร่วมกันให้ข้อมูลว่า หลังซีพีเอฟได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ดูแลพื้นที่ ก็ได้ทำงานร่วมกับกรมป่าไม้ ในการเข้าไปสำรวจพื้นที่​ ดูความเสียหายของผืนป่า เพื่อวางแผนการฟื้นฟู และหาแนวทางในการปลูกป่าชดเชยอย่างเหมาะสม เนื่องจาก ความเสื่อมโทรม เสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่​ จะแตกต่างกันไปตามปัญหาแต่ละจุด เช่น บางแห่งต้องปลูกอย่างพิถีพิถัน ด้วยการเคลียร์พื้นที่ใหม่ พร้อมวางระบบน้ำใหม่ บางแห่งใช้วิธีปลูกแบบเสริมป่า เพื่อเสริมในจุดที่แหว่งออกไปได้​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12721 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/CPF2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมไปถึงการจัดทำฐานข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์ในพื้นที่​ เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านความอุดมสมบูรณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในพื้นที่ และเป็นอีกหนึ่งดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการที่สามารถจับต้องได้อีกอย่างหนึ่ง ​ซึ่งความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าที่นี่  เกิดจากความร่วมมืออย่างจริงจังในลักษณะ 3 ประสาน โดยกรมป่าไม้ ภาคเอกชน คือ ซีพีเอฟ และชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูพลิกฟื้นจากผืนป่าเสื่อมโทรม จนปัจจุบันผืนป่าที่นี่ กลับมาเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชและสัตว์ ด้วยนวัตกรรมการปลูกป่า 4 รูปแบบ รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำและแหล่งอาหารของสัตว์ ทำให้สัตว์ต่างๆ เริ่มเข้ามาอาศัยและหากิน นอกจากนี้โครงการฯ ยังเป็นต้นแบบการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย</p>
<p>“ปัจจุบันเราเข้าสู่การฟื้นฟูในระยะที่ 2 ​​ช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าใหม่ได้ 6,971 ไร่ และได้เปลี่ยนสภาพจากพื้นที่เขาหัวโล้น พื้นที่ป่าแหว่ง ให้เป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีความหลากหลายของสัตว์ตามธรรมชาติเข้ามาอยู่พื้นที่มากขึ้น ที่เราเรียกพื้นที่นี้ว่า “ห้องเรียนธรรมชาติ”​ เพราะเราสามารถเรียนรู้ความหลากหลายของธรรมชาติได้รอบตัว ได้เห็นร่องรอยความเสียหายของป่าที่ถูกทำลาย แนวทางการฟื้นฟู จนกลับมาสมบูรณ์ได้อีกครั้ง รวมทั้งการเรียนรู้ระบบนิเวศต่างๆ ​การได้ลงมือปลูกต้นไม้ด้วยตัวเอง เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ เป็นแหล่งอาหารให้ชุมชนในพื้นที่ ​รวมทั้งเป็นการช่วยรักษาป่าต้นน้ำอีกด้วย เนื่องจากพื้นที่ป่าตรงจุดนี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ ในการเติมน้ำธรรมชาติให้กับเขื่อนป่าสักอีกด้วย”​  <strong>คุณสุธี กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12724 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/CPF5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด ซีพีเอฟ และกรมป่าไม้ ได้เปิดห้องเรียนธรรมชาติ เพื่อต้อนรับ​น้องๆ รร.นานาชาติคอนคอร์เดียน พร้อมด้วยอาจารย์และผู้ปกครอง จำนวน  40 คน ร่วมกิจกรรมลงพื้นที่ เพื่อเรียนรู้วิธีการและขั้นตอนการปลูกต้นไม้แบบประณีต จำนวน 200 ต้น  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์และความรู้ใหม่ ที่ไม่สามารถหาได้จากห้องเรียนปกติ โดยเด็กๆ ได้ทดลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ​โดยมีพี่ๆ จากกรมป่าไม้ และซีพีเอฟให้คำแนะนำ ตั้งแต่การขุดหลุมปลูกต้นไม้  วิธีการการปลูกที่เหมาะสม​​ รวมทั้งเรียนรู้การติด Tag และการจดบันทึกข้อมูลการเจริญเติบโตของต้นไม้ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลในการเปรียบเทียบอัตราการเติบโตในปีถัดๆ ไป</p>
<p>ทั้งนี้ ต้นไม้ที่นำมาปลูกทั้ง 200 ต้น เป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้ที่โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน ได้รับบริจาคต้นกล้ามาจาก MQDC จำนวนทั้งหมด 4,000 ต้น และน้องๆ ชมรม Seed of Hope หรือเมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง ได้ช่วยกันดูแลกล้าไม้ อนุบาลต้นกล้ามาเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้กล้าไม้แข็งแรงพอ ที่จะนำมาปลูกต่อไป ซึ่งล่าสุด ได้นำกล้าไม้ทั้งหมด บริจาคให้โครงการเขาพระยาเดินธง เพื่อนำมาปลูก เพิ่มพื้นที่สีเขียว เมื่อต้นไม้เติบโตขึ้นจะช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ บรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)</p>
<p>นอกจากกิจกรรมปลูกต้นไม้แล้ว น้องๆ ยังได้ทำกิจกรรมยิง Seed Ball ดินเหนียวก้อนกลม ​มีเมล็ดพันธุ์ไม้อยู่ภายใน​ มาจากการผสมปุ๋ยหมัก หรือดินดำปลูกต้นไม้ที่ผสมปุ๋ยแล้ว นำมาปั้นเป็นก้อนพอเหมาะ สำหรับใช้เป็นลูกกระสุนในการยิงไปตามพื้นที่ต่างๆ ในป่า ​เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการงอกของเมล็ดตามธรรมชาติได้ด้วย โดยกิจกรรมต่างๆ ในครั้งนี้ สะท้อนได้ถึงมุมมองและจิตสำนึกของคนรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมเติบโตและร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12722 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/CPF3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และนี่คือส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนจากน้องๆ ที่ได้เข้ามาร่วมกิจกกรมในครั้งนี้</p>
<p><strong>&#8220;สิรินยา หิรัญวิริยะ&#8221;</strong> หรือ น้องปาล์มมี่ ประธานชมรม Seed of Hope กำลังศึกษาอยู่เกรด 11 เล่าว่า วันนี้ มากับเพื่อนๆ เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ที่เขาพระยาเดินธง 200 ต้น รู้สึกสนุกและประทับใจที่ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่า เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้เรียนรู้วิธีการปลูกป่าที่ถูกต้อง อยากเชิญชวนทุกๆคนมาร่วมกันปลูกป่า เรามีปัญหาโลกร้อน ป่าไม้ถูกตัดไป การปลูกป่าก็เป็นส่วนที่ช่วยดูดคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อน</p>
<p>ด้าน <strong>&#8220;รมิตา ศรีอัษฎาวุธกุล&#8221;</strong> น้องพราว กำลังศึกษาเกรด 9 บอกรู้สึกดีที่มีโอกาสได้มาสัมผัสธรรมชาติและได้ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ไป 6-7 ต้น อยากเชิญชวนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสแวดล้อม คนรุ่นใหม่อยู่กับเทคโนโลยี แต่ก็ไม่ควรมองข้ามธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นผู้ให้เรามาตลอด การที่เรามีโอกาสมาปลูกต้นไม้ ก็เหมือนกับเป็นผู้ให้ ที่คืนกลับให้ธรรมชาติ</p>
<p><strong>น้องธีร์ ลือสุขประเสริฐ</strong> เกรด 11 เป็นอีกคนหนึ่งที่ เชิญชวนให้มาช่วยกันปลูกต้นไม้ให้มากกว่านี้ เพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยธรรมชาติและช่วยโลกให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับ น้องทญา สุขสันต์ปานเทพ หรือ น้องมิ้ม เกรด 11 ที่บอกว่า ได้มาทำกิจกรรมปลูกป่าในวันนี้ เป็นการเปิดประสบการณ์ เพราะช่วงโควิดก็ไม่ได้ออกไปไหน การที่เรามาปลูกป่าก็ช่วยโลก อยากให้เพื่อนๆมาร่วมกิจกรรม เราได้เข้าใจธรรมชาติ ช่วยป่า ช่วยโลก น้องมิ้มเล่าด้วยว่า โรงเรียนสนับสนุนนักเรียนให้ทำกิจกรรม โดยมีการจัดตั้งชมรมต่างๆ และเธอเป็นสมาชิกของชมรม Seed of Hope ที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องต้นไม้เช่นกัน เพื่อที่จะหารายได้ไปใช้ในเรื่องของการปลูกป่า</p>
<p><strong>อาชว์พัชร์ อัศวเทววิช</strong> น้องเซน เกรด 9 เล่าประสบการณ์ลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า มีโอกาสมาปลูกป่าที่เขาพระยาเดินธง เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ฟื้นฟูธรรมชาติ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสมาปลูกป่า ช่วยเหลือโลกทางอ้อม เราอาจทำลายป่าไปเยอะ วันนี้รู้สึกดีที่ได้มาช่วยเหลือโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12679 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/CPF1.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/cpf-encourage-youth-to-plant-trees-reduce-climate-change/">ซีพีเอฟ ชวนเยาวชนเปิดห้องเรียนธรรมชาติ ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพื้นที่โครงการ &#8220;ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง&#8221;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RATCH รุกกลยุทธ์ป่าชุมชน 4 ด้าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/01/ratch-community-forestry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jan 2018 08:20:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ]]></category>
		<category><![CDATA[จเรศักดิ์ นันตะวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรีโฮลดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1379</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือภาครัฐคือกรมป่าไม้ และเอกชนราชบุรีโฮลดิ้ง ผนึกกำลังกว่าทศวรรษขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดตั้งป่าชุมชนอย่างจริงจัง และเห็นผลเป็นรูปธรรม กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ ลงนามบันทึกความร่วมมือ “โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ระยะ 3 (พ.ศ. 2561-2565) เพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ “ป่าชุมชน” ที่ส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าไม้ของประเทศ โครงการนี้ ถือเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านป่าชุมชนของกรมป่าไม้ เพื่อตอบสนองเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศมีเป้าหมายที่จะต้องเพิ่มพื้นที่ป่าไม้อย่างน้อย 40% ของพื้นที่ประเทศภายใน 20 ปี คิดเป็นพื้นที่ 129.41 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 102.17 ล้านไร่ ซึ่งป่าชุมชน เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่นำมาใช้ขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว “เป็นระยะเวลากว่าทศวรรษแล้ว ที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร ป่าไม้ในรูป “ป่าชุมชน” โดยมุ่งหวังเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งจะเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนลดภาวะโลกร้อนด้วย ความต่อเนื่องของโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ในระยะที่ 3 จะทำให้การส่งเสริมป่าชุมชนมีประสิทธิผลมากขึ้น ทั้งในด้านจำนวนป่าชุมชน พื้นที่ป่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/ratch-community-forestry/">RATCH รุกกลยุทธ์ป่าชุมชน 4 ด้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือภาครัฐคือกรมป่าไม้ และเอกชนราชบุรีโฮลดิ้ง ผนึกกำลังกว่าทศวรรษขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดตั้งป่าชุมชนอย่างจริงจัง และเห็นผลเป็นรูปธรรม</h4>
<p><span id="more-1379"></span></p>
<p><strong>กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) <strong>จเรศักดิ์ นันตะวงษ์</strong> รองอธิบดีกรมป่าไม้ และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ ลงนามบันทึกความร่วมมือ <strong>“โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน”</strong> ระยะ 3 (พ.ศ. 2561-2565) เพื่อแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ “ป่าชุมชน” ที่ส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าไม้ของประเทศ โครงการนี้</p>
<p>ถือเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านป่าชุมชนของกรมป่าไม้ เพื่อตอบสนองเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศมีเป้าหมายที่จะต้องเพิ่มพื้นที่ป่าไม้อย่างน้อย 40% ของพื้นที่ประเทศภายใน 20 ปี คิดเป็นพื้นที่ 129.41 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 102.17 ล้านไร่ ซึ่งป่าชุมชน เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่นำมาใช้ขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว</p>
<p><em>“เป็นระยะเวลากว่าทศวรรษแล้ว ที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร ป่าไม้ในรูป “ป่าชุมชน” โดยมุ่งหวังเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งจะเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนลดภาวะโลกร้อนด้วย ความต่อเนื่องของโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ในระยะที่ 3 จะทำให้การส่งเสริมป่าชุมชนมีประสิทธิผลมากขึ้น ทั้งในด้านจำนวนป่าชุมชน พื้นที่ป่า และประโยชน์ร่วมทั้งด้านสังคม และเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและประเทศด้วย โครงการนี้ถือเป็นต้นแบบความร่วมมือด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนระยะยาวและเห็นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<figure id="attachment_1386" aria-describedby="caption-attachment-1386" style="width: 501px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1386 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/SD-Thailand-RATCH-ผล.2.png" alt="" width="501" height="236" /><figcaption id="caption-attachment-1386" class="wp-caption-text">สรุปผลการดำเนินโครงการ คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน 2551-2560</figcaption></figure>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1388 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/SD-Thailand-RATCH-ผล.3.png" alt="" width="501" height="288" /></p>
<figure id="attachment_1387" aria-describedby="caption-attachment-1387" style="width: 495px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1387 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/SD-Thailand-RATCH-ผล.4.png" alt="" width="495" height="322" /><figcaption id="caption-attachment-1387" class="wp-caption-text">สรุปผลการศึกษาการกักเก็บคาร์บอนและความหลากหลายทางชีวภาพป่าชุมชน 2556-2560 จำนวนป่าตัวอย่าง 43 แห่งทั่วทุกภาคของประเทศ</figcaption></figure>
<p>สำหรับบันทึกข้อตกลงครั้งนี้กำหนดขอบเขตความร่วมมือ 4 ด้าน ได้แก่</p>
<p><strong>1.การประกวดป่าชุมชน โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน เพื่อยกย่องเชิดชูชุมชนที่มีการจัดการป่าแบบป่ายั่งยืน ชุมชนได้ประโยชน์ ช่วยจุดประกายและขยายผลการจัดตั้งป่าชุมชนของประเทศ</strong></p>
<p><strong>2.การสร้างเครือข่ายป่าชุมชน สร้างเครือข่ายผู้นำป่าชุมชน และเยาวชนนักอนุรักษ์รุ่นใหม่ รวมทั้งเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มผู้นำป่าชุมชนและขยายเป็นเครือข่ายที่มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสืบทอดเจตนารมณ์การปกป้องดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><strong>3.ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการปกป้องดูแลรักษาป่าเดิม การเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชน การปลูกฟื้นฟูป่า ส่งเสริมให้ป่าชุมชนเป็นห้องเรียนทางธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องทรัพยากรป่าไม้ การประเมินผลกระทบ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูลและยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>4.การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สาธารณชนเกิดจิตสำนึกและความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการจัดการป่าชุมชนและผลการดำเนินงานของชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการดูแลรักษาป่า</strong></p>
<p>ผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมของโครงการตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/ratch-community-forestry/">RATCH รุกกลยุทธ์ป่าชุมชน 4 ด้าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บริจาคมือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา[PR.NEWS]</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/01/mobile-recycle/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Jan 2018 07:19:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเลคทรอนิคส์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายวิชาการ)]]></category>
		<category><![CDATA[มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=1366</guid>

					<description><![CDATA[<p>มือถือเก่าที่ใช้แล้ว 1 เครื่องนั้นสามารถช่วยโลกได้แค่ไหน รู้แล้วคุณจะอึ้ง! มือถือ 1 เครื่องเมื่อแยกชิ้นส่วนและนำไปรีไซเคิลแล้ว สามารถช่วยชีวิตต้นไม้ใหญ่ได้ 5 ต้น ช่วยลดการขุดเจาะระเบิดดินเปลือกโลกได้ 500 ตัน และที่สำคัญช่วยผู้ป่วยยากไร้ได้ 7 คนหรือเป็นอาหารสำหรับเด็กยากไร้หนึ่งมื้อได้ 20 คน ข้อความดังกล่าวเป็นเนื้อหาที่รณรงค์เรื่องการกำจัดขยะอิเลคทรอนิคส์ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายวิชาการ) ร่วมกันทำโครงการ “มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา” และได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และหน่วยงานอื่นๆอีกหลายหน่วยงาน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการจัดการจากบริษัท บางกอก รีไซเคิล แอนด์ รียูส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการจัดการรีไซเคิลชั้นนำของประเทศไทย “มือถือเก่า”ที่ไม่ใช้แล้ว ถือเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่งที่พบเห็นทั่วไปตามครัวเรือนและอาคารสำนักงาน ซึ่งตามสถิติพบว่าเฉพาะที่ตกค้างตามครัวเรือนทั่วประเทศมีมากกว่า 200 ล้านเครื่อง โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา 10 ปี หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการเครือข่ายสัญญาณได้มีแผนงานต่างๆในการรวบรวมมือถือเก่าเหล่านี้ไปรีไซเคิลแต่สามารถรวบรวมได้เพียง 20 ล้านเครื่องเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงยังคงมีเครื่องใหม่สะสมอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาไม่น้อยกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/mobile-recycle/">บริจาคมือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา[PR.NEWS]</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มือถือเก่าที่ใช้แล้ว 1 เครื่องนั้นสามารถช่วยโลกได้แค่ไหน รู้แล้วคุณจะอึ้ง! มือถือ 1 เครื่องเมื่อแยกชิ้นส่วนและนำไปรีไซเคิลแล้ว สามารถช่วยชีวิตต้นไม้ใหญ่ได้ 5 ต้น ช่วยลดการขุดเจาะระเบิดดินเปลือกโลกได้ 500 ตัน และที่สำคัญช่วยผู้ป่วยยากไร้ได้ 7 คนหรือเป็นอาหารสำหรับเด็กยากไร้หนึ่งมื้อได้ 20 คน</strong> <span id="more-1366"></span></p>
<p>ข้อความดังกล่าวเป็นเนื้อหาที่รณรงค์เรื่องการกำจัดขยะอิเลคทรอนิคส์ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ กรมควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายวิชาการ) ร่วมกันทำ<strong>โครงการ “มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา”</strong> และได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และหน่วยงานอื่นๆอีกหลายหน่วยงาน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการจัดการจากบริษัท บางกอก รีไซเคิล แอนด์ รียูส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการจัดการรีไซเคิลชั้นนำของประเทศไทย</p>
<p><strong>“มือถือเก่า”</strong>ที่ไม่ใช้แล้ว ถือเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่งที่พบเห็นทั่วไปตามครัวเรือนและอาคารสำนักงาน ซึ่งตามสถิติพบว่าเฉพาะที่ตกค้างตามครัวเรือนทั่วประเทศมีมากกว่า 200 ล้านเครื่อง โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา 10 ปี หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการเครือข่ายสัญญาณได้มีแผนงานต่างๆในการรวบรวมมือถือเก่าเหล่านี้ไปรีไซเคิลแต่สามารถรวบรวมได้เพียง 20 ล้านเครื่องเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงยังคงมีเครื่องใหม่สะสมอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาไม่น้อยกว่า 15 ล้านเครื่องต่อปี</p>
<p>จึงเกิดเป็นโครงการ “มือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา” เป็นการรณรงค์ให้นำมือถือเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาบริจาค โดยมีวางจุดรับบริจาคตามสถานที่ราชการกว่า 5 หมื่นจุดทั่ว กำหนดระยะเวลาโครงการฯ1 พ.ย. – 10 ธ.ค. 60 ซึ่งมียอดผู้บริจาคประมาณ 1.7 เครื่องทั่วประเทศ</p>
<figure id="attachment_1367" aria-describedby="caption-attachment-1367" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1367" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/1-1.jpg" alt="" width="500" height="333" /><figcaption id="caption-attachment-1367" class="wp-caption-text">มือถือเก่า ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ที่ได้รับบริจาคมาทางไปรษณีย์</figcaption></figure>
<p><strong>สายฝน อภิธนัง</strong> หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์โครงการฯ กล่าวถึงขั้นตอนในการบริหารจัดการกับมือถือที่ได้รับบริจาคเหล่านี้ ซึ่งเรียกว่า “ขยะอิเลคทรอนิคส์”</p>
<p><strong><em>“ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายในการรีไซเคิลขยะอิเลคทรอนิคส์เหล่านี้ เราจึงต้องนำมือถือที่ได้รับบริจาคทั้งหมดส่งไปที่นิคมอุตสาหกรรมคัดแยกขยะอิเลคทรนิกส์ ที่มณฑลซัวเถา ประเทศจีน ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้”</em></strong></p>
<figure id="attachment_1368" aria-describedby="caption-attachment-1368" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1368" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/3-1.jpg" alt="" width="500" height="528" /><figcaption id="caption-attachment-1368" class="wp-caption-text">สายฝน อภิธนัง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์โครงการฯ</figcaption></figure>
<p>สายฝนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มือถือ 1 เครื่อง มีสารพิษอาทิ ตะกั่ว ปรอท คลอรีน แคทเมี่ยมและโบรมีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย สำหรับมือถือที่บริจาค 1.7 ล้านเครื่องเมื่อนำไปแยกชิ้นส่วนรีไซเคิลแล้วจะได้ แพลตตินั่ม 63 ตัน ทองคำ 23 กิโลกรัม ยาง 17 ตัน เซรามิค 14 ตัน ทองแดง 13 ตัน คิดเป็นเงินหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว 3,632,000 บาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1369 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/2-1.jpg" alt="" width="500" height="391" /><br />
<strong>เงินบริจาคของโครงการมอบให้แก่องค์กรกุศล 4 แห่งคือ มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ,ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมิทรบพิตร 84 พรรษา , กลุ่มพหุชนคนอาสา(The CAP) และ มูลนิธิเดอะวอยซ์(เสียงจากเรา) ช่วยให้ชีวิตใหม่มา</strong></p>
<p>อย่างไรก็ตามจำนวนมือถือเก่าก็ยังค้างอยู่ในครัวเรือนอีกเป็นจำนวนมาก โครงการนี้จึงเดินหน้ารณรงค์ในเฟสที่ 2 <strong>โดยใช้ระยะเวลา 15 ธ.ค. 60 – 31 ม.ค. 61</strong>โดยครั้งนี้จะมีพันธมิตรเข้ามาช่วยรณรงค์เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะได้รับบริจาคโทรศัพท์มือถือเก่าจากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 9,999,999 เครื่อง และสามารถส่งมอบรายได้จากการรีไซเคิลให้องค์กรการกุศลทั่วประเทศได้ จำนวนไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1370 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/01/4-1.jpg" alt="" width="501" height="288" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/01/mobile-recycle/">บริจาคมือถือเก่าไป ชีวิตใหม่มา[PR.NEWS]</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
