<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระทรวงสาธารณสุข &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 May 2025 04:51:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>กระทรวงสาธารณสุข &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กระทรวงสาธารณสุข จับมือ “โฮปฟูล” ปั้นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาโรค NCDs คิกออฟกิจกรรมUNLOCK YOUR HEALTHเสริมพลัง 3 อ.แก้ปัญหาโรคเรื้อรัง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/unlock-your-health/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 04:51:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3อ.]]></category>
		<category><![CDATA[Health]]></category>
		<category><![CDATA[HOPEFUL]]></category>
		<category><![CDATA[Mastering Sustainable Well-being]]></category>
		<category><![CDATA[UNLOCK YOUR HEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[กรมอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โฮปฟูล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรสุขภาพดี]]></category>
		<category><![CDATA[อรรคพล หยกยิ่งยง]]></category>
		<category><![CDATA[โรค NCDs]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33641</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ บริษัท โฮปฟูล จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้สุขภาพ ภายใต้แบรนด์ HOPEFUL เปิดเวทีอบรมเชิงวิชาการ “UNLOCK YOUR HEALTH: Mastering Sustainable Well-being – ปลดล็อกศักยภาพสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน” ณ ห้องประชุมสัมพุทธเมตตา ประชารักษ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวในเวทีอบรมเชิงวิชาการ “UNLOCK YOUR HEALTH: Mastering Sustainable Well-being ว่า การสร้างสุขภาพดีให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘คน’ และ ‘ความรู้’ ซึ่งเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาให้สามารถเป็นผู้นำด้านสุขภาพในระดับครอบครัวและชุมชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข “โครงการในวันนี้ของบริษัทโฮปฟูล ถือเป็นต้นแบบของภาคเอกชนที่มีความตื่นตัวและร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐในด้านการป้องกันโรค NCDs ด้วยแนวคิด 3 อ. – อาหาร อารมณ์ และออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทยให้ห่างไกลโรคเรื้อรังอย่างยั่งยืน” นายแพทย์รุ่งฤทัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/unlock-your-health/">กระทรวงสาธารณสุข จับมือ “โฮปฟูล” ปั้นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาโรค NCDs คิกออฟกิจกรรมUNLOCK YOUR HEALTHเสริมพลัง 3 อ.แก้ปัญหาโรคเรื้อรัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงสาธารณสุข</strong> ร่วมกับ<strong> บริษัท โฮปฟูล จำกัด</strong> ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้สุขภาพ ภายใต้แบรนด์ HOPEFUL เปิดเวทีอบรมเชิงวิชาการ <strong>“UNLOCK YOUR HEALTH: Mastering Sustainable Well-being – ปลดล็อกศักยภาพสู่ความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน</strong>” ณ ห้องประชุมสัมพุทธเมตตา ประชารักษ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข</p>
<p><span id="more-33641"></span></p>
<p><strong>นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร</strong> รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวในเวทีอบรมเชิงวิชาการ “<strong>UNLOCK YOUR HEALTH: Mastering Sustainable Well-being</strong> ว่า การสร้างสุขภาพดีให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จำเป็นต้องเริ่มจาก ‘คน’ และ ‘ความรู้’ ซึ่งเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน กระทรวงสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรทั้งในและนอกระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาให้สามารถเป็นผู้นำด้านสุขภาพในระดับครอบครัวและชุมชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข<img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33645 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Hopefull1.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“โครงการในวันนี้ของบริษัทโฮปฟูล ถือเป็นต้นแบบของภาคเอกชนที่มีความตื่นตัวและร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐในด้านการป้องกันโรค NCDs ด้วยแนวคิด 3 อ. – อาหาร อารมณ์ และออกกำลังกาย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนไทยให้ห่างไกลโรคเรื้อรังอย่างยั่งยืน” นายแพทย์รุ่งฤทัย กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>ด้าน <strong>นายอรรคพล หยกยิ่งยง</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮปฟูล จำกัด กล่าวถึงการส่งเสริมสุขภาพว่าไม่ใช่เพียงความรับผิดชอบของภาครัฐ แต่เป็นพันธกิจร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรเอกชนอย่าง HOPEFUL ที่เป็นบริษัท พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ต้องการเห็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าหากพนักงานของเราเข้าใจหลักการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือในฐานะผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพที่ผ่านการอบรม และมีความเข้าใจในการดูแล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง โดยผู้เชี่ยวชายเหล่านี้ จะเป็นตัวแทนส่งต่อคุณค่าในด้านการดูแลสุขภาพ ไปยังครอบครัวและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะภาวะ NCDs ไม่สามารถพึ่งพาการดูแลด้านอาหารได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องครอบคลุมไปถึงการออกกำลังกาย การปรับอารมณ์ ปัจจัยเหล่านี้ ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ และได้รับรับกำลังใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นำไปสู่การรักษา โรค NCDs อย่างได้ผล</p>
<p>กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของบริษัท โฮปฟูล ที่มุ่งสนับสนุนภาครัฐในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสอดรับกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและควบคุมโรค NCDs ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ การส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และการพัฒนาบุคลากรให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33643 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Hopeful3.jpg" alt="" width="1200" height="752" /></p>
<p>“โครงการนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวของบริษัทที่มุ่งเน้นการสร้าง “<strong>องค์กรสุขภาพดี”</strong> และพร้อมขยายความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะในอนาคต โดยทางโฮปฟูล จำกัด ได้ส่งบุคลากรกว่า 300 คน เข้าร่วมอบรมเชิงลึกในครั้งนี้ด้วย เพื่อยกระดับสู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านสุขภาพ” ที่สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง ทั้งกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน จากปัจจุบันที่มีผู้เชี่ยวชาญแล้ว 600 คน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,000 คนภายในสิ้นปีนี้ กระจายตัวใน 23 สาขา และเตรียมจัดทำเป็นคู่มือ เพื่อมอบให้กับผู้ที่มีภาวะเสี่ยง หรือเป็น โรค NCDs โดยบริษัทมีแผนให้มีผู้เชี่ยวชาญในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ”นายอรรคพล กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>สำหรับการอบรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนด้านเนื้อหาวิชากา รจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมบรรยายและจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ NCDs อาทิ การโภชนาการเพื่อการป้องกันโรค การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับแต่ละวัย และแนวทางการเสริมสร้างสุขภาวะจิต โดยเน้นการประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้จริง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33644 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Hopeful5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ทางกรมอนามัยในฐานะหน่วยงานหลักด้านการสร้างเสริมสุขภาพยังได้ออกแบบกิจกรรมเวิร์กช็อปให้สอดคล้องกับแนวทางที่ใช้กับชุมชนทั่วประเทศ เช่น การนับคาร์บ, การลดเบาหวานด้วยตนเอง, เทคนิคอ่านฉลากอาหาร และกิจกรรมสุขภาพแบบเกมที่เข้าใจง่าย ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้กลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิต และกลายเป็นผู้นำด้านสุขภาพระดับครอบครัวและชุมชนต่อไป</p>
<p>โดยภายในงานสัมมนา ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากหัวข้อสำคัญ ได้แก่ อาหาร – แนะแนวทางการลดโซเดียม เพิ่มโปรตีนคุณภาพสูง และเลือกไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก ปลา และถั่ว เพื่อปรับพฤติกรรมการกินอย่างเหมาะสม อารมณ์ – เรียนรู้เทคนิคจัดการความเครียด และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญของร่างกาย ออกกำลังกาย – ปรับพฤติกรรมให้เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด</p>
<p>“UNLOCK YOUR HEALTH” จึงไม่ใช่แค่กิจกรรมอบรม แต่เป็นต้นแบบของความร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่สามารถจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในเรื่องสุขภาพ และเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้คนไทยห่างไกลจาก NCDs อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/unlock-your-health/">กระทรวงสาธารณสุข จับมือ “โฮปฟูล” ปั้นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาโรค NCDs คิกออฟกิจกรรมUNLOCK YOUR HEALTHเสริมพลัง 3 อ.แก้ปัญหาโรคเรื้อรัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมควบคุมโรค และ กทม. ร่วมด้วยพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น “เดงกี่ ฮีโร่” รณรงค์ลดป่วย ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก  ที่ปีนี้คาดอาจพุ่งสูงและเสียชีวิตทะลุ 280 ราย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/dengue-hero-towards-zero-death/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Jun 2024 05:04:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Dengue Day 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมโรค]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปีเตอร์ สไตรเบิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยูจิ ชิมิซึ]]></category>
		<category><![CDATA[วันไข้เลือดออกอาเซียน 2567]]></category>
		<category><![CDATA[เดงกี่ ฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้เลือดออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26507</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ กรุงเทพมหานคร ผนึกกำลังเอกชน ได้แก่ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด และพันธมิตรต่างๆ อาทิ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรจากความร่วมมือ Dengue-zero ในงาน วันไข้เลือดออกอาเซียน 2567 หรือ ASEAN Dengue Day 2024 ภายใต้แนวคิด “Dengue Hero towards Zero Death” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนถึงอันตรายของไข้เลือดออกที่ใกล้ตัวและวิธีการป้องกันจากโรคไข้เลือดออก พร้อมชวนทุกคนมาเป็น “ฮีโร่” ช่วยกันส่งต่อแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกให้คนรอบตัว เพื่อลดอัตราการระบาดและทำให้ไข้เลือดออกเหลือศูนย์ต่อไป ขานรับนโยบายขององค์การอนามัยโลกที่อัตราการเสียชีวิตจากไข้เลือดออกจะต้องหมดไปภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/dengue-hero-towards-zero-death/">กรมควบคุมโรค และ กทม. ร่วมด้วยพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น “เดงกี่ ฮีโร่” รณรงค์ลดป่วย ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก  ที่ปีนี้คาดอาจพุ่งสูงและเสียชีวิตทะลุ 280 ราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ กรุงเทพมหานคร ผนึกกำลังเอกชน ได้แก่ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด และพันธมิตรต่างๆ อาทิ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรจากความร่วมมือ Dengue-zero ในงาน <strong>วันไข้เลือดออกอาเซียน </strong><strong>2567</strong> หรือ <strong>ASEAN Dengue Day 2024</strong></p>
<p><span id="more-26507"></span></p>
<p>ภายใต้แนวคิด “<strong>Dengue Hero towards Zero Death</strong>” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ให้แก่ประชาชนถึงอันตรายของไข้เลือดออกที่ใกล้ตัวและวิธีการป้องกันจากโรคไข้เลือดออก พร้อมชวนทุกคนมาเป็น “ฮีโร่” ช่วยกันส่งต่อแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกให้คนรอบตัว เพื่อลดอัตราการระบาดและทำให้ไข้เลือดออกเหลือศูนย์ต่อไป ขานรับนโยบายขององค์การอนามัยโลกที่อัตราการเสียชีวิตจากไข้เลือดออกจะต้องหมดไปภายในปี 2573 ณ ห้องประชุมบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26509 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dengue2.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข </strong>กล่าวว่า “ยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกในประเทศไทยอาจพุ่งสูงขึ้น อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ทำให้อุณหภูมิ ปริมาณน้ำฝน และความชื้นเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อการระบาดของยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยไข้เลือดออกสะสมในประเทศไทย ตั้งแต่เดือน มกราคม-พฤษภาคม 2567 <a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a> เข้าใกล้ 30,000 ราย มียอดผู้เสียชีวิต 29 ราย และคาดการณ์ว่าอาจสูงถึง 280 รายในปีนี้ เพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปีอีกด้วย สำหรับแนวทางการป้องกันและวินิจฉัยแล้ว นอกเหนือจากนวัตกรรมชุดตรวจเร็วสำหรับไข้เลือดออก (NS1) และกับดักไข่ยุงลาย กระทรวงสาธารณสุขยังได้ออกนโยบายเร่งรัดการป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออก 4 ด้าน 1) ด้านการเฝ้าระวังโรค 2) ด้านการป้องกันควบคุมโรค 3) ด้านการวินิจฉัยรักษา และ 4) ด้านการสื่อสารความเสี่ยง ที่เป็นแนวทางให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนทุกภาคส่วนได้ปฏิบัติตามเพื่อป้องกันไข้เลือดออก การต่อสู้กับโรคไข้เลือดออกเพื่อหยุดวงจรไข้เลือดออกให้หมดไป และการเห็นถึงคุณค่าของการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยนวัตกรรมการป้องกันต่างๆ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การร่วมมือกันในทุกภาคส่วน จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้มีสุขภาพดีไปด้วยกันด้วยการร่วมเป็นฮีโร่ในการป้องกันไข้เลือดออก ช่วยกันบอกต่อแนวทางการป้องกันไข้เลือดออกให้กับคนใกล้ตัว เพื่อเป็นการกระจายความรู้ออกไปเป็นวงกว้างอีกด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26510 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dengue3.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร </strong>กล่าวว่า<strong> “</strong>เนื่องจากสภาพภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่หลากหลายและอาจเอื้อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก กทม.จึงดำเนินการเชิงรุกในพื้นที่ชุมชน โรงเรียน และศาสนสถาน โดยการเฝ้าระวังการเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย การสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ชุมชน  การปรับภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อม จัดทำ Big Cleaning Day ลงพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง และย้ำเตือนแก่ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขทั้ง 50 เขต ซึ่งเป็นเส้นเลือดฝอยในการที่ช่วยกระจายความรู้ ร่วมกับการย้ำเตือนถึงวิธีลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายด้วยการมาตรการการป้องกันไข้เลือดออก พร้อมทั้งใช้แอปพลิเคชัน Line ในการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนทราบถึงภัยของไข้เลือดออกและแนวทางในการป้องกันตนเองที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกและรวดเร็ว นอกจากการป้องกันแบบบูรณาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจะลดลงได้ตามเป้า หากเราทุกคนมาร่วมกันเป็น เดงกี่ ฮีโร่ นำพาชุมชนไปสู่สังคมปลอดไข้เลืออดออกด้วยกัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26511 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dengue4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายยูจิ ชิมิซึ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด </strong>กล่าวว่า<strong> “</strong>คาโอดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย และได้ตระหนักถึงภัยร้ายของโรคไข้เลือดออก โดยได้ดำเนินโครงการ “GUARD OUR FUTURE” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อปกป้องให้ผู้คนให้ห่างไกลและปลอดภัยจากยุง ซึ่งในส่วนแรกของโครงการเรามุ่งเน้นในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันศึกษา โดยในปีนี้คาโอได้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาฟีเจอร์ “Mosquito Bite Crowdsourcing” ในแอปพลิเคชัน “รู้ทัน” หรือแอปแจ้งเตือนภัยสุขภาพที่อยู่รอบตัว    ซึ่งดำเนินการโดย เนคเทค สวทช. และกรมควบคุมโรค เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประชาชนเข้ามาร่วมช่วยกันรายงานสถานการณ์ของยุงตรงพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ จากการทำงาน หรือทำกิจกรรมใด ๆ ได้จากทั่วประเทศ  โดยข้อมูลการรายงานนี้ จะนำมาช่วยเสริมการตรวจจับการระบาดในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกต่อไป อีกทั้งคาโอยังให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดระดับประเทศ ได้ทำการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงให้ทางกรมควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการแพร่ระบาดจากโรคไข้เลือดออกในวงกว้าง และในส่วนที่ 2 ของโครงการ คาโอมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อปกป้องผู้คนให้ห่างไกลจากยุง ซึ่งล่าสุดในปีนี้คาโอได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่นด้านความปลอดภัย สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงได้และไม่รบกวนกิจวัตรประจำวันอีกด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26512 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dengue5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือ Dengue-zero ที่มุ่งมั่นในการนำพาประเทศไทยสู่สังคมปลอดไข้เลือดออกตามกลยุทธ์ที่ส่งเสริมการทำงานกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ซึ่งตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมากิจกรรมภายใต้ความร่วมมือนี้ได้สนับสนุนให้เกิดการป้องกันและควบคุมไข้เลือดออกในเชิงรุก ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี โดยในปีนี้แคมเปญ <strong>“ยิ่งไม่รู้ ยิ่งต้องป้องกัน”</strong> จะมายกระดับการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความอันตรายของโรคโดยได้ ‘วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร’ ศิลปินดาวรุ่งระดับอินเตอร์มาเป็นหนึ่งใน “เดงกี่ ฮีโร่” ในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันไข้เลือดออกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อปกป้องตนเองและคนใกล้ตัวให้ห่างไกลจากไข้เลือดออก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Dengue6.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>นายปีเตอร์ สไตรเบิล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด </strong>กล่าวว่า “ทาเคดามุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งของกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมปลอดไข้เลือดออกผ่านความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในหลากหลายมิติ เพื่อช่วยลดภาระทางด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม โดยเน้นการสื่อสารที่ให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการป้องกันโรคไข้เลือดออกและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร คุณครูและนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ ขอขอบคุณกรมควบคุมโรค กรุงเทพมหานคร และเหล่าพันธมิตรที่ร่วมกันทำงานเพื่อปกป้องคนไทยจากไข้เลือดออก และเราจะทำงานและเดินหน้าประสานทุกความร่วมมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการระบาด การเจ็บป่วย และการสูญเสียให้เป็นศูนย์ในไทยให้ได้”</p>
<p>รับชมวิดีโอ ไข้เลือดออกยิ่งไม่รู้ยิ่งต้องป้องกัน ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/watch/?v=469659479078812" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/watch/?v=469659479078812</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/dengue-hero-towards-zero-death/">กรมควบคุมโรค และ กทม. ร่วมด้วยพันธมิตร ชวนคนไทยเป็น “เดงกี่ ฮีโร่” รณรงค์ลดป่วย ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก  ที่ปีนี้คาดอาจพุ่งสูงและเสียชีวิตทะลุ 280 ราย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรมอนามัย จับมือ Robinhood รณรงค์ให้คนไทย เลือกสั่ง ‘หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/anamai-moph-hand-robinhood-drive-sweetless-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Jan 2023 14:19:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[FOOD DELIVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Robinhood]]></category>
		<category><![CDATA[Robinhood Food]]></category>
		<category><![CDATA[กรมอนามัย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ลดหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเค็ม]]></category>
		<category><![CDATA[สีหนาท ล่ำซำ]]></category>
		<category><![CDATA[หวานน้อยสั่งได้]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูชูสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โซเดียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16508</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด หรือผู้พัฒนาและให้บริการแอปพลิเคชัน “Robinhood” รณรงค์ให้คนไทยสุขภาพดี พร้อมรับนโยบายหวานน้อยสั่งได้ และเมนูชูสุขภาพ ให้ประชาชนเลือกและสั่งเครื่องดื่มหวานน้อย และเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ผ่านแอปพลิเคชัน Robinhood นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในการเป็นประธานลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนเมนูชูสุขภาพและหวานน้อยสั่งได้สู่ร้านอาหารและ Food delivery ร่วมกับ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด หรือผู้พัฒนาและให้บริการแอปพลิเคชัน “Robinhood” ณ ห้องประชุมสมบูรณ์ วัชโรทัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า กลุ่มวัยทำงานมักมีปัญหาเรื่องสุขภาพซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงด้านบริโภคอาหาร ที่มีรสชาติ หวาน มัน เค็ม ขาดการออกกำลังกาย จากข้อมูลด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2560–2562 พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลทราย จำนวน 2.5–2.6 ล้านตันต่อปี โดยในปี 2562 คนไทยดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเฉลี่ย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/anamai-moph-hand-robinhood-drive-sweetless-campaign/">กรมอนามัย จับมือ Robinhood รณรงค์ให้คนไทย เลือกสั่ง ‘หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข</strong> ร่วมกับ<strong> บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด</strong> หรือผู้พัฒนาและให้บริการแอปพลิเคชัน “Robinhood” รณรงค์ให้คนไทยสุขภาพดี พร้อมรับนโยบายหวานน้อยสั่งได้ และเมนูชูสุขภาพ ให้ประชาชนเลือกและสั่งเครื่องดื่มหวานน้อย และเมนูชูสุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม ผ่านแอปพลิเคชัน Robinhood</p>
<p><span id="more-16508"></span></p>
<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย</strong> กล่าวในการเป็นประธานลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนเมนูชูสุขภาพและหวานน้อยสั่งได้สู่ร้านอาหารและ Food delivery ร่วมกับ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด หรือผู้พัฒนาและให้บริการแอปพลิเคชัน “Robinhood” ณ ห้องประชุมสมบูรณ์ วัชโรทัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ว่า กลุ่มวัยทำงานมักมีปัญหาเรื่องสุขภาพซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงด้านบริโภคอาหาร ที่มีรสชาติ หวาน มัน เค็ม ขาดการออกกำลังกาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Sweet2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>จากข้อมูลด้านพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2560–2562 พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลทราย จำนวน 2.5–2.6 ล้านตันต่อปี โดยในปี 2562 คนไทยดื่มเครื่องดื่มผสมน้ำตาลเฉลี่ย 3 แก้วต่อวัน และจากข้อมูลของเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย พบว่า คนไทยบริโภคเกลือโซเดียมมากถึง 3,636 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนดคือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสาเหตุการตาย 3 อันดับแรก ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือด คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตเท่ากับ 123.3 คน 47.1 คน และ 31.8 คนต่อประชากรแสนคน ตามลำดับ</p>
<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย</strong> กล่าวต่อไปว่า กรมอนามัยจึงได้ขับเคลื่อนนโยบาย “หวานน้อยสั่งได้” และ “เมนูชูสุขภาพ” เพื่อลดการบริโภคหวาน มัน เค็ม ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบันของคนไทย ที่สั่งอาหารผ่าน Food delivery มากขึ้น เนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว และมีโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมาย ซึ่งตรงกับข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในปี 2564 ที่พบว่า คนไทยสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม Food delivery มากกว่า วันละ 330,000 ครั้ง หรือปีละกว่า 120 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2562 ช่วงก่อนโควิดระบาด ที่มีจำนวนราว 35-45 ล้านครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Sweet1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ทั้งนี้ การร่วมมือกับ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Robinhood) ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ และเมนูชูสุขภาพ ให้ประชาชนเลือกบริโภคเครื่องดื่มหวานน้อย และอาหารลดหวาน มัน เค็ม โดยสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชัน “Robinhood” เพื่อให้ประชาชนมีช่องทางการเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้น และเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน ในการเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่ดี เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อให้มีสุขภาพดีแบบยั่งยืนต่อไป</p>
<p>ด้าน <strong>นายสีหนาท ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด</strong> ผู้พัฒนาและให้บริการแอปพลิเคชัน “Robinhood” กล่าวว่า หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและนิยมสั่งอาหารผ่านช่องทาง Food delivery มากขึ้น ด้วยวิถีชีวิตในยุค New Normal สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญนอกจากความสะดวก รวดเร็วในการให้บริการแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับสุขภาพของลูกค้าให้ได้รับอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วย การร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นการสนับสนุนนโยบายภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อน &#8220;โครงการหวานน้อยสั่งได้&#8221; และ “เมนูชูสุขภาพ” เพิ่มทางเลือกให้ร้านอาหาร ร้านค้าที่มีเมนูหวานน้อยร้อยละ 5 และอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ที่ได้รับการรับรองจากกรมอนามัย โดยนำมาไว้บนแอปพลิเคชั่น Robinhood เพื่อให้ลูกค้าสั่งอาหารเพื่อสุขภาพง่ายๆ ผ่าน &#8220;Robinhood Food&#8221; ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มมีทางเลือก และสามารถเข้าถึงอาหาร และเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับไรเดอร์ของเรา สอดรับกับเทรนด์การเติบโตของอาหารเพื่อสุขภาพในปัจจุบันอีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/anamai-moph-hand-robinhood-drive-sweetless-campaign/">กรมอนามัย จับมือ Robinhood รณรงค์ให้คนไทย เลือกสั่ง ‘หวานน้อยสั่งได้ – เมนูชูสุขภาพ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกของไทย AIS เร่งสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เปิดตัว “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”​ ผ่านระบบการศึกษาทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/ais-launched-aunjaicyber-program-1st-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Sep 2022 09:15:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[4P4ป]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS Academy]]></category>
		<category><![CDATA[AIS อุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Citizenship]]></category>
		<category><![CDATA[DQ]]></category>
		<category><![CDATA[LearnDi]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะด้านดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลเมืองดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยคุกคามทางไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มจธ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย]]></category>
		<category><![CDATA[สมชัย เลิศสุทธิวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14652</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทักษะด้านดิจิทัล ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน จากการที่เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เข้ามามีบทบาท และเข้าถึงทั้งเด็ก เยาวชน รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ผู้คนใช้เวลาและทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การเติบโตจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งการหลอกลวง การกลั่นแกล้ง หรือการปล่อยข่าวปลอมต่างๆ ผ่านโลกออนไลน์ก็เติบโตและมีมาในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น จนกลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในสังคมไทยปัจจุบัน การสร้างภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันการใช้งานสื่อดิจิทัลต่างๆ จึงมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องหันมามอง โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางของสังคม การขยายโอกาส การเพิ่มช่องทางเข้าถึงองค์ความรู้ ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาครอบคลุม เข้าใจง่าย รวมทั้งมีความยืดหยุ่นให้สามารถเข้าถึงได้ในเวลาที่ต้องการ จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างทักษะด้านดิจิทัลที่จะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพกาย และสุขภาพใจของผู้คนไม่น้อยไปกว่าความฉลาดหรือการสร้างทักษะด้านอื่นๆ “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ยกระดับการศึกษาให้เท่าทันภัยไซเบอร์   AIS ในฐานะผู้นำที่มีความมุ่งมั่นต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางบวกให้กับสังคมดิจิทัลของไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ามาเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนและสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการร่วมพัฒนา “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” เพื่อเป็นองค์ความรู้และเติมทักษะดิจิทัล ให้สังคมไทย ในรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล ผ่านช่องทางการสื่อสารเพื่อให้เกิดการรับรู้และการลงมือทำไปยังสาธารณชน ซึ่งได้ทำการทดลองเสมือนจริง ในรูปแบบ Sandbox มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 เพื่อทดสอบทั้งผลลัพธ์ คุณภาพของเนื้อหา​ ช่องทางในการเข้าถึงผู้เรียน​ โดยมีครูและนักเรียนที่เข้าร่วมและสอบผ่านไปแล้วกว่า 160,000 คน นำมาสู่การลงนามอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดตัว “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” หลักสูตรการเรียนรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ครั้งแรกของไทย ภายใต้การผนึกกำลังระหว่าง AIS ร่วมกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/ais-launched-aunjaicyber-program-1st-in-thailand/">ครั้งแรกของไทย AIS เร่งสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เปิดตัว “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”​ ผ่านระบบการศึกษาทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทักษะด้านดิจิทัล</strong> ถือเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน จากการที่เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เข้ามามีบทบาท และเข้าถึงทั้งเด็ก เยาวชน รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ผู้คนใช้เวลาและทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-14652"></span></p>
<p>ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การเติบโตจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งการหลอกลวง การกลั่นแกล้ง หรือการปล่อยข่าวปลอมต่างๆ ผ่านโลกออนไลน์ก็เติบโตและมีมาในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น จนกลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในสังคมไทยปัจจุบัน</p>
<p>การสร้างภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันการใช้งานสื่อดิจิทัลต่างๆ จึงมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องหันมามอง โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางของสังคม การขยายโอกาส การเพิ่มช่องทางเข้าถึงองค์ความรู้ ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาครอบคลุม เข้าใจง่าย รวมทั้งมีความยืดหยุ่นให้สามารถเข้าถึงได้ในเวลาที่ต้องการ จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างทักษะด้านดิจิทัลที่จะส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพกาย และสุขภาพใจของผู้คนไม่น้อยไปกว่าความฉลาดหรือการสร้างทักษะด้านอื่นๆ</p>
<p><strong>“หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” ยกระดับการศึกษาให้เท่าทันภัยไซเบอร์  </strong></p>
<p>AIS ในฐานะผู้นำที่มีความมุ่งมั่นต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางบวกให้กับสังคมดิจิทัลของไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ามาเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนและสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ในการร่วมพัฒนา <strong>“หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”</strong> เพื่อเป็นองค์ความรู้และเติมทักษะดิจิทัล ให้สังคมไทย ในรูปแบบสื่อการเรียนรู้ดิจิทัล ผ่านช่องทางการสื่อสารเพื่อให้เกิดการรับรู้และการลงมือทำไปยังสาธารณชน ซึ่งได้ทำการทดลองเสมือนจริง ในรูปแบบ Sandbox มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 เพื่อทดสอบทั้งผลลัพธ์ คุณภาพของเนื้อหา​ ช่องทางในการเข้าถึงผู้เรียน​ โดยมีครูและนักเรียนที่เข้าร่วมและสอบผ่านไปแล้วกว่า 160,000 คน</p>
<p>นำมาสู่การลงนามอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดตัว <strong>“หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์</strong>” หลักสูตรการเรียนรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ครั้งแรกของไทย ภายใต้การผนึกกำลังระหว่าง AIS ร่วมกับ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อร่วมกันยกระดับการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ตั้งแต่เด็ก เยาวชน ไปจนถึงคนทั่วไป</p>
<p>โดยเป้าหมาย Next Step ที่ตั้งไว้หลังออกจาก Sandbox คือการส่งต่อองค์ความรู้ไปยังสถานศึกษากว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้คนไทยทุกเพศ ทุกวัย เข้าร่วมเรียนรู้วัดระดับทักษะดิจิทัลจากหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ในฐานะพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) โดยสามารถเข้าถึงได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล LearnDi  และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER ซึ่งเนื้อหาในหลักสูตรได้มีการออกแบบเนื้อหาที่อ้างอิงมาตรฐานตามกรอบการพัฒนาทักษะทางดิจิทัลอย่าง <strong>DQ Framework</strong><strong>​</strong> และปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14654 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AIS-Cyber3.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p><strong>คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>AIS</strong> กล่าวว่า “เป้าหมายการทำงานของ AIS ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายให้ตอบโจทย์การใช้งานเท่านั้น แต่ตระหนักถึงการสร้างสังคมดิจิทัลให้ดีขึ้นด้วย จึงได้เปิดตัวโครงการ <strong>อุ่นใจไซเบอร์ </strong>ขึ้นในปี 2562 เพื่อเป็นแกนกลางและร่วมสร้างเครือข่ายกับทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมดิจิทัลของไทย  ทั้งในมุมของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือ เพื่อช่วยให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และในมุมของการสร้างภูมิปัญญา ในลักษณะขององค์ความรู้เพื่อส่งเสริมและสร้างทักษะดิจิทัลให้คนไทยรู้เท่าทัน พร้อมอยู่กับโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์</p>
<p>“การพัฒนา <strong>“หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” </strong>ถือเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ในการสร้างสังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ความร่วมมือกับ  3 กระทรวงหลักของประเทศ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต เป็นผู้พัฒนาเนื้อหาหลักสูตร ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ออกแบบให้อยู่ในลักษณะของกราฟิกหรือแอนิเมชัน กระทรวงศึกษาธิการ โดย สพฐ. ช่วยรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐานของหลักสูตรด้านการศึกษา พร้อมให้นักเรียนสามารถเข้ามาเรียนได้  ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเข้ามาขยายผลต่อไปยังโรงเรียนในสังกัด เพื่อส่งต่อความฉลาดทางด้านดิจิทัลให้ครอบคลุมประชาชนวงกว้างของประเทศให้มากที่สุด ซึ่ง AIS จะคอยเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนและสนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ การสร้างช่องทางการเพิ่มการรับรู้ไปสู่สาธารณะ และนำไปใช้งานได้อย่างเกิดประสิทธิภาพ ภายใต้การพัฒนาเครื่องมือทางเทคโนโลยี Online Learning Platform โดย AIS Academy อย่าง LearnDi เป็นแพลตฟอร์มให้ผู้ใช้งานเข้ามาเรียนรู้ได้ทั้งบนเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน อุ่นใจ CYBER  เพื่อให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น”​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14653 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AIS-Cyber2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ปั้นหลักสูตร เสริมทักษะพลเมืองดิจิทัล</strong></p>
<p>สำหรับเนื้อหาของ <strong>“หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์” </strong>จะมีการออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละหลักสูตรทั้งกลุ่มครู ในสังกัดกระทรวงศึกษา, กลุ่มครูและบุคลากรทางศึกษาในสังกัด อปท. กระทรวงมหาดไทย, กลุ่มนักเรียนในสังกัด อปท., กลุ่มเด็กและเยาวชน และกลุ่มประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งมีข่าวสารอัพเดทเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ เพื่อเพิ่มความรู้เท่าทันรูปแบบภัยไซเบอร์ในสังคม ขณะที่เนื้อหาจากแต่หลักสูตรจะเน้นสร้างความเข้าใจผ่าน <strong>4 Professional Skill Module</strong> หรือ <strong>4P4</strong><strong>ป</strong> ครอบคลุมทักษะดิจิทัล ดังนี้</p>
<p><strong>1. Practice :</strong> ผ่านการ ‘<strong>ปลูกฝัง</strong><strong>’ </strong>ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องและเหมาะสม</p>
<p><strong>2. Personality </strong>: แนะนำการ ‘<strong>ปกป้อง</strong><strong>’</strong> ความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์</p>
<p><strong>3. Protection </strong>: เรียนรู้การ ‘<strong>ป้องกัน</strong><strong>’</strong> ภัยไซเบอร์บนโลกออนไลน์</p>
<p><strong>4. Participation :</strong> รู้จักการ ‘<strong>ปฏิสัมพันธ์</strong><strong>’</strong> ด้วยทักษะและพฤติกรรมการสื่อสารบนออนไลน์อย่างเหมาะสม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14655 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AIS-Cyber4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ด้านความร่วมมือจากแต่ละภาคีที่เข้าร่วม ต่างเข้ามีบทบาทในการขับเคลื่อนและร่วมพัฒนาหลักสูตรที่แตกต่างกันไป ตามความเชี่ยวชาญของแต่ละผ่าย ประกอบด้วย</p>
<p><strong>กระทรวงศึกษาธิการ </strong><strong>: </strong>รับรองมาตรฐานของหลักสูตร จากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ตามการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานสอน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งสามารถนำผลการนับชั่วโมงในหลักสูตรไปประกอบการขอมี/ เลื่อนวิทยฐานะ ตามหลักที่ ก.ค.ศ. กำหนด พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ของครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนจากสถานศึกษาภายใต้การกำกับของกระทรวงศึกษาธิการทั่วประเทศ ทั้ง สพฐ., สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ก.ศ.น.)</p>
<p><em>“หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคการศึกษาไทยเพื่อปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงฯ ที่มุ่งมั่นขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษา โดยเฉพาะการรับมือจากภัยไซเบอร์หลากหลายรูปแบบในทุกมิติ จำเป็นต้องเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และยกระดับความรู้ให้เท่าทันทั้งด้านดีและไม่ดี รวมถึงการเดินหน้าขยายความครอบคลุมการเรียนการสอนให้ได้มากที่สุด เพื่อทำให้บุคลากรทางการศึกษา และเยาวชนไทยมีความรู้ทักษะดิจิทัลที่เท่าทันภัยไซเบอร์ที่แฝงมากับการใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมถึงสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นสูงสุด”</em> <strong>คุณตรีนุช เทียนทอง </strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว</p>
<p><strong>กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข </strong>: จัดทำเนื้อหาหรือบทเรียนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ รวมถึงการรับมือภัยบนโลกออนไลน์ เพื่อการใช้สื่อดิจิทัลเทคโนโลยีอย่างถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของคนไทยและการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ</p>
<p><em>“กรมสุขภาพจิต ในฐานะองค์กรหลักด้านการดูแลสุขภาพจิตของคนไทย มุ่งเน้นสนับสนุนให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพจิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการร่วมพัฒนาหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์​ครั้งนี้ ​ถือเป็นการสะท้อนนโยบายที่เป็นรูปธรรมดังกล่าว ผ่านการจัดทำเนื้อหาที่เหมาะสมกับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกวัย ในลักษณะของการกระตุ้นเตือน แนะนำ ให้สามารถใช้ชีวิต รับมือกับความท้าทายต่างๆ ในยุคดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ </em>” <strong>พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ </strong>อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว</p>
<p><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)</strong> : ผู้พัฒนาสื่อการสอนในรูปแบบดิจิทัล ในรูปแบบของ VDO, Motion Graphic และ Animation รวมถึงการจัดทำแบบทดสอบเพื่อวัดและประเมินผล โดย <strong>รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย</strong> อธิการบดี มจธ กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจร่วมกันของคณาจารย์ บุคลากร ด้วยการใช้ศักยภาพของคณะครุศาสตร์ อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ผ่านการพัฒนาสื่อการสอนในรูปแบบดิจิทัล รวมทั้งจัดทำแบบทดสอบเพื่อวัดและประเมินผลว่าผู้เรียนมีทักทักษะและเข้าใจหน้าที่พลเมืองดิจิทัลมากเพียงพอหรือไม่ โดยหวังว่าการเรียนรู้ในหลักสูตรนี้จะช่วยให้ทุกคนปรับตัวในการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพและใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์อย่างปลอดภัย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14656 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AIS-Cyber5.jpg" alt="" width="1200" height="895" /></p>
<p><strong>กระทรวงมหาดไทย </strong>: แนวร่วมในการขยายหลักสูตรไปสู่กลุ่มครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนจากสถานศึกษา ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกว่า 700,000 คน  โดย <strong>ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี </strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า<em>“นอกเหนือจากเป้าหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย ความมั่นคงภายในประเทศ กระทรวงมหาดไทยยังมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน หนึ่งในนั้นคือการทำให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่กับโลกออนไลน์ได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย ผ่านการมีทักษะรับมือกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในยุคดิจิทัลได้อย่างดี”</em></p>
<p>หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์ ได้เริ่มเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนในระบบอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันนี้  สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถเรียนรู้และสร้างทักษะทางดิจิทัลของทุกท่านได้ที่ <a href="https://learndiaunjaicyber.ais.co.th/" target="_blank" rel="noopener">https://learndiaunjaicyber.ais.co.th/</a> ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/ais-launched-aunjaicyber-program-1st-in-thailand/">ครั้งแรกของไทย AIS เร่งสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เปิดตัว “หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์”​ ผ่านระบบการศึกษาทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขความลับ รากฐานสาธารณสุขไทยยุค New Normal เอไอเอสนำดิจิทัลสร้างความยั่งยืน  สังคมสุขภาพดี ลดเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/05/ais-support-health-volunteers-for-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 May 2020 01:31:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS 5G สู้ภัยโควิด]]></category>
		<category><![CDATA[AIS Robotic Labs]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Robot for Care]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ซิมฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สมชัย เลิศสุทธิวงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุขพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นยนต์ผู้ช่วยแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[อสม.นักรบเสื้อเทา]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์”]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=7637</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอไอเอส สานต่อภารกิจ “AIS 5G สู้ภัยโควิด” เสริมทัพสาธารณสุขให้แกร่งด้วยการติดอาวุธแอปพลิเคชันให้ “นักรบเสื้อเทา” สู้กับการแพร่ระบาดโควิด-19 แบบครบวงจร พร้อมจัดหนักมอบ ”ซิมฮีโร่” ให้อสม.ปฏิบัติภารกิจได้แบบไม่สะดุด และมอบฟรีประกันภัยโควิด เพื่อเป็นกำลังใจให้นักรบเสื้อเทา อสม. พร้อมต่อสู้ป้องกันการแพร่ระบาดรอบ 2 โดยมีเป้าหมายหลักคือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างความยั่งยืน จากกรณีที่ปัจจุบันการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐ ความร่วมมือของประชาชนที่ร่วมกันเว้นระยะห่างทางสังคม ( Social Distancing) รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขรวมถึง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. ทั่วประเทศที่ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการรักษา ฟื้นฟู และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสชนิดนี้อย่างหนักมาโดยตลอด แต่ทว่ามาตรการคลายล็อกดาวน์ที่ภาครัฐกำลังผ่อนปรนให้หลาย ๆ ธุรกิจกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง อาจเป็นตัวจุดชนวนการแพร่ระบาดของเชื้อในระลอกที่ 2 ได้ จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันยับยั้งไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ล่าสุด เอไอเอส ได้ผนึกกำลังกับกระทรวงสาธารณสุข พัฒนาแอปพลิเคชันใช้เป็นอาวุธเครื่องมือให้กับ อสม. นักรบเสื้อเทา เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 แบบครบวงจร ตั้งแต่ระดับรากฐานไปจนถึงการรายงานผลภาพรวมในระดับประเทศ โดยการพัฒนาใหม่เพิ่มฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์” จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ อสม. สามารถ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง คัดกรอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/05/ais-support-health-volunteers-for-covid-19/">ไขความลับ รากฐานสาธารณสุขไทยยุค New Normal เอไอเอสนำดิจิทัลสร้างความยั่งยืน  สังคมสุขภาพดี ลดเหลื่อมล้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เอไอเอส สานต่อภารกิจ “AIS 5G สู้ภัยโควิด” เสริมทัพสาธารณสุขให้แกร่งด้วยการติดอาวุธแอปพลิเคชันให้ “นักรบเสื้อเทา” สู้กับการแพร่ระบาดโควิด-19 แบบครบวงจร พร้อมจัดหนักมอบ ”ซิมฮีโร่” ให้อสม.ปฏิบัติภารกิจได้แบบไม่สะดุด และมอบฟรีประกันภัยโควิด เพื่อเป็นกำลังใจให้นักรบเสื้อเทา อสม. พร้อมต่อสู้ป้องกันการแพร่ระบาดรอบ 2 โดยมีเป้าหมายหลักคือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างความยั่งยืน</span></h4>
<p><span id="more-7637"></span></p>
<p>จากกรณีที่ปัจจุบันการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐ ความร่วมมือของประชาชนที่ร่วมกันเว้นระยะห่างทางสังคม ( Social Distancing) รวมไปถึงการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขรวมถึง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. ทั่วประเทศที่ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการรักษา ฟื้นฟู และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสชนิดนี้อย่างหนักมาโดยตลอด</p>
<figure id="attachment_7638" aria-describedby="caption-attachment-7638" style="width: 540px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7638" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/AIS-1-1.jpg" alt="" width="540" height="287" /><figcaption id="caption-attachment-7638" class="wp-caption-text">รวมพลังสนับสนุน อสม</figcaption></figure>
<p>แต่ทว่ามาตรการคลายล็อกดาวน์ที่ภาครัฐกำลังผ่อนปรนให้หลาย ๆ ธุรกิจกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง อาจเป็นตัวจุดชนวนการแพร่ระบาดของเชื้อในระลอกที่ 2 ได้ จึงเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันยับยั้งไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น</p>
<p>ล่าสุด <strong>เอไอเอส</strong> ได้ผนึกกำลังกับ<strong>กระทรวงสาธารณสุข</strong> พัฒนาแอปพลิเคชันใช้เป็นอาวุธเครื่องมือให้กับ อสม. นักรบเสื้อเทา เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 แบบครบวงจร ตั้งแต่ระดับรากฐานไปจนถึงการรายงานผลภาพรวมในระดับประเทศ โดยการพัฒนาใหม่เพิ่มฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์” จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ อสม. สามารถ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง คัดกรอง และติดตามกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมมอบ “ซิมฮีโร่” พิเศษเพื่อสมาชิก อสม. ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งความห่วงใยมอบฟรีประกันภัยโควิด-19 เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจป้องกันการแพร่ระบาดรอบ 2</p>
<figure id="attachment_7639" aria-describedby="caption-attachment-7639" style="width: 516px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7639" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/AIS-2-1.jpg" alt="" width="516" height="356" /><figcaption id="caption-attachment-7639" class="wp-caption-text">อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกและรมว.สธ</figcaption></figure>
<p>ซึ่งเรื่องนี้ <strong>อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก</strong>ล่าวว่า “การที่เอไอเอสได้ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องยาวนานเพื่อสร้างเครื่องมือต่าง ๆ มอบให้ อสม.นำไปต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ถือเป็นคุณูปการอันใหญ่หลวง นอกจากนี้เอไอเอสยังได้ช่วยกระทรวงสาธารณสุขโดยมาเสริมทักษะให้พี่น้องชาวอสม.ในเรื่องการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาดูแลสุขภาพของประชาชน และในวันนี้เอไอเอสได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่แอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์” ใช้เป็นเครื่องมือช่วยเสริมการทำงานของอสม.ในการตรวจสอบและคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงในชุมชน ทั้งจากที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่นและมีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อ และสามารถส่งข้อมูลเหล่านี้ผ่านแอปพลิเคชันเพื่อนำไปวิเคราะห์สถานการณ์เฝ้าระวังและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผมเชื่อมั่นว่าแอปพลิเคชันนี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี”</p>
<p>ด้าน <strong>นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ</strong> กล่าวถึงบทบาทของ อสม.ว่า เป็นหน่วยงานของสาธารณสุขด่านหน้าที่ไปเคาะประตูบ้านของประชาชนเพื่อให้ความรู้ส่งผลให้ตัวเลขการแพร่ระบาดของโควิดในต่างจังหวัดลดลงอย่างมาก ซึ่งผลงานเป็นที่ประจักษ์จนได้รับการยอมรับจากสังคมไทยและสังคมโลก ล่าสุดได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกว่าอสม.เป็นเสมือนพลังเงียบสู้ภัยโควิด-19 ที่ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ลดลงเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p>“ ซึ่งทางกรมฯ ได้ร่วมมือกับ เอไอเอส พัฒนาแอปพลิเคชัน “อสม.ออนไลน์” เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงานให้กับ อสม.เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี และร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลจัดโครงการประกวด อสม.แอปพลิเคชันมอบรางวัลชมรมอสม.ต่าง ๆ ในพื้นที่ จำนวน 202 รางวัลมากกว่า 10 ลบ. ในนามของกรมฯขอขอบคุณเอไอเอสที่เห็นความสำคัญของการทุ่มเทและเสียสละของอสม.อย่างต่อเนื่อง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>AIS ส่ง 5G เสริมทัพสู้ภัยโควิด</strong></span></h4>
<figure id="attachment_7640" aria-describedby="caption-attachment-7640" style="width: 493px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7640" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/AIS-3-1.jpg" alt="" width="493" height="328" /><figcaption id="caption-attachment-7640" class="wp-caption-text">สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส ขึ้นกล่าวขอบคุณ อสม.นักรบเสื้อเทา</figcaption></figure>
<p><strong>สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส</strong> กล่าวว่านับตั้งแต่เอไอเอสประมูลคลื่น 5G เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้แข็งแกร่งและนำพาประเทศไทยก้าวไปอีกขั้นตามเจตนารมณ์ของภาครัฐ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในโครงการ” AIS 5G ต้านภัยโควิด-19” โดยขยายเครือข่าย 5G สนับสนุนการทำงานตามโรงพยาบาลทั่วประเทศด้วยงบประมาณ 177 ล้านบาท</p>
<p>“นับจากวันที่เอไอเอสได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการนำพลานุภาพของเครือข่ายอัจฉริยะ 5G มาสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ พยาบาล ยกระดับงานสาธารณสุขให้สามารถทำงานเชิงรุก ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราได้ขยายเครือข่าย 5G ไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ 161 แห่งใน 77 จังหวัด นอกจากนี้ยังเพิ่มซุปเปอร์ไวไฟ 4G ให้กับทุกโรงพยาบาลด้วย ในโครงการ AIS 5G ต้านภัยโควิด-19 ”</p>
<p>ทั้งนี้ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ทีมแพทย์และพยาบาลต้องทำงานเพื่อต่อสู้กับโรคมหัตภัยนี้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคแก่บุคลากรทางการแพทย์ ทาง เอไอเอส ได้ใช้ศักยภาพของ 5G ตั้งศูนย์เฉพาะกิจ <strong>AIS Robotic Labs</strong> พัฒนา <strong>Robot for Care</strong> หุ่นยนต์ผู้ช่วยแพทย์ทำหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ช่วยรักษาระยะห่างระหว่างหมอและคนไข้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7641 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/AIS-4-1.jpg" alt="" width="540" height="360" /></p>
<p>ซึ่งเรื่องนี้สมชัย กล่าวเสริมว่า “เราสร้างหุ่นยนต์ Robot for care จำนวน 23 ตัว มอบให้กับ 22 โรงพยาบาล เพื่อลดความเสี่ยงของแพทย์และพยาบาลไม่ต้องสัมผัสกับคนไข้โดยตรง โดยหุ่นยนต์จะทำหน้าที่วัดไข้โดยไม่ต้องใช้คนมาตรวจด้วย Termo Scan นอกจากนี้คุณหมอยังสามารถบังคับหุ่นยนต์ Robot for care ด้วยมือถือ ให้ไปตรวจคนไข้ตามห้องต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงของแพทย์และพยาบาล ได้อีกด้วย”</p>
<p>นอกจากนี้เอไอเอส ยังนำระบบ AI อัจฉริยะส่งมอบให้ 2 โรงพยาบาลเพื่อใช้วิเคราะห์หาผู้ป่วยโควิดได้รวดเร็วแม่นยำ โดยกระบวนการนำข้อมูลจากทุกโรงพยาบาลที่ทำ TC scan ปอดของผู้ป่วย แล้วส่งผลตรวจมายัง AI วิเคราะห์เชื้อโรคโควิด-19 และสามารถทราบผลภายในเวลาเพียง 30 วินาที โดยมี ความแม่นยำถึง 97% จากการทดสอบที่ประเทศจีน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>ติดแอป-ติดอาวุธให้อสม.</strong></span></h4>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7642 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/AIS-5-1.jpg" alt="" width="566" height="377" /></p>
<p>ล่าสุดเอไอเอสได้สานต่อภารกิจ <strong>“AIS 5G ต้านภัยโควิด-19”</strong> โดยผนึกกำลังกับกระทรวงสาธารณสุขพัฒนาฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของนักรบเสื้อเทาดังนี้</p>
<p>1<strong> เพิ่มฟีเจอร์คัดกรองและติดตามโควิด-19</strong> บน แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์เพื่อให้อสม.ใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังความเสี่ยง คัดกรอง และติดตามผลกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในชุมชน ด้วยรูปแบบการรายงานดิจิทัล      แบบเรียลไทม์ทางมือถือ ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.สต. สาธารณสุขอำเภอและสาธารณสุขจังหวัด สามารถติดตามข้อมูลรายละเอียดการคัดกรองได้ทันเหตุการณ์</p>
<p>2 สนับสนุน<strong>”ซิมฮีโร่”</strong> ให้แก่อสม.ทั่วประเทศ มอบอินเตอร์เน็ตสำหรับใช้งานบนแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ได้ฟรีไม่จำกัดที่ความเร็ว 1Mbps เล่นเน็ตไม่รั่ว ที่ความเร็ว 128 kbps โทรทุกเครือข่ายวินาทีละ 2 สตางค์ ตลอด 24 ชั่วโมงนาน 1 ปี</p>
<p>3 <strong>มอบสิทธิ์ความคุ้มครองประกันภัยให้ อสม.ทั่วประเทศฟรี</strong> โดยมีระยะเวลาคุ้มครอง 30 วัน คุ้มครองการเสียชีวิตทุกกรณี 50,000 บาท และรับความคุ้มครองชดเชยรายวัน 400 บาท/วัน สูงสุดไม่เกิน 15 วัน เมื่อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย</p>
<p>ปัจจุบันมีสมาชิก อสม.ทั้งประเทศ 1,050,000 คน มียอดดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ 410,000 ราย แต่ยอดใช้งานจริงเพียง 340,000 คน ซึ่งเชื่อว่าหลังจากเพิ่มการสนับสนุนไปแล้วจะทำให้มียอดใช้แอปฯ นี้เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพให้การทำงานสาธารณสุขในเชิงรุก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #993366;"><strong>AIS ร่วมสร้างความยั่งยืนสาธารณสุขไทย</strong></span></h4>
<figure id="attachment_7643" aria-describedby="caption-attachment-7643" style="width: 538px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7643" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/AIS-6.jpg" alt="" width="538" height="358" /><figcaption id="caption-attachment-7643" class="wp-caption-text">อาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน (อสม.) ปฏิบัติงานดูแลสุขภาพชาวบ้านอย่างใกล้ชิด</figcaption></figure>
<p>สมชัย เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า “เมื่อเดือนตุลาคม 2558 เอไอเอสได้บรรลุข้อตกลงร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อหาเครื่องมือช่วย อสม.ในการทำงาน ทางเอไอเอสจึงพัฒนา แอปพลิเคชัน “อสม.ออนไลน์” ขึ้นมา และเริ่มมีการจัดกิจกรรมขึ้นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและกระตุ้นให้ชาวอสม.เข้าใจ เข้าถึงและเกิดการใช้งาน จึงจัดโครงการประกวดการใช้งานแอปพลิเคชันอสม.ออนไลน์ โดยใช้งบประมาณ 10 ลบ ปัจจุบันดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 ”</p>
<p>โครงการประกวดฯ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยบริการสุขภาพ และ อสม. ได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลสุขภาพของประชาชน รวมทั้ง ส่งเสริมให้ อสม. มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพื่อนำองค์ความรู้ไปแนะนำการดูแลสุขภาพให้แก่คนในชุมชน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการสร้างต้นแบบการใช้งานในพื้นที่ เกิดกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในแต่ละพื้นที่ร่วมกัน อันจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของคนไทย ทั้งด้านรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน</p>
<figure id="attachment_7644" aria-describedby="caption-attachment-7644" style="width: 563px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-7644" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/05/AIS-7.jpg" alt="" width="563" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-7644" class="wp-caption-text">แอปพลิเคชัน อสม ออนไลน์ อาวุธดิจิทัลคู่กายนักรบเสื้อเทา</figcaption></figure>
<p>ด้วยหลักการทำงานของแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ที่เน้นเสริมสร้างพื้นฐานทางด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน แอปฯ นี้จึงได้รับรางวัลชนะเลิศการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ส่งเสริมกระบวนการทำงาน การเรียนรู้และสุขภาพประจำปี 2017 จาก WSIS 2017 Prizes Winner จากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU และองค์การสหประชาติ UN ที่สะท้อนให้เห็นว่าการใช้นวัตกรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้งาน ทุกเพศทุกวัยและกระจายสู่พื้นที่ต่างๆ อย่างเสมอภาค อีกทั้งยังสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ ในเรื่องการใช้งานอสม.ออนไลน์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ให้มีการใช้แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์อย่างกว้างขวางและใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>สมชัย กล่าวสรุปถึงเป้าหมายการทำงานร่วมกันสาธารณสุขว่า “ตลอดเวลาแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ มีการพัฒนาเพิ่มเติมฟีเจอร์ฟังก์ชั่นต่างๆ อยู่ตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของอสม.ในพื้นที่ เช่นในปี 2562 มีการเพิ่มฟังก์ชั่นการทำการสำรวจลูกน้ำยุงลาย ส่งผลให้อัตรากรการติดต่อของโรคไข้เลือดออกลดลงอย่างน่าพอใจ สำหรับปีนี้เมื่อเกิดโควิดแพร่กระจายจึงเพิ่มฟังก์ชั่นรายงานโควิดขึ้นมา รวมถึงล่าสุดเราได้รับการร้องขอจากกระทรวงสาธารณสุขว่าหลังจากเรื่องโควิดแล้ว ขอให้เอไอเอสพัฒนาฟีเจอร์เรื่องสุขภาพจิต ซึ่งถือเป็นการบ้านที่เราจะต้องไปพัฒนาต่อไป”</strong></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/05/ais-support-health-volunteers-for-covid-19/">ไขความลับ รากฐานสาธารณสุขไทยยุค New Normal เอไอเอสนำดิจิทัลสร้างความยั่งยืน  สังคมสุขภาพดี ลดเหลื่อมล้ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
