<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรีนไฮโดรเจน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Sep 2024 10:46:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>กรีนไฮโดรเจน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ราช กรุ๊ป  ลงทุนครึ่งปีหลัง 1 หมื่นล้าน ทั้ง​ไทย สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เร่งศึกษาเทคโนโลยีใหม่เติมพอร์ตพลังงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-1h-2024-performance-and-direction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Sep 2024 08:47:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Battery Energy Storage System]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[Brownfields]]></category>
		<category><![CDATA[Direct PPA]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Greenfields]]></category>
		<category><![CDATA[Nuclear]]></category>
		<category><![CDATA[PPA]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Small Reactor Modular]]></category>
		<category><![CDATA[SMR]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[การซื้อขายไฟฟ้าแบบตรง]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[แผนลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28253</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศหนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 โดย​กลยุทธ์ขับเคลื่อนได้วางให้สอดคล้องไปกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศไทย สปป. ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน และการขับเคลื่อนสู่​ Carbon Neutrality และ Net Zero ที่แต่ละประเทศได้ตั้งเป้าหมายไว้ คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยผล​ดำเนินงานรอบ 6 เดือน ของปี 2567 ​มีรายได้รวม 22,351 ล้านบาท รายได้หลัก 94% มาจากธุรกิจไฟฟ้ารวม 21,020 ล้านบาท ทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 17,895 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 3,125 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากสาธารณูปโภคและส่วนอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-1h-2024-performance-and-direction/">ราช กรุ๊ป  ลงทุนครึ่งปีหลัง 1 หมื่นล้าน ทั้ง​ไทย สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เร่งศึกษาเทคโนโลยีใหม่เติมพอร์ตพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>ประกาศหนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593</p>
<p><span id="more-28253"></span></p>
<p>โดย​กลยุทธ์ขับเคลื่อนได้วางให้สอดคล้องไปกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศไทย สปป. ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย เพื่อสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน และการขับเคลื่อนสู่​ Carbon Neutrality และ Net Zero ที่แต่ละประเทศได้ตั้งเป้าหมายไว้</p>
<p><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong><strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า บริษัทสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยผล​ดำเนินงานรอบ 6 เดือน ของปี 2567 ​มีรายได้รวม 22,351 ล้านบาท รายได้หลัก 94% มาจากธุรกิจไฟฟ้ารวม 21,020 ล้านบาท ทั้งโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 17,895 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 3,125 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากสาธารณูปโภคและส่วนอื่นๆ อีก 6% หรือ 1,331 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 3,827 ล้านบาท เติบโต 7.1% รวมทั้งอนุมัติ​จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบ 6 เดือนแรก 0.80 บาทต่อหุ้น​ รวมเป็นจำนวน 1,740 ล้านบาท ​โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 กันยายน ที่จะถึงนี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28547 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่แนวทาง​ขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเติบโตจากนี้​ จะมุ่งเน้น​ 3 เรื่อง ​คือ</p>
<p><strong>1. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์</strong> โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่เป็นแหล่งรายได้หลักและกระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยจะนำดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการติดตามการดำเนินงานและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2. บริหารโครงการในมือที่มีอยู่แล้วให้เสร็จตามเป้าหมาย</strong> ซึ่งปัจจุบันมี 15 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น รวม 1,773 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง ในจำนวนนี้มี 4 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าอาร์อีเอ็น โคราช โรงไฟฟ้านวนครส่วนขยาย โรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง1 เวียดนาม และโครงการกักเก็บพลังงานระบบแบตเตอรี่ LG2 ออสเตรเลีย กำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น รวม 40 เมกะวัตต์ มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในครึ่งหลังของปีนี้</p>
<p>และยังมี 3 โครงการที่ดำเนินการสำเร็จไปแล้วในครึ่งแรกของปีนี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าหินกอง ชุดที่ 1 กำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 392.7 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าไพตัน อินโดนีเซีย กำลังการผลิต 742 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าคาลาบังก้า ฟิลิปปินส์ กำลังการผลิต 36.36 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>3. การลงทุนขยายธุรกิจ</strong> ​​มุ่งเน้นลงทุนในโครงการตามแนวทาง และกรอบการพัฒนาของประเทศเป้าหมายแต่ละแห่ง ทั้งในไทย ​ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ​ซึ่ง​ครอบคลุมกำลังการผลิตพลังงานทดแทน (Greenfields) และเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (Brownfields) ควบคู่ไปกับการศึกษาโมเดลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) การผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสีเขียว การซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: DPPA) และการผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Reactor Modular: SMR)</p>
<p><i>&#8220;หลักการลงทุนของราช กรุ๊ป จะยึดจากศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของเราเป็นหลัก โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ลงทุนทั้ง Greenfields และ​ Grid Connection และความคุ้นเคยในโครงสร้างและตลาดไฟฟ้าของประเทศเป้าหมายที่ดำเนินการอยู่ ทำให้สามารถเข้าใจสภาพตลาดและความต้องการของผู้บริโภค ที่มีต่อทั้งสินค้า บริการ และราคาที่ต้องการ ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างแข็งแกร่ง&#8221; </i></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-Toora-Wind-Australia.jpg" alt="" width="1200" height="806" /></p>
<p><strong>ศึกษาเทคโนโลยีใหม่ รับแผนเปลี่ยนผ่านสู่​พลังงานสะอาด 100%</strong></p>
<p>​ปัจจุบัน ราช กรุ๊ป สามารถ​รับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุนรวม 10,817.28 MW ​โดย 72.5% เป็นกำลังผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวม 7,842.61 เมกะวัตต์ และ 27.5% เป็นกำลังผลิตจากพลังงานทดแทน รวม 2,974.67 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถ​ถึงเป้าหมายที่ตั้งเป้าสัดส่วน Renewable ให้ได้ 30% ภายในปี  2573 และเพิ่มเป็น 40% ภายในปี 2578</p>
<p>ทำให้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมปรับยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการเติบโตให้สอดคล้องกับโอกาส และบริบททางธุรกิจที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ทั้งจากมาตรการด้านภาษี  การประกาศ Carbon Tax หรือการตื่นตัวของโลกด้านความยั่งยืน พร้อม​ทบทวนจุดแข็ง ศักยภาพ หรือการเร่งลงทุนในบางเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถปรับตัวไปทันกับทิศทางโลก รวมทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายสุดท้าย​ที่จะต้องเปลี่ยนผ่านมาสู่ Greenfields ทั้ง 100% ของพอร์ตธุรกิจภายในปี 2593 ​ซึ่งจำเป็นต้องเร่งศึกษาทั้งโมเดลและเทคโนโลยีในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่เป็นกลุ่มพลังงานสะอาด ​รวมท้ังในกลุ่มที่ช่วยกักเก็บพัลงงาน​ห​รือสามารถเสริมประสิทธิภาพเพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วง Energy Transition นี้​ เช่น ระบบแบตเตอรี่ หรือ​การนำระบบ Synchronous Condenser มาใช้</p>
<p><em>&#8220;บริษัทตั้งงบลงทุน​ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ราว 1 หมื่นล้านบาท ​</em>เพื่อ​ลงทุนทั้งในโครงการกรีนฟิลด์ และบราวน์ฟิลด์ โดยจะเข้าร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าในประเทศเป้าหมาย โดยประเทศไทยและอินโดนีเซีย มีโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และก๊าซธรรมชาติ  ส่วน​ สปป. ลาว มีศักยภาพที่จะลงทุนด้านพลังงานน้ำเพื่อส่งจำหน่ายให้กับประเทศไทย และในออสเตรเลียจะเป็นโครงการพลังงานลม แสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงการประเภท Synchronous Condenser ที่ต่อยอดจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการรักษาความมั่นคงทางพลังงาน&#8221;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28549 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-LAOS3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการที่ ราช กรุ๊ป เริ่มศึกษาเพื่อพัฒนาโมเดล​ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า​ใหม่ๆ รวมทั้งเทคโนโลยีด้านพลังงานอนาคตที่ยังไม่มีผู้เล่นหลัก หรือเจ้าตลาด เพื่อขยายไปสู่การเติบโตใหม่ๆ รวมท้ังสอดคล้องกับแผน Energy Transition ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211;  โครงการกรีนไฮโดรเจน ได้ร่วมกับ BIG พัฒนาการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานทดแทน​ใน​ไทย ​ลาว และออสเตรเลีย เพื่อจำหน่ายภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และการผลิตไฟฟ้าในอนาคต</p>
<p>&#8211; ระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งบริษัทย่อยในออสเตรเลียกำลังศึกษาโครงการขนาด 100 MW/200 MWh ในรัฐนิวเซาท์เวลส์</p>
<p>&#8211; โครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงในประเทศไทย (DPPA) ซึ่งกำลังร่วมกับพันธมิตรศึกษาโครงการนำร่องในนิคมอุตสาหกรรม</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมกับพันธมิตร เพื่อศึกษาการสร้างโรงไฟฟ้า​นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ​ทั้งการศึกษาด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ ศักยภาพและความเหมาะสมของทำเลที่ตั้ง พร้อมทั้งการ​ประเมินผลกระทบด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความปลอดภัยสูงหากมีการนำมาใช้ เนื่องจากความท้าทายสำคัญ​มากกว่าทุกเรื่อง คือ การทำให้ประชาชนยอมรับและเกิดความมั่นใจ จึงต้องเน้นการให้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกับประชาน รวมทั้งยังต้องรอขั้นตอน​ให้ประเทศไทยได้รับใบอนุญาตในการเป็นประเทศที่จะสามารถดำเนินโครงการในลักษณะนี้ได้เสียก่อน ซึ่ง​คาดว่ามีเวลาในการเตรียมตัวสำหรับการขับเคลื่อนได้อีกหลายปี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-1h-2024-performance-and-direction/">ราช กรุ๊ป  ลงทุนครึ่งปีหลัง 1 หมื่นล้าน ทั้ง​ไทย สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เร่งศึกษาเทคโนโลยีใหม่เติมพอร์ตพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บีไอจี จับมือ ราช กรุ๊ป ศึกษาและพัฒนากรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/big-join-ratch-climate-technology-collaboration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 23:35:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen 7 Hubs]]></category>
		<category><![CDATA[hydropower.]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Renewal Energy]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26211</guid>

					<description><![CDATA[<p>บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จับมือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลงนามความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่งและการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทฯ ที่จะร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ รวมทั้งการสร้างสรรค์สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นพันธมิตรของราชกรุ๊ป กับบีไอจี เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานทดแทนและโอกาสทางธุรกิจ บริษัทฯ ถือเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านไฟฟ้ามาคิดค้นวิธีการและรูปแบบในการนำไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมาผลิตกรีนไฮโดรเจน อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่สามารถนำมาสนับสนุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการนี้ ถือเป็นก้าวแรกของบริษัทฯ ที่จะเข้าสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยสามารถขยายธุรกิจไปยังฐานผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนของบริษัทฯ โดยเฉพาะออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าให้กับบริษัทฯ ในอนาคตระยะยาว เพราะกรีนไฮโดรเจน ถือเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคตที่ความต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ยังตอบสนองแผนการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ปี 2050 เช่นกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/big-join-ratch-climate-technology-collaboration/">บีไอจี จับมือ ราช กรุ๊ป ศึกษาและพัฒนากรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บีไอจี</strong> ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) จับมือ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลงนามความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</p>
<p><span id="more-26211"></span></p>
<p>เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่งและการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทฯ ที่จะร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ รวมทั้งการสร้างสรรค์สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต</p>
<p><strong>คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นพันธมิตรของราชกรุ๊ป กับบีไอจี เพื่อนำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาร่วมกันพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนจากพลังงานทดแทนและโอกาสทางธุรกิจ บริษัทฯ ถือเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านไฟฟ้ามาคิดค้นวิธีการและรูปแบบในการนำไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมาผลิตกรีนไฮโดรเจน อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่สามารถนำมาสนับสนุนได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โครงการนี้ ถือเป็นก้าวแรกของบริษัทฯ ที่จะเข้าสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ซึ่งเป็นการต่อยอดจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าโดยสามารถขยายธุรกิจไปยังฐานผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนของบริษัทฯ โดยเฉพาะออสเตรเลีย อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะสร้างมูลค่าให้กับบริษัทฯ ในอนาคตระยะยาว เพราะกรีนไฮโดรเจน ถือเป็นเชื้อเพลิงแห่งอนาคตที่ความต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ธุรกิจเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ยังตอบสนองแผนการลดก๊าซเรือนกระจก และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ปี 2050 เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Ratch2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี กล่าวว่า บีไอจีเดินหน้าในการนำนวัตกรรมจากไฮโดรเจนที่บีไอจีและแอร์โปรดักส์ บริษัทแม่ของบีไอจีจากประเทศสหรัฐฯ มีความชำนาญและเป็นผู้ลงทุนโครงการกรีนไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดของโลก ในโครงการผลิตกรีนไฮโดรเจน Neom ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่มีกำลังการผลิตกรีนไฮโดรเจนกว่า 600 ตันต่อวัน และต่อยอดการลงทุนในการผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำในการพัฒนาศูนย์กลางไฮโดรเจนระดับภูมิภาค 7 แห่ง (Hydrogen 7 Hubs) ของประเทศสหรัฐฯ มุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนในระดับสากล มีกลยุทธ์ Generating A Cleaner Future ร่วมกับทุกภาคส่วน บีไอจีตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาดเพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในประเทศไทยด้วยการผลักดันการผลิตและการใช้ประโยชน์จากพลังงานไฮโดรเจนซึ่งเป็นหนึ่งใน Climate Technology เพื่อเป็นแรงสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการร่วมมือศึกษาธุรกิจและพัฒนาการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียน (Renewal Energy) โดยมีแหล่งพลังงานที่หลากหลาย อาทิ พลังงานน้ำ (Hydropower) พลังงานลมและพลังงานแสงแดดจากสปป. ลาว รวมถึงพลังงานลมและพลังงานแสงแดดจากแผงโซล่าเซลล์ในประเทศออสเตรเลียนี้ กรีนไฮโดรเจนที่ได้จะถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานเพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมและประเทศบรรลุเป้าหมาย NDC Plan 2573 ได้สำเร็จ การใช้กรีนไฮโดรเจนนี้ยังช่วยผลักดันภาคอุตสาหกรรมในการแข่งขันในตลาดโลกจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) ด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/big-join-ratch-climate-technology-collaboration/">บีไอจี จับมือ ราช กรุ๊ป ศึกษาและพัฒนากรีนไฮโดรเจนจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC จับมือ บีไอจี ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) ครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-hands-big-for-driving-hydrogen-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 May 2024 04:15:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Hydrogen Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Generating a Cleaner Future]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[NEOM]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพร บุณยพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมก๊าซ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บลูไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยบุตร จารุเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25615</guid>

					<description><![CDATA[<p>GC ร่วมมือกับ บีไอจี ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ Hydrogen Economy ในประเทศไทย รวมถึงการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลักดันการใช้ไฮโดรเจน มุ่งสู่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ในปี 2573 สอดรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Net Zero Company) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ร่วมกับ บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) และเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) พลังงานเชื้อเพลิงที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดรับกลยุทธ์การรับมือกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต สร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ผ่านการใช้จุดแข็ง และความเชี่ยวชาญ ในธุรกิจด้านไฮโดรเจนและคาร์บอน นำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ (Necessity &#38; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-hands-big-for-driving-hydrogen-economy/">GC จับมือ บีไอจี ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) ครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> GC </strong>ร่วมมือกับ <strong>บีไอจี</strong> ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ Hydrogen Economy ในประเทศไทย รวมถึงการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรมเพื่อผลักดันการใช้ไฮโดรเจน มุ่งสู่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ในปี 2573 สอดรับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Net Zero Company)</p>
<p><span id="more-25615"></span></p>
<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> GC</strong> ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต ร่วมกับ<strong> บีไอจี</strong> ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Company) และเป็นผู้ริเริ่มในการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) พลังงานเชื้อเพลิงที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดรับกลยุทธ์การรับมือกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต สร้างความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว ผ่านการใช้จุดแข็ง และความเชี่ยวชาญ ในธุรกิจด้านไฮโดรเจนและคาร์บอน นำมาต่อยอดและพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ (Necessity &amp; Opportunity in New Landscape) ของ GC และ บีไอจี ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาและขยายโครงสร้างพื้นฐาน และการกระตุ้นให้เกิดทั้งอุปสงค์และอุปทานตลอดห่วงโซ่ธุรกิจไฮโดรเจนในประเทศไทย ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; การผลิตและการแสวงหานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านไฮโดรเจน</strong></p>
<p><strong>&#8211; โอกาสในการขยายธุรกิจไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ</strong> เพื่อรองรับความต้องการพลังงานเชื้อเพลิงปลอดคาร์บอนในอนาคต อาทิเช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์และธุรกิจการบินที่ให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25620 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/GC-BIG3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณทศพร บุณยพิพัฒน์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า GC มีแผนการดำเนินงานและการวัดผลสำเร็จตามเป้าที่ชัดเจนสอดรับกลยุทธ์ 3 Steps Plus ได้แก่ Step Change ยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน Step Out แสวงหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ Step Up การดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน และ Necessity &amp; Opportunity in New Landscape การแสวงหาโอกาสและพัฒนาต่อยอดให้เกิดธุรกิจใหม่ด้านไฮโดรเจนและคาร์บอน และการใช้ไฮโดรเจนพลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต สู่การผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำให้กับผู้บริโภคเพื่อสร้างระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนร่วมกันสอดรับการขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593</p>
<p><strong>คุณปิยบุตร จารุเพ็ญ</strong> กรรมการผู้จัดการ บีไอจี เปิดเผยว่า บีไอจี ผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เป็นบริษัทในเครือ Air Products จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเงินลงทุนโครงการบลูและกรีนไฮโดรเจนมูลค่ากว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยล่าสุดได้สร้างคอมเพล็กซ์ผลิตกรีนไฮโดรเจนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เมืองนีออม (NEOM) ประเทศ ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งใช้พลังงานหมุนเวียนมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อผลิตเป็นกรีนแอมโมเนียขนส่งไปทั่วโลก และยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฮโดรเจนของโครงการ Clean Hydrogen Hub ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>
<p>สำหรับประเทศไทยนั้น บีไอจีเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไฮโดรเจนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มุ่งเน้นสร้างความยั่งยืนด้วยการนำเทคโนโลยีไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำมาช่วยแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมทั้งในภาคขนส่ง อุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้า เป็นต้น เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับ GC ในครั้งนี้จะเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของบีไอจีที่จะสร้างอนาคตที่สะอาด (Generating a Cleaner Future) โดยผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เน้นการลงมือทำอย่างแท้จริง พร้อมกับการพัฒนา Ecosystem เพื่อประสานความเชี่ยวชาญที่หลากหลายของทั้งสององค์กร ด้วยเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการลดผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/gc-hands-big-for-driving-hydrogen-economy/">GC จับมือ บีไอจี ร่วมผลักดันเศรษฐกิจไฮโดรเจน (Hydrogen Economy) ครั้งแรกในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
