<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การจัดซื้อจัดจ้าง &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 15:59:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>การจัดซื้อจัดจ้าง &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3 วิกฤติสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Climate crisis]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ณกรณ์ ตรรกวิรพัท]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.คุรุจิต นาครทรรพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมภพ สุวรรณศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ บุญสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธนา เจียมตระการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42262</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis” เวทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำเสนอผ่านประเด็น Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม <strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI)</strong> พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร</p>
<p><span id="more-42262"></span></p>
<p>โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246467.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เ</strong><strong>วทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ </strong>นำเสนอผ่านประเด็น <strong>Climate Crisis </strong><strong>วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน </strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องเร่งขับเคลื่อนแผนด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>สำหรับประเทศไทยได้เร่งเครื่องในระดับนโยบายในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยการตั้งเป้าให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยเป็นการปรับเป้า Net Zero ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงระดับนโยบาย ด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุล ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong> ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า “องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศมีความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย TEI และ TBCSD ได้บูรณาการการทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกับองค์กรสมาชิกและองค์กรพันธมิตร จนทำให้ TBCSD กลายมาเป็นผู้นำภาคธุรกิจในการยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทย อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Procure.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กรมบัญชีกลางเดินหน้ายกระดับ “ภาครัฐสีเขียว” ผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> โดย <strong>นางแพตริเซีย มงคลวนิช</strong> อธิบดีกรมบัญชีกลาง “ได้เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมบัญชีกลางได้เริ่มดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งนำร่องบังคับใช้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระยะแรกได้กำหนดสินค้าจำนวน 8 รายการ ได้แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น กระดาษอนามัยรถยนต์ (ยกเว้นรถตู้) เครื่องดับเพลิงยกหิ้ว ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และสี โดยมีการนำข้อมูลเชิงลึกจากระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) มาใช้ในการวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าเข้าสู่ระบบ e-Shopping เพื่ออำนวยความสะดวกหน่วยงานจัดซื้อ มุ่งหวังกระตุ้นผู้ผลิตในตลาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero Emission อย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p>พร้อมทั้ง ได้มีการจัด <strong>พิธีลงนาม</strong><strong>บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (</strong><strong>MOU) </strong><strong>ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับเกณฑ์อาคารเขียวไทย</strong> ระหว่าง มูลนิธิอาคารเขียวไทย กับ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารเขียวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของ TEI อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246469.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ช่วงการ<strong>เสวนา “</strong><strong>Climate Crisis : </strong><strong>สร้างผลกระทบ – ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อหาทางรอดจากวิกฤติ</strong><strong>อย่างยั่งยืน” </strong>โดยผู้บริหารขององค์กรพันธมิตรของ TBCSD จำนวน 4 หน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ดังนี้</p>
<p><strong>นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท</strong> ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า “ปัญหา Climate Change ได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงระบบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความมั่นคงด้านพลังงาน และความเป็นอยู่ของประชาชนฐานราก โดยคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศอาจลดลงถึงร้อยละ 7–14 ภายในปี 2050 หากไม่มีการปรับตัวอย่างเป็นระบบ</p>
<p>แต่ในทางตรงกันข้าม การลงทุนในการปรับตัว (Adaptation) เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพียงร้อยละ 1 ของ GDP/ปี จะสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ถึงร้อยละ 4–5 ภายในปี 2050 สอดรับกับเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศในปี 2050 ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการทั้งในด้าน Adaptation และ Mitigation ควบคู่กับการผลักดันกฎหมาย พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ การบังคับใช้ภาษีคาร์บอน และการพัฒนา Green Skills ในภาคการศึกษาและแรงงาน กลไกคาร์บอนเครดิตจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและองค์ความรู้เฉพาะทาง โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิควิชาการและการรับรองมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) แก่ทุกภาคส่วนทั้งพลังงาน อุตสาหกรรม และ SMEs เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอน พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246470.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.คุรุจิต นาครทรรพ</strong> ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความรับผิดชอบร่วมกัน ที่แตกต่างกัน ของทุกประเทศในการแก้ภาวะโลกรวนบนหลักการ Common but Differentiated Responsibilities โดยการออกกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ mandate ระบบ MRV รายงานข้อมูลการปล่อย GHG, Carbon Pricing via ETS การจัดสรรโควตาการปล่อยและการซื้อขายสิทธิและจัดตั้ง Real Carbon Market การบูรณาการจะยั่งยืนต้องดำเนินการไปควบคู่กันในทุกมิติ เศรษฐกิจพัฒนาเติบโตได้ สิ่งแวดล้อมก็สะอาด เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายยุทธนา เจียมตระการ</strong> ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทย กล่าวว่า “Climate Crisis” ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน โครงสร้างเศรษฐกิจ และความอยู่รอดของธุรกิจไทยหอการค้าไทยในฐานะตัวแทนภาคเอกชน จึงผลักดันแนวคิด “Reinvent Thailand” เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจปรับตัวจากการปฏิบัติตามกติกา ไปสู่การใช้กติกาใหม่เป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพ พร้อมกันนี้ ยังเน้นว่าการสร้างความยั่งยืนต้องบูรณาการทั้งเทคโนโลยี การพัฒนาคน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อเสริม resilience และขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong>ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์</strong> ผู้แทนสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งสำคัญในการปรับตัวสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ “FTI : The New Chapter of Thai Industry” จึงเป็นกรอบยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูล มาตรฐานด้านสภาพภูมิอากาศ และกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกแนวทางดังกล่าวยังมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้าน Climate Action อย่างเป็นรูปธรรมพร้อมสนับสนุน SME และแรงงานไทยให้สามารถปรับตัวต่อเศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างทั่วถึงเป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “Inclusive &amp; Sustainable Growth”ที่เติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่บทใหม่ของการพัฒนาที่แข่งขันได้ ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/KBANK.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บรรยายพิเศษ “</strong><strong>Move forward Challenges and Directions for Net Zero”</strong> ผ่านการนำเสนอโดยคณะกรรมการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับมาตรฐานขององค์กรภาคธุรกิจไทย เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายพิพิธ เอนกนิธิ</strong> ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาใน 3 มิติ ได้แก่ Economic crisis, Climate crisis และ Bio-diversity crisis โดยที่ผ่านมาธนาคารสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ไปช่วยแก้ปัญหาได้ในสองมิติแรก ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว แต่ระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่อิงตาม GDP ยังมีจุดบอดที่ไม่ได้ประเมิน &#8216;มูลค่าของธรรมชาติ&#8217; เข้าไปด้วย เราจึงต้องผลักดันแนวคิด Natural Capital Accounting (NCA) หรือการบัญชีต้นทุนทางธรรมชาติ เพื่อแปลงธรรมชาติที่เคยเป็นของฟรีให้เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางการเงินที่ชัดเจน การสร้างชุดข้อมูลที่เป็นภาษากลางนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ยกระดับภาคธุรกิจจากการแก้ปัญหาระยะสั้นแบบต่างคนต่างทำ ไปสู่การผนึกกำลังร่วมกัน (Collective Action) เพื่อปกป้องธรรมชาติซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายปฐมภพ สุวรรณศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Net Zero ไม่ใช่เพียงวาระด้านความยั่งยืนเพื่อลดคาร์บอนขององค์กร แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคอุตสาหกรรม ไทยคมในฐานะผู้นำด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ มุ่งสร้างคุณค่าโดยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ คู่ค้า และลูกค้า ผ่านทั้งบริการสื่อสารผ่านดาวเทียม (SATCOM) และบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (GEOINT) โดยมีตัวอย่างสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีอวกาศและ AI ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย แพลตฟอร์ม CarbonWatch ที่ได้รับการรับรองจาก อบก. ให้เป็นเครื่องมือประเมินการกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมรายแรกของไทย โดยร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน ร่วมกับบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ อบก. จากเทคโนโลยีอวกาศ สู่ ESG และความยั่งยืนของประเทศ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246474.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
