<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การประกันภัย ช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรกรรากหญ้า &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Jun 2018 07:19:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>การประกันภัย ช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรกรรากหญ้า &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จริงไหม? “การประกันภัย” ช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรกรรากหญ้า จาก Climate Change</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/06/climate-insurance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Jun 2018 07:11:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[climate insurance]]></category>
		<category><![CDATA[IFAD]]></category>
		<category><![CDATA[International Initiative for Impact Evaluation]]></category>
		<category><![CDATA[Medicins Sans Frontieres Holland]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การประกันภัย ช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรกรรากหญ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=3643</guid>

					<description><![CDATA[<p>เงินกว่าพันล้านดอลลาร์ ที่ลงทุนกับแผนการประกันภัย เพื่อช่วยเกษตรกรลดผลกระทบที่เกิดจาก Climate Change ที่แย่ลง แต่มีหลักฐานที่น้อยนิด ที่แสดงให้เห็นว่าแผนนี้ใช้ได้กับกลุ่มคนที่จนที่สุดนี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสังเกตต่อเนื่องว่า ประมาณ 75% ของจำนวนคนที่จนที่สุดในโลก อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ประสบภัยแล้ง และน้ำท่วมหรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ตามการรายงานของกองทุนระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาการเกษตร หรือ IFAD รายงานไว้ ทั้งนี้ หน่วยงานสหประชาชาติกล่าวว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่กำลังคุกคามส่งผลให้ความก้าวหน้าด้านการพัฒนาชะงัก หรือล่าช้าลงในบางประเทศ และยังส่งผลต่อเนื่องให้ผู้บริจาคและองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือมองเห็นว่า “การประกันภัย” เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยบรรเทาเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับข้อเสนอในการเข้าถึงสินเชื่อและการฝึกอบรม แต่การศึกษาด้านผลกระทบของประกันภัย ต่อเกษตรกรขนาดเล็ก และครอบครัวของพวกเขา ยังมีไม่เพียงพอเท่าไหร่นัก Bidisha Barooah ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินแห่ง the International Initiative for Impact Evaluation กล่าวในการประชุมที่ IFAD สำนักงานใหญ่ที่ประชุมด้านความยากจนของคนในชนบทที่ไว้ว่า หลักฐานด้านการประกันภัยการเกษตรยังไม่เพียงพอ และโดยเฉพาะสำหรับคนที่ประสบภัย เช่น ผู้หญิงและเด็ก “อีกเหตุผลหนึ่งคือหลายๆ คนยังไม่มีการประกันภัยนั่นเอง ซึ่งบ่อยครั้งก็เกิดจากการที่พวกเขาไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้หรือประเภทของการประกันภัยนั้นไม่เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการก็ไม่ได้ลงทุนอย่างเพียงพอในการจัดการกับความต้องการของเกษตรกร” Francesco Rispoli ผู้เชียวชาญการให้บริการด้านการเงินแห่ง IFAD [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/06/climate-insurance/">จริงไหม? “การประกันภัย” ช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรกรรากหญ้า จาก Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #ff0000;">เงินกว่าพันล้านดอลลาร์ ที่ลงทุนกับแผนการประกันภัย เพื่อช่วยเกษตรกรลดผลกระทบที่เกิดจาก Climate Change ที่แย่ลง แต่มีหลักฐานที่น้อยนิด ที่แสดงให้เห็นว่าแผนนี้ใช้ได้กับกลุ่มคนที่จนที่สุดนี้ได้</span></h4>
<p><span id="more-3643"></span></p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสังเกตต่อเนื่องว่า ประมาณ 75% ของจำนวนคนที่จนที่สุดในโลก อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทที่ประสบภัยแล้ง และน้ำท่วมหรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ตามการรายงานของกองทุนระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติเพื่อการพัฒนาการเกษตร หรือ IFAD รายงานไว้</p>
<p>ทั้งนี้ หน่วยงานสหประชาชาติกล่าวว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่กำลังคุกคามส่งผลให้ความก้าวหน้าด้านการพัฒนาชะงัก หรือล่าช้าลงในบางประเทศ และยังส่งผลต่อเนื่องให้ผู้บริจาคและองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือมองเห็นว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>“การประกันภัย”</strong> </span>เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยบรรเทาเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับข้อเสนอในการเข้าถึงสินเชื่อและการฝึกอบรม</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">แต่การศึกษาด้านผลกระทบของประกันภัย ต่อเกษตรกรขนาดเล็ก และครอบครัวของพวกเขา ยังมีไม่เพียงพอเท่าไหร่นัก</span></h5>
<p><strong>Bidisha Barooah</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินแห่ง <strong>the International Initiative for Impact Evaluation</strong> กล่าวในการประชุมที่ IFAD สำนักงานใหญ่ที่ประชุมด้านความยากจนของคนในชนบทที่ไว้ว่า หลักฐานด้านการประกันภัยการเกษตรยังไม่เพียงพอ และโดยเฉพาะสำหรับคนที่ประสบภัย เช่น ผู้หญิงและเด็ก</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><em>“อีกเหตุผลหนึ่งคือหลายๆ คนยังไม่มีการประกันภัยนั่นเอง ซึ่งบ่อยครั้งก็เกิดจากการที่พวกเขาไม่สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้หรือประเภทของการประกันภัยนั้นไม่เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการก็ไม่ได้ลงทุนอย่างเพียงพอในการจัดการกับความต้องการของเกษตรกร”</em></span></p>
<p><strong>Francesco Rispoli</strong> ผู้เชียวชาญการให้บริการด้านการเงินแห่ง IFAD กล่าวเพิ่มเติมว่า</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000000;"><em>“การพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการมีข้อมูลด้านพืชพันธุ์และสภาพอากาศที่มีมาตรฐาน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีน้อยมากในประเทศกำลังพัฒนา แต่ข้อมูลเหล่านี้ มีความสำคัญต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความต้องการของลูกค้าในการจ่ายให้กับผลิตภัณฑ์ประกันภัย แม้ว่า การประกันภัยสามารถปกป้องทรัพย์สินของเกษตรกรและโอนถ่ายความเสี่ยงส่วนบุคคล ธุรกิจ สถานบันการเงินรายย่อยและรัฐบาลได้”</em></span></p>
<p>ทั้งนี้ แผนงานการประกันภัย สำหรับเกษตรกรที่ยากจนส่วนใหญ่นั้น ได้รับการอุดหนุนเงินโดยรัฐบาล และได้รับการออกแบบโดยครอบคลุมสภาพอากาศที่รุนแรงที่เป็นผลกระทบหลัก แต่จะเกิดขึ้นบางปีเท่านั้น แต่ถ้าเกษตรกรได้รับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกปี ค่าใช้จ่ายเงินเพิ่มในการประกัน สำหรับภาวะช็อกจากสภาพภูมิอากาศซึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายปีนั้นจะเป็นสิ่งที่ยากกว่า</p>
<p><strong>หน่วยงานของสหประชาชาติ ได้เตือนถึง<span style="color: #ff0000;"><em>“</em>ระดับผู้อดอยากของโลก<em>” </em></span>ว่า มีอัตราที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้ง และการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าประเทศกำลังพัฒนาจะมีความร่ำรวยเพิ่มขึ้น และคนจนได้รับประโยชน์จากความร่ำรวยนี้ก็ตาม แต่พวกเขายังอยู่เหนือเส้นความยากจนที่สุดทีได้รับเงินเพียง 1.90 ดอลลาร์ต่อวันเพียงนิดเดียว</strong></p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><em>“เราต้องกลับมาย้อนถามตัวเองว่าหากการพัฒนานั้นมันประสบผลสำเร็จจริง แต่กลับมีอีกหลายชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ไม่ปลอดภัย จึงมีเพียงวิธีเดียวที่จะกำจัดความยากจนและความอดอยากในพื้นที่ชนบทไปได้คือ การหาสาเหตุหลักที่หยั่งรากซึ่งรวมถึงความไม่เท่าเทียมกันนั่นเอง”</em></span></h5>
<p><strong>Cornelia Richter</strong> รองประธานแห่ง IFAD กล่าว และยังเสริมอีกว่า ความไม่เท่าเทียมกันของประเทศกำลังพัฒนานั้นได้มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากว่าประเทศเหล่านั้นร่ำรวยมากขึ้นและนี่เป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับพื้นที่ชนบท</p>
<p><strong>Unni Karunakara</strong> ประธาน Medicins Sans Frontieres Holland องค์กรการกุศลบรรเทาด้านการแพทย์ กล่าวว่า ความไม่เท่าเทียมกันนั้นเป็นผลของตัวเลือกทางเศรษฐกิจ และการเมืองที่เกิดขึ้นจากเบื้องบน</p>
<p><em>“ผมเชื่อว่า มันเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะกำหนดการพัฒนาจากภายนอก เพราะเป็นสัญญาระหว่างประชาชนและรัฐบาลของพวกเขา เช่น ประเภทของการประกันสุขภาพที่ทางการให้มานั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน และในบางกรณีการปรับปรุงการประกันสุขภาพนั้นเป็นการตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่การแก้ไขตามเทคนิคที่ควรจะเป็น<span style="color: #000000;">”</span></em></p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">เขายังทิ้งท้ายไว้ว่า ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนานั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อประชาชนในประเทศส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการทำงานของประเทศ</span></h5>
<p>ที่มา</p>
<ul>
<li><a href="http://www.eco-business.com/" target="_blank" rel="noopener">eco-business.com</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/06/climate-insurance/">จริงไหม? “การประกันภัย” ช่วยบรรเทาปัญหาเกษตรกรรากหญ้า จาก Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
