<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 03 Mar 2026 12:13:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เศรษฐกิจต้องโต อนาคตต้องยั่งยืน กฟผ. ร่วมผลักดัน Sustainomy บนเวที FUTUREADY 2026 ร่วมกับเหล่าผู้นำทั้งในไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/egat-join-futuready-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2026 12:13:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BiOST]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Institute of Systematic Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Trilemma]]></category>
		<category><![CDATA[FUTUREADY 2026]]></category>
		<category><![CDATA[FUTUREADY Dinner Thought]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40368</guid>

					<description><![CDATA[<p>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าร่วมงาน FUTUREADY 2026 ในฐานะพันธมิตร ร่วมกับองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยงานจัดขึ้นโดย BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ณ BRANDi and Companies HopeQuarter ซึ่งรวบรวมผู้นำระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมผลักดันแนวคิด “Sustainomy” กรอบเศรษฐกิจใหม่ที่มุ่งเชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจกับอนาคตที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ในโอกาสนี้ ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. ได้รับเกียรติร่วมเสวนาในเวที FUTUREADY Dinner Thought ภายใต้ประเด็น “Geoeconomic Context: Mobilizing Capital and Resolving Conflict” โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา อาทิ Mr. Siddharth Chatterjee, UN Resident [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/egat-join-futuready-2026/">เศรษฐกิจต้องโต อนาคตต้องยั่งยืน กฟผ. ร่วมผลักดัน Sustainomy บนเวที FUTUREADY 2026 ร่วมกับเหล่าผู้นำทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) </strong>เข้าร่วมงาน <strong>FUTUREADY 2026</strong> ในฐานะพันธมิตร ร่วมกับองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยงานจัดขึ้นโดย <strong>BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</strong> ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ณ BRANDi and Companies HopeQuarter ซึ่งรวบรวมผู้นำระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมผลักดันแนวคิด “Sustainomy” กรอบเศรษฐกิจใหม่ที่มุ่งเชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจกับอนาคตที่ยั่งยืนอย่างเป็นระบบ</p>
<p><span id="more-40368"></span></p>
<p>ในโอกาสนี้ <strong>ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช</strong> ผู้ว่าการ กฟผ. ได้รับเกียรติร่วมเสวนาในเวที <strong>FUTUREADY Dinner Thought</strong> ภายใต้ประเด็น “<strong>Geoeconomic Context: Mobilizing Capital and Resolving Conflict</strong>” โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา อาทิ Mr. Siddharth Chatterjee, UN Resident Coordinator to China; Ms. Melinda Good, World Bank Division Director for Thailand and Myanmar; และ Mr. Curtis S. Chin, Senior Advisor at the Milken Institute การสนทนาครอบคลุมประเด็นภูมิเศรษฐศาสตร์ การระดมทุน และการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40371 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/EGAT3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ในการเสวนา ดร. นรินทร์ได้กล่าวถึงความท้าทายด้านพลังงานในบริบทของ “<strong>Energy Trilemma</strong>” ซึ่งโลกกำลังแสวงหาจุดสมดุล (Equilibrium) ระหว่าง 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน (Security) ความสามารถในการเข้าถึงได้ (Affordability) และความยั่งยืน (Sustainability) โดยชี้ให้เห็นว่าการบรรลุทั้งสามมิติพร้อมกันยังคงเป็นความท้าทายสำหรับประเทศไทย เนื่องจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องดำเนินการภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสม ขณะที่เทคโนโลยีเกิดใหม่ เช่น ไฮโดรเจน และระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ยังมีต้นทุนสูง การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม รวมถึงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่ส่งผลต่อการกระจายต้นทุนในระบบพลังงานโดยรวม</p>
<p>แนวทางสำคัญในการก้าวข้ามความท้าทายดังกล่าว ได้แก่ การกระจายแหล่งเชื้อเพลิงและจัดสมดุลส่วนผสมพลังงาน การเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด การยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบ ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิตไฟฟ้า และภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและสมดุล</p>
<p><strong>ดร. นรินทร์ </strong>ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยพลังงานต้องสามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นกลไกสำคัญ อาทิ โครงการ “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” ของ กฟผ. ที่สนับสนุนการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง พร้อมย้ำว่า “พลังงานที่ถูกที่สุด คือพลังงานที่ไม่ถูกใช้โดยสูญเปล่า”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40370 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/EGAT2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ในมุมมองต่อการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน ดร. นรินทร์ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำจำเป็นต้องกำหนดลำดับความสำคัญอย่างรอบด้าน โดยการลงทุนควรถูกตั้งคำถามว่า จะสามารถสร้างงานภายในประเทศ เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์ และวางตำแหน่งประเทศไทยให้มีบทบาทในตลาดพลังงานแห่งอนาคตได้หรือไม่</p>
<p>นอกจากนี้ ไม่อาจหลีกเลี่ยงมิติด้าน “คน” ได้ เพราะการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Transition) มีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวต้นทุนมีแนวโน้มลดลง จึงจำเป็นต้องสื่อสารอย่างโปร่งใสกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ท้ายที่สุด ทุกการตัดสินใจควรถูกประเมินจากความสามารถในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบ ลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน</p>
<p>การเข้าร่วม FUTUREADY 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ กฟผ. ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืน ตามแนวคิดของ Sustainomy เพื่อสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลและมั่นคงในระยะยาวให้กับประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/egat-join-futuready-2026/">เศรษฐกิจต้องโต อนาคตต้องยั่งยืน กฟผ. ร่วมผลักดัน Sustainomy บนเวที FUTUREADY 2026 ร่วมกับเหล่าผู้นำทั้งในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CKPower เดินหน้าส่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รุกธุรกิจขาย RECs รองรับตลาดไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/ckpower-expands-renewable-energy-certificates-according-to-5years-plan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2025 07:34:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CKP]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[INNOPOWER]]></category>
		<category><![CDATA[Mekha V]]></category>
		<category><![CDATA[RECs]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Certificates]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Ratings]]></category>
		<category><![CDATA[solar cell]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[อินโนพาวเวอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31815</guid>

					<description><![CDATA[<p>CKPower เดินหน้าส่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รุกธุรกิจขาย RECs รองรับตลาดไทยและต่างประเทศ วางเป้าเพิ่มมูลค่าการลงทุนสีเขียว ขานรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต  พร้อมคว้าผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ปี 2567 ระดับ AAA บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนด้านการเงินสีเขียว (Green Finance) ผ่านการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates : RECs) พร้อมเตรียมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD (Commercial Operation Date) จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 โครงการ รวมกำลังการผลิต 13 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเสริมสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนในประเทศไทย นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/ckpower-expands-renewable-energy-certificates-according-to-5years-plan/">CKPower เดินหน้าส่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รุกธุรกิจขาย RECs รองรับตลาดไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>CKPower เดินหน้าส่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รุกธุรกิจขาย RECs รองรับตลาดไทยและต่างประเทศ วางเป้าเพิ่มมูลค่าการลงทุนสีเขียว ขานรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต  </em><em>พร้อมคว้าผลประเมินหุ้นยั่งยืน </em><em>SET ESG Rating </em><em>ปี </em><em>2567 </em><em>ระดับ </em><em>AAA</em><span id="more-31815"></span></p>
<p>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนด้านการเงินสีเขียว (Green Finance) ผ่านการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates : RECs) พร้อมเตรียมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD (Commercial Operation Date) จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 โครงการ รวมกำลังการผลิต 13 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเสริมสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/S__69886009.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower กล่าวว่า จากแผนกลยุทธ์การดำเนินงานความยั่งยืนตามกรอบระยะเวลา 5 ปี (2565-2569) บริษัทได้ขยายโอกาสการดำเนินธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ร่วมกับทางบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) บริษัทในเครือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการนำโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) ขึ้นทะเบียนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ธุรกิจซื้อขาย RECs ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน โดยตลอดการดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการส่งมอบ RECs ให้กับ อินโนพาวเวอร์ แล้วจำนวน 39,660.46 RECs เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว</p>
<p><em>&#8220;ที่สำคัญในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา CKPower ได้ลงนามข้อตกลงสัญญาร่วมกับบริษัท เมฆา วี จำกัด (Mekha V) บริษัทในเครือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ RECs จากบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ แบบน้ำไหลผ่านใน สปป.ลาว เข้าสู่แพลตฟอร์ม ReAcc  เพื่อตอบรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานให้กับภาคอุตสาหกรรมในอนาคตและเตรียมความพร้อมในการรองรับการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจ&#8221;</em> นายธนวัฒน์ กล่าวเสริม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31818 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/S__69886007.jpg" alt="" width="1200" height="824" /></p>
<p>สำหรับความคืบหน้าของโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ (BEM) ที่บริษัทดำเนินการผ่าน บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) จำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 6.95 เมกะวัตต์ (MW) ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโดยคาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งในอนาคตจะศึกษาและต่อยอดความเป็นไปได้ในการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้กับระบบขนส่งที่กำลังเติบโตขยายตัวมากขึ้น พร้อมกันนี้ ทาง BKC ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) กลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงกับทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ (MW) มีกำหนด COD ในปี 2570 ด้วยระยะเวลาสัญญา 25 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31819 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/S__69886004.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ ซี เค พี (C-K-P) ในด้านความยืดหยุ่นของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งตั้งเป้าการขยายโอกาสในด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงขยายตลาดและความร่วมมือในธุรกิจการผลิตไฟฟ้า และเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทยังได้รับผลการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ระดับ &#8220;AAA&#8221; ถือเป็นการติดรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร (Resources) ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งก้าวเดินต่อจากนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้ง พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ ให้ได้มากกว่าร้อยละ 95 ภายในปี 2586 ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมลดการใช้พลังงานเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าคู่ขนานไปกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่สามารถหวังผลในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรมภายในปี 2593</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/S__69886008.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><em>&#8220;CKPower เชื่อมั่นในพลังงานหมุนเวียนว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการผลิตและใช้พลังงานสะอาดเพื่อร่วมสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบพลังงานและสังคมในระยะยาว&#8221;</em> นายธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/ckpower-expands-renewable-energy-certificates-according-to-5years-plan/">CKPower เดินหน้าส่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รุกธุรกิจขาย RECs รองรับตลาดไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตร ร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ. 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/set-carbon-ghg-emissions-inventory-tool/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jun 2024 06:57:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emissions Inventory]]></category>
		<category><![CDATA[I-TRACK]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Commitment]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Data Platform]]></category>
		<category><![CDATA[SET…Make it ‘Work’ for Every Future]]></category>
		<category><![CDATA[The International Tracking Standard]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภากร ปีตธวัชชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบการจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เทพรัตน์ เทพพิทักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26237</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก้าวสู่ปีที่ 50 มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net&#8211;zero Commitment) เดินหน้าพัฒนาระบบ SET Carbon เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน ตามแผนกลยุทธ์ปี 2567 โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนาการจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และเชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร หวังยกระดับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุด ร่วมกับ กฟผ. แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดยระบบ SET Carbon เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ. ที่สนใจ ภายในไตรมาสแรกปี 2568 ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล และอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมของมนุษย์ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/set-carbon-ghg-emissions-inventory-tool/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตร ร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ. 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์ฯ </strong><strong>ก้าวสู่ปีที่ </strong><strong>50 </strong><strong>มุ่งพัฒนาตลาดทุนอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</strong><strong>Net</strong><strong>&#8211;</strong><strong>zero Commitment</strong><strong>)</strong> <strong>เดินหน้า</strong><strong>พัฒนาระบบ </strong><strong>SET Carbon </strong><strong>เปิดเผยข้อมูลการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของตลาดทุน </strong><strong>ตามแผนกลยุทธ์ปี </strong><strong>2567 </strong></p>
<p><span id="more-26237"></span></p>
<p><strong>โดยนำเทคโนโลยีมาพัฒนา</strong><strong>การจัดการข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจาก</strong><strong>การดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และ</strong><strong>เชื่อมต่อข้อมูลกับหน่วยงานด้านพลังงานและทรัพยากร</strong> <strong>หวังยกระดับข้อมูล</strong><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (</strong><strong>Environmental, Social, Governance</strong><strong>: </strong><strong>ESG</strong><strong>) เพื่อประโยชน์ของการใช้ข้อมูล พร้อมลดกระบวนการทำงานของ บจ. ล่าสุด ร่วมกับ กฟผ. แลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้พลังงาน บจ. โดย</strong><strong>ระบบ </strong><strong>SET Carbon </strong><strong>เฟสแรกจะเปิดให้บริการสำหรับ บจ. ที่สนใจ </strong><strong>ภายในไตรมาสแรกปี </strong><strong>2568</strong></p>
<p><strong>ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล และอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อธุรกิจ โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมของมนุษย์</p>
<p>ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Commitment) ขององค์กรภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจก หรือระบบ SET Carbon เพื่อเป็นเครื่องมือจัดการ จัดเก็บ และคำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมทางธุรกิจ โดยนำเทคโนโลยีและมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ มาจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26238 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/k-Pakorm.jpg" alt="" width="534" height="608" /></p>
<p>“ระบบ SET Carbon จะยกระดับคุณภาพข้อมูล ESG บจ. เพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนและติดตามการเปิดเผยข้อมูลของธุรกิจ และธุรกิจใช้วางแผนจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนลดต้นทุนและกระบวนการของ บจ. โดยข้อมูลจากระบบ SET ESG Data Platform พบว่า ในปี 2567 มี บจ. เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและได้รับการทวนสอบแล้ว 266 บริษัท หรือ 32% ของ บจ.ทั้งหมด ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ บจ. เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมาจากมาตรการสนับสนุนการลงทุนในกองทุน Thai ESG และการเตรียมพร้อมของ บจ. สำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบต่างๆ  ทั้งนี้ การพัฒนาระบบ SET Carbon ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน โดยในปีนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลพลังงานระดับประเทศ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ให้ความรู้แก่ บจ. ด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบ SET Carbon เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและแนวทางบริหารจัดการด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ทุกภาคส่วน รวมทั้งเปิดรับพันธมิตรอื่น ๆ ในการพัฒนายกระดับคุณภาพและการใช้ข้อมูล ESG เพื่อการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อไป” นายภากรกล่าว</p>
<p><strong>นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์</strong> ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ. พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านความร่วมมือในการบูรณาการข้อมูลด้านพลังงานและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการตัดสินใจของผู้ลงทุน ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมา กฟผ. ในฐานะผู้ได้รับสิทธิ์จากมาตรฐาน The International Tracking Standard (I-TRACK) หรือชื่อเดิม The International REC Standard (I-REC) ให้เป็นผู้รับรอง (Local Issuer) โดยผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนของไทยได้มีการขอออกใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) แล้วกว่า 20 ล้านใบรับรอง ตามการขยายตัวเพิ่มขึ้นของตลาดการซื้อขาย REC ในทุกปี และความต้องการของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ในการเข้าถึงพลังงานสะอาด เพื่อเดินหน้าประเทศไทยสู่สังคมสีเขียวต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/SET-CARBON1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ระบบ SET Carbon จัดการข้อมูลโดยแยกเป็นกลุ่มรายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions Inventory) ครอบคลุมการใช้พลังงานและทรัพยากรในกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ โดยจำแนกข้อมูลตามกลุ่มอุตสาหกรรม และสามารถจัดทำรายงานในรูปแบบ Dashboard ตลอดจนสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่น อาทิ SET ESG Data Platform ของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงหน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลการใช้พลังงานและทรัพยากร ปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาระบบต้นแบบ (prototype) โดยมี บจ. นำร่อง  20 บริษัทจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมร่วมทดสอบ ก่อนเปิดใช้อย่างเป็นทางการภายในไตรมาสแรกปี 2568 โดยในเฟสแรก เน้น บจ. ที่สนใจใช้เครื่องมือจัดทำและเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากกิจกรรมขององค์กร) และขอบเขตที่ 2 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) พร้อมทวนสอบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกตามข้อกำหนดของ 56-1 One Report และจะขยายไปสู่ขอบเขตที่ 3 (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากห่วงโซ่คุณค่า) ของ บจ. ในเฟสต่อไป บจ. ที่สนใจ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โทร 0 2009 9894 หรือ 0 2009 9887</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/set-carbon-ghg-emissions-inventory-tool/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาระบบ SET Carbon จับมือพันธมิตร ร่วมยกระดับคุณภาพข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สู่เป้าหมาย Net Zero ค.ศ. 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงพลังงาน จับมือ “ปตท.- กฟผ.” ดัน “ไทย” ก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงาน  ยก “ฟิวเจอร์ เอเนอร์ยี่ เอเชีย” และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2024” ปัจจัยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงานสะอาด 15-17 พ.ค.นี้! ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/future-energy-asia-and-future-mobility-asia-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 10:03:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition in LNG]]></category>
		<category><![CDATA[Future Energy Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Future Energy Asia & Future Mobility Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[PTTEP]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คริสโตเฟอร์ ฮัดสัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมภพ พัฒนอริยางกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอ็มจี อีเว้นท์ โกลบอลล์ เอนเนอร์ยี]]></category>
		<category><![CDATA[ธวัชชัย สำราญวานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิกร สติฐิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25868</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ จำกัด รุดดัน “ประเทศไทย” ก้าวข้าม 3 ความท้าทายด้านพลังงานที่ “มั่นคง เข้าถึงได้ และยั่งยืน” พร้อม “Future Energy Asia &#38; Future Mobility Asia 2024” ชูสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงนวัตกรรมพลังงานแห่งปี รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน นักลงทุน และนักนวัตกรรมระดับนานาชาติมากกว่า 22,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุน สู่ความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค ปัจจัยเร่งสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สะอาดขึ้น โดยภายในงานพบ Future Energy Asia โชว์รูมที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สินค้า บริการ และโซลูชันด้านพลังงานที่ล้ำสมัย Future [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/future-energy-asia-and-future-mobility-asia-2024/">กระทรวงพลังงาน จับมือ “ปตท.- กฟผ.” ดัน “ไทย” ก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงาน  ยก “ฟิวเจอร์ เอเนอร์ยี่ เอเชีย” และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2024” ปัจจัยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงานสะอาด 15-17 พ.ค.นี้! ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ จำกัด รุดดัน “ประเทศไทย” ก้าวข้าม 3 ความท้าทายด้านพลังงานที่ “<strong>มั่นคง เข้าถึงได้ และยั่งยืน</strong>” พร้อม “<strong>Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024</strong>” ชูสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงนวัตกรรมพลังงานแห่งปี</p>
<p><span id="more-25868"></span></p>
<p>รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน นักลงทุน และนักนวัตกรรมระดับนานาชาติมากกว่า 22,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุน สู่ความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค ปัจจัยเร่งสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สะอาดขึ้น โดยภายในงานพบ Future Energy Asia โชว์รูมที่รวบรวมผลิตภัณฑ์สินค้า บริการ และโซลูชันด้านพลังงานที่ล้ำสมัย Future LNG Asia Summit งานประชุมสุดยอดผู้นำก๊าซธรรมชาติแบบแอลเอ็นจี (LNG) Future Mobility Asia Exhibition and Summit นิทรรศการและงานประชุมสุดยอดผู้นำด้านกลยุทธ์ ทั้งนี้ นิทรรศการและงานประชุม Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 &#8211; 17 พฤษภาคม 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25871 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/ดร.สมภพ-พัฒนอริยางกูล-รองปลัดกระทรวงพลังงาน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.สมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน </strong>กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานประชุมและนิทรรศการ Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะมุ่งส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการหารือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนการนำเสนอความก้าวหน้าของนวัตกรรมพลังงานระหว่าง ประเทศผู้นำด้านพลังงานและผู้เชี่ยวชาญ<br />
ในอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมุ่งเน้นการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ตลอดจนเร่งผลักดันให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงานทั้ง 3 ประการ (Energy Trilemma) ซึ่งประกอบไปด้วย การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม และพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25874 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/มร.คริสโตเฟอร์-ฮัดสัน-ประธานบริษัท-ดีเอ็มจี-อีเว้นท์-โกลบอลล์-เอนเนอร์ยี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.คริสโตเฟอร์ ฮัดสัน ประธานบริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ โกลบอลล์ เอนเนอร์ยี </strong>กล่าวเสริมว่า “งานประชุมและนิทรรศการ Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 ที่สุดของงานประชุมด้านพลังงานและนวัตกรรมยานยนต์แห่งภูมิภาคเอเชีย จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘ทางออกของเอเชียต่อความท้าทายด้านพลังงานของโลก’ (Asia&#8217;s Solution to the World&#8217;s Energy Challenges) ด้วยเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย เทคโนโลยี และการลงทุนด้านพลังงาน สู่การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืนในระดับประเทศและภูมิภาค โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 22,000 คน ผู้ร่วมประชุม 2,500 คน วิทยากร 600 คน และบริษัท 350 แห่งจากกว่า 70 ประเทศ ทั้งนี้ <u>งานดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำของเอเชียในการเจรจาด้านพลังงานระดับโลก ส่งเสริมความร่วมมือที่อาจจะกำหนดอนาคตของการผลิตและการใช้พลังงาน ตลอดจนตอกย้ำบทบาทสำคัญของเอเชียในการขับเคลื่อนโลกสู่เส้นทางพลังงานที่สะอาดขึ้น เชื่อถือได้มากขึ้น และยั่งยืน”</u></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25870 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/FEA_ภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์_กระทรวงพลังงาน-จับมือ-ปตท.-กฟผ.-ดัน-ไทย-ก้าวข้ามความท้าท-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเราได้เล็งเห็นถึงโอกาสสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมเชิงกลยุทธ์ดังกล่าวเพื่ออภิปรายถึงนโยบายการพัฒนาในระดับโลก จึงได้จัดงานประชุมผู้กำกับดูแลพลังงานประจำปี (ERRA) ครั้งที่ 21 ขึ้น โดยภายในงานประกอบด้วยเวทีฟอรัมผู้กำหนดนโยบายพลังงาน (ERF) ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทั้งนี้ กกพ. ในฐานะผู้นำร่องการใช้พลังงานหมุนเวียนและ<br />
โซลูชันด้านความยั่งยืนทางพลังงาน จะเป็นผู้สนับสนุนการประชุม ERRA ในครั้งนี้ ด้วยการส่งสมาชิกเข้าร่วมเวทีการประชุม ERC Forum สำหรับหน่วยงานกำกับดูแลจากภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะช่วยเน้นย้ำถึงการพัฒนาการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในภูมิภาค</p>
<p>สำหรับงาน Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 จัดขึ้นโดยกลุ่ม ปตท., กฟผ. และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเวนท์ จำกัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้สนับสนุนหลัก ADNOC และ ปตท.สผ. ในการจัดแสดงนวัตกรรมที่ก้าวล้ำและกรอบนโยบายที่จะเป็นแนวทางในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ อย่างไรก็ดี การประชุมในครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการอภิปรายเท่านั้น แต่ยังสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญสู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25873 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/นายวุฒิกร-สติฐิต-ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชา.jpg" alt="" width="426" height="638" /></p>
<p><strong>นายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ปตท. ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านพลังงานของไทยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขับเคลื่อนอนาคตของพลังงานสู่ความยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก กับการก้าวไปอีกขั้นในเรื่องการเพิ่มความหลากหลายไปสู่พลังงานหมุนเวียน โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งเรามุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและสร้างความก้าวหน้าในการวิจัยในสาขาที่สำคัญเหล่านี้ ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเล็งเห็นการจัดเก็บพลังงาน การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของระบบพลังงาน บทบาทที่ก้าวหน้าของ LNG (Energy Transition in LNG) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานพลังงานในอนาคต และการเพิ่มขึ้นของยานพาหนะไฟฟ้าที่ส่งสัญญาณถึงยุคใหม่ของการเติบโตและเพิ่มโอกาสสำหรับปตท. และพันธมิตรของเรา การพัฒนาเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กระแส แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน ดังนั้น นิทรรศการและงานประชุม Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024 ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญของทั้ง ภูมิภาคอาเซียนในการบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนอนาคตเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25872 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/นายธวัชชัย-สำราญวานิช-รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย-กฟผ..jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายธวัชชัย สำราญวานิช รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) </strong>กล่าวว่า  ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานที่มีเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และ เป็นผู้นำในการบูรณาการเทคโนโลยีล้ำสมัยและทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อเปลี่ยนแปลงกรอบการทำงานด้านพลังงานของเอเชีย การประชุมสุดยอดครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแบ่งปันความก้าวหน้าและความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของเอเชียในการตอบสนองความต้องการพลังงานทั่วโลกและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความผันผวนของวงการพลังงานที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนี้ จึงมีการจัดหาพลังงานสีเขียวควบคู่ไปกับการเตรียมแหล่งพลังงานทดแทนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง<br />
ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ความมั่นคง และความยั่งยืนด้านพลังงานในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาน การวิจัยและพัฒนาพลังงาน จึงมีการขยายความร่วมมือเพื่อปูทางพลังงานสีเขียวในอนาคต การเข้าร่วมประชุมสุดยอดครั้งนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญของเราในการการมีส่วนร่วมกำหนดเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอเชียยังคงเป็นสัญญาณแห่งความก้าวหน้าและเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในการร่วมกันแก้ปัญหาความท้าทายด้านพลังงานของโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25875 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/FEA_ภาพประกอบข่าวประชาสัมพันธ์_กระทรวงพลังงาน-จับมือ-ปตท.-กฟผ.-ดัน-ไทย-ก้าวข้ามความท้าท-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ นิทรรศการและงานประชุม Future Energy Asia &amp; Future Mobility Asia 2024: Asia&#8217;s Solution to the World&#8217;s Energy Challenges จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ &#8211; 17 พฤษภาคม 2567 ณ Exhibition Hall 1-3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของงานเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์  <a href="http://www.futureenergyasia.com" target="_blank" rel="noopener">www.futureenergyasia.com</a>, <a href="http://www.future-mobility.com" target="_blank" rel="noopener">www.future-mobility.com</a> และช่องทางโซเชียลมีเดีย @futureenergyasia</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/future-energy-asia-and-future-mobility-asia-2024/">กระทรวงพลังงาน จับมือ “ปตท.- กฟผ.” ดัน “ไทย” ก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงาน  ยก “ฟิวเจอร์ เอเนอร์ยี่ เอเชีย” และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2024” ปัจจัยเร่งทรานส์ฟอร์มพลังงานสะอาด 15-17 พ.ค.นี้! ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสท์เล่ไอศกรีม เดินหน้าสู่การผลิตด้วยพลังงานทดแทน 100%  จับมือ กฟผ.ซื้อพลังงานสะอาดแบบเจาะจงแหล่งที่มา เป็นรายแรกของธุรกิจ FMCG ในไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/nestle-icecream-buy-electric-power-from-renewable-energy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2023 03:19:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Utility Green Tariff]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[วฤต รัตนชื่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้าสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17175</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ภายใต้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด นำร่องผลิตไอศกรีมโดยใช้พลังงานทดแทน 100% ภายใต้โครงการนำร่องรูปแบบใหม่กับ กฟผ. ในปี 2023 นับเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในประเทศไทย ที่ใช้รูปแบบการซื้อขายพลังงานทดแทนแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff) ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดจะช่วยให้บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 การใช้ไฟฟ้าสีเขียวในครั้งนี้ เป็นโครงการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ไอศกรีมที่โรงงานบางชันตลอดปี 2023 เพื่อส่งต่อไอศกรีมที่ดีต่อใจและดีต่อโลกให้กับคนรักไอศกรีมทั่วประเทศ และยังมีส่วนช่วยให้โลกของเราเย็นขึ้นอีกด้วย นอกจากการใช้พลังงานทดแทนแล้ว กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ยังมีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาทิ การเปลี่ยนไปใช้ตู้แช่ไอศกรีมที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้รถสามล้อไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายไอศกรีม รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้ซองไอศกรีมที่ทำจากกระดาษ 100% ในผลิตภัณฑ์กลุ่มเอ็กซ์ตรีม นามะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/nestle-icecream-buy-electric-power-from-renewable-energy/">เนสท์เล่ไอศกรีม เดินหน้าสู่การผลิตด้วยพลังงานทดแทน 100%  จับมือ กฟผ.ซื้อพลังงานสะอาดแบบเจาะจงแหล่งที่มา เป็นรายแรกของธุรกิจ FMCG ในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม </strong>ภายใต้ <strong>บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</strong> นำร่องผลิตไอศกรีมโดยใช้พลังงานทดแทน 100% ภายใต้โครงการนำร่องรูปแบบใหม่กับ กฟผ. ในปี 2023</p>
<p><span id="more-17175"></span></p>
<p>นับเป็นรายแรกของอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในประเทศไทย ที่ใช้รูปแบบการซื้อขายพลังงานทดแทนแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff) ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดจะช่วยให้บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050</p>
<p>การใช้ไฟฟ้าสีเขียวในครั้งนี้ เป็นโครงการความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เนสท์เล่ ไอศกรีมที่โรงงานบางชันตลอดปี 2023 เพื่อส่งต่อไอศกรีมที่ดีต่อใจและดีต่อโลกให้กับคนรักไอศกรีมทั่วประเทศ และยังมีส่วนช่วยให้โลกของเราเย็นขึ้นอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17178 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Nestle-icecream2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากการใช้พลังงานทดแทนแล้ว กลุ่มธุรกิจเนสท์เล่ ไอศกรีม ยังมีการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อาทิ การเปลี่ยนไปใช้ตู้แช่ไอศกรีมที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้รถสามล้อไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายไอศกรีม รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้ซองไอศกรีมที่ทำจากกระดาษ 100% ในผลิตภัณฑ์กลุ่มเอ็กซ์ตรีม นามะ และเนสท์เล่คิทแคท เป็นต้น พร้อมตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ข้อ 7 ในเรื่องการเข้าถึงพลังงานสะอาดราคาถูก ข้อ 12 ในเรื่องการบริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ และข้อ 13 ในเรื่องการแก้ปัญหาโลกร้อน</p>
<p><strong>คุณวฤต รัตนชื่น</strong> ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ ในฐานะ Project Management Office การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างเนสท์เล่ ประเทศไทย กับ กฟผ. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมหลักที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค พร้อมทั้งทดสอบกลไกการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการจัดหาพลังงานไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff) ในโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน ระยะที่ 2 (ERC Sandbox ระยะที่ 2) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดย กฟผ. จะทำหน้าที่เป็น หน่วยงานกลางการบริหารจัดการไฟฟ้าสีเขียว (Arrangement Unit) ให้บริการการบริหารจัดการกลไกการจับคู่การผลิตไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าสีเขียว (Green Energy Portfolio) ตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงรายวันของโรงงาน เนสท์เล่ ไอศกรีม ส่งมอบพร้อมใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) ที่ตรงตามแหล่งผลิตและปริมาณการใช้ไฟฟ้าดังกล่าว เพื่อทดสอบรูปแบบการจัดหาพลังงานไฟฟ้าสีเขียวรูปแบบใหม่ที่จะส่งเสริมและยกระดับภาคพลังงานไฟฟ้าสีเขียวของไทยสู่มาตรฐานสากล โดย กฟผ. พร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจในการให้บริการด้านพลังงานไฟฟ้าสีเขียว เพื่อผลักดันสู่การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไฟฟ้าสีเขียว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17179 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Nestle-icecream3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทดแทน พร้อมส่งเสริมการสร้างแหล่งผลิตพลังงานสะอาดในประเทศ เพื่อสร้างสรรค์โลกที่น่าอยู่ และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/nestle-icecream-buy-electric-power-from-renewable-energy/">เนสท์เล่ไอศกรีม เดินหน้าสู่การผลิตด้วยพลังงานทดแทน 100%  จับมือ กฟผ.ซื้อพลังงานสะอาดแบบเจาะจงแหล่งที่มา เป็นรายแรกของธุรกิจ FMCG ในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิมแพ็ค จับมือ กฟผ.เปิดตัว EleX by EGAT@IMPACT สถานีอัดประจุไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี ร่วมเปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/impact-join-egat-launch-elex-by-egat-ev-charge-station/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Dec 2022 09:15:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[EleX by EGAT@IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Society]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Emission Vehicle]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย 30@30]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีอัดประจุไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15850</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมเปิดตัว  สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี รวม 13 ช่องจอด​ หนุนประเทศไทยร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผุดสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี รวม 2 สถานี 13 ช่องจอด รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ  คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ​เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่างบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อดำเนินการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/impact-join-egat-launch-elex-by-egat-ev-charge-station/">อิมแพ็ค จับมือ กฟผ.เปิดตัว EleX by EGAT@IMPACT สถานีอัดประจุไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี ร่วมเปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วม</b><b>เปิดตัว <strong> </strong>สถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในนนทบุรี รวม 13 ช่องจอด​ หนุนประเทศไทยร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</b></p>
<p><span id="more-15850"></span></p>
<p><b>อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ผนึก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผุดสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี รวม 2 สถานี 13 ช่องจอด รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ </b></p>
<p><b>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์</b> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี<span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า ​เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่างบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อิมแพ็คโกรท และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อดำเนินการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า EleX by EGAT จำนวน 2 สถานี รวม 13 จุดจอด ได้แก่  1.บริเวณอาคารจอดรถในร่ม P1 อาคารชาเลนเจอร์ รวม 9 ช่องจอด และ 2. บริเวณพื้นที่ลานจอดรถของโรงแรมโนโวเทล เป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว DC Fast Charge 60 – 125 kW รวม 4 ช่องจอด เพื่อรองรับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต และมีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายภายในปี 2573 </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/0-EGAT-IMPAC3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">&#8220;ในฐานะที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี รองรับผู้เข้ามาใช้บริการมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี ประกอบกับ</span><span style="font-weight: 400;">ภาคการขนส่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งประเทศ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดในภาคขนส่ง ด้วยการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) </span><span style="font-weight: 400;">จึงถือเป็นหนึ่งใน</span>กลไกสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ รวมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบาย 30@30 ของรัฐบาล ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ หรือ​ ZEV (Zero Emission Vehicle) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี พ.ศ.2573&#8243; </em></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>EleX by EGAT@IMPACT</strong> จะถือเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะที่มีจำนวนหัวชาร์จมากที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเป็นผู้ลงทุนด้านสถานที่ ขณะที่ กฟผ. หรือ <span style="font-weight: 400;">EGAT </span>จะเป็นผู้ลงทุนด้านการติดตั้ง และบริการหลังการขายภายในสถานี</p>
<p><b>นายพอลล์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวทิ้งท้ายว่า </span><span style="font-weight: 400;">อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม ตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น  จึงขอเป็นหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลกพร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำภายในปี 2573</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15853 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/0-Egat-Impact2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาบริการดังกล่าว  เป็นการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมขนส่งซึ่งถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ประกอบกับปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จึงเกิดเป็นความร่วมมือของประชาคมโลก เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นระยะ ​</span>ขณะที่ในประเทศไทย รัฐบาลได้ออกมาตรการทางภาษีมาช่วยขับเคลื่อนในการเปลี่ยนผ่าน ทั้งการลดอัตราภาษีประจำปี การยกเว้นอาการศุลกากรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่  รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น การส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า การพัฒนากฎหมาย และระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการอัดประจุ เป็นต้น เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/impact-join-egat-launch-elex-by-egat-ev-charge-station/">อิมแพ็ค จับมือ กฟผ.เปิดตัว EleX by EGAT@IMPACT สถานีอัดประจุไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในนนทบุรี ร่วมเปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>K Bank​ จัดให้ ตั้งงบ 5 หมื่นล้าน สร้างแซนด์บ็อกซ์ SolarPlus ติดโซลาร์รูฟให้คนไทยฟรี ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/kbank-pilot-solar-plus-sandbox-drive-green-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Aug 2022 23:04:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Handprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[INNO POWER]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Peer to Peer]]></category>
		<category><![CDATA[PNN ENCOM]]></category>
		<category><![CDATA[Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[SolarPlus]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จิราพร ศิริคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิ]]></category>
		<category><![CDATA[อธิป ตันติวรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13445</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย เปิดแซนด์บ็อกใหม่ SolarPlus ทดลองโมเดลขับเคลื่อนพลังงานสะอาดประเทศไทย ร่วมกับ 4 พันธมิตร ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เดินหน้า GO GREEN Together สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประชาชน ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟให้แก่ประชาชนฟรี เพื่อสามารถผลิตและขายไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในไทย โดยเลือกนำร่องโครงการที่หมู่บ้านศุภาลัยการ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2 ที่มีลูกบ้านในโครงการมากกว่า 456 หลัง ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ซึ่งมีขนาดมากพอที่สำหรับการเป็น Sandbox สำหรับการเป็น Success Case Story เพื่อศึกษาการผลิตและจำหน่ายพลังงานสะอาดในรูปแบบ Peer to Peer Model ก่อนจะนำร่องการขยายโมเดลไปทั่วประเทศต่อไป ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ากระจายการติดตั้งโซลาร์รูฟให้บ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 5 แสนหลัง ภายใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/kbank-pilot-solar-plus-sandbox-drive-green-ecosystem/">K Bank​ จัดให้ ตั้งงบ 5 หมื่นล้าน สร้างแซนด์บ็อกซ์ SolarPlus ติดโซลาร์รูฟให้คนไทยฟรี ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารกสิกรไทย เปิดแซนด์บ็อกใหม่ SolarPlus ทดลองโมเดลขับเคลื่อนพลังงานสะอาดประเทศไทย ร่วมกับ 4 พันธมิตร ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เดินหน้า GO GREEN Together สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของประชาชน ด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟให้แก่ประชาชนฟรี เพื่อสามารถผลิตและขายไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในไทย</p>
<p><span id="more-13445"></span></p>
<p>โดยเลือกนำร่องโครงการที่หมู่บ้านศุภาลัยการ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2 ที่มีลูกบ้านในโครงการมากกว่า 456 หลัง ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ซึ่งมีขนาดมากพอที่สำหรับการเป็น Sandbox สำหรับการเป็น Success Case Story เพื่อศึกษาการผลิตและจำหน่ายพลังงานสะอาดในรูปแบบ Peer to Peer Model ก่อนจะนำร่องการขยายโมเดลไปทั่วประเทศต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้ากระจายการติดตั้งโซลาร์รูฟให้บ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 5 แสนหลัง ภายใน 5 ปี พร้อมเตรียมวงเงินสินเชื่อสำหรับโปรเจ็กต์นี้ไว้ 50,000 ล้านบาท ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์และจุดเปลี่ยนในการขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดของประเทศ ที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน ทั้งภาคการเงิน ในฐานะผู้สนับสนุนการลงทุน หน่วยงานขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายด้านพลังงานของประเทศ​ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ติดตามเมกะเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของทั้ง Green Ecosystem</p>
<p><strong>นำร่องแเฟสแรก SolarPlus Model</strong></p>
<p>แซนด์บ็อก SolarPlus ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสนับสนุนให้คนไทยเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด จากการศึกษา Success Case ในเฟสแรกที่ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2 ซึ่งจะเป็น Best Practice Model  เพราะถือเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟ ในตลาดกลุ่มที่ค่อนข้างแมสมากกว่า ด้วยราคาบ้านราว 3-5 ล้านบาท ทำให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับโมเดลการทดลอง เพราะก่อนหน้านี้ ด้วยข้อจำกัดด้านต้นทุน ทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟ จำกัดอยู่ในกลุ่มโรงงานขนาดใหญ่เป็นหลัก หรือหากเป็นภาคประชาชนก็จะอยู่ในกลุ่มบ้านพรีเมียมราคา 10-20 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้ยังเป็นตลาดที่ค่อนข้างจำกัด และไม่สามารถเรียนรู้การพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในระดับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13450 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/123-Kabnk-Model1.jpg" alt="" width="1200" height="619" /></p>
<p>ความเคลื่อนไหวของ Kbank และพันธมิตรทั้ง 4 ในครั้งนี้ จึงเป็นการเปิดโมเดลเพื่อทดลองพลังงานสะอาดที่ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทย จากความได้เปรียบที่มีแดดค่อนข้างมากอย่างจริงจัง และถือว่าเป็นการสร้าง Benefit ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนในสนามการทดลอง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพราะสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟได้ฟรีๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย​ไม่ว่าจะเป็นค่าติดตั้ง อุปกรณ์ใดๆ รวมไปถึงค่าบำรุงรักษาก็ตาม แถมมีการประเมินไว้ว่าค่าไฟที่เคยจ่ายในแต่ละเดือนจะลดลงไปประมาณ 20%</p>
<p>ขณะที่ในมุมของประเทศ หากมีการใช้พลังงานสะอาดในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ตามที่เคยได้ประกาศไว้ในเวทีโลก เพื่อขับเคลื่อนสู่ Carbon Neutral ภายในปี 2050 รวมทั้ง Net Zero ภายในปี 2065 หรือแม้กระทั่งการบรรเทาวิกฤตโลก จากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ Climate Change ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สำหรับเป้าหมายด้านศักยภาพในการผลิตพลังงานสะอาดของ SolarPlus นั้น ได้คาดดารณ์ไว้ว่า ​จะสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ราว 4.5 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 2.3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี  หรือเทียบได้กับปลูกต้นไม้ 240 ล้านต้นเลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13452 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/123-Kbank-targe1.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p><strong>ผนึกพันธมิตรสร้าง Green  Ecosystem</strong></p>
<p>ขณะที่ตัวแทนจากแต่ละฝ่ายที่เข้าร่วมใน SolarPlus Sandbox ครั้งนี้ มีมุมมองต่อทิศทางการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดของประเทศ ในมิติต่างๆ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>นายพิพิธ เอนกนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย</strong> เปิดเผยว่า ธนาคารมีทิศทางในการขับเคลื่อนไปสู่ Future of Finance ที่มากกว่าการเป็นแค่ธนาคารที่ดำเนินธุรกรรมทางการเงินเท่านั้น (Beyond Banking ) โดยเฉพาะการสนับสนุนธุรกิจในกลุ่มที่สร้างให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ ESG โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกทั้งกับลูกค้าธนาคารไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก กลาง หรือใหญ่  รวมไปถึงประเทศ และทั่วโลก</p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสนับสนุน Green Economy ซึ่งเป็นหนึ่งในโรดแม็พการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ BCG  เช่น สินเชื่อธุรกิจเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์ สินเชื่อบ้านสีเขียว สินเชื่อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า บริการให้เช่าใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมจุดเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สาขา และจับมือกับพันธมิตรทำโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้คนไทยใช้ชีวิต Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น</p>
<p>รวมทั้งโครงการล่าสุดอย่าง SolarPlus เพื่อสนับสนุนให้คนไทยใช้พลังงานสะอาด ซึ่งธนาคารฯ ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด เพื่อใช้ลงทุนติดตั้งและบำรุงรักษาโซลาร์รูฟให้แก่ประชาชนที่ร่วมโครงการ และธนาคารฯ ยังรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดที่เหลือจากการใช้งานของบ้านที่ร่วมโครงการนี้ เพื่อนำมาใช้ในเครือธนาคารกสิกรไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งกิจกรรมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อเพิ่ม Carbon Handprint ให้กับองค์กร</p>
<p><strong>                    <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13451 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/123-Kbank-Model2.jpg" alt="" width="1200" height="672" />                         </strong></p>
<p><strong>นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และประธานคณะกรรมการ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น จำกัด</strong> กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบโซลาร์เซลล์ของบ้านเรือนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและบำรุงรักษา พร้อมทั้งตกลงให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าแก่บ้านเรือน ทั้งนี้เงื่อนไขและข้อตกลงในการจัดเก็บค่าไฟจะเป็นไปตามสัญญาการให้บริการ โดยกระแสไฟฟ้าที่เหลือใช้จากบ้านเรือนจะถูกจำหน่ายเข้าไปในระบบไฟฟ้า ในราคาหน่วยละ 2.20 บาท หรือนำมาซื้อขายพลังงานแบบ Peer to Peer Energy Trading</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทมีความคาดหวังให้โครงการนี้ช่วยจุดกระแสให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้พลังงานสะอาดโดยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่บ้านเรือนของตัวเอง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น และหวังว่าโครงการดังกล่าวจะถูกใช้เป็นต้นแบบสำหรับ โครงการซื้อขายพลังงานแบบ Peer to Peer Energy Trading ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต</p>
<p><strong>นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการออกแบบโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Green Design โดยเน้นออกแบบเป็นบ้านประหยัดพลังงานมาอย่างยาวนาน และในปีนี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 25% ภายใน 3 ปี ซึ่งเตรียมเดินหน้าติดตั้งโซลาร์ที่อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ ตลอดจนมีแผนการติดตั้ง EV charger ที่โครงการทั่วประเทศ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนการผนึกกำลังกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้  ได้เลือกโครงการศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ รังสิต คลอง 2  ซึ่งเป็นโครงการแนวราบที่มีลูกบ้านเข้าอยู่แล้วจำนวนมาก และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกบ้านเป็นอย่างดี เนื่องจากช่วยประหยัดไฟฟ้าให้กับผู้อยู่อาศัยภายในโครงการดังกล่าว</p>
<p><strong>ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า การดำเนินการของ กฟผ. นอกเหนือจากภารกิจหลักในอุตสาหกรรมการผลิตและส่งไฟฟ้าแล้ว กฟผ. ยังมี Solutions ใหม่ในด้านนวัตกรรมพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าในยุคดิจิทัลควบคู่ไปด้วย ทั้งในส่วนของการเข้าถึงพลังงานสะอาด และการบริหารจัดการพลังงาน ซึ่งในส่วนของโครงการ SolarPlus นี้ ทาง กฟผ. ก็ได้นำแพลตฟอร์ม Peer to Peer Energy Trading ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมงาน กฟผ. เอง และผ่านการทดลองใช้งานจริงในโครงการ ERC Sandbox เฟส 1 มาแล้ว เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่โครงการ ซึ่งความคาดหวังในส่วนของตัวแพลตฟอร์มเองจะต้องมี การพัฒนาให้สามารถใช้งานได้ง่าย และเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ซึ่งจะสามารถขยายผลสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์เพื่อตอบโจทย์ของผู้บริโภคในอนาคตต่อไป</p>
<p><strong>นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด</strong> กล่าวว่า บริษัทสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสะอาด โดยบริษัทให้บริการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ของโครงการพลังงานหมุนเวียน การซื้อขายใบรับรอง Renewable Energy Certification (REC) แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อเพิ่มรายได้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการภาคธุรกิจบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด โดย REC เป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยส่งเสริมการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มขีดความสามารถด้านการพัฒนานวัตกรรมพลังงานยั่งยืนของประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13449 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/1231-Kabnk.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/kbank-pilot-solar-plus-sandbox-drive-green-ecosystem/">K Bank​ จัดให้ ตั้งงบ 5 หมื่นล้าน สร้างแซนด์บ็อกซ์ SolarPlus ติดโซลาร์รูฟให้คนไทยฟรี ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ร่วมพัฒนาระบบยึดโยงโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้ากฟผ.</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/08/scg-egat-floating-solar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Aug 2018 10:41:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Floating Solar Farm]]></category>
		<category><![CDATA[SCG PASSION FOR BETTER]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย หวังวัฒนาพาณิช]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐ บุญโพธิภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4133</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธุรกิจเคมิคอลส์ ในเอสซีจี ต่อยอดโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจร เซ็น MOU กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนาระบบยึดโยงสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ เพื่อนำไปปรับใช้บนพื้นที่อ่างเก็บน้ำและเขื่อนของกฟผ. ต่อไป สหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกล่าวว่า “พลังงานหมุนเวียนเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจและมีอัตราการเติบโตสูงถึง 25% โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซล่าร์เซลล์ที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดซึ่งการทำโซล่าร์ฟาร์มขนาดใหญ่โดยทั่วไปนั้นต้องใช้ที่ดินขนาดใหญ่ กฟผ.และกระทรวงพลังงานจึงมีแนวคิดในการพัฒนาโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ ประกอบกับเอสซีจีมีความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาทุ่นลอยน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าโดยเซลล์แสงอาทิตย์และมีชื่อเสียงด้านการวิจัยและพัฒนาในระดับโลก จึงเป็นที่มาของความร่วมมือเพื่อศึกษาพัฒนาระบบยึดโยงที่มีประสิทธิภาพสำหรับใช้งานในพื้นที่อ่างเก็บน้ำและเขื่อนของกฟผ. ที่มีอยู่หลายแห่ง โดยความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นงานวิจัยด้านพลังงานแสงอาทิตย์โดยคนไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง” สมชาย หวังวัฒนาพาณิช Senior Vice President ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีกล่าวว่า “งานวิจัยระบบโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำนับเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายของทั้งเอสซีจี และกฟผ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบยึดโยงที่มีประสิทธิภาพสำหรับการวางโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำบนพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิศาสตร์ ทั้งคลื่นลมและความลึก ซึ่งแตกต่างจากโซล่าร์ฟาร์มของเอสซีจีที่เคยทำมาเราเชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถของบุคลากรทั้งสองฝ่าย จะสามารถพัฒนาระบบยึดโยงที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน และความท้าทายนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของไทยให้ก้าวสู่พลังงานสะอาดต่อไป” ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ให้บริการโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจรเป็นรายแรกของประเทศไทยซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การติดตั้ง การขออนุญาต การต่อระบบไฟ และการดูแลบำรุงรักษา มีจุดเด่นที่ตัวทุ่นลอยน้ำที่ติดตั้งง่าย ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าทุ่นลอยน้ำแบบอื่น ๆ โดยทุ่นลอยน้ำเอสซีจีผลิตจากเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนเกรดพิเศษ แข็งแรง ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า25 ปี เทียบเท่าอายุการใช้งานของแผงโซล่าร์ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงก่อนที่แผงโซล่าร์จะหมดอายุการใช้งาน ข่าวเกี่ยวข้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/08/scg-egat-floating-solar/">เอสซีจี ร่วมพัฒนาระบบยึดโยงโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้ากฟผ.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993300;">ธุรกิจเคมิคอลส์ ในเอสซีจี ต่อยอดโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจร เซ็น MOU กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เพื่อร่วมวิจัยและพัฒนาระบบยึดโยงสำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ เพื่อนำไปปรับใช้บนพื้นที่อ่างเก็บน้ำและเขื่อนของกฟผ. ต่อไป</span></h4>
<p><span id="more-4133"></span></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">สหรัฐ บุญโพธิภักดี</span></strong> รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกล่าวว่า <em>“พลังงานหมุนเวียนเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจและมีอัตราการเติบโตสูงถึง 25% โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซล่าร์เซลล์ที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุดซึ่งการทำโซล่าร์ฟาร์มขนาดใหญ่โดยทั่วไปนั้นต้องใช้ที่ดินขนาดใหญ่ กฟผ.และกระทรวงพลังงานจึงมีแนวคิดในการพัฒนาโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ ประกอบกับเอสซีจีมีความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาทุ่นลอยน้ำสำหรับการผลิตไฟฟ้าโดยเซลล์แสงอาทิตย์และมีชื่อเสียงด้านการวิจัยและพัฒนาในระดับโลก จึงเป็นที่มาของความร่วมมือเพื่อศึกษาพัฒนาระบบยึดโยงที่มีประสิทธิภาพสำหรับใช้งานในพื้นที่อ่างเก็บน้ำและเขื่อนของกฟผ. ที่มีอยู่หลายแห่ง โดยความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นงานวิจัยด้านพลังงานแสงอาทิตย์โดยคนไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง”</em></p>
<p><strong><span style="color: #993300;">สมชาย หวังวัฒนาพาณิช</span></strong> Senior Vice President ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีกล่าวว่า <em>“งานวิจัยระบบโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำนับเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายของทั้งเอสซีจี และกฟผ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบยึดโยงที่มีประสิทธิภาพสำหรับการวางโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำบนพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิศาสตร์ ทั้งคลื่นลมและความลึก ซึ่งแตกต่างจากโซล่าร์ฟาร์มของเอสซีจีที่เคยทำมาเราเชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถของบุคลากรทั้งสองฝ่าย จะสามารถพัฒนาระบบยึดโยงที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน และความท้าทายนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของไทยให้ก้าวสู่พลังงานสะอาดต่อไป”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="600" class="size-full wp-image-4135 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/08/SCGกฟผ.โซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ.jpg" alt="" /></p>
<p>ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ให้บริการโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำในรูปแบบโซลูชั่นครบวงจรเป็นรายแรกของประเทศไทยซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ การติดตั้ง การขออนุญาต การต่อระบบไฟ และการดูแลบำรุงรักษา มีจุดเด่นที่ตัวทุ่นลอยน้ำที่ติดตั้งง่าย ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าทุ่นลอยน้ำแบบอื่น ๆ โดยทุ่นลอยน้ำเอสซีจีผลิตจากเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนเกรดพิเศษ แข็งแรง ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า25 ปี เทียบเท่าอายุการใช้งานของแผงโซล่าร์ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงก่อนที่แผงโซล่าร์จะหมดอายุการใช้งาน</p>
<p><strong>ข่าวเกี่ยวข้อง</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/03/floating-solar-farm-scg-chemicals/" target="_blank" rel="noopener">เปลี่ยนพื้นผิวน้ำจืด ผลิตพลังงานไฟฟ้า ! ประหยัดเงิน &amp; คืนทุนใน 8 ปี</a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/08/scg-egat-floating-solar/">เอสซีจี ร่วมพัฒนาระบบยึดโยงโซล่าร์ฟาร์มลอยน้ำ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้ากฟผ.</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
