<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาแฟ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Feb 2026 13:28:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>กาแฟ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เร่ง Climate Adaptation พัฒนาสายพันธุ์ &#8216;กาแฟดอยตุง&#8217; ​ทนขึ้น และยืดหยุ่นมากขึ้น​ รับมือความเสี่ยงจากสภาพอากาศ กระทบพื้นที่ปลูกกาแฟ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/doi-tung-coffee-climate-adaptation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 13:28:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิ หาเรือนพืชน์]]></category>
		<category><![CDATA[สายพันธุ์กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธินัดดา ปภาวสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40181</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อกาแฟที่ผู้บริโภคดื่มทุกวัน กำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง ราคามีแนวโน้มสูงขึ้น ​จากผลกระทบของ​อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นและความแปรปรวนของสภาพอากาศ กระทบต่อ &#8216;พื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกกาแฟ&#8217; ให้มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตเมล็ดกาแฟ  ​ทำให้กาแฟทั้งแพงขึ้น และปลูกได้ยากมากขึ้น รวมทั้งการควบคุมคุณภาพของผลผลิตที่ทำได้ยากมากขึ้นเช่นเดียวกัน  ข้อมู​ลสะท้อนให้เห็นปัญหาด้านปริมาณผลผลิตกาแฟ​ จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO) ระบุว่า ราคากาแฟโลกพุ่งขึ้นเกือบ 40%  ในปี 2024 จากแรงกดดันด้านผลผลิตและสภาพอากาศ ขณะที่ในปี 2025 ราคากาแฟอาราบิกาทำสถิติสูงสุดที่ 3.6945 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ หรือเพิ่มขึ้นราว 15% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ในประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ปีการผลิต 2567/68 ไทยมีผลผลิตกาแฟราว 15,651 ตัน สวนทางกับความต้องการบริโภคภายในประเทศสูงถึงกว่า 95,500 ตัน หรือสามารถผลิตไดัเพียง 25% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/doi-tung-coffee-climate-adaptation/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เร่ง Climate Adaptation พัฒนาสายพันธุ์ &#8216;กาแฟดอยตุง&#8217; ​ทนขึ้น และยืดหยุ่นมากขึ้น​ รับมือความเสี่ยงจากสภาพอากาศ กระทบพื้นที่ปลูกกาแฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อกาแฟที่ผู้บริโภคดื่มทุกวัน กำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลง ราคามีแนวโน้มสูงขึ้น ​จากผลกระทบของ​อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นและความแปรปรวนของสภาพอากาศ กระทบต่อ <strong>&#8216;พื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกกาแฟ&#8217;</strong> ให้มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-40181"></span></p>
<p><em><strong>การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตเมล็ดกาแฟ  ​ทำให้กาแฟทั้งแพงขึ้น และปลูกได้ยากมากขึ้น รวมทั้งการควบคุมคุณภาพของผลผลิตที่ทำได้ยากมากขึ้นเช่นเดียวกัน </strong></em></p>
<p>ข้อมู​ลสะท้อนให้เห็นปัญหาด้านปริมาณผลผลิตกาแฟ​ จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ Food and Agriculture Organization of the United Nations (FAO) ระบุว่า ราคากาแฟโลกพุ่งขึ้นเกือบ 40%  ในปี 2024 จากแรงกดดันด้านผลผลิตและสภาพอากาศ ขณะที่ในปี 2025 ราคากาแฟอาราบิกาทำสถิติสูงสุดที่ 3.6945 ดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ หรือเพิ่มขึ้นราว 15% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับสูง</p>
<p>ขณะที่ในประเทศไทย ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ปีการผลิต 2567/68 ไทยมีผลผลิตกาแฟราว 15,651 ตัน สวนทางกับความต้องการบริโภคภายในประเทศสูงถึงกว่า 95,500 ตัน หรือสามารถผลิตไดัเพียง 25% ของปริมาณความต้องการเท่านั้น ทำให้ต้องนำเข้ากาแฟในปริมาณมากกว่า 80,000 ตัน  ซึ่งมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 10% รวมไปถึงระดับราคานำเข้าที่ขยับขึ้นถึง 30% สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ ต้นทุนในธุรกิจกาแฟที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังมองเห็น &#8216;ความเสี่ยง&#8217; ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนได้อีกด้วย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/9-re.jpg" alt="" width="1200" height="795" /></p>
<p>นำมาสู่การปรับตัวของ<strong> &#8216;กาแฟดอยตุง&#8217;</strong> โดย <strong>โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ</strong> ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนากาแฟมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ภายใต้ <strong>&#8216;โครงการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กาแฟ&#8217;</strong> โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความได้เปรียบให้เกษตรกรในพื้นที่ และลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ เนื่องจากดอยตุงปลูกกาแฟในระดับความสูงประมาณ 700–1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งไม่สูงมากเมื่อเทียบกับแหล่งปลูกอื่น จึงจำเป็นต้องค้นหาสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ดอยตุง และรับความเสี่ยงด้านการทดลองแทนเกษตรกร เนื่องจากการทำวิจัยเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง</p>
<p>เมื่อสภาพภูมิอากาศเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ (climate) ​กลายเป็นโจทย์สำคัญที่เพิ่มเข้ามาในการวิจัย ทำให้การคัดเลือกสายพันธุ์ต้องเข้มข้นยิ่งขึ้น โดย สายพันธุ์ที่คัดเลือกมา ต้องปลูกได้ดีที่ดอยตุง ปรับตัวได้ดีที่ดอยตุง และปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้นด้วย เพื่อให้เกษตรกรสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนที่กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ของอุตสาหกรรมกาแฟโลก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40184 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/1-kmai.jpg" alt="" width="1200" height="753" /></p>
<p><strong>คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์</strong> ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐานและโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า ดอยตุงมองเรื่องกาแฟที่ปลูกการวิจัย และการหาสายพันธุ์ในมุมของความยั่งยืนของเกษตรกรเป็นหลัก ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ศึกษาเรื่องการปลูกกาแฟมานานแล้ว โดยทดลองจากพื้นที่จริง ทดสอบในทุกระดับความสูง และทำงานร่วมกับหลายกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ เพื่อดูว่าสายพันธุ์ใดเหมาะกับสภาพดิน อากาศ และบริบทของแต่ละหมู่บ้านจริง ๆ ไม่ใช่เพียงการทดลองในแปลงสาธิตเท่านั้น</p>
<p><em>“คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ได้เตรียมตัวว่า ถ้าวันหนึ่งโลกร้อนขึ้นกาแฟที่เรามีอยู่ในไทยอาจจะต้านทานสภาพอากาศไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่ทีมพัฒนากาแฟภายใต้ส่วนงานโครงการพิเศษของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ศึกษาวิจัย เราเตรียมทดลองสายพันธุ์กาแฟในระดับความสูงที่แตกต่างกัน หากในวันหนึ่ง ผลผลิตของชาวบ้านไปต่อไม่ได้ ดอยตุงก็จะมีระบบสำรองเมล็ดพันธุ์ ที่จะสร้างความยั่งยืนให้พวกเขาต่อได้ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของ การพัฒนากาแฟรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ดำเนินงานก็เพื่อสร้างความยั่งยืนแท้จริงให้กับ คน ชุมชน และป่า”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40186 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้าน<strong> คุณสิทธินัดดา ปภาวสิทธิ์</strong> ผู้จัดการส่วนโครงการพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผู้ดูแลโครงการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กาแฟ กล่าวว่า การรับมือของดอยตุงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องทำให้ระบบปลูก &#8216;ทนขึ้น&#8217; และ &#8216;ยืดหยุ่นขึ้น&#8217; ตั้งแต่ดินจนถึงต้นกาแฟ โดยเดินหน้าเรื่องการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ ผ่านทั้งวนเกษตรและเกษตรเชิงฟื้นฟู เพิ่มความหลากหลายของพืชในแปลง วางแผนจัดการพื้นที่ให้เหมาะกับสภาพอากาศที่ผันผวน ปรับปรุงดินและการจัดการน้ำให้แปลงสามารถกักเก็บความชื้นได้ดีขึ้น รวมถึงใช้จุลินทรีย์และปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเสริมความแข็งแรงของระบบราก</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><em>&#8220;เมื่ออากาศแปรปรวนหนักขึ้น โรคและแมลงมากขึ้น ปริมาณน้ำขาดแคลน และปริมาณน้ำฝนไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น กาแฟจึงไม่ใช่พืชที่จะปลูกเหมือนเดิมได้อีกต่อไป รวมทั้ง​เรื่องของคุณภาพก็ไม่สามารถ​คุมได้ง่ายเหมือนเดิมเช่นกัน ​นำมาสู่การพัฒนา <strong>&#8216;สายพันธุ์ที่ทนต่อสภาพอากาศ’</strong> ให้เร็วขึ้น เพื่อสร้างสายพันธุ์ที่แข็งแรงมากขึ้น ​เอาตัวรอดได้ดี และยังให้รสชาติที่ดี เพื่อรักษาความต้องการในตลาด โดยเฉพาะการ​รักษารสชาติแบบอาราบิก้า แต่แข็งแรงขึ้นแบบโรบัสต้า พร้อมใช้ระบบวนเกษตรปลูกไม้ร่มเงา เพื่อลดอุณหภูมิในทรงพุ่มกาแฟลงประมาณ 2–5 องศา เพื่อลดความเสี่ยงจากแดดเผาและความเครียดของต้นกาแฟ ​รวมไปถึงการ​การจัดการโรคและแมลงอย่างเป็นระบบ เพราะในโลกที่ร้อนขึ้น ศัตรูพืชไม่รอให้เราพร้อมอีกต่อไป&#8221; </em></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40187 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/12-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ท่ามกลางราคากาแฟโลกที่ผันผวน และอุปทานที่ตึงตัวจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศ ความท้าทายของอุตสาหกรรมกาแฟไทยจึงเชื่อมโยงถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งระบบ สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงกระทบต่อเกษตรกรหรือผู้ประกอบการต้นน้ำ หากกำลังส่งแรงสะเทือนมาถึงผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าสูงอย่างไทย เมื่อผลผลิตโลกหดตัวจากวิกฤตภูมิอากาศ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นย่อมสะท้อนผ่านราคากาแฟที่ผู้บริโภคเข้าถึงทุกวัน และอาจกลายเป็นความเสี่ยงถาวรของตลาดในระยะยาว หากไม่มีการปรับตัวอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/doi-tung-coffee-climate-adaptation/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เร่ง Climate Adaptation พัฒนาสายพันธุ์ &#8216;กาแฟดอยตุง&#8217; ​ทนขึ้น และยืดหยุ่นมากขึ้น​ รับมือความเสี่ยงจากสภาพอากาศ กระทบพื้นที่ปลูกกาแฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ : พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ สู่การอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่กวงอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/specialty-coffee-supply-chain-value/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Oct 2025 09:21:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Learning and Innovation Platform]]></category>
		<category><![CDATA[LIP]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟอราบิก้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกร]]></category>
		<category><![CDATA[บพท.]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเมธ ภูมิธันเมธ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยนต์ สูงคำ]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37412</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุ่มน้ำแม่กวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มายาวนาน มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างปรากฏการณ์เอนโซ่ (เอลนีโญและลานีญา) และข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีของเกษตรกรในการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด คุณ​สุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ​คณะวิจัยโครงการนวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสม ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตกาแฟอย่างเป็นระบบ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการ Learning and Innovation Platform (LIP) สร้างความตระหนักด้วยวิทยาศาสตร์อย่างง่าย บ้านห้วยน้ำกืน ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำแม่กวง มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนานกว่า 45 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทำให้วิธีการดั้งเดิมที่เคยใช้ได้ผลไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อีกต่อไป โดยเฉพาะการทำเกษตรที่พึ่งพาประสบการณ์และการลองผิดลองถูก (Trial &#38; Error) อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/specialty-coffee-supply-chain-value/">คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ : พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ สู่การอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่กวงอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลุ่มน้ำแม่กวง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงผู้คนในพื้นที่มายาวนาน มีอาณาเขตครอบคลุมตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ตำบลเทพเสด็จ ตำบลป่าเมี่ยง ตำบลเชิงดอย ตำบลลวงเหนือ ตำบลสง่าบ้าน อำเภอดอยสะเก็ด และตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-37412"></span></p>
<p>แต่ในช่วงที่ผ่านมาพื้นที่แห่งนี้ต้องเผชิญปัญหาปริมาณและคุณภาพผลผลิตกาแฟที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างปรากฏการณ์เอนโซ่ (เอลนีโญและลานีญา) และข้อจำกัดด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีของเกษตรกรในการพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด</p>
<p><strong>คุณ​สุริยนต์ สูงคำ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา</strong><strong> และ​</strong><strong>คณะวิจัยโครงการ</strong><strong>นวัตกรรมการพัฒนาและยกระดับมูลค่ากาแฟพืชเศรษฐกิจหลักของชุมชนเกษตรกรรมเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย</strong> <strong>โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) </strong><strong>จึงนำเทคโนโลยีพร้อมใช้และองค์ความรู้ที่เหมาะสม ผนวกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดให้กับคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตกาแฟอย่างเป็นระบบ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน ผ่าน</strong><strong>กระบวนการ </strong><strong>Learning and Innovation Platform (LIP)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37414 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/LIP_Learning-Innovation-Process.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างความตระหนักด้วยวิทยาศาสตร์อย่างง่าย</strong></p>
<p>บ้านห้วยน้ำกืน ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำแม่กวง มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนานกว่า 45 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทำให้วิธีการดั้งเดิมที่เคยใช้ได้ผลไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อีกต่อไป</p>
<p>โดยเฉพาะการทำเกษตรที่พึ่งพาประสบการณ์และการลองผิดลองถูก (Trial &amp; Error) อาทิ การใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จ (15-15-15) ตามความเคยชิน หรือตามคำแนะนำของเพื่อนบ้าน โดยขาดความเข้าใจที่แท้จริงว่า ดินและพืชในแปลงของตนต้องการธาตุอาหารชนิดใดในปริมาณเท่าไหร่ ทำให้เกิดต้นทุนที่ไม่จำเป็นและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญในการรักษาและยกระดับคุณภาพผลผลิตกาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37416 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/การวิเคราะห์ดิน-หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการผลิตกาแฟคุณภาพ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การดำเนินงานในพื้นที่ของคณะวิจัยจึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนทางวิชาการ แต่เป็นการประสานความร่วมมือกับชุมชนในฐานะภาคีเครือข่าย โดยมุ่งเน้นการเสริมศักยภาพของเกษตรกรผ่านกระบวนการ <strong>​วิทยาศาสตร์อย่างง่าย </strong>และ <strong>เทคโนโลยีพร้อมใช้​</strong> แทนการนำเสนอเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและเข้าถึงยาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งหลักการสำคัญของการทำงานร่วมกับชุมชน คือ <strong>การสร้างความเข้าใจผ่านกระบวนการเรียนรู้บนฐานชุดข้อมูล (</strong><strong>Data-Driven Learning)</strong> ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถทำความเข้าใจเหตุและผลการทำเกษตรอย่างมีหลักการ เพื่อให้สามารถปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการต่างๆ คือ</p>
<p><strong>1. ใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือ</strong> วิเคราะห์รวบรวมข้อมูลและนำเสนอผลเป็นรายแปลง อาทิ การวิเคราะห์ค่าดินในรูปแบบชุดสีที่เข้าใจง่าย (สีแดง: ระดับอันตราย) เพื่อให้ชาวบ้านที่ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเกิดความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่คณะวิจัยนำเข้าไป</p>
<p><strong>2. เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (</strong><strong>Learning By Doing)</strong> โดยให้เกษตรกรเรียนรู้และลงมือปฏิบัติพร้อมกับคณะวิจัยในแปลงทดลอง เป็นการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ (Learning Space) เพื่อให้เกษตรกรสามารถวิเคราะห์ ติดตามผล ที่นำไปสู่การ <strong>&#8216;รับ-ปรับ-ใช้&#8217;</strong> องค์ความรู้ อีกทั้งยังทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของในกระบวนการเรียนรู้และภูมิใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นร่วมกัน</p>
<p><strong>3. </strong><strong>ทบทวนและประเมินผลหลังปฏิบัติงาน (</strong><strong>After Action Review: AAR)</strong> ร่วมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์การผลิตกาแฟในแปลงของตนเอง พร้อมปรับแนวทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงอย่างทันท่วงที</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตร์จารย์วิสูตร อาสนวิจิตร หัวหน้าโครงการย่อยที่ </strong><strong>1</strong> อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ <strong>สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมีนัยยะสำคัญ</strong> ให้ชุมชนได้รับรู้ว่า การยึดมั่นในแนวทางปฏิบัติเดิมย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์เดิมหรือถดถอยลง แต่เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่าการพัฒนาคุณภาพผลผลิตกาแฟ คือ <strong>การอนุรักษ์พื้นที่ลุ่มน้ำแม่กวง</strong> ที่เปรียบเสมือนบ้านของชาวบ้านและคณะวิจัยให้คงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ผศ.วิสูตร-อาสนวิจิตร-แลกเปลี่ยนกับนวัตกรในโครงการ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> </strong><strong>ปั้นคน ปั้นความรู้ สร้างนวัตกรชุมชน </strong></p>
<p>นอกจากการปรับทัศนคติของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้บนฐานชุดข้อมูล (Data-Driven Learning) แล้ว หัวใจของความสำเร็จที่ยั่งยืนอีกอย่างหนึ่ง คือ การสร้าง &#8216;<strong>นวัตกรชุมชน&#8217; </strong>ให้เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดและขยายผลเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง ที่ไม่ได้มองเกษตรกรเป็นเพียงผู้รับการถ่ายทอด แต่มองเป็น &#8216;<strong>หุ้นส่วน&#8217; </strong><strong>​</strong>สำคัญในการสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เพื่อให้องค์ความรู้ฝังรากลึกในชุมชนแม้โครงการวิจัยจะสิ้นสุดลง</p>
<p>สำหรับกระบวนการคัดเลือกและพัฒนานวัตกร เริ่มต้นจากการลงพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพและความพร้อมของเกษตรกรแต่ละราย โดยใช้เกณฑ์ต่าง ๆ อาทิ ประสบการณ์ในการทำกาแฟ ความสามารถในการชิมและประเมินรสชาติกาแฟของตนเอง และระดับความพร้อมในการรับ-ปรับ-ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้สามารถจำแนกเกษตรกรออกเป็นนวัตกรในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับต้นไปจนถึงระดับสูงได้</p>
<p><strong>คุณภูเมธ ภูมิธันเมธ คือ ตัวอย่างที่ชัดเจนของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านห้วยน้ำกืน ที่ยกระดับตนเองขึ้นเป็นนวัตกรระดับสี่ที่สามารถ &#8216;รับ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ปรับ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ใช้</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ขยายผล&#8217; องค์ความรู้และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ</strong> <strong>อีกทั้งยังเป็น &#8216;นายสถานี&#8217; ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกาแฟให้กับเกษตรกรรายอื่นได้</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37415 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ภูเมธ-ภูมิธันเมธ-คนยืนซ้ายสุด-กับทีมนวัตกร-และ-ผศ.วิสูตร-คนยืนตรงกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อาทิ การเลือกสายพันธุ์กาแฟที่ตลาดต้องการ การเตรียมแปลงปลูก ไปจนถึงการให้คำแนะนำเชิงลึกในการจัดการโรคและแมลง และด้วยทักษะการชิมและประเมินรสชาติกาแฟ (Cupping Test) ที่ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็น<strong>ผู้ชิมและประเมินคุณภาพกาแฟ (</strong><strong>Q-Grader)</strong> จึงสามารถให้ข้อเสนอแนะในเรื่องจุดเด่นและข้อบกพร่องของกาแฟที่ชิมได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถวิเคราะห์ย้อนกลับไปได้ถึงกระบวนการดูแลแปลงและการแปรรูป แต่สำคัญที่สุด คือ พื้นที่ปลูกกาแฟของนายภูเมธได้กลายเป็น <strong>ศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต</strong> หรือพื้นที่ต้นแบบที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการผลิตกาแฟคุณภาพไว้อย่างครบวงจร เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานการผลิตกาแฟคุณภาพของพื้นที่ได้</p>
<p><em>“การเข้าร่วมโครงการได้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทั้งในมิติส่วนตัวและบทบาทต่อชุมชน การมีข้อมูล Big Data และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์จากโครงการวิจัยเข้ามาสนับสนุน ทำให้สามารถอธิบายเรื่องราวและกระบวนการผลิตกาแฟเชิงวิทยาศาสตร์ได้อย่างเป็นระบบและน่าเชื่อถือ นำไปสู่คุณภาพผลผลิตที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดย <strong>คุณค่าที่แท้จริง</strong> ที่ได้รับจากโครงการนี้ คือการได้เผยแพร่และส่งต่อความรู้ให้กับคนในชุมชนเพื่อให้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ความสำเร็จในการสร้างนวัตกรชุมชนเช่นนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนบุคคล แต่ได้ส่งผลกระทบในวงกว้างที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม  และที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ”  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37418 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Cupping-Coffee-การให้คะแนนกาแฟจากผู้เชี่ยวชาญ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ติดตั้ง</strong><strong>เทคโนโลยี พลิกคุณค่าเมล็ดกาแฟ สู่มูลค่าที่เพิ่มขึ้น</strong></p>
<p>คณะวิจัยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถกาแฟท้องถิ่นเพื่อทำตลาดในกลุ่มกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่เรียบง่ายเข้าไปหนุนเสริมฐานทุนความรู้เดิมของชุมชน ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต พร้อมทั้งแก้ไข Pain Point ได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที โดยอาศัยกระบวนการ Learning and Innovation Platform (LIP) ที่เน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกรผ่านการทำแปลงสาธิตและการติดตามผลทั้ง 8 ด้าน ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/สุริยงค์-สูงคำ-หัวหน้าโครงการวิจัย.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>1. กระบวนการจัดการดินและน้ำเฉพาะที่ (Specific Area) โดยการตรวจวิเคราะห์ดิน และจัดทำแปลงสาธิตปรับปรุงความเป็นกรดดิน ช่วยลดต้นทุนจากการใส่ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น และทำให้ต้นกาแฟแข็งแรงทนทานต่อโรค ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้น</p>
<p>2. การอนุรักษ์ดินและน้ำในแปลงกาแฟ</p>
<p>3. กระบวนการเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟผลสุกเต็มที่ จัดทำอุปกรณ์เทียบสีความสุกเมล็ดกาแฟให้กับเกษตรและแรงงานนอกพื้นที่ที่เข้ามารับจ้างเก็บผลผลิต</p>
<p>4. กระบวนการแปรรูปกาแฟพิเศษและการทดสอบรสชาติกาแฟ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ตำแหน่งเครื่องมือวัดติดตามสภาพอากาศในแปลงของเกษตกร-แสดงผ่านมือถือ.jpg" alt="" width="525" height="700" /></p>
<p>5. เทคโนโลยีการติดตามสภาพอากาศต่อการผลิตกาแฟ เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกรในการเตรียมป้องกันการระบาดของโรคและแมลงสำคัญของกาแฟได้อย่างถูกต้องและทันต่อสถานการณ์</p>
<p>6. เทคโนโลยีการติดตามสภาพอากาศโรงตากกาแฟ ที่มีการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นในพื้นที่ปลูกและโรงตากกาแฟ ซึ่งประกอบด้วย ระบบเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น 4 จุด ระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงและไฟเมื่อเกิดสภาวะไม่เหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาเชื้อราที่เกิดจากการตากที่ไม่ได้มาตรฐาน ช่วยรักษาคุณภาพและสีสันของสารกาแฟ (Green Bean) ให้สวยงามสม่ำเสมอ</p>
<p>7. ระบบบัญชีอย่างง่าย ที่ทำให้เกษตรกรได้เห็นต้นทุนการผลิตที่แท้จริงของตนเอง เพื่อให้ตระหนักถึงต้นทุนและผลตอบแทนที่แท้จริง</p>
<p>8. กระบวนการนำเสนออัตลักษณ์กาแฟคุณภาพ โดยการพัฒนาแบรนด์และบรรจุภัณฑ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37419 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ควบคุมความชื้นโรงตากกาแฟ-หนึ่งในขั้นตอนสำคัญ.jpg" alt="" width="525" height="700" /></p>
<p>การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ ส่งผลให้เกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของกาแฟตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตอย่างชัดเจน <strong>จากเดิมที่ขายเชอร์รี่กาแฟได้เพียง</strong><strong> 25 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อแปรรูปเป็นสารกาแฟ (Green Bean</strong><strong>s</strong><strong>) ที่มีคุณภาพจะสามารถขายได้ในราคา 500 บาทต่อกิโลกรัม และมูลค่าจะยิ่งทวีคูณขึ้นเมื่อนำไปทำกาแฟคั่วและสร้างแบรนด์ของตนเอง โดยสามารถทำราคาได้ถึง 2,000 บาทต่อกิโลกรัม </strong>นอกจากนี้ <strong>การสร้างกลไกเชื่อมโยงตลาด </strong><strong>Specialty Coffee </strong>ที่เกิดการ Matching กับกลุ่มสหายกาแฟซึ่งเป็นนักชิมและเจ้าของร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมการประเมินรสชาติ (Cupping Test) ทำให้ผู้ซื้อได้ชิมผลผลิตกาแฟจากพื้นที่วิจัยโดยตรง จากเดิมที่ขายได้เพียงหลักร้อยก็สามารถเพิ่มมูลค่าได้ถึง 10 เท่า</p>
<p>ยิ่งไปกว่านี้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟพิเศษบ้านห้วยน้ำกืนยังได้สร้างกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่จูงใจให้เกษตรกรเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>การกำหนดมาตรฐานคุณภาพเชอร์รี่กาแฟ </strong>สำหรับเกษตรกรบางรายที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่กระบวนการแปรรูป โดยมีการประเมินคุณภาพเชอร์รี่กาแฟระดับความสุก 100%  รับซื้อผลเชอร์รี่ที่ได้ตามมาตรฐานกลุ่มในราคาสูงกว่าตลาด จากเดิม 25 บาทต่อกิโลกรัม อาจเพิ่มเป็น 30 บาทต่อกิโลกรัม</p>
<p><strong>&#8211; การรับซื้อกาแฟกะลามาตรฐานที่ผ่านกระบวนการ </strong><strong>Natural Process </strong>ในราคาสูงถึง 300 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาตลาดทั่วไปอยู่ที่ 180 บาทต่อกิโลกรัม โดยการให้ราคาที่สูงกว่าราคาตลาดนี้เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรรายอื่นหันมาใส่ใจคุณภาพ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ <strong>คุณภาพนำราคา </strong> เพื่อยกระดับมาตรฐานผลผลิตกาแฟในชุมชน</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Re-การคัดเมล็ดกาแฟ-ข้อบกพร่อง-Defect-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></strong></p>
<p><strong>คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ </strong></p>
<p>มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์กาแฟ เป็นผลสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำแม่กวง ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย ชุมชน เกษตรอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพระสงฆ์ เพราะ<strong>พื้นที่ปลูกกาแฟแห่งนี้คือ ป่าต้นน้ำที่สำคัญของชุมชน จึงเกิดเป็นแนวคิด &#8216;กาแฟรักษ์ป่า&#8217;</strong> โดยคุณภูเมธ อธิบายว่า แนวคิดนี้เกิดจากวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่พึ่งพาอาศัยทรัพยากรป่ามายาวนาน การปลูกกาแฟอราบิก้าใต้ร่มเงาไม้ใหญ่จึงเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรต้องอนุรักษ์ไม้ใหญ่และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เพื่อดึงดูดสิ่งมีชีวิตต่างๆ เข้ามาอาศัย ขณะเดียวกันการดูแลไร่กาแฟและการทำฝายชะลอน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ยังช่วยสร้างความชุ่มชื้นและป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นการปกป้องผืนป่าต้นน้ำโดยรอบอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการให้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพ</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิสูตร</strong> กล่าวเสริมว่า การมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้พื้นที่ปลูกกาแฟแห่งนี้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งนำไปสู่การขยายผล (Scale Up) ทั้งการสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชน ทั้งตัวนวัตกรและพื้นที่รับรู้ว่าการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพคือ กลไกที่สำคัญที่สุดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ขณะเดียวกัน หลายหน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการก็ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาเทคโนโลยีและกระบวนการทำงาน ร่วมมือกับยุวชนอาสาในการปลูกกาแฟขั้นบันได</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37428 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/นวัตกรสามารถถ่ายทอดความรู้การทำกาแฟคุณภาพได้.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่มีนโยบายส่งเสริมการปลูกกาแฟอย่างชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และผลักดันให้ไร่กาแฟของคุณภูเมธเป็นแหล่งนำร่องด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งยังทำให้สหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนาจำกัด รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอื่น ๆ ที่รับผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่สามารถขยายการจำหน่ายต่อไปได้</p>
<p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิสูตร</strong> เน้นย้ำว่า สิ่งที่ย้อนกลับมาสู่คณะวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา คือ การบรรลุพันธกิจของการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ที่สามารถเชื่อมโยงชุมชนเข้าสู่ภาคการศึกษา ด้วยการลบภาพงานวิจัยที่ว่าเป็นเรื่องจับต้องไม่ได้ กลายเป็นงานวิจัยที่นำมาใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ได้จริง <em>ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่คุณภาพกาแฟ แต่เป็นคุณค่าของเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง นวัตกรรมเทคโนโลยีที่ใช้ไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนวิถีชีวิตชุมชน แต่เป็นการเสริมและอุดรอยรั่ว และคงไว้ซึ่งเสน่ห์และความสวยงามของภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้กาแฟมีคุณค่ามากกว่าคุณภาพ จากเรื่องราวการอนุรักษ์ธรรมชาติและความสวยงามเชิงพื้นที่ที่ผู้บริโภคสามารถสืบหาต้นตอของแหล่งผลิตกาแฟได้</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จากกาแฟใหม่ๆ.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em>“ความผูกพันของภาคีเครือข่ายลุ่มน้ำแม่กวงเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานวิจัยเชิงพื้นที่ แม้ว่าโครงการวิจัยจะสิ้นสุดลง แต่การขับเคลื่อนในพื้นที่ยังคงมีอยู่ตลอดไป ผ่านสายสัมพันธ์ของผู้คนภายใต้เป้าหมายและองค์ความรู้ที่หยั่งรากลึกลงในชุมชน ซึ่งความท้าทายต่อไป คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถขยายองค์ความรู้และผลลัพธ์เชิงบวกที่เกิดขึ้นนี้ไปสู่เกษตรกรในวงกว้างให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลกระทบในระดับที่ใหญ่กว่าเดิมให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทย”</em> นายสุริยนต์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/specialty-coffee-supply-chain-value/">คุณค่าที่มากกว่าเมล็ดกาแฟ : พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ ยกระดับห่วงโซ่กาแฟคุณภาพ สู่การอนุรักษ์ป่าลุ่มน้ำแม่กวงอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TG เร่งแผน ESG เสิร์ฟ Carbon Neutral Coffee ผ่านร้าน PUFF &#038; PIE ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้องค์กร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/puff-amd-pie-carbon-neutral-coffee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Sep 2025 12:07:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Bakery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Local Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[PUFF & PIE]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TG]]></category>
		<category><![CDATA[THAI Catering]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาย เอี่ยมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฟแอนด์พาย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วรางคณา ลือโรจน์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36425</guid>

					<description><![CDATA[<p>การบินไทย โดยฝ่ายครัวการบิน ผนึกพันธมิตร โครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดตัวกาแฟ &#8216;Carbon Neutral Coffee&#8217; สำหรับเสิร์ฟลูกค้าร้านพัฟแอนด์พาย (PUFF &#38; PIE) พร้อมเพิ่มการใช้วัตถุดิบกลุ่ม Local Sourcing เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถสร้าง Positive Impact ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม  และชุมชนเพิ่มมากขึ้น การขับเคลื่อนครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG ของการบินไทยให้เด่นชัดมากขึ้น ​เริ่มจากกลุ่มธุรกิจการบิน มาสู่หน่วยธุรกิจอื่นภายในองค์กรด้วย ​โดยเฉพาะร้านพัฟแอนด์พาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ไปสู่แบรนดิ้งของการบินไทยได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ การบินไทย และ​ดอยตุง ได้ร่วมมือกันมาก่อนหน้า ด้วยการเสิร์ฟเมล็ดกาแฟจากดอยตุงให้กับผู้โดยสารการบินไทยบนเครื่องกว่า 20 ล้านคน ทั้งในกลุ่มลูกค้าขั้นประหยัด รวมทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจและเฟิร์สคลาสด้วย ก่อนจะขยายมายังร้านพัฟแอนด์พายในที่สุด ซึ่งการบินไทยถือเป็นผู้สั่งเมล็ดกาแฟรายหลักของดอยตุง ในปริมาณ 25% หรือราว 1 ใน 4  ของกำลังผลิตทั้งหมดที่ดอยตุงสามารถผลิตได้ในปัจจุบัน คุณชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/puff-amd-pie-carbon-neutral-coffee/">TG เร่งแผน ESG เสิร์ฟ Carbon Neutral Coffee ผ่านร้าน PUFF &#038; PIE ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้องค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การบินไทย</strong> โดยฝ่ายครัวการบิน ผนึกพันธมิตร<strong> โครงการพัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> เปิดตัวกาแฟ <strong>&#8216;Carbon Neutral Coffee&#8217;</strong> สำหรับเสิร์ฟลูกค้าร้านพัฟแอนด์พาย <strong>(PUFF &amp; PIE</strong>) พร้อมเพิ่มการใช้วัตถุดิบกลุ่ม Local Sourcing เพิ่มเติมในอนาคต เพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจสามารถสร้าง Positive Impact ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม  และชุมชนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-36425"></span></p>
<p>การขับเคลื่อนครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นการดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG ของการบินไทยให้เด่นชัดมากขึ้น ​เริ่มจากกลุ่มธุรกิจการบิน มาสู่หน่วยธุรกิจอื่นภายในองค์กรด้วย ​โดยเฉพาะร้านพัฟแอนด์พาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Touchpoint ที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ไปสู่แบรนดิ้งของการบินไทยได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>ทั้งนี้ การบินไทย และ​ดอยตุง ได้ร่วมมือกันมาก่อนหน้า ด้วยการเสิร์ฟเมล็ดกาแฟจากดอยตุงให้กับผู้โดยสารการบินไทยบนเครื่องกว่า 20 ล้านคน ทั้งในกลุ่มลูกค้าขั้นประหยัด รวมทั้งกลุ่มลูกค้าธุรกิจและเฟิร์สคลาสด้วย ก่อนจะขยายมายังร้านพัฟแอนด์พายในที่สุด ซึ่งการบินไทยถือเป็นผู้สั่งเมล็ดกาแฟรายหลักของดอยตุง ในปริมาณ 25% หรือราว 1 ใน 4  ของกำลังผลิตทั้งหมดที่ดอยตุงสามารถผลิตได้ในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36457 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/K-Chai-TG.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชาย เอี่ยมศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย <strong>คุณวรางคณา ลือโรจน์วงศ์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่หน่วยธุรกิจการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ <strong>คุณประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ</strong> ประธานสายปฏิบัติการธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลร่วมกันถึงความร่วมมือในครั้งนี้ ผ่านการแนะนำกาแฟทางเลือกใหม่ ภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;From Farm to Cup – ดื่มด่ำกาแฟจากผืนป่าสู่มือคุณ&#8217; </strong>เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบกาแฟคุณภาพสูง ควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ท้ังนี้ <em><strong>ผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟจากดอยตุงที่นำส่งให้ร้านพัฟแอนด์พาย ได้คัดเลือกเมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากดอยตุง ​ที่ผลิตในกระบวนการ​ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​และได้รับรองมาตรฐาน​การปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ (CFP) ​​ทำให้สามารถตรวจวัดและชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างครบถ้วนตลอดห่วงโซ่การผลิต จึงได้รับการรับรองว่าเป็น  Carbon Neutral Coffee  </strong></em></p>
<p>นอกจากเมล็ดกาแฟแล้ว ร้านพัฟแอนด์พายและดอยตุงยังมีแผนขยายความร่วมมือผ่านการรับวัตถุดิบอื่นๆ เข้ามาผลิตสินค้าเบเกอรี่ของพัฟแอนด์พายเพิ่มเติม อาทิ น้ำผึ้ง และแมคคาเดเมีย เพื่อส่งเสริมการใช้ Local Sourcing  ที่ช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกรไทย รวมทั้งส่งเสริม​แบรนด์ไทยให้สามารถเติบโตร่วมกันได้ในระดับสากล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36455 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TG4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;พัพฟ์แอนด์พาย ยังมุ่งส่งเสริมความยั่งยืนในมิติอื่นๆ เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนกว่า 50% ของบรรจุภัณฑ์ในพัฟแอนด์พายเป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกและสามารถนำไปรีไซเคิลได้ โดยพยายามจะลดการใช้ Single use Plastic ให้น้อยลง ​โดยตั้งเป้าภายในปลายปีหน้าจะใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกได้ทั้ง 100% ​ รวมทั้งการนำส่งน้ำมันพืชใช้แล้วภายในร้านให้กับทาง ปตท. และบางจาก เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน หรือ SAF อีกด้วย&#8221;</em> คุณวรางคณา กล่าว</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ พัฟแอนด์พาย และดอยตุง ได้ร่วมกันเปิดตัวกาแฟ Signature Menu 5 เมนูพิเศษ ที่ผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพเข้ากับกาแฟอาราบิก้าอย่างลงตัว เริ่มด้วยเมนู <strong>Coco Coff on Cloud</strong> ซึ่งนำเอสเปรสโซเข้มข้นมาผสานกับความหอมนุ่มของครีมมะพร้าวและฟองนมอัญชันสีฟ้า เสิร์ฟตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยจะมีเมนูใหม่ทยอยเปิดตัวจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36454 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TG3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>พร้อมทั้งการเปิดตัวเบเกอรี่คอลเลคชั่น <strong>Siam’s Treasures</strong>​ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมไทยดั้งเดิมมาผสมผสานกับศาสตร์การทำขนมแบบตะวันตก อาทิ Siam Honey Crown ทาร์ตแมคคาเดเมียคาราเมลน้ำผึ้ง, Midnight Mocha Jewel เค้กมอคค่าเข้มข้นเคลือบดาร์กช็อกโกแลต และ Siam’s Molten Heart คุกกี้บราวนี่เนื้อหนึบไส้ช็อกโกแลตกรานาช</p>
<p>การขับเคลื่อนของพัฟแอนด์พายครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างความแข็งแรงด้านแบรนดิ้งให้พัฟแอนด์พายเป็นได้มากกว่าแค่ร้านเบอเกอรี่ แต่จะเป็นอีกหนึ่งหน่วยธุรกิจ ที่เข้ามามีส่วนในการช่วยขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนให้กับการบินไทย เพื่อบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ผ่านทั้งจำนวนสาขาที่มีกว่า 40 แห่ง  กระจายอยู่ทั่วประเทศ และฐานลูกค้าสมาชิกที่มีกว่า 2 พันราย โดย​ตั้งเป้า​เติบโตอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นกว่าปีละ  1 พันราย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/puff-amd-pie-carbon-neutral-coffee/">TG เร่งแผน ESG เสิร์ฟ Carbon Neutral Coffee ผ่านร้าน PUFF &#038; PIE ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขับเคลื่อนความยั่งยืนให้องค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 06:43:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[Capsule Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Drop point]]></category>
		<category><![CDATA[My Cup of Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling Rate]]></category>
		<category><![CDATA[Second Life]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟแคปซูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[อีลิส ทัน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสเพรสโซ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35789</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนสเพรสโซ ประเทศไทย ขับเคลื่อนแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ​มุ่งสร้างการรับรู้ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030 คุณอีลิส ทัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนสเพรสโซ ประเทศไทย</strong> ขับเคลื่อนแคมเปญ<strong> &#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ​มุ่งสร้างการรับรู้ <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ​ของคนไทย พร้อมเพิ่ม​การมีส่วนร่วม​ดูแลโลกผ่านกาแฟแก้วโปรด ​เดินหน้าผนึกพันธมิตรขยายความสะดวก​การส่งคืนแคปซูลหลังการบริโภคมากขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอัตรา Recycling Rate ประเทศไทยได้เท่าตัว ภายในปี 2030</p>
<p><span id="more-35789"></span></p>
<p><strong>คุณอีลิส ทัน</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร เนสเพรสโซ ประเทศไทย และ <strong>คุณอมรทิพย์ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา</strong> ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด เนสเพรสโซ ประเทศไทย ให้ข้อมูลร่วมกันว่า เนสเพรสโซเร่ง​สื่อสารเชิงรุกแคมเปญ <strong>&#8216;My Cup of Purpose&#8217;</strong> ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ด้าน​ความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ตลอดวัฏจักรผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ หรือเมล็ดกาแฟ ไปจนถึงการดูแลผลิตภัณฑ์หลังการบริโภค หรือการส่งคืน​แคปซูลกาแฟ พร้อมนำไปต่อยอดการสร้างคุณค่าใหม่หรือ Second Life ทั้งในส่วนวัสดุ​​อลูมิเนียม และกากกาแฟ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มกาแฟอย่างยั่งยืนในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกาแฟแคปซูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโอกาสขยายตัวในระดับสูง จากขนาดของตลาดที่ปัจจุบัน​ยังไม่ถึง 10% จากตลาดกาแฟโดยรวม จึงยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ตามเทรนด์การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดกาแฟประเทศไทย​ปีละประมาณ 8% สวนทางกับการภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่มีการชะลอตัว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเนสเพรสโซ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ และยินดีจ่ายในราคาที่แพงกว่า หากเป็นการสนับสนุนแบรนด์ที่มีความยั่งยืนหรือดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่ม GenZ ไทย ที่มีสัดส่วนถึง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 65% รวมทั้งการเติบโตของการขับเคลื่อนเรื่องการส่งเสริมการรีไซเคิลภายในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา  ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ราว 4-5%  จาก 34.5%  เป็น 38.6%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนแคมเปญนี้ จะขยายผลในการสร้างอิมแพ็คผ่านวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ยกระดับจากการเติมเต็มในรื่องประสบการณ์และการดื่มด่ำกับช่วงเวลา <strong>&#8216;Me Moments&#8217;</strong> มาสู่โอกาสในการสร้างสิ่งที่ดีให้โลก ผ่าน<strong> 3 เสาหลักความยั่งยืนของเนสเพรสโซ ทั้งความใส่ใจต่อการหมุนเวียน (Circularity) ความใส่ใจต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate) และความใส่ใจต่</strong><strong>อชุมชน (Community)</strong> เพื่อสร้างให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้  พร้อมเร่งสื่อสาร​สร้างการรับรู้ถึงประโยชน์ในการส่งคืนแคปซูลกาแฟเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านความร่วมมือ​กับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง บริษัท วงษ์พาณิชย์ ในจังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแคปซูลทุกชิ้น​จะถูกรวบรวม และนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลด้วยความใส่ใจโลกอย่างแท้จริง เพื่อนำไปแยกประเภทการบริหารจัดการ และสร้างคุณค่าใหม่ ในรูปแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งจักรยาน แก้วน้ำ ปากกา ​ รวมท้ัง​กากกาแฟที่ใช้แล้วจะถูกแปรรูปเป็นปุ๋ย เพื่อนำส่งต่อให้เกษตรกรที่ทำไร่ในจังหวัดพิษณุโลก สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง&#8221;</em></p>
<p>นอกจาก การสร้าง  Awareness ในวงกว้าง ยังมุ่งสนับสนุนเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม​​ของผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงช่องทางในการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลได้มากขึ้น ​ด้วยการ​​ขยายจุดส่งคืน (Drop point) ให้เข้าถึงง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น  ทั้งจาก 8 สาขาของเนสเพรสโซบูติก ​ในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รวมทั้ง​จุดขายในห้างสรรพสินค้ากว่า 50 แห่ง รวมทั้งการฝากส่งคืนทางไปรษณีย์ได้ทั่วประเทศ พร้อมทั้งบริการรับถึงบ้าน เมื่อสั่ง​​สินค้าออนไลน์ และเสริมความแข็งแกร่งด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ​เพื่อผสมผสานเรื่องความยั่งยืนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตได้อย่างกลมกลืน และทุกคนสามารถทำได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับเป้าหมายการขับเคลื่อนแคมเปญ My Cup of Purpose​ ในประเทศไทย ตั้งเป้าการส่งคืน​แคปซูลเพื่อรีไซเคิล (Recycling Rate) ให้เติบโตต่อเนื่องได้แบบเท่าตัว​ จากปัจจุบันเนสเพรสโซประเทศไทยมี Recycling Rate​ ที่ 25% โดยตั้งเป้าขยับเพิ่มขึ้นในสิ้นปีนี้เ​ป็น​ 27% และเพิ่มขึ้นได้ราวเท่าตัว หรือเพิ่มเป็นมากกว่า 50%  ภายในปี 2030 โดยในภูมิภาคเอเชียประเทศที่มีการส่งคืนแคปซูลเพื่อรีไซเคิลสูงที่สุดคือ ไต้หวัน​ มีการส่งคืนมากกว่า 50% ตามมาด้วยเกาหลีใต้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากความแข็งแรงของระบบในการบริหารจัดการขยะ และการขับเคลื่อนผลักดันอย่างจริงจังของภาครัฐ ขณะที่สัดส่วนเฉลี่ยทั่วโลกในปัจจุบันอยู่ที่ 35% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 60% ภายในปี 2030  ​</p>
<p><em>&#8220;ตลอดการเดินทาง​ที่ผ่านมา เนสเพรสโซ่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า​ผ่านโครงการระดับโลก ที่ขับเคลื่อนมา​ต่อเนื่อง อาทิ โครงการ AAA Sustainable Quality™ ที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรชาวไร่กาแฟกว่า 168,550 ราย ใน 18 ประเทศ เพื่อช่วยเหลือการฟื้นฟูระบบนิเวศ แก้ไขปัญหาวิถีการทำไร่กาแฟเพื่อรองรับต่อสภาพภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่​ ส่งเสริมความเป็นธรรมของราคากาแฟที่รับซื้อจากชาวไร่ พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนไปพร้อมกัน&#8221;</em></p>
<p>รวมทั้งการส่งเสริมการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งแคปซูลกาแฟที่มีสัดส่วนอลูมิเนียมรีไซเคิล 80% เครื่องชงกาแฟ ที่ใช้พลาสติกรีไซเคิล 35% กล่องกระดาษบรรจุภัณฑ์ จากกระดาษรีไซเคิล 95% รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เป็นโลหะสแตนเลสรีไซเคิลถึง 90% ​ รวมทั้งการขยายความร่วมมือสู่กลุ่มผู้บริโภคผ่านแคมเปญ <strong>My Cup of Purpose</strong> เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) จากการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการดำเนินการในปีที่ผ่านมา สามารถลด GHG Reductuin ได้แล้วกว่า 2.86 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายตามโรดแม็พเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ภายในปี 2050 สอดคล้องกับเป้าหมายที่ทางเนสท์เล่ได้วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Additional-Photo-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ส่งต่อไลฟ์สไตล์ใส่ใจโลก ก้าวสู่สังคมรีไซเคิล</strong></p>
<p>สำหรับปี 2568 แคมเปญ &#8216;My Cup of Purpose&#8217; จะเริ่มต้นด้วยแนวคิดเกี่ยวกับ &#8216;การหมุนเวียน (Circularity)&#8217; ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เนสเพรสโซต้องการทำให้เป็นเรื่องเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน เพื่อให้เหล่าผู้ที่หลงใหลในศิลปะของการดื่มกาแฟผสมผสานความยั่งยืนเข้ากับวิถีชีวิตได้อย่างเรียบง่าย พร้อมขับเคลื่อนไปสู่จุดมุ่งหมายที่มีคุณค่าร่วมกัน</p>
<p>เริ่มตั้งแต่เป้าหมายภายในองค์กร เนสเพรสโซร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้น โดยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา เนสเพรสโซจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สวนป่าเอกมัย เขตวัฒนา เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่กทม.ได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานเนสเพรสโซในการปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน 20 ต้น ต้นสะเดา 15 ต้น และผักสวนครัวรวม 100 ต้นเพื่อให้ร่มเงาและเป็นผลผลิตให้กับชุมชน โดยใช้ดินที่ผสมกากกาแฟของเนสเพรสโซที่ใช้แล้ว ทำเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยพนักงานเนสเพรสโซทุกคนมีความภูมิใจที่มีส่วนรวมในการยกระดับพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองกรุงเทพฯผ่านกิจกรรมเล็ก ๆ ที่มีคุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35793 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/My-Cup-of-Purpose-03.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p>นอกจากนี้เนสเพรสโซยังได้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์เข้ามาร่วมทำกิจกรรมเพื่อจุดประกายให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาสนใจวิถีชีวิตที่ใส่ใจโลกยิ่งขึ้น ผ่านช่วงเวลาสุดพิเศษแห่งการดื่มด่ำกาแฟยามเช้า รวมถึงในวันกาแฟสากล (International Coffee Day) ที่จะถึงนี้ เนสเพรสโซยังเตรียมจัดกิจกรรมที่จะเชิญชวนลูกค้าเนสเพรสโซและคนรักกาแฟมารวมตัวเพื่อดื่มด่ำกาแฟทุกแก้วด้วยความยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nespresso-my-cup-of-purpose/">เนสเพรสโซ เปิดแคมเปญ ‘My Cup of Purpose’ เร่งเพิ่ม Recycling Rate ในไทย ตั้งเป้า​ส่งคืนแคปซูลรีไซเคิลมากกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 07:15:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Nescafe]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[QCP]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตรธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายเกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33056</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังมีความชัดเจนต่อข้อพิพาทกับอดีตพันธมิตรอย่างฝั่งมหากิจศิริ ในฐานะหุ้นส่วนบริษัทร่วมทุนอย่าง QCP (บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) ​เพื่อผลิตเนสกาแฟ ในประเทศไทย วันนี้ทาง เนสท์เล่ ประเทศไทย ออกมายืนยันถึงการมีสิทธิ์​แต่เพียงผู้เดียว ใช้แบรนด์ &#8216;Nescafé&#8216; และ &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่​ทำงานด้วยว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นบริษัท QCP รวมทั้งประกาศ​จะลงทุนด้านการผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ เนสท์เล่ท์ ประเทศไทย ได้ออกประกาศลงวันที่ 16 เมษายน 2568 โดยมีเนื้อหา เนสท์เล่ ยืนยันลงทุนผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟจากเนสท์เล่ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งจากผู้บริโภคชาวไทย ได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยล่าสุดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 เนสท์เล่ ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2567 เนสท์เล่ ได้มีสัญญากับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/">&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">หลังมีความชัดเจนต่อข้อพิพาทกับอดีตพันธมิตรอย่างฝั่งมหากิจศิริ ในฐานะหุ้นส่วนบริษัทร่วมทุนอย่าง QCP (บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) ​เพื่อผลิต<span class="html-span xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เนสกาแฟ</span> ในประเทศไทย</div>
</div>
<p><span id="more-33056"></span></p>
<p>วันนี้ทาง เนสท์เล่ ประเทศไทย ออกมายืนยันถึงการมีสิทธิ์​แต่เพียงผู้เดียว ใช้แบรนด์ &#8216;<strong>Nescafé</strong>&#8216; และ &#8216;<strong>เนสกาแฟ&#8217;</strong> ในประเทศไทย</p>
<p>พร้อมเดินหน้าเรียกความเชื่อมั่นทั้งต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่​ทำงานด้วยว่า จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นบริษัท QCP รวมทั้งประกาศ​จะลงทุนด้านการผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ เนสท์เล่ท์ ประเทศไทย ได้ออกประกาศลงวันที่ 16 เมษายน 2568 โดยมีเนื้อหา</p>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>เนสท์เล่ ยืนยันลงทุนผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟจากเนสท์เล่ที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งจากผู้บริโภคชาวไทย ได้มุ่งมั่นสร้างประโยชน์แก่เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยล่าสุดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 เนสท์เล่ ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533-2567 เนสท์เล่ ได้มีสัญญากับบริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักส์ จำกัด (QCP) ให้เป็นผู้ผลิตเนสกาแฟ ในประเทศไทย โดยสูตรกาแฟและเทคโนโลยีการผลิตเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่ และทีมงานในสายการผลิตและการบริหารงานทั้งหมดก็เป็นทีมงานของเนสท์เล่</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาระหว่างเนสท์เล่ กับ QCP ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เนสท์เล่ได้ดำเนินการเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยยังคงสามารถดื่มด่ำกับผลิตภัณฑ์เนสกาแฟทุกประเภทได้อย่างเต็มที่ด้วยรสชาติและคุณภาพระดับสูงเช่นเดิม โดยเนสท์เล่ได้มีการว่าจ้างบริษัทในประเทศไทยให้ช่วยผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ พร้อมทั้งนำเข้าผลิตภัณฑ์บางส่วนจากประเทศในแถบอาเซียนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากกำลังผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอ ทั้งนี้ เนสท์เล่ ยืนยันว่าจะลงทุนเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยต่อไป และในขณะนี้ เนสท์เล่กำลังเตรียมการเพื่อกลับมาดำเนินการผลิต เนสกาแฟในประเทศ หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โดยในระหว่างที่เรากำลังเตรียมการเพื่อผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เราจะยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนเกษตรกรไทยด้วยการรับซื้อวัตถุดิบในการผลิตจากเกษตรกรไทยให้มากที่สุด</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ก่อนหน้านี้ เนสท์เล่ได้รับคำตัดสินจากศาลอนุญาโตตุลาการสากลว่าเนสท์เล่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาการร่วมทุนอย่างครบถ้วน และการสิ้นสุดสัญญากับบริษัท QCP เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ถูกต้องและมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมาย แต่ผู้ถือหุ้นของบริษัท QCP คือ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริและครอบครัว กลับยื่นขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลแพ่งมีนบุรี และต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ ทป 58/2568 มีคำสั่งว่า บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafé” ในประเทศไทย ซึ่งมีผลให้เนสท์เล่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจเนสกาแฟในประเทศได้ตามปกติตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ทั้งนี้ เนสท์เล่จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการรายย่อย คู่ค้าซัพพลายเออร์ ผู้บริโภค และเกษตรกรที่เราทำงานด้วยอย่างใกล้ชิด จะไม่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของผู้ถือหุ้นดังกล่าว</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เนสท์เล่มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในระหว่างปี พ.ศ. 2561-2567 เนสท์เล่ได้ลงทุนกว่า 22,800 ล้านบาทในประเทศไทย และเนสท์เล่จะยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างประโยชน์แก่ลูกค้า ผู้บริโภค พนักงานของเรา เกษตรกรที่ทำงานร่วมกับเรา ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของเราต่อไป</div>
</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Statement.jpg" alt="" width="719" height="900" /></div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">นอกจากการออก <span class="html-span xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">​Statement</span> เพื่อยืนยันการเดินหน้าธุรกิจในประเทศไทยแล้ว เนสท์เล่ ยังได้ ชี้แจง 7 ประเด็นที่ยังอาจเป็นข้อสงสัย​เกี่ยวกับปัญหา และทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย <strong>โดยยืนยันว่ามีความมุ่งมั่นที่จะผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย</strong> แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจนได้ในตอนนี้</div>
</div>
<div dir="auto"></div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">และย้ำว่า กรณีของเนสท์เล่ และตระกูลมหากิจศิริ แตกต่างจากข้อพิพาทระหวว่างพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เป็นกรณีศึกษาของตลาดประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจาก<em><strong> เนสท์เล่ เป็นเจ้าของแบรนด์เนสกาแฟแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่ตระกูลมหากิจศิริถือหุ้นครึ่งหนึ่งในบริษัท QCP ที่ทำหน้าที่ผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย เนสท์เล่ก็ถือหุ้นอีกครึ่งหนึ่ง และเป็นคนบริหารจัดการเรื่องการผลิต การจัดจำหน่าย และทำการตลาดผลิตภัณฑ์เนสกาแฟเองในประเทศไทย สูตรกาแฟกับเทคโนโลยีการผลิตก็เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของเนสท์เล่ และทีมงานในสายการผลิตและการบริหารงานทั้งหมดก็เป็นทีมงานของเนสท์เล่</strong></em></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมยืนยัน<strong> ปัญหาที่เกิดขึ้นจนมีประกาศหยุดส่งสินค้าชั่วคราวนั้นไม่ใช่ความตั้งใจในการสร้างกระแสและถือโอกาสปรับราคาสินค้า</strong> แต่เนื่องจากคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งมีนบุรีเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เนสท์เล่ มีความห่วงใยผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกรไทย และคู่ค้าซัพพลายเออร์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งศาลคุ้มครองชั่วคราว จึงได้​ทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขสถานการณ์</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Nescafe-Day4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ซึ่งขณะนี้มีคำตัดสินล่าสุด ยืนยันแล้วว่า บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า “Nescafé” ในประเทศไทย ทำให้เนสท์เล่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจเนสกาแฟในประเทศไทยได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2568 เป็นต้นมา</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">​ขณะที่ทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจเนสกาแฟในประเทศไทยนั้น ทางบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เคยประกาศกลยุทธ์เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งแและยั่งยืนให้อุตสาหกรรมกาแฟของไทย เพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคคนไทย ผ่าน​การ​ผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีผลผลิตเมล็ดกาแฟในระยะยาวที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รวมถึงพันธมิตร คู่ค้า และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">โดยเฉพาะด้านต้นน้ำในการจัดหาวัตถุดิบ เน้นพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน ผ่านการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture ภายใต้โครงการ “เนสกาแฟ แพลน 2030” ซึ่งเป็นโครงการด้านความยั่งยืนระดับโลกของเนสกาแฟ</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ซึ่งแนวทางการเกษตรเชิงฟื้นฟูจะช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพิ่มผลผลิตและคุณภาพของเมล็ดกาแฟ รวมทั้งปกป้องและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าขยายพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟสู่จังหวัดอื่นๆ เช่น จังหวัดตาก และจังหวัดเลย ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายผู้ปลูกกาแฟกว่า 2,900 รายทั่วประเทศ</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/nestle-released-statement-to-forward-nestcafe-in-thailand/">&#8216;เนสท์เล่&#8217; ยืนยันเดินหน้าลงทุนผลิต &#8216;เนสกาแฟ&#8217; ในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเกือบ 3 พันราย ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ​ถ่ายทอดคุณค่า &#8216;ข้าวไทย&#8217; 19 สายพันธุ์ จาก 10 ชุมชน 8 จังหวัด ในงาน Thailand Rice Fest 2024 ร่วมพัฒนาเกษตรกรรมให้ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/central-tham-pavilliion-at-thailand-rice-fest-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Dec 2024 12:15:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[good goods]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Rice Fest 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[งานเทศกาลข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทำ กับ ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทำกิน ชิมข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำมา ค้าข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องของข้าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30894</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้าว คือรากเหง้าและวิถีชีวิตของคนไทย เป็นมรกดกทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อกันมาอย่างช้านาน รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการปลูกข้าวอันควรค่าแก่การอนุรักษ์ โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ โครงการด้านความยั่งยืนของ กลุ่มเซ็นทรัล สืบสานเจตนารมณ์ในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวไทย ทั้งพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณค่าสูงและใกล้สูญหาย กว่า 19 สายพันธุ์ จาก 10 ชุมชน 8 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ข้าว  นั้นมีความสำคัญทั้งในด้านการบริโภคและการเป็นวัตถุดิบพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งการพาเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตข้าวทั้ง 19 สายพันธุ์ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว และคุณค่าของการอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองผ่านงาน Thailand Rice Fest 2024 เทศกาลข้าวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่รวบรวมข้าวหลากหลายสายพันธุ์ทั่วประเทศไว้ที่งานเดียว พร้อมนำเสนอ เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทำ กับ ข้าว”  เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายของข้าวไทยและสนับสนุนเกษตรกรไทยที่ทุ่มเทแรงใจในการผลิตข้าวคุณภาพให้แก่ประเทศ รวมถึงสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า ข้าวเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยนับล้านรายทั่วประเทศ และยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและรักษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ซึ่งการผลิตและส่งออกข้าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ให้แก่ประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/central-tham-pavilliion-at-thailand-rice-fest-2024/">&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ​ถ่ายทอดคุณค่า &#8216;ข้าวไทย&#8217; 19 สายพันธุ์ จาก 10 ชุมชน 8 จังหวัด ในงาน Thailand Rice Fest 2024 ร่วมพัฒนาเกษตรกรรมให้ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้าว</strong> คือรากเหง้าและวิถีชีวิตของคนไทย เป็นมรกดกทางวัฒนธรรมที่ส่งต่อกันมาอย่างช้านาน รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการปลูกข้าวอันควรค่าแก่การอนุรักษ์</p>
<p><span id="more-30894"></span></p>
<p>โครงการ <strong>“เซ็นทรัล ทำ”</strong> ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ โครงการด้านความยั่งยืนของ กลุ่มเซ็นทรัล สืบสานเจตนารมณ์ในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวไทย ทั้งพันธุ์พื้นเมืองที่มีคุณค่าสูงและใกล้สูญหาย <strong>กว่า 19 สายพันธุ์ จาก 10 ชุมชน 8 จังหวัด ทั่วประเทศไทย </strong>ทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า <strong>ข้าว</strong>  นั้นมีความสำคัญทั้งในด้านการบริโภคและการเป็นวัตถุดิบพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>พร้อมทั้งการพาเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตข้าวทั้ง 19 สายพันธุ์ ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว และคุณค่าของการอนุรักษ์สายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองผ่านงาน Thailand Rice Fest 2024 เทศกาลข้าวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่รวบรวมข้าวหลากหลายสายพันธุ์ทั่วประเทศไว้ที่งานเดียว พร้อมนำเสนอ <strong>เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน </strong>ภายใต้คอนเซ็ปต์<strong> “ทำ กับ ข้าว”</strong>  เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายของข้าวไทยและสนับสนุนเกษตรกรไทยที่ทุ่มเทแรงใจในการผลิตข้าวคุณภาพให้แก่ประเทศ รวมถึงสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า ข้าวเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยนับล้านรายทั่วประเทศ และยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและรักษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ซึ่งการผลิตและส่งออกข้าวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ให้แก่ประเทศ ทำให้ข้าวไทยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่มีชื่อเสียงในระดับโลก</p>
<p>&#8220;นอกจากการเป็นพืชเศรษฐกิจแล้ว ข้าวยังมีคุณค่าในตัวเอง ในฐานะรากฐานทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองต่างๆ ให้คงอยู่สืบต่อไป โดยปีนี้ &#8216;<strong>เซ็นทรัล ทำ&#8217;</strong> ได้นำสายพันธุ์ข้าวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวขอ​งแต่ละท้องถิ่นรวม  <strong>19 สายพันธุ์ จาก 10 ชุมชน 8 จังหวัด ทั่วประเทศไทย </strong>มานำเสนอ​ที่ &#8216;<strong>เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน</strong>&#8216; ภายใต้คอนเซ็ปต์ &#8216;<strong>ทำ กับ ข้าว&#8217;</strong> เพื่อสร้างการรับรู้ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น​ และเอกลักษณ์ของพันธุ์ข้าวที่ปลูกในแต่ละพื้นที่ ที่สามารถสะท้อนความโดดเด่นทาง​ GI ​(ข้อบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) รวมทั้งยังเป็นการขยายเครือข่ายและช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ให้กลุ่มเกษตรกร เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดีย องค์ความรู้ รวมทั้งเข้าใจห่วงโซ่ในธุรกิจข้าวได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำในเรื่องของการพัฒนาพันธุ์ข้าว หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการปลูก ไปจนถึงการเพิ่ม​ความเข้าใจด้านการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์  และ​สามารถนำไปต่อยอด​การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งข้าว รวมทั้งผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอื่นๆ เพื่อเติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนในอนาคต&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30898 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>เซ็นทรัล ทำ​</strong> ให้ความสำคัญในการเข้าไปมีส่วนร่วม​ฟื้นฟูสายพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน ​และสอนให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้คุณภาพของข้าวที่ดี  ตลอดจนออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามมากขึ้น เพื่อสามารถขายได้ในรูปแบบของการเป็นของฝาก ของขวัญ ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้มากขึ้น รวมทั้งยัง​​บูรณาการ​ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอื่นๆ มาพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์ เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือสะท้อนตัวตน​ของพื้นที่แต่ละแห่งได้เพิ่มมากขึ้น เช่น ผ้าไทย หรือตะกร้า กล่องจักสานต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>สำหรับการจัดแสดง <strong>เซ็นทรัล ทำ พาวิลเลียน </strong>ภายในงาน <strong>Thailand Rice Fest 2024</strong>  แบ่งโซนการนำเสนอออกเป็น 4 โซน ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; โซนที่ </strong><strong>1</strong> <strong>ทำมา ค้าข้าว </strong><strong>: </strong>เป็นโซนที่จำหน่ายข้าว 19 สายพันธุ์จาก 10 ชุมชน 8 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ ข้าวฮางข้าวเหนียวกข6 ข้าวฮางหอมมะลิ ข้าวฮางมันปู ข้าวฮางไรซ์เบอร์รี่ วิสาหกิจชุมชนข้าวฮางทิพย์ จ.สกลนคร, ข้าวเบายอดม่วง ข้าวนางขวิด ข้าวนางเอก เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผลิตและแปรรูปข้าวตรัง ต.นาหมื่นศรี จ.ตรัง, ข้าวเหนียวเขี้ยวงู วิสาหกิจชุมชนไร่กลิ่นโคลนสาบควาย จ.เชียงราย, ข้าวเหนียวสันป่าตอง สหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด จ.เชียงใหม่,  ข้าวเหนียวดำลืมผัว วิสาหกิจชุมชนข้าวเหนียวดำพันธุ์ลืมผัว จ.ตาก, ข้าวกล้องดอยพื้นเมือง (บือโปะโละ บือพะโคะ บือพะทือ) วิสาหกิจชุมชนเกษตรแปรรูปภูแจ่มใสและผ้าทอมือบ้านแม่ลานคำ จ.เชียงใหม่, ข้าวไร่ดอกข่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าวไร่ดอกข่า ต.ตากแดด จ.พังงา, ข้าวสังข์หยด วิสาหกิจชุมชนศูนย์สาธิตวิสาหกิจชุมชนท่าช้างฟื้นฟูเศรษฐกิจ จ.พัทลุง, ข้าวผกาอำปึล ข้าวเนียงกวง ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ข้าวมะลินิลสุรินทร์ ข้าวเหนียวแดง วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรทฤษฎีใหม่ จ.สุรินทร์ และข้าวหอมมะลิแดง วิสาหกิจชุมชนธนาคารพืชผักบ้านสำโรง จ.สุรินทร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/20.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; โซนที่ </strong><strong>2</strong> <strong>ทำกิน ชิมข้าว </strong><strong>: </strong>แกงจาก 4 ภาค ทานคู่ข้าว 19 สายพันธุ์ รังสรรค์เมนูโดยเชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ และเชฟนุ่น พัชร์นันทน์ แสงเรืองเวชกุล จากร้าน เขียวไข่กา</p>
<p><strong>&#8211; โซนที่ </strong><strong>3</strong> <strong>เรื่องของข้าว</strong><strong> : </strong>เรื่องราวข้าว 19 สายพันธุ์ 10 ชุมชน 8 จังหวัดทั่วประเทศ กับความเป็นมาของสายพันธุ์ข้าว และกรรมวิธีการปลูกข้าวในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้าวที่อร่อยและมีประโยชน์</p>
<p><strong>&#8211; โซนที่ 4</strong> <strong>กาแฟ กับ ข้าว</strong> : โซนสุดท้ายที่ยกร้าน <strong>Good Goods</strong> มาไว้ในงาน โดยมีทั้ง cafe และโซนสินค้าชุมชน ที่ได้นำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับข้าว และผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของแต่ละชุมชนมาจำหน่าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30899 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/9.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>นอกจากนี้ภายในงานยังมี โปรโมชันสุดพิเศษเมื่อซื้อข้าว ครบ 5 ชิ้น เป็นต้นไป แลกซื้อ Shopping Bag Good Goods คอลเลกชันพิเศษ และผ้ากันเปื้อน ลายพิเศษสำหรับงาน Thailand Rice Fest 2024 ในราคาสุดคุ้ม และเมื่อซื้อข้าวครบ 19 ชิ้น แลกซื้อตะกร้า Hamper Gift Set เป็นต้น (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)</p>
<p>ห้ามพลาด !! มาช้อปข้าวคุณภาพดีจากชุมชนทั่วไทย 19 สายพันธุ์พื้นเมืองที่รวมไว้ในงานเดียว พร้อมกับแพ็กเกจจิ้งดีไซน์สุดเก๋สวยงามเป็นเอกลักษณ์ สำหรับเป็นของฝากหรือของขวัญให้กับตัวเองหรือคนที่คุณรักในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ ภายในงาน Thailand Rice Fest 2024   หรือช้อปผ่านทาง <a href="http://www.centraltham.com/rice-fest%20และ" target="_blank" rel="noopener">www.centraltham.com/rice-fest </a> และที่ร้าน Good Goods ทุกสาขา  ติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : CentralTham, CentralGroup และ Good Goods</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30900 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/14.jpg" alt="" width="587" height="881" /></p>
<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> สนับสนุนการปลูกข้าวที่คำนึงถึงการอนุรักษ์และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจึง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแค่สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกษตรกรและผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ยั่งยืนได้ผ่านการเลือกและส่งเสริมการปลูกข้าวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/central-tham-pavilliion-at-thailand-rice-fest-2024/">&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ​ถ่ายทอดคุณค่า &#8216;ข้าวไทย&#8217; 19 สายพันธุ์ จาก 10 ชุมชน 8 จังหวัด ในงาน Thailand Rice Fest 2024 ร่วมพัฒนาเกษตรกรรมให้ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหกรรมกาแฟที่เซเว่นฯ จัดเต็ม “วันกาแฟสากล” ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้ากาแฟ ดื่มความสุข ทุกโมเมนต์กับกาแฟที่เซเว่นฯ   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/cp-all-join-partners-built-coffee-day-activity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Oct 2024 04:29:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[7-Select]]></category>
		<category><![CDATA[All Café]]></category>
		<category><![CDATA[All Select]]></category>
		<category><![CDATA[Kudsan]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[คัดสรร]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี ออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดื่มความสุข ทุกโมเมนต์กับกาแฟที่เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วันกาแฟสากล]]></category>
		<category><![CDATA[ออลล์ คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น เดลิเวอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29433</guid>

					<description><![CDATA[<p>เซเว่น อีเลฟเว่น นำเสนอแบรนด์กาแฟคุณภาพ All Café และAll Select พร้อมจับมือคู่ค้าผลิตภัณฑ์กาแฟกว่า 14 แบรนด์ชั้นนำ จัดกิจกรรมตอกย้ำความหลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดื่มความสุข ทุกโมเมนต์กับกาแฟที่เซเว่น อีเลฟเว่น” เพื่อส่งมอบกาแฟคุณภาพดี รสชาติอร่อย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ เอาใจคนรักกาแฟ เนื่องใน “วันกาแฟสากล” ภายในงานมี นายทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ภายใต้เซเว่น อีเลฟเว่น โดยมีแบรนด์ All Café, All Select, 7-Select, และKudsan ร่วมกับบริษัทคู่ค้าผลิตภัณฑ์กาแฟ 14 แบรนด์ ได้แก่ เนสกาแฟ, มอคโคน่า, ซุปเปอร์, เบอร์ดี้, เขาช่อง, บิวติสริน, บัดดี้ดีน, ทรูสเลน, รอแยล-คอฟฟี่, เพรียว, Boss Coffee, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/cp-all-join-partners-built-coffee-day-activity/">มหกรรมกาแฟที่เซเว่นฯ จัดเต็ม “วันกาแฟสากล” ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้ากาแฟ ดื่มความสุข ทุกโมเมนต์กับกาแฟที่เซเว่นฯ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เซเว่น อีเลฟเว่น นำเสนอแบรนด์กาแฟคุณภาพ </strong><strong>All Café </strong><strong>และ</strong><strong>All Select </strong><strong>พร้อมจับมือคู่ค้าผลิตภัณฑ์กาแฟกว่า </strong><strong>14 </strong><strong>แบรนด์ชั้นนำ จัดกิจกรรมตอกย้ำความหลากหลาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ </strong><strong>“</strong><strong>ดื่มความสุข ทุกโมเมนต์กับกาแฟที่เซเว่น อีเลฟเว่น</strong><strong>”</strong> <strong>เพื่อ</strong><strong>ส่งมอบ</strong><strong>กาแฟคุณภาพดี รสชาติอร่อย </strong><strong>ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ เอาใจคนรักกาแฟ เนื่องใน </strong><strong>“</strong><strong>วันกาแฟสากล</strong><strong>”</strong><span id="more-29433"></span></p>
<p><strong>ภายในงานมี นายทัพพ์เทพ จีระอดิศวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์</strong><strong> </strong><strong>ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่</strong> <strong>ภายใต้เซเว่น อีเลฟเว่น โดยมีแบรนด์ </strong><strong>All Café, All Select, 7-Select, </strong><strong>และ</strong><strong>Kudsan </strong><strong>ร่วมกับบริษัทคู่ค้าผลิตภัณฑ์กาแฟ </strong><strong>14 </strong><strong>แบรนด์</strong> ได้แก่ เนสกาแฟ, มอคโคน่า, ซุปเปอร์, เบอร์ดี้, เขาช่อง, บิวติสริน, บัดดี้ดีน, ทรูสเลน, รอแยล-คอฟฟี่, เพรียว, Boss Coffee, UCC, Arabus และบุญรอดเทรดดิ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29434 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/All-cafe1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นต้อนรับ “<strong>วันกาแฟสากล”</strong> ได้มีการ แจก ชิม ผลิตภัณฑ์กาแฟ เพื่อส่งต่อรสชาติกาแฟที่อร่อย มีคุณภาพ ซึ่งมาพร้อมกับความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และห้ามพลาดกับกิจกรรมและโปรโมชั่นปัง ๆ เนื่องในวันกาแฟสากล ตลอดทั้งเดือน ได้ที่ ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ และเซเว่น เดลิเวอรี่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29436 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/All-Cafe3.jpg" alt="" width="1200" height="657" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/cp-all-join-partners-built-coffee-day-activity/">มหกรรมกาแฟที่เซเว่นฯ จัดเต็ม “วันกาแฟสากล” ร่วมกับพันธมิตรคู่ค้ากาแฟ ดื่มความสุข ทุกโมเมนต์กับกาแฟที่เซเว่นฯ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jul 2023 10:32:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[.Nespresso]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium]]></category>
		<category><![CDATA[Capsule]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[coffee pods]]></category>
		<category><![CDATA[Jacob Douwe Egberts]]></category>
		<category><![CDATA[Morrisons]]></category>
		<category><![CDATA[Nescafé Dolce Gusto]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Podback]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Tassimo]]></category>
		<category><![CDATA[UK]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[จาค็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อลูมีเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[แคปซูลกาแฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20175</guid>

					<description><![CDATA[<p>Morrisons ประกาศตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักร ที่ให้การสนับสนุนโครงการ Podback โปรเจ็กต์การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แคปซูลกาแฟหลังจากการบริโภค ​ภายใต้การก่อตั้งของ 2 ผู้ประกอบการกาแฟรายใหญ่อย่าง Nestle (Nespresso, Nescafé Dolce Gusto ) และ Jacob Douwe Egberts (Tassimo) อีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ Podback ในการขยายพันธมิตรผู้เป็นตัวกลางในการเก็บกลับแคปซูลกาแฟเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น และรองรับการบริโภคกาแฟที่บ้าน​ที่เติบโตขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายกาแฟแคปซูลไปมากกว่า 800 ล้านแคปซูล รวมท้ังร่วมสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์โครงการ​ จากข้อมูลที่ทาง Podback พบว่า มีผู้บริโภคถึง 1 ใน 3 ที่ยังไม่ทราบว่าแคปซูลกาแฟนั้น สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ขณะที่ 9 ใน 10 ของผู้บริโภคต้องการรีไซเคิลแคปซูลกาแฟได้ง่ายๆ เหมือนสินค้าครัวเรือนทั่วไป การมีพันธมิตรในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Morrisons จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงจุดรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ผ่านสาขานำร่อง 29 แห่งทั่วอังกฤษ โดยลูกค้าสามารถรับถุง Podback recycling bags สำหรับไส่แคปซูลหลังจากบริโภคแล้ว โดยแยกสีตามประเภทระหว่างอลูมิเนียมที่จะทิ้งในถุงสีขาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/">อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Morrisons</strong> ประกาศตัวเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตรายแรกในสหราชอาณาจักร ที่ให้การสนับสนุนโครงการ<strong> Podback</strong> โปรเจ็กต์การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แคปซูลกาแฟหลังจากการบริโภค ​ภายใต้การก่อตั้งของ 2 ผู้ประกอบการกาแฟรายใหญ่อย่าง Nestle (Nespresso, Nescafé Dolce Gusto ) และ Jacob Douwe Egberts (Tassimo)</p>
<p><span id="more-20175"></span></p>
<p>อีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ<strong> Podback</strong> ในการขยายพันธมิตรผู้เป็นตัวกลางในการเก็บกลับแคปซูลกาแฟเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้มากขึ้น และรองรับการบริโภคกาแฟที่บ้าน​ที่เติบโตขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจำหน่ายกาแฟแคปซูลไปมากกว่า 800 ล้านแคปซูล รวมท้ังร่วมสร้างความตระหนักและประชาสัมพันธ์โครงการ​ จากข้อมูลที่ทาง Podback พบว่า มีผู้บริโภคถึง 1 ใน 3 ที่ยังไม่ทราบว่าแคปซูลกาแฟนั้น สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ขณะที่ 9 ใน 10 ของผู้บริโภคต้องการรีไซเคิลแคปซูลกาแฟได้ง่ายๆ เหมือนสินค้าครัวเรือนทั่วไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20177 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1-18.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การมีพันธมิตรในกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Morrisons จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงจุดรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ผ่านสาขานำร่อง 29 แห่งทั่วอังกฤษ โดยลูกค้าสามารถรับถุง Podback recycling bags สำหรับไส่แคปซูลหลังจากบริโภคแล้ว โดยแยกสีตามประเภทระหว่างอลูมิเนียมที่จะทิ้งในถุงสีขาว และแคปซูลพลาสติกจะทิ้งในถุงสีเขยว เพื่อความสะดวกในการนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>ทั้งนี้ แคปซูลที่เก็บไว้จะนำไปรีไซเคิลตามประเภทวัสดุ โดยแคปซูลอลูมิเนียม จะนำไปผลิตกลับเป็นบรรจุภัณฑ์อีกครั้ง เช่น กระป๋องเครื่องดื่ม ขณะที่แคปซูลพลาสติก จะนำไปเป็นวัสดุรีไซเคิลต่างๆ เช่น วัสดุก่อสร้าง ลังไม้ หรือเป็นเม็ดพลาสติกสำหรับเป็นบรรจุภัณฑ์พลาติกอีกคร้ัง ขณะที่กากกาแฟก็สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุชีวภาพ หรือสารปรับปรุงดินต่างๆ ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20178 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Podback-Bag.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกความพยายามในการสร้างให้เกิดการรีไซเคิลแบบ end to end ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่จะไปเพิ่มในหลุมฝังกลบให้น้อยลงได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการเพิ่มพันธมิตรเข้าร่วมโครงการในหลายภาคส่วนทั้งผู้ผลิตกาแฟ ร้านค้าต่าง กลุ่มภาครัฐที่ดูแลบริหารจัดการขยะในแต่ละพื้นที่ ​รวมทั้งความร่วมมือกับกลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตในครั้งล่าสุดนี้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากที่สุด</p>
<p><a href="https://www.morrisons-corporate.com/media-centre/corporate-news/morrisons-becomes-first-uk-supermarket-to-introduce-coffee-pod-recycling-points/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.podback.org/news/morrisons-podback-introduce-in-store-coffee-pod-recycling-points" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/morrisons-partnership-with-coffee-pod-recycler-podback/">อังกฤษ​บริโภค &#8216;กาแฟแคปซูล&#8217; 800 ล้านชิ้นต่อปี  Podback จับมือห้างดัง Morrisons เร่ง​รีไซเคิล​บรรจุภัณฑ์ก่อนขยะล้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระเป๋าแฮนด์เมด &#8216;Same Thang&#8217; อัพไซเคิลจากซองกาแฟ มากกว่าแค่ลดขยะ แต่ช่วยส่งต่อคุณค่าและสร้างตัวตนให้ผู้ปลูกกาแฟ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/same-thang-upcycling-handmade-bag-from-specialty-coffee-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 May 2023 11:49:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Craft Bag]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Multilayers]]></category>
		<category><![CDATA[Same Thang]]></category>
		<category><![CDATA[Specialty Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กระจายรายได้]]></category>
		<category><![CDATA[กระจายรายได้ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[กระเป๋าแฮนด์เมด]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[กิตฐนพงษ์ โรจนบวร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เซมแต้งก์]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่กาแฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18595</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหนึ่งไอเดียธุรกิจ Circular ที่น่าสนใจ จากแบรนด์ “Same Thang” (เซมแต้งก์) กระเป๋าอัพไซเคิล ​แฮนด์เมดจากซองเมล็ดกาแฟ ที่เพิ่งขับเคลื่อนแบรนด์มาได้เพียงปีกว่าๆ เท่านั้น ​แต่สามารถช่วยลดขยะจากซองกาแฟไปได้แล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นซอง สำหรับซองกาแฟนั้น ในเชิงฟังก์ชันนัลถือว่าเป็นวัสดุที่มีความทนทาน และมีประโยชน์อย่างมาก ทำให้สามารถเก็บเมล็ดกาแฟให้มีคุณภาพทั้งการรักษารสชาติและกลิ่นเอาไว้ได้นานเป็นปีๆ เพราะเป็นซองแบบ Multilayers หรือผลิตด้วยวัสดุหลายชั้น ซึ่งชั้นนอกผลิตมาจากพลาสติก PP ขณะที่ด้านในจะผลิตจากอลูมิเนียมฟอยล์ ทำให้สามารถกันได้ทั้งน้ำและความชื้น เพื่อรักษาทั้งกลิ่น และรสชาติของกาแฟไว้ได้อย่างยาวนาน แต่อีกด้านหนึ่งหลังจากเปิดใช้แล้ว ซองบรรจุกาแฟเหล่านี้ ก็ไม่ได้ถูกนำไปใช้งานต่อ ทำให้ต้องทิ้งกลายเป็นขยะ และแน่นอนว่าด้วยความทนทานและแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ในการผลิต ทำให้ซองกาแฟเหล่านี้ จึงไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรมชาติอย่างแน่นอน นำไปสู่การทำลายด้วยการเผา หรือการนำไปฝังกลบ ซึ่งต้องใช้เวลาในการกำจัดหลายร้อยปีเลยทีเดียว นำมาสู่จุดเริ่มต้นในการต่อยอดสร้างชีวิตที่สองให้กับซองกาแฟเหล่านี้ โดย คุณโป๊บ &#8211; กิตฐนพงษ์ โรจนบวร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “Same Thang” กระเป๋าอัพไซเคิล ​แฮนด์เมดจากซองกาแฟ ที่ได้ใจทั้งสาย Eco สาย Specialty Coffee รวมทั้งยังถูกใจผู้ชื่นชอบงานคราฟท์ จากศิลปะบนกระเป๋าแฮนด์เมดที่เรียกได้ว่ามีเพียงใบเดียวในโลกก็ว่าได้ เส้นทางของกระเป๋า​ Same [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/same-thang-upcycling-handmade-bag-from-specialty-coffee-waste/">กระเป๋าแฮนด์เมด &#8216;Same Thang&#8217; อัพไซเคิลจากซองกาแฟ มากกว่าแค่ลดขยะ แต่ช่วยส่งต่อคุณค่าและสร้างตัวตนให้ผู้ปลูกกาแฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกหนึ่งไอเดียธุรกิจ Circular ที่น่าสนใจ จากแบรนด์<strong> “Same Thang”</strong> (เซมแต้งก์) กระเป๋าอัพไซเคิล ​แฮนด์เมดจากซองเมล็ดกาแฟ ที่เพิ่งขับเคลื่อนแบรนด์มาได้เพียงปีกว่าๆ เท่านั้น ​แต่สามารถช่วยลดขยะจากซองกาแฟไปได้แล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นซอง</p>
<p><span id="more-18595"></span></p>
<p>สำหรับซองกาแฟนั้น ในเชิงฟังก์ชันนัลถือว่าเป็นวัสดุที่มีความทนทาน และมีประโยชน์อย่างมาก ทำให้สามารถเก็บเมล็ดกาแฟให้มีคุณภาพทั้งการรักษารสชาติและกลิ่นเอาไว้ได้นานเป็นปีๆ เพราะเป็นซองแบบ Multilayers หรือผลิตด้วยวัสดุหลายชั้น ซึ่งชั้นนอกผลิตมาจากพลาสติก PP ขณะที่ด้านในจะผลิตจากอลูมิเนียมฟอยล์ ทำให้สามารถกันได้ทั้งน้ำและความชื้น เพื่อรักษาทั้งกลิ่น และรสชาติของกาแฟไว้ได้อย่างยาวนาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18597 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="774" /></p>
<p>แต่อีกด้านหนึ่งหลังจากเปิดใช้แล้ว ซองบรรจุกาแฟเหล่านี้ ก็ไม่ได้ถูกนำไปใช้งานต่อ ทำให้ต้องทิ้งกลายเป็นขยะ และแน่นอนว่าด้วยความทนทานและแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ในการผลิต ทำให้ซองกาแฟเหล่านี้ จึงไม่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรมชาติอย่างแน่นอน นำไปสู่การทำลายด้วยการเผา หรือการนำไปฝังกลบ ซึ่งต้องใช้เวลาในการกำจัดหลายร้อยปีเลยทีเดียว</p>
<p>นำมาสู่จุดเริ่มต้นในการต่อยอดสร้างชีวิตที่สองให้กับซองกาแฟเหล่านี้ โดย <strong>คุณโป๊บ &#8211; กิตฐนพงษ์ โรจนบวร</strong> ผู้ก่อตั้งแบรนด์ <strong>“Same Thang”</strong> กระเป๋าอัพไซเคิล ​แฮนด์เมดจากซองกาแฟ ที่ได้ใจทั้งสาย Eco สาย Specialty Coffee รวมทั้งยังถูกใจผู้ชื่นชอบงานคราฟท์ จากศิลปะบนกระเป๋าแฮนด์เมดที่เรียกได้ว่ามีเพียงใบเดียวในโลกก็ว่าได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18603 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/8-1.jpg" alt="" width="699" height="699" /></p>
<p>เส้นทางของกระเป๋า​ Same Thang ​​นอกจากสร้างคุณค่าในแง่ของการช่วยลดปริมาณขยะให้โลก ด้วยการเปลี่ยนจากขยะมาเป็นงานคราฟท์ในราคาที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ในราคาเพียงหลักร้อย โดยเริ่มต้นที่ 120 -350 บาท พร้อมทั้งยังช่วยส่งต่อเรื่องราวของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ผ่านเรื่องราวที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นซึ่งทางแบรนด์พยายามเก็บรายละเอียดและสตอรี่ของกาแฟแต่ละซองเอาไว้ให้ครบถ้วนได้มากที่สุดในการผลิตเป็นกระเป๋าในแต่ละใบ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์กาแฟ แหล่งที่ปลูก กลุ่มเกษตรกรต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก</p>
<p>รวมไปถึงการช่วยส่งเสริมและกระจายรายได้ให้กับช่างตัดเย็บงานแฮนด์เมด และกลุ่มชุมชนต่างๆ ​ ​ซึ่งจากจำนวนออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางแบรนด์สามารถเพิ่มจำนวนชุมชนที่เข้ามาช่วยตัดเย็บกระเป๋าได้เพิ่มมากขึ้นได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18596 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/MIXED.jpg" alt="" width="1200" height="637" /></p>
<p>จากเรื่องราวของผู้ที่ชื่นชอบดื่มกาแฟคนหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ช่วงพลิกผันจากการสถานการณ์ล็อกดาวน์ ทำให้ต้องหันมาดื่มด่ำอรรถรสจาก Specialty Coffee ที่ชื่นชอบจากที่บ้านแทนร้านกาแฟ  และเมื่อสั่งเมล็ดกาแฟมามากๆ เห็นตัวตนและดีไซน์ที่สวยงามทำให้เลือกที่จะเก็บไว้แทนที่จะทิ้ง และพยายามหาวิธีต่อยอดคุณค่าใหม่ๆ ให้กับซองกาแฟขึ้นมาอีกครั้ง ​โดยในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีเศษๆ จากการกำเนิดขึ้นของกระเป๋าแฮนด์เมดดีไซน์เก๋ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ภายใต้แบรนด์ Same Thang ​ ซึ่งสามารถทำยอดขายได้แล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ใบ รวมทั้งยังช่วยลดจำนวนขยะจากซองกาแฟที่จะกลายเป็นขยะฝังกลบและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลงได้แล้วมากกว่า 1 หมื่นชิ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ข้อมูล, ภาพ  :  Facebook: <a href="https://www.facebook.com/same.thang.bkk" target="_blank" rel="noopener">Same Thang</a> ,   <a href="https://www.facebook.com/Puankookit/videos/955522658803514" target="_blank" rel="noopener">รายการเพื่อนคู่คิด</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/same-thang-upcycling-handmade-bag-from-specialty-coffee-waste/">กระเป๋าแฮนด์เมด &#8216;Same Thang&#8217; อัพไซเคิลจากซองกาแฟ มากกว่าแค่ลดขยะ แต่ช่วยส่งต่อคุณค่าและสร้างตัวตนให้ผู้ปลูกกาแฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสกาแฟ ส่ง &#8216;ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย&#8217; เมล็ดพันธุ์แห่งการปลูกอย่างยั่งยืน ร่วมฉลองวันกาแฟสากล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/nescafe-day-plan-for-grow-together/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Sep 2022 08:59:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Cafe Hopper]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Grow Together]]></category>
		<category><![CDATA[Nescafe]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Specialty Coffee]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่ฮอปเปอร์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทาธฤษ กุณาศล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วันกาแฟสากล]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เครือวัลย์ วรุณไพจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ เดย์]]></category>
		<category><![CDATA[เนสกาแฟ แพลน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14806</guid>

					<description><![CDATA[<p>กาแฟแก้วเล็ก ๆ มีพลังมากกว่าที่เราคิด และมีบทบาทสำคัญทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะว่า ‘กาแฟทุกเมล็ดสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้’ เบื้องหลังความสำเร็จของกาแฟคุณภาพจากเนสกาแฟ มาจากความทุ่มเทของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ จึงเป็นที่มาของการฉลองวันกาแฟสากลในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นประจำทุกปี หรือที่เราเรียกว่า ‘เนสกาแฟ เดย์’  ซึ่งในปีนี้ เนสกาแฟ ได้นำเสนอสุดยอดกาแฟลิมิเต็ด เอดิชั่น อย่าง “เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย ลิมิเต็ด เอดิชั่น” เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% ชั้นดี สำหรับคอกาแฟและสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทย ภายใต้โครงการด้านความยั่งยืนระดับโลกอย่าง ‘เนสกาแฟ แพลน’ มาจำหน่ายทั้งในรูปแบบเมล็ดกาแฟ พร้อม 4 เมนูพิเศษ ​ที่เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยมีจำกัดเพียงแค่ 5 หมื่นถ้วยเท่านั้น สำหรับ ‘เนสกาแฟ แพลน’ เป็นโครงการด้านความยั่งยืนระดับโลก​ที่ขับเคลื่อนมาตลอดหลายทศวรรษ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ และสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนให้กับวงการกาแฟไทย โดยใช้ความเชี่ยวชาญ ขนาดธุรกิจและการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุมของเนสกาแฟ มายกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/nescafe-day-plan-for-grow-together/">เนสกาแฟ ส่ง &#8216;ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย&#8217; เมล็ดพันธุ์แห่งการปลูกอย่างยั่งยืน ร่วมฉลองวันกาแฟสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กาแฟแก้วเล็ก ๆ มีพลังมากกว่าที่เราคิด และมีบทบาทสำคัญทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะว่า ‘<strong><em>กาแฟทุกเมล็ดสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้’</em></strong></p>
<p><span id="more-14806"></span></p>
<p>เบื้องหลังความสำเร็จของกาแฟคุณภาพจากเนสกาแฟ มาจากความทุ่มเทของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ จึงเป็นที่มาของการฉลองวันกาแฟสากลในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นประจำทุกปี หรือที่เราเรียกว่า <strong>‘เนสกาแฟ เดย์’ </strong></p>
<p>ซึ่งในปีนี้ เนสกาแฟ ได้นำเสนอสุดยอดกาแฟลิมิเต็ด เอดิชั่น อย่าง <strong>“</strong><strong>เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย ลิมิเต็ด เอดิชั่น</strong><strong>”</strong> เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% ชั้นดี สำหรับคอกาแฟและสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทย ภายใต้โครงการด้านความยั่งยืนระดับโลกอย่าง<strong> ‘เนสกาแฟ แพลน’</strong> มาจำหน่ายทั้งในรูปแบบเมล็ดกาแฟ พร้อม 4 เมนูพิเศษ ​ที่เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยมีจำกัดเพียงแค่ 5 หมื่นถ้วยเท่านั้น</p>
<p>สำหรับ ‘เนสกาแฟ แพลน’ เป็นโครงการด้านความยั่งยืนระดับโลก​ที่ขับเคลื่อนมาตลอดหลายทศวรรษ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ และสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนให้กับวงการกาแฟไทย โดยใช้ความเชี่ยวชาญ ขนาดธุรกิจและการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุมของเนสกาแฟ มายกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ทั้งมุ่งส่งเสริม ทฤษฎีเกษตรฟื้นฟู ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเนสกาแฟ แพลน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกาแฟให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่การดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14808 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Nescafe-Day9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ </strong><strong>ESG </strong></p>
<p>สอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของ <strong>‘</strong><strong>เนสท์เล่</strong><strong>’</strong> ที่ต้องการสร้างความยั่งยืนในการดูแลและฟื้นฟูระบบอาหารในวงกว้าง พร้อมวางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 โดยแนวทางในการส่งเสริมทฤษฎีเกษตรฟื้นฟู เพื่อปกป้องและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกร และพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ชุมชน เป็นหนึ่งในแนวทางที่จะช่วยให้เนสท์เล่สามารถพิชิตเป้าหมายดังกล่าว</p>
<p><strong>คุณทาธฤษ กุณาศล</strong> ผู้จัดการฝ่ายบริการการเกษตร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการเนสกาแฟ แพลน ริเริ่มขึ้นโดยเนสท์เล่ได้สนองพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยการริเริ่มฟาร์มทดลองและสาธิตที่จังหวัดเชียงราย เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทยให้ดีขึ้นต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ​พร้อมพลิกฟื้นพื้นที่ปลูกฝิ่นเมื่อ 40 ปีก่อน ให้กลายเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟคุณภาพ ด้วยการคัดเลือก 2 สายพันธุ์ที่ดีที่สุดมาเพาะเป็นต้นกล้าคุณภาพแจกจ่ายให้กับชาวเขา จนเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นมาเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟได้สำเร็จ ช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรชาวเขา ทำให้ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐาน เพราะสามารถมีอาชีพที่ดีในบ้านเกิด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14807 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Nescafe-Day2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรชาวเขา ทำให้ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐาน เพราะสามารถมีอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในบ้านเกิดแล้ว เนสกาแฟ แพลน ยังตอบโจทย์ครบทั้ง 3 เสาหลัก ทั้งเรื่องของธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพราะการส่งเสริมการปลูกกาแฟ โดยเฉพาะแนวทางในประเทศไทยที่เน้นรูปแบบการทำเกษตรเชิงฟื้นฟู ที่เป็นการปลูกกาแฟในพื้นที่ป่า ยังช่วยสร้างความผูกพันและสำนึกรักษ์ป่า ช่วยเพิ่มแนวร่วมในการดูแลรักษาป่าจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รวมทั้งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูธาตุอาหารในดิน และช่วยปกป้องหน้าดิน ทำให้ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งต้นไม้ใหญ่ในป่าและคุณภาพดินที่ดีจะช่วยเพิ่มการดูดซับคาร์บอนในชั้นบรรยากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><em>“เชียงรายเป็นตัวอย่างที่ดี ที่สามารถสะท้อนความสำเร็จในการขับเคลื่อนโครงการเนสกาแฟ แพลน ที่เนสกาแฟได้เข้าไปส่งเสริมการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนมาหลายทศวรรษ จนเป็นที่มาของการพัฒนา เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย เพื่อนำมาเสิร์ฟผ่านร้านเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เชียงรายเท่านั้น แต่ยังมีการส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทั่วประเทศ ทั้งโรบัสต้าและอาราบิก้า ซึ่งยังเป็นอีกหนึ่งการสร้างความมั่นคงให้กับวัตถุดิบสำหรับใช้ในธุรกิจของเนสกาแฟด้วย ซึ่งปัจจุบันเนสกาแฟรับซื้อกาแฟจากภายในประเทศ ในกลุ่มโรบัสต้ากว่า 70% ของปริมาณการผลิตทั่วประเทศ และเกือบ 10% ในกลุ่มอาราบิก้า ซึ่งในอนาคตจะเพิ่มสัดส่วนการใช้ผลผลิตในประเทศให้มากขึ้น หากมีปริมาณการผลิตที่เติบโตและเพียงพอต่อความต้องการ”​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14812 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Nescafe-Day10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เพิ่มโอกาสจากดีมานด์ </strong><strong>Specialty Coffee </strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณเครือวัลย์ วรุณไพจิตร</strong> ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารและเนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวเพิ่มเติมว่า​ เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย มีความโดดเด่นทั้งรสชาติและสัมผัส ด้วยฟรุตตี้เทสต์โน้ตของเกรปฟรุต ซิตรัส และคาราเมล ที่ผ่านกระบวนการคั่วแบบอ่อนถึงกลาง ให้รสชาติที่บาลานซ์ ถือเป็นกาแฟในฝันสำหรับคอกาแฟที่กำลังมองหารสชาติที่ซับซ้อนและให้สัมผัสที่แปลกใหม่แต่รสชาติยังคงทานง่าย อร่อยกลมกล่อม โดยได้เลือก 4 เมนูพิเศษ ที่ได้ผ่านการรังสรรค์และเอาใส่ใจจากบาริสต้า เพื่อให้ยังคงรักษาคาแร็คเตอร์ รสชาติ และผิวสัมผัสที่ดีเยี่ยมของความลิมิเต็มไว้ได้อย่างครบถ้วน ได้แก่ <strong>Signature Hot Drip, Supreme Black, Mellow White </strong>และ<strong> Dirty</strong> ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายเนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ ทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงสิ้นปีนี้ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด เนื่องจากมีจำกัดเพียงแค่ 5 หมื่นถ้วยเท่านั้น</p>
<p><em>“เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย มีจำหน่ายทั้งแบบเมล็ดกาแฟที่คั่วแล้วในราคา 490 บาทต่อถุง และ 4 เมนูพิเศษ ที่ยังคงรักษาความพิเศษของเมล็ดกาแฟชั้นเยี่ยมไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยคอกาแฟ และสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ สามารถสัมผัสความพิเศษได้ที่ เนสกาแฟ สตรีท คาเฟ่ หรือสั่งซื้อเมล็ดกาแฟในช่องทางออนไลน์ได้ที่ แพนด้ามาร์ท ซึ่งในช่วงเปิดตัว ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย จะได้รับของที่ระลึก “ถุงปุ๋ยกากกาแฟ” ฟรี  จากชาวสวนกาแฟในจังหวัดเชียงรายในจำนวนจำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป จนกว่าจะหมด”​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14810 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Nescafe-Day6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมในการดื่มกาแฟที่เติบโตเป็นโอกาสที่จะส่งผ่านไปยังกลุ่มเกษตรกรไร่กาแฟได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยแนวโน้มการเติบโตยังถือว่ามีอีกค่อนข้างมาก จากปัจจุบันเนสกาแฟได้เสิร์ฟให้คนไทยจำนวนถึง 260 แก้วในทุกๆ วินาที ซึ่งแนวโน้มการเติบโตยังมีอยู่อีกมาก โดยเฉพาะหากเทียบกับหลายๆ ประเทศ ที่มีการบริโภคกาแฟ สูงกว่าไทยหลายเท่าตัว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/nescafe-day-plan-for-grow-together/">เนสกาแฟ ส่ง &#8216;ซิงเกิ้ล ออริจิ้น เชียงราย&#8217; เมล็ดพันธุ์แห่งการปลูกอย่างยั่งยืน ร่วมฉลองวันกาแฟสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
