<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กำไร &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 Apr 2025 04:57:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>กำไร &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-report-profit-first-quarter-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 04:57:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33044</guid>

					<description><![CDATA[<p> เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าการผลิตในกลุ่มยานยนต์จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ระดับการผลิตโดยรวม ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและค่าใช้จ่ายต่อหัว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากสัญชาติอื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวในภาพรวม ภาคการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำสะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับที่สำคัญต่อกำลังซื้อของประชาชน และความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจถึงความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” จึงยังคงเน้นการให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-report-profit-first-quarter-2025/">ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> </b>เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก</p>
<p><span id="more-33044"></span></p>
<p>ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าการผลิตในกลุ่มยานยนต์จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ระดับการผลิตโดยรวม ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและค่าใช้จ่ายต่อหัว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากสัญชาติอื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวในภาพรวม ภาคการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำสะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง</p>
<p>ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับที่สำคัญต่อกำลังซื้อของประชาชน<br />
และความเชื่อมั่นของภาคเอกชน</p>
<p>ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจถึงความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล</p>
<p>ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” จึงยังคงเน้นการให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>จำนวน </strong><strong>12,618 </strong><strong>ล้านบาท</strong></p>
<p>ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.9 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่จากรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 31,909 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิร้อยละ 2.89 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด</p>
<p>สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ เพิ่มขึ้นจากการอำนวยสินเชื่อและบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวมที่ยังคงเติบโตดี ประกอบกับกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนและกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด</p>
<p>สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยธนาคารยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการให้ความสำคัญในการบริหารค่าใช้จ่าย ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 45.5  ทั้งนี้ ธนาคารตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 9,067 ล้านบาทอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน</p>
<p><strong>ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ<br />
ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน </strong></p>
<p>ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,720,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 จากสิ้นปีก่อน จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.0 ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 300.3 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568  จำนวน 3,225,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 84.4  ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.0 ร้อยละ 16.5 และร้อยละ 15.8 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/bbl-report-profit-first-quarter-2025/">ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 14:38:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Balance]]></category>
		<category><![CDATA[Bottom Line]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[Cost Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[Food Selection Group]]></category>
		<category><![CDATA[Japanese Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Katsu Midori Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Nak-La Mookata]]></category>
		<category><![CDATA[NAMA Japanese and Seafood Buffet]]></category>
		<category><![CDATA[Shinkanzen Sushi]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ความคุ้มค่า]]></category>
		<category><![CDATA[คัตสึมิโดริ ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนวีร์ หอมเตย]]></category>
		<category><![CDATA[ชินคันเซ็น ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[นักล่าหมูกระทะ]]></category>
		<category><![CDATA[นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31733</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในต้นทุนหลักสำคัญของ &#8216;ร้านอาหาร&#8217; คือ วัตถุดิบ ขณะที่การเติบโตในแต่ละปีจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี การบริหารจัดการเพื่อสามารถรักษา Bottom Line หรือกำไรสุทธิในธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ​ อีกหนึ่ง Case Study จาก บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด เชนร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการขยายแบรนด์สไตล์ Specialty Japanese Food โดยเฉพาะกลุ่มซูชิสายพาน​ และการนำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ ที่เน้นการตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าในทุกเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็น Mass Target ผ่านแบรนด์ &#8216;ชินคันเซ็น ซูชิ&#8216; (Shinkanzen Sushi) , Premium Target ผ่านแบรนด์ &#8216;นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์&#8217; (NAMA Japanese and Seafood Buffet) และแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล หลังเปิดให้บริการได้เพียงไม่นานในตลาด Premium-mass Target อย่างแบรนด์ &#8216;คัตสึมิโดริ ซูชิ&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/">ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งในต้นทุนหลักสำคัญของ<strong> &#8216;ร้านอาหาร&#8217;</strong> คือ วัตถุดิบ ขณะที่การเติบโตในแต่ละปีจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี การบริหารจัดการเพื่อสามารถรักษา Bottom Line หรือกำไรสุทธิในธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ​</p>
<p><span id="more-31733"></span></p>
<p>อีกหนึ่ง Case Study จาก <strong>บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด</strong> เชนร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการขยายแบรนด์สไตล์ Specialty Japanese Food โดยเฉพาะกลุ่มซูชิสายพาน​ และการนำแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ ที่เน้นการตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าในทุกเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็น Mass Target ผ่านแบรนด์ <strong>&#8216;</strong><strong>ชินคันเซ็น ซูชิ</strong>&#8216; (Shinkanzen Sushi) , Premium Target ผ่านแบรนด์ &#8216;<strong>นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์&#8217;</strong> (NAMA Japanese and Seafood Buffet) และแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียล หลังเปิดให้บริการได้เพียงไม่นานในตลาด Premium-mass Target อย่างแบรนด์<strong> &#8216;คัตสึมิโดริ ซูชิ&#8217;</strong> (Katsu Midori Sushi) รวมทั้งยังมีการพัฒนาอาหารไทยภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;นักล่าหมูกระทะ&#8217;</strong> (Nak-La Mookata) มาเติมพอร์ตให้มีความหลากหลายมากขึ้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31734 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/1.-นายศุภณัฐ-สัจจะรัตนกุล-และ-นายชนวีร์-หอมเตย-.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เป้าหมายของบริษัท จากการเปิดเผยของ <b>คุณชนวีร์ หอมเตย </b>และ <b>คุณศุภณัฐ สัจจะรัตนกุล </b>ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป จำกัด คือ <strong>การขึ้นเป็นผู้นำในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น</strong> จากปัจจุบันประเมินว่าน่าจะอยู่ใน Top 5 ของตลาด หลังเริ่มบุกเบิกแบรนด์แรกอย่างชินคันเซ็น เมื่อราว 11 ปีที่ผ่านมา จากการเป็นร้านซูชิเล็กๆ ในปี 2558 และเติบโตได้อย่างโดดเด่นจนสามารถดึงดูดยักษ์ใหญ่อย่าง<strong> &#8216;เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป&#8217;</strong> หรือ <strong>CRG</strong> ให้เข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 51% เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 หรือราว 3 ปีกว่าที่ผ่านมา พร้อมการขยายแบรนด์เพิ่มขึ้นในทุกเซ็กเม้นต์ของตลาดอาหารญี่ปุ่น</p>
<p>รวมทั้งยอดขายที่ขยับขึ้นมาแตะพันล้านรวมทั้งการรักษาอัตราการเติบโตของกำไรได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นกัน โดยเห็นสัญญาณชัดเจนมากขึ้นหลังจากการร่วมทุนกับทาง CRG จากผลประกอบการย้อนหลังตั้งแต่ก่อนร่วมทุนในปี 2564 ด้วยจำนวนรายได้ 737 ล้านบาท และกำไร 46 ล้านบาท</p>
<p>ขณะที่ในปี​ 2565 รายได้เพิ่มขึ้นแตะ 797 ล้านบาท และกำไร 64 ล้านบาท,  ปี 2566 รายได้ 1,415 ล้านบาท กำไร 116 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการปีล่าสุดเติบโตได้เพิ่มขึ้น 50% ด้วยยอดขาย​ 2,100 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 นี้ ไม่ต่ำกว่า 30% หรือทำรายได้แตะ 2,800 ล้านบาท โดยประเมินการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า ยอดขายจะเติบโตได้เพิ่มขึ้นราว 5,000 ล้านบาท</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31736 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/DSC04862.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างบาลานซ์ระหว่าง &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ  &#8216;กำไร&#8217;</strong></p>
<p>สำหรับความยากลำบากของผู้ประกอบการร้านอาหารในปีนี้ มาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นซึ่งค่อนข้างเป็นวัตถุดิบที่มีราคาสูง เช่น ราคาปลาแซลมอน​ซึ่งนับตั้งแต่เปิดให้บริการชินคันเซ็นสาขาแรก จนถึงปัจจุบันราคาปรับเพิ่มมากขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 50%  นอกจากนี้ ยังมีวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ข้าว ชาเขียว ​ไข่หอยเม่น หรืออูนิ ไข่ปลาแซลมอน ซึ่งไม่เพียงราคาแพงขึ้นแต่ยังบางอย่างยังมีซัพพลายที่ค่อนข้างจำกัด รวมไปถึงต้นทุนด้านพลังงาน การบริหารจัดการต่างๆ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว​ ทำให้กระทบกำลังซื้อผู้บริโภค ทำให้ท้ังจำนวนทราฟฟิก ความถี่และการใช้จ่ายภายในร้า​นก็กระทบด้วยเช่นกัน ทำให้การรักษาการเติบโตและตัวเลขกำไร จึงยิ่งเป็นความท้าทายเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><b>คุณชนวีร์ </b>และ <b>คุณศุภณัฐ </b>อธิบายถึง<em><strong> การรักษา Bottom Line ผ่านการบริหารจัดการต้นทุน​ เพื่อดูแล Cost Efficiency โดยในส่วนของวัตถุดิบ จะมุ่งเน้นข้อได้เปรียบของ Economy of Scale ผ่านปริมาณการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก</strong></em> ซึ่งปัจจุบันบริษัทใช้แซลมอนซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักอยู่ที่ราว 2,000 ตัวต่อสัปดาห์ <strong>รวมทั้งการทำสัญญาสั่งซื้อกับทางซัพพลายเออร์ เพื่อป้องกันปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและสามารถต่อรองได้ในราคาที่ดี รวมไปถึงการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธภาพตามแนวทาง Zero Food Waste</strong> โดยใช้ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การแล่เนื้อปลาจนหมด ขณะเดียวกันยังทำการขูดเนื้อปลาในส่วน​ที่ติดกับก้างเพื่อนำไปทำ By Product เพิ่มเติมเช่น แฮมเบิร์ก หรือเนื้อสเต็กแฮมเบอร์เกอร์ที่ทำมาจากเนื้อปลาแซลมอน ขณะที่ก้างปลาก็นำส่งขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์ เพื่อไม่ให้มีส่วนใดที่ต้องเหลือทิ้งเป็นขยะ และยังช่วยเพิ่มยีลด์ หรือความสามารถในการทำกำไรได้อีกไม่ต่ำกว่า 1% พร้อมช่วยลดต้นทุนลงได้มากกว่า 10 ล้านบาท</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31735 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Nama-Japanese-and-seafood-buffet-บุฟเฟ่ต์พรีเมียมใหม่ล่าสุด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ต้นทุนด้านพลังานก็มีการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในร้านและครัวกลาง การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อนำพลังงานทดแทนมาใช้ ​รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่ใช้ภายในครัวกลาง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการผลิตได้มากขึ้น และรองรับการเติบโตของธุรกิจได้มากขึ้น โดยในปีนี้จะมีการลงทุนในเฟสที่ 3 ของครัวกลางด้วยงบ 30 ล้านบาท เพื่อขยายทั้งพื้นที่และกำลังผลิตอีก40% ให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้เพิ่มขึ้นอีกได้ราว 3 ปี</p>
<p><em>​&#8221;ในส่วนของการรับมือต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะเน้นการใช้เครื่องมือทางการตลาดเพื่อให้แบรนด์มีความน่าสนใจ และสามารถดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตอกย้ำความคุ้มค่าของคุณภาพวัตถุดิบ และราคาที่สามารถจับต้องได้ การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอให้สดใหม่ มีเมนูที่น่าสนใจ และตอกย้ำความเป็น Specialty ด้านซูชิสายพาน ที่มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้ง​การทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายผ่านการจัดเซ็ตเมนูที่คุ้มค่ามากขึ้น การมอบส่วนลดให้ลูกค้าสมาชิก หรือมีโปรโมชันนาทีทอง รวมไปถึงการ Collaboration กับแบรนด์ชั้นนำที่หลากหลาย และการทำโปรโมชั่นกับผู้ให้บริการเดลิเวอรี่ ​เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ตลอดจนสร้างกระแสในร้านอาหารญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง&#8221;  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Nama-Japanese-and-seafood-buffet-_-ที่นั่งกว้างขวางสะดวกสบาย.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p><strong>ลงทุนเพิ่ม 200 ล้านบาท ขยายเพิ่ม 16 สาขา </strong></p>
<p>สำหรับแผนขยายการเติบโตในปีนี้ของ เดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่ม 15 &#8211; 16 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวม​ 200 ล้านบาท สำหรับทั้งการขยายสาขาใหม่ และขยายกำลังผลิตครัวกลางในเฟสที่ 3 เพิ่มอีก 40% โดย​เน้นขยายในแบรนด์หลักที่จะสร้างการเติบโต ได้แก่ นักล่าหมูกระทะ และแบรนด์ใหม่ล่าสุดอย่างคัตสึมิโดริ ซูชิ  จากปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดรวมกันทั้ง 4 แบรนด์ จำนวน 70 สาขา โดยมีรายละเอียดการขยายสาขาแต่ละแบรนด์ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/ชินคันเซ็น-ซูชิ-สาขา-สามย่านมิททาวน์.jpg" alt="" width="1200" height="697" /></p>
<p><strong>&#8211; ชินคันเซ็น ซูชิ</strong> (Shinkanzen Sushi) : ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยคุณภาพของอาหารในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมเมนูหลากหลายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และถือเป็นแบรนด์หลักของบริษัทปัจจุบันมีสาขา 57 แห่ง ทำให้ปีนี้จะชะลอการขยายลงเหลือราว 5 สาขา โดยเน้นต่างจังหวัดและเมืองรองเป็นหลัก รวมทั้งในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีสาขาให้บริการ โดยใน กทม. และปริมณฑลจะขยายเพียง 1-2 แห่ง เท่านั้น ขณะที่วางแผนระยะยาวในการขยายสาขาให้ครบ 100 สาขาในอนาคต</p>
<p><strong>&#8211; นักล่าหมูกระทะ</strong> (Nak-La Mookata) : นำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการทานหมูกระทะ แก้ปัญหาความร้อนและกลิ่นควันติดตัว ด้วยการติดแอร์ และฮู้ดดูดควัน รวมถึงบริการฟรีบาร์ผัก และน้ำจิ้มที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกทานได้ไม่อั้น เปิดให้บริการยาวถึงตี 2 ตอบโจทย์ลูกค้าสายนอนดึก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ตอบโจทย์ตลาดจนสามารถเติบโตได้ดี​ และมีแผนขยายเพิ่มเติมในปีนี้ค่อนข้างก้าวกระโดดที่ราว 10 สาขา จากปีที่ผ่านมาขยายไป 6​ แห่ง และมีสาขารวมที่ 12 แห่ง ทำให้ในปีนี้จะมีสาขากว่า 20 แห่ง และเพิ่มเป็น 40 แห่ง ภายใน 5 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31740 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/นักล่าหมูกระทะ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; นามะ เจแปนนิส ซีฟู้ด แอนด์ บุฟเฟ่ต์</strong> (NAMA Japanese and Seafood Buffet): ร้านบุฟเฟ่ต์ที่มีไลน์อาหารพรีเมียม และบาร์ DIY ที่สามารถตักอิคุระได้ไม่อั้น ซึ่งได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ ปัจจุบันให้บริการ 1 สาขา ที่ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทารา แอทเซ็นทรัลเวิลด์ และสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้กว่า 1 พันคน ทำให้มีแผนจะขยาย Store Format รูปแบบเอ้าดอร์ สำหรับการให้บริการสไตล์อิซากายะเพิ่มเติม</p>
<p><strong>&#8211; คัตสึมิโดริ ซูชิ</strong> (Katsu Midori Sushi): แบรนด์ใหม่ล่าสุด​​​​ที่มีเอกลักษณ์จากการจัดกิจกรรมภายในร้าน และ​ใช้วัตถุดิบสดใหม่ นำเข้าจากต่างประเทศ เพิ่มความพิเศษให้กับทุกการรับประทาน เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาเติมพอร์ตร้านอาหารญี่ปุ่นของเดอะ ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป ระหว่างตลาดพรีเมียมและแมส เพื่อเพิ่มการเติบโตและเติมพอร์ตให้ครบทุกเซ็กเม้นต์ ​ปัจจุบันให้บริการแล้ว 1 สาขา ตั้งเป้าจะขยายการให้บริการเพิ่มเติมในปีนี้อีก 1-2 สาขา และมีแผนเพิ่มให้ครบ 20 สาขา ภายใน 5 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/คัตสึมิโดริ-ซูชิ-Katsu-Midori-Sushi_ภาพลูกค้าใช้บริการที่ร้าน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ​​ในการนำธุรกิจอาหารที่คุ้มค่า และมอบประสบการณ์​ที่แตกต่าง มาเพิ่มในพอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นที่ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงอาหารในกลุ่มใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคนิยมากขึ้น เช่น อาหารเกาหลี เพื่อเติมพอร์ตโฟลิโอให้น่าสนใจ รวมทั้งขยายการเติบโตของแบรนด์ที่มีศักยภาพภายในพอร์ต​ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันรายได้​หลักในพอร์ตมาจากกลุ่มอาหารญี่ปุ่นทั้งชินคันเซ็น นามะ และคัตสึมิโดริ ราว 85% ขณะที่อาหารไทย จากแบรนด์นักล่าหมูกระทะที่ 15% ขณะที่แผนจาการเร่งขยายสาขานักล่าหมูกระทะในปีนี้จะทำให้สัดส่วนอาหารไทยเพิ่มเป็น 20% ขณะที่แบรนด์น้องใหม่ล่าสุดอย่างคัตสึมิโดริ จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเพียง 1 สาขา​ ให้เพิ่มเป็นราว 10% ในสิ้นปีนี้&#8221;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/the-food-selection-group-strong-growth-into-2025/">ฟู้ด ซีเล็คชั่น กรุ๊ป เปิดแผนเติบโต 30% ​ลงทุนครัวกลางเฟส 3 เร่งขยายแบรนด์ศักยภาพสูง​ ​พร้อมเผยกลยุทธ์บาลานซ์​ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; และ การรักษา &#8216;กำไร&#8217; ธุรกิจร้านอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บี.กริม เพาเวอร์ โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/67 ขยายตัว ยอดขายไฟฟ้าโต ลุยเพิ่มกำลังผลิตทั้งในและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/bgrim-performance-q1-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 May 2024 06:59:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BGRIM]]></category>
		<category><![CDATA[BGRIM POWER]]></category>
		<category><![CDATA[EBITDA]]></category>
		<category><![CDATA[Performance]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฮาราลด์ ลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บี.กริม เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ Q1]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดขาย]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25684</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2567 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 488 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 380 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ที่ 379 ล้านบาท ลดลงจาก 400 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นรายการที่ไม่กระทบกระแสเงินสดจากการแปลงมูลค่าเงินกู้ยืมสกุลดอลลาร์สหรัฐด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด บี.กริม เพาเวอร์ มีรายได้จากการขายและการให้บริการที่ 14,165 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 10.7% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/bgrim-performance-q1-2024/">บี.กริม เพาเวอร์ โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/67 ขยายตัว ยอดขายไฟฟ้าโต ลุยเพิ่มกำลังผลิตทั้งในและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร. ฮาราลด์ ลิงค์</strong> ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2567 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 488 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 380 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ที่ 379 ล้านบาท ลดลงจาก 400 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><span id="more-25684"></span></p>
<p>โดยเป็นผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นรายการที่ไม่กระทบกระแสเงินสดจากการแปลงมูลค่าเงินกู้ยืมสกุลดอลลาร์สหรัฐด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด</p>
<p>บี.กริม เพาเวอร์ มีรายได้จากการขายและการให้บริการที่ 14,165 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 10.7% เป็น 3,624 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจาก 1. ปริมาณไฟฟ้าที่ขายในไตรมาส 1 ปรับเพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 3,743 กิกะวัตต์-ชั่วโมง จากปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น 17.4% จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า SPP 3 โครงการ ในเดือนมีนาคม 2566 และไตรมาสที่ 4 ปี 2566 รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 420 เมกะวัตต์, ปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ในประเทศเพิ่มขึ้น 2.2% และปริมาณไฟฟ้าขายให้แก่ลูกค้า IUs ในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้น 10.2% และ 2. ปริมาณไอน้ำที่ขายให้แก่ลูกค้า IUs ในประเทศเพิ่มขึ้น 20.5% เทียบกับจากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p>สำหรับผลงานสำคัญที่เกิดขึ้นในไตรมาสที่ 1/2567 บี.กริม เพาเวอร์ ได้เชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ในประเทศไทย จำนวน 6 เมกะวัตต์ จากกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม และในเดือนมีนาคม 2567 B.Grimm Power Korea (บริษัทย่อย) ยังได้เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งจำนวน 2 แห่ง คิดเป็นกำลังผลิตติดตั้งรวม 740 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชนในสาธารณรัฐเกาหลีที่ได้รับอนุมัติการก่อสร้างโครงการในปี 2567</p>
<p>ในเดือนเมษายน 2567 บี.กริม เพาเวอร์ ได้เข้าซื้อหุ้น 40% ใน ThreeEightSix Holdings Ltd. เพื่อประกอบธุรกิจและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา กำลังการผลิตรวม 33.7 เมกะวัตต์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และประเทศบาห์เรน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนที่สำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลางในอนาคต นอกจากนั้น บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ฟิวเจอร์ โซลูชั่น จำกัด (บริษัทย่อย) ได้ร่วมกับบริษัท สยามซิตี้ พาวเวอร์ จำกัด (บริษัทย่อยที่บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 100%) จัดตั้งบริษัท อินทรี บี.กริม โซล่าร์ จำกัด (IBS) โดย บี.กริม เพาเวอร์ ฟิวเจอร์ โซลูชั่น จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 25% เพื่อประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิตติดตั้ง 80 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>ดร. ฮาราลด์ ลิงค์</strong> กล่าวว่า สำหรับทิศทางในปี 2567 บี. กริม เพาเวอร์ กำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน อู่ตะเภา เฟสหนึ่ง 2. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ GIFU ในประเทศญี่ปุ่น และ 3. โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม แบบติดตั้งบนบก KOPOS ในสาธารณรัฐเกาหลี และในระยะยาว ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกและบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2593 การขยายพอร์ตสู่กำลังการผลิต 10,000 เมกะวัตต์ ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ในปี 2573</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/bgrim-performance-q1-2024/">บี.กริม เพาเวอร์ โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/67 ขยายตัว ยอดขายไฟฟ้าโต ลุยเพิ่มกำลังผลิตทั้งในและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2566 จำนวน 32,773 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/bangkok-bank-reports-net-profit-q3-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Oct 2023 07:54:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21847</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในไตรมาส 3 ปี 2566 เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวจากการภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นหลัก ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกของประเทศไทยชะลอตัวลง ตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่อ่อนตัว ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและคงไว้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อของประเทศต่าง ๆ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจกระทบต่อการส่งออกของไทย ตลอดจนปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป แม้ว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง หรือเกิดโอกาสหรือเป็นความท้าทายทางธุรกิจ โดยตั้งแต่ต้นปี 2566 ตลาดการเงินโลกมีความผันผวน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ความยืดเยื้อของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความท้าทายจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภค และการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้หลังโควิด-19  ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเพิ่มขึ้น ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า จึงยังคงมุ่งเน้นการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำในการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจตามสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนใหม่ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านความยั่งยืนในระยะยาว ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2566 จำนวน 32,773 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2566 จำนวน 32,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น สุทธิกับการทยอยเพิ่มขึ้นของต้นทุนเงินรับฝากและการปรับอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าสู่ระดับเดิมตั้งแต่ต้นปี 2566 ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.96  ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.4 ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจและส่วนหนึ่งจากค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงอยู่ที่ร้อยละ 46.4 ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง จึงมีการตั้งสำรองในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 9 เดือนปี 2566 มีจำนวน 26,323 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ณ สิ้นเดือนกันยายน 2566 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,723,751 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ  สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ร้อยละ 3.0  ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 283.3 ธนาคารมีเงินรับฝาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/bangkok-bank-reports-net-profit-q3-2023/">ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2566 จำนวน 32,773 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">ในไตรมาส 3 ปี 2566 เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวจากการภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นหลัก ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกของประเทศไทยชะลอตัวลง ตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่อ่อนตัว</p>
<p><span id="more-21847"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและคงไว้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อของประเทศต่าง ๆ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจกระทบต่อการส่งออกของไทย ตลอดจนปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป</p>
<p style="font-weight: 400;">แม้ว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง หรือเกิดโอกาสหรือเป็นความท้าทายทางธุรกิจ โดยตั้งแต่ต้นปี 2566 ตลาดการเงินโลกมีความผันผวน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ความยืดเยื้อของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความท้าทายจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภค และการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้หลังโควิด-19  ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเพิ่มขึ้น ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า จึงยังคงมุ่งเน้นการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำในการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจตามสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการลงทุนใหม่ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ </strong><strong>9 เดือนปี 2566 จำนวน 32,773 ล้านบาท</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2566 จำนวน 32,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.3 สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยอัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น สุทธิกับการทยอยเพิ่มขึ้นของต้นทุนเงินรับฝากและการปรับอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าสู่ระดับเดิมตั้งแต่ต้นปี 2566 ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.96  ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.4 ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจและส่วนหนึ่งจากค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานลดลงอยู่ที่ร้อยละ 46.4 ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง จึงมีการตั้งสำรองในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 9 เดือนปี 2566 มีจำนวน 26,323 ล้านบาท</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ธนาคารกรุงเทพยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ณ สิ้นเดือนกันยายน 2566 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,723,751 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ  สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ร้อยละ 3.0  ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง<em> </em>ทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 283.3</p>
<p style="font-weight: 400;">ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนกันยายน 2566 จำนวน 3,163,297 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.5 จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 86.1  ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 19.6 ร้อยละ 16.2 และร้อยละ 15.4 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/bangkok-bank-reports-net-profit-q3-2023/">ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับ 9 เดือนปี 2566 จำนวน 32,773 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
