<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขยะฝังกลบ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%9a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 02 May 2026 10:54:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ขยะฝังกลบ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศูนย์กำจัดขยะหนองแขม 2 พร้อมรับขยะเข้าทดสอบระบบ Waste to Energy ซีแอนด์จีฯ เปิดครบ 3 ศูนย์ เพิ่มศักยภาพ กทม. ลดขยะฝังกลบ 30% ผลิตไฟฟ้าได้ 79.8 เมกะวัตต์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 May 2026 10:28:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[C&G Environmental Protection]]></category>
		<category><![CDATA[New Sky Energy Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Energy]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[หนองแขม 1]]></category>
		<category><![CDATA[หนองแขม 2]]></category>
		<category><![CDATA[เหอ หนิง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกำจัดขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกำจัดขยะไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41529</guid>

					<description><![CDATA[<p>การกำจัดขยะ ถือเป็นความท้าทายในการแก้ปัญหาด้านการบริหารจัดการเมือง ใน​ทุกเมืองของโลก เพราะไม่เพียงความท้าทายเรื่องของปริมาณ แต่ยังมีปัณหาเรื่องกลิ่นจากการหมักหมม รวมทั้งหากบริหารจัดการไม่ดียังอาจเป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อโรคและการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ขณะที่ปริมาณขยะในแต่ละวันของ กทม.​ จาก 50 เขต มีรวมกันไม่ต่ำกว่า 10,500 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเกินกว่าจะจัดการขยะเหล่านี้ด้วยวิธีฝังกลบได้ทั้งหมด ทำให้ในอดีตมีภาพของขยะที่ถูกทิ้งกองเป็นภูเขาถูกทิ้งไว้ในหลายพื้นที่ นำมาสู่การแก้ปัญหาด้วยการก่อสร้าง &#8216;โรงกำจัดขยะไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม&#8217; เป็นแห่งแรก ในปี 2016 เพื่อช่วยการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี การกำจัดขยะมูลฝอยด้วยการเผาไหม้ถือเป็นกลุ่มเทคโลโนยีใหม่ที่ทาง กทม. เริ่มนำมาใช้ด้วยการนำความร้อนจากการเผาขยะในเตาเผาที่มีความร้อนสูง และนำความร้อนที่ได้ไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่วนไอเสียและน้ำเสีย เมื่อผ่านการบำบัดแล้ว จะถูกควบคุมให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามกำหนด สำหรับโรงกำจัดขยะไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม 1  ได้ดำเนินการมาครบ 10 ปี มีศักยภาพรองรับปริมาณขยะฝังกลบของ กทม. ได้ราว  500 ตันต่อวัน หรือประมาณ 5% ของปริมาณขยะฝังกลบทั้งหมดของ กทม. ครอบคลุมในพื้นที่ 6 เขต ประกอบด้วย หนองแขม ทวีวัฒนา ภาษีเจริญ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และบางรัก ซึ่ง​สามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้ 9.8 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">ศูนย์กำจัดขยะหนองแขม 2 พร้อมรับขยะเข้าทดสอบระบบ Waste to Energy ซีแอนด์จีฯ เปิดครบ 3 ศูนย์ เพิ่มศักยภาพ กทม. ลดขยะฝังกลบ 30% ผลิตไฟฟ้าได้ 79.8 เมกะวัตต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การกำจัดขยะ ถือเป็นความท้าทายในการแก้ปัญหาด้านการบริหารจัดการเมือง ใน​ทุกเมืองของโลก เพราะไม่เพียงความท้าทายเรื่องของปริมาณ แต่ยังมีปัณหาเรื่องกลิ่นจากการหมักหมม รวมทั้งหากบริหารจัดการไม่ดียังอาจเป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อโรคและการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ</p>
<p><span id="more-41529"></span></p>
<p>ขณะที่ปริมาณขยะในแต่ละวันของ กทม.​ จาก 50 เขต มีรวมกันไม่ต่ำกว่า 10,500 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเกินกว่าจะจัดการขยะเหล่านี้ด้วยวิธีฝังกลบได้ทั้งหมด ทำให้ในอดีตมีภาพของขยะที่ถูกทิ้งกองเป็นภูเขาถูกทิ้งไว้ในหลายพื้นที่ นำมาสู่การแก้ปัญหาด้วยการก่อสร้าง &#8216;<strong>โรงกำจัดขยะไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม&#8217;</strong> เป็นแห่งแรก ในปี 2016 เพื่อช่วยการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี</p>
<p>การกำจัดขยะมูลฝอยด้วยการเผาไหม้ถือเป็นกลุ่มเทคโลโนยีใหม่ที่ทาง กทม. เริ่มนำมาใช้ด้วยการนำความร้อนจากการเผาขยะในเตาเผาที่มีความร้อนสูง และนำความร้อนที่ได้ไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่วนไอเสียและน้ำเสีย เมื่อผ่านการบำบัดแล้ว จะถูกควบคุมให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามกำหนด</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41530 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NK7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโรงกำจัดขยะไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมหนองแขม 1  ได้ดำเนินการมาครบ 10 ปี มีศักยภาพรองรับปริมาณขยะฝังกลบของ กทม. ได้ราว  500 ตันต่อวัน หรือประมาณ 5% ของปริมาณขยะฝังกลบทั้งหมดของ กทม. ครอบคลุมในพื้นที่ 6 เขต ประกอบด้วย หนองแขม ทวีวัฒนา ภาษีเจริญ บางกอกน้อย บางกอกใหญ่ และบางรัก ซึ่ง​สามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้ 9.8 เมกะวัตต์  โดย <em><strong>นับตั้งแต่เปิดโรงงานหนองแขมมาครบ 1 ทศวรรษ สามารถกำจัดขยะให้ กทม. ไปได้แล้วเกือบ 1.7 ล้านตัน และสามารถจำหน่ายไฟฟ้าไปได้แล้วมากกว่า 636 ล้านกิโลวัตต์</strong></em></p>
<p>ที่สำคัญ <em><strong>ในปี 2026 นี้ กทม. ได้​เปิดดำเนินการโรงงานเตาเผาขยะเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ภายใต้การดำเนิน &#8216;โครงการกำจัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเผาไหม้ ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน&#8217; ผ่านการก่อสร้าง​โรง​กำจัดขยะเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมที่อ่อนนุช และ หนองแขม เป็นแห่งที่ 2</strong></em>  ซึ่งทั้งสองแห่งนี้ มีความสามารถรองรับการเผาไหม้ได้สูงสุดถึง 1,600 ตันต่อวัน และสามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 35 เมกะวัตต์ <em><strong>ดังนั้น หลังการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบของศูนย์ขยะทั้ง 3 แห่งนี้ จะทำให้ กทม. เพิ่มศักยภาพในการลดปริมาณขยะฝังกลบ ได้ราว 3,700 ตันต่อวัน หรือราว 25-30%  และสามารถผลิตไฟฟ้าตามแนวทาง Waste to Energy ได้รวม 79.8 เมกะวัตต์ต่อวัน </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด</strong> (C&amp;G Environmental Protection (Thailand)) ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ทั้ง 2 ศูนย์ ได้เปิดดำเนินการ​ <strong>&#8216;ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม แห่งที่ 2&#8217; </strong> พร้อมเปิดรับขยะเข้าเพื่อทดสอบระบบภายในเดือนพฤษภาคมเรียบร้อยแล้ว  โดยศูนย์กำจัดขยะหนองแขม แห่งที่ 2 นี้ จะดูแลรับผิดชอบในเขตรัศมีโดยรอบ 5 กิโลเมตร ครอบคลุม 3 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร (หนองแขม, บางแค, ทวีวัฒนา) สมุทรสาคร (อ้อมน้อย, สวนหลวง) และนครปฐม (กระทุ่มล้ม, บางระทึก) รวมทั้งสิ้น 3 เขต 4 ตำบล 152 ชุมชน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41532 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NK4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเหอ หนิง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม แห่งที่ 2 ใช้เทคโนโลยีกำจัดกลิ่นด้วยม่านอากาศ 2 ชั้น เครื่องตรวจวัดเสียง และ E-nose วิเคราะห์กลิ่นและแสดงผลแบบเรียลไทม์ รวมทั้งห้องควบคุมการทำงาน (DCS) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>สำหรับกระบวนการกำจัดขยะของโครงการฯ มีการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยขยะถูกนำมาเทในบ่อพักซึ่งมีขนาดรอบรับได้ถึง 24,000 ตัน ซึ่งอยู่ภายในอาคารระบบปิด โดยจะทำการพักขยะไว้ราว 3–5 วัน เพื่อลดความชื้น ใช้เครนคีบขยะเข้าสู่ เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) ควบคุมอุณหภูมิประมาณ 850–1,100°C นำความร้อนต้มน้ำเป็นไอน้ำแรงดันสูง หมุนกังหันไอน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 35 เมกะวัตต์</p>
<p>การทำงานของ บ่อรับขยะของโครงการฯ ได้รับการออกแบบเป็น ระบบปิด (Closed System) มีความจุในการรองรับขยะได้สูงถึงประมาณ 24,000 ตัน ซึ่งถือเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบกำจัดมูลฝอยสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร ส่วนทคโนโยลีกำจัดกลิ่นนั้นได้ติดตั้ง เครื่อง E-nose หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Nose) ซึ่งเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่จำลองการรับรู้กลิ่นของมนุษย์ โดยใช้ชุดเซนเซอร์ (Sensor Array) เพื่อตรวจจับสารระเหยในอากาศและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบ Odor Fingerprint จากนั้นนำข้อมูลไปประมวลผลร่วมกับเทคโนโลยี AI เพื่อวิเคราะห์ จำแนกประเภท และวัดระดับความเข้มข้นของกลิ่นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการติดตาม เฝ้าระวัง และควบคุมกลิ่นในพื้นที่บ่อพักขยะได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41531 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NK6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ภายในบ่อพักขยะยังได้นำเทคโนโลยีห้องบ่อพักขยะแรงดันลบ (Negative Pressure System) มาใช้โดยออกแบบให้ภายในอาคารบ่อพักขยะมีความดันอากาศต่ำกว่าภายนอก ส่งผลให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในตลอดเวลา ทำให้กลิ่นจากขยะไม่สามารถรั่วไหลออกสู่ภายนอกได้ อากาศภายในบ่อพักขยะมูลฝอยจึงถูกดูดเข้าสู่ระบบเตาเผาเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการเผาไหม้ ทำให้กลิ่นและก๊าซต่าง ๆ ถูกกำจัดไปพร้อมกับกระบวนการเผาไหม้ที่มีอุณหภูมิสูง 850–1,100°C ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมกลิ่นและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบของโครงการ</p>
<p><em>&#8220;ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่นำมาใช้ภายในศูนย์กำจัดขยะแห่งนี้ จึงมั่นใจได้ว่า กลิ่นจากขยะจะถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่แพร่กระจายออกสู่พื้นที่ภายนอก เนื่องจากอากาศภายในบ่อพักขยะทั้งหมดถูกนำเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ในเตาเผาที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นและก๊าซต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้การดำเนินงานของโครงการเป็นไปอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ นอกจากนี้ โครงการฯ ได้ติดตั้งระบบตรวจวัดระดับเสียง (Noise Monitoring System) แบบเรียลไทม์ เพื่อเฝ้าระวังและวิเคราะห์ระดับเสียงตลอด 24 ชั่วโมง หากค่าระดับเสียงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ระบบจะแจ้งเตือนทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ และยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41533 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NK1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานตามแนวทาง<strong>  Waste to Energy </strong> เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานทางเลือกและส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตพลังงานที่ราคาน้ำมันขาดแคลนและมีราคาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จและดำเนินการได้รวดเร็ว จะทำให้ประเทศชาติสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวช่วย​​บริหารจัดการขยะภายในเมือง รวมทั้งยังช่วยลดภาระ กทม. ในการขนส่งขยะไปสู่บ่อฝังกลบ ซึ่งอยู่จังหวัดรอบนอก อาทิ กำแพงแสน พนมสารคาม ฉะเชิงเทรา หรือนครปฐม ซึ่งการขนส่งเหล่านี้ จะกลายเป็นภาระต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นให้แก่หน่วยงานภาครัฐมากขึ้นด้วย</p>
<p>ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงควรส่งเสริมการดำเนินงานของภาคเอกชน เพื่อกำจัดอุปสรรคที่ทำให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปได้อย่างล่าช้า เช่น ความซ้ำซ้อนและไม่มีเอกภาพในขั้นตอนต่างๆ เช่น การขอใบอนุญาตจากแต่ละประเภทจากหน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อกำหนด ​ระเบียบข้อบังคับ​ และกฎหมายต่างๆ  ไปจนถึงความพร้อมในการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินโครงการด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำ ระบบไฟ เพราะทุกอย่างล้วนส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานให้สูงขึ้น รวมทั้งระยะเวลาในการส่งมอบโครงการให้ทันได้ตามกำหนด และสามารถเริ่มดำเนินโครงการได้ตามแผนที่วางไว้  เพื่อเร่งขับเคลื่อน​​การยกระดับ​​ศักยภาพและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากข้ึน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/new-sky-waste-to-energy-nong-kham/">ศูนย์กำจัดขยะหนองแขม 2 พร้อมรับขยะเข้าทดสอบระบบ Waste to Energy ซีแอนด์จีฯ เปิดครบ 3 ศูนย์ เพิ่มศักยภาพ กทม. ลดขยะฝังกลบ 30% ผลิตไฟฟ้าได้ 79.8 เมกะวัตต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ โชว์ผลสำเร็จ Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบ 81% พร้อมเดินหน้าขยายภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/bbl-zero-waste-to-landfill-next/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 13:47:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3R+ Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[BBL Rama 3]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Save the Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill Next]]></category>
		<category><![CDATA[กอบศักดิ์ ภูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมไร้ขยะฝังกลบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39791</guid>

					<description><![CDATA[<p> ธนาคารกรุงเทพ ประกาศผลภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบได้ 81% พร้อมเดินหน้าต่อในภารกิจ Zero Waste to Landfill Next  ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ ขยายโมเดลจัดการขยะสู่หน่วยงานธนาคารที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ภายใต้โครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus) ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 58.5 ตัน เมื่อเทียบกับปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/bbl-zero-waste-to-landfill-next/">ธนาคารกรุงเทพ โชว์ผลสำเร็จ Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบ 81% พร้อมเดินหน้าขยายภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> ธนาคารกรุงเทพ ประกาศผลภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบได้ 81% พร้อมเดินหน้าต่อในภารกิจ Zero Waste to Landfill Next  ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ ขยายโมเดลจัดการขยะสู่หน่วยงานธนาคารที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><span id="more-39791"></span></p>
<p><strong>นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ภายใต้โครงการ <strong>Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus)</strong> ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 58.5 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นปริมาณที่ลดลงถึง 81% ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 204.75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ปัจจุบันอาคารพระราม 3 มีขยะที่ถูกนำส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้กว่า 22.86 ตัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ขยะรีไซเคิล (พลาสติก ขวดน้ำ แก้วน้ำ) จำนวน 12.69 ตัน 2. ขยะเศษอาหาร 8.35 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน  และ 3. ขยะกำพร้า1.82 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นก้อนเชื้อเพลิงพลังงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BBL_06.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>“จากภารกิจที่ดำเนินการมาประมาณ1ปีกว่า ๆ ปัจจุบันเราสามารถช่วยลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องส่งไปฝังกลบจากเดิม 71 ตันต่อปี หรือประมาณ 5-6 ตันต่อเดือน เหลือเพียง 13.3 ตันต่อปี หรือเฉลี่ย 1 ตันต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งอาคารนี้เรามีพนักงานนั่งประจำอยู่ที่นี่มากกว่า 1,600 คน ไม่รวมพนักงานที่เข้ามาเป็นครั้งคราวเท่ากับว่าปริมาณขยะทั่วไปที่เกิดในแต่ละเดือนเหลือไม่ถึงคนละ 1 กิโลกรัม นั่นหมายถึงเรากำลังเดินมาถูกทาง และมีแนวทางที่ชัดเจนมากกว่าเดิม ถ้าหากทุกฝ่ายช่วยกันลดการเกิดขยะและคัดแยกอย่างต่อเนื่อง เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม และธนาคารในฐานะ <strong>‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’</strong> พร้อมเดินหน้าร่วมกับพนักงานทุกคนเพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของปัญหาขยะยิ่งขึ้น และพนักงานของเราจะต่อยอดไปสู่ครอบครัวและชุมชนต่อไป” <strong>นายกอบศักดิ์กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BBL_04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับก้าวต่อไปในปี 2569 ธนาคารกรุงเทพ พร้อมเดินหน้าภารกิจ <strong>Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</strong> จากอาคารสำนักงานพระราม 3 ไปยังกลุ่มอาคารสำนักงานใหญ่ ศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุน และสาขาที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งให้กับ Bualuang Green Team ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกต้นแบบรุ่นแรกกว่า170 คน และจะเปิดรับเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน</p>
<p>กิจกรรม <strong>Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</strong> เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce, Reuse, Recycle Plus) ซึ่งธนาคารเริ่มนำร่องที่อาคารสำนักงานพระราม 3 ตั้งแต่ปี 2567 ครอบคลุมการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร อาทิ การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการคัดแยกขยะให้แก่ทีมแม่บ้านและพนักงานโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) การใช้ภาชนะย่อยสลายได้ในโรงอาหาร การติดตั้งเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารด้วยเทคโนโลยี Food Waste Processor เพื่อแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน รวมถึงความร่วมมือกับบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด ในโครงการ “ส่งขยะกลับบ้าน” รับบริจาคขยะกำพร้าหลากหลายชนิด เช่น เสื้อผ้าเก่าพลาสติก โฟม ซองขนม กล่องนม หลอด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน RDF (Refuse Derived Fuel) สำหรับใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าหรือความร้อน แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือนำไปใช้ประโยชน์อื่นต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/BBL-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/bbl-zero-waste-to-landfill-next/">ธนาคารกรุงเทพ โชว์ผลสำเร็จ Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบ 81% พร้อมเดินหน้าขยายภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิชาการชี้ &#8216;ไม่เทรวม&#8217; กทม. คือ จุดเริ่มต้นสร้าง &#8216;วัฒนธรรมใหม่&#8217; สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนเร่งเครื่อง ชวนคนกรุงร่วมเปลี่ยนเมืองอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/mai-te-ruam-start-new-habit-bkk-people/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Nov 2025 00:06:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านนี้ไม่เทรวม]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะลดค่าธรรมเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่เทรวม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37672</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)  ชู นโยบาย &#8216;ไม่เทรวม&#8217; ของกรุงเทพมหานคร เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการปฏิรูประบบการจัดการขยะ แม้ว่ายอดผู้เข้าร่วมลงทะเบียนล่าสุดจะสูงทะลุถึงจำนวน 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) จากจำนวนทั้งหมดที่มีคุณสมบัติรับสิทธิ์ประมาณ 2,479,740 หลังคาเรือน คิดเป็ยังต้องเร่งสร้างการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยย้ำ &#8220;ทุกคนทำได้&#8221; ชวนคนกรุงมาร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เริ่มต้นจากที่บ้าน สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของเมือง ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  แสดงมุมมองถึงโครงการ &#8216;บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม&#8217; ของกรุงเทพมหานครว่า แม้การลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) แบ่งเป็น ลงทะเบียนแบบเดี่ยว (บ้านพักอาศัย) 333,911 หลังคาเรือน ลงทะเบียนแบบกลุ่ม (คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ชุมชน แฟลต) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/mai-te-ruam-start-new-habit-bkk-people/">นักวิชาการชี้ &#8216;ไม่เทรวม&#8217; กทม. คือ จุดเริ่มต้นสร้าง &#8216;วัฒนธรรมใหม่&#8217; สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนเร่งเครื่อง ชวนคนกรุงร่วมเปลี่ยนเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI</strong><strong>)  ชู นโยบาย &#8216;ไม่เทรวม&#8217; ของกรุงเทพมหานคร เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการปฏิรูประบบการจัดการขยะ แม้ว่ายอดผู้เข้าร่วมลงทะเบียนล่าสุดจะสูงทะลุถึงจำนวน </strong><strong>896,876 </strong><strong>หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่<br />
</strong><strong>20 </strong><strong>ตุลาคม พ</strong><strong>.</strong><strong>ศ</strong><strong>. 2568) </strong><strong>จากจำนวนทั้งหมดที่มีคุณสมบัติรับสิทธิ์ประมาณ </strong><strong>2,479,740 </strong><strong>หลังคาเรือน คิดเป็</strong><strong>ยังต้องเร่งสร้างการมีส่วนร่วมให้มากขึ้น ด้านสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยย้ำ &#8220;ทุกคนทำได้&#8221; ชวนคนกรุงมาร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เริ่มต้นจากที่บ้าน สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของเมือง </strong></p>
<p><span id="more-37672"></span></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา </strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  แสดงมุมมองถึงโครงการ <strong>&#8216;บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม&#8217;</strong> ของกรุงเทพมหานครว่า แม้การลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 896,876 หลังคาเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568) แบ่งเป็น ลงทะเบียนแบบเดี่ยว (บ้านพักอาศัย) 333,911 หลังคาเรือน ลงทะเบียนแบบกลุ่ม (คอนโดมิเนียม<br />
บ้านจัดสรร ชุมชน แฟลต) จำนวน 3,768 แห่ง 562,965 หลังคาเรือน</p>
<p>จากยอดจำนวนตัวเลขผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ  แสดงให้เห็นถึงความตระหนักรู้ถึงปัญหาขยะของคนกรุงฯ ที่ได้สร้างผลกระทบเชิงลบในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกคนเริ่มอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารจัดการขยะให้เกิดความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37762 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/ภาพประกอบ-3.jpg" alt="" width="1080" height="810" /></p>
<p>ดังนั้น กรุงเทพมหานครต้องเร่งเดินหน้าในการสร้างความรู้ความเข้าใจและสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง (ไม่เทรวม) รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการแสดงผลการดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ที่หลากหลาย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเพราะถือเป็นสิ่งสำคัญ พร้อมชี้ว่า ตอนนี้กรุงเทพมหานครกำลังอยู่ระหว่างการปรับระบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดเก็บ การขนส่ง และการนำขยะที่แยกแล้วไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งกรุงเทพมหานครได้พยายามอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น</p>
<p><strong><em>&#8220;</em></strong><strong><em>กทม. ​พยายาม​เร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนดำเนินการง่ายขึ้น เพียงถ่ายรูปตอนแยกขยะ ถ่ายรูปการเอาขยะรีไซเคิลไปขาย และเมื่อถ่ายรูปเสร็จก็นำส่งให้กรุงเทพมหานคร ​ผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายสามารถ​รายงานไปตามแบบฟอร์มต่าง ๆ ได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นการดำเนินการง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ และ​เป็นตัวช่วยให้การดำเนินงานสะดวกมากขึ้น”</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37764 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/ภาพประกอบ-1.jpg" alt="" width="1200" height="871" /></p>
<p>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  กล่าวเสริมว่า <em><strong>โครงการ &#8216;บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม&#8217; ไม่ใช่แค่การลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ แต่คือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้กรุงเทพฯ</strong></em> การเริ่มต้นที่บ้านด้วยการคัดแยกขยะอาหาร ออกจากขยะทั่วไปและขยะรีไซเคิล คือ หัวใจสำคัญการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกที่ยิ่งใหญ่ได้ พร้อมเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการคัดแยกขยะที่ต้นทาง ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดได้หลากหลาย ทั้งเรื่องของการหมักปุ๋ยหรือสารบำรุงดิน การนำไปเป็นอาหารสัตว์ เลี้ยงปลา ในขณะเดียวกันขยะรีไซเคิลถ้าแยกแล้วก็สามารถที่จะสร้างรายได้ให้ชุมชนได้และเป็นการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>&#8220;<strong><em>โครงการนี้ของกรุงเทพมหานคร ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมอยากเห็นคือ ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติจริง ​เพื่อส่ง​ผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ผลดีต่อภาพรวมของประเทศของโลก รวมทั้งอยากให้ท้องถิ่นอื่น ๆ ดำเนินการในลักษณะคล้าย ๆ กัน เพื่อขยายผลไปสู่การบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน”</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37763 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Info.jpg" alt="" width="1076" height="1522" /></p>
<p><strong>ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ที่ทุกคนทำได้ด้วยตัวเอง เริ่มต้นด้วยการคัดแยกขยะที่บ้าน ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ &#8216;ไม่เทรวม&#8217; และรายงานผ่านช่องทางต่าง ๆ ของ กทม. เพื่อกรุงเทพฯ ที่สะอาดขึ้นและน่าอยู่ยิ่งขึ้นสำหรับเราทุกคน </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/mai-te-ruam-start-new-habit-bkk-people/">นักวิชาการชี้ &#8216;ไม่เทรวม&#8217; กทม. คือ จุดเริ่มต้นสร้าง &#8216;วัฒนธรรมใหม่&#8217; สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยหนุนเร่งเครื่อง ชวนคนกรุงร่วมเปลี่ยนเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธอส. หนุนดีไซเนอร์ไทย จับมือ W2W ​ อัพไซเคิลยูนิฟอร์มใหม่รักษ์โลก มุ่งสู่เป้าหมายธนาคารยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/w2w-join-gh-bank-launch-new-uniform-upcycling/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Oct 2024 11:43:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Ek Thongprasert]]></category>
		<category><![CDATA[GH Bank Uniform]]></category>
		<category><![CDATA[GH Bank Uniform Fashion Show By Ek Thongprasert]]></category>
		<category><![CDATA[Happy to Wear Happy to Work]]></category>
		<category><![CDATA[landfill]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Designer]]></category>
		<category><![CDATA[Uniform]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[W2W]]></category>
		<category><![CDATA[Wear to Work]]></category>
		<category><![CDATA[กมลภพ วีระพละ]]></category>
		<category><![CDATA[กัญจนิกา ศรีรัตนตรัย]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จิราพรรณ วงศ์ทองสงวน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำให้คนไทยมีบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารอาคารสงเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[ธอส.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีเจ.การ์เม้นท์ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิฟอร์มรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิภาพร สัตยาอภิธาน]]></category>
		<category><![CDATA[เอก ทองประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยดีไซน์เนอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29379</guid>

					<description><![CDATA[<p>แต่ละปี​มีเสื้อผ้าที่กลายเป็นขยะเดินทางไปสู่หลุมฝังกลบมากกว่า 10 ล้านตันต่อปี และในจำนวนนี้ถูกนำไปรีไซเคิลไม่ถึง 10% ขณะที่ปัญหาขยะเสื้อผ้าไม่ได้เกิดขึ้นแค่กลางน้ำหรือปลายน้ำเท่านั้น เพราะในกระบวนการต้นน้ำของการผลิตเสื้อผ้ายังใช้น้ำจำนวนมหาศาล ทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สูงเฉลี่ย 1.7 พันล้านตันต่อปี หรือประมาณ 10% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ทั่วโลก จึงได้เกิดการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ ด้วยแนวคิดแฟชั่นหมุนเวียน หรือ Circular Fashion เพื่อให้โลกแฟชั่นได้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกใบนี้ด้วย ปัจจุบันการขับเคลื่อนความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือลูกค้า ได้ให้ความสนใจและตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้น ทางบริษัท Wear to Work (W2W) ร่วมกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มใหม่ จากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล ออกแบบโดย คุณเอก ทองประเสริฐ ดีไซน์เนอร์ W2W ชูแนวคิด Digital Hospitality ยูนิฟอร์มที่เป็นมากกว่าชุดทำงาน แต่ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดแฟชั่นโชว์ GH Bank Uniform Fashion Show By Ek Thongprasert เปิดตัวชุดยูนิฟอร์มใหม่อย่างเป็นทางการ ที่มีความเรียบหรู ใส่สบาย ทันสมัย เหมาะกับทุกรูปร่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/w2w-join-gh-bank-launch-new-uniform-upcycling/">ธอส. หนุนดีไซเนอร์ไทย จับมือ W2W ​ อัพไซเคิลยูนิฟอร์มใหม่รักษ์โลก มุ่งสู่เป้าหมายธนาคารยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แต่ละปี​มีเสื้อผ้าที่กลายเป็นขยะเดินทางไปสู่หลุมฝังกลบมากกว่า 10 ล้านตันต่อปี และในจำนวนนี้ถูกนำไปรีไซเคิลไม่ถึง 10% ขณะที่ปัญหาขยะเสื้อผ้าไม่ได้เกิดขึ้นแค่กลางน้ำหรือปลายน้ำเท่านั้น</p>
<p><span id="more-29379"></span></p>
<p>เพราะในกระบวนการต้นน้ำของการผลิตเสื้อผ้ายังใช้น้ำจำนวนมหาศาล ทำให้มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สูงเฉลี่ย 1.7 พันล้านตันต่อปี หรือประมาณ 10% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ทั่วโลก จึงได้เกิดการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ ด้วยแนวคิดแฟชั่นหมุนเวียน หรือ Circular Fashion เพื่อให้โลกแฟชั่นได้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกใบนี้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29382 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/กมลภพ-วีระพละ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบันการขับเคลื่อนความยั่งยืนในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือลูกค้า ได้ให้ความสนใจและตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้น ทางบริษัท <strong>Wear to Work (W2W) </strong>ร่วมกับ <strong>ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)</strong> เปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มใหม่ จากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล ออกแบบโดย<strong> คุณเอก ทองประเสริฐ</strong> ดีไซน์เนอร์ W2W ชูแนวคิด Digital Hospitality ยูนิฟอร์มที่เป็นมากกว่าชุดทำงาน แต่ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดแฟชั่นโชว์ <strong>GH Bank Uniform Fashion Show By Ek Thongprasert</strong> เปิดตัวชุดยูนิฟอร์มใหม่อย่างเป็นทางการ ที่มีความเรียบหรู ใส่สบาย ทันสมัย เหมาะกับทุกรูปร่าง โดยมี <strong>คุณกมลภพ วีระพละ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ คณะผู้บริหาร พนักงานเข้าร่วมด้วย</p>
<p><strong>W2W</strong> คือ บริษัทรับออกแบบและผลิตยูนิฟอร์มให้กับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการความโดดเด่น หรูหรา สง่างาม และภาพลักษณ์ที่แตกต่างอย่างมีดีไซน์ เพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำและมอบประสบการณ์แห่งความสุขให้พนักงาน แนวคิด <strong>Happy to Wear, Happy to Work</strong> โดยมี <strong>เอก ทองประเสริฐ</strong> ดีไซเนอร์ W2W ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบยูนิฟอร์มมากกว่า 10 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29380 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/W2W_C114977.jpg" alt="" width="492" height="738" /></p>
<p><strong>คุณกัญจนิกา ศรีรัตนตรัย</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า จากพันธกิจของ ธอส. “<strong>ทำให้คนไทยมีบ้าน</strong>” แต่สิ่งที่ทาง ธอส. ได้มองไปไกลกว่านั้นคือ ความยั่งยืน โดยได้มีการตั้งเป้าหมายในแผนระยะยาวด้านความยั่งยืนที่จะก้าวสู่การเป็น <strong>Sustainable bank</strong> หรือ ธนาคารยั่งยืน ที่ใส่ใจและดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่ทาง ธอส. มีแนวคิดจะเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์ม จึงได้ร่วมกับทา​ง W2W ในการออกแบบชุดยูนิฟอร์มรักษ์โลก ด้วยการนำขวดพลาสติกรีไซเคิลมาเป็นวัสดุในการทำชุดขึ้นมา</p>
<p><em>“เมื่อได้เห็นชุดยูนิฟอร์มที่ทาง W2W ได้ออกแบบเสร็จแล้วนอกจากเรื่องความสวยงามที่ทันสมัย คุณภาพไม่แตกต่างจากการใช้วัสดุเดิมที่ใช้ทำชุดยูนิฟอร์มที่ผ่านมา เพราะเนื้อผ้าให้ความรู้สึกใส่สบายด้วย ธอส.จึงได้ต่อยอดแนวคิดด้วยการจัดกิจกรรมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนโดยจัดกิจกรรมแลกขวดเป็นการปลูกจิตสำนึกให้ผู้ปฏิบัติงานรู้จักการใช้ซ้ำเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลก ให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น และขวดพลาสติกมาจะถูกเก็บรวบรวมและนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและผลิตเป็นเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลในอนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น”</em> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29384 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2024-09-12-118.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน<strong> เอก ทองประเสริฐ</strong> ดีไซน์เนอร์ W2W กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบยูนิฟอร์มของ ธอส. ด้วยการชูแนวคิด Digital Hospitality เพราะในยุคปัจจุบัน ธอส. ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ มีความเป็นมืออาชีพ ผสานความรู้สึกของการต้อนรับที่เกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ของคนที่อยากมีบ้าน จึงได้ตีโจทย์จากแนวคิด ให้คำว่า Digital คือการใช้โลโก้ของ ธอส. มาสร้างเป็นลายพิมพ์ เมื่อมองแล้วให้ความรู้สึกก้าวล้ำทันสมัย ส่วนคำว่า Hospitality การดีไซน์ชุดที่ทำให้พนักงานทุกคนใส่ได้อย่างมั่นใจและสวยงาม ยังเข้าถึงความรู้สึกของผู้มารับบริการ ที่มองมายังพนักงานผู้ส่วมใส่แล้วรู้สึกสบายใจ ไม่ห่างเหิน และเป็นมิตรกับผู้มารับบริการ</p>
<p><em>&#8220;แนวคิดการออกแบบชุดยังตระหนักถึงความยั่งยืน โดยนำวัสดุเส้นใยจากขวดพลาสติกมาใช้เป็นวัสดุหลัก เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจำนวนมาก <strong>โดยชุดสูท เป็นยูนิฟอร์มที่ใช้เส้นใยพลาสติกรีไซเคิล 100% ส่วนชุดอื่นๆ ก็มีการใช้เส้นใยพลาสติกรีไซเคิล แต่จะผสมกับวัสดุที่เป็น Easy Care เพื่อตอบโจทย์การใช้งานให้ทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องใช้เวลารีดนาน ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าอีกด้วย&#8221;</strong></em></p>
<p><strong>ดร.จิราพรรณ วงศ์ทองสงวน </strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อความยั่งยืนและการออกแบบแฟชั่นหมุนเวียน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ฉายภาพการออกแบบแฟชั่นหมุนเวียนที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ว่า การออกแบบหมุนเวียน เชื่อมโยงกับทุกการออกแบบไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือสินค้า โดยเสื้อผ้า ถือว่าอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความยั่งยืน เพราะเสื้อผ้า เมื่อไม่ได้ใช้งานแล้วก็จะกลายเป็นขยะนำไปหลุมฝังกลบ บางส่วนไหลลงสู่ทะเล ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศใต้น้ำและสัตว์ทะเลกินเข้าไปเพราะคิดว่าเป็นอาหาร สุดท้ายส่งผลกระทบต่อมนุษย์ในการทำประมงและรับประทานอาหารทะเล เป็นสิ่งที่วนเวียนจากการกระทำเล็กๆน้อยๆ ของมนุษย์ ที่ส่งกระทบต่อโลกใบนี้ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29381 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/กัญจนิกา-ศรีรัตนตรัย-เอก-ทองประเสริฐ-ดร.จิราพรรณ-วงศ์ทองสงวน-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.จิราพรรณ</strong> กล่าวต่อว่า ชุดยูนิฟอร์มของ ธอส. เป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนของการใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ เพราะมีกระบวนการคิดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ในการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล มีอายุการใช้งานนาน และมีดีไซน์ที่สวยงาม พนักงานก็จะเกิดความอยากสวมใส่ไม่ต้องเปลี่ยนยูนิฟอร์มบ่อยๆ และการจัดการชุดยูนิฟอร์มที่ธนาคารสามารถเรียกกลับคืนได้ง่าย เพราะพนักงานทุกคนมีชุดที่เหมือนกัน ใช้วัสดุชนิดเดียวกัน ทำให้สามารถคัดแยกชิ้นส่วนแต่ละชนิด เพื่อเข้าสู่กระบวนการทำลายทิ้งอย่างถูกวิธี ต่างจากเสื้อผ้าแฟชั่นทั่วไปที่การเรียกกลับคืนได้ค่อนข้างยาก ใช้วัสดุที่แตกต่างกัน อีกทั้งการนำเสื้อผ้าไปรีไซเคิลเป็นเสื้อผ้าอีกครั้งนั้นอาจจะยังไม่มีนวัตกรรมมารองรับ ต่างจากขวดพลาสติกที่นำไปรีไซเคิลเป็นเส้นใยได้อย่างมีคุณภาพ ธอส. ในฐานะองค์กรขนาดใหญ่จะสามารถสร้างต้นแบบทำ Economies of Scale เพื่อไม่ให้ปลายทางของขยะเสื้อผ้าไปสู่แค่หลุมฝังกลบ แต่ยังสามารถนำไปอัพไซเคิลเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือพลังงานเชื้อเพลิง พลังงานทดแทนได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29386 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Uniform01-2353_result.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณวิภาพร สัตยาอภิธาน</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเจ.การ์เม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท Wear to Work (W2W)  กล่าวว่า W2W ใส่ใจในการตัดเย็บและทุกขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล พร้อมเดินหน้าสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้วงการยูนิฟอร์มของเมืองไทย และยินดีที่ได้มีโอกาสออกแบบและผลิตยูนิฟอร์ม​ใหม่ให้ ธอส. ครั้งนี้ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธนาคาร พนักงานมีความมั่นใจและความสุขในการแต่งกาย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ W2W มีประสบการณ์ในการออกแบบยูนิฟอร์มให้องค์กรต่างๆ เช่น บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) โรงแรมโฟร์ซีซัน กรุงเทพฯ โรงแรมดุสิต ดีทู สามย่าน เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/w2w-join-gh-bank-launch-new-uniform-upcycling/">ธอส. หนุนดีไซเนอร์ไทย จับมือ W2W ​ อัพไซเคิลยูนิฟอร์มใหม่รักษ์โลก มุ่งสู่เป้าหมายธนาคารยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อ &#8216;Energy Recovery&#8217; ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำจัดการของเสียอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/insee-ecocycle-energy-recovery-zero-waste-to-landfill/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Sep 2024 05:15:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Recovery]]></category>
		<category><![CDATA[Industry Waste]]></category>
		<category><![CDATA[insee ecocycle]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการของเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[บรูโน ฟ๊อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรี อีโคไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28611</guid>

					<description><![CDATA[<p>อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อภารกิจ “ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5  ด้วยกระบวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีของเสียสู่หลุมฝังกลบ (Zero Waste to Landfill)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยอินทรี อีโคไซเคิลได้รับความไว้วางใจจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการจัดการทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ การรับมอบ ขนย้าย ทำลาย รวมทั้งดำเนินการจัดพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยการทำลายของกลางดำเนินการที่จังหวัดสระบุรีและชลบุรี ส่วนพิธีทำลายของกลางจัดขึ้นที่ ณ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี นายบรูโน ฟ๊อกซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด บริษัทในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง กล่าวว่า “อินทรี อีโคไซเคิลมุ่งมั่นที่จะให้บริการด้านการจัดการของเสียและการบริการภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เรามีความเชี่ยวชาญในการการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่หรือเชื้อเพลิงทดแทน หรือที่เรียกว่า &#8216;Energy Recovery&#8216; เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริหารการจัดการของเสียที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” สำหรับขั้นตอนการทำลายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น รถบรรทุกซึ่งติดตั้งระบบติดตาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/insee-ecocycle-energy-recovery-zero-waste-to-landfill/">อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อ &#8216;Energy Recovery&#8217; ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำจัดการของเสียอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อินทรี อีโคไซเคิล</strong> สานต่อภารกิจ <strong>“ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว”</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5  ด้วยกระบวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีของเสียสู่หลุมฝังกลบ (Zero Waste to Landfill)  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการจัดการของเสียและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-28611"></span></p>
<p>โดยอินทรี อีโคไซเคิลได้รับความไว้วางใจจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ให้ดำเนินการจัดการทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ การรับมอบ ขนย้าย ทำลาย รวมทั้งดำเนินการจัดพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยการทำลายของกลางดำเนินการที่จังหวัดสระบุรีและชลบุรี ส่วนพิธีทำลายของกลางจัดขึ้นที่ ณ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 7 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28612 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายบรูโน ฟ๊อกซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด บริษัท</strong><strong>ในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง</strong> กล่าวว่า “อินทรี อีโคไซเคิลมุ่งมั่นที่จะให้บริการด้านการจัดการของเสียและการบริการภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เรามีความเชี่ยวชาญในการการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่หรือเชื้อเพลิงทดแทน หรือที่เรียกว่า &#8216;<strong>Energy Recovery</strong>&#8216; เป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริหารการจัดการของเสียที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28613 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับขั้นตอนการทำลายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น รถบรรทุกซึ่งติดตั้งระบบติดตาม GPS และซีลนิรภัยจะทำการขนย้ายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไปยังสถานที่ทำลาย ของกลางเหล่านี้จะถูกคัดแยกและบดย่อยให้สิ้นสภาพ  ก่อนที่จะนำไปเผาร่วมกับเชื้อเพลิงหลักในเตาเผาปูนซีเมนต์ที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,800 องศาเซลเซียส เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน สามารถนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ใหม่ได้ พร้อมช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการนี้จะไม่มีขยะไปสู่หลุมฝังกลบ หรือ Zero Waste to Landfill การดำเนินการทั้งหมดได้รับการตรวจสอบโดยระบบวงจรปิด โดยใช้เทคโนโลยี RFID เพื่อติดตามรถบรรทุกทั้งหมดภายในโรงงาน ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและการควบคุมในระดับสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28614 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/4.jpg" alt="" width="1200" height="786" /></p>
<p><em>“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง การจัดการทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่การขนย้ายไปจนถึงการทำลายให้สิ้นสภาพถือเป็นความรับผิดชอบที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กระบวนการทำลายได้ดำเนินการอย่างรัดกุม ซึ่งถือเป็นปีที่ 5 ที่เรามีส่วนร่วมในปฏิบัติการสำคัญครั้งนี้”</em> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินทรี อีโคไซเคิล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/insee-ecocycle-energy-recovery-zero-waste-to-landfill/">อินทรี อีโคไซเคิล สานต่อ &#8216;Energy Recovery&#8217; ทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำจัดการของเสียอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โลตัส จับมือ  ลาดกระบัง อัพเกรด​เครื่องรับคืนขวดพลาสติกเพื่อรีไซเคิล ร่วมส่งเสริมทักษะนวัตกรรมเยาวชน ต่อยอดนโยบายด้านความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/lotus-x-kmitl-reverse-vending-machine-improvement-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jan 2024 10:15:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[KMITL]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reverse Vending Machine]]></category>
		<category><![CDATA[RVM]]></category>
		<category><![CDATA[Vision 2030. Actions every day.]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวด PET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลาดกระบัง]]></category>
		<category><![CDATA[สจล.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเครื่องคืนขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23384</guid>

					<description><![CDATA[<p>โลตัส ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  (สจล.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการปรับปรุงเครื่องรับขวดพลาสติก (Reverse Vending Machine &#8211; RVM) เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล พร้อมมอบทุนการศึกษา จำนวน 50,000 บาท สนับสนุนการศึกษาเรียนรู้ของนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ และพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อเป็นต้นแบบในการต่อยอดเครื่องรับขวดพลาสติกให้อัจฉริยะและ smart ยิ่งขึ้น สอดคล้องนโยบายด้านความยั่งยืนของโลตัส ที่มุ่งสร้างคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการสนับสนุนพัฒนาทักษะนวัตกรรมให้เยาวชนไทย พร้อมส่งเสริมการรีไซเคิลขยะตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ดร.อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกลยุทธ์และสนับสนุนธุรกิจ โลตัส กล่าวว่า “โลตัส ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “Vision 2030. Actions every day.” ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) โดยหนึ่งในเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร คือลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ภายในปี 2030 พร้อมส่งเสริมการรีไซเคิลขยะ ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/lotus-x-kmitl-reverse-vending-machine-improvement-project/">โลตัส จับมือ  ลาดกระบัง อัพเกรด​เครื่องรับคืนขวดพลาสติกเพื่อรีไซเคิล ร่วมส่งเสริมทักษะนวัตกรรมเยาวชน ต่อยอดนโยบายด้านความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โลตัส</strong> ร่วมกับ <strong>สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</strong>  <strong>(สจล</strong><strong>.</strong><strong>)</strong> ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ <strong>โครงการปรับปรุงเครื่องรับขวดพลาสติก (</strong><strong>Reverse Vending Machine &#8211; RVM) </strong>เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล</p>
<p><span id="more-23384"></span></p>
<p>พร้อมมอบทุนการศึกษา จำนวน 50,000 บาท สนับสนุนการศึกษาเรียนรู้ของนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ และพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อเป็นต้นแบบในการต่อยอดเครื่องรับขวดพลาสติกให้อัจฉริยะและ smart ยิ่งขึ้น</p>
<p>สอดคล้องนโยบายด้านความยั่งยืนของโลตัส ที่มุ่งสร้างคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการสนับสนุนพัฒนาทักษะนวัตกรรมให้เยาวชนไทย พร้อมส่งเสริมการรีไซเคิลขยะตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23385 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/ดร.อภิรักษ์-เดชวรสิทธิ-ผู้อำนวยการอาวุโส-สายงานกลยุทธ์และสนับสนุนธุรกิจ-โลตัส-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.อภิรักษ์ เดชวรสิทธิ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานกลยุทธ์และสนับสนุนธุรกิจ</strong> <strong>โลตัส </strong>กล่าวว่า “โลตัส ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “<strong>Vision 2030. Actions every day</strong>.” ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) โดยหนึ่งในเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร คือลดปริมาณขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ภายในปี 2030 พร้อมส่งเสริมการรีไซเคิลขยะ ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่าน <strong>โครงการเครื่องคืนขวดพลาสติก (</strong><strong>Reverse Vending Machine &#8211; RVM)</strong> ที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถแยกขยะพลาสติก นำขวดพลาสติกมาคืนเพื่อนำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ผ่านสาขาของโลตัส พร้อมรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมการแยกขยะรีไซเคิลของประชาชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23386 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Lotuss-x-KMITL-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด โลตัสได้ต่อยอดโครงการเครื่องคืนขวดพลาสติก ผ่านการลงนามความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยโลตัสได้มอบเครื่องรับคืนขวดพลาสติก เพื่อเป็นต้นแบบในการศึกษาเรียนรู้ด้านกลไกและระบบเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ พร้อมต่อยอดนวัตกรรม พัฒนาระบบให้มีเสถียรภาพ ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน และเป็นต้นแบบในการปรับปรุงเครื่องรับคืนขวดทั้งหมดของโลตัสให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งการลงนามครั้งนี้ยังส่งเสริมทักษะนวัตกรรมให้นักศึกษา สอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนของโลตัสในการสร้างคุณค่าและประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แก่สังคม รวมถึงมอบประสบการณ์ทำงานจริงให้นักศึกษา ส่งเสริมนวัตกรรม และช่วยสนับสนุนการรีไซเคิลขยะตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23387 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Lotuss-x-KMITL-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รองศาสตราจารย์ ดร. สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. </strong>กล่าวว่า “ความร่วมมือกับโลตัสในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษา โดยทางสถาบันได้รับการสนับสนุนเครื่องคืนขวดพลาสติกจากทางโลตัส เพื่อเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งนักศึกษาสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อไป อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมืออันสำคัญที่จะนำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือทางวิชาการ และความร่วมมือด้านอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23388 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Lotuss-x-KMITL-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/lotus-x-kmitl-reverse-vending-machine-improvement-project/">โลตัส จับมือ  ลาดกระบัง อัพเกรด​เครื่องรับคืนขวดพลาสติกเพื่อรีไซเคิล ร่วมส่งเสริมทักษะนวัตกรรมเยาวชน ต่อยอดนโยบายด้านความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รองเท้ายั่งยืน Teva ชวนส่งต่อรองเท้า​สภาพดี ​ให้ผู้ต้องการใช้งาน ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต พร้อมลดคาร์บอนและขยะฝังกลบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/teva-forever-donate-second-shoes-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 31 May 2023 13:03:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Sandals]]></category>
		<category><![CDATA[sneakers]]></category>
		<category><![CDATA[Teva]]></category>
		<category><![CDATA[Teva_TH]]></category>
		<category><![CDATA[TevaForever]]></category>
		<category><![CDATA[TevaThailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาครองเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้ารักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รองเท้าเทว่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18891</guid>

					<description><![CDATA[<p>Teva (เทว่า) ​แบรนด์รองเท้า Modern Outdoor สัญชาติอเมริกัน สำหรับสายลุย ที่ชอบความตื่นเต้นและรักการผจญภัย ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานของเท้ามนุษย์อย่างแท้จริง จากแนวคิดในการออกแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่ง​รองเท้าที่น้ำหนักเบา แห้งเร็ว และไม่หลุดง่าย สำหรับกิจกรรม Outdoor จนได้รับความนิยมและกลายเป็นรองเท้าซิกเนเจอร์ของนักผจญภัยทั่วโลก รองเท้า Teva มีจุดกำเนิดที่ Grand Canyon อเมริกา ในปี 1984 จากประสบการณ์การเป็นไกด์ล่องแก่งของ คุณ Mark Thatcher ที่ค้นพบวิธีการนำสายรัด Velcro หรือสาย Nylon มาจับคู่รวมกับรองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าหลุดลอย ทั้งยังมีคุณสมบัติแห้งเร็วสำหรับผู้ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ จนในที่สุดกลายมาเป็นแบรนด์รองเท้าไอคอนิกของความสะดวกสบาย และมีสไตล์ในที่สุด จนได้รับความนิยมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ส่วนประกอบของรองเท้าอย่างสายรัด Webbing ของ​​ Teva ทุกคู่ ยังผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% โดยแปรรูปจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล REPREVE®  ซึ่งผลิตมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิล จำนวน 4 ขวด สะท้อนการให้ความสำคัญ ใส่ใจและรับผิดชอบดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อมีส่วนช่วยลดการเกิดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/teva-forever-donate-second-shoes-campaign/">รองเท้ายั่งยืน Teva ชวนส่งต่อรองเท้า​สภาพดี ​ให้ผู้ต้องการใช้งาน ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต พร้อมลดคาร์บอนและขยะฝังกลบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Teva</strong> (เทว่า) ​แบรนด์รองเท้า Modern Outdoor สัญชาติอเมริกัน สำหรับสายลุย ที่ชอบความตื่นเต้นและรักการผจญภัย ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานของเท้ามนุษย์อย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-18891"></span></p>
<p>จากแนวคิดในการออกแบบ เพื่อให้ได้มาซึ่ง​รองเท้าที่น้ำหนักเบา แห้งเร็ว และไม่หลุดง่าย สำหรับกิจกรรม Outdoor จนได้รับความนิยมและกลายเป็นรองเท้าซิกเนเจอร์ของนักผจญภัยทั่วโลก</p>
<p>รองเท้า Teva มีจุดกำเนิดที่ Grand Canyon อเมริกา ในปี 1984 จากประสบการณ์การเป็นไกด์ล่องแก่งของ คุณ Mark Thatcher ที่ค้นพบวิธีการนำสายรัด Velcro หรือสาย Nylon มาจับคู่รวมกับรองเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าหลุดลอย ทั้งยังมีคุณสมบัติแห้งเร็วสำหรับผู้ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำ จนในที่สุดกลายมาเป็นแบรนด์รองเท้าไอคอนิกของความสะดวกสบาย และมีสไตล์ในที่สุด จนได้รับความนิยมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18897 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Teva3.jpg" alt="" width="488" height="732" /></p>
<p>นอกจากนี้ ส่วนประกอบของรองเท้าอย่างสายรัด Webbing ของ​​ Teva ทุกคู่ ยังผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% โดยแปรรูปจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล REPREVE®  ซึ่งผลิตมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิล จำนวน 4 ขวด สะท้อนการให้ความสำคัญ ใส่ใจและรับผิดชอบดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อมีส่วนช่วยลดการเกิดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยที่ผ่านมา Teva ได้เปลี่ยนขวดพลาสติกมากกว่า 40 ล้านขวด จากหลุมฝังกลบมาเป็นส่วนประกอบของรองเท้า</p>
<p>นอกจากนี้ แล้ว Teva USA  ยังมีนโยบายในการลดการใช้น้ำสำหรับกระบวนการผลิต​​ พร้อมทั้งยังได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อปรับปรุงการอนุรักษ์น้ำ ตั้งแต่ปี 2017 ทำให้ประหยัดน้ำได้ 348 ล้านแกลลอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18895 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Teva1.jpg" alt="" width="451" height="725" /></p>
<p>ล่าสุด <strong>Teva</strong> ได้จัดแคมเปญ<strong> TevaForever</strong> ชวนทุกคนมามีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต และร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน เพียงส่งต่อรองเท้าในสภาพใช้งานได้ ไปยังผู้ที่มีความต้องการใช้งาน โดยการนำ​รองเท้าแซนดัล (รองเท้าแตะ) ​ของ Teva หรือ Sneaker (รองเท้าผ้าใบ) ไม่สงวนสิทธิ์แบรนด์ ในสภาพใช้งานได้ มาร่วมส่งต่อ เพื่อรับส่วนลด 500 บาท ในการซื้อรองเท้า Teva คู่ใหม่ (มูลค่า 1,890 บาท ขึ้นไป) ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน พ.ศ. 2566</p>
<p>แคมเปญดังกล่าวมุ่งเน้นไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน  ทั้งมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมทั้งช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และปริมาณขยะฝังกลบที่จะก่อให้เกิดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นพันธะสัญญาของ Teva ในการช่วยดูแลโลกและสังคม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/teva-forever-donate-second-shoes-campaign/">รองเท้ายั่งยืน Teva ชวนส่งต่อรองเท้า​สภาพดี ​ให้ผู้ต้องการใช้งาน ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต พร้อมลดคาร์บอนและขยะฝังกลบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาร์เอส กรุ๊ป นำร่องมิวสิคเฟสฯ คาร์บอนต่ำครั้งแรก แบบไร้ขยะฝังกลบ ​เร่งเครื่องสู่เป้าหมาย RS Net Zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/rs-net-zero-drive-first-low-carbon-music-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 May 2023 07:17:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[2R2S]]></category>
		<category><![CDATA[COOL summer fest 2023]]></category>
		<category><![CDATA[COOLive]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Life Enriching​]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Music Festival]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Return]]></category>
		<category><![CDATA[RS]]></category>
		<category><![CDATA[RS Group]]></category>
		<category><![CDATA[RS Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Share]]></category>
		<category><![CDATA[Shift]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเศษอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[คูลไลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์เอส กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[อีเวนต์คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18459</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ อาร์เอส กรุ๊ป นอกจากมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้าง Life Enriching หรือยกระดับทุกมิติของการใช้ชีวิตแล้ว ยังดำเนินธุรกิจภายใต้ความห่วงแหนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วย โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อน อาร์เอส กรุ๊ป สู่องค์กรแห่งอนาคตที่แข็งแกร่งในทุกด้าน และผลักดันให้องค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง และลดสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 จึงตั้งเป้าดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติ RS Net Zero โดยเริ่มจัดมิวสิคเฟสฯ คาร์บอนต่ำ ซึ่งสามารถนำขยะกว่าครึ่งตัน เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธี ปราศจากการฝังกลบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวปฏิบัติ RS Net Zero ประกอบด้วยหลัก 2R2S ได้แก่ ‘Reduce’ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลดใช้พลังงานในอาคาร และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสนับสนุนให้เกิดการรีไซเคิลให้มากที่สุด ‘Return’ มีแผนเพิ่มการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกด้วยการปลูกป่าทดแทนหรือซื้อคาร์บอนเครดิต ‘Shift’ ปรับการทำงาน ในกลุ่มธุรกิจสื่อและบันเทิง ผลักดันคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Event) รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมิร์ซ ในการพัฒนาสินค้าคาร์บอนต่ำ ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยผลิตภัณฑ์และแพ็คเกจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ‘Share’ สร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มการรับรู้ด้วยโครงการสิ่งแวดล้อมของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/rs-net-zero-drive-first-low-carbon-music-festival/">อาร์เอส กรุ๊ป นำร่องมิวสิคเฟสฯ คาร์บอนต่ำครั้งแรก แบบไร้ขยะฝังกลบ ​เร่งเครื่องสู่เป้าหมาย RS Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>อาร์เอส กรุ๊ป</strong> นอกจากมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้าง Life Enriching หรือยกระดับทุกมิติของการใช้ชีวิตแล้ว ยังดำเนินธุรกิจภายใต้ความห่วงแหนและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วย</p>
<p><span id="more-18459"></span></p>
<p>โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อน อาร์เอส กรุ๊ป สู่องค์กรแห่งอนาคตที่แข็งแกร่งในทุกด้าน และผลักดันให้องค์กรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง และลดสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 จึงตั้งเป้าดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติ RS Net Zero โดยเริ่มจัดมิวสิคเฟสฯ คาร์บอนต่ำ ซึ่งสามารถนำขยะกว่าครึ่งตัน เข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธี ปราศจากการฝังกลบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18462 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/3-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แนวปฏิบัติ <strong>RS Net Zero</strong> ประกอบด้วยหลัก<strong> 2R2S</strong> ได้แก่ ‘<strong>Reduce</strong>’ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการลดใช้พลังงานในอาคาร และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสนับสนุนให้เกิดการรีไซเคิลให้มากที่สุด ‘<strong>Return’</strong> มีแผนเพิ่มการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกด้วยการปลูกป่าทดแทนหรือซื้อคาร์บอนเครดิต <strong>‘Shift</strong>’ ปรับการทำงาน ในกลุ่มธุรกิจสื่อและบันเทิง ผลักดันคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Event) รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมิร์ซ ในการพัฒนาสินค้าคาร์บอนต่ำ ขยายพอร์ตโฟลิโอด้วยผลิตภัณฑ์และแพ็คเกจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม <strong>‘Share’</strong> สร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มการรับรู้ด้วยโครงการสิ่งแวดล้อมของ อาร์เอส กรุ๊ป อาทิ โครงการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะประเภทต่างๆ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่เป็นตัวการสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>จากความตั้งดูแลสิ่งแวดล้อม จึงนำมาสู่งาน<strong>อีเวนต์คาร์บอนต่ำงานแรก อย่างเทศกาลดนตรี </strong><strong>COOL summer fest </strong><strong>2023 ที่จัดขึ้นโดย </strong><strong>COOLive (</strong><strong>คูลไลฟ์) </strong>เน้นลดปริมาณและคัดแยกขยะ เพื่อป้องกันไม่ให้ของเสียหลุดลอดลงสู่ทะเล และยังมีกระบวนการจัดการขยะในงานที่ยึดตามหลักการของ RS Net Zero หลีกเลี่ยงการฝั่งกลบ ซึ่งเป็นวิธีการที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับต้น ดังนั้น ขยะแต่ละประเภทจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบโดยตรง และได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18463 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับแนวทางแยกขยะตามหลักการ RS Net Zero วางแนวทางออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ประเภทของการคัดแยกและปลายทางของขยะ แบ่งได้ดังนี้</p>
<p><strong>Liquid:</strong> แยกทิ้งของเหลวออกจากภาชนะ เช่น น้ำ น้ำแข็ง ปลายทางเพื่อนำไปสู่การบำบัดน้ำเสีย</p>
<p><strong>Food Waste:</strong> ทิ้งเศษอาหารที่ทานเหลือ เช่น ข้าว ลูกชิ้น ผัก ผลไม้ ขนม ปลายทางของเศษอาหารกว่า 90 กิโลกรัม ได้ลำเลียงส่งโครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ยเพื่อทำปุ๋ยหมัก</p>
<p><strong>Bottles &#8211; Cans:</strong> ทิ้งขยะที่สามารถส่งเข้าระบบรีไซเคิลได้ โดยรับเฉพาะขวดพลาสติกประเภท PET1 และกระป๋องอลูมิเนียมเท่านั้น โดยขยะประเภทนี้กว่า 212 กิโลกรัม ได้ทำการคัดแยกกลับเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรมเพื่อผลิตใหม่ได้ 100%</p>
<p><strong>Others:</strong> สำหรับทิ้งขยะประเภทอื่นๆ ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ได้แก่ ภาชนะใส่อาหาร ช้อน ส้อม ตะเกียบ แก้วน้ำ ซองขนม ไม้เสียบลูกชิ้น หลอด ถุงพลาสติก และหนังยาง เป็นต้น เมื่อคัดแยกแล้ว มีจำนวนกว่า 225 กิโลกรัม เราได้จัดส่งให้โรงงานเพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน โดยกระบวนการแปรรูปนี้มีการควบคุมมลพิษอย่างถูกต้อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18461 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/1.jpg" alt="" width="832" height="554" /></p>
<p>หลังจบงาน COOL summer fest 2023 พบว่า เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่จัดการพื้นที่บริเวณชายหาดสามารถทำความสะอาดชายหาดเสร็จอย่างรวดเร็วภายในครึ่งวันเช้า (จากปกติที่ใช้เวลาในการจัดการขยะถึง 2 วัน) นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและเป็นกำลังใจสำคัญเพื่อให้ผู้บริหารและพนักงาน อาร์เอส จัดงานบันเทิงที่มีคุณภาพไปพร้อมกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/rs-net-zero-drive-first-low-carbon-music-festival/">อาร์เอส กรุ๊ป นำร่องมิวสิคเฟสฯ คาร์บอนต่ำครั้งแรก แบบไร้ขยะฝังกลบ ​เร่งเครื่องสู่เป้าหมาย RS Net Zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออสเตรเลียเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรก​ ​ช่วยแก้ปัญหาขยะฝังกลบล้นประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/australias-first-beverage-carton-recycling-plant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Mar 2023 09:29:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[packaging waste.]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling Plant]]></category>
		<category><![CDATA[REDcycle]]></category>
		<category><![CDATA[saveBOARD ​]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Warragamba]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานรีไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17467</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยงานต่างๆ ในออสเตรเลีย นำโดย Tetra Pak (เต็ดตรา แพ้ค)​ ผู้นำ​โซลูชันการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก ร่วมกับ saveBOARD ​บริษัทรับกำจัดและรีไซเคิลขยะบรรจุภัณฑ์​ ​ Sig Combibloc ภายใต้ Global Recycling Alliance for Beverage Cartons and the Environment (Grace) และ Freightways ร่วมเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม เพื่อนำไปผลิตเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนเป็นแห่งแรกในออสเตรเลีย โดยโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มแห่งแรกของออสเตรเลียนี้ อยู่ในเมือง Warragamba รัฐนิวเซาท์เวลส์ ​มูลค่ากว่า 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ สามารถรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์ อาทิ กล่องนมและน้ำผลไม้ ได้มากถึง 4,000 ตันต่อปี เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและเปลี่ยนเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างบ้านและสำนักงาน เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้ไม้อัด หรือไม้กระดาน ที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ​แต่ละปีออสเตรเลียผลิตขยะประมาณ 76 ล้านตันในแต่ละปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการสร้างก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะที่มีอัตรารีไซเคิลประมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/australias-first-beverage-carton-recycling-plant/">ออสเตรเลียเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรก​ ​ช่วยแก้ปัญหาขยะฝังกลบล้นประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หน่วยงานต่างๆ ในออสเตรเลีย นำโดย Tetra Pak (เต็ดตรา แพ้ค)​ ผู้นำ​โซลูชันการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก ร่วมกับ saveBOARD ​บริษัทรับกำจัดและรีไซเคิลขยะบรรจุภัณฑ์​ ​ Sig Combibloc ภายใต้ Global Recycling Alliance for Beverage Cartons and the Environment (Grace) และ Freightways ร่วมเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม เพื่อนำไปผลิตเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนเป็นแห่งแรกในออสเตรเลีย</p>
<p><span id="more-17467"></span></p>
<p>โดยโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มแห่งแรกของออสเตรเลียนี้ อยู่ในเมือง Warragamba รัฐนิวเซาท์เวลส์ ​มูลค่ากว่า 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ สามารถรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์ อาทิ กล่องนมและน้ำผลไม้ ได้มากถึง 4,000 ตันต่อปี เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและเปลี่ยนเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างบ้านและสำนักงาน เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้ไม้อัด หรือไม้กระดาน ที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด</p>
<p>ทั้งนี้ ​แต่ละปีออสเตรเลียผลิตขยะประมาณ 76 ล้านตันในแต่ละปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการสร้างก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะที่มีอัตรารีไซเคิลประมาณ 16% ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา โดยทางออสเตรเลียมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการรีไซเคิลให้เพิ่มขึ้นเป็น 70% ภายในปี 2568 นี้ ซึ่งการเปิดโรงงานรีไซเคิลจากกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรกคร้ังนี้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ จากการไปรวบรวมกล่องบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วมาจากจุด Return and Earn​ ที่ประชาชนนำมาใส่ไว้ตามจุดต่างๆ และนำมาเข้าสู่กระบวนการย่อยให้เป็นชิ้นเล็กๆ และใช้ความร้อน​อัดเป็นแผ่น เพื่อผลิตเป็นเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความยั่งยืน อาทิ แผ่นไม้อัด ไม้กระดาน ฟลอร์บอร์ด โปสเตอร์บอร์ด หรือชิปบอร์ด เป็นต้น</p>
<p>ขณะที่ปัญหาปริมาณขยะฝังกลบที่เพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลเป็นอีกหนึ่งปัญหาเร่งด่วนในออสเตรเลีย พร้อมจุดประกายในการให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระงับโครงการ <strong>REDcycle</strong> ซึ่งถือเป็นโครงการรีไซเคิลพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย หลังพบความล้มเหลวว่าโครงการนำพลาสติก Single-use ที่ได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อย่าง​ Woolworths และ Coles ไปเก็บรวบรวมไว้โดยไม่ได้นำไปรีไซเคิลจริง ประกอบกับมาตรการยกเลิกการนำเข้าเศษพลาสติกของจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักในการส่งออกขยะพลาสติกของออสเตรเลีย ส่งผลให้ปริมาณขยะฝังกลบของออสเตรเลียพุ่งสูงมาก และสะท้อนปัญหาด้านศักยภาพในการรีไซเคิลของออสเตรเลีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17468 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Recycling-Plant4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Andre Pooch</strong> กรรมการผู้จัดการของเต็ดตรา แพ้คออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะส่วนหนึ่งของพันธสัญญาด้านความยั่งยืนของบริษัท บริษัทจะมองหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้บรรจุภัณฑ์จำนวนมากขึ้นสามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายบรรจุภัณฑ์แห่งชาติปี 2568 ​ซึ่งความร่วมมือกับ SaveBoard ​จะช่วยพัฒนา​นวัตกรรมในการรีไซเคิลในการต่อยอดไปสู่คุณค่าในหลากหลายรูปแบบ และช่วยให้ผู้บริโภคมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมว่าสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>ทั้งนี้ SaveBoard มีแผนเปิดโรงงานรีไซเคิลอีกแห่งในแคมป์เบลล์ฟิลด์ รัฐวิกตอเรีย ในปี 2567 หลังจากได้รับเงินสนับสนุน 1 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลรัฐวิกตอเรีย เนื่องจาก อุตสาหกรรมนี้ต้องการการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงธุรกิจและรัฐบาล​กลาง รวมไปถึงผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคด้วย</p>
<p><a href="https://www.smh.com.au/environment/sustainability/recycled-milk-cartons-to-provide-houses-with-good-bones-20230220-p5clt4.html" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://insidefmcg.com.au/2023/02/22/saveboard-x-tetra-pak-open-australias-first-beverage-carton-recycling-plant/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/australias-first-beverage-carton-recycling-plant/">ออสเตรเลียเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรก​ ​ช่วยแก้ปัญหาขยะฝังกลบล้นประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Good Edi นวัตกรรมถ้วยกาแฟกินได้ เพื่อการดื่มกาแฟที่ยั่งยืน ไม่สร้างขยะ Single-use</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/edible-coffee-cups-reduce-the-landfill-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Jul 2022 12:36:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[australia]]></category>
		<category><![CDATA[Cafe]]></category>
		<category><![CDATA[coffee lover]]></category>
		<category><![CDATA[Coffee Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Edible Cups]]></category>
		<category><![CDATA[Good Edi]]></category>
		<category><![CDATA[Landfill Waste]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[The Coffee Bean Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แก้วกาแฟกินได้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=13045</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในแต่ละวันที่ออสเตรเลียจะมีถ้วยกาแฟพลาสติกถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบจำนวนมากถึง 2.7 ล้านถ้วย หรือมีปริมาณเท่ากับ  1 พันล้านถ้วยต่อปี และหากคำนึงถึงจำนวนคนดื่มกาแฟทั่วโลก ปริมาณขยะจากถ้วยกาแฟพลาสติกจะยิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นไปอีก   ด้วยพฤติกรรมของผู้คนที่มักเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟ โดยเฉพาะบางคนนิยมซื้อดื่มในระหว่างเดินทาง ทำให้ปริมาณแก้วแบบ takeaway ใช้แล้วทิ้งมีปริมาณเพิ่มมากยิ่งขึ้นในแต่ละวัน ทำให้ในปัจจุบันร้านกาแฟหรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเครื่องดื่มกาแฟส่วนใหญ่คำนึงถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและได้เกิดไอเดียในการนำภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่เพิ่มปริมาณขยะมาใช้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับ The Coffee Bean Shop ร้านขายเมล็ดกาแฟคั่วจากทั่วโลกในประเทศออสเตรเลียก็ได้คำนึงถึงประเด็นดังกล่าวเป็นสำคัญเช่นกัน จึงได้เปิดตัวถ้วยกาแฟกินได้ ชื่อว่า “Good Edi” ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้งอย่าง Catherine และ Aniyo ที่มีความตั้งใจอยากลดปริมาณขยะและปัญหาที่เกิดจากขยะถ้วยกาแฟในประเทศออสเตรเลียอย่างยั่งยืน   โดยถ้วยกาแฟกินได้นี้นับว่าเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ พร้อมให้คอกาแฟได้ดื่มด่ำกับถ้วยกาแฟกินได้ทั้งแบบธรรมดา และแบบเคลือบช็อกโกแลตอยู่ด้านใน สำหรับบริการให้ลูกค้าใช้เป็นถ้วยแบบซื้อกลับบ้าน ซึ่งนอกจากเครื่องดื่มแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินกับแก้วกาแฟเป็นของว่างไปพร้อมกันได้ด้วย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับเหล่า Coffee Lovers  ในการบริโภคแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ไม่ต้องเหลือเป็นขยะต่างจากแก้วกระดาษหรือถ้วย Single-use แบบเดิม แนวคิดของถ้วยที่กินได้ ต้องใช้เวลาในการวิจัยอยู่หลายปี เพื่อให้ได้สูตรที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้ถ้วยอร่อย ยั่งยืนและใช้งานได้จริง รวมทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง​ เพระใช้วัตถุดิบในการผลิตอย่างข้าวโอ๊ต และเมล็ดธัญพืชต่างๆ  จึงเป็นถ้วยกาแฟกินได้แบบวีแกน 100% และยังเป็นแหล่งของไฟเบอร์และวิตามินบีสูง โดยสามารถคงสภาพได้นานถึง 8 ชั่วโมง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/edible-coffee-cups-reduce-the-landfill-waste/">Good Edi นวัตกรรมถ้วยกาแฟกินได้ เพื่อการดื่มกาแฟที่ยั่งยืน ไม่สร้างขยะ Single-use</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในแต่ละวันที่ออสเตรเลียจะมีถ้วยกาแฟพลาสติกถูกทิ้งสู่หลุมฝังกลบจำนวนมากถึง 2.7 ล้านถ้วย หรือมีปริมาณเท่ากับ  1 พันล้านถ้วยต่อปี และหากคำนึงถึงจำนวนคนดื่มกาแฟทั่วโลก ปริมาณขยะจากถ้วยกาแฟพลาสติกจะยิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นไปอีก  </span></p>
<p><span id="more-13045"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยพฤติกรรมของผู้คนที่มักเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟ โดยเฉพาะบางคนนิยมซื้อดื่มในระหว่างเดินทาง ทำให้ปริมาณแก้วแบบ takeaway ใช้แล้วทิ้งมีปริมาณเพิ่มมากยิ่งขึ้นในแต่ละวัน ทำ</span><span style="font-weight: 400;">ให้ในปัจจุบันร้านกาแฟหรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านเครื่องดื่มกาแฟส่วนใหญ่คำนึงถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและได้เกิดไอเดียในการนำภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่เพิ่มปริมาณขยะมาใช้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ <strong>The Coffee Bean Shop</strong> ร้านขายเมล็ดกาแฟคั่วจากทั่วโลกในประเทศออสเตรเลียก็ได้คำนึงถึงประเด็นดังกล่าวเป็นสำคัญเช่นกัน จึงได้เปิดตัวถ้วยกาแฟกินได้ ชื่อว่า “<strong>Good Edi</strong>” ซึ่งเกิดขึ้นจากความตั้งใจของผู้ก่อตั้งอย่าง Catherine และ Aniyo ที่มีความตั้งใจอยากลดปริมาณขยะและปัญหาที่เกิดจากขยะถ้วยกาแฟในประเทศออสเตรเลียอย่างยั่งยืน  </span></p>
<p>โดยถ้วยกาแฟกินได้นี้นับว่าเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ พร้อมให้คอกาแฟได้ดื่มด่ำกับถ้วยกาแฟกินได้ทั้งแบบธรรมดา และแบบเคลือบช็อกโกแลตอยู่ด้านใน สำหรับบริการให้ลูกค้าใช้เป็นถ้วยแบบซื้อกลับบ้าน ซึ่งนอกจากเครื่องดื่มแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินกับแก้วกาแฟเป็นของว่างไปพร้อมกันได้ด้วย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับเหล่า Coffee Lovers  ในการบริโภคแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ไม่ต้องเหลือเป็นขยะต่างจากแก้วกระดาษหรือถ้วย Single-use แบบเดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13048 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Good-EDi2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>แนวคิดของถ้วยที่กินได้ ต้องใช้เวลาในการวิจัยอยู่หลายปี เพื่อให้ได้สูตรที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้ถ้วยอร่อย ยั่งยืนและใช้งานได้จริง รวมทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง​ เพระใช้วัตถุดิบในการผลิตอย่างข้าวโอ๊ต และเมล็ดธัญพืชต่างๆ  จึงเป็นถ้วยกาแฟกินได้แบบวีแกน 100% และยังเป็นแหล่งของไฟเบอร์และวิตามินบีสูง โดยสามารถคงสภาพได้นานถึง 8 ชั่วโมง โดยไม่แตกง่าย หรือรั่วไหล แม้แต่การนำไปเป็นภาชนะบรรจุของร้อน ซึ่งถ้วยสามารถเก็บของเหลวร้อนไว้ได้ชั่วขณะหนึ่งจนกว่าจะสลายตัวตามธรรมชาติ ต่างจากกระดาษและถ้วยแบบใช้แล้วทิ้ง จึงไม่เป็นการเพิ่มปริมาณขยะฝังกลบ</p>
<p>สำหรับผู้ที่เคยได้ทดลองบอกว่ารสชาติแก้วใบนี้จะเหมือนวาฟเฟิล ซึ่งไม่ได้เหมาะกับเพียงแค่กาแฟเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับช็อกโกแลตร้อน ชา และเจลลาโต้อีกด้วย  ขณะที่อายุในการเก็บรักษาเฉลี่ยของถ้วย Good Edi คือ 6 ถึง 9 เดือน เมื่อนำออกมาจากภาชนะแล้ว สามารถเก็บไว้ในที่แห้งและเย็นและเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อรักษาความกรอบและยืดอายุคุณภาพในการเก็บรักษาไว้ให้นานที่สุด</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนใครที่สนใจอยากลองถ้วยกาแฟ Good Edi อาจจะต้องบินลัดฟ้าไปไกลถึงร้าน The Coffee Bean Shop ที่ตั้งใน Adelaide Central Market เมืองแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย เพราะในช่วงแรกนี้ยังจำหน่ายเฉพาะหน้าร้านเท่านั้น แต่เป็นหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจและสามารถนำมาต่อยอดเพื่อช่วยลดผลกระทบจาก Coffee Waste ลงได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน  </span></p>
<p><a href="https://good-edi.com/blogs/news/what-are-edible-cups-made-of" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p><a href="https://www.trendhunter.com/trends/the-coffee-bean-shop" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p><a href="https://glamadelaide.com.au/new-edible-coffee-cups-lined-with-chocolate-set-to-shake-up-your-morning-brew/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/edible-coffee-cups-reduce-the-landfill-waste/">Good Edi นวัตกรรมถ้วยกาแฟกินได้ เพื่อการดื่มกาแฟที่ยั่งยืน ไม่สร้างขยะ Single-use</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
