<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขยะอาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 15:24:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ขยะอาหาร &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 15:24:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการกู้ชีพอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41942</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาร์บีคิวพลาซ่า ในฐานะแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 39 ปี เดินหน้าบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue) ร่วมกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS Thailand เพื่อนำวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพ และได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นำไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ที่ขาดแคลน โดยมี คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบให้กับมูลนิธิฯ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดการใช้ทรัพยากรอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการบริหารจัดอาหารส่วนเกินจากกระบวนการตัดแต่งเนื้อหมูเพื่อความสวยงาม ซึ่งยังคงมีคุณภาพ และสามารถรับประทานได้ ภายใต้การดำเนินงานของร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 159 สาขา กว่า 400 กิโลกรัม ส่งต่อเพื่อนำไปประกอบอาหาร และกระจายสู่ชุมชนต่าง ๆ ที่มีความต้องการ เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหาร ลดการสูญเสียอาหารโดยไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้แก่สังคม ปัจจุบัน โครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue) ของบาร์บีคิวพลาซ่า สามารถกระจายอาหารไปยังชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง กว่า 5,703 มื้อ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า &#8216;อาหารที่ยังมีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่า&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บาร์บีคิวพลาซ่า</strong> ในฐานะแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 39 ปี เดินหน้าบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง ผ่าน<strong>โครงการ</strong><strong>กู้ชีพอาหาร </strong><strong>(</strong><strong>Food Rescue) </strong><strong>ร่วมกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ </strong><strong>SOS Thailand </strong>เพื่อนำวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพ และได้มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร นำไปสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง และผู้ที่ขาดแคลน</p>
<p><span id="more-41942"></span></p>
<p>โดยมี <strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด </strong>เป็นผู้ส่งมอบวัตถุดิบให้กับมูลนิธิฯ</p>
<p>โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดการใช้ทรัพยากรอาหารให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการบริหารจัดอาหารส่วนเกินจากกระบวนการตัดแต่งเนื้อหมูเพื่อความสวยงาม ซึ่งยังคงมีคุณภาพ และสามารถรับประทานได้ ภายใต้การดำเนินงานของร้านบาร์บีคิวพลาซ่ากว่า 159 สาขา กว่า 400 กิโลกรัม ส่งต่อเพื่อนำไปประกอบอาหาร และกระจายสู่ชุมชนต่าง ๆ ที่มีความต้องการ เพื่อช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหาร ลดการสูญเสียอาหารโดยไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้แก่สังคม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41944 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/BBQ-SOS2.jpg" alt="" width="1200" height="871" /></p>
<p>ปัจจุบัน <strong>โครงการกู้ชีพอาหาร (Food Rescue)</strong> ของบาร์บีคิวพลาซ่า สามารถกระจายอาหารไปยังชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง กว่า 5,703 มื้อ สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่เชื่อว่า <strong>&#8216;อาหารที่ยังมีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่า&#8217;</strong> แต่สามารถเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งมื้อสำคัญ ให้ผู้คนได้อิ่มท้อง และสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้อีกมากมาย</p>
<p>สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป บาร์บีคิวพลาซ่า มีแผนขยายการบริจาคอาหารส่วนเกินหน้าร้านไปยังสาขาอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำอาหารคุณภาพไปสร้างประโยชน์แก่สังคมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น เพราะสำหรับบาร์บีคิวพลาซ่า “ความอร่อย” อาจไม่ได้จบลงแค่บนโต๊ะอาหาร แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลทั้งผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bar-b-q-plaza-x-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ มูลนิธิ SOS Thailand เดินหน้ากู้ชีพอาหารส่วนเกิน ส่งต่อวัตถุดิบสู่ชุมชนกลุ่มผู้เปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[CIT]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Hero]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[VAT]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41550</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี) รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้   ทั้งนี้ ประเทศไทยมี RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)</p>
<p><span id="more-41550"></span></p>
<p>รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ดังนั้น <em><strong>หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้  </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยมี<strong> RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร</strong> (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน Food Rescue โดยเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ราว 1% หรือประมาณ 2,000 ตันต่อปีเท่านั้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA3.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>สวทช. เสนอมาตรการทางภาษีเพิ่มแนวร่วมบริจาคอาหาร </strong></p>
<p>นำมาสู่การศึกษาเพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย <em><strong>&#8216;การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน&#8217;</strong>  </em>ของ <strong>สวทช.</strong>  เพื่อสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแม็พการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะการเพิ่มแนวร่วมจากภาคธุรกิจ ในการนำสินค้ากลุ่มอาหารที่ไม่ได้จำหน่ายแต่ยังสามารถรับประทานได้ เข้าสู่ระบบการบริจาคเพื่อลดปริมาณขยะอาหาร และสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกิน เพื่อลดขยะอาหารได้ตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น <em><strong>โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการกอบกู้อาหารในประเทศไทยให้มากขึ้น 10 เท่า หรือจาก 2,000 ตันต่อปี เป็น 20,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 3,040 ล้านบาทต่อปี</strong></em></p>
<p>ข้อมูลจากการศึกษาของ สวทช. พบว่า <em><strong>ความสามารถในการกอบกู้อาหารประเทศไทยส่วนเกินของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 1%  หรือราว 2,000 ตันต่อปี</strong> </em>จากปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีมากกว่า 4 ล้านตัน โดย<strong>อาหารที่กอบกู้มาได้ นำไปช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหารให้ประชากรในประเทศไทย 8.4 ล้านมื้อ หรือคิดเป็นผลกระทบ​ทางเศรษฐกิจมูลค่า 294 ล้านบาทต่อปี</strong> (อาหาร 1 กิโลกรัม สามารถแจกจ่ายได้ประมาณ 4.2 มื้อ และอ้างอิงราคาอาหารจากร้านธงฟ้าที่ 35 บาทต่อมื้อ) <strong>พร้อมทั้งลดภาระในการบริหารจัดการขยะของประเทศลงได้ 4.95 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 5,060 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี ซึ่งสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ถึงกว่า 5.39 ล้านบาทต่อปี</strong> (อ้างอิงราคาตลาด T-VER กลุ่มป่า ระดับโครงการ P-REDD+ ณ เดือน ต.ค. 2568)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA-1.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em><strong>และหากสามารถเพิ่มการกอบกู้อาหารได้มากขึ้น 10 เท่า เป็น 20,000 ตันต่อปี จะทำให้ช่วยลดความหิวโหยของประชากรได้ถึง 84 ล้านมื้อ เทียบเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 2,940 ล้านบาทต่อปี ลดภาระในการจัดการขยะ 49.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 50,600 ตัน CO2e ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นพะยูง 2.34 -3.72 ล้านต้น และสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ราว 54 ล้านบาทต่อปี </strong></em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>อุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนที่แม้มีสินค้ากลุ่มอาหารที่ต้องการร่วมบริจาคเพื่อลดปริมาณ Food Waste แต่สุดท้าย​​ตัดสินใจเลือกที่จะไม่บริจาคอาหาร คือ</strong> <strong>&#8216;การติดเงื่อนไขทางภาษี&#8217;</strong> เนื่องจาก <em><strong>ข้อกฎหมายประเทศไทยในปัจจุบัน กำหนดให้การบริจาคอาหาร ยังจำเป็นต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายสินค้า รวมทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มสินค้ารายจ่ายต้องห้าม ที่กำหนดเพดานไว้ 2% ของกำไรสุทธิ เพื่อนำไปหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ​​ทำให้ไม่จูงใจภาคธุรกิจ และหลายบริษัทเลือกที่จะใช้วิธีการทำลายอาหารแทน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>เนื่องจาก ไม่มีทั้งภาระ​​ภาษีมูลค่า (VAT) พร้อมทั้งสามารถหักภาษีซื้อได้เต็มจำนวน ประกอบกับยังสามารถหักรายจ่ายจากกระบวนการในการทำลายสินค้า เช่น ต้นทุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทำลายสินค้า หรือค่าจ้างบุคลากรในการนำไปทำลาย ซึ่งช่วยลด​ภาระด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ให้แก่ภาคธุรกิจได้</p>
<p>ทำให้ในปัจจุบัน สินค้าอาหารราว 90% ​​ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาคให้องค์กรต่างๆ มักจะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่เสีย VAT  เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสาร เบเกอรี่ หรือกลุ่มอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุการบริโภค (Shelf-life) ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่สินค้าอาหารส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าระบบในการส่งต่อผ่านการบริจาคอาหาร ซึ่งสูญเสียทั้งโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งยังกระทบต่อปัญหาความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร และปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มจำนวนขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA4.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สวทช. จึงได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากร เพื่อให้พิจารณาปรับปรุงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน ให้กับหน่วยรับบริจาคอาหารภายใต้โครงการธนาคารอาหาร (Food Bank) หรือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการประเภทต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ เพื่อลดภาระให้​​ภาคธุรกิจที่ต้องการ​บริจาคอาหารสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการบริจาคอาหาร จากกลุ่มธุรกิจ​และประเภทของอาหารที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งมีปริมาณอาหารส่วนเกินเข้ามาในระบบ เพื่อนำไปส่งต่อประโยชน์แก่ผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาทางทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมให้ลดลงได้</p>
<p>นอกจากเรื่องของมาตรการทางภาษีแล้ว การเพิ่มแรงจูงใจด้วยการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต​ เนื่องจาก สามารถ​คำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงจากปริมาณการบริจาคอาหาร และนำไปขอขึ้นทะเบียนจากทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  เพื่อขอรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการทำให้ภาคธุรกิจหันมาบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>SOS Thailand เดินหน้าภารกิจกอบกู้อาหาร ตั้งเป้า 15 ล้านกิโลกรัม</strong></p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โดยมีฐานปฏิบัติงานอยู่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเชียงใหม่ โดยในปัจจุบันมีการดำเนินงานอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย</p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย SOS Thailand เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SOS Thailand สามารถช่วยกอบกู้อาหารได้มากกว่า 18 ล้านกิโลกรัม เพื่อนำไปส่งต่อเป็นมื้ออาหารได้รวมกว่า 76 ล้านมื้อ เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศได้มากกว่า 6,623 แห่ง โดยช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท​ ขณะที่อิมแพ็คที่สร้างได้จากการกอบกู้อาหาร ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 46,000 ตัน CO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม่เพื่อดูดซับคาร์บอนมากกว่า 7.63 แสนต้น ขณะที่การคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 23 เท่า (เมื่อเทียบการลงทุน1 บาท สร้างผลตอบแทนเทียบเท่า​​ 23 บาท)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Tawee.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับการขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทย  SOS Thailand สามารถขยายพื้นที่ดำเนินงานได้รวม 19 จังหวัด ​แต่หากรวมเครือข่ายการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ผ่านโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank เท่ากับทำงานได้ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัด หรือเข้าถึงพื้นที่ได้กว่า 65% ของประเทศ  ขณะที่จำนวนพันธมิตรในปัจจุบันมีอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มโรงแรม กลุ่มเกษตรกร กลุ่มตลาด และกลุ่มโรงงานผลิตอาหารต่างๆ  รวมกว่า 316 แบรนด์ จำนวนจุดเข้ารับอาหารเกือบ 2,300 จุด</p>
<p><em>&#8220;แนวทางการขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมการกอบกู้อาหารในปีนี้ มีทั้งการเพิ่มปริมาณอาหารจากจุดรับอาหารที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งการเพิ่มจุดรับอาหารใหม่ๆ จากแบรนด์เดิม รวมทั้งการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อให้เข้าร่วมโครงการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนในการเข้าร่วมโครงการมีหลากหลาย ทั้งในแง่ของข้อกฏหมายทางภาษีซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้ภาคเอกชนตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ แม้จะทราบถึงประโยชน์ และต้องการมีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร ​ซึ่งทาง สวทช. ได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งทาง SOS Thailand พยายามเข้าไปรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถขยายความร่วมมือกับพันธมิตรได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าไปกอบกู้อาหารส่วนเกินในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านกิโลกรัม พร้อมระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานได้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/sos-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SOS Thailand มีบทบาทในการกอบกู้อาหาร ผ่าน 5 ภารกิจสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Food Rescue Program : ​</strong>การเข้าไปกอบกู้อาหารจากพันธมิตรด้วยรถตู้เย็น ที่ปัจจุบันมีรวม 15 คัน สำหรับปฏิบัติงานใน 4 จังหวัด​หลัก  ผ่าน Food Rescue Ambassador รวม 18 คน พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานผ่านเครือข่ายไปได้แล้ว 19 จังหวัด โดยภารกิจหลักในการเข้าไปรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาค เพื่อนำไปส่งต่อ รวมทั้งการจัดทำรายงานสรุปให้ผู้บริจาคทราบถึงผลกระทบเชิงบวกที่สามารถสร้างได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Rescue Kitchen Program :</strong> กิจกรรมครัวรักษ์อาหาร ร่วมกับภาคเอกชน ในการทำกิจกรรมอาหารแจกจ่ายให้ชุมชนที่มีความต้องการ โดยใช้วัตถุดิบหลักมาจากอาหารที่กอบกู้ได้ และเป็นอีกหนึ่งโซลูชันการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับทางชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 101 ครั้ง</p>
<p><strong>&#8211; Healthy School Meal Program :</strong> เป็นการนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ทางโรงเรียนใน กทม. เพื่อดูแลโภชนการให้เด็กนักเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้และการเติบโต โดยได้ดำเนินการรวมแล้วใน 32 โรงเรียน และค่า BMI ของนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมดีขึ้นได้มากกว่า 82%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211;  Rescue Farm Program :</strong> การเข้าไปช่วยกลุ่มเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต จากฟาร์มที่มีผลผลิตจำนวนมาก และไม่ได้เก็บเกี่ยวหรือนำไปจำหน่าย ทาง SOS จะนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ พร้อมมีทีมอาสาเข้าไปเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตมาส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ขณะที่เกษตรกรก็จะไม่ต้องเสียค่าจ้างเก็บเกี่ยว หรือปล่อยให้ผลผลิตเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบันดำเนินการในหัวหิน และเชียงใหม่ และได้เข้าไปช่วยเก็บเกี่ยวแล้วมากกว่า 80 แห่ง</p>
<p><strong>&#8211; Thailand&#8217;s Food Bank Program :</strong> การขับเคลื่อน<strong> &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยความร่วมมือกับทาง สวทช. ในการพัฒนาโมเดลการกอบกู้อาหารให้สามารถกระจายการทำงานไปได้ท่ัวทั้งประเทศ ผ่านการมีเครือข่ายจิตอาสากระจายไปได้ทั่วประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง สวทช. ทั้งการเข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเป็นข้อมูลกลางด้าน​การกอบกู้อาหารในระดับประเทศ รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักวิจัยในหลากหลายสาขา เพื่อสร้าง Food Safety Guideline ในการเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการบริจาค เพื่อการอบรมทั้งกลุ่มอาสาที่จะเข้ามาเป็น Food Hero (ผู้เข้ารับอาหารส่วนเกินเพื่อนำไปบริจาค) ​รวมทั้งกลุ่มผู้รับบริจาค ซึ่งโครงการนี้ มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มตัวกลางในการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอาสาร่วมโครงการแล้วกว่า 556 คน ขยายพื้นที่โครงการเพิ่มเติมได้อีกกว่า 16 จังหวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;จากการดำเนินงานมากว่า 10 ปี ของ SOS Thailand ทำให้ทราบว่า <strong>ปริมาณอาหารในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก ไม่ได้ขาดแคลน ​แต่ละวันมีการผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการบริโภคของผู้คนได้ทุกคน เพียงแต่ยังขาดตัวกลางในการนำอาหารจากผู้ผลิตไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ซึ่ง SOS Thailand พยายามเพิ่มเครือข่ายและรูปแบบในการทำงานกับทุกภาคส่วน  เพื่อเซ็ตอัพโมเดลการขับเคลื่อนที่แข็งแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้อย่างแพร่หลาย ทำให้เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหารให้กับทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง</strong> พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งทุกคนสามารถ​มีส่วนร่วมการขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้เช่นกัน เพราะ <strong>นอกจาการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในรูปแบบ BtoB แล้ว ยังสามารถ​รณรงค์การขับเคลื่อนแบบรายบุคคล หรือ CtoC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้มากยิ่งขึ้น เนื่อง​จากประเทศไทย มีวัฒนธรรมในการแชร์อาหารให้แก่กันมาช้านานแล้ว</strong>&#8220;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เตรียมผลักดัน &#8216;โครงการลดขยะอาหาร&#8217; ขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต ตามมาตรฐาน T-VER พร้อมชงภาครัฐดูแล​ VAT ​​​กลุ่มอาหารบริจาค เทียบเท่าการทำลายอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/central-group-sos-thailand-reduce-food-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Mar 2026 03:15:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[โก โฮลเซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40642</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหา ขยะอาหาร  (Food Waste)  เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหาร ข้อมูลจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับ 77 ของโลก ในการสร้างขยะอาหาร ซึ่งขยะอาหารเหล่านี้เมื่อถูกฝังกลบจะเกิดกระบวนการย่อยสลายที่ปล่อย ก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม กลุ่มเซ็นทรัล และ  บริษัทในเครือ นำโดย บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย ท็อปส์ และโก โฮลเซลล์, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ  ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) องค์กรไม่แสวงหากำไร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/central-group-sos-thailand-reduce-food-waste/">เตรียมผลักดัน &#8216;โครงการลดขยะอาหาร&#8217; ขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต ตามมาตรฐาน T-VER พร้อมชงภาครัฐดูแล​ VAT ​​​กลุ่มอาหารบริจาค เทียบเท่าการทำลายอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหา <strong>ขยะอาหาร </strong> (Food Waste)  เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหาร</p>
<p><span id="more-40642"></span></p>
<p>ข้อมูลจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า<strong> คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง</strong><strong> 86 </strong><strong>กิโลกรัมต่อคนต่อปี และประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับ</strong><strong> 77 </strong><strong>ของโลก ในการสร้างขยะอาหาร </strong>ซึ่งขยะอาหารเหล่านี้เมื่อถูกฝังกลบจะเกิดกระบวนการย่อยสลายที่ปล่อย ก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/03.กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ-จัดกิจกรร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม <strong>กลุ่มเซ็นทรัล </strong>และ<strong>  บริษัทในเครือ</strong> นำโดย <strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอรชั่น จำกัด (มหาชน) โดย ท็อปส์ และโก โฮลเซลล์</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)</strong><strong>, </strong><strong>บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด </strong>ร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ  ซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand</strong><strong>) </strong>องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่มุ่งสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและเท่าเทียม เดินหน้าขับเคลื่อนการส่งต่อ<strong> อาหารส่วนเกิน (</strong><strong>Surplus Food</strong><strong>) ที่ยังมีคุณภาพดี</strong> ให้กับชุมชนและกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดปริมาณขยะอาหาร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><strong>คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการเพื่อความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล <strong>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;</strong> โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาขยะอาหาร ด้วยการ <strong>หมุนเวียนอาหารส่วนเกิน คุณภาพดี</strong> ส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนให้กับสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/กิจกรรมครัวรักษ์โลก-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัล ได้ร่วมมือกับเอสโอเอส มาเป็นเวลายาวนานกว่า 8 ปี ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อร่วมกันส่งมอบอาหารส่วนเกินที่มีคุณภาพไปยังชุมชนและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงโรงเรียนและองค์กรการกุศลต่างๆ โดยปัจจุบันสามารถส่งมอบอาหารแล้วรวมกว่า <strong>2</strong><strong>,</strong><strong>100 ตัน มากกว่า </strong><strong>8.7</strong><strong> ล้านมื้อ รวม 2</strong><strong>,</strong><strong>215 ชุมชน</strong> ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการป้องกันไม่ให้เกิดขยะอาหารเหลือทิ้งกว่า <strong>5</strong><strong>,</strong><strong>300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong></p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือครั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งลดปริมาณขยะอาหารให้เหลือน้อยที่สุด เนื่องจากขยะอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง ขณะเดียวกันในกรณีที่ยังคงมีอาหารส่วนเกินเกิดขึ้นในแต่ละวัน กลุ่มเซ็นทรัลจึงร่วมมือกับเอสโอเอส เพื่อนำอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดีไปหมุนเวียนและส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการ เพื่อให้ทรัพยากรอาหารถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า”</em></p>
<p>ล่าสุด กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ เอสโอเอส ได้จัดกิจกรรม <strong>ครัวรักษ์โลก </strong>ด้วยการรวบรวมอาหารส่วนเกินคุณภาพดีจากภาคธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ <strong>ท็อปส์</strong><strong>, </strong><strong>โก โฮลเซลล์ </strong><strong>,</strong><strong>โรงแรมเซ็นทารา นำมาปรุงเป็นอาหารสุกใหม่ และขนมหวานจากมิสเตอร์โดนัท เพื่อมอบให้ชุมชนรอบวัดจันทร์ประดิษฐาราม</strong> <strong>จำนวน 6 ชุมชน มากกว่า 100 คน</strong> โดยมีคณะผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลและธุรกิจในเครือ ร่วมด้วยพนักงานอาสา พร้อมใจกันปรุงเมนูอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อส่งมอบมื้ออร่อยอย่างอบอุ่น ณ โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐาราม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/กิจกรรมครัวรักษ์โลก-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand) </strong>กล่าวว่า  เอสโอเอสมุ่งสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน เพื่อให้กลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย และมีคุณภาพ โดยการกอบกู้อาหารส่วนเกินจากภาคธุรกิจ เพื่อนำไปส่งต่อให้กับชุมชนที่ต้องการในพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ผ่านระบบการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ โดยยึดหลักความปลอดภัยทางอาหารเป็นสำคัญ</p>
<p>สำหรับแนวทางการดำเนินงานในปีนี้ เพื่อสามารถกอบกู้อาหารได้เพิ่มมากขึ้น SOS Thailand เตรียมดำเนินการเพื่อให้ภาคเอกชนสามารถได้รับประโยชน์จากการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเพิ่มแหล่งต้นทางในการรับบริจาคอาหารจากกลุ่มที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น รวม​ทั้ง​ขยายการบริหารจัดการไปสู่ต้นทางได้มากขึ้น เพื่อไม่เพียง​ลดปริมาณ Food Waste แต่ยัง​ลดลด Food Loss ซึ่งเป็นการลดโอกาสที่จะเกิดปริมาณขยะอาหารตามมาในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40794 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-และคุณทวี-อิ่มพูลทร.jpg" alt="" width="731" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;SOS Thailand อยู่ระหว่างการผลักดันเรื่องข้อกฏหมายในการบริจาคอาหาร ให้สามารถหัก​ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่รวมอยู่ใน​รายการสินค้า​อาหารที่นำมาบริจาคออกได้ เพื่อช่วยลดภาระให้ทางภาคเอกชน เนื่องจากปัจจุบันมีภาคเอกชนหลายราย​มีปัญหาเรื่องของการจ่ายภาษี  VAT ส่วนเกิน เพราะมีภาษีบางส่วนที่​รวมอยู่ในรายการอาหารที่นำมาบริจาคโดยไม่ได้ทำการจำหน่าย และกลายเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดในการบริจาคที่ภาคเอกชนบางรายจะเลือกบริจาคเฉพาะรายการสินค้าที่ไม่ได้มีการรวม VAT ไว้เท่านั้น  SOS Thailand จึงต้องการผลักดันให้เกิดการปลดล็อกข้อกำหนดในเรื่องดังกล่าวนี้ เพื่อให้ดำเนินการเช่นเดียวกับมาตรการในการทำลายอาหารด้วยสารเคมี หรือการทำให้อาหารอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถรับประทานได้ แต่เปลี่ยนจากรูปแบบของการทำลายมาอยู่ในรูปแบบของการส่งต่ออาหาร ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่า&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ ยัง​ได้เตรียมทำงานร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) เพื่อ​รับรองให้โครงการบริจาคอาหารของภาคเอกชนสามารถนำไปคำนวณคาร์บอนคาร์เครดิตได้ และเป็นส่วนหนึ่งในมาตรฐาน T-VER หรือโครงการลดดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย โดยได้เพิ่มข้อมูล​การจัดทำรายงาน เพื่อเปรียบเทียบกับจำนวนต้นไม้ที่สามารถดูดซับคาร์บอนได้จากปริมาณการบริจาคอาหารของภาคเอกชนแต่ละราย จากเดิมที่​รายงานเพียงปริมาณอาหารที่บริจาคตามน้ำหนัก ​จำนวนมื้ออาหารที่ได้นำไปส่งต่อ รวมทั้งการคำนวณเป็นกิโลกรัมคาร์บอนที่ลดลงได้จากการลดปริมาณขยะอาหาร เพื่อสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐาน T-VER ได้ในอนาคต เป็นอีกโอกาสสร้างรายได้เพิ่มเติมให้ภาคเอกชน รวมทั้งการยกระดับสู่ T-VER Premium ในอนาคต เพื่อการรับรองได้ในระดับสากล​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40797 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/กิจกรรมครัวรักษ์โลก-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ได้ขยายโอกาสไปสู่การเพิ่มต้นทางในการส่งต่ออาหารได้มากขึ้น ทั้งจากพันธมิตรในกลุ่มโรงแรมจากในส่วนของห้องอาหารไปสู่ส่วน​ครัว เพื่อขยาย​การรับอาหารจากไลน์บุฟเฟต์ไปสู่ส่วนผสมที่เหลือจากการปรุงอาหาร  รวมทั้งจากกลุ่มผู้ประกอบการตลาด รวมทั้งพนักงานออฟฟิศในแต่ละองค์กรที่สามารถรวมกลุ่มและนำอาหารส่วนเกินจากครัวเรือนมาเข้าร่วมโครงการ</p>
<p>พร้อมทั้ง​ขยายการบริหารจัดการไปยังส่วนต้นน้ำมากขึ้น ด้วยการเพิ่มพันธมิตรในกลุ่มเกษตรกร เพื่อนำทีมอาสาสมัครไปช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อลดภาระค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งปัญหาสำคัญที่ทำให้เกษตรกรปล่อยทิ้งผลผลิตโดยไม่ทำการเก็บเกี่ยวและเกิดเป็นปัญหาขยะจากผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งยังสามารถเพิ่มการบริหารจัดการภายในห่วงโซ่อาหาร จากที่ดูแลเฉพาะ Food Waste ในส่วนปลายน้ำ มาสู่การจัดการ Food Loss ได้ตั้งแต่ต้นทางอีกด้วย​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/04.คณะผู้บริหารพร้อมเสิร์ฟอาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​<em>&#8220;ความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล สะท้อน​ให้เห็นความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญ​กับการลดขยะอาหาร ผ่านความร่วมมือในฐานะ​​พันธมิตรสำคัญกับทาง SOS Thailand มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศไทยและช่วยลดการสูญเสียอาหารในภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p><strong><em>กลุ่มเซ็นทรัล และ SOS Thailand ยังคงเดินหน้าร่วมภารกิจในการลดขยะอาหารอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่าการลดขยะอาหารไม่ใช่หน้าที่ของใครคนหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถร่วมกันทำได้ง่ายๆ ตั้งแต่ต้นทาง เพียงรับประทานอาหารให้หมดจาน หรือไม่บริโภคอาหารเกินความจำเป็น  ซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัวและ​ทุกคน​สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดขยะอาหารได้อย่างยั่งยืน </em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/central-group-sos-thailand-reduce-food-waste/">เตรียมผลักดัน &#8216;โครงการลดขยะอาหาร&#8217; ขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต ตามมาตรฐาน T-VER พร้อมชงภาครัฐดูแล​ VAT ​​​กลุ่มอาหารบริจาค เทียบเท่าการทำลายอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 22:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day DISCOVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Food Discovery & Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grocery]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[My Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39996</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217; หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับ &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​ ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น &#8216;วันเที่ยว&#8217; โดยมี &#8216;วันจ่าย&#8217; 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;วันไหว้&#8217; 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก  อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ &#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217; ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้  ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217;</strong> หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><span id="more-39996"></span></p>
<p>สำหรับ<strong> &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​</strong> ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น <strong>&#8216;วันเที่ยว&#8217;</strong> โดยมี &#8216;<strong>วันจ่าย&#8217;</strong> 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;<strong>วันไหว้&#8217;</strong> 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต</p>
<p><strong>เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก </strong></p>
<p>อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ <strong>&#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217;</strong> ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้<em><strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้ </strong></em></p>
<p>ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;<strong>แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์&#8217;</strong> ผ่าน​ช่องทาง<strong> LINE TOPS Thailand</strong> และ <strong>Personal Shopper</strong> และสะท้อนถึงพฤติกรรมลูกค้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ทำให้​กลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Consumption&#8217;</strong> ที่​มีสัดส่วนถึง 63% ตั้งใจ​​​เฉลิมฉลองแบบรักษ์โลก ด้วยการบริหารจัดการปริมาณของไหว้ในปีนี้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหา Food Waste</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/15_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่ม Conscious Consumption จะเน้น​การ​เฉลิมฉลองอย่างมีสติและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถือ​เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในกลุ่มคนเมือง ​รวมทั้ง​ยังพบ <em><strong>ผู้บริโภค 18% ที่กังวลในเรื่องของอาหารเหลือจนสร้าง Food Waste ในช่วงตรุษจีน</strong></em> และอีกกว่า<em><strong> 15% ที่มองหาชุดของไหว้ที่ช่วยลดพลาสติก</strong></em> ซึ่งผลสำรวจที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นการเติบโตของเทรนด์ Sustainability หรือความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ผลสำรวจที่เกิดขึ้น​ นำมาสู่การถอดรหัสเพื่อทำความเข้าใจอินไซต์​ลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก​ตามวิถี <strong>&#8216;กินเพื่ออยู่</strong>&#8216; (Eat to Live) ที่เน้นความพอดี พอประมาณ และไม่เหลือทิ้งขว้าง (Zero Waste) เพื่อมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ หรือสั่งอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปริมาณ Food Waste ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ท็อปส์ ต่อยอด​ &#8216;ชุดของไหว้&#8217; แบบพอดี &#8216;คุ้มค่า คุ้มราคา แต่ความหมายครบ&#8217;</strong></p>
<p>หลังถอดรหัสความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มสำคัญ​ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่าง <strong>Conscious Consumption </strong>ได้แล้ว <strong>​&#8217;ท็อปส์&#8217;</strong> ได้ต่อยอด​อินไซต์ดังกล่าว มาสู่การจัดแคมเปญเทศกาลตรุษจีน &#8216;<strong>The Great Chinese New Year 2026&#8242; </strong>ให้​ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​แนวคิดการจัด <strong>ชุดของไหว้แบบ &#8216;พอดี&#8217;</strong> เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้ในการไหว้ได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของครอบครัวตัวเอง โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดเล็ก (</strong><strong>Minimal) </strong><strong>สำหรับมือใหม่ – ไหว้ให้ถูกหลัก ตั้งต้นมงคล </strong>แบบเบสิค ขนาดเล็ก แต่ของครบ ราคาประหยัด : My Choice ชุดซาแซอุดมสมบูรณ์ M, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคล ชุดสุดคุ้ม, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะ และ ชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/12_ชุดไหว้ขนาดกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดกลาง</strong><strong> – </strong><strong>พอดีครบ เสริมสมดุลทุกพลังมงคล </strong>: My Choice ชุดซาแซเสริมสุข, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคลประหยัด, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะใหญ่ และชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดใหญ่ &#8211;</strong> <strong>สำหรับครอบครัวใหญ่ :</strong> My Choice ชุดโหงวแซรับความมั่งคั่ง, Set Lucky Premium Fruit Gift, ชุดโหงวแซซีฟู้ด, ชุดไหว้เทพเจ้าพิเศษ (ไฉ่ซิงเอี้ยะ) และ ชุดไหว้บรรพบุรุษใหญ่พิเศษ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดตัวเลือกของไหว้เพิ่มเติมสำหรับลูกค้า ทั้งของคาว–หวาน กระดาษเงินกระดาษทอง และของประดับมงคลเพื่อช่วยให้การจัดโต๊ะไหว้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ My Choice ชุดหัวหมูครบเซต, ชุดไหว้เจ้าที่ , My Choice ขนมไหว้ และ My Choice พุ่มซิ่วท้อไส้ถั่วแดง พร้อมของประดับมงคลต่างๆ เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อของไหว้ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกได้ภายในจุดเดียว รวมท้ังสามารถเลือกซื้อให้ตอบโจทย์รูปแบบ​การไหว้ของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและพอดีภายในครอบครัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดของเหลือจน​กลายเป็นสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อมตามมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/18_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แนะ 4 แนวทาง จัดการ &#8216;อาหาร​ส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; </strong></p>
<p>​​ ไม่เพียงให้ความสำคัญในการออกแบบชุดของไหว้ตั้งแต่ต้นทางอย่างพอดีเท่านั้น แต่ท็อปส์ยังได้นำเสนอแนวทางเพื่อช่วยบริหาร​​จัดการ ​&#8217;อาหารส่วนเกิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน เพื่อรองรับในกรณียังคงมีอาหารที่เหลือจากการบริโภคในช่วงเทศกาลอยู่  เพื่อสามารถสร้างให้เกิดคุณค่าเพิ่ม รวมทั้ง​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร สาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งนำไปสู่ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>Eat – Share – Feed </strong>และ<strong> Return to Earth​ </strong>โดยแต่ละแนวทางสามารถปฏิบัติได้จริงและไม่ยุ่งยาก  ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Eat : กินให้หมดอย่างมีแผน</strong></p>
<p><strong>ความยั่งยืนที่ดีที่สุด คือ การไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้น</strong> ดังน้ัน ​​อาหารจากการไหว้ที่ยังอยู่ในสภาพดีควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อการบริโภคได้ใหม่ ทั้งการแปรรูปหลากหลายเมนู รวมทั้งการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุ และนำกลับมาเป็นวัตถุดิบเพื่อทำเป็นเมนูต่างๆ ได้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดปริมาณ Food Waste ได้จริง ซึ่งการ<strong> &#8216;กินให้หมด&#8217;</strong> ในที่นี้ไม่ใช่การฝืนกิน แต่เป็นการออกแบบเพื่อนำอาหารจากเทศกาลไปทำเป็นอาหารมื้อใหม่ในชีวิตประจำวันได้อีกครั้งอย่างมีคุณภาพและสมดุล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/7X0A4307.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. Share : แบ่งปันเพื่อขยายคุณค่า</strong></p>
<p>เมื่อมีปริมาณอาหารมากเกินความต้องการ <strong>&#8216;การแบ่งปัน​&#8217;</strong> จะช่วย​ต่ออายุและสร้างคุณค่าเพิ่มให้​ทรัพยากร การส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้อย่างปลอดภัย​ให้แก่เพื่อนบ้าน ชุมชน หรือองค์กรเพื่อสังคม จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่สร้างสรรค์ เพราะไม่เพียงช่วยลดโอกาสและปริมาณการเกิดของเสีย แต่ยัง <em><strong>เพิ่มการมีส่วนร่วมและส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลจากแค่ภายในครอบครัว ไปสู่การสร้างความเอื้อเฟื้อระหว่างกันภายในชุมชน</strong> </em>เพิ่มผลกระทบเชิงบวกไปสู่สังคมวงกว้าง ​สร้าง Social Impact ที่จับต้องได้มากกว่าการบริจาคเชิงสัญลักษณ์</p>
<p><strong>3. Feed :  เลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่น​ในระบบนิเวศ </strong></p>
<p>สำหรับอาหารที่เหลือช่วงเทศกาล แต่​​​อาจจะไม่เหมาะสำหรับการนำไปบริโภคต่อแล้ว สามารถนำไปเป็นทรัพยากรอาหารเพื่อเลี้ยง​สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศได้ต่อ เช่น การนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ สำหรับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ภายใน​ชุมชน หรือส่งต่อให้ระบบที่ได้รับการจัดการอย่างถูกลักษณะ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ เพราะ <strong>ถึงแม้จะเป็นเศษอาหารแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดคุณค่า</strong> สามารถเปลี่ยนบทบาทจากการหล่อเลี้ยงผู้คน ไปสู่การเลี้ยงชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ภายในระบบนิเวศเดียวกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. Return to Earth : คืนสู่ธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ</strong></p>
<p>สำหรับเศษอาหารที่จำเป็นต้องทิ้งจริงๆ เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือเปลือกของผัก​​ผลไม้ รวมทั้งเศษอาหารที่ไม่สามารถนำ​ไปใช้  (Reuse) ต่อได้  ก็ยังมีแนวทางเพื่อส่งกลับสู่ธรรมชาติอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไป <strong>เข้าสู่กระบวนการเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือฝังกลบขยะอินทรีย์ในดินอย่างถูกวิธีและเหมาะสม</strong> เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร ซึ่งการแยกจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง คือ จุดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8216;ซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217; ​ลดขยะ &#8211; ความเหลื่อมล้ำทางอาหาร </strong></p>
<p>ท็อปส์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;Zero Food Waste to Landfill&#8217;</strong> โดยไม่ได้มองเพียงการจัดการเริ่มต้นจากปลายทางของ <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> แต่เห็นได้ว่าได้ให้ความสำคัญมาต้ังแต่ <strong>&#8216;ต้นน้ำ&#8217;</strong> ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผ่านการ​บริหารจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การคัดเลือก การจัดเก็บ การควบคุมอายุสินค้า ไปจนถึงการบริการจัดการที่หน้าร้าน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนจะกลายเป็นอาหารส่วนเกินเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>และเมื่อผ่านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังคงมีอาหารที่มีคุณภาพเหลืออยู่ ท็อปส์จึงเดินหน้าส่งต่อ ตามแนวทาง <strong>&#8216;จากซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217;</strong> ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ <strong>Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand)</strong> ภายใต้กิจกรรม <strong>‘Food for Good Deed’ (อาหารปันสุข)</strong> รวมถึงการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อกระจายอาหารส่วนเกินและวัตถุดิบที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ไปยังกลุ่มชุมชนที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2O4A9798.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ อาหารที่ส่งต่อจะผ่านกระบวนการจัดการที่สะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนแปรรูปหรือกระจายสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งตลอดความร่วมมือกับทาง SOS Thailand  (ข้อมูลสะสม ณ ธันวาคม 2568)  ได้มีการส่งต่อมื้ออาหารรวมแล้วมากกว่า 8.6 ล้านมื้ออาหาร คิดเป็นปริมาณอาหารที่ช่วยลดการเกิด Food Waste ​ลงได้กว่า 2,039,934 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดการปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 5,161 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ครอบคลุม 109 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p>โครงการนี้สะท้อนบทบาทของท็อปส์ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกที่มุ่งลดปัญหา Food Waste ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำทางอาหาร (Food Inequality) อย่างเป็นรูปธรรม เพราะอาหารที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่าและซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการซื้อขายแต่สามารถเป็น <strong>&#8216;จุดเชื่อมต่อ&#8217;</strong> ที่เปลี่ยนทรัพยากรส่วนเกิน ให้กลายเป็นคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40004 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชน (Employee–Community Engagement) จากส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม ภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากพลังของการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตามแนวคิด ‘<strong>Small Acts Together</strong>’ และปรัชญา <strong>CRC Care</strong> ของเซ็นทรัล รีเทล</p>
<p><strong>ตอกย้ำผู้นำ Food Discovery &amp; Destination </strong></p>
<p>การออกแบบชุดของไหว้ในปีนี้ของท็อปส์ นอกจากสะท้อนความเข้าใจกลุ่ม <strong>Conscious Consumption</strong> ได้อย่างถ่องแท้แล้ว ในขณะเดียวกัน​ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะ<strong> Food Discovery &amp; Destination</strong> ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้แบบครบ จบในที่เดียว</p>
<p>เพราะไม่เพียง​การเป็นผู้นำการเฉลิมฉลอง​เทศกาลตรุษจีน 2569 แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น​กลุ่ม <strong>Smart Planner</strong> ที่ยังกังวลเรื่องของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ​ทำให้ต้องวางแผนการซื้ออย่าง &#8216;<strong>ฉลาดเลือก</strong>&#8216;​ เน้นซื้อของมีคุณภาพ แต่ก็ยังต้องการโปรโมชันที่ช่วยเพิ่ม​ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้มากขึ้น</p>
<p>​รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง <strong>GenX , GenY</strong> ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของครอบครัวในการจัดการเรื่องของไหว้ ซึ่งจัดเป็นผู้บริโภคสายโมเดิร์น ที่แม้จะให้ความสำคัญกับการสืบทอดประเพณีแต่ก็ยังต้องการความสะดวกสบาย ​ไปที่เดียวสามารถซื้อของได้ครบถ้วนแบบ One-stop Service และด้วยความที่เป็น​​คนรุ่นใหม่ ทำให้มี Painpoint เรื่องความกลัวในการจัดของไหว้ที่ผิดไปจากประพณีหรือความเชื่อ จึงต้องการตัวช่วยจาก​ชุดของไหว้ที่จัดมาแบบสำเร็จรูปและถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ท็อปส์ได้ถอดรหัสเพื่อ​นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​เพิ่มความเป็นสิริมงคลมากขึ้น ด้วยการมีที่ปรึกษาอย่าง <strong>&#8216;หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา&#8217; </strong>เพื่อให้ของไหว้ทุกชุดไม่ว่าจะเป็นชุดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่มาพร้อม <strong>4 พลังแห่งความเป็นมงคล</strong> ทั้งพลังแห่งโชคลาภ <strong>(Luck)</strong> พลังแห่งสุขภาพที่ดี <strong>(Health)</strong> พลังแห่งความมั่งคั่ง <strong>(Wealth)</strong> และพลังแห่งความรัก <strong>(Love) </strong> อีกด้วย</p>
<p>​สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความเฮง ต้อนรับปีใหม่จีน ท็อปส์ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มมาฝากกับ<strong> &#8216;ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน&#8217;</strong> เพื่อช่วยผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าอีกด้วย</p>
<p><strong>เฮงที่ 1 :</strong> รับคูปองส่วนลด <strong>The Great Chinese New Year 2026</strong> ​สูงสุด 15% สำหรับสมาชิกเดอะวัน ที่​ซื้อสินค้าครบ​ 600 บาท ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์​ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์,  ซื้อสินค้าครบ 400 บาท ที่ท็อปส์ สาขาที่ร่วมรายการ, ท็อปส์แคร์​, เพ็ตแอนด์มี ที่เข้าร่วมรายการ รวมถึงร้านมัทสึคิโยะ และเมื่อซื้อสินค้าครบ 150 บาท ที่ท็อปส์ เดลี่ทุกสาขา โดยมีสิทธิ์ลุ้นได้ถึง 12 สิทธิ์ต่อหมายเลขสมาชิก ตลอดแคมเปญ</p>
<p><strong>เฮงที่ 2</strong> : แลกคะแนน The1 เท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p><strong>เฮงที่ 3 :</strong> รับหรือแลกคะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p>พิเศษ! สำหรับลูกค้า The1 ยังมี​โปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Super Burn ลด on-top ทั้งตะกร้า เพียงแลกคะแนน The 1 ตามยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มทันที 20% โดยมียอดแลกขั้นต่ำ 800 คะแนนต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/14_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบแคมเปญ <strong>&#8216;The Great Chinese New Year 2026&#8217; </strong> ที่ท็อปส์คัดสรรสินค้าและโซลูชันสำหรับเทศกาลตรุษจีนมาอย่างครบถ้วน เพื่อรับทั้งความเฮงและ ความปัง ตลอดเทศกาลจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์</p>
<p>พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ https://www.tops.co.th/th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2025 10:46:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[RDF]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Seacon Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มศูนย์การค้าซีคอนฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ซีคอน บางแค]]></category>
		<category><![CDATA[ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรต ซอโสตถิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37633</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประกาศความสำเร็จการเป็น​ &#8216;ศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทย&#8217; ที่สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบจากกว่า 2 หมื่นตันต่อปีให้กลายเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ผ่านการจับมือร่วมกับพันธมิตรขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อขยะแต่ละประเภทให้นำไปสร้างประโยชน์ต่อแบบจับต้องได้ จนสามารถปักหมุดความสำเร็จในฐานะ &#8216;ศูนย์การค้า Zero Waste&#8217; ได้อย่างแท้จริง ดร.พรต ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ &#8216;Seacon Zero Waste : จากขยะ สู่พลังงาน สร้างอนาคตสะอาด&#8217; ในฐานะ &#8216;ศูนย์การค้าไทยรายแรก&#8217; ที่สามารถบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หลัง​เริ่มต้น​คัดแยกขยะอย่างจริงจังเมื่อราว 3 ปีก่อน สู่การเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน​ให้ทั้งกลุ่มศูนย์การค้า ภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงภายในองค์กรและชุมชนต่างๆ พร้อมช่วยยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย โครงการ Seacon Zero Waste ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมค้าปลีก​ เพื่อลดขยะฝังกลบให้เหลือศูนย์อย่างยั่งยืนได้ทั้งระบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/">&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประกาศความสำเร็จการเป็น​ <strong>&#8216;ศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทย&#8217;</strong> ที่สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบจากกว่า 2 หมื่นตันต่อปีให้กลายเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ผ่านการจับมือร่วมกับพันธมิตรขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อขยะแต่ละประเภทให้นำไปสร้างประโยชน์ต่อแบบจับต้องได้ จนสามารถปักหมุดความสำเร็จในฐานะ <strong>&#8216;ศูนย์การค้า Zero Waste&#8217;</strong> ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><span id="more-37633"></span></p>
<p><strong>ดร.พรต ซอโสตถิกุล</strong> รองกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค กล่าวถึงความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการ <strong>&#8216;Seacon Zero Waste : จากขยะ สู่พลังงาน สร้างอนาคตสะอาด&#8217; </strong>ในฐานะ <strong>&#8216;ศูนย์การค้าไทยรายแรก&#8217; ที่สามารถบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ</strong> หลัง​เริ่มต้น​คัดแยกขยะอย่างจริงจังเมื่อราว 3 ปีก่อน สู่การเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน​ให้ทั้งกลุ่มศูนย์การค้า ภาครัฐ เอกชน ไปจนถึงภายในองค์กรและชุมชนต่างๆ พร้อมช่วยยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC06675.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>โครงการ <strong>Seacon Zero Waste</strong> ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมค้าปลีก​ เพื่อลดขยะฝังกลบให้เหลือศูนย์อย่างยั่งยืนได้ทั้งระบบ ตั้งแต่การปลูกฝังค่านิยมให้พนักงาน – ร้านค้า การออกแบบพื้นที่แยกขยะที่ใช้งานง่ายสำหรับลูกค้า ไปจนถึงการแปรรูปขยะกลับมาเป็นทรัพยากรและพลังงาน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างพฤติกรรมใหม่ให้สังคมเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริง และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)</p>
<p><em>&#8220;กลุ่มซีคอนฯ ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดย​​เป็นศูนย์การค้าที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ผลิตจากแผงโซลาร์มากที่สุดในประเทศไทย ด้วยปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้รวมกันราว 10 .5 เมกะวัตต์ จากซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ราว 7 เมกะวัตต์ และซีคอน บางแคประมาณ 3.5 เมกะวัตต์​​ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% จากปริมาณ​​ไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ภายในศูนย์​ ​ช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้กว่า 40 ล้านบาทต่อปี ก่อนจะต่อยอดมาสู่การแยกขยะภายในศูนย์ เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องทิ้ง​สู่หลุมฝังกลบจากทั้ง 2 ศูนย์ ที่มีปริมาณรวมกัน​กว่า 2 หมื่นตันต่อปี แต่ปัจจุบันไม่มีปริมาณขยะที่ต้องทิ้งลงบ่อฝังกลบแล้ว ซึ่งนอกจากลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะของศูนย์แล้ว ยังสามารถช่วย กทม. ประหยัดงบประมาณ​​ในการจัดการขยะลงได้กว่า 20 ล้านบาทอีกด้วย&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/4-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong>ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศ</strong></p>
<p>ปัจจุบันทั้ง 2 ศูนย์ของกลุ่มซีคอนฯ ทั้งซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และซีคอน บางแค สามารถปักหมุดสู่ <strong>ศูนย์การค้า Zero Waste ได้อย่างเต็มรูปแบบ</strong> ผ่านการแยกและจัดการขยะ 3 ประเภทหลัก ร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญการ​จัดการขยะแต่ละประเภท ​โดยขยะส่วนใหญ่ราว <strong>50% เป็นกลุ่มขยะอินทรีย์และขยะอาหาร</strong> ได้ส่งมอบให้ทาง​มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ หรือ SOS Thailand เพื่อส่งต่อ​อาหารส่วนเกินให้ผู้ที่มีความต้องการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ  ส่วนที่เป็นขยะเศษอาหาร ผักผลไม้ ได้ประสานงานผ่านเครือข่ายชุมชนโดยรอบ เพื่อนำไปให้เกษตรกรสำหรับเลี้ยงปลา หรือนำไปทำน้ำหมัก และปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ในการทำเกษตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/MG_0070.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี <strong>ขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติก ​กระดาษ ขวดแก้ว เหล็ก มีสัดส่วนประมาณ 10%</strong> ได้แยกประเภทและนำไปขายให้กับกลุ่มพันธมิตรที่เข้ามารับซื้อ เพื่อนำ​กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลตามระบบ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิตวัสดุแต่ละประเภทลงได้​​ <strong>ส่วนอีก 40% จะถูก​ส่งไปเป็นพลังงานเชื้อเพลิงอุตสาหกรรม (RDF)</strong> ​เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับโรงงานที่ต้องการเชื้อเพลิงพลังงานสูง</p>
<p>ทำให้ <strong>ขยะทั้งหมดของซีคอนฯ มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบทุกประเภท และไม่เหลือปริมาณที่ต้องนำไปฝังกลบโดยสมบูรณ์</strong> รวมทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะจากเดิมที่มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 6 หมื่น​บาท ซึ่งหากไม่มีการแยกขยะอาจจะต้องเสียในอัตราใหม่ตามที่ กทม. ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ราวกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน แต่ปัจจุบันซีคอนเสียค่า​จัดการขยะให้ กทม. ​ราว 5,000 บาทเท่านั้น สำหรับการจัดการขยะอันตรายต่างๆ เช่น หลอดไฟ หรือกระป๋องสี ซึ่งเป็นกลุ่มที่จำเป็นต้องมีการกำจัดอย่างปลอดภัยตามระบบ เพื่อป้องกันสารเคมี หรือสารพิษต่างๆ ​หลุดรอดปะปนไปใน​ธรรมชาติและเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37721 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/12-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><em><strong>&#8220;การขับเคลื่อนโครงการมาตลอด 3 ปี ทำให้ซีคอนฯ สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบได้มากกว่าปีละ 2 หมื่นตัน พร้อม​​ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนลงได้ 2.4 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 2.5 แสนต้น</strong> ​​รวมทั้งสามารถต่อยอดการนำปริมาณขยะประเภทต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ทดแทนการฝังกลบ ทั้งขยะอินทรีย์ 3.6 ล้านกิโลกรัม (หลังคัดแยกน้ำ และส่วนของอาหารที่ยังรับประทานได้) ขยะรีไซเคิล 1.7 แสนกิโลกรัม และขยะเชื้อเพลิง RDF 2.7 แสนกิโลกรัม ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมาจากความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งร้านค้าและพนักงานภายในศูนย์ รวมทั้งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ​ที่ให้ความร่วมมือคัดแยก​ขยะก่อนทิ้งตั้งแต่ต้นทาง&#8221;​ </em></p>
<p>ความสำเร็จในการดำเนินโครงการ​ เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงพันธมิตรด้านการจัดการขยะ อาทิ กรุงเทพมหานคร, กลุ่มบริษัท เบตเตอร์ กรุ๊ป, บริษัท อินโนเวสท์ จำกัด, บริษัท ส.พัฒนา เปเปอร์ จำกัด, บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด, มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ ตลอดจนเครือข่ายชุมชนโดยรอบ รวมถึงร้านค้าภายในศูนย์ฯ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/MG_0056.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><strong>ดร. พรต</strong> เล่าถึงความท้าทายในการขับเคลื่อนโครงการช่วงแรก อยู่ที่การปรับ MIndset ของร้านค้าต่างๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งจูงใจด้วยการจัดกิจกรรมสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัลพิเศษ รวมทั้งการมอบใบประกาศ ให้ทางร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมโปรแกรมคัดแยกขยะ ซึ่งเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ร้านได้อีกทางหนึ่ง เพื่อสร้างความร่วมมือและสร้างความต่อเนื่องในการปฏิบัติ จนนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ในที่สุด</p>
<p>ขณะที่ในส่วนของศูนย์เอง ก็มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในศูนย์เพื่อรองรับการขับเคลื่อน เช่น เปลี่ยนถังขยะภายในศูนย์ ให้สามารถ​แยกประเภทของขยะที่จะทิ้ง​ รวมทั้งการเปลี่ยนกระดาษชำระภายในห้องน้ำให้​เป็นแบบย่อยสลายได้เพื่อสามารถทิ้งลงไปในชักโครก ​ช่วยลดปริมาณขยะ​กระดาษชำระที่มีกว่าวันละ 700- 800 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นขยะติดเชื้อ และไม่สามารถส่งไปผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้ รวมไปถึงการมีนโยบายให้ร้านค้าภายในศูนย์ที่มีรวมกันกว่า 400 ร้าน ต้องมีการคัดแยกขยะและบริหารจัดการขยะภายในร้านได้อย่างเป็นระบบ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37719 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/10-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เดินหน้าทำงานเชิงรุก มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวก​​​</strong></p>
<p>หลังบรรลุ Milestones สำคัญ ทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และลดปริมาณขยะฝังกลบเป็นศูนย์ <strong>การขับเคลื่อนของซีคอนฯ จากนี้ จะเน้นทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อเพิ่มการสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการดำเนินธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น</strong> โดยในส่วนของ<strong>พลังงานสะอาดจะเพิ่มการลงทุนราว 50 ล้านบาท เพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เพิ่มเติม </strong>ที่ซีคอน บางแคในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้อีกราว 1-2 เมกะวัตต์</p>
<p><strong>รวมทั้งในอนาคต มีแผนลงทุนเพื่ออัพเกรด​ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์ในการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มมากขึ้น</strong> หลังใช้งานได้ราว 15 ปี เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีในอนาคตที่ทำให้ต้นทุนการติดตั้งถูกลง และประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานสะอาดภายในศูนย์ได้มากขึ้น ส่วนแผงที่ปลดระวางซึ่งยังมีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้เป็นอย่างดี ก็สามารถนำไปสร้างประโยชน์ให้พื้นที่ห่างไกลอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า​เพื่อสร้างประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งในมิติของการ​ส่งเสริมด้านการศึกษา หรือการส่งเสริมอาชีพให้คนในท้องถิ่น เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37720 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/DSC06594.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>ขณะที่การพัฒนาด้านการจัดการขยะภายในศูนย์ <strong>จะเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกขยะให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนปริมาณขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้เพิ่มขึ้น</strong> และลดสัดส่วนขยะที่จะนำส่งไปเผาเป็นเชื้อเพลิง RDF ให้ลดน้อยลง เพื่อสร้างประโยชน์และสนับสนุน​​การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนได้มากขึ้น พร้อมทั้งเดินหน้าขยายผลโครงการ Zero Waste ไปยังมิติอื่นในอนาคต เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทย พร้อมบทพิสูจน์ความสำเร็จที่สามารถจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการลดต้นทุนด้านพลังงานและการบริหารจัดการต่างๆ ภายในศูนย์ รวมทั้ง​ผลกระทบเชิงบวกจากการขับเคลื่อนโครงการ​ที่ถูกส่งต่อไปยังชุมชนรอบข้าง และผู้คนในสังคม</p>
<p>การขับเคลื่อนของกลุ่มศูนย์การค้าซีคอนฯ และพันธมิตรทุกฝ่าย สะท้อนให้เห็นว่า <em><strong> การขับเคลื่อนสู่ธุรกิจ &#8216;Zero Waste&#8217; นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การมีนโยบายที่สวยหรู แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงได้ เพราะหากมีความุ่งมั่น และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</strong><strong>ในการดำเนินการอย่างจริงจังและเป็นระบบ ก็สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายและสามารถจับต้องผลลัพธ์และความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม  </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/2-seacon-zero-waste.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/seacon-group-thailand-first-zero-waste-retail/">&#8216;จาก 2 หมื่นตันต่อปีเป็นศูนย์&#8217; กลุ่มซีคอนฯ ปักหมุดศูนย์การค้า Zero Waste แห่งแรกของประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Consumption]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[FoodLoss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWasteManagement]]></category>
		<category><![CDATA[info]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[SurplusFood]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[WorldFoodDay]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37472</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้ แหล่งกำเนิด สำคัญของ ขยะอาหาร ประกอบด้วย ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​ ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94% สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41% คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98% โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03% วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82% ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29% สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48% นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้</p>
<p><span id="more-37472"></span></p>
<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แหล่งกำเนิด</span> สำคัญของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขยะอาหาร</span> ประกอบด้วย</strong></p>
<ul>
<li>ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​</li>
<li>ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94%</li>
<li>สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41%</li>
<li>คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98%</li>
<li>โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03%</li>
<li>วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82%</li>
<li>ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29%</li>
<li>สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48%</li>
</ul>
<p><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ขาดฐานข้อมูลปริมาณขยะอาหารจากแต่ละภาคส่วน<br class="html-br" />2. การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (การบริโภค &#8211; การทิ้ง)<br class="html-br" />3. ไม่มีแนวปฏิบัติ ป้องกัน ลด และใช้ประโยชน์ขยะอาหารจากแหล่งกำเนิด<br class="html-br" />4. การบริจาคและส่งต่ออาหารส่วนเกินไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ<br class="html-br" />5. ขาดแรงจูงใจ เครื่องมือ กลไก ให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ขณะที่เทคโนโลยียังมีราคาแพง<br class="html-br" />6. ไม่มีระบบคัดแยกขยะ ขาดระบบการจัดเก็บ และรายงานข้อมูลขยะอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เส้นทางสู่ Zero Food Waste</strong></p>
<p>ประเทศไทย ได้มีการจัดทำโรดแม็พจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 &#8211; 2573) โดยวางเป้าหมายให้สอดคล้องกับ UN SDG Goals ในเป้าหมาย 12.3 ด้านการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Consumption &amp; Production) โดยโฟกัสมิติลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยได้กำหนด​แผนขับเคลื่อน ออกเป็น 2 ระยะ คือ</p>
<ul>
<li>ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2566-2570) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยลงกว่า 25% ในปี 2570</li>
<li>ระยะที่ 2 การขยายผลการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2571-2573) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยกว่า 50% ในปี 2573</li>
</ul>
<p>โดยในแต่ละปี ได้กำหนดมาตรการสำคัญ เพื่อสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ที่วางไว้ ไว้ดังนี้</p>
<p><br class="html-br" /><strong>ปี 2566</strong></p>
<ul>
<li>ป้องกัน ลด จัดการขยะอาหารในภาคผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ</li>
<li>ปรับพฤติกรรมผู้บริโภค แนวปฏิบัติผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ ลดขยะอาหาร</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2567</strong></p>
<ul>
<li>ผลักดันให้ประชาชนคัดแยกขยะอาหาร</li>
<li>ผลักดันระบบคัดแยก เก็บขนขยะแบบแยกประเภท</li>
<li>จัดระบบการจัดการขยะมูลฝอย ณ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2568</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนาระบบข้อมูลขยะอาหาร</li>
<li>พัฒนาแพลตฟอร์มเครือข่าย Networking</li>
<li>พัฒนารูปแบบ Business to Business Model</li>
<li>สร้างระบบ Food Waste Knowledge Hub</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2569-2570</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะอาหารสำหรับผู้ประกอบการและชุมชน</li>
<li>สร้างเครือข่ายการจัดการและใช้ประโยชน์ขยะอาหาร</li>
<li>สร้างกลไกแรงจูงใจด้านการเงินหรือภาษีผู้จำน่ายและผู้ประกอบการ</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2571-2573 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Goal</span></strong></p>
<ul>
<li>ประกาศ Zero Food Waste ณ แหล่งกำเนิด</li>
<li>เพิ่มเครือข่ายการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p>​<br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การบริโภคที่ยั่งยืน</span> เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งสามารถปลูกฝังได้ผ่านแนวทาง ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>บริโภคอย่างพอเพียงและมีสติ ซื้อเท่าที่จำเป็น</li>
<li>เข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใส ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ คุณค่าอาหาร</li>
<li>พฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ หนุนสินค้าท้องถิ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li>การมีส่วนร่วมของสังคม วัฒนธรรมแบ่งปัน Food Sharing/Food Bank</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์นวัตกรรมสีเขียว &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217; พลิกวิกฤตขยะ สู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-green-innovation-from-waste-to-wealth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 06:51:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[axtra zero waste]]></category>
		<category><![CDATA[Black Soldier Fly]]></category>
		<category><![CDATA[BSF]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[CP Innovation Expo 2025]]></category>
		<category><![CDATA[CP Innovation Exposition & Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[FROM WASTE TO WEALTH]]></category>
		<category><![CDATA[Green Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Makro X Lotuss]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36469</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยความเชื่อมั่นว่า​ ‘ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร’ ส่งผลให้ทุกการขับเคลื่อนของ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘แม็คโคร – โลตัส’  สะท้อนเด่นชัดถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมองเห็นภาพของการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม จาก​การไม่หยุดนิ่งเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานในกระบวน​​การดำเนินงาน เพื่อสร้างสรรค์พร้อมนำเสนอสิ่งใหม่ให้ธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ด้านความยั่งยืน​​ได้ตามที่ตั้งใจไว้เท่านั้น แต่ยังช่วย​​สร้างให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในระบบนิเวศธุรกิจอย่างรอบด้านควบคู่ไปพร้อมกันด้วย เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนโครงการ ‘ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste’ ที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำ​นวัตกรรมสีเขียวมาใช้ในการจัดการขยะอาหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2572 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง ให้สามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ทั้งต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสีย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถกลับมาเป็นคุณค่าใหม่ได้ ผ่านการผสมผสาน​นวัตกรรมมาช่วยสร้างสรรค์สู่​โซลูชันที่ครอบคลุมการดำเนินงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่อย่างมีบูรณาการ &#8220;แนวทางขับเคลื่อนจะเริ่มต้นจากการมอบอาหารส่วนเกินในธุรกิจส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน Black Soldier Fly (BSF) ซึ่งหนอนแมลงโปรตีน BSF มีโปรตีนสูงถึง 50% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-green-innovation-from-waste-to-wealth/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์นวัตกรรมสีเขียว &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217; พลิกวิกฤตขยะ สู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ด้วยความเชื่อมั่นว่า​<strong> ‘ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร’ </strong>ส่งผลให้ทุกการขับเคลื่อนของ <strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ‘<strong>แม็คโคร – โลตัส’</strong>  สะท้อนเด่นชัดถึงการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศธุรกิจ</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-36469"></span></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมองเห็นภาพของการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม จาก​การไม่หยุดนิ่งเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานในกระบวน​​การดำเนินงาน เพื่อสร้างสรรค์พร้อมนำเสนอสิ่งใหม่ให้ธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ด้านความยั่งยืน​​ได้ตามที่ตั้งใจไว้เท่านั้น แต่ยังช่วย​​สร้างให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในระบบนิเวศธุรกิจอย่างรอบด้านควบคู่ไปพร้อมกันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36471 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<p>เช่นเดียวกับการขับเคลื่อนโครงการ ‘<strong>ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste’ </strong>ที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำ​นวัตกรรมสีเขียวมาใช้ในการจัดการขยะอาหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2572 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง ให้สามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ทั้งต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม</p>
</div>
<p><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นที่จะลดการสูญเสีย เพื่อให้ทุกกระบวนการสามารถกลับมาเป็นคุณค่าใหม่ได้ ผ่านการผสมผสาน​นวัตกรรมมาช่วยสร้างสรรค์สู่​โซลูชันที่ครอบคลุมการดำเนินงานได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในห่วงโซ่อย่างมีบูรณาการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36473 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><br />
&#8220;แนวทางขับเคลื่อนจะเริ่มต้นจากการมอบอาหารส่วนเกินในธุรกิจส่งต่อให้เกษตรกรเพื่อใช้เลี้ยงแมลงโปรตีน Black Soldier Fly (BSF) ซึ่งหนอนแมลงโปรตีน BSF มีโปรตีนสูงถึง 50% ​และมีกรดอะมีโนจำเป็นที่มีประโยชน์ต่อสัตว์ รวมถึงไขมันดี เช่น โอเมก้า 3, 6, 9  ทำให้เกษตรกรสามารถ​นำไปใช้เลี้ยงจิ้งหรีด ​ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน มูลจากแมลงโปรตีน BSF ยังถูกนำไปเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สำหรับปลูกผักออร์แกนิกอย่าง ผักเคล ซึ่งต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ ‘แคบเคล’ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญ แมลงโปรตีน BSF ถือเป็นการจัดการขยะอาหารด้วยวิธีชีวภาพที่ดีที่สุด และเป็นการกำจัดอาหารได้เร็วกว่าการทำปุ๋ยถึง 45 เท่า แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงขยะให้เป็นประโยชน์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จริง และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ข้อที่ 12 และการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทย&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36474 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><br />
นวัตกรรมดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยผสมผสานการขับเคลื่อนนวัตกรรมเข้ามาในกระบวนการทำงาน เพื่อให้​ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งผู้บริโภค เกษตรกร ชุมชน และสังคม นับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการ &#8216;เปลี่ยนขยะเป็นประโยชน์&#8217; พร้อมต่อยอดนวัตกรรมสีเขียวมาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันทั้งระบบนิเวศได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36472 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Re-West-to-Wealth5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><br />
ผู้สนใจสามารถศึกษาโมเดลการต่อยอด &#8216;<strong>นวัตกรรมสีเขียว&#8217;</strong> เพื่อขับเคลื่อนโลกที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด<strong> &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217;</strong>  ได้ที่บูท CP AXTRA ภายในงาน <strong>CP Innovation Exposition &amp; Symposium 2025 </strong>ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2568 ณ True Digital Park</p>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-green-innovation-from-waste-to-wealth/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์นวัตกรรมสีเขียว &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน From Waste to Wealth&#8217; พลิกวิกฤตขยะ สู่การสร้างมูลค่าใหม่เพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:55:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[ActionPlan]]></category>
		<category><![CDATA[BestPractice]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Goals]]></category>
		<category><![CDATA[Household]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[JapaneseStyle]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Toyama]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ZeroFoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสียอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36322</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ Food Waste โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจ เป็นหลัก ขณะที่​ ภาคครัวเรือน ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการลดขยะ โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้นสำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ UNEP ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจากครัวเรือน และ สร้าง​ก๊าซเรือนกระจก 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตันปริมาณ​​ Food [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศญี่ปุ่น</strong> เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ <strong>Food Waste</strong> โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี</p>
<p><span id="more-36322"></span></p>
<p>แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคธุรกิจ</span> เป็นหลัก ขณะที่​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคครัวเรือน</span> ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ลดขยะ</span> โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้น<br class="html-br" />สำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">UNEP</span> ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ครัวเรือน</span> และ สร้าง​<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปริมาณ​​ Food Waste ที่ลดลงเหลือ ​4.72 ล้านตัน ในปี 2022 มาจากทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ในอัตราเท่ากันที่ 50% หรือราว 2.36 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดย​ภาคธุรกิจ (Business Food Waste ) ทำได้ค่อนข้างดี สามารถลด Food Waste ​มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ​จึงได้​ทำการขยับเป้าหมายเพิ่มเป็น 60% ภายในปี 2030<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ ภาคครัวเรือน (Household Food Waste) ปริมาณขยะอาหาร​ 2.36 ล้านตัน ถือว่ายังสูงกว่าเป้าหมายที่ต้องลดลงให้เหลือ 2.16 ล้านตัน ซึ่งการล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ของภาคครัวเรือนนั้น ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 40 ล้านล้านเยร หรือ 2.77 ​แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ และสร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbonfootprint</span> 10.46 ล้านตันCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" />ทั้งนี้ แผนที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ เพื่อเร่งสปีดกาารลด Food Waste ในภาคครัวเรือน อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีหลากหลายและรอบด้าน เช่น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การปรับเป้าหมายใหม่ เพื่อลด Food Waste ได้มากขึ้น</strong></p>
<p>โดยในปี 2025 นี้ ​ญี่ปุ่นทำการปรับเป้าหมายลดขยะอาหาร ในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 60% ส่วนภาคครัวเรือน ยังอยู่ที่ 50% จากฐาน​ในปี 2000 เช่นเดิม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>สร้างความร่วมมือด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Loss,</span> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Waste</span> มากขึ้น</strong></p>
<p>ผ่านความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะเป้าหมายในกลุ่ม ‘ครัวเรือน’<br class="html-br" />ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ และนโยบาย​​ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหาร สร้างความตระหนักรู้ ปรับแนวคิด เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj xzsf02u x1s688f" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/stakeholders?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVQHJsLmkdE3WvNHjH7cHKbZ2gA-DwFmJs6OJShznfaCdL9f5EnhLIWDiliNlehmcH7Q5J3IkbbKURGChKySVk-967jN_5hbU9-QKb25NtsCQSZ2UGveaee6Yq8Y2h7opYybnwl3jyxdX2LirpefDxUbmlBUzHVyN7KbXAP5O57i-yhA7a8fQbe0P8TeFwR533daHzF729a2zC1EGDYjDbr9HLoyMAesjkTX0tA6k6pwQ&amp;__tn__=*NK*F" target="_blank" rel="noopener">#Stakeholders</a></span> ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>กลยุทธ์ ‘Toyoma Food Loss Zero’</strong></p>
<p>โครงการต้นแบบของจังหวัด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โทยามะ</span> สร้างแคมเปญให้ผู้บริโภคและธุรกิจร่วมมือลดขยะอาหาร<br class="html-br" />พรัอมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มุ่งช่วยลดขยะอาหารภายในครัวเรือน<br class="html-br" />พร้อมเพิ่มแนวทางดึงดูดคนรุ่นใหม่ แชร์วิดีโอส่งเสริมการให้ความรู้ รสมทั้งใช้มาสคอตให้เข้าถึงกลุ่มเด็กได้ง่ายขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เทคโนโลยี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ตู้เย็นอัจฉริยะ</span></strong></p>
<p>ประเมินความสดวัตถุดิบ / ทำเครื่องหมายสินค้าที่ใกล้หมดอายุ<br class="html-br" />พัฒนา IoT เชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เพื่อสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" />เพิ่มบทบาทภาคเอกชน มีโครงการนำร่องช่วยลดปริมาณอาหารหมดอายุ ประเมินศักยภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือพัฒนาแอปช่วยคิดเมนูลดขยะอาหารในครัวเรือน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ศึกษา ‘พฤติกรรมประชากร’ แต่ละช่วงวัย</strong></p>
<p>การเข้าใจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อินไซต์</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พฤติกรรม</span> ประชากรแต่ละช่วงวัย จะช่วยให้สามารถอออกแบบวิธีการ หรือวางรากฐาน พัฒนาแนวทางลดขยะอาหารในครัวเรือนในญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น โดยจากการศึกษา พบอินไซต์ของประชากรในวัยต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น</p>
<p>กลุ่ม​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สูงวัย</span> (70 ปีขึ้นไป) จะสร้างขยะอาหารเฉลี่ย 46 กิโลกรัม/ คน มากกว่ากลุ่มอายุน้อย เกือบ 3 เท่า ที่สร้างเฉลี่ย 16.6 กิโลกรัม/คน</p>
<p>หรือกลุ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คนรุ่นใหม่</span> มักรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยกว่า, คนสูงอายุมักซื้ออาหารเน่าเสียง่ายมากกว่า รวมทั้งสาเหตุการทิ้งอาหารที่แตกต่างกัน เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Sep 2025 11:42:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[axtra zero waste]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Lotus's]]></category>
		<category><![CDATA[Makro]]></category>
		<category><![CDATA[TNN Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[กินได้ไม่ทิ้งกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลดทิ้งสร้างค่า]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร]]></category>
		<category><![CDATA[แม็คโคร-โลตัส]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36159</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะตัวแทนธุรกิจค้าปลีก ซึ่งถือว่ามีบทบาท​สำคัญในการเชื่อมโยงให้เกิดความยั่งยืน ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำ จากกลุ่มเกษตรกรและซัพพลายเออร์ มาจนถึงปลายน้ำในส่วนของผู้บริโภค ​ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก &#8216;แม็คโคร – โลตัส&#8217; จึงให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศ ตอกย้ำความมุ่งมั่น &#8216;ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร&#8217; ​ พร้อมขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ผ่านความ​ร่วมมือกับพันธมิตร นำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์ ต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Food Waste to Landfill) ภายในปี 2573 ​ ผ่านการขับเคลื่อนใน 2 แนวทางสำคัญ &#8211;  กินได้ไม่ทิ้งกัน  : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ซึ่งยังเป็นอาหารที่มีคุณภาพดี ที่ยังไม่หมดอายุและยังสามารถรับประทานได้ เพื่อป้องกันและลดการ​​เกิด FoodWaste [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>
<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto">ในฐานะตัวแทนธุรกิจ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ค้าปลีก</span> ซึ่งถือว่ามีบทบาท​สำคัญในการเชื่อมโยงให้เกิด<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ต้นน้ำ</span> จากกลุ่มเกษตรกรและซัพพลายเออร์ มาจนถึงปลายน้ำในส่วนของผู้บริโภค ​</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-36159"></span></p>
<div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก &#8216;<strong>แม็คโคร – โลตัส&#8217;</strong> จึงให้ความสำคัญในการสร้างความยั่งยืนภายในทุกภาคส่วนของระบบนิเวศ ตอกย้ำความมุ่งมั่น<strong> &#8216;ความยั่งยืนเป็นรากแก้วขององค์กร&#8217; ​</strong></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">พร้อมขับเคลื่อนโครงการ &#8216;<strong>ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; </strong>ผ่านความ​ร่วมมือกับพันธมิตร นำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้ง นำมาสร้างประโยชน์ ต่อสังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/4.jpg" alt="" width="533" height="800" /></div>
<div></div>
<div>โดยตั้งเป้าหมายลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ (<strong>Zero Food Waste to Landfill</strong>) ภายในปี 2573 ​ ผ่านการขับเคลื่อนใน 2 แนวทางสำคัญ</div>
<div></div>
<div>&#8211;  <strong>กินได้ไม่ทิ้งกัน </strong> : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ซึ่งยังเป็นอาหารที่มีคุณภาพดี ที่ยังไม่หมดอายุและยังสามารถรับประทานได้ เพื่อป้องกันและลดการ​​เกิด FoodWaste ในที่สุด ผ่านการส่งต่อให้กลุ่มเปราะบางหรือผู้มีความต้องการ  ​เช่น ครอบครัวรายได้น้อยในชุมชน โดยร่วมมือผ่านโครงการ <strong>BKK FOOD BANK</strong>  ของ กทม. และ SOS รวมทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อสร้างให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) รวมทั้งส่งเสริมสังคมแห่งการแบ่งปันไปพร้อมกัน</div>
<div></div>
<div>&#8211; <strong>ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน : </strong> เน้นบริหารจัดการ​ขยะอาหาร (Food Waste) อย่างยั่งยืน ผ่านการนำ &#8216;นวัตกรรมสีเขียว&#8217; มาเปลี่ยนจากขยะอาหารให้เป็นประโยชน์ เพิ่มมูลค่า เช่น นำไป​​เลี้ยงแมลงโปรตีน BSF เพื่อช่วย​เกษตรกร ลดต้นทุนอาหารสัตว์ พร้อมต่อยอดสู่การสร้างสินค้าใหม่ ช่วยเพิ่มรายได้​ และยังเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>
<div>โดยตลอดปี 2568 คาดว่าโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ​จะสามารถลดการทิ้งขยะลงสู่หลุมฝังกลบได้กว่า 15,000 ตัน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อชุมชนได้มากกว่า 76 ล้านบาท</div>
<div>นอกจากนี้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ยังเดินหน้าสานต่อโครงการ <strong>AXTRA Green Together </strong>เพื่อสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการอนุรักษ์พลังงาน การคัดแยกขยะ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเน้นให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งในวิถีการทำงานของพนักงานทุกคน</div>
<div></div>
<div><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถ่ายทอดวิสัยทัศน์บนเวที <strong>&#8216;<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">TNN Forum 2025</span> – TRANSFORMING THAILAND : ปรับโฉมไทย สู่อนาคตและความยั่งยืน&#8217;</strong> โดยกล่าวว่า ​การขับเคลื่อนสู่ &#8216;ขยะเป็นศูนย์ ประโยชน์เป็นแสน&#8217; ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่คือการลงมือทำจริงในทุกสาขาของแม็คโคร–โลตัส ภายใต้ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยการนำนวัตกรรมสีเขียวมาจัดการขยะอาหาร เปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกทิ้งให้กลับมาสร้างคุณค่าแก่สังคม เกษตรกร และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่เป้าหมายขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2573”</div>
</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า </strong>เชื่อมั่นว่าเส้นทางสู่เป้าหมาย ขยะอาหารเป็นศูนย์ภายในปี 2573 ผ่านโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืนอีกด้วย</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpaxtra-drives-axtra-zero-waste/">ซีพี แอ็กซ์ตร้า นำค้าปลีก &#8216;สู่ขยะเป็นศูนย์&#8217; ขับเคลื่อนโครงการ &#8216;ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA Zero Waste&#8217; มุ่งสู่เป้าหมาย ลดขยะสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ ภายในปี 2573</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง Green Partner SOS Thailand และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็น “มื้ออบอุ่นที่มีความหมาย”  นำร่อง “วัดจันทร์ประดิษฐาราม”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/barbq-plaza-food-rescue-with-sos-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 06:53:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bar B Q Plaza]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[GON GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Seacon bangkae]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวรักษ์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[จรูญโรจน์ เทพที]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิต พฤกษ์คุ้มวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[บาร์บีคิวพลาซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34179</guid>

					<description><![CDATA[<p>บาร์บีคิวพลาซ่า แบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างในเครือ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการส่งต่อมื้ออาหารอย่างยั่งยืนใน โครงการ “Food Rescue” โดยร่วมมือกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อบริหารจัดการและกระจายอาหารส่วนเกินจากร้านอาหารสู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน ภายใต้แนวคิด “จากอาหารส่วนเกินในร้าน สู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน” ที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการลดขยะอาหาร และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหารอย่างยั่งยืน  จุดเริ่มต้นจาก มื้ออบอุ่นหนึ่งมื้อ แต่อาจกลายเป็นมื้อที่มีความหมายที่สุดสำหรับใครบางคน บาร์บีคิวพลาซ่า ได้เริ่มต้นการบริจาคอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่องการบริโภคอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ในอุตสาหกรรมร้านอาหาร มื้ออบอุ่นที่สร้างรอยยิ้มใหญ่ในชุมชน กิจกรรม “ครัวรักษ์อาหาร” ถือเป็นก้าวแรกของโครงการฯ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บาร์บีคิวพลาซ่า, มูลนิธิ SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอน บางแค ส่งต่ออาหารส่วนเกินจำนวน 450 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/barbq-plaza-food-rescue-with-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง Green Partner SOS Thailand และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็น “มื้ออบอุ่นที่มีความหมาย”  นำร่อง “วัดจันทร์ประดิษฐาราม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บาร์บีคิวพลาซ่า</strong> แบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างในเครือ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการส่งต่อมื้ออาหารอย่างยั่งยืนใน <strong>โครงการ “</strong><strong>Food Rescue”</strong> โดยร่วมมือกับ <strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (</strong><strong>SOS Thailand) </strong>และ <strong>ศูนย์การค้าซีคอน บางแค</strong> พร้อมร่วมลงนามความร่วมมือ เพื่อบริหารจัดการและกระจายอาหารส่วนเกินจากร้านอาหารสู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน <strong>ภายใต้แนวคิด “จากอาหารส่วนเกินในร้าน สู่กลุ่มเปราะบางในชุมชน”</strong> ที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการลดขยะอาหาร และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหารอย่างยั่งยืน <strong><br />
</strong></p>
<p><span id="more-34179"></span></p>
<p>จุดเริ่มต้นจาก มื้ออบอุ่นหนึ่งมื้อ แต่อาจกลายเป็นมื้อที่มีความหมายที่สุดสำหรับใครบางคน บาร์บีคิวพลาซ่า ได้เริ่มต้นการบริจาคอาหารส่วนเกิน (Food Surplus) โดยมุ่งสร้างความเข้าใจเรื่องการบริโภคอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการลดการสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) ในอุตสาหกรรมร้านอาหาร</p>
<p>มื้ออบอุ่นที่สร้างรอยยิ้มใหญ่ในชุมชน กิจกรรม <strong>“ครัวรักษ์อาหาร”</strong> ถือเป็นก้าวแรกของโครงการฯ ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บาร์บีคิวพลาซ่า, มูลนิธิ SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอน บางแค ส่งต่ออาหารส่วนเกินจำนวน 450 มื้อ ให้กับชุมชนเปราะบาง ณ วัดจันทร์ประดิษฐาราม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การแบ่งปันอาหาร แต่คือการวางรากฐานของ “Food Rescue Chain” ที่เปลี่ยนมื้ออบอุ่นให้กลายเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34180 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/1-Pic-Bar-B-Q-Plaza-MOU-โครงการ-Food-Rescue.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจรูญโรจน์ เทพที ประธานบริหารสายงานซัพพลายเชน บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด</strong> กล่าวถึงแนวคิดเบื้องหลังโครงการ Food Rescue ว่า “สำหรับ บาร์บีคิวพลาซ่า อาหารส่วนเกินไม่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือ แต่เป็นโอกาสในการสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนความเท่าเทียมในการเข้าถึงอาหาร เราเชื่อมั่นในคำว่า ‘ทำมื้อนี้ให้ดีที่สุด’ ที่ไม่ได้หมายถึงเพียงการดูแลคุณภาพอาหารบนโต๊ะของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งต่อคุณค่านั้นให้ขยายวงกว้างไปยังชุมชนและสังคมโดยรอบ แนวคิดนี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ บาร์บีคิวพลาซ่า เริ่มต้นโครงการ Food Rescue โดยการดึงพลังกรีนพาร์ทเนอร์ (Green Partner) ที่แข็งแกร่งอย่าง มูลนิธิ SOS Thailand และศูนย์การค้าซีคอน บางแค เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกสู่สังคมในระดับชุมชน</p>
<p>จากความตั้งใจในการจัดการอาหารของ บาร์บีคิวพลาซ่า ยังต่อยอดมาจากแคมเปญ #กินเกลี้ยงเลี่ยงFoodWaste โดยมีการรณรงค์ให้ลูกค้าและพนักงานตระหนักว่าการกินอาหารให้หมดจาน ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดขยะอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสำหรับปีนี้โครงการ Food Rescue ได้เริ่มต้น ที่ ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า สาขาซีคอน บางแค สาขาแรก เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 โดยดำเนินการคัดแยกและส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังสด สะอาด และปลอดภัย เช่น กะหล่ำปลีฝอย พริกสดปั่น กระเทียมปั่น และข้าวหอมมะลิหุงสุก ของสาขาในแต่ละวัน ให้ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ประสานส่งต่อไปยัง มูลนิธิ SOS Thailand ด้วยการจัดการอย่างเป็นระบบ อาหารเหล่านี้จึงเปลี่ยนจากของเหลือกลายเป็นมื้อที่มีคุณค่าสำหรับกลุ่มผู้เปราะบางที่ขาดโอกาสเข้าถึงอาหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/4-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากเพียงหนึ่งสาขา เราสามารถกู้คืนอาหารได้เฉลี่ย 1.86 กิโลกรัมต่อวัน หรือ 669.6 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 531.19 กิโลกรัม CO₂e/ปี หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้กว่า 44 ต้นต่อปี สำหรับปี 2568 นี้ เราวางแผนขยายไปยังสาขาซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เป็นลำดับถัดไป และขยายผลไปยัง 11 สาขาที่เป็น Green Restaurant อาทิ สาขาเซ็นทรัล วิลเลจ สุวรรณภูมิ, สาขาเซ็นทรัล บางนา ชั้น 3, สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว, สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, สาขาเซ็นทรัล พระราม 2,  สาขาเซ็นทรัล พระราม 3, สาขาเซ็นทรัล บางนา ชั้น 6, สาขาเซ็นทรัล พระราม 9, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์, สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และ สาขาเซ็นทรัล รามอินทรา โดยมีเป้าหมายสู่ 65 สาขาทั่วกรุงเทพมหานครในปี 2573</p>
<p>สำหรับเรา ทุกมื้ออาหารมีพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลง แม้จะเป็นเพียงเศษผัก ชิ้นส่วนหมูตัดแต่ง หรือวัตถุดิบเล็ก ๆ ที่เคยถูกมองข้าม แต่เมื่อส่งต่อด้วยความตั้งใจ ก็สามารถกลายเป็น มื้อสำคัญของใครบางคน เพราะสุดท้ายแล้ว…‘สิ่งที่เกือบถูกทิ้ง อาจเป็นความสุขของใครบางคน’  <strong>คุณจรูญโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/14-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของมูลนิธิ </strong><strong>SOS Thailand</strong> กล่าวว่า ในนามของมูลนิธิ Scholars of Sustenance หรือ SOS ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในพิธีลงนามความร่วมมืออันสำคัญยิ่งกับ บาร์บีคิวพลาซ่า  และ ศูนย์การค้าซีคอนบางแค ในวันนี้ครับ ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนภารกิจของ SOS  Thailand  ในการบรรเทาปัญหาความอดอยากและลดขยะอาหารในประเทศไทย บาร์บีคิวพลาซ่า ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจอาหาร ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการบริจาคอาหารส่วนเกินที่ยังคงมีคุณภาพดี ผ่านเครือข่ายของมูลนิธิ SOS Thailand ไปยังกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ เราเชื่อมั่นว่า การที่ท่านตัดสินใจบริจาคอาหารส่วนเกินมานั้น จะเป็นก้าวสำคัญในวงการธุรกิจอาหารประเทศไทยที่ไม่ต้องทิ้งอาหารที่มีคุณภาพดีอีกต่อไป การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พิธีการ แต่เป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม เรากำลังร่วมกันสร้างระบบอาหารแห่งความยั่งยืนที่ซึ่งอาหารจะไม่ถูกทิ้งขว้างอย่างไร้ค่า แต่จะถูกส่งต่อคุณค่าไปยังผู้ที่เหมาะสมที่สุด เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในวันนี้จะเป็น อีกหนึ่งแรงผลักไทยให้ธุรกิจอาหาร จัดการอาหารส่วนเกินอย่างถูกวิธี เพื่อสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเพียงพอ” <strong>คุณทวี กล่าวทิ้งท้าย        </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34184 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/7-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณบัณฑิต พฤกษ์คุ้มวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าและบริการทั่วไป บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด กล่าว “</strong>เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนส่งเสริมภารกิจลดขยะอาหารสร้างความยั่งยืน โดยมีส่วนร่วมในการช่วยสนับสนุนเป็น “ตัวกลางเชื่อมต่อ” เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ มีการจัดเก็บรวบรวม และส่งต่ออาหารอย่างมีคุณภาพถูกสุขลักษณะ โดยร่วมมือกับ Green Partner ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า สาขาซีคอน บางแค ในการเป็นตัวกลางรวบรวมอาหารส่วนเกินที่เหลือในแต่ละวันแต่ยังคงคุณค่าทางอาหารและความปลอดภัย จากร้านส่งต่อให้กับ มูลนิธิ SOS Thailand อาหารส่วนเกินเหล่านี้จะถูกส่งมอบอย่างเหมาะสม เปลี่ยน “อาหารส่วนเกิน” กลายเป็น“โอกาส” ส่งต่อไปยังกลุ่มชุมชนเปราะบางในพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/10-Pic-Bar-B-Q-Plaza-กิจกรรม-ครัวรักษ์อาหาร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยตลอดกว่า 1 ปี ที่ศูนย์การค้าซีคอน บางแค ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนส่งเสริมภารกิจลดขยะ อาหารสร้างความยั่งยืน ซีคอนฯ ยังได้รับความร่วมมือจากร้านค้าอีกมากมายในศูนย์การค้าที่ตอบรับเข้าร่วมโครงการลดขยะ อาหารส่วนเกินนี้  ศูนย์การค้าซีคอน บางแค มีความมุ่งมั่นและเล็งเห็นความสำคัญในขับเคลื่อนส่งเสริมภารกิจสร้างความยั่งยืน เรามีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของ Green Model ที่ช่วยสร้างคุณค่าทางสังคม และขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ทั้งในด้านของพลังงาน สะอาด และการลดปริมาณขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด” <strong>คุณบัณฑิตฯ กล่าวทิ้งท้าย </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/barbq-plaza-food-rescue-with-sos-thailand/">บาร์บีคิวพลาซ่า ผนึกกำลัง Green Partner SOS Thailand และ ศูนย์การค้าซีคอน บางแค เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็น “มื้ออบอุ่นที่มีความหมาย”  นำร่อง “วัดจันทร์ประดิษฐาราม”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
