<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขวดแก้ว &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 05 May 2025 07:00:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ขวดแก้ว &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>BJC Glass และ Big C สนับสนุนกระบวนการรีไซเคิล ชวนร่วมโครงการ &#8216;ขวดแก้วแลกพอยต์&#8217; 1 ขวดมีค่า = 1 บิ๊กพอยต์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/bjc-glass-hands-big-c-drive-turns-glass-to-points/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 May 2025 05:55:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Big C]]></category>
		<category><![CDATA[BJC Glass]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้วแลกพอยต์]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กซี]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊กพอยต์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บกลับบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33280</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แก้ว หรือ BJC Glass และ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ขอเชิญชวนร่วมโครงการ &#8216;ขวดแก้วแลกพอยต์&#8217; ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วที่ใช้แล้ว และส่งเสริมการจัดการบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) ซึ่ง BJC Glass ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหลักสำคัญของบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วรายสำคัญของประเทศด้วยเช่นกัน โดยสามารถเข้าร่วมโครงการได้จนถึง 31 ธันวาคม 2568 โครงการ ขวดแก้วแลกพอยต์ ส่งเสริมการนำขวดแก้วที่ใช้แล้ว มาแลกรับ บิ๊กพอยต์ ซึ่งเป็นระบบการสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าสมาชิกบิ๊กซีเท่านั้น โดยขวดแก้ว 1 ขวด มีค่า = 1 บิ๊กพอยต์ ซึ่งจะได้รับพอยต์ ภายใน 14 วันทำการ นับจากวันที่ลูกค้าร่วมกิจกรรม และคะแนนพิเศษจะมีอายุ 60 วัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/bjc-glass-hands-big-c-drive-turns-glass-to-points/">BJC Glass และ Big C สนับสนุนกระบวนการรีไซเคิล ชวนร่วมโครงการ &#8216;ขวดแก้วแลกพอยต์&#8217; 1 ขวดมีค่า = 1 บิ๊กพอยต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้ดำเนินธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แก้ว หรือ <strong>BJC Glass</strong> และ<strong> บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) </strong>ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ขอเชิญชวนร่วมโครงการ &#8216;<strong>ขวดแก้วแลกพอยต์&#8217; </strong>ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2</p>
<p><span id="more-33280"></span></p>
<p>เพื่อส่งเสริมการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วที่ใช้แล้ว และส่งเสริมการจัดการบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ <strong>Extended Producer Responsibility (</strong><strong>EPR)</strong> ซึ่ง BJC Glass ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตหลักสำคัญของบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วรายสำคัญของประเทศด้วยเช่นกัน โดยสามารถเข้าร่วมโครงการได้จนถึง 31 ธันวาคม 2568</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33281 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/ขวดแก้วแลกพอยต์_01-Re.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>โครงการ <strong>ขวดแก้วแลกพอยต์</strong> ส่งเสริมการนำขวดแก้วที่ใช้แล้ว มาแลกรับ บิ๊กพอยต์ ซึ่งเป็นระบบการสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าสมาชิกบิ๊กซีเท่านั้น <em><strong>โดยขวดแก้ว 1 ขวด มีค่า = 1 บิ๊กพอยต์ ซึ่งจะได้รับพอยต์ ภายใน 14 วันทำการ นับจากวันที่ลูกค้าร่วมกิจกรรม และคะแนนพิเศษจะมีอายุ 60 วัน นับจากวันที่ได้รับคะแนน จำกัดการแลกสูงสุด 1 สมาชิก/ 40 ขวด/ วัน</strong></em></p>
<p>สำหรับ <strong>ผู้ที่สนใจสามารถนำขวดมาแลกบิ๊กพอยต์ได้ที่จุดบริการลูกค้าบิ๊กซี 8 สาขา ประกอบด้วย สาขาสะพานควาย, สาขาบางนา, สาขาลาดพร้าว 2, สาขาแจ้งวัฒนะ 1, สาขาบางพลี, สาขาพระราม 2, สาขาเพชรเกษม 1, บิ๊กซีมินิ สาขา BJC (สำนักงานใหญ่)</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33282 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Re-FB-Page-ขวดแก้วแลกพอยต์ปี2-01.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>สำหรับขวดแก้วทุกขวดจากโครงการจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลจากวัสดุที่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเพื่อใช้ประโยชน์ต่อได้ (Upcycling) จัดทำเป็นโต๊ะม้านั่งบริจาคให้สาธารณะต่อไป โดยขวดแก้ว สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ และรีไซเคิลได้ 100% โดยไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่มีสารเคมีปนเปื้อนหรือเจือปนในผลิตภัณฑ์ที่บรรจุ ถือเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>​โครงการขวดแก้วแลกพอยต์ ตั้งเป้าหมายเก็บกลับขวดแก้วให้ได้ ไม่ต่ำกว่า​ 6 ตัน และถือเป็นโครงการนำร่องให้ทุกคนหันมาสนใจการคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะรีไซเคิลมากขึ้น และหันมาเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แก้วที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมรักษ์โลกอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/bjc-glass-hands-big-c-drive-turns-glass-to-points/">BJC Glass และ Big C สนับสนุนกระบวนการรีไซเคิล ชวนร่วมโครงการ &#8216;ขวดแก้วแลกพอยต์&#8217; 1 ขวดมีค่า = 1 บิ๊กพอยต์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หาดทิพย์ ลงทุนต่อเนื่องโรงงานพุนพิน 3,500 ล้านบาท เปิดบ้านโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการผลิตยั่งยืน เร่งลด Emission ตามแผน พร้อมศึกษาโมเดลสร้าง Full Circularity พื้นที่ภาคใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/haad-thip-open-punpin-sustainable-factory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Dec 2024 15:12:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Carbonate]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Haad Thip]]></category>
		<category><![CDATA[HTC]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Production]]></category>
		<category><![CDATA[Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[กระป๋อง]]></category>
		<category><![CDATA[กระป๋องอลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จอห์น เบเนเดตตี]]></category>
		<category><![CDATA[นันทิวัต ธรรมหทัย]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[หาดทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เยี่ยมโรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานพุนพิน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานหาดใหญ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30595</guid>

					<description><![CDATA[<p>หาดทิพย์ เปิด​โรงงานพุนพิน โชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ยั่งยืน ทั้งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก พร้อมระบบปฏิบัติงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ ผ่านงบลงทุนต่อเนื่องเกือบ 3,500 ล้านบาท ​ทั้งขยายคลังสินค้าเพิ่มเติม สร้างบ้านพักพนักงาน พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนจาก 19% เป็น 28% เร่งลด GHG Emission ​ตามแผน Net Zero 2050 ​เตรียมนำร่องพัฒนาโมเดลสร้าง Full Circularity ในพื้นที่ภาคใต้ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ &#8216;โคคา-โคล่า&#8217;  และผู้นำตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดโรงงาน​พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้งบลงทุนต่อเนื่องถึงปี 2025 รวมเกือบ 3,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตขวดแก้วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย ของแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกอย่าง &#8216;โคคา-โคล่า&#8217; รวมทั้งมีระบบ Operation และการดูแลทั้งพนักงานและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีพันธกิจ​สร้างความเติบโตทางธุรกิจเคียงคู่การพัฒนาสังคมของภาคใต้อย่างยั่งยืนตลอด 55 ปี  และขับเคลื่อนผ่านปรัชญา &#8216;หาดทิพย์ เคียงข้างชาวใต้&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/haad-thip-open-punpin-sustainable-factory/">หาดทิพย์ ลงทุนต่อเนื่องโรงงานพุนพิน 3,500 ล้านบาท เปิดบ้านโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการผลิตยั่งยืน เร่งลด Emission ตามแผน พร้อมศึกษาโมเดลสร้าง Full Circularity พื้นที่ภาคใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หาดทิพย์ เปิด​โรงงานพุนพิน โชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ยั่งยืน ทั้งบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก พร้อมระบบปฏิบัติงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ ผ่านงบลงทุนต่อเนื่องเกือบ 3,500 ล้านบาท ​ทั้งขยายคลังสินค้าเพิ่มเติม สร้างบ้านพักพนักงาน พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนจาก 19% เป็น 28% เร่งลด GHG Emission ​ตามแผน Net Zero 2050 ​เตรียมนำร่องพัฒนาโมเดลสร้าง Full Circularity ในพื้นที่ภาคใต้</p>
<p><span id="more-30595"></span></p>
<p><strong>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>HTC</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;โคคา-โคล่า&#8217;</strong>  และผู้นำตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดโรงงาน​พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้งบลงทุนต่อเนื่องถึงปี 2025 รวมเกือบ 3,500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตขวดแก้วที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย ของแบรนด์เครื่องดื่มระดับโลกอย่าง &#8216;โคคา-โคล่า&#8217; รวมทั้งมีระบบ Operation และการดูแลทั้งพนักงานและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีพันธกิจ​สร้างความเติบโตทางธุรกิจเคียงคู่การพัฒนาสังคมของภาคใต้อย่างยั่งยืนตลอด 55 ปี  และขับเคลื่อนผ่านปรัชญา &#8216;<strong>หาดทิพย์ เคียงข้างชาวใต้&#8217;</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30597 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/02_HaadThip-Punpin-Plant-Tour.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โรงงานพุนพิน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 315 ไร่ เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2013 เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและให้บริการผู้บริโภคในภาคใต้ตอนบนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งอนาคตจะเป็นฐานการผลิตสำคัญของหาดทิพย์แทนโรงงานหาดให​ญ่ ​ภายใต้สายการผลิต 6 ไลน์ และกำลังการผลิตที่สามารถรองรับการเติบโตของตลาดไปได้จนถึงปี 2028 -2035 โดยปัจจุบันสามารถรองรับการผลิตขวดพลาสติก PET ได้ 2.5 ล้านขวดต่อนาที กระป๋องอลูมิเนียม 600 กระป๋องต่อนาที และขวดแก้ว 800 ขวดต่อนาที รวมทั้ง Fountain หรือเครื่องดื่มเข้มข้น สำหรับจ่ายผ่านเครื่องกด ที่สามารถผลิตได้กว่า 1.6 แสนกล่องต่อปี (ขนาดบรรจุตั้งแต่ 5-20 ลิตร)</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเครื่องจักรผลิตหลอดพลาสติก หรือ Preform สำหรับเป่าขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติก PET ขนาดต่างๆ 1 พันล้านชิ้นต่อปี รวมทั้งพื้นที่ Warehouse ขนาดกว่า 22,000 ตารางเมตร ที่สามารถจัดเก็บสินค้าได้กว่า 2 ล้านลัง<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30600 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-10_HaadThip-Punpin-Plant-Tour.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ Ecosystem ของหาดทิพย์ ในพื้นที่ภาคใต้ ประกอบด้วย โรงงาน 2 แห่ง คือ โรงงานหาดใหญ่ และโรงงานพุนพิน โดยมีศูนย์กระจายสินค้าและร้านค้าเอ้าท์เล็ทมากกว่า 46,000 แห่ง รวมทั้งรถบรรทุกในการกระจายสินค้ากว่า 200 คัน และรถหัวลากอีกกว่า 60 คัน</p>
<p>ในส่วนของการดูแลชุมชนและสังคม ​หาดทิพย์ดูแลพนักงานมากกว่า 2,500 คน​ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพี่น้องชาวใต้ รวมทั้งการดูแลบำบัดน้ำกว่าปีละ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 228 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง​​ เพื่อให้มีความปลอดภัยสูงสุดก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ  รวมทั้งใช้หลักการธรรมชาติในการกำจัดขยะชีวภาพที่ปนมากับน้ำจากกระบวนการผลิต เพื่อให้ตกตะกอนและย่อยสลายในบ่อบำบัด ก่อนจะทำการตรวจค่าวัดความปลอดภัยก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่าการบำบัดตามแนวทางเดิมๆ ทำให้ลดทั้งการใช้พลังงานซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ 350 ตันคาร์บอนเมื่อเทียบกับวิธีบำบัดแบบเดิม และยังช่วยส่งเสริมให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30604 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-11_HaadThip-Punpin-Plant-Tour.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ลงทุน​ 3,500​ ล้าน ​ยกระดับการผลิตยั่งยืน</strong></p>
<p>การลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานพุนพินของหาดทิพย์ ไม่เพียงแค่เหตุผลทางการตลาดและธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาวิกฤตสภาพอากาศ (Climate Chamge) ด้วยการ​ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) จากการดำเนินงาน โดยหาดทิพย์วางเป้าหมายลด GHG Emission ตลอดห่วงโซ่ลงให้ได้ 25% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Net Zero Emission ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30599 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/01_HaadThip-Punpin-Plant-Tour.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจอห์น เบเนเดตตี </strong>รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาวุโส &#8211; ซัพพลายเชน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง การลงทุนของ​หาดทิพย์จนถึงสิ้นปีนี้ภายใต้งบ 3,000 ล้านบาท​​ เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของโรงงานให้สอดคล้องแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน ​ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือ Dashboard สำหรับประเมินผลการลดการใช้พลังงานและลด Emisison จากกระบวนการผลิตได้แบบเรียลไทม์ ​จนถึงการลงทุนเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้งในรูปแบบของโซลาร์รูฟ และโซลาร์โฟลทติ้งรวมมากกว่า 9 พันแผง ทำให้ปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนได้แล้ว 19% พร้อมช่วยลดคาร์บอนลงได้กว่า 3 พันตันคาร์บอนต่อปี</p>
<p>พร้อมมีแผนลงทุนต่อเนื่องในปีหน้าอีกอย่างน้อย 490 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในพื้นที่โรงงานเพิ่มเติม ทั้งการขยายคลังสินค้าแห่งใหม่ 300 ล้านบาท รวมทั้งการสร้างบ้านพักพนักงานที่จะออกแบบภายใต้ Eco-friendly Design อีกราว 190 ล้านบาท ​พร้อมเพิ่มการติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาอาคารทั้ง 2 แห่ง รวมทั้งการขยายโซลาร์โฟลทติ้งในทะเลสาบบริเวณใกล้โรงงานรวมทั้งสิ้นอีกราว 3 พันแผง ทำให้สามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น 28% พร้อมทั้งลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มขึ้นอีก 2 พันตันคาร์บอนต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-26_HaadThip-Punpin-Plant-Tour-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ในส่วนของบรรจุภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีพัฒนาในการลด GHG Emission ได้แบบก้าวกระโดด ตั้งแต่การลดพลาสติกสำหรับการผลิตฝาลง 0.64 กรัม และสำหรับหลอดพรีฟอร์มลดลง 1.11 กรัม ซึ่งหาดทิพย์เป็นโรงงานผลิตโคคา -โคล่า รายแรกของเอเชียที่พัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้สำเร็จ และสามารถนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอัดลมได้ทุกประเภท ​พร้อมทั้งช่วยลดคาร์บอนจากการผลิตพรีฟอร์มลงได้ 2 พันตันต่อปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งจุดที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์สูงที่สุดในกระบวนการผลิตของหาดทิพย์ รวมทั้งการลดใช้ปริมาณพลาสติกทั้ง PET และ HDPE ไปจนถึงอลูมิเนียมสำหรับเครื่องดื่มแบบกระป๋อง โดยคาดว่าจะส่งผลให้สามารถลดปริมาณคาร์บอนจากการใช้วัตถุดิบของบรรจุภัณฑ์ในสิ้นปีหน้า​ได้เพิ่มขึ้นเป็น 8 พันตันคาร์บอนเทียบเท่าต่อปี&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30603 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-31_HaadThip-Punpin-Plant-Tour.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ โรงงานพุนพินยังถือเป็นฐานการผลิตขวดแก้วรักษ์โลกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และรองรับทั้งบรรจุภัณฑ์แบบคืนขวด รวมทั้งแบบใช้ครั้งเดียว รวมทั้งยังสามารถผลิตเครื่องดื่มบรรจุขวดแก้วได้ทุกประเภท โดยได้เริ่มเดินสายผลิตล็อตแรกเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และจะเดินหน้าผลิตเต็มกำลังภายในไตรมาส 2 ปีหน้า พร้อมทั้งจะทยอยย้ายฐานการผลิตขวดแก้วจากโรงงานหาดใหญ่มาสู่พุนพินทั้งหมดในปีหน้า</p>
<p>สำหรับฐานผลิต​ขวดแก้วที่โรงงานพุนพินนี้ ถือว่ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการผลิต ทั้งการใช้เทคโนโลยีเพื่อสามารถบรรจุเครื่องดื่มได้ในอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าเดิม ทำให้ลดการใช้พลังงานในการลดอุณหภูมิลง รวมทั้งเทคโนโลยีในการตรวจจับขวดที่ชำรุดและสิ่งแปลกปลอม การทำความสะอาดขวดด้วยระบบอัลต้ราโซนิค รวมทั้งการออกแบบสายพานที่ช่วยลดการเกิดมลภาวะทางเสียง รวมทั้งลดโอกาสชำรุดจากการกระแทกกันของขวด ​พร้อมทั้งการเปลี่ยนมาใช้ฉลากแบบกระดาษแทนเพื่อง่ายต่อการนำไปรีไซเคิลได้มากขึ้น ทั้งในส่วนของกระดาษ รวมทั้งการปนเปื้อนสีหรือสารเคมีของขวดแก้วในกรณีที่ต้องนำไปรีไซเคิล ไปจนถึงการออกแบบลังบรรจุขวดแบบปกปิดทั้งขวด เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของขวดได้มากขึ้น ​เพื่อลดการชำรุดและสามารถนำไปใช้ซ้ำได้โดยไม่จำกัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-28_HaadThip-Punpin-Plant-TourRe-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ตั้งเป้าขับเคลื่อน Full Circularity ในพื้นที่ภาคใต้ </strong></p>
<p><strong>คุณนันทิวัต ธรรมหทัย </strong>รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ – องค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าในการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล โดยเฉพาะพลาสติก rPET ซึ่งปัจจุบันได้ใช้ rPET 100% (ไม่รวมฉลากและฝา)ในผลิตภัณฑ์โคคา-โคล่า ขนาด 1 ลิตร ทั้งสูตรออริจินัล และสูตรไม่มีน้ำตาลแล้ว พร้อมทั้งเข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อส่งเสริมการนำบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่างๆ ผ่านแคมเปญ<strong> “โค้ก” ชวนแยก แลกลุ้นโชค กับ Trash Lucky</strong> ในจังหวัดภูเก็ตและสงขลา และโครงการประกวดชั้นวางสินค้าจากวัสดุรียูส รวมถึงจัดโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์เครื่องจักสานจากฝาขวดพลาสติกร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคร่วมลดและแยกขยะอย่างจริงจัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-P-s-17_HaadThip-Punpin-Plant-Tour.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในส่วนการขยาย​การใช้บรรจุภัณฑ์จาก rPET นั้น อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อหาโมเดลในการขับเคลื่อนให้เกิด Full Circularity หรือการหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบภายในพื้นที่ภาคใต้อย่างแท้จริง ​ทั้งการ​จัดเก็บบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมทั้งการนำส่งให้พันธมิตรผู้ผลิตเม็ดพลาสติกเรซินรีไซเคิลที่อยู่ในพื้นที่ ​มากกว่าการรับซื้อเม็ดพลาสติกจากนอกพื้นที่มาใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดันให้เกิดโครงการนำร่องขึ้นในพื้นที่ เพื่อต้องการสร้างให้เกิดประโยชน์ขึ้นในพื้นที่อย่างแท้จริง ก่อนจะขยายไปสู่การใช้ในบรรจุภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Re-32_HaadThip-Punpin-Plant-Tour.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em> “เพราะภาคใต้คือบ้านของหาดทิพย์ นอกจากการพัฒนาความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ เรายังเดินหน้าพัฒนาชุมชนเพื่อเติบโตเคียงคู่ไปกับพี่น้องชาวใต้ เราเชื่อมั่นว่าความสำเร็จทางธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมต้องดำเนินไปพร้อมกัน พนักงานหาดทิพย์ทุกคนจึงภาคภูมิใจที่ได้ส่งมอบความสดชื่นและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชนร่วมกับพี่น้องชาวใต้” </em>คุณนันทิวัต กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/haad-thip-open-punpin-sustainable-factory/">หาดทิพย์ ลงทุนต่อเนื่องโรงงานพุนพิน 3,500 ล้านบาท เปิดบ้านโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีการผลิตยั่งยืน เร่งลด Emission ตามแผน พร้อมศึกษาโมเดลสร้าง Full Circularity พื้นที่ภาคใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Heineken x Sonic State ขับเคลื่อน &#8216;Waste-to-Wear&#8217; เปลี่ยนขยะขวดแก้ว เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านและเครื่องประดับ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/heineken-waste-to-wear-new-sustainability-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jul 2024 12:33:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bottle]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Fields Green With Grass Not Glass]]></category>
		<category><![CDATA[Heineken]]></category>
		<category><![CDATA[Material]]></category>
		<category><![CDATA[Retuenable Bottle]]></category>
		<category><![CDATA[Sonic State]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste-to-Wear]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮเนเก้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27581</guid>

					<description><![CDATA[<p>Heineken ริเริ่มโปรเจ็กต์ด้านความยั่งยืนครั้งใหม่ ผ่านโครงการ Waste-to-Wear เพื่อเปลี่ยนขยะจากขวดแก้วสีเขียวมาเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน ​โคมไฟ และเครื่องแก้วรีไซเคิล สำหรับโปรเจ็กต์ Waste-to-Wear เป็นการต่อยอดจากโครงการก่อนหน้าอย่าง​ Fields Green With Grass, Not Glass ของ Heineken South Africa ซึ่งเป็นการแนะนำโปรแกรมการรับคืนขวดรูปแบบใหม่เพื่อมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะจากขวดแก้ว ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในเมืองให้เป็นสนามสีเขียวจากหญ้า แทนที่จะเต็มไปด้วยขยะขวดแก้ว จึงเป็นโครงการที่สามารถลด​ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพให้ชุมชน โดยเริ่มนำร่องใน 5 พื้นที่ Green Zone ได้แก่ ​เคปทาวน์ โจฮันเนสเบิร์ก พริทอเรีย และเดอร์บัน ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 5,000 ตารางเมตร โดยทาง Heineken South Africa ได้ร่วมมือกับ Sonic State ครีเอทีฟเอเยนซี่ ในการนำขยะขวดแก้วที่เก็บกลับมาได้มาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ไปจนถึงเครื่องประดับในรูปแบบคอลเลคชั่นเครื่องแก้วสีเขียว​พร้อมสัญลักษณ์รูปดาว ​ที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่แบรนด์ไฮเนเก้น สะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน สำหรับ Item ภายใน Waste-to-Wear  สร้างสรรค์เป็นของตกแต่งสุดตระการตามากมาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/heineken-waste-to-wear-new-sustainability-project/">Heineken x Sonic State ขับเคลื่อน &#8216;Waste-to-Wear&#8217; เปลี่ยนขยะขวดแก้ว เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านและเครื่องประดับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Heineken ริเริ่มโปรเจ็กต์ด้านความยั่งยืนครั้งใหม่ ผ่านโครงการ <strong>Waste-to-Wear </strong>เพื่อเปลี่ยนขยะจากขวดแก้วสีเขียวมาเป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน ​โคมไฟ และเครื่องแก้วรีไซเคิล</p>
<p><span id="more-27581"></span></p>
<p>สำหรับโปรเจ็กต์ <strong>Waste-to-Wear</strong> เป็นการต่อยอดจากโครงการก่อนหน้าอย่าง​ <strong>Fields Green With Grass, Not Glass</strong> ของ <strong>Heineken South Africa</strong> ซึ่งเป็นการแนะนำโปรแกรมการรับคืนขวดรูปแบบใหม่เพื่อมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะจากขวดแก้ว ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในเมืองให้เป็นสนามสีเขียวจากหญ้า แทนที่จะเต็มไปด้วยขยะขวดแก้ว จึงเป็นโครงการที่สามารถลด​ทั้งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพให้ชุมชน โดยเริ่มนำร่องใน 5 พื้นที่ Green Zone ได้แก่ ​เคปทาวน์ โจฮันเนสเบิร์ก พริทอเรีย และเดอร์บัน ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 5,000 ตารางเมตร</p>
<p>โดยทาง <strong>Heineken South Africa</strong> ได้ร่วมมือกับ <strong>Sonic State</strong> ครีเอทีฟเอเยนซี่ ในการนำขยะขวดแก้วที่เก็บกลับมาได้มาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ไปจนถึงเครื่องประดับในรูปแบบคอลเลคชั่นเครื่องแก้วสีเขียว​พร้อมสัญลักษณ์รูปดาว ​ที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่แบรนด์ไฮเนเก้น สะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27583 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>สำหรับ Item ภายใน <strong>Waste-to-Wear</strong>  สร้างสรรค์เป็นของตกแต่งสุดตระการตามากมาย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านอย่างโคมไฟ ที่ได้แรงบันดาลใจจากฮ็อป ชุดเครื่องแก้วต่างๆ รวมทั้งแหวน หรือเหรียญรางวัล ซึ่งแต่ละชิ้นสะท้อนถึงการออกแบบที่ใส่ใจและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม แสดงให้เห็นถึงการสร้างประโยชน์และความสวยงามจากขยะ ​และสามารถนำไปใช้งานได้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27584 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>คอลเลคชั่นนี้ยังได้เหรียญทองแดงจากงาน <strong>New York Festivals Ad Awards 2024</strong> เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์และความร่วมมือระหว่าง Heineken South Africa​ และ Sonic State ​รวมท้ังพันธมิตรภายในอุตสาหกรรม ที่ใช้พลังในการออกแบบเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมให้ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งบริบทขององค์กรธุรกิจอย่างไฮเนเก้นในการขับเคลื่อนการเติบโตตามแนวทางของความยั่งยืน​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27582 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p><a href="https://www.yankodesign.com/2024/07/09/heineken-bottles-get-transformed-into-recycled-glassware-and-lampshades/" target="_blank" rel="noopener">Source </a></p>
<p><a href="https://www.famouscampaigns.com/2024/07/heineken-gives-homeware-a-go-in-new-sustainability-project/" target="_blank" rel="noopener">Source </a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/heineken-waste-to-wear-new-sustainability-project/">Heineken x Sonic State ขับเคลื่อน &#8216;Waste-to-Wear&#8217; เปลี่ยนขยะขวดแก้ว เป็นเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านและเครื่องประดับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCP ประกาศเลิกใช้ PETสี พร้อม​อัพเดทแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เล็งศึกษาเชิงลึกปัญหาขวดแก้ว ​ซัพพลายขาด ราคารับซื้อสูง แต่ทำไมคนยังทิ้ง?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-update-sustainable-packaging-target/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Sep 2023 12:27:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อะลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21220</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งข้อมูลที่​น่าสนใจจากงาน TCP Sustainability Forum 2023 ซึ่งเป็นการจัดประชุมด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด “Net Zero Transition&#8230;From Commitment to Action : การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ” เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมอง​ ประสบการณ์ รวมทั้งข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน​ และสร้างการมีส่วนร่วมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net zero ในปี 2065 ของประเทศไทย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวถึงแนวคิดการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ตามกรอบความยั่งยืน โดยตามเป้าหมายตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปีหน้า ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าเป็นไปได้ตามแผน โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มสามารถรีไซเคิลได้ครบแล้วทั้ง 100% ขณะที่แนวทางอื่นๆ ที่จะขับเคลื่อนเพิ่มเติมทั้งการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อใช้เทคโนโลยีให้บรรจุภัณฑ์มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยให้ใช้วัตถุดิบน้อยลง แต่มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยสามารถทำได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกระป๋องอะลูมิเนียมที่ลดลง 10% ฝาอะลูมิเนียมลดลง 7%  ขวดแก้วลดน้ำหนักลง 21% และขวดพลาสติก PET [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-update-sustainable-packaging-target/">TCP ประกาศเลิกใช้ PETสี พร้อม​อัพเดทแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เล็งศึกษาเชิงลึกปัญหาขวดแก้ว ​ซัพพลายขาด ราคารับซื้อสูง แต่ทำไมคนยังทิ้ง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนึ่งข้อมูลที่​น่าสนใจจากงาน <strong>TCP Sustainability Forum 2023 </strong>ซึ่งเป็นการจัดประชุมด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แนวคิด <strong>“Net Zero Transition&#8230;From Commitment to Action : การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ”</strong> เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุมมอง​ ประสบการณ์ รวมทั้งข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน​ และสร้างการมีส่วนร่วมสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net zero ในปี 2065 ของประเทศไทย จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><span id="more-21220"></span></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวถึงแนวคิดการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ตามกรอบความยั่งยืน โดยตามเป้าหมายตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปีหน้า ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าเป็นไปได้ตามแผน โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มสามารถรีไซเคิลได้ครบแล้วทั้ง 100%</p>
<p>ขณะที่แนวทางอื่นๆ ที่จะขับเคลื่อนเพิ่มเติมทั้งการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อใช้เทคโนโลยีให้บรรจุภัณฑ์มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์เพื่อช่วยให้ใช้วัตถุดิบน้อยลง แต่มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยสามารถทำได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งกระป๋องอะลูมิเนียมที่ลดลง 10% ฝาอะลูมิเนียมลดลง 7%  ขวดแก้วลดน้ำหนักลง 21% และขวดพลาสติก PET 9% รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนโครงการที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค (EPR) เพื่อเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ได้มากขึ้นเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21225 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Package-1.jpg" alt="" width="1200" height="553" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21226 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/Package-.jpg" alt="" width="1200" height="547" /></p>
<p>ขณะเดียวกันจะเดินหน้าการเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ขวด PET​ แบบสี ​แม้ทางการตลาดอาจจะยังมีความเชื่อว่า การใช้ขวดเครื่องดื่มพลาสติกแบบสี จะสามารถสร้างข้อได้เปรียบทางการตลาดได้​มากกว่าการใช้ขวดใส แต่ก็มีข้อจำกัดในการนำกลับเข้าระบบการรีไซเคิลของ PET สีที่ยุ่งยากมากกว่า ประกอบกับ​ในความเป็นจริง การตัดสินใจซื้อของลูกค้าขณะที่อยู่หน้าตู้แช่เครื่องดื่ม ​เรื่องของสีขวดไม่ได้เป็นปัจจัยในการตัดสินใจซื้อมากนัก ดังนั้น เชื่อว่าความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ การทำตลาด และการสื่อสาร จะส่งผลให้ TCP ยังสามารถรักษายอดขายไม่ให้ได้รับผลกระทบมากนัก</p>
<p>&#8220;บรรจุภัณฑ์แต่ละประเภท มีจุดเด่นมีข้อดีต่างกัน และไม่สามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ขณะที่ผู้ผลิตเองก็พยายามให้มีสินค้าที่หลากหลายและตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันเครื่องดื่มของ TCP หากแยกตามประเภทของบรรจุภัณฑ์จะสามารถแบ่งสัดส่วนได้เป็น​กระป๋องอลูมิเนียม 60-65% ขวดแก้ว 30-35% และ PET ประมาณ 5% ขณะที่สัดส่วนการใช้ Recycle Content ยัง​อยู่ในกลุ่มขวดแก้วเป็นหลัก แต่มีความพร้อมที่จะเพิ่มเติมในกลุ่มอื่นๆ หากมีซัพพลายวัตถุดิบในตลาดมากพอ&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21224 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ทาง TCP ต้องกลับไปศึกษาต่อเกี่ยวกับปัญหา​ของบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ที่ในมิติของสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นปัญหาเนื่องจาก เป็นกลุ่มที่ตกค้างอยู่ในธรรมชาติค่อนข้างมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ประกอบกับในแง่ของการขนส่งเองก็มีน้ำหนักมาก ทำให้ต้องใช้พลังงานในการขนส่งมากกว่าบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ทำให้มีการสิ้นเปลืองพลังงานรวมทั้งยังสร้างคาร์บอนสูงกว่าบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ด้วย ทำให้เริ่มมีมุมมองจากนักวิชาการมองว่าไม่ควรนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มเช่นกัน</p>
<p>&#8220;ปัญหาเรื่องขวดแก้ว อาจจะต้องมีการศึกษารายละเอียดอย่างจริงจังเพราะในความเป็นจริงแล้ว ขวดแก้วสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด และยังไม่มีประเด็นเรื่องขวดสีเหมือน PET รวมทั้งในอุตสาหกรรมหลอมแก้วเอง ก็จำเป็นต้องใช้เศษแก้วมาเป็นส่วนประกอบ ทำให้โรงงานแก้วบางแห่งถึงกับต้องตั้งบริษัทรับซื้อขวดแก้วเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ รวมทั้งยังพร้อมจ่ายในราคาที่ค่อนข้างสูง แต่กลับมีขวดกลับเข้าสู่ระบบน้อยมาก ซึ่งอาจต้องไปศึกษาแนวทางความร่วมมือด้าน EPR เพื่อสื่อสารไปถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนการเก็บกลับได้ดีขึ้น และเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เราต้องกลับไปพูดคุยกับทุกภาคส่วนเพื่อเข้าใจปัญหาได้อย่างเท้จริง&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21223 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/SDForum02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าแม้จะมีกฏระเบียบจากภาครัฐมาช่วยขับเคลื่อนในเรื่องของการจัดการบรรจุภัณฑ์ในประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในมุมหนึ่งอาจจะช่วยสร้างมาตราฐานให้ทุกคนในตลาดปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันได้ เช่น เรื่องการยกเลิก PET สี หรือ EPR เพื่อกำหนดให้ผู้ผลิตมีความรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์แบรนด์ของตัวเองหลังการบริโภค แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อว่า ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมด เพราะในบางประเทศ แม้มีกฏหมายบังคับใช้ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ สิ่งที่จำเป็นมากกว่า คือการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ธุรกิจ ภาคสังคม โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักผ่านผู้บริโภคให้เห็นความสำคัญของการแยกขยะ และทิ้งขยะให้ถูกที่ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อไม่ให้เกิดเป็นขยะตกค้าง และเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในการ​นำขยะทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/tcp-update-sustainable-packaging-target/">TCP ประกาศเลิกใช้ PETสี พร้อม​อัพเดทแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เล็งศึกษาเชิงลึกปัญหาขวดแก้ว ​ซัพพลายขาด ราคารับซื้อสูง แต่ทำไมคนยังทิ้ง?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกโดยคนไทย! ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทั้งพลาสติก อลูมิเนียม และขวดแก้ว  ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/circularone-reversed-vending-machine-from-sustaintech/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Sep 2022 03:35:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CircularOne]]></category>
		<category><![CDATA[cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Reversed Vending Machine]]></category>
		<category><![CDATA[SUSTAINTECH]]></category>
		<category><![CDATA[กระป๋องอะลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[จิราวัฒน์ ตั้งกิจชัยวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[มร.ชาง ฟู]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทนเซ็นต์ คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14720</guid>

					<description><![CDATA[<p>SUSTAINTECH” จับมือ “เทนเซ็นต์ คลาวด์” ร่วมพัฒนา ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์แบบอัตโนมัติ ครั้งแรกในไทย! มุ่งยกระดับการคัดแยก และจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’ ตอบเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน SUSTAINTECH สตาร์ทอัปหัวใจรักษ์โลก เดินหน้าเปิดตัวเครื่อง “CircularOne” นวัตกรรมเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์เครื่องแรกในไทย โดยฝีมือคนไทย ที่สามารถรองรับขวดแก้วและจัดเก็บในสภาพสมบูรณ์เพื่อนำไปรียูส (Reuse) แบบอัตโนมัติ หรือ Reversed Vending Machine ชูจุดเด่นการใช้ประโยชน์จากการผสานโซลูชันคลาวด์ และ AI ที่หลากหลายจาก เทนเซ็นต์ คลาวด์ กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ เพื่อตรวจสอบคุณภาพวัสดุ และคัดแยกประเภทบรรจุภัณฑ์ทั้งขวดพลาสติกใส (PET) กระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึง “ขวดแก้ว” เพื่อให้การทำงานของ “CircularOne” มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น สามารถนำไปรีไซเคิล หรือ รียูส และส่งกลับคืนสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดปัญหาการจัดการขยะ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และช่วยลดปัญหาโลกร้อน คุณจิราวัฒน์ ตั้งกิจชัยวัฒน์ Founder &#38; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/circularone-reversed-vending-machine-from-sustaintech/">ครั้งแรกโดยคนไทย! ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทั้งพลาสติก อลูมิเนียม และขวดแก้ว  ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>SUSTAINTECH” จับมือ “</b><b>เทนเซ็นต์ คลาวด์” </b><b>ร่วม</b><b>พัฒนา ‘</b><b>CircularOne’ </b><b>เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์แบบอัตโนมัติ ครั้งแรกในไทย</b><b>! </b><i><span style="font-weight: 400;">มุ่งยกระดับการคัดแยก และ</span></i><i><span style="font-weight: 400;">จัดการ</span></i><i><span style="font-weight: 400;">บรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’ ตอบเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน</span></i></p>
<p><span id="more-14720"></span></p>
<p><b>SUSTAINTECH สตาร์ทอัปหัวใจรักษ์โลก เดินหน้าเปิดตัวเครื่อง “CircularOne” นวัตกรรมเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์เครื่องแรกในไทย โดยฝีมือคนไทย ที่สามารถรองรับขวดแก้วและจัดเก็บในสภาพสมบูรณ์เพื่อนำไปรียูส (Reuse) แบบอัตโนมัติ หรือ Reversed Vending Machine </b></p>
<p><b>ชูจุดเด่นการใช้ประโยชน์จากการผสานโซลูชันคลาวด์ และ AI ที่หลากหลายจาก </b><b>เทนเซ็น</b><b>ต์</b><b> คลาวด์</b><b> กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ เพื่อตรวจสอบคุณภาพวัสดุ และคัดแยกประเภทบรรจุภัณฑ์ทั้ง</b><b>ขวดพลาสติกใส (</b><b>PET) </b><b>กระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึง “ขวดแก้ว” </b><b>เพื่อให้การทำงานของ “CircularOne” มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น สามารถนำไปรีไซเคิล หรือ รียูส และส่งกลับคืนสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดปัญหาการจัดการขยะ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และช่วยลดปัญหาโลกร้อน</b></p>
<p><b>คุณจิราวัฒน์ ตั้งกิจชัยวัฒน์ Founder &amp; CEO ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัป SUSTAINTECH </b><span style="font-weight: 400;">เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกของเราได้เข้าสู่สภาวะวิกฤตทางอากาศ และทรัพยากรทางธรรมชาติที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการผลิต การบริโภค และการจัดการ</span><span style="font-weight: 400;">ที่ไม่ดีพอส่งผลให้เกิดมลพิษ และก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้น <em><strong>ข้อมูลจาก World Bank Group</strong></em></span><span style="font-weight: 400;"><em><strong> ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับที่ 6 ของโลกที่มีการทิ้งขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดถึง 3.49 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีเพียงร้อยละ 17.6 (616,000 ตัน) เท่านั้น ที่ถูกนำกลับมารีไซเคิล</strong></em> </span><span style="font-weight: 400;">จึงจำเป็นต้องสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดปัญหาการจัดการขยะ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และช่วยลดปัญหาโลกร้อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมพัฒนานวัตกรรม </span><b>CircularOne</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมุ่งเน้นการคัดแยกบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อลดการผลิต และเพิ่มการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยนวัตกรรม CircularOne เป็นเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์รุ่นแรกของ SUSTAINTECH ที่นำขวดไปรียูสและรีไซเคิลแบบอัตโนมัติ (Reversed Vending Machine) ซึ่งเครื่องนี้สามารถรับคืนบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติกใส (PET) กระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงขวดแก้ว ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมที่ SUSTAINTECH พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“SUSTAINTECH ถือเป็นเจ้าแรกที่คิดค้น และพัฒนาระบบเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์แบบอัตโนมัติที่สามารถรับคืนขวดแก้วในสภาพสมบูรณ์ได้ โดยได้ร่วมมือกับเทนเซ็นต์ คลาวด์ </span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำระดับโลก </span><span style="font-weight: 400;">โดยได้นำโซลูชันคลาวด์ และเอไอของเทนเซ็นต์ คลาวด์ มาใช้เพื่อรองรับความต้องการเทคโนโลยีด้านการจัดเก็บ และคัดแยกบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พร้อมรับการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดจนใช้ติดตั้งในระบบของตัวเครื่องเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ และคัดแยกประเภทของบรรจุภัณฑ์ พร้อมกันนี้ทาง SUSTAINTECH มีความตั้งใจที่จะสร้างการมีส่วนร่วมภายใต้</span><span style="font-weight: 400;">แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><span style="font-weight: 400;">ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน อาทิ ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจรีไซเคิล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คนเก็บขยะ หรือซาเล้ง ไปจนถึงผู้บริโภค จากการนำนวัตกรรม CircularOne มาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการยกระดับการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์แบบเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น” </span></em></p>
<p><b>มร.ชาง ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า “เทนเซ็นต์ คลาวด์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับการบริหารจัดการขยะเพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบด้วยการรีไซเคิล ผ่านการนำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีคลาวด์ และเอไอให้กับ SUSTAINTECH ที่ทำงานสอดประสานกันในการช่วยคัดกรองขวดบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งเสริมระบบการดำเนินงานของเครื่อง CircularOne ให้มีประสิทธิภาพ และความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งโซลูชันดังกล่าวไม่เพียงแต่แยกประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว แต่ยังช่วยตรวจจับความผิดปกติของบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว ซึ่งถือเป็นประเภทบรรจุภัณฑ์ที่มีโอกาสนำกลับมาเข้าสู่ระบบการผลิตใหม่ได้ เช่น ในกรณีที่มีขวดมีรอยแตก หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ระบบจะทำการแจ้งเตือน และตีกลับทันที ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการคัดแยกขวดบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเทนเซ็นต์ คลาวด์ ที่พร้อมให้การสนับสนุนองค์กรธุรกิจไทยทุกขนาดจากหลากหลายอุตสาหกรรม ผ่านการ</span><span style="font-weight: 400;">นำเสนอโซลูชันคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นกว่า </span><span style="font-weight: 400;">400</span><span style="font-weight: 400;"> รายการ ครอบคลุมความต้องการอันหลากหลายของแต่ละธุรกิจ ผสานเข้ากับความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานจากการมีดาต้า</span><span style="font-weight: 400;">เซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยถึง </span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;"> แห่ง โดยเรา</span><span style="font-weight: 400;">ยังคงจะพัฒนาโซลูชันเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่ายที่มี</span><span style="font-weight: 400;">ส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/circularone-reversed-vending-machine-from-sustaintech/">ครั้งแรกโดยคนไทย! ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทั้งพลาสติก อลูมิเนียม และขวดแก้ว  ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทิ้งขวดแก้ว ทำไมต้องแยกขยะ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/04/bgiglass-glass-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Apr 2018 00:19:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BGC]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เศษแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตขวดแก้ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2725</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะขวดแก้วขายได้  แต่จะหาขวดเก่าก็ต้องมีคนไปหาตามกองขยะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตต่างๆ แตกต่างจากเยอรมนี แยกขวดตั้งแต่ที่บ้านโดยแยกใส่ถุง หากไม่เอาไปที่สเตชั่นทิ้งขวดที่มีมากมาย ก็จะเก็บไว้รอใส่รถขยะรีไซเคิล ทำให้ง่ายในการนำกลับมาใช้ ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยว่า ‘บีจีซี’ มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับแนวหน้าของโลก เพื่อเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมสีเขียว “ต้นน้ำส่วนหนึ่งจะต้องมีส่วนผสมของเราเป็นเศษแก้ว 60-70% แต่ที่เยอรมัน 100 % คือเขาขายขวด 100 ขวด กลับมาผลิตใหม่ 100 ขวด ทั้งมาในรูปขวดมาล้างใช้ใหม่หรือทุบแล้วผลิต แต่ที่เมืองไทยขวดหาย เพราะใช้แล้วทิ้งไปเลย แต่ในยุโรปเขามีสถานีที่ทิ้งขวดแล้วได้เงินกลับมา เป็นการเอาไปทิ้งเองซึ่งเป็นจิตสำนึกของเขา หรือไม่ก็มีคนเอาไปทิ้งให้แล้วได้เงินกลับมา แล้วสถานีแบบนี้มีทุกซุปเปอร์มาร์เก็ต จึงง่ายที่เอาขวดกลับมาใช้ แตกต่างจากเมืองไทย ” ศิลปรัตน์ ขยายความว่า ที่เมืองไทย ทุกโรงงานก็พยายามหาขวดเก่ากลับมาทำเป็นเศษแก้วให้มากที่สุด เฉพาะบีจีซี ใช้เศษแก้วผลิตขวดแก้ววันละ 4 พันตันสำหรับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/04/bgiglass-glass-packaging/">ทิ้งขวดแก้ว ทำไมต้องแยกขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เพราะขวดแก้วขายได้  แต่จะหาขวดเก่าก็ต้องมีคนไปหาตามกองขยะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตต่างๆ แตกต่างจากเยอรมนี แยกขวดตั้งแต่ที่บ้านโดยแยกใส่ถุง หากไม่เอาไปที่สเตชั่นทิ้งขวดที่มีมากมาย ก็จะเก็บไว้รอใส่รถขยะรีไซเคิล ทำให้ง่ายในการนำกลับมาใช้</span></h4>
<p><span id="more-2725"></span><br />
<strong>ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยว่า ‘บีจีซี’ มีการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับแนวหน้าของโลก เพื่อเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมสีเขียว</p>
<p><strong><em>“ต้นน้ำส่วนหนึ่งจะต้องมีส่วนผสมของเราเป็นเศษแก้ว 60-70% แต่ที่เยอรมัน 100 % คือเขาขายขวด 100 ขวด กลับมาผลิตใหม่ 100 ขวด ทั้งมาในรูปขวดมาล้างใช้ใหม่หรือทุบแล้วผลิต แต่ที่เมืองไทยขวดหาย เพราะใช้แล้วทิ้งไปเลย แต่ในยุโรปเขามีสถานีที่ทิ้งขวดแล้วได้เงินกลับมา เป็นการเอาไปทิ้งเองซึ่งเป็นจิตสำนึกของเขา หรือไม่ก็มีคนเอาไปทิ้งให้แล้วได้เงินกลับมา แล้วสถานีแบบนี้มีทุกซุปเปอร์มาร์เก็ต จึงง่ายที่เอาขวดกลับมาใช้ แตกต่างจากเมืองไทย ”</em></strong></p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">ศิลปรัตน์ ขยายความว่า ที่เมืองไทย ทุกโรงงานก็พยายามหาขวดเก่ากลับมาทำเป็นเศษแก้วให้มากที่สุด เฉพาะบีจีซี ใช้เศษแก้วผลิตขวดแก้ววันละ 4 พันตันสำหรับ 4 โรงงาน  ต้องนำเข้าเศษแก้วขวดจากเมียนมาร์และสปป.ลาว เพื่อนำมารีไซเคิลผลิตขวด จริงๆแล้วขวดเก่าทุกขวดขายได้ เศษแก้ว มี 3 สีที่ BGC รับซื้อคือ สีชา 3.60 บาทต่อกิโล สีขาว 3.20 บาทต่อกิโล สีเขียวราคาพอๆ กับสีขาว</span></h5>
<p>ทั้งนี้ ซาเล้งเก็บ ขายในให้เลเวล 2 ก่อนส่งให้เลเวล 1 เช่นวงษ์วาณิชย์ หรือทวีทรัพย์ ซึ่งจะเลือก มาส่งให้ทุกโรงงานซึ่งจะต้องทุบเป็นเศษแก้วให้ได้ขนาดที่เหมาะสม เพราะหากชิ้นใหญ่เกินไปก็จะใช้พลังงานมากขึ้น โดยเศษแก้วมี 2 แบบคือ เศษแก้วคัดแล้ว เศษแก้วยังไม่ได้คัด เศษแก้วมีอย่างอื่นปน 5-10%</p>
<p><strong>คงจะเป็นการกล่าวไม่ผิดนัก หากจะบอกว่า ถ้าหากมีการแยกขยะจากครัวเรือน แม้กระทั่งแยกขวดแก้วออกมาต่างหาก ล้วนแต่มีผลดีต่อสิ่งแวด ทั้งในกระบวนการรีไซเคิล หรือรียูส และการเป็นขยะคุณภาพในการทำปุ๋ยอินทรีย์ต่อไป</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/04/bgiglass-glass-packaging/">ทิ้งขวดแก้ว ทำไมต้องแยกขยะ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
