<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ขวดPET &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94pet/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Jan 2026 15:49:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ขวดPET &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 15:46:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[PCR Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycling]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดนี้ไม่ใช้...เราขอนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39630</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&#38;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น &#8216;เสื้อพนักงาน S&#38;P ปี 2568&#8217; ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&#38;P และร้าน S&#38;P 10 จุดขาย จากนั้นบริษัทฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;<strong>ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกของ S&amp;P ที่​ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากลูกค้าและพนักงาน ในการ​ปรับพฤติกรรมด้านการแยกขยะ รณรงค์เก็บขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค (PCR PET) เพื่อนำกลับเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าได้อีกครั้ง</p>
<p><span id="more-39630"></span></p>
<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> นำโดย <strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สานต่อ<strong>โครงการด้านสิ่งแวดล้อม &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; </strong>ภายใต้โครงการ &#8216;แยกขยะให้ถูกถัง ปลูกฝังจิตสำนึก&#8217; เพื่อรณรงค์และปรับพฤติกรรมการแยกขยะแก่พนักงาน นำขยะแต่ละประเภทไปกำจัดอย่างถูกวิธี</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39632 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552352.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; รวบรวมและส่งต่อขวดพลาสติกใสหลังการบริโภค เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแปลงเป็น <strong>&#8216;เสื้อพนักงาน S&amp;P ปี 2568&#8217;</strong> ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><strong>โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217;</strong> เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อรณรงค์ลูกค้าและพนักงานเก็บขวดน้ำดื่มใช้แล้วหลังการบริโภค สำหรับส่งต่อไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดปัญหาขยะพลาสติก จากสำนักงาน โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตเบเกอรี่ S&amp;P และร้าน S&amp;P 10 จุดขาย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552351.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>จากนั้นบริษัทฯ ได้ขยายจุดรับขวดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีจุดรับขวดของโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 104 จุดขาย โดยส่งต่อขวดแก่โครงการ Youเทิร์น by GC พันธมิตรด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน S&amp;P ส่งต่อขวดพลาสติกแล้วทั้งสิ้น 13,160 กิโลกรัม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 13,410 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ถึง 1,504 ต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552353.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับปี 2568 ขวดพลาสติกที่บริษัทฯ ส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล สามารถผลิตเป็น <strong>&#8216;</strong><strong>เสื้อพนักงาน</strong><strong>S&amp;P Upcycling </strong><strong>ปี </strong><strong>2568&#8242;</strong> เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการแยกขยะ ที่สามารถสร้างคุณค่าเป็นของชิ้นใหม่จากการหมุนเวียนทรัพยากรไม่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดปัญหาโลกร้อน ตลอดจนเป็นการสร้างความภูมิใจแก่พนักงานด้วย</p>
<p><em>เอส แอนด์ พี ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อีกทั้งยังขอเป็นส่วนหนึ่งร่วมผลักดันให้เกิดการแยกขยะอย่างเป็นระบบ ลดขยะให้เป็นศูนย์ เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/1552350.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sandp-reduce-plastic-waste-project/">S&#038;P ส่งต่อขวดพลาสติกหลังการบริโภค โครงการ &#8216;ขวดนี้ไม่ใช้&#8230;เราขอนะ&#8217; มุ่งลดปัญหาขยะพลาสติก สร้างคุณค่าเป็น &#8216;เสื้อพนักงานS&#038;P ปี 2568&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 คำถาม เบื้องหลังเปิดตัว ‘น้ำดื่มสิงห์ ขวดใส’ ผู้นำทำไมมาช้า ทำไมต้อง​นำร่องด้วย 1.5 ลิตร ทำไมต้องโลตัส พร้อมลุ้นเฟสใหม่ ไซส์ไหนเตรียมเข้าวินต่อ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/behind-singha-drinking-water-launch-cleary-bottle/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Feb 2024 12:17:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Label Free]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[Singha]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Drinking Water]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Label Free]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดPET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดใส]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดน้ำดิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่มสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่มสิงห์ ขวดใส]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พรรณทิพย์ ลีตะชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แยก แลก ลุ้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23971</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดตัวมาสักระยะแล้ว สำหรับ ‘น้ำดื่มสิงห์ ขวดใส’​ ที่ไม่มีพลาสติกติดอยู่ข้างขวดเหมือนที่ผ่านมา และแม้ว่า​จะไม่ใช่รายแรกของตลาด แต่ในฐานะผู้นำตลาดน้ำดื่มที่ครองส่วนแบ่งมากกว่า 20% ในตลาดมูลค่า​กว่า 3.8 หมื่นล้านบาท การขยับของน้ำดื่มสิงห์ใน​แต่ละครั้งย่อมมีเบื้องหลังและวิธีคิดที่​น่าสนใจอย่างแน่นอน หลายคนอาจมีคำถามว่าทำไมสิงห์เพิ่งเริ่มขยับ ทำไมต้องนำร่องที่ไซส์ 1.5 ลิตร ทำไมเลือกขายในโลตัสก่อน ไซส์อื่นๆ จะเป็นขวดใส​เมื่อไหร่ คุณพรรณทิพย์ ลีตะชีวะ ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดแบรนด์น็อนแอลกอฮอล์ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ได้ให้รายละเอียดต่างๆ ไว้ดังต่อไปนี้ 1. ทำไมต้องนำร่องด้วยไซส์ 1.5 ลิตร    การนำร่องทำตลาดขวดใสครั้งแรกด้วยไซส์ 1.5 ลิตรนั้น เนื่องจากเป็นขนาดที่ขายดีที่สุดของตลาดน้ำดื่ม ทั้งจาก​ปริมาณสัดส่วนราว 40% ​ของ​ภาพรวมตลาด โดยที่สิงห์มีแชร์ในไซส์นี้ถึงเกือบครึ่งตลาดที่ 49% ขณะที่ในพอร์ตโฟลิโอของสิงห์เองมีสัดส่วนมากถึง 55% ดังนั้น การนำร่องด้วย SKU ที่มีสัดส่วนจำนวนมากจะทำให้สิงห์สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้​มากที่สุดเมื่อเทียบกับการเลือกนำร่องด้วยบรรจุภัณฑ์ขนาดอื่นๆ FYI 1 : สัดส่วนยอดขายในตลาดน้ำดื่ม แบ่งตามขนาดบรรจุภัณฑ์​ &#8211;  อันดับ 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/behind-singha-drinking-water-launch-cleary-bottle/">10 คำถาม เบื้องหลังเปิดตัว ‘น้ำดื่มสิงห์ ขวดใส’ ผู้นำทำไมมาช้า ทำไมต้อง​นำร่องด้วย 1.5 ลิตร ทำไมต้องโลตัส พร้อมลุ้นเฟสใหม่ ไซส์ไหนเตรียมเข้าวินต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดตัวมาสักระยะแล้ว สำหรับ ‘<strong>น้ำดื่มสิงห์ ขวดใส</strong><strong>’</strong><strong>​ </strong>ที่ไม่มีพลาสติกติดอยู่ข้างขวดเหมือนที่ผ่านมา และแม้ว่า​จะไม่ใช่รายแรกของตลาด แต่ในฐานะผู้นำตลาดน้ำดื่มที่ครองส่วนแบ่งมากกว่า 20% ในตลาดมูลค่า​กว่า 3.8 หมื่นล้านบาท การขยับของน้ำดื่มสิงห์ใน​แต่ละครั้งย่อมมีเบื้องหลังและวิธีคิดที่​น่าสนใจอย่างแน่นอน</p>
<p><span id="more-23971"></span></p>
<p>หลายคนอาจมีคำถามว่าทำไมสิงห์เพิ่งเริ่มขยับ ทำไมต้องนำร่องที่ไซส์ 1.5 ลิตร ทำไมเลือกขายในโลตัสก่อน ไซส์อื่นๆ จะเป็นขวดใส​เมื่อไหร่ <strong>คุณพรรณทิพย์ ลีตะชีวะ</strong> ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาดแบรนด์น็อนแอลกอฮอล์ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ได้ให้รายละเอียดต่างๆ ไว้ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. ทำไมต้องนำร่องด้วยไซส์ 1.5 ลิตร   </strong></p>
<p>การนำร่องทำตลาดขวดใสครั้งแรกด้วยไซส์ 1.5 ลิตรนั้น เนื่องจากเป็นขนาดที่ขายดีที่สุดของตลาดน้ำดื่ม ทั้งจาก​ปริมาณสัดส่วนราว 40% ​ของ​ภาพรวมตลาด โดยที่สิงห์มีแชร์ในไซส์นี้ถึงเกือบครึ่งตลาดที่ 49% ขณะที่ในพอร์ตโฟลิโอของสิงห์เองมีสัดส่วนมากถึง 55% ดังนั้น การนำร่องด้วย SKU ที่มีสัดส่วนจำนวนมากจะทำให้สิงห์สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้​มากที่สุดเมื่อเทียบกับการเลือกนำร่องด้วยบรรจุภัณฑ์ขนาดอื่นๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/3-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>FYI 1 :</strong> สัดส่วนยอดขายในตลาดน้ำดื่ม แบ่งตามขนาดบรรจุภัณฑ์​</p>
<p>&#8211;  อันดับ 1 ขนาด 1.5 ลิตร สัดส่วน 40% ​สิงห์มีแชร์ในบรรจุภัณฑ์​​นี้ 49%  (สัดส่วนในพอร์ตโฟลิโอของตัวเอง 55%)</p>
<p>​- อันดับ 2 ขนาด 600 มิลลิลิตร สัดส่วน 40% สิงห์มีแชร์ในบรรจุภัณฑ์นี้ 41% (สัดส่วนในพอร์ตโฟลิโอของตัวเอง 36%)</p>
<p>&#8211; อันดับ 3 ขนาด 750 มิลลิลิตร  โดยสิงห์มีสัดส่วนยอดขาย​ขนาดบรรจุนี้ในพอรตโฟลิโอของตัวเอง 6%  ที่เหลือเป็น ขนาด 330 มิลลิลิตร และขนาด 6 ลิตร รวมกัน</p>
<p><strong>FYI 2 : </strong>ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคในตลาดน้ำดื่มให้ความสำคัญกับเรื่องของ Value for Money ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่มีปริมาณบรรจุมาก ขายได้ดีกว่าไซส์เล็ก (​ขนาด 750 มล. เป็นขนาดลิมิเต็ดที่ไม่ได้มีขายในทุกช่องทาง ขณะที่ขนาด 1.5 ลิตร และ 600 มล. มีจำหน่ายในทุกช่องทาง จึงทำให้สัดส่วน 750 มล. ไม่ได้สูงมากนัก)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23975 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/5-1.jpg" alt="" width="660" height="660" /></p>
<p><strong>2. ทำไมต้องขายแบบเป็นแพ็ก 6 ขวด </strong></p>
<p>น้ำดื่มสิงห์​ต้องการปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะที่ให้แสดงข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วนและ &#8216;ชัดเจน&#8217; ดังนั้น ขวดไซส์ 1.5 ลิตร จึงเป็นขวดที่มีขนาดใหญ่มากพอที่จะใส่ข้อมูลสำคัญตามกำหนดของ อย. ได้​ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตราสินค้า ชื่อผลิตภัณฑ์ ปริมาตร เลขที่ อย. และที่อยู่ผู้ผลิต ซึ่งได้พิมพ์แบบปั๊มนูนไว้บนขวดแต่ละขวด รวมทั้งยังได้พิมพ์ข้อมูลทั้งหมดไว้บนฉลากแพ็กเกจ​ด้านนอกที่ห่อสินค้าไว้อีกช้ันหนึ่ง เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าการมองจากขวดใสๆ และเป็นเหตุผลให้น้ำดื่มสิงห์ขวดใสยังไม่เริ่มจำหน่ายแบบปลีก แต่หากในอนาคตข้อกฏหมายในเรื่องเหล่านี้ชัดเจนมากขึ้น ทางสิงห์ก็พร้อมที่จะจำหน่ายแบบแยกขวด หรือมีการพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเกี่ยวกับฉลากบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาใช้ได้ในอนาคต</p>
<p><strong>3. ทำไมต้องเริ่มขายผ่านโลตัส​ </strong></p>
<p>เป็นเหตุผลที่ต่อเนื่องมาจากเรื่องความชัดเจนของข้อกฏหมายที่ต้องการให้ฉลากสามารถแสดงรายละเอียดได้อย่างชัดเจน และน้ำดื่มสิงห์ตัดสินใจที่จะเลือกขายแบบแพ็ก ดังนั้น ช่องทางจำหน่ายที่ตอบโจทย์ที่สุดในการนำร่องคือ โลตัส  เพราะลูกค้านิยมเข้าไปซื้อสินค้าเครื่องใช้จำเป็นต่างๆเพื่อเก็บไว้ใช้ในครัวเรือน และมักซื้อแบบยกแพ็ก มากกว่าช่องทางอื่นๆ รวมทั้งยังมีสาขากระจายไปทั่วทั้งประเทศ และมี Store Format ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมทั้งสาขาใหญ่ และสาขาเล็กอย่าง Go Fresh ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มครอบครัวได้แบบใกล้ชิด ประกอบกับเป็นพันธมิตรที่มีเป้าหมายขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทิศทางเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="669" /></p>
<p><strong>4. ขวดแบบใส ช่วยลดพลาสติกได้มากแค่ไหน </strong></p>
<p>น้ำดื่มสิงห์ ได้เปลี่ยนเครื่องจักรในโรงงานวังน้อย อยุธยา เพื่อรองรับ​การผลิตขวดแบบใสโดยเฉพาะ โดยคาดว่า <em><strong>ในช่วงนำร่องนี้จะสามารถลดปริมาณพลาสติกลงได้มากกว่า 16 ตันต่อปี คิดเป็น​ระยะทางรวมกันกว่า 7 แสนกิโลเมตร หรือเทียบเท่าได้กับการเดินทางรอบโลก​</strong></em> ซึ่งหากในอนาคต มีการเพิ่ม SKU ไปยังบรรจุภัณฑ์ขนาดอื่นๆ รวมทั้งเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ก็จะช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้อีกในปริมาณมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>5. ไม่มีฉลาก ต้นทุนการผลิตลดลงหรือไม่ </strong></p>
<p>แม้ว่าขวดแบบใสจะไม่มีฉลากพลาสติก​ข้างขวด แต่ต้นทุนการผลิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะต้องเพิ่มการพิมพ์ที่แพ็กเกจด้านนอกแทน ประกอบกับต้องมีการลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อรองรับการพิมพ์ขวดแบบปั๊มนูน จากเดิมที่เป็นโมแบบขวดเรียบ ทำให้ต้องมีต้นทุนในส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาด้วย <em><strong>การเปลี่ยนมาเป็นขวดใส จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน แต่ต้องการเพิ่ม Positive Impact ต่อสิ่งแวดล้อมทั้งการลดปริมาณพลาสติกลง รวมทั้งการนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น</strong> </em>แม้ว่าสิงห์จะใช้ฉลากพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้อย่าง OPP แต่ในระบบรีไซเคิลยังมีโรงงานทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ทั้ง 100% ที่จะมีเทคโนโลยีรองรับ การผลิต​ขวดแบบใสจึงสามารถนำเข้าสู่ระบบการรีไซเคิลได้ง่ายกว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตพลาสติกรีไซเคิลรายเล็กหรือรายใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/x-Lotus2.jpg" alt="" width="1200" height="858" /></p>
<p><strong>6. แผนขยายตลาดขวดใส </strong></p>
<p>การขยายตลาดขวดแบบใส จะเริ่มชัดเจนหลังความชัดเจนที่มากขึ้นของข้อกฏหมาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และหลังจากนั้นทางน้ำดื่มสิงห์จะขยายช่องทางจำหน่ายขวดแบบใส ทั้งในลักษณะของการแยกขายเป็นขวด หรือเพิ่มขนาดบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ที่​จะนำมาทำเป็นแบบขวดใสเพิ่มเติม ซึ่ง​​จะพิจารณาจากขนาดที่มีนัยสำคัญที่เปลี่ยนแล้วช่วยลดพลาสติก ดังนั้น <em><strong>หากพิจารณาจากสัดส่วนของตลาดและพอร์ตโฟลิโอแล้ว ไซส์ที่น้ำดื่มสิงห์จะทำเป็นขวดใสต่อไปคือ ขนาด 600 มิลลิลิตร </strong></em>นั่นเอง</p>
<p><strong>7. แผนขยายกำลังผลิตขวดใส </strong></p>
<p>ปัจจุบันโรงงานวังน้อย ที่อยุธยา เป็นฐานสำคัญเพียงแห่งเดียวที่รองรับ​การผลิตขวดแบบใส โดย​ <em><strong>น้ำดื่มสิงห์มีแผนขยายไลน์การผลิตขวดแบบใสเพิ่มเติมให้ครบทั้ง 5 แห่ง ภายในปี 2025 โดยอีก 4 โรงงาน ประกอบด้วย สิงห์บุรี มหาสารคาม เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี</strong> </em>นอกจากนี้ยังมีแผนลทุนเพิ่มเติมภายในโรงงานอีก 1 แห่ง เพื่อขยายกำลังการผลิตน้ำดื่มโดยรวมให้รองรับการเติบโตของตลาด ที่เริ่มกลับมาฟื้นตัว และสามารถเติบโตได้เทียบเท่ากับช่วงก่อนโควิดได้แล้ว ขณะที่ <em><strong>สิงห์ตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ 7% หรือเพิ่มยอดขายได้อีก 100 ล้านลิตร รวมทั้งขยายมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 20.5%</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="665" /></p>
<p><strong>8. น้ำดื่มสิงห์ขยับช้ากว่าคู่แข่งหรือไม่ </strong></p>
<p>แม้ว่าสิงห์จะไม่ใช่รายแรกของตลาดในการทำขวดแบบใส แต่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนมาโดยตลอด ​ในฐานะ​ผู้นำตลาด เมื่อลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนแล้วจะช่วยสร้างอิมแพ็คในการลดพลาสติกลงได้จำนวนมาก ​​ที่ผ่านมาสิงห์ให้ความสำคัญในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมา​ต่อเนื่อง ทั้งการเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ของตลาดน้ำดื่มที่เลิกใช้พลาสติกปิดบริเวณฝาขวด (Cap Seal) ซึ่งช่วยลดปริมาณพลาสติกลงได้จำนวนมาก รวมทั้ง​การเลือกใช้วัสดุ PET1 มาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ เพื่อสามารถรีไซเคิลได้ 100% รวมทั้งสนับสนุนการใช้น้ำดื่มขวดแก้ว เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยสิงห์มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างคุ้มค่า และการนำวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตมาต่อยอดเพื่อลดการสร้าง​ขยะ และเปลี่ยนให้เกิดเป็นคุณค่าใหม่เพิ่มขึ้น เช่น การนำกากมอลต์มาทำเป็นแผ่นสำหรับใช้วางสินค้าในการขนส่งต่างๆ เป็นต้น</p>
<p><strong>9. น้ำดื่มสิงห์จะใช้ rPET เมื่อไหร่ </strong></p>
<p>ที่ผ่านมาสิงห์ใช้ rPET มานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้นำมาผลิตเป็นขวดน้ำดื่ม โดยที่ผ่านมา ได้นำเส้นใยจากพลาสติกรีไซเคิลมาผลิตเป็นลัง หรือพาเลทที่ใช้ในโรงงาน รวมทั้งนำมาเป็นของพรีเมียมต่างๆ ของบริษัท นอกจากนี้ ยังได้เข้าไปสนับสนุนแบรนด์ไทยอย่าง Reroute และ PIPATCHARA  เพื่อมีส่วน Educated ตลาดและผู้บริโภคให้เห็นความสำคัญในการแยกขยะ และการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่</p>
<p><em><strong>ส่วนการนำ rPET มาใช้เป็นขวดน้ำดื่ม อยู่ระหว่างกำลังศึกษาผลกระทบและการตอบรับของผู้บริโภค เนื่องจากเพิ่งผ่านข้อกฏหมายมาได้ไม่นาน และบริษัทต้องการให้มีความพร้อมในทุกด้าน </strong><strong>ท้ังความพร้อมของซัพพลายเออร์ กระบวนการผลิต ​ต้นทุน รวมทั้งการรักษามาตรฐานของน้ำดื่มในระดับสูงสุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า เนื่องจากการปรับเปลี่ยนจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งห่วงโซ่ ​</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23974 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/pack2_0.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>10. เมื่อไม่มีฉลากจะ​เสียโอกาสทางการตลาดหรือไม่ </strong></p>
<p>เนื่องจาก ฉลากข้างขวด เป็นทั้งพื้นที่ในการสร้าง Branding เป็นหนึ่งในเครื่องมือทำตลาด หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ของแบรนด์ หรือการทำ Social Campaign ร่วมกับพันธมิตร เช่น โครงการตามหาเด็กหายร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งปัจจุบันฉลากยังมีอยู่ในผลิตภัณฑ์บาง SKU ประกอบกับยังมีบรรจุภัณฑ์ที่ห่อหุ้มแพ็กด้านนอก ซึ่งสามารถนำมาทดแทนได้ ประกอบกับทางสิงห์เองยังมีช่องทางในการสื่อสาร หรือทำการตลาดในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทางสิงห์ยอมปรับเปลี่ยนเพราะมองเห็นความสำคัญในการ​​ขับเคลื่อนความยั่งยืนที่ต้องบาลานซ์ไปกับการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน</p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วง​เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ ขวดใสรักษ์โลก รีไซเคิลได้ 100% น้ำดื่มสิงห์ ยังได้ร่วมมือกับทางโลตัส​ เพื่อจัดแคมเปญ <strong>“แยก แลก ลุ้น”</strong> ปลุกพลังผู้บริโภค​​ร่วมกันจุดพลุเพื่อการรับรู้และสร้างการมีส่วนร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม​ โดย 1. แยก : เมื่อน้ำดื่มสิงห์ ขวดใสรักษ์โลก ครบ 3 แพ็ก จะได้รับถุง Recycle Bag สำหรับแยกขวด PET เพื่อนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วมาคืนทุกวันอาทิตย์สิ้นเดือนที่โลตัส 30 สาขาที่ร่วมโครงการ 2.แลก : ผู้บริโภคสามารถร่วมสนุกเพื่อต่อยอดการรักษ์โลก โดยขวด PET ทุกขวดที่เก็บกลับมา สามารถนำไปแลกของรางวัล เช่น กระเป๋าผ้า แก้วน้ำ Tumbler หรือลุ้นรับ เสื้อยืดลายน้ำดื่มสิงห์ และ 3.ลุ้น : ทุกยอดการซื้อ ยังมีสิทธิ์ลุ้น เสื้อผ้าคอลเลกชัน “Singha Drinking Water X Reroute” และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ผ่านแอปพลิเคชัน Lotus’s SMART Apps</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/behind-singha-drinking-water-launch-cleary-bottle/">10 คำถาม เบื้องหลังเปิดตัว ‘น้ำดื่มสิงห์ ขวดใส’ ผู้นำทำไมมาช้า ทำไมต้อง​นำร่องด้วย 1.5 ลิตร ทำไมต้องโลตัส พร้อมลุ้นเฟสใหม่ ไซส์ไหนเตรียมเข้าวินต่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อินโดรามา”รายงาน 10 ปีบนเส้นทางความยั่งยืนรีไซเคิลขวดPETเพิ่มขึ้น100%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/10/_ivl-10-year-sustainability-report-journey/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Oct 2021 00:33:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดPET]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไอวีแอล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10137</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไอวีแอลฉลองทศวรรษบนเป้าหมายความยั่งยืน ตัวเลขรีไซเคิล PET ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 100 เท่าตัว จาก 3,576 ตันต่อปีในปี 2554 เป็นกว่า 330,000 ตันต่อปีเมื่อไตรมาสสอง ปี 2564 พร้อมเพิ่มการรีไซเคิลให้ได้ 50,000 ล้านขวดภายในปี 2568 บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือไอวีแอล บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เผยแพร่รายงานความยั่งยืนฉบับที่ 10 พร้อมวีดีโอเฉลิมฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายอันท้าทายด้านการรีไซเคิล PET และการลดคาร์บอน ไอวีแอลยังเดินหน้าขับเคลื่อนการขจัดปัญหาขยะพลาสติกและมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในทศวรรษข้างหน้า นับตั้งแต่รายงานความยั่งยืนฉบับแรกในปี 2554 ไอวีแอลได้พัฒนาโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านแกนหลัก 3Ps คือ การพัฒนาคนและชุมชน (People) การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Planet) และการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน (Prosperity) โดยเมื่อเทียบกับข้อมูลฐานตั้งต้นปี 2556 ไอวีแอลสามารถลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 10 ลดอัตราการใช้พลังงานลงร้อยละ 4 ลดอัตราการใช้น้ำลงร้อยละ 7 และของเสียทั้งหมดได้รับการจัดการแทนการฝังกลบเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48 เป็นร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/_ivl-10-year-sustainability-report-journey/">“อินโดรามา”รายงาน 10 ปีบนเส้นทางความยั่งยืนรีไซเคิลขวดPETเพิ่มขึ้น100%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ไอวีแอลฉลองทศวรรษบนเป้าหมายความยั่งยืน ตัวเลขรีไซเคิล PET ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 100 เท่าตัว จาก 3,576 ตันต่อปีในปี 2554 เป็นกว่า 330,000 ตันต่อปีเมื่อไตรมาสสอง ปี 2564 พร้อมเพิ่มการรีไซเคิลให้ได้ 50,000 ล้านขวดภายในปี 2568</span></h4>
<p><span id="more-10137"></span><br />
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือไอวีแอล บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เผยแพร่รายงานความยั่งยืนฉบับที่ 10 พร้อมวีดีโอเฉลิมฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายอันท้าทายด้านการรีไซเคิล PET และการลดคาร์บอน ไอวีแอลยังเดินหน้าขับเคลื่อนการขจัดปัญหาขยะพลาสติกและมุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในทศวรรษข้างหน้า</p>
<p>นับตั้งแต่รายงานความยั่งยืนฉบับแรกในปี 2554 ไอวีแอลได้พัฒนาโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านแกนหลัก 3Ps คือ การพัฒนาคนและชุมชน (People) การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Planet) และการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน (Prosperity) โดยเมื่อเทียบกับข้อมูลฐานตั้งต้นปี 2556 ไอวีแอลสามารถลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 10 ลดอัตราการใช้พลังงานลงร้อยละ 4 ลดอัตราการใช้น้ำลงร้อยละ 7 และของเสียทั้งหมดได้รับการจัดการแทนการฝังกลบเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48 เป็นร้อยละ 84 ในปี 2563 นอกจากนี้ กำลังการรีไซเคิล PET ของไอวีแอลทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 100 เท่าตัว จาก 3,576 ตันต่อปีในปี 2554 ซึ่งเป็นปีแรกที่ไอวีแอลเข้าสู่ธุรกิจรีไซเคิล PET เป็นกว่า 330,000 ตันต่อปีเมื่อไตรมาสที่สอง ปี 2564</p>
<p>ตลอดหนึ่งทศวรรษ ไอวีแอลได้นำมาตรฐานสากลมาปรับใช้ในการจัดทำรายงานความยั่งยืนโดยสมัครใจ เพื่อเพิ่มประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ความพยายามดังกล่าวส่งผลให้ไอวีแอลได้รับการยอมรับจากหน่วยงานจัดอันดับด้านความยั่งยืนต่างๆ ระดับโลก อาทิ ดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI) และดัชนี MSCI (Morgan Stanley Capital International)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10138 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/10/2-7.jpg" alt="" width="484" height="367" /></p>
<p>รายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุดยังนำเสนอกรณีศึกษาทางธุรกิจและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะกิจอย่างโควิด-19 อีกด้วย ทั้งนี้ ในปี 2559 ไอวีแอลเป็นบริษัทไทยรายแรกที่ได้จัดทำรายงานความยั่งยืนฉบับย่อเพิ่มเติมจากฉบับเต็ม เรียกว่ารายงานความยั่งยืน บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ในปีนี้ ไอวีแอลได้พัฒนารายงานความยั่งยืนโดยจัดทำในรูปแบบ Interactive ซึ่งสามารถเปิดวีดีโอต่างๆ และเชื่อมโยงไปยังบทความอื่นๆ ได้โดยง่าย และในฐานะบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจใน 33 ประเทศ ไอวีแอลได้จัดทำรายงานใน 15 ภาษาอีกด้วย<br />
เฉพาะในปี 2563 ไอวีแอลสามารถรีไซเคิลขวด PET ได้ประมาณ 10,100 ล้านขวดและยังคงเดินหน้าตามเป้าหมายที่จะเพิ่มการรีไซเคิลให้ได้ 50,000 ล้านขวดภายในปี 2568 ด้วยฐานการผลิตทั่วโลกและการเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET และ PET รีไซเคิลรรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ไอวีแอลสามารถยกระดับการดำเนินงานตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ โดยในปี 2563 ไอวีแอลลงทุนในโรงงานรีไซเคิลเพิ่มอีก 3 แห่ง และเข้าซื้อกิจการรีไซเคิลของบริษัท CarbonLite ในรัฐเท็กซัสเมื่อไม่นานมานี้</p>
<p>ยาช โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า “หนึ่งในความท้าทายอันใหญ่หลวงที่โลกกำลังเผชิญทุกวันนี้คือการจัดการขยะพลาสติกอย่างไม่ถูกต้อง ไอวีแอลจึงต้องการยุติปัญหาขยะพลาสติก PET ด้วยการรีไซเคิล เราเริ่มต้นธุรกิจรีไซเคิลในปี 2554 และหนึ่งทศวรรษนับจากนั้นเราได้รีไซเคิลขวด PET ไปแล้วประมาณ 65,000 ล้านขวด การดำเนินงานในการรีไซเคิลของเราจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน และมีบทบาทสำคัญต่อเป้าหมายความยั่งยืนของเราในระยะยาว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/10/_ivl-10-year-sustainability-report-journey/">“อินโดรามา”รายงาน 10 ปีบนเส้นทางความยั่งยืนรีไซเคิลขวดPETเพิ่มขึ้น100%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“บางจาก”รวมพลัง”เอสซีจี-อินโดรามา”ผุดโครงการ”รักษ์ ปัน สุข” ใช้แนวคิด CE ลดขยะพลาสติก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/12/circular-economy-bangchak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Dec 2018 02:00:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดPET]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดรามา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4950</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิกฤตขยะในเมืองไทยเดินมาถึงจุดที่ทุกฝ่ายต้องมาผนึกกำลังกันทำงานเหมือนโครงการ ”รักษ์ ปัน สุข” ที่บางจาก-เอสซีจี-อินโดรามา ช่วยกันลดขยะพลาสติกจากขวด PETและแกลลอนน้ำมันที่ใช้แล้ว เพื่อเข้าสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมนุเวียน ( Circular Economy) สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ด้ &#160; จากข้อมูลกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมระบุว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทสไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละ 2 ล้านตัน แต่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เพียงปีละ 5 แสนตัน แนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาคือ ระบบเศรษฐกิจหมนุเวียน ( Circular Economy) ที่เน้นการใช้ทรัพยาการอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ใช้เท่าที่จำเป็นและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต จึงป็นที่มาของโครงการ “รักษ์ ปัน สุข “ เพื่อลดขยะพลาสติกโดย บางจาก ร่วมมือกับ 2 พันธมิตรคือ เอสซีจีและ อินโดรามา จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการฯ ว่า “เรื่องขยะเป็นรื่องใหญ่ที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำเองไม่ได้ และถือเป็นแนวโน้มของโลกที่เราจะต้องทำงานร่วมกัน ตามหลักปรัชญาหลักของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economyการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันเรื่องของขยะให้ลดลงได้มากพอสมควร” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/circular-economy-bangchak/">“บางจาก”รวมพลัง”เอสซีจี-อินโดรามา”ผุดโครงการ”รักษ์ ปัน สุข” ใช้แนวคิด CE ลดขยะพลาสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">วิกฤตขยะในเมืองไทยเดินมาถึงจุดที่ทุกฝ่ายต้องมาผนึกกำลังกันทำงานเหมือนโครงการ ”รักษ์ ปัน สุข” ที่บางจาก-เอสซีจี-อินโดรามา ช่วยกันลดขยะพลาสติกจากขวด PETและแกลลอนน้ำมันที่ใช้แล้ว เพื่อเข้าสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมนุเวียน ( Circular Economy) สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ด้</span></h4>
<p><span id="more-4950"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4951" aria-describedby="caption-attachment-4951" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4951" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/B-2.jpg" alt="" width="680" height="466" /><figcaption id="caption-attachment-4951" class="wp-caption-text">ผู้บริหารระดับสูงจาก 3 พันธมิตร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงในโครงการ &#8220;รักษ์ ปัน สุข&#8221; เพื่อนำขยะพลาสติกมารีไซเคิล</figcaption></figure>
<p>จากข้อมูลกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมระบุว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทสไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละ 2 ล้านตัน แต่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เพียงปีละ 5 แสนตัน แนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาคือ ระบบเศรษฐกิจหมนุเวียน ( Circular Economy) ที่เน้นการใช้ทรัพยาการอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ใช้เท่าที่จำเป็นและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต จึงป็นที่มาของ<strong>โครงการ “รักษ์ ปัน สุข “</strong> เพื่อลดขยะพลาสติกโดย <strong>บางจาก</strong> ร่วมมือกับ 2 พันธมิตรคือ<strong> เอสซีจีแ</strong>ละ <strong>อินโดรามา</strong> จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา</p>
<p><strong>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการฯ ว่า <em>“เรื่องขยะเป็นรื่องใหญ่ที่ใครคนใดคนหนึ่งจะทำเองไม่ได้ และถือเป็นแนวโน้มของโลกที่เราจะต้องทำงานร่วมกัน ตามหลักปรัชญาหลักของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economyการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยผลักดันเรื่องของขยะให้ลดลงได้มากพอสมควร”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4952" aria-describedby="caption-attachment-4952" style="width: 616px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4952" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/B-1.jpg" alt="" width="616" height="446" /><figcaption id="caption-attachment-4952" class="wp-caption-text">ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ความร่วมมือทั้ง 3 องค์กรนี้จะผ่านกระบวนการทางธุรกิจของทั้ง 3 บริษัท คือ</strong></p>
<p><strong>Greenovative Lube Packaging</strong> นวัตกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่บางจากฯและเอสซีจี ร่วมกันพัฒนาและนำมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยบางจากฯจะรวบรวมแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้แล้วจากสถานีบริการน้ำมันบางจากและศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น<strong> FURIO Care</strong> เพื่อนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกชนิดพิเศษที่พัฒนาสูตรโดยเอสซีจี โดยมีเป้าหมายช่วยลดขยะแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านใบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-4953 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/B-3.jpg" alt="" width="553" height="368" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้าน<strong> ศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ</strong> Vice President – Polyolefins and Vinyl Business ธุรกิจเคมีคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า<em> “ โครงการ Greenovative Lube Packaging ถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาโมเดลการจัดการบรรจุภัณฑ์แกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว นับเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มต่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่นอกจากจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในกระบวนการผลิตแล้วยังช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน โดยเอสซีจีได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเพอลิเมอร์หรือพลาสติกในการศึกษาและพัฒนาสูตรการทำเมล็ดพลาสติกชนิดพิเศษและวิธีการผลิตให้คงคุณสมบัติและประสิทธิภาพเทียบเท่าแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นตามมาตรฐานของบางจาก”</em></p>
<p>ส่วน<strong> บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด</strong> ผู้ผลิตขวด PET รายใหญ่ ได้ร่วมมือกับบางจาก โดยให้สถานีบริการน้ำมันบางจากเป็นจุดรวมขวดน้ำดื่ม PET นำไปจำหน่ายให้กับอินโดรามาฯเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเส้นใย เพื่อใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นเสื้อผ้า โดยมีเป้าหมายลดขยะพลาสติกขวด PET ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 10 ล้านขวด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-4954 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/B4.jpg" alt="" width="618" height="509" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>วิพิน กุมาร์</strong> รองประธานอาวุโส ด้านการตลาด ผลิตภัณฑ์ PET บริษัทอินโดรามาฯกล่าวว่า <em>“ ในฐานะที่อินโดรามาเป็นผู้ผลิตขวด PET เราตระหนักดีถึงภาระกิจที่จะต้องจัดเก็บผลิตภัณฑ์และนำมารีไวเคิลอย่างถูกต้อง ซึ่งPET เป็นพลาสติกที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100 % นำมาทำมาป็นเส้นใยเส้นด้ายเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และทางบริษัทหวังว่าในอนาคตรัฐบาลไทยจะอนุญาตให้นำเมล็ดพลาสติก PET รีไซเคิลมาใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม และหวังว่าความร่วมมือในโครงการนี้จะช่วยเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนถึงความจำเป็นของการรีไซเคิล และการคัดแยก จัดเก็บอย่างถูกวิธีเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน”</em></p>
<h4><span style="color: #993366;">ทังนี้ในระยะแรกของโครงการฯมีแผนจะทยอยเปิดจุดรวบรวมและรับบริจาคขวดน้ำดื่มPET และแกลลอนน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 100 แห่ง โดยรายได้จากโครงการจะนำไปมอบให้องค์กรสาธารณประโยชน์ต่อไป</span></h4>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/circular-economy-bangchak/">“บางจาก”รวมพลัง”เอสซีจี-อินโดรามา”ผุดโครงการ”รักษ์ ปัน สุข” ใช้แนวคิด CE ลดขยะพลาสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
