<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข้อมูล &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.6</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ข้อมูล &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Consumption]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[FoodLoss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWasteManagement]]></category>
		<category><![CDATA[info]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[SurplusFood]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[WorldFoodDay]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37472</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้ แหล่งกำเนิด สำคัญของ ขยะอาหาร ประกอบด้วย ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​ ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94% สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41% คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98% โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03% วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82% ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29% สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48% นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้</p>
<p><span id="more-37472"></span></p>
<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แหล่งกำเนิด</span> สำคัญของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขยะอาหาร</span> ประกอบด้วย</strong></p>
<ul>
<li>ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​</li>
<li>ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94%</li>
<li>สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41%</li>
<li>คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98%</li>
<li>โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03%</li>
<li>วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82%</li>
<li>ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29%</li>
<li>สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48%</li>
</ul>
<p><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ขาดฐานข้อมูลปริมาณขยะอาหารจากแต่ละภาคส่วน<br class="html-br" />2. การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (การบริโภค &#8211; การทิ้ง)<br class="html-br" />3. ไม่มีแนวปฏิบัติ ป้องกัน ลด และใช้ประโยชน์ขยะอาหารจากแหล่งกำเนิด<br class="html-br" />4. การบริจาคและส่งต่ออาหารส่วนเกินไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ<br class="html-br" />5. ขาดแรงจูงใจ เครื่องมือ กลไก ให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ขณะที่เทคโนโลยียังมีราคาแพง<br class="html-br" />6. ไม่มีระบบคัดแยกขยะ ขาดระบบการจัดเก็บ และรายงานข้อมูลขยะอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เส้นทางสู่ Zero Food Waste</strong></p>
<p>ประเทศไทย ได้มีการจัดทำโรดแม็พจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 &#8211; 2573) โดยวางเป้าหมายให้สอดคล้องกับ UN SDG Goals ในเป้าหมาย 12.3 ด้านการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Consumption &amp; Production) โดยโฟกัสมิติลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยได้กำหนด​แผนขับเคลื่อน ออกเป็น 2 ระยะ คือ</p>
<ul>
<li>ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2566-2570) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยลงกว่า 25% ในปี 2570</li>
<li>ระยะที่ 2 การขยายผลการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2571-2573) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยกว่า 50% ในปี 2573</li>
</ul>
<p>โดยในแต่ละปี ได้กำหนดมาตรการสำคัญ เพื่อสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ที่วางไว้ ไว้ดังนี้</p>
<p><br class="html-br" /><strong>ปี 2566</strong></p>
<ul>
<li>ป้องกัน ลด จัดการขยะอาหารในภาคผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ</li>
<li>ปรับพฤติกรรมผู้บริโภค แนวปฏิบัติผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ ลดขยะอาหาร</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2567</strong></p>
<ul>
<li>ผลักดันให้ประชาชนคัดแยกขยะอาหาร</li>
<li>ผลักดันระบบคัดแยก เก็บขนขยะแบบแยกประเภท</li>
<li>จัดระบบการจัดการขยะมูลฝอย ณ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2568</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนาระบบข้อมูลขยะอาหาร</li>
<li>พัฒนาแพลตฟอร์มเครือข่าย Networking</li>
<li>พัฒนารูปแบบ Business to Business Model</li>
<li>สร้างระบบ Food Waste Knowledge Hub</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2569-2570</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะอาหารสำหรับผู้ประกอบการและชุมชน</li>
<li>สร้างเครือข่ายการจัดการและใช้ประโยชน์ขยะอาหาร</li>
<li>สร้างกลไกแรงจูงใจด้านการเงินหรือภาษีผู้จำน่ายและผู้ประกอบการ</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2571-2573 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Goal</span></strong></p>
<ul>
<li>ประกาศ Zero Food Waste ณ แหล่งกำเนิด</li>
<li>เพิ่มเครือข่ายการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p>​<br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การบริโภคที่ยั่งยืน</span> เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งสามารถปลูกฝังได้ผ่านแนวทาง ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>บริโภคอย่างพอเพียงและมีสติ ซื้อเท่าที่จำเป็น</li>
<li>เข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใส ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ คุณค่าอาหาร</li>
<li>พฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ หนุนสินค้าท้องถิ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li>การมีส่วนร่วมของสังคม วัฒนธรรมแบ่งปัน Food Sharing/Food Bank</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BDI ชู &#8216;Envi Link&#8217; เชื่อมโยงบิ๊กดาต้าฝุ่น PM2.5 ดันเชียงใหม่เป็นต้นแบบจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/bdi-envi-link-environmental-management-platform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Oct 2025 10:45:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BDI]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Data Analytics]]></category>
		<category><![CDATA[data-driven decision]]></category>
		<category><![CDATA[Envi Link]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental Management System]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวกร บัวป้อง]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองอากาศสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวี่ ลิงก์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37252</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าพัฒนา &#8216;Envi Link&#8216; (เอ็นวี่ ลิงก์) แพลตฟอร์มข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ใช้เทคโนโลยี Big Data เชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 30 หน่วยงานทั่วประเทศ รวมมากกว่า 200 ชุดข้อมูล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ โดยมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบในการขับเคลื่อน “การจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยข้อมูล” เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนของเมืองในระยะยาว คุณศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายด้านมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่องมาหลายปี การมีระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงอย่าง Envi Link เข้ามาช่วยสนับสนุนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพราะทำให้จังหวัดมีข้อมูลเชิงลึกและแม่นยำมากขึ้นในการประเมินสถานการณ์ วางแผน และออกมาตรการได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการใช้แดชบอร์ดข้อมูล เพื่อให้ผู้บริหารสามารถติดตามสถานการณ์จริงในแต่ละพื้นที่ พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มและประเมินผลการดำเนินงานจากหลักฐานในเชิงข้อมูล (data-driven decision) ได้อย่างเป็นระบบ &#8220;ความร่วมมือระหว่างจังหวัดกับ BDI ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการนำเทคโนโลยีข้อมูลมาช่วยแก้ปัญหาฝุ่นควัน แต่ยังเป็นต้นแบบของ เมืองอากาศสะอาด ที่ภาครัฐ เอกชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/bdi-envi-link-environmental-management-platform/">BDI ชู &#8216;Envi Link&#8217; เชื่อมโยงบิ๊กดาต้าฝุ่น PM2.5 ดันเชียงใหม่เป็นต้นแบบจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) </strong>หรือ<strong> BDI</strong> ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าพัฒนา &#8216;<strong>Envi Link</strong>&#8216; (เอ็นวี่ ลิงก์) แพลตฟอร์มข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่ใช้เทคโนโลยี Big Data เชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลจากกว่า 30 หน่วยงานทั่วประเทศ รวมมากกว่า 200 ชุดข้อมูล เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อย่างเป็นระบบ โดยมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบในการขับเคลื่อน “การจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยข้อมูล” เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืนของเมืองในระยะยาว</p>
<p><span id="more-37252"></span></p>
<p><strong>คุณศิวกร บัวป้อง</strong> รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นพื้นที่ที่มีความท้าทายด้านมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ต่อเนื่องมาหลายปี การมีระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงอย่าง Envi Link เข้ามาช่วยสนับสนุนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เพราะทำให้จังหวัดมีข้อมูลเชิงลึกและแม่นยำมากขึ้นในการประเมินสถานการณ์ วางแผน และออกมาตรการได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการใช้แดชบอร์ดข้อมูล เพื่อให้ผู้บริหารสามารถติดตามสถานการณ์จริงในแต่ละพื้นที่ พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มและประเมินผลการดำเนินงานจากหลักฐานในเชิงข้อมูล (data-driven decision) ได้อย่างเป็นระบบ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37270 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Selected2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือระหว่างจังหวัดกับ BDI ในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการนำเทคโนโลยีข้อมูลมาช่วยแก้ปัญหาฝุ่นควัน แต่ยังเป็นต้นแบบของ <strong>เมืองอากาศสะอาด</strong> ที่ภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชนจะสามารถใช้ข้อมูลเดียวกันในการติดตามสถานการณ์และร่วมกันวางแผนป้องกันปัญหาได้อย่างมีส่วนร่วม ถือเป็นการยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงรุก ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจริงและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&#8221;</em></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล</strong> ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI กล่าวว่า BDI มุ่งมั่นใช้พลังของข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในทุกมิติ รวมถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นรากฐานของคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนของประเทศ การเชื่อมโยงข้อมูลกว่า 200 ชุดผ่านแพลตฟอร์ม Envi Link ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทั้งภาครัฐ นักวิจัย ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อให้เกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำและตรงจุด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37272 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Selected1.jpg" alt="" width="1200" height="862" /></p>
<p><em>&#8220;Envi Link เป็นแพลตฟอร์มการบูรณาการข้อมูลเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยรวบรวมข้อมูลจากหลายมิติ เช่น ค่าฝุ่น จุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ การขอใช้ไฟในระบบ Fire-D และสถานการณ์ผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศ รวมถึงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริหารและหน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่อัปเดตและเชื่อมโยงกันได้แบบเรียลไทม์ นำไปสู่การบริหารจัดการปัญหาได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที และได้รับการผลักดันต่อยอดให้เป็นแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลาง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตามความเห็นที่ประชุมคณะทำงานพัฒนาแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางเพื่อสนับสนุนมาตรการลดมลพิษทางอากาศ (ฝุ่นละออง PM2.5)&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ในอนาคต BDI มีแผนร่วมมือกับกลุ่มนักวิจัยในพื้นที่ขยายผลการใช้งานแพลตฟอร์ม Envi Link ไปยัง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อสร้างระบบข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกันในระดับภูมิภาค</strong> สนับสนุนการวางนโยบายเชิงพื้นที่ การบริหารจัดการไฟป่า และการลดปริมาณฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37273 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Selected3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการพัฒนาระบบบัญชีข้อมูลและต้นแบบการบูรณาการข้อมูลฝุ่น PM2.5 ได้รับการสนับสนุนจากทุนวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ภายใต้การจัดการของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีพันธมิตรหลัก ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.), สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) (สวพส.), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบบัญชีข้อมูลสิ่งแวดล้อม (Environmental Data Catalog) ที่สามารถรวบรวม จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเป็นระบบและโปร่งใส เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางในการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</p>
<p>แพลตฟอร์ม Envi Link ยังให้บริการแดชบอร์ดข้อมูลวิเคราะห์มากกว่า 15 รูปแบบ อาทิ แดชบอร์ดตัวชี้วัดการจัดการปัญหาฝุ่นรายจังหวัด ที่รวบรวมข้อมูลจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ จำนวนวันค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน และสถานการณ์ผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศ เพื่อใช้ติดตามผลและประเมินมาตรการของภาครัฐ แดชบอร์ดเปรียบเทียบพื้นที่ขอใช้ไฟผ่านระบบ Fire-D กับพื้นที่เผาไหม้จริง เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตใช้ไฟกับพื้นที่ที่เกิดการเผาไหม้จริงในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงแดชบอร์ดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ที่รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น RGUARD, DustBoy, Air4Thai, DPM Alert และ Check Dust เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิดและเข้าใจข้อมูลในเชิงพื้นที่มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37274 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Selected5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนั้น BDI ยังเตรียมต่อยอดการวิเคราะห์ข้อมูลจาก Envi Link เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและนโยบายในมิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การติดตามพื้นที่เผาไหม้ตามชนิดพืชเศรษฐกิจจากภาพถ่ายดาวเทียม การแนะนำพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการปรับเปลี่ยนพืชในพื้นที่ให้ลดการเผาและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นด้วยข้อมูลภูมิสารสนเทศ นำไปสู่นโยบายการลดเผาที่ยั่งยืน</p>
<p><em>“การดำเนินงานในจังหวัดเชียงใหม่จึงไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการข้อมูลสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อน “Smart Environment” ภายใต้นโยบายเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบนโยบาย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืนในทุกมิติ”</em> ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/bdi-envi-link-environmental-management-platform/">BDI ชู &#8216;Envi Link&#8217; เชื่อมโยงบิ๊กดาต้าฝุ่น PM2.5 ดันเชียงใหม่เป็นต้นแบบจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KITCARBON ผนึก TGO เชื่อม​อีโคซิสเต็มภาคก่อสร้างไทยสู่​สังคมคาร์บอนต่ำ เร่งเครื่อง Net Zero ด้วย Green Data</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/kitcarbon-hands-tgo-use-data-driven-toward-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 02:47:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[A49]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Pricing]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[Data-Driven Toward Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[Green Data]]></category>
		<category><![CDATA[Green Process]]></category>
		<category><![CDATA[Green Products]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth Talks : Data-Driven Toward Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[KITCARBON]]></category>
		<category><![CDATA[MTEC]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability as a possibility]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[คิด ก่อน สร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณรงค์วิทย์ อารีมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นงนุช  พูลสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[นพพร กีรติบรรหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รองเพชร บุญช่วยดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สุรชัย นิ่มละออ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29804</guid>

					<description><![CDATA[<p>“KITCARBON” แพลตฟอร์มประมวลผลการปล่อย CO2 สำหรับโครงการก่อสร้างรายแรกในไทย ที่มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีและเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมมือภาครัฐ ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและสถาบันวิจัย แชร์ความรู้ในหัวข้อ “Data&#8211;Driven Toward Net Zero” ดึงตัวช่วยสุดล้ำบนแพลตฟอร์ม KITCARBON ชูแนวคิด​ &#8216;คิด ก่อน สร้าง&#8216; พร้อมผนึก TGO เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ Net Zero ด้วย Green Data เชื่อมต่อทุกภาคส่วนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ภายในงาน  KITCARBON Inclusive Green Growth Talks : Sustainability as a possibility, Data&#8211;Driven Toward Net Zero  ​คุณสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน กล่าวเปิดงานพร้อมเผยว่า SCG ในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง นอกจากเรื่องที่เราส่งมอบ Green Products [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/kitcarbon-hands-tgo-use-data-driven-toward-net-zero/">KITCARBON ผนึก TGO เชื่อม​อีโคซิสเต็มภาคก่อสร้างไทยสู่​สังคมคาร์บอนต่ำ เร่งเครื่อง Net Zero ด้วย Green Data</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“KITCARBON” </strong><strong>แพลตฟอร์มประมวลผลการปล่อย </strong><strong>CO<sub>2</sub> </strong><strong>สำหรับโครงการก่อสร้างรายแรกในไทย </strong><strong>ที่มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่จะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีและเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><span id="more-29804"></span></p>
<p><strong>ร่วมมือภาครัฐ ผู้ออกแบบ ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและสถาบันวิจัย แชร์ความรู้ในหัวข้อ </strong><strong>“Data</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Driven Toward Net Zero” </strong><strong>ดึงตัวช่วยสุดล้ำบนแพลตฟอร์ม </strong><strong>KITCARBON </strong><strong>ชูแนวคิด​ </strong><strong>&#8216;</strong><strong>คิด ก่อน สร้าง</strong><strong>&#8216; </strong><strong>พร้อมผนึก </strong><strong>TGO </strong><strong>เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ด้วย </strong><strong>Green Data </strong><strong>เชื่อมต่อทุกภาคส่วนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ </strong><strong>ภายในงาน  </strong><strong>KITCARBON Inclusive Green Growth Talks : Sustainability as a possibility, Data</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Driven Toward Net Zero </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29811 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2-คุณสุรชัย-นิ่มละออ-กรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจ-SCG-Green-Solution.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​คุณสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน </strong>กล่าวเปิดงานพร้อมเผยว่า <strong>SCG </strong>ในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง นอกจากเรื่องที่เราส่งมอบ Green Products เรายังใช้เทคโนโลยี Digital เพื่อให้ทุกการก่อสร้างของลูกค้าของเราเป็นอาคารคาร์บอนต่ำผ่านแพลตฟอร์ม <strong>KITCARBON</strong> ที่จะช่วยประเมินคาร์บอนในโครงการก่อสร้างก่อนก่อสร้างจริง ซึ่งได้รับการสนับสนุนข้อมูลฉลากคาร์บอนจาก<strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (</strong><strong>TGO</strong><strong>)</strong> นับเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะสามารถทำให้แพลตฟอร์ม <strong>KITCARBON</strong> มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทย ซึ่งสอดคล้องกับ NET ZERO Roadmap ของประเทศไทย เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29812 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/3-คุณรองเพชร-บุญช่วยดี-รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานได้รับเกียรติจาก <strong>คุณรองเพชร บุญช่วยดี รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (</strong><strong>TGO)</strong> ร่วมแชร์ความรู้ในหัวข้อ “Sustainability as a possibility” ถึงทิศทางภาคธุรกิจไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน พร้อมเผยถึงกลไกที่เป็น Carbon Pricing ในการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทั่วโลกนิยมใช้หลักๆ คือ Emission Trading Scheme (ETS) และภาษีคาร์บอน ซึ่งนับว่าเป็นสองวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาต่อการใช้เทคโนโลยีที่สะอาดในประเทศได้</p>
<p>ทั้งนี้ ช่วงเสวนาในหัวข้อ “<strong>Inclusive Green Growth Talks: Data-Driven Toward Net Zero</strong>” ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 ท่านมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29810 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/5-คุณนพพร-กีรติบรรหาร-Chief-Marketing-Officer-บริษัท-ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง-จำกัด-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย <strong>คุณนพพร กีรติบรรหาร </strong><strong>Chief Marketing Officer </strong><strong>บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด</strong> เผยว่า การลดคาร์บอนนั้นต้องคำนึงถึงทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ</p>
<p><strong>1</strong><strong>) </strong><strong>Green Process </strong>เน้นการลดคาร์บอนตั้งแต่กระบวนการผลิต ลดการใช้พลังงานถ่านหิน แล้วหันมาใช้เชื้อเพลิงทดแทน รวมถึงลดการใช้ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิตซีเมนต์ในประเทศแทน</p>
<p><strong>2</strong><strong>) </strong><strong>Green Products</strong>  มีการพัฒนาปูนคาร์บอนต่ำเจเนอเรชัน 2 โดยตั้งเป้าสัดส่วนการขายปูนคาร์บอนต่ำทดแทนปูนเดิมที่ 90% ภายในปีนี้ และผลักดันให้มีการใช้สินค้า SCG Green Choice มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสินค้า 318 รายการ ที่ได้รับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และมีแผนที่จะขอจดเพิ่มอีก 210 รายการในปีนี้</p>
<p><strong>3</strong><strong>) </strong><strong>Green Solutions</strong> เน้นการพัฒนานวัตกรรมก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีการพิมพ์คอนกรีต 3 มิติ (3D Printing) ที่ช่วยลดเศษวัสดุเหลือใช้หน้างานได้ถึง 70% และแพลตฟอร์มประเมินคาร์บอนงานก่อสร้าง หรือ KITCARBON ที่ใช้เทคโนโลยี Digital &amp; BIM เข้ามาช่วยคำนวน Embodied Carbon ของโครงการ ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบกระบวนการก่อสร้างและการเลือกใช้วัสดุ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29805 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/6-ดร.ณรงค์วิทย์-อารีมิตร-Executive-Director-A49.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ณรงค์วิทย์ อารีมิตร </strong><strong>Executive Director </strong><strong>บริษัท สถาปนิก </strong><strong>49</strong><strong> จำกัด (</strong><strong>A</strong><strong>49) </strong><strong>and Regional Manager A</strong><strong>49 ขอนแก่น</strong> ในฐานะสถาปนิกและผู้ออกแบบ กล่าวว่า ทางบริษัทจัดตั้งแผนก Sustainability มา 20 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ หากจะทำให้ครบทั้งกระบวนการต้องอาศัยการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) บริษัทจึงจัดตั้งแผนกใหม่ชื่อ Integrated Research เพื่อบูรณาการความยั่งยืน ข้อมูล และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในการออกแบบเพื่อความยั่งยืนคือ วิธีคิดไม่ว่าจะเป็น <strong>Build Less</strong> สร้างให้น้อยลง เพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น <strong>Build Light</strong> ลดเศษวัสดุในการก่อสร้าง ใช้วัสดุที่นำมารีไซเคิลได้ <strong>Build Low Carbon</strong> ใช้วัสดุที่มีอยู่ โดยที่ไม่ได้เติมวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่ม เป็นอีกหนึ่งวิธีคิดในการออกแบบเพื่อทำให้เกิดคาร์บอนต่ำ และ <strong>Build for The Future</strong> ออกแบบเพื่อเน้นการลด Operational Carbon เช่น การออกแบบเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในอนาคต เป็นต้น ทั้งนี้การลดคาร์บอนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ ดังนั้นเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณ Embodied Carbon และ Operational Carbon จึงสำคัญมากในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29806 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/7-ดร.ทศพร-ศรีเอี่ยม-ผู้อำนวยการสถาบัน-BIM.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ทศพร ศรีเอี่ยม ผู้อำนวยการสถาบันแบบจำลองสารสนเทศอาคาร วิศวกรรมสถานแห่</strong><strong>ง</strong><strong>ประเทศไทยฯ และคณะทำงานคาร์บอนนิวทัลลิตี้ สภาวิศวกร</strong> กล่าวว่า สภาวิศวกรมีหน้าที่ในการจัดทำมาตรฐานการใช้แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (Building Information Modeling Standard) ให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล พร้อมเผยแพร่ให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการก่อสร้างให้มีความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านจากยุค Analog สู่ยุค Digital นอกจากนี้ ทางสภาฯ ยังพร้อมด้วยวิศวกร จำนวน 200,000 คน และสถาปนิก จำนวน 50,000 คน เพื่อสนับสนุนองค์กรต่างๆ ในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29807 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/8-ดร.นงนุช-พูลสวัสดิ์-ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย-สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศ-เพื่อการพัฒนา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.นงนุช  พูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (</strong><strong>MTEC)</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันทุกอย่างมุ่งสู่ Net Zero ทั่วโลกมีการออกมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมมากถึง 18,000 มาตรการ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 16% ยังไม่รวมถึงความต้องการด้านฉลากคาร์บอนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นทางสถาบันฯ จึงมีหน้าที่ที่จะสนับสนุนข้อมูลให้ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่บางครั้งแม้ว่าเราจะมีฐานข้อมูลของไทยเอง แต่ผู้ประกอบการมักจะเจอปัญหาเวลาจดทะเบียนในต่างประเทศ เพราะใช้ฐานข้อมูลที่ต่างกัน ดังนั้นการพัฒนาฐานข้อมูลให้สอดคล้องกับบริบทหรือธุรกิจแต่ละประเภทนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29808 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/9-Panel-Discussion.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ดังนั้น การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำของอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้นจำเป็นต้องวางแผนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ  เริ่มตั้งแต่วิธีคิด การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การขนส่ง จนถึงการก่อสร้าง ซึ่ง <strong>KITCARBON</strong> ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ตอบโจทย์และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลวัสดุก่อสร้าง สามารถคำนวน Embodied Carbon ของวัสดุแต่ละชนิด ลดต้นทุนโดยรวมและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1-KIT-CARBON-INCLUSIVE-GREEN-GROWTH-TALKS.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/kitcarbon-hands-tgo-use-data-driven-toward-net-zero/">KITCARBON ผนึก TGO เชื่อม​อีโคซิสเต็มภาคก่อสร้างไทยสู่​สังคมคาร์บอนต่ำ เร่งเครื่อง Net Zero ด้วย Green Data</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ปารีส 2024&#8217;  เป้าหมายภัยคุกคามทางไซเบอร์ Fortinet ชี้การโจมตีจาก Dark Web ในฝรั่งเศสที่เชื่อมโยงกับโอลิมปิกพุ่ง 80-90%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/dark-web-significant-spike-in-threats-targeting-paris-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Jul 2024 11:25:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Attack]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Crime]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Security]]></category>
		<category><![CDATA[Dark Web]]></category>
		<category><![CDATA[Darknet]]></category>
		<category><![CDATA[Olympic]]></category>
		<category><![CDATA[Paris 2024]]></category>
		<category><![CDATA[กีฬาโอลิมปิก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยทางไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปารีส 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอร์ติเน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิชชิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มัลแวร์]]></category>
		<category><![CDATA[โจรกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27712</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานจาก ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ระบุว่า อาชญากรไซเบอร์จากเว็บมืด (Dark Web) เตรียมพร้อมโจมตีแล้ว โดยอาศัยเข้าถึงเหยื่อจากความเชื่อมโยงหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิก​ ปารีส 2024 (PARIS 2024)  โดยในช่วงเวลาที่มีมหกรรมการแข่งขันกีฬาครั้งสำคัญเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก ซูเปอร์โบวล์ หรือวิมเบิลดัน ซึ่งแต่ละมหกรรมต่างก็สามารถดึงดูดผู้ชมได้เป็นจำนวนนับล้านๆ ไปจนถึงนับพันล้านให้เข้ามาเฝ้าชมการแข่งขันได้ ซึ่งที่ผ่านมา Big Matches ต่างๆ เช่น การยิงจุดโทษของอาร์เจนตินาที่มีชัยชนะเหนือฝรั่งเศสในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์มีผู้ชมทั่วโลกถึง 1.5 พันล้านคน หรือในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 ถือเป็นการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดของทั้งหมด ดูจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 ที่สามารถดึงดูดผู้ชมทั่วโลกได้มากกว่า 3 พันล้านคน ขณะเดียวกัน มหกรรมกีฬาเหล่านี้ก็เป็นที่ตั้งตารอของ​เหล่าอาชญากรไซเบอร์ด้วยเช่นกัน โดยช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ในมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากจำนวน 212 ล้านครั้ง ในช่วงการแข่งโอลิมปิกลอนดอน 2012 ที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นกว่า 4.4 พันล้านครั้ง ในกีฬาโอลิมปิก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/dark-web-significant-spike-in-threats-targeting-paris-2024/">&#8216;ปารีส 2024&#8217;  เป้าหมายภัยคุกคามทางไซเบอร์ Fortinet ชี้การโจมตีจาก Dark Web ในฝรั่งเศสที่เชื่อมโยงกับโอลิมปิกพุ่ง 80-90%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานจาก <strong>ฟอร์ติเน็ต (Fortinet)</strong> ระบุว่า อาชญากรไซเบอร์จากเว็บมืด (Dark Web) เตรียมพร้อมโจมตีแล้ว โดยอาศัยเข้าถึงเหยื่อจากความเชื่อมโยงหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิก​ <strong>ปารีส 2024 (PARIS 2024) </strong></p>
<p><span id="more-27712"></span></p>
<p>โดยในช่วงเวลาที่มีมหกรรมการแข่งขันกีฬาครั้งสำคัญเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอลโลก ซูเปอร์โบวล์ หรือวิมเบิลดัน ซึ่งแต่ละมหกรรมต่างก็สามารถดึงดูดผู้ชมได้เป็นจำนวนนับล้านๆ ไปจนถึงนับพันล้านให้เข้ามาเฝ้าชมการแข่งขันได้</p>
<p>ซึ่งที่ผ่านมา Big Matches ต่างๆ เช่น การยิงจุดโทษของอาร์เจนตินาที่มีชัยชนะเหนือฝรั่งเศสในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์มีผู้ชมทั่วโลกถึง 1.5 พันล้านคน หรือในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส 2024 ถือเป็นการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดของทั้งหมด ดูจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 ที่สามารถดึงดูดผู้ชมทั่วโลกได้มากกว่า 3 พันล้านคน</p>
<p>ขณะเดียวกัน มหกรรมกีฬาเหล่านี้ก็เป็นที่ตั้งตารอของ​เหล่าอาชญากรไซเบอร์ด้วยเช่นกัน โดยช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ในมหกรรมกีฬาใหญ่ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากจำนวน 212 ล้านครั้ง ในช่วงการแข่งโอลิมปิกลอนดอน 2012 ที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นกว่า 4.4 พันล้านครั้ง ในกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020</p>
<p>เป้าประสงค์ส่วนใหญ่ในการโจมตี มักมีแ​รงจูงใจด้านการเงินโดยตรง เช่น การหลอกลวง (Scams) การฉ้อโกงทางดิจิทัล (Digital Fraud) หรือการได้มาซึ่งข้อมูลที่สำคัญจากผู้เข้าร่วมงาน ผู้ชม และผู้ที่เป็นสปอนเซอร์ภายในงาน และด้วยความที่กำลังตื่นเต้นกับการแข่งขัน ทำให้แฟนๆ กีฬาทั้งหลายมักมองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งจากการซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน จองที่พัก หรือซื้อของที่ระลึก ​​ทำให้พลาดพลั้งตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีของอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ได้</p>
<p>หรือบางส่วนที่ถูกล่อลวงจากเว็บอันตราย สำหรับผู้ที่อยากดูการแข่งขันในบางรายการโดยเฉพาะ จากการนำเสนอช่องทางเข้าชมฟรี ​​(Free Access) ก่อนจะพบว่าอุปกรณ์โดนแฮคและข้อมูลถูกขโมย</p>
<p>มหกรรมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่นี้ ​​ยังดึงดูดความสนใจจากสื่อได้ทั่วโลก ทำให้กลุ่มอาชญากรที่มีเป้าหมายทางการเมืองเลือกสื่อสารข้อความที่ต้องการป่าวประกาศ ไปยัง​กลุ่มคนขนาดใหญ่ ผ่านการโจมตีหรือขัดขวางการทำงานของเว็บไซต์หลักๆ หรือทำให้บริการสำคัญต่างๆ หยุดทำงาน</p>
<p><strong>ปารีส </strong><strong>2024 เป้าหมายหลัก</strong><strong>ของ</strong><strong>ผู้ก่อภัยคุกคาม</strong></p>
<p><b>​</b>FortiGuard Labs ทำการวิเคราะห์ โดยอิง​ข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองภัยคุกคาม <a href="https://www.fortinet.com/products/fortirecon" target="_blank" rel="noopener">FortiRecon</a> ระบุว่า โอลิมปิกปีนี้ได้กลายเป็นเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์ที่ทวีจำนวนเพิ่มขึ้นตลอดช่วงเวลามากกว่าหนึ่งปี ด้วยการใช้ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะและการวิเคราะห์โดยเฉพาะ รายงานนี้ให้มุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการโจมตีตามที่มีการวางแผน เช่น การละเมิดความปลอดภัยของบุคคลที่สาม การขโมยข้อมูล การทำฟิชชิ่ง และการใช้มัลแวร์ ตลอดจนถึงแรนซัมแวร์  (ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มของ FortiGuard Labs ได้ <a href="https://www.fortinet.com/resources/reports/fortirecon-threat-intelligence-report-summer-olympics" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a>)</p>
<p><strong>FortiGuard Labs</strong> สังเกตเห็นการเพิ่มขึ้น​อย่างมาก ของทรัพยากรที่ถูกรวบรวมในช่วงการเตรียมการแข่งขันโอลิมปิกปารีส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่พุ่งเป้าไปยังผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนของฝรั่งเศส และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของฝรั่งเศส</p>
<p>เห็นได้ชัดเจนว่า<em><strong> ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2023 ​จะเห็นการเพิ่มขึ้นกว่า 80-90% ของกิจกรรมในดาร์กเน็ต (Darknet) หรือด้านมืดของอินเตอร์เน็ต ​พุ่งเป้าไปยังประเทศฝรั่งเศส​ และยังคงเห็นอัตรา​การเพิ่มขึ้นย่างสม่ำเสมอตลอดครึ่งหลังของปี 2023 มาจนถึงครึ่งแรกของปี 2024 ​</strong></em>ซึ่งความถี่และความซับซ้อนของภัยคุกคามเหล่านี้เป็นหลักฐานแสดงถึงการวางแผน และการดำเนินการของอาชญากรไซเบอร์ โดยมีดาร์กเว็บเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Cyber-Crime-Growth.png" alt="" width="1200" height="725" /></p>
<p><strong>การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล​​ และ Phishing กำลังเติบโต</strong></p>
<p>เหตุการณ์ที่มีการบันทึกไว้ ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของเครื่องมือและบริการต่างๆ ระดับแอดวานซ์ ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การละเมิดข้อมูลทำได้เร็วขึ้น ไปจนถึงการรวบรวมข้อมูลที่ใช้ระบุตัวบุคคล (Personally Identifiable Information หรือ PII) ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-นามสุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขประจำตัวประชาชน อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ของบ้านที่อยู่อาศัย และอื่นๆ</p>
<p>เช่น เราได้เห็นการขายฐานข้อมูลของชาวฝรั่งเศส ที่รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ รวมทั้งการขายข้อมูลรับรอง (Credentials) ที่ถูกขโมยและการเชื่อมต่อ VPN ที่ถูกละเมิดเพื่อให้การเข้าสู่ไพรเวทเน็ตเวิร์กโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นไปได้</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังได้เห็นการโฆษณาชุดเครื่องมือในการทำฟิชชิ่งที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น รวมถึงเครื่องมือสำหรับการโจมตีที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อการแข่งขันโอลิมปิกที่ปารีสโดยเฉพาะ รวมถึงรายการผสม หรือ Combo Lists (ชุดของชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกละเมิด ซึ่งใช้ในการโจมตีแบบ Brute-Force หรือการโจมตีแบบลองผิดลองถูกโดยอัตโนมัติ) ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลของพลเมืองชาวฝรั่งเศส</p>
<p><strong>กิจกรรมของ Hacktivist เพิ่มสูงขึ้น</strong></p>
<p>เนื่องจากรัสเซียและเบลารุสไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้  ทำให้ได้เห็นกิจกรรม Hacktivist หรือ​นักเคลื่อนไหวทางการเมืองบนโลกอินเตอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยกลุ่มที่สนับสนุนรัสเซีย เช่น กลุ่ม LulzSec กลุ่ม NoName057 (16) กลุ่ม Cyber Army Russia Reborn กลุ่ม Cyber Dragon และกลุ่ม Dragonforce ต่างแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ทุกกลุ่มกำลังมุ่งเป้าไปที่การแข่งขันโอลิมปิก</p>
<p><strong>ระวังฟิชชิ่งและลิงก์ที่มีเจตนาหลอกลวง</strong></p>
<p><strong>&#8211; Phishing  </strong>หรือชุดเครื่องมือฟิชชิ่ง​ อาจเป็นรูปแบบการโจมตีที่ง่ายที่สุด เพื่อเป็น​ตัวช่วยในการส่งมอบ User Interface ให้กับนักโจมตีมือใหม่ให้สามารถเขียนอีเมลที่น่าเชื่อถือ เสริมเติมโค้ดที่อันตรายเพื่อสร้างโดเมนฟิชชิ่ง และจัดหารายชื่อเหยื่อ การเพิ่มบริการที่ใช้ AI ในการสร้างข้อความ​อัตโนมัติ และช่วยขจัดข้อผิดพลาดในการสะกดคำ การใช้ไวยากรณ์ และกราฟิกที่จะทำให้ผู้รับสามารถตรวจจับว่าอีเมลนั้นมีอันตราย</p>
<p>ทีม FortiGuard Labs ยังบันทึกจำนวนโดเมนแบบ typosquatting หรือชื่อโดเมนจดทะเบียนเกี่ยวกับโอลิปิกที่มีการสะกดผิดเป็นจำนวนมากที่สามารถนำมาใช้ในแคมเปญการทำฟิชชิ่ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในตัวสะกดของคำต่างๆ เช่น (oympics[.]com, olmpics[.]com, olimpics[.]com และอื่นๆ) ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ถูกนำมาใช้ร่วมกับเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อเลียนแบบเว็บไซต์ขายบัตรเข้าชมการแข่งขันอย่างเป็นทางการที่จะพาผู้ซื้อไปสู่ขั้นตอนการจ่ายเงิน โดยที่บัตรเข้าชมก็ไม่ได้แถมยังสูญเงินอีกต่างหาก ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรโอลิมปิก หน่วยงานด้านความสงบเรียบร้อย French Gendarmerie Nationale ได้ระบุ  <a href="https://www.francetvinfo.fr/les-jeux-olympiques/paris-2024/info-franceinfo-paris-2024-338-sites-internet-frauduleux-de-revente-de-billets-recenses-a-quelques-semaines-du-debut-de-la-competition_6543401.html" target="_blank" rel="noopener">เว็บไซต์หลอกลวง 338 แห่ง</a> ที่อ้างว่าขายบัตรเข้าชมการแข่งขันโอลิมปิก จากข้อมูล 51 เว็บไซต์ได้ถูกปิดไปแล้ว และอีก 140 แห่งได้รับคำเตือนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานด้านกฎหมาย</p>
<p>นอกจากนี้ ยัง​ตรวจพบการหลอกลวง (Scams) ในเกมจับล็อตเตอรี่หลายรายการที่ใช้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมาเป็นธีม โดยหลายแห่งเลียนแบบหรือปลอมแปลงเป็นแบรนด์ใหญ่ต่างๆ รวมถึง Coca-Cola Microsoft Google ตลอดจนหน่วยงานล็อตเตอรี่แห่งชาติตุรกี และกระทั่งเวิลด์แบงก์ โดยเป้าหมายหลักของการหลอกลวงล็อตเตอรี่เหล่านี้คือ ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสโลวาเกีย</p>
<p>รวมไปถึงบริการเขียนโค้ด เพื่อ​สร้างเว็บไซต์ฟิชชิ่งและระบบที่ใช้ควบคุมและติดตามกิจกรรมฟิชชิ่งแบบเรียลไทม์ที่เพิ่มมากขึ้น และบริการส่งข้อความสั้น (SMS) จำนวนมาก เพื่อ​​สื่อสารในวงกว้าง และบริการปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์ บริการทั้งหมดเหล่านี้ให้ความช่วยเหลือในการโจมตีแบบฟิชชิ่ง ช่วยแพร่กระจายข้อมูลเท็จ และทำให้การสื่อสารล้มเหลวด้วยการสวมรอยเป็นแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและความปลอดภัยของการแข่งขัน</p>
<p><strong>&#8211; Malware </strong>หรือ มัลแวร์ขโมยข้อมูล ซึ่งออกแบบมาเพื่อแฝงเข้ามาในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ของเหยื่อ แล้วเก็บรวบรวมข้อมูล​สำคัญ เช่น ​การล็อคเข้าสู่ระบบ รายละเอียดบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ​โดยผู้โจมตีจะใช้มัลแวร์ขโมยข้อมูลในหลากหลายรูปแบบเพื่อติดตั้งมัลแวร์ลงในระบบของผู้ใช้และเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้โจมตีและโบรกเกอร์ที่ขายช่องทางเข้าการถึงระบบเบื้องต้น (Initial Access) สามารถใช้ข้อมูลเพื่อเปิดการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายและการสูญเสียทางการเงินอย่างมากต่อทั้งบุคคลและองค์กร</p>
<p>ตามข้อมูล​บ่งชี้ว่า<strong> Raccoon</strong> คือมัลแวร์ขโมยข้อมูลที่กำลังมีการใช้งานมากที่สุดในฝรั่งเศส คิดเป็น 59% ของการตรวจพบทั้งหมด ทั้งนี้ Raccoon เป็น Malware-as-a-Service (MaaS) ที่มีประสิทธิภาพและมีราคาถูกที่มีการขายบนฟอรัมเว็บมืด (Dark Web Forum) ตัวมัลแวร์ขโมยรหัสผ่านที่กรอกโดยอัตโนมัติ (Autofill) บนเบราว์เซอร์ ประวัติการใช้งาน คุกกี้ ข้อมูลบัตรเครดิต ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน กระเป๋าเงินสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) และข้อมูลสำคัญอื่นๆ รองลงมาคือ<strong> Lumma</strong> (อีกหนึ่งบริการ MaaS แบบสมัครสมาชิก) ที่ 21% และ <strong>Vidar</strong> ที่ 9%</p>
<p><strong>นักท่องเที่ยว-องค์กร ต้องเฝ้าระวังความปลอดภัย</strong></p>
<p>จากข้อมูลสรุปได้ว่า การแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 คือเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งดึงดูดความสนใจจากอาชญากรไซเบอร์ นักเคลื่อนไหวทางไซเบอร์ รวมถึงผู้กระทำการที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยอาชญากรไซเบอร์ใช้กลโกงฟิชชิ่งและการหลอกลวง โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ที่อาจไม่ระมัดระวังหรือไม่ตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์</p>
<p>แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรเข้าชมปลอม สินค้าหลอกลวง และกลยุทธ์การขโมยข้อมูลส่วนบุคคลคือภัยคุกคามต่อการสูญเสียทางด้านการเงินและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับงาน นอกจากนี้ เนื่องจากจุดยืนทางการเมืองและอิทธิพลระหว่างประเทศของฝรั่งเศส การแข่งขันโอลิมปิก ปารีส 2024 จึงเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับกลุ่มที่มีแรงจูงใจทางการเมือง</p>
<p>โดยคาดว่ากลุ่มแฮกติวิสต์จะมุ่งให้ความสำคัญไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิกปารีส เพื่อขัดขวางการจัดงาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ช่องทางสื่อ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อขัดขวางความคืบหน้าของการดำเนินงาน ทำลายความน่าเชื่อถือและขยายข้อความของพวกเขาไปยังเวทีโลก</p>
<p>ทั้งนี้ องค์กรและบุคคลที่เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องตระหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ​​รวมทั้ง​ระมัดระวังการดักจับสัญญาณ Wi-Fi สาธารณะและกิจกรรมฉ้อโกงที่เชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิก รวมถึงเว็บไซต์อันตรายและการหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง รวมทั้งแนวโน้ม​​​การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นต่อบุคคลสำคัญ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาล ผู้บริหารระดับสูง และผู้มีอำนาจตัดสินใจที่สำคัญ และควรมีการใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม ​จึงควรติดตั้งระบบป้องกันอุปกรณ์ปลายทาง หรือ EDR บนอุปกรณ์ทั้งหมด ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายสาธารณะ และใช้บริการ <strong>SASE</strong> (Secure Access Service Edge) หรือระบบเครือข่ายรักษาความปลอดภัยผ่านคลาวด์ โดยการเข้ารหัสในการรับส่งข้อมูลเพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ขณะที่แนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กร เพื่อป้องกัน​จากการโจมตีทางไซเบอร์ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; ปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อน</strong> ใช้เครื่องมือประสานงานด้านความปลอดภัย การทำงานอัตโนมัติ และการตอบสนอง เพื่อตรวจจับและตอบสนองต่อกิจกรรมที่ผิดปกติอย่างรวดเร็ว รักษาการสำรองข้อมูลสำคัญที่เข้ารหัสไว้อย่างปลอดภัยแบบออฟไลน์ เพื่อลดผลกระทบจากการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์</p>
<p><strong>&#8211; เฝ้าระวังพื้นผิวการโจมตีภายนอก</strong> ตรวจสอบและประเมินพื้นผิวการโจมตีภายนอกของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีอย่างต่อเนื่อง เพื่อระบุจุดอ่อนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (เยี่ยมชม <a href="https://www.fortinet.com/products/fortirecon" target="_blank" rel="noopener">Fortinet DRP</a> โดย​ FortiRecon)</p>
<p><strong>&#8211; บังคับใช้การยืนยันตัวตนแบบ </strong><strong>Multi-factor </strong><strong>และใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง</strong> นำการยืนยันตัวตนหลายปัจจัยมาใช้กับระบบทั้งหมดและบังคับใช้นโยบายรหัสผ่านที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการเฝ้าระวังและ​ตรวจสอบดาร์กเน็ตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ขององค์กรที่อาจถูกขโมย นำไปขาย หรือเผยแพร่ การทำเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถดำเนินการป้องกันในเชิงรุก</p>
<p><strong>&#8211; การป้องกันอุปกรณ์ปลายทางของผู้ใช้</strong> ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์บนอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อตรวจจับและบรรเทาความพยายามในการฟิชชิ่งและการติดมัลแวร์ อัปเดตซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันจุดอ่อนที่รู้จักและไม่รู้จัก</p>
<p><strong>&#8211; ใช้ Patch Management</strong> รักษาซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการให้ทันสมัยโดยการติดตั้งแพตช์ด้านความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว ให้ความสำคัญกับจุดอ่อนที่วิกฤติซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลหรือการโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ</p>
<p><strong>&#8211; การป้องกัน </strong><strong>DDoS</strong> ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้วยโซลูชันป้องกัน DDoS แบบหลายชั้น รวมถึงไฟร์วอลล์ VPN และตัวกรองสแปม ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลในเครือข่ายเพื่อหาความผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงการโจมตีแบบ DDoS และดำเนินการป้องกันล่วงหน้า</p>
<p><strong>&#8211; ป้องกันการโดนโจมตีด้วยแรนซัมแวร์</strong> ด้วยการใช้มาตรการเชิงรุก เช่น การอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำ การสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์ที่ปลอดภัย และการให้ความรู้แก่ผู้ใช้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์แรนซัมแวร์ ใช้ข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามเพื่อตรวจสอบกิจกรรมในดาร์กเน็ตสำหรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นและการรั่วไหลของข้อมูล</p>
<p><strong>&#8211; การป้องกันการเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาต</strong> ติดตั้งไฟร์วอลล์แอปพลิเคชันเว็บเพื่อกรองและบล็อกการรับส่งข้อมูลที่เป็นอันตราย ป้องกันการเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตและความพยายามในการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/dark-web-significant-spike-in-threats-targeting-paris-2024/">&#8216;ปารีส 2024&#8217;  เป้าหมายภัยคุกคามทางไซเบอร์ Fortinet ชี้การโจมตีจาก Dark Web ในฝรั่งเศสที่เชื่อมโยงกับโอลิมปิกพุ่ง 80-90%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022 ตอกย้ำผู้นำ Agri Tech เบื้องหลังความสำเร็จ “ครัวโลก”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/axons-won-asian-technology-excellence-awards-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Sep 2022 07:17:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Asian Technology Excellence Awards]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS- AgriTech]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS-Trace]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS-VRegist]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Visitor Registration]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สรรเสริญ สมัยสุต]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แอ๊กซอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14424</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอ๊กซอน (AXONS) สร้างปรากฏการณ์ด้านเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร (Agri Tech) คว้า 3 รางวัลชนะเลิศจากเวทีระดับภูมิภาค “Asian Technology Excellence Awards 2022” ครอบคลุมเทคโนโลยี Mobile ในด้านอุตสาหกรรมเกษตร (Agriculture) เทคโนโลยี Enterprise Software สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Conglomerates) และเทคโนโลยี Blockchain สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก (Retail) ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ห่วงโซ่การผลิตอาหารของไทยประสบความสำเร็จ ก้าวสู่การเป็น“ครัวของโลก” ได้อย่างยั่งยืน นายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ แอ๊กซอน (AXONS) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างครบถ้วน ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน ถือเป็น Agri Tech Company ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารหลายแห่ง อาทิ “ซีพีเอฟ” ซึ่งมีห่วงโซ่การผลิตที่ใหญ่และยาวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “การได้รับรางวัล Asian Technology Excellence Awards ถึง 3 รางวัลในครั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/axons-won-asian-technology-excellence-awards-2022/">“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022 ตอกย้ำผู้นำ Agri Tech เบื้องหลังความสำเร็จ “ครัวโลก”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แอ๊กซอน (AXONS) สร้างปรากฏการณ์ด้านเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร (Agri Tech) คว้า 3 รางวัลชนะเลิศจากเวทีระดับภูมิภาค “Asian Technology Excellence Awards 2022”</p>
<p><span id="more-14424"></span></p>
<p>ครอบคลุมเทคโนโลยี Mobile ในด้านอุตสาหกรรมเกษตร (Agriculture) เทคโนโลยี Enterprise Software สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Conglomerates) และเทคโนโลยี Blockchain สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก (Retail) ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ห่วงโซ่การผลิตอาหารของไทยประสบความสำเร็จ ก้าวสู่การเป็น“ครัวของโลก” ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายสรรเสริญ สมัยสุต</strong> กรรมการผู้จัดการ แอ๊กซอน (AXONS) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างครบถ้วน ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน ถือเป็น Agri Tech Company ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารหลายแห่ง อาทิ “ซีพีเอฟ” ซึ่งมีห่วงโซ่การผลิตที่ใหญ่และยาวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</p>
<p>“การได้รับรางวัล Asian Technology Excellence Awards ถึง 3 รางวัลในครั้งนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจของทีมงาน AXONS ทุกคน ที่พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีของเรา ทำให้อาหารทุกจาน ที่เสิร์ฟไปยังทุกโต๊ะอาหาร ในทุกร้าน และทุกบ้านทั่วโลก เป็นอาหารที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพที่ปลอดภัย เชื่อถือและตรวจสอบย้อนกลับได้ ที่นี่เป็นที่ๆ คนรุ่นใหม่ฝีมือดี ใช้เป็นสนามจริงในการประลองฝีมือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เพื่อร่วมกันดูแลความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้น” นายสรรเสริญกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ทีมงานด้านเทคโนโลยีของ AXONS ทำหน้าที่ดูแลทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิตที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกของบริษัทลูกค้า โดยใช้ Data หรือข้อมูลมหาศาลมาขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งและยั่งยืน ครอบคลุมการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิต การประสานงานในหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการจัดการด้านค้าปลีก โดยสามารถคว้า 3 รางวัลดังกล่าวมาได้จาก 3 โครงการ ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14426 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AXONS2.jpg" alt="" width="1200" height="624" /></p>
<p>โครงการ Agriculture Platform ด้วยระบบ AXONS- AgriTech หรือ แพลตฟอร์มสำหรับเกษตรกรพืชไร่-พืชสวน ที่ช่วยในการบริหารแปลงปลูกขนาดใหญ่ด้วยภาพถ่ายจากโดรน/ดาวเทียม สามารถติดตามแปลงปลูกแบบเรียลไทม์ ทั้งสภาพอากาศ ปริมาณฝน ความชื้น ทิศทางลม และช่วยให้เกิดการแบ่งปันองค์ความรู้ ระหว่างเกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสามารถเช็คราคาพืชผลในท้องตลาดได้ด้วย ที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนเครื่องมือในการเพาะปลูกที่จะช่วยลดต้นทุนเกษตรกร ด้วยการจัดหาแหล่งให้เกษตรกรได้แบ่งปันหรือเช่าใช้เครื่องมือทางการเกษตรร่วมกัน</p>
<p>โครงการ Visitor Registration ด้วยระบบ AXONS-VRegist เป็นระบบอัตโนมัติในการคัดกรองบุคคลก่อนเข้าโรงงาน ตรวจสอบทั้งอุณหภูมิ สุขลักษณะ และสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และติดตามการเข้าออกพื้นที่ของบุคคลภายนอก โดยรวบรวมข้อมูลเพื่อบริหารจัดการด้วย BI Dashboard เพื่อตอบโจทย์การตรวจสอบสุขภาพของแขกผู้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน ตั้งแต่ในช่วงโควิด-19 และยังคงใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการควบคุมป้องกันโรค และลดความเสี่ยงด้านการระบาดภายในโรงงาน</p>
<p>โครงการ Traceability หรือ แพลตฟอร์มการตรวจสอบย้อนกลับด้วยระบบ AXONS-Trace ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของลูกค้า โดยผู้บริโภคสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อดูแหล่งผลิตสินค้า แสดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป การขนส่ง แสดงคุณค่าโภชนาการ พร้อมเมนูแนะนำสำหรับผู้บริโภค โปร่งใสด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchainที่ปรับแก้ข้อมูลจากแหล่งที่มาไม่ได้ มีความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด แพลตฟอร์มนี้ช่วยลดต้นทุนให้คู่ค้า (Suppliers) ที่เดิมใช้ซอฟต์แวร์จากผู้ขายรายอื่นลงมากกว่า 50% และยังเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยน่าเชื่อถือเพิ่มเติมอีกขั้นหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ CPF หนึ่งในลูกค้าสำคัญของ AXONS ซึ่งมีการบ่งบอกถึงการเป็น &#8220;ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน&#8221; (Sustainable Product) โดยแสดงให้เห็น มาตรฐาน Carbon Footprint และฉลากลดโลกร้อน (Carbon reduction rating) เป็นข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับกระบวนการผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด (Carbon Rating ระดับเหรียญทอง)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14428 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AXONS3.jpg" alt="" width="1200" height="633" /></p>
<p>อนึ่ง รางวัล Asian Technology Excellence Awards 2022 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยนิตยสารชั้นนำของเอเชีย “ASIAN BUSINESS REVIEW” ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องโครงการและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุด ในแต่ละหมวดหมู่เและอุตสาหกรรม สะท้อนถึงความเป็นองค์กรผู้นำการปฏิวัติทางเทคโนโลยี และมีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีเกณฑ์การพิจารณาจากความมีเอกลักษณ์และนวัตกรรม ประสิทธิผลและผลกระทบในเชิงบวกต่อบริษัทและอุตสาหกรรม รวมทั้งกลยุทธ์ดำเนินโครงการมีความยืดหยุ่น สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/axons-won-asian-technology-excellence-awards-2022/">“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022 ตอกย้ำผู้นำ Agri Tech เบื้องหลังความสำเร็จ “ครัวโลก”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The 1 จับมือพันธมิตร ร่วมแชร์ประสิทธิภาพ “The 1 Biz Audience+” เครื่องมือเสริมแกร่งธุรกิจ ช่วยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/the-1-for-business-leader-of-loyalty-platform/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Sep 2022 13:09:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[Customer-Centric]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Lifestyle]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Loyalty Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[The 1]]></category>
		<category><![CDATA[The 1 BIZ]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณะ งามสม]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[นิดารัตน์ อุไรเลิศประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มิ่งขวัญ พัฒนวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะ วัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14372</guid>

					<description><![CDATA[<p>The 1 (เดอะ วัน) ผู้นำ Digital Lifestyle และ Loyalty Platform อันดับ 1 ของไทย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เผย “The 1 for Business” ได้รับผลตอบรับที่ดีจากธุรกิจชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม โดยพาร์ทเนอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และยูนิลิเวอร์ ร่วมแชร์ประสิทธิภาพ หลังใช้เครื่องมือ The 1 BIZ – Audience+ เพิ่มผลลัพธ์ของแคมเปญดีขึ้นกว่าเคย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ พร้อมช่วยประหยัดงบประมาณ กฤษณะ งามสม Head of Business – The 1 กล่าวว่า “ท่ามกลางสมรภูมิแห่งแคมเปญการตลาดที่เกิดขึ้นมากมายในยุคดิจิทัล โดยมีหัวใจ คือ Customer-Centric โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่สิ่งที่แบรนด์อยากนำเสนอเท่านั้น แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ หรือคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคมีความต้องการเป็นพื้นฐานด้วย การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ จึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกทั้ง Demographic &#38; Geographic และข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/the-1-for-business-leader-of-loyalty-platform/">The 1 จับมือพันธมิตร ร่วมแชร์ประสิทธิภาพ “The 1 Biz Audience+” เครื่องมือเสริมแกร่งธุรกิจ ช่วยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>The 1 </strong><strong>(เดอะ วัน) ผู้นำ </strong><strong>Digital Lifestyle </strong><strong>และ </strong><strong>Loyalty Platform </strong><strong>อันดับ 1 ของไทย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล เผย “</strong><strong>The 1 for Business</strong><strong>” ได้รับผลตอบรับที่ดีจากธุรกิจชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม </strong></p>
<p><span id="more-14372"></span></p>
<p><strong>โดยพาร์ทเนอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และยูนิลิเวอร์ ร่วมแชร์ประสิทธิภาพ หลังใช้เครื่องมือ </strong><strong>The 1 BIZ </strong><strong>– </strong><strong>Audience</strong><strong>+ เพิ่มผลลัพธ์ของแคมเปญดีขึ้นกว่าเคย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ พร้อมช่วยประหยัดงบประมาณ</strong></p>
<p><strong>กฤษณะ งามสม</strong> Head of Business – The 1 กล่าวว่า “ท่ามกลางสมรภูมิแห่งแคมเปญการตลาดที่เกิดขึ้นมากมายในยุคดิจิทัล โดยมีหัวใจ คือ Customer-Centric โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่สิ่งที่แบรนด์อยากนำเสนอเท่านั้น แต่ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ หรือคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคมีความต้องการเป็นพื้นฐานด้วย การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ จึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเชิงลึกทั้ง Demographic &amp; Geographic และข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ ตลอดจนลงลึกถึงพฤติกรรมการซื้อ จึงเป็นที่มาของเครื่องมือ The 1 BIZ – Audience+ ทีม The 1 for Business รู้สึกยินดีที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกับพาร์ทเนอร์ในทุกอุตสาหกรรม”</p>
<p>ด้วยจุดแข็ง คือ ฐานสมาชิกที่เหนียวแน่นกว่า 19 ล้านคน ใน ecosystem ของ The 1 พร้อมด้วยพันธมิตรกว่า 2,000 แบรนด์ จึงมีข้อได้เปรียบจากความเข้าใจพฤติกรรมการซื้อของสมาชิกสินค้าและบริการกว่า 10 ล้าน SKUs แบบ 360 องศา ทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจมาโดยตลอด โดยมีตัวแทนลูกค้าธุรกิจการเงิน และ FMCG ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และยูนิลิเวอร์ ที่ได้เลือกใช้โซลูชั่นของ The 1 BIZ – Audience+ สำหรับแคมเปญสื่อสารการตลาดแล้วประสบผลสำเร็จ จึงร่วมบอกเล่าถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือทรงพลังนี้</p>
<p><strong>มิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ </strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารแบรนด์และการตลาดองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและสร้างสรรค์บริการใหม่ รวมถึงการทำการตลาดโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางมาโดยตลอด เพื่อตอบโจทย์แคมเปญการตลาดดิจิทัลที่เราเน้นการขับเคลื่อนด้วย Data ที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจลูกค้า ให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรุงศรีจึงเลือกใช้โซลูชั่นของ The 1 Biz -Audience+ สำหรับแคมเปญการตลาดสินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลล่าสุด เมื่อมีการใช้ Data ของกรุงศรี ร่วมกับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายตาม criteria ที่แม่นยำของ The 1 ผลปรากฏว่า แคมเปญดังกล่าวสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับแคมเปญปกติ อันตอบโจทย์ความมุ่งหมายของกรุงศรีที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี”</p>
<p><strong>นิดารัตน์ อุไรเลิศประเสริฐ</strong> บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ยูนิลีเวอร์ออกแคมเปญการตลาดมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี มีความหลากหลายทั้งผลิตภัณฑ์ และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จึงมองหาเครื่องมือ หรือโซลูชั่นที่จะทำให้การสื่อสารการตลาดของเราไปถึงยังกลุ่มลูกค้าตัวจริงได้อย่างแม่นยำ ด้วยเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของฐานสมาชิกที่เหนียวแน่น ประกอบกับความเข้าใจในพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า The 1 เราจึงเลือกใช้โซลูชั่นของ The 1 Biz – Audience+ โดยสามารถคัดเลือกลูกค้า และลงโฆษณาบน touchpoint ที่ลูกค้าอยู่จริง ทั้งผ่านทุกช่องทางการสื่อสารของ The 1 และ Display ad network อื่นด้วย ผลปรากฏว่าการลงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ได้มาจากข้อมูลการใช้จ่าย (Purchase base targeting) สามารถเพิ่ม Conversion rate &amp; Revenue ได้สูงขึ้น 2 เท่า และเมื่อผนวกกับการใช้ช่องทางการสื่อสารจาก The 1 ปรากฏว่า Conversion rate พุ่งสูงขึ้นถึง 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับแคมเปญปกติ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14375 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/1.jpg" alt="" width="900" height="1125" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเคสอีกมากมายในหลายอุตสาหกรรมที่ให้ผลลัพธ์ในการทำแคมเปญดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเลือกใช้โซลูชั่นของ The 1 Biz- Audience+ อาทิ แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ ที่มีการทำแคมเปญเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความเฉพาะเจาะจง โดยเลือกใช้ฐานข้อมูลในหลากหลายมิติ ผนวกกับพฤติกรรมการซื้อเชิงลึกของผู้บริโภค เพื่อให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายมีความแม่นยำ จึงทำให้ช่วยลด Cost Per Thru Play ของการเข้าถึงของโฆษณาในรูปแบบวีดีโอได้ถึง 60% และให้ประสิทธิภาพในการจดจำโฆษณามากขึ้นกว่า 2 เท่า</p>
<p>ในขณะเดียวกัน The 1 for Business ยังมีจุดแข็งที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่ม Wealth segment หรือ เรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเมื่อลองนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนเหล่านี้ สามารถช่วยให้เกิด Action และ Conversion มากขึ้น ให้ผลลัพธ์ Conversion เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า เมื่อเทียบการทำแคมเปญ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง (Mass targeting) รวมถึงความสนใจสื่อโฆษณาของแคมเปญที่มากขึ้น ส่งผลให้ CTR (Click through rate) มากขึ้นถึง 2 เท่า</p>
<p>The 1 for Business ยังคงเดินหน้าพร้อมเป็นโซลูชั่นสำหรับธุรกิจเพื่อตอบโจทย์การตลาดดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วย Data ภายใต้แนวคิด Customer First, Data First ที่ให้ความสำคัญกับความเข้าใจลูกค้าเป็นพื้นฐาน และเป็น Business Enabler ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถก้าวไปอีกขั้นเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค  ประกอบด้วย 3 โซลูชั่น ได้แก่ <strong>Loyalty &amp; Rewards</strong> เชื่อมต่อธุรกิจให้สามารถมอบสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้าผ่านการสะสมคะแนนและแลกของรางวัล เพื่อพิชิตใจให้กลับมาซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง <strong>Data &amp; Insights</strong> เข้าใจลูกค้าอย่างตรงจุดด้วยข้อมูลเชิงลึก เพื่อพัฒนาต่อยอดสินค้า บริการ และโปรโมชั่นได้ตรงใจ <strong>Reach &amp; Engagement</strong> เพื่อเป็นตัวช่วยให้กับลูกค้าธุรกิจได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ผ่านช่องทางการสื่อสารที่ใช่ เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่า ด้วยเครื่องมือการตลาดดิจิทัลอันทรงพลังอย่าง The 1 Biz -Audience+ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการระบุและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ เพื่อให้การสื่อสารแคมเปญนั้นเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีความต้องการอย่างแท้จริง สื่อสารได้ตรงจุดและตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในช่องทางที่เหมาะกับแต่ละกลุ่มลูกค้า</p>
<p>ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ The 1 for Business ได้แล้ววันนี้ พร้อมทำความรู้จัก The 1 for Business ได้ที่ <a href="https://www.the1.co.th/the1forbusiness" target="_blank" rel="noopener">https://www.the1.co.th/the1forbusiness</a> หรือส่งอีเมลเพื่อให้ทีมงานติดต่อกลับได้ที่ <a href="mailto:the1business@central.co.th">the1business@central.co.th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/the-1-for-business-leader-of-loyalty-platform/">The 1 จับมือพันธมิตร ร่วมแชร์ประสิทธิภาพ “The 1 Biz Audience+” เครื่องมือเสริมแกร่งธุรกิจ ช่วยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
