<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คนจน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Sep 2025 06:10:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>คนจน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บพท. สแกน &#8216;ความยากจน&#8217; พบคนไทย 3.41% ยังไม่ข้ามเส้น &#8216;คนจน&#8217; ​เพราะ​ขาดเงินออมและหนี้สิน ด้าน &#8216;เครดิตบูโร&#8217; แนะใช้​​ &#8216;ยาแรง&#8217; ช่วยแก้หนี้ ​ก่อน NPL ​​โตท่วม GDP 2-3 เท่า​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/poverty-situation-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 06:10:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Credit Bureau]]></category>
		<category><![CDATA[PMUA]]></category>
		<category><![CDATA[Poverty]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[คนจน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[บพท.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ความยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[สุรพล โอภาสเสถียร]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้ครัวเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[เครดิตบูโร]]></category>
		<category><![CDATA[แก้จน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36157</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชุมนุมภาคีเครือข่ายนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมกับ บพท.ระดมชุดข้อมูลจากงานค้นคว้าวิจัย เสนอชุดคำตอบ 10 ประการ ตอบโจทย์ประเทศ ตอบสนอง 4 นโยบายสำคัญรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน  ชาญวีรกูล  ดร.กิตติ  สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บรรยายพิเศษ &#8216;สถานการณ์ความยากจนและการสร้างโอกาสเพื่อยกระดับสถานะทางสังคม&#8217; ในงานสัมมนา &#8216;สู้ชนะความจนครั้งที่ 2 พลังปัญญาชนะจน พ้นหนี้ เพิ่มรายได้ บนฐานบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี ภาคี ความสัมพันธ์&#8217; โดยระบุว่า ฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนปี 2566 ที่เกิดจากการสังเคราะห์ชุดข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอบทานข้อมูลครัวเรือนยากจน โดยคณะวิจัย 779 คน ร่วมกับนักศึกษา 1,688 คน และภาคีเครือข่ายอีก 1,767 ภาคี พบว่า มีจำนวนคนจนรวมกัน 2.39 ล้านคน คิดเป็น 3.41% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ จากการศึกษาพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดเป็นอันดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/poverty-situation-in-thailand/">บพท. สแกน &#8216;ความยากจน&#8217; พบคนไทย 3.41% ยังไม่ข้ามเส้น &#8216;คนจน&#8217; ​เพราะ​ขาดเงินออมและหนี้สิน ด้าน &#8216;เครดิตบูโร&#8217; แนะใช้​​ &#8216;ยาแรง&#8217; ช่วยแก้หนี้ ​ก่อน NPL ​​โตท่วม GDP 2-3 เท่า​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ชุมนุมภาคีเครือข่ายนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมกับ บพท.ระดมชุดข้อมูลจากงานค้นคว้าวิจัย เสนอชุดคำตอบ 10 ประการ ตอบโจทย์ประเทศ ตอบสนอง 4 นโยบายสำคัญรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน  ชาญวีรกูล</strong></p>
<p><span id="more-36157"></span></p>
<p><strong> ดร.กิตติ  สัจจาวัฒนา</strong> ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บรรยายพิเศษ <strong>&#8216;สถานการณ์ความยากจนและการสร้างโอกาสเพื่อยกระดับสถานะทางสังคม&#8217; </strong>ในงานสัมมนา &#8216;<strong>สู้ชนะความจนครั้งที่ 2 พลังปัญญาชนะจน พ้นหนี้ เพิ่มรายได้ บนฐานบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี ภาคี ความสัมพันธ์&#8217;</strong> โดยระบุว่า ฐานข้อมูลครัวเรือนยากจนปี 2566 ที่เกิดจากการสังเคราะห์ชุดข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอบทานข้อมูลครัวเรือนยากจน โดยคณะวิจัย 779 คน ร่วมกับนักศึกษา 1,688 คน และภาคีเครือข่ายอีก 1,767 ภาคี พบว่า <em><strong>มีจำนวนคนจนรวมกัน 2.39 ล้านคน คิดเป็น 3.41% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ</strong></em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36202 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Dr-kitti1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากการศึกษาพบว่า <em><strong>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 31.71%  หรือราว 1 ใน  3 ของจำนวนประชากรในพื้นที่</strong>  </em>อันดับ 2 ได้แก่ ภาคใต้ มีสัดส่วนคนจน 30.65% ของจำนวนประชากรในพื้นที่ อันดับ 3 ได้แก่ ภาคกลาง มีสัดส่วนคนจน  19.07% ของจำนวนประชากรในพื้นที่ อันดับ 4 ได้แก่ ภาคเหนือ มีสัดส่วนคนจน 16.98% ของประชากรในพื้นที่ และอันดับสุดท้ายคือ กรุงเทพมหานคร มีสัดส่วนคนจน 1.60% ของประชากรในพื้นที่</p>
<p>รายงานยังมีข้อมูล​การวิจัยบ่งชี้ว่า มูลเหตุแห่งความยากจนในสังคมไทย​ 84%  มีสาเหตุสำคัญมาจากการขาดเงินออม  เนื่องจากมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย โดย​ 71% มาจากปัญหาหนี้สิน, 60%  มาจากการขาดที่ดินทำกิน,  57% มาจากการขาดทักษะด้านอาชีพที่สามารถสสร้างรายได้ และ 41% มาจาการเข้าไม่ถึงสวัสดิการจากรัฐ ยิ่งไปกว่านั้นครัวเรือนคนจนมักจะมีถิ่นพำนักอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก</p>
<p><em>“บพท. ได้ร่วมกับเครือข่ายนักวิจัยและภาคีในพื้นที่ ทำงานวิจัยแก้ปัญหาความยากจนลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา และได้ออกแบบโมเดลแก้จนที่มีความสอดคล้องกับบริบทภูมิสังคมในพื้นที่ สำหรับนำไปประยุกต์ใช้แล้วถึง 299 โมเดล ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ อีกทั้งยังได้สร้างนักจัดการพื้นที่เพื่อทำหน้าที่วิทยากรให้คำแนะนำแก่ชุมชนในการปรับใช้ประโยชน์จากโมเดลแก้จน กระจายตัวอยู่ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส พัทลุง กาฬสินธุ์ เลย นครราชสีมา อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มุกดาหาร ยโสธร สกลนคร บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด ลำปาง พิษณุโลก และแม่ฮ่องสอน&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36204 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Highlight-25.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ดร.กิตติ</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลจากการดำเนินงานวิจัยแก้จนอย่างต่อเนื่อง ยังก่อเกิดกองทุนแก้จน 34 กองทุน กระจายตัวอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง มุกดาหาร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร ยโสธร ชัยนาท พัทลุง อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา ปัตตานี ยะลา และยังเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดศูนย์วิจัยแก้จนขึ้นใน 3 พื้นที่คือ ปัตตานี พัทลุง และยะลา</p>
<p>นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ยังร่วมกันเสนอแนะแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนในพื้นที่ และแก้ปัญหาภัยพิบัติ ปัญหาภัยความมั่นคงบริเวณชายแดน รวมทั้งภัยสังคม ไปยังรัฐบาล รวม 10 ประการ ประกอบด้วย</p>
<p>1). ปัญหาความยากจน ควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ และมีกลไกระดับชาติทำหน้าที่ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>2). ควรมีกลไกความร่วมมือระดับจังหวัดในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบองค์รวม</p>
<p>3). พัฒนาระบบคัดกรองและชี้เป้าครัวเรือนยากจน เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหลายแหล่งให้เป็นเอกภาพเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์และชี้เป้าความยากจนได้อย่างแม่นยำ</p>
<p>4). กำหนดให้สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ เป็นผู้พัฒนาและบริหารจัดการข้อมูลเพื่อเป็นฐานในการออกแบบมาตรการแก้จน<br />
เชิงรุกตามประเภทความยากจนของครัวเรือน</p>
<p>5). แก้ปัญหาความยากจนแบบองค์รวม โดยใช้แพลตฟอร์มขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับจังหวัด</p>
<p>6). จัดให้มีกลไกส่งต่อความช่วยเหลือคนจนในทุกระดับ</p>
<p>7). สนับสนุนองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้เป็นเจ้าภาพหลักในระดับพื้นที่ในการจัดทำยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความยากจน โดยใช้ข้อมูลคนจนแบบชี้เป้าและเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์จังหวัด</p>
<p>8). สนับสนุนให้นายอำเภอ ทำหน้าที่กำกับ ติดตามในระดับอำเภอและให้บรรจุเป็นนโยบายของศูนย์ขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัด และให้สถาบันวิชาการในพื้นที่เป็นหน่วยสนับสนุนทางวิชาการแก่กลไกทุกระดับ</p>
<p>9). สร้างนโยบายเชิงรุกด้านสวัสดิการมุ่งเป้า ครอบคลุมทุกมิติ</p>
<p>10). สร้างโครงการพัฒนาทักษะอาชีพที่เข้าถึงครัวเรือนอย่างตรงเป้าและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่</p>
<p><strong>&#8216;เครดิตบูโร&#8217; เสนอมีมาตรการยาแรงแก้จน ก่อนหนี้เสียท่วม</strong></p>
<p><strong>คุณ​​สุรพล โอภาสเสถียร </strong>ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ <strong>&#8216;เครดิตบูโร&#8217;</strong> เปิดเผย​สถานการณ์หนี้ล่าสุดของ​ประเทศไทย พบว่า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยอย่างเป็นทางการไตรมาส 1/2568 เท่ากับ 16.35 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP เท่ากับ 87.4% ซึ่งถือว่า​​​อยู่ในระดับที่อันตราย จำเป็นต้องบริหารจัดการเพื่อทำให้หนี้ลดลงอยู่ในสัดส่วนไม่เกิน 80% เพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36200 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Credir-Bureau1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;แม้ข้อมูลสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ในภาพรวมอาจลดลง แต่ความจริงแล้วมูลค่าหนี้ไม่ได้ลดลง ​คร้วเรือนไทยยังเผชิญปัญหา <strong>&#8216;หลุมรายได้&#8217;</strong> หรือรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายโดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบรายได้หาย​ไปต่อเนื่องหลายปี ตั้งแต่หลังสถานการณ์โควิด ขณะที่กลุ่มลูกจ้างทั้งภาคผลิตและภาคบริการ ที่รายได้เติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี ขณะที่รายจ่ายและหนี้ เติบโตมากกว่าที่ราว 5% ต่อปี ส่งผลมีภาระหนี้ซ้ำเติมเพิ่มมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ หากพิจารณามูลค่าหนี้ครัวเรือนทั้งระบบจากข้อมูลสถิติของเครดิตบูโรล่าสุด​ถึงเดือน มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา พบว่า มีมูลค่าราว 13.55 ล้านล้านบาท (ไม่รวม กยส. และหนี้สหกรณ์) ลดลงจาก 13.6 ล้านล้านบาท จากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ แต่ในทางกลับกันปริมาณหนี้เสีย (NPLs) กลับเพิ่มขึ้น 2 หมื่นล้านบาท จาก 1.22 ล้านล้านบาท เป็น 1.24 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 10% ของมูลค่าหนี้ครัวเรือนทั้งระบบ รวมทั้งปริมาณหนี้ที่อยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้าง (DR) ก่อนจะกลายเป็น NPLs ที่เพิ่มมากขึ้นถึง 4.5 แสนล้านบาท จาก 0.92 ล้านล้านบาท เป็น 1.37 ล้านล้านบาท</p>
<p><em>&#8220;แนวโน้มที่เกิดขึ้น จำเป็นที่ภาครัฐต้องมีมาตรการแรงๆ ออกมา เพื่อช่วยแก้หนี้ให้ทุกกลุ่ม ก่อนที่จะปริมาณ​หนี้เสียจะพุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดว่า <strong>หากไม่มีนโยบายแรงๆ มาขับเคลื่อน ภายใน1 ปี กลุ่มที่เริ่มมีหนี้คงค้าง 1-3 เดือน (SM Loan) ​จะขยับไปแตะราว 6 แสนล้านบาท ส่วน NPLs คาดจะขยับเพิ่มขึ้นไปเป็น 1.3 ล้านล้านบาท หรือมีการเติบโตกว่า 4.8% ซึ่งมากกว่าการเติบโตของ GDP เกือบ 2-3 เท่า</strong> รวมทั้งกลุ่มที่จะเข้าสู่การปรับโครงสร้างหนี้ก็จะ​เพิ่มขึ้นตามการขยับของ NPLs มาอยู่ที่ราว 1.2 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มที่จะเป็น Piority ในการช่วยแก้หนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ กลุ่มที่มีหนี้ตำ่กว่า 1 แสนบาท ซึ่งคิดเป็น 60-65% ของลูกหนี้ทั้งพอร์ต หรือจำนวนลูกหนี้ 3.4 ล้านคน ขณะที่มูลค่าหนี้ที่จะเข้ามาช่วยแก้อยู่ที่ราว 10% หรือปรมาณ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อช่วยลดการเกิดคดีและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ได้ ขณะที่ต้นทุนในการแก้หนี้โดยรวมจะอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้าน ทั้งการซื้อหนี้เสียในส่วนหนี้กลับมาสู่ระบบและการติดตามทวงถาม ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่มีประสิทธภาพ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36201 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Credit-Bureau.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากภูเขาหนี้ที่เกิดขึ้น พบว่า คนทุกวัย​​ล้วนมีหนี้ โดยเฉพาะในกลุ่ม Personal Loan และมีแนวโน้มที่จะเกิดหนี้เสียขึ้นได้ในทุกเจนเนอเรชั่น โดยแต่ละเจนเนอเรชันจะมีลักษณะการเกิดหนี้ที่แตกต่างกันไป โดยเบบี้บูมเมอร์ จะเป็นหนี้จากการเกษตร ส่วนกลุ่ม Gen  X มักจ​ะเป็นเดอะแบก ​มีภาระในช่วง Midlife Crisis ทั้งภาระเรื่องบ้าน รถ และครอบครัว ขณะที่​ Gen Y ​มีแนวโน้มก่อหนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมากที่สุด และมีแนวโน้มเกิดหนี้เสียมากกว่าเจนเนอเรชั่นอื่นๆ เนื่องจาก ยังเป็นกลุ่มทำงานช่วงเริ่มต้น ทำให้มีภาระค่าใช้จ่าย และรายได้ที่ยังไม่สัมพันธ์กัน</p>
<p>นอกจากนี้ เริ่มเห็นแนวโน้มการก่อหนี้ในกลุ่ม Gen Z มากขึ้น โดยเฉพาะหนี้ Personal Loan และโปรแกรมช้อปก่อนผ่อนทีหลัง หรือแคมเปญ 0% ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ​ ทำให้ Gen Z ​เริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี โดยพบหนี้ในระบบ​เริ่มต้นเพียงแค่ 16 ปี</p>
<p>สำหรับแคมเปญ<strong> &#8216;ช้อปก่อนผ่อนทีหลัง&#8217;</strong> หรือโปรแกรมว่า ​<strong>BNPL (Buy Now Play Later)</strong> หากไม่มีวินัย และนำเงินในอนาคตมาใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ​สุดท้ายจะนำไปสู่หนี้เสีย หรือเกิด To B NPL ได้ในที่สุด​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36203 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Highlight-13.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/poverty-situation-in-thailand/">บพท. สแกน &#8216;ความยากจน&#8217; พบคนไทย 3.41% ยังไม่ข้ามเส้น &#8216;คนจน&#8217; ​เพราะ​ขาดเงินออมและหนี้สิน ด้าน &#8216;เครดิตบูโร&#8217; แนะใช้​​ &#8216;ยาแรง&#8217; ช่วยแก้หนี้ ​ก่อน NPL ​​โตท่วม GDP 2-3 เท่า​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
