<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คนละครึ่ง &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 11 Aug 2026 15:33:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>คนละครึ่ง &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รัฐบาล Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” อัดฉีดเม็ดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้าน เสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระทางการเงิน แก้หนี้นอกระบบ พัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/government-kick-off-thai-helps-thai-plus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Aug 2026 15:33:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนหมู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[คนละครึ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[นายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[สุขสมรวย วันทนียกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยช่วยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43667</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรี ไฟเขียว Kick Off โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกว่า 4 พันล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย และแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบให้แก่ประชาชน โดยให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) จัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้สมาชิก ในภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก เพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชนฐานราก สร้างโอกาสเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนในระยะยาว &#8220;ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ” วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน (Kick Off) ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 79,610 กองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง    ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนระดับรากหญ้า ที่จะมีความสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง สร้างเงินทุนหมุนเวียนได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างโอกาสสู่คุณภาพที่ดีของชีวิตให้กับคนในชุมชนและสามารถ “ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ” ได้อย่างแท้จริง นายอนุทิน กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/government-kick-off-thai-helps-thai-plus/">รัฐบาล Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” อัดฉีดเม็ดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้าน เสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระทางการเงิน แก้หนี้นอกระบบ พัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายกรัฐมนตรี ไฟเขียว </strong><strong>Kick Off </strong><strong>โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินกว่า 4 พันล้านบาท เพื่อบรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย และแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบให้แก่ประชาชน </strong></p>
<p><span id="more-43667"></span></p>
<p><strong>โดยให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) จัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้สมาชิก ในภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก เพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชนฐานราก สร้าง</strong><strong>โอกาสเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชนในระยะยาว &#8220;ลดการพึ่งพาหนี้นอก</strong><strong>ระบบ”</strong></p>
<p>วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล <strong>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี</strong> เป็นประธานเปิดงาน (Kick Off) <strong>ภายใต้</strong><strong>โครงการ</strong><strong>ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง </strong>ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 79,610 กองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง    ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนระดับรากหญ้า ที่จะมีความสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง สร้างเงินทุนหมุนเวียนได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างโอกาสสู่คุณภาพที่ดีของชีวิตให้กับคนในชุมชนและสามารถ “ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ” ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43676 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/tt.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายอนุทิน กล่าวว่า</strong> รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชน โดยมอบหมายให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ดำเนินโครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบาย ที่มุ่งช่วยเหลือภาคประชาชนครั้งใหญ่ของรัฐบาล ผ่านกลไกของกองทุนหมู่บ้าน เพื่อมุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แก่ประชาชนในระดับฐานรากทั่วประเทศโดยตรง ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 4,452,000,000 บาท (สี่พันสี่ร้อยห้าสิบสองล้านบาทถ้วน) จัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน เพื่อนำไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับบัญชีที่หนึ่ง ให้กับสมาชิก อย่างน้อยครึ่งนึงของอัตราที่เรียกเก็บตามสัญญา นับเป็นการลดภาระดอกเบี้ยให้ถึงมือพี่น้องประชาชนโดยตรง</p>
<p><strong>นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ  </strong>กล่าวว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก ประชาชนฐานราก ต้องการเพิ่มรายได้ จำเป็นต้องอาศัยกลไกแหล่งเงินทุนจากกองทุนหมู่บ้านฯ เพื่อสร้างสภาพคล่อง ในระบบการผลิต การประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญ และเล็งเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือโดยการเพิ่มงบประมาณ เพื่อเข้าไปสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านฯ จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกในระยะยาว และยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน ให้แก่ประชาชนในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43677 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/tt2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โครงการดังกล่าวจะเป็นการขยายโอกาสในการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เสริมสภาพคล่องทางการเงิน ก่อเกิดประโยชน์แก่สมาชิกกองทุนกว่า 12 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ได้จัดเตรียมงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 4,452,000,000 บาท (สี่พันสี่ร้อยห้าสิบสองล้านบาทถ้วน) ไว้สำหรับการดำเนินโครงการดังล่าวแล้ว</p>
<p>กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่จะขอสนับสนุนงบประมาณ จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมีคณะกรรมการกองทุนตามระเบียบที่กำหนด และส่งงบการเงินต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี (ปี 2556 &#8211; ปัจจุบัน) สิ่งสำคัญคือจะต้องมีการจัดประชุมเพื่อมีมติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมีมติการลดอัตราอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สมาชิกกองทุน บัญชีที่ 1 ลง 50% สำหรับสัญญาที่เริ่มในปีบัญชีปัจจุบัน (1 รอบสัญญา) ปรับปรุงสัญญา และจัดทำเอกสารแนบท้ายสัญญา เพื่อให้สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยใหม่ และจัดทำประกาศลดดอกเบี้ยและเอกสารประกอบโครงการ หากได้รับเงินเพิ่มทุนแล้ว แต่ไม่ดำเนินการลดดอกเบี้ยตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) สามารถเรียกคืนเงินเพิ่มทุนได้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43678 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/tt3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กองทุนหมู่บ้านที่สนใจเข้าร่วมสามารถติดต่อได้ที่ <a href="https://www.villagefund.or.th/" target="_blank" rel="noopener">สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)</a> ทั้ง 14 สาขาเขตทั่วประเทศ&#8217;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/government-kick-off-thai-helps-thai-plus/">รัฐบาล Kick Off “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” อัดฉีดเม็ดเงินเข้ากองทุนหมู่บ้าน เสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจฐานราก ลดภาระทางการเงิน แก้หนี้นอกระบบ พัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอมาตรการด่วน Quick Win ต่อรัฐบาลใหม่ สร้างแรงบวกเศรษฐกิจไทยทันที   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/tra-suggest-quick-win-measures-to-government/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Sep 2025 10:04:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Easy E-Receipt]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Win]]></category>
		<category><![CDATA[Shopping Paradise]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Retailers Association]]></category>
		<category><![CDATA[TRA]]></category>
		<category><![CDATA[กระตุ้นเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การจ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[คนละครึ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการเร่งด่วน]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ค้าปลีกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36343</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยขอแสดงความยินดีกับ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 พร้อม เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่และทีมงาน​มีศักยภาพ มีความพร้อมกำหนดแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าอย่างมั่นคง ​ขณะที่รัฐบาลใหม่กำลังจัดทำนโยบายและฟอร์มทีมเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยประกาศชัดว่าจะเร่งมาตรการลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิ​จ สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมองว่า 3 เดือนข้างหน้าเป็นจังหวะสำคัญ สำหรับการออกมาตรการระยะสั้น เพื่อสร้างแรงส่งที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในภาคค้าปลีกซึ่งมีมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านบาท และเป็นเส้นเลือดใหญ่เชื่อมโยงการผลิต การบริการ และการ จ้างงานนับล้านชีวิต สมาคมฯ จึงขอนำเสนอนโยบาย Quick Win เพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐบาล คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า สมาคมฯ เห็นว่ามาตรการที่จะเกิดผลจริงต้องครอบคลุม ตรงเป้า และเห็นผลชัดเจน ไม่เพียงช่วยผู้บริโภค แต่ยังสนับสนุน SMEs เกษตรกร แรงงาน และธุรกิจทุกระดับ เพื่อสร้างงาน เพิ่มกำลังซื้อ และกระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในระบบ จึงขอเสนอชุดมาตรการเพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐบาล ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีและคาดว่าจะสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม 1. กระตุ้นการจับจ่าย เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียน (Spending Boost) เพื่อสร้าง Multiplier Effect หรือผลกระทบเชิงเศรษฐกิจเชื่อมโยงหลายทอด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/tra-suggest-quick-win-measures-to-government/">สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอมาตรการด่วน Quick Win ต่อรัฐบาลใหม่ สร้างแรงบวกเศรษฐกิจไทยทันที   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยขอแสดงความยินดีกับ<strong> คุณอนุทิน ชาญวีรกูล</strong> ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 พร้อม เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่และทีมงาน​มีศักยภาพ มีความพร้อมกำหนดแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าอย่างมั่นคง</p>
<p><span id="more-36343"></span></p>
<p>​ขณะที่รัฐบาลใหม่กำลังจัดทำนโยบายและฟอร์มทีมเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยประกาศชัดว่าจะเร่งมาตรการลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิ​จ</p>
<p>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมองว่า <strong>3 </strong><strong>เดือนข้างหน้าเป็นจังหวะสำคัญ สำหรับการออกมาตรการระยะสั้น เพื่อสร้างแรงส่งที่เป็นรูปธรรม</strong> โดยเฉพาะในภาคค้าปลีกซึ่งมีมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านบาท และเป็นเส้นเลือดใหญ่เชื่อมโยงการผลิต การบริการ และการ จ้างงานนับล้านชีวิต สมาคมฯ จึงขอนำเสนอนโยบาย Quick Win เพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐบาล</p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> กล่าวว่า สมาคมฯ เห็นว่ามาตรการที่จะเกิดผลจริงต้องครอบคลุม ตรงเป้า และเห็นผลชัดเจน ไม่เพียงช่วยผู้บริโภค แต่ยังสนับสนุน SMEs เกษตรกร แรงงาน และธุรกิจทุกระดับ เพื่อสร้างงาน เพิ่มกำลังซื้อ และกระตุ้นการหมุนเวียนของเงินในระบบ จึงขอเสนอชุดมาตรการเพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐบาล ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีและคาดว่าจะสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>1. กระตุ้นการจับจ่าย เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียน (</strong><strong>Spending Boost) </strong></p>
<p>เพื่อสร้าง Multiplier Effect หรือผลกระทบเชิงเศรษฐกิจเชื่อมโยงหลายทอด สมาคมฯ ขอเสนอมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีทันที</p>
<ul>
<li><strong><u>โครงการ &#8216;คนละครึ่ง&#8217;</u></strong> : สมาคมฯ เห็นว่ามาตรการ <strong>คนละครึ่ง </strong>เวอร์ชันอัปเกรด จะเป็น &#8216;ยาแรง&#8217; ที่ช่วยอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง และเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาอย่างยาวนาน โดยสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนและกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ สมาคมฯ <strong>ขอเสนอให้ขยายผล<u>ครอบคลุม</u></strong><u> </u><strong><u>ทุกประเภทร้านค้า เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างความสะดวกในการจับจ่ายของประชาชนได้ทุกที่ที่ต้องการ</u></strong> <strong>โดยไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน</strong> พร้อมทั้งเสนอให้ปรับ<strong>เพิ่มวงเงินใช้จ่ายต่อวัน<u>จาก </u></strong><strong><u>150 </u></strong><strong><u>บาท เป็น </u></strong><strong><u>300 </u></strong><strong><u>บาท</u></strong><strong> โดยกำหนดวงเงินเดือนละ </strong><strong>1,500 </strong><strong>บาทเป็นเวลา </strong><strong>2 </strong><strong>เดือน (ตุลาคม-พฤศจิกายน)</strong> เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและพฤติกรรมการบริโภค       ในปัจจุบัน</li>
<li><strong><u>โครงการ</u></strong> <strong><u>“Easy e-Receipt” </u></strong><strong><u>เฟส </u></strong><strong><u>2</u></strong> ควร<strong>เดินหน้าโครงการ</strong><strong> “Easy e-Receipt” </strong><strong>เฟส </strong><strong>2 </strong><strong>ปลายปีนี้ </strong>เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายช่วงไฮซีซั่น สำหรับการซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่ลงทะเบียนในระบบ <strong>โดยจำกัดวงเงินสูงสุด 100</strong><strong>,</strong><strong>000 บาทต่อคน</strong> และมีระยะเวลาโครงการ 3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม) โดยปรับเงื่อนไขให้เข้าร่วมสะดวกขึ้น ครอบคลุมหมวดสินค้าทั่วไป สินค้า OTOP และสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<strong> ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า </strong><strong>100,000 </strong><strong>ล้านบาท </strong>เพิ่มรายได้ให้ ร้านค้า และส่งเสริมให้ ร้านค้า เข้าสู่ระบบภาษีและระบบดิจิทัลซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36346 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TRA-.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p><strong> 2. </strong><strong>ส่งเสริมไทยเป็นสวรรค์แห่งการช้อปสำหรับนักท่องเที่ยว (</strong><strong>Shopping Paradise) </strong></p>
<p>เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวและสร้างความสามารถในการแข่งขันกับภูมิภาค สมาคมฯ เสนอมาตรการดังนี้</p>
<ul>
<li><strong><u>ลดภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์</u></strong> ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์สูงถึง 20–30% สูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และฮ่องกง มีอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์เท่ากับ 0% สมาคมฯ <strong>ขอเสนอให้ภาครัฐลดอัตราภาษีนำเข้าลง เหลือราว </strong><strong>10–15% </strong><strong>เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในการช้อปปิ้ง</strong> นอกเหนือจากการท่องเที่ยวชมธรรมชาติ วัฒนธรรม และสถานที่สำคัญของไทย</li>
<li><strong><u>มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแบบทันที</u></strong><strong> (</strong><strong>Instant VAT Refund) </strong>ทดลอง <strong>คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม </strong><strong>7% </strong><strong>ณ ร้านค้า</strong> <strong>สำหรับนักท่องเที่ยวที่มียอดซื้อขั้นต่ำ </strong><strong>3,000 </strong><strong>บาท</strong> <strong>โดยเริ่มจากร้านค้าสมาชิกในย่านช้อปปิ้งหลักของกรุงเทพฯ</strong> เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายทันที เพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง</li>
<li><strong><u>ขยายระยะเวลาวีซ่านักท่องเที่ยวรัสเซีย</u></strong> เสนอ <strong>ขยายระยะเวลาวีซ่าจาก </strong><strong>30 </strong><strong>วัน เป็น </strong><strong>45-60 </strong><strong>วัน</strong> ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ภาคท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวรัสเซียเป็นกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงและนิยมพำนักระยะยาว</li>
</ul>
<p><strong> 3. </strong><strong>กระตุ้นการจ้างงานและเสริมกำลังแรงงาน</strong></p>
<ul>
<li><strong><u>การจ้างงานรายชั่วโมง</u></strong> ช่วยลดปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษา ผู้สูงอายุ และแรงงานนอกระบบ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการค้าปลีกจะสามารถบริหารต้นทุนแรงงานได้คล่องตัวมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการในช่วงเวลาที่มีลูกค้าหนาแน่น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้ตลาดแรงงานไทย</li>
</ul>
<p><strong>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเชื่อมั่นว่า มาตรการเหล่านี้จะไม่เพียงช่วยภาคค้าปลีก แต่ยังสร้างประโยชน์ต่อผู้ผลิต </strong><strong>SMEs </strong><strong>เกษตรกร แรงงาน และผู้บริโภคทุกกลุ่ม ก่อให้เกิดแรงส่งเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง สมาคมฯ พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงภาคค้าปลีกกับรัฐบาล เพื่อผลักดันให้มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/tra-suggest-quick-win-measures-to-government/">สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เสนอมาตรการด่วน Quick Win ต่อรัฐบาลใหม่ สร้างแรงบวกเศรษฐกิจไทยทันที   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
