<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คลาวด์ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 Jun 2024 11:50:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>คลาวด์ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เร่ง Jouney สู่ Net Zero ด้วย &#8216;Sustainable IT&#8217; ​การ์ทเนอร์ แนะองค์กรวาง &#8216;แผนแม่บทด้านไอที&#8217; ช่วย​บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainable-it-stimulate-net-zero-goal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 11:50:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bend the Curve]]></category>
		<category><![CDATA[Data Governance]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner Inc.]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[ICT]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable IT]]></category>
		<category><![CDATA[Zombie Equipment]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้คลาวด์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดาต้าเซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท การ์ทเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ออทัมน์ สแตนนิช]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ซอมบี้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[แผนแม่บทไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ไอทีที่เป็นมิตรต่อโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26204</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้าง Net Zero Economy โดยมีเป้าหมายหลัก คือ บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 รวมทั้งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 นอกจากนี้ ได้มีการปรับเป้าหมาย NDC ให้เข้มงวดขึ้นเพื่อลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30-40% ภายในปี 2030 ซึ่งองค์กรต่าง ๆ ในไทยต้องคำนึงถึงพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต คุณออทัมน์ สแตนนิช ผู้อำนวยการฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์  เนื่องจากการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้าน ICT (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาระผูกพันเหล่านี้จึงมีความสำคัญมากขึ้น ข้อมูลจากองค์กรวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ (SRC) และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าตอนที่องค์กรเพิ่งเริ่มต้นยุคดิจิทัลเมื่อทศวรรษ 2010 นั้น งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ICT ใช้พลังงานทั่วโลกแค่ 0.1% แต่คาดว่าภายในปี 2030 จะพุ่งไปถึง 6.4% เพราะเทรนด์ AI, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้า ชิป และเซ็นเซอร์ รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainable-it-stimulate-net-zero-goal/">เร่ง Jouney สู่ Net Zero ด้วย &#8216;Sustainable IT&#8217; ​การ์ทเนอร์ แนะองค์กรวาง &#8216;แผนแม่บทด้านไอที&#8217; ช่วย​บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้าง<strong> Net Zero Economy</strong> โดยมีเป้าหมายหลัก คือ บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 รวมทั้งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 นอกจากนี้ ได้มีการปรับเป้าหมาย NDC ให้เข้มงวดขึ้นเพื่อลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30-40% ภายในปี 2030 ซึ่งองค์กรต่าง ๆ ในไทยต้องคำนึงถึงพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p><span id="more-26204"></span></p>
<p><b>คุณออทัมน์ สแตนนิช ผู้อำนวยการฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์</b>  เนื่องจากการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้าน ICT (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาระผูกพันเหล่านี้จึงมีความสำคัญมากขึ้น</p>
<p>ข้อมูลจากองค์กรวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ (SRC) และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าตอนที่องค์กรเพิ่งเริ่มต้นยุคดิจิทัลเมื่อทศวรรษ 2010 นั้น งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ICT ใช้พลังงานทั่วโลกแค่ 0.1% แต่คาดว่าภายในปี 2030 จะพุ่งไปถึง 6.4% เพราะเทรนด์ AI, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้า ชิป และเซ็นเซอร์ รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>หลายองค์กรมักมองข้ามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แต่แท้จริงแล้ว <strong>Sustainable IT</strong> หรือ <strong>ไอทีที่เป็นมิตรต่อโลก </strong>คือหัวใจสำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) การบริหารจัดการการใช้น้ำ การจัดการขยะและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความหลากหลายทางชีวภาพ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IT1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><strong>แผนแม่บทสำหรับไอทีที่ยั่งยืนเป็นความจำเป็นเพื่อช่วยให้ ผู้บริหารฝ่ายจัดการโครงสร้างพื้นฐานและฝ่ายปฏิบัติการ (I&amp;O) บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ในช่วงทศวรรษ 2020 แต่เทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาจะช่วยเร่งความคืบหน้าในช่วงทศวรรษ 2030 </strong></em></p>
<p>เป้าหมายขององค์กรคือการ Bend the Curve หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขปัญหาไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากไอทีให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นก็ตาม</p>
<p>การประเมินค่าพื้นฐานของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของไอทีและแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของ GHG เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผู้บริหารฝ่าย I&amp;O ควรวางแผนพัฒนากลยุทธ์ Sustainable IT ให้ครอบคลุมทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ดิจิทัลเวิร์กสเปซ และแผนส่งเสริมการตัดสินใจด้านข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26207 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IT2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์</strong></p>
<p>องค์กรส่วนใหญ่มีสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดคลาวด์ ซึ่งรวมถึงพับลิกคลาวด์ ไพรเวทคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ภายในองค์กร ทำให้มีโอกาสมากมายที่จะทำให้ Hybrid Cloud ยั่งยืนยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับองค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นแนวคิดความยั่งยืน การดำเนินการในศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น การจัดการเวิร์กโหลดที่ไม่จำเป็น การใช้พลังงานสำหรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลอย่างคุ้มค่า การกำจัดอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตที่ถูกแฮกเกอร์โจมตีผ่านไวรัสคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า <strong>อุปกรณ์ซอมบี้</strong> (Zombie Equipment)</p>
<p>แม้จะมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยปรับปรุงความยั่งยืนของดาต้า เซ็นเตอร์ แต่ <strong>สิ่งที่ดีที่สุดที่องค์กรสามารถทำได้ในตอนนี้คือ การเปลี่ยนจาก &#8220;ประสิทธิภาพของอุปทาน &#8211; Efficiency of Supply&#8221; ไปเป็น &#8220;การจัดการกับอุปสงค์ &#8211; Demand Management&#8221;</strong> กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเปลี่ยนจากระบบที่เปิดอยู่ตลอดเวลา ไปเป็นระบบพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความต้องการเวิร์กโหลดและการกำกับดูแลข้อมูล หรือ Data Governance</p>
<p>ไม่มีองค์กรใดย้ายไปใช้คลาวด์ด้วยเหตุผลเพียงเพื่อความยั่งยืน แต่ผู้บริหารบางรายกำลังเร่งการย้ายข้อมูลขึ้นไปบนคลาวด์ เนื่องจากมีศักยภาพอย่างมากในการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ซึ่ง <strong>องค์กรเหล่านี้สามารถลดการปล่อยก๊าซได้มากถึง 70% ในระยะยาว โดยการย้ายจากศูนย์ข้อมูลภายในองค์กรไปใช้บริการพับลิกคลาวด์สาธารณะ</strong></p>
<p>แม้ว่าผู้ให้บริการจะมีหน้าที่ในการทำให้คลาวด์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่การใช้คลาวด์อย่างยั่งยืนก็เป็นความรับผิดชอบขององค์กรเช่นกัน</p>
<p><strong>ดิจิทัลเวิร์กสเปซ</strong></p>
<p>ดิจิทัลเวิร์กสเปซเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอื่น ๆ ซึ่งการปล่อยมลพิษเกิดขึ้นตั้งแต่แหล่งกำเนิดไปจนถึงกระบวนการต่างๆ (ตั้งแต่การผลิตถึงการจัดจำหน่าย) ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี</p>
<p>ผู้บริหารด้านการปฏิบัติงานและเทคโนโลยี (I&amp;O) สามารถยกระดับความยั่งยืนของดิจิทัลเวิร์กสเปซได้ด้วยการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ โดยซื้ออุปกรณ์ที่ผ่านการปรับสภาพ (Refurbished) และตั้งค่าอุปกรณ์ให้อยู่ในโหมดประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติ แต่ฝ่าย IT มีหน้าที่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น พนักงานเองก็จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการลดดิจิทัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตนเองด้วย</p>
<p>การยกระดับความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของพนักงานถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เนื่องจาก พนักงานส่วนใหญ่มักมองข้ามผลกระทบที่ตนเองมีต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไอที ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้นการสร้างประสบการณ์การทำงานดิจิทัลที่ยั่งยืนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งต้องมุ่งเน้นไปที่การเสริมความรู้ให้พนักงานสามารถใช้เทคโนโลยีในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IT3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ข้อมูล &#8211; </strong><strong>Data</strong></p>
<p>แม้ว่าผู้บริหารฝ่าย I&amp;O จะไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการดาต้าขององค์กร แต่ว่าพวกเขามีบทบาทสำคัญในการประเมินผลกระทบของดาต้าต่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการทำงานร่วมมือกับผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์และจัดการข้อมูล หรือ D&amp;A พวกเขาสามารถช่วยออกแบบวิธีลดการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็น รวมถึงยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูล เพื่อลดผลกระทบต่อความยั่งยืนในภาพรวม</p>
<p>ข้อมูลเปรียบเสมือนทรัพย์สินที่สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง (Competitive Differentiation) แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อข้อมูลถูกส่งผ่านเครือข่าย การเคลื่อนย้ายข้อมูลภายในเครือข่าย การเข้าออกคลาวด์ ล้วนใช้พลังงานมหาศาล</p>
<p>การย้ายข้อมูลไปบนคลาวด์ ไม่ใช่การแก้ปัญหาข้อมูลอย่างยั่งยืน วิธีที่ยั่งยืนกว่า คือ การแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายข้อมูล การลบข้อมูลที่ซ้ำซ้อนหรือข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานนานแล้ว การจัดเก็บข้อมูลกับผู้ให้บริการคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกับผู้ใช้ และเหตุผลอื่น ๆ</p>
<p><strong>ซอฟต์แวร์</strong></p>
<p>เรื่องของความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ฮาร์ดแวร์เท่านั้น ซอฟต์แวร์เองก็มีจุดด้อยในเรื่องประสิทธิภาพที่มักจะส่งผลกระทบไปยังทีมฮาร์ดแวร์ด้วยเช่นกัน <em><strong>โดยซอฟต์แวร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานและสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้</strong></em> อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นหัวข้อที่ซับซ้อนมาก โดยมีประเด็นย่อยที่ต้องคำนึง อาทิ การออกแบบระบบใหม่ให้คำนึงถึงความยั่งยืน การหาพันธมิตรทางธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน บริการโฮสต์ข้อมูลที่คำนึงถึงความยั่งยืนจากคลาวด์และศูนย์ข้อมูล รวมทั้งผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนต่ำหรือปลอดคาร์บอน</p>
<p>การรันซอฟต์แวร์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ต้องคำนึงถึงทั้งสถานที่ เวลา และฮาร์ดแวร์ที่ประหยัดพลังงาน ความเข้มของคาร์บอนในระบบไฟฟ้าของแต่ละพื้นที่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ประเทศ หน่วยงานที่ผลิตไฟฟ้า เวลา สภาพอากาศ ข้อตกลงในการซื้อขาย / ถ่ายโอนไฟฟ้า เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตไฟฟ้า แหล่งพลังงาน และยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>นอกจากนี้ ยิ่งซอฟต์แวร์ทำงานใกล้ชิดกับฮาร์ดแวร์มากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์มักจะมุ่งเน้นไปที่การย้ายออกจากฮาร์ดแวร์ ซึ่งช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ส่งผลให้ฮาร์ดแวร์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อใช้พลังงานในการทำงานมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainable-it-stimulate-net-zero-goal/">เร่ง Jouney สู่ Net Zero ด้วย &#8216;Sustainable IT&#8217; ​การ์ทเนอร์ แนะองค์กรวาง &#8216;แผนแม่บทด้านไอที&#8217; ช่วย​บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thoughtworks  เปิดใช้ฟรี Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยองค์กรวางแผนลดคาร์บอนฯ พร้อมต่อยอดวางแผนสโคป 2 และ 3 ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/cloud-carbon-footprint-open-source-by-thoughtwork/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Mar 2024 13:25:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[CCF]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud Workloads]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Lisa McNally]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Thoughtworks]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ลิซ่า แมคแนลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24551</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่ก็ได้สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก หากมองอีกมุมหนึ่ง เราก็สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อลดปัญหาการปล่อยคาร์บอนลงได้เช่นกัน สำหรับ Thoughtworks บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก มองว่าเทคโนโลยีสีเขียวช่วยสร้างความยั่งยืนได้ เช่น นำมาปรับใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero (การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) โดยขณะนี้สตาร์ทอัพหลายแห่งได้พัฒนาโซลูชัน Climate Tech ที่เป็นเทคโนโลยีเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบอัตโนมัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI/ML เพื่อประกอบการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายและการแลกเปลี่ยนคาร์บอนตลอดทั้งซัพพลายเชน นอกจากเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว ลิซ่า แมคแนลลี่ (Lisa McNally) Head of Sustainability and Cleantech ของ Thoughtworks มองว่า การทำให้เทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คือการพัฒนาให้เทคโนโลยีนั้นๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยคาร์บอนลง โดยเพิ่มประสิทธิภาพของโค้ดเขียนโปรแกรม การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนที่มาจากปริมาณงานหรือทรัพยากรที่ใช้งานอยู่บนระบบคลาวด์ (Cloud Workloads) หรือแม้กระทั่งการจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมและการกำหนดช่วงเวลาการใช้งาน โดยทีมงานในองค์กรสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับให้เหมาะกับการทำงานของฝ่ายตัวเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการปล่อยคาร์บอนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทั้งบนระบบคลาวด์และที่ใช้ในสำนักงาน จากแนวคิดในการควบคุมการปล่อยคาร์บอนจากระบบคลาวด์ Thoughtworks จึงได้พัฒนา Cloud Carbon Footprint เครื่องมือแบบ open-source ที่ใช้งานได้ฟรี ที่สามารถคาดการณ์การใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนจากผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ รวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิต ซึ่งแยกย่อยลงไปถึงแหล่งที่มา เช่น มาจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใด บัญชีการใช้งานใด บริการประเภทไหน หรือช่วงเวลาไหน ลด Carbon Footprint [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/cloud-carbon-footprint-open-source-by-thoughtwork/">Thoughtworks  เปิดใช้ฟรี Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยองค์กรวางแผนลดคาร์บอนฯ พร้อมต่อยอดวางแผนสโคป 2 และ 3 ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่ก็ได้สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก หากมองอีกมุมหนึ่ง เราก็สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อลดปัญหาการปล่อยคาร์บอนลงได้เช่นกัน</p>
<p style="font-weight: 400;"><span id="more-24551"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับ <strong>Thoughtworks </strong>บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก มองว่าเทคโนโลยีสีเขียวช่วยสร้างความยั่งยืนได้ เช่น นำมาปรับใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero (การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) โดยขณะนี้สตาร์ทอัพหลายแห่งได้พัฒนาโซลูชัน<strong> Climate Tech</strong> ที่เป็นเทคโนโลยีเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบอัตโนมัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI/ML เพื่อประกอบการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายและการแลกเปลี่ยนคาร์บอนตลอดทั้งซัพพลายเชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24553 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Cloud-.jpg" alt="" width="1200" height="455" /></p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว<strong> ลิซ่า แมคแนลลี่</strong> (Lisa McNally) Head of Sustainability and Cleantech ของ Thoughtworks มองว่า การทำให้เทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คือการพัฒนาให้เทคโนโลยีนั้นๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยคาร์บอนลง โดยเพิ่มประสิทธิภาพของโค้ดเขียนโปรแกรม การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนที่มาจากปริมาณงานหรือทรัพยากรที่ใช้งานอยู่บนระบบคลาวด์ (Cloud Workloads) หรือแม้กระทั่งการจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมและการกำหนดช่วงเวลาการใช้งาน โดยทีมงานในองค์กรสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับให้เหมาะกับการทำงานของฝ่ายตัวเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการปล่อยคาร์บอนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทั้งบนระบบคลาวด์และที่ใช้ในสำนักงาน</p>
<p style="font-weight: 400;">จากแนวคิดในการควบคุมการปล่อยคาร์บอนจากระบบคลาวด์ Thoughtworks จึงได้พัฒนา <a href="https://www.cloudcarbonfootprint.org/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.cloudcarbonfootprint.org/&amp;source=gmail&amp;ust=1710849060938000&amp;usg=AOvVaw3NjVmtq-JxquNqS3r3Pe3j" target="_blank" rel="noopener">Cloud Carbon Footprint</a> เครื่องมือแบบ open-source ที่ใช้งานได้ฟรี ที่สามารถคาดการณ์การใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนจากผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ รวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิต ซึ่งแยกย่อยลงไปถึงแหล่งที่มา เช่น มาจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใด บัญชีการใช้งานใด บริการประเภทไหน หรือช่วงเวลาไหน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Cloud-Carbon-Footprint_01.jpg" alt="" width="1200" height="379" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ลด </strong><strong>Carbon Footprint จากต้นทาง </strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ก่อนการวางแผนลดการปล่อยคาร์บอน องค์กรควรมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากธุรกิจ จึงจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ Thoughtworks จึงพัฒนา Cloud Carbon Footprint (CCF) ขึ้นมา เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวัดปริมาณ ติดตาม และประเมินการปล่อยคาร์บอนจากระบบคลาวด์ได้ โดยเครื่องมือ CCF จะเชื่อมต่อและดึงข้อมูลการใช้งานทรัพยากรบนคลาวด์จากหลายส่วนเพื่อติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอน หลังจากนั้นจึงคาดการณ์ปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมา และแสดงข้อมูลออกมาเป็นรูปภาพตามช่วงเวลาต่างๆ</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>Cloud Carbon Footprint</strong> เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มประเมินการปล่อยคาร์บอนของธุรกิจ เนื่องจาก CCF เป็น open-source ที่นำไปใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถปรับแต่งเพื่อนำไปใช้งานในหลายส่วน ทำงานเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ต่างๆ ได้ (multiple clouds) รวมทั้งมีความโปร่งใสตรวจสอบได้</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ CCF ยังสามารถคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบ Scope 2 ซึ่งเป็นการปล่อยก๊าซทางอ้อมจากการใช้พลังงาน เช่น ไฟฟ้าที่ใช้ภายในองค์กร และแบบ Scope 3 ที่เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ เช่น ของเสียจากกิจกรรมในองค์กร การขนส่งจากผู้ผลิตวัตถุดิบ การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขององค์กร การขนส่งสินค้า เป็นต้น โดยคาดการณ์จากเครื่องมือ CCF สามารถใช้เป็นก้าวแรกในการตั้งต้นการควบคุมการปล่อยคาร์บอนขององค์กร และนำไปใช้พัฒนาต่อเพื่อสร้างแนวทางควบคุมมลภาวะที่ดีขึ้นในอนาคต การใช้งาน CCF ไม่เพียงช่วยลด Carbon Footprint เท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางกลยุทธ์การใช้ระบบคลาวด์อย่างคุ้มค่าที่สุดเพื่อลดรายจ่ายด้วยเช่นกัน</p>
<p style="font-weight: 400;">แม้ว่าการสร้างความยั่งยืนให้โลกฟังดูเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจเริ่มต้นที่จุดเล็กๆ จากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด สำหรับองค์กรแล้ว เทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อใช้งานทรัพยากรและระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดรายจ่ายของธุรกิจ แต่ยังเป็นการลดการสร้างมลภาวะต่อโลก และนำไปสู่เติบโตอย่างยั่งยืนในท้ายที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Cloud2.jpg" alt="" width="1200" height="608" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/cloud-carbon-footprint-open-source-by-thoughtwork/">Thoughtworks  เปิดใช้ฟรี Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยองค์กรวางแผนลดคาร์บอนฯ พร้อมต่อยอดวางแผนสโคป 2 และ 3 ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกโดยคนไทย! ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทั้งพลาสติก อลูมิเนียม และขวดแก้ว  ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/circularone-reversed-vending-machine-from-sustaintech/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Sep 2022 03:35:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CircularOne]]></category>
		<category><![CDATA[cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Reversed Vending Machine]]></category>
		<category><![CDATA[SUSTAINTECH]]></category>
		<category><![CDATA[กระป๋องอะลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[จิราวัฒน์ ตั้งกิจชัยวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[มร.ชาง ฟู]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทนเซ็นต์ คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14720</guid>

					<description><![CDATA[<p>SUSTAINTECH” จับมือ “เทนเซ็นต์ คลาวด์” ร่วมพัฒนา ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์แบบอัตโนมัติ ครั้งแรกในไทย! มุ่งยกระดับการคัดแยก และจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’ ตอบเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน SUSTAINTECH สตาร์ทอัปหัวใจรักษ์โลก เดินหน้าเปิดตัวเครื่อง “CircularOne” นวัตกรรมเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์เครื่องแรกในไทย โดยฝีมือคนไทย ที่สามารถรองรับขวดแก้วและจัดเก็บในสภาพสมบูรณ์เพื่อนำไปรียูส (Reuse) แบบอัตโนมัติ หรือ Reversed Vending Machine ชูจุดเด่นการใช้ประโยชน์จากการผสานโซลูชันคลาวด์ และ AI ที่หลากหลายจาก เทนเซ็นต์ คลาวด์ กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ เพื่อตรวจสอบคุณภาพวัสดุ และคัดแยกประเภทบรรจุภัณฑ์ทั้งขวดพลาสติกใส (PET) กระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึง “ขวดแก้ว” เพื่อให้การทำงานของ “CircularOne” มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น สามารถนำไปรีไซเคิล หรือ รียูส และส่งกลับคืนสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดปัญหาการจัดการขยะ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และช่วยลดปัญหาโลกร้อน คุณจิราวัฒน์ ตั้งกิจชัยวัฒน์ Founder &#38; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/circularone-reversed-vending-machine-from-sustaintech/">ครั้งแรกโดยคนไทย! ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทั้งพลาสติก อลูมิเนียม และขวดแก้ว  ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>SUSTAINTECH” จับมือ “</b><b>เทนเซ็นต์ คลาวด์” </b><b>ร่วม</b><b>พัฒนา ‘</b><b>CircularOne’ </b><b>เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์แบบอัตโนมัติ ครั้งแรกในไทย</b><b>! </b><i><span style="font-weight: 400;">มุ่งยกระดับการคัดแยก และ</span></i><i><span style="font-weight: 400;">จัดการ</span></i><i><span style="font-weight: 400;">บรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’ ตอบเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน</span></i></p>
<p><span id="more-14720"></span></p>
<p><b>SUSTAINTECH สตาร์ทอัปหัวใจรักษ์โลก เดินหน้าเปิดตัวเครื่อง “CircularOne” นวัตกรรมเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์เครื่องแรกในไทย โดยฝีมือคนไทย ที่สามารถรองรับขวดแก้วและจัดเก็บในสภาพสมบูรณ์เพื่อนำไปรียูส (Reuse) แบบอัตโนมัติ หรือ Reversed Vending Machine </b></p>
<p><b>ชูจุดเด่นการใช้ประโยชน์จากการผสานโซลูชันคลาวด์ และ AI ที่หลากหลายจาก </b><b>เทนเซ็น</b><b>ต์</b><b> คลาวด์</b><b> กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ เพื่อตรวจสอบคุณภาพวัสดุ และคัดแยกประเภทบรรจุภัณฑ์ทั้ง</b><b>ขวดพลาสติกใส (</b><b>PET) </b><b>กระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึง “ขวดแก้ว” </b><b>เพื่อให้การทำงานของ “CircularOne” มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น สามารถนำไปรีไซเคิล หรือ รียูส และส่งกลับคืนสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดปัญหาการจัดการขยะ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และช่วยลดปัญหาโลกร้อน</b></p>
<p><b>คุณจิราวัฒน์ ตั้งกิจชัยวัฒน์ Founder &amp; CEO ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัป SUSTAINTECH </b><span style="font-weight: 400;">เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกของเราได้เข้าสู่สภาวะวิกฤตทางอากาศ และทรัพยากรทางธรรมชาติที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการผลิต การบริโภค และการจัดการ</span><span style="font-weight: 400;">ที่ไม่ดีพอส่งผลให้เกิดมลพิษ และก๊าซเรือนกระจกที่มากขึ้น <em><strong>ข้อมูลจาก World Bank Group</strong></em></span><span style="font-weight: 400;"><em><strong> ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยถูกจัดอยู่อันดับที่ 6 ของโลกที่มีการทิ้งขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดถึง 3.49 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีเพียงร้อยละ 17.6 (616,000 ตัน) เท่านั้น ที่ถูกนำกลับมารีไซเคิล</strong></em> </span><span style="font-weight: 400;">จึงจำเป็นต้องสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดปัญหาการจัดการขยะ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และช่วยลดปัญหาโลกร้อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมพัฒนานวัตกรรม </span><b>CircularOne</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมุ่งเน้นการคัดแยกบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อลดการผลิต และเพิ่มการนำกลับมาใช้ใหม่ โดยนวัตกรรม CircularOne เป็นเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์รุ่นแรกของ SUSTAINTECH ที่นำขวดไปรียูสและรีไซเคิลแบบอัตโนมัติ (Reversed Vending Machine) ซึ่งเครื่องนี้สามารถรับคืนบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติกใส (PET) กระป๋องอะลูมิเนียม รวมถึงขวดแก้ว ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมที่ SUSTAINTECH พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย</span></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“SUSTAINTECH ถือเป็นเจ้าแรกที่คิดค้น และพัฒนาระบบเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์แบบอัตโนมัติที่สามารถรับคืนขวดแก้วในสภาพสมบูรณ์ได้ โดยได้ร่วมมือกับเทนเซ็นต์ คลาวด์ </span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มธุรกิจคลาวด์ภายใต้เทนเซ็นต์ ผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำระดับโลก </span><span style="font-weight: 400;">โดยได้นำโซลูชันคลาวด์ และเอไอของเทนเซ็นต์ คลาวด์ มาใช้เพื่อรองรับความต้องการเทคโนโลยีด้านการจัดเก็บ และคัดแยกบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พร้อมรับการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตลอดจนใช้ติดตั้งในระบบของตัวเครื่องเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ และคัดแยกประเภทของบรรจุภัณฑ์ พร้อมกันนี้ทาง SUSTAINTECH มีความตั้งใจที่จะสร้างการมีส่วนร่วมภายใต้</span><span style="font-weight: 400;">แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><span style="font-weight: 400;">ให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน อาทิ ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจรีไซเคิล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คนเก็บขยะ หรือซาเล้ง ไปจนถึงผู้บริโภค จากการนำนวัตกรรม CircularOne มาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการยกระดับการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์แบบเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น” </span></em></p>
<p><b>มร.ชาง ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จํากัด </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า “เทนเซ็นต์ คลาวด์ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับการบริหารจัดการขยะเพื่อนำกลับเข้าสู่ระบบด้วยการรีไซเคิล ผ่านการนำเสนอโซลูชันด้านเทคโนโลยีคลาวด์ และเอไอให้กับ SUSTAINTECH ที่ทำงานสอดประสานกันในการช่วยคัดกรองขวดบรรจุภัณฑ์ พร้อมทั้งเสริมระบบการดำเนินงานของเครื่อง CircularOne ให้มีประสิทธิภาพ และความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่งโซลูชันดังกล่าวไม่เพียงแต่แยกประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว แต่ยังช่วยตรวจจับความผิดปกติของบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว ซึ่งถือเป็นประเภทบรรจุภัณฑ์ที่มีโอกาสนำกลับมาเข้าสู่ระบบการผลิตใหม่ได้ เช่น ในกรณีที่มีขวดมีรอยแตก หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ระบบจะทำการแจ้งเตือน และตีกลับทันที ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดขั้นตอน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการคัดแยกขวดบรรจุภัณฑ์ประเภทต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเทนเซ็นต์ คลาวด์ ที่พร้อมให้การสนับสนุนองค์กรธุรกิจไทยทุกขนาดจากหลากหลายอุตสาหกรรม ผ่านการ</span><span style="font-weight: 400;">นำเสนอโซลูชันคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นกว่า </span><span style="font-weight: 400;">400</span><span style="font-weight: 400;"> รายการ ครอบคลุมความต้องการอันหลากหลายของแต่ละธุรกิจ ผสานเข้ากับความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานจากการมีดาต้า</span><span style="font-weight: 400;">เซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยถึง </span><span style="font-weight: 400;">2</span><span style="font-weight: 400;"> แห่ง โดยเรา</span><span style="font-weight: 400;">ยังคงจะพัฒนาโซลูชันเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของทุกฝ่ายที่มี</span><span style="font-weight: 400;">ส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/circularone-reversed-vending-machine-from-sustaintech/">ครั้งแรกโดยคนไทย! ‘CircularOne’ เครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ ยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทั้งพลาสติก อลูมิเนียม และขวดแก้ว  ด้วย ‘คลาวด์-เอไอ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
