<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความรุนแรง &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Apr 2023 09:42:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ความรุนแรง &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Thailand’s Unsustainable Development Review ส่อง 10 ความท้าทาย ดึงประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/thailands-unsustainable-development-review/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Apr 2023 09:42:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SDG Move]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Unsustainable Development Review]]></category>
		<category><![CDATA[การทุจริตและการติดสินบน]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง]]></category>
		<category><![CDATA[การเมืองระดับท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรงในกระบวนการยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยคุกคามไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิในกระบวนการยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพในการแสดงความเห็น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18057</guid>

					<description><![CDATA[<p>SDG Move จัดทำแบบสำรวจการรับรู้ความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาที่เป็นความท้าทายของไทย ผ่านการทำแบบสอบถาม “Thailand’s Unsustainable Development Review: 7 ปีผ่านไป ไทยยั่งยืนแค่ไหน ในสายตาคุณ” ช่วงระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2566 ผ่านการส่งแบบสอบถามให้เปิดทำแบบสาธารณะ จากผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 227 คน พร้อมท้ังการประมวลผลร่วมกับรายงาน Sustainable Development Report 2022 โดย SDSN รายงานความก้าวหน้า SDGs ของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 โดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทั้งนี้ ทาง SDG Move  ได้สรุปประเด็นที่ผู้ตอบแบบสำรวจมองว่าถดถอยมากที่สุด 10 อันดับ 12 ประเด็น ดังต่อไปนี้ 1. การทุจริตและการติดสินบน  นับเป็นประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/thailands-unsustainable-development-review/">Thailand’s Unsustainable Development Review ส่อง 10 ความท้าทาย ดึงประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>SDG Move จัดทำแบบสำรวจการรับรู้ความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาที่เป็นความท้าทายของไทย ผ่านการทำแบบสอบถาม <strong>“Thailand’s Unsustainable Development Review: 7 ปีผ่านไป ไทยยั่งยืนแค่ไหน ในสายตาคุณ” </strong>ช่วงระหว่างวันที่ 17 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2566 ผ่านการส่งแบบสอบถามให้เปิดทำแบบสาธารณะ จากผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 227 คน</p>
<p><span id="more-18057"></span></p>
<p>พร้อมท้ังการประมวลผลร่วมกับรายงาน <strong>Sustainable Development Report 2022</strong> โดย SDSN รายงานความก้าวหน้า SDGs ของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 โดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)</p>
<p>ทั้งนี้ ทาง SDG Move  ได้สรุปประเด็นที่ผู้ตอบแบบสำรวจมองว่าถดถอยมากที่สุด 10 อันดับ 12 ประเด็น ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. การทุจริตและการติดสินบน </strong></p>
<p>นับเป็นประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 88 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.8 คะแนน ​สอดคล้องกับข้อมูลของ SDG Index ปี 2565 ที่พบว่าประเทศไทยมีความท้าทายอย่างมากใน SDG 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง<em><strong> เรื่องดัชนีการรับรู้การทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption perception index: CPI) ติดอันดับตัวชี้วัดที่มีแนวโน้มที่แย่ลง อันดับที่ 7 ของข้อมูล SDG Index ปี 2564 ด้วยเช่นเดียวกัน</strong> </em>นั่นหมายความว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและข้อมูลแนวโน้มความยั่งยืนในประเด็นการทุจริตและการติดสินบน มีความเห็นตรงกันว่า “มีแนวโน้มแย่ลง”</p>
<p><strong>2. ความรุนแรงสุดโต่ง</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 70 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.85 คะแนน โดยมีข้อเท็จจริงสะท้อนประเด็นที่น่าสนใจ เช่น กรณีเหตุการณ์กราดยิง ซึ่งจากข้อมูลของ World Population Review ประจำปี 2565 เผย<em><strong>ผลสำรวจประเทศที่มีกรณีการเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนมากที่สุดในโลก ประจำปี 2022 กลับพบว่าประเทศไทย ติดอันดับที่ 15 ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยอาวุธปืนจำนวน 2,804 คน และมีอัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน เฉลี่ย 3.91 คน ต่อประชากร 1 แสนคน สอดคล้องกับปรากฎการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น</strong></em> เช่น เหตุกราดยิงโคราช  ปี 2563  มีผู้เสียชีวิต 30 ราย เหตุกราดยิงจังหวัดหนองบัวลำภู ปี 2565 มีผู้เสียชีวิต  36 ราย และเหตุกราดยิงสายไหม ปี 2566 มีผู้เสียชีวิต  3 ราย โดยที่ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงขาดมาตรการบังคับใช้กฎหมายการถือครองอาวุธปืนที่เข้มงวดและมาตรการป้องกัน รับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/z4.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>3. ค่าครองชีพไม่สอดคล้องกับรายได้ ​</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 75 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.97 คะแนน สอดคล้องกับข้อมูลรายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2566 (Global Risks Report 2023) โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ระบุว่า ในความเสี่ยงมิติสังคม “วิกฤตค่าครองชีพ” จะติดอันดับ 1 ความเสี่ยงระยะสั้นที่มีโอกาสรุนแรงที่สุดในอีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ <em><strong>ผลสำรวจสถานการณ์แรงงานไทยปี 2565 โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่า แรงงานไทยดำรงชีพด้วยค่าแรงขั้นต่ำต่อวันที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เนื่องด้วยราคาสินค้าที่แพงขึ้น</strong></em> เช่นเดียวกันกับ ข้อมูลของรายงาน Area Need ที่ระบุว่า ในมิติเศรษฐกิจ พื้นที่มีความต้องการระดับภาคในการแก้ไขปัญหาเรื่องค่าครองชีพที่สวนทางกับค่าจ้าง นั่นแปลว่า ประชาชนมีรายได้เท่าเดิมในขณะที่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้น ทำให้ประชาชนอาจต้องเผชิญกับภาวะหนี้ครัวเรือนและปัญหาเศรษฐกิจอื่น ๆ ตามมา</p>
<p><strong>4. การจัดการกับมลพิษทางอากาศ </strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 70 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.99 คะแนน ตรงกับข้อมูลรายงานความก้าวหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย พ.ศ. 2559-2563 ที่จัดทำโดย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ​ระบุว่า <em><strong>สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 รุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งรายงานสถานการณ์มลพิษของไทยปี 2562 มีการวัดค่าเฉลี่ยฝุ่น 24 ชั่วโมงสูงกว่าค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่และนำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและผู้สูงอายุ  โดยสถานการณ์ของประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มที่แย่ลงต่อเนื่องหลายปี</strong> </em>โดยในปีนี้ 2556 สถานการณ์ฝุ่นปีนี้รุนแรงอย่างมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ จากรายงานคุณภาพอากาศจากแอปพลิเคชัน IQAir ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึง  มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ค่าฝุ่นอยู่ในระดับอันตรายอย่างมาก และสูงกว่าค่ามาตรฐานหลายเท่าตัว  ซึ่งจากผลการสำรวจและข้อมูลดังกล่าว สามารถสรุปได้ว่า ความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แม้ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกและประชาชนยังคงมองว่าเป็นปัญหาที่ได้รับการแก้ไขน้อยที่สุดไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป</p>
<p><strong>5. ความรุนแรงในกระบวนการยุติธรรม </strong></p>
<p>เช่น การซ้อมทรมาน การบังคับตรวจ DNA และการอุ้มหาย<strong>  </strong>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong> 5 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 62 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2 คะแนน สะท้อนจาก ข้อมูลดัชนีหลักนิติธรรม (Rule of Law Index) ประจำปี 2565 จัดทำโดยกลุ่มนักวิจัย The World Justice Project<strong> </strong>พบว่า <em><strong>ประเทศไทย ได้คะแนนจากดัชนีหลักนิติธรรม เพียง 0.50 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1 คะแนน จัดอยู่ในลำดับที่ 80 ของโลก ซึ่งแสดงว่าประเทศไทย มีหลักนิติธรรมอ่อนแอที่สุด นับเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่ยังคงน่ากังวล</strong></em> สอดคล้องกับผลสำรวจที่ประชาชนได้ให้ความเห็นว่าประเทศไทยมีแนวโน้มความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาน้อยที่สุด โดยสะท้อนได้จากปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น เช่น กรณี การลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง การทุจริตของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ความลักลั่นในการปฏิบัติและกำหนดโทษผู้ต้องหา รวมถึงการซ้อมทรมาน โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยเหตุดังกล่าว เป็นผลให้ความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาไม่สามารถไปถึงจุดที่สร้างความสงบสุขและยุติธรรมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-18060 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Z2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>6. ความขัดแย้งจากการเมืองระดับท้องถิ่น</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>6 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 56 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.05 คะแนน แม้ไม่ได้เป็นประเด็นที่ถูกระบุข้อมูลเชิงสถิติโดยตรง แต่เป็นประเด็นที่ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ถูกสะท้อนผ่านปรากฏการณ์ทางสังคม เช่น <em><strong>การแบ่งพรรคพวกในชุมชน การกีดกันไม่ให้ได้รับสิทธิหรือสวัสดิการ เป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนกลุ่มน้อย ทำให้การเป็นตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยขาดความชอบธรรมในการสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง</strong></em></p>
<p><strong>7. การรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>7 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 76 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.07 คะแนน สอดคล้องกับข้อมูลรายงานความเสี่ยงโลกประจำปี 2566 (Global Risks Report 2023) โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ระบุว่า <em><strong>เทคโนโลยี จะทำให้ความไม่เท่าเทียมรุนแรงขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงจากความปลอดภัยทางไซเบอร์ ยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวล และเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของสังคมไทยในปัจจุบัน</strong></em> เนื่องจากประชาชนหลายคนประสบกับภัยคุกคาม เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การถูกหลอกลวงจากข้อความ  (SMS) การถูกโกงเงินทางอินเทอร์เน็ต อันเป็นเรื่องยากที่จะรับมือและยังคงขาดมาตรการในการจัดการอย่างแน่ชัดทำให้แนวโน้มในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงยังคงอยู่ในระดับที่ถดถอยมาก</p>
<p>8. <strong>การแพร่ระบาดและการใช้ยาเสพติดในทางที่ผิด </strong>และ <strong>ราคาไฟฟ้าสูงขึ้น</strong></p>
<p>โดยทั้ง 2 ประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>8 ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.09 ​​โดยปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้น จากรายงานยาเสพประเภทติดสังเคราะห์ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การพัฒนาและความท้าทายล่าสุด ปี 2565  ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) ซึ่งข้อมูลระบุว่า จำนวนยาบ้าที่ยึดครองได้จากปี 2563 ถึงปี 2564 ของประเทศไทย เพิ่มขึ้น 29.4% ซึ่งลาวกลายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายที่สำคัญสำหรับการค้ายาเสพติดในประเทศไทยและส่วนอื่น ๆ ของตลอดแม่น้ำโขง รวมถึงเอเชียแปซิฟิก สอดรับกับความคิดเห็นของประชาชนที่ยังคงเห็นด้วยว่าเป็นปัญหาที่มีความถดถอยมาก</p>
<p>ส่วนปัญหารราคาไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นมีราคาที่สูงขึ้น ซึ่งพลังงานเป็นสินค้าและบริการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสะท้อนคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งผลให้ประชาชนจำเป็นต้องแบกรับภาระราคาพลังงานสูงขึ้น และอาจไม่เอื้อต่อการเข้าถึงต่อคนทุกคนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-18061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/z3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>9. <strong>การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็น </strong>และ <strong>ปัญหาการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม</strong></p>
<p>โดยทั้ง 2 ประเด็น มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>9  ด้วยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1 คะแนน โดยปัญหาเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้น​ ถูกสะท้อนผ่านปรากฏการณ์ทางสังคม เช่นกรณี การปิดกั้นการทำงานสื่อมวลชน การปกปิด/ไม่เปิดเผยข้อมูลของรัฐ ซึ่งแท้จริงแล้ว ประชาชนมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือ สิทธิที่จะได้รู้ (right to know) ตามที่ได้ระบุการยอมรับในเอกสารทางระหว่างประเทศ โดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน (The Human Rights Council) เมื่อปี 2563 พร้อมทั้งยังถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 (ฉบับปัจจุบัน) แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพบว่าประชาชนยังคงถูกจำกำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางการเมือง หรือ การรับรู้ข้อมูลจากทางภาครัฐ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่จัดให้ประชาชนเข้าถึงได้รับทราบโดยทั่วกัน</p>
<p><strong>ส่วน​สิทธิในกระบวนการยุติธรรม​ </strong>เช่น สิทธิประกันตัว, การถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์, การคุกคามพยาน  สอดคล้องกับสถิติที่น่าสนใจอย่าง กรณีการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังคดีการเมืองระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2565 – กุมภาพันธ์ 2566 โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน พบว่า มีความพยายามยื่นประกันตัวกว่า 78 ครั้ง ซึ่งมีผู้ต้องขัง 4 รายที่ขอประกันตัวมากกว่า 18 ครั้ง ซึ่งยังคงมีผู้ต้องสงสัยจำนวนมากไม่ได้รับการปฏิบัติด้วยหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ ทั้งที่ยังไม่ถูกพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำความผิดด้วยซ้ำ ทำให้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมกลายเป็นปรากฏการณ์ปัญหาใหญ่ในสังคมปัจจุบัน</p>
<p><strong>10. การกำหนดกติกาการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน</strong></p>
<p>มีความถดถอยในการแก้ปัญหามากที่สุดเป็นอันดับที่<strong> </strong>10 โดยผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นว่า มีความ “ถดถอยมาก” ถึง 31 คน ได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.15 คะแนน จากข้อมูล กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง พบว่า การเปลี่ยนแปลงการไหลบริเวณแม่น้ำโขง ไม่เป็นไปตามธรรมชาติและปริมาณตะกอนหายไป จากการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าในลุ่มน้ำโขง ทั้งในแม่น้ำโขงสายหลักในจีน ลาว และบนลำน้ำสาขาในลาว รวมทั้งกัมพูชา ไทย และเวียดนาม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงและการใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาสะสมต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2536 และรุนแรงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2550 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เช่น น้ำระดับน้ำโขงที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติในฤดูแล้ง การสูญเสียพื้นที่เกษตรริมโขง และน้ำโขงไม่ไหลเข้าลำน้ำสาขา ทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศภายในพื้นที่</p>
<p>อย่างไรก็ดี นอกจากผลสำรวจทั้ง 10 อันดับ ผู้ตอบแบบสำรวจได้เสนอประเด็นเพิ่มเติมอื่น ๆ  ที่มองว่าเป็นประเด็นที่มีความถดถอยในการแก้ปัญหา เช่น ประเด็น ‘<strong>ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’</strong> ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกก็ต่างให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เด็กและเยาวชนทั่วโลกได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ หรือ ประเด็น<strong> ‘สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล’</strong>  ซึ่งการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุม นับเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ประชาชนหวังจะได้รับ เป็นต้น</p>
<p>ที่มาข้อมูล  : <a href="https://www.sdgmove.com/2023/04/05/sdg-updates-midtermreview-tudr-survey-2023/?fbclid=IwAR37w62ygI6SvViFA7ugLp4jJqTXvOM6z0PrgbDB5Kr3X4zTE9m_S334Blw" target="_blank" rel="noopener">SDG MOVE</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/thailands-unsustainable-development-review/">Thailand’s Unsustainable Development Review ส่อง 10 ความท้าทาย ดึงประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
