<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความเชื่อมั่น &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 12 Oct 2025 10:31:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ความเชื่อมั่น &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศุภาลัย​ &#8216;Quality Begins Inside&#8217; เปิดดีเทลบ้าน เจาะถึงโครงสร้างและวัสดุ พิสูจน์คุณภาพ​ผ่าน &#8216;SUPALAI EXPERIENCE HOME&#8217; ยกระดับบ้านตัวอย่างเป็น Tochpoint​​ ย้ำความเชื่อมั่นแบรนด์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/supalai-experience-home/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Oct 2025 10:29:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Quality Begins Inside]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI EXPERIENCE HOME]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านตัวอย่าง]]></category>
		<category><![CDATA[วัสุดก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย เลควิลล์ ศรีสมาน–ปทุมธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อิฐมวลเบา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างบ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37230</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนต่อความเชื่อมั่นของแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทย ลูกค้าที่กำลังมองหาบ้าน กลับมาให้ความสำคัญต่อประเด็น &#8216;ความมั่งคงและปลอดภัย&#8217; ของที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าจึงกลายมาเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของแบรนด์เช่นเดียวกัน นำมาสู่การเปิดโปรเจ็กต์ &#8216;SUPALAI EXPERIENCE HOME&#8217; ของ บมจ.ศุภาลัย เพื่อเน้นย้ำความมั่นใจในคุณภาพของที่อยู่อาศัย โดยนำร่องที่โครงการ &#8216;ศุภาลัย เลควิลล์ ศรีสมาน–ปทุมธานี&#8217;  กับการเปิดบ้านในรูปแบบใหม่  ที่ไม่เหมือนใคร ผ่านการ &#8216;ถอดรหัสบ้าน&#8217; ให้เห็นทุกขั้นตอนก่อสร้าง วัสดุ และระบบงานต่างๆ เจาะลึกไปจนถึงระบบโครงสร้าง กระบวนการเลือกใช้วัสดุ ตอกย้ำความั่นใจด้านคุณภาพของบ้านและคอนโด​มิเนียมของศุภาลัย คุณกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศุภาลัยไม่เพียงสร้างบ้านที่สวยงามในแง่ของดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญสูงสุดกับ มาตรฐานทางวิศวกรรมและความแข็งแรงของโครงสร้าง ตั้งแต่ฐานราก ผนัง บันได ไปจนถึงระบบหลังคา ทุกองค์ประกอบผ่านการออกแบบและคำนวณอย่างรอบคอบตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน ทำให้ กล้าที่จะเปิดเผยทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกวัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากล การก่อสร้างที่ควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน ไปจนถึงการทดสอบและตรวจสอบ (QC) ตามมาตรฐาน ISO &#8220;ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/supalai-experience-home/">ศุภาลัย​ &#8216;Quality Begins Inside&#8217; เปิดดีเทลบ้าน เจาะถึงโครงสร้างและวัสดุ พิสูจน์คุณภาพ​ผ่าน &#8216;SUPALAI EXPERIENCE HOME&#8217; ยกระดับบ้านตัวอย่างเป็น Tochpoint​​ ย้ำความเชื่อมั่นแบรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนต่อความเชื่อมั่นของแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทย ลูกค้าที่กำลังมองหาบ้าน กลับมาให้ความสำคัญต่อประเด็น &#8216;<strong>ความมั่งคงและปลอดภัย&#8217;</strong> ของที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าจึงกลายมาเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของแบรนด์เช่นเดียวกัน</p>
<p><span id="more-37230"></span></p>
<p>นำมาสู่การเปิดโปรเจ็กต์ <strong>&#8216;</strong><strong>SUPALAI EXPERIENCE HOME&#8217; </strong>ของ<strong> บมจ.ศุภาลัย</strong> เพื่อเน้นย้ำความมั่นใจในคุณภาพของที่อยู่อาศัย โดยนำร่องที่โครงการ &#8216;<strong>ศุภาลัย เลควิลล์ ศรีสมาน–ปทุมธานี&#8217;</strong>  กับการเปิดบ้านในรูปแบบใหม่  ที่ไม่เหมือนใคร ผ่านการ &#8216;ถอดรหัสบ้าน&#8217; ให้เห็นทุกขั้นตอนก่อสร้าง วัสดุ และระบบงานต่างๆ เจาะลึกไปจนถึงระบบโครงสร้าง กระบวนการเลือกใช้วัสดุ ตอกย้ำความั่นใจด้านคุณภาพของบ้านและคอนโด​มิเนียมของศุภาลัย</p>
<p><strong>คุณกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล</strong> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศุภาลัยไม่เพียงสร้างบ้านที่สวยงามในแง่ของดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญสูงสุดกับ <strong>มาตรฐานทางวิศวกรรมและความแข็งแรงของโครงสร้าง</strong> ตั้งแต่ฐานราก ผนัง บันได ไปจนถึงระบบหลังคา ทุกองค์ประกอบผ่านการออกแบบและคำนวณอย่างรอบคอบตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน ทำให้ กล้าที่จะเปิดเผยทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกวัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากล การก่อสร้างที่ควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน ไปจนถึงการทดสอบและตรวจสอบ (QC) ตามมาตรฐาน ISO</p>
<p><em>&#8220;ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า <strong>ทุกองค์ประกอบในบ้านศุภาลัยคือผลลัพธ์ของการวางแผนและการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถพิสูจน์ได้จริง </strong>จึงเป็นที่มาของโปรเจกต์<strong> SUPALAI EXPERIENCE HOME </strong>ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เจาะลึกภายในตัวบ้าน ลึกไปจนถึงระบบโครงสร้างและกระบวนการเลือกใช้วัสดุ เพื่อให้เห็นที่มาที่ไปของมาตรฐาน และได้พิสูจน์ด้วยตาตัวเอง ว่าบ้านศุภาลัย แข็งแรงจริง คุณภาพจริง และได้มาตรฐานจริง&#8221;</em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37235 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Experience-Home_5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างความเชื่อมั่นผ่า​น </strong><strong>SUPALAI EXPERIENCE HOME</strong></p>
<p>ตลอด 36 ปีที่ผ่านมา ศุภาลัยก่อสร้างทุกโครงการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางวิศวกรรม และเป็นไปตามที่กฏหมายกำหนดอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เพื่อสามารถต้านทานภัยธรรมชาติ รวมทั้งเหตุแผ่นดินไหวได้ตามมาตรฐานกำหนด ​พร้อมทั้งพยายามอัพเดทความต้องการใหม่ๆ เพื่อมอบทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย  และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกบ้านได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>แต่จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ทำให้ความกังวลและเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของที่อยู่อาศัย กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่คนซื้อบ้านต้องการความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น นำมาสู่การเปิดแคมเปญ <strong>&#8216;Quality Begins Inside&#8217;</strong> เพื่อกลับมา​ตอกย้ำการสื่อสารในเรื่องคุณภาพบ้านของศุภาลัยอีกครั้ง ด้วยความเชื่อว่า บ้านคุณภาพต้องเริ่มจากภายใน และรองรับ &#8216;<strong>ชีวิตจริง</strong>&#8216; ของทุกคน ศุภาลัยจึงใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่โครงสร้าง วัสดุ ไปจนถึงการออกแบบฟังก์ชันให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง</p>
<p>ผ่านการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการชมบ้านตัวอย่างในรูปแบบ &#8216;<strong>SUPALAI EXPERIENCE HOME&#8217;</strong>​ ​ ที่กล้าเปิดให้ทุกคนได้เห็น และเชื่อมั่นใน &#8216;บ้านที่ดี&#8217; ที่ใส่ใจตั้งแต่คุณภาพข้างใน แม้จะมองไม่เห็น แต่ก็ไม่มองข้าม เพราะนี่คือหัวใจที่สะท้อนถึงคุณภาพที่แท้จริง  โดยนำร่องใน<strong>โครงการ ศุภาลัย เลควิลล์ ศรีสมาน–ปทุมธานี</strong> เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกองค์ประกอบของบ้านอย่างแท้จริง ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ หรือแม้แต่การใส่ใจ​ในจุดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อป้องกันปัญหากวนใจระหว่างการอยู่อาศัย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37234 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Experience-Home_200.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; เจาะลึกโครงสร้างบ้าน</strong> : มองเห็นทุกขั้นตอนการก่อผนังรวมทั้ง​วัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น​​ <strong>อิฐมวลเบา</strong> ที่แข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบา มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันไฟและกันความร้อน ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า การก่ออิฐใช้ปูนก่ออัดแน่นเต็มพื้นที่ ไม่มีช่องว่าง เสริมความแข็งแรงด้วยเสาเอ็น คานทับหลัง และลวดตาข่าย ป้องกันการแตกร้าวระหว่างผนังและโครงสร้าง อีกทั้งยังจัดแสดงกระบวนการฉาบผนัง สกิมโค้ท ทาสีรองพื้น และทาสีจริง ที่ปลอดสารระเหย รวมถึงการติดวอลเปเปอร์ ยับยั้งไวรัสและแบคทีเรีย</p>
<p><strong>&#8211; หลังคามาตรฐานสูง</strong> : ​โครงสร้างหลังคาที่ปกติลูกค้าไม่สามารถมองเห็นได้ โดยเลือกใช้วัสดุมาตรฐานสูง ทั้งโครงเหล็ก กระเบื้องคอนกรีต การออกแบบที่ป้องกันน้ำรั่วซึม พร้อมฉนวนกันความร้อนและฝ้าชายคา ไวนิลช่วยระบายอากาศและลดอุณหภูมิภายในบ้าน พร้อมบริการ​<strong>​</strong>ติดตั้ง <strong>Solar Roof </strong>​ที่สามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนได้ราว 3-5 กิโลวัตต์ ประหยัดค่าไฟได้ราว 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งทางศุภาลัยมี​บริการติดตั้ง​พร้อมระบบติดตามการทำงานแบบ Realtime พร้อมรับประกันการดูแลรักษาเป็นเวลา 5 ปี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37231 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/คุณกิตติพงษ์_02-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เช่นเดียวกับ​ทุกรายละเอียดต่างๆ ภายใน​บ้าน ไม่ว่าจะเป็น <strong>บันไดที่มั่นใจได้</strong> เพราะก่อสร้างด้วย<strong>คอนกรีตเสริมเหล็ก </strong>และออกแบบตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ ให้ความแข็งแรงและมั่นคง พร้อมทั้งวัสดุพื้นผิวที่สวยงามและปลอดภัยต่อสุขภาพ <strong>บานประตูและหน้าต่าง</strong> ที่เลือกใช้วัสดุคุณภาพ ที่คงทนและช่วยลดเสียงรบกวนตอบโจทย์การใช้ชีวิต ไปจนถึงการเลือกวัสดุปูพื้นและกระเบื้อง ที่ทั้งสวยงาม แข็งแรงและทนทาน ทั้งภายในบ้านและในห้องน้ำ โดยเฉพาะการทดสอบการรั่วซึมของห้องน้ำที่ทำซ้ำถึง 2 ครั้ง แม้ในจุดที่มองไม่เห็นอย่างจุดข้อต่อของน้ำดี และน้ำเสีย และการวางระบบท่อน้ำทิ้ง เพื่อป้องกันกลิ่นย้อนกลับ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>ประสบการณ์ใหม่ &#8216;บ้านตัวอย่าง&#8217; เพิ่มความเชื่อมั่นให้แบรนด์</strong></p>
<p>การปรับกลยุทธ์ของ &#8216;<strong>ศุภลัย&#8217;</strong> ในการนำเสนอ <strong>&#8216;บ้านตัวอย่าง&#8217;</strong> จากรูปแบบเดิมๆ มาสู่ <strong>SUPALAI EXPERIENCE HOME </strong>ที่เป็นเหมือนิทรรศการขนาดย่อมๆ ทำให้ลูกค้า สามารถสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้ถึงกระบวนการก่อสร้างบ้านทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ  การเลือกใช้วัสดุ การก่อสร้าง รวมทั้งคุณสมบัติของบ้าน ที่สามารถให้ได้ทั้งความปลอดภัย พื้นที่แห่งความสุข รวมทั้งช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ด้วย</p>
<p>การออกแบบของศุภาลัย ยังสะท้อนความเข้าใจดีมานด์ของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่มิติในเรื่องเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม กลายมาเป็นหนึ่งใน Standard ของการเลือกซื้อบ้าน ​ ทำให้การออกแบบและก่อสร้างบ้านของศุภาลัย ไม่เพียงเน้นที่คุณภาพ และความสวยงาม แต่ยังมีฟังก์ชันที่ช่วยตอกย้ำถึงการเป็นบ้านประหยัดพลังงาน ทั้งการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ที่เป็นฉนวนกันความร้อนในองค์ประกอบต่างๆ ​ทั้งโครงสร้างและหลังคา ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านเย็น หรือการเลือกใช้กระจก เพื่อช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติ ไปจนถึงการออกแบบโครงสร้างหลังคาให้รองรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือการเพิ่มที่ชาร์จ EV เพื่อรองรับการใช้งานของลูกบ้าน​อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37237 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Experience-Home_262.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ภายในโครงการยังคำนึงถึงการมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 5% ในทุกโครงการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญเพื่อให้โครงการมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน ​หรือทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัว ไปจนถึงการมีระบบบำบัดน้ำ และสามารถนำมาหมุนเวียนใช้เพื่อดูต้นไม้หรือสวนภายในโครงการ รวมทั้งการบริหารจัดการด้าน Waste Management เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและส่งเสริมการแยกขยะ​ภายในโครงการต่างๆ อีกด้วย</p>
<p><em><strong>&#8220;SUPALAI EXPERIENCE HOME กลายเป็นอีกหนึ่งการสร้างมาตรฐานในวงการก่อสร้างบ้าน ที่เชื่อว่าจะช่วยทำให้ลูกค้าเชื่อมันต่อ​แบรนด์​ และมีส่วนในการตัดสินใจเลือกโครงการอยู่อาศัยนั้นๆ ได้มากขึ้น</strong> ซึ่งนอกจากนำเสนอโครงสร้างของบ้าน ยังมีส่วนของแบรนด์พันธมิตรที่เราใช้ในแต่ละองค์ประกอบของบ้าน ทั้งสี ฉนวน ฝ้า กระจก ไม้ และเพื่อตอกย้ำความมั่นใจได้มากขึ้น ทางศุภาลัย จะรับประกันสำหรับลูกค้า <strong>โครงการ ศุภาลัย เลควิลล์ ศรีสมาน–ปทุมธานี </strong>ในส่วนของงานโครงสร้างนานถึง 5 ปี  <strong>และรับประกันงานส่วนควบอีก </strong><strong>1 </strong><strong>ปี เพื่อยืนยันมาตรฐานคุณภาพอย่างแท้จริง&#8221;</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37232 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Experience-Home_259.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ผู้สนใจสามารถเข้ามา <strong>สัมผัสโครงสร้าง เห็นวัสดุ และเข้าใจการก่อสร้างในทุกดีเทล</strong> ด้วยตัวเอง เพื่อให้เชื่อมั่นว่าบ้านศุภาลัยคือมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ที่ <strong>SUPALAI EXPERIENCE HOME</strong><strong> ณ โครงการ ศุภาลัย เลควิลล์ ศรีสมาน–ปทุมธานี </strong>​บ้านเดี่ยวหรูสไตล์ Tropical Series หลังใหญ่ พื้นที่ใช้สอย 162 &#8211; 417 ตารางเมตร ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันบนพื้นที่กว้างขวาง รายล้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติ และสวนส่วนกลางขนาดกว่า 2 ไร่ พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตด้วยนวัตกรรมทันสมัย ทั้ง Solar Rooftop ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และ EV Charger ทุกหลัง รองรับการเดินทางของอนาคต มอบความสะดวกสบายและยั่งยืนในทุกมิติของการอยู่อาศัย ราคาเริ่มต้น 5.69 ล้านบาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1720 www.supalai.com หรือ Facebook | Supalai</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/supalai-experience-home/">ศุภาลัย​ &#8216;Quality Begins Inside&#8217; เปิดดีเทลบ้าน เจาะถึงโครงสร้างและวัสดุ พิสูจน์คุณภาพ​ผ่าน &#8216;SUPALAI EXPERIENCE HOME&#8217; ยกระดับบ้านตัวอย่างเป็น Tochpoint​​ ย้ำความเชื่อมั่นแบรนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดัชนีความเชื่อมั่น &#8216;ค้าปลีก&#8217; มิ.ย. ต่ำสุด รอบ 42 เดือน &#8216;สมาคมผู้ค้าปลีกไทย&#8217; ​ชง 2 แนวทางเร่งด่วน &#8216;ฟื้นกำลังซื้อ-ปลุกท่องเที่ยว&#8217;   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/new-low-retail-sentiment-index/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 07:12:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Easy E-Receipt]]></category>
		<category><![CDATA[Hug The Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Retail Sentiment Index]]></category>
		<category><![CDATA[RSI​]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Retailers Association]]></category>
		<category><![CDATA[TRA]]></category>
		<category><![CDATA[กระตุ้นเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ค้าปลีกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮักโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34839</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผย ดัชนีความเชื่อมันผู้ค้าปลีก (RSI – Retail Sentiment Index) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรับลดลงต่อเนื่อง จนแตะระดับ New Time Low ในรอบ 42 เดือน   สะท้อนภาพกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง ขณะที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนชะลอการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐอย่างเป็นรูปธรรม สมาคมฯ จึงขอเสนอ 2 แนวทางเร่งด่วน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ให้สามารถเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ​ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาภาคค้าปลีกต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง การบริโภคที่ชะลอตัว การลงทุนที่ลดลง รวมทั้งปัจจัยภายนอก อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของไทยลดลง นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าไทยจะสามารถเจรจาให้ลดลงต่ำกว่า 36% หรือใกล้เคียงกับประเทศในแถบเอเชียอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กในธุรกิจที่ต้องเปิดเสรี ได้หรือไม่ ซึ่งมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและการจ้างงานในระบบ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ล้วนส่งผลต่อบรรยากาศการจับจ่ายและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวม &#8220;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกในเดือนมิถุนายนยังคงปรับลดลงในทุกองค์ประกอบ ทุกภูมิภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/new-low-retail-sentiment-index/">ดัชนีความเชื่อมั่น &#8216;ค้าปลีก&#8217; มิ.ย. ต่ำสุด รอบ 42 เดือน &#8216;สมาคมผู้ค้าปลีกไทย&#8217; ​ชง 2 แนวทางเร่งด่วน &#8216;ฟื้นกำลังซื้อ-ปลุกท่องเที่ยว&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผย <strong>ดัชนีความเชื่อมันผู้ค้าปลีก (</strong><strong>RSI – Retail Sentiment Index</strong><strong>) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรับลดลงต่อเนื่อง จนแตะระดับ </strong><strong>New Time Low </strong><strong>ในรอบ </strong><strong>42 </strong><strong>เดือน  </strong></p>
<p><span id="more-34839"></span></p>
<p><strong>สะท้อนภาพกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง ขณะที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนชะลอการลงทุน </strong>เพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>สมาคมฯ จึงขอเสนอ 2 แนวทางเร่งด่วน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ให้สามารถเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/K-NAT1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> เปิดเผยว่า ​ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาภาคค้าปลีกต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง การบริโภคที่ชะลอตัว การลงทุนที่ลดลง รวมทั้งปัจจัยภายนอก อาทิ</p>
<p><strong>จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ </strong>โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของไทยลดลง</p>
<p><strong>นโยบายภาษีของสหรัฐฯ </strong>ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าไทยจะสามารถเจรจาให้ลดลงต่ำกว่า 36% หรือใกล้เคียงกับประเทศในแถบเอเชียอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กในธุรกิจที่ต้องเปิดเสรี ได้หรือไม่ ซึ่งมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและการจ้างงานในระบบ</p>
<p><strong>ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา</strong> ล้วนส่งผลต่อบรรยากาศการจับจ่ายและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวม</p>
<p><em>&#8220;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกในเดือนมิถุนายนยังคงปรับลดลงในทุกองค์ประกอบ ทุกภูมิภาค ทั้งยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ ความถี่ในการใช้จ่าย โดยคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาสที่ 3 สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวและระมัดระวังในการจับจ่าย ถึงแม้จะมีสัญญานบวกจากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่ยังขาดเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจน ขณะที่ภาคเอกชนเฝ้ารอการเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ และต้องการเห็นมาตรการฟื้นฟูที่ลงมือปฏิบัติได้จริงใน ช่วงครึ่งปีหลัง&#8221;</em></p>
<figure id="attachment_34843" aria-describedby="caption-attachment-34843" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-34843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Re-retail1.jpg" alt="" width="1200" height="681" /><figcaption id="caption-attachment-34843" class="wp-caption-text">Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ สมาคมฯ จึงเสนอแนวทางผ่าย 2 แกนหลัก เพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>1. อัดฉีดเม็ดเงินรัฐอย่างตรงจุด เพื่อฟื้นกำลังซื้อทั่วประเทศ</strong></p>
<p><strong>&#8211; เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ </strong>ผ่านงบล็อตแรก 15 แสนล้านบาท จากกรอบงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน โดยควรกระจายการลงทุนครอบคลุมทั่วประเทศ ในด้านท่องเที่ยวควรเร่งมาตรการความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้<strong>รัฐควรจัดสรรงบคงเหลืออีก 40</strong><strong>,</strong><strong>000–50</strong><strong>,</strong><strong>000 ล้านบาท เพื่อมุ่งกระตุ้นกำลังซื้อฐานรากให้มากขึ้นกว่านี้ และช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งมีมากกว่า </strong><strong>90% </strong><strong>ของภาคธุรกิจทั้งหมด</strong> ครอบคลุม 50-70% ของการจ้างงานโดยรวม ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; ผลักดันโครงการ &#8216;</strong><strong>Easy e-Receipt </strong><strong>เฟส </strong><strong>2&#8242;</strong> <strong>หรือช้อปดีมีคืน</strong> <strong>ช่วงระหว่างกันยายน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ธันวาคมนี้ </strong>เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในฤดูไฮซีซั่นและเทศกาลเฟสทีฟต่างๆ พร้อมดึงผู้ค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นธรรม</p>
<p>โดยเสนอให้มีการ <strong>ปรับเงื่อนไขให้เข้าร่วมได้สะดวกขึ้น ด้วยการรวมสินค้าทั่วไปและสินค้า </strong><strong>OTOP </strong><strong>รวมถึงเพิ่มเติมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในวงเงินรวมกันไม่เกิน </strong><strong>100,000 </strong><strong>บาท คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณ มากกว่า </strong><strong>100,000 </strong><strong>ล้านบาท</strong> จากเดิมราว 70,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>&#8211; เร่งเบิกจ่ายงบปี 2568 ให้แล้วเสร็จก่อน 30 ก.ย. 68 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ</strong> เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว พร้อม <strong>จัดทำร่างงบประมาณรายจ่าย ปี 2569 ให้เป็นไปตามกรอบเวลา</strong> เพื่อความต่อเนื่องของนโยบายและการดำเนินการอย่างราบรื่น</p>
<p><strong> 2. ดันแม่เหล็กท่องเที่ยวผ่าน </strong><strong>Thailand Shopping Paradise</strong> ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ</p>
<p><strong>&#8211; ทดลองมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า</strong> <strong>(</strong><strong>Instant Tax Refund</strong><strong>)</strong> สำหรับนักท่องเที่ยวที่มียอดซื้อ         ขั้นต่ำ 3,000 บาท โดยอาจเริ่มจากร้านค้าสมาชิกในย่านช้อปปิ้งหลักของกรุงเทพฯ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว</p>
<p><strong>&#8211; ลดภาษีนำเข้า (</strong><strong>Import Tax</strong><strong>) สำหรับสินค้าในกลุ่ม แฟชั่น เสื้อผ้า น้ำหอม และเครื่องสำอาง</strong> ซึ่งปัจจุบันมีอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 20–30% เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และลดแรงจูงใจในการซื้อสินค้าจากตลาดสีเทา</p>
<p><strong>&#8211; พิจารณาจัดตั้งเขตปลอดภาษี (</strong><strong>Free Tax Zone</strong>) ในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการกลับมาเที่ยวซ้ำในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8211; จัดมหกรรมลดราคาสินค้าทั่วประเทศ</strong> ในรูปแบบเดียวกับ “Great Singapore Sale” (งานสิงคโปร์ลดทั้งเกาะ)              โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างห้างค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อสร้างบรรยากาศจับจ่ายทั่วประเทศ เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; เสนอขยายระยะเวลาวีซ่าของนักท่องเที่ยวรัสเซียจาก 30 วัน เป็น 45 วัน</strong> หลังสิ้นสุดโครงการเดิม เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้ในภาคการท่องเที่ยว โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจากรัสเซียถือเป็นกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงและมักนิยมพำนักระยะยาวในประเทศไทย</p>
<p>อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทางภาครัฐกำลังดำเนินการในด้าน <strong>การปราบปรามธุรกิจ &#8216;นอมินี&#8217; สวมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และซูเปอร์มาร์เก็ต และการคุมเข้ม</strong><strong> &#8216;</strong><strong>สินค้านำเข้าราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน&#8217;</strong></p>
<p><strong>ทางสมาคมฯ มองว่ารัฐมาถูกทางและเริ่มเห็นผลลัพธ์บ้างแล้ว แต่ขอเสนอให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง </strong>เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34840 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/ฮักโลก-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากมาตรการฟื้นเศรษฐกิจที่ทางสมาคมฯ พร้อมที่จะร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมแล้ว  บทบาทของสมาคมฯ ยังให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และส่งเสริมค้าปลีกสีเขียว (Green Retail) โดยร่วมกับสมาชิกในเครือข่ายจัดโครงการ<strong> &#8216;Hug The Earth&#8217; (ฮักโลก)</strong> เพื่อรณรงค์การบริโภคอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าฉลากรักษ์โลกมากกว่า 20,000 รายการทั่วประเทศ</p>
<p>พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ยังเดินหน้าเพิ่มโอกาส สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั้งในกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือกับห้างร้านกลุ่มค้าปลีกชั้นนำ เช่น กลุ่มเซ็นทรัล จัดงานมหกรรมจำหน่ายสินค้าชุมชน, เดอะมอลล์ จัดเทศกาลผลไม้และของกินจากร้านดังทั่วไทย, โก โฮลเซลล์ เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้า OTOP จากทั่วประเทศ, ซีพี แอ็กซ์ตร้า  จัดงานแม็คโคร โชห่วยออนทัวร์รวมมิตร เสริมศักยภาพร้านโชห่วยไทย, บิ๊กซี จัดเทศกาลผลไม้ไทย และท็อปส์ จัดโซนจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นต้น <strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34842 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Community-.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเชื่อว่าหากรัฐบาลผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ควบคู่กับความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและเติบโต อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/new-low-retail-sentiment-index/">ดัชนีความเชื่อมั่น &#8216;ค้าปลีก&#8217; มิ.ย. ต่ำสุด รอบ 42 เดือน &#8216;สมาคมผู้ค้าปลีกไทย&#8217; ​ชง 2 แนวทางเร่งด่วน &#8216;ฟื้นกำลังซื้อ-ปลุกท่องเที่ยว&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้ายกระดับเพิ่มความเข้มข้นในการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/set-uplift-set-esg-ratings-assessment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jul 2024 05:19:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Rating]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Ratings]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การประเมินความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลท.]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บจ.]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27566</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้ายกระดับเพิ่มความเข้มข้นในการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings โดยได้ศึกษาและหารือแนวทางร่วมกับผู้ประเมินชั้นนำของโลกมาตั้งแต่ปี 2565 โดยจะปรับกระบวนการประเมินซึ่งเน้นการนำข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะ (public disclosure) มาพิจารณา เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยจะมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกระบวนการประเมินความยั่งยืนให้แก่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2567 ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตที่ยั่งยืน โดยจัดทำข้อมูล SET ESG Ratings ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ลงทุนนำไปประกอบในการตัดสินใจลงทุน ซึ่งปัจจุบันรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะคัดเลือกจาก บจ. ที่สมัครใจเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืน และต้องผ่านเกณฑ์ 2 ด้าน ได้แก่ 1) เกณฑ์คะแนนจากการตอบแบบประเมินตั้งแต่ 50% ของคะแนนเต็มในแต่ละมิติ (มิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม) 2) เกณฑ์ด้านคุณสมบัติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/set-uplift-set-esg-ratings-assessment/">ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้ายกระดับเพิ่มความเข้มข้นในการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> เดินหน้ายกระดับเพิ่มความเข้มข้นในการประเมินความยั่งยืน <strong>SET ESG Ratings</strong> โดยได้ศึกษาและหารือแนวทางร่วมกับผู้ประเมินชั้นนำของโลกมาตั้งแต่ปี 2565</p>
<p><span id="more-27566"></span></p>
<p><strong> โดยจะปรับกระบวนการประเมินซึ่งเน้นการนำข้อมูลที่เปิดเผยสู่สาธารณะ (public disclosure) มาพิจารณา </strong>เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยจะมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกระบวนการประเมินความยั่งยืนให้แก่บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในช่วงปลายเดือน ก.ค. 2567</p>
<p>ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตที่ยั่งยืน โดยจัดทำข้อมูล SET ESG Ratings ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ลงทุนนำไปประกอบในการตัดสินใจลงทุน</p>
<p>ซึ่งปัจจุบันรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะคัดเลือกจาก บจ. ที่<u>สมัครใจ</u>เข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืน และต้องผ่านเกณฑ์ 2 ด้าน ได้แก่</p>
<p><strong>1) เกณฑ์คะแนนจากการตอบแบบประเมินตั้งแต่ 50% ของคะแนนเต็มในแต่ละมิติ</strong> (มิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม)</p>
<p><strong>2) เกณฑ์ด้านคุณสมบัติ</strong> ประกอบด้วยหลายเกณฑ์ อาทิ  ต้องเป็นบริษัทที่มีผลการประเมินคุณภาพรายงานด้านบรรษัทภิบาล (CGR) ซึ่งประเมินโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป ไม่เป็นบริษัท <u>หรือ</u>มีกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ถูกกล่าวโทษหรือได้รับการตัดสินความผิดเรื่อง ESG จากทางการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ การปรับวิธีการประเมินร่วมกับผู้ประเมินชั้นนำของโลก จะช่วยยกระดับมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ  สร้างความน่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ข้อมูลมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/set-uplift-set-esg-ratings-assessment/">ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินหน้ายกระดับเพิ่มความเข้มข้นในการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจยูโอบีเผย ธุรกิจ 3 ใน 4 เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในปีนี้ เอสเอ็มอีและบริษัทขนาดใหญ่มองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปรับตัวสู่ดิจิทัล และสนับสนุนเรื่องความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/uob-business-outlook-study-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 13:45:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[SME& Large Enterprises]]></category>
		<category><![CDATA[UOB Business Outlook Study 2023]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายธุรกิจไปต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรขนาดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเฟ้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20073</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน UOB Business Outlook Study 2023 (SME&#38; Large Enterprises) ที่จัดทำโดยธนาคารยูโอบีเผยธุรกิจเอสเอ็มอีและบรรษัทขนาดใหญ่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว รายงานสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ เทรนด์ธุรกิจและกลยุทธ์หลักที่บริษัทชั้นนำของประเทศไทยใช้เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจให้เติบโตหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คุณตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เมื่อไม่นานมานี้ยูโอบีได้จัดทำรายงานเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรใหญ่รวม 530 คน ครอบคลุม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตขององค์กรและการฟื้นฟูธุรกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้คลี่คลายลง โดยผลสำรวจพบว่าธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรขนาดใหญ่มีความเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจกำลังเข้าสู่สภาวะฟื้นตัว และยังต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล พร้อมนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” ภาคธุรกิจเชื่อมั่นผลประกอบการเติบโต 3 ใน 4 หรือ 76% ของผู้บริหารที่ตอบแบบสำรวจเชื่อมั่นว่าผลประกอบการขององค์กรในปี 2566 มีแนวโน้มสูงขึ้น ธุรกิจด้านการผลิตและวิศวกรรมมีความเชื่อมั่นสูงสุดที่  85%  ตามด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการโรงแรม  80%  และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค  79% ซึ่งแนวโน้มผลประกอบการที่สูงขึ้นส่งผลให้ผู้บริหารส่วนใหญ่กว่า​ 74% มีความเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทส่วนใหญ่มั่นใจว่ารายได้ของธุรกิจจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปี โดยกว่า​ 90% หรือ 9 ใน 10 ของธุรกิจ เชื่อว่าจะเห็นกำไรกลับคืนมาภายในปี 2568  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/uob-business-outlook-study-2023/">ผลสำรวจยูโอบีเผย ธุรกิจ 3 ใน 4 เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในปีนี้ เอสเอ็มอีและบริษัทขนาดใหญ่มองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปรับตัวสู่ดิจิทัล และสนับสนุนเรื่องความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">รายงาน </span><b>UOB Business Outlook Study 2023 <span lang="AR-SA">(</span>SME&amp; Large Enterprises<span lang="AR-SA">)</span></b><span lang="AR-SA"> ที่จัดทำโดยธนาคารยูโอบีเผยธุรกิจเอสเอ็มอีและบรรษัทขนาดใหญ่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว รายงานสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจ เทรนด์ธุรกิจและกลยุทธ์หลักที่บริษัทชั้นนำของประเทศไทยใช้เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจให้เติบโตหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-</span>19<u></u><u></u></p>
<p><span id="more-20073"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="AR-SA">คุณตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย</span></b><span lang="AR-SA"> กล่าวว่า “เมื่อไม่นานมานี้ยูโอบีได้จัดทำรายงานเพื่อรวบรวมความคิดเห็นและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรใหญ่รวม 530 คน ครอบคลุม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตขององค์กรและการฟื้นฟูธุรกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-</span>19 <span lang="AR-SA">ได้คลี่คลายลง โดยผลสำรวจพบว่าธุรกิจเอสเอ็มอีและองค์กรขนาดใหญ่มีความเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจกำลังเข้าสู่สภาวะฟื้นตัว และยังต้องการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล พร้อมนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง”</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><u></u><u></u><b><span lang="AR-SA">ภาคธุรกิจเชื่อมั่นผลประกอบการเติบโต</span><u></u><u></u></b></p>
<p class="x_MsoNormal">3 <span lang="AR-SA">ใน </span>4 หรือ 76% <span lang="AR-SA">ของผู้บริหารที่ตอบแบบสำรวจเชื่อมั่นว่าผลประกอบการขององค์กรในปี </span>2566 <span lang="AR-SA">มีแนวโน้มสูงขึ้น ธุรกิจด้านการผลิตและวิศวกรรมมีความเชื่อมั่นสูงสุดที่  </span>85% <span lang="AR-SA"> ตามด้วยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการโรงแรม  </span>80% <span lang="AR-SA"> และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค  </span>79% ซึ่ง<span lang="AR-SA">แนวโน้มผลประกอบการที่สูงขึ้นส่งผลให้ผู้บริหารส่วนใหญ่กว่า​ </span>74% <span lang="AR-SA">มีความเชื่อมั่นว่าภาคธุรกิจจะกลับมาฟื้นตัวในปีนี้</span><u></u><u></u></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">นอกจากนี้ บริษัทส่วนใหญ่มั่นใจว่ารายได้ของธุรกิจจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปี โดยกว่า​ 90% หรือ 9 ใน 10 ของธุรกิจ เชื่อว่าจะเห็นกำไรกลับคืนมาภายในปี 2568  พร้อมระบุว่าเป้าหมายหลักของธุรกิจในปีนี้คือ การมองหาฐานลูกค้าใหม่  37%​  สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง 35% ลดรายจ่าย ​32% หาแหล่งรายได้ใหม่  30%  และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้​ 29%</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20077 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/UOB-Business-Outlook-Study-2023-TH-01.jpg" alt="" width="1200" height="737" /><br aria-hidden="true" /><span lang="AR-SA">อัตราเงินเฟ้อสูงกระทบการดำเนินธุรกิจและระบบห่วงโซ่อุปทาน</span><u></u><u></u></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">ผลสำรวจพบว่าตั้งแต่ปี </span>2565<span lang="AR-SA"> เป็นต้นมา </span>9 <span lang="AR-SA">ใน </span>10 <span lang="AR-SA">ของธุรกิจยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">61% </span><span lang="AR-SA">ต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่ม,  56% ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่ม,  44% กำไรลดลง </span><span lang="AR-SA"> นอกจากนี้ความขัดแย้งทางการเมืองโดยเฉพาะจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นและส่งผลให้การบริหารห่วงโซ่อุปทานในหลายอุตสาหกรรมได้รับความเสียหาย โดยมากกว่า 2 ใน 5 ของธุรกิจพบว่าต้นทุนที่สูงขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อทำให้การบริหารระบบห่วงโซ่อุปทานประสบปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และสำรองวัตถุดิบที่จะมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ</span><u></u><u></u></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">อย่างไรก็ดี ธุรกิจส่วนใหญ่เชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงภายใน 6 เดือน ถึง </span>2 <span lang="AR-SA">ปี สอดคล้องกับการประเมินภาวะเศรษฐกิจของธนาคารยูโอบีที่มองว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยได้ขึ้นไปแตะที่จุดสูงสุดแล้วและได้ทยอยปรับระดับลงมาตั้งแต่ช่วงปลายปี </span>2565 <span lang="AR-SA">จากราคาพลังงานที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับระบบห่วงโซ่อุปทานโลกปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น</span><u></u><u></u></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20076 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/UOB-Business-Outlook-Study-2023-TH-02.jpg" alt="" width="1200" height="737" /><br aria-hidden="true" /><span lang="AR-SA">มองหาโอกาสการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ</span></b><i></i><i><u></u><u></u></i></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">ผลสำรวจพบว่า ผู้บริหารจำนวนถึง </span>9 <span lang="AR-SA">ใน </span>10<span lang="AR-SA"> ให้ความสนใจกับการมองหาโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศภายในอีก </span>3<span lang="AR-SA"> ปีข้างหน้า โดยเหตุผลหลัก คือ เพื่อเพิ่มรายได้ แสวงหากำไร และสร้างภาพลักษณ์ระดับนานาชาติให้แก่องค์กรในตลาดใหม่ โดยผลสำรวจพบว่าองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ธุรกิจค้าส่งและส่งออก (ร้อยละ </span>96<span lang="AR-SA">) ต้องการขยายธุรกิจในต่างประเทศมากที่สุด มากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชีย (ร้อยละ </span>89<span lang="AR-SA">) และของอาเซียน (ร้อยละ </span>83<span lang="AR-SA">) สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย รวมถึงจีนเป็นจุดหมายหลักที่ธุรกิจต้องการขยายตลาด และกว่า </span>1 <span lang="AR-SA">ใน </span>3 <span lang="AR-SA">สนใจจะขยายธุรกิจไปนอกภูมิภาคเอเชีย </span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">ทั้งนี้ ความท้าทายหลักที่ภาคธุรกิจเผชิญเวลาขยายธุรกิจไปต่างประเทศคือ ขาดความรู้ทางกฎหมาย กฎระเบียบ และภาษี รวมถึงขาดพันธมิตรที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span><u></u><u></u></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20075 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/UOB-Business-Outlook-Study-2023-TH-03.jpg" alt="" width="1200" height="737" /><br aria-hidden="true" /><span lang="AR-SA">เดินหน้าปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมชูกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน</span><u></u><u></u></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">การปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัล และแนวคิดการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนกำลังเป็นเทรนด์การดำเนินธุรกิจที่อยู่ในกระแสทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในช่วง</span>2-3<span lang="AR-SA">ปีที่ผ่านมา ผลสำรวจพบว่าบริษัทพร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน และปรับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ดีขึ้น</span><u></u><u></u></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">มากกว่า </span>9<span lang="AR-SA"> ใน </span>10<span lang="AR-SA"> ของธุรกิจ หรือ​ </span>92<span lang="AR-SA">% </span><span lang="AR-SA"> นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจอย่างน้อย </span>1<span lang="AR-SA"> หน่วยงาน ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่ </span>87<span lang="AR-SA">%</span><span lang="AR-SA"> และอาเซียน  </span>86<span lang="AR-SA">%</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">โดยธุรกิจที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น และช่วยให้การบริการลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ธุรกิจส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในกระบวนการธุรกิจ โดยธุรกิจประมาณ </span>60<span lang="AR-SA">%</span> <span lang="AR-SA">มองหาคำแนะนำจากธนาคารในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และทำให้การประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ และเชื่อมต่อกับบุคคลที่สามเป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น</span><u></u><u></u></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">ในส่วนของความสนใจเรื่องการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน </span><strong>96<span lang="AR-SA">%</span> </strong><span lang="AR-SA"><strong>ของบริษัทใส่ใจแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน</strong> ธุรกิจมองว่ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนจะช่วยส่งเสริมชื่อเสียงของบริษัทให้ดีขึ้น ทั้งยังสามารถดึงดูดพนักงานใหม่และนักลงทุน </span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA">ผลสำรวจยังพบว่า <em><strong>ถึงแม้กว่า </strong></em></span><em><strong>9 <span lang="AR-SA">ใน </span>10 <span lang="AR-SA">ของธุรกิจไทยได้ประกาศพันธสัญญาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</span>net zero<span lang="AR-SA">) แต่มีเพียง​ </span>51<span lang="AR-SA">%</span> </strong></em><span lang="AR-SA"><em><strong>ที่ได้นำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาปฎิบัติใช้อย่างจริงจัง</strong> <strong>โ</strong><strong>ดยกว่า 1 ใน 3 ของธุรกิจกังวลว่าการนำแนวคิดความยั่งยืนมาปฎิบัติจะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นและกระทบต่อกำไรของบริษัท   </strong></em></span><u></u><u></u></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="AR-SA"><em>“สถานการณ์โควิดที่ผ่านมาเป็นตัวเร่งให้บริษัทในประเทศไทยเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล และผนึกกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนเพื่อรับมือต่อวิกฤตที่เข้ามา โดยยังสามารถปรับตัวให้ธุรกิจมีผลกำไรและเติบโตไปข้างหน้าท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน บริษัทที่ยังไม่พร้อมนำแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาลมาใช้อาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจได้”</em> คุณตัน กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/uob-business-outlook-study-2023/">ผลสำรวจยูโอบีเผย ธุรกิจ 3 ใน 4 เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในปีนี้ เอสเอ็มอีและบริษัทขนาดใหญ่มองหาโอกาสขยายธุรกิจในต่างประเทศ ปรับตัวสู่ดิจิทัล และสนับสนุนเรื่องความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
