<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ความเป็นกลางทางคาร์บอน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 02 May 2026 14:13:57 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ความเป็นกลางทางคาร์บอน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ผนึก “สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม” ขยายสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาด 11.98 เมกะวัตต์พีค ลุย COD ต้น พ.ค. หนุนเป้าหมาย Net Zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/amata-b-grimm-power-x-siam-toyota-manufacturing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 May 2026 14:13:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Amata B.Grimm Power 5]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Toyota Manufacturing]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อขายไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สาโรช อรุณไพโรจน์กุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41542</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จำกัด (Amata B.Grimm Power 5) ผู้นำด้านพลังงานสะอาดในประเทศไทย และ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด (Siam Toyota Manufacturing Co., Ltd.) ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ ประกาศขยายสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการ Solar Floating ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค (MWp) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero นายสาโรช อรุณไพโรจน์กุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ ได้ลงนามสัญญาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Solar Floating) ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค (MWp) (กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตได้ภายใต้สภาวะมาตรฐาน) ร่วมกับ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด จากเดิม บริษัท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/amata-b-grimm-power-x-siam-toyota-manufacturing/">อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ผนึก “สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม” ขยายสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาด 11.98 เมกะวัตต์พีค ลุย COD ต้น พ.ค. หนุนเป้าหมาย Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จำกัด (Amata B.Grimm Power 5)</strong> ผู้นำด้านพลังงานสะอาดในประเทศไทย และ <strong>บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด (Siam Toyota Manufacturing Co., Ltd.)</strong> ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ ประกาศขยายสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการ Solar Floating ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค (MWp) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</p>
<p><span id="more-41542"></span></p>
<p><strong>นายสาโรช อรุณไพโรจน์กุล</strong> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ ได้ลงนามสัญญาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Solar Floating) ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค (MWp) (กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตได้ภายใต้สภาวะมาตรฐาน) ร่วมกับ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด</p>
<p>จากเดิม บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด ได้แสดงความสนใจในพลังงานสะอาดและได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย Green Energy กับ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของโรงงาน อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สูงสุด บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด จึงได้ตัดสินใจขยายปริมาณการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการ Solar Floating เพิ่มขึ้นเป็น 11.98 เมกะวัตต์พีค โดยได้ลงนามในสัญญาฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 และมีกำหนดเปิดดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41544 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Drive2.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างสองบริษัท แต่ยังเป็นแบบอย่างที่ดีในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศ</p>
<p><strong>บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จำกัด</strong> เป็นส่วนหนึ่งของ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและพลังงานความร้อนร่วม เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอย่างยั่งยืน ขณะที่ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด เป็นบริษัทในเครือโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลก มุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)</p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังตอบโจทย์แผนระยะยาวของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทน และผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก พร้อมบรรลุเป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี ค.ศ. 2050 (ปี พ.ศ. 2593) รวมถึงเป้าหมายกำลังการผลิตสู่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/amata-b-grimm-power-x-siam-toyota-manufacturing/">อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ผนึก “สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม” ขยายสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาด 11.98 เมกะวัตต์พีค ลุย COD ต้น พ.ค. หนุนเป้าหมาย Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;บอร์ดยั่งยืนซีพี&#8217; ย้ำโจทย์ ​Carbon Neutral 2030 มุ่ง &#8216;เป็นกลางทางคาร์บอน&#8217; ​ภายในปี 2573 วาระสำคัญและเร่งด่วน​​ พร้อมผนึกกำลังองค์กรขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/workshop-cp-group-carbon-neutral-2030/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Aug 2025 13:04:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[C.P. Group]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Climate resilience]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[การเพาะปลูกคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[จีระณี จันทร์รุ่งอุทัย]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู]]></category>
		<category><![CDATA[วีรศักดิ์ พงษ์ธัญญวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคม อาจแสง]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญโภคภัณฑ์อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35787</guid>

					<description><![CDATA[<p>​​การประชุมคณะกรรมการความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งล่าสุด ที่มี ​คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานฯ ได้​สรุปเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กร ภายในปี 2573  (Carbon Neutral 2030) ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญและเร่งด่วนของทุกกลุ่มธุรกิจในเครือฯ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ภายใต้ชื่อ  &#8216;C.P.Group Carbon Neutral 2030 ลงมือทำเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Carbon Neutral&#8217; เพื่อติดตามความคืบหน้า​การดำเนินงานตามแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) พร้อมรายงานสถานการณ์ครึ่งแรกของปี 2568 จากแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อตอกย้ำว่าการจะบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutral ได้สำเร็จต้องอาศัยการขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งองคาพยพ โดยมีผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในไทยและจีน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อร่วมผลักดันให้เครือเจริญโภคภัณฑ์สามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเป้าหมาย &#8216;Carbon Neutral 2030&#8217; ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและจริงจัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/workshop-cp-group-carbon-neutral-2030/">&#8216;บอร์ดยั่งยืนซีพี&#8217; ย้ำโจทย์ ​Carbon Neutral 2030 มุ่ง &#8216;เป็นกลางทางคาร์บอน&#8217; ​ภายในปี 2573 วาระสำคัญและเร่งด่วน​​ พร้อมผนึกกำลังองค์กรขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>​​การประชุมคณะกรรมการความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งล่าสุด ที่มี ​<strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์</strong> ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานฯ ได้​สรุปเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ <strong>เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กร ภายในปี 2573</strong>  <strong>(Carbon Neutral 2030) </strong>ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญและเร่งด่วนของทุกกลุ่มธุรกิจในเครือฯ</p>
<p><span id="more-35787"></span></p>
<p>สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ภายใต้ชื่อ  <strong>&#8216;C.P.Group Carbon Neutral 2030 ลงมือทำเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Carbon Neutral&#8217; </strong>เพื่อติดตามความคืบหน้า​การดำเนินงานตามแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) พร้อมรายงานสถานการณ์ครึ่งแรกของปี 2568 จากแต่ละกลุ่มธุรกิจ</p>
<p>เพื่อตอกย้ำว่าการจะบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutral ได้สำเร็จต้องอาศัยการขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งองคาพยพ โดยมีผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในไทยและจีน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อร่วมผลักดันให้เครือเจริญโภคภัณฑ์สามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35823 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/1-ดร.ธีระพล-ถนอมศักดิ์ยุทธ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ</strong> ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเป้าหมาย &#8216;Carbon Neutral 2030&#8217; ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและจริงจัง เพื่อสามารถขับเคลื่อนแผนควบคู่กับการผลักดันให้ธุรกิจยังสามารถเติบโตคู่กันไปด้วย จึงต้องผนึกกำลังในการขับเคลื่อนทั้งองคาพยพ ​</p>
<p>ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญต่อประเด็น <strong>Climate Resilience </strong> พร้อมกำหนดโรดแมปสำคัญ อาทิ การเพิ่มพลังงาน Solar และพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่ง พร้อมส่งเสริมพลังงานชีวภาพจาก Biomass และ Biogas เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้ครอบคลุม​ทั้ง Scope 1 และ 2 ขณะที่​​ Scope 3 และในส่วนของภาคเกษตร (FLAG) จำเป็นต้องเร่งพัฒนาแผนเพิ่มเติมเพื่อสามารถบรรลุ Net Zero ได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p><strong>ซีพีเอฟ เร่งลดคาร์บอนทั้งในและนอกภาคเกษตรอย่างมีระบบ</strong></p>
<p><strong>คุณจีระณี จันทร์รุ่งอุทัย</strong> Head of Global Net-Zero บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ ฉายภาพ​การเดินหน้าสู่ Net-Zero ด้วย 4 กลยุทธ์อัจฉริยะ ครอบคลุมทั้งซัพพลายเชน ภายใต้มาตรฐาน Science Based Targets (SBTi) และ Net-Zero Standard  พร้อมระบุว่า ซีพีเอฟกำหนดเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในภาคการเกษตร (FLAG) และนอกภาคการเกษตร (Non-FLAG) อย่างมีระบบ โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์อัจฉริยะ ได้แก่</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35824 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2-จีระณี-จันทร์รุ่งอุทัย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>C – Carbon Reduction from Sustainable Sourcing</strong> : มุ่งจัดหาวัตถุดิบปลอดการตัดไม้ทำลายป่า 100% และตรวจสอบย้อนกลับได้</p>
<p><strong>P – Power Circulation</strong> : ใช้พลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p><strong> F – Future Generation</strong> : นำระบบผลิตและอาคารอัจฉริยะด้วย Automation, AI และ IoT มาลดคาร์บอน</p>
<p><strong>Net-Zero Network :  </strong> ร่วมมือกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรเพื่อขยายผลสู่ทั้งอุตสาหกรรม โดยมีมาตรการสำคัญครอบคลุมการเพาะปลูกคาร์บอนต่ำ การเพิ่มพลังงานสะอาด การจัดการของเสีย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยั่งยืน เพื่อให้การลดคาร์บอนเกิดขึ้นอย่างครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><strong>มร.หลิว อี้หัว (Liu Yihua)</strong> และ <strong>นางสาวเฟิง หนาน (Feng Nan)</strong> ผู้แทนกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน กล่าวถึงแผนการสู่ Carbon Neutral 2030  ว่า  การดำเนินงานด้านความยั่งยืนในประเทศจีนมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 32% แล้ว พร้อมมุ่งเดินหน้าสู่ Carbon Neutral 2030 ผ่านการใช้พลังงานสะอาด โดยฟาร์มทั้ง 19 แห่งติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว และร่วมกับ Altervim ขยายการผลิตพลังงาน รวมถึงปรับปรุงกระบวนการผลิต เช่น พิมพ์เลเซอร์บนเปลือกไข่แทนสติ๊กเกอร์ และปรับระบบทำความเย็น ช่วยลดคาร์บอนได้กว่า 30,000 ตันต่อปี พร้อมลดต้นทุน ขณะเดียวกันยังพัฒนานวัตกรรมหม้อต้มไอน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ไบโอแก๊ส ส่งเสริมเกษตรหมุนเวียน และผลักดันมาตรฐาน &#8216;โรงงานสีเขียว&#8217; โดยพร้อมเข้าร่วมตลาดคาร์บอนเครดิตหากมีการพัฒนาในจีน</p>
<p><strong>ซีพีออลล์ ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก  4.8 &#8211; 5 แสนตัน</strong></p>
<p><strong>คุณอาคม อาจแสง</strong> ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สำนักบริหารความยั่งยืนองค์กร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ซีพี ออลล์ ​ตั้งเป้า &#8216;Carbon Neutral 2030&#8217; ​เช่นเดียวกับเครือฯ โดย​วาง​ยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อ​ลดก๊าซเรือนกระจก​ตามเป้าหมาย  480,000-500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ภายในปี 2573  ซึ่งแผน​ดังกล่าวประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35825 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/3-นายอาคม-อาจแสง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>1) ลดการใช้พลังงาน ​ผ่านมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั่วทั้งองค์กร</p>
<p>2) ลดความสูญเปล่าจากการใช้พลังงานทั่วทั้งองค์กรลง</p>
<p>3) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด</p>
<p>4) ลดการรั่วไหลและปรับปรุงสารทำความเย็นให้มีค่าศักยภาพทำให้โลกร้อนต่ำ(Low GWP)</p>
<p>ซึ่งคาดว่าทั้ง 4 มาตรการนี้ ​จะช่วยลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกประมาณ 27-30% จากการดำเนินธุรกิจตามปกติ (BAU) ส่วนที่เหลืออีกราว 70-73% จะลดผ่านการชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต หรือแนวทางอื่นๆ เพื่อนำมาใช้ชดเชยคาร์บอนในส่วนที่ยังเกินอยู่ ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ใหม่นี้ได้เริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา</p>
<p><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า &#8211; ทรู เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35826 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/4-ดร.อนันต์-วัชรพงษ์วินิจ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ</strong> หัวหน้าคณะทำงานด้าน Climate Resilience บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (Makro และ Lotus’s) ระบุว่า ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกมีความท้าทายด้านการใช้พลังงานสูง จึงเร่งใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์รูฟทอป พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพและนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบอัตโนมัติและเอไอมาใช้ ส่งผล​การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2567–2568 ลดลงต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าใช้พลังงานทดแทน 31% ภายในปี 2573 และ 87.6% ภายในปี 2593  พร้อมทั้งได้ร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชั่นในโครงการ Energy Monitoring เพื่อลดการใช้พลังงานในบางช่วงเวลา และเตรียมใช้ระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยี UGT เพื่อสนับสนุนการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณวีรศักดิ์ พงษ์ธัญญวิชัย</strong> หัวหน้าศูนย์นวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า​ แม้กลุ่มทรูจะมีการปล่อยคาร์บอนในสโคป 1 ไม่มาก แต่บริษัทก็เร่ง​เดินหน้าลดการใช้พลังงานจากเสาสัญญาณกว่า 30,000–50,000 เสาทั่วประเทศ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพเสาเดิม ติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วกว่า 10,000 เสา และพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง พร้อมตั้งศูนย์ BNIC เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ ส่วนการขับเคลื่อนในสโคป 3  ตั้งเป้าร่วมกับคู่ค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายในปี 2573 โดยเน้นความร่วมมือเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35827 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/5-นายวีรศักดิ์-พงษ์ธัญญวิชัย.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ผู้เชี่ยวชาญแนะบูรณาการ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี​</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้เปิดรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก​กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ และ​ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนภายนอก เพื่อนำมาเป็นแนวทางและปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ภานุวัฒน์วนิชย์</strong> ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ปี 2573 และ Net Zero ปี 2593 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นโจทย์ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากแต่ละกลุ่มธุรกิจมีลักษณะและรูปแบบการดำเนินงานที่แตกต่างกัน แต่ทุกหน่วยธุรกิจต่างมี​​ความพยายามอย่างจริงจังเพื่อ​บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะความร่วมมือกันแบบข้ามกลุ่มธุรกิจ ​โดยแผน​การลดก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 มีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ Scope 3 ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน ยัง​เป็นความท้าทายที่ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่อง ทั้งนี้ หน่วยธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี เช่น AI, IoT หรือ Carbon Capture สามารถเป็นต้นแบบให้หน่วยธุรกิจอื่นนำไปต่อยอดและพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ได้ ซึ่งเอกชนควรเริ่มปรับตัวและขยับตัวอย่างจริงจัง และภาครัฐควรมีนโยบายต่างๆ มาช่วยสนับสนุน​เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมาย​ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>รศ.ดร.ชินธันย์ อารีประเสริฐ</strong> ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจของกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการผลักดันเป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero โดยระบุว่า ​แม้​กลุ่มธุรกิจจะมีความแตกต่างกัน แต่การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เช่น พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์และชีวมวล รวมถึงการใช้ AI และ IoT ในกระบวนการผลิต สามารถช่วยให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35829 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/8-ผศ.ดร.อรอนงค์-ลาภปริสุทธิ.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.อรอนงค์ ลาภปริสุทธิ </strong> ภาควิชาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เห็นว่าทุกหน่วยธุรกิจมีความตั้งใจและระบบการทำงานชัดเจน แม้เป้าหมายท้าทาย โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ซับซ้อนด้านข้อมูล การใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้สามารถจัดเก็บ วิเคราะห์ และนำไปใช้วางแผนได้จริง พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนของเอกชนจะช่วยให้เป้าหมายประเทศสำเร็จง่ายขึ้น</p>
<p><strong>คุณนครินทร์ หอมดี</strong> สถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น ระบุว่าหลายธุรกิจได้รับการรับรอง SBTi และตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซ Scope 1–3 อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการจัดการพลังงานและเพิ่มพลังงานทดแทน พร้อมชี้ว่าประเทศไทยสามารถนำแนวทาง Industry 5.0 มาปรับใช้เพื่อเสริมความยั่งยืนเช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35830 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/CP-Carbon-Neutral-3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/workshop-cp-group-carbon-neutral-2030/">&#8216;บอร์ดยั่งยืนซีพี&#8217; ย้ำโจทย์ ​Carbon Neutral 2030 มุ่ง &#8216;เป็นกลางทางคาร์บอน&#8217; ​ภายในปี 2573 วาระสำคัญและเร่งด่วน​​ พร้อมผนึกกำลังองค์กรขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 15:15:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Luxury]]></category>
		<category><![CDATA[Royal Phuket Marina]]></category>
		<category><![CDATA[RPM]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[กูลู ลัลวานี]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าเรือปลอดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[รอยัล ภูเก็ต มารีน่า]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เรือยอร์ช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32009</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครบรอบ 20 ปีแห่งนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า (RPM) ฉลองสองทศวรรษในฐานะจุดหมายปลายทางชีวิตริมน้ำระดับพรีเมียม นับตั้งแต่ก่อตั้ง RPM ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตสุดหรู พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลที่ล้ำสมัยและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอันล้ำหน้า ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวและการลงทุนในภูเก็ต RPM ยังคงเป็นผู้นำด้านความหรูหราอย่างยั่งยืน และการผสมผสานประสบการณ์ระดับโลกเข้ากับการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการทำงานระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ได้กระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ความมีเสน่ห์ของเกาะที่ทั่วโลกต่างพูดถึงจุดหมายปลายทางระดับไฮเอนด์ที่เพิ่มสูงขึ้น การถ่ายทำภาพยนตร์ระดับสากลและกระแสการเข้ามาของบุคคลที่มีสินทรัพย์สูง (High-Net-Worth Individuals) ในฐานะที่เป็นชุมชนระดับพรีเมียม RPM จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว RPM สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระดับสากล RPM ขยายขอบเขตไปไกลกว่าธุรกิจมารีน่าและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแผนพัฒนาโรงเรียนนานาชาติเพื่อรองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาที่ดินแล้วเสร็จไปเพียง 30% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับการเติบโตเพิ่มเติม โครงการในอนาคตรวมถึงโรงแรมระดับพรีเมียมและวิลล่าหรูพร้อมสระว่ายน้ำ ตอกย้ำพันธกิจของ RPM ในด้านการให้บริการระดับไฮเอนด์และการพัฒนาอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ RPM ในฐานะมารีน่าแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืน RPM สามารถรักษาสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ RPM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/">รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ครบรอบ <strong>20</strong> ปีแห่งนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า (<strong>RPM) </strong>ฉลองสองทศวรรษในฐานะจุดหมายปลายทางชีวิตริมน้ำระดับพรีเมียม</p>
<p><span id="more-32009"></span></p>
<p>นับตั้งแต่ก่อตั้ง <strong>RPM </strong>ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตสุดหรู พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลที่ล้ำสมัยและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอันล้ำหน้า ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวและการลงทุนในภูเก็ต <strong>RPM </strong>ยังคงเป็นผู้นำด้านความหรูหราอย่างยั่งยืน และการผสมผสานประสบการณ์ระดับโลกเข้ากับการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ</p>
<p>ตลอด <strong>20</strong> ปีที่ผ่านมา เทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการทำงานระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ได้กระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ความมีเสน่ห์ของเกาะที่ทั่วโลกต่างพูดถึงจุดหมายปลายทางระดับไฮเอนด์ที่เพิ่มสูงขึ้น การถ่ายทำภาพยนตร์ระดับสากลและกระแสการเข้ามาของบุคคลที่มีสินทรัพย์สูง (<strong>High-Net-Worth Individuals) </strong>ในฐานะที่เป็นชุมชนระดับพรีเมียม <strong>RPM </strong>จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว <strong>RPM </strong>สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระดับสากล</p>
<p><strong>RPM </strong>ขยายขอบเขตไปไกลกว่าธุรกิจมารีน่าและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแผนพัฒนาโรงเรียนนานาชาติเพื่อรองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาที่ดินแล้วเสร็จไปเพียง <strong>30%</strong> ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับการเติบโตเพิ่มเติม โครงการในอนาคตรวมถึงโรงแรมระดับพรีเมียมและวิลล่าหรูพร้อมสระว่ายน้ำ ตอกย้ำพันธกิจของ <strong>RPM </strong>ในด้านการให้บริการระดับไฮเอนด์และการพัฒนาอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Royal-Phuket-Marina-Sunset-Yachtshow-Small-S.jpeg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ <strong>RPM </strong>ในฐานะมารีน่าแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืน <strong>RPM </strong>สามารถรักษาสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน (<strong>Carbon Neutrality) </strong>ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (<strong>TGO) </strong>ความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ <strong>RPM </strong>ครอบคลุมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น ระบบการจัดการของเสียที่ดีขึ้น โครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น การอนุรักษ์ป่าชายเลน ภายในปี <strong>2569</strong> พื้นที่ดาดฟ้าทั้งหมดจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบ เพื่อนำ <strong>RPM </strong>ไปสู่เป้าหมายการพึ่งพาพลังงานสะอาดอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาอันใกล้</p>
<p>แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก แต่การจัดอันดับด้านความยั่งยืนยังคงต่ำกว่ามาตรฐานสากล <strong>RPM </strong>มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนี้ โดยเป็นผู้นำในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ <strong>10</strong> อันดับแรกของจุดหมายปลายทางการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนระดับโลก ในขณะการล่องเรือเป็นธุรกิจหลัก <strong>RPM </strong>ยังคงพัฒนาแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รักษาสภาพทางทะเลแบบยั่งยืนและเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32012 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Marina-PICTURE-EDIT.jpg" alt="" width="1200" height="586" /></p>
<p>อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภูเก็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า <strong>13</strong> ล้านคนในปีนี้ เกาะแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางหรูหราสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั้งประเทศรัสเซีย จีน อินเดีย ออสเตรเลีย อังกฤษ  แถบตะวันออกกลาง รวมถึงโซนยุโรป ด้วยอัตราการกลับมาเยือนที่ <strong>65% RPM </strong>มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสน่ห์ของประเทศไทยในเวทีโลก ในขณะเดียวกันก็มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>อีกหนึ่งแง่มุมของการใช้ชีวิตหรูหราที่มักถูกมองข้ามคือคุณภาพอากาศ ซึ่ง <strong>RPM </strong>ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (<strong>AQI) </strong>ระหว่าง <strong>8-11 RPM </strong>สร้างสภาพบรรยากาศที่บริสุทธิ์เสมอ เหมาะแก่การเป็นจุดหมายปลายทางในการพักผ่อนอันสมบูรณ์แบบ ความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ <strong>RPM </strong>ครอบคลุมไปถึงระบบขนส่งไฟฟ้า ระบบกรองอากาศขั้นสูง และการขยายโครงการเก็บขยะทางทะเล</p>
<p><strong>คุณกูลู ลัลวานี </strong>ประธานบริหาร รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนว่า <em>&#8220;<strong>RPM </strong>พร้อมเดินหน้าสู่การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในปีหน้า เราจะขยายจำนวนเรือ <strong>SeaBin </strong>ซึ่งสามารถกำจัดขยะได้ถึง <strong>48</strong> กิโลกรัมต่อวันภายในพื้นที่บริเวณท่าเรือของมารีน่า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/WhatsApp-Image-2025-02-22-at-11.05.13-1.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จของ <strong>RPM </strong>ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความหรูหราและความยั่งยืน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่าเรือยอร์ชของไทย ภายใต้การนำของคุณลัลวานี  ประธานบริหารรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ผู้เป็นหัวเรือสำคัญในการผลักดันนโยบายยกเลิกภาษีนำเข้าเรือ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางอาชีพในอุตสาหกรรมนี้ <strong>RPM </strong>ยังคงเดินหน้าโครงการต่อด้วยการเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเอเชีย <strong> </strong></p>
<p>นับตั้งแต่ <strong>RPM </strong>ก่อตั้งขึ้นในปี <strong>2002</strong> และเปิดดำเนินการในปี <strong>2004</strong> คุณลัลวานี<strong> </strong>ได้ลงทุนประมาณ <strong>60</strong> ล้านเหรียญสหรัฐ (<strong>2,100</strong> ล้านบาท) ในธุรกิจโดยรวม เพื่อความยั่งยืน ได้ลงทุนอย่างมากในการติดตั้งหลังคาโซลาร์บนอาคารของเรา ซึ่งปัจจุบันผลิตไฟฟ้าได้เกือบ <strong>40%</strong> ของทั้งหมด</p>
<p><strong> </strong>ในโอกาสครบรอบ <strong>20</strong> ปี <strong>RPM </strong>จึงได้เปิดตัวโลโก้แบรนด์ใหม่ด้วยรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น และยังคงวิสัยทัศน์อนาคตที่ชัดเจน ไม่ว่าการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยม หรือโอกาสการลงทุนที่ล้ำค่า <strong>RPM </strong>เชิญชวนทั้งนักเดินทางและนักลงทุนให้เข้ามาสัมผัสโลกแห่งการใช้ชีวิตอย่างมีระดับและใส่ใจสิ่งแวดล้อม พิสูจน์ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและความหรูหราที่เหนือระดับ <strong>RPM </strong>กำลังนิยามมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตและการลงทุนในภูเก็ต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/">รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูโอบี-มิตรผล จับมือพร้อมสร้างความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan 1,500 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/uob-x-mitrphol-signing-sustainability-linked-loan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Nov 2024 06:18:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[SLL]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Linked Loan]]></category>
		<category><![CDATA[UOB]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[พนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[วีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30346</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้อนุมัติสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้แก่บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยสินเชื่อดังกล่าวจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ธนาคารยูโอบีมุ่งมั่นสนับสนุนภาคธุรกิจในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การให้ Sustainability-Linked Loan ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ และยังสอดคล้องกับ แนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคาร” สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ของธนาคารยูโอบี มอบเงื่อนไขทางการเงินพิเศษแก่องค์กรทางธุรกิจตามที่ได้มีการตกลงเกี่ยวกับเป้าหมายการปฏิบัติงาน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล) สำหรับสินเชื่อดังกล่าวนี้ มิตรผลจะต้องได้รับคะแนน S&#38;P Global ESG Scores ในระดับสูง ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของบริษัทและการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG โอกาสทางธุรกิจ และผลกระทบเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/uob-x-mitrphol-signing-sustainability-linked-loan/">ยูโอบี-มิตรผล จับมือพร้อมสร้างความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan 1,500 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย</strong> ได้อนุมัติสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) วงเงิน 1,500 ล้านบาท ให้แก่บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยสินเชื่อดังกล่าวจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท</p>
<p><span id="more-30346"></span></p>
<p><strong>นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์</strong><strong> </strong><strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ธนาคารยูโอบีมุ่งมั่นสนับสนุนภาคธุรกิจในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การให้ Sustainability-Linked Loan ในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีความรับผิดชอบ และยังสอดคล้องกับ<br />
แนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคาร”</p>
<p>สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ของธนาคารยูโอบี มอบเงื่อนไขทางการเงินพิเศษแก่องค์กรทางธุรกิจตามที่ได้มีการตกลงเกี่ยวกับเป้าหมายการปฏิบัติงาน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล)</p>
<p>สำหรับสินเชื่อดังกล่าวนี้ มิตรผลจะต้องได้รับคะแนน S&amp;P Global ESG Scores ในระดับสูง ซึ่งวัดผลการดำเนินงานของบริษัทและการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG โอกาสทางธุรกิจ และผลกระทบเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน</p>
<p><strong>บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด</strong> ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร จากผลการประเมินด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือ S&amp;P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ด้วยคะแนน ESG 85 คะแนนในปี 2566 ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงาน</p>
<p>ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่สอดคล้องกับแนวทางของธนาคารยูโอบี โดยผลการประเมินในแต่ละหัวข้อ มิตรผลได้รับคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม 88 คะแนน ซึ่งเป็นผลคะแนนอันดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมฯ ที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 28 คะแนน เช่นเดียวกับด้านการพัฒนาสังคม ได้รับคะแนน 87 คะแนน ซึ่งเป็นผลคะแนนอันดับสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมฯ ที่มีค่าเฉลี่ยประมาณ 30 คะแนน และในด้านธรรมาภิบาล<br />
มีผลคะแนน 80 คะแนน ในขณะที่มีค่าเฉลี่ยของกลุ่มประมาณ 28 คะแนน</p>
<p><strong>นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และ</strong><strong>ธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล</strong> กล่าวว่า “เรามีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างการพัฒนาด้านธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนในการก้าวสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และได้มีการยื่นการดำเนินงานอย่างเป็นทางการกับ Science Based Target Initiative (SBTi)”</p>
<p>กลุ่มมิตรผลก่อตั้งขึ้นในปี 2489 โดยครอบครัวว่องกุศลกิจ และปัจจุบันเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 4 ของของโลก โดยมีกำลังการผลิตรวมกว่า 4 ล้านตันต่อปี นอกจากธุรกิจน้ำตาลแล้ว กลุ่มมิตรผลยังขยายการดำเนินงานสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ธุรกิจปุ๋ย ธุรกิจไบโอเบส และธุรกิจโลจิสติกส์ กลุ่มมิตรผล ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กร (ทริสเรทติ้ง) ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ในเดือนพฤษภาคม 2567</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/uob-x-mitrphol-signing-sustainability-linked-loan/">ยูโอบี-มิตรผล จับมือพร้อมสร้างความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อ Sustainability-Linked Loan 1,500 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปูตั้งเป้าเดินหน้าสู่ Net Zero ภายใน 2050 ด้วยกลยุทธ์ใหม่ “Energy Symphonics” ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/banpu-new-strategy-2030/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ADMIN SDTH]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Nov 2024 15:39:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Symphonics]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ฺBanpu]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30284</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานด้วยการเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ “Energy Symphonics” เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2050 พร้อมเดินหน้าแผนธุรกิจปี 2030 โดยมุ่งเน้นการผสานพลังงานที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของโลกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบ้านปู กล่าวว่า กลยุทธ์ “Energy Symphonics” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ความเสมอภาค และความยั่งยืน โดยการผสานเทคโนโลยีและแหล่งพลังงานที่หลากหลาย เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชันพลังงานใหม่ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของโลกในปัจจุบันและอนาคต 3 เป้าหมายหลักเพื่อพลังงานแห่งอนาคต ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security): การจัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้และต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ความเสมอภาคด้านพลังงาน (Energy Equity): การทำให้พลังงานมีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ความยั่งยืนด้านพลังงาน (Energy Sustainability): การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีสะอาด โดยกลยุทธ์ใหม่มี 4 ภารกิจสำคัญ ดังนี้: เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 และการลดคาร์บอน ตั้งเป้าหมายบรรลุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/banpu-new-strategy-2030/">บ้านปูตั้งเป้าเดินหน้าสู่ Net Zero ภายใน 2050 ด้วยกลยุทธ์ใหม่ “Energy Symphonics” ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานด้วยการเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ “Energy Symphonics” เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ภายในปี 2050 พร้อมเดินหน้าแผนธุรกิจปี 2030 โดยมุ่งเน้นการผสานพลังงานที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของโลกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-30284"></span></p>
<p><strong>นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบ้านปู</strong> <strong>กล่าวว่า</strong> กลยุทธ์ “Energy Symphonics” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ความเสมอภาค และความยั่งยืน โดยการผสานเทคโนโลยีและแหล่งพลังงานที่หลากหลาย เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชันพลังงานใหม่ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของโลกในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p><strong>3 เป้าหมายหลักเพื่อพลังงานแห่งอนาคต</strong></p>
<ol>
<li><strong>ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security):</strong> การจัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้และต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต</li>
<li><strong>ความเสมอภาคด้านพลังงาน (Energy Equity):</strong> การทำให้พลังงานมีราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม</li>
<li><strong>ความยั่งยืนด้านพลังงาน (Energy Sustainability):</strong> การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีสะอาด</li>
</ol>
<p>โดยกลยุทธ์ใหม่มี 4 ภารกิจสำคัญ ดังนี้:</p>
<ol>
<li><strong>เป้าหมาย </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2050 และการลดคาร์บอน </strong>ตั้งเป้าหมายบรรลุ Net Zero ภายในปี 2050 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่น้อยกว่า 20% และลดสัดส่วน EBITDA (กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา) ที่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินให้ต่ำกว่า 50% ภายในปี 2030</li>
<li><strong>ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (</strong><strong>Carbon Capture, Utilization and Sequestration: CCUS)</strong> มุ่งเน้นการเติบโตด้วย ‘แนวทางสู่ความสำเร็จ’ ที่ผสานธุรกิจก๊าซธรรมชาติระดับต้นน้ำ โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจ CCUS เพื่อส่งมอบโซลูชันก๊าซธรรมชาติคาร์บอนต่ำในสหรัฐอเมริกา พร้อมทั้งสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง</li>
<li><strong>ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (</strong><strong>Renewables+)</strong> เร่งขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ โดยลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ธุรกิจปลายน้ำที่เกี่ยวข้อง และธุรกิจคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างความต่อเนื่องให้กับพลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ</li>
<li><strong>พัฒนาธุรกิจเหมืองแร่ยุคใหม่</strong> ดำเนินกลยุทธ์การทำเหมืองอัจฉริยะ โดยการผสานการใช้โซลูชันอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการทำเหมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการลงทุนในแร่แห่งอนาคตที่สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน<img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-30285" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/Banpu-New-Strategy-2030.jpg" alt="" width="1230" height="820" /></li>
</ol>
<p>สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3 บ้านปูมีความคืบหน้าทางธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>ความสำเร็จในการนำ</strong> <strong>BKV </strong><strong>เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก</strong> <strong>(New York Stock Exchange: NYSE)</strong> : การเสนอขายจำนวน 15,000,000 หุ้น ที่ราคา 18 เหรียญสหรัฐ ต่อหุ้น สามารถระดมทุนได้ถึง 270 ล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของธุรกิจที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา โดยบ้านปูยังคงถือหุ้นใหญ่ใน BKV</li>
<li><strong>บริษัทร่วมทุนระหว่าง </strong><strong>BKV Corporation </strong><strong>และ </strong><strong>Banpu Power (BPP) </strong>ภายใต้ชื่อ BKV-BPP Power JV สามารถรองรับการเติบโตของความต้องการพลังงานไฟฟ้าและ Data Center พร้อมคว้าโอกาสทางธุรกิจจากตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา</li>
<li><strong>การขยายการเติบโตของบ้านปู เน็กซ์ ในญี่ปุ่น</strong> : บ้านปู เน็กซ์ หนึ่งในบริษัทเรือธงของกลุ่มบ้านปู เข้าลงทุนในบริษัท แอมป์ จำกัด (แอมป์ เจแปน) บริษัทชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงการนำออกสู่ตลาด ด้วยงบลงทุน 35 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม 800 เมกะวัตต์ สู่เป้าหมายกำลังผลิตรวมจำนวน 2 กิกะวัตต์ ภายในทศวรรษนี้ นอกจากนี้ <strong>แบตเตอรี่ฟาร์ม </strong><strong>Iwate Tono </strong><strong>ใกล้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว</strong> ขณะนี้กำลังติดตั้งอุปกรณ์แรงดันไฟฟ้าสูงและสถานีไฟฟ้าย่อยในเฟส 2 โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2025</li>
</ul>
<p>ในไตรมาสที่ 3 นี้ บ้านปูมีรายได้จากการขายรวม 1,339 ล้านเหรียญสหรัฐ (*ประมาณ 46,597 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 379 ล้านเหรียญสหรัฐ (*ประมาณ 13,204 ล้านบาท) และขาดทุนสุทธิจำนวน 24 ล้านเหรียญสหรัฐ (*ประมาณ 830 ล้านบาท) จากราคาตลาดของถ่านหินและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลงและการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน จากการแข็งค่าของเงินสกุลบาทต่อเงินสกุลเหรียญสหรัฐ</p>
<p>นายสินนท์กล่าวในตอนท้ายว่า “ไม่ว่าเราจะต้องประสบกับความท้าทายของตลาดพลังงานที่ผันผวน บ้านปูเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ Energy Symphonics จะสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ สร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น ในขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึงการดูแลโลกใบนี้”</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.banpu.com" target="_blank" rel="noopener">www.banpu.com</a> และ <a href="https://www.facebook.com/Banpuofficialth" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/Banpuofficialth</a></p>
<p>*หมายเหตุ: คำนวณโดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยไตรมาสที่ 3 ปี 2024 ที่ USD 1: THB 34.8065</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/banpu-new-strategy-2030/">บ้านปูตั้งเป้าเดินหน้าสู่ Net Zero ภายใน 2050 ด้วยกลยุทธ์ใหม่ “Energy Symphonics” ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2024 10:32:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forrest]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[PPP]]></category>
		<category><![CDATA[Ratch Group]]></category>
		<category><![CDATA[Role Model]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การประกวดป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำรอบป่า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. 2562]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติทางธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ราช กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[สุรชัย อจลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพิทักษ์ป่า]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29205</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความถี่ขึ้นและไม่อาจคาดการณ์ได้ในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงพายุรุนแรง ฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยและดินถล่มในภาคต่างๆ ของประเทศไทย เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมตระหนักถึงภัยพิบัติ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันนานาประเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยประเทศไทยได้ร่วมแสดงเจตจำนงและประกาศเป้าหมายในปี 2065 การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เป็นหนทางที่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากกิจกรรมของมนุษย์มากักเก็บไว้ในรูปของเนื้อไม้ ทั้งนี้ ป่าชุมชนถือเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพทั้งการรักษาฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าเพราะมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ขณะเดียวกันชุมชนก็สามารถพึ่งพิงป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน จึงถือเป็นอีกหนึ่งโซลูชันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) กรมป่าไม้ และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้โครงการ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ทุกปีจะมีการเฟ้นหาป่าชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการดูแลรักษาป่า การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าให้มีความยั่งยืน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพอเพียง จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อมอบรางวัล &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; เป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชน รวมทั้งช่วยปลุกสังคมให้เกิดการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกรวนและยังเป็นกลไกในการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติทั้งพายุ ฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ สำหรับ รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว ตำบลช้างเผือก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/">&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความถี่ขึ้นและไม่อาจคาดการณ์ได้ในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงพายุรุนแรง ฝนตกหนักจนเกิดอุทกภัยและดินถล่มในภาคต่างๆ ของประเทศไทย เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมตระหนักถึงภัยพิบัติ และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ปัจจุบันนานาประเทศได้ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ โดยประเทศไทยได้ร่วมแสดงเจตจำนงและประกาศเป้าหมายในปี 2065</p>
<p><span id="more-29205"></span></p>
<p>การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้เป็นหนทางที่จะทำให้อุณหภูมิของโลกลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะช่วยดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยจากกิจกรรมของมนุษย์มากักเก็บไว้ในรูปของเนื้อไม้</p>
<p>ทั้งนี้ ป่าชุมชนถือเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพทั้งการรักษาฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าเพราะมีชุมชนเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ขณะเดียวกันชุมชนก็สามารถพึ่งพิงป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน จึงถือเป็นอีกหนึ่งโซลูชันในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง Nature-based Solutions (NbS)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>กรมป่าไม้</strong> และ <strong>บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ได้ร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมป่าชุมชนมาตั้งแต่ปี 2551 ภายใต้โครงการ &#8216;<strong>คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217;</strong> ทุกปีจะมีการเฟ้นหาป่าชุมชนต้นแบบที่มีความเข้มแข็งในการดูแลรักษาป่า การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าให้มีความยั่งยืน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพอเพียง จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อมอบรางวัล &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; เป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ชุมชน รวมทั้งช่วยปลุกสังคมให้เกิดการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ลดภาวะโลกรวนและยังเป็นกลไกในการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติทั้งพายุ ฝนตกหนัก ดินถล่ม น้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ</p>
<p>สำหรับ <em><strong>รางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว ตำบลช้างเผือก อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด คว้ารางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ</strong></em> รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินกองทุนอนุรักษ์ป่าชุมชน 200,000 บาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/การมีส่วนร่วมในป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย <strong>ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว​ </strong>เป็นป่าดิบแล้งและป่าเต็งรังพื้นที่ 1,013 ไร่  มีต้นพะยูงจำนวนมาก แสดงถึงดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างดี พร้อมพันธุ์ไม้หลักอื่นๆ ​เช่น แดง ประดู่ มะค่าแต้ ยางนา มะพอก พืชสมุนไพร ได้แก่ โด่ไม่รู้ล้ม ย่านาง กำแพงเก้าชั้น เครือหมาน้อย มะเกลือ มะขามป้อม มะตูม</p>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">ป่าแห่งนี้ใช้แนวคิดจัดการแบบ <strong>“น้ำรอบป่า”</strong> ด้วยการปลูก ฟื้นฟูจนป่าอุดมสมบูรณ์สามารถดูดซับน้ำไว้ใต้ดิน เพื่อนำมาใช้เป็นน้ำในการอุปโภคบริโภคของชุมชน พร้อมหล่อเลี้ยงป่า โดย​ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีความรักหวงแหนในผืนป่า ผนึกกำลังกันปกป้องผืนป่าจากการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่ากว่า 19 ปี และฟื้นฟูผืนป่าจนอุดมสมบูรณ์หลุดพ้นจากปัญหาการขาดแคลนน้ำได้สำเร็จ</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29210 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/การมีส่วนร่วมในป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">พร้อมทั้งติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับระบบน้ำบาดาล และวางท่อประปารอบผืนป่าเพื่อให้น้ำแก่ต้นไม้ สัตว์ป่าและสรรพชีวิตในป่า รวมทั้งปล่อยสู่แหล่งน้ำในชุมชนเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรด้วย</div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ที่สำคัญสมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมทำแผนพัฒนาและกำหนดกฎระเบียบข้อบังคับการใช้ป่าชุมชน ทั้งเป็นแหล่งอาหาร พืชสมุนไพรพื้นบ้าน ทั้งการบริโภคใช้สอยในครัวเรือน และจัดจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ โดยมีมูลค่าผลผลิตจากป่าช่วยลดรายจ่าย/สร้างรายได้แก่ชุมชน ปีละกว่า 200,000 บาท</div>
</div>
<div class="x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อีกทั้งยังสร้างเครือข่ายพิทักษ์ป่าร่วมกับป่าชุมชนใกล้เคียง จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติและฐานเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ มุ่งขยายกลุ่มคนรักษ์ป่าออกไปในวงกว้าง และก่อตั้ง &#8216;หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&#8217; แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ​สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เพื่อช่วยกันรักษาและปกป้องผืนป่าให้อยู่ยืนยงชั่วลูกชั่วหลาน</div>
</div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29212 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายสุรชัย-อจลบุญ-อธิบดีกรมป่าไม้.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้</strong> กล่าวว่า <em><strong>กรมป่าไม้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ 55% ของประเทศ ตามที่กำหนดในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศให้ได้อย่างน้อย 40% ตามนโยบายป่าไม้แห่งชาติ พ.ศ. 2562</strong> </em>ตลอดจนร่วมเป็นแรงหนุนประเทศไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยส่งเสริมให้ชุมชน เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการ ฟื้นฟู รักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลร่วมกับภาครัฐ ในรูปแบบของป่าชุมชน ตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ถือเป็นยุทธศาสตร์การเพิ่มพื้นที่ป่า ที่กรมป่าไม้ให้ความสำคัญ ด้วยเล็งเห็นว่าการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากองคาพยพของสังคม โดยเฉพาะประชาชนและชุมชนซึ่งเป็นผู้อยู่ใกล้ชิดป่ามากที่สุด โดยตั้ง <em><strong>เป้าหมายขยายการจัดตั้งป่าชุมชนทั่วประเทศให้ถึง 15,000 แห่ง รวมพื้นที่ 10 ล้านไร่ ภายในปี 2570</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29214 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ผลิตผลจากป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ผลสำเร็จของป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลเป็นภาพสะท้อนที่แจ่มชัดว่า คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุลและเกื้อกูลกัน เมื่อมีการพัฒนาและบริหารจัดการป่าที่ดี ชุมชนก็สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตจากป่าที่สมบูรณ์ ลดรายจ่าย สร้างรายได้ ต่อยอดพัฒนาอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยไม่จำเป็นต้องบุกรุกทำลายป่า และป่าชุมชนต้นแบบเหล่านี้จะเป็นแหล่งข้อมูลด้านการบริหารจัดการป่าชุมชนที่สำคัญ ให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการดูแล ป่าชุมชน เพื่อนำไปปรับใช้ในการพัฒนาป่าชุมชนของตนเองต่อไป ซึ่งโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ถือได้ว่าเป็นโครงการต้นแบบที่บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน (PPP)หลอมรวมเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”</em> นายสุรชัย กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29211 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายนิทัศน์-วรพนพิพัฒน์-กรรมการผู้จัดการใหญ่-บมจ.ราช-กรุ๊ป-2.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ในสภาวการณ์ที่สภาพภูมิอากาศของโลกกำลังแปรปรวนอย่างหนัก ทุกประเทศต่างยอมรับว่า การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้จะช่วยลดปัญหานี้ได้ ดังนั้น ป่าชุมชน จึงเป็นความหวังและพลังในการรักษา ฟื้นฟู ดูแลผืนป่าและขับเคลื่อนสังคม <em><strong>ตลอดระยะเวลา 17 ปีของโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน บริษัทฯ ได้เห็นก้าวย่างการพัฒนาป่าชุมชน ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และศักยภาพความสามารถของชุมชนในการบริหารจัดการป่าและความสามัคคีของชุมชนที่นับวันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Re-ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" />&#8220;บริษัทฯ ภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนชุมชนคนรักษ์ป่าทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ บริษัทฯ ขอชื่นชมและยกย่องป่าชุมชนที่ได้รับรางวัลคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชนทั้ง 16 แห่ง ที่ร่วมมือร่วมใจมุ่งมั่นดูแลป่าไม้อย่างจริงจังและต่อเนื่องยาวนาน ทุกท่านล้วนเป็นทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าของประเทศ ที่ช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพที่ทุกคนในสังคมพึ่งพาอาศัย บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนป่าชุมชนเพื่อตอบสนองเป้าหมายยุทธศาสตร์ของชาติ ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ต่อไป&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว-จ.ร้อยเอ็ด-คว้ารางวัลคนรักษ์ป่า-ป่ารักชุมชน-ชนะเลิศระดับประเ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการประกวดป่าชุมชน ภายใต้โครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี 2567 มีป่าชุมชนที่ได้รับรางวัล 16 แห่ง รวมพื้นที่ป่า 37,062.61 ไร่ มีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนได้ 233,494.443 ตันคาร์บอน (ค่าเฉลี่ยอัตราการ​กักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ประมาณ 6.3 ตัน/ไร่) รวมตลอด 17 ปี ที่ผ่านมา โครงการได้สนับสนุนป่าชุมชนไปแล้ว 1,779 แห่ง พื้นที่ป่ารวม 1,607,072.23 ไร่ ซึ่งสามารถกักเก็บและดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 10,124,555.049 ​​ตันคาร์บอน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ratch-group-support-community-forrest-project/">&#8216;ป่าชุมชนบ้านหนองบั่ว จ.ร้อยเอ็ด&#8217; ต้นแบบ &#8216;คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน&#8217; ชนะเลิศป่าชุมชนระดับประเทศ ปี 2567  กรมป่าไม้ &#8211; ราช กรุ๊ป หนุนลดวิกฤตโลกร้อนแบบ Nature-based Solutions    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แคมเปญ reBOX ไปรษณีย์ไทย ยอดส่งคืนกล่อง-ซอง ทะลุ 5.3 แสนกิโลกรัม ย้ำผู้นำ &#8216;ธุรกิจขนส่งยั่งยืน&#8217; เปลี่ยนที่ทำการเป็นกรีนฮับ หนุนระบบ Circular Economy</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/thailand-post-driving-esg-plus-e-for-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Mar 2024 14:05:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Delivering Sustainable]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Post ID]]></category>
		<category><![CDATA[ESG+E]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Postman Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Prompt Post]]></category>
		<category><![CDATA[reBOX]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Post]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand post mart]]></category>
		<category><![CDATA[กล่องรักที่สัมผัสได้]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วราภรณ์ ข้องเกี่ยวพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด(มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท )]]></category>
		<category><![CDATA[ปณท.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมประชาคมคนตาบอดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไปรษณีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไปรษณีย์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24702</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกาศความสำเร็จของโครงการ reBOX ตลอด 4 ปี มีกล่อง ซอง และกระดาษไม่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า 530,000 กิโลกรัม โดยในปี 2566 สามารถรวบรวมกล่องและซองกระดาษได้มากกว่า 137,000 กิโลกรัม ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 776.44 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมเผยแนวทางการลงทุน และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนผ่านแนวคิด ESG+E ที่จะดำเนินงานใน 4 มิติได้แก่ มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment : E) ด้านสังคม (Social : S)  ด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance : G) และด้านเศรษฐกิจ (Economy : E) อาทิ การพัฒนาระบบงานไปรษณีย์ให้เป็นระบบประหยัดพลังงาน การสร้างรายได้จากนวัตกรรมและธุรกิจใหม่เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กร นอกจากนี้ ยังเตรียมใช้พื้นที่ที่ทำการไปรษณีย์ เปิด “Green Hub” ตั้งจุดรับรวบรวมวัสดุประเภทต่าง ๆ เพื่อนำเข้าสู่การจัดการอย่างถูกวิธี เช่น e-Waste การรับบริจาคอะลูมิเนียม ฯลฯ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยว่า ไปรษณีย์ไทยมีแผนการลงทุน และกลยุทธ์เพื่อสร้างความยั่งยืนในธุรกิจขนส่งของไปรษณีย์ไทย ตามวิสัยทัศน์ใหม่คือ ส่งมอบการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ : Delivering Sustainable Growth Through Postal Network โดยได้ตั้งเป้าหมายความยั่งยืนตามกลยุทธ์ ESG+E  เพื่อใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานในปี 2567-2571 ผ่านแนวทาง 4 ด้าน ประกอบด้วย  ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment : E)  โดยพัฒนาระบบงานไปรษณีย์ให้เป็นระบบประหยัดพลังงานและคาดว่าจะลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 30% ภายในปี 2573 เพิ่มการจัดการขยะที่เกิดขึ้นในธุรกิจโลจิสติกส์ เช่น กล่อง ซอง พลาสติกกันกระแทกเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ และอยู่ระหว่างการศึกษาการใช้พลังงานจากก๊าซไฮโดรเจนในรถยนต์ขนส่ง รวมทั้งพลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือกกับพันธมิตร  ด้านสังคม (Social : S)  สนับสนุนช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน สินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งเป็นสินค้าตัวท็อปจากทั่วประเทศมาจำหน่ายและส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์ม Thailandpostmart และไปรษณีย์ทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2560 ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกรแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการ “ไปรษณีย์เชื่อมสุข” สนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาสินค้าท้องถิ่นให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน จำหน่ายผ่านไปรษณีย์ทั่วประเทศและเว็บไซต์ Thailandpostmart โดยตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันสามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนรวมกว่า 33 ล้านบาท รวม 17 จังหวัด 23 พื้นที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thailand-post-driving-esg-plus-e-for-sustainable-growth/">แคมเปญ reBOX ไปรษณีย์ไทย ยอดส่งคืนกล่อง-ซอง ทะลุ 5.3 แสนกิโลกรัม ย้ำผู้นำ &#8216;ธุรกิจขนส่งยั่งยืน&#8217; เปลี่ยนที่ทำการเป็นกรีนฮับ หนุนระบบ Circular Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"><strong>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด</strong> ประกาศความสำเร็จของโครงการ<strong> </strong></span><strong>reBOX</strong> <span lang="TH">ตลอด </span>4 <span lang="TH">ปี มีกล่อง ซอง และกระดาษไม่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า </span>530,000 <span lang="TH">กิโลกรัม </span></p>
<p><span id="more-24702"></span></p>
<p><span lang="TH">โดยในปี </span>2566<span lang="TH"> </span><span lang="TH">สามารถรวบรวมกล่องและซองกระดาษได้มากกว่า</span><span lang="TH"> 137</span>,<span lang="TH">000 </span><span lang="TH">กิโลกรัม ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ </span><span lang="TH">776.44 </span><span lang="TH">ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า </span></p>
<p><span lang="TH">พร้อมเผยแนวทางการลงทุน และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนผ่านแนวคิด </span><strong>ESG+E </strong><span lang="TH">ที่จะดำเนินงานใน </span>4 <span lang="TH">มิติได้แก่ มิติด้านสิ่งแวดล้อม</span><span lang="TH"> (</span>Environment : E) <span lang="TH">ด้านสังคม</span><span lang="TH"> (</span>Social : S)  <span lang="TH">ด้านการกำกับดูแลกิจการ</span><span lang="TH"> (</span>Governance : G)<span lang="TH"> </span><span lang="TH">และด้านเศรษฐกิจ</span><span lang="TH"> (</span>Economy : E)<span lang="TH"> </span><span lang="TH">อาทิ การพัฒนาระบบงานไปรษณีย์ให้เป็นระบบประหยัดพลังงาน การสร้างรายได้จากนวัตกรรมและธุรกิจใหม่เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กร นอกจากนี้ ยังเตรียมใช้พื้นที่ที่ทำการไปรษณีย์ เปิด </span><span lang="TH">“</span>Green Hub” <span lang="TH">ตั้งจุดรับรวบรวมวัสดุประเภทต่าง</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ๆ</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">เพื่อนำเข้าสู่</span><span lang="TH">การจัดการอย่างถูกวิธี เช่น</span> e-Waste <span lang="TH">การรับบริจาคอะลูมิเนียม</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ฯลฯ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ดร.ดนันท์-ให้ข้อมูลภายในงาน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b><span lang="TH">ดร</span></b><b><span lang="TH">.</span></b><b><span lang="TH">ดนันท์</span></b><b><span lang="TH"> </span></b><b><span lang="TH">สุภัทรพันธุ์</span></b><b><span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">กรรมการผู้จัดการใหญ่</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">บริษัท</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ไปรษณีย์ไทย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">จำกัด</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">เผยว่า ไปรษณีย์ไทยมี</span><span lang="TH">แผนการลงทุน และกลยุทธ์เพื่อสร้างความยั่งยืนในธุรกิจขนส่งของไปรษณีย์ไทย ตามวิสัยทัศน์ใหม่คือ <b>ส่งมอบการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเครือข่ายไปรษณีย์</b></span><b><span lang="TH"> </span></b><b><span lang="EN-GB">: </span></b><b>Delivering Sustainable Growth<span lang="TH"> </span>Through Postal Network</b><span lang="TH"> </span><span lang="TH">โดยได้ตั้งเป้าหมายความยั่งยืนตามกลยุทธ์ </span>ESG+E <span lang="TH"> </span><span lang="TH">เพื่อใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานในปี </span>2567-2571 <span lang="TH">ผ่านแนวทาง </span>4 <span lang="TH">ด้าน ประกอบด้วย </span></p>
<p><span lang="TH"><b>ด้านสิ่งแวดล้อม</b></span><span lang="TH"> <b>(</b></span><b>Environment : E)  </b><span lang="TH">โดยพัฒนาระบบงานไปรษณีย์ให้เป็นระบบประหยัดพลังงานและคาดว่าจะลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า</span><span lang="TH"> </span>30<span lang="EN-GB">%</span><span lang="EN-GB"> </span><span lang="TH">ภายในปี </span>2573<span lang="TH"> </span><span lang="TH">เพิ่มการจัดการขยะที่เกิดขึ้นในธุรกิจ</span><span lang="TH">โลจิสติกส์</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">เช่น</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">กล่อง</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ซอง</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">พลาสติกกันกระแทกเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ และอยู่ระหว่างการศึกษาการใช้พลังงานจาก</span><span lang="TH">ก๊าซไฮโดรเจนในรถยนต์ขนส่ง</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">รวมทั้งพลังงานหมุนเวียน</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">และพลังงานทางเลือกกับพันธมิตร </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24711 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพประกอบข่าวความสำเร็จ-reBOX_5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><b><span lang="TH">ด้านสังคม</span></b><span lang="TH"> <b>(</b></span><b>Social : S)</b>  <span lang="TH">สนับสนุนช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร สินค้าชุมชน สินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งเป็นสินค้าตัวท็อปจากทั่วประเทศมาจำหน่ายและส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์ม</span><span lang="TH"> </span>Thailandpostmart<span lang="TH"> และไปรษณีย์</span><span lang="TH">ทั่วประเทศตั้งแต่ปี </span>2560 <span lang="TH">ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มเกษตรกรแล้วกว่า </span>1,700 <span lang="TH">ล้านบาท นอกจากนี้</span><span lang="TH">ยังมีโครงการ</span><span lang="TH"> “</span><span lang="TH">ไปรษณีย์เชื่อมสุข</span><span lang="TH">” </span><span lang="TH">สนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนต่อยอดภูมิปัญญา</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">พัฒนาสินค้าท้องถิ่นให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">จำหน่ายผ่านไปรษณีย์ทั่วประเทศและ</span><span lang="TH">เว็บไซต์</span><span lang="TH"> </span>Thailandpostmart <span lang="TH">โดยตั้งแต่ปี</span><span lang="TH"> 2559 </span><span lang="TH">จนถึงปัจจุบันสามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนรวมกว่า</span><span lang="TH"> 33 </span><span lang="TH">ล้านบาท</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">รวม </span><span lang="TH">17 </span><span lang="TH">จังหวัด</span><span lang="TH"> 23 พื้นที่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/กิจกรรมเสวนาภายในงาน.jpg" alt="" width="1200" height="721" /></p>
<p><b><span lang="TH">ด้านการกำกับดูแลกิจการ</span></b><span lang="TH"> <b>(</b></span><b>Governance : G) </b><span lang="TH">มุ่งเน้นการบริหารงานด้วยความโปร่งใส</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ตรวจสอบได้</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">รวมถึงการดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นธรรม</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">รักษาและปกป้องข้อมูลความเป็นส่วนตัวของลูกค้า</span><span lang="TH"> </span></p>
<p><b><span lang="TH">ด้านเศรษฐกิจ</span></b><span lang="TH"> (</span>Economy : E)<b> </b><span lang="TH">มุ่งเน้นการสร้างรายได้จากนวัตกรรมและธุรกิจใหม่</span><span lang="TH"> (</span>New S-Curve) <span lang="TH">เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กร</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">และชีวิตดิจิทัลที่มีความปลอดภัยมากขึ้น</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">โดยการขับเคลื่อนผ่านโครงการสำคัญ</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">เช่น</span><span lang="TH"> </span><b>Postman Cloud</b> <span lang="TH">ให้บริการกับลูกค้า</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">พันธมิตรที่มีความต้องการใช้ประโยชน์จากเครือข่าย</span><span lang="TH"> (</span>Postman Networking) <span lang="TH">หรือบุรุษไปรษณีย์กว่า </span>25,000 <span lang="TH">คนทั่วประเทศ</span><span lang="TH"> </span><b>Prompt Post</b> <span lang="TH">บริการด้านการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">และ</span><span lang="TH"> </span><b>Digital Post ID</b> <span lang="TH">การปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่อยู่แบบเดิม</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ให้เป็นที่อยู่ดิจิทัล</span><span lang="TH"> (</span>Digital Address) <span lang="TH">รวมถึงการจัดส่งสิ่งของในรูปแบบจ่าหน้า</span><span lang="TH"> </span>QR CODE <span lang="TH">เป็นต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24707 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพประกอบข่าวความสำเร็จ-reBOX-และ-ESG_11.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังตั้งเป้าหมายสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ภายในปี</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">พ</span><span lang="TH">.</span><span lang="TH">ศ</span><span lang="TH">.2593 </span><span lang="TH">ตามเป้าหมายระยะยาวของไทย ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ภายในปี </span><span lang="TH">พ</span><span lang="TH">.</span><span lang="TH">ศ</span><span lang="TH">.2608 </span><span lang="TH">ส่วนในระยะเร่งด่วนนี้ ไปรษณีย์ไทยได้เร่งปรับปรุงระบบงานไปรษณีย์ให้เป็นระบบประหยัดพลังงานตั้งแต่กระบวนการรับฝากจนถึงการนำจ่าย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งนี้ จากการปรับปรุงระบบงานนำจ่าย </span><span lang="TH">ให้เป็นแบบรวมทุกบริการเพื่อลดการทับซ้อนของเส้นทางนำจ่าย และการปรับรวมสายขนส่งไปรษณีย์ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้มากกว่า</span><span lang="TH"> 35%</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24706 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ดร.วราภรณ์-ข้องเกี่ยวพันธุ์.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">ดร</span></b><b><span lang="TH">.</span></b><b><span lang="TH">วราภรณ์</span></b><b><span lang="TH"> </span></b><b><span lang="TH">ข้องเกี่ยวพันธุ์ </span></b><span lang="TH">ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">สายงานกลยุทธ์และการขับเคลื่อนองค์กร</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">บริษัท</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ไปรษณีย์ไทย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">จำกัด</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้ขับเคลื่อนความยั่งยืนในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ผ่านโครงการ </span>reBOX <span lang="TH">มาตั้งแต่ปี </span>2563 <span lang="TH">จนถึงปัจจุบัน สามารถส่งคืนกล่องและซองกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว</span><span lang="TH">รวมกว่า </span>530,000 <span lang="TH">กิโลกรัมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธีโดย บริษัท</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">เอสซีจี</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">แพคเกจจิ้ง</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">จำกัด</span><span lang="TH">(</span><span lang="TH">มหาชน</span><span lang="TH">) </span><span lang="TH">หรือ </span>SCGP<span lang="TH"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24712 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพประกอบข่าวความสำเร็จ-reBOX_12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">และในปี </span>2566 <span lang="TH">ไปรษณีย์ไทยสามารถรวบรวมกล่องและซองกระดาษจากทุกภาคส่วนได้มากกว่า</span><span lang="TH"> 137</span>,<span lang="TH">000 </span><span lang="TH">กิโลกรัม นำไปรีไซเคิลภายใต้แนวคิด </span><span lang="TH">“</span><strong><span lang="TH">กล่องรักที่สัมผัสได้</span><span lang="TH">” </span></strong><span lang="TH">ซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นเพื่อผู้พิการ มอบให้</span><span lang="TH"> 4 </span><span lang="TH">หน่วยงาน ได้แก่</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">สมาคมประชาคมคนตาบอดไทย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">และสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">โดยจากกระบวนการรีไซเคิลดังกล่าวช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ</span><span lang="TH"> 776.44 </span><span lang="TH">ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และจากความสำเร็จดังกล่าวไปรษณีย์ไทยขอขอบคุณคนไทย หน่วยงานพันธมิตร </span><span lang="TH">68 </span><span lang="TH">องค์กรจากภาครัฐ</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ภาคเอกชน</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">สถาบันการศึกษา ที่ร่วมส่งกล่อง</span><span lang="TH">/</span><span lang="TH">ซองที่ไม่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้งตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน</span><span lang="TH"> (</span>Circular Economy) <span lang="TH">อีกทั้งยังเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ ในการเข้ามามีส่วนร่วมสร้างเครือข่ายการเติบโตที่ยั่งยืนเพื่อคนไทย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ตลอดจนเป็นการสร้างเส้นทางการเดินทางของกระดาษเหลือใช้จากเดิมที่เป็นเพียงการซื้อขาย การกำจัดที่ยังไม่ถูกวิธี ให้มีความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24708 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพประกอบข่าวความสำเร็จ-reBOXและ-ESG_8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยยังมุ่งเป็นศูนย์กลางในด้าน</span><span lang="TH">การจัดการขยะหลากประเภทภายใต้โครงการ <strong>“Green Hub”</strong> ที่จะร่วมกับภาคีเครือข่ายร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม</span><span lang="TH"> และใช้พื้นที่ของที่ทำการไปรษณีย์ตั้ง</span><span lang="TH">จุดรับรวบรวมวัสดุประเภทต่าง ๆ นำเข้าสู่กระบวนการจัดการ/ แปรรูปได้อย่างถูกต้องและมีประโยชน์  </span><span lang="TH">ประกอบด้วย</span><span lang="TH">แคมเปญ reBOX ที่เป็นโครงการสร้างคุณค่าและมูลค่าจากกล่องซอง, โครงการ e-Waste ร่วมกับ AIS รับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช้แล้ว, ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ รับบริจาคอะลูมิเนียมเพื่อจัดทำขาเทียมพระราชทาน,</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">โครงการ &#8220;วน&#8221; ที่รับพลาสติกยืด เช่น </span><span lang="TH"> ซองพลาสติกไปรษณีย์ ถุงพลาสติกหูหิ้ว จาก บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด หรือ (TPBI)  เพื่อเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ใน ธุรกิจไปรษณีย์ เช่น พาเลทผลไม้, </span>โครงการ &#8220;GC YOUเทิร์น&#8221; ที่เปิดรับพลาสติกใส (PET) และพลาสติกขุ่น (HDPE) เช่น ขวดน้ำดื่ม แกลลอนนม จากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เพื่อเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในธุรกิจไปรษณีย์ และเสื้อผ้าอัพไซเคิลเพื่อประโยชน์แก่สังคมต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thailand-post-driving-esg-plus-e-for-sustainable-growth/">แคมเปญ reBOX ไปรษณีย์ไทย ยอดส่งคืนกล่อง-ซอง ทะลุ 5.3 แสนกิโลกรัม ย้ำผู้นำ &#8216;ธุรกิจขนส่งยั่งยืน&#8217; เปลี่ยนที่ทำการเป็นกรีนฮับ หนุนระบบ Circular Economy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหิดลฯ จับมือ UNESCAP และมหาวิทยาลัยจีน นำร่อง ‘Carbon Neutrality Campus’ พร้อมเร่งผลิต &#8216;นักวิเคราะห์ความยั่งยืน&#8217; เติมระบบนิเวศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/maahidol-university-join-unescap-develop-carbon-neutrality-campus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Feb 2024 14:38:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality Campus]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Mahidol University]]></category>
		<category><![CDATA[MU]]></category>
		<category><![CDATA[Net-Zero Emission]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs Goal]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Analyst]]></category>
		<category><![CDATA[UNESCAP]]></category>
		<category><![CDATA[คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิเคราะห์ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24170</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหิดลฯ ชี้สายงานที่ทุกองค์กรต้องมีในอนาคต “นักวิเคราะห์ความยั่งยืน” เร่งพัฒนาหลักสูตรเติมเต็ม​โลกยุค Low Carbon พร้อมจับมือ UNESCAP และมหาวิทยาลัยจีน ร่วใผลักดันสถาบันการศึกษาของไทยสู่สถาบันการศึกษาที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เพื่อการปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทโลก และทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่จากนี้จะไม่สามารถมุ่งสร้างแค่ผลกำไรได้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมองถึงผลกระทบทั้งในมิติของสังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย เพื่อขับเคลื่อนสู่การพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืนตามกรอบ ESG ( Environment Social and Governance) พร้อมบรรลุ 17  เป้าหมายด้านความ​ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDGs Goal ดังนั้น ในอนาคตทุกองค์กรจำเป็นต้องมีสายงาน “นักวิเคราะห์ความยั่งยืน” (Sustainable Analyst) ที่พร้อมทำงานร่วมกับสหสาขาวิชารองรับการเพิ่มศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์และบริการในอุตสาหกรรมและการส่งออก ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่จะนำไปสู่การได้มาซึ่ง “คาร์บอนเครดิต” เพื่อการบรรลุภารกิจในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) เพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน องค์กรต่างๆ ประเทศชาติ และสิ่งแวดล้อมโลกที่ยั่งยืน ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ความยั่งยืน คือ กลุ่ม​​ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/maahidol-university-join-unescap-develop-carbon-neutrality-campus/">มหิดลฯ จับมือ UNESCAP และมหาวิทยาลัยจีน นำร่อง ‘Carbon Neutrality Campus’ พร้อมเร่งผลิต &#8216;นักวิเคราะห์ความยั่งยืน&#8217; เติมระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มหิดลฯ ชี้สายงานที่ทุกองค์กรต้องมีในอนาคต <strong>“นักวิเคราะห์ความยั่งยืน</strong><strong>”</strong> เร่งพัฒนาหลักสูตรเติมเต็ม​โลกยุค Low Carbon พร้อมจับมือ UNESCAP และมหาวิทยาลัยจีน ร่วใผลักดันสถาบันการศึกษาของไทยสู่สถาบันการศึกษาที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p><span id="more-24170"></span></p>
<p><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต</strong> คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เพื่อการปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทโลก และทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่จากนี้จะไม่สามารถมุ่งสร้างแค่ผลกำไรได้เพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมองถึงผลกระทบทั้งในมิติของสังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย เพื่อขับเคลื่อนสู่การพัฒนาองค์กรให้ยั่งยืนตามกรอบ <strong>ESG</strong> ( Environment Social and Governance) พร้อมบรรลุ 17  เป้าหมายด้านความ​ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ <strong>SDGs Goal</strong></p>
<p>ดังนั้น ในอนาคตทุกองค์กรจำเป็นต้องมีสายงาน “<strong>นักวิเคราะห์ความยั่งยืน</strong><strong>”</strong> (Sustainable Analyst) ที่พร้อมทำงานร่วมกับสหสาขาวิชารองรับการเพิ่มศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์และบริการในอุตสาหกรรมและการส่งออก ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่จะนำไปสู่การได้มาซึ่ง “<strong>คาร์บอนเครดิต”</strong> เพื่อการบรรลุภารกิจในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) เพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน องค์กรต่างๆ ประเทศชาติ และสิ่งแวดล้อมโลกที่ยั่งยืน</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>นักวิเคราะห์ความยั่งยืน </strong>คือ กลุ่ม​​ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ดิน &#8211; น้ำ &#8211; อากาศ รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สิ่งแวดล้อมเกษตร สิ่งแวดล้อมชุมชน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  ตลอดจนปัญหาสิ่งแวดล้อมเร่งด่วนต่างๆ อาทิ การจัดการขยะ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และการร่วมรณรงค์ใช้พลังงานทดแทนวิกฤติขาดแคลนน้ำมันและเชื้อเพลิง ฯลฯ ไปจนถึงการเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันนโยบายเพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24171 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/shutterstock_2267318693.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><em> “แนวทางดังกล่าวจะเป็นทิศทางสำคัญสู่การพัฒนาการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการทางวิชาการของคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ที่​เตรียมสร้างฐานข้อมูลวิชาการทางด้าน Climate Change และ Net Zero Emission ให้เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่สามารถสืบค้นจากชื่อผู้วิจัย งานวิจัย และนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมสู่การต่อยอดขยายผลที่ยั่งยืน ​เพื่อสอดคล้องกับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อประเด็น​ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change​ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่”</em></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีแผนร่วมสร้างหน่วยวิจัยร่วม (Joint Unit) กับองค์กร และมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก อาทิ UnitedNations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP) และมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ &#8211; เจียวทง (SJTU &#8211; Shanghai Jiaotong University) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อร่วมผลักดันสถาบันการศึกษาของไทยสู่สถาบันการศึกษาที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality Campus) ซึ่งจะเป็นด่านสำคัญสู่การบรรลุภารกิจ Net Zero Emission ​ภายในปี พ.ศ. 2608 ตามเป้าหมายของประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24172 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/image0.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>นับเป็นเวลา 50 ปีแล้วที่ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการเรียนการสอนเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรต่อลมหายใจโลก นำโดย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ และคณะอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดลในสาขาที่เกี่ยวข้อง จนสามารถผลิต <strong>“</strong><strong>นักวิเคราะห์ความยั่งยืน</strong><strong>”</strong> (Sustainable Analyst) ป้อนเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจ เพื่อมุ่งขับเคลื่อนสู่สังคม Low Carbon ​จนทำให้เกิดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบ และได้รับการอ้างอิงสูงเป็นจำนวนมาก อาทิ การคิดค้นโมเดลในการคำนวณค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อลดมลภาวะ การติดตามและบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินท์ให้กับองค์กรทั่วประเทศ เทคโนโลยีพลังงานสะอาด ตลอดจนขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดประชุม สัมมนา และฝึกอบรมแกนนำสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับชุมชน ประเทศชาติ และการสร้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในระดับโลก ฯลฯ เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/maahidol-university-join-unescap-develop-carbon-neutrality-campus/">มหิดลฯ จับมือ UNESCAP และมหาวิทยาลัยจีน นำร่อง ‘Carbon Neutrality Campus’ พร้อมเร่งผลิต &#8216;นักวิเคราะห์ความยั่งยืน&#8217; เติมระบบนิเวศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ UNESCO เพื่อร่วมส่งเสริมความยั่งยืนทางวัฒนธรรม และตั้งเป้าสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/onyx-hospitality-group-hand-unesco-build-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Feb 2024 00:42:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[Nature]]></category>
		<category><![CDATA[ONYX]]></category>
		<category><![CDATA[ONYX Hospitality Group]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[UNESCO]]></category>
		<category><![CDATA[Youth]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืนทางวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23962</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรูหลากหลายแบรนด์ ได้แก่ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ภูมิใจในการประกาศเจตนารมณ์และความสำเร็จครั้งล่าสุดในฐานะบริษัทบริหารจัดการด้านฮอสพิทาลิตี้แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับ UNESCO เพื่อสร้างความยั่งยืนทางวัฒนธรรมร่วมกันในระยะยาว นอกจากนั้นแล้ว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อีกด้วย ซึ่งความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักสำคัญในระยะยาวของการขับเคลื่อนธุรกิจของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ทั้งนี้ในด้านความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และ UNESCO จะมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมความยั่งยืนทางวัฒนธรรมโดยมีเป้าหมายในการปกป้องและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่บริหารจัดการโดยชุมชนท้องถิ่นในเอเชียและแปซิฟิก โดยความมุ่งมั่นนี้จะถูกนำไปขยายผลกับโรงแรมและรีสอร์ตภายใต้การบริหารจัดการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในเมืองต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการครอบคลุมในหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ ประเทศไทย มาเลเซีย จีนรวมถึงฮ่องกง บังคลาเทศ ลาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/onyx-hospitality-group-hand-unesco-build-sustainability/">ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ UNESCO เพื่อร่วมส่งเสริมความยั่งยืนทางวัฒนธรรม และตั้งเป้าสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group)</strong> บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรูหลากหลายแบรนด์ ได้แก่ อมารี (Amari) โอโซ่ (OZO) ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ภูมิใจในการประกาศเจตนารมณ์และความสำเร็จครั้งล่าสุดในฐานะบริษัทบริหารจัดการด้านฮอสพิทาลิตี้แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับ UNESCO เพื่อสร้างความยั่งยืนทางวัฒนธรรมร่วมกันในระยะยาว</p>
<p><span id="more-23962"></span></p>
<p>นอกจากนั้นแล้ว ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อีกด้วย ซึ่งความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนในครั้งนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักสำคัญในระยะยาวของการขับเคลื่อนธุรกิจของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป</p>
<p>ทั้งนี้ในด้านความร่วมมือระหว่าง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และ UNESCO จะมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมความยั่งยืนทางวัฒนธรรมโดยมีเป้าหมายในการปกป้องและส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่บริหารจัดการโดยชุมชนท้องถิ่นในเอเชียและแปซิฟิก โดยความมุ่งมั่นนี้จะถูกนำไปขยายผลกับโรงแรมและรีสอร์ตภายใต้การบริหารจัดการของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในเมืองต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการครอบคลุมในหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ ประเทศไทย มาเลเซีย จีนรวมถึงฮ่องกง บังคลาเทศ ลาว และกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตั้งเป้าหมายที่จะรับบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ให้ได้มากกว่า 50 แห่งภายในปี 2025 และเพิ่มเป็น 70 แห่งภายในปี 2028 ซึ่งเป้าหมายในการเติบโตภายใต้กลยุทธ์เชิงรุกเช่นนี้จะยังสอดคล้องไปกับโครงการด้านความยั่งยืนต่างๆ เพื่อมุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในการร่วมสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปัจจุบันและนักเดินทางรุ่นต่อๆ ไปในอนาคต และยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการเป็น “ A Tailored Approach to Hospitality” ซึ่งเป็นจุดแข็งขององค์กรในตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมาเพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็น “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia” ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ตั้งไว้</p>
<p>สำหรับความร่วมมือกับ UNESCO ในครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการทำงานด้านการสร้างความยั่งยืนของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ซึ่งมีโครงสร้างภายใต้เสาหลัก 4 ประการที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับชื่อขององค์กร ดังนี้<br />
• “O” Opportunity (โอกาส) – มอบโอกาสและความช่วยเหลือแก่เยาวชนและบุคคลที่ขาดโอกาส รวมไปถึง ให้การสนับสนุนไปยังหน่วยงานหรือองค์กรที่มีความจำเป็น<br />
• “N” Nature (ธรรมชาติ) – ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการความร่วมมือในชุมชน การจัดการขยะ การควบคุมมลพิษ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และอื่นๆ<br />
• “Y” Youth (เยาวชน) – มีส่วนร่วมในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ โดยให้การสนับสนุนด้านการศึกษา การสร้างสมรรถนะความสามารถ และกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้<br />
• “X” Collaboration (ความร่วมมือ) – มุ่งสร้างความยั่งยืนทางด้านวัฒนธรรม สังคม ชุมชน และอิ่นๆ ผ่านความร่วมมือกับคู่ค้าธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ ในฐานะพันธมิตรระยะยาวเพื่อรวมพลังในการให้บริการชุมชนและจัดทำโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน</p>
<p>ในความร่วมมือครั้งนี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จะผสมผสานอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความร่วมสมัยเข้ากับประสบการณ์การเข้าพักและการบริการของโรงแรมและรีสอร์ตไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โครงการริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายไม่เพียงแค่การนำเสนอและเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวาเท่านั้น แต่ยังเชิญชวนให้แขกผู้เข้าพักได้ร่วมดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และมีคุณค่าเพื่อสัมผัสถึงความเชื่อมโยงที่แท้จริงกับชุมชนในพื้นที่โดยรอบที่หมายปลายทาง ซึ่งสิ่งนี้จะมีส่วนสำคัญต่อการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป รวมทั้งยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบโรงแรมและรีสอร์ตอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23966 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/13.jpg" alt="" width="1200" height="758" /></p>
<p>ความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมบริการ ในบริบทการท่องเที่ยงเชิงสร้างสรรค์ การผสมผสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นจะสร้างให้เกิดประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำสำหรับแขกที่มาใช้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมิติเชิงลึกและแท้จริงให้กับโรงแรมของเรา ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้นักเดินทางสามารถเชื่อมต่อกับจุดหมายปลายทางได้ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการบูรณาการทางวัฒนธรรม อาทิ การนำเสนออาหารพื้นถิ่น ของกินพื้นบ้าน ศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิม หรือการร่วมมือกับช่างฝีมือและศิลปินท้องถิ่นในการร่วมออกแบบประสบการณ์ในโรงแรม เป็นต้น</p>
<p>ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการ &#8220;Achieving Sustainable Tourism with Intangible Cultural Heritage and Creative City Network in Waterway Cities of ASEAN&#8221; กับทาง UNESCO และในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานเปิดตัวโครงการฯร่วมกับทาง UNESCO อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ณ โรงแรมอมารี กรุงเทพ ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก</p>
<p>นอกจากนี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังมีโครงการริเริ่มร่วมกับองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF สำนักงานประเทศไทย ผ่านโครงการการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Consumption and Production Project) โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานและการเปลี่ยนแปลงสู่หลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) การส่งเสริมระบบอาหารที่ยั่งยืน การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โครงการอนุรักษ์ และการมีส่วนร่วมของชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/12.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>และอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มีต่อระดับประเทศและระดับสากลในด้านนโยบายการสร้างความยั่งยืน ยังครอบคลุมไปถึงเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการเป็น Net Zero Operations โดยในปี 2023 ที่ผ่านมา โรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ในเครือ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ (Amari Don Muang Airport Bangkok), อมารี หัวหิน (Amari Hua Hin), อมารี พัทยา (Amari Pattaya), อมารี กรุงเทพ (Amari Bangkok), อมารี ภูเก็ต (Amari Phuket), อมารี เกาะสมุย (Amari Koh Samui), โอโซ่ นอร์ธ พัทยา (OZO North Pattaya), โอโซ่ ภูเก็ต (OZO Phuket), โอโซ่ เฉวง สมุย (OZO Chaweng Samui), โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence), ชามา เพชรบุรี 47 กรุงเทพ (Shama Petchaburi 47 Bangkok) ได้รับการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆขององค์กรหรือคาร์บอนฟุตปริ้นท์องค์กร โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนนี้ โดยความสำเร็จในครั้งนี้จะยังถูกนำไปต่อยอดกับโรงแรม รีสอร์ต และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ทุกแห่งในเครือของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ทั้งหมดในอนาคตอีกด้วย</p>
<p>โครงการริเริ่มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ต่อการสร้างความยั่งยืนผ่านการร่วมจัดการกับประเด็นด้านความยั่งยืนในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การอนุรักษ์วัฒนธรรมไปจนถึงการบริโภคอย่างรับผิดชอบ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนเชิงรุกที่แน่วแน่ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการดำเนินงานที่มุ่งสร้างการเติบโตที่สอดคล้องไปกับเป้าหมายการสร้างความยั่งยืนระดับสากล รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ</p>
<p>ในภาพ จากซ้ายไปขวา: นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และดร.มณฑิรา อูนากูล ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/onyx-hospitality-group-hand-unesco-build-sustainability/">ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ประกาศความร่วมมือระยะยาวกับ UNESCO เพื่อร่วมส่งเสริมความยั่งยืนทางวัฒนธรรม และตั้งเป้าสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดรายงานความยั่งยืนกลุ่มธุรกิจ TCP เผย “ความร่วมมือ” เปลี่ยนทุกสิ่งเป็นไปได้ สร้างสมดุลทุกมิติ เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/tcp-sustainable-report-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Jul 2023 10:05:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Energizing a Better World for All]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการน้ำที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20020</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 ชี้ถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนสร้างความสมดุลครบทั้ง 3 มิติ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ในปี 2564 กลุ่มธุรกิจ TCP ได้กำหนดกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” (Energizing a Better World for All) ซึ่งจากรายงานความยั่งยืนล่าสุด กลุ่มธุรกิจ TCP มั่นใจว่าจะบรรลุกลยุทธ์ความยั่งยืนทั้ง 4 ด้าน ดังที่ตั้งไว้ ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค 2. บรรจุภัณฑ์ของบริษัททุกประเภทต้องรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2567 3. กระบวนการผลิตต้องลดคาร์บอน ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้ได้ภายในปี 2593 4. การจัดการน้ำที่ยั่งยืน คืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต (Net Water Positive) ภายในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/tcp-sustainable-report-2022/">เปิดรายงานความยั่งยืนกลุ่มธุรกิจ TCP เผย “ความร่วมมือ” เปลี่ยนทุกสิ่งเป็นไปได้ สร้างสมดุลทุกมิติ เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP เผย<a href="https://tcp.com/media/d3mknan3/sd_tcp2022_th_link_10072566.pdf" target="_blank" rel="noopener">รายงานความยั่งยืนประจำปี 2565</a> ชี้ถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนสร้างความสมดุลครบทั้ง 3 มิติ ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-20020"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ในปี 2564 กลุ่มธุรกิจ TCP ได้กำหนดกลยุทธ์หลักขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน ภายใต้เป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” (Energizing a Better World for All) ซึ่งจากรายงานความยั่งยืนล่าสุด กลุ่มธุรกิจ TCP มั่นใจว่าจะบรรลุกลยุทธ์ความยั่งยืนทั้ง 4 ด้าน ดังที่ตั้งไว้ ได้แก่</p>
<p>1. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค</p>
<p>2. บรรจุภัณฑ์ของบริษัททุกประเภทต้องรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2567</p>
<p>3. กระบวนการผลิตต้องลดคาร์บอน ก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้ได้ภายในปี 2593</p>
<p>4. การจัดการน้ำที่ยั่งยืน คืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต (Net Water Positive) ภายในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20027 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/NR-SD-report_02.jpeg" alt="" width="1545" height="954" /></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ </strong><strong>TCP</strong> กล่าวว่า “ความยั่งยืนมีบริบทที่ใหญ่ขึ้น กลุ่มธุรกิจ TCP จึงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลให้ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ เสริมทักษะความรู้ใหม่ๆ ให้พนักงาน พัฒนากระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ซึ่งผลการดำเนินงานจากรายงานความยั่งยืนทำให้เห็นว่า ความสำเร็จเกิดขึ้นจริงได้จากความร่วมมือของทุกคน ภาครัฐมีบทบาทกำหนดนโยบายและกฎหมาย ภาคเอกชนก็ปรับตัวดำเนินธุรกิจในรูปแบบใหม่ รวมไปถึงผู้บริโภคที่ปรับแนวคิดการบริโภค เลือกซื้อสินค้า ที่ล้วนมีผลต่อความยั่งยืน เราเชื่อว่า ความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนให้บรรลุเป้าหมาย และส่งมอบคุณค่า ปลุกพลังเพื่อวันที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนต่อไป”การดำเนินงานและวัดผลด้านความยั่งยืนจะครอบคลุมเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำแนกได้เป็น 3 มิติ ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; มิติเศรษฐกิจ:</strong> ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน การกำกับดูแลองค์กร</p>
<p><strong>&#8211; มิติสังคม:</strong> ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ การบริหารทรัพยากรบุคคล ชุมชนและสังคมยั่งยืน</p>
<p><strong>&#8211; มิติสิ่งแวดล้อม:</strong> เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การจัดการน้ำยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20026 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Info-SD-2022.jpg" alt="" width="1200" height="601" /></p>
<p><strong>มิติเศรษฐกิจ</strong><strong>: </strong><strong>ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน การกำกับดูแลองค์กร</strong></p>
<p>กลุ่มธุรกิจ TCP ให้ความสำคัญในการ <strong>ยกระดับห่วงโซ่อุปทาน</strong>ให้มีความสามารถในการแข่งขัน ตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ การผลิต การขนส่ง การตลาด การจัดจำหน่าย ไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสู่มือผู้บริโภค โดยทำงานร่วมกับคู่ค้าในการกำหนดจรรยาบรรณและแนวทางการดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบและคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก</p>
<figure id="attachment_20025" aria-describedby="caption-attachment-20025" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20025 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/NR-SD-report_03.jpg" alt="" width="1200" height="1046" /><figcaption id="caption-attachment-20025" class="wp-caption-text"><strong><em>แนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน</em></strong></figcaption></figure>
<p>ทั้งยังมีแนวทางการจัดการแบบบูรณาการเชิงรุก ครอบคลุมด้านบรรษัทภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นและไว้ใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>ผลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ<br />
• 100% ของบริษัทในกลุ่มธุรกิจ TCP และระดับบริษัทในประเทศเวียดนามและจีน ผ่านการประเมินความเสี่ยง<br />
• 100% ของคู่ค้าได้ลงนามรับทราบความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าของกลุ่มธุรกิจ TCP<br />
• คู่ค้ารายสำคัญลำดับที่ 1 ได้รับการประเมินตนเองด้านความยั่งยืน<br />
• ค่าใช้จ่ายการลงทุนเพื่อสังคม คิดเป็น 81.27 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20024 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/NR-SD-report_04.jpg" alt="" width="784" height="700" /></p>
<p><strong>มิติสังคม: ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ การบริหารทรัพยากรบุคคล ชุมชนและสังคมยั่งยืน</strong><br />
กลุ่มธุรกิจ TCP มุ่งมั่นพัฒนา<strong>นวัตกรรมสินค้าเพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาพความเป็นอยู่ของผู้บริโภค</strong> โดยกำหนดเป้าหมายให้ 80% ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดผ่านเกณฑ์ทางเลือกสุขภาพของบริษัทภายในปี 2567 ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มลดความหวาน กลุ่มให้ประโยชน์เฉพาะทาง และกลุ่มพัฒนาสินค้าสำหรับผู้สูงวัย <em>โดยในปี 2565 กลุ่มธุรกิจ TCP ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพถึง 9 ผลิตภัณฑ์ ทำให้เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพคิดเป็น 70% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมด</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20023 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/NR-SD-report_05.jpg" alt="" width="1200" height="763" /></p>
<p>ด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่า <strong>“คน” เป็นทรัพยากรที่สำคัญ จึงมุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตพนักงาน</strong> ทั้งสภาพแวดล้อมในการทำงาน การพัฒนาทักษะ และโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน เพื่อสร้างความสุข ความมั่นคงให้พนักงาน <em>โดยในปี 2565 ผลการประเมินความผูกพันที่มีต่อองค์กรคิดเป็น 79% และมีอัตราการคงอยู่ของบุคลากรมากกว่า 97% นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้ชุมชนและสังคม โดยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในชุมชนผ่านโครงการต่างๆ ครอบคลุมด้านการศึกษา สาธารณสุข และการส่งเสริมและพัฒนาชุมชน ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการมากกว่า 118,000 คน</em></p>
<p><strong>มิติสิ่งแวดล้อม: เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การจัดการน้ำยั่งยืน เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong><br />
กลุ่มธุรกิจ TCP มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผ่าน 2 แนวทางควบคู่กัน คือ กำหนดมาตรการและกลไกเพื่อบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Adaptation) รวมถึงการร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรเพื่อผลักดันการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์รับมือปัญหาสภาพภูมิอากาศ <em>โดยในปี 2565 กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คิดเป็น 4.9% เทียบกับปี 2563 นอกจากนี้ พลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิตกว่า 75% เป็นพลังงานหมุนเวียนจากเชื้อเพลิงชีวมวลและพลังงานแสงอาทิตย์</em></p>
<p>ในฐานะองค์กรที่ใช้ “น้ำ” เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต กลุ่มธุรกิจ TCP <strong>มุ่งเน้นการจัดการน้ำที่ยั่งยืน</strong> (Water Sustainability) ขับเคลื่อนการใช้น้ำสุทธิเป็นบวก ลดการใช้ทรัพยากรน้ำ และเติมน้ำกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต <em>โดยในปี 2565 กลุ่มธุรกิจ TCP มีอัตราการใช้น้ำต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลดลง มากกว่า 9% เทียบกับปีก่อนหน้า และยังผสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ</em> อาทิ โครงการ TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย ซึ่งในปี 2565 สามารถพัฒนาแหล่งน้ำให้กับชุมชนได้มีน้ำใช้เพิ่มขึ้น 2,986,893 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ปริมาณน้ำสะสมจากการดำเนินโครงการระยะเวลา 5 ปี (2561-2565) เท่ากับ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือกว่า 3 เท่าของปริมาณน้ำที่กลุ่มธุรกิจ TCP ใช้ในตลอดกระบวนการ ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 12 ล้านลูกบาศก์เมตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20021 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/NR-SD-report_06.jpg" alt="" width="1200" height="735" /></p>
<p>ทางด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy นั้น ตั้งเป้า<strong>พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% </strong>ภายในปี 2567 โดยปัจจุบัน สามารถเปลี่ยนฉลากบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก PVC เป็น PET ได้กว่า 83% และได้พัฒนาให้บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดความหนาของกระป๋องอะลูมิเนียม ลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วและขวดพลาสติกเพื่อลดการใช้ทรัพยากร <em>โดยในปี 2565 สามารถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 211 ตัน ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม และนำของเสียจากกระบวนการผลิตในประเทศไทยไปใช้ประโยชน์กว่า 99%</em> ตลอดจนจับมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เช่น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เข้ามาทำงานร่วมกันในโครงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตต่อบรรจุภัณฑ์ นำร่องระบบการจัดการขยะในพื้นที่ พร้อมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องขยะให้กับเยาวชนและชุมชน</p>
<p>“เรามีความมุ่งมั่นชัดเจนในการทำธุรกิจคู่กับความยั่งยืนภายใต้เป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” โดยมีแผน 3 ปี (2565-2567) ด้วยกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ ปลุกพลังแบรนด์สินค้า (Fulfilling) ปลุกพลังธุรกิจเติบโต (Growing) และปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม (Caring) นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำไปสู่รูปธรรมของความยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” คุณสราวุฒิ กล่าวสรุป</p>
<p>ดูรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ของกลุ่มธุรกิจ TCP ได้<a href="https://tcp.com/sustainability/" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/tcp-sustainable-report-2022/">เปิดรายงานความยั่งยืนกลุ่มธุรกิจ TCP เผย “ความร่วมมือ” เปลี่ยนทุกสิ่งเป็นไปได้ สร้างสมดุลทุกมิติ เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมายความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
