<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คู่ค้า &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%84%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Jan 2026 09:45:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>คู่ค้า &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;White Dragon Strategy&#8217; บทบาท &#8216;จีน&#8217; ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียว และโอกาสประเทศไทย จาก &#8216;คู่ค้า&#8217; สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/white-dragon-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 09:03:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Made in China 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[White Dragon Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คู่ค้า]]></category>
		<category><![CDATA[คู่ค้าทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[นำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศจีน]]></category>
		<category><![CDATA[มังกรขาว]]></category>
		<category><![CDATA[มังกรแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39561</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดศักราชใหม่ ปี 2569 หลายประเทศเร่งสร้างภูมิคุ้มกันใหม่หลังเผชิญสงครามการค้า ความขัดแย้งทางเทคโนโลยี และการชะลอของห่วงโซ่อุปทาน นับเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ของเศรษฐกิจโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอย่าง ‘จีน’ จากเดิมที่มุ่งเน้นปริมาณการผลิต สู่คุณภาพการเติบโต ผ่านแนวคิด White Dragon Strategy โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เทคโนโลยีสะอาด และความยั่งยืนเป็นแกนหลัก เพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งคุณค่าและบรรลุเป้า Net Zero ในปี 2603 จาก ‘มังกรแดง’ สู่ ‘มังกรขาว’ จีน ในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2560 ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา และมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้ในปี 2573 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า แม้ในปี 2568 ที่ผ่านมา  จีนจะอยู่ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่มีความไม่แน่นอน แต่เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลโดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจจีน ยังคงมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างโครงการของเก่าแลกของใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/white-dragon-strategy/">&#8216;White Dragon Strategy&#8217; บทบาท &#8216;จีน&#8217; ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียว และโอกาสประเทศไทย จาก &#8216;คู่ค้า&#8217; สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดศักราชใหม่ ปี 2569 หลายประเทศเร่งสร้างภูมิคุ้มกันใหม่หลังเผชิญสงครามการค้า ความขัดแย้งทางเทคโนโลยี และการชะลอของห่วงโซ่อุปทาน นับเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงโฉมใหม่ของเศรษฐกิจโลก</p>
<p><span id="more-39561"></span></p>
<p>ไม่เว้นแม้แต่ประเทศมหาอำนาจอย่าง<strong> ‘จีน’</strong> จากเดิมที่มุ่งเน้นปริมาณการผลิต สู่คุณภาพการเติบโต ผ่านแนวคิด <strong>White Dragon Strategy </strong>โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เทคโนโลยีสะอาด และความยั่งยืนเป็นแกนหลัก เพื่อสร้างเศรษฐกิจแห่งคุณค่าและบรรลุเป้า Net Zero ในปี 2603</p>
<p><strong>จาก </strong><strong>‘มังกรแดง’ สู่ ‘มังกรขาว’ </strong></p>
<p><strong>จีน</strong> ในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปี 2560 ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา และมีการคาดการณ์ว่าจะสามารถแซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้ในปี 2573</p>
<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> เผยว่า แม้ในปี 2568 ที่ผ่านมา  จีนจะอยู่ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่มีความไม่แน่นอน แต่เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลโดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจจีน ยังคงมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง แต่ได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างโครงการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) ที่ยังมีวงเงินหลงเหลืออยู่</p>
<p>ปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของจีนสู่บทบาทใหม่ จาก <strong>‘มังกรแดง’</strong> ที่เติบโตในฐานะโรงงานของโลก เน้นแรงงานราคาถูก การส่งออกจำนวนมาก สู่ <strong>‘มังกรขาว’</strong> การเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งนวัตกรรม เทคโนโลยีสะอาด และความร่วมมือที่ยั่งยืน มุ่งสร้างเศรษฐกิจแห่งคุณค่า ผ่านแนวคิด ‘<strong>White Dragon Strategy’ </strong>การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายระดับชาติ เช่น Made in China 2025 และ Dual Circulation Strategy</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-China1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Future Trends Ahead 2026</strong> ​โดย Future Skill อธิบายแนวคิด ‘<strong>White Dragon Strategy’ </strong>ว่า จีน ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำ การปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศ เปิดโอกาสให้ประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียวของโลก เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ควบคู่กับการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมๆ กับเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมที่มุ่งลดคาร์บอนสูงสุดในปี 2573 (ค.ศ. 2030) และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2603 (ค.ศ.2060)</p>
<p>การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว จะช่วยยกระดับจีนจากประเทศผู้ผลิต สู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีสะอาด ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ลิเทียม AI ภาคอุตสาหกรรม หรือนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างสมดุลใหม่ระหว่างผลกำไร การพัฒนา และความยั่งยืน รวมทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางของโลกในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ​ประกอบกับการเป็นประเทศผู้ปล่อยคาร์บอนรายใหญ่ที่สุดของโลกที่ราว 1 ใน 3 ​โดยมีแหล่งที่มาหลักจากการใช้พลังงานฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน คิดเป็นประมาณ 58% ของพลังงานทั้งหมดที่จีนผลิตได้</p>
<p>นำมาสู่เป้าหมายสำคัญของจีนในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงสิ้นปี 2567  ที่ผ่านมา <em><strong>จีนเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มมาอยู่ที่ 56% ของกำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศแล้ว และเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้มากกว่าการใช้พลังงานจากฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าได้เป็นครั้งแรก​</strong>  </em>สะท้อน​​ถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ชัดเจน​ในระดับโครงสร้างได้เป็นผลสำเร็จ ​<img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/China-Emission-SCBX.jpg" alt="" width="1200" height="875" /></p>
<p><strong>โอกาส </strong><strong>‘ไทย’ กับการพัฒนาทุนมนุษย์</strong></p>
<p>ที่ผ่านมา จีนนับเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย และมีความสัมพันธ์ทางการทูตมากว่า 50 ปี การเปลี่ยนผ่านสู่ <strong>‘จีนใหม่’</strong> นับเป็นการสร้างระบบนิเวศที่สร้างแรงส่งใหม่ให้เศรษฐกิจไทย และการเป็นหุ้นส่วนทางการเติบโต (Growth Partner) ช่วยเปิดประตูสู่เทคโนโลยีการลงทุนรูปแบบใหม่ การลงทุนจากผู้ผลิต EV จีน ช่วยยกระดับให้ไทยยังคงสถานะฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค ขณะที่ SMEs ของไทย ยังได้รับโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและ AI ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตภาพใหม่ สู่การแข่งขันในตลาดโลก</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้าง ‘<strong>ทุนมนุษย์แห่งอนาคต’</strong> ผ่านความร่วมมือทางการศึกษาและการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ของไทย ได้เรียนรู้เทคโนโลยีจริงและมีทักษะตอบโจทย์ตลาดงานระดับภูมิภาค นับเป็นการลงทุนระยะยาวในทรัพยากรมนุษย์ที่จะเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า</p>
<p><strong>การพัฒนาทุนมนุษย์</strong> มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกันระหว่างการพัฒนาทุนมนุษย์กับผลิตภาพแรงงาน (productivity) และการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ</p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</strong> พบว่า <strong>ดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index : HCI) ล่าสุด ของไทยอยู่ที่ 0.61 สะท้อนว่าเด็กไทยคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นจะมีผลิตภาพเพียง 61% ของศักยภาพสูงสุดของพวกเขา</strong> และหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ของไทย คือ ความไม่สอดคล้องระหว่างคุณสมบัติของผู้สำเร็จการศึกษากับความต้องการของตลาดแรงงาน</p>
<p>ดังนั้น <strong>ความร่วมมือระหว่างไทยจีน จึงมีส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพแรงงาน</strong> อาทิ องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีไทยเป็นหนึ่งใน 8 ประเทศสมาชิก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง คอยให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแก่นักศึกษาจากกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อให้ได้รับโอกาสเข้าถึงอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณวุฒิระดับสูง พร้อมกับการฝึกอบรมและให้คำปรึกษา เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีของประเทศ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-China5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จาก </strong><strong>‘คู่ค้า’ สู่ ‘หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์’</strong></p>
<p>จะเห็นได้ว่า <em><strong>การเปลี่ยนผ่านของ จีน มีแนวโน้มที่ไทยจะเปลี่ยนบทบาทจาก คู่ค้าดั้งเดิม สู่ หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรทักษะสูงร่วมกัน</strong></em> นอกจากนี้ ในแง่ของโอกาสการลงทุน <em><strong>ถือเป็นการเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคตในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve</strong></em> เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี AI ผ่านรูปแบบการร่วมลงทุน ที่เน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ ผ่านความร่วมมือด้านการศึกษาและการฝึกอบรมทักษะขั้นสูง เตรียมกำลังคนให้พร้อมสำหรับตลาดแรงงานดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>เรียกได้ว่า บทบาทของจีนปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การค้าการลงทุน แต่เป็นการยกระดับสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่มูลค่าสูงขึ้น และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ และจะนำพาไทยในฐานะคู่ค้า เดินหน้าสู่เป้าหมายการเติบโตไปพร้อมกัน</strong></p>
<p><strong>ข้อมูล </strong><strong>:</strong></p>
<ul>
<li>Future Trends Ahead 2026 โดย Future Skill</li>
<li>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</li>
<li>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</li>
<li>Xinhua Thai</li>
</ul>
<p><strong>ภาพ : Number 24 x Shutterstock Thailand </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/white-dragon-strategy/">&#8216;White Dragon Strategy&#8217; บทบาท &#8216;จีน&#8217; ในสมรภูมิเศรษฐกิจสีเขียว และโอกาสประเทศไทย จาก &#8216;คู่ค้า&#8217; สู่หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรู คอร์ปอเรชั่น &#8216;เทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ​เปิดโปรแกรม &#8216;แหล่งทุนสีเขียว&#8217; หนุนพันธมิตรเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; บรรลุ Carbon Neutral พร้อมลดสโคป 3 อย่างน้อย 25% ในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/true-corporation-green-financing-program/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Oct 2025 13:56:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financing Program]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Gren Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[True Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[True Supplier Forum 2025 : Together for Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[True Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Fatalities]]></category>
		<category><![CDATA[คู่ค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเออร์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเอ็มบีธนชาต]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน)​]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[พันธวณิช]]></category>
		<category><![CDATA[พันธวนิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37338</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดโครงการ ‘Green Financing Program’ เร่งแผน Decarbonization  นำร่อง &#8216;บริษัทเทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ผนึกพันธมิตรมอบโซลูชันทางการเงิน สนับสนุนซัพพลายเออร์เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุ Carbon Neutral ในสโคป 1,2  และลด Carbon Emission ในสโคปที่ 3ให้ลดล​ง​ 25% ภายในปี 2030 ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของไทย ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน ประกาศยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าไปอีกขั้น เปิดตัว &#8216;Green Financing Program&#8217; ครั้งแรกในเอเชีย จับมือพันธวณิช และทีเอ็มบีธนชาต ร่วมสร้างโอกาสใหม่ให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ผ่าน 4 กลุ่มสินเชื่อ เพื่อสนับสนุนการ​​ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด  คุณ​ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ​ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติของ ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/true-corporation-green-financing-program/">ทรู คอร์ปอเรชั่น &#8216;เทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ​เปิดโปรแกรม &#8216;แหล่งทุนสีเขียว&#8217; หนุนพันธมิตรเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; บรรลุ Carbon Neutral พร้อมลดสโคป 3 อย่างน้อย 25% ในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทรู คอร์ปอเรชั่น </strong>เปิดโครงการ ‘<strong>Green Financing Program’</strong> เร่งแผน Decarbonization  นำร่อง &#8216;บริษัทเทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ผนึกพันธมิตรมอบโซลูชันทางการเงิน สนับสนุนซัพพลายเออร์เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อบรรลุ Carbon Neutral ในสโคป 1,2  และลด Carbon Emission ในสโคปที่ 3ให้ลดล​ง​ 25% ภายในปี 2030</p>
<p><span id="more-37338"></span></p>
<p><strong>ทรู คอร์ปอเรชั่น </strong><strong>ผู้นำบริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีของไทย ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืน ประกาศยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าไปอีกขั้น เปิดตัว &#8216;</strong><strong>Green Financing Program&#8217; </strong><strong>ครั้งแรกในเอเชีย จับมือพันธวณิช และทีเอ็มบีธนชาต ร่วมสร้างโอกาสใหม่ให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ผ่าน 4 กลุ่มสินเชื่อ </strong><strong>เพื่อสนับสนุนการ​​ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด </strong></p>
<p><strong>คุณ​ซิกเว่ เบรกเก้</strong> ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ​ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกมิติของ ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยีโทรคมนาคมของไทย ที่ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยได้อย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนสู่แถวหน้าของเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลก  โดยมองว่า ‘<strong>การเติบโตอย่างยั่งยืน</strong>’ ต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมลดการปล่อยคาร์บอนผ่านโครงการ <strong>‘Green Financing Program’</strong> ที่ช่วยให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืนได้ง่ายขึ้นรวมทั้ง​การยกระดับมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/SD-True.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน </strong>หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรู ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 มิติ สำคัญ ทั้ง Living Right , Living Well และ Living Togrther โดยเฉพาะเป้าหมายสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกันภายในห่วงโซ่อุปทาน คือ <strong>การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</strong> ที่บริษัทตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ใน​สโคปที่ 1 และ 2 ภายในปี 2030 และบรรลุ Net Zero ในปี 2050  รวมทั้งอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือ การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบทั้ง 100% ​โดยเฉพาะการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ (GHG Reduction) ผ่านการช่วยเหลือซัพพลายเออร์ หรือคู่ค้าเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการลดคาร์บอนในสโคปที่ 3 ของธุรกิจด้วย</p>
<p><em>“ &#8216;<strong>คู่ค้า’</strong> คือแรงขับเคลื่อนสำคัญในภารกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน หรือใน Scope 3 ตามหลักการ Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ภายในปี 2050 ทำให้ทรู คอร์ปอเรชั่น ​​มุ่งสร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยปีที่ผ่านมาได้ผนึกพันธมิตรอย่าง <strong>&#8216;พันธวนิช</strong>&#8216; ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ (e-Procurement) นำร่องประเมินพันธมิตรธุรกิจรายหลักกว่า 100 ราย ผ่านโซลูชัน Supplier360 เพื่อเป็น Tier1 ที่มีความพร้อมและสามารถสร้าง Big Impact ในการนำร่องเพื่อขับเคลื่อน Green Transition ภายในห่วงโซ่ โดยพบปัญหาสำคัญว่า 50% ของคู่ค้าต้องการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว  จึงเป็นที่มาของการขับเคลื่อนโปรเจ็กต์ <strong>Green Financing Program  ซึ่งถือ</strong><strong>เป็นครั้งแรกของบริษัทเทเลคอมของเอเชีย </strong>และการได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินอย่างทีเอ็มบีธนชาติ ผ่านการสนับสนุน 4 โซลูชันทางการเงิน เพื่อช่วยขับเคลื่อนแผน Decarbonization ของคู่ค้า&#8221;​</em></p>
<figure id="attachment_37341" aria-describedby="caption-attachment-37341" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37341 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538681.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-37341" class="wp-caption-text">ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจาก การช่วยให้คู่ค้าเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว ทางทรู คอร์ปอเรชั่น ยังมีแพลตฟอร์ม &#8216;<strong>GHG (Greenhouse Gas) Emissions Data Platform and Consulting Service&#8217;</strong> ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วย​สนับสนุนพันธมิตร เพื่อจัดทำรายงาน และขับเคลื่อแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อพิชิตเป้าหมาย Net Zero ได้ตามแผนที่วางไว้ และจะเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่เพิ่มโอกาสให้พันธมิตรเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น เพื่อสามารถ​ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานทางเลือก รวมถึงเข้าถึงสินเชื่อพิเศษที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่ตั้งไว้ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น การขับเคลื่อน​โมเดลนี้ของทรู  คอร์ปอเรชั่น จึง​​ไม่เพียงเสริมศักยภาพให้คู่ค้า และความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์นักลงทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนด้าน<strong> Decarbonization</strong> นำพาห่วงโซ่อุปทานของทรูเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปด้วยกัน  เนื่องจาก เป้าหมายสำคัญจากนี้คือ การ​เดินหน้าขยายการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านให้กับคู่ค้าตลอดทั้งห่วงโซ่ที่มีโดยรวมกว่า 2,000 ราย ในการขับเคลื่อนแผน Decarbonization อย่างต่อเนื่องในอนาคต</p>
<figure id="attachment_37342" aria-describedby="caption-attachment-37342" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37342 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538705.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-37342" class="wp-caption-text">คุณนิสากร หวั่งหลี รองผู้อำนวยการ บริษัท พันธวนิช จำกัด</figcaption></figure>
<p><em>&#8220;ทรู นำร่องด้วยกลุ่มพันธมิตรรายใหญ่ ซึ่งกระจายอยู่ใน 6 กลุ่มสำคัญของธุรกิจทั้ง <strong>Mobile Device and Accesssories </strong> (โทรศัพท์มือถือ,​ อุปกรณ์เสริมและ Packaging ) <strong>กลุ่ม IoT</strong> (กลุ่มอุปกรณ์ Internet of Things) <strong>กลุ่ม IT</strong> (ผู้ให้บริการด้านไอทีและโซลูชั่นทางธุรกิจ) <strong>กลุ่ม Application Development</strong> (ผู้ให้บริการด้านการพัฒนาแอปพลิเคชัน)<strong> กลุ่ม Broadband Equipment</strong> <strong>and Service</strong> (อุปกรณ์และบริการบรอดแบนด์) และ <strong>กลุ่ม Core Network and Infrastructure Supply and Service</strong> (งานสร้างข่ายสายและซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์โครงข่าย) โดยเฉพาะซัพพลายเออร์ในส่วนของงานโครงข่าย ซึ่งมีสัดส่วนถึง 36% และหากรวมกลุ่มบรอดแบนด์ที่มี 21% จะรวมกันมากกว่าครึ่งหนึ่งของพอร์ตในเชิงวอลลุ่ม ซึ่งหากสามารถเปลี่ยนผ่านสองกลุ่มหลักนี้ได้ จะ​ขับเคลื่อนแผน Decarbonization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันแผนการลดคาร์บอนของทรู ทั้งสโคป 1, 2 และ 3 ถือว่าขับเคลื่อนไปได้ตามที่เป้าหมายกำหนดและเชื่อว่าจะสามารถบรรลุ Milestones แรก ในการเป็นกลางทางคาร์บอน และการลดคาร์บอนในสโคป 3 ได้ที่ 25% ตามที่เป้าหมายวางไว้&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538755.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับ โซลูชั่นทางการเงินที่ทาง TTB พร้อมสนับสนุน คู่ค้าของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการขับเคลื่อน Green Transition  มี 4 รูปแบบ ประกอบด้วย ​</p>
<p><strong>1. Green Loan &amp; Blue Loan</strong> – สินเชื่อระยะยาวสำหรับโครงการด้านพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาอาคารรักษ์โลก</p>
<p><strong>2. Short-term Financing Linked-Loan (SLL)</strong> – สินเชื่อพิเศษที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยมีเงื่อนไขดอกเบี้ยอัตราพิเศษซึ่งอ้างอิงจากผลลัพธ์การดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท</p>
<p><strong>3. Solar E-P-C (Engineering-Procurement-Construction)</strong> – สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ค่าดำเนินการสำรวจพื้นที่ ออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ ไปจนถึงใช้งานระบบจริง</p>
<p><strong>4. Hire Purchase/ Financial Lease for EV Car </strong>– สินเชื่อสำหรับจัดหารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้งรถประจำตำแหน่ง รถส่วนกลาง รถสวัสดิการ และรถที่ใช้ในธุรกิจขนส่งสินค้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคโลจิสติกส์</p>
<figure id="attachment_37343" aria-describedby="caption-attachment-37343" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37343 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538712.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-37343" class="wp-caption-text">คุณเยาว์ณิชา หอมเศรษฐี หัวหน้าบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน)​</figcaption></figure>
<p><strong>มุ่งสู่เป้าหมาย </strong><strong>Zero Fatalities – </strong><strong>อัตราการเสียชีวิต จากการทำงานเป็นศูนย์</strong></p>
<p>นอกจาก การขับเคลื่อนมิติเรื่องสิ่งแวดล้อม อีกหนึ่งปัจจัยที่ทางทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง​มากที่สุดกว่าทุกปัจจัย คือ <strong>&#8216;ความปลอดภัยของคนทำงาน&#8217;</strong>  เนื่องจาก ​<strong>&#8216;คน&#8217;</strong> คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนทุกโครงการของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นภารกิจติดตั้งสถานีฐาน ขยายโครงข่าย หรือดูแลระบบในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทรู จึงตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนไว้ว่า Zero Fatalities – ไม่มีการสูญเสียชีวิตจากการทำงานแม้แต่รายเดียว และยึดแนวทาง &#8216;Stay TRUE to Safety&#8217;  เป็นหลักการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนในห่วงโซ่อุปทานเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันอย่างปลอดภัยสูงสุด</p>
<p><strong>คุณซิกเว่ ​กล่าวตอกย้ำความสำคัญของ </strong><strong>Health &amp; Safety </strong><strong>ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ด้วยเป้าหมาย </strong><strong>Zero Fatalities </strong><strong>หรือ &#8216;อัตราการเสียชีวิตจากการทำงานเป็นศูนย์&#8217; ผ่านเวที </strong><strong>True Supplier Forum </strong><strong>2025 : </strong><strong>Together for Net Zero ​</strong><strong>ที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อบริษัทคู่ค้าหลัก เร่งขับเคลื่อนภารกิจปล่อยก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>Scope 3</strong><strong> สู่เป้าหมาย</strong><strong> Net Zero </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2593  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37345 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__75538728.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือ<strong> ‘ความปลอดภัยของคนทำงาน’</strong> เพราะเบื้องหลังเครือข่ายที่แข็งแกร่งของทรู คือการทำงานอย่างทุ่มเทของผู้คนมากมายในภาคสนาม เราจึงตั้งเป้าหมาย ‘<strong>Zero Fatalities</strong>’ หรือการไม่มีการสูญเสียชีวิตจากการทำงานแม้แต่รายเดียว พร้อมยกระดับมาตรฐานสุขภาพและความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยในทุกวัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนที่ทรูตั้งใจเดินไปพร้อมกับพันธมิตรทุกคน” คุณซิกเว่ กล่าว </em></p>
<p>สำหรับแนวทาง <strong>&#8216;Stay TRUE to Safety&#8217; </strong> ประกอบด้วย  T : Take a pause Safety First , R : Report Immediately, U : Use The Right Equipment และ E : Educated Yourself โดยในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน ทรูจะให้ความสำคัญต่อมาตรการความปลอด​ภัยอย่างเข้มข้นและเป็นระบบในทุกขั้นตอนของการทำงาน ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; ปรับปรุงและเข้มงวดสัญญากับซัพพลายเออร์ในพื้นที่เสี่ยงสูง:</strong> เพิ่มข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน กำหนดให้ต้องมีการอบรมกระบวนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) อย่างเข้มงวด จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) และกำหนดกรอบบทลงโทษและการชดเชยอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>&#8211; ยกระดับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้กับซัพพลายเออร์:</strong> ผ่านการทดสอบหลังการอบรมและการรับรอง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานภาคสนามมีความรู้ ความสามารถ และตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น</p>
<p><strong>&#8211; ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล:</strong> ในการติดตามความพร้อมของสัญญาและเฝ้าระวังประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em><strong>&#8220;เป้าหมาย “Zero Fatalities” ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือพันธกิจสำคัญที่ทรูและพันธมิตรทุกฝ่ายต้องร่วมกันทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้ “ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัยในทุกวัน”</strong> </em>คุณซิกเว่ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/true-corporation-green-financing-program/">ทรู คอร์ปอเรชั่น &#8216;เทเลคอมรายแรกของเอเชีย&#8217; ​เปิดโปรแกรม &#8216;แหล่งทุนสีเขียว&#8217; หนุนพันธมิตรเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจ &#8216;คาร์บอนต่ำ&#8217; บรรลุ Carbon Neutral พร้อมลดสโคป 3 อย่างน้อย 25% ในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
