<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชนะ ภูมี &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 Jan 2026 11:58:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ชนะ ภูมี &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอสซีจี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs แนะ 5 กลยุทธ์ หวังพลิกโฉม SMEs เพิ่มโอกาสเศรษฐกิจไทยโตได้ 4-5%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/reinvent-thailand-rejuvenate-smes/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Jan 2026 11:31:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[PPPP]]></category>
		<category><![CDATA[PPPP Model]]></category>
		<category><![CDATA[Reinvent Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Reinvent Thailand Rejuvenate SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Rejuvenate SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39372</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจีจัดงาน &#8216;Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน&#8217; ชูโมเดลความร่วมมือ Public Private People Partnerships (PPPP) ประสานภาครัฐ ผนึกภาคเอกชน ภาคการเงิน และภาคประชาชน สร้างกระบวนการทำงานใหม่ ผลักดันการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและกำหนดนโยบาย มุ่งพลิกโฉม SMEs เปลี่ยนอุตสาหกรรมแบบก้าวกระโดด เป็น Smart Industry เพิ่ม Productivity 2 เท่า หวังเพิ่มสัดส่วน GDP ของ SMEs ให้มากกว่า 50% ส่งผลดัน GDP ไทยโต 4-5% คุณชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน &#8216;Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน&#8217; ซึ่งเอสซีจีและเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจจัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือในการผลักดันแนวคิดและการดำเนินงาน &#8216;Reinvent Thailand&#8217; โดยมุ่งหวังที่จะร่วมกันสร้างอนาคตเศรษฐกิจไทยที่แข็งแรงและยั่งยืน “ประเทศไทยเผชิญภาวะวิกฤต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/reinvent-thailand-rejuvenate-smes/">เอสซีจี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs แนะ 5 กลยุทธ์ หวังพลิกโฉม SMEs เพิ่มโอกาสเศรษฐกิจไทยโตได้ 4-5%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจีจัดงาน &#8216;</strong><strong>Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs </strong><strong>ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน&#8217; ชูโมเดลความร่วมมือ </strong><strong>Public Private People Partnerships (PPPP) </strong><strong>ประสานภาครัฐ ผนึกภาคเอกชน ภาคการเงิน และภาคประชาชน สร้างกระบวนการทำงานใหม่ </strong></p>
<p><span id="more-39372"></span></p>
<p><strong>ผลักดันการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและกำหนดนโยบาย มุ่งพลิกโฉม </strong><strong>SMEs </strong><strong>เปลี่ยนอุตสาหกรรมแบบก้าวกระโดด เป็น </strong><strong>Smart Industry</strong> <strong>เพิ่ม </strong><strong>Productivity 2</strong> <strong>เท่า หวังเพิ่มสัดส่วน </strong><strong>GDP </strong><strong>ของ </strong><strong>SMEs </strong><strong>ให้มากกว่า </strong><strong>50% </strong><strong>ส่งผลดัน </strong><strong>GDP </strong><strong>ไทยโต </strong><strong>4-5% </strong></p>
<p><strong>คุณชนะ ภูมี </strong>ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงาน <strong>&#8216;Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน&#8217;</strong> ซึ่งเอสซีจีและเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจจัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือในการผลักดันแนวคิดและการดำเนินงาน <strong>&#8216;Reinvent Thailand&#8217;</strong> โดยมุ่งหวังที่จะร่วมกันสร้างอนาคตเศรษฐกิจไทยที่แข็งแรงและยั่งยืน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39374 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/re-k-chana.jpg" alt="" width="1200" height="840" /></p>
<p><em>“ประเทศไทยเผชิญภาวะวิกฤต GDP โตต่ำสุดในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสัดส่วน SMEs ในเศรษฐกิจไทยที่มีสัดส่วนต่ำมาก สะท้อนการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างรุนแรง ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมไทยต้องก้าวกระโดด สู่  <strong>Smart Industry</strong> ต่อยอดศักยภาพปัจจุบันด้วยปัญญาประดิษฐ์  (AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ พร้อมทั้งพัฒนา <strong>Green Infrastructure</strong> เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการเเข่งขันของ SMEs ไทย ให้สอดคล้องกับ Supply Chain โลกยุคใหม่ โดยมี <strong>ทุน </strong><strong>3 </strong><strong>ด้านเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ </strong>ได้แก่<strong> ทุนมนุษย์ (</strong><strong>Human Capital</strong><strong>) </strong>พัฒนาทักษะแบบใหม่สำหรับอุตสาหกรรมของอนาคต<strong> ทุนข้อมูล (</strong><strong>Information Capital</strong><strong>) </strong>ข้อมูลที่เข้าถึงแหล่งทุนและลูกค้า สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และ<strong>ทุนองค์กร (</strong><strong>Organization Capital</strong><strong>) </strong>ระบบมาตรฐานความร่วมมือตลอดทั้งห่วงโซ่ที่ทำให้ SMEs เข้า Global value chain ได้จริง&#8221;</em></p>
<p>หัวใจการพลิกโฉม SMEs เน้น 5 กลยุทธ์ คือ</p>
<p>1. <strong>ปกป้องตลาดในประเทศ</strong> :ใช้การจัดซื้อภาครัฐ ส่งเสริม Local Content และกำหนดมาตรฐาน มอก. เพื่อก่อให้เกิดการใช้ “สินค้าไทย” ที่มีมาตรฐาน และกีดกันสินค้าไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศ</p>
<p>2. <strong>ขยายการส่งออก</strong> : เร่งพลักดัน FTA และเครื่องมือช่วยเหลือด้านมาตรฐาน เพื่อการเข้าถึงคู่ค้า</p>
<p>3. <strong>ลดต้นทุนพลังงานและขนส่ง</strong> : ผลักดันการขยาย Direct Power Purchase Agreement (สัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง) &amp; Third Party Access (การขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า) และ Smart Logistics เพื่อให้ &#8216;ต้นทุนแข่งขันได้&#8217;</p>
<p>4. <strong>ลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น</strong> : ลดเวลาและค่าใช้จ่ายแฝง ให้ SMEs ทำธุรกิจได้เร็วและง่ายขึ้น</p>
<p>5. <strong>ความร่วมมือรัฐ–เอกชน–ประชาชน</strong> (PPPP) : ทำงานเชิงพื้นที่และรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ เพื่อให้เกิดพลังและขยายผลได้เร็ว โดยผลักดันการสนับสนุนของภาครัฐด้านการเงินและ R&amp;D เพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจของ SMEs ให้เติบโตไปด้วยกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39375 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/re-SCG1.jpg" alt="" width="1200" height="895" /></p>
<p>ทั้งนี้ พลังขับเคลื่อนจะเกิดขึ้นจริงได้ต้องผสานความร่วมมือทุกภาคส่วน ด้วย<strong>โมเดล </strong><strong>Public Private People</strong><strong> Partnership </strong>(PPPP Model) ดังผลสำเร็จของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ผสานความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และประชาชน กว่า 50 องค์กร ที่เปลี่ยนการนำเข้าถ่านหินเป็นพลังงานสะอาดในประเทศ ใช้เทคโนโลยีส่งเสริมเกษตรแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการฟื้นฟูป่าชุมชน ช่วยสร้างเศรษฐกิจให้ SMEs ในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยสร้างรายได้กว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี โมเดลนี้พร้อมสำหรับการขยายผลต่อไปในระดับประเทศ ซึ่งจะสามารถเพิ่ม GDP และสร้างรายได้มากกว่า 300,000 &#8211; 400,000 ล้านบาท</p>
<p><em>“หากเกิดความร่วมมือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและร่วมใจกันพลิกโฉม SMEs ไทย เพื่อให้ SMEs ได้รับประโยชน์เติบโตจาก 35% เป็นมากกว่า 50% ของ GDP และ GDP ไทยจะโต 4-5% ได้จริง”</em> คุณชนะ กล่าวในตอนท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/reinvent-thailand-rejuvenate-smes/">เอสซีจี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs แนะ 5 กลยุทธ์ หวังพลิกโฉม SMEs เพิ่มโอกาสเศรษฐกิจไทยโตได้ 4-5%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ SeaChange® 2030 สานต่อโครงการรักษ์ทะเล สร้างบ้านปะการัง ภูเก็ต ปีที่ 2 พร้อมจับมือพันธมิตร ลุยฟื้นฟูท้องทะเลอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-sea-change-2030-rak-talay/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Dec 2024 14:08:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Health Oceans]]></category>
		<category><![CDATA[Healthy Living]]></category>
		<category><![CDATA[SCG 3D Printing]]></category>
		<category><![CDATA[SeaChange® 2030]]></category>
		<category><![CDATA[กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง]]></category>
		<category><![CDATA[การฟื้นฟูแนวปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[การอนุรักษ์ฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรพงศ์ จันศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอิร์ธ อะเจนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักษ์ทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยยูเนี่ยน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30709</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก พร้อมด้วย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด, มูลนิธิเอิร์ธ อะเจนด้า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมขับเคลื่อนโครงการรักษ์ทะเล ในพื้นที่เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมติดตามความคืบหน้าผลงานการติดตั้งบ้านปะการังปีแรกจากนวัตกรรม SCG 3D Printing ร่วมกันทั้งหมด 109 ชิ้น พบว่ามีตัวอ่อนปะการังและปลาเข้าไปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับแนวทางการดูแลท้องทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อโลก เพื่อเรา ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange®2030 ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โลกร้อนได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทำให้ความสมดุลทางท้องทะเลลดลงจากการที่แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำเสียหาย จำนวนสัตว์น้ำลดลง มีผลต่อเนื่องถึงความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงศักยภาพของการใช้ประโยชน์จากทะเลลดลงตามไปด้วย ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างจริงจัง โดยโครงการรักษ์ทะเล ที่ภาคเอกชนอย่างไทยยูเนี่ยน และ SCG จับมือกันร่วมกับพันธมิตร เพื่อมุ่งสร้างบ้านปะการังนับว่ามีประโยชน์ต่อท้องทะเลไทยมาก เพราะหลังจากที่วางบ้านปะการังที่เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ไปในปีแรก ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่าในพื้นที่ที่วางไปเริ่มมีตัวอ่อนปะการังมาเกาะมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ และมีปลามาอยู่อาศัยเป็นบ้านแห่งใหม่นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความอุดมสมบูรณ์คืนให้ท้องทะเล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-sea-change-2030-rak-talay/">ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ SeaChange® 2030 สานต่อโครงการรักษ์ทะเล สร้างบ้านปะการัง ภูเก็ต ปีที่ 2 พร้อมจับมือพันธมิตร ลุยฟื้นฟูท้องทะเลอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก พร้อมด้วย<strong> บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด</strong>, มูลนิธิเอิร์ธ อะเจนด้า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมขับเคลื่อนโครงการรักษ์ทะเล ในพื้นที่เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2</p>
<p><span id="more-30709"></span></p>
<p>พร้อมติดตามความคืบหน้าผลงานการติดตั้งบ้านปะการังปีแรกจากนวัตกรรม SCG 3D Printing ร่วมกันทั้งหมด 109 ชิ้น พบว่ามีตัวอ่อนปะการังและปลาเข้าไปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับแนวทางการดูแลท้องทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อโลก เพื่อเรา ภายใต้กลยุทธ์ <strong>SeaChange<sup>®</sup>2030</strong></p>
<p><strong>ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า </strong>ปัจจุบันสถานการณ์โลกร้อนได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทำให้ความสมดุลทางท้องทะเลลดลงจากการที่แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำเสียหาย จำนวนสัตว์น้ำลดลง มีผลต่อเนื่องถึงความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงศักยภาพของการใช้ประโยชน์จากทะเลลดลงตามไปด้วย ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างจริงจัง โดยโครงการรักษ์ทะเล ที่ภาคเอกชนอย่างไทยยูเนี่ยน และ SCG จับมือกันร่วมกับพันธมิตร เพื่อมุ่งสร้างบ้านปะการังนับว่ามีประโยชน์ต่อท้องทะเลไทยมาก เพราะหลังจากที่วางบ้านปะการังที่เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ไปในปีแรก ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่าในพื้นที่ที่วางไปเริ่มมีตัวอ่อนปะการังมาเกาะมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ และมีปลามาอยู่อาศัยเป็นบ้านแห่งใหม่นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความอุดมสมบูรณ์คืนให้ท้องทะเล</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-30712 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TU3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า บริษัทฯ รู้สึกยินดีที่ไทยยูเนี่ยนได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในโครงการรักษ์ทะเล  ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชน ที่มีเป้าหมายในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ร่วมกันสร้างบ้านปะการัง ในพื้นที่เกาะราชาใหญ่ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ปีนี้นับเป็นโอกาสดีที่ไทยยูเนี่ยนได้มีโอกาสลงไปสำรวจความคืบหน้าร่วมกับทางมูลนิธิเอิร์ธอะเจนด้าด้วยตัวเอง โครงการนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange<sup>®</sup> 2030 ของไทยยูเนี่ยน ที่มีหนึ่งในพันธกิจสำคัญคือการฟื้นฟูระบบนิเวศทั้งทางทะเลและทางบก เพื่อตอบโจทย์เรื่องการดูแลสุขภาพผู้คนและสุขภาพท้องทะเล หรือ Healthy Living, Health Oceans</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30711 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TU2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นวาระเร่งด่วนของทุกคน แทบทุกภูมิภาคของโลกได้เผชิญกับปรากฎการณ์โลกเดือด ไม่ว่าจะเป็น เอลนินโญ ลานินญ่า หรือโอเชี่ยน วอร์มมิ่ง เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างความตระหนักรู้และลงมือทำเพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ด้วยความร่วมมือในการปกป้องทรัพยากรทางทะเลอันมีค่าของเราอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นความสำเร็จของการฟื้นฟูแนวปะการังอย่างเป็นรูปธรรม และเราจะเดินหน้าสนับสนุนและดูแลสิ่งแวดล้อมทางท้องทะเล โดยเฉพาะในประเทศไทยอย่างดีที่สุด วันนี้ไทยยูเนี่ยนยังมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอีกมากที่ทำต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่าโกงกาง การกำจัดขยะทะเล การเก็บขยะชายหาดที่ทำต่อเนื่องทั้งปี เป็นต้น เพื่อคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศทางทะเล และอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป” นายธีรพงศ์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30714 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TU5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารความยั่งยืน เอสซีจี</strong> กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมวางบ้านปะการัง ณ เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ปีนี้ ทาง SCG ได้เริ่มนำนวัตกรรม SCG 3D Printing  รุ่นใหม่ ที่เป็นเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูปด้วยปูนมอร์ตาร์ ที่มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาผลิตเป็นวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง ที่มีความกลมกลืนกับธรรมชาติ พัฒนาให้เหมาะกับสายพันธุ์ปะการังและสภาพแวดล้อมในท้องทะเลนั้นๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนปะการัง เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง นอกจากความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในงานอนุรักษ์แล้ว SCG ยังพร้อมเป็นสื่อกลางให้ภาคเอกชนและประชาชนที่มีความสนใจ เข้าถึงและมีส่วนร่วมในงานฟื้นฟูแนวปะการัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30710 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TU1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ประธานมูลนิธิ เอิร์ธ อะเจนด้า </strong>กล่าวว่า ปะการังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่มีความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งพบในมหาสมุทรมากถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของมนุษย์ การฟื้นฟูแนวปะการังจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล และจากการได้ลงสำรวจพื้นที่วางบ้านปะการังร่วมกับไทยยูเนี่ยน และทช. พบว่า ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยพบการเติบโตของปะการังอย่างมีนัยสำคัญ และมีสัตว์เกาะติดราว 11 ประเภทรวมทั้งตัวอ่อนปะการังเข้ามาเกาะในบ้านปะการังนับเป็นการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ปกป้องระบบนิเวศ รักษาความอุดมสมบูรณ์ของมหาสมุทร และความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TU6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยน ได้ให้การสนับสนุนโครงการรักษ์ทะเลผ่านโครงการบ้านปะการัง ณ เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะวางบ้านปะการังรวมทั้งสิ้น 210 ชิ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/thai-union-sea-change-2030-rak-talay/">ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ากลยุทธ์ SeaChange® 2030 สานต่อโครงการรักษ์ทะเล สร้างบ้านปะการัง ภูเก็ต ปีที่ 2 พร้อมจับมือพันธมิตร ลุยฟื้นฟูท้องทะเลอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;สังคมเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ&#8217; ถอดรหัส เอสซีจี สร้าง Inclusive Society ขับเคลื่อน 4 โมเดล ขยายผล​ความยั่งยืน เติบโตร่วมกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/scg-inclusive-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2024 13:16:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive society]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG ​The Possibilities for Inclusive Society]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาอาชีพมั่นคง]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นน้ำ สร้างป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์ภูผามหานที]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมสุขภาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[สนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตไปด้วยกัน...กับโลกที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เหตุผลที่เรามารวมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แบ่งปัน]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์ดิจิทัล ดูแลผู้ป่วยทางไกล]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มคิวช่าง]]></category>
		<category><![CDATA[แลกเปลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนทักษะพิพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26823</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี ขับเคลื่อน Inclusive Society สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมน่าอยู่ สิ่งแวดล้อมยั่งยืนให้คนรุ่นถัดไป ชวนทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปัน และสานต่อภารกิจความยั่งยืนให้อยู่คู่สังคมไทย ในงาน SCG “The Possibilities for Inclusive Society – เติบโตไปด้วยกัน&#8230;กับโลกที่ยั่งยืน”   คุณชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารความยั่งยืน เอสซีจี กล่าวว่า “ธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก สังคม และยุคสมัย เอสซีจีจึงยกระดับการขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ Inclusive Society ร่วมกับพนักงาน เครือข่าย พันธมิตร และชุมชน สร้างการเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหาอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้คนรุ่นต่อไป โดยมุ่งผลักดันสังคมเติบโตไปด้วยกัน 4 ด้าน เพื่อสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้แบบองค์รวม  ประกอบด้วย การฟื้นน้ำ สร้างป่า, การพัฒนาอาชีพมั่นคง, การส่งเสริมสุขภาวะ และการสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ ขณะที่การขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมาย จำเป็นต้องมีความพร้อมในปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทั้งการมีนโนบายที่สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อน, ความพร้อมของเทคโนโลยีและแหล่งทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/scg-inclusive-society/">&#8216;สังคมเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ&#8217; ถอดรหัส เอสซีจี สร้าง Inclusive Society ขับเคลื่อน 4 โมเดล ขยายผล​ความยั่งยืน เติบโตร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี ขับเคลื่อน </strong><strong>Inclusive Society </strong><strong>สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมน่าอยู่ สิ่งแวดล้อมยั่งยืนให้คนรุ่นถัดไป ชวนทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปัน และสานต่อภารกิจความยั่งยืนให้อยู่คู่สังคมไทย ในงาน </strong><strong>SCG “The Possibilities for Inclusive Society – </strong><strong>เติบโตไปด้วยกัน&#8230;กับโลกที่ยั่งยืน”  </strong></p>
<p><span id="more-26823"></span></p>
<p><strong>คุณชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารความยั่งยืน เอสซีจี</strong> กล่าวว่า “ธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก สังคม และยุคสมัย เอสซีจีจึงยกระดับการขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ <strong>Inclusive Society</strong> ร่วมกับพนักงาน เครือข่าย พันธมิตร และชุมชน สร้างการเปลี่ยนแปลง แก้ไขปัญหาอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้คนรุ่นต่อไป โดยมุ่งผลักดันสังคมเติบโตไปด้วยกัน 4 ด้าน เพื่อสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้แบบองค์รวม  ประกอบด้วย การฟื้นน้ำ สร้างป่า, การพัฒนาอาชีพมั่นคง, การส่งเสริมสุขภาวะ และการสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ ขณะที่การขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมาย จำเป็นต้องมีความพร้อมในปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทั้งการมีนโนบายที่สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อน, ความพร้อมของเทคโนโลยีและแหล่งทุน รวมทั้งกระบวนการทำงานที่ระเบิดมาจากข้างใน เพื่อให้เกิดการพัฒนาได้อย่างมีภูมิคุ้มกัน</p>
<p>ขณะที่แนวทางในการขับเคลื่อนจากทั้ง 4 ด้าน มีดังต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26826 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/4.ชนะ-ภูมี-ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารความยั่งยืน-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><em>ฟื้นน้ำ สร้างป่า</em></strong> ดำเนินงานมาเกือบ 20 ปี อาทิ โครงการ <strong>‘</strong><strong>รักษ์ภูผามหานที</strong><strong>’</strong> ถ่ายทอดแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนให้ชุมชนนำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีน้ำกิน น้ำใช้ น้ำทำเกษตรตลอดปี พร้อมจับมือกับชุมชนดูแลระบบนิเวศให้สมบูรณ์และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ โดยตั้งเป้าหมายปลูก ฟื้นฟู อนุรักษ์ป่า 3 ล้านไร่ในปี 2593 ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 5 ล้านตันต่อปี</p>
<p><strong><em>พัฒนาอาชีพมั่นคง</em></strong> พัฒนาทักษะอาชีพ ให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน อาทิ โครงการ <strong>‘</strong><strong>พลังชุมชน</strong><strong>’</strong> พัฒนาศักยภาพชุมชน แก้จนด้วยความรู้คู่คุณธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าท้องถิ่นมีอัตลักษณ์และตอบโจทย์ตลาด จนถึงปัจจุบันสร้างอาชีพไปแล้ว 4,942 คน สร้างรายได้เพิ่มกว่า 4-5 เท่า เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง 24 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด อาทิ โครงการสุภาพบุรุษนักขับของ <strong>‘</strong><strong>โรงเรียนทักษะพิพัฒน์</strong><strong>’</strong> จัดหลักสูตรฝึกอบรมขับรถบรรทุกให้ผู้ว่างงานเป็นพนักงานขับรถบรรทุกมืออาชีพ  <strong>‘</strong><strong>แพลตฟอร์มคิวช่าง</strong><strong>’</strong> เปิดศูนย์ฝึกอบรมช่าง Q-CHANG ACADEMY เพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับอาชีพช่างในด้านต่าง ๆ ครอบคลุมทักษะด้านความรู้ อารมณ์ การเข้าสังคม และธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26827 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/3.เอสซีจีมุ่งผลักดันสังคมเติบโตไปด้วยกัน-4-ด้าน.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><em>ส่งเสริมสุขภาวะ</em></strong> สนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุข อาทิ โครงการ <strong>‘</strong><strong>แพทย์ดิจิทัล ดูแลผู้ป่วยทางไกล</strong><strong>’</strong> ใช้นวัตกรรม DoCare ระบบ Tele-monitoring และ Telemedicine ของเอสซีจี ดูแลผู้ป่วยทางไกลด้วยระบบติดตามสุขภาพ เก็บข้อมูลอย่างแม่นยำและต่อเนื่อง พร้อมระบบปรึกษาแพทย์ทางไกล ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลจึงสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดเวลา ประหยัดค่าเดินทาง ปัจจุบันขยายผลใช้กับโรงพยาบาลแล้ว 13 โรงพยาบาล 1 วิสาหกิจเพื่อสังคม ครอบคลุม 12 จังหวัดทั่วไทย พร้อมตั้งเป้าขยายอีก 10 โรงพยาบาล ใน 10 จังหวัด ภายในปี 2567 ​</p>
<p><strong><em>สนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำ</em></strong> ผ่านโครงการ <strong>‘</strong><strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong><strong>’</strong> ความร่วมมือบูรณาการระหว่างรัฐ-เอกชน-ประชาชน (PPP: Public-Private-People Partnership) เปลี่ยนจังหวัดสระบุรีให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย เพื่อเป็นแรงจูงใจให้จังหวัดอื่น ๆ เปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และช่วยให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2608 ความร่วมมือในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ที่เกิดขึ้นแล้ว อาทิ การกำหนดใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำในทุกงานก่อสร้างในจังหวัดสระบุรีตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป การทำนาเปียกสลับแห้ง ช่วยลดการใช้น้ำ ลดก๊าซมีเทน การปลูกหญ้าเนเปียร์พืชพลังงานสูง และนำของเหลือจากการเกษตรและขยะชุมชนไปแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน รวมทั้งร่วมกับชุมชนในการสร้างป่าชุมชนต้นแบบของจังหวัดที่ช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจก และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สร้างรายได้ให้ชุมชน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26825 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/18.โครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ ได้จัดงาน <strong>SCG “The Possibilities for Inclusive Society – </strong><strong>เติบโตไปด้วยกัน&#8230;กับโลกที่ยั่งยืน</strong><strong>” </strong>เป็นการรวมพลคนจากหลากหลายภาคส่วน ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมในด้านต่าง ๆ โดยมี 4 ตัวแทนผู้นำชุมชน มาร่วมแบ่งปันแนวคิดและประสบการณ์ พร้อมส่งต่อพลังบวก ได้แก่</p>
<p><strong>คุณวันดี อินทรพรม กำนันตำบลแกลง จังหวัดระยอง</strong> ผู้เปลี่ยนความแห้งแล้งของเขายายดา ให้เป็นป่าต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชนมาบจันทร์ ด้วยการ ‘สร้างฝายชะลอน้ำ’ จากองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมกับเอสซีจีซี จนป่าเขายายดากลับมาเขียวชอุ่ม ไม่เกิดไฟป่าในฤดูแล้ง และกลายเป็นหนึ่งในโมเดลตัวอย่างด้านการจัดการน้ำระดับประเทศ โดยเรื่องราวความมุ่งมั่นของนางวันดีและชุมชนมาบจันทร์ในการเรียนรู้และร่วมมือกันบริหารจัดการน้ำเพื่อความอยู่รอดของชุมชน ยังได้ถูกถ่ายทอดผ่านหนังสารคดี ‘The Rain Keepers’ ซึ่งมีกำหนดฉายทางออนไลน์ผ่านช่อง VIPA ของไทยพีบีเอส ในเดือนกรกฎาคมนี้</p>
<p><strong>คุณอำพร วงค์ษา ประธานศูนย์หัตถกรรมบ้านงานฝีมือบ้านผาหนาม จังหวัดลำพูน</strong> หนึ่งในสมาชิก ‘โครงการพลังชุมชน’ ผู้พลิกวิกฤตของชีวิตเป็นแรงผลักดันสร้างโอกาสให้กับตัวเอง พร้อมทั้งเดินหน้าสร้างอาชีพให้คนในชุมชน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ว่างงาน และผู้หญิงที่ขาดโอกาสในการทำงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26828 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/12.ชิม-ช้อป-ใช้-สินค้าจากชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจิตรา ป้านวัน ประธานชุมชนวังขรีวิถียั่งยืน</strong> ผู้ก่อตั้ง ‘กลุ่มเยาวชนยิ้มแฉ่งให้ด้วยใจ’ เพื่อแก้ปัญหาขยะ สร้างความร่วมมือภายในชุมชน เชื่อมเยาวชนและผู้สูงวัยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พัฒนาชุมชนให้สะอาด น่าอยู่ พร้อมมุ่งสู่การเป็นชุมชนคาร์บอนต่ำ</p>
<p><strong>คุณนิโลบล ลิจุติภูมิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี</strong> บุคคลสำคัญในการขับเคลื่อนให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีแม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข ด้วยการใช้เทคโนโลยีแพทย์ดิจิทัลจากโครงการ ‘แพทย์ดิจิทัล ดูแลผู้ป่วยทางไกล’</p>
<p>โดยภายในงานยังมีการเปิดตัวหนังสือ <strong>‘เหตุผลที่เรามารวมกัน</strong>’ ซึ่งเป็นการรวบรวมเรื่องราวการขับเคลื่อนความยั่งยืนของเอสซีจีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด E-book ‘เหตุผลที่เรามารวมกัน’ ได้ที่ https://www.scg.com/pdf/th/the-power-of-collaboration.pdf</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26824 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/9.หนังสือ-เหตุผลที่เรามารวมกัน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชนะ ภูมี</strong> กล่าวทิ้งท้ายว่า “โครงการต่าง ๆ ที่นำเสนอภายในงานนี้ เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน ที่เอสซีจีร่วมมือกับพนักงาน เครือข่าย พันธมิตร และชุมชน มุ่งมั่นมาตลอดการดำเนินธุรกิจกว่า 111 ปี โดยเอสซีจียังคงเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทั้งด้านการศึกษา อาชีพ และสุขภาวะ 50,000 คน ภายในปี 2573  อย่างไรก็ตาม เส้นทาง ‘การพัฒนา’ ไม่มีวันสิ้นสุด เราต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ เพื่อร่วมกันสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน สังคมที่น่าอยู่ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26829 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/11.นิทรรศการสร้างแรงบันดาลใจ-การขับเคลื่อนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี-สังคมน่าอยู่-สิ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/scg-inclusive-society/">&#8216;สังคมเปลี่ยน สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ&#8217; ถอดรหัส เอสซีจี สร้าง Inclusive Society ขับเคลื่อน 4 โมเดล ขยายผล​ความยั่งยืน เติบโตร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีแพคย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว จับมือวัน แบงค็อก​ นำ “CPAC EV Mixer Truck” รถโม่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตครั้งแรกในไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/cpac-ev-mixer-truck-in-green-construction-for-one-bangkok-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 05:53:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC EV Mixer Truck]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Fleet]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อสร้างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีแพค]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมพลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[รถโม่พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วรวรรต ศรีสอ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วัน แบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18146</guid>

					<description><![CDATA[<p> “ซีแพค” ผสานความร่วมมือ “วัน แบงค็อก” เดินหน้ายกระดับมาตรฐานก่อสร้างของไทยนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า “CPAC EV Mixer Truck” มาเริ่มใช้ที่โครงการวัน แบงค็อก เป็นที่แรกในประเทศไทย  ตอกย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว Green Construction พร้อมชูจุดเด่นนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในการขนส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (Green Fleet) โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่ความยั่งยืนเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า ซีแพค (CPAC) คือผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจสู่การเป็น Green Construction โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของประเทศไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาวควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment) คุณภาพชีวิตของคนในสังคม (Social) และมีบรรษัทภิบาล (Governance) ตามแนวทาง ESG 4 Plus ของเอสซีจี ได้แก่ มุ่ง Net Zero, Go Green, Lean เหลื่อมล้ำ และย้ำร่วมมือ และจากความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อมในการลดผลกระทบจากฝุ่น PM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cpac-ev-mixer-truck-in-green-construction-for-one-bangkok-project/">ซีแพคย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว จับมือวัน แบงค็อก​ นำ “CPAC EV Mixer Truck” รถโม่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตครั้งแรกในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> “ซีแพค” ผสานความร่วมมือ “วัน แบงค็อก” เดินหน้ายกระดับมาตรฐานก่อสร้างของไทยนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า “</strong><strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck” </strong><strong>มาเริ่มใช้ที่โครงการวัน แบงค็อก เป็นที่แรกในประเทศไทย</strong><strong>  </strong><strong>ตอกย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว </strong><strong>Green Construction</strong><strong> พร้อมชูจุดเด่นนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในการขนส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (</strong><strong>Green Fleet) </strong><strong>โดยมุ่งมั่นที่จะ</strong><strong>เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่ความยั่งยืนเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล</strong></p>
<p><span id="more-18146"></span></p>
<p><strong>นาย</strong><strong>นิธิ ภัทรโชค</strong><strong> </strong><strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี</strong> เปิดเผยว่า <strong>ซีแพค </strong><strong>(CPAC)</strong> คือผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจสู่การเป็น Green Construction โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของประเทศไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาวควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment) คุณภาพชีวิตของคนในสังคม (Social) และมีบรรษัทภิบาล (Governance) ตามแนวทาง ESG 4 Plus ของเอสซีจี ได้แก่ มุ่ง Net Zero, Go Green, Lean เหลื่อมล้ำ และย้ำร่วมมือ และจากความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อมในการลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ล่าสุด <strong>ซีแพค</strong><strong> </strong><strong>นำรถโม่พลังงานไฟฟ้า </strong><strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong><strong> เข้ามาใช้ในการจัดส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (</strong><strong>Green Fleet)</strong> <strong>ครั้งแรกภายในโครงการ</strong><strong>วัน แบงค็อก (</strong><strong>One Bangkok)</strong></p>
<p>“เพื่อตอกย้ำแนวคิด Green Construction และเน้นความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ <strong>วัน แบงค็อก </strong>ในการนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> เข้ามาใช้ในการขนส่งคอนกรีตในโครงการฯ ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งตลอดระยะเวลาในการพัฒนาโครงการฯ ที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทฯ ได้มีการวางแผนงานร่วมกัน โดย<strong>ซีแพค</strong>ได้เข้าไปดูแลตั้งแต่การเทคอนกรีตฐานรากโครงสร้างอาคาร (Mat Foundation) และได้เลือกใช้คอนกรีตความร้อนต่ำ (CPAC Low Heat Concrete) ซึ่งเป็นคอนกรีตที่มีส่วนช่วยลดโลกร้อน (Low Carbon Concrete) รวมถึงมีการขนส่งคอนกรีตภายในไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งบริษัทฯ รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง  และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือกับทาง “วัน แบงค็อก” ต่อไปเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวในอนาคต”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18149 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CPAC-EV-Truck3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายนิธิ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับรถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> ถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน (</strong><strong>Carbon Neutrality</strong><strong>)</strong> ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2593 (2050) ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานสะอาดเข้ามาใช้ในการขับเคลื่อนแทน   น้ำมันดีเซล ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบในการใช้งานแล้ว รถโม่พลังงานไฟฟ้าสามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และ PM 10  ได้ถึง 45 กรัมต่อการขนส่ง 1 เที่ยว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) กลุ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ถึง 26.5 ตัน/ปี/คัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้เพิ่มขึ้น 2,800 ต้น/ปี/คัน โดยการดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นความตั้งใจ</p>
<p>และความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา<strong>ซีแพค</strong>ยึดตามแนวทางนี้มาใช้ในการดำเนินธุรกิจตลอดทั้ง Value Chain ตั้งแต่โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ ที่มีการนำลมร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงานปูนซีเมนต์ (Waste Heat Power Generator) การใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าสำหรับขนส่งภายในโรงงาน และการพัฒนาปูนซีเมนต์ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก มาใช้ทดแทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มาจนถึงการผลิต Low Carbon Concrete คอนกรีตคาร์บอนต่ำอีกด้วย”</p>
<p>ด้าน <strong>นายชนะ ภูมี </strong><strong>Vice President Sustainability SCG</strong> กล่าวว่า “ในการทำเรื่อง Net Zero ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น หัวใจสำคัญคือการต้องลงมือทำ ซึ่งจากความร่วมมือกับ<strong>โครงการวัน แบงค็อก</strong> นับเป็น Use case ของการทำ Green Construction โดยใช้ปูนซีเมนต์และรถโม่พลังงานไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จ เป็นอย่างมาก สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า Energy transition ของเอสซีจีสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนออกไซด์ โดยเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ในปี พ.ศ.2573 (2030) ทั้งนี้เพื่อผลักดันเข้าสู่สังคม Net Zero จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อช่วยกันยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่มาตรฐานระดับสากล”</p>
<p>ในขณะที่ <strong>นายวรวรรต ศรีสอ้าน</strong> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก</strong><strong> (One Bangkok) </strong>กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “<strong>วัน แบงค็อก </strong>โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ พร้อมมาตรฐานคุณภาพสูงสุดที่ครบครันใจกลางกรุงเทพฯ พัฒนาขึ้นบนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Evolving Bangkok”  มุ่งสู่การเป็นต้นแบบของการกำหนดมาตรฐานใหม่ในด้านการก่อสร้างแบบยั่งยืนในประเทศไทย ตลอดจนการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งเราได้ร่วมมือกับ “เอสซีจี” และ “ซีแพค” เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างคุณค่าด้วยการวางแนวปฏิบัติภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) โดยที่ผ่านมา วัน แบงค็อก, เอสซีจี  ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการบริหารการก่อสร้างโครงการอย่างยั่งยืน ทั้งหมด 4 ฉบับ ได้แก่ การนำเศษคอนกรีตจากการตัดเสาหัวเข็มที่เหลือใช้มารีไซเคิลเพื่อผลิตผนังหล่อสำเร็จรูป, การนำอิฐมวลเบาที่เหลือใช้จากการก่อสร้างมารีไซเคิลและผลิตเป็นแผ่นผนังกันเสียงคิวคอน (Q-CON Sound Barrier) เพื่อใช้ในบริเวณผนังอุโมงค์ทางลอดเข้าโครงการฯ, การจัดการขยะที่เกิดจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม และ การจัดการเศษอาหารด้วยเครื่องย่อยเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย ซึ่งครั้งนี้การนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> เข้ามาใช้ในโครงการฯ จะเข้ามาช่วยลดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเรื่องฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง อีกทั้งยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18147 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CPAC-EV-Truck1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ผลจากการดำเนินงาน การนำ “รถโม่พลังงานไฟฟ้า” เข้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตภายในไซต์งานแทนรถโม่ธรรมดา พบว่าถ้าใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> โดยประมาณ 1,800 เที่ยว/คัน สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 49,000 kg./(CO2) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ 5,210 ต้น นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยสนับสนุนดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายตามนโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อมที่วางไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cpac-ev-mixer-truck-in-green-construction-for-one-bangkok-project/">ซีแพคย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว จับมือวัน แบงค็อก​ นำ “CPAC EV Mixer Truck” รถโม่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตครั้งแรกในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPAC Green Solution ชวนรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน  ในงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023”  วันที่ 16 มี.ค.นี้ เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/cpac-green-solution-present-thailand-the-new-chapter-of-green-construction-forum-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 09:20:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[#ซีแพคกรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC Green Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023]]></category>
		<category><![CDATA[TheNewChapter]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีแพค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โอฟ อาหรุบ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[วลัย เจริญพันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17663</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมืองเพื่อมุ่งสู่ Net Zero และ Low Carbon Society อย่างยั่งยืน CPAC Green Solution ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผลักดันนวัตกรรมก่อสร้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้าง ที่เน้นนวัตกรรมก่อสร้างที่ช่วยลด CO2  ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของ ‘Net Zero’ และ ‘Low Carbon Construction’ เตรียมจัดงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023” เพื่อเป็นเวทีในการรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อุตสาหกรรมการก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2566 เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ ภายในงาน พบกับ นายชนะ ภูมี Vice [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/cpac-green-solution-present-thailand-the-new-chapter-of-green-construction-forum-2023/">CPAC Green Solution ชวนรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน  ในงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023”  วันที่ 16 มี.ค.นี้ เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>ในยุคที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมืองเพื่อมุ่งสู่ </em></strong><strong><em>Net Zero </em></strong><strong><em>และ </em></strong><strong><em>Low Carbon Society </em></strong><strong><em>อย่างยั่งยืน </em></strong><span id="more-17663"></span></p>
<p><strong><em>CPAC Green Solution </em></strong><strong>ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผลักดันนวัตกรรมก่อสร้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้าง ที่<em>เน้นนวัตกรรมก่อสร้างที่ช่วยลด </em></strong><strong><em>CO2  </em></strong><strong>ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของ </strong><strong>‘Net Zero’ </strong><strong>และ </strong><strong>‘Low Carbon Construction’</strong><strong> เตรียมจัดงาน “</strong><strong>Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023</strong><strong>” เพื่อเป็นเวทีในการรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อุตสาหกรรมการก่อสร้าง</strong><strong>สีเขียวอย่างยั่งยืน <u>ในวันพฤหัสบดีที่ </u></strong><strong><u>16 </u></strong><strong><u>มีนาคม </u></strong><strong><u>2566 </u></strong><strong><u>เวลา </u></strong><strong><u>8.00 – 12.00 </u></strong><strong><u>น. ณ ฮอลล์ </u></strong><strong><u>1 </u></strong><strong><u>สำนักงานใหญ่เอสซีจี </u></strong><strong><u>บางซื่อ </u></strong></p>
<p>ภายในงาน พบกับ <strong>นายชนะ ภูมี </strong><strong>Vice President Sustainability SCG</strong>  ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย <strong>ดร.พิรุณ </strong><strong>สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> <strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> ที่จะมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Thailand : Change &amp; Chance to Green Society” ร่วมด้วย <strong>Dr. Andrew Minson, Concrete and Sustainable Construction Director – Global Cement and Concrete Association (GCCA)</strong> Guest Speaker ในหัวข้อ “Sustainability in Design and Construction” และการอภิปรายในหัวข้อ “How to execute to Green Construction in Thailand” โดย <strong>รศ.ดร.สมิตร ส่งพิริยะกิจ</strong> <strong>ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong>, <strong>นายสุเมธ มีนาภา รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง</strong>, <strong>นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย</strong><strong> </strong><strong>ในพระบรมราชูปถัมภ์ </strong>และ<strong>นายชูโชค ศิวะคุณากร</strong> <strong>Head of Environment Social Governance &amp; Business Stakeholder Engagement </strong><strong>บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด </strong>ที่จะมาพูดถึง “มุมมองของการขับเคลื่อน Green Construction ในอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย”</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบกับ Showcase Implementation : Innovation in Green Construction โดย <strong>นางสาววลัย เจริญพันธ์ </strong><strong>BIM &amp; Digital Advisory Lead </strong><strong>บริษัท โอฟ อาหรุบ </strong><strong>(</strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>) </strong><strong>จำกัด </strong>ที่จะมาพูดถึง “แนวทางการนำนวัตกรรมไปใช้ผ่านมุมมองและเคสจากต่างประเทศ” และ <strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>กฤษฎา ศรีสมพร </strong><strong>Green Construction Group Leader </strong><strong>บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด</strong> ในเรื่อง “นวัตกรรมเพื่อรองรับการเป็น Green Construction ในประเทศไทย” (Ultra-High Performance Concrete/  3D Printing/ BIM) พร้อมเยี่ยมชมนวัตกรรมสะพานที่บางที่สุดด้วยเทคโนโลยี Ultra-High Performance (UHPC) แห่งแรก ในประเทศไทย</p>
<p>ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน <strong>“</strong><strong>Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023</strong><strong>”</strong>                                 Click : <a href="http://bitly.ws/Bpee" target="_blank" rel="noopener"><strong>http://bitly.ws/Bpee</strong></a> <strong><u>ได้ตั้งแต่วันที่ </u></strong><strong><u>10 </u></strong><strong><u>มีนาคม </u></strong><strong><u>2566 </u></strong><strong><u>เป็นต้นไป</u></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/cpac-green-solution-present-thailand-the-new-chapter-of-green-construction-forum-2023/">CPAC Green Solution ชวนรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน  ในงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023”  วันที่ 16 มี.ค.นี้ เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPAC Green Solution ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อน ESG ผ่าน BIMobject Thailand หนึ่งเดียวในไทยคว้ารางวัลยอดเยี่ยม จากงาน Autodesk ประเทศสิงคโปร์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/cpac-bimobject-green-design-competition-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 11:10:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Autodesk ASEAN Innovation Award 2022]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC Green Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Construction]]></category>
		<category><![CDATA[GO GREEN]]></category>
		<category><![CDATA[Green Co-Living Space]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิลสา วิจิตรวาทการ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14445</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการประกวด BIMObject Green Design Competition 2022 สนับสนุนโดย CPAC Green Solution  ชวนสถาปนิก วิศวกรรุ่นใหม่ ร่วมกันกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ดิสรัปวงการก่อสร้างด้วยนวัตกรรม BIM ร่วมกันแก้ไขปัญหางานก่อสร้างเรื้อรัง เช่น การก่อสร้างผิดแบบทำให้เหลือเศษวัสดุหน้างาน เป็นต้น อีกทั้งยังปลูกฝังคนรุ่นใหม่และทุกคนใน Ecosystem ให้ใส่ใจในสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง ESG 4 Plus จนคว้ารางวัล “Autodesk ASEAN Innovation Award 2022” ประเภท Future Pillar of the year จาก Autodesk ณ ประเทศสิงคโปร์         นายชนะ ภูมี Vice President – Cement and Green Solution Business ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/cpac-bimobject-green-design-competition-2022/">CPAC Green Solution ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อน ESG ผ่าน BIMobject Thailand หนึ่งเดียวในไทยคว้ารางวัลยอดเยี่ยม จากงาน Autodesk ประเทศสิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการประกวด </strong><strong>BIMObject Green Design Competition 2022 </strong><strong>สนับสนุนโดย </strong><strong>CPAC Green Solution  </strong><strong>ชวนสถาปนิก วิศวกรรุ่นใหม่ ร่วมกันกู้วิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ดิสรัปวงการก่อสร้างด้วยนวัตกรรม </strong><strong>BIM </strong><strong>ร่วมกันแก้ไขปัญหางานก่อสร้างเรื้อรัง</strong></p>
<p><span id="more-14445"></span></p>
<p><strong> เช่น การก่อสร้างผิดแบบทำให้เหลือเศษวัสดุหน้างาน เป็นต้น อีกทั้งยังปลูกฝังคนรุ่นใหม่และทุกคนใน </strong><strong>Ecosystem </strong><strong>ให้ใส่ใจในสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม </strong><strong>ตามแนวทาง </strong><strong>ESG </strong><strong>4 </strong><strong>Plus </strong><strong>จนคว้ารางวัล “</strong><strong>Autodesk ASEAN Innovation Award 2022</strong><strong>” ประเภท </strong><strong>Future Pillar of the year</strong><strong> จาก </strong><strong>Autodesk</strong><strong> ณ ประเทศสิงคโปร์         </strong></p>
<p><strong>นายชนะ ภูมี </strong><strong>Vice President – Cement and Green Solution Business </strong><strong>ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี </strong>กล่าว<strong>ว่า </strong><strong>BIMobject Green Design Competition 2022 </strong>นี้ เป็นโครงการที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการออกแบบและการก่อสร้างสีเขียวที่ให้ผู้แข่งขันนำสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาออกแบบและก่อสร้างเป็น Green Co-Living Space และยังเป็นการรวมไปถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้แก่บุคลากรอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG 4 Plus ของเอสซีจี คือ มุ่ง Net Zero – Go Green – Lean เหลื่อมล้ำ – ย้ำร่วมมือ ภายใต้ ความเชื่อมั่น โปร่งใส โดยเน้นไปที่ <strong>Go Green</strong> ที่เลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาออกแบบและก่อสร้างในด้าน <strong>Lean </strong><strong>เหลื่อมล้ำ</strong> เราทำให้เทคโนโลยี CPAC BIM สามารถเข้าถึงนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ ผ่านการจัดงานประกวดครั้งนี้</p>
<p>นอกจากนี้ โครงการนี้ยังมีจุดแข็งด้านเครือข่ายจากความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ด้วย Digital Construction ของ <strong>CPAC Green Solution</strong> ที่สามารถรวบรวมองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี BIM และ Sustainable Design มาร่วมสร้างโจทย์ในการตัดสินการแข่งขัน รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ผ่านมุมมองของการได้นำไปใช้งานจริง โดยในโครงการ <strong>BIMObject Green Design Competition 2022</strong> ครั้งนี้มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ทั้งภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เกือบ 200 คนเข้าร่วมการประกวด สะท้อนให้เห็นถึงว่าโครงการนี้บรรลุเป้าประสงค์ที่จะทำให้ BIM เข้าถึงทุกคนแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14459 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/CPAC2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>CPAC Green Solution</strong> จะผลักดันผ่านกลยุทธ์ “Green Construction” โดยมีเป้าหมายที่จะ “ยกระดับ” มาตรฐาน    งานก่อสร้างของประเทศให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้างเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งการใช้ทรัพยากรและวัสดุก่อสร้างอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้มาตรฐานสุขภาพอนามัย มีการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เปลี่ยน Waste หรือความสูญเสียให้เป็น Value หรือการสร้างผลประโยชน์คืนกลับสู่สังคม ผ่านการพัฒนานวัตกรรมโซลูชันครบวงจรด้วย <strong>CPAC Green Solution</strong> ผ่านสินค้ารักษ์โลก (Green Products) และบริการก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Solution) สร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>ดร.วิลสา วิจิตรวาทการ กรรมการผู้จัดการ </strong><strong>BIMobject Thailand</strong> กล่าวว่า “หนึ่งในความท้าทายหลักของอุตสาหกรรมก่อสร้าง คือ เรื่องของการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานที่มีทักษะเฉพาะด้าน หลังจากผ่านวิกฤตโรคระบาดมา เราจึงต้องเปลี่ยนอุปสรรคต่างๆ ให้เป็นโอกาส ช่วงสามปีที่เราสื่อสารและเรียนออนไลน์ ทำให้เราเข้าถึงกลุ่มนักเรียนได้ครอบคลุมมากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เราเริ่มต้นง่ายๆ จากการให้โอกาสนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศไทย ให้มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะการออกแบบพื้นฐานด้านดิจิทัลและสามารถเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในวงการก่อสร้างได้อย่างเท่าเทียมกัน ทักษะและประสบการณ์เหล่านี้จะเปิดประตูแห่งโอกาสให้กับสถาปนิกและวิศวกรรุ่นใหม่ หากเราสามารถผลิตสถาปนิกและวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลได้ 200-300 คนต่อปี ถือว่าเราบรรลุเป้าประสงค์แล้ว”</p>
<p><strong>นายชนะ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า รางวัล <strong>Autodesk ASEAN Innovation Awards 2022</strong> ครั้งนี้ถือเป็นรางวัลที่ทรงคุณค่า เป็นรางวัลที่มอบเป็นเกียรติให้กับโครงการและบุคลากรในภูมิภาค ASEAN ที่มีวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่อนาคต ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงการประยุกต์ใช้ BIM และโซลูชันสำหรับผู้ออกแบบ วิศวกร และงานก่อสร้างจาก Autodesk ซึ่งสาขาที่ <strong>BIMobject Thailand</strong> ได้รับรางวัลคือ Future Pillar of the year ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษาที่ช่วยปลูกฝังองค์ความรู้ด้าน Digital Construction ให้กับนักเรียน นักศึกษาที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างต่อไปในอนาคต ซึ่ง <strong>CPAC Green Solution</strong> ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมากตามแนวทาง ESG 4 Plus ในเรื่อง <strong>Lean </strong><strong>เหลื่อมล้ำ</strong> เนื่องจากโครงการนี้นักศึกษาจากทุกสถาบันทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี BIM ได้อย่างเท่าเทียมกันผ่าน Digital Platform โดยรางวัลนี้ ถือเป็นรางวัลอันน่าภาคภูมิใจของคนไทย เนื่องจากเราเป็นบริษัทจากประเทศไทยรายแรกและรายเดียวที่ได้รับรางวัลจากสาขานี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14460 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/CPAC3.jpg" alt="" width="1200" height="748" /></p>
<p>“<strong>CPAC</strong> <strong>Green Solution</strong> มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนโครงการนี้ในปีต่อๆ ไป และขยายผลในวงกว้างเพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับวงการก่อสร้างไทย พร้อมกับผลักดันการพัฒนานวัตกรรมที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้าง โดยมุ่งเน้นนวัตกรรม Go Green ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ให้ได้มากที่สุด และการใช้เศษวัสดุในการก่อสร้างให้คุ้มค่าที่สุด (Turn Waste to Value)” <strong>นายชนะ </strong>กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/cpac-bimobject-green-design-competition-2022/">CPAC Green Solution ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อน ESG ผ่าน BIMobject Thailand หนึ่งเดียวในไทยคว้ารางวัลยอดเยี่ยม จากงาน Autodesk ประเทศสิงคโปร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน คนปลายน้ำ @ ชุมชนบ้านมดตะนอย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/03/scg-raknam-trang/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Mar 2018 23:48:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Passion For Better]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG PASSION FOR BETTER]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[YOUNG รักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีชา ชายทุย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.อัญชนา ประเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์น้ำ จากภูผาสู่มหานที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2357</guid>

					<description><![CDATA[<p>การน้อมนำพระราชดำริการบริหารจัดการน้ำของรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางขยายผลการจัดการน้ำให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ดังที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงพระราชทานแนวทางให้คนไทยร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์เช่นที่ปฏิบัติสืบต่อมา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม สามารถทำได้หลายแนวทาง สำหรับเอสซีจี ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน มาดำเนินการ ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สมัยใหม่ กับภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้านมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ซึ่ง 12 ปีที่ผ่านมานั้น มีสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการสร้างฝายชะลอน้ำไปแล้วมากกว่า 68,000 ฝาย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง และน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี หรือไม่ได้เป็นเพียงความสมบูรณ์ของผืนป่าฟื้นกลับคืนมา ทำให้เกิดการต่อยอดสู่วิสาหกิจชุมชน ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนับจากนี้คือ การเชื่อมเครือข่ายรักษ์น้ำทั่วประเทศ จากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ภาคเอกชน หน่วยงานราชการที่ดูแลพื้นที่ในแต่ละชุมชน และชุมชนเจ้าของพื้นที่ โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์องค์ความรู้ของ “คนต้นน้ำ กลางน้ำถึงปลายน้ำ” ในโครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” เพื่อเป็นแนวทางการดูแลจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน ให้เข้าใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง ตั้งแต่ต้นน้ำ(การสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ) กลางน้ำ(แก้มลิงกระจายน้ำในพื้นที่ราบอย่างเป็นระบบ) สู่ปลายน้ำ(อนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ด้วยการสร้างบ้านปลา) โดยมีความเกี่ยวเนื่องกับ “นวัตกรรม” ที่เหมาะสมกับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ การเข้าสู่พื้นที่ปลายน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/scg-raknam-trang/">เปลี่ยนชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน คนปลายน้ำ @ ชุมชนบ้านมดตะนอย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>การน้อมนำพระราชดำริการบริหารจัดการน้ำของรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางขยายผลการจัดการน้ำให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ ดังที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงพระราชทานแนวทางให้คนไทยร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์เช่นที่ปฏิบัติสืบต่อมา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม สามารถทำได้หลายแนวทาง</h4>
<p><span id="more-2357"></span></p>
<p>สำหรับ<strong>เอสซีจี</strong> ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน มาดำเนินการ ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สมัยใหม่ กับภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้านมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ซึ่ง 12 ปีที่ผ่านมานั้น มีสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการสร้างฝายชะลอน้ำไปแล้วมากกว่า 68,000 ฝาย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง และน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี หรือไม่ได้เป็นเพียงความสมบูรณ์ของผืนป่าฟื้นกลับคืนมา ทำให้เกิดการต่อยอดสู่วิสาหกิจชุมชน</p>
<p>ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนับจากนี้คือ <strong>การเชื่อมเครือข่ายรักษ์น้ำทั่วประเทศ จากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ภาคเอกชน หน่วยงานราชการที่ดูแลพื้นที่ในแต่ละชุมชน และชุมชนเจ้าของพื้นที่</strong> โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์องค์ความรู้ของ <strong>“คนต้นน้ำ กลางน้ำถึงปลายน้ำ”</strong> ในโครงการ <strong>“รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที”</strong> เพื่อเป็นแนวทางการดูแลจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน ให้เข้าใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองอย่างแท้จริง ตั้งแต่<strong>ต้นน้ำ</strong>(การสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ป่าต้นน้ำ) <strong>กลางน้ำ</strong>(แก้มลิงกระจายน้ำในพื้นที่ราบอย่างเป็นระบบ) สู่<strong>ปลายน้ำ</strong>(อนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ด้วยการสร้างบ้านปลา) โดยมีความเกี่ยวเนื่องกับ <strong>“นวัตกรรม”</strong> ที่เหมาะสมกับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในแต่ละพื้นที่</p>
<h5 style="text-align: center;">การเข้าสู่พื้นที่ปลายน้ำ เช่นชุมชนบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งมีอาชีพประมงพื้นบ้าน ถือเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ชุมชนเข้มแข็ง สามารถทำอาชีพได้อย่างปกติในท้องทะเล แต่เมื่อเกิดหน้ามรสุม ทำให้ต้องเปลี่ยนมาทำการประมงในคลองลัดเจ้าไหม ซึ่งจำเป็นจะต้องมีพื้นที่ให้ปลามาอยู่เป็นกลุ่ม ไม่ใช่ปลาเร่ร่อน จึงต้องมีบ้านปลาในคลองดังกล่าว</h5>
<figure id="attachment_2365" aria-describedby="caption-attachment-2365" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-2365 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-SCG-Raknam-Trang5.jpg" alt="" width="800" height="533" /><figcaption id="caption-attachment-2365" class="wp-caption-text">ในคลองลัดเจ้าไหม คณะผู้บริหารเอสซีจี ร่วมปล่อยบ้านปลานวัตกรรมปูนทนน้ำทะเล</figcaption></figure>
<p><strong><em>“บ้านปลาในคลองลัดเจ้าไหม นำนวัตกรรมปูนทนน้ำทะเลซึ่งทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากกว่าปูนซีเมนต์ทั่วไป เพราะปูนทนน้ำทะเลจะมีความทึบให้เกลือหรือน้ำผ่านมากกว่าปูนทั่วไป ซึ่งมีความทนในน้ำทะเลมากกว่า 2-3 เท่าสำหรับอายุการใช้งาน เราได้ดีไซน์ปรับเฉพาะให้เหมาะแต่ละพื้นที่ และตัวนี้ก็มีความทึบและทนต่อการกัดกร่อนจากสารคลอไรด์และซัลเฟตได้ดี ยิ่งบ้านปลาของเราไม่มีเหล็กเสริมเลยทำให้การใช้งานยิ่งนานมากขึ้นอีก นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยทางวิชาการจากภาควิชาวิศวกรรมโยธาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่แสดงว่า บ้านปลาและปูนทนน้ำทะเลไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่มีชิ้นส่วนประกอบที่สามารถแตกหักเสียหายกลายเป็นขยะใต้น้ำได้”</em></strong></p>
<p><strong>ชนะ ภูมี</strong> Vice President-Cement and Construction Solution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ขยายความต่อเนื่องถึงบ้านปลาที่เกิดขึ้นในพื้นที่บ้านมดตะนอย จะเป็นบ้านปลาที่ชุมชนสามารถหล่อได้เอง พร้อมกับมีนวัตกรรมปูนทนน้ำทะเลที่พัฒนาขึ้นมาพิเศษเฉพาะเครื่องพรินท์ 3D และจะนำไปพรินท์เป็นรูปปะการังต่างๆ ได้ เวลาทำก็จะนำปูนมาโรยเป็นชั้นๆ เหมือนเวลาที่บีบยาสีพัน ซึ่งเอสซีจีตั้งใจที่จะดีไซน์ให้เป็นปะการังแล้วนำไปต่อ เหมือนการต่อ Lego จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลต่อไป</p>
<figure id="attachment_2364" aria-describedby="caption-attachment-2364" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-2364 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-SCG-Raknam-Trang4.jpg" alt="" width="800" height="534" /><figcaption id="caption-attachment-2364" class="wp-caption-text">ชุมชนบ้านมดตะนอยร่วมปล่อยบ้านปลาในจุดที่กำหนดของคลองลัดเจ้าไหม</figcaption></figure>
<p><strong><em>“เมื่อก่อนชุมชนเราใช้ไม้ และไปซื้อแบบสำเร็จรูปที่เป็นท่อบ่อมาใช้เป็นบ้านปลา ซึ่งก็ไม่เหมาะสมนัก พอได้ทำงานกับเอสซีจีเราก็มาคิดว่าจะมีรูปแบบไหนที่เคลื่อนย้ายสะดวก สวยงามด้วย เหมาะกับการอยู่ใต้น้ำ ก็ออกมาเป็นแบบวงกลม คิดว่าจะต้องมีช่องกลมๆ หลายช่อง แบบนี้เป็นลูกเล่น เพื่อช่วยให้ปลาได้ว่ายไปว่ายมา เพราะปลาก็ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม”</em></strong></p>
<p><strong>ปรีชา ชายทุย</strong> ชาวบ้านชุมชนบ้านมดตะนอยเล่าให้ฟัง ซึ่งเป็นการร่วมมือกันในรูปแบบที่ชุมชนมีความต้องการ แล้วเสนอมาทางเอสซีจี เพื่อการพัฒนาร่วมกันกับชุมชน เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจที่ยังหมุนเวียนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เป็นการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<figure id="attachment_2362" aria-describedby="caption-attachment-2362" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-2362 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-SCG-Raknam-Trang2.jpg" alt="" width="800" height="406" /><figcaption id="caption-attachment-2362" class="wp-caption-text">ชนะ ภูมี , ปรีชา ชายทุย , รศ.ดร.อัญชนา ประเทพ</figcaption></figure>
<p><strong>รศ.ดร.อัญชนา ประเทพ</strong> ผู้อำนวยการสถานวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งคาบสมุทรไทย คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นภาคการศึกษาที่ร่วมทำงานด้วย อธิบายถึงพื้นที่ทำการประมงของชุมชนบ้านมดตะนอยว่า พื้นที่แห่งนี้ยังนับว่ามีความสมบูรณ์ เมื่ออกไปที่คลองลัดเจ้าไหมจะเห็นป่าชายเลนชุมชนยังมีจำนวนมากสวยงาม และความสวยงามที่เพิ่มขึ้นมาคือ ชุมชนลุกขึ้นมาบอกกลุ่มตัวเองว่า เราควรจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป โดยบ้านปลาเป็นนวัตกรรมที่มาช่วยให้เกิดความสมบูรณ์ ท่ามกลางการอนุรักษ์อย่างเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งงานวิชาการจะติดตามผลที่เกิดขึ้นต่อไป</p>
<figure id="attachment_2363" aria-describedby="caption-attachment-2363" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-2363 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-SCG-Raknam-Trang3.jpg" alt="" width="800" height="600" /><figcaption id="caption-attachment-2363" class="wp-caption-text">โครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” ได้นำเยาวชน YOUNG รักษ์น้ำเข้าเรียนรู้วิถีชุมชนบ้านมดตะนอยในหลากหลายมิติ ทั้งปลูกกป่าชายเลน เรียนรู้การจัดการขยะที่ชุมชนได้แรงบันดาลใจจากกระเป๋าผ้าเอสซีจี การลงมือทำบ้านปลาที่มีนวัตกรรมปูนทนน้ำทะเลด้วยตัวเอง</figcaption></figure>
<p><strong>ปรีชากล่าวในท้ายที่สุดถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หลังจากวางบ้านปลาไปแล้วเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าชาวบ้านได้ปลารอกหนึ่งมีรายได้ 200-300 บาท ปลาที่พบมากเป็นปลาเก๋าซึ่งเป็นเศรษฐกิจ ปลาสิงโต</strong></p>
<p><strong>การเกิดบ้านปลาด้วยปูนทนน้ำทะเล ซึ่งเป็นนวัตกรรมของเอสซีจี ที่ชุมชนบ้านมดตะนอย ถือเป็นการทำงานที่เน้นสื่อสารพูดคุยแบบ Dialogue มีความเข้าใจในการร่วมมือทำงาน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนที่จะเพิ่มที่อยู่อาศัย และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลขนาดเล็ก คืนความสมบูรณ์สู่ทะเลไทย</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2366 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-SCG-Raknam-Trang6.jpg" alt="" width="800" height="450" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff0000;">ข่าวเกี่ยวข้อง SCG PASSION FOR BETTER</span></p>
<ul>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/05/passion-for-better-scg/" target="_blank" rel="noopener">PASSION FOR BETTER : SCG ท้าทายความเปลี่ยนแปลง ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/04/scg-pracharat-bangsue-pond-development-project/" target="_blank" rel="noopener">พลิกฟื้นโมเดลชุมชนแออัด สู่ชุมชนเมืองต้นแบบบึงบางซื่อ“บ้านในฝัน”</a></li>
<li><a href="https://sdthailand.com/2018/06/cholanat-yanaranop-scg-fish-home-7/" target="_blank" rel="noopener">ชลณัฐ ญาณารณพ “ใน R&amp;Dเรานำขยะพลาสติกสู่ Circular Economyเพื่อนวัตกรรมบ้านปลา”</a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/scg-raknam-trang/">เปลี่ยนชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน คนปลายน้ำ @ ชุมชนบ้านมดตะนอย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
