<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%8a%e0%b9%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 May 2025 11:43:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทางลัดสู่การเพิ่มมูลค่าอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/schneider-ecostruxure-building-activate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 May 2025 11:43:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Arup]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[Grand Monarque Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมกรองด์โมนาร์ค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33541</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาคารเก่ามักสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ การปรับปรุงอาคารเก่าอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่หากนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ก็จะช่วยให้ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม และบริษัทอื่นๆ เปลี่ยนประสิทธิภาพด้านพลังงานให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้ โรงแรมกรองด์โมนาร์ค (Grand Monarque Hotel) ตั้งอยู่ในบริเวณอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในเมืองชาทร์ ห่างจากกรุงปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 90 กิโลเมตร โรงแรมแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของปัญหาด้านพลังงานของโลก สร้างขึ้นเมื่อ 400 ปีที่แล้ว เพื่อให้บริการแก่ผู้เดินทางในฝรั่งเศส ปัจจุบันโรงแรมต้องปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการอนุรักษ์พลังงาน (EU’s Energy Efficiency Directive) เนื่องจากอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางเช่นนี้ คิดเป็น 90% ของอาคารพาณิชย์ทั่วโลก  การที่อาคารเหล่านี้ไม่สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ อาคารจำนวนครึ่งหนึ่งยังคงมีการใช้งานอยู่จนถึงปี 2050 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่องค์กรต่างๆ ให้คำมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero ตามข้อตกลงปารีสปี 2015  ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การปรับปรุงระบบพลังงานจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้ว ยังช่วยรักษาคุณค่าเดิมของอาคารไว้เช่นกัน &#8220;หาก​ลงทุน​เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเมื่อสองปีที่แล้ว ปัจจุบันจะสามารถคืนทุนเริ่มแรกได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&#8221;  มร.มานิช กูมาร์ รองประธานบริหารฝ่ายธุรกิจพลังงานดิจิทัลของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า โดยเฉลี่ยแล้ว บริษัทที่ลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานจะสามารถคืนทุนเริ่มแรกได้ภายในเวลา 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/schneider-ecostruxure-building-activate/">ทางลัดสู่การเพิ่มมูลค่าอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อาคารเก่ามักสูญเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ การปรับปรุงอาคารเก่าอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่หากนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ก็จะช่วยให้ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม และบริษัทอื่นๆ เปลี่ยนประสิทธิภาพด้านพลังงานให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้</p>
<p><span id="more-33541"></span></p>
<p><strong>โรงแรมกรองด์โมนาร์ค (Grand Monarque Hotel)</strong> ตั้งอยู่ในบริเวณอาสนวิหารโรมันคาทอลิกในเมืองชาทร์ ห่างจากกรุงปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 90 กิโลเมตร โรงแรมแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของปัญหาด้านพลังงานของโลก สร้างขึ้นเมื่อ 400 ปีที่แล้ว เพื่อให้บริการแก่ผู้เดินทางในฝรั่งเศส</p>
<p>ปัจจุบันโรงแรมต้องปรับปรุงให้ทันสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยการอนุรักษ์พลังงาน (EU’s Energy Efficiency Directive) เนื่องจากอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางเช่นนี้ คิดเป็น 90% ของอาคารพาณิชย์ทั่วโลก  การที่อาคารเหล่านี้ไม่สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ทั้งนี้ อาคารจำนวนครึ่งหนึ่งยังคงมีการใช้งานอยู่จนถึงปี 2050 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่องค์กรต่างๆ ให้คำมั่นว่าจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ <strong>Net-Zero</strong> ตามข้อตกลงปารีสปี 2015  ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การปรับปรุงระบบพลังงานจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวแล้ว ยังช่วยรักษาคุณค่าเดิมของอาคารไว้เช่นกัน</p>
<p><em><strong>&#8220;หาก​ลงทุน​เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเมื่อสองปีที่แล้ว ปัจจุบันจะสามารถคืนทุนเริ่มแรกได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&#8221;  </strong></em><strong>มร.มานิช กูมาร์</strong> รองประธานบริหารฝ่ายธุรกิจพลังงานดิจิทัลของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า <em><strong>โดยเฉลี่ยแล้ว</strong></em> <em><strong>บริษัทที่ลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงานจะสามารถคืนทุนเริ่มแรกได้ภายในเวลา 2 ปี</strong></em>  เห็นได้จากกรณีโรงแรมกรองด์โมนาร์คที่ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล <a href="https://www.se.com/th/th/product-range/254997161-ecostruxure-building-activate/" target="_blank" rel="noopener">EcoStruxure<sup>TM</sup> Building Activate</a> มาช่วยวิเคราะห์และปรับปรุงการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 15%  ซึ่งมากพอที่จะทำให้คืนทุนแรกเริ่มได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน</p>
<p><strong>ข้อมูลเชิงลึกจากระบบดิจิทัลช่วยให้เกิดผลตอบแทนจากการลงทุน (</strong><strong>ROI) </strong><strong>อย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>“<em>หนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดด้านประสิทธิภาพพลังงาน คือการไม่รู้ว่าอาคาร ทำงานอย่างไร แต่ปัจจุบันเมื่อค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้น สิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือการเข้าใจว่าระบบต่างๆ ทำงานอย่างไร ไม่ใช่แค่ระบบทำความร้อนเท่านั้น แต่รวมถึงระบบทำความเย็น และต้องทำอย่างไรเพื่อให้ระบบดังกล่าวทำงานได้เหมาะสมเต็มประสิทธิภาพ</em>”<strong> เบ็กกี เทเลอร์</strong> กรรมการบริหารของ Arup หนึ่งในบริษัทออกแบบและวิศวกรรมชั้นนำของโลก กล่าว</p>
<p>สำหรับอาคาร อย่าง<strong> โรงแรมกรองด์ โมนาร์ค </strong>ที่มีการรวมระบบทำความร้อน ระบบระบายอากาศ และเครื่องปรับอากาศเข้าไว้ด้วยกันตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จึงทำให้การใช้พลังงานมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก</p>
<p><em>“ความท้าทายของเราคือ การที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าพลังงานถูกใช้ไปในส่วนใดของอาคารและใช้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญในเวลาที่ค่าไฟฟ้าของเราเพิ่มขึ้นจาก 80 ยูโร เป็น 650 ยูโร จนเป็น 700 ยูโร กระทั่งอาจถึง 750 ยูโร</em><strong><em>”</em> แบร์ทร็อง ฌาเลอรา</strong> เจ้าของโรงแรม กล่าว</p>
<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ช่วยให้โรงแรมสามารถมองเห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้พลังงานได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์ระบบดิจิทัลในโครงสร้างพื้นฐานของโรงแรม พร้อมทั้งจัดอบรมให้พนักงานใช้ซอฟต์แวร์ EcoStruxure<sup>TM</sup> Building Activate อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>“เห็นได้ชัดว่าเรามีการใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปกับงาน 2 ส่วนหลักด้วยกัน ได้แก่ ห้องพักแขก และการให้บริการด้านอาหาร” <strong>แบร์ทร็อง</strong> ยังย้ำถึงการตรวจสอบการใช้พลังงานได้โดยง่ายว่า<em> “การมีข้อมูลเชิงลึก ทำให้เรามีแนวทางที่ชัดเจนในการปรับปรุงการใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสามารถควบคุมบริเวณที่มีการใช้พลังงานรวมถึงช่วงเวลาที่ใช้ได้ดียิ่งขึ้น</em>” อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบพลังงานถือเป็นก้าวแรกของการเป็นอาคารที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานและปล่อยคาร์บอนน้อยลง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33564 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Schneider-Building2.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p><strong>การขยายผลสู่การประหยัดค่าใช้จ่าย</strong></p>
<p>สำหรับองค์กรที่มีเครือข่ายอาคารขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนหลายสิบหรือหลายร้อยแห่งทั่วโลก การขยายการใช้โซลูชั่นเหล่านี้ช่วยให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากยิ่งขึ้น การประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการตรวจสอบอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการรวมศูนย์การควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ ทั้งระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ (HVAC) ตลอดจนระบบทำความเย็นของห้องเย็นและตู้แช่แข็งในอาคารทั้งหมดอีกด้วย</p>
<p><strong>ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การติดตั้งระบบตรวจสอบและควบคุมพลังงานอัตโนมัติสามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง </strong><strong>48%</strong></p>
<p>ผลการศึกษาของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค แสดงให้เห็นว่าการติดตั้งระบบตรวจสอบพลังงานและระบบอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของและผู้ควบคุมอาคารสามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 48%  และลดการปล่อยคาร์บอนได้มากถึง 60%  ในอุตสาหกรรมที่มีกำไรจากการดำเนินงานที่จำกัด การประหยัดพลังงานกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการติดตั้งเซ็นเซอร์เข้ากับสินทรัพย์ที่สำคัญ ระบบสามารถแจ้งเตือนความผิดปกติได้ล่วงหน้า ช่วยหลีกเลี่ยงการซ่อมบำรุงที่มีค่าใช้จ่ายสูง พร้อมช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในอาคารให้ดีขึ้น</p>
<p>สองปีหลังจากใช้ <strong>EcoStruxure<sup>TM</sup> Building Activate</strong> ผู้บริหารระดับสูงของเครือข่ายร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งกล่าวว่า ระบบนี้ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัยได้มาก และยังช่วยรักษาลูกค้าไว้ได้อีกด้วย</p>
<p>การสิ้นเปลืองพลังงานไม่ใช่ปัญหาสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น <em><strong>ข้อมูลของ Carbon Trust ระบุว่าองค์กรเอสเอ็มอี โดยเฉลี่ยจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 15 ตันคาร์บอนหรือเทียบเท่าต่อปี</strong></em></p>
<p>ซึ่งในสหรัฐอเมริกา<a href="https://ecohedge.com/blog/carbon-footprint-of-the-us-smes-role/" target="_blank" rel="noopener">คิดเป็นครึ่งหนึ่ง</a>ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ เพื่อไม่ให้ภาระด้านการเงินในการปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานต้องตกอยู่ในความรับผิดชอบของธุรกิจขนาดเล็กแต่เพียงฝ่ายเดียว รัฐบาลทั่วโลกจึงได้เปิดตัวโครงการจัดหาเงินทุนเพื่อช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ซึ่งสหภาพยุโรปเองก็ได้เปิดตัวโครงการค้ำประกันสำหรับนักลงทุนในระบบพลังงานอัจฉริยะ ขณะที่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กำลังพัฒนาโมเดลการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นเพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานได้มากขึ้น</p>
<p>ความร่วมมือในลักษณะนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทที่ไม่ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงระบบอาจเผชิญกับความเสี่ยงในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้น และแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่หลายๆ แบรนด์ เช่น โรงแรมกรองด์โมนาร์ค กำลังใช้โอกาสนี้ในการสร้างชื่อเสียงในฐานะธุรกิจที่มีความยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/schneider-ecostruxure-building-activate/">ทางลัดสู่การเพิ่มมูลค่าอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผนึกพันธมิตรขับเคลื่อน Impact Makers ​ย้ำความสำเร็จ​ลดคาร์บอนทั่วโลกได้แล้ว 679 ล้านตัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/schneider-electric-drive-sustainability-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 May 2025 09:14:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Green Impact Gap]]></category>
		<category><![CDATA[Impact revenues]]></category>
		<category><![CDATA[mega trends]]></category>
		<category><![CDATA[Milieu Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[Scope 3]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[มงคล ตั้งศิริวิช]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[​เมกะเทรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33252</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชูจุดแข็ง “เทคโนโลยีดิจิทัลผนวกระบบไฟฟ้า” เดินหน้าสร้าง Positive Impact พร้อมขับเคลื่อน Decarbonization ​เผยความสำเร็จช่วยพันธมิตรลดคาร์บอนทั่วโลก 679 ล้านตัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ​การจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เผยกลยุทธ์หลักปี 2568 เร่งผลักดันลูกค้าและพาร์ทเนอร์สร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง ​พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ด้วยผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการล้ำหน้าเพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุด พร้อมความสำเร็จทั้งรายได้รวม​ทั่วโลก 38,153 ล้านยูโร และสัดส่วนถึง 74% เป็น Impact revenues พร้อมตั้งเป้าให้รายได้ทั้ง 100% สร้างอิมแพ็คที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลด Green Impact Gap และ Carbon Emission ตามตามโรดแม็พ พร้อมบรรลุ Net Zero ในปี 2050 ตามแผนที่วางไว้  คุณมงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/schneider-electric-drive-sustainability-transition/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผนึกพันธมิตรขับเคลื่อน Impact Makers ​ย้ำความสำเร็จ​ลดคาร์บอนทั่วโลกได้แล้ว 679 ล้านตัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชูจุดแข็ง</strong></b><strong> “เทคโนโลยีดิจิทัลผนวกระบบไฟฟ้า” เดินหน้าสร้าง Positive Impact พร้อมขับเคลื่อน Decarbonization ​เผยความสำเร็จช่วยพันธมิตรลดคาร์บอนทั่วโลก </strong><strong>679 </strong><strong>ล้านตัน</strong></p>
<p><span id="more-33252"></span></p>
<p><strong>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ​การจัดการพลังงานและระบบอัตโนมัติ เผยกลยุทธ์หลักปี </strong><strong>2568 </strong><strong>เร่งผลักดันลูกค้าและพาร์ทเนอร์สร้างระบบนิเวศที่เข้มแข็ง ​พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ด้วยผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการล้ำหน้าเพื่อประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุด พร้อมความสำเร็จทั้งรายได้รวม​ทั่วโลก 38,153 ล้านยูโร และสัดส่วนถึง 74% เป็น Impact revenues พร้อมตั้งเป้าให้รายได้ทั้ง 100% สร้างอิมแพ็คที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลด Green Impact Gap และ Carbon Emission ตามตามโรดแม็พ พร้อมบรรลุ Net Zero ในปี 2050 ตามแผนที่วางไว้ </strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33254 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Impcak-Makers1-re.jpg" alt="" width="1200" height="804" /></p>
<p><strong>คุณมงคล ตั้งศิริวิช </strong><strong>ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา</strong> เปิดเผยความสำเร็จของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในปีที่ผ่านมา สามารถช่วย​ลูกค้าทั่วโลกลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่ปี 2561 ถึง 2567 ได้ถึง 679 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TCO2e) และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดําเนินงานของซัพพลายเออร์​ได้ 40%  ส่งผลให้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นองค์กรหนึ่งเดียวที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ใน Global 100 ถึง 2 ครั้ง ตามรายงาน Corporate Knights</p>
<p>ความสำเร็จดังกล่าว​ ตอกย้ำความแข็งแรงในฐานะ​  Impact Makers ที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนภายในห่วงโซ่ธุรกิจ หรือ ​Carbon Emisssion ​ พร้อมขับเคลื่อนจุดยืนด้านความยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมการเป็น Impact Makers ร่วมกัน ภายใต้กลยุทธ์ Customer First ​​​ผ่าน 3 แกนหลัก ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. Strategize</strong> การวางแผนสร้างกลยุทธ์เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพให้เกิดขึ้นในระบบนิเวศทั้งซัพพลายเชน</p>
<p><strong>2. Digitize</strong> การนำเทคโนโลยีมาใช้ตั้งแต่เริ่มต้นทั้งการให้คำปรึกษาตลอดจนการวัดผล</p>
<p><strong>3. Decarbonize</strong> การลงมือทำอย่างมีประสิทธิผล โดยนำเทคโนโลยีล้ำหน้าพร้อมระบบวิเคราะห์มาช่วยในการลดการปล่อยคาร์บอนไนออกไซด์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33259 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Impcak-Makers5.jpg" alt="" width="1200" height="707" /></p>
<p><em>&#8220;​ความต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของภาคธุรกิจที่เติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลประกอบการทั่วโลกของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เติบโต​ต่อเนื่อง โดย​รายในปี 2567 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 38,153 ล้านยูโร เติบโต 8%  จากรายได้รวม​ 35,902 ล้านยูโร ในปีก่อนหน้า โดยมีสัดส่วนรายได้ถึง 74% หรือเกือบ 3 ใน  4 ที่เป็น Impact revenues หรือรายได้ที่มาจากธุรกิจหรือการพัฒนาสินค้าและโซลูชันที่สร้างให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (Positive Impact) และช่วยลดการปล่อยคาร์บอน หรือ  Decarbonization ซึ่งในอนาคตตามแผนการทรานส์ฟอร์มธุรกิจของชไนเดอร์ มีแผนให้ยอดขายทั้ง 100% เป็น Impact revenues ทั้งหมด รวมทั้งโรดแม็พในการเป็นลดคาร์บอน โดยตั้งเป้าเป็นกลางทาง​คาร์บอนในสิ้นปีนี้  พร้อมเพิ่มการลดคาร์บอนตลอดทั้งซัพพลายเชนลงอีก 25% ภายในปี 2030 และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ทั้งห่วงโซ่ในปี 2050 ได้ในที่สุด&#8221;</em></p>
<p><strong>ฉาย​ 3 เมกะเทรนด์ ย้ำภาพโลกมุ่งสู่ความยั่งยืน </strong></p>
<p>แม้บริบทโลกธุรกิจปัจจุบันยังขาดความเชื่อมั่น ประกอบกับการประกาศนโยบายทรัมป์ สั่นคลอนการค้าระหว่างประเทศ แต่หากมองเมกะเทรนด์ รวมทั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจในหลายประเทศทั่วโลก ยังมุ่งขับเคลื่อนไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน  ทำให้เชื่อว่าธุรกิจที่สามารถปรับตัวหรือเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพและมีแต้มต่อในการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้  3 เมกะเทรนด์สำคัญ  ที่คุณมงคล เชื่อว่า ​จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและเป็นตัวกำหนดทิศทาง​ของธุรกิจในอนาคต ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33257 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Impcak-Makers4.jpg" alt="" width="1200" height="630" /></p>
<p><strong>1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)</strong>  กลุ่ม​ธุรกิจ​ในเอเชีย มองว่า​จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยรวม ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่มีนัยสําคัญสูงถึง 70%  พร้อม​รายงานว่าส่งผลให้ต้นทุน​เพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือน ถึง 41% ขณะที่ 32%​รายงานถึงความเสียหายทางกายภาพและทรัพย์สินของบริษัท</p>
<p><strong>2. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์</strong><strong> (Digitalization &amp; AI)</strong> ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้พลังงานประมวลผลของดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นมหาศาล เกิน 10 เท่าตัว โดย 93%  ของบริษัทในเอเชียได้ปรับใช้กลยุทธ์การเปลี่ยนสู่ดิจิทัลที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืน แต่ยังคงเผชิญความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น</p>
<p><strong>3. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) </strong>จากความต้องการพลังงานที่มากขึ้น ธุรกิจมีการมองหาพลังงานทดแทน ที่เป็นพลังงานสะอาด จากการวิจัยโดย World Economic Forum พบว่า หากมีการใช้มาตรการเพื่อเปลี่ยนแปลงความต้องการพลังงานภายในปี 2573 จะสามารถประหยัดได้ถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่ 29% ของบริษัทที่สํารวจมองว่ายังมีข้อจำกัดด้านความพร้อมในการเปลี่ยนมาใช้ทางเลือกพลังงานสะอาด และมีแนวโน้มที่จะลงทุนในมาตรการด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><em>&#8220;การผลักดันองค์กรจำนวนมากให้ก้าวสู่ความเป็น Impact Makers หรือกลุ่มผู้สร้างผลกระทบด้านความยั่งยืน คือหนึ่งในภารกิจของชไนเดอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตตามเมกะเทรนด์ รวมทั้งช่วย​​ขับเคลื่อนให้ทั้งระบบนิเวศ ทั้งลูกค้าและคู่ค้าสู่การเป็น Impact Makers ไปด้วยกัน ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับ <strong>กลยุทธ์พลังงานไฟฟ้า</strong><strong> 4.0</strong> เป็นกุญแจสําคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั้งในด้านอุปสงค์และการลดคาร์บอนออกไซด์ในการจัดหาพลังงาน โดยใช้แนวคิดที่เป็นสูตรสำเร็จ <strong>“เทคโนโลยีดิจิทัล + ระบบไฟฟ้า </strong><strong>= </strong><strong>ยั่งยืน” เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์ดังกล่าว</strong> โดยเฉพาะใน 4 กลุ่มตลาดหลักที่สำคัญคือ อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรม และระบบโครงสร้างพื้นฐาน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33258 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/BOY25898-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เดินหน้าพัฒนาโซลูชั่นเร่ง Decarbonization ทั่วโลก</strong></p>
<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังเผยลสำรวจ Green Impact Gap ประจำปี ร่วมกับพันธมิตร Milieu Insight ในกลุ่มผู้นำธุรกิจ  4,500 ราย ใน 9 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และผู้นำธุรกิจ 500 รายในไทย เพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของแผนการลงทุนในการขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น พร้อมสร้างผลลัพธ์ได้จริงจากการดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย โดยพบอินไซต์สำคัญ เช่น</p>
<p>&#8211;  95% มีเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่มีเพียง 47% ที่ดําเนินการอย่างครอบคลุมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย</p>
<p>&#8211; ช่องว่างการดําเนินการด้านความยั่งยืนของไทย (Green Impact Gap) ในปี 2567 อยู่ที่ 50%  แม้ว่า 98% มีเป้าหมายด้านความยั่งยืน แต่ดําเนินการตามกลยุทธ์อยู่ที่ 48% เท่านั้น</p>
<p>&#8211; 83% ของธุรกิจไทยให้ความสําคัญกับความยั่งยืน โดย  74 % ของผู้บริหารระดับสูงมองว่าความยั่งยืนเป็นสิ่งสําคัญสําหรับบริษัท และ 39% มองว่าการดำเนินโครงการด้านความยั่งยืนนําไปสู่โอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>&#8211; Impact Makers กําลังพัฒนาความยั่งยืนผ่านการเปลี่ยนสู่ดิจิทัล โดยให้ความสําคัญกับประเด็น Climate Change และ Decarbonization  และตระหนักดีว่าการสร้างความยั่งยืนต้องให้ความสำคัญกับแนวทางและความร่วมมือในระบบนิเวศเพื่อสร้างความสำเร็จร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33256 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Impcak-Makers3.jpg" alt="" width="1200" height="716" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน และพัฒนาโซลูชัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ตอบโจทย์  Climate Change และ Decarbonization อาทิ</p>
<p>&#8211; 37% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกเกิดจากอาคาร ขณะที่การพัฒนา​เทคโนโลยีอาคารและการจัดการพลังงาน สามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ประมาณ 40% ซึ่ง​การปรับปรุงระบบดิจิทัลและเทคโนโลยี และสามารถลด Carbon Emission ​ในการดําเนินงานของอาคารได้ถึง 77%  ด้วยโซลูชั่นของชไนเดอร์ อิเล็คทริค</p>
<p>&#8211; กลุ่มบ้านพักอาศัยมีโซลูชั่นการจัดการพลังงานภายในบ้านเต็มรูปแบบที่เรียกว่า Home Energy Management Solutions หรือ HEMS ซึ่งผสานกับ AI ช่วยตั้งแต่บริหารจัดการการผลิต การจัดเก็บ และการใช้พลังงาน เจ้าของบ้านสามารถควบคุมการใช้พลังงานและต้นทุนที่เกี่ยวข้องได้</p>
<p>&#8211; ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรม และระบบโครงสร้างพื้นฐาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีบริการด้านพลังงานและความยั่งยืน ซอฟต์แวร์และโซลูชั่นเพื่อนําลูกค้าไปสู่ Net Zero ผ่าน EcoStruxure นวัตกรรมที่เปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส</p>
<p>&#8211; การยกย่องซัพพลายเออร์ในกลุ่ม Impact Makers ​​ที่มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนร่วมกัน ผ่านการปรับใช้นวัตกรรมและโซลูชั่นลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  เพื่อร่วม​ขับเคลื่อน​สังคม Net Zero โดย​คัดเลือก 5 บริษัทชั้นนำของไทย เป็นผู้ชนะในเวที Sustainability Impact Awards 2024 ระดับประเทศ ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) และบริษัท คอมพลีท อิเล็คทริเคิล โซลูชั่นส์ จำกัด  เพื่อสะท้อน​ความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นําด้านความยั่งยืน และเปิดการมองเห็นสู่สายตาของทั่วโลกที่อาจนําไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/schneider-electric-drive-sustainability-transition/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผนึกพันธมิตรขับเคลื่อน Impact Makers ​ย้ำความสำเร็จ​ลดคาร์บอนทั่วโลกได้แล้ว 679 ล้านตัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าปลดล็อกองค์กรไทยสู่ความยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผนึกซอฟต์แวร์ และ AI</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/schneider-electric-unlocks-potential-towards-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Mar 2024 16:42:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green Action Gap]]></category>
		<category><![CDATA[Green Gap]]></category>
		<category><![CDATA[Green Heroes for life]]></category>
		<category><![CDATA[Impact Maker]]></category>
		<category><![CDATA[Milieu Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tech Company]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องว่างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[มงคล ตั้งศิริวิช]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24559</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงาน ระบบออโตเมชั่น และความยั่งยืน เผยผลประกอบการปี 2566 ทั่วโลกรายได้ 35,902 ล้านยูโร โตขึ้น ราว 13 เปอร์เซ็นต์ (Organic) และด้วยโซลูชั่นด้านความยั่งยืน ช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกลดการปล่อยคาร์บอนในปี 2566 เพียงปีเดียว ได้ถึง 112 ล้านตัน พร้อมปักหมุดเดินหน้าสนับสนุนองค์กรในไทย จากผลการสำรวจ Green Action Gap นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา เผยว่า ปีที่ผ่านมา รายได้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั่วโลก มีความเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากหลายๆ องค์กรที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความยั่งยืน และได้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ซึ่งผลประกอบการปี 2566 ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั่วโลกมีรายได้ 35,902 ล้านยูโร โตขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ โซลูชั่นของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นโซลูชั่นที่ช่วยให้องค์กรสร้างความยั่งยืน เราสามารถช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 112 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/schneider-electric-unlocks-potential-towards-sustainability/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าปลดล็อกองค์กรไทยสู่ความยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผนึกซอฟต์แวร์ และ AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong><em>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ในการจัดการพลังงาน ระบบออโตเมชั่น และความยั่งยืน เผยผลประกอบการปี 2566 ทั่วโลกรายได้ 35,902 ล้านยูโร โตขึ้น ราว </em></strong><strong><em>13</em></strong><strong><em> เปอร์เซ็นต์ (</em></strong><strong><em>Organic</em></strong><strong><em>)</em></strong></p>
<p><span id="more-24559"></span></p>
<p><strong><em>และด้วยโซลูชั่นด้านความยั่งยืน ช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกลดการปล่อยคาร์บอนในปี </em></strong><strong><em>2566</em></strong><strong><em> เพียงปีเดียว ได้ถึง 112 ล้านตัน พร้อมปักหมุดเดินหน้าสนับสนุนองค์กรในไทย จากผลการสำรวจ </em></strong><strong><em>Green Action Gap</em></strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธาน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา</strong> เผยว่า ปีที่ผ่านมา รายได้ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั่วโลก มีความเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากหลายๆ องค์กรที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความยั่งยืน และได้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ ซึ่งผลประกอบการปี 2566 ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั่วโลกมีรายได้ 35,902 ล้านยูโร โตขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ โซลูชั่นของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นโซลูชั่นที่ช่วยให้องค์กรสร้างความยั่งยืน เราสามารถช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 112 ล้านตันในปี 2566 ภายในเพียงปีเดียว เทียบเท่ากับการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้ประมาณ 11,200 ล้านต้น หรือมากกว่า</p>
<p style="font-weight: 400;">ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศนับเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยความร่วมมือกันในทุกระดับและทุกองค์กร เพื่อให้สามารถไปสู่ความยั่งยืนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงได้ทำการสำรวจเป้าหมายด้านความยั่งยืนโดยได้มีการพูดคุยกับผู้นำองค์กรจำนวน 4,500 ราย ใน 9 ประเทศ และ 500 องค์กร ในประเทศไทย เพื่อรวบรวมมุมมองของผู้นำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียเกี่ยวกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยได้มีการดำเนินการสำรวจร่วมกับ Milieu Insight ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์และวิจัยข้อมูล ด้วยการให้ผู้บริหารระดับกลางถึงระดับสูงในภาคเอกชนเข้าร่วมการสำรวจตอบคำถาม 30 ข้อ เกี่ยวกับความยั่งยืน รวมถึงผลกระทบต่อธุรกิจของตนในประเทศต่างๆ ได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม และประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24561 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/03-นายมงคล-ตั้งศิริวิช-ประธาน-ชไนเดอร์-อิเล็คทริค-ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์-ประเทศไทย-ลาว-และเ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">นายมงคล เผยว่า “จากการสำรวจกลุ่มองค์กรในประเทศไทย พบว่ามีข้อมูลและตัวเลขที่น่าสนใจ โดยเกือบทุกบริษัทหรือมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ตระหนักดีว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญของความยั่งยืน รวมถึงหลายองค์กรให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของแผนความยั่งยืน”</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่ออุปทานหรืออุปสงค์ด้านพลังงาน ถึง 44เปอร์เซ็นต์ และความสามารถในการฟื้นตัว จำนวน 41 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการเบื้องต้นหรือเทคโนโลยีที่บริษัทต่างๆ ใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านพลังงาน ได้แก่ มาตรการด้านพลังงานและประสิทธิภาพของทรัพยากร จำนวน 51 เปอร์เซ็นต์และพลังงานหมุนเวียนในโรงงาน และการแปลงระบบและการดำเนินงานให้เป็นดิจิทัล ถึง 43 เปอร์เซ็นต์</p>
<p style="font-weight: 400;">หลายองค์กรมองว่า ความยั่งยืนสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ถึง 44 เปอร์เซ็นต์ ช่วยสร้างนวัตกรรมและความสามารถในการแข่งขัน ถึง 42 เปอร์เซ็นต์ และช่วยลดต้นทุน ช่วยให้ประหยัด และผลประโยชน์ทางการเงิน ถึง 38 เปอร์เซ็นต์</p>
<p style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทย  จำนวนถึง 98 เปอร์เซ็นต์ เผยว่าบริษัทมีแผนและมีเป้าหมายด้านความยั่งยืน ขณะที่มีเพียง 53 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ที่ได้นำกลยุทธ์ความยั่งยืนที่ครอบคลุมไปปรับใช้อย่างชัดเจน ทำให้เกิด <strong>ช่องว่างสีเขียว หรือ </strong><strong>Green Gap</strong> ที่ยังไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติ ถึง 45 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว</p>
<p style="font-weight: 400;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ตอกย้ำและมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนด้านความยั่งยืน และได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เสริมพอร์ตโฟลิโอด้านซอฟต์แวร์ นอกเหนือจาก EcoStruxure เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพที่จะนำลูกค้าไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น อาทิ AVEVA, IGE+XAO และ ETAP สำหรับลูกค้าที่ใช้ระบบไฟฟ้าเป็นหลัก และซอฟต์แวร์ RIB, Planon สำหรับอาคาร เป็นต้น เพื่อมอบประสบการณ์ที่ครบวงจรให้กับลูกค้าในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการเดินทางไปสู่ความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24562 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/04-SE-Press-Conference.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">นายมงคลกล่าวว่า “ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีทิศทางที่ชัดเจน พร้อมเป็นเทคคอมพานี (Tech Company) นำเสนอโซลูชั่นและซอฟต์แวร์ตอบโจทย์ให้กับภาคธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเริ่มต้นในการวางแผน การสร้าง ไปจนถึงกระบวนการดำเนินงานอย่างไรให้ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้มีการลงทุนกับเทคโนโลยี AI และแมชชีนเลิร์นนิ่ง มาช่วยลูกค้าในการให้คำปรึกษาเพื่อนำเสนอบริการด้านพลังงานและความยั่งยืน ที่ให้มุมมองเชิงลึกและการวิเคราะห์ในส่วนของพอร์ตด้านพลังงานและความยั่งยืนของบริษัท”</p>
<p style="font-weight: 400;">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในประเทศไทย เป็นองค์กรที่มุ่งมั่นในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนอย่างจริงจัง โดยในปี 2565 ยังได้ริเริ่มโครงการ <a href="https://www.se.com/th/th/work/campaign/local/green-heroes-for-life.jsp" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/work/campaign/local/green-heroes-for-life.jsp&amp;source=gmail&amp;ust=1710862551505000&amp;usg=AOvVaw1vO-Yto2TVKtCuOYS26AAP" target="_blank" rel="noopener">Green Heroes for life</a> เป็นโครงการด้านความยั่งยืน มีเป้าหมายเพื่อช่วยผลักดันชุมชนของพลเมือง ธุรกิจ และสถาบันที่มีความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ให้มีกิจกรรมร่วมกัน</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><em>โดยล่าสุด ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ออกแคมเปญ </em></strong><strong><em><a href="https://www.se.com/th/th/work/campaign/impact-makers/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.se.com/th/th/work/campaign/impact-makers/&amp;source=gmail&amp;ust=1710862551505000&amp;usg=AOvVaw3-cqBsuh0TyZE8GcE0Rwwy" target="_blank" rel="noopener">Impact Maker</a></em></strong><strong><em> </em></strong><strong><em>ที่มุ่งสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ ร่วมและลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงและสร้างโลกที่ยั่งยืนขึ้น ผลักดันเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยการดำเนินการปฏิบัติ ลด </em></strong><strong><em>Green Gap </em></strong><strong><em>ที่ยังคงมีอยู่ เพราะเรื่องความยั่งยืน เราไม่สามารถสร้างได้โดยเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย และต้องนำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วจริง นำมาปรับใช้และช่วยสร้างความยั่งยืน</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/schneider-electric-unlocks-potential-towards-sustainability/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เดินหน้าปลดล็อกองค์กรไทยสู่ความยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผนึกซอฟต์แวร์ และ AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jan 2024 08:14:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare]]></category>
		<category><![CDATA[Healthcare Without Harm]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ขอบเขตความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เฮลธ์แคร์]]></category>
		<category><![CDATA[แดเนียล การ์เซียร์ กิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23317</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น 7% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน สอดคล้องกับการศึกษาจาก Healthcare Without Harm ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ 4.4% โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น 56% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้ นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030 ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน Greenhouse Gas [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ หรือ เฮลธ์แคร์ คือหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คิดเป็น </em></strong><strong><em>7% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด ซึ่งโรงพยาบาลมีการใช้พลังงานและน้ำในปริมาณมาก อีกทั้งยังสร้างของเสียจำนวนมากเช่นกัน </em></strong></p>
<p><span id="more-23317"></span></p>
<p><strong><em>สอดคล้องกับการศึกษาจาก </em></strong><strong><em>Healthcare Without Harm </em></strong><strong><em>ที่ชี้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ เทียบเท่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิทั่วโลกที่ </em></strong><strong><em>4.4% </em></strong><strong><em>โดยสหรัฐอเมริกา จีน และยุโรป คิดเป็น </em></strong><strong><em>56% </em></strong><strong><em>ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมดทั่วโลก</em></strong></p>
<p>องค์การอนามัยโลก ประเมินว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการใช้พลังงานตามสถานพยาบาลต่างๆ มีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ภายในห้าปีข้างหน้า</p>
<p><strong>เมื่อพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงพยาบาลพบว่า 25% เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงาน</strong> ฉะนั้นการลดพลังงานจึงช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการเงินที่ดีขึ้นได้ทันที</p>
<p>สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรด้านการดูแลสุขภาพ คือการพัฒนาและนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาใช้ นอกจากจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามที่กำหนดไว้ในข้อตกลงปารีสแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานได้</p>
<p>นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเหล่านี้ องค์กรทางคลินิกบางแห่งอย่าง Doctors for the Environment Australia ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเรียกร้องให้หลายองค์กรออกมาแสดงความมุ่งมั่นเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ให้ได้ภายในปี 2040 โดยมีเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด คือการลดคาร์บอนให้ได้ 80% ภายในปี 2030</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23340 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตของความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>Greenhouse Gas Protocol</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน ได้นิยามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 3 ขอบเขต (Scope) ด้วยกัน โดยอิงจากความเป็นเจ้าของและระดับของการควบคุมการปล่อยก๊าซ</p>
<p>สำหรับอุตสาหกรรมภาคการดูแลสุขภาพ สอดคล้องตาม <strong>Healthcare Without Harm</strong> การกระจายการปล่อยก๊าซคาร์บอนในขอบเขตความยั่งยืนทั้งหมดได้แก่</p>
<p><strong>Scope 1</strong> คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเผาไหม้ฟอสซิลโดยตรง (เช่นก๊าซธรรมชาติหรือเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะตัวเอง) คิดเป็น 17% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเฮลธ์แคร์ทั่วโลก</p>
<p><strong>Scope 2</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากแหล่งพลังงานที่ซื้อมา (ไฟฟ้า ระบบทำความร้อนและทำความเย็นส่วนกลาง ไอน้ำ และ ฯลฯ) คิดเป็นอีก 12% ขึ้นอยู่กับการสร้างไฟฟ้าจากกริด</p>
<p><strong>Scope 3</strong> การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดอยู่ที่ 71% ซึ่งการปล่อยก๊าซใน Scope 3 ยังเป็นส่วนที่ติดตาม ตรวจสอบและกำจัดได้ยากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับ scope ย่อยต่างๆ เช่นการเดินทางเพื่อธุรกิจ การขนส่งพนักงานและผู้เยี่ยมชม รวมถึงการปล่อยก๊าซจากการลงทุน ซื้อหรือเช่าอุปกรณ์ต่างๆ</p>
<p>องค์กรภาคอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์ทั้งหมด กำลังพัฒนาและนำแผนงานมาใช้ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดใน 3 scope ที่ว่า โดยกลยุทธ์เหล่านี้ประกอบด้วยการดำเนินงานโดยตรงในส่วนของกิจกรรมที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านพลังงานในระยะสั้น ถึงระยะกลาง ตลอดจนระยะยาว เช่นการจัดการวงจรของสินทรัพย์ แผนการลงทุนเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และแผนจัดซื้อพลังงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23341 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>บรรลุ “เน็ต ซีโร่” ด้วยการบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก</strong></p>
<p><strong>กลยุทธ์การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก</strong> ให้แนวทางในการรับมือกับความท้าทายในการบริหารจัดการพลังงาน และเป็นหัวใจหลักของเส้นทางสู่ความยั่งยืนในองค์กร การบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุก คือแนวทางที่ใช้นวัตกรรมสร้างความยั่งยืนโดยเน้นถึงความจำเป็นด้านการดำเนินการและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน</p>
<p><strong>การจัดซื้อและจัดหา</strong> ได้แก่องค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษี การพัฒนางบประมาณ และการคาดการณ์เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ โดยการดำเนินงานด้านเฮลธ์แคร์ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยมุ่งเน้นเพื่อให้บรรลุความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน</p>
<p><strong>ประสิทธิภาพและการวิเคราะห์</strong> ได้แก่การดำเนินงานหลักที่เกี่ยวกับการประเมินการใช้พลังงาน การวัดปริมาณและการวิเคราะห์พลังงาน การผสานรวมระบบควบคุมและระบบอัตโนมัติ รวมถึงการให้การรับรองด้านประสิทธิภาพพลังงาน ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติมากขึ้นที่สถานพยาบาลทั่วไปต่างมองหาแนวทางเพื่อให้ได้รับการรับรองด้านประสิทธิภาพผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่น Green Star และ NABERS สำหรับโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล และ AI มาใช้ในการระบุเพื่อดูว่าการดำเนินงานส่วนใดที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ รวมถึงใช้ออกแบบกลยุทธ์ด้านระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบโครงสร้างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><strong>ความยั่งยืน</strong> ยังรวมถึงกิจกรรมหลักอื่นๆ อย่าง การออกรายงานเกี่ยวกับคาร์บอน การใช้เทคโนโลยีสะอาด การติดตั้งแหล่งพลังงานหมุนเวียน แหล่งผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (DER) และการบริหารจัดการทรัพยากรจากแหล่งที่มาทั้งหมด เช่น พลังงาน น้ำ หรือวัสดุก่อสร้าง ซึ่งองค์กรภาคการดูแลสุขภาพมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างแหล่งพลังงานหมุนเวียน และแนวทางในด้านไมโครกริด เพื่อช่วยลดคาร์บอนและสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าในระบบโครงสร้าง โดยส่วนอื่นๆ ที่ต้องมุ่งเน้นคือการติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทั้ง 3 scope เริ่มจากการวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยตรง ตามด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบด้านความยั่งยืนของซัพพลายเชนอย่างละเอียด</p>
<p>การบริหารจัดการพลังงานเชิงรุก ไม่ใช่กระบวนการที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดและต้องอาศัยความมีส่วนร่วมและการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง องค์กรด้านเฮลธ์แคร์สามารถส่งเสริมเรื่องความยั่งยืนได้ด้วยการปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการพลังงานในองค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23339 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/Pic_Healthcare_TH-3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ในฐานะผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องการสร้างความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการช่วยให้องค์กรด้านการดูแลสุขภาพ บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วย<a href="https://www.se.com/th/th/work/campaign/innovation/overview.jsp" target="_blank" rel="noopener">แพลตฟอร์ม EcoStruxure™</a> และ<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/field-services/" target="_blank" rel="noopener">การบริการจาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</a> ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตร ทั้งการประสานงานและการให้บริการด้านคำปรึกษา ซึ่งสามารถออกแบบกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานในเชิงรุกได้อย่างเหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนในองค์กรเฮลธ์แคร์ ครอบคลุมทั้ง 3 ขอบเขต<a href="https://www.se.com/th/th/work/services/sustainability-business/energy-management-sustainability-services.jsp" target="_blank" rel="noopener">เพื่อความยั่งยืน</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>บทความโดย : แดเนียล การ์เซียร์ กิล ดูแลด้านสถาปัตยกรรม IoT โซลูชั่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/road-to-net-zero-of-healthcare-industry/">เส้นทางสู่ “เน็ต ซีโร่” ของอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มอบโคมไฟโมบิยาสานต่อเจตนารมณ์ &#8216;พลังงานเพื่อชีวิต&#8217; ต่อยอดคุณภาพ​การศึกษา และอาชีพอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/schneider-electric-drive-access-to-energy-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Mar 2023 08:40:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Access to Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Life is On]]></category>
		<category><![CDATA[Mobiya Solar Lanterns]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติชาย โพธิวร]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า เพื่อชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[โคมไฟโมบิยา]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17480</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น จัด โครงการ Access to Energy มอบโคมไฟโมบิยา (Mobiya Solar Lanterns) ให้กับชุมชนบนดอยสูง จำนวน 110 ครัวเรือน นับตั้งแต่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการมอบไปแล้วถึง 1,044 ครัวเรือน เมื่อรวมครั้งล่าสุดเท่ากับได้ช่วยให้ชุมชนได้ใช้พลังงานสะอาด ที่ปลอดภัยถึง 1,154 ครัวเรือนเลยทีเดียว สร้างความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงพลังงาน ต่อยอดคุณภาพด้านการศึกษา และอาชีพได้อย่างยั่งยืน คุณชาติชาย โพธิวร ผู้จัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย “เราได้จัดโครงการ Access to Energy นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมีเจตนารมณ์ให้ทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงพลังงานโดยเสมอภาคกัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เชื่อว่า การเข้าถึงพลังงาน คือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ โดยเราได้มีการมอบโคมไฟโมบิยาให้กับหมู่บ้านชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านพลังงานให้กับชาวมอแกนที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ และในอีกหลายจังหวัดที่พลังงานเข้าไม่ถึง ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ รวมถึงภาคอีสาน จวบจนสิ้นปี พ.ศ. 2561 จะได้ผลรวมทั้งสิ้น 1,044 ครัวเรือน ช่วยประชากรให้เข้าถึงพลังงานได้ราว 4,176 ราย” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/schneider-electric-drive-access-to-energy-project/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มอบโคมไฟโมบิยาสานต่อเจตนารมณ์ &#8216;พลังงานเพื่อชีวิต&#8217; ต่อยอดคุณภาพ​การศึกษา และอาชีพอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong><em>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค</em></strong><em> ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น จัด <strong>โครงการ </strong></em><em><strong>Access to Energy</strong></em><em> </em><em>มอบโคมไฟโมบิยา (</em><em>Mobiya Solar Lanterns</em><em>) ให้กับชุมชนบนดอยสูง จำนวน </em><em>110 </em><em>ครัวเรือน </em></p>
<p><span id="more-17480"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><em>นับตั้งแต่ครั้งแรกในปี พ.ศ. </em><em>2556</em><em> ได้มีการมอบไปแล้วถึง 1,044 ครัวเรือน เมื่อรวมครั้งล่าสุดเท่ากับได้ช่วยให้ชุมชนได้ใช้พลังงานสะอาด ที่ปลอดภัยถึง 1,154 ครัวเรือนเลยทีเดียว สร้างความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงพลังงาน ต่อยอดคุณภาพด้านการศึกษา และอาชีพได้อย่างยั่งยืน</em></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณชาติชาย โพธิวร </strong>ผู้จัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย “เราได้จัดโครงการ <strong>Access to Energy </strong>นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 โดยมีเจตนารมณ์ให้ทุกคนในประเทศไทยเข้าถึงพลังงานโดยเสมอภาคกัน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เชื่อว่า การเข้าถึงพลังงาน คือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ โดยเราได้มีการมอบโคมไฟโมบิยาให้กับหมู่บ้านชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านพลังงานให้กับชาวมอแกนที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ และในอีกหลายจังหวัดที่พลังงานเข้าไม่ถึง ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ รวมถึงภาคอีสาน จวบจนสิ้นปี พ.ศ. 2561 จะได้ผลรวมทั้งสิ้น 1,044 ครัวเรือน ช่วยประชากรให้เข้าถึงพลังงานได้ราว 4,176 ราย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17485 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/7.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับโปรเจ็กต์แรกในโครงการ Access to Energy  ปี 2566 นี้ ได้นำโคมไฟโมบิยาไปมอบให้กลุ่มผู้มีความจำเป็น จำนวน 110 ครัวเรือน ณ หมู่บ้านมอโก้คี และหมู่บ้านใกล้เคียง บ้านขะแนจื้อคี  บ้านมอเคลอะคี และหย่อมหมู่บ้านในละแวก ตำบลแม่อุสุ อ. ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมสาธิตการใช้งาน และเยี่ยมชมการใช้งานจริงในหมู่บ้านในช่วงกลางคืน ตลอดจนมอบของใช้ที่จำเป็นอื่นๆ ให้กับทางศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา บ้านมอโกโพคี แม่ฟ้าหลวง  อาทิ สื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา ปัตตาเลี่ยน หลอดไฟแอลอีดี เสื้อผ้า จานดาวเทียม ถังกักเก็บน้ำ เป็นต้น โดยโครงการ Access to Energy อยู่ภายใต้เจตนารมณ์ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่เชื่อมั่นว่า พลังงานคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17484 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p style="font-weight: 400;">โคมไฟโมบิยา โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผ่านการตกผลึกแนวคิดมาจากอุดมการณ์อันแรงกล้าเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานของประชากรบนโลก ซึ่งโคมไฟโมบิยาได้จดสิทธิบัตร มาพร้อมรางวัลแห่งความทุ่มเท ได้แก่ Grand Prix, Strategies Du Design 2013 และ European Design awards โดยหวังเป็นการจุดประกายอนาคตให้ส่องสว่างในพื้นที่ที่ไร้ด้านพลังงาน ใส่ใจแม้กระทั่งการออกแบบเพื่อให้ใช้งานง่ายและปลอดภัยแม้เด็กเล็กๆ ก็สามารถใช้งานได้ อีกทั้งรูปทรงและรูปแบบ รวมไปถึงฟีเจอร์การใช้งานที่ง่าย เหมาะสำหรับชุมชนที่ห่างไกลพลังงานอย่างแท้จริง” นายชาติชายกล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17481 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><em>การมอบ</em></strong><strong><em>โคมไฟโมบิยา นับเป็นเจตนารมณ์ของเราในการมอบ “พลังงานไฟฟ้า เพื่อชีวิต” มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ไม่มีพลังงาน ได้เข้าถึงพลังงานไฟฟ้า สำหรับครัวเรือนที่อยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้า คนเหล่านี้ล้วนต้องการพลังงานเป็นพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นในการดำรงชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างยามค่ำคืน การศึกษา และการประกอบอาชีพในเวลากลางคืน เช่น การทอผ้า เป็นต้น นอกจากนี้  ไม่ว่าจะด้วยบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่คาดเดาไม่ได้ และจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ โอกาสเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนนับเป็นสิ่งจำเป็น นั่นคือเป้าหมายของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คือการช่วยให้ทุกคนได้ใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราเป็นตัวแทนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิต การทำงาน และความยั่งยืนเพื่อประโยชน์ของทุกคน เราเรียกสิ่งนี้ว่า </em></strong><strong><em>Life Is On</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/schneider-electric-drive-access-to-energy-project/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มอบโคมไฟโมบิยาสานต่อเจตนารมณ์ &#8216;พลังงานเพื่อชีวิต&#8217; ต่อยอดคุณภาพ​การศึกษา และอาชีพอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวดิจิทัลเซอร์วิส บริการเชิงรุก วิเคราะห์ คาดการณ์ ลดดาวน์ไทม์ เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/schneider-electric-new-digital-seervice/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Feb 2023 04:11:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[EcoStruxure Service]]></category>
		<category><![CDATA[IoT]]></category>
		<category><![CDATA[Schneider Electric]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัลเซอร์วิส]]></category>
		<category><![CDATA[วราชัย จตุรสถาพร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17306</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำระดับโลกด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน เปิดตัวดิจิทัลเซอร์วิส ด้วยขุมพลังจาก IoT ร่วมกับ AI อัจฉริยะ ให้ประสิทธิภาพการดำเนินการที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น  ทั้งการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของระบบไฟฟ้าทั้งระบบ คาดการณ์แนวโน้มการเสื่อมสมรรถภาพของอุปกรณ์ พร้อมแจ้งเตือนความล้มเหลวของอุปกรณ์ล่วงหน้า ช่วยลดดาวน์ไทม์ ยืดอายุของอุปกรณ์ไฟฟ้า และแนะนำแผนการบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดดดิจิทัลถูกนำมาใช้ในการทรานส์ฟอร์มและยกระดับธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่ค้าปลีกไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน ได้คิดค้นนวัตกรรมในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลในทุกแง่มุมและทุกกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ดิจิทัลเหมือนเป็นโลกใหม่ที่ช่วยปฏิวัติโลกเก่าให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความยั่งยืน อีกทั้งการควบคุมด้วยดิจิทัลยังช่วยทำให้มองเห็นสถาปัตยกรรมระบบต่างๆ ทั้งในภาพรวม ผ่านซอฟต์แวร์ ช่วยลดความยุ่งยาก และลดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน เพื่อเอาเวลาที่มีค่าไปโฟกัสเรื่องที่สำคัญกว่าแทน นายวราชัย จตุรสถาพร รองประธาน ธุรกิจ Field Services ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา เผยว่า “การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ไม่จำเป็นต้องทำทีเดียว สามารถทำเท่าที่จำเป็นเพื่อที่ธุรกิจจะสามารถวัด ROI ได้ (Return on Investment) ด้วยเทคโนโลยี EcoStruxure ที่เป็นทั้งสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์ม ระบบเปิด ด้วยความสามารถทางด้าน IoT และ AI จึงทำให้บริการดิจิทัลเซอร์วิสของเรามีความครอบคลุมที่สุด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ในการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ช่วยสร้างความยืดหยุ่น และแก้ไขปัญหาของลูกค้า รวมถึงธุรกิจลูกค้าในอนาคตได้ นอกเหนือจากบริการภาคสนามแบบปกติ และทางชไนเดอร์ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลในเรื่องของการวิเคราะห์ ที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงเรื่องของความปลอดภัยทั้งในส่วนของสินทรัพย์ต่างๆ และบุคคล ช่วยปรับเปลี่ยนจากการบำรุงรักษาตามเวลาที่กำหนด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/schneider-electric-new-digital-seervice/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวดิจิทัลเซอร์วิส บริการเชิงรุก วิเคราะห์ คาดการณ์ ลดดาวน์ไทม์ เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong><em>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำระดับโลกด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันด้านการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน เปิดตัวดิจิทัลเซอร์วิส ด้วยขุมพลังจาก </em></strong><strong><em>IoT </em></strong><strong><em>ร่วมกับ </em></strong><strong><em>AI </em></strong><strong><em>อัจฉริยะ ให้ประสิทธิภาพการดำเนินการที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น </em></strong></p>
<p><span id="more-17306"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong><em>ทั้งการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของระบบไฟฟ้าทั้งระบบ คาดการณ์แนวโน้มการเสื่อมสมรรถภาพของอุปกรณ์ พร้อมแจ้งเตือนความล้มเหลวของอุปกรณ์ล่วงหน้า ช่วยลดดาวน์ไทม์ ยืดอายุของอุปกรณ์ไฟฟ้า และแนะนำแผนการบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว</em></strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดดดิจิทัลถูกนำมาใช้ในการทรานส์ฟอร์มและยกระดับธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่ค้าปลีกไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชัน ได้คิดค้นนวัตกรรมในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลในทุกแง่มุมและทุกกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ดิจิทัลเหมือนเป็นโลกใหม่ที่ช่วยปฏิวัติโลกเก่าให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความยั่งยืน อีกทั้งการควบคุมด้วยดิจิทัลยังช่วยทำให้มองเห็นสถาปัตยกรรมระบบต่างๆ ทั้งในภาพรวม ผ่านซอฟต์แวร์ ช่วยลดความยุ่งยาก และลดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน เพื่อเอาเวลาที่มีค่าไปโฟกัสเรื่องที่สำคัญกว่าแทน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17309 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/คุณวราชัย-จตุรสถาพร-รองประธาน-ธุรกิจ-Field-Services-ดูแลประเทศไทย-ลาว-และเมียนมา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายวราชัย จตุรสถาพร รองประธาน ธุรกิจ </strong><strong>Field Services </strong><strong>ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา</strong> เผยว่า “การทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ไม่จำเป็นต้องทำทีเดียว สามารถทำเท่าที่จำเป็นเพื่อที่ธุรกิจจะสามารถวัด ROI ได้ (Return on Investment) ด้วยเทคโนโลยี EcoStruxure ที่เป็นทั้งสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์ม ระบบเปิด ด้วยความสามารถทางด้าน IoT และ AI จึงทำให้บริการดิจิทัลเซอร์วิสของเรามีความครอบคลุมที่สุด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง ในการเป็นผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ช่วยสร้างความยืดหยุ่น และแก้ไขปัญหาของลูกค้า รวมถึงธุรกิจลูกค้าในอนาคตได้ นอกเหนือจากบริการภาคสนามแบบปกติ และทางชไนเดอร์ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลในเรื่องของการวิเคราะห์ ที่จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงเรื่องของความปลอดภัยทั้งในส่วนของสินทรัพย์ต่างๆ และบุคคล ช่วยปรับเปลี่ยนจากการบำรุงรักษาตามเวลาที่กำหนด หรือแบบไทม์เบส ซึ่งต้องชัตดาวน์ระบบทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจ มาเป็นคอนดิชั่นเบส ทำให้เกิดการลดต้นทุนด้านการซ่อมบำรุง และต้นทุนการสูญเสียในการหยุดสายการผลิตต่างๆ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้านการดำเนินงาน รวมถึงสร้างความยั่งยืนได้อีกด้วย”</p>
<p style="font-weight: 400;">ดิจิทัลเซอร์วิสของชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นมิติใหม่แห่งการบริการด้านการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ไม่ใช่เพียงแค่บริการภาคสนามเพียงอย่างเดียว ยังมีการผนวกบริการดิจิทัล ด้วย EcoStruxure ที่ให้ศักยภาพด้าน IOT และใช้ AI มาช่วยในการวิเคราะห์ มีการบริการที่โดดเด่นได้แก่</p>
<p style="font-weight: 400;">EcoStruxure Service Plans มิติใหม่แห่งการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าด้วยบริการดิจิทัลตลอดอายุสัญญา ที่ให้บริการครอบคลุมถึงระบบ IoT ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ และปรับปรุงอุปกรณ์ที่ลูกค้ามีอยู่ โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทรานส์ฟอร์มระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ด้วยซอฟต์แวร์ ระบบวิเคราะห์ และอุปกรณ์เชื่อมต่อกับดิจิทัล ช่วยลดความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้าขัดข้อง ลดกิจกรรมด้านการบํารุงรักษา ลดค่าใช้จ่ายในการดําเนินการเอง ลดเวลาขัดข้องที่ไม่ได้วางแผนไว้ตลอดจนยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และสินทรัพย์</p>
<p style="font-weight: 400;">EcoStruxure Asset Advisor ช่วยเสนอแนวทางในการจ่ายไฟฟ้าและการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้า ประเมินผลข้อมูลแบบเรียลไทม์จากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อ ใช้การวิเคราะห์ขั้นสูงเพื่อระบุภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ให้ความสามารถในการคาดการณ์และแก้ไขปัญหาก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการหยุดทำงานโดยไม่ได้วางแผน ความสูญเสียจากการปฏิบัติงาน และการบำรุงรักษาที่มีราคาแพง ซึ่งลูกค้าหรือผู้ใช้งานสามารถดำเนินการด้วยตนเองอีกทั้งยังสามารถใช้บริการ Service Bureau ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจาก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่คอยดูแลและให้บริการตลอด 24&#215;7</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17308 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/02-Digital-Services.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">โดยบริการดิจิทัลของชไนเดอร์ อิเล็คทริค มี 2 แพคเกจหลัก ได้แก่</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>Preventive Services </strong>เป็นการบริการเชิงป้องกัน ดูเทรนด์ของระบบ สามารถตรวจสอบได้ ช่วยให้มองเห็นภาพรวมและสถานะของอุปกรณ์ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในแบบเรียลไทม์ พร้อมการแจ้งเตือนอัจฉริยะเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ นอกจากนี้ตลอดแพ็คเกจการใช้งานจะมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในระบบตลอด 24 ชม. พร้อมกับการรายงานให้แบบรายเดือน</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>Predictive Services </strong>เป็นการบริการเชิงคาดการณ์ ได้รับบริการพื้นฐานเหมือนกับ Preventive Services แต่จะมีความแตกต่าง อาทิ เช่น การรายงานข้อมูล ‘เชิงลึก’ แบบกำหนดเองได้ มีทีมงานช่วยดูแลและให้คำปรึกษาพร้อมการแจ้งเตือน ‘โดยตรง’ ตลอด 24 ชั่วโมง และการคาดการแนวโน้มการซ่อมบำรุงในส่วนต่างๆ ทำให้ลดการเกิดดาวน์ไทม์ หรือเหตุขัดข้องโดยไม่ได้เตรียมการล่วงหน้าได้ โดยผู้ใช้งานจะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้สามารถรับมือกับปัญหาได้ทันท่วงที หรือก่อนที่จะเกิดเหตุ พร้อมทั้งช่วยให้สามารถรู้ และแจ้งเตือน ช่วงเวลาในการซ่อมบำรุงของอุปกรณ์ต่างๆ ได้เมื่อถึงเวลา หรือใกล้เสื่อมประสิทธิภาพ และเมื่อใกล้หมดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์</p>
<p style="font-weight: 400;">“การเปลี่ยนระบบไฟฟ้าให้เป็นดิจิทัล เป็นการแก้ปัญหาความท้าทายของระบบไฟฟ้าในอดีต ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ โดยเฉพาะการดาวน์ไทม์ที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากการเสื่อมของอุปกรณ์ที่มีอยู่ หรือจากปัจจัยสภาวะแวดล้อมต่างๆ เมื่อเปลี่ยนเป็นดิจิทัลแล้ว ทำให้สามารถเข้าถึงและมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของระบบไฟฟ้า รวมถึงประสิทธิภาพ ในแบบเรียลไทม์ และย้อนหลังได้ ทำให้สามารถวิเคราะห์ คาดการณ์แนวโน้มของระบบได้อย่างมั่นใจ” นายวราชัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/schneider-electric-new-digital-seervice/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดตัวดิจิทัลเซอร์วิส บริการเชิงรุก วิเคราะห์ คาดการณ์ ลดดาวน์ไทม์ เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชไนเดอร์ อิเล็คทริค รับรางวัล CSR-DIW 4 ปีซ้อน [PR.NEWS]</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2017/11/schneider-electric-diw-awards-2017/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Nov 2017 13:13:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CSR-DIW Continuous Award 2017]]></category>
		<category><![CDATA[ISO 26000]]></category>
		<category><![CDATA[PR.NEWS]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[กรมโรงงานอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ชไนเดอร์ อิเล็คทริค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=154</guid>

					<description><![CDATA[<p>รางวัลดังกล่าวได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณามอบให้แก่สถานประกอบการที่ปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานที่อ้างอิงตาม ISO 26000 (Social Responsibility) หรือมาตรฐานสากลความรับผิดชอบต่อสังคม รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ชาติชาย โพธิวร (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โรงงานชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เป็นตัวแทนเข้ารับมอบรางวัลมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง หรือ CSR-DIW Continuous Award (Corporate Social Responsibility- Department of Industrial Works) ประจำปี 2560 จากอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ (ที่ 3 จากขวา) รองอธิบดี กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม &#160;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/schneider-electric-diw-awards-2017/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค รับรางวัล CSR-DIW 4 ปีซ้อน [PR.NEWS]</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-156 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2017/11/SDThailand-Schneider-Electric-DIW-Awards-2017.jpg" alt="" width="800" height="531" /></p>
<p><strong>รางวัลดังกล่าวได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณามอบให้แก่สถานประกอบการที่ปฏิบัติงานภายใต้มาตรฐานที่อ้างอิงตาม ISO 26000 (Social Responsibility) หรือมาตรฐานสากลความรับผิดชอบต่อสังคม</strong></p>
<p><span id="more-154"></span></p>
<p>รางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค</p>
<p><strong>ชาติชาย โพธิวร</strong> (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โรงงานชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประเทศไทย เป็นตัวแทนเข้ารับมอบรางวัลมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง หรือ CSR-DIW Continuous Award (Corporate Social Responsibility- Department of Industrial Works) ประจำปี 2560 จาก<strong>อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์</strong> (ที่ 3 จากขวา) รองอธิบดี กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2017/11/schneider-electric-diw-awards-2017/">ชไนเดอร์ อิเล็คทริค รับรางวัล CSR-DIW 4 ปีซ้อน [PR.NEWS]</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
