<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ซันโทรี่ เบฟเวอร์เรจ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jan 2024 05:18:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ซันโทรี่ เบฟเวอร์เรจ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ” ปีที่ 3 เดินหน้าส่งต่อความรู้อนุรักษ์น้ำให้เด็กไทย  แบบจำขึ้นใจด้วยห้องเรียนสิ่งแวดล้อม ที่ค่ายเยาวชนรักษ์น้ำ จ.กระบี่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/suntory-mizuiku-save-water-for-sustainable-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jan 2024 05:18:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Accelerating change]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<category><![CDATA[Mizuiku]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory Beverage & Food Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายรักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[จงรักษ์ ฐินะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เบฟเวอร์เรจ]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ด.ช. ปริยวิศย์ รอบคอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ด.ช. สุกฤษฎิ์  อินบัว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิรินทิพย์ เพชรหนองชุม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เร่งการเปลี่ยนแปลง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ]]></category>
		<category><![CDATA[โอเมอร์ มาลิค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23294</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต มีตัวเลขที่น่าสนใจคือ 97 % ของปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลกเป็น  น้ำทะเลในมหาสมุทร มีเพียง 3% เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด และมีน้ำจืดเพียง 0.3 ส่วนเท่านั้นที่เป็นน้ำผิวดินที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ สำหรับประเทศไทยในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาเกี่ยวกับน้ำอย่างต่อเนื่อง อาทิ สถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรง ปัญหาแหล่งน้ำเสื่อมโทรม และปนเปื้อนสารพิษอันมีสาเหตุมาจากชุมชนเมือง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ดังนั้นเรามีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันดูแล รักษา ทรัพยากรน้ำจืดที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พอเพียง ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างสมดุลย์ของระบบนิเวศ และสมบูรณ์ต่อการนำมาใช้ประโยชน์ของมนุษย์ในอนาคต ส่วนในระดับโลกปี 2023 นับเป็นครึ่งทศวรรษแห่งการร่วมลงมือปฏิบัติของทุกประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำและสุขาภิบาล องค์การสหประชาชาติจึงกำหนดประเด็นรณรงค์เนื่องในวันน้ำโลกประจำปี 2023 นี้ ว่า“Accelerating change” หรือ “เร่งการเปลี่ยนแปลง” โดยรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน “Be the change you want to see in the world.” หรือ “ร่วมกันเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คุณอยากเห็นในโลกใบนี้” เพื่อจุดประกายความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ให้กับกลุ่มเยาวชนท้องถิ่น สร้างความพร้อมในการเป็นพลเมืองสิ่งแวดล้อม ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/suntory-mizuiku-save-water-for-sustainable-thailand/">“โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ” ปีที่ 3 เดินหน้าส่งต่อความรู้อนุรักษ์น้ำให้เด็กไทย  แบบจำขึ้นใจด้วยห้องเรียนสิ่งแวดล้อม ที่ค่ายเยาวชนรักษ์น้ำ จ.กระบี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>น้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต มีตัวเลขที่น่าสนใจคือ </em><em>97 % </em><em>ของปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลกเป็น  น้ำทะเลในมหาสมุทร มีเพียง </em><em>3% </em><em>เท่านั้นที่เป็นน้ำจืด และมีน้ำจืดเพียง </em><em>0.3 </em><em>ส่วนเท่านั้นที่เป็นน้ำผิวดินที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ </em></p>
<p><span id="more-23294"></span></p>
<p><em>สำหรับ</em><em>ประเทศไทยในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาเกี่ยวกับน้ำอย่างต่อเนื่อง อาทิ สถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรง ปัญหาแหล่งน้ำเสื่อมโทรม และปนเปื้อนสารพิษอันมีสาเหตุมาจากชุมชนเมือง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ดังนั้นเรามีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกันดูแล รักษา ทรัพยากรน้ำจืดที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พอเพียง ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างสมดุลย์ของระบบนิเวศ และสมบูรณ์ต่อการนำมาใช้ประโยชน์ของมนุษย์ในอนาคต</em><em> ส่วนในระดับโลกปี </em><em>2023 </em><em>นับเป็นครึ่งทศวรรษแห่งการร่วมลงมือปฏิบัติของทุกประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมาย</em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23298 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/9.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><em>การพัฒนาที่ยั่งยืนด้านน้ำและสุขาภิบาล องค์การสหประชาชาติจึงกำหนดประเด็นรณรงค์เนื่องในวันน้ำโลกประจำปี </em><em>2023</em><em> นี้ ว่า</em><strong><em>“Accelerating change”</em></strong><em> </em><em>หรือ</em><em> <strong>“</strong></em><strong><em>เร่งการเปลี่ยนแปลง”</em></strong><em> </em><em>โดยรณรงค์ให้ทุกภาคส่วน</em><em> <strong>“Be the change you want to see in the world.”</strong> </em><em>หรือ <strong>“ร่วมกันเปลี่ยนแปลง สิ่งที่คุณอยากเห็นในโลกใบนี้”</strong></em></p>
<p>เพื่อจุดประกายความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ให้กับกลุ่มเยาวชนท้องถิ่น สร้างความพร้อมในการเป็นพลเมืองสิ่งแวดล้อม <strong>ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย</strong> ร่วมกับ <strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </strong>และ <strong>ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (</strong><strong>EEC) </strong>ผนึกกำลังสร้างสรรค์โครงการรักษ์นํ้ามิตซุยกุ ปีที่ 3 โดยจัดกิจกรรม “ค่ายรักษ์น้ำ” เพื่อปั้นเด็กไทยให้มีใจรักสิ่งแวดล้อม ดูแลสายน้ำบ้านเกิดของตัวเอง ตามแนวคิด “รักษ์น้ำ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน” สอดรับกับพันธกิจระดับประเทศและระดับโลก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23299 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ล่าสุดจัดกิจกรรม “<strong>ค่ายรักษ์น้ำ</strong>” ในพื้นที่ทะเล จ.กระบี่ โดยมีตัวแทนครูและนักเรียน จากโรงเรียนบ้านเกาะจำ อ.เหนือคลอง และโรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ อ.อ่าวลึก ทั้งหมด 30  คน ร่วมเวิร์คชอป เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากห้องเรียนสิ่งแวดล้อม พร้อมเรียนรู้วิถีธรรมชาติสัตว์น้ำและท้องทะเล ณ อ่าวมาหยา อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ให้เด็กๆได้รู้จักรัก หวงแหน และปกป้องสายน้ำบ้านเกิดของตัวเอง</p>
<p>“โครงการรักษ์นํ้ามิตซุยกุ” ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งต่อองค์ความรู้ในการอนุรักษ์แหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ โดยจุดมุ่งหมายในปีนี้ เป็นการขยายโครงการรักษ์น้ำ ต้นแบบกระบวนการเรียนรู้จากระดับจังหวัดสู่ระดับประเทศ โดยดำเนินการกับเด็กและครูใน 4 จังหวัด 4 ภูมิภาค แบ่งออกเป็นพื้นที่ต้นน้ำ เริ่มจากในพื้นที่จังหวัดเชียงรายให้ได้เรียนรู้วิธีการรักษาต้นน้ำจากป่า มาสู่พื้นที่กลางน้ำ จังหวัดอุบลราชธานี ให้ได้เรียนรู้และรักษ์น้ำในวิถีชีวิตริมน้ำโขง จนมาถึงพื้นที่ปลายน้ำ จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ได้เรียนรู้ความสำคัญของน้ำในการทำมาหากิน ด้วยการเลี้ยงปลากระพง ก่อนที่จะส่งต่อมายังในพื้นที่ท้องทะเล จังหวัดกระบี่เป็นค่ายสุดท้าย ให้ได้เรียนรู้ การอนุรักษ์แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบห้องเรียนธรรมชาติ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-23300 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/7.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>จงรักษ์ ฐินะกุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมและเผยแพร่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  </strong>กล่าวว่า “กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมศึกษาของประเทศไทย ที่ครอบคลุมทุกมิติทั้งในและนอกระบบการศึกษา เพื่อสร้าง “พลเมืองเพื่อสิ่งแวดล้อม” ให้สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแล อนุรักษ์ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้ โดยมีเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล (Eco School) หรือโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปลูกฝังเรื่องความรับผิดชอบและความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเด็ก</p>
<p>ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ที่ได้มีการขับเคลื่อนโครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ ที่มุ่งมั่นส่งเสริมและให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการอนุรักษ์น้ำและฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้กับเยาวชน โดยนักเรียนในเครือข่ายโรงเรียนอีโคสคูล และเครือข่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมโครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุปีที่ 3 ซึ่งส่งผลดีต่อเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่องระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำและการจัดการน้ำตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนได้รับการพัฒนาด้านทักษะไม่ว่าจะเป็น ทักษะการเก็บข้อมูล การคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม การทดลอง การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม (น้ำ-ดิน) อย่างง่าย และการผลิตคลิปวีดิโอสั้นเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเด็ก ๆ ได้รับประสบการณ์ตรงจากการได้ลงมือปฏิบัติจริง และเมื่อเด็กกลุ่มนี้กลับไปที่โรงเรียน เขาสามารถถ่ายทอดและต่อยอดสิ่งที่ได้รับ ไปสู่กิจกรรมการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน ตลอดจนเป็นผู้นำในกลุ่มเด็ก ๆ ด้วยกันเองในการขับเคลื่อนการทำกิจกรรมด้านการอนุรักษ์น้ำ รวมถึงสิ่งแวดล้อมด้านอื่น ๆ ในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23297 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/2-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>มร.โอเมอร์ มาลิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซันโทรี่ เบฟเวอร์เรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และอินโดไชน่า  </strong>กล่าวว่า “หนึ่งในพันธกิจของ ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด คือความรับผิดชอบต่อธรรมชาติและสังคม เราจึงมีความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งโครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ เกิดจากความต้องการส่งเสริมและให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้กับเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องน้ำซึ่งมีความสำคัญ ต่อระบบนิเวศและการดำเนินชีวิต เพื่อตอกย้ำปรัชญาของซันโทรี่ ที่ว่า ‘Growing for Good’ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>“ในปี2566 นี้ โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยเป็นการทำงานร่วมกับศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา หรือ EEC และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด ‘รักษ์น้ำ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืน’ (Save Water and Save Nature for a Sustainable Thailand) โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การจุดประกายให้คุณครู สามารถส่งต่อความตระหนักรู้และแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน รวมทั้งสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบ ตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาของท้องถิ่น เกิดมุมมอง และทักษะที่รอบด้าน มองเห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและปกป้องดูแลทรัพยากรน้ำในบ้านเกิดของตนเอง เพื่อนำไปสู่การสร้าง ‘พลเมืองสิ่งแวดล้อม’ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของซันโทรี่ ที่เติบโตไปพร้อมกับการสร้างพลังบวกและความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมชาติในการขับเคลื่อนเรื่องการอนุรักษ์น้ำต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23295 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/1.jpg" alt="" width="491" height="738" /></p>
<p><strong>อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (</strong><strong>EEC) </strong>กล่าวว่า “ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาให้ความสำคัญกับการทำงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติร่วมกับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ทั่วภูมิภาค เพราะพวกเขาคืออนาคตของชาติ ซึ่งในเวลา 3 ปีที่ผ่านมาโครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ เรื่องน้ำที่เชื่อมต่อกับทุกๆ ภูมิภาคของประเทศ ทำให้เด็กๆในพื้นที่ได้มีความเข้าใจว่าการดำรงชีวิตของตัวเอง สร้างผลกระทบอะไรให้กับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และทะเล รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการดูแลสิ่งแวดล้อมระดับชาติในสังคมของเยาวชน นอกจากนี้การได้รวมตัวกับภาครัฐและเอกชน ก่อให้เกิดพลัง และเกิดการสนับสนุนอย่างทั่วถึง โครงการในปีนี้จึงมีโอกาสสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ ในการเพิ่มเติมองค์ความรู้เรื่องน้ำผ่านห้องเรียนธรรมชาติ ให้กับผู้เข้าร่วมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นความหวังที่จะได้เห็นเยาวชนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมในอนาคต”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23303 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/11-1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ในส่วนคุณครูที่เข้าร่วมโครงการได้ร่วมแสดงความรู้สึกไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มจาก <strong>วินัส วารีกุล</strong> หรือ <strong>ครูวิด</strong> จากโรงเรียนบ้านเกาะจำ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ กล่าวว่า“โรงเรียนของเรามีทะเลล้อมรอบ มีทั้งชายหาดและป่าชายเลน  ซึ่งต้องเจอกับปัญหาทิ้งขยะลงทะเล  การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นความสำคัญของการบริหารจัดการเรื่องขยะ การใช้ชีวิตประจำวันของเรานั้นสำคัญต่อการรักษาน้ำอย่างไร ซึ่งเด็กๆ ที่เข้าค่ายรักษ์น้ำครั้งนี้ ได้เรียนรู้และจะนำไปส่งต่อให้เพื่อนๆ ส่งต่อให้กับครอบครัวของเขาต่อไป”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23301 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/8.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ส่วน<strong> ศิรินทิพย์ เพชรหนองชุม </strong>หรือ<strong> ครูเปิ้ล</strong> จากโรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์    อ.อ่าวลึก จ.กระบี่กล่าวว่า “ได้รับความรู้ และแรงบันดาลใจในการส่งต่อความรู้เรื่องการอนุรักษ์น้ำและทรัพยากรเป็นอย่างมากค่ะ เป็นโครงการที่ดีมากๆ ต้องขอบคุณทางบริษัทซันโทรี่ เบฟเวอร์เรจ แอนด์ ฟู้ดที่จัดค่ายแบบนี้ขึ้นมา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พานักเรียนออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียน เด็กๆ สนุกกันมาก และที่สำคัญเขาได้เรียนรู้ ได้เห็นกับตา ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และได้เปิดโลกกว้าง จากเดิมที่พวกเขาเรียนรู้ทุกอย่างในห้องเรียนสี่เหลี่ยม การเข้าค่ายรักษ์น้ำครั้งนี้ ยิ่งทำให้พวกเขารักและหวงแหนทรัพยากรบ้านเกิดมากขึ้นไปอีก ขณะเดียวกันตัวครูเองก็ได้พัฒนาเจตคติที่ดี นำความรู้นี้ไปสอนเด็กๆ ต่อไปค่ะ”</p>
<p>สำหรับมุมมองของเด็กๆ ที่เข้าร่วม “ค่ายรักษ์น้ำ” จ.กระบี่ อย่าง <strong>ด.ช. สุกฤษฎิ์  อินบัว</strong> หรือ <strong>นิค</strong> นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านเกาะจำ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เล่าถึงความประทับใจในการเข้าค่ายรักษ์น้ำครั้งนี้ว่า  “ผมชอบตอนดำน้ำที่สุดครับ และฉลามไม่น่ากลัวอย่างที่เราคิด ฉลามในหนังนั้นน่ากลัว แต่พอเราได้ดำน้ำลงไปเห็นฉลาม เราได้เรียนแล้วว่าเขามีนิสัยอย่างไร และเขารักษาสมดุลให้กับท้องทะเล เราต้องช่วยกันดูแลไม่ให้เขาสูญพันธุ์ครับ ผมจะกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง แล้วช่วยกันไม่ทิ้งขยะลงทะเลครับ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23304 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/12.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ในขณะที่ <strong>ด.ช. ปริยวิศย์ รอบคอบ</strong> หรือ <strong>โกโก้</strong> นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ จ.กระบี่ ก็เล่าว่า “ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์หลายอย่างเลยครับ ในเรื่องอนุรักษ์น้ำและทรัพยากร บางเรื่องเราไม่เคยรู้มาก่อน เช่น ผมไม่เคยรู้ว่าปลาฉลามมีความสำคัญกับระบบนิเวศมาก การเข้าค่ายรักษ์น้ำนี้ มันต่างจากการเรียนในห้องมาก เราอยู่ในห้องเรียน เราจำแล้วเราก็ลืม แต่วันนี้ที่เรามาค่ายรักษ์น้ำ เราได้ทำ เราจำ และเราจะไม่ลืม แต่เราจะนำไปปฏิบัติต่อครับ”</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 3 วันของกิจกรรมค่ายรักษ์น้ำ จ.กระบี่ นักเรียน และคุณครูที่ร่วมโครงการ ได้เรียนรู้การอนุรักษ์แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบห้องเรียนธรรมชาติ ได้เรียนรู้ความสำคัญของน้ำ ได้ร่วมกันคิดวิธีดูแลสายน้ำบ้านเกิดของตัวเองผ่านกิจกรรมมิตซุยกุ เวิร์คช็อป นอกจากนั้นยังได้เปิดโลกกว้าง สัมผัสความงามของท้องทะเลในกิจกรรมดำน้ำตื้น และยังได้ทำความรู้จักกับวิถีชีวิตของฉลาม ผู้รักษาสมดุลแห่งท้องทะเลมากยิ่งขึ้นที่ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล ก่อนที่จะปิดท้ายกิจกรรมด้วยการ สรุปผลการเรียนรู้ที่ได้รับจากการสัมผัสธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากประสบการณ์จริง พร้อมนำเสนอผลงานร่วมกันระหว่างนักเรียน และคุณครู</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23302 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/10.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ทั้งนี้ โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุได้วางแผนการดำเนินงานโครงการระยะยาวต่อเนื่อง 3 ปี โดยปีแรกคือปี 2566 เป็นจุดเริ่มต้นในการเพาะเมล็ดพันธุ์ ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและน้ำในพื้นที่ ปี 2567 คือการขยายเมล็ดพันธุ์ด้วยการเพิ่มจำนวนคน และสร้างการรับรู้ที่เพิ่มขึ้น และปี 2568 เป็นปีแห่งการปลูกเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นการนำต้นแบบการเรียนรู้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรโรงเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือโรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School) และสร้างฐานการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและน้ำออกไปให้กว้างที่สุด เพื่อสร้างพลเมืองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด</p>
<p><iframe loading="lazy" title="A Mizuiku Story 2023" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/SxuF4NLdqhc?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/suntory-mizuiku-save-water-for-sustainable-thailand/">“โครงการรักษ์น้ำมิตซุยกุ” ปีที่ 3 เดินหน้าส่งต่อความรู้อนุรักษ์น้ำให้เด็กไทย  แบบจำขึ้นใจด้วยห้องเรียนสิ่งแวดล้อม ที่ค่ายเยาวชนรักษ์น้ำ จ.กระบี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
