<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ซีพี &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Sep 2026 14:20:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ซีพี &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ซีพี&#8217; เปิด Sustainability Report 2026 ลดสโคป 3 แล้ว 9.39% พร้อมเม็ดเงินลงทุนสิ่งแวดล้อม 5,119 ล้านบาท เม็ดเงิน R&#038;D 35,390 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/cp-sustainability-report-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2026 14:20:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable energy]]></category>
		<category><![CDATA[SD Report]]></category>
		<category><![CDATA[SGDs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Report 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เครือซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44182</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผย รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) สะท้อนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โดยมองว่ารายงานความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเปิดเผยข้อมูลหรือสรุปผลการดำเนินงาน แต่เป็น กลไกสำคัญ ในการกำหนดเป้าหมาย ติดตามความก้าวหน้า สร้างความโปร่งใส และผลักดันองค์กรให้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และกติกาการค้าโลกยุคใหม่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การจัดทำรายงานความยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าการรวบรวมผลการดำเนินงานในแต่ละปี เพราะการมีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วสร้างผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด ยังมีช่องว่างใดที่ต้องพัฒนา และเรื่องใดที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป “รายงานความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงรายงานว่าองค์กรทำอะไรไปแล้ว แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์กรรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย มีตัวชี้วัด ติดตามผล และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ก็จะทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเจตนารมณ์ แต่กลายเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่สามารถวัดผลและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง” แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแก้ปัญหาความท้าทายของโลก และเคยเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงตลาดทุนทั่วโลก ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำ Sustainability Report เป็นมาตรฐานสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/cp-sustainability-report-2026/">&#8216;ซีพี&#8217; เปิด Sustainability Report 2026 ลดสโคป 3 แล้ว 9.39% พร้อมเม็ดเงินลงทุนสิ่งแวดล้อม 5,119 ล้านบาท เม็ดเงิน R&#038;D 35,390 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)</strong> เปิดเผย รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) สะท้อนความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่ผลลัพธ์ที่วัดผลได้ โดยมองว่ารายงานความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเครื่องมือเปิดเผยข้อมูลหรือสรุปผลการดำเนินงาน แต่เป็น <strong>กลไกสำคัญ </strong>ในการกำหนดเป้าหมาย ติดตามความก้าวหน้า สร้างความโปร่งใส และผลักดันองค์กรให้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และกติกาการค้าโลกยุคใหม่</p>
<p><span id="more-44182"></span></p>
<p><strong>ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ </strong>ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร และการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การจัดทำรายงานความยั่งยืนมีความสำคัญมากกว่าการรวบรวมผลการดำเนินงานในแต่ละปี เพราะการมีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ทำให้องค์กรสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่ดำเนินการไปแล้วสร้างผลลัพธ์มากน้อยเพียงใด ยังมีช่องว่างใดที่ต้องพัฒนา และเรื่องใดที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป</p>
<p><em>“รายงานความยั่งยืนไม่ควรเป็นเพียงรายงานว่าองค์กรทำอะไรไปแล้ว แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่ทำให้องค์กรรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป เมื่อเรากำหนดเป้าหมาย มีตัวชี้วัด ติดตามผล และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ก็จะทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเจตนารมณ์ แต่กลายเป็นกระบวนการบริหารจัดการที่สามารถวัดผลและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง”</em></p>
<p>แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ <strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์</strong> รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแก้ปัญหาความท้าทายของโลก และเคยเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงตลาดทุนทั่วโลก ผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนจัดทำ Sustainability Report เป็นมาตรฐานสำคัญ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ยกระดับความโปร่งใส และทำให้การดำเนินธุรกิจคำนึงถึงมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน</p>
<p><em>&#8220;คุณศุภชัยเคยชี้ให้เห็นว่า ระบบตลาดทุนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ และแม้ที่ผ่านมาได้ยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียมาอย่างต่อเนื่อง แต่โลกวันนี้จำเป็นต้องก้าวไปอีกขั้นสู่ “ความยั่งยืนเชิงระบบ” โดยการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนจะช่วยสร้างทั้งความตระหนักรู้ ความรับผิดชอบ และแรงขับเคลื่อนให้องค์กรนำเรื่อง ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์และการดำเนินธุรกิจ&#8221;</em></p>
<p><strong>ดร.ธีระพล </strong>กล่าวว่า สำหรับเครือซีพี หลักคิดดังกล่าวถูกนำมาสู่การปฏิบัติภายใต้ค่านิยม “3 ประโยชน์” ที่ยึดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรเป็นลำดับสุดท้าย รวมถึง 3 เสาหลักด้านความยั่งยืน ได้แก่  การกำกับดูแลกิจการ หรือ Heart: Living Rights, การดูแลสังคม หรือ Health: Living Well, และการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม หรือ Home: Living Togetherโดยมุ่งทำให้เป้าหมายด้านความยั่งยืนสามารถเชื่อมโยงลงไปสู่การดำเนินงานจริง ทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>หนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของปี 2568 คือ <strong>การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม Scope 3 ซึ่งลดลง 9.39%</strong>  โดยมีปริมาณการปล่อยอยู่ที่ 76.87 ล้านต้น CO2e ต่อปี ผ่านการดำเนินตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยเฉพาะการทำงาน ร่วมกับเกษตรกร ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการผลักดันระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อยืนยันที่มาของวัตถุดิบทางการเกษตรที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน</p>
<p>ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานโดยตรงใน Scope 1 และ Scope 2  เมื่อเทียบจากฐานในปี 2564 สามารถลดการล่อยก๊าซเรือนกระจก​ลงได้แล้ว 19.32% จากเป้าหมายที่ต้องการลด 42% ตาม Science-base Targets ภายในปี 2573</p>
<p>รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ในกระบวนการผลิตเป็น 18% และสามารถนำขยะหรือของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ (Waste Utilization) ได้ถึง 87.90% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050  พร้อมทั้งได้​มีการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนเงิน 5,119 ล้านบาท</p>
<p>นอกเหนือจากมิติสิ่งแวดล้อม เครือซีพียังสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) จำนวน 35,390 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยีการเกษตรยุคใหม่ ตลอดจนดำเนินโครงการส่งเสริมความเท่าเทียมทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Education for Equality) ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีส่วนสร้างโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้แก่ประชาชนทั่วโลกกว่า 35.8 ล้านคน</p>
<p><strong>ดร.ธีระพล </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า ความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นจากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมผู้ประกอบการ คู่ค้า เกษตรกร และผู้บริโภคจำนวนมาก การกำหนดเป้าหมายและเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส จึงช่วยส่งต่อมาตรฐานและสร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันทั้งระบบ</p>
<p><em>“ความยั่งยืนไม่ใช่เป้าหมายปลายทาง แต่เป็นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รายงานความยั่งยืนจึงไม่ใช่บทสรุปของสิ่งที่เราทำสำเร็จ แต่เป็นทั้งกระจกที่ทำให้เราเห็นผลการดำเนินงานของตัวเอง และเข็มทิศที่บอกว่าเรายังต้องพัฒนาเรื่องใดต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำข้อมูลเหล่านี้กลับไปสู่การลงมือทำ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกัน”</em></p>
<p>ทั้งนี้ เครือซีพีจัดทำรายงานความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 โดย รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 นับเป็นรายงานฉบับที่ 10 ครอบคลุมผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทใน 8 สายธุรกิจ ใน 23 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงความคืบหน้าในการบรรลุยุทธศาสตร์และเป้าหมายความยั่งยืนทั้ง 15 เป้าหมาย ตลอดจนการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำหนดขอบเขตการรายงานจากบริษัทที่เครือฯ ถือครองหุ้นในสัดส่วนมากกว่าหรือเท่ากับ 10% หรือมีอำนาจในการบริหารจัดการและควบคุมการปฏิบัติงาน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/AW-CP-SD-Report-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกเหนือจากรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 เครือซีพียังจัดทำ รายงานเฉพาะเรื่อง (Topic-specific Reports) อีก 5 ฉบับ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่สนใจได้อย่างครอบคลุม ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Stakeholder Engagement and Materiality Insights Supplement 2025</strong> ซึ่งนำเสนอแนวทางการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียและการประเมินประเด็นสาระสำคัญของเครือฯ</p>
<p><strong>&#8211; Sustainability Performance Supplement 2025</strong> ซึ่งนำเสนอผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในช่วง 4 ปีล่าสุด</p>
<p><strong>&#8211; Delivering on Our SDG Commitment 2025</strong> ซึ่งนำเสนอแนวทางการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)</p>
<p><strong>&#8211; Climate &amp; Nature Resilience Supplement 2025 (IFRS S2 &amp; TNFD)</strong> ซึ่งนำเสนอการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติตลอดห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p><strong>&#8211; Human Rights Supplement 2025</strong> ซึ่งนำเสนอแนวทางการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน รวมถึงประเด็นด้านสิทธิแรงงาน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย แรงงานข้ามชาติ การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม ตลอดจนความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม</p>
<p>รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงไม่เพียงสะท้อนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ด้วยการนำข้อมูลและผลลัพธ์ที่วัดได้มาใช้กำหนดทิศทาง ยกระดับการดำเนินงาน และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ประเทศ ประชาชน และองค์กรตามหลัก “3 ประโยชน์”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจสามารถอ่าน รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ฉบับภาษาไทย ได้ที่</p>
<p><a href="https://www.cpgroupglobal.com/th/document/viewer/923/" target="_blank" rel="noopener">https://www.cpgroupglobal.com/th/document/viewer/923/</a></p>
<p>และ ฉบับภาษาอังกฤษ ได้ที่</p>
<p><a href="https://www.cpgroupglobal.com/en/document/viewer/922" target="_blank" rel="noopener">https://www.cpgroupglobal.com/en/document/viewer/922</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/cp-sustainability-report-2026/">&#8216;ซีพี&#8217; เปิด Sustainability Report 2026 ลดสโคป 3 แล้ว 9.39% พร้อมเม็ดเงินลงทุนสิ่งแวดล้อม 5,119 ล้านบาท เม็ดเงิน R&#038;D 35,390 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี ทุ่ม 30 ล้าน ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ หนุน​โปรเจ็กต์ดูแล &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ​ใช้กลไก &#8216;Reforest Tokenization&#8217;แปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน ​พร้อมความร่วมมือเฟสใหม่ ดึงคาร์บอนเครดิตจากดอยตุง ขายผ่านทรูมันนี่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/cp-join-mflf-reforest-tokenization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2026 12:15:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forest]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Reforest Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Tokenization]]></category>
		<category><![CDATA[Utility Token]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[จอมกิตติ ศิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[วรสิทธิ์ สิทธิวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิ์ หาเรือนพืชน์]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันท์ ดาบเพ็ชร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[แปลงป่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวงฯ​]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[โทเคน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42982</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง​ ในพระบรมราชูปถัมภ์​ ขับเคลื่อนการดูแลป่าชุมชนตามแนวคิด &#8216;Reforest Tokenization&#8216; นำร่อง 1 หมื่นไร่ ครอบคลุม 200 ครัวเรือน ​​เพิ่มแนวร่วมฟื้นฟูป่าพร้อมสร้างรายได้ให้​ชุมชน   พร้อมการนำคาร์บอนเครดิตที่สร้างได้จากป่าชุมชนมาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Utility Token) ขายผ่านทรูมันนี่ เพิ่มช่องทางชดเชยคาร์บอนส่วนบุคคล และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีช่องทางในการสนับสนุนการดูแลป่าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง​แผนขยายความร่วมมมือของทั้งสององค์กรในเฟสต่อไป ด้วยการนำคาร์บอนเครดิตจาก &#8216;โครงการดอยตุง&#8217; โครงการต้นแบบที่มีการรับรองคาร์บอนเครดิตมาตรฐาน T-VER แล้วรวม 4 แสนตันคาร์บอน (CO2eq)  มาแปลงเป็น Utility Token เพื่อจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ด้วยเช่นกัน ซีพี ตั้งงบ 30 ล้าน หนุนแนวร่วมดูแลป่าชุมชน  คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพีรวมทั้งบริษัทในเครือฯ ร่วมเป็นหนึ่งในภาคเอกชนภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  ผ่านการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนในการดูแลและฟื้นฟูป่าชุมชนพื้นที่นำร่อง 1 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/cp-join-mflf-reforest-tokenization/">ซีพี ทุ่ม 30 ล้าน ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ หนุน​โปรเจ็กต์ดูแล &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ​ใช้กลไก &#8216;Reforest Tokenization&#8217;แปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน ​พร้อมความร่วมมือเฟสใหม่ ดึงคาร์บอนเครดิตจากดอยตุง ขายผ่านทรูมันนี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง​ ในพระบรมราชูปถัมภ์​ ขับเคลื่อนการดูแลป่าชุมชนตามแนวคิด &#8216;<strong>Reforest Tokenization</strong>&#8216; นำร่อง 1 หมื่นไร่ ครอบคลุม 200 ครัวเรือน ​​เพิ่มแนวร่วมฟื้นฟูป่าพร้อมสร้างรายได้ให้​ชุมชน <strong> </strong></p>
<p><span id="more-42982"></span></p>
<p>พร้อมการนำคาร์บอนเครดิตที่สร้างได้จากป่าชุมชนมาแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Utility Token) ขายผ่านทรูมันนี่ เพิ่มช่องทางชดเชยคาร์บอนส่วนบุคคล และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีช่องทางในการสนับสนุนการดูแลป่าได้สะดวกมากยิ่งขึ้น</p>
<p>รวมทั้ง​แผนขยายความร่วมมมือของทั้งสององค์กรในเฟสต่อไป ด้วยการนำคาร์บอนเครดิตจาก<strong> &#8216;โครงการดอยตุง&#8217;</strong> โครงการต้นแบบที่มีการรับรองคาร์บอนเครดิตมาตรฐาน T-VER แล้วรวม 4 แสนตันคาร์บอน (CO2eq)  มาแปลงเป็น Utility Token เพื่อจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42986 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-03_คุณศุภชัย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ซีพี ตั้งงบ 30 ล้าน หนุนแนวร่วมดูแลป่าชุมชน </strong></p>
<p><strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์ </strong>รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ซีพีรวมทั้งบริษัทในเครือฯ ร่วมเป็นหนึ่งในภาคเอกชนภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  ผ่านการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับการทำงานร่วมกับภาคชุมชนในการดูแลและฟื้นฟูป่าชุมชนพื้นที่นำร่อง 1 หมื่นไร่  พร้อมการสนับสนุนการทำงานของภาคชุมชนทั้งงานด้านการอนุรักษ์และป้องกันไฟป่า รวมทั้งการสนับสนุนกองทุนด้านการส่งเสริมอาชีพภายในชุมชน เพื่อช่วยยกระดับรายได้คนในชุมชนได้เพิ่มขึ้น ​ครอบครัวละไม่ต่ำกว่า 1 &#8211; 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจในการช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมคนในพื้นที่ให้กลายมาเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์ป่า ซึ่งจะทำให้แต่ละชุมชนมีรายได้หลายทางทั้งทรัพยากรจากการดูแลธรรมชาติในป่า ​การขายคาร์บอนเครดิตที่สร้างจากป่า รวมทั้งการพัฒนาอาชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหมู่บ้าน</p>
<p><em>&#8220;การอนุรักษ์ป่าจำเป็นต้องสร้าง<strong> ‘แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ’</strong> เพื่อให้คนที่อยู่กับป่าสามารถมีรายได้จากการรักษาป่า มากกว่าการใช้ประโยชน์ที่ทำลายทรัพยากร จึงเป็นที่มาของแนวคิด <strong>Reforest Tokenization</strong> ที่มุ่งยกระดับผืนป่าให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Natural Capital เพื่อเชื่อมโยงการอนุรักษ์กับกลไกเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p>ทั้งนี้ ป่ามีบทบาทสำคัญในการดูแลและสร้างสมดุลให้​​ระบบนิเวศ​ ทั้งการช่วยดูดซับคาร์บอนจากกิจกรรมของมนุษย์ได้ราว 31%,  การเป็นแหล่งกำเนิดน้ำจืดในการใช้สอยกว่า 75% ของโลก และ 80% ของ​สิ่งมีชีวิตบนบกที่ต้องอาศัยป่าในการดำรงชีวิต รวมทั้งกว่า 90%  ของประชากรที่ขาดแคลนหรือยากจนที่สุดของโลกต้องพึ่งพาในการดำรงชีวิต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42992 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Re-CP1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ขณะที่การสูญเสียพื้นที่ป่าของโลกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่โดยรอบประเทศไทย</strong> โดยพบว่า ระหว่างปี 2533-2568 พื้นที่ป่าในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่องที่ราว 22% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่อยู่ระดับ 4% โดยเมียนมาสูญเสียพื้นที่ป่าสูงสุดถึง 75 ล้านไร่ หรือลดลง 30.9%  ขณะที่ไทยสูญเสีย 3.7 ล้านไร่ หรือมีพื้นที่ป่าลดลง 2.9% ส่วนลาวลดลง 9.5% ​ ซึ่งแม้ว่าประเทศไทยอาจจะสามารถรักษาพื้นที่ป่าไว้ได้ดีกว่าหลายประเทศในภูมิภาค <strong>แต่เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการมีพื้นที่สีเขียวของป่าไว้ แต่ยังมีปัญหาสำคัญที่ต้องดูแลทั้งการเกิดไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งการอนุรักษ์ป่าเป็นหนึ่งแนวทางสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาให้บรรเทาความรุนแรงลงได้</strong> และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทางเครือซีพีให้ความสำคัญในการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการดูแลป่าชุมชนครั้งนี้</p>
<p><em>“จากประสบการณ์การลงพื้นที่จังหวัดน่านร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผมได้เรียนรู้ว่าหัวใจของการอนุรักษ์ป่าไม่ใช่เพียงการปลูกต้นไม้ แต่คือการทำให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอาชีพที่ยั่งยืน หากชุมชนยังมีรายได้ไม่เพียงพอ แรงกดดันต่อผืนป่าก็จะยังคงอยู่ วันนี้โลกมีคาร์บอนเครดิตเป็นกลไกที่สะท้อนคุณค่าของการดูดซับคาร์บอน แต่ความจริงแล้วป่ายังมีคุณค่าอีกมาก ทั้งการรักษาต้นน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ การป้องกันไฟป่า และการดูแลชุมชน Reforest Tokenization จึงเป็นการนำคุณค่าเหล่านี้มาแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการแปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนมีส่วนร่วมสนับสนุนการอนุรักษ์ ขณะที่รายได้จะกลับสู่ชุมชนผู้ดูแลผืนป่า เปลี่ยนผืนป่าให้เป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่า สร้างอาชีพที่มั่นคง ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการประกอบกิจกรรมที่ทำลายทรัพยากร”</em></p>
<p><strong>&#8216;ชุมชน&#8217; นักรบด่านหน้าฟื้นฟู Nature Capital</strong></p>
<p>ด้าน<strong> หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล</strong> เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติต้องเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพของชีวิตคนในชุมชนที่เสมือนเป็นกำแพงด่านหน้าคอยเผชิญกับวิกฤตต่างๆ และหากพวกเขาไม่สามารถอยู่ได้ธรรมชาติก็จะถูกทำลาย และสุดท้ายก็จะส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคนเช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42987 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-04_มล.ดิศปนัดดา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;คำว่า <strong>&#8216;คนหิว ป่าหาย&#8217;</strong> ยังเป็นจริงอยู่เสมอ จึงจำเป็นต้องหาโมเดลสำหรับการดูแลแนวหน้าอย่างชุมชนซึ่งอยู่กับป่าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเปลี่ยนมาเป็นแนวร่วมในการช่วยพวกเราดูแลและฟื้นฟูป่าและธรรมชาติ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องมองความคุ้มค่าและการสร้างประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรต่างๆ โดยไม่มองว่าธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อมเป็นของฟรี โดยมีการประเมินมูลค่า​ธรรมชาติในปัจจุบันอยู่ที่ 125 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และการเติบโตของ <strong>GDP โลกกว่า 55% มาจากการพึ่งพาทุนทางธรรมชาติ ​ขณะที่ปัจจุบันเรามีการดึง​​ทรัพยากรธรรมชาติในอนาคตมาใช้แล้วกว่า 1.8 เท่าของทรัพยากรที่โลกมีอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูที่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวแต่จำเป็นต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่ไปด้วย โดยชุมชนนับเป็นกลไกสำคัญ </strong>ในฐานะคนในพื้นที่ และเป็นกลุ่มคนที่สามารถทำให้​การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เกิดขึ้นได้จริง&#8221;  </em></p>
<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือกับทางซีพีเป็นหนึ่งโมเดลในการสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการฟื้นฟูและอนุรักษ์ธรรมชาติ  โดยเรื่องคาร์บอนเครดิตเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นในการสั่นกระดิ่งให้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของทุนธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะสุดท้ายการดูแลป่า เพื่อได้คาร์บอนเครดิต มาช่วยดูดซับคาร์บอนเป็นเพียงหนึ่งประเด็นในการฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังต้องมองเรื่อง Biodiversity หรือความหลากลายทางธรรมชาติไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้โลกและมนุษยชาติยังดำรงอยู่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42990 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Re-Kduke.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em><strong>Carbon Credit จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่จาก Biodiversity Credit ซึ่งยังต้องเรียนรู้และขับเคลื่อนเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต</strong></em> และภาคธุรกิจจำเป็นต้องหันมามอง เข้าใจ และเริ่มขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ โดยไม่มองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมา แต่เป็นการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงต่อธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยง Cost of Inaction หรือ ต้นทุนจากการไม่ทำอะไร ทั้งการถูกกฎเกณฑ์ในอนาคตบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเริ่มทำเองตั้งแต่ตอนนี้ หรือหากโลกเคลื่อนไปจนถึงจุดที่ทรัพยากรต่างๆ ถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้แล้ว ไม่ว่าจะใช้เงินมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถย้อนกลับมายังจุดที่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป</p>
<p><strong>แปลงคาร์บอนเครดิตจากป่า เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ดึงประชาชนร่วมดูแลป่า</strong></p>
<p>สำหรับ Roadmap ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์  และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้วางกรอบดำเนินงานไว้ในระหว่างปี 2569–2573 ผ่านการพัฒนากลไก<strong> Reforest Tokenization</strong> ให้สามารถเชื่อมข้อมูลการฟื้นฟูป่า การกักเก็บคาร์บอน และผลลัพธ์จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อย่างเป็นระบบ</p>
<p>โดย​ระยะแรกภายในปี 2569 เครือฯ จะนำคาร์บอนเครดิตจากพื้นที่ป่าที่พัฒนาโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ มาจำหน่ายบนแอปพลิเคชัน TrueMoney เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมสนับสนุนการดูแลป่า ผ่านรูปแบบการแลกสิทธิ์ใช้งานทันที หรือ Instant Redeem กลไกในระยะเริ่มต้นนี้จะยังไม่มีการถือครองเหรียญหรือโทเคนใน Digital Wallet แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและบล็อกเชน เพื่อเชื่อมกระบวนการเลือกซื้อ ชำระเงิน และรับใบรับรองการชดเชยคาร์บอนส่วนบุคคลให้ครบในประสบการณ์เดียว ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการสนับสนุนการดูแลป่าได้สะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น</p>
<p>สำหรับระยะต่อไป เครือเจริญโภคภัณฑ์จะพัฒนากลไก Reforest Tokenization อย่างเต็มรูปแบบภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้าง<em><strong>ช่องทางใหม่ในการระดมทุนและขยายระบบนิเวศการอนุรักษ์ โดยใช้โทเคนเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่เฉพาะคาร์บอนเครดิต แต่รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และบริการของระบบนิเวศอื่น ๆ</strong>  </em>เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชนร่วมสร้าง &#8216;Natural Capital&#8217; ของประเทศไทย และทำให้การอนุรักษ์สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42985 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-01_Reforest-Tokenization-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมีพื้นที่นำร่องสำคัญ ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และตาก จำนวนรวมกว่า 10,000 ไร่ ประมาณการณ์คาร์บอนเครดิต 10,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ทั้งนี้ เครือฯ ยังตั้งเป้าร่วมพัฒนากลไกกองทุนหมุนเวียนเพื่อการฟื้นฟูป่ากับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายในปี 2573 เป็นเงินรวมกว่า 30 ล้านบาท เพื่อให้ทรัพยากรที่เกิดจากการอนุรักษ์สามารถกลับมาสนับสนุนชุมชนและการฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายโครงการด้วยตนเองและร่วมมือกับพันธมิตรอื่นๆ ในอนาคต</p>
<p>รวมทั้งการขยายความร่วมมือระหว่างซีพี และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในเฟสต่อไป ด้วยการนำคาร์บอนเครดิตจากโครงการดอยตุง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย มาร่วมจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ด้วยเช่นกัน โดยปัจจุบันโครงการดอยตุงได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตมาตรฐาน T-VER แล้วกว่า 4 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) หรือแปลงเป็นหน่วยย่อยได้กว่า 400 ล้านกิโล CO2eq ซึ่ง​ปัจจุบันอยู่ในช่วงทดลองดำเนินงานผ่านแซนด์บ็อกซ์ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย ​รวมทั้งยังจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดถึงดีมานด์ในตลาด เพื่อพิจารณาถึงปริมาณที่จะนำออกมา​จำหน่ายในอนาคต</p>
<p><strong>Tokenizing Reforestation</strong><strong> ผนึกชุมชน นวัตกรรม และธรรมชาติ </strong></p>
<p>การประกาศความร่วมมือระหว่างซีพี และแม่ฟ้าหลวงฯ ผ่านการจัดงาน <strong>&#8216;Tokenizing Reforestation: </strong><strong>ฟื้นป่าด้วยนวัตกรรมโทเคน</strong><strong>&#8216;</strong> ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>ร่วมสร้างอนาคตที่ธรรมชาติ เทคโนโลยี และชุมชนเติบโตไปด้วยกัน</strong><strong>&#8216;</strong> พร้อมเวทีสัมมนาหัวข้อ <strong>&#8216;Unlocking Forest Value through Collaboration: ปลดล็อกคุณค่าผืนป่า ผ่านพลังความร่วมมือ&#8217;</strong></p>
<p>เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำให้การฟื้นฟูป่าเป็นโมเดลที่ขยายผลได้จริง ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน และแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำให้การอนุรักษ์เดินหน้าไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้ให้กับทุกภาคส่วน</p>
<p><strong>คุณสมิทธิ์ หาเรือนพืชน์ </strong>ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า ​การอนุรักษ์ป่าจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ต้องเริ่มจากชุมชน โดยรับฟังความต้องการ สร้างองค์ความรู้ และใช้เทคโนโลยีร่วมกับระบบตรวจสอบที่โปร่งใส เมื่อชุมชนมีรายได้จากคาร์บอนเครดิต ก็จะเกิดแรงจูงใจในการดูแลผืนป่าและลดปัญหาไฟป่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงชุมชนกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาโมเดลการอนุรักษ์ที่โปร่งใส ปราศจากการฟอกเขียว และสร้างรายได้จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42989 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/re-06_Reforest-Tokenization.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณ​</strong><strong>จอมกิตติ ศิริกุล</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระบุว่า​ ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เครือซีพีได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และมูลนิธิปิดทองหลังพระ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่กับผืนป่า โดยมุ่งสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่อยู่ร่วมกับป่าได้ เช่น กาแฟ พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับและต่อยอดสู่คาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ผืนป่าและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย </strong>ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด อธิบายว่า ธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์มีความเกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรและเกษตรกรจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ผืนป่า จึงเผชิญความท้าทายทั้งปัญหาการบุกรุกป่าและการเผาที่ก่อให้เกิดหมอกควัน เครือซีพีจึงดำเนินมาตรการรณรงค์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และมองว่าธุรกิจคาร์บอนเครดิตเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมอนุรักษ์ผืนป่า เนื่องจากป่าไม้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน จึงเป็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในการสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้ที่เพียงพอ ลดการบุกรุกป่า ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเหมาะสม</p>
<p><strong>คุณอภินันท์ ดาบเพ็ชร </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซนด์ บิท จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายการเติบโตของวอลเล็ทแพลตฟอร์ม บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด กล่าวว่า แอสเซนด์ บิท และทรูมันนี่ ภายใต้เครือแอสเซนด์ กรุ๊ป เชื่อว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อการมีส่วนร่วมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายๆ เราจึงนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาต่อยอดบริการซื้อคาร์บอนเครดิต บนแอปพลิเคชันทรูมันนี่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างสะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้ ผ่านโครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเลือกแพ็กเกจการชดเชยคาร์บอนได้ตามความต้องการ และได้รับใบรับรองการชดเชยคาร์บอน เพื่อยืนยันการมีส่วนร่วมและสามารถตรวจสอบได้ ความร่วมมือในโครงการนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ด้าน Reforest Tokenization ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อนำมาส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>ภายในงาน ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานและพันธมิตร ที่นำเสนอภาพการต่อยอดผืนป่าสู่ทุนธรรมชาติ ตั้งแต่การพัฒนาธุรกิจคาร์บอนเครดิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล ไปจนถึงโมเดลการพัฒนาชุมชนที่สร้างรายได้ควบคู่กับการดูแลผืนป่า สะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไก  Reforest Tokenization ที่ไม่พียง​นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับการอนุรักษ์ป่า แต่เป็นการวางรากฐานกลไกใหม่ที่ <strong>แปลงป่าเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล </strong> และสร้างแรงจูงใจที่ทำให้ ​<strong>การดูแลป่าสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน </strong>ผ่านพลังชุมชน องค์ความรู้ด้านการพัฒนา เทคโนโลยีดิจิทัล ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคีเครือข่าย เพื่อให้คนอยู่รอด ป่าอยู่ได้ และสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/cp-join-mflf-reforest-tokenization/">ซีพี ทุ่ม 30 ล้าน ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ หนุน​โปรเจ็กต์ดูแล &#8216;ป่าชุมชน&#8217; ​ใช้กลไก &#8216;Reforest Tokenization&#8217;แปลงคาร์บอนเครดิตเป็นโทเคน ​พร้อมความร่วมมือเฟสใหม่ ดึงคาร์บอนเครดิตจากดอยตุง ขายผ่านทรูมันนี่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพียกระดับงานความยั่งยืนแบบรวมศูนย์​ผ่าน CP Sustainability Center of Excellence (COE) พร้อมเร่งแผนพิชิต 3 Big Goals &#8216;สภาพอากาศ-การศึกษา-ขยะเป็นศูนย์&#8217;   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/cp-sustainability-synergy-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 11:11:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3 Big Goals]]></category>
		<category><![CDATA[COE]]></category>
		<category><![CDATA[CP Group]]></category>
		<category><![CDATA[CP Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[CP Sustainability Center of Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[​​CP Sustainability Synergy Forum 2025​]]></category>
		<category><![CDATA[Education for Equality]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste to Landfill 2030]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เนติธร ประดิษฐ์สาร]]></category>
		<category><![CDATA[พิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์]]></category>
		<category><![CDATA[รงค์รุจา สายเชื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[วรพจน์ สุรัตวิศิษฎ์]]></category>
		<category><![CDATA[วรวิทย์ วรุตบางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร เดชสิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมเจตนา ภาสกานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38436</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี โดย สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร  (SGC) ​จัด​ประชุม ​​CP Sustainability Synergy Forum 2025​ ถือเป็นเวทีความยั่งยืนครั้งสำคัญของซีพี เพื่อผนึกกำลังและยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของทุกกลุ่มธุรกิจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยได้เชิญผู้ทำงานด้านความยั่งยืนกว่า 500 คน ทั้งในประเทศไทย รวมทั้งได้ถ่ายทอดสัญญาณไปสู่ 21 ประเทศ ที่เครือทำธุรกิจด้วย รวมไป​ถึง​คู่ค้า ซัพพลายเออร์​ และ Stakeholders ผู้มีส่วนได้เสียมาร่วมขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงร่วมกัน ทั้งนี้ ทางเครือได้ประกาศยกระดับการทำงานด้านความยั่งยืนตามแนวทาง CP Sustainability Center of Excellence (COE)​ หรือ ​ศูนย์กลางด้านความยั่งยืนแบบรวมศูนย์ทั้งภายในภายนอกตลอดห่วงโซ่คุณค่า​ เพื่อเชื่อมโยงมาตรฐาน เครื่องมือ และระบบการบริหารจัดการร่วมกันทั้งภายในและภายนอกตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ทุกบริษัทในเครือขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งให้ซีพีตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าต่อสังคม ประเทศ และโลกไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจ โดยผนึกเรื่องของความยั่งยืนให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cp-sustainability-synergy-forum-2025/">ซีพียกระดับงานความยั่งยืนแบบรวมศูนย์​ผ่าน CP Sustainability Center of Excellence (COE) พร้อมเร่งแผนพิชิต 3 Big Goals &#8216;สภาพอากาศ-การศึกษา-ขยะเป็นศูนย์&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี</strong> โดย สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร  (SGC) ​จัด​ประชุม<strong> ​​CP Sustainability Synergy Forum 2025</strong>​ ถือเป็นเวทีความยั่งยืนครั้งสำคัญของซีพี เพื่อผนึกกำลังและยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของทุกกลุ่มธุรกิจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน</p>
<p><span id="more-38436"></span></p>
<p>โดยได้เชิญผู้ทำงานด้านความยั่งยืนกว่า 500 คน ทั้งในประเทศไทย รวมทั้งได้ถ่ายทอดสัญญาณไปสู่ 21 ประเทศ ที่เครือทำธุรกิจด้วย รวมไป​ถึง​คู่ค้า ซัพพลายเออร์​ และ Stakeholders ผู้มีส่วนได้เสียมาร่วมขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงร่วมกัน</p>
<p>ทั้งนี้ ทางเครือได้ประกาศยกระดับการทำงานด้านความยั่งยืนตามแนวทาง <strong>CP Sustainability Center of Excellence (COE)​ </strong><strong>หรือ ​ศูนย์กลางด้านความยั่งยืนแบบรวมศูนย์ทั้งภายในภายนอกตลอดห่วงโซ่คุณค่า</strong>​ เพื่อเชื่อมโยงมาตรฐาน เครื่องมือ และระบบการบริหารจัดการร่วมกันทั้งภายในและภายนอกตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้ทุกบริษัทในเครือขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ <strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong> ที่มุ่งให้ซีพีตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าต่อสังคม ประเทศ และโลกไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจ โดยผนึกเรื่องของความยั่งยืนให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38438 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/dr-yuth.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ</strong> ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การยกระดับการขับเคลื่อนงาน​ด้านความยั่งยืนตามแนวทาง COE จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีขึ้น เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้​คนที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งภายในเครือและนอกเครือมาผนึกกำลังกัน เนื่องจากในแต่ละบียูของเครือต่างมีคนเก่ง และมีความ Excellence ในแต่ละด้าน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ นอกเครือ ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน อาทิ มหาวิทยาลัย อาจารย์ นักศึกษา นักวิชาการ และเปิดโอกาสได้​ทำงานที่ตอบโจทย์​เฉพาะด้านร่วมกันมากขึ้น ทำให้เพิ่มความสามารถในการตอบโจทย์ได้ดีขึ้น ​สามารถทลายกำแพง หรือความเป็นไซโล และช่วยให้สามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้ง​​เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่​ เพื่อมาร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในประเทศ และระดับโลกได้ในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนความยั่งยืนตามแนวทาง <strong>CP Sustainability Center of Excellence (COE)</strong> หรือ <strong>ศูนย์กลางด้านความยั่งยืนแบบรวมศูนย์ทั้งภายในภายนอกตลอดห่วงโซ่คุณค่า</strong> ​เพื่อสร้าง​มาตรฐานด้านความยั่งยืนของทั้งเครือไว้ในกรอบเดียว ยกระดับการพัฒนา ESG และการลดคาร์บอน ส่งเสริมความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ผลักดันการจัดทำข้อมูลเพื่อรองรับมาตรฐานสากล และสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือเพื่อเพิ่มผลกระทบเชิงบวกในระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งไม่ใช่แค่การทำรายงาน แต่มุ่งสร้าง​​นวัตกรรมและคุณค่าทางธุรกิจไปพร้อมกัน เพื่อบูรณาการยุทธศาสตร์ความยั่งยืนให้เป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ โดยโฟกัสใน 8 มิติสำคัญ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38441 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/DR-yuth2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>1. ผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ยั่งยืนและสร้างรายได้ (Sustainable Products &amp; Solutions)</p>
<p>2. การให้บริการยกระดับมาตรฐาน ESG แก่ธุรกิจในเครือ (ESG Services to Internal BUs)</p>
<p>3. การให้คำปรึกษาและรับรองมาตรฐานแก่ภายนอก (External Consulting &amp; Certification)</p>
<p>4. การบริหารจัดการและสร้างมูลค่าคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)</p>
<p>5. กลไกการเงินและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Green Finance &amp; Investment Funds)</p>
<p>6. การเปลี่ยนของเสียให้เป็นคุณค่าทางธุรกิจ (Waste-to-Value Ecosystem)</p>
<p>7. การต่อยอดแบรนด์เพื่อสร้างมูลค่าเชิงพรีเมียมและการอนุญาตใช้ประโยชน์ตามสิทธิ (Brand Premium &amp; Licensing Model)</p>
<p>8. การสร้างมูลค่าจากข้อมูลและระบบดิจิทัล (Data Monetization)</p>
<p><em> &#8220;​ความยั่งยืนเป็นวาระสำคัญของโลก ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวต่อความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน ความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน ปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาส ตลอดจนภัยคุกคามทางไซเบอร์ และกฎเกณฑ์ด้านธรรมมา​ภิบาลที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งล้วนเป็นแรงกดดันให้ทุกองค์กรต้องเปลี่ยนผ่านสู่ระบบความยั่งยืนที่ <strong>&#8216;ตรวจสอบได้–มีมาตรฐาน–และวัดผลได้จริง&#8217; </strong>ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่สามารถทำได้เองเพียงลำพังภายในองค์กร  แต่ต้องขับเคลื่อนร่วมกันทั้งห่วงโซ่  เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่การมีแนวทาง COE  จะช่วยให้มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน มีการกำหนดเจ้าของเรื่องที่รับผิดชอบจริง ดึงพันธมิตรทั้งภายในและภายนอกมาร่วมขับเคลื่อน พร้อมมีแรงจูงใจ แหล่งเงินทุน เทคโนโลยี และการแบ่งปันความรู้ในองค์กร เพื่อให้ความยั่งยืนไม่ใช่แค่โครงการชั่วคราว แต่เป็นระบบการสร้างธุรกิจที่สร้างอิมแพ็คต่อประเทศและสังคมอย่างแท้จริง</em>” ดร.ธีระพล กล่าวย้ำ</p>
<p>เวที <strong>CP Sustainability Synergy Forum 2025 </strong>ครั้งนี้ ยังได้มีการนำเสนอ Case Study จากหลายบริษัทภายในเครือ ถึงการขับเคลื่อนความยั่งยืนในเชิงปฏิบัติ เพื่อนำองค์ความรู้ หรือ Best Practice ที่​แต่ละบียูได้ขับเคลื่อนมาแชร์ประสบการณ์ และเรียนรู้ร่วมกัน​ พร้อม​ผู้บริหารด้านความยั่งยืนในแต่ละด้าน ได้แก่ ​<strong>คุณสมเจตนา ภาสกานนท์</strong> รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืน ​<strong>คุณรงค์รุจา สายเชื้อ</strong> รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านธรรมาภิบาล <strong>ดร.เนติธร ประดิษฐ์สาร</strong> ผู้ช่วยผู้บริหารประธานคณะผู้บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ​<strong>คุณวรวิทย์ วรุตบางกูร</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Corporate Compliance) และ​<strong>คุณพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38439 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__63070234.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>คุณสมเจตนา ภาสกานนท์</strong> รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ​ซีพีขับเคลื่อนภารกิจด้านความยั่งยืนมากว่า 10 ปี สะท้อนความตั้งใจและความเชื่อร่วมกันของทั้งองค์กร โดยยึดแนวคิดจากซีอีโอศุภชัย เจียรวนนท์ ที่เน้นว่า ‘ความยั่งยืนต้องเป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจ’ ต้องฝังอยู่ในกลยุทธ์ การดำเนินงาน และการตัดสินใจ และเปลี่ยนจากการเป็นผู้ตาม Best Practice ไปสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Lead the Change) เครือฯ จึงเดินหน้าสู่การเป็น Center of Excellence ที่สร้างผลลัพธ์ทั้งภายในองค์กรและขยายไปยังซัพพลายเออร์และพันธมิตรใน Value Chain ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณรงค์รุจา สายเชื้อ</strong> รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านธรรมาภิบาล กล่าวว่า  ​ธรรมาภิบาลไม่ใช่แค่นโยบาย แต่คือ ‘เข็มทิศ’ ที่กำหนดทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกธุรกิจ กุญแจสำคัญคือต้องมีกติกาและ Code of Conduct ชุดเดียวกันทั้งองค์กร มีโครงสร้างการกำกับดูแลที่ชัดเจน และมีเครื่องมือที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเช็กลิสต์ ไกด์ไลน์ หรือระบบ e-learning ที่เมื่อคนทำงานเข้าใจ ก็จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมได้​ โดย​บทบาทสำคัญของธรรมาภิบาลอยู่ที่ BU Champion และ BU Network ที่ ‘พูดได้สองภาษา’ คือเข้าใจภาษานโยบายขององค์กร และแปลให้เป็นภาษาปฏิบัติที่คนหน้างานเข้าใจง่าย เมื่อทุกคนมีส่วนร่วม ธรรมาภิบาลจะกลายเป็นวัฒนธรรมด้านจริยธรรมและความยั่งยืน ไม่ใช่แค่ถ้อยคำบนกระดาษ แต่เป็นกรอบคิดในการทำงานของทุกคน</p>
<p><strong>คุณวรวิทย์ วรุตบางกูร</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ กล่าวว่า ความโปร่งใสและความปลอดภัยคือรากฐานของความเชื่อมั่น และเป็นเงื่อนไขของการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคาดหวังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดตั้ง CP Sustainability Center of Excellence ทำให้ระบบกำกับดูแลและความปลอดภัยของทั้งเครือเดินไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านข้อมูล เครื่องมือ มาตรฐาน และระบบติดตาม เราผสานเทคโนโลยีดิจิทัลกับพลังของบุคลากรจากทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อให้ Compliance และ Safety เป็นพันธกิจร่วมของทั้งองค์กร เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกระทบความเชื่อมั่นที่สั่งสมมานาน</p>
<p><strong>คุณพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ กล่าวว่า ESG ไม่ใช่ภาระ แต่คือโอกาสในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสร้างความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์กรขนาดใหญ่มีศักยภาพจะเป็นผู้นำ แต่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อทุกคนในองค์กรร่วมลงมือ ไม่ใช่เป็นเพียงนโยบายบนโต๊ะ เราเชื่อว่าการกระทำเล็ก ๆ เมื่อรวมกันจะสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ จึงทำงานร่วมกับชุมชน ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และพันธมิตร ในการฟื้นฟูป่าและทะเล ลดคาร์บอน สนับสนุน BCG Economy ผลักดันเกษตรกรรมยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>ดร.เนติธร ประดิษฐ์สาร</strong> ผู้ช่วยบริหารประธานคณะผู้บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ (GPO) กล่าวว่า หน่วยงานความยั่งยืนระหว่างประเทศเปรียบเสมือน ‘ประภาคาร’ ที่คอยส่องสว่างมาตรฐานโลก ความเสี่ยง และโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ แล้วแปลงให้เป็นประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมทำหน้าที่กระบอกเสียงขยายศักยภาพของเครือซีพีสู่ประชาคมโลก ผ่านเวทีระดับนานาชาติ ในโลกที่เผชิญทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีและ AI รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระทบห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน กฎระเบียบ และชื่อเสียงของธุรกิจ แต่ก็เป็นโอกาสสำหรับองค์กรที่ปรับตัวได้ทันตามมาตรฐานสากล การมีส่วนร่วมบนเวทีโลกและการติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดจึงเป็น ‘ความจำเป็นทางธุรกิจ’ เพื่อเสริมขีดความสามารถและสร้างความแข็งแกร่งระยะยาวให้เครือซีพี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38440 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__63070237.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>นอกจากนี้ ช่วง Call for Action ยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาความสำเร็จเชิงรูปธรรมจากโครงการต่าง ๆ ของบริษัทในเครือที่ช่วยผลักดัน 3 Big Goals ตามหมุดหมายของซีพี ได้แก่ Net Zero 2050, Zero Waste to Landfill 2030 และ Education for Equality มาสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง พร้อมถ่ายทอดผ่านตัวอย่างจากผู้บริหาร 3 กลุ่มธุรกิจ สะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายระดับเครือกำลังแปรเปลี่ยนเป็นการลงมือทำที่จับต้องได้ ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong> 1. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 (Net Zero 2050)</strong></p>
<p>​<strong>คุณวรพจน์ สุรัตวิศิษฎ์</strong> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ในข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือเป็นหนึ่ง​ปัจจัยสำคัญที่ช่วย​​ขับเคลื่อนในการลดคาร์บอนภายในห่วงโซ่ธุรกิจ โดยระบุว่า ​​ประเทศไทยมีพื้นที่บุกรุกป่าถึง 66 % ซึ่งมาจากการปลูกข้าวโพด มันสำปะหลัง และกากถั่วเหลือง ดังนั้น ระบบการตรวจสอบย้อนกลับของเราเริ่มทำและพัฒนามากว่า 10 ปีแล้ว เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศที่ทำระบบนี้ขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีและระบบดาวเทียมในการตรวจจับ ระบบนี้จะช่วยสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ปราศจากการบุกรุกทำลายป่าและการเผาแปลง ซึ่งนำไปสู่เป้าหมาย <strong>Net Zero 2050</strong> ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต​</p>
<p><strong>2. การลดของเสียสู่หลุมฝังกลบเป็นศูนย์ภายในปี 2030 (Zero Waste to Landfill 2030)</strong></p>
<p><strong>คุณศิริพร เดชสิงห์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพีเเอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ธุรกิจของซีพีแอ็กซ์ตร้าเป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค เรามีการจัดการขยะอาหารและขยะพลาสติกตลอดห่วงโซ่อุปทานได้ดี โดยทำได้ด้วยนวัตกรรมช่วยยืดอายุสินค้า ใช้ระบบการสั่งสินค้าให้พอดี ใช้ประโยชน์จากอาหารส่วนเกินด้วยนวัตกรรมสีเขียว และทำจุดเก็บขยะพลาสติกในทุกสาขา เพื่อเป้าหมายลดขยะให้เป็นศูนย์ และสร้างมูลค่าสูงสุดทางเศรษฐกิจและสังคม​</p>
<p><strong>3. การส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม (Education for Equality)</strong></p>
<p><strong>ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน</strong> หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ​ผู้ดูแล Connext ED กล่าวว่า​ ทรูเชื่อว่าเทคโนโลยีต้องเป็นสะพานให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียม โดยเริ่มจาก<strong> ‘ทรูปลูกปัญญา’</strong> ทำงานกับ 6,000 โรงเรียน สร้างแพลตฟอร์ม VLEARN ให้เด็กทั่วประเทศใช้งานฟรี ก่อนจะต่อยอดสู่<strong> Connext ED</strong> ที่ดึงทุกภาคส่วนมาร่วมยกระดับการศึกษา วันนี้ School Management System ถูกใช้ในโรงเรียนกว่า 30,000 แห่ง ระดมทุนผ่าน Crowdfunding ได้กว่า 115 ล้านบาท พัฒนา ICT Talent เกือบ 20,000 คน และมี Learning Center กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เป้าหมายของเราคือให้คนไทย 36 ล้านคนเข้าถึงการเรียนรู้ที่เท่าเทียมภายในปี 2030 เพราะเด็กไทยทุกคนสมควรมีโอกาส และเราต้องร่วมกันทำให้เกิดขึ้นจริง​</p>
<p>การจัดเวที ​CP Sustainability Synergy Forum 2025​ และการวางตำแหน่ง CP Sustainability Center of Excellence (COE) ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนขององค์กรและห่วงโซ่คุณค่าทั้งระบบเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนไทยในการร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก ผ่านการลงมือทำที่จับต้องได้ ภายใต้ค่านิยม ​&#8217;3 ประโยชน์&#8217; เพื่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ไปพร้อมกับการสร้างอนาคตที่ดีและยั่งยืนให้คนรุ่นต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/cp-sustainability-synergy-forum-2025/">ซีพียกระดับงานความยั่งยืนแบบรวมศูนย์​ผ่าน CP Sustainability Center of Excellence (COE) พร้อมเร่งแผนพิชิต 3 Big Goals &#8216;สภาพอากาศ-การศึกษา-ขยะเป็นศูนย์&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพี ออลล์ – เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมสนับสนุนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ตอกย้ำพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยบนเวทีกีฬาระดับอาเซียน ผ่านแคมเปญ “เซเว่นชวนเชียร์สุดใจ ทีมไทยแลนด์”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/cpall-green-sea-games-and-sustainable-paralympics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2025 16:09:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green SEA Games]]></category>
		<category><![CDATA[Sport Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Paralympics]]></category>
		<category><![CDATA[ซอฟต์พาวเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเกมส์ ครั้งที่ 33]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมไทยแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[นักกีฬาทีมชาติไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สุชาติ วัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น เดลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่นชวนเชียร์สุดใจ ทีมไทยแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่นฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38123</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ สะท้อนพลัง “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย” ผ่านไมตรีจิต รอยยิ้ม และความร่วมมือของคนไทยในการต้อนรับนักกีฬาจากทั่วภูมิภาคอาเซียน นายสุชาติ วัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงศักยภาพของชาติ และต้อนรับนักกีฬาจากทั่วภูมิภาคด้วยไมตรีและรอยยิ้มแบบไทยสะท้อนถึงภาพลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทยในเวทีอาเซียน การแข่งขันครั้งนี้ยังมุ่งสู่แนวคิด “Green SEA Games” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/cpall-green-sea-games-and-sustainable-paralympics/">ซีพี ออลล์ – เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมสนับสนุนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ตอกย้ำพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยบนเวทีกีฬาระดับอาเซียน ผ่านแคมเปญ “เซเว่นชวนเชียร์สุดใจ ทีมไทยแลนด์”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ สะท้อนพลัง “<strong>ซอฟต์พาวเวอร์ไทย</strong>” ผ่านไมตรีจิต รอยยิ้ม และความร่วมมือของคนไทยในการต้อนรับนักกีฬาจากทั่วภูมิภาคอาเซียน</p>
<p><span id="more-38123"></span></p>
<p><strong>นายสุชาติ วัฒนา</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) รู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงศักยภาพของชาติ และต้อนรับนักกีฬาจากทั่วภูมิภาคด้วยไมตรีและรอยยิ้มแบบไทยสะท้อนถึงภาพลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทยในเวทีอาเซียน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38128 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CPALL-Game5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การแข่งขันครั้งนี้ยังมุ่งสู่แนวคิด “<strong>Green SEA Games</strong>” และ “<strong>Sustainable Paralympics</strong>” เพื่อแสดงพลังของไทยในการจัดกีฬาระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน สะท้อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านวัฒนธรรม ความร่วมมือ และพลังแห่งความสามัคคีของคนไทยทุกคน สำหรับ ซีพี ออลล์ ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่รวมถึงการ “สร้างคน สร้างโอกาส” ผ่านปัญญาภิวัฒน์เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีทั้งความรู้ ความดี และจิตสาธารณะ พร้อมเติบโตเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ เช่นเดียวกับพลังของนักกีฬาที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคน</p>
<p>“ในฐานะผู้สนับสนุน ซีพี ออลล์ และเซเว่น อีเลฟเว่น ขอส่งต่อความสะดวกและพลังใจให้กับคนไทยผ่านแคมเปญ “เซเว่นชวนเชียร์สุดใจ ทีมไทยแลนด์” พร้อมร่วมส่งแรงใจให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยและนักกีฬาทุกคนก้าวสู่ความสำเร็จอย่างเต็มภาคภูมิ และร่วมสร้างความประทับใจให้ทั่วโลกได้เห็นถึงพลังแห่งรอยยิ้มของคนไทย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38126 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CPALL-Game3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เตรียมความพร้อมในฐานะเจ้าบ้าน ร่วมพาทีมไทยคว้าชัยซีเกมส์ผ่านแคมเปญ <strong>“เซเว่นชวนเชียร์สุดใจ ทีมไทยแลนด์”</strong> ที่ยกทัพสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ช่วงเวลาแห่งการเชียร์ พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทุกท่านสามารถเช็คผลการแข่งขันได้ผ่านทางออนไลน์และหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่มีจอดิจิทัลและยังมอบประสบการณ์การเชียร์ไม่มีสะดุด ลูกค้าสามารถสั่งเซเว่นเดลิเวอรี่ จัดส่งถึงบ้านด้วยโค้ดส่วนลดพิเศษ พร้อมทั้งสามารถสั่งจองสินค้าลิขสิทธิ์ซีเกมส์ที่ได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทางออลล์ออนไลน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38125 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CPALL-Game2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พิเศษสำหรับสมาชิก ออลล์ เมมเบอร์ ยังสามารถใช้คะแนนแลกรับชุดอาหารและเครื่องดื่มพิเศษสำหรับช่วงเวลาแห่งการเชียร์ได้ทันที เพื่อให้ทุกแรงใจจากคนไทยทุกมุมประเทศส่งถึงนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างพร้อมเพรียง</p>
<p>ซีพี ออลล์ และเซเว่น อีเลฟเว่น ขอร่วมส่งแรงใจให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยและนักกีฬาทุกคนก้าวสู่ความสำเร็จอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมร่วมสร้างความประทับใจให้ทั่วโลกได้เห็นถึงพลังแห่งรอยยิ้มของคนไทย</p>
<p>เพราะเราทุกคนเชื่อว่า… <strong>“พลังใจไทย ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ”</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38127 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/CPALL-Game4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/cpall-green-sea-games-and-sustainable-paralympics/">ซีพี ออลล์ – เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมสนับสนุนซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ตอกย้ำพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยบนเวทีกีฬาระดับอาเซียน ผ่านแคมเปญ “เซเว่นชวนเชียร์สุดใจ ทีมไทยแลนด์”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทย–เมียนมา ประกาศความสำเร็จ 1 ปี &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&#8217; เดินหน้าสู่มาตรการปลอดการเผา เริ่ม 1 ม.ค. 2569 สอดรับยุทธศาสตร์ฟ้าใส สร้างห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่นระดับภูมิภาค</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/myanmar-corn-traceability-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2025 08:20:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Produce Merchandising]]></category>
		<category><![CDATA[BKP]]></category>
		<category><![CDATA[Corn Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[CP Group]]></category>
		<category><![CDATA[CPP Fertilizer]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Myanmar C.P. Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability Recommendation Letter]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพดปลอดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย–เมียนมา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37403</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา (MCIA) และ Control Union จากเนเธอร์แลนด์ จัดพิธีรับรองความสำเร็จครบรอบ 1 ปีของ &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา&#8216; (Myanmar Corn Traceability System) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และผลักดันการค้าเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มใช้ มาตรการข้าวโพดปลอดการเผา อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2569 พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมีหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งจากกระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน GISTDA ของไทย สมาคม MCIA ของเมียนมา และภาคเอกชนผู้ประกอบการหลักในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ CPP Fertilizer, Bangkok Produce Merchandising (BKP) และ Myanmar C.P. Livestock ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ได้รับมอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/myanmar-corn-traceability-system/">ไทย–เมียนมา ประกาศความสำเร็จ 1 ปี &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&#8217; เดินหน้าสู่มาตรการปลอดการเผา เริ่ม 1 ม.ค. 2569 สอดรับยุทธศาสตร์ฟ้าใส สร้างห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่นระดับภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา (MCIA) และ Control Union จากเนเธอร์แลนด์ จัดพิธีรับรองความสำเร็จครบรอบ 1 ปีของ &#8216;<strong>ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา</strong>&#8216; (Myanmar Corn Traceability System) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และผลักดันการค้าเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มใช้ มาตรการข้าวโพดปลอดการเผา อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2569</p>
<p><span id="more-37403"></span></p>
<p>พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมีหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งจากกระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน GISTDA ของไทย สมาคม MCIA ของเมียนมา และภาคเอกชนผู้ประกอบการหลักในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ CPP Fertilizer, Bangkok Produce Merchandising (BKP) และ Myanmar C.P. Livestock ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ได้รับมอบ Traceability Recommendation Letter จาก Control Union เพื่อรับรองผลการดำเนินงานในระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นทางการ</p>
<p><strong>นายมงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง</strong> กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็น “ต้นแบบเชิงนโยบาย” ที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใสของไทยสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ระบบ Traceability ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างภาครัฐเมียนมา สมาคม MCIA และเครือซีพี ภายใต้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูง เช่น Sentinel-2 ของ ESA และ QR Code ตรวจสอบย้อนกลับ โดยมีการรับรองจาก Control Union ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ยืนยันได้ว่าข้าวโพดทุกเมล็ดไม่บุกรุกป่า ไม่ผ่านการเผา และสามารถตรวจสอบต้นทางได้แบบ real-time</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__59834872.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายเอกวัฒน์ ธนประสิทธิ์พัฒนา อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์</strong> ระบุว่า เมียนมาคือ “คู่ค้ายุทธศาสตร์” ของไทยในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  การยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับนี้จึงมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาด และสอดคล้องกับแนวโน้มการค้าโลกที่เน้นความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์</strong> ชี้แจงว่า มาตรการนำเข้าข้าวโพดปลอดการเผาของไทยที่จะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2569 แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะปรับตัว และระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบ โดยในช่วงแรกสามารถยื่นเอกสาร Self-Declaration หรือใบรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ ส่วนระยะถัดไปจะต้องมีเอกสารครบถ้วนทั้งใบรับรองจากหน่วยงานรับรอง (CA/CB/VVB), เอกสารนำเข้า และแผนที่แสดงพิกัดแปลงปลูก พร้อมระบบ Post Audit เก็บข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบ</p>
<p>อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือจากประเทศผู้ส่งออก โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยงานรับรองภาครัฐ และการเตรียมข้อมูลการเพาะปลูกของเกษตรกรจะทำให้มาตรการนี้มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมยกย่องบทบาทของเครือซีพีและสมาคม MCIA ที่พัฒนาระบบนี้ร่วมกันจนกลายเป็นต้นแบบความยั่งยืนในระดับภูมิภาค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__59834874.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายอู เอ ชาน อ่อง ประธาน สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา หรือ </strong><strong>MCIA</strong> เปิดเผยว่า สมาคมได้พัฒนาและนำระบบ Traceability มาใช้ตั้งแต่ปี 2023 โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain, ภาพถ่ายดาวเทียม และระบบตรวจจับความร้อน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากผู้ซื้อ ผู้ผลิต และเกษตรกรเข้าด้วยกันอย่างโปร่งใส เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าผลักดันให้รัฐเมียนมาเข้ามาร่วมรับรองระบบในอนาคต</p>
<p><strong>นายฐิติ ลุจินตนานนท์</strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong>  เปิดเผยว่า ความร่วมมือไทย–เมียนมา สู่ห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืนในครั้งนี้ โดยใช้ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ” ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะแสดงศักยภาพในการยกระดับมาตรฐานการค้า สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ และร่วมกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น หมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งเครือซีพีมีนโยบายชัดเจนไม่รับซื้อข้าวโพดจากพื้นที่บุกรุกป่า หรือพื้นที่ที่เกิดจากการเผาแปลง จึงได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเดินหน้าระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยเชื่อมั่นว่าระบบนี้คือเครื่องมือสำคัญที่จะแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงด้วยความโปร่งใส  ระบบ Traceability ช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ถึงปลายทางโรงงานอาหารสัตว์ โดยปีที่ผ่านมา CP ร่วมกับ MCIA และคู่ค้ากว่า 100 ราย ขับเคลื่อนระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และนโยบาย Zero Burn ของไทยในปี 2569</p>
<p><strong>นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย </strong><strong>ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร </strong><strong>เขตเมียนมา</strong> เผยว่า การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับในปีที่ผ่านมา ช่วยลดจุดความร้อนในพื้นที่ปลูกข้าวโพดลงเกือบครึ่ง สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบในการควบคุมการเผาและป้องกันการบุกรุกป่า  ระบบตรวจสอบย้อนกลับถือเป็นเครื่องมือเชิงวิทยาศาสตร์ที่ทั่วโลกยอมรับ และสำหรับในเมียนได้รับการทวนสอบจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ถือเป็นกลไกที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ ‘ฟ้าใส’ ของรัฐบาลไทย ในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนระหว่างไทย เมียนมา และลาว</p>
<p><strong>นายจอมกิตติ ศิริกุล </strong><strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong><strong> </strong><strong>หรือ ซีพี</strong> กล่าวว่า ซีพีผลักดันและดำเนินการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างจริงจัง เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยั่งยืน เริ่มต้นในไทยตั้งแต่ปี 2559 และขยายสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาในปัจจุบัน เป็นไปตามวิสัยทัศน์และนโยบายจากนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารของเครือฯ ขับเคลื่อนนโยบาย “ไม่รับซื้อ-ไม่นำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่บุกรุกป่าหรือมีการเผา โครงการนี้คือผลลัพธ์ของ “ความเชื่อมั่นและความร่วมมือ” ระหว่างภาคี 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการหยุดการเผาและผลักดันสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Mynmar-Corn2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Mr. Stephan Moreels </strong><strong>กรรมการผู้จัดการ </strong><strong>Control Union </strong><strong>ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ระบบตรวจสอบย้อนกลับคือเครื่องมือสำคัญในการตอบโจทย์ตลาดโลกทั้งด้านความปลอดภัยอาหาร ความยั่งยืน และแหล่งที่มาไร้การตัดไม้ โดย Third-Party Verification คือหัวใจในการสร้างความเชื่อมั่นตลอดห่วงโซ่อุปทาน ลดความเสี่ยงจากข้อมูลเท็จ และเปิดทางสู่ตลาดคุณภาพสูง</p>
<p><strong>ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผอ. </strong><strong>GISTDA</strong> กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีดาวเทียมในการตรวจจับจุดความร้อน โดย GISTDA ใช้ดาวเทียมหลากหลาย เช่น VIIRS และ MODIS เพื่อช่วยติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และพัฒนาแพลตฟอร์มคุณภาพอากาศระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสู่ท้องฟ้าอาเซียนปลอดฝุ่น</p>
<p>ความสำเร็จของโครงการตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมาในวันนี้ คือผลลัพธ์ของความร่วมมือระดับภูมิภาคที่แท้จริง ที่เชื่อมโยงนโยบาย ความมุ่งมั่น และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อวางรากฐานของ “ห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่น” ที่โปร่งใส ยั่งยืน และมีความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ไม่เพียงตอบโจทย์ประเทศไทย แต่พร้อมต่อยอดสู่ภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลกได้อย่างมั่นคง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/myanmar-corn-traceability-system/">ไทย–เมียนมา ประกาศความสำเร็จ 1 ปี &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&#8217; เดินหน้าสู่มาตรการปลอดการเผา เริ่ม 1 ม.ค. 2569 สอดรับยุทธศาสตร์ฟ้าใส สร้างห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่นระดับภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เครือซีพี ตอกย้ำพันธกิจ Zero Waste 2030 ผนึกกำลังบริษัทในเครือฯ ร่วมมือไอคอนสยาม ในงาน “สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ – แม่น้ำเจ้าพระยา” เนื่องในวันแม่น้ำโลก สานต่อ 3 Big Goals ด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะเป็นศูนย์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/cp-group-world-rivers-day/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 04:25:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[World Rivers Day]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste 2030]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชชาติ สิทธิพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[วันแม่น้ำโลก]]></category>
		<category><![CDATA[วิเชียร จึงวิโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สุชญา จงเจตน์ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เครือซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36977</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจด้านความยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนโครงการ “สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ – แม่น้ำเจ้าพระยา”เนื่องใน วันแม่น้ำโลก (World Rivers Day) ซึ่งจัดโดยพันธมิตรหลักอย่างไอคอนสยาม ทั้งนี้ ซีพีได้ผนึกกำลังกับบริษัทในเครือ ได้แก่ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า และซีพีพีซี พร้อมระดมพลังซีพีอาสากว่า 200 คน ลงพื้นที่เก็บขยะและติดตั้งทุ่นดักขยะริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิด “HEART FOR THE RIVER, POWER FOR TOMORROW — หัวใจเพื่อสายน้ำ พลังเพื่อวันพรุ่งนี้” ด้วยแพราะแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศตอกย้ำพันธกิจเดินหน้าสู่ Zero Waste 2030 หนึ่งใน 3 Big Goals ด้านความยั่งยืนของซีพี ทั้งยังสอดคล้องกับภารกิจของ โครงการซีพี 100 ปีที่มุ่งก้าวจาก “100 ปีแห่งความสำเร็จ” สู่ “100 ปีที่ 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/cp-group-world-rivers-day/">เครือซีพี ตอกย้ำพันธกิจ Zero Waste 2030 ผนึกกำลังบริษัทในเครือฯ ร่วมมือไอคอนสยาม ในงาน “สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ – แม่น้ำเจ้าพระยา” เนื่องในวันแม่น้ำโลก สานต่อ 3 Big Goals ด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะเป็นศูนย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)</strong> เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจด้านความยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนโครงการ “<strong>สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ – แม่น้ำเจ้าพระยา</strong>”เนื่องใน วันแม่น้ำโลก (World Rivers Day) ซึ่งจัดโดยพันธมิตรหลักอย่างไอคอนสยาม</p>
<p><span id="more-36977"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ซีพีได้ผนึกกำลังกับบริษัทในเครือ ได้แก่ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า และซีพีพีซี พร้อมระดมพลังซีพีอาสากว่า 200 คน ลงพื้นที่เก็บขยะและติดตั้งทุ่นดักขยะริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้แนวคิด “HEART FOR THE RIVER, POWER FOR TOMORROW — หัวใจเพื่อสายน้ำ พลังเพื่อวันพรุ่งนี้” ด้วยแพราะแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศตอกย้ำพันธกิจเดินหน้าสู่ Zero Waste 2030 หนึ่งใน 3 Big Goals ด้านความยั่งยืนของซีพี ทั้งยังสอดคล้องกับภารกิจของ โครงการซีพี 100 ปีที่มุ่งก้าวจาก “100 ปีแห่งความสำเร็จ” สู่ “100 ปีที่ 2 แห่งความยั่งยืน” โดยใช้พลังขององค์กร ธุรกิจ พันธมิตร และภาคสังคม มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในการจัดการขยะและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ภายใต้หลัก SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม “ซีพีร้อยเรียงความดี” ที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมจิตอาสาและสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/CP3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นาย</strong><strong>ณรงค์ เจียรวนนท์</strong> รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะหัวเรือใหญ่ของโครงการสืบสานมรดกแห่งสายน้ำ – แม่น้ำเจ้าพระยา เปิดเผยว่า “แม่น้ำเจ้าพระยา คือแม่น้ำสายหลักของประเทศไทย ทว่าทุกวันนี้เจ้าพระยากำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของผู้คนที่พึ่งพาแม่น้ำสายนี้ โดยเฉพาะปัญหาขยะ ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่ของเจ้าพระยาในปัจจุบัน ซึ่งตรงกับความมุ่งมั่นของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งยึดถือหลักการพัฒนาธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเรากำหนดเป้าหมายชัดเจนภายในปี 2030 ว่าจะมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ลดขยะและของเสียให้เป็นศูนย์ เราจึงได้ร่วมกับพันธมิตร อย่าง ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า และเครือข่ายพันธมิตรริมแม่น้ำทุกภาคส่วน ดำเนินโครงการ ‘สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา’ เพื่อประสานความร่วมมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำสายนี้อย่างจริงจัง โดยเป็นโครงการระยะยาว ที่ไม่เพียงรณรงค์ให้สังคมเกิดจิตสำนึกและตระหนักถึงคุณค่าของเจ้าพระยาเท่านั้น ยังเป็นภาพสะท้อนของพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ชุมชน และสังคม ที่มาร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในการอนุรักษ์น้ำและการจัดการขยะครบวงจร ภายใต้เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)”</p>
<p>ด้าน <strong>นายวิเชียร จึงวิโรจน์</strong> ประธานคณะทำงานซีพี 100 ปี กล่าวเสริมว่า “ซีพี ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 104 ปี ร้อยปีแรกคือการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับองค์กรและสังคม และจากนี้ไปพันธกิจของเราคือการก้าวสู่อีกศตวรรษแห่งความยั่งยืน ด้วยการดำเนินธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมและสังคม กิจกรรมในวันนี้ไม่ใช่เพียงการเก็บขยะ หรือทำความสะอาดริมน้ำ แต่คือการลงมือป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งต่อเข้าสู่ระบบคัดแยกและรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เราได้ติดตั้งทุ่นดักขยะระยะทางกว่า 110 เมตรที่ไอคอนสยาม และเตรียมขยายต่อไปยังท่าเรือสำคัญรวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร สิ่งเหล่านี้สืบเนื่องจากวัฒนธรรมจิตอาสา ซีพีร้อยเรียงความดี ซึ่งเป็น DNA ขององค์กรที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และสะท้อนเจตนารมณ์ของเครือซีพีที่จะไม่หยุดเพียงการสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ แต่พร้อมสานต่อคุณค่าที่ทำร่วมกับสังคมมาตลอดกว่า 100 ปี เพื่อก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 อย่างมั่นคงและยั่งยืน”</p>
<p>ปัจจุบัน แม่น้ำเจ้าพระยากำลังเผชิญวิกฤติสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก โดยมีปริมาณขยะไหลออกสู่ทะเลเฉลี่ยกว่า 52.6 ล้านชิ้น หรือมากกว่า 317 ตันต่อปี การลงมือทำจริงของเครือซีพีและพันธมิตรในโครงการสืบสานมรดกแห่งสายน้ำ – แม่น้ำเจ้าพระยา จึงเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนการแก้ปัญหาเชิงระบบ และการสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมร่วมกันอนุรักษ์สายน้ำของชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/CP2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ พิธีเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจาก <strong>นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์</strong> ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความร่วมมือและพลังใจจากทุกภาคส่วน โดยมี เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ, อธิบดีกรมเจ้าท่า, ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการเขตสาทร, ผู้อำนวยการเขตสัมพันธ์วงศ์, ผู้อำนวยการเขตบางรัก, ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, ประธานสมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, ประธานสมาคมเรือไทย และนายกสมาคมโรงแรมไทย เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ขณะเดียวกันยังมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและพันธมิตรเข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม และรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด รวมถึงผู้บริหารจากเครือซีพีและธุรกิจในเครือ อาทิ นายวิทวัส ตันติเวสส รองประธานคณะทำงานโครงการครบรอบ 100, ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์, นายบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ประธานธุรกิจ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ เครือเจริญโภคภัณฑ์, นางพวงเพ็ญ สุนทรศิริ รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น, นายศุภฤกษ์ อาจราชกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์ ซีพี ออลล์, นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร ซีพี แอ็กซ์ตร้า, นายสมศักดิ์ เลิศชัย ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีพีซี, นายกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซี.พี. แลนด์ และนายวิชย์ สุทธิถวิล กรรมการผู้จัดการ ไบร์ท แพนเทอร์ ที่ร่วมกันลงเรือเพื่อเก็บขยะ ทำความสะอาดริมน้ำ และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณท่าเรือสำคัญ สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของทุกภาคส่วน ที่พร้อมลงมือทำจริง ทั้งในด้านการอนุรักษ์สายน้ำและการจัดการขยะอย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากพลังความร่วมมือขององค์กรและพันธมิตรแล้ว ยังมีซีพีอาสาซึ่งเป็นพนักงานจาก เครือฯ, ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ซีพีพีซี, ทรู และซีพีแลนด์  เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกและความตั้งใจจริงในการรักษาสายน้ำของชาติ โดยตัวแทนจาก CP ALL ส่วนงานสำนักปฏิบัติการ 1 ได้แก่ คุณพรหญิง การพัดชี, คุณทัศนียา ศรีสงค์, คุณสมพิศ นาคหัสดี, คุณประทีป เลไลลำ และ คุณกรวิกา กลิ่นปราณีต เผยความรู้สึกร่วมกันว่า “การเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ แต่เป็นก้าวสำคัญของการดูแลบ้านหลังใหญ่ของพวกเราทุกคน ไม่เพียงแค่ได้ลงมือทำ แต่ยังปลุกพลังให้สังคมเห็นว่า ทุกการกระทำ แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36981 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/CP4.jpg" alt="" width="1200" height="745" /></p>
<p>ขณะที่ทีมซีพีอาสาจาก CPPC โรงงานแกนกระดาษ นำโดยคุณนฤดม สุดใจ ผู้จัดการโรงงาน, คุณสมภาพ สุระเนตร ผู้จัดการแผนกซ่อมบำรุง และคุณภีระพงศ์ ดาศรี วิศวกรซ่อมบำรุง กล่าวถึงความภาคภูมิใจว่า “แม้การเก็บขยะจะเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญในการรักษาธรรมชาติให้กับคนรุ่นต่อไป การได้ร่วมแรงร่วมใจกับเพื่อนซีพีอาสาไม่เพียงทำให้เกิดความภูมิใจ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจที่จะส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้สังคม และช่วยปกป้องความใสสะอาดของแม่น้ำเจ้าพระยา ขยะที่ถูกทิ้งลงแม่น้ำไม่ได้เพียงทำลายสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในน้ำ แต่ยังบั่นทอนคุณค่าและความงดงามของสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน”</p>
<p>ด้าน <strong>คุณสุชญา จงเจตน์ดี </strong>เลขานุการบริหาร กลุ่มธุรกิจอาหาร CPF เปิดเผยว่า “เราตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความตั้งใจ การเก็บขยะอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่สำหรับเรานี่คือการเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลต่ออนาคตของสังคม การได้มีส่วนร่วมในครั้งนี้ทำให้รู้สึกภูมิใจและตระหนักถึงพลังแห่งความร่วมมือที่จะช่วยให้แม่น้ำเจ้าพระยาสะอาดและยั่งยืนมากขึ้น”</p>
<p>ตัวแทนซีพีแลนด์อาสา ได้แก่<strong> คุณศาลิดา เสรเมธากุล</strong> กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร, <strong>คุณสุชาติ สอพิมาย</strong> กลุ่มงาน Property Management, <strong>คุณรัฐวุฒิ สุดสงวน</strong> กลุ่มงาน Property Management, <strong>คุณเฉลิมพร จินดาเพ็ง</strong> กลุ่มงาน Property Management และ<strong>คุณนพัสวันต์ หนุเจริญกุล</strong> กลุ่มงาน Property Management เผยความรู้สึกตรงกันว่า “การได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเก็บขยะ แต่ยังเป็นโอกาสได้เห็นด้วยตาตนเองว่าแม่น้ำเจ้าพระยากำลังเผชิญกับปัญหาอะไรอยู่ และเชื่อว่าทุกแรงเล็ก ๆ ที่ทุกคนช่วยกันลงมือ จะสามารถทำให้สายน้ำกลับมาแข็งแรงและสวยงามได้อีกครั้ง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36982 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/CP5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนพนักงานจากโครงการ One Young World <strong>นางสาวพาณิภัค หล่อวณิชย์</strong> เจ้าหน้าที่อาวุโส CP ALL New Gen กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น การลดใช้พลาสติก หรือชวนเพื่อนมาช่วยกันเก็บขยะ ก็คือการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ใช่เพียงสายน้ำของวันนี้ แต่คืออนาคตของพวกเราด้วย ดีใจที่ได้มาร่วมทำความดีในงานนี้ร่วมกับพี่ๆ เพื่อน ชาว ซีพี ทุกคน&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้ ปี 2568 นับเป็นปีที่ 4 แล้วที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับไอคอนสยามและพันธมิตร จัดกิจกรรมเก็บขยะเนื่องในวันแม่น้ำโลก การร้อยเรียงความดีในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า“แม่น้ำคือชีวิต และการรักษาแม่น้ำคือการรักษาอนาคตของเราทุกคน” กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการส่งต่อสายน้ำใสสะอาดและยั่งยืนให้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน และเป็นพลังแห่งความสามัคคีที่จะขับเคลื่อนการอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/cp-group-world-rivers-day/">เครือซีพี ตอกย้ำพันธกิจ Zero Waste 2030 ผนึกกำลังบริษัทในเครือฯ ร่วมมือไอคอนสยาม ในงาน “สืบสานมรดกแห่งสายน้ำ – แม่น้ำเจ้าพระยา” เนื่องในวันแม่น้ำโลก สานต่อ 3 Big Goals ด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะเป็นศูนย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีเอฟ-บ.ในเครือซีพี รวมพลังเก็บขยะชายหาด &#8216;วันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cpf-restore-the-ocean/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 12:52:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[CPF Restore the Ocean]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เก็บขยะชายหาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36528</guid>

					<description><![CDATA[<p>มลพิษทางทะเล ปัญหาขยะพลาสติก ฯลฯ เป็นต้นเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และแหล่งอาหารที่หล่อเลี้ยงคนทั้งโลก ซึ่งความร่วมมือกันในการสร้างความตระหนักและลงมือทำอย่างจริงจังในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเล นอกจากปกป้องธรรมชาติที่ยั่งยืนแล้ว เป็นการดูแลความมั่นคงทางอาหารของโลกในวันนี้และในอนาคต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมร้อยเรียงความดี รวมพลังกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) หน่วยงานภาครัฐ ชุมชนในพื้นที่ และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ในโอกาส &#8220;วันอนุรักษ์ชายหาดสากล&#8221; (International Coastal Cleanup Day) เก็บขยะชายหาดใน 8 จังหวัดชายฝั่ง ปล่อยเต่าคืนสู่ธรรมชาติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทร เป็นปีที่ 4 ที่ซีพีเอฟประกาศความมุ่งมั่นปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทร ภายใต้โครงการ CPF Restore the Ocean ลดปริมาณขยะในทะเล รวมพลังพนักงานจิตอาสาของบริษัท ลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลผ่านกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง และในโอกาส &#8220;วันอนุรักษ์ชายหาดสากล&#8221; (International Coastal Cleanup Day)ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนกันยายนทุกปี (ตรงกับวันที่ 20 กันยายน 2568) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpf-restore-the-ocean/">ซีพีเอฟ-บ.ในเครือซีพี รวมพลังเก็บขยะชายหาด &#8216;วันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มลพิษทางทะเล ปัญหาขยะพลาสติก ฯลฯ เป็นต้นเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และแหล่งอาหารที่หล่อเลี้ยงคนทั้งโลก ซึ่งความร่วมมือกันในการสร้างความตระหนักและลงมือทำอย่างจริงจังในการดูแลรักษาทรัพยากรทางทะเล นอกจากปกป้องธรรมชาติที่ยั่งยืนแล้ว เป็นการดูแลความมั่นคงทางอาหารของโลกในวันนี้และในอนาคต</p>
<p><span id="more-36528"></span><strong>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>ซีพีเอฟ</strong> ร่วมร้อยเรียงความดี รวมพลังกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) หน่วยงานภาครัฐ ชุมชนในพื้นที่ และเยาวชนคนรุ่นใหม่ ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ในโอกาส &#8220;วันอนุรักษ์ชายหาดสากล&#8221; (International Coastal Cleanup Day) เก็บขยะชายหาดใน 8 จังหวัดชายฝั่ง ปล่อยเต่าคืนสู่ธรรมชาติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36530 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/CPF-Ocean2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เป็นปีที่ 4 ที่ซีพีเอฟประกาศความมุ่งมั่นปกป้องท้องทะเลและมหาสมุทร ภายใต้โครงการ CPF Restore the Ocean ลดปริมาณขยะในทะเล รวมพลังพนักงานจิตอาสาของบริษัท ลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลผ่านกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง และในโอกาส &#8220;วันอนุรักษ์ชายหาดสากล&#8221; (International Coastal Cleanup Day)ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนกันยายนทุกปี (ตรงกับวันที่ 20 กันยายน 2568) ได้จัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด ระหว่างวันที่ 11-19 กันยายน 2568 รวม 8 พื้นที่ ใน 8 จังหวัดชายฝั่ง ได้แก่ สมุทรสาคร ระยอง เพชรบุรี ตราด ชุมพร พังงา ตรัง สุราษฎร์ธานี ตอกย้ำพันธกิจองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36531 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/CPF-Ocean3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>กิจกรรมครั้งนี้ พนักงานจิตอาสาของซีพีเอฟและเครือซีพี อาทิ ทรู ซีพีออลล์ ซีพีแอ็กซ์ตร้า ซีพีแลนด์ ซีพีแรม รวมพลังเก็บขยะ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ กองทัพเรือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งนอกจากเก็บขยะชายหาด เก็บขยะในป่าชายเลน ยังมีกิจกรรมแข่งขันเก็บขยะชายหาด การให้ความรู้โดยเจ้าหน้าที่ทช. ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เกี่ยวกับขยะทะเลและปัญหาจากขยะที่ส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่ในทะเล กิจกรรมปล่อยเต่าคืนสู่ทะเล เป็นต้น</p>
<p>สำหรับขยะที่เก็บได้จากกิจกรรมดังกล่าวจะถูกนำไปสู่กระบวนการคัดแยกขยะ ชั่งน้ำหนัก บันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตามแนวทางสากล (ICC) และนำมาบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) บางส่วนถูกนำไปผสมวัสดุทำกระถางปูนปั้น แผ่นปูนรองพื้นทางเดิน ภาชนะใส่ของ ของตกแต่ง ฯลฯ ขยะขวดแก้วนำไปจำหน่าย ขยะรองเท้าแตะที่นำไปรีไซเคิลเป็นรองเท้ากลับมาใช้ได้อีก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36532 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/CPF-Ocean4.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ซีพีเอฟ และบริษัทในเครือซีพี มุ่งมั่นเดินหน้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เพราะเราตระหนักดีว่า การฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศทางทะเล เป็นการปกป้องและสร้างความมั่นคงทางอาหารที่จะส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อๆไปอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cpf-restore-the-ocean/">ซีพีเอฟ-บ.ในเครือซีพี รวมพลังเก็บขยะชายหาด &#8216;วันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cp-cpf-volunteer-kitchen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Sep 2025 05:11:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสาซีพี-ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[โรงครัวซีพีอาสา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36015</guid>

					<description><![CDATA[<p>“น้ำมาเร็วมาก น้ำป่าหลากเข้าท่วม จนทำให้ดินสไลด์ เหตุเกิดตอนกลางคืน บางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ยังดีที่ตอนนี้มีทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ขอขอบคุณแทนทุกๆคนด้วย” เสียงจากหนึ่งในชาวบ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ต้องอพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว เล่าเหตุการณ์ในคืนนั้นที่เกิดจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อยากให้เกิด ยังมีธารน้ำใจจากทุกๆสายไหลเข้ามายังพื้นที่บ้าน  ปางอุ๋ง เช่นเดียวกับ “ซีพีเอฟอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต” ที่พร้อมผนึกกำลังเครือซีพีร่วมร้อยเรียงความดี เร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทันที ซีพีเอฟ ได้ระดมทีมจิตอาสาและจัดเตรียมวัตถุดิบอาหาร สนับสนุนภารกิจของ “โรงครัวซีพีอาสา” ปักหลักทำอาหาร ที่โรงครัวกลางบ้านปางอุ๋ง วัดนักบุญยวงบัปติสตา หรือโบสถ์ปางอุ๋ง ซึ่งได้นำอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือชุมชนพร้อมจัดทำโรงครัวตั้งแต่เริ่มต้น และได้ประสานบริษัทมาช่วยเป็นอีกหนึ่งกำลังเสริม ในการนำวัตถุดิบอาหาร ทั้งหมูบด ไก่สับ ไข่ไก่สด และน้ำดื่ม มาใช้ประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้ จิตอาสาซีพี-ซีพีเอฟ จากทุกกลุ่มร่วมกันนำวัตถุดิบทั้งหมดไปส่งมอบถึงมือทีมจิตอาสา ทั้งจากมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิปริสุทโธ และชาวชุมชน ที่ร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ ปรุงอาหารหลากหลายเมนู ควันไฟจากโรงครัว เป็นสัญญาณว่าอาหารกำลังจะถูกส่งมอบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในหมู่บ้านปางอุ๋งและอาสาสมัครในพื้นที่ ได้อิ่มท้องมีกำลังกายและเสริมกำลังใจที่ส่งผ่านไปกับอาหารทุกกล่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ดังเช่นทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซีพี-ซีพีเอฟ ย้ำจุดยืนอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต พร้อมช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cp-cpf-volunteer-kitchen/">ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“น้ำมาเร็วมาก น้ำป่าหลากเข้าท่วม จนทำให้ดินสไลด์ เหตุเกิดตอนกลางคืน บางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ยังดีที่ตอนนี้มีทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ขอขอบคุณแทนทุกๆคนด้วย”</em> เสียงจากหนึ่งในชาวบ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ต้องอพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว เล่าเหตุการณ์ในคืนนั้นที่เกิดจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ<span id="more-36015"></span></p>
<p>ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อยากให้เกิด ยังมีธารน้ำใจจากทุกๆสายไหลเข้ามายังพื้นที่บ้าน  ปางอุ๋ง เช่นเดียวกับ “<strong>ซีพีเอฟอยู่เคียงข้างทุกวิกฤต</strong>” ที่พร้อมผนึกกำลังเครือซีพีร่วมร้อยเรียงความดี เร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยทันที</p>
<p>ซีพีเอฟ ได้ระดมทีมจิตอาสาและจัดเตรียมวัตถุดิบอาหาร สนับสนุนภารกิจของ “<strong>โรงครัวซีพีอาสา”</strong> ปักหลักทำอาหาร ที่โรงครัวกลางบ้านปางอุ๋ง วัดนักบุญยวงบัปติสตา หรือโบสถ์ปางอุ๋ง ซึ่งได้นำอาสาสมัครเข้าช่วยเหลือชุมชนพร้อมจัดทำโรงครัวตั้งแต่เริ่มต้น และได้ประสานบริษัทมาช่วยเป็นอีกหนึ่งกำลังเสริม ในการนำวัตถุดิบอาหาร ทั้งหมูบด ไก่สับ ไข่ไก่สด และน้ำดื่ม มาใช้ประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/CP-Arsa3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>วันนี้ จิตอาสาซีพี-ซีพีเอฟ จากทุกกลุ่มร่วมกันนำวัตถุดิบทั้งหมดไปส่งมอบถึงมือทีมจิตอาสา ทั้งจากมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิปริสุทโธ และชาวชุมชน ที่ร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ ปรุงอาหารหลากหลายเมนู ควันไฟจากโรงครัว เป็นสัญญาณว่าอาหารกำลังจะถูกส่งมอบ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในหมู่บ้านปางอุ๋งและอาสาสมัครในพื้นที่ ได้อิ่มท้องมีกำลังกายและเสริมกำลังใจที่ส่งผ่านไปกับอาหารทุกกล่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ดังเช่นทุกๆเหตุการณ์ที่ผ่านมา</p>
<p>ซีพี-ซีพีเอฟ ย้ำจุดยืนอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกวิกฤต พร้อมช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/CP-Arsa2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cp-cpf-volunteer-kitchen/">ส่งใจไปกับอาหาร! ซีพีเอฟ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ร่วมใจสนับสนุนโรงครัวซีพีอาสา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนชาวปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;บอร์ดยั่งยืนซีพี&#8217; ย้ำโจทย์ ​Carbon Neutral 2030 มุ่ง &#8216;เป็นกลางทางคาร์บอน&#8217; ​ภายในปี 2573 วาระสำคัญและเร่งด่วน​​ พร้อมผนึกกำลังองค์กรขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/workshop-cp-group-carbon-neutral-2030/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Aug 2025 13:04:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[C.P. Group]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Climate resilience]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[การเพาะปลูกคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[จีระณี จันทร์รุ่งอุทัย]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี แอ็กซ์ตร้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีออลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู]]></category>
		<category><![CDATA[วีรศักดิ์ พงษ์ธัญญวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคม อาจแสง]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญโภคภัณฑ์อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35787</guid>

					<description><![CDATA[<p>​​การประชุมคณะกรรมการความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งล่าสุด ที่มี ​คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานฯ ได้​สรุปเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กร ภายในปี 2573  (Carbon Neutral 2030) ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญและเร่งด่วนของทุกกลุ่มธุรกิจในเครือฯ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ภายใต้ชื่อ  &#8216;C.P.Group Carbon Neutral 2030 ลงมือทำเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Carbon Neutral&#8217; เพื่อติดตามความคืบหน้า​การดำเนินงานตามแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) พร้อมรายงานสถานการณ์ครึ่งแรกของปี 2568 จากแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อตอกย้ำว่าการจะบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutral ได้สำเร็จต้องอาศัยการขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งองคาพยพ โดยมีผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในไทยและจีน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อร่วมผลักดันให้เครือเจริญโภคภัณฑ์สามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเป้าหมาย &#8216;Carbon Neutral 2030&#8217; ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและจริงจัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/workshop-cp-group-carbon-neutral-2030/">&#8216;บอร์ดยั่งยืนซีพี&#8217; ย้ำโจทย์ ​Carbon Neutral 2030 มุ่ง &#8216;เป็นกลางทางคาร์บอน&#8217; ​ภายในปี 2573 วาระสำคัญและเร่งด่วน​​ พร้อมผนึกกำลังองค์กรขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>​​การประชุมคณะกรรมการความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ครั้งล่าสุด ที่มี ​<strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์</strong> ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานฯ ได้​สรุปเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ <strong>เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กร ภายในปี 2573</strong>  <strong>(Carbon Neutral 2030) </strong>ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญและเร่งด่วนของทุกกลุ่มธุรกิจในเครือฯ</p>
<p><span id="more-35787"></span></p>
<p>สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ภายใต้ชื่อ  <strong>&#8216;C.P.Group Carbon Neutral 2030 ลงมือทำเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Carbon Neutral&#8217; </strong>เพื่อติดตามความคืบหน้า​การดำเนินงานตามแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) พร้อมรายงานสถานการณ์ครึ่งแรกของปี 2568 จากแต่ละกลุ่มธุรกิจ</p>
<p>เพื่อตอกย้ำว่าการจะบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutral ได้สำเร็จต้องอาศัยการขับเคลื่อนพร้อมกันทั้งองคาพยพ โดยมีผู้บริหารระดับสูงด้านความยั่งยืนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในไทยและจีน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมให้ข้อเสนอแนะเพื่อร่วมผลักดันให้เครือเจริญโภคภัณฑ์สามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35823 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/1-ดร.ธีระพล-ถนอมศักดิ์ยุทธ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ</strong> ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเป้าหมาย &#8216;Carbon Neutral 2030&#8217; ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและจริงจัง เพื่อสามารถขับเคลื่อนแผนควบคู่กับการผลักดันให้ธุรกิจยังสามารถเติบโตคู่กันไปด้วย จึงต้องผนึกกำลังในการขับเคลื่อนทั้งองคาพยพ ​</p>
<p>ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ความสำคัญต่อประเด็น <strong>Climate Resilience </strong> พร้อมกำหนดโรดแมปสำคัญ อาทิ การเพิ่มพลังงาน Solar และพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่ง พร้อมส่งเสริมพลังงานชีวภาพจาก Biomass และ Biogas เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินท์ได้ครอบคลุม​ทั้ง Scope 1 และ 2 ขณะที่​​ Scope 3 และในส่วนของภาคเกษตร (FLAG) จำเป็นต้องเร่งพัฒนาแผนเพิ่มเติมเพื่อสามารถบรรลุ Net Zero ได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p><strong>ซีพีเอฟ เร่งลดคาร์บอนทั้งในและนอกภาคเกษตรอย่างมีระบบ</strong></p>
<p><strong>คุณจีระณี จันทร์รุ่งอุทัย</strong> Head of Global Net-Zero บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ ฉายภาพ​การเดินหน้าสู่ Net-Zero ด้วย 4 กลยุทธ์อัจฉริยะ ครอบคลุมทั้งซัพพลายเชน ภายใต้มาตรฐาน Science Based Targets (SBTi) และ Net-Zero Standard  พร้อมระบุว่า ซีพีเอฟกำหนดเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในภาคการเกษตร (FLAG) และนอกภาคการเกษตร (Non-FLAG) อย่างมีระบบ โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์อัจฉริยะ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35824 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2-จีระณี-จันทร์รุ่งอุทัย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>C – Carbon Reduction from Sustainable Sourcing</strong> : มุ่งจัดหาวัตถุดิบปลอดการตัดไม้ทำลายป่า 100% และตรวจสอบย้อนกลับได้</p>
<p><strong>P – Power Circulation</strong> : ใช้พลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p><strong> F – Future Generation</strong> : นำระบบผลิตและอาคารอัจฉริยะด้วย Automation, AI และ IoT มาลดคาร์บอน</p>
<p><strong>Net-Zero Network :  </strong> ร่วมมือกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรเพื่อขยายผลสู่ทั้งอุตสาหกรรม โดยมีมาตรการสำคัญครอบคลุมการเพาะปลูกคาร์บอนต่ำ การเพิ่มพลังงานสะอาด การจัดการของเสีย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยั่งยืน เพื่อให้การลดคาร์บอนเกิดขึ้นอย่างครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><strong>มร.หลิว อี้หัว (Liu Yihua)</strong> และ <strong>นางสาวเฟิง หนาน (Feng Nan)</strong> ผู้แทนกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน กล่าวถึงแผนการสู่ Carbon Neutral 2030  ว่า  การดำเนินงานด้านความยั่งยืนในประเทศจีนมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 32% แล้ว พร้อมมุ่งเดินหน้าสู่ Carbon Neutral 2030 ผ่านการใช้พลังงานสะอาด โดยฟาร์มทั้ง 19 แห่งติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้ว และร่วมกับ Altervim ขยายการผลิตพลังงาน รวมถึงปรับปรุงกระบวนการผลิต เช่น พิมพ์เลเซอร์บนเปลือกไข่แทนสติ๊กเกอร์ และปรับระบบทำความเย็น ช่วยลดคาร์บอนได้กว่า 30,000 ตันต่อปี พร้อมลดต้นทุน ขณะเดียวกันยังพัฒนานวัตกรรมหม้อต้มไอน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ไบโอแก๊ส ส่งเสริมเกษตรหมุนเวียน และผลักดันมาตรฐาน &#8216;โรงงานสีเขียว&#8217; โดยพร้อมเข้าร่วมตลาดคาร์บอนเครดิตหากมีการพัฒนาในจีน</p>
<p><strong>ซีพีออลล์ ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก  4.8 &#8211; 5 แสนตัน</strong></p>
<p><strong>คุณอาคม อาจแสง</strong> ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส สำนักบริหารความยั่งยืนองค์กร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ซีพี ออลล์ ​ตั้งเป้า &#8216;Carbon Neutral 2030&#8217; ​เช่นเดียวกับเครือฯ โดย​วาง​ยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อ​ลดก๊าซเรือนกระจก​ตามเป้าหมาย  480,000-500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ภายในปี 2573  ซึ่งแผน​ดังกล่าวประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35825 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/3-นายอาคม-อาจแสง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>1) ลดการใช้พลังงาน ​ผ่านมาตรการการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั่วทั้งองค์กร</p>
<p>2) ลดความสูญเปล่าจากการใช้พลังงานทั่วทั้งองค์กรลง</p>
<p>3) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด</p>
<p>4) ลดการรั่วไหลและปรับปรุงสารทำความเย็นให้มีค่าศักยภาพทำให้โลกร้อนต่ำ(Low GWP)</p>
<p>ซึ่งคาดว่าทั้ง 4 มาตรการนี้ ​จะช่วยลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกประมาณ 27-30% จากการดำเนินธุรกิจตามปกติ (BAU) ส่วนที่เหลืออีกราว 70-73% จะลดผ่านการชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิต หรือแนวทางอื่นๆ เพื่อนำมาใช้ชดเชยคาร์บอนในส่วนที่ยังเกินอยู่ ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ใหม่นี้ได้เริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นมา</p>
<p><strong>ซีพี แอ็กซ์ตร้า &#8211; ทรู เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35826 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/4-ดร.อนันต์-วัชรพงษ์วินิจ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ</strong> หัวหน้าคณะทำงานด้าน Climate Resilience บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (Makro และ Lotus’s) ระบุว่า ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกมีความท้าทายด้านการใช้พลังงานสูง จึงเร่งใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์รูฟทอป พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพและนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบอัตโนมัติและเอไอมาใช้ ส่งผล​การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2567–2568 ลดลงต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าใช้พลังงานทดแทน 31% ภายในปี 2573 และ 87.6% ภายในปี 2593  พร้อมทั้งได้ร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชั่นในโครงการ Energy Monitoring เพื่อลดการใช้พลังงานในบางช่วงเวลา และเตรียมใช้ระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยี UGT เพื่อสนับสนุนการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณวีรศักดิ์ พงษ์ธัญญวิชัย</strong> หัวหน้าศูนย์นวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า​ แม้กลุ่มทรูจะมีการปล่อยคาร์บอนในสโคป 1 ไม่มาก แต่บริษัทก็เร่ง​เดินหน้าลดการใช้พลังงานจากเสาสัญญาณกว่า 30,000–50,000 เสาทั่วประเทศ ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพเสาเดิม ติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วกว่า 10,000 เสา และพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง พร้อมตั้งศูนย์ BNIC เพื่อลดการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ ส่วนการขับเคลื่อนในสโคป 3  ตั้งเป้าร่วมกับคู่ค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายในปี 2573 โดยเน้นความร่วมมือเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35827 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/5-นายวีรศักดิ์-พงษ์ธัญญวิชัย.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ผู้เชี่ยวชาญแนะบูรณาการ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยี​</strong></p>
<p>ทั้งนี้ ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังได้เปิดรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก​กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ และ​ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนภายนอก เพื่อนำมาเป็นแนวทางและปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ ภานุวัฒน์วนิชย์</strong> ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ปี 2573 และ Net Zero ปี 2593 ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นโจทย์ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากแต่ละกลุ่มธุรกิจมีลักษณะและรูปแบบการดำเนินงานที่แตกต่างกัน แต่ทุกหน่วยธุรกิจต่างมี​​ความพยายามอย่างจริงจังเพื่อ​บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะความร่วมมือกันแบบข้ามกลุ่มธุรกิจ ​โดยแผน​การลดก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 มีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ Scope 3 ซึ่งครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน ยัง​เป็นความท้าทายที่ต้องขับเคลื่อนต่อเนื่อง ทั้งนี้ หน่วยธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี เช่น AI, IoT หรือ Carbon Capture สามารถเป็นต้นแบบให้หน่วยธุรกิจอื่นนำไปต่อยอดและพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ ได้ ซึ่งเอกชนควรเริ่มปรับตัวและขยับตัวอย่างจริงจัง และภาครัฐควรมีนโยบายต่างๆ มาช่วยสนับสนุน​เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมาย​ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>รศ.ดร.ชินธันย์ อารีประเสริฐ</strong> ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจของกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการผลักดันเป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero โดยระบุว่า ​แม้​กลุ่มธุรกิจจะมีความแตกต่างกัน แต่การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เช่น พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์และชีวมวล รวมถึงการใช้ AI และ IoT ในกระบวนการผลิต สามารถช่วยให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35829 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/8-ผศ.ดร.อรอนงค์-ลาภปริสุทธิ.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.อรอนงค์ ลาภปริสุทธิ </strong> ภาควิชาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เห็นว่าทุกหน่วยธุรกิจมีความตั้งใจและระบบการทำงานชัดเจน แม้เป้าหมายท้าทาย โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ซับซ้อนด้านข้อมูล การใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้สามารถจัดเก็บ วิเคราะห์ และนำไปใช้วางแผนได้จริง พร้อมย้ำว่าการขับเคลื่อนของเอกชนจะช่วยให้เป้าหมายประเทศสำเร็จง่ายขึ้น</p>
<p><strong>คุณนครินทร์ หอมดี</strong> สถาบันเทคโนโลยีไทย–ญี่ปุ่น ระบุว่าหลายธุรกิจได้รับการรับรอง SBTi และตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซ Scope 1–3 อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการจัดการพลังงานและเพิ่มพลังงานทดแทน พร้อมชี้ว่าประเทศไทยสามารถนำแนวทาง Industry 5.0 มาปรับใช้เพื่อเสริมความยั่งยืนเช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35830 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/CP-Carbon-Neutral-3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/workshop-cp-group-carbon-neutral-2030/">&#8216;บอร์ดยั่งยืนซีพี&#8217; ย้ำโจทย์ ​Carbon Neutral 2030 มุ่ง &#8216;เป็นกลางทางคาร์บอน&#8217; ​ภายในปี 2573 วาระสำคัญและเร่งด่วน​​ พร้อมผนึกกำลังองค์กรขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GCNT ระดมพลังจัด &#8216;GCNT EXPO 2025&#8217; แนะขับเคลื่อน 7 Ts ​เร่งเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมบรรลุ​​ SDGs ตามเป้าหมาย    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/gcnt-expo-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Jul 2025 06:24:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[7Ts]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Digitalization]]></category>
		<category><![CDATA[Forward SDGs Faster Together]]></category>
		<category><![CDATA[GCNT]]></category>
		<category><![CDATA[GCNT EXPO 2025]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Transformations]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รวมพลังเร่งสร้างโลกที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย เจียรวนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34795</guid>

					<description><![CDATA[<p> สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) เครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืนของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผนึกพลังองค์กรสมาชิกและพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เตรียมจัดงาน &#8216;GCNT Expo 2025: Forward SDGs Faster Together – รวมพลังเร่งสร้างโลกที่ยั่งยืน&#8217; งานแห่งความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย SDGs 2030 ผ่านกรอบ 7 Transformations หรือ 7Ts ระหว่างวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ GCNT ร่วมกับองค์กรสมาชิกชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด(มหาชน)  บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/gcnt-expo-2025/">GCNT ระดมพลังจัด &#8216;GCNT EXPO 2025&#8217; แนะขับเคลื่อน 7 Ts ​เร่งเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมบรรลุ​​ SDGs ตามเป้าหมาย    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (</strong>GCNT) <strong>เ</strong>ครือข่ายความร่วมมือด้านความยั่งยืนของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผนึกพลังองค์กรสมาชิกและพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เตรียมจัดงาน <strong>&#8216;GCNT Expo 2025: Forward SDGs Faster Together – รวมพลังเร่งสร้างโลกที่ยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-34795"></span></p>
<p><strong>งานแห่ง</strong><strong>ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเร่งเดินหน้าประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย </strong>SDGs 2030 <strong>ผ่านกรอบ </strong><strong>7 Transformations </strong>หรือ <strong>7Ts</strong> <strong>ระหว่างวันที่ </strong>29 – 31 <strong>กรกฎาคม </strong>2568 <strong>ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ</strong></p>
<p><strong>GCNT </strong>ร่วมกับองค์กรสมาชิกชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด(มหาชน)  บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด  บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)  บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)  พร้อมด้วยสมาชิกอีกกว่า 100 องค์กร และภาคส่วนต่างๆ ร่วมจัดงาน <strong>GCNT EXPO 2025 </strong> ในพื้นที่กว่า 4,500 ตารางเมตร นับเป็นครั้งแรกที่รวบรวมพลังพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และเยาวชน เร่งขับเคลื่อน SDGs อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งหวังให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ขยายผล และวัดผลได้ รวมทั้งกระตุ้นให้ธุรกิจไทยทุกขนาดทุกภาคอุตสาหกรรมปรับตัวต่อแนวโน้มโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/คุณศุภชัย.jpg" alt="" width="534" height="800" /></p>
<p><strong>คุณศุภชัย เจียรวนนท์</strong> <strong>นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย </strong>(<strong>GCNT</strong>)<strong> ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด</strong> เปิดเผยว่า ประเทศไทยและโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบรรลุ SDGs ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong> <strong>(</strong><strong>Decarbonization)</strong> ที่ยังมีช่องว่างด้านการลงทุน การเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในกระบวนการดังกล่าว</p>
<p><strong>ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์</strong> (<strong>Geopolitical Conflicts) </strong>ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนในการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ</p>
<p>รวมถึง <strong>การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และเทคโนโลยีใหม่ </strong><strong>AI </strong>(Digitalization) ที่แม้จะช่วยให้บรรลุ SDGs ได้เร็วขึ้น แต่ก็สร้างความกังวลเรื่องการใช้พลังงานที่ค่อนข้างสูง การเข้ามาแทนที่แรงงาน และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและข้อมูล</p>
<p>นอกจากนี้ โลกยังเผชิญกับ <strong>วิกฤตความมั่นคงทางอาหารและเกษตรกรรม </strong>เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรการขาดแคลนแรงงาน และทรัพยากรที่ลดลง และที่สำคัญคือ<strong> วิกฤตศรัทธา (</strong><strong>Crisis of Trust) </strong>บั่นทอนความเชื่อมั่น และความร่วมมือข้ามภาคส่วน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการเดินหน้า SDGs ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของสหประชาชาติ</p>
<p><strong>“</strong>วันนี้แม้ประเทศไทยจะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่เราอยู่ในจุดที่ไม่อาจถอยหลังกลับไปได้ (Point of No Return) และนี่คือโอกาสที่สำคัญของทุกคน ทุกภาคส่วน ที่จะลุกขึ้นมารวมพลัง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ด้วยการเร่งเดินหน้าบรรลุ SDGs ให้เร็วขึ้น เป็นรูปธรรม และวัดผลได้ไปพร้อมๆ กัน เราหวังว่า <strong>GCNT EXPO </strong>จะเป็นเวทีต้นแบบด้านความยั่งยืนที่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากที่สุดเวทีหนึ่งในประเทศไทย ที่จะยกระดับความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมาย <strong>SDGs </strong>ในระดับ ประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อาทิการผลักดันนโยบายเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน การนำเสนอนวัตกรรมทางธุรกิจเพื่อความยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน<strong>”</strong> คุณศุภชัย กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34797 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/ดร-ธันยพร-3.jpg" alt="" width="804" height="872" /></p>
<p><strong>ดร</strong>. <strong>ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการ </strong>GCNT กล่าวว่างาน GCNT EXPO 2025 ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การเร่งขับเคลื่อน SDGs อย่างรอบด้าน ภายใต้กรอบ <strong>7Ts</strong> สะท้อนถึงความสำคัญของธุรกิจไทยที่นอกจากจะขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังมีบทบาทที่สำคัญต่อประเทศในการเร่งบรรลุ <strong>SDGs </strong>ได้แก่ <strong>Table Tourism Tech Trade Transition</strong> <strong> </strong> ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ หรือ <strong>Talent </strong>และ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความเชื่อมั่น และความโปร่งใสในการทำงานร่วมกัน หรือ  <strong>Trust </strong>ทั้งหมดนี้ เป็นกรอบแนวคิดที่ช่วยให้ธุรกิจไทย ไม่เพียงปรับตัว​ แต่จะนำการเปลี่ยนแปลง​ และ​สร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อเร่งสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” ดร<strong>. </strong>ธันยพร กล่าว</p>
<p><strong>ขับเคลื่อน GCNT EXPO 2025 สร้างความร่วมมือ สู่การเปลี่ยนแปลง</strong></p>
<p>GCNT EXPO 2025 ประกอบด้วย เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้สำหรับผู้นำความยั่งยืนทุกภาคส่วน ในทุกระดับ ได้แก่</p>
<p><strong>Auditorium Stage &#8211; </strong><strong>เวทีวิสัยทัศน์และนโยบาย </strong>7T<strong>s<br />
</strong>เวทีแสดงวิสัยทัศน์และเสวนาระดับนโยบายของผู้นำองค์กรสมาชิก GCNT และผู้เชี่ยวชาญด้าน<br />
เพื่อร่วมกันหาคำตอบ ทางออก รวมถึงต่อยอดความร่วมมือ ภายใต้กรอบ 7Ts อาทิ</p>
<p><strong>&#8211; Talent </strong>กลุยทธ์ด้านกำลังแรงงานไทย เพื่อรับมือสังคมสูงวัย และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคม<br />
ยุคดิจิทัล และคาร์บอนต่ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p><strong>&#8211; Table </strong>ฝ่าวิกฤตความมั่นคงทางอาหารและเกษตรกรรม ด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ<br />
และการเกษตร หรือการประมงยั่งยืน กับการรักษาจุดแข็งของไทยในฐานะครัวของโลก</p>
<p><strong>&#8211; Tech </strong><strong>AI</strong> ทางออกของความยั่งยืน หรือทิ้งอีกหลายคนไว้ข้างหลัง การปรับตัวของไทย<br />
และภาคธุรกิจ</p>
<p><strong>&#8211; Trade </strong>สำรวจความพร้อมและการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อการค้าและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><strong>&#8211; Transition </strong>การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย สู่สมดุลความมั่นคงทางพลังงาน ทางเลือกพลังงานสะอาด และราคาที่เหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; Tourism </strong>การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ปลอดภัย และ<br />
สร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อประเทศไทย</p>
<p><strong>&#8211; Trust </strong>ฟื้นฟูความเชื่อมั่น พร้อมเสริมสร้างความยุติธรรม และมาตรฐานธรรมาภิบาลใหม่<br />
ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/7T.jpg" alt="" width="1200" height="653" /></p>
<p><strong>Grand Hall Stage</strong> – <strong>เสียงจากคนลงมือทำจริง</strong></p>
<p>เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากลงมือทำจริง ที่จะตอกย้ำว่าเราทุกคนทุกองค์กรล้วนเกี่ยวข้องกับ SDGs อาทิ</p>
<p>&#8211; พูดคุยเรื่องการอนุรักษ์ทะเล กับทราย สก็อต</p>
<p>&#8211; การปกป้องพื้นที่สีเขียวและชีวิตบนบก กับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี</p>
<p>&#8211; เสียงจากโลกที่เปลี่ยนไป กับก้องกรีน กรีน x BJC</p>
<p>&#8211; การจัดการขยะทะเลกับภาวะโลกรวน กับวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล x Thai Union</p>
<p>&#8211; จากห้องแต่งหน้าสู่โลกที่ยั่งยืน Green Glam กับ แพรี่พาย (อมตา จิตตะเสนีย์) x L&#8217;Oréal</p>
<p>&#8211; ชวนทอล์กเรื่อง &#8216;ใจ&#8217; ในโลกที่สุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องกาย กับ ดีเจพี่อ้อย นภาพร <strong><br />
</strong></p>
<p><strong>HR Corner</strong><strong> –</strong><strong>จุดเริ่มต้นอาชีพสายยั่งยืน</strong></p>
<p>พื้นที่แนะแนวสายงานด้านความยั่งยืนจากองค์กรสมาชิก GCNT และ UN Agency สำหรับเยาวชนและผู้สนใจ ที่จะเชื่อมโยงประเด็นความยั่งยืนกับทุกสายอาชีพ ร่วมเรียนรู้แบบลงมือทํา และสร้างเครือข่าย<br />
กับบริษัทภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจ้างงานต่อไปในอนาคต โดยจะมีการเปิดรับสมัครงาน<strong> – </strong>ฝึกงานโดยตรงจากองค์กรสมาชิกกว่า 20 แห่ง เวที Career Talk โดยตัวจริงสายยั่งยืน กิจกรรมให้คําปรึกษาในการเตรียมตัวสมัครงาน และพัฒนาทักษะการทํางาน</p>
<p><strong> </strong><strong>Workshops</strong><strong> – 50+ </strong><strong>เซสชั่นเรียนรู้จริงจากเครือข่าย</strong></p>
<p>การอบรมเชิงปฏิบัติการโดยวิทยากรจากเครือข่ายความยั่งยืน ที่จะมาเปิดพื้นที่กว่า 50 เซสชั่น ให้ผู้สนใจได้ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง เทคนิค และทักษะเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนให้ไปได้ลึกขึ้น เร็วขึ้น และไกลขึ้น อาทิ Workshop Inclusion Toolkits Training for Organizations and business<strong>”</strong> โดย UNDP x Canada      Focus Group <strong>“</strong>Pathway to net zero” โดย TGO<strong>  </strong>  Workshop <strong>“</strong>Soul Connect” โดยเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา สสส<strong>.</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34799 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/GCNT2.jpg" alt="" width="1200" height="604" /></p>
<p><strong>Business Solutions Exhibitions</strong><strong> – </strong><strong>นิทรรศการแนวทางแก้ปัญหาจริงของธุรกิจ</strong><br />
การจัดแสดงผลงานและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนขององค์กรชั้นนำ ที่เน้นการนําเสนอแบบ action-based learning</p>
<p><strong>Member Networking</strong> – เปิดบ้านต้อนรับสมาชิก GCNT และ บริษัทที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ GCNT ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 00 – 19.00 น.</p>
<p><strong> </strong><strong>GCNT Expo 2025</strong> ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบของความร่วมมือระดับประเทศที่จะจุดประกายพลังใหม่ สู่การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การสนับสนุนนวัตกรรมและโมเดล<strong>ธุรกิจ</strong> ที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการพัฒนาแรงงานและเยาวชน ด้วยทักษะแห่งอนาคต</p>
<p>ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโปรแกรมต่างๆ และลงทะเบียนเข้าร่วมงาน GCNT Expo 2025  ได้ที่เว็บไซต์ <a href="https://expo.globalcompact-th.com" target="_blank" rel="noopener">https://expo.globalcompact-th.com</a>   และโซเชียลมีเดียทุกช่องทางของ GCNT</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/gcnt-expo-2025/">GCNT ระดมพลังจัด &#8216;GCNT EXPO 2025&#8217; แนะขับเคลื่อน 7 Ts ​เร่งเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมบรรลุ​​ SDGs ตามเป้าหมาย    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
