<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ญี่ปุ่น &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 22 Mar 2026 13:00:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ญี่ปุ่น &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศึกษา &#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบ &#8216;จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; ​​ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบสมบูรณ์ ​พร้อม​เทคโนโลยีรีไซเคิล เปลี่ยน &#8216;ขยะ&#8217; สู่แร่มูลค่าสูงได้ถึง 20 ชนิด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/ais-cg-learning-ewaste-management-japan-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Mar 2026 13:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Dowa Eco-System]]></category>
		<category><![CDATA[Dowa Holding]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[E-Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Airlines]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Model]]></category>
		<category><![CDATA[Kosaka Smelting & Refining]]></category>
		<category><![CDATA[Rare Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Urban Mining]]></category>
		<category><![CDATA[WMS]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลกรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ญี่ปุ่น ​เป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบด้าน &#8216;การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; อย่างมีประสิทธิภาพ​ และมีการบังคับใช้กฏหมายด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถือเป็นหนึ่ง​กุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศ​​แห่งนี้ได้กลายโรลโมเดลด้าน E-waste Management  ​แห่งหนึ่งของโลก โปรเจ็กต์สำคัญภายใต้ความร่วมมือของ AIS,  Central Group และ Japan Airlines ในการพาผู้ชนะกิจกรรม &#8216;ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี&#8217; ​บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์และศึกษาเรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร ณ Eco Recycle และ Kosaka Smelting &#38; Refining ในเครือ Dowa Eco-System ภายใต้ Dowa Holding โดยมีบริษัทในเครือ Dowa Gropu จากประเทศไทย อย่าง Waste Management Siam (WMS) ร่วม​ให้ความรู้ในการพาชมกระบวนการรีไซเคิล E-Waste และการถลุงแร่สำคัญกว่า 20 ชนิด โดยไม่ต้องทำการขุดเหมืองแบบเดิมๆ แต่เป็นผลผลิตสำคัญที่ได้จากกระบวนการ​รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ​นับเป็นการ​ทำเหมือง​รูปแบบใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/ais-cg-learning-ewaste-management-japan-model/">ศึกษา &#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบ &#8216;จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; ​​ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบสมบูรณ์ ​พร้อม​เทคโนโลยีรีไซเคิล เปลี่ยน &#8216;ขยะ&#8217; สู่แร่มูลค่าสูงได้ถึง 20 ชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ญี่ปุ่น</strong> ​เป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบด้าน <strong>&#8216;การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217;</strong> อย่างมีประสิทธิภาพ​ และมีการบังคับใช้กฏหมายด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถือเป็นหนึ่ง​กุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศ​​แห่งนี้ได้กลายโรลโมเดลด้าน E-waste Management  ​แห่งหนึ่งของโลก</p>
<p><span id="more-40620"></span></p>
<p>โปรเจ็กต์สำคัญภายใต้ความร่วมมือของ <strong>AIS,  Central Group </strong>และ <strong>Japan Airlines</strong> ในการพาผู้ชนะกิจกรรม <strong>&#8216;ถ่ายคลิปทิ้ง </strong><strong>E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี&#8217; ​</strong>บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์และศึกษาเรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร ณ <strong>Eco Recycle</strong> และ<strong> Kosaka Smelting &amp; Refining</strong> ในเครือ Dowa Eco-System ภายใต้ Dowa Holding</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ewaste3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมีบริษัทในเครือ Dowa Gropu จากประเทศไทย อย่าง <strong>Waste Management Siam (WMS) </strong>ร่วม​ให้ความรู้ในการพาชมกระบวนการรีไซเคิล E-Waste และการถลุงแร่สำคัญกว่า 20 ชนิด โดยไม่ต้องทำการขุดเหมืองแบบเดิมๆ แต่เป็นผลผลิตสำคัญที่ได้จากกระบวนการ​รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ​นับเป็นการ​ทำเหมือง​รูปแบบใหม่ ที่สามารถทำได้ภายในเมือง <strong>(Urban Mining)</strong> นอกจากลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังมีส่วนช่วยจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีอีกด้วย</p>
<p><strong>เปลี่ยน E-Waste เป็นทองคำและแร่สำคัญ (Rare Earth) </strong></p>
<p>ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศญี่ปุ่น จะใช้การบริหารจัดการในระบบโควต้า โดย Dowa Eco-System ได้รับการจัดสรรให้ดูแล E-Waste จากกลุ่ม B ​ในปริมาณ​ 3 แสนชิ้นต่อปี ขณะที่ความสามารถโดยรวมในการจัดการมีสูงถึงกว่า 6 แสนชิ้นต่อปี ซึ่ง​​​เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะถูกส่งมายัง Eco Recycle ​ซึ่งเป็นโรงงานที่รับ E-Waste ทุกชนิด มาเข้าสู่กระบวนการถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิลให้มากที่สุด ภายใต้กฎหมายการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์​ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40629 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ewaste7.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p>การทำงานใน <strong>Eco Recycle</strong> ยังเป็นการผสมผสานทั้งการใช้คนและเครื่องจักร เพราะมีกระบวนการในการคัดแยกที่ละเอียดซับซ้อน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทำความเย็น ที่ต้องมีการนำสารทำความเย็นออกจากตัวเครื่องก่อน เพื่อป้องกันการระเหยและส่งผลกระทบสู่ชั้นบรรยากาศ และการสะสมของก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการแยกวัสดุแต่ละประเภทออกจากกัน ก่อนนำไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิล ซึ่งปัจจุบันสามารถ​รีไซเคิลได้เกือบทั้งหมด เหลือเพียง​วัสดุบางประเภทราว 9% เท่านั้น ที่ยังไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้​​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re6.jpg" alt="" width="1200" height="851" /></p>
<p>ส่วนกลุ่ม​ที่เป็นโลหะ หรือแผงวงจรต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือ จะถูกส่งไปที่ <strong>Kosaka Smelting &amp; Refining</strong> ซึ่งเป็นโรงงานหลอมชิ้นส่วนของ E-Waste และถลุงเป็น​โลหะมีค่า​หลายชนิด เช่น ทอง เงิน ทองแดง รวมทั้งแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ หรือรถยนต์  โดยโรงงานแห่งนี้ นับเป็น 1 ใน 3 ของโลก ที่สามารถสกัดโลหะมีค่าได้มากกว่า 20 ชนิด จากความเชี่ยวชาญเดิมที่เคยทำธุรกิจด้านการทำเหมืองแร่มากว่าร้อยปี</p>
<p>โดย​ปี 2024 ที่ผ่านมา โรงงานได้ทำการรับโทรศัพท์มือถือเพื่อเข้าสู่ระบบรีไซเคิลรวมกว่า 11,100 เครื่อง หรือราว 2.1 ตัน และสามารถสกัดออกเป็นแร่มูลค่าสูง อาทิ ทองคำ 713 กรัม ,​เงิน 3,585 กรัม และทองแดง 229 กิโลกรัม รวมทั้งยังสามารถสกัดแร่สำคัญต่างๆ ที่กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ทำให้ไม่จำเป็นต้อง​ใช้วิธีทำเหมือง​เพื่อขุดและสกัดหาแร่สำคัญแบบเดิมๆ ซึ่งปัจจุบันทั้งประเทศญี่ปุ่นได้ยกเลิกการให้สัมปทานการทำเหมืองแร่แล้วทั้งหมด เหลือเพียงการทำเหมืองแร่ทองคำเพียง 1-2 แห่งเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40632 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบจัดการ E-Waste ด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong></p>
<p><em><strong>ความสำเร็จของญี่ปุ่น ที่สามารถขับเคลื่อน E-Waste Management  ได้อย่างสมบูรณ์​ ทำให้สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในญี่ปุ่นต่างผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลแทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความพร้อมทั้งข้อกฏหมาย และการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนในประเทศตั้งแต่เริ่มต้น</strong> </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Dowa2.jpg" alt="" width="600" height="800" /></p>
<p>โดยมีกฏหมายที่กำหนดบทบาทและหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนภายใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ ผู้ผลิต ​ผู้บริหารจัดการผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน รวมทั้งฝ่ายกำกับดูแล ทั้งด้านนโยบาย การบริหารจัดการกองทุนและการดูแลจัดการขยะอิเล็กทรกนิกส์ เพื่อนำไปชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการจัดการผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน</p>
<p><strong>คุณสุทธิดา ฝากคำ</strong> Senior Environmental and Compliance Manager WMS ในเครือ Dowa Group ให้ข้อมูลว่า การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในญี่ปุ่น จะเป็นระบบโควต้า โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม A และ กลุ่ม B ​แต่ละกลุ่มจะ​ครอบคลุมผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ไว้อย่างชัดเจน ทำให้บริษัทรับจัดการขยะรู้ขอบเขตของตัวเองว่าสามารถเก็บผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ใดได้บ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Dowa7.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ขณะที่ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จะเป็นไปตามแนวทาง <strong>&#8216;ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย&#8217;</strong> ซึ่งในญี่ปุ่น จะมีการบวกค่าใช้จ่ายไว้ในราคาสินค้าที่ซื้อแต่ละชิ้นไว้อยู่แล้ว เพื่อนำหักเข้ากองทุนสำหรับนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ตามที่บริษัทจัดการขยะ ได้ส่งรายงานและประเมินต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อนำมาเบิกกับทางกองทุน</p>
<p><em>&#8220;การมีข้อกฏหมายที่ชัดเจนและ​ขับเคลื่อนได้จริง รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศมีความตระหนักรู้ในการทิ้งขยะอย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเด็ก เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ระบบการขับเคลื่อนในญี่ปุ่นมีความแข็งแรง ​ขณะที่ในประเทศไทย มีความพยายามผลักดัน พ.ร.บ.ขยะอิเล็กทรอนิกส์  โดยนำร่องครอบคลุมสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ทีวี แอร์ และตู้เย็น  แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปข้อกำหนด​เรื่องผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะได้ ทำให้ยังไม่สามารถมีข้อฏหมายที่มากำหนดทั้งการให้สิทธิประโยชน์ หรือบทลงโทษต่างๆ ได้ ประกอบกับประชาชนที่ยังไม่ตระหนักต่อผลกระทบของการทิ้งขยะปะปนกัน โดยเฉพาะขยะอันตรายที่อาจถูกนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกวิธีทำให้เกิดสารพิษรั่วไหลสู่แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้​&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Dowa4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ผนึกกำลังเดินหน้า​ Zero E-Waste to Landfill ต่อเนื่อง </strong></p>
<p>การมาดูงาน <strong>Dowa Eco-System</strong> ​ประเทศญี่ปุ่น​ครั้งนี้ ทำให้​มองเห็นปลายทาง​การจัดการ E-Waste ที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างวัตถุดิบสำหรับนำกลับไปเป็นต้นทางในการผลิตได้ใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>รวมทั้งยังเป็นกลไกในการ​บริหารจัดการ E-Waste ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องทุกปีไม่ต่ำกว่า 10% ตามพฤติกรรมในการใช้งาน และการขับเคลื่อนการเติบโต​จากภาคธุรกิจ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวของผู้บริโภคทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Winner3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>พร้อมทั้งการได้เห็นความมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างจริงจังของภาคเอกชนอย่าง <strong>AIS </strong>และ <strong>Central Group </strong>ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ <strong>&#8216;คนไทยไร้ E-Waste&#8217;</strong> มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563  โดย AIS ทำหน้าที่เป็นแกนนำผลักดัน <strong>AIS HUB of E-Waste </strong> เพื่อสร้างศูนย์กลางการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย มุ่งนำขยะทุกชิ้นเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธีตามหลัก <strong>Zero E-Waste to Landfill</strong> ขณะที่ <strong>กลุ่มเซ็นทรัล </strong>สนับสนุนการขยายเครือข่ายจุดรับทิ้งในพื้นที่ศูนย์การค้าทั่วประเทศ ​​เชื่อมโยงพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับระบบบริหารจัดการขยะที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถทิ้ง E-Waste ได้อย่างสะดวกและถูกต้อง</p>
<p>​<strong>คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า ​โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจของ AIS ในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างโปร่งใสและยั่งยืน รางวัลที่มอบให้ผู้ชนะในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเดินทางท่องเที่ยว แต่เป็น <strong>Sustainability Learning Experience</strong> ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้เห็นกระบวนการจริงตลอดทั้งเส้นทาง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า E-Waste ทุกชิ้นจะถูกจัดการตามมาตรฐาน Zero E-Waste to Landfill อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Winner4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การทำงานร่วมกับ Central Group, Japan Airlines และ WMS ยังเป็นการสร้าง ‘โมเดลระดับประเทศ’ ภายใต้แนวคิด Circular Economy ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคสู่โรงงานรีไซเคิลระดับโลกอย่างครบวงจร ก่อให้เกิด E-Waste Ecosystem สำหรับประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทิ้งอย่างถูกวิธีจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง 100% โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อผู้บริโภคได้เห็นปลายทางของขยะอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การใช้งานไปจนถึงการทิ้งอย่างถูกต้อง&#8221;</em></p>
<p><strong>คุณอัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแนวคิด <strong>Circularity</strong> หรือ<strong>เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> ภายใต้กรอบการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านหลักการ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p>สำหรับมิติด้านการบริหารจัดการขยะ กลุ่มเซ็นทรัล​ให้ความสำคัญกับการแยกขยะอย่างต่อเนื่อง และยกระดับแนวปฏิบัตินี้ให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการดำเนินธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบอย่างน้อย 30% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ภายในปี 2050 ผ่านโครงการ <strong>Love The Earth – ZERO WASTE NOW</strong> ซึ่งมุ่งพัฒนา &#8216;<strong>โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร&#8217;</strong> เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40631 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;อีกหนึ่งประเด็นที่กลุ่มเซ็นทรัล ให้ความสำคัญมากขึ้นคือขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของยุคดิจิทัล หากจัดการไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม สู่ดินและแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน หากเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน จะสามารถกู้คืนโลหะมีค่าและทรัพยากรสำคัญกลับมาใช้ใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p>ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัลได้จัดตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste ร่วมกับ AIS ครอบคลุมศูนย์การค้ากว่า 42 สาขาทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง ง่ายดาย และทั่วถึง เพื่อร่วมกันยกระดับการจัดการทรัพยากรของประเทศ ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/re11.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>ความร่วมมือระหว่าง AIS, กลุ่มเซ็นทรัล และ Japan Airlines ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่ผู้บริโภค จุดรับทิ้ง พื้นที่เชิงพาณิชย์ ไปจนถึงกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานระบบการจัดการ E-Waste ของประเทศให้เข้มแข็ง โปร่งใส และขยายผลได้ในระยะยาว เพื่อร่วมกันยกระดับประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างต้นแบบความร่วมมือภาคธุรกิจที่สามารถต่อยอดสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศในวงกว้างอย่างยั่งยืน</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/ais-cg-learning-ewaste-management-japan-model/">ศึกษา &#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบ &#8216;จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; ​​ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบสมบูรณ์ ​พร้อม​เทคโนโลยีรีไซเคิล เปลี่ยน &#8216;ขยะ&#8217; สู่แร่มูลค่าสูงได้ถึง 20 ชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:55:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[ActionPlan]]></category>
		<category><![CDATA[BestPractice]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Goals]]></category>
		<category><![CDATA[Household]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[JapaneseStyle]]></category>
		<category><![CDATA[NetZero]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Toyama]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ZeroFoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสียอาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36322</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ Food Waste โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจ เป็นหลัก ขณะที่​ ภาคครัวเรือน ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการลดขยะ โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้นสำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ UNEP ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจากครัวเรือน และ สร้าง​ก๊าซเรือนกระจก 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตันปริมาณ​​ Food [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศญี่ปุ่น</strong> เป็นหนึ่ง​ต้นแบบของประเทศที่มีศักยภาพในการจัดการ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; หรือ​ <strong>Food Waste</strong> โดยสามารถบรรลุเป้าหมายลดขยะอาหารในภาพรวมของทั้งประเทศได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ถึง 8 ปี</p>
<p><span id="more-36322"></span></p>
<p>แม้ว่าภาพรวมจะสามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่เป็นการขับเคลื่อนจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคธุรกิจ</span> เป็นหลัก ขณะที่​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ภาคครัวเรือน</span> ยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเพื่อเร่งการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ลดขยะ</span> โดยเฉพาะ Food Waste ในภาคครัวเรือนได้มากขึ้น<br class="html-br" />สำหรับภาพรวมปริมาณขยะอาหารทั่วโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">UNEP</span> ได้ประเมินปริมาณอาหารเหลือทั้งในปี 2022 มีปริมาณรวมกว่า 1.05 พันล้านตัน ซึ่งกว่า 60% เกิดจาก<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ครัวเรือน</span> และ สร้าง​<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ก๊าซเรือนกระจก</span> 8-10% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่​ปี 2022 ญี่ปุ่น สามารถลดปริมาณขยะอาหาร เหลือเพียง 4.72 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสามารถขับเคลื่อน​ได้เร็วกว่าเป้าหมายถึง 8 ปี จากแผนที่ต้องการลด​ Food Waste ลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 จากฐานปี 2000 ที่มีปริมาณ Food Waste 9.8 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />ปริมาณ​​ Food Waste ที่ลดลงเหลือ ​4.72 ล้านตัน ในปี 2022 มาจากทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน ในอัตราเท่ากันที่ 50% หรือราว 2.36 ล้านตัน<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดย​ภาคธุรกิจ (Business Food Waste ) ทำได้ค่อนข้างดี สามารถลด Food Waste ​มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ​จึงได้​ทำการขยับเป้าหมายเพิ่มเป็น 60% ภายในปี 2030<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ ภาคครัวเรือน (Household Food Waste) ปริมาณขยะอาหาร​ 2.36 ล้านตัน ถือว่ายังสูงกว่าเป้าหมายที่ต้องลดลงให้เหลือ 2.16 ล้านตัน ซึ่งการล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ของภาคครัวเรือนนั้น ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 40 ล้านล้านเยร หรือ 2.77 ​แสนล้านเหรียญสหรัฐ​ และสร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Carbonfootprint</span> 10.46 ล้านตันCO2e<br class="html-br" /><br class="html-br" />ทั้งนี้ แผนที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ เพื่อเร่งสปีดกาารลด Food Waste ในภาคครัวเรือน อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีหลากหลายและรอบด้าน เช่น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>การปรับเป้าหมายใหม่ เพื่อลด Food Waste ได้มากขึ้น</strong></p>
<p>โดยในปี 2025 นี้ ​ญี่ปุ่นทำการปรับเป้าหมายลดขยะอาหาร ในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็น 60% ส่วนภาคครัวเรือน ยังอยู่ที่ 50% จากฐาน​ในปี 2000 เช่นเดิม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>สร้างความร่วมมือด้าน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Loss,</span> <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Food Waste</span> มากขึ้น</strong></p>
<p>ผ่านความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะเป้าหมายในกลุ่ม ‘ครัวเรือน’<br class="html-br" />ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ และนโยบาย​​ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหาร สร้างความตระหนักรู้ ปรับแนวคิด เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ทั้ง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj xzsf02u x1s688f" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/stakeholders?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZVQHJsLmkdE3WvNHjH7cHKbZ2gA-DwFmJs6OJShznfaCdL9f5EnhLIWDiliNlehmcH7Q5J3IkbbKURGChKySVk-967jN_5hbU9-QKb25NtsCQSZ2UGveaee6Yq8Y2h7opYybnwl3jyxdX2LirpefDxUbmlBUzHVyN7KbXAP5O57i-yhA7a8fQbe0P8TeFwR533daHzF729a2zC1EGDYjDbr9HLoyMAesjkTX0tA6k6pwQ&amp;__tn__=*NK*F" target="_blank" rel="noopener">#Stakeholders</a></span> ​<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>กลยุทธ์ ‘Toyoma Food Loss Zero’</strong></p>
<p>โครงการต้นแบบของจังหวัด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โทยามะ</span> สร้างแคมเปญให้ผู้บริโภคและธุรกิจร่วมมือลดขยะอาหาร<br class="html-br" />พรัอมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มุ่งช่วยลดขยะอาหารภายในครัวเรือน<br class="html-br" />พร้อมเพิ่มแนวทางดึงดูดคนรุ่นใหม่ แชร์วิดีโอส่งเสริมการให้ความรู้ รสมทั้งใช้มาสคอตให้เข้าถึงกลุ่มเด็กได้ง่ายขึ้น<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เทคโนโลยี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ตู้เย็นอัจฉริยะ</span></strong></p>
<p>ประเมินความสดวัตถุดิบ / ทำเครื่องหมายสินค้าที่ใกล้หมดอายุ<br class="html-br" />พัฒนา IoT เชื่อมต่อร้านค้าออนไลน์ เพื่อสั่งซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ<br class="html-br" />เพิ่มบทบาทภาคเอกชน มีโครงการนำร่องช่วยลดปริมาณอาหารหมดอายุ ประเมินศักยภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือพัฒนาแอปช่วยคิดเมนูลดขยะอาหารในครัวเรือน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ศึกษา ‘พฤติกรรมประชากร’ แต่ละช่วงวัย</strong></p>
<p>การเข้าใจ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อินไซต์</span> และ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">พฤติกรรม</span> ประชากรแต่ละช่วงวัย จะช่วยให้สามารถอออกแบบวิธีการ หรือวางรากฐาน พัฒนาแนวทางลดขยะอาหารในครัวเรือนในญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น โดยจากการศึกษา พบอินไซต์ของประชากรในวัยต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น</p>
<p>กลุ่ม​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สูงวัย</span> (70 ปีขึ้นไป) จะสร้างขยะอาหารเฉลี่ย 46 กิโลกรัม/ คน มากกว่ากลุ่มอายุน้อย เกือบ 3 เท่า ที่สร้างเฉลี่ย 16.6 กิโลกรัม/คน</p>
<p>หรือกลุ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">คนรุ่นใหม่</span> มักรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยกว่า, คนสูงอายุมักซื้ออาหารเน่าเสียง่ายมากกว่า รวมทั้งสาเหตุการทิ้งอาหารที่แตกต่างกัน เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/food-waste-management-in-japan/">How to กำจัด &#8216;Food Waste&#8217; สไตล์ญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>RAGTAG Thailand นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากญี่ปุ่น ประเดิมเปิดตลาดไทยในงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ &#038; เฟส ครั้งที่ 29”  พร้อมให้บริการสินค้าแฟชันดีไซเนอร์แบรนด์มือสองอย่างเป็นทางการ   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/ragtag-thailand-second-hand-shop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 05:06:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[RAGTAG Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Second hand]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เวิลด์ สห (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้ามือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[ฮายาโตะ โมเทกิ]]></category>
		<category><![CDATA[แร็กแท็ก ไทยแลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34818</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวิลด์ สห (ประเทศไทย) เปิดตัว &#8216;RAGTAG Thailand&#8217; ผู้นำเข้าสินค้าดีไซน์เนอร์แบรนด์มือสองจากญี่ปุ่น ในงาน &#8216;สหกรุ๊ป แฟร์ &#38; เฟส ครั้งที่ 29&#8242; ก่อนเตรียมขยายสู่ร้านค้าใจกลางกรุงเทพฯ กลางเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสแฟชันพรีเมียมจากญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ นายฮายาโตะ โมเทกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ สห (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า RAGTAG Thailand (แร็กแท็ก ไทยแลนด์) เป็นร้านสินค้ามือสองจากญี่ปุ่นที่คัดสรรสินค้าแฟชันจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่ลักชัวรีแบรนด์ไปจนถึงสตรีตแบรนด์  ที่สำคัญสินค้าทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมมาตรฐานที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับซื้อ คัดเลือก ไปจนถึงการจัดจำหน่าย ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าสินค้าในร้าน RAGTAG เป็นของแท้ทุกชิ้น เตรียมพบประสบการณ์การช็อปสินค้าแฟชันลักชัวรีมือสองในราคาคุ้มค่า พร้อมคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุด จาก RAGTAG Thailand ได้ใน Store แห่งใหม่ใจกลางเมือง ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ นับเป็น “Store” แห่งแรกในไทยอย่างเป็นทางการ RAGTAG เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมายาวนานในประเทศญี่ปุ่นในฐานะร้านค้าสินค้ามือสองระดับพรีเมียม ที่เน้นคัดสรรเสื้อผ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/ragtag-thailand-second-hand-shop/">RAGTAG Thailand นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากญี่ปุ่น ประเดิมเปิดตลาดไทยในงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ &#038; เฟส ครั้งที่ 29”  พร้อมให้บริการสินค้าแฟชันดีไซเนอร์แบรนด์มือสองอย่างเป็นทางการ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เวิลด์ สห (ประเทศไทย) เปิดตัว &#8216;</strong><strong>RAGTAG Thailand&#8217; </strong><strong>ผู้นำเข้าสินค้าดีไซน์เนอร์แบรนด์มือสองจากญี่ปุ่น ในงาน &#8216;</strong><strong>สหกรุ๊ป แฟร์ </strong><strong>&amp; </strong><strong>เฟส ครั้งที่ 29&#8242; ก่อนเตรียมขยายสู่ร้านค้าใจกลางกรุงเทพฯ กลางเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสแฟชันพรีเมียมจากญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ</strong><span id="more-34818"></span></p>
<p><strong>นายฮายาโตะ โมเทกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ สห (ประเทศไทย) จำกัด </strong>เปิดเผยว่า RAGTAG Thailand (แร็กแท็ก ไทยแลนด์) เป็นร้านสินค้ามือสองจากญี่ปุ่นที่คัดสรรสินค้าแฟชันจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่ลักชัวรีแบรนด์ไปจนถึงสตรีตแบรนด์  ที่สำคัญสินค้าทุกชิ้นผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมมาตรฐานที่เข้มงวดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับซื้อ คัดเลือก ไปจนถึงการจัดจำหน่าย ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าสินค้าในร้าน RAGTAG เป็นของแท้ทุกชิ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34820 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/RAGTAG-2_0.jpg" alt="" width="1200" height="776" /></p>
<p>เตรียมพบประสบการณ์การช็อปสินค้าแฟชันลักชัวรีมือสองในราคาคุ้มค่า พร้อมคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุด จาก RAGTAG Thailand ได้ใน Store แห่งใหม่ใจกลางเมือง ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ นับเป็น “Store” แห่งแรกในไทยอย่างเป็นทางการ</p>
<p>RAGTAG เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมายาวนานในประเทศญี่ปุ่นในฐานะร้านค้าสินค้ามือสองระดับพรีเมียม ที่เน้นคัดสรรเสื้อผ้า กระเป๋า และแอคเซสซอรีแบรนด์เนมแท้จากทั่วโลกกว่า 5,000 แบรนด์ อาทิ Chanel, Hermès, Gucci, Prada, Loewe , Supreme , Stussy , Patagonia , Undercover, …</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34821 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/RAGTAG-5_0_1.jpg" alt="" width="2048" height="1365" /></p>
<p>ปัจจุบัน RAGTAG มีสาขากว่า 24 แห่งทั่วญี่ปุ่น และได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งจากลูกค้าชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่มองหาสินค้าแฟชันมือสองคุณภาพพรีเมียมในราคาที่คุ้มค่า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/ragtag-thailand-second-hand-shop/">RAGTAG Thailand นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากญี่ปุ่น ประเดิมเปิดตลาดไทยในงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ &#038; เฟส ครั้งที่ 29”  พร้อมให้บริการสินค้าแฟชันดีไซเนอร์แบรนด์มือสองอย่างเป็นทางการ   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;วัฒนธรรมเสื้อผ้ามือสอง&#8217; กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนหนุ่มสาวญี่ปุ่น ปริมาณนำเข้าทะลุ 1 หมื่นตัน พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/srcond-hand-clothing-culture-popular-in-japan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 10:49:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Clothes]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Second hand]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมเสื้อผ้ามือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้ามือสอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22730</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;วัฒนธรรมเสื้อผ้ามือสอง&#8221; กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวญี่ปุ่น ส่งผลให้ราคาเสื้อผ้ามือสองพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานไม่ได้เพิ่มขึ้นมากพอเท่ากับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีปัญหาโควิดแพร่ระบาด แต่จำนวนร้านเสื้อผ้ามือสองยังเติบโตต่อเนื่องจาก 40 แห่ง เป็น 50 แห่ง ​โดย​ปัจจุบันมีร้านค้าเกือบ 200 แห่ง ขณะที่ปริมาณ​นำเข้าเสื้อผ้าใช้แล้วของญี่ปุ่นในปี 2022 มีมากกว่า​ 10,000 ตัน ถือว่าสูงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสองจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากแฟชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในประเทศ จะมีลักษณะ​ที่คล้ายกัน ​ทำให้แฟชั่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นที่นิยม และหันมาเลือกซื้อสินค้ามือสองจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้การแข่งขันด้านการจัดซื้อมีความรุนแรงขึ้น และต้นทุนด้านราคาก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ​จากข้อมูลสถิติการค้าพบว่า ราคานำเข้าต่อกิโลกรัมในปี 2022 เพิ่มขึ้นประมาณ​​ 30% เมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าวินเทจ เช่น สินค้าจากปี 1940 และ 1950 ที่อาจมีราคาสูงขึ้นถึง 10 ล้านเยน  รวมถึงข้อมูลของ Aucfan ซึ่งดำเนินการเครื่องมือวิเคราะห์ราคา ให้ข้อมูลราคาประมูลที่สำเร็จโดยเฉลี่ยในการประมูลออนไลน์อยู่ที่ 6,347 เยนสำหรับเสื้อผ้าผู้ชาย (การสำรวจเดือนกันยายน) ซึ่งสูงกว่า 5 ปีก่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/srcond-hand-clothing-culture-popular-in-japan/">&#8216;วัฒนธรรมเสื้อผ้ามือสอง&#8217; กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนหนุ่มสาวญี่ปุ่น ปริมาณนำเข้าทะลุ 1 หมื่นตัน พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8220;วัฒนธรรมเสื้อผ้ามือสอง&#8221;</strong> กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวญี่ปุ่น ส่งผลให้ราคาเสื้อผ้ามือสองพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานไม่ได้เพิ่มขึ้นมากพอเท่ากับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น</p>
<p><span id="more-22730"></span></p>
<p>แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีปัญหาโควิดแพร่ระบาด แต่จำนวนร้านเสื้อผ้ามือสองยังเติบโตต่อเนื่องจาก 40 แห่ง เป็น 50 แห่ง ​โดย​ปัจจุบันมีร้านค้าเกือบ 200 แห่ง ขณะที่ปริมาณ​นำเข้าเสื้อผ้าใช้แล้วของญี่ปุ่นในปี 2022 มีมากกว่า​ 10,000 ตัน ถือว่าสูงมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเสื้อผ้ามือสองจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากแฟชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในประเทศ จะมีลักษณะ​ที่คล้ายกัน ​ทำให้แฟชั่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นที่นิยม และหันมาเลือกซื้อสินค้ามือสองจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22731 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/1-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้การแข่งขันด้านการจัดซื้อมีความรุนแรงขึ้น และต้นทุนด้านราคาก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ​จากข้อมูลสถิติการค้าพบว่า ราคานำเข้าต่อกิโลกรัมในปี 2022 เพิ่มขึ้นประมาณ​​ 30% เมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าวินเทจ เช่น สินค้าจากปี 1940 และ 1950 ที่อาจมีราคาสูงขึ้นถึง 10 ล้านเยน  รวมถึงข้อมูลของ Aucfan ซึ่งดำเนินการเครื่องมือวิเคราะห์ราคา ให้ข้อมูลราคาประมูลที่สำเร็จโดยเฉลี่ยในการประมูลออนไลน์อยู่ที่ 6,347 เยนสำหรับเสื้อผ้าผู้ชาย (การสำรวจเดือนกันยายน) ซึ่งสูงกว่า 5 ปีก่อน ประมาณ 10%</p>
<p>ทั้งนี้ สาเหตุการปรับขึ้นของระดับราคาก็มาจากเหตุผลด้านอุปทานเช่นกัน โดยผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกล่าวว่า ในปี 2023 ​จำนวนเสื้อผ้ามือสองลดลงทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก โดยพบว่า ครัวเรือนมักจะขายเสื้อผ้ามือสอง หลังจากซื้อไปแล้ว 2- 3 ปี ขณะที่การ​แพร่ระบาดของ COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อการซื้อสินค้าใหม่ในช่วงก่อนหน้านี้</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่าไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เสื้อผ้ามือสองกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ทำให้มีผู้จัดซื้อจากหลายชาติทั้งจากยุโรปและจีนเข้ามาร่วมวงเพิ่มมากขึ้น และแม้ว่าราคาเสื้อผ้ามือสองในตลาดโลกจะสูงขึ้น แต่ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะส่งต่อราคาที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ไปยังราคาร้านค้าในญี่ปุ่นได้มากนัก ​ส่งผลให้ผู้จัดซื้อญี่ปุ่นไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับบริษัทจัดซื้อจากทางยุโรปที่สามารถขยับราคาขายปลีกได้อย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันเงินเยนที่อ่อนค่าลง ก็สามารถดึงดูดผู้ซื้อชาวต่างชาติให้ซื้อสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22732 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้ามือสองที่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นซื้อ คิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเสื้อผ้าทั้งหมดที่มีการผลิตขึ้น แม้ว่ามีแนวโน้มการนำกลับมาใช้ใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น แต่ธรรมชาติในการจำหน่ายเสื้อผ้ามือสอง ก็มักจะจำหน่ายในกลุ่มเสื้อผ้ายอดนิยมที่​อยู่ในสภาพดีเพียงบางรายการเท่านั้น แม้ว่าการเติบโตของฟาสต์แฟชั่นอาจจะช่วยเพิ่มอุปทานให้เสื้อผ้ามือสอง จากการที่มีผู้นำ​เสื้อผ้ามือสองมาจำหน่ายเพิ่มขึ้น แต่เสื้อผ้าดังกล่าวมักจำหน่ายไม่ค่อยได้ราคามากนัก</p>
<p>สำหรับขนาดของตลาดเสื้อผ้ามือสอง​ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่คาดว่าปริมาณการส่งออกในปี 2022 ที่ผ่านมา มีจำนวนมากถึง 220,000 ตัน ซึ่งสูงกว่าปริมาณการนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญ ​ ขณะที่เสื้อผ้าใช้แล้วส่วนใหญ่ ที่ไม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ที่มักจะมองหาเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ส่วนมากมักจะถูกส่งไปจำหน่ายในประเทศกำลังพัฒนาในราคาที่ต่ำกว่า โดยเฉพาะแถบประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22733 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/srcond-hand-clothing-culture-popular-in-japan/">&#8216;วัฒนธรรมเสื้อผ้ามือสอง&#8217; กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนหนุ่มสาวญี่ปุ่น ปริมาณนำเข้าทะลุ 1 หมื่นตัน พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้างมูลค่าเพิ่มให้ &#8216;​ฝุ่น&#8217; โรงงานญี่ปุ่นชุบชีวิต &#8216;ขุยผ้า By product&#8217; ต่อยอดเป็นหัวเชื้อจุดไฟเตาแคมปิ้ง สินค้าใหม่ได้ใจสายเทรนดี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/imabari-dust-fire-starter-by-product-developed-of-nishisenko/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Oct 2023 11:03:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[By Product]]></category>
		<category><![CDATA[Imabari]]></category>
		<category><![CDATA[Imabari Dust]]></category>
		<category><![CDATA[Nishisenko]]></category>
		<category><![CDATA[Production]]></category>
		<category><![CDATA[THE MAGIC HOUR]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[Value Added]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะสิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[นิชิเซ็นโก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นอิมาบาริ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟุกุโอกะ โทโมนาริ]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21892</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงงานนิชิเซ็นโก (Nishisenko) เมืองอิมาบาริ จังหวัดเอฮิเมะ ถือว่าเป็นแหล่งผลิตผ้าขนหนูชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์อิมาบาริ (Imabari) ​ซึ่งในกระบวนการผลิตผ้าขนหนูวันละหลายพันผืนนั้น ส่งผลให้เกิดฝุ่นจากขุยผ้าที่ต้องนำไปกำจัดทิ้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งฝุ่นเหล่านี้หากไม่บริหารจัดการให้ดี นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพนักงานในโรงงานแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร และทำให้เกิดไฟไหม้ในโรงงานได้ ทางโรงงานจึงแก้ปัญหาด้วยการต่อยอดจากขุยผ้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตและ​กลายเป็นขยะที่ต้องนำไปกำจัดมาทำเป็นเชื้อไฟ สำหรับจุดไฟในเตาแคมปิ้ง ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ​ คุณฟุกุโอกะ โทโมนาริ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์​ โรงงานนิชิเซนโก โรงงานย้อมผ้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าขนหนูและผ้าอเนกประสงค์ต่างๆ และยังเป็นนักตั้งแคมป์ตัวยง ผู้คิดค้นไอเดียต่อยอดฝุ่นจากขุยผ้าขนหนูอิมาบาริซึ่งเป็นผ้าฝ้าย 100% และมีคุณสมบัติในการติดไฟได้ดี มาเป็นหัวเชื้อสำหรับก่อไฟ แทนการใช้เชือกป่านที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้เป็นเชื้อไฟในการจุดเตาแคมปิ้งกันก่อนหน้านี้ &#8220;แต่ละวันโรงงานต้องทำการย้อมและอบผ้าขนหนูมากกว่า 3,000 กิโลกรัมต่อวัน ​ทำให้พนักงานต้องทำความสะอาดตัวกรองฝุ่นของเครื่องอบผ้า วันละ 6-7 คร้ัง ​และเกิดขยะจากขุยผ้าที่ติดอยู่กับตัวกรองเก็บใส่ถุงไว้เพื่อเตรียมทิ้งเป็นจำนวนมาก ​จึงได้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้โรงงาน ด้วยการผลิตเป็น &#8216;ฝุ่นอิมาบาริ&#8217; (Imabari Dust) ภายใต้แบรนด์ THE MAGIC HOUR ซึ่งเป็นแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์​​กลางแจ้งของนิชิเซ็นโก โดยเริ่มผลิตมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ผ่านมา ​และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยมี 2 ขนาด คือ 1 ชิ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/imabari-dust-fire-starter-by-product-developed-of-nishisenko/">สร้างมูลค่าเพิ่มให้ &#8216;​ฝุ่น&#8217; โรงงานญี่ปุ่นชุบชีวิต &#8216;ขุยผ้า By product&#8217; ต่อยอดเป็นหัวเชื้อจุดไฟเตาแคมปิ้ง สินค้าใหม่ได้ใจสายเทรนดี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โรงงานนิชิเซ็นโก</strong> (Nishisenko) เมืองอิมาบาริ จังหวัดเอฮิเมะ ถือว่าเป็นแหล่งผลิตผ้าขนหนูชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์อิมาบาริ (Imabari) ​ซึ่งในกระบวนการผลิตผ้าขนหนูวันละหลายพันผืนนั้น ส่งผลให้เกิดฝุ่นจากขุยผ้าที่ต้องนำไปกำจัดทิ้งเป็นจำนวนมาก</p>
<p><span id="more-21892"></span></p>
<p>ซึ่งฝุ่นเหล่านี้หากไม่บริหารจัดการให้ดี นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของพนักงานในโรงงานแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร และทำให้เกิดไฟไหม้ในโรงงานได้</p>
<p>ทางโรงงานจึงแก้ปัญหาด้วยการต่อยอดจากขุยผ้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตและ​กลายเป็นขยะที่ต้องนำไปกำจัดมาทำเป็นเชื้อไฟ สำหรับจุดไฟในเตาแคมปิ้ง ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น ​</p>
<figure id="attachment_21895" aria-describedby="caption-attachment-21895" style="width: 682px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21895" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/3-7.jpg" alt="" width="682" height="682" /><figcaption id="caption-attachment-21895" class="wp-caption-text">Creidt : Facebook THE MAGIC HOUR (マジックアワー)</figcaption></figure>
<p><strong>คุณฟุกุโอกะ โทโมนาริ</strong> ผู้จัดการผลิตภัณฑ์​ โรงงานนิชิเซนโก โรงงานย้อมผ้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าขนหนูและผ้าอเนกประสงค์ต่างๆ และยังเป็นนักตั้งแคมป์ตัวยง ผู้คิดค้นไอเดียต่อยอดฝุ่นจากขุยผ้าขนหนูอิมาบาริซึ่งเป็นผ้าฝ้าย 100% และมีคุณสมบัติในการติดไฟได้ดี มาเป็นหัวเชื้อสำหรับก่อไฟ แทนการใช้เชือกป่านที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้เป็นเชื้อไฟในการจุดเตาแคมปิ้งกันก่อนหน้านี้</p>
<p>&#8220;แต่ละวันโรงงานต้องทำการย้อมและอบผ้าขนหนูมากกว่า 3,000 กิโลกรัมต่อวัน ​ทำให้พนักงานต้องทำความสะอาดตัวกรองฝุ่นของเครื่องอบผ้า วันละ 6-7 คร้ัง ​และเกิดขยะจากขุยผ้าที่ติดอยู่กับตัวกรองเก็บใส่ถุงไว้เพื่อเตรียมทิ้งเป็นจำนวนมาก ​จึงได้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้โรงงาน ด้วยการผลิตเป็น &#8216;<strong>ฝุ่นอิมาบาริ&#8217;</strong> (Imabari Dust) ภายใต้แบรนด์<strong> THE MAGIC HOUR</strong> ซึ่งเป็นแบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์​​กลางแจ้งของนิชิเซ็นโก โดยเริ่มผลิตมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ผ่านมา ​และได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยมี 2 ขนาด คือ 1 ชิ้น บรรจุ 40 กรัม ราคา 660 เยน และแบบรีฟิล 40 กรัม ราคา 330 เยน&#8221;​</p>
<figure id="attachment_21896" aria-describedby="caption-attachment-21896" style="width: 682px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21896" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/12.jpg" alt="" width="682" height="511" /><figcaption id="caption-attachment-21896" class="wp-caption-text">Creidt : Facebook THE MAGIC HOUR (マジックアワー)</figcaption></figure>
<p>โดยฝุ่นอิมาบาริ 10 กรัม จะสามารถติดไฟต่อเนื่องได้ถึง 5 นาที ​และยังมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ก่อไฟชนิดอื่นๆ ที่ไม่ก่อให้เกิดขี้เถ้าหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ ​ประกอบกับการผลิตมาจากขุยผ้าที่ผ่านกระบวนการย้อมมาแล้ว ทำให้มีสีสันสดใส ซึ่งเวลานำผ้าที่นำเข้าเครื่องอบ​​จะทำการแยกสี ทำให้ได้ขุยผ้า​สีเดียวกันทั้งหมด และมีหลากหลายสี ทำให้สามารถนำมาดีไซน์เป็นหลากหลายสีสันขณะเมื่อนำมาใส่บรรจุภัณฑ์ ช่วยเพิ่มความสะดุดตา และดูน่ารัก น่าใช้งานมากขึ้นด้วย</p>
<figure id="attachment_21898" aria-describedby="caption-attachment-21898" style="width: 701px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21898 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/10-1.jpg" alt="" width="701" height="701" /><figcaption id="caption-attachment-21898" class="wp-caption-text">Creidt : Facebook THE MAGIC HOUR (マジックアワー)</figcaption></figure>
<p>สำหรับแบรนด์ THE MAGIC HOUR ​โดยโรงงานนิชิเซ็นโกนั้น ยังถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และดำเนินกระบวนการตามแนวทางการผลิตอย่างยั่งยืน​ โดยใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตที่ประหยัดการใช้พลังงานและลดขยะในกระบวนการผลิต ​โดยช่างย้อมและเย็บที่มีทักษะ พร้อมให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบ SDGs</p>
<p><a href="https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/news/programs/special/202309181822/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://the-magic-hour.com/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><iframe loading="lazy" title="THE MAGIC HOUR 『今治のホコリ』製造工程" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/k_ROrywutXs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/imabari-dust-fire-starter-by-product-developed-of-nishisenko/">สร้างมูลค่าเพิ่มให้ &#8216;​ฝุ่น&#8217; โรงงานญี่ปุ่นชุบชีวิต &#8216;ขุยผ้า By product&#8217; ต่อยอดเป็นหัวเชื้อจุดไฟเตาแคมปิ้ง สินค้าใหม่ได้ใจสายเทรนดี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;การทดลองครั้งใหม่ของยูนิโคล่&#8217; ​กับโมเดล​​ Pop-Up Store เปิดขายเสื้อผ้ามือสอง ราคาเหลือ 1 ใน 3 นำร่อง​ฮาราจูกุสาขาแรก ​พร้อมพ่วงบริการเสริมจาก RE.UNIQLO​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/uniqlo-launched-pop-up-pre-owned-items-in-harajuku/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2023 04:28:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Retailing]]></category>
		<category><![CDATA[Harajuku]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[Life Wear]]></category>
		<category><![CDATA[Pop-up Store]]></category>
		<category><![CDATA[RE.UNIQLO]]></category>
		<category><![CDATA[Retailer]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซ่อมแซมเสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์ รีเทลลิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[รียูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาราจูกุ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้ามือสอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21819</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยูนิโคล่ ทดลองเปิด Pop-up Store เพื่อจำหน่ายสินค้ามือสองเป็นครั้งแรก นำร่องใน​สาขาฮาราจูกุ ชิบูยา โตเกียวโดยเปิดให้บริการเพียง 12 วัน ตั้งแต่ 11 &#8211; 22 ตุลาคม 2566 ตั้งราคาขาย 1 ใน 3 ของสินค้าใหม่ การทดลองโมเดลใหม่ของยูนิโคล่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามลดขยะจากอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นความมุ่งมั่น​ที่ Fast Retailing บริษัทแม่ของยูนิโคล่ขับเคลื่อนมาโดยตลอด ตามปรัชญา Life wear  ที่ยึดถือในการดำเนินธุรกิจ ภายในป๊อบอัพสโตร์แห่งนี้ ได้รวบรวมสินค้ามือสองกว่า 400 &#8211; 500 ชิ้น ​ซึ่งได้ผ่านการทำความสะอาดและบางชิ้นได้ทำการย้อมสีใหม่ ก่อนจะนำกลับมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคอีกครั้ง ด้วยราคา​เพียง 1 ใน 3 ของราคาสินค้าใหม่ ทั้งเสื้อสเวตเตอร์ ในราคา 1,500 เยน เสื้อ​ฟลีซ 1,000 เยน ผ้าพันคอ​แคชเมียร์ 3,000 เยน เสื้อทีเชิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/uniqlo-launched-pop-up-pre-owned-items-in-harajuku/">&#8216;การทดลองครั้งใหม่ของยูนิโคล่&#8217; ​กับโมเดล​​ Pop-Up Store เปิดขายเสื้อผ้ามือสอง ราคาเหลือ 1 ใน 3 นำร่อง​ฮาราจูกุสาขาแรก ​พร้อมพ่วงบริการเสริมจาก RE.UNIQLO​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ยูนิโคล่ ทดลองเปิด Pop-up Store เพื่อจำหน่ายสินค้ามือสองเป็นครั้งแรก นำร่องใน​สาขาฮาราจูกุ ชิบูยา โตเกียวโดยเปิดให้บริการเพียง 12 วัน ตั้งแต่ 11 &#8211; 22 ตุลาคม 2566 ตั้งราคาขาย 1 ใน 3 ของสินค้าใหม่</p>
<p><span id="more-21819"></span></p>
<p>การทดลองโมเดลใหม่ของยูนิโคล่ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามลดขยะจากอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นความมุ่งมั่น​ที่ Fast Retailing บริษัทแม่ของยูนิโคล่ขับเคลื่อนมาโดยตลอด ตามปรัชญา Life wear  ที่ยึดถือในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p>ภายในป๊อบอัพสโตร์แห่งนี้ ได้รวบรวมสินค้ามือสองกว่า 400 &#8211; 500 ชิ้น ​ซึ่งได้ผ่านการทำความสะอาดและบางชิ้นได้ทำการย้อมสีใหม่ ก่อนจะนำกลับมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคอีกครั้ง ด้วยราคา​เพียง 1 ใน 3 ของราคาสินค้าใหม่ ทั้งเสื้อสเวตเตอร์ ในราคา 1,500 เยน เสื้อ​ฟลีซ 1,000 เยน ผ้าพันคอ​แคชเมียร์ 3,000 เยน เสื้อทีเชิต 1,990 เยน เสื้อเชิตสไตล์แคชชวล 2,990 เยน เและกางเกงชิโน 3,990 เยน</p>
<p>รวมทั้งการนำสินค้าในคอลเลคชันก่อนปี 2000 กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง เพื่อให้ลูกค้ากลับมาสัมผัสกับสีสันและความสุขของแฟชั่นที่มีความเป็นยูนีคในช่วงเวลานั้น ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เพราะสามารถซื้อเสื้อผ้าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้นำบริการจาก RE.UNIQLO มาให้บริการได้​ด้วย สำหรับลูกค้าเลือกซื้อแผ่นปักเพื่อใช้ตกแต่งเสื้อผ้า จะมีบริการเย็บแผ่นปักลวดลายต่างๆ ให้ลูกค้าเพิ่มเติม​ ในราคาแผ่นละ 500 เยน</p>
<figure id="attachment_21820" aria-describedby="caption-attachment-21820" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-21820 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/Uniqlo-Pop-Up-2nd-hand1.jpg" alt="" width="1200" height="849" /><figcaption id="caption-attachment-21820" class="wp-caption-text">Credit: The Japan News</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ ยูนิโคล่จะนำผลการตอบรับของ​ลูกค้าที่ได้รับจากการเปิดป๊อบอัพสโตร์ในครั้งนี้ มาพิจารณาสำหรับการให้บริการขายเสื้อผ้าในกลุ่มเสื้อผ้ามือสองต่อไป</p>
<p>ยูนิโคล่ ได้เริ่มโครงการรับบริจาคเสื้อฟลีซที่ลูกค้าไม่ได้ใช้แล้ว​เพื่อนำกลับไปรีไซเคิล ตั้งแต่ปี 2544 ก่อนจะขยายบริการออกไปจนครบทุกกลุ่มผลิตภันฑ์ในปี 2549 รวมทั้งเริ่มให้บริการรับซ่อมแซมเสื้อผ้า หรือ RE.UNIQLO ในปี 2564 ซึ่งปัจจุบันสามารถขยายการให้บริการออกไปได้ 33 สาขา ใน 14 ประเทศ</p>
<p><a href="https://japannews.yomiuri.co.jp/business/companies/20231012-142630/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://asia.nikkei.com/Business/Retail/Uniqlo-draws-thrifters-in-Harajuku-with-1st-pop-up-for-used-clothes" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/uniqlo-launched-pop-up-pre-owned-items-in-harajuku/">&#8216;การทดลองครั้งใหม่ของยูนิโคล่&#8217; ​กับโมเดล​​ Pop-Up Store เปิดขายเสื้อผ้ามือสอง ราคาเหลือ 1 ใน 3 นำร่อง​ฮาราจูกุสาขาแรก ​พร้อมพ่วงบริการเสริมจาก RE.UNIQLO​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อสัตว์เลี้ยงอายุยืนขึ้น และกำลังเข้าสู่ Aging Society  ตลาด &#8216;สัตว์เลี้ยงสูงอายุ&#8217; จึงเป็นโอกาสใหม่ที่น่าจับตาอย่างมากในญี่ปุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/elderly-pets-new-opportunity-market-in-japan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 09:24:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aging Society]]></category>
		<category><![CDATA[Elderly Pet]]></category>
		<category><![CDATA[H2O Retailing Corp.]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Pet Food Association]]></category>
		<category><![CDATA[Market Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Pet Humanization]]></category>
		<category><![CDATA[Silver Age]]></category>
		<category><![CDATA[Unicharm]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดสัตว์เลี้ยงสูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์การตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20643</guid>

					<description><![CDATA[<p>สังคมผู้สูงอายุทำให้เกิดผู้บริโภคใน​กลุ่มซีเนียร์  เช่นเดียวกับตลาดสัตว์เลี้ยง ที่ปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และอาจกลายเป็นโอกาสใหม่ทางการตลาดให้ธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะในตลาดประเทศญี่ปุ่นที่เห็นเทรนด์นี้เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยพบข้อมูลว่า จำนวนสุนัขและแมวที่มีการเลี้ยงภายในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนประมาณ 15.89 ล้านตัว ซึ่งในแง่จำนวนอาจจะคงที่ แต่ในเชิงมูลค่ามีการขยายตัวอย่างมาก เนื่องจากเทรนด์ดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกในครอบครัว หรือ ทำให้ผู้เลี้ยงทุ่มเทในการดูแล โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพและการพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งพัฒนาการทางการแพทย์ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนขึ้นเช่นเดียวกับมนุษย์ ทำให้มีสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพและการพยาบาลสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น จากรายงานของ Yano Research Institute Ltd. พบว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2560 เท่ากับ 1.5193 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดการณ์มูลค่าตลาดในปี 2567 จะเพิ่มเป็น​ 1.8370 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 4.5 แสนล้านบาท สอดคล้องกับ​รายงานของ Japan Pet Food Association ที่พบว่า แม้จำนวนสุนัขและแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงจะไม่เพิ่มขึ้น แต่มูลค่าในการใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น กรณีสุนัข ค่าใช้จ่ายต่อเดือนต่อ 1 ตัว ในปี 2560 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/elderly-pets-new-opportunity-market-in-japan/">เมื่อสัตว์เลี้ยงอายุยืนขึ้น และกำลังเข้าสู่ Aging Society  ตลาด &#8216;สัตว์เลี้ยงสูงอายุ&#8217; จึงเป็นโอกาสใหม่ที่น่าจับตาอย่างมากในญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สังคมผู้สูงอายุทำให้เกิดผู้บริโภคใน​กลุ่มซีเนียร์  เช่นเดียวกับตลาดสัตว์เลี้ยง ที่ปัจจุบันมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น และอาจกลายเป็นโอกาสใหม่ทางการตลาดให้ธุรกิจเช่นกัน โดยเฉพาะในตลาดประเทศญี่ปุ่นที่เห็นเทรนด์นี้เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p><span id="more-20643"></span></p>
<p>โดยพบข้อมูลว่า จำนวนสุนัขและแมวที่มีการเลี้ยงภายในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนประมาณ 15.89 ล้านตัว ซึ่งในแง่จำนวนอาจจะคงที่ แต่ในเชิงมูลค่ามีการขยายตัวอย่างมาก เนื่องจากเทรนด์ดูแลสัตว์เลี้ยงเหมือนสมาชิกในครอบครัว หรือ ทำให้ผู้เลี้ยงทุ่มเทในการดูแล โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพและการพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งพัฒนาการทางการแพทย์ที่ทำให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนขึ้นเช่นเดียวกับมนุษย์ ทำให้มีสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพและการพยาบาลสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น</p>
<p>จากรายงานของ <strong>Yano Research Institute Ltd.</strong> พบว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2560 เท่ากับ 1.5193 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 3.6 แสนล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดการณ์มูลค่าตลาดในปี 2567 จะเพิ่มเป็น​ 1.8370 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 4.5 แสนล้านบาท</p>
<figure id="attachment_20645" aria-describedby="caption-attachment-20645" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20645 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/1-9.jpg" alt="" width="1200" height="674" /><figcaption id="caption-attachment-20645" class="wp-caption-text">Credit : hankyu-hellodog</figcaption></figure>
<p>สอดคล้องกับ​รายงานของ <strong>Japan Pet Food Association</strong> ที่พบว่า แม้จำนวนสุนัขและแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงจะไม่เพิ่มขึ้น แต่มูลค่าในการใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น กรณีสุนัข ค่าใช้จ่ายต่อเดือนต่อ 1 ตัว ในปี 2560 เท่ากับ 9,543 เยน (ประมาณ 2,500 บาท) แต่ในปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 13,904 เยน (ประมาณ 3,500 บาท)  เช่นเดียวกับแมว ที่มีการใช้จ่ายในแต่ละเดือนมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><em><strong>สาเหตุหนึ่งมาจาก สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนขึ้นเนื่องจากการพัฒนาด้านการแพทย์ โดยอายุเฉลี่ยของสุนัขในปี 2553 เท่ากับ 13.87 ปี และในปี 2565 มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 14.76 ปี ส่วนแมว จากอายุเฉลี่ย 14.36 ปี เป็น 15.62 ปี ​ เห็นได้ว่าทั้ง​สุนัขและแมว จะมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นประมาณ 1 ปี</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20651 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/shutterstock_1671139675.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>การที่สัตว์ก็มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเช่นเดียวกับคน ​ทำให้สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น บริษัทรายใหญ่ก็ให้ความสำคัญและขยายการจำหน่ายกลุ่มสินค้านี้เช่นกัน</strong> เช่น อาหารสุขภาพสำหรับแมวยี่ห้อ “All Well” ของบริษัท Unicharm ที่สามารถจำหน่ายได้เกินเป้าที่ตั้งไว้กว่า 2 เท่า เป็นอาหารแมวที่ช่วยลดอาการสำรอก ซึ่งเป็นอาการเฉพาะของแมว โดยอาหารแมวซีรีส์นี้มี 15 ประเภท เช่น อาหารแมวที่ผสมสารอาหารที่ช่วยคงสุขภาพไตสำหรับแมวสูงอายุ เป็นต้น</p>
<p>สำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยงของบริษัท<strong> Unicharm</strong> มีมูลค่าการจำหน่ายในปี 2560 เท่ากับ 79,800 ล้านเยน (ประมาณ 20,000 ล้านบาท) และมีมูลค่าการจำหน่ายในปี 2565 เพิ่มขึ้นราว 50% เท่ากับ 125,300 ล้านเยน (ประมาณ 30,000 ล้านบาท) ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลา 5 ปี โดยบริษัทให้ความเห็นว่า มีเจ้าของที่ใส่ใจในสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่สูงอายุเพิ่มขึ้น และจะพยายามผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อขยายตลาดต่อไป”</p>
<figure id="attachment_20646" aria-describedby="caption-attachment-20646" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20646 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/2-7.jpg" alt="" width="1200" height="860" /><figcaption id="caption-attachment-20646" class="wp-caption-text">Credit : hankyu-hellodog</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้ ยังมีบริษัทที่ให้บริการสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากบริการของผู้สูงอายุ เช่น บริษัท <strong>H2O Retailing Corp.</strong> ที่มีร้าน สัตว์เลี้ยง “<strong>Hankyu Hello! Dog”</strong> ซึ่งมีการติดตั้งเครื่อง oxygen capsule สำหรับสัตว์ในร้าน มีการให้ทดลองใช้หรือยืมรถเข็นสำหรับสุนัขสูงอายุ และมีการแนะนำ Supplement เพื่อป้องกันภาวะข้อต่ออักเสบ เป็นต้น</p>
<p>หรือบริษัทอย่าง <strong>ROHTO Pharmaceutical Co., Ltd.</strong> เป็นบริษัทใหญ่รายใหม่ที่เข้าสู่ธุรกิจตลาดสัตว์เลี้ยง เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัททำความตกลงร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท AHB Inc, ที่มีร้านสัตว์เลี้ยง “Pet Plus” หลายสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยจะนำข้อมูลที่ได้จากบริษัท AHB Inc, มาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงต่อไป โดยบริษัทคาดหวังว่า “สังคมปัจจุบัน มีความตระหนักเรื่องสุขภาพสัตว์เลี้ยงสูงขึ้น จึงอยากนำเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่มาใช้ประโยชน์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค”</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/elderly-pets-new-opportunity-market-in-japan/">เมื่อสัตว์เลี้ยงอายุยืนขึ้น และกำลังเข้าสู่ Aging Society  ตลาด &#8216;สัตว์เลี้ยงสูงอายุ&#8217; จึงเป็นโอกาสใหม่ที่น่าจับตาอย่างมากในญี่ปุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัสความสำเร็จ &#8216;เมืองคามิคัตสึ&#8217; ​​​ต้นแบบสร้างเมืองปลอดขยะแห่งแรกในญี่ปุ่น ทำอย่างไรให้ทุกคนในเมืองแยกขยะได้แบบยิบย่อยถึง 45 ชนิดได้สำเร็จ  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/key-success-of-kamikatsu-to-zero-waste-town/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Apr 2023 10:25:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[Kamikatsu]]></category>
		<category><![CDATA[Key Success]]></category>
		<category><![CDATA[KURU KURU Shop]]></category>
		<category><![CDATA[Tokushima]]></category>
		<category><![CDATA[WHY Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste Academy]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste Town]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[คามิคัตสึ]]></category>
		<category><![CDATA[​จังหวัดโทคูชิมะ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[​ผศ.ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองปลอดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18262</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมืองคามิคัตสึ (Kamikatsu)​ ใน​จังหวัดโทคูชิมะ (Tokushima) เมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา ทางตะวันออกของญี่ปุ่น​ กับจำนวนประชากรราว 1,500 คน แต่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นต้นแบบของ Zero Waste Town ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก เมืองแห่งนี้ประสบความสำเร็จใน​การรณรงค์ให้ผู้คนทั้งเมืองลดการสร้างขยะ จนแทบไม่มีการทิ้งขยะออกมาจากแต่ละครัวเรือนเลย รวมทั้งอัตราการรีไซเคิลของเมืองก็สูงมากกว่า 80% ขณะที่การขับเคลื่อนนโยบายด้าน Zero Waste อย่างจริงจังมามากว่า 20 ปี นับตั้งแต่จัดตั้ง Zero Waste Academy ในปี 2003 จนปัจจุบันประชาชนในเมืองสามารถแยกขยะซึ่งเป็นต้นทางสำคัญในการส่งกลับเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากถึง 45 ชนิดแล้ว ความสำเร็จของเมืองคามิคัตสึ ​จึงน่าสนใจว่ามีวิธีการทำอย่างไร เพื่อให้ชาวเมืองทุกคนร่วมแรงร่วมและให้ความสำคัญต่อการจัดการขยะในแต่ละครัวเรือน​ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่เคยคุ้นชินในการเผาขยะมาเป็นการแยกขยะเพื่อนำกลับไปรีไซเคิล ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก และบางส่วนอาจไม่เชื่อว่าจะสามารถทำได้จริง แต่ทางเมืองมีกลไกในการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมขนานใหญ่ จนสุดท้ายกลายมาเป็นกิจวัตรที่คนในเมืองทำกันได้อย่างเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ​ ผศ.ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลไว้ในรายการ Innovative Wisdom ของศูนย์วิทยุจุฬา โดยถอดความสำเร็จในการสร้างต้นแบบเมืองปลอดขยะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/key-success-of-kamikatsu-to-zero-waste-town/">ถอดรหัสความสำเร็จ &#8216;เมืองคามิคัตสึ&#8217; ​​​ต้นแบบสร้างเมืองปลอดขยะแห่งแรกในญี่ปุ่น ทำอย่างไรให้ทุกคนในเมืองแยกขยะได้แบบยิบย่อยถึง 45 ชนิดได้สำเร็จ  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมืองคามิคัตสึ (Kamikatsu)​ ใน​จังหวัดโทคูชิมะ (Tokushima) เมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขา ทางตะวันออกของญี่ปุ่น​ กับจำนวนประชากรราว 1,500 คน แต่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และกลายเป็นต้นแบบของ Zero Waste Town ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก</p>
<p><span id="more-18262"></span></p>
<p>เมืองแห่งนี้ประสบความสำเร็จใน​การรณรงค์ให้ผู้คนทั้งเมืองลดการสร้างขยะ จนแทบไม่มีการทิ้งขยะออกมาจากแต่ละครัวเรือนเลย รวมทั้งอัตราการรีไซเคิลของเมืองก็สูงมากกว่า 80% ขณะที่การขับเคลื่อนนโยบายด้าน Zero Waste อย่างจริงจังมามากว่า 20 ปี นับตั้งแต่จัดตั้ง Zero Waste Academy ในปี 2003 จนปัจจุบันประชาชนในเมืองสามารถแยกขยะซึ่งเป็นต้นทางสำคัญในการส่งกลับเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้มากถึง 45 ชนิดแล้ว</p>
<p>ความสำเร็จของเมืองคามิคัตสึ ​จึงน่าสนใจว่ามีวิธีการทำอย่างไร เพื่อให้ชาวเมืองทุกคนร่วมแรงร่วมและให้ความสำคัญต่อการจัดการขยะในแต่ละครัวเรือน​ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่เคยคุ้นชินในการเผาขยะมาเป็นการแยกขยะเพื่อนำกลับไปรีไซเคิล ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก และบางส่วนอาจไม่เชื่อว่าจะสามารถทำได้จริง แต่ทางเมืองมีกลไกในการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมขนานใหญ่ จนสุดท้ายกลายมาเป็นกิจวัตรที่คนในเมืองทำกันได้อย่างเป็นปกติในชีวิตประจำวัน ​</p>
<p><strong>ผศ.ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ</strong> จากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลไว้ในรายการ Innovative Wisdom ของศูนย์วิทยุจุฬา โดยถอดความสำเร็จในการสร้างต้นแบบเมืองปลอดขยะ ของเมืองคามิคัตสึ ออกมาได้เป็น 4 ข้อดังต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="573" /></p>
<p><strong>1. การมีเป้าหมายอย่างชัดเจน ​</strong></p>
<p>หลังจากทางเมืองมีนโยบายยกเลิกการใช้เตาเผาขยะมาตั้งแต่ปี 2000 หลังได้รับร้องเรียนจากรัฐบาลกลางของญี่ปุ่นว่าการเผาขยะของเมืองมีการปล่อยสารพิษสู่ชั้นบรรยากาศ นำมาสู่ความจำเป็นในการหาวิธีบริหารจัดการขยะในท้องถิ่น ทั้งการลดจำนวนขยะ รวมทั้งการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง ซึ่งการแยกขยะของชาวเมือง ได้เริ่มมาแบบค่อยเป็นค่อยไปจาก 9 ชนิด ​ขยับมาเป็น 22 ชนิด 35 ชนิด และในปัจจุบันสามารถแยกได้มากถึง 45 ชนิดแล้ว</p>
<p>ขณะที่การวางเป้าหมายของเมือง ก็เป็นลักษณะที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวเมือง ทั้งการพยายามดำเนินการรีไซเคิลเพื่อนำขยะไปใช้ต่อ และพยายามลดการเผาหรือฝังให้ได้มากที่สุด ภายในปี 2020 การพยายามสร้างคนที่ไม่ทำให้โลกนี้สกปรก ภายในปี 2030 และการพยายามสร้างเพื่อนใหม่ทั่วโลกที่มีแนวคิดเดียวกัน ​​ซึ่งได้มีการวางเป้าหมายไว้ตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นของการขับเคลื่อน เพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกันถึงทิศทางที่จะมุ่งไปพร้อมทั้งช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการสร้าง purpose ร่วมกันเพื่อสร้างประโยชน์ได้มากกว่าแค่ในเมืองแต่ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้คนทั่วโลกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/1-1.jpg" alt="" width="1100" height="666" /></p>
<p><strong>2. ตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง  </strong></p>
<p>เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญหรือมีความเข้าใจในเรื่องของการแยกขยะมาคอยให้คำแนะนำ หรือช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการแยกขยะ เพื่อทำให้เรื่องของการลดขยะและแยกขยะของชาวเมืองสามารถทำได้อย่างถูกวิธี รวมทั้งทำได้โดยง่าย และมีความสะดวกมากที่สุด ภายใต้การจัดตั้งหน่วยงานที่ชื่อว่า<strong> Zero Waste Academy</strong> ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการจุดทิ้งขยะ รวมทั้งการสอนและสื่อสารกับชาวเมืองเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถแยกประเภทของขยะที่จะทิ้งได้อย่างถูกต้อง ​เพื่อให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของชาวเมือง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่จุดทิ้งขยะเพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้ชาวเมือง​ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/KURU-SHOP.jpg" alt="" width="1200" height="792" /></p>
<p><strong>3. สร้างกลไกเพื่อให้คนอยากแยกขยะ</strong></p>
<p>ทั้งการทำแคมเปญต่างๆ เพื่อให้คนเห็นว่าการแยกขยะมีประโยชน์ เช่น การสะสมแต้มแต้มเพื่อแลกรางวัล รวมทั้งการแปลงสถานที่ในการทิ้งขยะเพื่อทำให้คนอยากมาทิ้งมากขึ้น ซึ่งทางเมืองได้สร้างช้อปสำหรับ Reuse ที่ชื่อว่า <strong>KURU KURU Shop</strong> ซึ่งแปลว่า ‘<strong>วนไป’</strong> เพื่อให้คนนำของในบ้านที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วแต่มีสภาพดี มาวางไว้เพื่อส่งต่อให้คนอื่นที่ต้องการ รวมทั้งสามารถหยิบของชิ้นที่ตัวเองต้องการออกไปใช้ได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>โดยต่อมาได้ทำการรีโนเวทให้กลายเป็นจุดทิ้งขยะของเมือง ที่มีความใหญ่ขึ้น ทันสมัย และกลายเป็นจุดนัดพบของคนในเมือง ​เพื่อให้คนอยากมาบ่อยๆ มีที่ให้นั่งคุยพักผ่อนได้ ส่วนร้าน​ KURU KURU Shop ก็กลายมาเป็น Lifestyle Product เพื่อรองรับคนที่มาดูงานของเมือง และสามารถหยิบของกลับไปเป็นที่ระลึกได้</p>
<p>นอกจากนี้ ยังทำให้ทุกคนมองเห็นประโยชน์และคุณค่าของการทิ้งขยะ จากการติดป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับขยะแต่ละประเภทที่ทำการแยก ​จุดที่จะนำไปรีไซเคิลต่อ จะนำไปรีไซเคิลเป็นอะไร รวมทั้งต้นทุนในการรีไซเคิลหรือพลังงานที่ใช้สำหรับรีไซเคิลขยะแต่ละประเภท เพื่อทำให้ชาวเมืองสามารถรับรู้ข้อมูลทั้งหมดได้ร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="607" /></p>
<p><strong>4. การทำให้ชาวเมืองมีส่วนร่วม</strong></p>
<p>ทางเมืองยังได้เปิดโรงแรมที่ชื่อว่า<strong> WHY</strong> ในปี 2020 เพื่อรองรับการเข้ามาดูงานในเมือง โดยตั้งอยู่ใกล้กับจุดทิ้งขยะของเมือง โดยสิ่งของเครื่องใช้ภายในโรงแรมก็ได้รับความร่วมมือของชาวเมือง ที่ช่วยบริจาคสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ทั้งเพื่อการก่อสร้าง รวมทั้งนำมาตกแต่งโรงแรม เช่น กรอบไม้ โต๊ะ ประตู และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกหลานของคนในพื้นที่เข้ามาทำงานในโรงแรม</p>
<p>เป้าหมายสำคัญของโรงแรม คือ ชวนผู้คนมาตั้งคำถามเพื่อโลก เกี่ยวกับพฤติกรรมของเรา ว่าทำไมเราต้องซื้อสิ่งนี้ ทำไมเราต้องแยกขยะ ทำไมเราต้องใช้ของสิ่งนี้​ รวมทั้งรณรงค์พฤติกรรมการลดขยะ และแยกขยะให้แขกที่มาพัก เช่น การขอให้ผู้พักเตรียมของใช้ส่วนตัวอย่างสบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟันมาเอง แต่ถ้าไม่ได้เตรียมมาทางโรงแรมก็จะมีบริการ โดยเฉพาะสบู่จะไม่ได้แจกเป็นก้อนๆ เหมือนที่อื่นๆ แต่จะให้ผู้พักตัดสบู่ไปใช้เองตามจำนวนที่คิดว่าน่าจะใช้ในระหว่างการเข้าพัก รวมทั้งมีกิจกรรมให้ผู้พักนำขยะที่สร้างขึ้นระหว่างเข้าพักลงมาทิ้งและแยกขยะที่ศูนย์คัดแยก โดยมีเจ้าหน้าที่ของ Zero Waste Academy คอยให้คำแนะนำ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมในการแยกขยะด้วยตัวเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/5-2.jpg" alt="" width="1200" height="803" /></p>
<p>เมืองนี้ยังสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น การนำขยะพลาสติกไปผลิตเป็นของเล่นต่างๆ และนำกลับมาไว้ที่สนามเด็กเล่นของเมือง​​ โดยต่อยอดความร่วมมือออกไปยังหลากหลายบริษัท รวมทั้งการเปิดเมืองให้กลายเป็นศูนย์ดูงานด้าน Zero Waste เพื่อต้อนรับผู้คนจากเมืองอื่นๆ เพื่อร่วมเรียนรู้เรื่องการแยกขยะและรีไซเคิลร่วมกับผู้คนในเมือง ทำให้เกิดความภูมิใจ พร้อมทั้งได้เรียนรู้ และรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเมืองจริงๆ มากกว่าแค่คนรับนโยบายจากเมืองเพื่อมาปฏิบัติตามแต่เพียงอย่างเดียว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/key-success-of-kamikatsu-to-zero-waste-town/">ถอดรหัสความสำเร็จ &#8216;เมืองคามิคัตสึ&#8217; ​​​ต้นแบบสร้างเมืองปลอดขยะแห่งแรกในญี่ปุ่น ทำอย่างไรให้ทุกคนในเมืองแยกขยะได้แบบยิบย่อยถึง 45 ชนิดได้สำเร็จ  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ครั้งแรกในโลก&#8217; บริษัทขนมญี่ปุ่นสร้างโรงงานผลิตหลอดจากช็อกโกแลต เพื่อทำตลาดในระดับแมสอย่างจริงจัง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/japan-produce-edible-straw-from-chocolate-on-mass-scale/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Jan 2023 10:52:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bansหลอดดูดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[Edible Straw]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Single-Use Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท Taniguchi]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[หลอดกินได้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานผลิตหลอดจากช็อกโกแลต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16891</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท Taniguchi Co., Ltd. ในเมืองโอซาก้า ซึ่งก่อตั้งมาต้ังแต่ปี 1979 ผู้​เชี่ยวชาญด้านการผลิตขนมและช็อคโกแลตสำหรับตกแต่ง ได้ลงทุนสร้างโรงงานเพื่อผลิตหลอดที่ทำจากช็อกโกแลตจำนวนมากเพื่อทำตลาดในระดับแมสเป็นแห่งแรกในโลก โดยโรงงานแห่งใหม่นี้ จะถูกสร้างขึ้นที่ ฮิดาคางาวะ จังหวัดวาคายามะ  ซึ่งได้ลงนามกับทางจังหวัดไปเมื่อ​ 17  ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา ​เพื่อความร่วมมือในการขับเคลื่อนให้เมืองปลอดพลาสติกใช้แล้วทิ้ง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับโรงงานแห่งนี้ จะสร้างขึ้นบนพื้นที่ประมาณ 1,600 ตร.ม. ในรูปแบบอาคาร 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยราว 980 ตารางเมตร ด้วยงบการลงทุนรวมทั้งการติดตั้งเครื่องจันใหม่ราว 478 ล้านเยน ​พร้อมมีแผนจ้างพนักงานประจำใหม่เพิ่ม 10 คน เพื่อรองรับการขยายไลน์ผลิตใหม่ครั้งนี้ ทั้งนี้ หลอดจากช็อกโกแลตที่ผลิตขึ้นมานี้ เหมาะสำหรับใช้กับเครื่องดื่มเย็น และสามารถรับประทานได้เพราะใช้ช็อคโกแลตในการผลิตประมาณ  8 กรัมต่อหนึ่งหลอด ตามสูตรที่ทางบริษัทได้คิดค้นขึ้นมา และอยู่ระหว่างการยื่นขอจดดสิทธิบัตรระหว่างประเทศ โรงงานใหม่แห่งนี้ ​มีกำหนด เริ่มดำเนินการผลิตภายในเดือนกรกฎาคมปีนี้ โดยจะเริ่มด้วยจำนวนการผลิตเบื้องต้นที่เดือนละ 10,000 ชิ้น และหากความต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้น บริษัทวางแผนที่จะขยายกำลังการผลิตไปได้ถึงเดือนละ 50,000 &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/japan-produce-edible-straw-from-chocolate-on-mass-scale/">&#8216;ครั้งแรกในโลก&#8217; บริษัทขนมญี่ปุ่นสร้างโรงงานผลิตหลอดจากช็อกโกแลต เพื่อทำตลาดในระดับแมสอย่างจริงจัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท Taniguchi Co., Ltd. ในเมืองโอซาก้า ซึ่งก่อตั้งมาต้ังแต่ปี 1979 ผู้​เชี่ยวชาญด้านการผลิตขนมและช็อคโกแลตสำหรับตกแต่ง ได้ลงทุนสร้างโรงงานเพื่อผลิตหลอดที่ทำจากช็อกโกแลตจำนวนมากเพื่อทำตลาดในระดับแมสเป็นแห่งแรกในโลก</p>
<p><span id="more-16891"></span></p>
<p>โดยโรงงานแห่งใหม่นี้ จะถูกสร้างขึ้นที่ ฮิดาคางาวะ จังหวัดวาคายามะ  ซึ่งได้ลงนามกับทางจังหวัดไปเมื่อ​ 17  ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา ​เพื่อความร่วมมือในการขับเคลื่อนให้เมืองปลอดพลาสติกใช้แล้วทิ้ง เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>สำหรับโรงงานแห่งนี้ จะสร้างขึ้นบนพื้นที่ประมาณ 1,600 ตร.ม. ในรูปแบบอาคาร 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยราว 980 ตารางเมตร ด้วยงบการลงทุนรวมทั้งการติดตั้งเครื่องจันใหม่ราว 478 ล้านเยน ​พร้อมมีแผนจ้างพนักงานประจำใหม่เพิ่ม 10 คน เพื่อรองรับการขยายไลน์ผลิตใหม่ครั้งนี้</p>
<p>ทั้งนี้ หลอดจากช็อกโกแลตที่ผลิตขึ้นมานี้ เหมาะสำหรับใช้กับเครื่องดื่มเย็น และสามารถรับประทานได้เพราะใช้ช็อคโกแลตในการผลิตประมาณ  8 กรัมต่อหนึ่งหลอด ตามสูตรที่ทางบริษัทได้คิดค้นขึ้นมา และอยู่ระหว่างการยื่นขอจดดสิทธิบัตรระหว่างประเทศ</p>
<p>โรงงานใหม่แห่งนี้ ​มีกำหนด เริ่มดำเนินการผลิตภายในเดือนกรกฎาคมปีนี้ โดยจะเริ่มด้วยจำนวนการผลิตเบื้องต้นที่เดือนละ 10,000 ชิ้น และหากความต้องการในตลาดเพิ่มมากขึ้น บริษัทวางแผนที่จะขยายกำลังการผลิตไปได้ถึงเดือนละ 50,000 &#8211; 100,000 ชิ้น ในอนาคต โดยวางราคาจำหน่ายไว้ที่  80- 90 เยนต่อชิ้น รวมทั้งยังสามารถทำหลอด ช็อกโกแลตรสมัทฉะ (ชาเขียว) ได้อีกด้วย</p>
<p>นอกจากการผลิตหลอดช็อกโกแลตแล้ว ทางบริษัทยังได้ผลิตถาดชีวมวล 10,000 ถึง 15,000 ถาดต่อเดือน เพื่อใช้สำหรับการขนส่งผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตสำหรับใช้ในการตกแต่งขนมของบริษัทเอง โดยมียอดขายในปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม 2022 อยู่ที่ราว  3.6  พันล้านเยน และมีสัดส่วนทางการตลาด 60% ของตลาดเครื่องประดับช็อคโกแลตในประเทศญี่ปุ่น ตามข้อมูลของจังหวัดวาคายามะ</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/japan-produce-edible-straw-from-chocolate-on-mass-scale/">&#8216;ครั้งแรกในโลก&#8217; บริษัทขนมญี่ปุ่นสร้างโรงงานผลิตหลอดจากช็อกโกแลต เพื่อทำตลาดในระดับแมสอย่างจริงจัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์ทอัพร้านสะดวกซักญี่ปุ่น พัฒนาเทคโนโลยี ‘ซักผ้าโดยไม่ใช้ผงซักฟอก’ พร้อมศึกษาระบบใช้น้ำซ้ำ ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 80-90%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/wash-plus-technology-detergent-free-washing-machine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2022 06:55:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[alkaline electrolyzed water]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>
		<category><![CDATA[laundromat]]></category>
		<category><![CDATA[laundry]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Wash Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Wash+]]></category>
		<category><![CDATA[water]]></category>
		<category><![CDATA[water rerduction]]></category>
		<category><![CDATA[ซักผ้าไม่ใช่ผงซักฟอก]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำอัลคาไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านสะดวกซัก]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องซักผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15919</guid>

					<description><![CDATA[<p>ร้านสะดวกซัก Wash Plus ในญี่ปุ่น พัฒนาเทคโนโลยี Wash+ Water ที่ทำให้เครื่องซักผ้าของร้าน สามารถทำความสะอาดเสื้อผ้าได้โดยที่ไม่ต้องใช้ผงซักฟอก แต่ใช้เพียงน้ำอัลคาไลน์ที่มีค่า pH ที่สูง เพื่อดักจับความสกปรกจากเสื้อผ้า ทำให้เสื้อผ้าสะอาดได้ไม่ต่างจากการใช้ผงซักฟอกในการซักแบบทั่วไป ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในธุรกิจร้านสะดวกซักและได้รับการจดสิทธิบัตรไว้ทั้งในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ มร.ทาคานาชิ เคนทาโร่ ผู้ก่อตั้งธุรกิจร้านสะดวกซัก Wash Plus มองเห็น Pain point ในธุรกิจร้านสะดวกซักที่ตัวเองสนใจ ที่แทบหาความต่างในตลาดไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหน ต่างก็ใช้เครื่องซักผ้ารุ่นเดียวกัน รูปแบบเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการจัดเลย์เอ้าในร้านยังหมือนๆ กันหมด จึงพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทำให้เครื่องซักผ้าของร้านไม่ต้องใช้ผงซักฟอกในการซัก ด้วยการใช้น้ำอัลคาไลน์ ไออนไนซ์ 99.9% ที่มีค่า Ph สูงและมีประจุลบ ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับคราบสกปรกที่มีประจุบวก รวมทั้งการใช้ UV LED ในการฆ่าเชื้อ ทำให้ผ้าสะอาดได้ไม่ต่างจากการใช้ผงซักฟอก แต่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะกระบวนการซัก ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ มีเพียงการใช้น้ำเพื่อชะล้างสิ่งสกปรก ​รวมทั้งยังไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่สร้างความระคายเคืองต่อผิวหนัง แม้แต่ผิวของเด็กหรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้ก็ตาม เทคโนโลยีการซักนี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเตรียมนำระบบกรองน้ำมาใช้ให้สามารถหมุนเวียนในระบบได้ใหม่​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/wash-plus-technology-detergent-free-washing-machine/">สตาร์ทอัพร้านสะดวกซักญี่ปุ่น พัฒนาเทคโนโลยี ‘ซักผ้าโดยไม่ใช้ผงซักฟอก’ พร้อมศึกษาระบบใช้น้ำซ้ำ ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 80-90%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ร้านสะดวกซัก Wash Plus ในญี่ปุ่น พัฒนาเทคโนโลยี Wash+ Water ที่ทำให้เครื่องซักผ้าของร้าน สามารถทำความสะอาดเสื้อผ้าได้โดยที่ไม่ต้องใช้ผงซักฟอก แต่ใช้เพียงน้ำอัลคาไลน์ที่มีค่า pH ที่สูง เพื่อดักจับความสกปรกจากเสื้อผ้า ทำให้เสื้อผ้าสะอาดได้ไม่ต่างจากการใช้ผงซักฟอกในการซักแบบทั่วไป ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในธุรกิจร้านสะดวกซักและได้รับการจดสิทธิบัตรไว้ทั้งในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ</p>
<p><span id="more-15919"></span></p>
<p><strong>มร.ทาคานาชิ เคนทาโร่ </strong>ผู้ก่อตั้งธุรกิจร้านสะดวกซัก Wash Plus มองเห็น Pain point ในธุรกิจร้านสะดวกซักที่ตัวเองสนใจ ที่แทบหาความต่างในตลาดไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหน ต่างก็ใช้เครื่องซักผ้ารุ่นเดียวกัน รูปแบบเดียวกัน หรือแม้กระทั่งการจัดเลย์เอ้าในร้านยังหมือนๆ กันหมด จึงพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทำให้เครื่องซักผ้าของร้านไม่ต้องใช้ผงซักฟอกในการซัก ด้วยการใช้น้ำอัลคาไลน์ ไออนไนซ์ 99.9% ที่มีค่า Ph สูงและมีประจุลบ ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับคราบสกปรกที่มีประจุบวก รวมทั้งการใช้ UV LED ในการฆ่าเชื้อ ทำให้ผ้าสะอาดได้ไม่ต่างจากการใช้ผงซักฟอก แต่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะกระบวนการซัก ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ มีเพียงการใช้น้ำเพื่อชะล้างสิ่งสกปรก ​รวมทั้งยังไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่สร้างความระคายเคืองต่อผิวหนัง แม้แต่ผิวของเด็กหรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้ก็ตาม</p>
<p>เทคโนโลยีการซักนี้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเตรียมนำระบบกรองน้ำมาใช้ให้สามารถหมุนเวียนในระบบได้ใหม่​ เพราะน้ำที่ใช้ในการซักไม่ได้มีสารเคมีอื่นใดปนเปื้อน จึงสามารถกรองและนำกลับเข้าสู่ระบบใหม่ จึงช่วยประหยัดน้ำมากขึ้นจากเดิมที่ช่วยประหยัดน้ำเพราะลดกระบวนการล้างฟองได้แล้ว 30% โดยเชื่อว่าจะลดต้นทุนการใช้น้ำลงได้อีกถึง 80-90% รวมทั้งช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า ซึ่งหลังศึกษาราว 6 เดือน จะสามารถเริ่มทยอยการติดตั้งเพิ่มเติมในระบบของ Wash plus ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15924 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/0-water-plus.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>ทั้งนี้ Wash Plus มีเป้าหมายจะขยายเทคโนโลยีของตนไปให้ไกลมากกว่าแค่ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และเตรียมขยายไปตลาดฮาวาย ของอเมริกา หลังแผนดังกล่าวได้ยืดระยะเวลาออกไปจากการแพร่ระบาดของโควิด -19  นอกจากนี้ยังมีความคิดแตกไลน์ธุรกิจให้มากกว่าแค่การซักรีด แต่รวมไปถึงธุรกิจทำความสะอาด และธุรกิจที่มีแนวคิดในการสร้างการเติบโตตามแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDG​​ ด้วย</p>
<p>ขณะที่เป้าหมายทางธุรกิจ Wash plus อยากเพิ่มการขยายธุรกิจร้านสะดวกซักให้มีการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นมากขึ้น ไม่ต่างกับการซื้อสินค้าผ่านตู้หยอดเหรียญตามสถานที่ต่างๆ  เพราะแม้ปัจจุบัน ร้านซักผ้าหยอดเหรียญทั่วไปจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่การใช้งานเฉลี่ยทั้งประเทศยังอยู่ที่เพียง 8.6% ทำให้มีช่องว่างในตลาดที่สามารถขยายตัวได้อีกมาก</p>
<p><a href="https://www.wash-plus.jp/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/news/programs/special/202212011407/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://jstories.media/article/companyhopestocleanupwithdetergentlesswashingmachinesfixed" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/wash-plus-technology-detergent-free-washing-machine/">สตาร์ทอัพร้านสะดวกซักญี่ปุ่น พัฒนาเทคโนโลยี ‘ซักผ้าโดยไม่ใช้ผงซักฟอก’ พร้อมศึกษาระบบใช้น้ำซ้ำ ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 80-90%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
