<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.ฐิติมา ชูเชิด &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%90%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2-%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Jun 2026 08:35:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ดร.ฐิติมา ชูเชิด &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 07:04:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Business Forecast]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial]]></category>
		<category><![CDATA[K-shaped]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[คาดการณ์เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฐิติมา ชูเชิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปราณิดา ศยามานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42700</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายทำให้ราคาพลังงานปรับลดลง ช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ประกอบกับการส่งออกและการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี แต่อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในระยะถัดไป จากผลกระทบของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงสงครามรุนแรงก่อนหน้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อ แม้จะมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในบางกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาสัดส่วนการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ-ปานกลางและ SMEs ยังเปราะบาง จากรายได้ที่ชะลอลงและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันภาวะการเงินตึงตัวและความเสี่ยงภายนอกที่ยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต้นทุนยังทยอยกดดันเศรษฐกิจ  ดร.ยรรยง ไทยเจริญ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค และ นางสาวปราณิดา ศยามานนท์ ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่าย Industry Analysis ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ให้ข้อมูลร่วมกันว่า ​​ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แม้ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง และการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวดี อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/">SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCB EIC </strong><strong>ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี </strong><strong>2569</strong><strong> เป็น </strong><strong>2</strong><strong>% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายทำให้ราคาพลังงานปรับลดลง ช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ประกอบกับการส่งออกและการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี</strong></p>
<p><span id="more-42700"></span></p>
<p>แต่อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในระยะถัดไป จากผลกระทบของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงสงครามรุนแรงก่อนหน้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อ</p>
<p>แม้จะมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในบางกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาสัดส่วนการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ-ปานกลางและ SMEs ยังเปราะบาง จากรายได้ที่ชะลอลงและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง</p>
<p>สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันภาวะการเงินตึงตัวและความเสี่ยงภายนอกที่ยังอยู่ในระดับสูง</p>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต้นทุนยังทยอยกดดันเศรษฐกิจ </strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/re-dr-yanyong.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH" data-olk-copy-source="MessageBody"> <b>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ</b> </span> <span lang="TH">ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน <b>ดร.ฐิติมา ชูเชิด</b> ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค และ<b> นางสาวปราณิดา ศยามานนท์</b></span><b> </b><span lang="TH">ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่าย </span>Industry Analysis<b><span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (</span><span class="mark40sw1wlai" data-markjs="true" data-ogac="" data-ogab="" data-ogsc="" data-ogsb="">SCB</span> EIC)<span lang="TH"> ให้ข้อมูลร่วมกันว่า </span>​​ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แม้ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง</p>
<p>ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง และการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวดี อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า ยังคงทยอยส่งผ่านมายังเศรษฐกิจจริง และจะกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจชัดขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี</p>
<p>SCB EIC ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวจะส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยใน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>1. ต้นทุนพลังงานและการผลิต </strong>กดดันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ กำลังซื้อของภาคครัวเรือน และกระทบต่ออัตรากำไรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้พลังงานและโลจิสติกส์เข้มข้น</p>
<p><strong>2. เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง </strong>กระทบต่อการส่งออกจากกำลังซื้อโลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม ขณะที่ราคาพลังงานนำเข้าที่สูงในช่วงก่อนหน้าและแนวโน้มการนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งตัวขึ้น จะกดดันให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับแย่ลงมากในปีนี้</p>
<p><strong>3. ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น </strong>จากความผันผวนในตลาดการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่งผลให้ Risk premium และ Yield curve สูงขึ้น</p>
<p><strong>การฟื้นตัวแบบ </strong><strong>K</strong><strong>&#8211;</strong><strong>shaped </strong><strong>ชัดเจนขึ้น กระจุกตัวในธุรกิจใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ครัวเรือนและ </strong><strong>SMEs </strong><strong>ยังเปราะบาง </strong></p>
<p>SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักกระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น AI, Data center อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนและการส่งออกบางกลุ่มสินค้า</p>
<p>อย่างไรก็ดี ธุรกิจกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีสัดส่วนการนำเข้าสูง ทำให้ผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศ การจ้างงานและรายได้ในวงกว้างยังมีข้อจำกัด</p>
<p>ในทางกลับกัน ครัวเรือนรายได้ต่ำ &#8211; ปานกลางและ SMEs ยังเผชิญความเปราะบางจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการผลิต<br />
และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งภาระหนี้สูง ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัวได้จำกัด และทำให้ธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจบริการบางกลุ่ม ยังเผชิญแรงกดดันต่อยอดขาย สภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้</p>
<p>ความแตกต่างของการฟื้นตัวระหว่างกลุ่มธุรกิจและกลุ่มครัวเรือน จึงกลาย​เป็นข้อจำกัดสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Re-Thai-.jpg" alt="" width="564" height="800" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569-2570 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำ แม้มีแรงพยุงจากภาครัฐผ่าน พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท </strong></p>
<p><strong>SCB EIC </strong><strong>คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี </strong><strong>2569</strong><strong> จะขยายตัวที่ </strong><strong>2% </strong><strong>สูงกว่ามุมมองเดิม แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนหน้า</strong> จากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด สถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย รวมทั้งแรงสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยประคองเศรษฐกิจผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ การกระตุ้นการใช้จ่าย และการลงทุนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ดี แรงพยุงจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจระยะสั้นเป็นหลัก ก่อนที่แรงส่งนี้จะชะลอลงในช่วงสิ้นปี ขณะที่ยังต้องติดตามความชัดเจนของมาตรการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไป</p>
<p><strong>สำหรับปี 2570</strong><strong> SCB EIC </strong><strong>คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกับปี 2569 ที่ 1.9%</strong> สะท้อนข้อจำกัดจากแรงขับเคลื่อนใหม่ในการยกระดับการเติบโตในระยะกลาง</p>
<p>ขณะที่แรงขับเคลื่อนเดิมยังมีข้อจำกัด ทั้งการบริโภคที่ฟื้นตัวช้าตามกระบวนการ Deleveraging ของภาระหนี้ในภาคครัวเรือน การลงทุนและการส่งออกที่กระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง งบประมาณของภาครัฐที่มี Policy space ลดลง และความเปราะบางของ SMEs ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรง และภาวะการเงินที่ตึงตัว</p>
<p><strong>นโยบายการเงินมีข้อจำกัด คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดปีนี้ </strong></p>
<p>SCB EIC ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปี 2569 โดยแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมีที่มาจากปัจจัยอุปทานเป็นสำคัญ และการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาวยังไม่ถูกกระทบ</p>
<p>ทั้งนี้ SCB EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปีนี้จะปรับลดลงจากมุมมองเดิมเหลือ 2.6% อยู่ในกรอบเป้าหมายได้ หลังสถานการณ์สงครามคลี่คลายช่วยให้ราคาพลังงานปรับลดลง</p>
<p>ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่าเช่นที่เกิดขึ้นกับบางประเทศในภูมิภาค</p>
<p>ทั้งนี้ แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ภาวะการเงินโดยรวมยังตึงตัว โดยเฉพาะต่อลูกหนี้รายย่อยและ SME จากรายได้ที่ชะลอลง และความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ตามความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ที่ด้อยลง ทำให้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ควบคู่กับมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มสภาพคล่องและประคับประคองเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า</p>
<p><strong>ภาคธุรกิจเผชิญแรงกดดัน แต่โอกาสยังอยู่ในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับ </strong><strong>AI, FDI </strong><strong>และ </strong><strong>Megatrends </strong></p>
<p>ภาคธุรกิจไทยเผชิญแรงกดดันสำคัญจากต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ความผันผวนของ Supply chain และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่งผลให้หลายธุรกิจเผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย อัตรากำไร และสภาพคล่อง โดยเฉพาะธุรกิจส่วนใหญ่ที่มีข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาของผู้บริโภคในภาวะที่อุปสงค์ยังเปราะบาง</p>
<p>SCB EIC มองว่าแนวโน้มธุรกิจในระยะข้างหน้าจะมีความแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่ม SME รวมทั้งธุรกิจที่มีความสามารถในการปรับตัวลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานที่เติบโตได้ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงหลักของโลก จะยังสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามความเสี่ยงด้านต้นทุนและความผันผวนของอุปสงค์อย่างใกล้ชิด</p>
<p>ทั้งนี้<em><strong> โอกาสการเติบโตยังอยู่ในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ AI, การลงทุนจากต่างประเทศ และ Megatrends เช่น อิเล็กทรอนิกส์ Data center พลังงานสะอาด อาหาร และ Healthcare ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนใหม่ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การย้ายฐานการผลิต และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในระยะยาว</strong> </em></p>
<p>ดังนั้น ภาคธุรกิจไทยควรเร่งยกระดับประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างต้นทุน และเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Adaptation-.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจโลกปีนี้ชะลอลง ท่ามกลางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น </strong></p>
<p>SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.5% และ 2.6% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ โดยแรงส่งหลักยังมาจากการลงทุนใน AI ทำให้ประเทศผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางปรับดีขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ในระยะข้างหน้า ยังต้องติดตามมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อการค้าโลกในช่วงครึ่งหลังของปี ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางหลักของโลกยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย โดย SCB EIC มองว่า Fed จะไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีนี้ โดยจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5-3.75% ตลอดปี สำหรับภาวะการเงินโลกจะยังตึงตัวต่อเนื่อง ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/">SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
