<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%94%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%93-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 23 Sep 2025 07:15:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title> MFLF Sustainability Forum 2025  &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระดมความคิด นำเสนอทางออกยั่งยืนให้ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 07:13:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[biodiversity credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Global Challenges  Local Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[nature credit]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุนด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คนและธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลก ทางออกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36640</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน MFLF Sustainability Forum 2025 ภายใต้แนวคิด &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; (Global Challenges, Local Solutions at Scale) โดยมี ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ  หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เวทีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงปฏิบัติด้านความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็น ทั้งความท้าทายและโอกาสของประเทศไทยในการก้าวข้ามวิกฤตสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโลก ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชน  ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โลกและไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง การค้า และกฎระเบียบสากลที่เข้มขึ้น ขณะเดียวกันวิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและไฟป่ากว่า 42 ล้านไร่ทั่วโลก กดดันเศรษฐกิจฐานรากของไทย แม้ป่าไม้ในประเทศลดลงช้ากว่าหลายภูมิภาค แต่หากไม่มีมาตรการเชิงรุกจะปรับตัวไม่ทัน &#8220;รายงาน IPCC ชี้ว่าการดำเนินงานด้านการเงินและการเชื่อมโยงชุมชนยังไม่พอ ​การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ​ เช่น การขับเคลื่อนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ​เป็นกรณีศึกษาว่า การอนุรักษ์ต้องควบคู่การใช้ประโยชน์และแบ่งปันผลลัพธ์อย่างเป็นธรรม ด้านการค้า มาตรการ CBAM และ EUDR ของสหภาพยุโรป จะกระทบสินค้าส่งออกและรายได้ของประเทศ ส่วนตลาดคาร์บอนในไทยยังอ่อน จำเป็นต้องเชื่อมโยง T-VER กับภาคบังคับ และผลักดันร่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025/"> MFLF Sustainability Forum 2025  &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระดมความคิด นำเสนอทางออกยั่งยืนให้ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง</strong><strong> </strong><strong>ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> จัดงาน <strong>MFLF</strong><strong> </strong><strong>Sustainability</strong><strong> </strong><strong>Forum</strong><strong> </strong><strong>2025</strong> ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>วิกฤตโลก</strong><strong> </strong><strong>ทางออกไทย&#8217;</strong> (Global Challenges, Local Solutions at Scale) โดยมี <strong>ท่านผู้หญิงบุตรี </strong><strong>วีระไวทยะ</strong> ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นประธานในพิธีเปิด</p>
<p><span id="more-36640"></span></p>
<p>พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ  <strong>หม่อมหลวง</strong><strong> </strong><strong>ดิศปนัดดา</strong><strong> </strong><strong>ดิศกุล</strong><strong> </strong>เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ ตลอดจนผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36641 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เวทีครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงปฏิบัติด้านความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็น ทั้งความท้าทายและโอกาสของประเทศไทยในการก้าวข้ามวิกฤตสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโลก ผ่านการผสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และชุมชน</p>
<p><strong> </strong><strong>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช </strong>อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โลกและไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง การค้า และกฎระเบียบสากลที่เข้มขึ้น ขณะเดียวกันวิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและไฟป่ากว่า 42 ล้านไร่ทั่วโลก กดดันเศรษฐกิจฐานรากของไทย แม้ป่าไม้ในประเทศลดลงช้ากว่าหลายภูมิภาค แต่หากไม่มีมาตรการเชิงรุกจะปรับตัวไม่ทัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36643 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;รายงาน IPCC ชี้ว่าการดำเนินงานด้านการเงินและการเชื่อมโยงชุมชนยังไม่พอ ​การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ​ เช่น การขับเคลื่อนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ​เป็นกรณีศึกษาว่า การอนุรักษ์ต้องควบคู่การใช้ประโยชน์และแบ่งปันผลลัพธ์อย่างเป็นธรรม ด้านการค้า มาตรการ CBAM และ EUDR ของสหภาพยุโรป จะกระทบสินค้าส่งออกและรายได้ของประเทศ ส่วนตลาดคาร์บอนในไทยยังอ่อน จำเป็นต้องเชื่อมโยง T-VER กับภาคบังคับ และผลักดันร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป้าหมายสำคัญคือสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ออกกฎหมายและกองทุนภูมิอากาศเชื่อมตลาดคาร์บอนกับภาคบังคับ และกระจายประโยชน์สู่ประชาชน เพื่อให้ไทยก้าวสู่ net zero ปี 2050 ได้อย่างมั่นคง&#8221;</em></p>
<p><strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา</strong><strong> </strong><strong>ดิศกุล</strong> เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวถึงบทบาทสำคัญของชุมชนและทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่าการส่งมอบคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนในวันนี้เกินกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ถึง 4 เท่า สะท้อนผลลัพธ์จากการทำงานหนักและความร่วมมือของชุมชน พร้อมเน้นว่าการอนุรักษ์และการป้องกันจะเกิดผลอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36642 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการขับเคลื่อนคือ การทำแบบ ​BAU (Business As Usual) ไม่เพียงพอ การทำงานต่อไปต้องลงลึกกว่าการทำงานแบบเดิม และไม่มองเพียงมิติสิ่งแวดล้อม แต่ต้องครอบคลุมถึงความผาสุกโดยรวม รวมถึงเรื่อง well-being ซึ่งมีธรรมชาติอยู่ในนั้นด้วย นอกจากนี้ควรคว้าโอกาสจากปัญหา เราพร้อมหรือยังที่จะลงทุนด้าน nature credits เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จริง อย่างโครงการคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนแสดงให้เห็นแล้วว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้จริงเมื่อทุกฝ่ายให้ความสำคัญและร่วมมือกัน รวมถึงต้องมองระยะยาวแบบข้ามรุ่น เพราะความยั่งยืนไม่ใช่เพียง 10–15 ปี แต่ต้องมองไปถึงรุ่นถัดไปที่อาจได้รับผลกระทบ&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ เศรษฐกิจและความยั่งยืนจึงเป็นเรื่องเดียวกัน และต้องหากฎเกณฑ์ใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง และป้องกันไม่ให้ธุรกิจเข้าไปครอบงำการพัฒนาที่ควรเป็นของชุมชน โดยภาคการเกษตรคือหัวใจ หากเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคการเกษตรจะสามารถสร้างและกระจายรายได้ในวงกว้าง เนื่องจาก supply chain ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในประเทศเรา และที่สำคัญทุกภาคส่วนต้องคำนึงถึง cost of action และ cost of inaction ว่าการลงมือหรือการเพิกเฉยจะส่งผลต่ออนาคตอย่างไร</p>
<p>ภายในงาน ยังมีเสวนาหลัก 3 ช่วง ได้แก่  ช่วงที่ 1<strong> &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; </strong> ช่วงที่ 2<strong> &#8216;กุญแจสู่การอยู่รอดของคนและธรรมชาติ&#8217;</strong> พร้อมเสวนาพิเศษในช่วงที่ 3 โดยตัวแทนชุมชนและตัวแทนจากภาคเอกชน สะท้อน<strong>ความสัมพันธ์ของคนกับป่า และบทบาทของภาคเอกชน</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36652 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ช่วงที่</strong><strong> </strong><strong>1 </strong><strong>วิกฤตโลก</strong><strong> </strong><strong>ทางออกไทย</strong></p>
<p>ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ​ <strong>คุณปิยะชาติ</strong><strong> </strong><strong>อิศรภักดี</strong> ประธานร่วม  BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) <strong>ดร.</strong><strong> </strong><strong>กรินทร์</strong><strong> </strong><strong>บุญเลิศวณิชย์</strong> รองผู้จัดการใหญ่  ธนาคารกสิกรไทย และ <strong>ดร.</strong><strong> </strong><strong>สุภัชญา</strong><strong> </strong><strong>เตชะชูเชิด</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nature based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โดยสะท้อนภาพรวมของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จนหลายคนมองว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนขัดกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ</p>
<p>เนื้อหาในการพูดคุยชี้ให้เห็นว่าความยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจที่สามารถเดินไปด้วยกันได้ หากสามารถรักษาความสมดุล​ระหว่างผลกำไรกับผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทุกภาคส่วนต้องปรับตัวและมองโอกาสจากการลงทุนสีเขียวเพื่อสร้าง S curve ใหม่ ลดต้นทุนของการไม่ทำ และใช้กลไก  Public Private Partnership (PPP) กับระบบนิเวศที่เอื้อให้ภาคธุรกิจและชุมชนมีส่วนร่วม</p>
<p>นอกจากนี้ยังเน้นว่าการบริหารจัดการทรัพยากรควรเริ่มจากการกระจายอำนาจสู่ชุมชน คิดเชิงป้องกันมากกว่ารอแก้ไข และเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในมิติกว้าง ทั้งหมดนี้คือแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตโลกไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36645 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/7.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ช่วงที่</strong><strong> </strong><strong>2 </strong><strong>กุญแจสู่การอยู่รอดของคนและธรรมชาติ</strong></p>
<p>ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ <strong>คุณณกรณ์</strong><strong> </strong><strong>ตรรกวิรพัท</strong> ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) <strong>คุณทวิโรจน์</strong><strong> </strong><strong>ทรงกำพล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สายกลยุทธ์องค์กร  บริษัท การบินไทย จำกัด  (มหาชน) <strong>คุณนิรันดร์</strong><strong>  </strong><strong>นิรันดร์นุต </strong>Country Project Manager, UNDP BIOFIN และ <strong>คุณสมิทธิ</strong><strong> </strong><strong>หาเรือนพืชน์</strong> หัวหน้าสายงาน  Nature based Solutions  มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ  เนื้อหาสะท้อนบทบาทสำคัญของภาคป่าไม้ต่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ รวมถึงความจำเป็นของคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืนในฐานะตัวเชื่อมมนุษย์ คาร์บอน และสิ่งแวดล้อม จึงต้องเร่งรักษาและขยายพื้นที่สีเขียวที่ไม่ใช่เพียงเป็นป่าไม้ แต่เป็นพื้นที่เขียวที่มีระบบนิเวศน์สมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าชุมชนที่สอดคล้องกับ SDGs และเป้าหมาย Net Zero</p>
<p>ขณะเดียวกัน การลงทุนนวัตกรรมทางการเงิน เช่น  blended finance  และการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน จะเปิดโอกาสสร้างผลลัพธ์หลายด้าน ทั้งลดก๊าซเรือนกระจก รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และยกระดับชีวิตชุมชน พร้อมส่งเสริมให้ธุรกิจผนวกประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ากับกลยุทธ์สร้างมูลค่า</p>
<p>โครงการป่าชุมชนจึงถูกยกเป็นตัวอย่างความสำเร็จของคาร์บอนเครดิตที่มีมาตรฐานสูงและการมีส่วนร่วมของชุมชน และยังเป็นสะพานไปสู่นวัตกรรมการเงินใหม่ๆ เช่น  Biodiversity Credit  และ  Nature Credit ที่กระจายโอกาสการพัฒนาไปยังพื้นที่ชนบท ทำให้การลงทุนด้านความยั่งยืนกลายเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจ และกุญแจสู่การอยู่รอดของทั้งคนและธรรมชาติก็คือการรักษา และเพิ่มปริมาณความหลากหลายทางชีวภาพที่โลกกำลังสูญเสียไปอย่างมากให้กลับคืนมาเพื่อความอยู่รอดของคนรุ่นต่อๆไป เพราะถ้าคนไม่รอด ป่าไม่รอด ธุรกิจก็ไม่รอด<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36648 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ช่วงที่</strong><strong> </strong><strong>3 </strong><strong>เสวนาพิเศษ</strong> โดยมี <strong>คุณวิชัย</strong><strong> </strong><strong>เป็งเรือน</strong> ผู้ใหญ่บ้านต้นผึ้งและประธานเครือข่ายป่าชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ <strong>คุณทอน</strong><strong> </strong><strong>ใจดี</strong> ประธานเครือข่ายป่าชุมชนจังหวัดพะเยา และตัวแทนภาคธุรกิจ <strong>ไพบูล</strong><strong> </strong><strong>ตันกูล</strong><strong> </strong>ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ หุ้นส่วนและกรรมการบริษัท PwC Thailand ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของชุมชนที่ร่วมโครงการป่าชุมชน</p>
<p>โดยย้ำว่าการดูแลป่าอย่างเป็นระบบช่วยให้คนกับธรรมชาติเกื้อกูลกันในทุกมิติ ชุมชนทั้งที่แม่โป่งและบ้านปี้มีคณะกรรมการและชาวบ้านทุกช่วงวัยร่วมกันวางกฎระเบียบ ใช้ประโยชน์และดูแลป่าอย่างยั่งยืน จัดการแหล่งน้ำและเชื้อเพลิง ลดไฟป่า และต่อยอดเป็นอาชีพเสริม เช่น ทำจานใบไม้ ไม้กวาด น้ำผึ้ง และการท่องเที่ยวชุมชนจนเกิดกองทุนและเครือข่ายปลอดการเผา</p>
<p>พร้อมทั้งเปิดพื้นที่เป็นแหล่งศึกษาและถ่ายทอดความรู้ให้ชุมชนอื่นด้านภาคเอกชนมองว่าโครงการนี้ตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศและการลงทุนด้านความยั่งยืน  จึงเข้ามาสนับสนุนและให้คำปรึกษาด้านการตรวจติดตามการเงิน เพื่อเสริมสร้างคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่สะท้อนประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</p>
<p>อีกวาระสำคัญภายในงาน คือพิธีส่งมอบคาร์บอนเครดิตจำนวน 43,123 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ซึ่งถือเป็นปริมาณคาร์บอนเครดิตจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าที่มากที่สุดที่เคยมีการส่งมอบในประเทศไทย จากโครงการ &#8216;คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ : การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&#8217; ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี  2564  ครอบคลุม 12 โครงการ ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และพะเยา โดยส่งมอบให้แก่ 7 องค์กรเอกชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36647 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จนี้อาศัยความร่วมมือจาก 14 หน่วยงานและเครือข่ายป่าชุมชน และตั้งอยู่บนรากฐาน &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; ที่มูลนิธิฯ สานต่อร่วมกับกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคเอกชนกว่า 30 ราย ฟื้นฟูป่าชุมชนแล้วกว่า  250,000  ไร่ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมพร้อมส่งเสริมศักยภาพชุมชนในการรักษาป่าและเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่า ตลอดจนการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ</p>
<p>การจัดงาน <strong>MFLF Sustainability Forum 2025</strong> ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งปีในการระดมความคิดและความร่วมมือ และร่วมหาทางออกด้านความยั่งยืน แต่ยังสะท้อนพันธกิจระยะยาวของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่จะยืนหยัดเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่แข่งขันได้บนฐานความยั่งยืน โดยมีทั้งเวทีนี้และกิจกรรมอื่นๆ เป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; กลายเป็นพลังขับเคลื่อนจริงในระดับบุคคล องค์กร และประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/mflf-sustainability-forum-2025/"> MFLF Sustainability Forum 2025  &#8216;วิกฤตโลก ทางออกไทย&#8217; มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระดมความคิด นำเสนอทางออกยั่งยืนให้ประเทศ ท่ามกลางวิกฤตโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jan 2025 11:25:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Finance]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[Department Of Climate Change and Environment]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[Green Development Bank]]></category>
		<category><![CDATA[SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจดทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[อัสสเดช คงสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งทุนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31313</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จับมือพันธมิตร กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ EXIM BANK เปิดตัวระบบ SET Carbon เครื่องมืออำนวยความสะดวกการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ระบบ SET Carbon ตอกย้ำบทบาทสำคัญ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวจาก Climate Change ได้เปิดตัวระบบ SET Carbon ในวันที่​ 16 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อ​ช่วยธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว และเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการรายงาน ทั้งนี้ แนวโน้มทั่วโลกให้ความสำคัญต่อประเด็น Climate Change เพิ่มมากขึ้น โดยพบข้อมูลความเสียหายจากภัยธรมชาติทั่วโลกในปี 2023 มีมูลค่ามากกว่า 3.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เกี่ยวข้องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา รวมทั้งให้ความสำคัญต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้น เช่น กฎระเบียบการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ราคาคาร์บอนสูงมากกว่า  80 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> จับมือพันธมิตร <strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม </strong>และ <strong>EXIM BANK </strong>เปิดตัวระบบ <strong>SET Carbon </strong>เครื่องมืออำนวยความสะดวกการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-31313"></span></p>
<p>ระบบ SET Carbon ตอกย้ำบทบาทสำคัญ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวจาก Climate Change ได้เปิดตัวระบบ SET Carbon ในวันที่​ 16 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อ​ช่วยธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว และเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการรายงาน</p>
<p>ทั้งนี้ แนวโน้มทั่วโลกให้ความสำคัญต่อประเด็น Climate Change เพิ่มมากขึ้น โดยพบข้อมูลความเสียหายจากภัยธรมชาติทั่วโลกในปี 2023 มีมูลค่ามากกว่า 3.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เกี่ยวข้องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา</p>
<p>รวมทั้งให้ความสำคัญต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้น เช่น กฎระเบียบการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ราคาคาร์บอนสูงมากกว่า  80 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2) ซึ่งหากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศา จะส่งผลกระทบต่อ GDP ทั่วโลกให้ลดลง 4-18% ภายในปี 2050 แตกต่างกันไปตามภูมิภาค และมูลค่า Climate Finance ทั้งจาก Climate Fund และ Green Bond ทั่วโลก  เพิ่มขึ้นเป็น 5.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เป็นการลงทุนในยุโรป</p>
<p>ขณะที่ Climate Change​ ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านและโอกาสในหลายมิติ อาทิ การบังคับใช้กฏหมายที่ควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้าต่างๆ การลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน หรือพฤติกรรมผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทิศทางการลงทุนในกลุ่มธุรกิจสีเขียว การลงทุนอย่างยั่งยืน เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31316 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-SET.jpg" alt="" width="491" height="614" /></p>
<p><strong>คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐและผู้ลงทุนมีความต้องการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย <em><strong>ใน​ปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียน​ (บจ.) ไทยประมาณ 30% ที่สามารถเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์พร้อมทวนสอบได้อย่างครบถ้วน ขณะที่ยังมี บจ. อีกจำนวนมากที่ต้องการเครื่องมือช่วยจัดทำรายงานดังกล่าวให้รองรับกับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</strong> </em>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงพัฒนาระบบ <strong>SET Carbon</strong> ให้เป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลและคำนวณข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความน่าเชื่อถือ <strong>โดยระบบเปิดให้องค์กรธุรกิจใช้งาน 16 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป</strong> นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการจัดการข้อมูลผ่าน SET Carbon ตั้งแต่ต้นทางของข้อมูล ไปจนถึงปลายทางในการนำข้อมูลมาให้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ บจ. เพื่อลดการรายงานซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;บทบาทสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ คือ การเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และเครื่องมือต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่ง<strong>แพลตฟอร์ม SET Carbon เป็นหนึ่งในเครื่องมือปรับตัวในยุค Climate Change ให้สามารถวัดการปลดปล่อยคาร์บอนในธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งที่สากลทั่วโลกให้ความสำคัญ พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการเข้าถึง Green Finance ได้สะดวกยิ่งขึ้น</strong> โดยที่ผ่านมา มีการสนับสนุนธุรกิจไทยทั้งมิติในการให้ความรู้ ผ่าน ESG ACADEMY , การมีโปรแกรม Climate Action เพื่อช่วยบริษัทต่างๆ ในการปรับตัว,  การพัฒนาเครื่องมือ ระบบ และการเป็นศูนย์กลางด้าน Climate Data เพื่อมีส่วนช่วยผู้ประกอบการในการลดต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในอนาคตถ้าเริ่มมีการขับเคลื่อนไปสู่ภาคบังคับในการวัด Emision ซึ่งบุคลากรใน Ecosystem ก็อาจจะยังขาดแคลน​อยู่ ดังนั้น การมีแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือให้สามารถวัด และทวนสอบ พร้อมทั้งการเข้าถึงแหล่งทุนไปพร้อมกันจึงมีความสำคัญอย่างมาก&#8221;​  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31314 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-DR-Pirun.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ได้เห็นชอบให้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายในเดือนมกราคม 2568 ซึ่งร่างกฎหมายฯ จะเป็นการสร้างสมดุลในมิติการบังคับและการสนับสนุนให้ประเทศเกิดความพร้อมและมีศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมและเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกการเงินจากกองทุนสภาพภูมิอากาศ (Climate Fund) ร่วมกับการจัดหมวดหมู่กิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่จะเข้าถึงการสนับสนุนทางการเงิน (Taxonomy) และกลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) เพื่อเร่งการลงทุนและการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศภายใต้กฎกติกาและกลไกทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</p>
<p>ทั้งนี้ การจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ในวันนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับและลดภาระในการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากภาคเอกชน ภายใต้กฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะนำไปใช้พิจารณารูปแบบของกระบวนการจัดสรรสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <strong>(Emission Trading Scheme: ETS)</strong> ที่จะเชื่อมกับการส่งเสริมโครงการคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใต้ตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และการพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระยะยาวต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31315 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-DR-RUK.jpg" alt="" width="594" height="743" /></p>
<p><strong>ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย</strong> <strong>(</strong><strong>EXIM BANK</strong><strong>) </strong>กล่าวว่า เครื่องมือทางการเงินเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Finance เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันโลกยังคงมีความต้องการ Climate Finance อีกมาก EXIM BANK จึงมุ่งดำเนินบทบาท Green Development Bank เร่งเติมเต็ม Climate Finance ในประเทศไทย ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ให้ความสำคัญกับการรายงานข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากล ยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับโครงการหรือกิจการที่มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการนี้ ทุกภาคส่วนต้องบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ภายในองค์กรและบูรณาการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของคู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว EXIM BANK พร้อมให้การสนับสนุนทางการเงิน เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเงินทุนหมุนเวียน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นเพียง 1.99% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอด 3 ปี 4.99% ต่อปี)</p>
<p>ความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ EXIM Bank จะสร้างระบบนิเวศข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจไทยเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนากลไกสนับสนุนธุรกิจให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนได้ในตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31322 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/SET-CARBON-Framework.png" alt="" width="1300" height="722" /></p>
<p>บจ. ที่สนใจใช้งานระบบ SET Carbon สามารถศึกษารายละเอียดที่ www.setlink.set.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โทร 0 2009 9897 หรือ 0 2009 9868</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เปิดตำรา &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; ​​ทางออก​วิกฤตสภาพอากาศ พร้อมเติมความหลากหลายทางชีวภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/mae-fah-luang-sustainability-forum-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Sep 2024 13:50:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Chnage]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Kunming-Montréal Global Biodiversity Framework]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Sustainability Forum 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Forum 2024]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[คุนหมิง-มอนทรีออล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ตำราแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า ปลูกคน]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า ปลูกคน: ทางเลือก ทางรอด]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28936</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การมีป่าเพียงอย่างเดียวกำลังจะไม่เพียงพอ เพราะโลกกำลังต้องการป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่ป่ากับความหลากหลายจะยั่งยืนได้ก็ต้องมีคนคอยดูแล ซึ่งก็คือชุมชน ดังนั้น ​การเดินไปสู่เป้าหมายของประเทศจะต้องมีทั้งสองปัจจัยนี้ และจะแยกจากกันไม่ได้”  คำกล่าวของ ​หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวในเวทีเสวนา​ Mae Fah Luang Sustainability Forum 2024 หัวข้อ &#8220;ปลูกป่า ปลูกคน: ทางเลือก ทางรอด&#8221; โดยมองว่า ความสำเร็จที่จะทำให้ประเทศไทย​บรรลุตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ​ทำให้ประเทศไทยต้องเพิ่มแหล่งกักเก็บและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 120 ล้านตันเทียบเท่า ภายในปี พ.ศ.2580 นอกจากนี้ ​ยังได้รับรองกรอบความร่วมมือคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montréal Global Biodiversity Framework) เพื่อที่จะหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ทางบก ทางทะเล และน้ำจืดให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/mae-fah-luang-sustainability-forum-2024/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เปิดตำรา &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; ​​ทางออก​วิกฤตสภาพอากาศ พร้อมเติมความหลากหลายทางชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“การมีป่าเพียงอย่างเดียวกำลังจะไม่เพียงพอ เพราะโลกกำลังต้องการป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะที่ป่ากับความหลากหลายจะยั่งยืนได้ก็ต้องมีคนคอยดูแล ซึ่งก็คือชุมชน ดังนั้น ​การเดินไปสู่เป้าหมายของประเทศจะต้องมีทั้งสองปัจจัยนี้ และจะแยกจากกันไม่ได้” </em></p>
<p><span id="more-28936"></span></p>
<p>คำกล่าวของ ​<strong>หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล </strong>เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวในเวทีเสวนา​ <strong>Mae Fah Luang Sustainability Forum 2024</strong> หัวข้อ &#8220;<strong>ปลูกป่า ปลูกคน: ทางเลือก ทางรอด&#8221;</strong> โดยมองว่า ความสำเร็จที่จะทำให้ประเทศไทย​บรรลุตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ​ทำให้ประเทศไทยต้องเพิ่มแหล่งกักเก็บและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 120 ล้านตันเทียบเท่า ภายในปี พ.ศ.2580</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังได้รับรองกรอบความร่วมมือคุนหมิง-มอนทรีออล ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montréal Global Biodiversity Framework) เพื่อที่จะหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ทางบก ทางทะเล และน้ำจืดให้ได้ร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2030 หรือ พ.ศ. 2573 – หรือเป้าหมาย 30&#215;30</p>
<p>ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายต่างๆ เหล่านี้ จำเป็นต้อง​ใช้กระบวนการทางธรรมชาติในการบำบัด (Nature-based Solution) และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อเป็นทางรอดจากหายนะจากวิกฤต Climate Change ซึ่งสามารถพิสูจน์ความสำเร็จได้จาก Best Practice การปลูกป่าบนดอยตุงของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ที่ดำเนินมาครบ 36 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28942 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SD4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยตลอดระยะเวลา 36 ปี ​​มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าบนดอยตุง สามารถฟื้นฟูป่าได้ราว 9 หมื่น​ไร่ สร้างอาชีพที่ดีแก่ประชาชนกว่าหนึ่งหมื่นคน และได้รับการรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. ) กว่า 4.19 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (Co2e)  รวมทั้ง​​ได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากกรมป่าไม้ และภาคีภาครัฐและเอกชน 25 องค์กร ที่ร่วมกับ 281 ชุมชน เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชุมชนกว่า 258,186 ไร่ โดยตั้งเป้าขยายโครงการไปยังป่าชุมชน 1 ล้านไร่ ภายในปี 2570 จากพื้นที่ป่าชุมชนทั้งหมด 6.8 ล้านไร่ในปัจจุบัน</p>
<p><em>“การขับเคลื่อนโครงการป่าชุมชนช่วยลดปัญหาไฟป่าในพื้นที่ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ​จากเฉลี่ย 22% เหลือเพียง 0.86% จึงพิสูจน์แล้วว่า ชุมชนเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม เพราะ คน ธรรมชาติ และสภาพอากาศ มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะ คน เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการทำหน้าที่ดูแลรักษาธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูและคืนสภาพอากาศที่ดีให้โลก </em><em>สอดคล้องกับพระบรมราโชบาย <strong>“ปลูกป่า ปลูกคน”</strong> ​​สะท้อน​​​แนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งปัญหาหมอกควัน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เป็นหนึ่งปัญหาสำคัญในปัจจุบัน  ช่วยเ​พิ่มพื้นที่ป่า พร้อมทั้งสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชน รวมทั้งการเพิ่มโอกาสจากกลไกคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง จากการ</em><em>​ยกระดับการรับรองคาร์บอนเครดิตที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามมาต​รฐานโลกและป้องกันปัญหาการฟอกเขียว​ &#8220;</em> หม่อมหลวงดิศปนัดดา กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28943 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SD1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การขับเคลื่อนผ่าน Policy Maker เพื่อรับมือวิกฤต</strong></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ​หัวข้อ &#8220;<strong>นโยบายและแนวทางการรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ&#8221;</strong> โดยมองว่า ​ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญ​ปัญหา​​เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของฤดูกาล การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ประเทศไทย ​​</p>
<p>ทั้งนี้ การขับเคลื่อนของประเทศไทยเพื่อรับมือวิกฤตสภาพอากาศ ​ในฐานะ​ภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ​​ได้ตั้งเป้าหมาย​เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG emission) ภายในปี ค.ศ. 2065 ​ โดยได้เพิ่มความสามารถของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) ตามแผน NDC1 ที่ต้องเพิ่ม GHG Reduction ต่อปีจาก 20% มาเป็น 30-40% ภายในปี 2030 ​เพื่อยกระดับความสามารถให้เทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ในการใช้ฐานการลดตามค่าที่เกิดขึ้นจริงในการ​ปล่อยก๊าซรือนกระจก (GHG Emission) แทนการคาดการณ์ ​ รวมทั้งให้ความสำคัญในการสร้างภู​มิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​​  ซึ่งจะทำให้ประเทศสามารถยกระดับสู่เป้าหมาย NDC2 ในปี 2035 ที่สามารถเพิ่ม GHG Reduction ได้เป็น 60% เพื่อบรรลุ Carbon Neutrality ​ตามแผนในปี 2050 และอาจทำให้ประเทศสามารถขยับเป้าหมายในการเป็น Net Zero ได้เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ในปี 2065 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นเป้าหมายที่ช้าเกินไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28937 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/PathWay.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในมิติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ได้ร่วมวาง Global Biodiversity Framework ตามกรอบ​​​คุนหมิง-มอนทรีออล ที่ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework: KM – GBF) เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ นำ​สามารถบรรลุพันธกิจปี ค.ศ. 2030 (2030 Mission ) และวิสัยทัศน์ ปี ค.ศ. 2050 ที่ต้องการให้ประชาคมโลกมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กับการมีธรรมชาติที่สมบูรณ์  ใน 4 มิติ คือ</p>
<p>1. เพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ทุกระบบนิเวศ 2. ดำรงรักษาหรือเพิ่มพูนประโยชน์ที่ได้รับจากธรรมชาติ 3. แบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างยุติธรรมและเท่าเทียม และ  4. แก้ปัญหาช่องว่างทางการเงินและแนวทางดําเนินงานอื่นๆ เพื่อ​สนับสนุนการบรรลุวิสัยทัศน์ ปี ค.ศ. 2050</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนเพื่อบรรลุทั้ง Carbon Neutrality และ Net Zero ต้องขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ทั้งการลดการปลดปล่อย GHG Reduction รวมทั้งการดูดซับ GHG Emission ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บและดูดซับคาร์บอน เพื่อนำไปเก็บไว้ทั้งบนบกหรือใต้ทะเล รวมทั้งการใช้กลไก Nature-based ผ่านการปลูกป่าและใช้ประโยชน์จากที่ดิน ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้​มีพื้นที่ป่า 55% หรือมากกว่า 323 ล้านไร่  ด้วยการเพิ่มพื้นที่ป่าทั้งจาก​ป่าธรรมชาติ ป่าเศรษฐกิจ รวมท้ังพื้นที่สีเขียวทั้งในเมืองและในชนบท  ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบาย  <strong>&#8216;ป่าชุมชน&#8217;</strong> จะเข้ามาเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ เพื่อขับเคลื่อน​เป้าหมายด้าน​วิกฤตสภาพอากาศ พร้อมเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แต่ละชุมชนจากการใช้ประโยชน์ป่าชุมชนทั้ง​การท่องเที่ยว การเพิ่มทั้งรายได้และความมั่นคงทางอาหารจาก Biodiversity ภายในป่าชุมชน  การใช้สาธารณประโยชน์หรือจากระบบนิเวศ​จากป่าชุมชน เช่น การใช้ประโยชน์จากไม้  หรือแหล่งน้ำภายในป่า รวมทั้งการมีศูนย์เรียนรู้เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องธรรมชาติ ระบบนิเวศ และการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและธรรมชาติ เป็นต้น&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28938 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SD5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​ยังมีการขับเคลื่อนเชิงนโยบายผ่านการจัดทำร่าง​​ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นการวางกรอบกฎหมาย กลไก และเครื่องมือในภาคบังคับและส่งเสริมที่จำเป็นและเหมาะสมกับการขับเคลื่อนประเทศไทย ให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ​รวมทั้งสร้างประโยชน์ให้ทุกภาคส่วนในการเปลี่ยนผ่าน ทั้งการสนับสนุนกลุ่มรายย่อยหรือ SME รวมทั้งกฏเกณฑ์เรื่องของการชดเชยคาร์บอน ซึ่งต้องมีการระบุสัดส่วนคาร์บอนเครดิตที่มาจากป่าชุมชน เพื่อสร้างประโยชน์ไปสู่ชมุชนได้อย่างแท้จริง โดยปัจจุบัน ร่าง พ.ร.บ. ได้จัดทำแล้วเสร็จในทุกมาตรา และอยู่ในกระบวนการเพื่อสอบทานก่อนผลักดันให้ทางรัฐบาลพิจารณาและเห็นชอบ​ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 2026  ​</p>
<p>นอกจากนี้ จะเตรียมพร้อม​การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 29 (COP 29) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 22 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน โดยมีเป้าหมายสำคัญที่ต้องการผลักดันในการยกระดับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการจัดทำเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 (NDC 3.0) ซึ่งมีกำหนดจัดส่งในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2025 ขณะที่ความน่าสนใจของ COP 29  จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยจะกำหนดเป้าหมายทางการเงินสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วในการร่วมสนับสนุนและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านรวมกว่า 1.1 -1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อกระจายไปยังกว่า 140 ​ประเทศ ในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเพื่อเร่งขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมาย</p>
<p>&#8220;​<em>การขับเคลื่อนต่างๆ เพื่อตอกย้ำว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของโลกใบนี้ แต่เราเพียงเข้ามาใช้ประโยชน์ และมีหน้าที่​ช่วยกันดูแล เพื่อ​ส่งต่อโลกที่ดีและยั่งยืนให้คนรุ่นต่อไป เข้ามาทำหน้าที่ในการดูแลโลกต่อจากเรา&#8221;  ดร.พิรุณ กล่าวทิ้งท้าย </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28939 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SD6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มุมมอง​ความยั่งยืนของภาคธุรกิจ : จากทางเลือกสู่ทางรอด</strong></p>
<p>เวทีเสวนา​ <strong>Mae Fah Luang Sustainability Forum 2024</strong> หัวข้อ &#8220;<strong>ปลูกป่า ปลูกคน: ทางเลือก ทางรอด&#8221;</strong> ยังพูดถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่กับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชุมชนภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งให้ผลพลอยได้เป็นคาร์บอนเครดิตที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ <strong>คุณรองเพชร บุญช่วยดี </strong>รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. <strong>คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงานพิเศษ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และ <strong>คุณปราณี ราชคมน์ </strong>ประธานเครือข่ายป่าชุมชน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย</p>
<p>พร้อมด้วยเสวนาหัวข้อ <strong>“ความยั่งยืนของภาคธุรกิจ: จากทางเลือกสู่ทางรอด”</strong> โดยตัวแทนภาคเอกชนมาแบ่งปันวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน กลยุทธที่ปฏิบัติได้จริง ได้แก่ <strong>คุณต้องใจ ธนะชานันท์ </strong>รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) <strong>คุณสุศมา ปิตากุลดิลก   </strong>ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนและบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) <strong>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ</strong> รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ Wealth และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ <strong>คุณสุมลรัตน์ ทวีกิจ</strong><strong> </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท ยูนิชาร์ม (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28940 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SD7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังพร้อมนำ <strong>&#8216;ตำราแม่ฟ้าหลวง&#8217;</strong> หรือองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนไปเสริมทัพกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรเอกชนเพื่อนำกลยุทธความยั่งยืนขององค์กรไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนาชุมชน การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการระบบน้ำ การปลูกและฟื้นฟูป่า การจัดการของเสีย เป็นต้น และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ​​ยังมุ่งมั่นต่อยอดแนวคิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนควบคู่กับการฟื้นฟูและรักษาธรรมชาติ สอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-based solution) และการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพและประโยชน์จากระบบนิเวศเป็นแนวทางในการปรับตัว (Ecosystem-based adaptation) อีกด้วย ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/mae-fah-luang-sustainability-forum-2024/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เปิดตำรา &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; ​​ทางออก​วิกฤตสภาพอากาศ พร้อมเติมความหลากหลายทางชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ จัด ECOLEADERSHIP FORUM เร่งขับเคลื่อน Green Ecosystem ปลุกพันธมิตรกว่า 4 พันรายในห่วงโซ่ เร่งเปลี่ยนผ่าน​​ สร้างภูมิคุ้มกัน​​ตามกรอบ ESG</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/sansiri-ecoleadership-forum-green-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jul 2024 11:30:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Change Today Chance Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Green Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri 40 years]]></category>
		<category><![CDATA[SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Forum]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27699</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ในปี 2050 พร้อมมีเป้าหมายระหว่างทางทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ภายใน SANSIRI Ecosystem ที่มีกว่าปีละ 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) เพื่อบรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางไว้ ทำให้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานสัมมนา SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM: Change Today, Chance Tomorrow เพื่อร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศธุรกิจที่มีกว่า 4 พันราย มาร่วมเปลี่ยนผ่านและสร้าง Green Supply Chain ร่วมกัน เพื่อสามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในยุค Green Economy เร่งขับเคลื่อน Green Supply Chain คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ปัญหา​โลกเดือดไม่ใช่เรื่องไกลตัว และภาคธุรกิจเป็นหนึ่งในผู้สร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/sansiri-ecoleadership-forum-green-ecosystem/">แสนสิริ จัด ECOLEADERSHIP FORUM เร่งขับเคลื่อน Green Ecosystem ปลุกพันธมิตรกว่า 4 พันรายในห่วงโซ่ เร่งเปลี่ยนผ่าน​​ สร้างภูมิคุ้มกัน​​ตามกรอบ ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ในปี 2050 พร้อมมีเป้าหมายระหว่างทางทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ภายใน SANSIRI Ecosystem ที่มีกว่าปีละ 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) เพื่อบรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางไว้</p>
<p><span id="more-27699"></span></p>
<p>ทำให้ <strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>ได้จัดงานสัมมนา <strong>SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM: Change Today, Chance Tomorrow</strong> เพื่อร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศธุรกิจที่มีกว่า 4 พันราย มาร่วมเปลี่ยนผ่านและสร้าง Green Supply Chain ร่วมกัน เพื่อสามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในยุค Green Economy</p>
<p><strong>เร่งขับเคลื่อน Green Supply Chain</strong></p>
<p><strong>คุณอุทัย อุทัยแสงสุข</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ปัญหา​โลกเดือดไม่ใช่เรื่องไกลตัว และภาคธุรกิจเป็นหนึ่งในผู้สร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งภาคพลังงาน ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็น 3 กลุ่มหลักที่สร้าง Emission ราว 94%  และแสนสิริเองมีความเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนในการดำเนินธุรกิจตลอดซัพพลายเชน จึงถือเป็นหน้าที่ของธุรกิจทุกคนที่ต้องมีส่วนเข้ามารับผิดชอบในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบทั้งในมิติของธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG : Environment , Social, Governance )  โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงเพื่อให้ธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วย​รับมือกับความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมท้ังสามารถขับเคลื่อนธุริกจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แสนสิริวางเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว โดยตั้งเป้าหมาย Net zero ในปี 2050 ขณะที่แผนระยะสั้นในปี 2025 ตั้งเป้าลดคาร์บอนลงจากฐาน 20% ซึ่งล่าสุดเมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมา สามารถลดลงได้แล้วกว่า 15% รวมทั้งแผนระยะกลางในปี 2033 ตั้งเป้าลด Emission 50% ซึ่งการจะไปถึงเป้าหมายไม่สามารถทำคนเดียวได้ เพราะ Emission ที่เกิดขึ้นใน Ecosystem ของแสนสิริ มากกว่า 98% มาจากสโคป 3 หรือมาจากการปลดปล่อยภายในซัพพลายเชนของพาร์ทเนอร์ทุกกลุ่มที่มีกว่า 4 พันราย ทั้ง​กระบวนการผลิต การก่อสร้าง การขนส่ง การออกแบบดีไซน์ หรือจากการใช้พลังงาน และการเดินทางของลูกบ้าน ที่มีกว่า 1.5 แสนครอบครัว  ขณะที่การปลดปล่อยในสโคป 1 และ 2 ที่มาจากการปลดปล่อยโดยตรงขององค์กรมีอยู่แค่กว่า 2%  จึงต้องอาศัยความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านและขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลงทุนโครงการใหม่ๆ อีกกว่า 46 โครงการ มูลค่ามากกว่า 6 หมื่นล้านบาท ที่ต้ังเป้าจะ​ขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ Green  Economy เพื่อเป็นบทพิสูจน์ของแสนสิริในการเป็น Green Leadership ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืนได้ทั้งระบบนิเวศ&#8221;​</em></p>
<p>ทั้งนี้ แสนสิริวางแนวทางเพื่อสร้าง <strong>Green Ecosuystem</strong> ในทั้ง 3 มิติที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย<strong> Green Construction</strong> ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนร่วมกับกลุ่มผู้รับเหมา หรือในภาคการก่อสร้าง เพื่อพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเน้นนวัตกรรม Low Carbon ทั้งผลิตภัณฑ์ก่อสร้างแบบสำเร็จรูป หรือการพัฒนาวัสดุทดแทน​ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติต่างๆ รวมไปถึงการลด Waste ในไซต์งานก่อสร้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27702 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้ง​ด้าน <strong>Green Architecture and Design</strong> ที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกับกลุ่มดีไซน์เนอร์หรือนักออกแบบให้ทั้งดีไซน์และฟังก์ชันตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานต่างๆ และ <strong>Green Procurement</strong> ในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุต่างๆ จากทางซัพพลายเออร์ ภายใต้การส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็น Low Carbon เพื่อสร้างให้เกิดความยั่งยืนได้ทั้งห่วงโซ่อุปทาน และหากสามารถเปลี่ยนผ่านได้สำเร็จจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ทั้งประเทศบรรลุเป้าหมายตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ในเวที COP 26 เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศที่มีสัดส่วนกว่า 5.8% ของ GDP ที่ช่วยสร้างมูลค่าธุรกิจได้ถึงกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งหากคำนวณความต่อเนื่องจากตลอดทั้งซัพพลายเชนมูลค่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว</p>
<p>ทั้งนี้ แสนสิริ จะเริ่มปรับจากตัวเอง พร้อมส่งต่อประสบการณ์และองค์ความรู้ให้กับพาร์ตเนอร์เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และมั่นใจว่า Green Supply Chain ที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ สามารถผลักดันให้เกิดเครือข่ายการทำงานใน Green Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความสามารถการแข่งขันในตลาด Green Economy มากขึ้น และเชื่อว่างาน SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญของแสนสิริในการมุ่งมั่นปฏิบัติตามหลักการของความยั่งยืน และสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p><em>&#8220;แม้การขับเคลื่อนโมเดล Green Supply Chain อาจจะทำให้แสนสิริหรือผู้เปลี่ยนผ่านมีต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เชื่อว่าในระยะยาวถ้าเกิด Economy of Scale ที่เหมาะสม จะทำให้การดำเนินธุรกิจของทุกภาคส่วน​เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากข้อกีดกันทางการค้าต่างๆ ในะระยะยาวได้ด้วย และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ และความสามารถทางการแข่งขันให้​ตอบสนองต่อการเปลี่ยนไปของโลก การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p>ภายในงานยังมีตัวแทนทั้งจากภาครัฐ รวมทั้งพันธมิตรในแต่ละกลุ่ม มาร่วมรับฟังนโยบายและทิศทางสำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อการเปลี่ยนผ่าน โดย <strong>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนจากฝ่ายภาครัฐ ยังได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียด พ.ร.บ.โลกร้อน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกฏระเบียบที่ส่งผลต่อแลนด์สเคปของธุรกิจ พร้อมทั้งเป็นข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจนำไปประกอบการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ รวมทั้ง Special Talk หัวข้อ “<strong>Change Today, Chance Tomorrow</strong>” จากภาคส่วนต่างๆ ทั้งการปรับตัวของกลุ่มเอสเอ็มอี รวมทั้งวิธีคิด และ Best Practice จากทั้ง 3 ภาคส่วนใน Gree Ecosystem ของแสนสิริ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ของพันธมิตรในแต่ละภาคส่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/10_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/sansiri-ecoleadership-forum-green-ecosystem/">แสนสิริ จัด ECOLEADERSHIP FORUM เร่งขับเคลื่อน Green Ecosystem ปลุกพันธมิตรกว่า 4 พันรายในห่วงโซ่ เร่งเปลี่ยนผ่าน​​ สร้างภูมิคุ้มกัน​​ตามกรอบ ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เอส แอนด์ พี’ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ยกระดับการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Net Zero 2065 เนื่องในวันปลอดถุงพลาสติกสากล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/snp-heading-thailand-net-zero-2065/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jul 2024 06:53:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Green coffee shop]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Net Zero 2065]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี ซินดิเคท]]></category>
		<category><![CDATA[โกเมนทร์ ทีฆธนานนท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27519</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร (ขวาสุด) ร่วมประกาศเจตนารมณ์ยกระดับการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Net Zero 2065 เนื่องในวันปลอดถุงพลาสติกสากล โดยมี คุณโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (คนกลาง) เป็นประธานในงาน จัดโดยกรมการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (ซ้ายสุด) ณ ห้องกมลทิพย์ 2-3 โรงแรมเดอะสุโกศล เอส แอนด์ พี เป็น 1 ใน 45 องค์กรจากภาคเอกชน ซึ่งเข้าร่วมในฐานะเครือข่ายร้านกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Coffee Shop) เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า รักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/snp-heading-thailand-net-zero-2065/">‘เอส แอนด์ พี’ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ยกระดับการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Net Zero 2065 เนื่องในวันปลอดถุงพลาสติกสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)</strong> โดย<strong> คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน</strong> ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร (ขวาสุด) ร่วมประกาศเจตนารมณ์ยกระดับการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมาย <strong>Thailand Net Zero 2065</strong> เนื่องในวันปลอดถุงพลาสติกสากล</p>
<p><span id="more-27519"></span></p>
<p>โดยมี<strong> คุณโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์</strong> ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (คนกลาง) เป็นประธานในงาน จัดโดยกรมการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย <strong>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (ซ้ายสุด) ณ ห้องกมลทิพย์ 2-3 โรงแรมเดอะสุโกศล</p>
<p>เอส แอนด์ พี เป็น 1 ใน 45 องค์กรจากภาคเอกชน ซึ่งเข้าร่วมในฐานะเครือข่ายร้านกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (<strong>Green Coffee Shop</strong>) เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า รักษาความสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อโลกที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27521 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/SP2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/snp-heading-thailand-net-zero-2065/">‘เอส แอนด์ พี’ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ยกระดับการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมาย Thailand Net Zero 2065 เนื่องในวันปลอดถุงพลาสติกสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPAC Green Solution ชวนรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน  ในงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023”  วันที่ 16 มี.ค.นี้ เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/cpac-green-solution-present-thailand-the-new-chapter-of-green-construction-forum-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 09:20:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[#ซีแพคกรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC Green Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023]]></category>
		<category><![CDATA[TheNewChapter]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีแพค]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โอฟ อาหรุบ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[วลัย เจริญพันธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17663</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมืองเพื่อมุ่งสู่ Net Zero และ Low Carbon Society อย่างยั่งยืน CPAC Green Solution ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผลักดันนวัตกรรมก่อสร้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้าง ที่เน้นนวัตกรรมก่อสร้างที่ช่วยลด CO2  ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของ ‘Net Zero’ และ ‘Low Carbon Construction’ เตรียมจัดงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023” เพื่อเป็นเวทีในการรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อุตสาหกรรมการก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน ในวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2566 เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ ภายในงาน พบกับ นายชนะ ภูมี Vice [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/cpac-green-solution-present-thailand-the-new-chapter-of-green-construction-forum-2023/">CPAC Green Solution ชวนรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน  ในงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023”  วันที่ 16 มี.ค.นี้ เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>ในยุคที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมืองเพื่อมุ่งสู่ </em></strong><strong><em>Net Zero </em></strong><strong><em>และ </em></strong><strong><em>Low Carbon Society </em></strong><strong><em>อย่างยั่งยืน </em></strong><span id="more-17663"></span></p>
<p><strong><em>CPAC Green Solution </em></strong><strong>ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมการก่อสร้างเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผลักดันนวัตกรรมก่อสร้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้าง ที่<em>เน้นนวัตกรรมก่อสร้างที่ช่วยลด </em></strong><strong><em>CO2  </em></strong><strong>ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของ </strong><strong>‘Net Zero’ </strong><strong>และ </strong><strong>‘Low Carbon Construction’</strong><strong> เตรียมจัดงาน “</strong><strong>Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023</strong><strong>” เพื่อเป็นเวทีในการรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลง สู่อุตสาหกรรมการก่อสร้าง</strong><strong>สีเขียวอย่างยั่งยืน <u>ในวันพฤหัสบดีที่ </u></strong><strong><u>16 </u></strong><strong><u>มีนาคม </u></strong><strong><u>2566 </u></strong><strong><u>เวลา </u></strong><strong><u>8.00 – 12.00 </u></strong><strong><u>น. ณ ฮอลล์ </u></strong><strong><u>1 </u></strong><strong><u>สำนักงานใหญ่เอสซีจี </u></strong><strong><u>บางซื่อ </u></strong></p>
<p>ภายในงาน พบกับ <strong>นายชนะ ภูมี </strong><strong>Vice President Sustainability SCG</strong>  ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย <strong>ดร.พิรุณ </strong><strong>สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> <strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> ที่จะมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Thailand : Change &amp; Chance to Green Society” ร่วมด้วย <strong>Dr. Andrew Minson, Concrete and Sustainable Construction Director – Global Cement and Concrete Association (GCCA)</strong> Guest Speaker ในหัวข้อ “Sustainability in Design and Construction” และการอภิปรายในหัวข้อ “How to execute to Green Construction in Thailand” โดย <strong>รศ.ดร.สมิตร ส่งพิริยะกิจ</strong> <strong>ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong>, <strong>นายสุเมธ มีนาภา รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง</strong>, <strong>นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย</strong><strong> </strong><strong>ในพระบรมราชูปถัมภ์ </strong>และ<strong>นายชูโชค ศิวะคุณากร</strong> <strong>Head of Environment Social Governance &amp; Business Stakeholder Engagement </strong><strong>บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด </strong>ที่จะมาพูดถึง “มุมมองของการขับเคลื่อน Green Construction ในอุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย”</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบกับ Showcase Implementation : Innovation in Green Construction โดย <strong>นางสาววลัย เจริญพันธ์ </strong><strong>BIM &amp; Digital Advisory Lead </strong><strong>บริษัท โอฟ อาหรุบ </strong><strong>(</strong><strong>ประเทศไทย</strong><strong>) </strong><strong>จำกัด </strong>ที่จะมาพูดถึง “แนวทางการนำนวัตกรรมไปใช้ผ่านมุมมองและเคสจากต่างประเทศ” และ <strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>กฤษฎา ศรีสมพร </strong><strong>Green Construction Group Leader </strong><strong>บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด</strong> ในเรื่อง “นวัตกรรมเพื่อรองรับการเป็น Green Construction ในประเทศไทย” (Ultra-High Performance Concrete/  3D Printing/ BIM) พร้อมเยี่ยมชมนวัตกรรมสะพานที่บางที่สุดด้วยเทคโนโลยี Ultra-High Performance (UHPC) แห่งแรก ในประเทศไทย</p>
<p>ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน <strong>“</strong><strong>Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023</strong><strong>”</strong>                                 Click : <a href="http://bitly.ws/Bpee" target="_blank" rel="noopener"><strong>http://bitly.ws/Bpee</strong></a> <strong><u>ได้ตั้งแต่วันที่ </u></strong><strong><u>10 </u></strong><strong><u>มีนาคม </u></strong><strong><u>2566 </u></strong><strong><u>เป็นต้นไป</u></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/cpac-green-solution-present-thailand-the-new-chapter-of-green-construction-forum-2023/">CPAC Green Solution ชวนรวมพลัง สร้างการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวอย่างยั่งยืน  ในงาน “Thailand The New Chapter of Green Construction Forum 2023”  วันที่ 16 มี.ค.นี้ เวลา 8.00 – 12.00 น. ณ ฮอลล์ 1 สำนักงานใหญ่เอสซีจี บางซื่อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
