<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%87-%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 24 Jun 2026 08:35:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 07:04:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Business Forecast]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial]]></category>
		<category><![CDATA[K-shaped]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[คาดการณ์เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฐิติมา ชูเชิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปราณิดา ศยามานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42700</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายทำให้ราคาพลังงานปรับลดลง ช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ประกอบกับการส่งออกและการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี แต่อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในระยะถัดไป จากผลกระทบของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงสงครามรุนแรงก่อนหน้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อ แม้จะมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในบางกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาสัดส่วนการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ-ปานกลางและ SMEs ยังเปราะบาง จากรายได้ที่ชะลอลงและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันภาวะการเงินตึงตัวและความเสี่ยงภายนอกที่ยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต้นทุนยังทยอยกดดันเศรษฐกิจ  ดร.ยรรยง ไทยเจริญ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค และ นางสาวปราณิดา ศยามานนท์ ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่าย Industry Analysis ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ให้ข้อมูลร่วมกันว่า ​​ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แม้ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง และการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวดี อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/">SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCB EIC </strong><strong>ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี </strong><strong>2569</strong><strong> เป็น </strong><strong>2</strong><strong>% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายทำให้ราคาพลังงานปรับลดลง ช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ประกอบกับการส่งออกและการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี</strong></p>
<p><span id="more-42700"></span></p>
<p>แต่อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในระยะถัดไป จากผลกระทบของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงสงครามรุนแรงก่อนหน้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อ</p>
<p>แม้จะมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในบางกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาสัดส่วนการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ-ปานกลางและ SMEs ยังเปราะบาง จากรายได้ที่ชะลอลงและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง</p>
<p>สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันภาวะการเงินตึงตัวและความเสี่ยงภายนอกที่ยังอยู่ในระดับสูง</p>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต้นทุนยังทยอยกดดันเศรษฐกิจ </strong></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/re-dr-yanyong.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH" data-olk-copy-source="MessageBody"> <b>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ</b> </span> <span lang="TH">ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน <b>ดร.ฐิติมา ชูเชิด</b> ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค และ<b> นางสาวปราณิดา ศยามานนท์</b></span><b> </b><span lang="TH">ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่าย </span>Industry Analysis<b><span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (</span><span class="mark40sw1wlai" data-markjs="true" data-ogac="" data-ogab="" data-ogsc="" data-ogsb="">SCB</span> EIC)<span lang="TH"> ให้ข้อมูลร่วมกันว่า </span>​​ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แม้ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง</p>
<p>ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง และการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวดี อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า ยังคงทยอยส่งผ่านมายังเศรษฐกิจจริง และจะกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจชัดขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี</p>
<p>SCB EIC ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวจะส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยใน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>1. ต้นทุนพลังงานและการผลิต </strong>กดดันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ กำลังซื้อของภาคครัวเรือน และกระทบต่ออัตรากำไรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้พลังงานและโลจิสติกส์เข้มข้น</p>
<p><strong>2. เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง </strong>กระทบต่อการส่งออกจากกำลังซื้อโลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม ขณะที่ราคาพลังงานนำเข้าที่สูงในช่วงก่อนหน้าและแนวโน้มการนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งตัวขึ้น จะกดดันให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับแย่ลงมากในปีนี้</p>
<p><strong>3. ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น </strong>จากความผันผวนในตลาดการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่งผลให้ Risk premium และ Yield curve สูงขึ้น</p>
<p><strong>การฟื้นตัวแบบ </strong><strong>K</strong><strong>&#8211;</strong><strong>shaped </strong><strong>ชัดเจนขึ้น กระจุกตัวในธุรกิจใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ครัวเรือนและ </strong><strong>SMEs </strong><strong>ยังเปราะบาง </strong></p>
<p>SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักกระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น AI, Data center อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนและการส่งออกบางกลุ่มสินค้า</p>
<p>อย่างไรก็ดี ธุรกิจกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีสัดส่วนการนำเข้าสูง ทำให้ผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศ การจ้างงานและรายได้ในวงกว้างยังมีข้อจำกัด</p>
<p>ในทางกลับกัน ครัวเรือนรายได้ต่ำ &#8211; ปานกลางและ SMEs ยังเผชิญความเปราะบางจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการผลิต<br />
และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งภาระหนี้สูง ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัวได้จำกัด และทำให้ธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจบริการบางกลุ่ม ยังเผชิญแรงกดดันต่อยอดขาย สภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้</p>
<p>ความแตกต่างของการฟื้นตัวระหว่างกลุ่มธุรกิจและกลุ่มครัวเรือน จึงกลาย​เป็นข้อจำกัดสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Re-Thai-.jpg" alt="" width="564" height="800" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569-2570 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำ แม้มีแรงพยุงจากภาครัฐผ่าน พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท </strong></p>
<p><strong>SCB EIC </strong><strong>คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี </strong><strong>2569</strong><strong> จะขยายตัวที่ </strong><strong>2% </strong><strong>สูงกว่ามุมมองเดิม แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนหน้า</strong> จากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด สถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย รวมทั้งแรงสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยประคองเศรษฐกิจผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ การกระตุ้นการใช้จ่าย และการลงทุนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ดี แรงพยุงจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจระยะสั้นเป็นหลัก ก่อนที่แรงส่งนี้จะชะลอลงในช่วงสิ้นปี ขณะที่ยังต้องติดตามความชัดเจนของมาตรการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไป</p>
<p><strong>สำหรับปี 2570</strong><strong> SCB EIC </strong><strong>คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกับปี 2569 ที่ 1.9%</strong> สะท้อนข้อจำกัดจากแรงขับเคลื่อนใหม่ในการยกระดับการเติบโตในระยะกลาง</p>
<p>ขณะที่แรงขับเคลื่อนเดิมยังมีข้อจำกัด ทั้งการบริโภคที่ฟื้นตัวช้าตามกระบวนการ Deleveraging ของภาระหนี้ในภาคครัวเรือน การลงทุนและการส่งออกที่กระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง งบประมาณของภาครัฐที่มี Policy space ลดลง และความเปราะบางของ SMEs ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรง และภาวะการเงินที่ตึงตัว</p>
<p><strong>นโยบายการเงินมีข้อจำกัด คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดปีนี้ </strong></p>
<p>SCB EIC ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปี 2569 โดยแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมีที่มาจากปัจจัยอุปทานเป็นสำคัญ และการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาวยังไม่ถูกกระทบ</p>
<p>ทั้งนี้ SCB EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปีนี้จะปรับลดลงจากมุมมองเดิมเหลือ 2.6% อยู่ในกรอบเป้าหมายได้ หลังสถานการณ์สงครามคลี่คลายช่วยให้ราคาพลังงานปรับลดลง</p>
<p>ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่าเช่นที่เกิดขึ้นกับบางประเทศในภูมิภาค</p>
<p>ทั้งนี้ แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ภาวะการเงินโดยรวมยังตึงตัว โดยเฉพาะต่อลูกหนี้รายย่อยและ SME จากรายได้ที่ชะลอลง และความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ตามความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ที่ด้อยลง ทำให้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ควบคู่กับมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มสภาพคล่องและประคับประคองเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า</p>
<p><strong>ภาคธุรกิจเผชิญแรงกดดัน แต่โอกาสยังอยู่ในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับ </strong><strong>AI, FDI </strong><strong>และ </strong><strong>Megatrends </strong></p>
<p>ภาคธุรกิจไทยเผชิญแรงกดดันสำคัญจากต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ความผันผวนของ Supply chain และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่งผลให้หลายธุรกิจเผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย อัตรากำไร และสภาพคล่อง โดยเฉพาะธุรกิจส่วนใหญ่ที่มีข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาของผู้บริโภคในภาวะที่อุปสงค์ยังเปราะบาง</p>
<p>SCB EIC มองว่าแนวโน้มธุรกิจในระยะข้างหน้าจะมีความแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่ม SME รวมทั้งธุรกิจที่มีความสามารถในการปรับตัวลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานที่เติบโตได้ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงหลักของโลก จะยังสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามความเสี่ยงด้านต้นทุนและความผันผวนของอุปสงค์อย่างใกล้ชิด</p>
<p>ทั้งนี้<em><strong> โอกาสการเติบโตยังอยู่ในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ AI, การลงทุนจากต่างประเทศ และ Megatrends เช่น อิเล็กทรอนิกส์ Data center พลังงานสะอาด อาหาร และ Healthcare ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนใหม่ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การย้ายฐานการผลิต และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในระยะยาว</strong> </em></p>
<p>ดังนั้น ภาคธุรกิจไทยควรเร่งยกระดับประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างต้นทุน และเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Adaptation-.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจโลกปีนี้ชะลอลง ท่ามกลางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น </strong></p>
<p>SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.5% และ 2.6% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ โดยแรงส่งหลักยังมาจากการลงทุนใน AI ทำให้ประเทศผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางปรับดีขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ในระยะข้างหน้า ยังต้องติดตามมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อการค้าโลกในช่วงครึ่งหลังของปี ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางหลักของโลกยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย โดย SCB EIC มองว่า Fed จะไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีนี้ โดยจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5-3.75% ตลอดปี สำหรับภาวะการเงินโลกจะยังตึงตัวต่อเนื่อง ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/">SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารไทยพาณิชย์ ​เร่งเครื่อง Less Brown เปลี่ยนผ่านกลุ่มธุรกิจโรงแรมภาคใต้​ ​จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus ปรับตัวรับท่องเที่ยวยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/scb-green-hotel-plus-workshop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 07:25:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GHP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Less Brown]]></category>
		<category><![CDATA[Live Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB Green Hotel Plus]]></category>
		<category><![CDATA[SCB Live Sustainably]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกค้าธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ อย่าง ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38633</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริบทด้าน &#8216;ความยั่งยืน&#8216; กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจะใช้ในการพิจารณาเลือกใช้สินค้าหรือบริการเพิ่มมากขึ้นนับจากนี้  เช่นเดียวกับ​​ในธุรกิจท่องเที่ยว​ ที่รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนของ Booking.com ปี 2025 พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ​​เพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2023 ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการอย่างธุรกิจโรงแรม ต่างให้ความสำคัญในการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก​​ รวมทั้งความเข้มข้นด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่จะเข้ามามีผลบังคับในธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจาก SCB EIC ที่ชี้ว่าแรงกดดันจากข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปอย่าง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ภายใต้ European Green Deal ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ระดับโลกต้องเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล เช่น GSTC (Global Sustainable Tourism Council) และ Green Hotel [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scb-green-hotel-plus-workshop/">ธนาคารไทยพาณิชย์ ​เร่งเครื่อง Less Brown เปลี่ยนผ่านกลุ่มธุรกิจโรงแรมภาคใต้​ ​จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus ปรับตัวรับท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริบทด้าน &#8216;<strong>ความยั่งยืน</strong>&#8216; กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจะใช้ในการพิจารณาเลือกใช้สินค้าหรือบริการเพิ่มมากขึ้นนับจากนี้  เช่นเดียวกับ​​ในธุรกิจท่องเที่ยว​ ที่รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนของ <strong>Booking.com</strong> ปี 2025 พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ​​เพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2023</p>
<p><span id="more-38633"></span></p>
<p>ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการอย่างธุรกิจโรงแรม ต่างให้ความสำคัญในการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก​​ รวมทั้งความเข้มข้นด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่จะเข้ามามีผลบังคับในธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สอดคล้องกับข้อมูลจาก <strong>SCB EIC</strong> ที่ชี้ว่าแรงกดดันจากข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปอย่าง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ภายใต้ European Green Deal ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ระดับโลกต้องเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล เช่น GSTC (Global Sustainable Tourism Council) และ Green Hotel Plus ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น GSTC-Recognized Standard</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38649 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__50257953.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)</strong> มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการเงินยั่งยืน ที่พร้อมขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะการเข้าไปสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนในฐานะพันธมิตรของลูกค้าธนาคารในกลุ่มต่างๆ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในแต่ละธุรกิจ ซึ่งถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธนาคารสู่เป้าหมายการบรรลุ <strong>Net Zero Emissions​ ภายในปี 2050</strong> รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อตามแนวทาง Less Brown ​​เพื่อให้ทั้งพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกลายเป็นสินเชื่อสีเขียวได้ทั้งหมดในที่สุด</p>
<p><strong>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า <em><strong>กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบัน​มียอดสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจโรงแรมมากกว่า 130,000 ล้านบาท</strong></em> โดยสัดส่วนสำคัญอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน รวมทั้ง​​ตั้งเป้า​ในการปรับ &#8216;<strong>พอร์ตโรงแรม</strong>&#8216; ทั้งหมดให้ขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนอย่างชัดเจน ​</p>
<p>นำมาสู่การจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ <em><strong>&#8216;เตรียมความพร้อมสู่การรับรอง Green Hotel Plus กับ SCB&#8217; </strong></em>โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมผนึกกำลังกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับด้านความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรมไทยตามเกณฑ์ <strong>Green Hotel Plus (GHP)</strong> ซึ่งได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council : GSTC) ให้แก่กลุ่มโรงแรมภาคใต้ พร้อมการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP เพื่อแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่าน เพื่อสร้างโอกาสเติบโตบนกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน​ โดยมี​ผู้แทนจากโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 47 แห่ง​ รวมมากกว่า 100 คน มาเข้าร่วมการประชุม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38647 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__50257950.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การประชุมครั้งนี้ยังถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่​ เพื่อรองรับ <strong>​​การเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก</strong> (Global Sustainable Tourism Conference 2026) ซึ่งเตรียม​​จัดขึ้น​ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ​และ​เป็นโอกาสสะท้อนให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพ และพลังความร่วมมือของภาคธุรกิจโรงแรม ภาครัฐ สถาบันการเงิน และหน่วยงานสนับสนุนด้านความยั่งยืนที่ต้องการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากลอย่างจริงจัง พร้อมนำเสนอสิทธิประโยชน์จากธนาคารเพื่อสนับสนุนการขอรับมาตรฐาน GHP อย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมปลุกพลังโรงแรมไทยร่วมกันสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในยุคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมไทย&#8221;</em></p>
<p><strong>ดร.ยรรยง</strong> กล่าวเพิ่มเติม​ว่า ธนาคาร​ขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน โดยคำนึงทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตามแนวคิด<strong> &#8216;อยู่ อย่าง ยั่งยืน&#8217; </strong>(Live Sustainability) เพื่อวางยุทธศาสตร์และการดำเนินงานในทุกหน่วยธุรกิจ​ให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่กำลังเผชิญทั้งความท้าทายจาก Climate Change ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว <strong>โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรตลอดเส้นทาง​การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของลูกค้า รวมทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันความยั่งยืนของประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการดำเนินธุรกิจแบบเดิม และปรับตัวจาก Less Brown ไปสู่ Green Economy ได้อย่างต่อเนื่อง</strong> ​ผ่านการพัฒนาโซลูชันด้านการเงินที่ยั่งยืน​พร้อมทั้ง​นำผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG  เข้ามาช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;ธุรกิจโรงแรมและบริการเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจนำร่องสำคัญ ที่ธนาคารมุ่ง​ผลักดันพอร์ตสินเชื่อ​ให้ปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ครอบคลุมในหลายมิติ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน การจัดการน้ำและของเสียอย่างเป็นระบบ การดูแลชุมชนและสังคม การรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม และการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล  ขณะที่ในกลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่หรือเครือโรงแรมที่มีความพร้อมลงทุน ธนาคารได้ส่งเสริมให้ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการอาคารสู่ระดับสากล เช่น <strong>มาตรฐานอาคารเขียว LEED, Edge </strong>และ<strong> TREES</strong> ซึ่งช่วย​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านภาพลักษณ์และดึงดูดลูกค้าต่างชาติ ​ส่วนโรงแรมดั้งเดิมที่ยังไม่ถึงจังหวะลงทุนขนาดใหญ่ ได้พัฒนาสินเชื่อและแพ็กเกจสนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การบริหารจัดการน้ำและขยะ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละแห่ง&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38650 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__50257952.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><strong>การขับเคลื่อนของธนาคารไทยพาณิชย์ ช่วยตอกย้ำบทบาทสำคัญ​ในฐานะพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าทุกรายในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน และพร้อมเดินเคียงข้างลูกค้าธุรกิจในฐานะ Trusted partnerบนเส้นทางสู่ความยั่งยืน ​เพื่อสร้าง​ความพร้อมสำหรับการเริ่ม​ลงมือปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและจริงจั</strong><strong>งเพื่อเพิ่มความสามารถและโอกาสในการแข่งขัน จากการ​เป็นผู้กำหนดทิศทางขับเคลื่อน​การเปลี่ยนแปลงแทนการเป็นผู้รอรับผลกระทบ ​และสามารถกำหนดเส้นทางการเติบโตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของโลก ​เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง </strong></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scb-green-hotel-plus-workshop/">ธนาคารไทยพาณิชย์ ​เร่งเครื่อง Less Brown เปลี่ยนผ่านกลุ่มธุรกิจโรงแรมภาคใต้​ ​จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus ปรับตัวรับท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 04:21:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Commercial Bank]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36617</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ Chief Economist and Sustainability Officer รับมอบใบรับรองคาร์บอนเครดิต จำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จาก โครงการ “คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ: การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2563 เพื่อวางระบบการวัดประเมินและจัดการคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชุมชน และสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนให้ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นปริมาณที่คำนวณจากการสนับสนุนพื้นที่ป่าชุมชนเป้าหมาย ระหว่างปี 2563-2567 ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านป่าซางดอยแก้ว จ.เชียงราย และป่าชุมชนบ้านห้วยหมากเอียกเหนือ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ป่าทั้งสิ้นกว่า 1,390 ไร่ ซึ่งธนาคารได้นำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับมาใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของธนาคาร ภายใต้แนวทาง กิจกรรมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งยังได้สร้างชุมชนเข็มแข็ง สร้างแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ การได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิตจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะเป็นผู้นำในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/">ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย <strong>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ </strong><strong>Chief Economist and Sustainability Officer</strong> รับมอบใบรับรองคาร์บอนเครดิต จำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จาก<strong> โครงการ </strong><strong>“</strong><strong>คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ</strong><strong>:</strong><strong> การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong><strong>”</strong> กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์</p>
<p><span id="more-36617"></span></p>
<p>ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2563 เพื่อวางระบบการวัดประเมินและจัดการคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชุมชน และสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนให้ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นปริมาณที่คำนวณจากการสนับสนุนพื้นที่ป่าชุมชนเป้าหมาย ระหว่างปี 2563-2567 ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านป่าซางดอยแก้ว จ.เชียงราย และป่าชุมชนบ้านห้วยหมากเอียกเหนือ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ป่าทั้งสิ้นกว่า 1,390 ไร่ ซึ่งธนาคารได้นำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับมาใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของธนาคาร ภายใต้แนวทาง กิจกรรมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งยังได้สร้างชุมชนเข็มแข็ง สร้างแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่</p>
<p>การได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิตจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะเป็นผู้นำในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ซึ่งธนาคารเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ที่ต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย สร้างแรงกระเพื่อม ประสานความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตให้เราทุกคนได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36619 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SCB-MFL2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่สามารถประเมินได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์โดยต้นไม้กว่า 210,500 ต้นต่อปี (คำนวณตามอัตราการเก็บกักคาร์บอน 9.5 กก./ต้น/ปี ตามมาตรฐาน T-VER ของ TGO)</li>
<li>การปล่อยคาร์บอนจากการจัดงานคอนเสิร์ตหรือเอ็กซิบิชันขนาดใหญ่ 2–3 งาน ที่มีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนต่อครั้ง</li>
<li>การใช้รถยนต์ส่วนบุคคลกว่า 400 คันตลอดหนึ่งปี (คำนวณจากการขับขี่เฉลี่ย 15,000 กิโลเมตร/คัน/ปี)</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/">ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCB ปักธง​ Net Zero 2050 ตามหลัก SBTi แบงก์แรกในไทย​ ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อ 2.3 ล้านล้านบาท เป็นสีเขียวทั้งหมด นำร่องงบหนุนเปลี่ยนผ่าน 3 ปีแรก 1.5 แสนล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/scb-live-sustainably-annouced-net-zero-2050/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Sep 2024 13:56:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Equator Principles Association]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Implied Temperature Rise]]></category>
		<category><![CDATA[ITR]]></category>
		<category><![CDATA[Live Sustainably]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Science Based Target Initiatives]]></category>
		<category><![CDATA[SDA]]></category>
		<category><![CDATA[Sectoral Decarbonization Approach]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ จันทโนทก]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ อย่าง ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28571</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออกมาประกาศขับเคลื่อนแผนในการมุ่งสู่ &#8216;ธนาคารชั้นนำแห่งความยั่งยืน&#8217; (The Leading Sustainable Bank ) ภายใต้เนวคิด Live Sustainably &#8216;อยู่ อย่าง ยั่งยืน&#8217; พร้อมประกาศ 3 แนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในฐานะพันธมิตรผูสนับสนุนลูกค้า การเปลี่ยนผ่านภายในองค์กร และการมีส่วน​พัฒนาสังคมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน​​ โดย​ Milestones สุดท้ายตาม Journey ที่วางไว้​​ คือการบรรลุ Net Zero 2050 ​ตามหลัก SBTi​ ในฐานะสถาบันการเงินไทยเพียงรายเดียวที่ใช้มาตรฐานนี้ในการชี้วัด พร้อมเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ให้กลายเป็นพอร์ตสินเชื่อสีเขียวทั้งหมด From Brown to Totally Green Portfolio คุณกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำ นำมาซึ่งโอกาสและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทั้งเม็ดเงินจากทั่วโลก ที่จะไหลมาในช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไม่ต่ำกว่า 39 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scb-live-sustainably-annouced-net-zero-2050/">SCB ปักธง​ Net Zero 2050 ตามหลัก SBTi แบงก์แรกในไทย​ ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อ 2.3 ล้านล้านบาท เป็นสีเขียวทั้งหมด นำร่องงบหนุนเปลี่ยนผ่าน 3 ปีแรก 1.5 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ออกมาประกาศขับเคลื่อนแผนในการมุ่งสู่ &#8216;<strong>ธนาคารชั้นนำแห่งความยั่งยืน&#8217;</strong> (The Leading Sustainable Bank ) ภายใต้เนวคิด<strong> Live Sustainably &#8216;อยู่ อย่าง ยั่งยืน&#8217; </strong>พร้อมประกาศ 3 แนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งความยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><span id="more-28571"></span></p>
<p>ทั้งในฐานะพันธมิตรผูสนับสนุนลูกค้า การเปลี่ยนผ่านภายในองค์กร และการมีส่วน​พัฒนาสังคมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน​​ โดย​ Milestones สุดท้ายตาม Journey ที่วางไว้​​ คือการบรรลุ Net Zero 2050 ​ตามหลัก SBTi​ ในฐานะสถาบันการเงินไทยเพียงรายเดียวที่ใช้มาตรฐานนี้ในการชี้วัด พร้อมเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ให้กลายเป็นพอร์ตสินเชื่อสีเขียวทั้งหมด</p>
<p><strong>From Brown to Totally Green Portfolio</strong></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์ จันทโนทก </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำ นำมาซึ่งโอกาสและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย ทั้งเม็ดเงินจากทั่วโลก ที่จะไหลมาในช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไม่ต่ำกว่า 39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดย 40% จะเป็นเม็ดเงินที่มาจากภาคการเงินการธนาคาร รวมทั้งยังนำมาสู่การเกิดตำแหน่งงานใหม่ๆ ทั่วโลกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมอีกกว่า 27 ล้านตำแหน่ง ขณะที่ประเทศไทยเองก็จะมีเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามเป้าหมายในปี 2030 รวมทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอีกไม่ต่ำกว่า 5 ล้านล้านบาทเช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28574 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/INFO1.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p>ขณะที่ SCB จะขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ <strong>Digital Bank with Human Touch</strong> หรือการผสมผสานพลังคนและเทคโนโลยี​มาเป็นแกนหลักในการร่วมขับเคลื่อนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน โดยปักหมุดในการบรรลุเป้าหมายสำคัญคือ การเป็น Net Zero​ ​ตามหลัก SBTi​ (Science Based Target Initiatives)​​ พร้อมเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อที่มีกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ไปสู่ Totally Green Loan ภายในปี 2050 ​ โดยวาง Journey ระหว่างทางในการขับเคลื่อน เป็นเป้าหมายระยะสั้น เพื่อการปรับตัวภายในองค์กร ด้วยการลดคาร์บอน (Carbon Reduction) 50% ในปี 2027 และบรรลุ Net zero (Scope 1-2) ภายในปี 2030</p>
<p>ทั้งนี้ ​ SCB ถือเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ตั้งเป้า Net Zero 2050 จากการให้สินเชื่อและการลงทุนตาม <em><strong>หลักการทางวิทยาศาสตร์ (SBTi) ซึ่งจะมีการใช้ 2 มาตรวัด ในการตั้งเป้าหมาย ทั้ง SDA​ (Sectoral Decarbonization Approach) จากการ​พิจารณาผ่านค่าความเข้มข้นของ GHG Emission ในการดำเนินธุรกิจของลูกค้า  และ ITR (Implied Temperature Rise) จากความมุ่งมั่นในการลด GHG Emission ที่สอดคล้องไปกับเส้นทางที่อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มสูงขึ้น </strong></em>และยังเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมอีเควเตอร์ <strong>Equator Principles (EP) Association</strong> ที่พิจารณาสินเชื่อโครงการของธนาคาร (Project Finance) จากการกำหนดนโยบายและพัฒนากระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม​ ​พร้อมให้การสนับสนุน​มากกว่าแค่การเงิน แต่มาพร้อมโซลูชั่นที่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ​ลูกค้า รวมถึง​เป็นที่ปรึกษาและจัดหาพาร์ทเนอร์ทางเทคโนโลยีอื่นๆ ในอนาคตเพื่อช่วยบริหารการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนระยะยาวให้กับลูกค้าด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณกฤษณ์-_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;SCB วาง 3 แนวทางในการขับเคลื่อนตาม Journey ทั้ง​มิติของลูกค้า จากภายในองค์กร รวมทั้งการสนับสนุนภาคสังคม ทั้งบทบาทของ <strong>Sustainable Banking</strong> ด้วยการเป็นพันธมิตรเพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านและบรรลุ Net Zero ที่แต่ละแห่งตั้งเป้าหมายไว้ ด้วยการ​จัดสรร Sustainable finance ​​โดยเบื้องต้น​ตั้งงบประมาณ​สินเชื่อและการลงทุนเพื่อความยั่งยืนไว้​ 1.5 แสนล้านบาท สำหรับการขับเคลื่อนช่วง 3 ปีแรก (2023 -2025) โดย​สิ้นไตรมาส 2 ​ปีนี้ สามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้วกว่า 1.11 แสนล้านบาท ​ขณะเดียวกันจะขับเคลื่อนความเป็น <strong>Corporate Practice Excellence</strong>​ เพื่อ​สร้างวัฒนธรรมภายในเพื่อมุ่งสู่องค์กรแห่งความยั่งยืน ​​ตามกรอบ ESG และพัฒนา AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานต่างๆ ตอกย้ำความเป็น AI-First Bank มุ่งสู่ Net Zero สโคป 1-2 ภายในปี 2030 และการสร้าง <strong>Better Society </strong> เพื่อมีส่วนส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการพัฒนาแบบองค์รวม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง และได้ร่วมช่วยบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่เยาวชน ชุมชน และสังคมไทย&#8221;​​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28572 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SD-Journey-.jpg" alt="" width="1200" height="604" /></p>
<p><strong>Pathway to  Net Zero 2050</strong></p>
<p>ด้าน <strong>ดร. ยรรยง ไทยเจริญ </strong>รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึงกลยุทธ์เป้าหมาย Net Zero ของธนาคารเพื่อสนับสนุนการปรับตัวของลูกค้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ว่า SCB ตั้งเป้าหมาย<strong>บรรลุ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>สำหรับพอร์ตสินเชื่อและการลงทุน (</strong><strong>Scope 3 Category 15 Investment) </strong><strong>ภายในปี </strong><strong>2050</strong><strong> ตามมาตรฐาน </strong><strong>SBTi</strong> ซึ่งถือเป็นมาตรฐานในการขับเคลื่อนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction)​ ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เพราะขับเคลื่อน​บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่ง <em><strong>ได้รับการยอมรับจาก 8,800 องค์กรธุรกิจชั้นนำของโลก​ ในการใช้กรอบ SBTi เพื่อขับเคลื่อน GHG Reduction ขณะที่ประเทศไทยมีเพียง 33 องค์กร และ SCB เป็นสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวของไทย ที่ใช้มาตรฐาน SBTi นี้</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28573 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Emission-Decarbon.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p><em>&#8220;​ปัจจุบันธนาคารมีภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission) ผ่านการให้สินเชื่อ​จากฐานปี 2023 รวมทั้งสิ้น​  6.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ซึ่ง​การไปสู่ Net Zero และ Totally Green Loan Portfolio ในปี 2050​ จะเน้นการลด Emission แบบรายอุตสาหกรรม โดยให้​สอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคาร <strong> (Net Zero Financed Portfolio Management) </strong>โดยเฉพาะ​ กลุ่มพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 51% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคาร ซึ่ง SCB ยังเป็นผู้นำด้านการปล่อยสินเชื่อโรงงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของไทยมายาวนาน ด้วยวงเงินอนุมัติสินเชื่อกว่า 1.98 แสนล้านบาท (61% ของพอร์ตโรงไฟฟ้าของธนาคาร) มากว่า 14 ปี ​(2011 -2023) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ TOP 3 ธนาคารระดับโลก ที่มีสัดส่วน 53% ทำให้ค่า SDA ในพอร์ตโรงไฟฟ้าของธนาคารลดลง และอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าทั่วโลกรวมทั้งต่ำกว่าเส้นทางการบรรลุ Net Zero ตาม Paris Agreement ด้วย  รวมทั้งในอนาคต​ จะมีมาตรการลดการให้สินเชื่อใหม่ในกลุ่ม Fossil Base ซึ่งจัดเป็น​ Brown Loan และเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้กลุ่ม Renewable ทั้ง​ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ รวมทั้งทยอยลดสินเชื่อคงค้าง (Coal Phasing Out) ตามแนวทาง LessBrown จนทั้งพอร์ตกลายเป็นสินเชื่อสีเขียวได้ทั้งหมด&#8221;  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณ.-ยรรยง-_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ​​ได้นำวิธี <strong>Implied Temperature Rise (ITR) </strong>โดยระดับอุณหภูมิในพอร์ต​สินเชื่อของลูกค้าแต่ละรายจะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่น (Commitment) ในการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก​ที่​เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งการขับเคลื่อนจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นฐานขนาดใหญ่ถึง 84% ของสินเชื่อในกลุ่ม ITR ทั้งหมด (ยอดสินเชื่อทั้งหมด 4.99 แสนล้านบาท) ​รวมทั้ง​​การสนับสนุนลูกค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงินยั่งยืนที่ครบถ้วน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกขนาดในแต่ละอุตสาหกรรมได้ทั้งธุรกิจรายใหญ่,  ธุรกิจ SME รวมทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อย พร้อมผลักดัน ‘การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ’ สู่ ‘การยกระดับการเงินที่ยั่งยืน’ เพื่อช่วยลูกค้าลดความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ และเพื่อผลักดันการสนับสนุนแก่ลูกค้าและสังคมไปสู่เป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามหลักการ <strong>Equator Principles (EP) </strong>และถือ​เป็นธนาคารไทยแห่งแรกและแห่งเดียวที่ริเริ่มการนำหลักการ EP มาเป็นกรอบในการบริหารความเสี่ยงสำหรับสถาบันการเงิน ที่นำมาตรฐานสากล Best Practices มาใช้ โดยตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน ได้​​ประเมินโครงการตามหลักการ EP ​รวม 53 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 75,500 ล้านบาท</p>
<p><em> &#8220;ระดับการตั้งเป้าหมายของลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่มีความหลากหลาย โดยลูกค้า​​ 77 ราย หรือ 47% ของยอดสินเชื่อ มีการกำหนดและประกาศเป้าหมายที่ครบถ้วน แต่อย่างไรก็ดี ยังมีลูกค้าจำนวน 100 ราย หรือคิดเป็นยอดสินเชื่อ 35% ​ที่ยังไม่มีการเก็บข้อมูล GHG และไม่มีการตั้งเป้าหมายแต่อย่างใด ซึ่งทางธนาคาร จะพยายามช่วยทำความเข้าใจ หรือช่วยแก้ไขปัญหาที่ทำให้ภาคธุรกิจยังไม่พร้อมในการเปลี่ยนผ่าน  โดยเน้นความเหมะสมกับบริบทของลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้ธุรกิจมีความพร้อมในการตั้งเป้าหมายและเพิ่มยอดการให้สินเชื่อได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันระดับอุณหภูมิในพอร์ตของลูกค้าขนาดใหญ่ได้ปรับลดลงจาก 2.84 องศาเซลเซียส จากปีฐาน 2021 มาอยู่ที่ 2.65 องศาเซลเซียส ในปี 2023 หรือลดลงได้กว่า 0.19 องศาเซลเซียส ซึ่งธนาคารมีเป้าหมาย​ให้​อุณหภูมิพอร์ตสินเชื่อลดลงสู่ระดับ 2.35 องศาเซลเซียส ภายในปี 2028 และ 1.50 องศาเซลเซียสในปี 2040  ซึ่งจะช่วยให้ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบรรลุ Net Zero ได้ในปี 2050 ในที่สุด&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28575 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณกฤษณ์-และ-คุณ.-ยรรยง-_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์ </strong>กล่าวทิ้งท้ายเพิ่มเติมว่า  <em>“ความยั่งยืนของไทยพาณิชย์เราเริ่มมาแล้วร้อยกว่าปี และสิ่งที่เราทำในวันนี้ คือการส่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนให้กับลูกหลานได้อยู่ต่อไปอีกร้อยปี เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้า ผู้คนจะต้องดำเนินชีวิตด้วยคุณภาพชีวิตที่เท่าเทียม ธุรกิจจะต้องเติบโตต่อไปได้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไทยพาณิชย์มุ่งมั่นเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับพันธมิตรส่งต่อความยั่งยืนให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและโซลูชั่นทางการเงิน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคมได้อยู่ อย่าง ยั่งยืน”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scb-live-sustainably-annouced-net-zero-2050/">SCB ปักธง​ Net Zero 2050 ตามหลัก SBTi แบงก์แรกในไทย​ ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อ 2.3 ล้านล้านบาท เป็นสีเขียวทั้งหมด นำร่องงบหนุนเปลี่ยนผ่าน 3 ปีแรก 1.5 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCB – GC ขับเคลื่อนภารกิจ Net Zero ต่อเนื่อง ลงนามสัญญาอนุพันธ์เชื่อมโยงความยั่งยืน Sustainability Linked Swap เป็นรายแรกในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/scb-and-gc-signing-mou-sustainability-linked-swap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 May 2023 07:13:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[DJSI]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SLL]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Linked Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Linked Swap]]></category>
		<category><![CDATA[Together To Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรลดา สง่าแสง]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18612</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ยกระดับขีดความสามารถทางด้านการเงินยั่งยืน ร่วมลงนามใน “สัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Linked Swap”  เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย โดยจะนำผลการดำเนินงานของ GC ในการมีส่วนร่วมในด้านการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ และบรรษัทภิบาล (ESG) มาเป็นเกณฑ์เพื่อพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยในธุรกรรมนี้ ทั้งนี้ ยังเป็นการต่อยอดการให้บริการการเงินยั่งยืนอย่างครบวงจรต่อเนื่องจากความสำเร็จของสัญญาการสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) เมื่อเดือนธันวาคม 2565 การลงนามในครั้งนี้มี ดร. ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale และ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ และ นางสาวภัทรลดา สง่าแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีลงนามเมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale และ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ปัจจุบันกระแสของความยั่งยืนได้กลายเป็นวาระสำคัญของโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ดังจะเห็นได้จากความตื่นตัวขององค์กรไทยที่เริ่มให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สังคมยั่งยืน ผ่านการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/scb-and-gc-signing-mou-sustainability-linked-swap/">SCB – GC ขับเคลื่อนภารกิจ Net Zero ต่อเนื่อง ลงนามสัญญาอนุพันธ์เชื่อมโยงความยั่งยืน Sustainability Linked Swap เป็นรายแรกในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ </strong><strong>SCB และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC</strong> ร่วมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ยกระดับขีดความสามารถทางด้านการเงินยั่งยืน ร่วมลงนามใน “<strong>สัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน</strong><strong>ที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน หรือ </strong><strong>Sustainability Linked Swap” </strong></p>
<p><span id="more-18612"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย<strong> </strong>โดยจะนำผลการดำเนินงานของ GC ในการมีส่วนร่วมในด้านการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ และบรรษัทภิบาล (ESG) มาเป็นเกณฑ์เพื่อพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยในธุรกรรมนี้ ทั้งนี้ ยังเป็นการต่อยอดการให้บริการการเงินยั่งยืนอย่างครบวงจรต่อเนื่องจากความสำเร็จของสัญญาการสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) เมื่อเดือนธันวาคม 2565 การลงนามในครั้งนี้มี <strong>ดร. ยรรยง ไทยเจริญ</strong> รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale และ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ และ <strong>นางสาวภัทรลดา สง่าแสง</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)<strong> </strong>ร่วมในพิธีลงนามเมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ </strong><strong>รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ </strong><strong>Wholesale และ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์</strong> กล่าวว่า “ปัจจุบันกระแสของความยั่งยืนได้กลายเป็นวาระสำคัญของโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ดังจะเห็นได้จากความตื่นตัวขององค์กรไทยที่เริ่มให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สังคมยั่งยืน ผ่านการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ธนาคารไทยพาณิชย์จึงมุ่งมั่นผลักดันการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักขององค์กร สอดคล้องกับการประกาศเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ของกลุ่มธุรกิจ SCBX  ทั้งนี้ ในส่วนของการสนับสนุนการปรับตัวของลูกค้าภาคธุรกิจนั้น ธนาคารมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ผสานแนวคิดการเงินยั่งยืน (Sustainable Finance) เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าและต่อยอดความรับผิดชอบต่อสังคมตามแนวธุรกิจของลูกค้าในรูปแบบต่างๆ การที่องค์กรขนาดใหญ่อย่าง GC เข้าทำธุรกรรมสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบต่อสังคมและให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งยังช่วยขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว และสามารถช่วยองค์กรลดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง โดยในธุรกรรมของ GC ครั้งนี้ ธนาคารจะพิจารณาอัตราดอกเบี้ยโดยใช้ผลการดำเนินงานทางด้านความยั่งยืน ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างครบถ้วนและโปร่งใสของ GC เป็นองค์ประกอบในการกำหนด  ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการต่อยอดคุณค่าทางด้าน ESG ทั้งยังได้รับประโยชน์จากความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างสรรค์โลกที่ดีขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18614 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/SCB-GC2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นางสาวภัทรลดา สง่าแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “</strong>ที่ผ่านมา GC มุ่งมั่น และนำแนวทาง ESG มาใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับโดย DJSI เป็นอันดับที่ 1 ของโลก ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนที่มีความพร้อมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย และโลกใบนี้ร่วมกับพันธมิตรด้วยเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามแนวทาง Together To Net Zero นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนในการนำ Sustainable Funding เข้ามาสนับสนุนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน การเข้าร่วมลงนามในสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Linked Swap ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้ จะส่งผลให้ GC สามารถลดต้นทุนทางการเงิน และบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องจากสินเชื่อความยั่งยืนที่ได้รับไปแล้วก่อนหน้านี้”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/scb-and-gc-signing-mou-sustainability-linked-swap/">SCB – GC ขับเคลื่อนภารกิจ Net Zero ต่อเนื่อง ลงนามสัญญาอนุพันธ์เชื่อมโยงความยั่งยืน Sustainability Linked Swap เป็นรายแรกในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์กวาด 11 รางวัลยอดเยี่ยมด้านการเงินยั่งยืน ตอกย้ำภารกิจหนุนภาคเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/scb-won-sustainable-finance-from-the-asset-and-alpha-southeast-asia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 May 2023 07:56:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Alpha Southeast Asia]]></category>
		<category><![CDATA[Best sustainability-linked bond]]></category>
		<category><![CDATA[Best sustainability-linked loan – Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Best sustainability-linked loan – Real estate]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Commitment]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[The Asset]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีลการเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18428</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ชูความสำเร็จนำแบงก์ไทยยืนหนึ่งบนเวทีระดับสากล คว้า 11 รางวัลด้านการเงินยั่งยืน (Sustainable Finance) จาก 2 เวทีใหญ่ The Asset และ Alpha Southeast Asia โชว์ความแข็งแกร่งทั้งในบทบาทการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และการให้บริการทางการเงิน สนับสนุนองค์กรไทยทำธุรกรรมด้านความยั่งยืน โดยคำนึงถึงการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มุ่งมั่นสานต่อภารกิจนำภาคเศรษฐกิจไทยร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เตรียมพร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืนเพิ่มอีกกว่า 1 แสนล้านบาทภายในปี 2025  ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale และรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับการได้รับรางวัลทางด้านการเงินยั่งยืนทั้ง 11 รางวัลนี้ ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการมอบบริการด้านการเงินยั่งยืนได้อย่างครบวงจร ทั้งทางด้านที่ปรึกษาทางการเงินยอดเยี่ยม และดีลทางการเงินที่มีความโดดเด่น ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของธนาคารสู่การเป็นธนาคารเพื่อการเงินยั่งยืน ด้วยความต้องการที่จะเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนภาคเอกชนและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตด้วยความยั่งยืนได้อย่างมีเสถียรภาพ ด้วยการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ ธนาคารได้วางกรอบการทำงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการวางรากฐานให้แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การปรับสมดุลของพอร์ตโฟลิโอไปสู่กลุ่มธุรกิจสีเขียว อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและยกระดับการทำงานเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันกับลูกค้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Commitment) พร้อมกันนี้ ธนาคารมีเป้าหมายสนับสนุนทางการเงินเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 1 แสนล้านบาทภายในปี 2025” รางวัลที่ได้รับทั้ง 11 รางวัล เป็นรางวัลที่ได้รับจากการประกาศรางวัลด้านการเงินยั่งยืนจาก 2 นิตยสารทางการเงินชื่อดังของเอเชีย ได้แก่ รางวัลจากนิตยสาร The Asset จำนวน 8 รางวัล และ จาก Alpha Southeast Asia อีก 3 รางวัล ครอบคลุมขีดความสามารถทางด้านที่ปรึกษาทางการเงินในโครงการเพื่อความยั่งยืน และดีลทางการเงินเพื่อความยั่งยืน แบ่งเป็น รางวัลจากนิตยสาร The Asset นิตยสารการเงินชั้นนำของเอเชีย จำนวน 8 รางวัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/scb-won-sustainable-finance-from-the-asset-and-alpha-southeast-asia/">ไทยพาณิชย์กวาด 11 รางวัลยอดเยี่ยมด้านการเงินยั่งยืน ตอกย้ำภารกิจหนุนภาคเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">ธนาคารไทยพาณิชย์ชูความสำเร็จนำแบงก์ไทยยืนหนึ่งบนเวทีระดับสากล คว้า </span></b><b>11 <span lang="TH">รางวัลด้านการเงินยั่งยืน (</span>Sustainable Finance) <span lang="TH">จาก </span>2 <span lang="TH">เวทีใหญ่ </span>The Asset <span lang="TH">และ</span> Alpha Southeast Asia</b></p>
<p><span id="more-18428"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">โชว์ความแข็งแกร่งทั้งในบทบาทการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และการให้บริการทางการเงิน สนับสนุนองค์กรไทยทำธุรกรรมด้านความยั่งยืน โดยคำนึงถึงการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (</span>ESG)<span lang="TH"> มุ่งมั่นสานต่อภารกิจนำภาคเศรษฐกิจไทยร่วมเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เตรียมพร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์การเงินเพื่อความยั่งยืนเพิ่มอีกกว่า </span>1 <span lang="TH">แสนล้านบาทภายในปี </span>2025</b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b> </b><b><span lang="TH">ดร.ยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ </span></b><b>Wholesale<span lang="TH"> และรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ </span>Wealth<span lang="TH"> ธนาคารไทยพาณิชย์</span></b><span lang="TH"> กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับการได้รับรางวัลทางด้านการเงินยั่งยืนทั้ง </span>11 <span lang="TH">รางวัลนี้ ที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการมอบบริการด้านการเงินยั่งยืนได้อย่างครบวงจร ทั้งทางด้านที่ปรึกษาทางการเงินยอดเยี่ยม และดีลทางการเงินที่มีความโดดเด่น ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของธนาคารสู่การเป็นธนาคารเพื่อการเงินยั่งยืน ด้วยความต้องการที่จะเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนภาคเอกชนและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตด้วยความยั่งยืนได้อย่างมีเสถียรภาพ ด้วยการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ ธนาคารได้วางกรอบการทำงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งเน้นการวางรากฐานให้แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุนให้องค์กรไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การปรับสมดุลของพอร์ตโฟลิโอไปสู่กลุ่มธุรกิจสีเขียว อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและยกระดับการทำงานเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกันกับลูกค้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (</span>Net Zero Commitment) <span lang="TH">พร้อมกันนี้ ธนาคารมีเป้าหมายสนับสนุนทางการเงินเพื่อความยั่งยืนเพิ่มขึ้นอีกจำนวน </span>1 <span lang="TH">แสนล้านบาทภายในปี </span>2025<span lang="TH">”</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">รางวัลที่ได้รับทั้ง </span>11<span lang="TH"> รางวัล เป็นรางวัลที่ได้รับจากการประกาศรางวัลด้านการเงินยั่งยืนจาก </span>2 <span lang="TH">นิตยสารทางการเงินชื่อดังของเอเชีย ได้แก่ รางวัลจากนิตยสาร </span>The Asset <span lang="TH">จำนวน </span>8 <span lang="TH">รางวัล และ จาก </span>Alpha Southeast Asia<span lang="TH"> อีก </span>3<span lang="TH"> รางวัล ครอบคลุมขีดความสามารถทางด้านที่ปรึกษาทางการเงินในโครงการเพื่อความยั่งยืน และดีลทางการเงินเพื่อความยั่งยืน แบ่งเป็น</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">รางวัลจากนิตยสาร </span>The Asset <span lang="TH">นิตยสารการเงินชั้นนำของเอเชีย จำนวน </span>8 <span lang="TH">รางวัล ประกอบด้วย</span> <span lang="TH"> </span><b>5 <span lang="TH">รางวัลที่ปรึกษายอดเยี่ยมด้านการเงินยั่งยืน</span></b><span lang="TH"> ได้แก่ </span>1<b>) Best equity adviser, 2) Best M&amp;A adviser 3)</b><b> </b><b>Best corporate and institutional adviser, domestic<span lang="TH"> </span>4) Best bond adviser, domestic<span lang="TH"> และ </span>5) Best loan adviser</b><span lang="TH"> จากผลงานอันโดดเด่นในการให้คำปรึกษาด้านการเงินในระดับประเทศให้กับบริษัทเอกชนในการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน การให้คำปรึกษาในการนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (</span>Initial Public Offering <span lang="TH">และ </span>Public Offering) <span lang="TH">ตลอดจนการให้คำปรึกษาในการควบรวมกิจการของธุรกิจ และธุรกรรมอื่นๆ เพื่อการจัดการการเงินอย่างยั่งยืนและการเติบโตของบริษัทเอกชนรวมถึงตอบสนองความต้องการของนักลงทุน</span><b></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">และอีก </span></b><b>3 <span lang="TH">รางวัลดีลยอดเยี่ยมด้านการเงินยั่งยืน</span></b><span lang="TH"> ได้แก่</span><b></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b>1) Best sustainability-linked loan – Real estate</b><span lang="TH"> จากผลงานสนับสนุนสินเชื่อระยะยาวชุดแรกให้แก่บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ </span>AWC <span lang="TH">ในวงเงินรวม</span> <span lang="TH">20</span>,<span lang="TH">000</span> <span lang="TH">ล้านบาท ซึ่งได้มีการเข้าทำ</span> Interest Rate Swap (IRS) <span lang="TH">ร่วมด้วย โดยเป้าหมายดังกล่าว ได้กำหนดให้บริษัทรักษาระดับ </span>MSCI ESG rating <span lang="TH">และดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นไปตาม </span>UN Social Development Goal <span lang="TH">13 </span>Climate Action<b></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b>2) Best sustainability-linked loan – Chemicals<span lang="TH"> </span></b> <span lang="TH">จากการสนับสนุนสินเชื่อระยะยาวให้แก่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ</span> PTTGC <span lang="TH">ในวงเงินรวม 15</span>,<span lang="TH">000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำของประเทศไทย โดยเป้าหมายการดำเนินการด้านความยั่งยืนเชื่อมโยงกับผลการจัดอันดับของบริษัทภายใต้ดัชนีความยั่งยืนสากล </span>Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) <span lang="TH">ในกลุ่มอุตสาหกรรมเคมี และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก<b></b></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b>3) Best sustainability-linked bond</b><span lang="TH"> จากการสนับสนุนการออกและเสนอขายหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (</span>Sustainability-Linked Bonds : SLB) <span lang="TH">เป็นครั้งแรกของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มูลค่ารวม 11</span>,<span lang="TH">000 ล้านบาท โดยล่าสุด </span>BTSG <span lang="TH">ได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทในกลุ่มขนส่งทางรางแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่ได้รับการรับรองว่าเป็นบริษัทที่มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์หรือ </span>Carbon Neutral Transportation Company <span lang="TH">จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกแห่งประเทศไทย</span></p>
<p class="x_MsoNormal">
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">ด้าน </span></b><b>Alpha Southeast Asia <span lang="TH">มอบ </span>3 <span lang="TH">รางวัลใหญ่ด้านดีลการเงินยั่งยืน</span></b><span lang="TH">ให้แก่ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกอบด้วย</span><b></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b>1) Best Domestic M&amp;A Deal of the year (Thailand)<span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">จากการสนับสนุน </span>RATCH GROUP <span lang="TH">เข้าซื้อหลักทรัพย์ของบมจ. สหโคเจน (ชลบุรี) (</span>SCG) <span lang="TH">ที่สัดส่วนร้อยละ </span>51 <span lang="TH">เพื่อผนึกกำลังเสริมสร้างและพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดย่อมทั้งในประเทศและในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมผลักดันธุรกิจผลิตไฟฟ้าของ </span>SCG <span lang="TH">ให้เติบโตและมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนเต็มศักยภาพต่อไป</span><b></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b>2) Best Sustainability – Linked Transaction of The Year 2022</b> <span lang="TH">จากการสนับสนุน</span> BTSG <span lang="TH">ออกและเสนอขายหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (</span>Sustainability-Linked Bonds : SLB) <span lang="TH">ทั้งหมด </span>3 <span lang="TH">ครั้ง ซึ่งมูลค่าเสนอขายทั้ง </span>3 <span lang="TH">ครั้งรวมทั้งสิ้น </span>31,000 <span lang="TH">ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี </span>2565  BTSG <span lang="TH">นับเป็นบริษัทเอกชนที่ระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ </span>SLB <span lang="TH">ที่มีมูลค่าสูงที่สุด แสดงถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความยั่งยืนตามกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวขอ </span>BTSG<span lang="TH"> และ</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b>3)<span lang="TH"> </span>Best Bond Deal For Retail Investors in Southeast Asia &amp; Best Local Currency Bond Deal of The Year</b> <b><span lang="TH">(</span>Thailand) 2022</b> <span lang="TH">จากการสนับสนุนบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) </span>SCGC <span lang="TH">ระดมทุนผ่านการออกและเสนอขายหุ้นกู้ 2 ครั้งในปี </span>2023<span lang="TH"> โดยสามารถระดมทุนได้เป็นจำนวนถึง 60</span>,<span lang="TH">000 ล้านบาทจากการเสนอขายเพียง 2 ครั้ง อีกทั้งยังสามารถระดมทุนได้จากผู้ลงทุนทุกกลุ่ม แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้ลงทุนมีต่อบริษัททั้งในแง่ผลการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลอย่างยั่งยืน</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/scb-won-sustainable-finance-from-the-asset-and-alpha-southeast-asia/">ไทยพาณิชย์กวาด 11 รางวัลยอดเยี่ยมด้านการเงินยั่งยืน ตอกย้ำภารกิจหนุนภาคเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EA &#8211; SCB ลงนามสินเชื่อ Green Loan 2,000 ลบ. เดินเครื่องรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ (EV-Bus) เต็มสูบ ขยายธุรกิจ “Pay Pop” สร้างการลงทุนโครงการใหม่ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/ea-scb-sign-agreement-green-loan-support-paypop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Apr 2023 10:25:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EA]]></category>
		<category><![CDATA[EA’s EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[EV Bus]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Pay Pop]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Transportation]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมโภชน์ อาหุนัย]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17957</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้สีเขียว 2,000 ล้านบาท เพื่อการลงทุนในโครงการรถโดยไฟฟ้าสารสาธารณะ (EV-Bus) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สยายปีกเปย์ป๊อป (Pay Pop) ธุรกิจให้เช่าซื้อรถโดยสารไฟฟ้า สนับสนุน EA สู่ธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ไร้มลพิษอย่างครบวงจร โดยมี นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และ ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมพิธีลงนาม ณ SCB Academy ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่า การร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) มูลค่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ea-scb-sign-agreement-green-loan-support-paypop/">EA &#8211; SCB ลงนามสินเชื่อ Green Loan 2,000 ลบ. เดินเครื่องรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ (EV-Bus) เต็มสูบ ขยายธุรกิจ “Pay Pop” สร้างการลงทุนโครงการใหม่ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p dir="ltr"><strong>บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA)</strong> และ <strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)</strong> ร่วมลงนามสัญญาเงินกู้สีเขียว 2,000 ล้านบาท เพื่อการลงทุ<wbr />นในโครงการรถโดยไฟฟ้าสารสาธารณะ (EV-Bus) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล สยายปีกเปย์ป๊อป (<strong>Pay Pop</strong>) ธุรกิจให้เช่าซื้อรถโดยสารไฟฟ้า สนับสนุน EA สู่ธุรกิจรถโดยสารไฟฟ้าเชิงพาณิ<wbr />ชย์ไร้มลพิษอย่างครบวงจร</p>
<p dir="ltr"><span id="more-17957"></span></p>
<p dir="ltr">โดยมี <strong>นายสมโภชน์ อาหุนัย</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <strong>บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)</strong> และ<strong> ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ</strong> รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Wholesale ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมพิธีลงนาม ณ SCB Academy ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่</p>
<p dir="ltr"><strong>นายสมโภชน์ อาหุนัย</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA เปิดเผยว่า การร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนสิ<wbr />นเชื่อสีเขียว (Green Loan) มูลค่า 2,000 ล้านบาท  ระยะเวลา 4 ปี สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิ<wbr />นของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุ<wbr />รกิจใหม่ (New S-Curve)  สำหรับวัตถุประสงค์สำคั<wbr />ญการลงนามครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการลงทุ<wbr />นใน บจก. เปย์ป๊อป (Pay Pop) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่ม EA สู่การบริหารจัดการธุรกิจเช่าซื้<wbr />อรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ(EV Bus) โดยระยะแรกเป็นการให้เช่าซื้<wbr />อแก่ผู้ประกอบการที่ให้บริ<wbr />การรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะในพื้<wbr />นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ยกระดับการเดินทาง ลดปัญหามลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่<wbr />มให้ธุรกิจได้<wbr />จากผลตอบแทนจากการเดินรถนำไปสู่<wbr />การแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิ<wbr />ตรถโดยสาร EV เป็นโครงการแรกของเอเชีย</p>
<p dir="ltr"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17959 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/EA-SCB-2000-m-3.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p dir="ltr">“EA มุ่งเน้นในการขยายสู่ธุรกิจใหม่ เพื่อต่อยอดการดำเนินงานธุรกิ<wbr />จปัจจุบันของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) จากธนาคารไทยพาณิชย์ ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิ<wbr />จยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจร ภายใต้การดำเนินการของ บจก.เปย์ป๊อป (Pay Pop) เพื่อสอดรับนโยบายของบริษัทฯ ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทผู้<wbr />นำนวัตกรรมด้านพลั<wbr />งงานสะอาดของประเทศ ที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทุ<wbr />กการบริหารจัดการด้านพลั<wbr />งงานไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้าสร้<wbr />างนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EA’s EV Ecosystem)  โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็<wbr />นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์สูงสุด อีกทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่<wbr />นและสร้างโอกาสการลงทุนร่วมกั<wbr />บพันธมิตรในธุรกิจสีเขียว จะเป็นพลังสำคัญทำให้ EA เติบโตไปพร้อมกับการสร้างสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สู่สังคมไร้มลพิษอย่างยั่งยืน” นายสมโภชน์กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ea-scb-sign-agreement-green-loan-support-paypop/">EA &#8211; SCB ลงนามสินเชื่อ Green Loan 2,000 ลบ. เดินเครื่องรถโดยสารไฟฟ้าสาธารณะ (EV-Bus) เต็มสูบ ขยายธุรกิจ “Pay Pop” สร้างการลงทุนโครงการใหม่ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
