<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%94%E0%B8%A3-%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9-%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Apr 2019 08:11:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เยี่ยมบ้านญวน เยือนบ้านเขมร ลัดเลาะไหว้พระริมเจ้าพระยา ชุมชน 3 ศาสนา 4 ชาติพันธุ์บนถนนสามเสน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/04/samsen-wat-christian-shurch-shrine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Apr 2019 08:05:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนสามเสน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเก่าแก่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนสามเสน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านญวน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเขมร]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์สักทอง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดคอนเซ็ปชัญ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดนักบุญฟรังซิสเซเวีย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดสมอแครง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดเทวราชกุญชร]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลเจ้าจุ่ยบ่อเนี้ย]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลเจ้าชาวไหหลำ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรมนีโอโกธิค]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระสังฆราชยุครัตนโกสินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[อริยสงฆ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสังเค็ด]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าแม่ทับทิม]]></category>
		<category><![CDATA[โบสถ์คริสต์เก่าแก่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5613</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถนนสามเสนบริเวณสะพานซังฮี้ฝั่งพระนคร เป็นแหล่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 300 ปีที่บันทึกไว้ว่าบริเวณนี้มีหลากหลายชนชาติ ที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันอพยพเข้ามาอาศัย แม้จะมีความแตกต่างทางชาติพันธุ์แต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันอย่างสงบบนผืนแผ่นดินไทย ในโอกาสนี้ “เคทีซี” ได้จัดกิจกรรม “เยี่ยมบ้านญวน เยือนบ้านเขมร และคารวะศาสนสถานริมเจ้าพระยา” โดยมี อ.ธานัท ภุมรัช นักประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว ส่วนการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร เป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ เพื่อนำคณะสัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมบนพื้นฐานความต่างของชาติพันธุ์และความเชื่อทางศาสนาแห่งเมืองบางกอกในย่านสามเสน &#160; **ศาลเจ้าจุ่ยบ่อเนี้ย ** &#160; &#160; คนจีนโพ้นทะเลที่เดินทางโดยเรือสำเภามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานในเมืองไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาล้วนแต่นับถือ “เจ้าแม่ทับทิม” ซึ่งนับถือเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเล ที่จะช่วยให้ชาวจีนทีเดินทางโดยเรือปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวงในท้องทะเล ศาลเจ้าแม่ทับทิมจึงมีอยู่ทุกหนแห่งที่มีคนจีนอพยพมาอาศัย แต่ ศาลเจ้าจุ่ยบ่อเนี้ย ที่บริเวณสะพานซั้งฮี้นับว่าศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดและงดงามมาก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อปีพ.ศ.2385 และที่พิเศษกว่าที่อื่น ๆ คือเป็นศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งเดียวที่สร้างโดยชุมชนไหหลำขนาดใหญ่ในยุคสมันต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งกินอาณาเขตไปจนถึงวัดส้มเกลี้ยง &#160; &#160; &#160; เดิมเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กที่ไม่มีหลังคาตามสถาปัตยกรรมฮกเกี้ยน เพื่อให้ควันธูปได้ระบายออก ต่อมาจึงมีการสร้างต่อเติมเป็นลักษณะ “เรือนล้อมลาน” มี 4 อาคารล้อมโดยมีพื้นที่โล่งอยู่ตรงกลาง ที่ศาลเจ้าแห่งนี้มีของสำคัญอย่างหนึ่งคือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/04/samsen-wat-christian-shurch-shrine/">เยี่ยมบ้านญวน เยือนบ้านเขมร ลัดเลาะไหว้พระริมเจ้าพระยา ชุมชน 3 ศาสนา 4 ชาติพันธุ์บนถนนสามเสน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ถนนสามเสนบริเวณสะพานซังฮี้ฝั่งพระนคร เป็นแหล่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 300 ปีที่บันทึกไว้ว่าบริเวณนี้มีหลากหลายชนชาติ ที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันอพยพเข้ามาอาศัย แม้จะมีความแตกต่างทางชาติพันธุ์แต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันอย่างสงบบนผืนแผ่นดินไทย </span></h4>
<p><span id="more-5613"></span><br />
ในโอกาสนี้<strong> “เคทีซี”</strong> ได้จัดกิจกรรม<strong> “เยี่ยมบ้านญวน เยือนบ้านเขมร และคารวะศาสนสถานริมเจ้าพระยา”</strong> โดยมี <strong>อ.ธานัท ภุมรัช</strong> นักประชาสัมพันธ์ กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว ส่วนการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร เป็นมัคคุเทศก์กิตติมศักดิ์ เพื่อนำคณะสัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมบนพื้นฐานความต่างของชาติพันธุ์และความเชื่อทางศาสนาแห่งเมืองบางกอกในย่านสามเสน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>**ศาลเจ้าจุ่ยบ่อเนี้ย **</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5614" aria-describedby="caption-attachment-5614" style="width: 544px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-5614" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/1-3.jpg" alt="" width="544" height="363" /><figcaption id="caption-attachment-5614" class="wp-caption-text">ศาลเจ้าแม่ทับทิม ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชนชาวไหนหลำ</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนจีนโพ้นทะเลที่เดินทางโดยเรือสำเภามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานในเมืองไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาล้วนแต่นับถือ<strong> “เจ้าแม่ทับทิม”</strong> ซึ่งนับถือเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเล ที่จะช่วยให้ชาวจีนทีเดินทางโดยเรือปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวงในท้องทะเล</p>
<p>ศาลเจ้าแม่ทับทิมจึงมีอยู่ทุกหนแห่งที่มีคนจีนอพยพมาอาศัย แต่<strong> ศาลเจ้าจุ่ยบ่อเนี้ย</strong> ที่บริเวณสะพานซั้งฮี้นับว่าศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดและงดงามมาก สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อปีพ.ศ.2385 และที่พิเศษกว่าที่อื่น ๆ คือเป็นศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งเดียวที่สร้างโดยชุมชนไหหลำขนาดใหญ่ในยุคสมันต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งกินอาณาเขตไปจนถึงวัดส้มเกลี้ยง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5615" aria-describedby="caption-attachment-5615" style="width: 562px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-5615" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/2-1.jpg" alt="" width="562" height="375" /><figcaption id="caption-attachment-5615" class="wp-caption-text">กระถางธูปซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ด ซึ่งรัชกาลที่ 5 พระราชทานให้แก่ศาลเจ้าแห่งนี้</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดิมเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กที่ไม่มีหลังคาตามสถาปัตยกรรมฮกเกี้ยน เพื่อให้ควันธูปได้ระบายออก ต่อมาจึงมีการสร้างต่อเติมเป็นลักษณะ<strong> “เรือนล้อมลาน”</strong> มี 4 อาคารล้อมโดยมีพื้นที่โล่งอยู่ตรงกลาง</p>
<p>ที่ศาลเจ้าแห่งนี้มีของสำคัญอย่างหนึ่งคือ กระถางธูปซึ่งเป็นเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีพระบรมศพของรัชกาลที่ 4 ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 5 พระราชทาน <strong>”กระถางธูป”</strong> หลักและรอง รวม5 กระถางให้แก่ศาลเจ้าแห่งนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5616" aria-describedby="caption-attachment-5616" style="width: 580px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-5616" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/3-2.jpg" alt="" width="580" height="386" /><figcaption id="caption-attachment-5616" class="wp-caption-text">องค์เจ้าแม่ทับทิมซึ่งแกะสลักจากขอนไม้ มีอายุเก่าแก่มาก</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>องค์เจ้าแม่ทับทิมสร้างด้วยไม้ สวมเครื่องทรงสีแดงเหมือนทับทิมจึงเรียกขานว่าเจ้าแม่ทับทิม นอกจากชาวไหหลำในย่านที่นับถือแล้ว ยังมีชาวจีนนอกชุมชนมาสักการะเพื่อขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัย การเงิน การงาน โชคลาภ บุตรหลานสอบได้ตำแหน่งดี ๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>**ย่านบ้านญวน**</strong></span></p>
<figure id="attachment_5617" aria-describedby="caption-attachment-5617" style="width: 552px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5617" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/1-4.jpg" alt="" width="552" height="368" /><figcaption id="caption-attachment-5617" class="wp-caption-text">วัดนักบุญฟรังซิสเซเวีย</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ไกลจากชุมชนชาวจีนไหหลำ มีชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งมีชื่อเรียกขานกันว่า<strong> “บ้านญวน”</strong> ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ที่ได้พระราชทานพื้นที่บริเวณนี้ให้แก่ชาวโปรตุเกสที่อพยพมาจากเมืองมะละกา</p>
<p>ต่อมาในสมันรัชกาลที่ 3 เกิดสงครามอันนัมสยามยุทธซึ่งไทยรบกับเวียดนาม ก็มีญวนกลุ่มหนึ่งที่นับถือศาสนาคริสต์ขอเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เนื่องจากรัชกาลที่ 3 ทรงเห็นว่าญวนสวามิภักดิ์เหล่านี้นับถือศาสนาคริสต์จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินติดกับชาวโปรตุเกสให้แก่ญวนอพยพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5618 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/2-2.jpg" alt="" width="530" height="353" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้รัชกาลที่ 3 ยังพระราชทานพระราชทรัพย์ให้สร้างศาสนสถานเพื่อให้ชาวคริสต์ได้ประกอบศาสนกิจ เดิมเป็นอาคารไม้ไผ่เล็ก ๆ ใช้ชื่อว่า<strong> “วัดแซงต์ฟรังซัวซาเวียร์”</strong> 3 ปีต่อมาโบสถ์แห่งนี้ก็ทรุดโทรม จึงมีการก่อสร้างขึ้นใหม่แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็น <strong>“วัดนักบุญฟรังซิสเซเวีย”</strong></p>
<p>ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ถือเป็นโบสถ์หลังที่ 3 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึงถึง 10 ปี ตัวอาคารก่ออิฐแบกปูน เป็นอาคารที่ไม่มีเสาเข็มแต่ใช้ไม้ซุงมาเรียงอยู่ด้านล่างเพื่อไม่ให้วัดทรุด ถือเป็นโบสถ์ที่มีความงามด้วยสถาปัตยกรรมนีโอโกธิค ภายในเป็นโถงขนาดใหญ่ จุดคนได้ถึง 600 คน หน้าต่างตกแต่งด้วยกระจกสีต่าง ๆ สวยงามมาก และรอบ ๆ ยังรูปปั้นของนักบุญต่าง ๆ ของศาสนาคริสต์เป้นจำนวนมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5619" aria-describedby="caption-attachment-5619" style="width: 591px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5619" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/3-3.jpg" alt="" width="591" height="394" /><figcaption id="caption-attachment-5619" class="wp-caption-text">ความงดงามภายในโบสถ์</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับที่นี่วัดคือศูนย์รวมของชุมชน โดยมีพระสงฆ์ดูแลเอาใจใส่ชาวบ้านที่เคร่งศาสนา เพราะทุก 6 โมงเย็นสมาชิกทุกคนในบ้านจะกลับเข้าบ้านเพื่อสวดมนต์ และในช่วงปีใหม่ทุกบ้านก็จะสืบสานประเพณีทำขนมเพื่อนำไปไหว้ผู้ใหญ่ เป็นชุมชนที่อบอุ่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>**โบสถ์คอนเซ็ปชัญ**</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5620 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/2-3.jpg" alt="" width="528" height="352" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เสน่ห์อย่างหนึ่งของถนนสามเสนแห่งนี้คือมีความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่อพยพมาจากต่างถิ่นแบบหนีร้อนมาพึ่งเย็น อย่างชุมชนโบสถ์คอนเซ็ปชัญนั้นถือเป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่ครั้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงพระราชทานที่ดินบริเวณนี้ให้กับชาวโปรตุเกสที่ร่วมทำสงครามมะละกาให้กับพระองค์ พร้อมทั้งสร้างวัดคอนเซ็ปชัญขึ้นมาเพื่อประกอบศาสนกิจ ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าให้ชาวโปรตุเกสในเขมรและชาวเขมรจำนวน 500 คน ที่หลบหนีลี้ภัยมาจากเขมร มาอยู่รวมกับชาวโปรตุเกสในชุมชนนี้ และตั้งแต่นั้นมาก็มีการเรียกหมู่บ้านนี้ว่า <strong>&#8220;บ้านเขมร”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5621 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/4-2.jpg" alt="" width="520" height="347" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัดคอนเซ็ปชัญหลังแรกสร้างด้วยไม้ไผ่และผุพังตามกาลเวลา จึงมีการสร้างขึ้นใหม่ในสมัยบาทหลวงปาลเลอกัว เจ้าอาวาสองค์ที่ 17 ในช่วงรัชกาลที่ 3 ซึ่งปัจจุบันคือ <strong>“วัดน้อย”</strong> ซึ่งใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานกว่า 300 ปีทั้งของใช้ที่นำมาทำพิธี และเสื้อคลุมสำหรับพระสงฆ์ เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5622 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/5-2.jpg" alt="" width="574" height="382" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โบสถ์หลังปัจจุบันนั้นสร้างมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2480 โดยใช้รูปแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมสยามและสถาปัตยกรรมตะวันตก เรียกกันว่าอาคารแบบวิลันดา ภายในโบสถ์มีรูปสลักพระแม่มารีที่คณะผู้อพยพอัญเชิญมาจากเขมร ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมคาทอลิกที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังมีการใช้งานในปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>**วัดเทวราชกุญชร**</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5623 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/1-5.jpg" alt="" width="529" height="353" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร</strong> เดิมชื่อ<strong> วัดสมอแครง</strong> สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี (ต้นสกุลมนตรีกุล) พระโอรสของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี ทรงบูรณปฏิสังขรณ์ จากนั้น<strong> กรมพระพิทักษ์เทเวศร หรือ”พระองค์เจ้ากุญชร” (ต้นสกุลกุญชร)</strong> พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงบูรณ์ปฏิสังขรณ์อีกครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงรับเป็นพระอารามหลวงและพระราชทานนามใหม่ว่า <strong>“วัดเทวราชกุญชร วรวิหาร”</strong> ทรงนำคำว่า เทวราช มานำหน้าพระนามของพระองค์เจ้ากุญชร ซึ่งเป็นพระนามเดิมของ กรมพระพิทักษ์เทเวศร ผู้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้มาก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5624 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/3-4.jpg" alt="" width="526" height="351" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัดนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีพระอุโบสถขนาดใหญ่มากซึ่งสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 มีขนาดยาว 36 เมตร กว้าง 17 เมตร ภายในมี<strong>&#8220;พระพุทธเทวราชปฏิมากร&#8221;</strong>เป็นพระประธานประดิษฐาน ส่วนภาพจิตกรรมภายในพระอุโบสถมีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ใช้เป็นภาพเหตุการณ์เหล่าเทวดามาชุมนุมกันขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้านล่างระหว่างช่องหน้าต่างเป็นภาพภิกษุกำลังปลงอสุภกรรมฐาน ส่วนจิตรกรรมที่ผนังตอนล่างระหว่างช่องประตูหน้าเป็นภาพทศชาติ เรื่อง สุวรรณสาม และด้านหลังเป็นภาพวัดเทวราชกุญชรเดิมก่อนที่จะมีการสร้างพระอุโบสถหลังนี้</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>**พิพิธภัณฑ์สักทอง**</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5625 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/1-6.jpg" alt="" width="556" height="370" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>พิพิธภัณฑ์สักทอง</strong> ถือเป็นสถานที่ล้ำค่าที่ตั้งอยู่ภายในวันเทวราชกุญชรฯ เดิมเป็นบ้านของ<strong> ดร.อุกฤษ</strong>และ<strong> ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน</strong> ซึ่งซื้อบ้านไม้สักทองทั้งหลังทรงปั้นหยามาจาก จ.แพร่ ปี 2549 จากนั้น ดร.อุกฤษได้ยกบ้านหลังนี้ถวายแก่วัดเทวราชกุญชรฯ โดยรื้อจากคลอง 2 จ.ปทุมธานีเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2549 สร้างเสร็จเดือนธันวาคม 2551 มูลค่าในการก่อสร้างเป็นเงิน 110 ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5626" aria-describedby="caption-attachment-5626" style="width: 543px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5626" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/2-4.jpg" alt="" width="543" height="362" /><figcaption id="caption-attachment-5626" class="wp-caption-text">ห้องจัดแสดงหุ่นรูปเหมือนของอริยสงฆ์ 19 องค์</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากความงดงามอันทรงคุณค่าของบ้านไม้สักทองหลังนี้แล้ว เสาไม้ขนาดใหญ่จำนวนทั้งหมด 59 ต้นยังมีอายุถึง 400 ปี และถ้านับจำนวนวงปีมีถึง 179 วงปี แสดงถึงอายุของต้นไม้สักทองที่เก่าแก่มาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5627" aria-describedby="caption-attachment-5627" style="width: 522px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5627" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/04/3-5.jpg" alt="" width="522" height="348" /><figcaption id="caption-attachment-5627" class="wp-caption-text">ห้องจัดแสดงหุ่นรูปเหมือนสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้ง 19 พระองค์</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>พิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศูนย์เผยแพร่ความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา และแหล่งการเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์ ชั้นบนมีห้องจัดแสดงหุ่นรูปเหมือนของอริยสงฆ์ 19 องค์ มีพระพบรมสารีริกธาตุอุรังคธาตุ(กระดูกส่วนพระอุระ)ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช ศรีลังกา ส่วนอีกห้องจัดแสดงหุ่นรูปเหมือนสมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้ง 19 พระองค์ พร้อมประวัติในด้านคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติของทุกๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/04/samsen-wat-christian-shurch-shrine/">เยี่ยมบ้านญวน เยือนบ้านเขมร ลัดเลาะไหว้พระริมเจ้าพระยา ชุมชน 3 ศาสนา 4 ชาติพันธุ์บนถนนสามเสน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
