<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Aug 2026 04:37:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;เอสซีจี&#8217; ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเพิ่ม 35% ท่ามกลางโลกผันผวน เปิดกลยุทธ์เชิงรุก บริหารต้นทุน ดูแลห่วงโซ่ โฟกัสตลาดมูลค่าสูง ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/scg-f12026-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Aug 2026 04:37:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[High-Value Added Products]]></category>
		<category><![CDATA[HVA]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแพคเกจจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43587</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งกว่าเดิม Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากความสำเร็จของกลยุทธ์เชิงรุก เสริมความคล่องตัว ผ่าน ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เศรษฐกิจโลกยังท้าทายสูง แต่มั่นใจรับมือได้อย่างเข้มแข็ง ส่วนปีหน้าโครงการเพิ่มวัตถุดิบ ก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนามจะแล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าร่วมมือ พันธมิตรธุรกิจใหม่ เชื่อมั่นสร้างการเติบโตยั่งยืน คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ครึ่งแรกของปีนี้ เอสซีจี ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว เพื่อสามารถแข่งขันได้ในโลกผันผวน ทำให้สามารถสร้างการเติบโตของ Adjusted Cash EBITDA (กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่าและรายการที่ไม่เกิดขึ้น เป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด) ให้เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 42,913 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 17,758 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/scg-f12026-performance/">&#8216;เอสซีจี&#8217; ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเพิ่ม 35% ท่ามกลางโลกผันผวน เปิดกลยุทธ์เชิงรุก บริหารต้นทุน ดูแลห่วงโซ่ โฟกัสตลาดมูลค่าสูง ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่งกว่าเดิม Adjusted Cash EBITDA อยู่ที่ 42,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลจากความสำเร็จของกลยุทธ์เชิงรุก เสริมความคล่องตัว ผ่าน<span id="more-43587"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เศรษฐกิจโลกยังท้าทายสูง แต่มั่นใจรับมือได้อย่างเข้มแข็ง ส่วนปีหน้าโครงการเพิ่มวัตถุดิบ ก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนามจะแล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าร่วมมือ พันธมิตรธุรกิจใหม่ เชื่อมั่นสร้างการเติบโตยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ครึ่งแรกของปีนี้ เอสซีจี ยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว เพื่อสามารถแข่งขันได้ในโลกผันผวน ทำให้สามารถสร้างการเติบโตของ Adjusted Cash EBITDA (กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่าและรายการที่ไม่เกิดขึ้น เป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด) ให้เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 42,913 ล้านบาท</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43591 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/1-1_re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่รายได้จากการขายช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 259,570 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 17,758 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ จะมีกำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 12,649 ล้านบาท​</p>
<p>ส่วน​ไตรมาส 2 มี Adjusted Cash EBITDA 27,984 ล้านบาท รายได้จากการขาย 136,243 ล้านบาท กำไรสำหรับงวด 11,535 ล้านบาท และหากไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรสำหรับงวด​ 10,833 ล้านบาท หนี้สินสุทธิ ลดลง 39,176 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงอยู่ที่ 3.7 เท่า จาก 5.0 เท่า และมีเงินสดคงเหลือเพิ่มเป็น 76,775 ล้านบาท</p>
<p>ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเสริมความคล่องตัวในธุรกิจ ทั้ง ‘ระยะเร่งด่วน’ และ ‘ระยะกลาง’</p>
<p><strong>ระยะเร่งด่วน  :</strong> บริหารต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอก ช่องแคบฮอร์มุซทันท่วงที รักษาวินัยการเงินเข้มข้น</p>
<p><strong>ระยะกลาง :</strong> ปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Products: HVA) หนุนหุ่นยนต์-AI เพิ่มประสิทธิภาพฐานผลิตอาเซียน ทำให้ผลประกอบการดีขึ้นทุกธุรกิจ</p>
<p>ขณะที่แนวทางการดำเนินงาน เน้น​การบริหารต้นทุน-วัตถุดิบ เคร่งครัดด้านวินัยการเงิน มุ่งปรับโครงสร้างธุรกิจ ชูฐานผลิตอาเซียน เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นในทุกธุรกิจ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/info.jpg" alt="" width="480" height="600" /></p>
<p><strong>ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง </strong><strong>:</strong> สามารถบริหารต้นทุนและตอบโจทย์ลูกค้าในอาเซียนได้มีประสิทธิภาพ พร้อมหาโอกาสเติบโตร่วมกับพันธมิตรธุรกิจใหม่</p>
<p><strong>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</strong><strong> :</strong>  ผลการดำเนินงานดีขึ้นโดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่พลิกทำกำไรจากการบูรณาการธุรกิจ ผ่านการเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนที่ดีพร้อมกับปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งความต้องการในอาเซียนขยายตัว โดยเฉพาะในเวียดนามเติบโตแรงต่อเนื่อง</p>
<p><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ </strong><strong>: </strong>เน้นการบริหารต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ การขายสินค้า HVA เพื่อปรับตัวรับสถานการณ์ผันผวน ในตะวันออกกลางได้ทันท่วงที ประกอบกับส่วนต่างราคาสินค้าปิโตรเคมีในตลาดโลกปรับตัวดีขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ เอสซีจี ยังมีรายได้จากเงินปันผลรับแข็งแกร่งต่อเนื่อง สำหรับปีหน้า การทรานส์ฟอร์มธุรกิจจะแล้วเสร็จหลายด้าน อาทิ โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่ LSP เวียดนาม การร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจใหม่จะชัดเจน มั่นใจว่าจะทำให้เอสซีจีเติบโตยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43594 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/4_สินค้า-HVA-โดยเอสซีจี-ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อส.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>สำหรับผลการดำเนินงานสำคัญในครึ่งปีแรก 2569 ได้แก่</p>
<p><strong>1.) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์ วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง</strong> ได้แรงหนุนจากโครงการภาครัฐของไทย รวมทั้งตลาดในเวียดนามและอินโดนีเซียที่เติบโต ขณะที่ตลาดเอกชนในประเทศยังชะลอตัว มีกำไรสำหรับงวด 5,790 ล้านบาท Adjusted Cash EBITDA 11,407 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการปรับโครงสร้างธุรกิจและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&#8211; การรวมธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล ภายใต้ชื่อ &#8216;<strong>เอสซีจี ซิเมนต์–ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</strong>&#8216; ชูลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มโอกาสการขายและยกระดับประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ส่งผลให้สามารถต่อยอดจากฐานลูกค้าคอนกรีตผสมเสร็จไปสู่สินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-RMC Products) โดยมีอัตราการขายข้ามกลุ่มสินค้าเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน พร้อมขยายเครือข่ายร้านค้าช่วงเพิ่มขึ้นกว่า 200 ร้าน อีกทั้งยังช่วยลดงานซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยคาดว่าจะลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้กว่า 1,000 ล้านบาทภายในปีนี้<br />
&#8211; เร่งขยายสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (Smart Value Products: SVP)  , ขยายสินค้า HVA  และเดินหน้าผลักดัน <strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ </strong> ต่อเนื่อง โดยสามารถเข้าถึงตลาดในประเทศไทยได้มากกว่า 80% แล้ว พร้อมเร่งการผลิตและส่งออกจากเวียดนาม เพื่อรองรับตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนที่มีแนวโน้มเติบโต</p>
<p>&#8211; เดินหน้าขยายตลาดสู่ออสเตรเลีย ที่มีศักยภาพเติบโต ผ่านการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าเพื่อการอยู่อาศัยและก่อสร้าง ทั้งกลุ่มหลังคา ฝาฝ้า และฉนวนกันความร้อน ในงาน “Sydney Build Expo 2026” ด้วยสินค้าคุณภาพ มีมาตรฐานสากล และความยั่งยืน</p>
<p>ด้าน  <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong> Adjusted Cash EBITDA 1,378 ล้านบาท จากรายได้ต่างประเทศเติบโตโดยเฉพาะในเวียดนาม การบริหารการเงิน ต้นทุนพลังงาน และสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างธุรกิจและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ในประเทศไทย</p>
<p><strong>2.) ธุรกิจเคมิคอลส์ สถานการณ์ตะวันออกกลาง</strong> กระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบ และห่วงโซ่อุปทาน โรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งหยุด หรือปรับลดกำลังการผลิต ทำให้อุปทานในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ราคาพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ปรับตัวสูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43592 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/7_โรงงาน-LSP-เวียดนาม-ใน-SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>เอสซีจีซี</strong> กำไรสำหรับงวด 5,898 ล้านบาท Adjusted Cash EBITDA 15,600 ล้านบาท สาเหตุหลักจากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการของบริษัทที่เร่งจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงาน (Optimization) การเพิ่มปริมาณการขายสินค้า HVA และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ</p>
<p>&#8211; ขายหุ้น 14.86% ใน PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) อินโดนีเซีย มูลค่าธุรกรรมราว 24,900 ล้านบาท ได้สำเร็จ ตามกลยุทธ์ลดภาระทางการเงิน และจัดสรรเงินไปลงทุน โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม<br />
เร่งเตรียมความพร้อม สำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม ซึ่งอยู่ระหว่างการหยุดเดินเครื่องชั่วคราว โดยล่าสุดการก่อสร้างถังเก็บอีเทน มีความคืบหน้ากว่า 60% ให้พร้อมเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน<br />
การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC ยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาความเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง และจะแจ้งความคืบหน้าในไตรมาส 3 ปี 2569</p>
<p>&#8211; โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP เวียดนาม</p>
<p><strong>3.) ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</strong> ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวในไตรมาส 2 ปี 2569 ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ ราคาพลังงาน และค่าขนส่งปรับเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เอสซีจีพี จึงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานเพื่อบริหารต้นทุน รักษาความต่อเนื่อง ทางธุรกิจของลูกค้า เสริมความสามารถการแข่งขันผ่านเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค และโซลูชันบรรจุภัณฑ์ เพื่อผู้บริโภคแบบครบวงจร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43593 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/10_SCGP-พัฒนานวัตกรรมตอบโจทย์-ESG-ร่วมกับ-KAO.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>เอสซีจีพี</strong> กำไรสำหรับงวด 3,870 ล้านบาท Adjusted Cash EBITDA 10,472 ล้านบาท สาเหตุหลักจากธุรกิจในอินโดนีเซีย พลิกทำกำไร จากปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัวของราคาตามตลาดในภูมิภาค การบริหารต้นทุน การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งผลให้จัดการต้นทุนได้ตามที่วางแผนไว้ ขณะที่ธุรกิจในเวียดนามยังได้แรงหนุน จากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคในประเทศต่อเนื่อง</p>
<p>&#8211;  รุกขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในอาเซียน รับโอกาสความต้องการที่ขยายต่อเนื่อง โดยเพิ่มกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ในตอนใต้ของเวียดนาม</p>
<p>&#8211; สร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่การขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้า ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจและเป้าหมาย ESG อาทิ ร่วมกับ คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) (KAO) พัฒนาบรรจุภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมโมโนแมททีเรียล (Mono-material) ที่ออกแบบมาเพื่อให้บรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวหลายชั้น (Flexible Packaging) ผลิตจากวัสดุชนิดเดียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการรีไซเคิล</p>
<p>&#8211; ใช้เทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) Machine Learning และ Deep Learning ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนนำหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับพนักงาน (Collaborative Robots: Cobots) มาใช้ เพิ่มประสิทธิภาพงานที่มีความซ้ำซ้อนและต้องการความต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/scg-f12026-performance/">&#8216;เอสซีจี&#8217; ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังแข็งแกร่ง กระแสเงินสดเพิ่ม 35% ท่ามกลางโลกผันผวน เปิดกลยุทธ์เชิงรุก บริหารต้นทุน ดูแลห่วงโซ่ โฟกัสตลาดมูลค่าสูง ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 13:21:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[MSMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Policy]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[TPA]]></category>
		<category><![CDATA[White Paper]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณพพงศ์ ธีระวร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โลกรวน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36841</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง ESG Symposium 2025 จัดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรมที่ต้อง &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217;  โดยเน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ 1. การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition) 2. การยกระดับ SMEs สู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำครบวงจรและเป็นธรรม (Just Transition for SMEs) และ 3. การเตรียมพร้อมรับมือโลกรวน (Climate Adaptation) เสริมขีดความสามารถแข่งขันระดับสากล รับมือความผันผวนทั้งโลกรวน และเศรษฐกิจโลกอย่างทันท่วงที คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ESG Symposium เป็นแพลตฟอร์ม ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM – [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/">&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรง <strong>ESG Symposium 2025</strong> จัดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรมที่ต้อง <strong>&#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217; </strong></p>
<p><span id="more-36841"></span></p>
<p>โดยเน้น 3 วาระสำคัญ ได้แก่ <strong>1. การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด</strong> (Energy Transition) <strong>2. การยกระดับ SMEs สู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำครบวงจรและเป็นธรรม</strong> (Just Transition for SMEs) และ <strong>3. การเตรียมพร้อมรับมือโลกรวน</strong> (Climate Adaptation) เสริมขีดความสามารถแข่งขันระดับสากล รับมือความผันผวนทั้งโลกรวน และเศรษฐกิจโลกอย่างทันท่วงที</p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ESG Symposium เป็นแพลตฟอร์ม ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘<strong>GREEN BREAKTHROUGH AMID THE PERFECT STORM – เร่งด้วยกรีน รอดด้วยกัน’</strong> เพื่อร่วมออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายและโครงการที่ทำให้ประเทศไทยแข่งขันได้และยั่งยืน ผ่านการระดมความเห็น และการเสนอแนะจากผู้นำระดับ Top Leader มากกว่า  300 คน ทั้งจากภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน</p>
<p>โดยในปีนี้ ข้อเสนอจาก <strong>ESG Symposium 2025</strong>  เพื่อร่วม​ขับเคลื่อน​การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36846 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. ปลดล็อก ปรับโครงสร้าง วางระบบพลังงานเสรีครบวงจร เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน</strong></p>
<p>เร่งวางระบบพลังงานเสรีอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าด้วยมาตรฐาน <strong>TPA Code (Third Party Access)</strong> และการส่งเสริมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) พร้อมปรับโครงสร้างระบบพลังงานให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ในต้นทุนที่เหมาะสม เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า สำหรับรับมือกับ ความผันผวนในระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. ยกระดับ SMEs สู่ความยั่งยืนและแข่งขันได้จริง </strong></p>
<p>จัดตั้ง One Stop Service เพื่อให้ SMEs เข้าถึงเงินทุน ความรู้ และเทคโนโลยีได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน และเปิดโอกาสให้ SMEs เข้าสู่ตลาดแข่งขันได้จริง</p>
<p>ขณะเดียวกันเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและดิจิทัล พัฒนาทักษะแรงงานผ่านการอบรมและ Skill Matching เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงของตลาด พร้อมสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงแผนพัฒนาระดับชาติ และวาระลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้ SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><strong>3. เร่งเตรียมความพร้อมปรับตัวรับมือโลกรวน ด้วยนวัตกรรมและความร่วมมือ</strong></p>
<p>ดำเนินการวางรากฐานการปรับตัว ต่อสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตร นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ประโยชน์ พร้อมศึกษาและนำแนวทางนโยบายจากต่างประเทศ มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติโลกรวน</p>
<p><em>&#8220;ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤติสภาพภูมิอากาศ และภาวะเศรษฐกิจโลก จากสงครามการค้า จึงต้องเร่งวางกรอบกลยุทธ์ที่  &#8216;<strong>แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย และขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</strong> เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก พร้อมสร้างรากฐานอย่างยั่งยืน โ<strong>ดยสิ่งที่ตกผลึกได้จาก ESG Symposium 2025 จะมีการสรุปเป็น White Paper เพื่อนำส่งและเสนอแนะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน และกรอบการทำงานร่วมกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน </strong>&#8221; ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Green-.png" alt="" width="692" height="900" /></p>
<p><strong>TPA กระดุมเม็ดแรก ปลดล็อกพลังงานสะอาด</strong></p>
<p><strong>ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์</strong> นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ​ระบบพลังงานของไทยเผชิญแรงกดดันทั้งจากเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก NDC 3.0 การตอบรับมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป และความจำเป็นในการยกระดับดัชนี Energy Transition Index เพื่อความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาค การขับเคลื่อนเรื่องนี้ในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องเน้นทำผ่าน​กรอบ <strong> ‘ชัด คล่อง เป็นจริง’</strong> โดยมุ่งเน้นการเปิดตลาด Direct PPA ที่โปร่งใสเพื่อดึงดูดการลงทุนพลังงานหมุนเวียน การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน และไฮโดรเจน พร้อมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อวางรากฐาน Green Infrastructure ที่มั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งพัฒนาแรงงานทักษะสีเขียว โดย TDRI พร้อมสนับสนุนงานวิจัยและนโยบาย ในทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านนี้</p>
<p><em>&#8220;ประเทศไทยมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเรื่องพลังงานสะอาด (Renewable) ทั้งพลังงานโซลาร์  ไบโอแมส  ไบโอแกส หรือพลังงานลม ซึ่งหากในอนาคตมีเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น จะยิ่งเพิ่ม​ศักยภาพในการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วนพลังงานสะอาดราว 10-15% ซึ่งหากต้องการขับเคลื่อนเป้าหมายให้เป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030 ต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดขึ้นมาเป็น 74% และหากต้องการผลักดันตามเป้าหมาย ภาครัฐจำเป็นต้องให้สิทธิในกา​รจัดส่งไฟฟ้าได้อย่างเสรีกับภาคเอกชน หรือ TPA ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่สำคัญ เพราะตอนนี้ประเทศไทยมีความต้องการใช้ Renewable เยอะมาก ทั้งภาคอุตสาหกรรม หรือภาคส่งออก รวมทั้งมีผู้ผลิตที่มีศักยภาพ มีคุณภาพของพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพ แต่ผู้ผลิตยังไม่มีความมั่นใจว่า หากผลิตมาแล้วจะสามารถจัดส่งอย่างเสรีได้หรือไม่ จึงต้องปลดล็อกด้วย TPA ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างมีอัตราเร่ง&#8221; ดร.อารีพร กล่าว</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36847 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ดร.อารีพร-อัศวินพงศ์พันธ์-นักวิจัยอาวุโส-สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย-TDRI-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ จำเป็นต้องส่งเสริมเทคโนโลนี SMR หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าทั้งในเรื่องของความสะอาด (Clean Energy) และความเสถียร (Energy Security) รวมทั้งยังมีต้นทุนที่ไม่แพง ขณะที่​การพัฒนาเทคโนโลยีนี้ในหลายๆ ประเทศ​มีความปลอดภัยเป็นอย่างดี แต่ในส่วนของประเทศไทย จำเป็นต้องเร่งสร้างทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นในเรื่องของความปลอดภัย​ ​เพื่อสร้างการยอมรับจากประชาชน​ ซึ่งถือเป็นการบ้านสำคัญของภาครัฐในการ​​ขับเคลื่อนให้โครงการ SMR เกิดขึ้นได้จริง</p>
<p><strong>เร่งพัฒนาโซลูชันทางการเงิน ช่วยผู้ประกอบรายเล็ก​</strong></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.ณพพงศ์ ธีระวร</strong> ประธานสมาพันธ์ SME ไทย กล่าวว่า MSMEs (Micro &amp; Small, Medium Enterprises) ซึ่งเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจไทยกว่า 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งประเทศ หรือมีรวมกันที่ราว 3.25 ล้านราย และมีการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน และสร้างผลผลิตให้ประเทศกว่า 35% ของ GDP โดยในจำนวนนี้ แบ่งเป็น กลุ่มผู้ประกอบการในระดับไมโคร หรือกลุ่มวิสาหกิจรายย่อย​ 84.5% หรือ 2.75 ล้านราย, ระดับเล็ก หรือวิสาหกิจขนาดย่อม 13% หรือ 4.2 แสนราย, วิสาหกิจ​ขนาดกลาง 2% หรือ 6.5 หมื่นราย และวิสาหกิจขนาดใหญ่ 0.5% หรือ 1.5 หมื่นราย</p>
<p>โดยกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจทั้ง<strong> MSMEs เหล่านี้ยังคงเผชิญกับ 4 ความท้าทายหลัก ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งทุน โอกาสเชื่อมโยงตลาดใหม่ กฎระเบียบที่ยังซับซ้อน และขาดทักษะอนาคต ​จึงจำเป็นต้อง​กำหนดแนวทางเพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเพิ่มความสามารถในการเติมทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการ</strong> โดยเฉพาะกลุ่ม Micro และ Small Entrepreneurs ที่เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ด้วยสัดส่วนถึง 97.5% คิดเป็นจำนวนผู้ประกอบการที่อยู่ในส่วนนี้ถึงกว่า 3.17 ล้านราย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/ดร.ณพพงศ์-ธีระวร-ประธานสมาพันธ์-SME-ไทย-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ภาครัฐจำเป็นต้องพัฒนากลไกเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในรายย่อยและรายเล็กกว่า 3.17 ล้านราย ที่มักมีข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบธนาคาร ​มากกว่าเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาโซลูชั่นหรือเครื่องมือเพื่อเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีดอกเบี้ยต้ำและไม่ผูกติดอยู่กับระบบธนาคารที่มีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ เพราะปัจจุบันรายย่อยและรายเล็กสามารถเข้าถึงได้เพียง Nano และ Pico Finance ที่มีอัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 30% ต่อปี ขณะที่กลุ่มซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ 3-4% จะมีเพียงธุรกิจที่มีระบบบัญชี หรือข้อมูลทางการเงินตามเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและการอยู่รอดของผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้ประเทศต้องติดหล่มทางเศรษฐกิจและไม่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ&#8221;</em> ​ดร.ณพพงศ์ กล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ควรมีแนวทางเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินและต้นทุนต่ำ ที่สามารถให้ความช่วยเหลือส่งไปถึงกลุ่มผู้ประกอบรายย่อยซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญในเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง อาทิ กองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก (Micro &amp; Small Entrepreneurs) ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3-4% ต่อปี เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัว และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันต่อไป นอกเหนือจากนี้ การยกระดับทักษะและนวัตกรรมทาง Digital, AI and Green Transformation เพื่อให้เกิดความพร้อม ในการเชื่อมโยงตลาดใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงตลาด Online ตลอดจนการสร้าง One Stop Service และ Ecosystem ครบวงจร พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบ ที่เอื้อกับผู้ประกอบการ MSME ให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข่งขัน ได้ในระยะยาว ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ</p>
<p><strong>​&#8217;เร่งปรับตัวรับมือวิกฤตโลกรวน&#8217; ​โจทย์ใหญ่ของประเทศ  </strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์</strong> กล่าเพิ่มเติมอีกว่า ​​หนึ่งในโจทย์เร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องรีบเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างจริงจังคือ  การเตรียมความพร้อม ในการรับมือวิกฤตโลกรวน (Climate Adaptation) เนื่องจาก​ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และความผันผวนของทรัพยากร กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น การเร่งเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความจำเป็น โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้มาใช้ ยกระดับความสามารถในการปรับตัว ลดความเสี่ยง และสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเป็นระบบ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Re-ESG-Symposium-2025.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีพร้อมเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อผลักดันข้อเสนอจาก ESG Symposium 2025 ไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และการลงทุนพัฒนาผ่านโครงการนำร่อง PPP สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง ที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต”</em> คุณธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scg-esg-symposium-2025/">&#8216;เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน &#8211; ยกระดับ SMEs &#8211; รับมือโลกรวน&#8217; ​3 โจทย์ &#8216;​ESG Symposium 2025&#8217; ​เร่งไทยบรรลุคาร์บอนต่ำ เน้น &#8216;แข่งขันได้ เข้าถึงง่าย ขับเคลื่อนได้จริง&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี มองครึ่งปีหลังยังผันผวนหนัก เชื่อยังแข่งขันได้ เร่งขยายตลาด Non-USA พร้อมรุก​ Smart Value &#8211; HVA &#8211; Green รับความเสี่ยง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/scg-release-h1-2025-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Aug 2025 14:16:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Performance]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Risk]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35123</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ประเมินสถานการณ์​​ธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ว่า ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องภาษีสหรัฐ ที่แม้ได้ข้อสรุปแล้ว ก็ยังคง​ต้องจับตาต่อเนื่องในช่วงหลายปีจากนี้ รวมทั้งจำเป็นต้องมีการวางแผนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่อได้ในระยะยาว โดยเฉพาะการขยายตลาดกลุ่ม Non-USA เช่น การเปิดพื้นที่เสรีการค้าใหม่ๆ  แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือการเตรียมความพร้อม และการรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ เพราะหากขยายตลาดออกไปโดยที่ไม่พร้อม และแข่งขันไม่ได้  ก็ไม่ได้สร้างให้เกิดประโยชน์อะไรต่อธุรกิจเช่นกัน &#8220;สถานการณ์เศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ท้าทายมากกว่าครึ่งปีแรก จากอัตราภาษีใหม่ที่สูงขึ้น แต่เชื่อว่าเอสซีจีจะยังสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้ จากการเตรียมพร้อม และวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องโดยเฉพาะจุดแข็งจากการมีฐานการผลิตที่หลากหลายภายในภูมิภาค ​และการขยายตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งยุโรป โอเชียเนีย และแอฟริกา รวมทั้งการยกระดับทั้งเทคโนโลยี และพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิต ทำให้มีลดต้นทุนที่ลดต่ำลง รวมไปถึงการขยายการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดอย่างกลุ่ม  Smart Value &#8211; HVA &#8211; Green เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจยังสามารถขับเคลื่อนและเติบโตได้ต่อไป&#8221; ขณะที่ประเด็นความอ่อนไหวในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ปัจจุบัน ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเอสซีจี และไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานของทั้ง 2 ประเทศ เพราะไม่ว่า​อย่างไรทั้งหมดถือว่าเป็น พนักงานเอสซีจีทั้งหมด และ​บริษัทยืนยันที่จะดูแลและให้ความช่วยเหลือพนักงานทุกคนอย่างเต็มที่ สำหรับผลประกอบการของเอสซีจี ในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ยังคงมีกระแสเงินสด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/scg-release-h1-2025-performance/">เอสซีจี มองครึ่งปีหลังยังผันผวนหนัก เชื่อยังแข่งขันได้ เร่งขยายตลาด Non-USA พร้อมรุก​ Smart Value &#8211; HVA &#8211; Green รับความเสี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ประเมินสถานการณ์​​ธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ว่า ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องภาษีสหรัฐ ที่แม้ได้ข้อสรุปแล้ว ก็ยังคง​ต้องจับตาต่อเนื่องในช่วงหลายปีจากนี้ รวมทั้งจำเป็นต้องมีการวางแผนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่อได้ในระยะยาว</p>
<p><span id="more-35123"></span></p>
<p>โดยเฉพาะการขยายตลาดกลุ่ม Non-USA เช่น การเปิดพื้นที่เสรีการค้าใหม่ๆ  แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือการเตรียมความพร้อม และการรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ เพราะหากขยายตลาดออกไปโดยที่ไม่พร้อม และแข่งขันไม่ได้  ก็ไม่ได้สร้างให้เกิดประโยชน์อะไรต่อธุรกิจเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;สถานการณ์เศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ท้าทายมากกว่าครึ่งปีแรก จากอัตราภาษีใหม่ที่สูงขึ้น แต่เชื่อว่าเอสซีจีจะยังสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้ จากการเตรียมพร้อม และวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องโดยเฉพาะจุดแข็งจากการมีฐานการผลิตที่หลากหลายภายในภูมิภาค ​และการขยายตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งยุโรป โอเชียเนีย และแอฟริกา รวมทั้งการยกระดับทั้งเทคโนโลยี และพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิต ทำให้มีลดต้นทุนที่ลดต่ำลง รวมไปถึงการขยายการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดอย่างกลุ่ม  Smart Value &#8211; HVA &#8211; Green เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจยังสามารถขับเคลื่อนและเติบโตได้ต่อไป&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35125 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/1_2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ประเด็นความอ่อนไหวในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ปัจจุบัน ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเอสซีจี และไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานของทั้ง 2 ประเทศ เพราะไม่ว่า​อย่างไรทั้งหมดถือว่าเป็น พนักงานเอสซีจีทั้งหมด และ​บริษัทยืนยันที่จะดูแลและให้ความช่วยเหลือพนักงานทุกคนอย่างเต็มที่</p>
<p>สำหรับผลประกอบการของเอสซีจี ในช่วงครึ่งปีแรกนั้น ยังคงมีกระแสเงินสด (EBIDA) ที่แข็งแกร่งด้วย โดยปรับตัวดีกว่าครึงหลังของปีที่ผ่านมา 21% หรืออยู่ที่ 30,320 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินสุทธิลดลงเกือบหมื่นล้านบาท จากการปรับพอร์ตลงทุน การหยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของทุกธุรกิจ พร้อมทั้งเคาะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้ผู้ถือหุ้น 2.50 บาทต่อหุ้น</p>
<p><em>&#8220;ครึ่งปีแรกของปีนี้ เอสซีจีมีรายได้ 249,077 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 18,436 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ จะมีกำไรอยู่ที่ 3,266 ล้านบาท โดยทุกธุรกิจยังคงขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น <strong>ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</strong> ที่บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​​​<strong>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</strong> <strong>(</strong><strong>เอสซีจีพี</strong><strong>)</strong> ปรับแผนผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ บริหารต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล ร่วมกับใช้เทคโนโลยีและ AI เพิ่มประสิทธิภาพจัดการต้นทุนได้ดี และ <strong>ธุรกิจเคมิคอลส์</strong> <strong>(</strong><strong>เอสซีจีซี</strong><strong>)</strong> ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ (Gap) เริ่มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากต้นทุนราคาน้ำมันดิบที่ลดลง นอกจากนี้ เอสซีจี ยังมีรายได้เงินปันผลรับต่อเนื่อง&#8221;</em></p>
<p><strong>วาง 3 กลยุทธ์​  ​เพิ่มศักยภาพรับมือความเสี่ยง</strong></p>
<p>เอสซีจี วาง 3 กลุยทธ์ เพื่อเติบโตต่อเนื่องและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันช่วงครึ่งปีหลัง ที่ยังท้าทายอย่างมาก ทั้ง​จากเศรษฐกิจไทย อาเซียน และโลก ที่เชื่อว่าจะชะลอตัวจาก​​ผลกระทบ​ภาษี​สหรัฐฯ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และราคาพลังงานผันผวน โดยมุ่งใช้จุดแข็งจากการมีฐานผลิตที่หลากหลาย การลดต้นทุน และขยาพอร์ตสินค้าศักยภาพสูง ต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35126 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2-1_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-เตรียมกลับมาดำเนินการเชิงพาณิชย์.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>1</strong><strong>.​ </strong><strong>ชูฐานผลิตหลากหลายใน &#8216;อาเซียน&#8217; </strong><strong>(Regional Optimization)</strong>  เพื่อบริหารจัดการ​ต้นทุนให้แข่งขันได้ ประกอบกับเป็นฐานการบริโภคที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น <strong>เอสซีจีซี</strong> เตรียมเปิดโรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ เวียดนาม (LSP) ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 และเพิ่มศักยภาพแข่งขันด้วยวัตถุดิบก๊าซอีเทนของ LSP เ<strong>อสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong> ขยายฐานผลิตปูนคาร์บอนต่ำในเวียดนามใต้​  เพื่อเจาะตลาดเวียดนาม และส่งออกไปสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย ทวีปโอเชียเนีย <strong>เอสซีจี เดคคอร์ </strong>เพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซ พอร์ซเลนที่เวียดนาม  <strong>เอสซีจีพี </strong>เดินหน้าเสริมแกร่งของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรในเวียดนาม ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์กระดาษ บรรจุภัณฑ์พอลิเมอร์ จนถึงบรรจุภัณฑ์อาหาร</p>
<p>รวมทั้งเพิ่ม<strong>ตลา​ดใหม่</strong> เช่น <strong>ทวีปแอฟริกา </strong>ขยายตลาด <strong>ปูนเม็ด</strong> (Cement Clinker) ของเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล <strong>ทวีปเอเชีย</strong> ขยายตลาด<strong> 3D Printing Solution</strong>​  ไปญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย มาเลเซีย <strong>ทวีปโอเชียเนีย </strong>มีการขยายตลาด <strong>หลังคาและฝาฝ้า</strong>​ ไป​​ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ของเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และการขยายตลาด <strong>ปูนเอสซีจี คาร์บอนต่ำ Gen 1 และ 2</strong>​​ ไปออสเตรเลีย รวมทั้งเตรียมออก <strong>ปูนเอสซีจี คาร์บอนต่ำ Gen 3</strong>​ สู่ตลาดเป็นรายแรก โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างทำ Pilot Project กับกว่า 15 โครงการ ของเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ ตลอดจน<strong>ทวีปยุโรป </strong>ที่มีการขยายตลาด “กระเบื้องเกรซ พอร์ซเลน” ไปสาธารณรัฐเช็ก ของเอสซีจี เดคคอร์ และการปรับกระบวนการผลิต “บรรจุภัณฑ์อาหาร” เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ของเอสซีจีพี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35129 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2-5_ผนังสมาร์ทบอร์ด-เอสซีจี-ซูเปอร์.png" alt="" width="1200" height="441" /></p>
<p><strong>2.​ </strong><strong>ลดต้นทุน</strong><strong> </strong><strong>แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก  ผ่านการพัฒนาการใช้หุ่นยนต์และ AI </strong>สำหรับกระบวนการ Operation ในแต่ละธุรกิจ รวมทั้งการรวมศูนย์การผลิตของโรงงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน และช่วยลดต้นทุนจากการบริหารจัดการให้ลดลง</p>
<p><strong>3</strong><strong>. ดัน</strong><strong>สินค้า &#8216;</strong><strong>Smart Value &#8211; HVA &#8211; Green&#8217; </strong><strong>รุกตลาดเติบโตสูง </strong></p>
<p><u>สินค้าราคาคุ้มค่า </u><u>(Smart Value Products &#8211; SVP)</u>  เช่น ปูน ADAMAX ในเวียดนาม , ปูน 5 Star ในกัมพูชา, ปูน Bezt ในอินโดนีเซีย โดย <strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong><strong>­  </strong>หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve  โดย <strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง </strong>และกระเบื้อง และสุขภัณฑ์ SOSUCO  โดย <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong></p>
<p><u>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง </u><u>(High Value Added Products &#8211; HVA) </u><u>และโซลูชัน</u> เช่น CHILLOX โซลูชันประหยัดพลังงานสำหรับคลังสินค้าห้องเย็นที่ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ลดการใช้ไฟฟ้า และกักเก็บความเย็นได้นาน ซึ่งเป็นการนำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตของโรงงานพอลิโอเลฟินส์มาต่อยอดสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดย <strong>เอสซีจีซี</strong>  ฝาปิดท่อคอนกรีตกำลังอัดสูงสำหรับท่อร้อยสายไฟใต้ดิน  และ ปูนจับเซี้ยมสำเร็จรูป รายแรกในไทย โดย <strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์  </strong>ONNEX ArcBox  นวัตกรรมป้องกันไฟไหม้ลุกลามแผงโซลาร์ที่ใช้เทคโนโลยีจากอังกฤษ และ  ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ซูเปอร์  ที่พัฒนาให้แข็งแกร่งขึ้นและยืดหยุ่น โดย <strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35127 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2-4_CHILLOX-ของเอสซีจีซี.jpg" alt="" width="1200" height="847" /></p>
<p><u>สินค้ากรีน </u><u>(Green Products)</u> เช่น ประตูหน้าต่างไวนิลคาร์บอนต่ำ WINDSOR รายแรกในไทย โดย <strong>เอสซีจีซี </strong>และ กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น DECAAR by SCG รุ่นคอมฟอร์ท ที่มีเทคโนโลยี HeatSync ช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีและคายความร้อนได้เร็ว โดย <strong>เอสซีจี </strong><strong>สมาร์ทลีฟวิง </strong></p>
<p><em>&#8220;เอสซีจี ยังได้​ร่วมกับพันธมิตร​ภาคส่วนต่างๆ ภายในระบบนิเวศ ​​​จัดโครงการ ‘NZAP: Net Zero Accelerator Program’ และ ‘Go Together’ ต่อเนื่อง รวมทั้งจัด Leadership Forum ในงาน ‘ESG Symposium’ ช่วงสิงหาคม &#8211; ตุลาคม 2568 ด้วยความเชื่อว่า​การร่วมมือกับ​ทั้งระบบนิเวศ ​เป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้​เชิญองค์กรชั้นนำระดับโลก เช่น สำนักงานประสานงานการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (DCO) สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) รวมทั้งองค์กรชั้นนำระดับประเทศ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มาร่วมหาแนวทางเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ธุรกิจ ตลอดจนผลักดันการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Green Transition) และพร้อมแข่งขันระดับโลกท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ได้ &#8220;</em></p>
<p><strong>ชูไฮไลท์ โดดเด่น ครึ่งปีแรก  </strong></p>
<p>การดำเนินงานที่สำคัญช่วงครึ่งปีแรกนี้ แต่ละธุรกิจสามารถลดต้นทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ที่ไม่ใช่เพียงการแข่งแค่ในประเทศหรือภูมิภาค แต่ต้องแข่งได้ในเวทีโลก รวมทั้งการปรับโครงสร้างธุรกิจ หยุดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร พร้อมขยายตลาดในสินค้าที่มีศักภาพ และเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม</p>
<p><strong>&#8211; ลดต้นทุน แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก</strong></p>
<p><strong>เอสซีจีซี </strong>บริหารต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มมูลค่าจากผลพลอยได้ในสายผลิตภัณฑ์  ทำให้ลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าได้ 912 ล้านบาท ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงงาน ลดต้นทุนได้ 616 ล้านบาท และลดเงินทุนหมุนเวียน​ 6,989 ล้านบาท ​, <strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong> ใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกในกระบวนการผลิต ลดต้นทุนได้ 1,100 ล้านบาท,  <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong> เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด เจรจาลดต้นทุนวัตถุดิบ บริหารจัดการสินค้าคงคลัง ลดต้นทุนได้ 146 ล้านบาทต่อปี,   <strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง</strong> ใช้หุ่นยนต์และพลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต ลดต้นทุนได้ 105 ล้านบาท</p>
<p><strong>&#8211; ปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจ </strong>เช่น PT Chandra Asri Pacific Tbk. (CAP) ในอินโดนีเซีย และบางธุรกิจในทวีปยุโรป ของ<strong>เอสซีจีซี </strong>รวมทั้งบางธุรกิจในอินโดนีเซีย ของ<strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง</strong> ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อปีได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35128 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2-7_ประตูหน้าต่างไวนิลคาร์บอนต่ำ-WINDSOR.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ขยายพอร์ตสินค้าให้รองรับความต้องการตลาดทุกระดับ </strong>เช่น <strong>เอสซีจีซี </strong>พัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products &#8211; HVA) ที่ตอบโจทย์กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน บรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ยานยนต์ การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงโซลูชันด้านพลังงาน และ <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong> ขยายพอร์ตสินค้าจากธุรกิจวัสดุตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ ไปยังการนำเข้าสินค้าในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อาทิ ปูนกาวและยาแนว ประตูและหน้าต่าง ท็อปเคาน์เตอร์ครัว และเจาะตลาดมูลค่าเพิ่มสูงด้วยสินค้า HVA เช่น กระเบื้องเกรซ พอร์ซเลน และสุขภัณฑ์สมาร์ท</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/scg-release-h1-2025-performance/">เอสซีจี มองครึ่งปีหลังยังผันผวนหนัก เชื่อยังแข่งขันได้ เร่งขยายตลาด Non-USA พร้อมรุก​ Smart Value &#8211; HVA &#8211; Green รับความเสี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 May 2025 08:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Products]]></category>
		<category><![CDATA[High-Value Added Products]]></category>
		<category><![CDATA[HVA Products]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NZAP]]></category>
		<category><![CDATA[QAP]]></category>
		<category><![CDATA[Quality Affordable Products]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic move]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กำแพงภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามการค้าโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33212</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 ดีขึ้นกว่าไตรมาส 4 ปี 2567 กระแสเงินสด (EBITDA) แข็งแกร่งต่อเนื่อง 12,889 ล้านบาท กำไร 1,099 ล้านบาท จากการเร่งปรับตัวสู้ความท้าทายในทุกธุรกิจ และมาตรการเสริมความเข้มแข็งการเงินต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ ​4 กลยุทธ์  ทั้งลดต้นทุน  ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน สู้ศึกสงครามการค้าโลก  คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ไตรมาส 1 ปี 2568 เอสซีจี มีกำไรสำหรับงวด 1,099 ล้านบาท เนื่องจากทุกธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงินที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ รวมทั้งการขยายตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้างมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลก่อสร้างและงบประมาณภาครัฐที่เบิกจ่ายต่อเนื่อง ขณะที่เอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้า รวมถึงเอสซีจีพี ที่ยังคงแข็งแกร่งจากการมุ่งเน้นการเติบโตเพื่อรองรับอุปสงค์ของผู้บริโภคภายในประเทศของกลุ่มอาเซียน เสริมพอร์ตสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/">เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี เผยผลประกอบการไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>ดีขึ้นกว่าไตรมาส </strong><strong>4 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567 </strong><strong>กระแสเงินสด </strong><strong>(EBITDA)</strong><strong> แข็งแกร่งต่อเนื่อง</strong><strong> 12,889 </strong><strong>ล้านบาท กำไร </strong><strong>1,099 </strong><strong>ล้านบาท จากการเร่งปรับตัวสู้ความท้าทายในทุกธุรกิจ และมาตรการเสริมความเข้มแข็งการเงินต่อเนื่อง</strong></p>
<p><span id="more-33212"></span></p>
<p><strong> พร้อมยกระดับ </strong><strong>​4 </strong><strong>กลยุทธ์  ทั้ง</strong><strong>ลดต้นทุน  </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้า </strong><strong>​บุกตลาดใหม่ และ</strong><strong>สร้างความได้เปรียบจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน</strong><strong> สู้ศึกสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า <strong>ไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2568 </strong><strong>เอสซีจี </strong><strong>มีกำไรสำหรับงวด </strong><strong>1,099 </strong><strong>ล้านบาท</strong> เนื่องจากทุกธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงินที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ด้วยการลดต้นทุนการผลิตและการบริหารจัดการ รวมทั้งการขยายตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ประกอบกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้างมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลก่อสร้างและงบประมาณภาครัฐที่เบิกจ่ายต่อเนื่อง ขณะที่เอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) ปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุนและปรับพอร์ตสินค้า รวมถึงเอสซีจีพี ที่ยังคงแข็งแกร่งจากการมุ่งเน้นการเติบโตเพื่อรองรับอุปสงค์ของผู้บริโภคภายในประเทศของกลุ่มอาเซียน เสริมพอร์ตสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging) ควบคู่กับการบริหารต้นทุน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33214 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/2_Re-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แม้สถานการณ์ในไตรมาส 1 ยอดขายจะลดลง แต่ยังสามารถรักษากำไรไว้ได้ในทุกธุรกิจ รวมทั้งการรักษากระแสเงินสด <strong> (</strong><strong>EBITDA)  </strong>ที่เป็นส่วนสำคัญในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนและผันผวนเช่นนี้ ก็ยังสามารถเพิ่มขึ้นมาได้ถึง 22% โดยมีกระแสเงินสดหมุนเวียน​ <strong>12,889 </strong><strong>ล้านบาท</strong> สะท้อนความแข็งแรงในการดำเนินงานให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งการบริหารจัดการกระแสเงินสด ​​และเงินทุนหมุนเวียนอย่างระมัดระวัง  รวมทั้ง​​การลดต้นทุนในแต่ละธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้เอสซีจีมีความเข้มแข็งมากขึ้น ​จากการปรับตัวฉับไวของธุรกิจเพื่อคงศักยภาพการแข่งขันท่ามกลางความท้าทาย&#8221;</em></p>
<p><strong>ประเมินผลกระทบสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p>สำหรับ <strong>สถานการณ์สงครามการค้าโลกจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ</strong> ที่รุนแรง ล่าสุด “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ได้ปรับลดประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจโลกปีนี้เหลือเพียง 2.8% ปัจจัยสำคัญมาจากการลดประมาณการ GDP ลงเกือบทุกประเทศ สำหรับ GDP ประเทศไทย ปรับลดลงเหลือ 1.8%</p>
<p><strong>ทั้งนี้ เอสซีจี ได้ประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากสงครามการค้าโลก</strong> พบว่า</p>
<p><strong>1.) </strong><strong>ผลกระทบทางตรง</strong>  ต่อเอสซีจี มีเล็กน้อย เนื่องจากในปี 2567 มีการส่งออกไปสหรัฐฯ เพียง 1% จากยอดขายรวมของเอสซีจี</p>
<p><strong>2.) </strong><strong>ผลกระทบทางอ้อม</strong> หากพ้นระยะที่สหรัฐฯ ประกาศชะลอการจัดเก็บภาษีนำเข้า 90 วัน กลุ่มประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อาจถูกเก็บอัตราภาษีที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อาจถูกเก็บอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 36% ตามที่สหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 2 เมษายน 2568 จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและโลกจะชะลอตัวรุนแรง การส่งออกระหว่างประเทศ รวมถึงการทะลักของสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาในประเทศไทย จะส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/6_Re-Infographic_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-68-กำไรดีขึ้น.jpg" alt="" width="800" height="1000" /></p>
<p><em>“สงครามการค้าได้สร้างแรงกดดันทั่วโลก แต่ยังมีโอกาสที่ซ่อนอยู่ เช่น แนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่ลดลง ผู้ผลิตปิโตรเคมีในจีนประสบปัญหาการจัดหาวัตถุดิบจากสหรัฐฯ ตลอดจนบางตลาดยังมีกำลังซื้อสูงสำหรับสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products &#8211; HVA Products) สินค้ากรีน (Green Products) และสินค้าคุณภาพ ราคาจับต้องได้ (Quality Affordable Products) <strong>เอสซีจี จึงยกระดับการปรับตัวให้เข้มข้นรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ด้วย </strong><strong>4 </strong><strong>กลยุทธ์</strong><strong>สำคัญ ได้แก่ </strong><strong>1.) </strong><strong>ลดต้นทุน</strong> <strong>แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก </strong><strong>2.</strong><strong>) </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้าให้รองรับความต้องการตลาดทุกระดับ </strong><strong>ทั้ง </strong><strong>“</strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง สินค้ากรีน </strong><strong>และ</strong><strong>สินค้าคุณภาพ </strong><strong>ราคาจับต้องได้​ </strong><strong>3.</strong><strong>) </strong><strong>บุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง และ</strong><strong> 4.</strong><strong>) </strong><strong>สร้างความได้เปรียบโดยส่งออกจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน </strong><strong>ประกอบกับ</strong><strong>มาตรการเสริมความเข้มแข็งทางการเงิน</strong><strong>ที่ทำต่อเนื่องอย่างได้ผล</strong> ทำให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะสามารถฝ่าความท้าทายจากสงครามการค้าโลกได้อย่างทันท่วงที” คุณธรรมศักดิ์ กล่าว </em></p>
<p><strong>วาง 4 </strong><strong>กลยุทธ์ </strong><strong>รับมือสงครามการค้าโลก </strong></p>
<p>ผลกระทบจากการปะทุของสงครามการค้า ที่ทำให้เศรษกิจหดตัว กำลังผลิตลดลง และมีสินค้าทะลักเข้ามาในตลาดมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันในวิกฤตที่เกิดขึ้น ยังมองเห็น​โอกาส ทั้งจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง  ทำให้ส่วนต่าง​ราคาในกลุ่มเคมิคัลขยับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกัน ในสถานการณ์นี้ จะสร้างโอกาสให้สินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ เป็นโอกาสของสินค้าที่เป็น Specialty มีความต่าง มีคุณภาพ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องสามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น เป็นโอกาสในการขยายเซ็กเม้นต์ใหม่ในตลาดที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งคุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะที่สินค้าในกลุ่ม Mass หรือ  Commodity ที่สามารถถูกทดแทนได้ อาจต้องมีการปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น</p>
<p><strong>สำหรับการปรับตัวของทุกกลุ่มธุรกิจในเอสซีจี เพื่อรับมือภาวะส​งครามการค้า ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบได้ชัดเจนมากขึ้น ในช่วงไตรมาส 3 หรือ ไตรมาส 4  มีการยกระดับกลยุทธ์ที่ได้ขับเคลื่อนมาก่อนหน้าทั้งการลดต้นทุน การขยายพอร์ตสินค้า การหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงเพิ่มเติม รวมทั้งการสร้างโอกาสจากความหลากหลายของฐานผลิตทที่กระจายอยู่ทั่วอาเซียน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษี โดยมีรายละเอียดในแต่ละกลยุทธ์ ดังต่อไปนี้  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/9_Robotic-กลับโครงสร้างเพื่อติดตั้งฝ้า-พื้น.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. </strong><strong>ลดต้นทุน แข่งขันกับผู้ผลิตระดับโลก</strong> เพื่อรับมือสินค้าราคาถูกจากประเทศอื่นที่อาจเข้ามาแข่งขัน โดยเฉพาะในจีน ทำให้เราต้องสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก โดยเฉพาะการนำหุ่นยนต์มาช่วยและขยายสเกลเพื่อให้สามารถต้านทานการค้าโลกได้​ คนที่สามารถควบคุมต้นทุนได้ จึงจะสามารถแข่งขันได้ โดยเอสซีจีมีการปรับตัวด้วยวิธีการ ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; ลดต้นทุนการผลิต </strong><strong>(Operation Cost) </strong><strong>โดยควบรวมไลน์การผลิต ปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน โดย</strong><strong>เพิ่มการ</strong><strong>ใช้ </strong><strong>Robotic </strong><strong>Automation</strong> เช่น <strong>เอสซีจี ไฮม์</strong> <strong>ใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะ</strong>ประกอบบ้านโมดูลาร์ทนแผ่นดินไหวอย่างแม่นยำ และ <strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong> ผลิตสุขภัณฑ์ COTTO <strong>ใช้เครื่องหล่อแรงดันสูงและระบบพ่นสีเคลือบอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์</strong> <strong>ให้ขึ้นรูปสุขภัณฑ์ได้รวดเร็ว </strong>สีเรียบเนียนสม่ำเสมอ<strong> และใช้เทคโนโลยีการประมวลภาพ</strong><strong>(</strong><strong>Image Processing</strong><strong>)</strong> ช่วยตรวจวิเคราะห์คุณภาพสินค้าอย่างแม่นยำ เพื่อความมั่นใจในมาตรฐานก่อนส่งถึงมือลูกค้า</p>
<p><strong>&#8211; ลดต้นทุนการบริหารจัดการ (</strong><strong>Admin Cost) โดยเพิ่มการใช้ </strong><strong>AI</strong> <strong>ปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร</strong> เช่น ใช้ AI ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการคาดการณ์ความผิดปกติของเครื่องจักรก่อนเกิดความเสียหาย (Predictive Maintenance)</p>
<p><strong>&#8211; ปรับลดเงินทุนหมุนเวียน </strong><strong>(Working Capital) </strong><strong>ตลอดห่วงโซ่อุปทาน</strong> ส่งผลให้สามารถลดหนี้สินสุทธิลงเหลือ 290,504 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 และเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ</p>
<p><strong>&#8211; เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด </strong>โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) และพลังงานทางเลือก (Alternative Fuel) <strong>ในกระบวนการผลิต เพื่อเสริมประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขัน และรักษ์โลก โดย</strong>ในไตรมาส 1 ปี 2568 <strong>เอสซีจี ใช้</strong>พลังงานทางเลือก<strong>ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น </strong><strong>44%</strong> ของเชื้อเพลิงทั้งหมด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/10_SCG-Solar-Roof-Solutions.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p><strong>2. </strong><strong>ขยายพอร์ตสินค้าให้รองรับความต้องการตลาดทุกระดับ </strong></p>
<p>&#8211; พัฒนา <strong>“</strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูงและสินค้ากรีน</strong><strong>” (HVA Products &amp; Green Products)</strong> ให้ตอบโจทย์ตลาด เช่น <strong>กระเบื้องเกรซพอร์ซเลนขนาดใหญ่</strong><strong>,</strong> <strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ</strong> ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็น Gen 3 ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนฯ ได้ประมาณ 40% ตั้งเป้าจำหน่ายในกลุ่มสินค้าปูนตกแต่งในไตรมาสที่ 4 ปี 2568, <strong>กลุ่มสินค้าหลังคา ผนังและพื้นตกแต่ง </strong>ที่ใช้เทคโนโลยี Digital Printing พร้อม UV Coating เคลือบผิวทนทาน กันเชื้อรา และ<strong>หลอดฉีดยาและเข็มฉีดยา</strong> ที่เอสซีจีพี ผสานความร่วมมือกับ Once Medical Company Limited</p>
<p>&#8211; เพิ่ม <strong>“</strong><strong>สินค้า</strong><strong>คุณภาพ ราคาจับต้องได้</strong><strong>” (Quality Affordable Products)</strong> ที่มีความต้องการสูง ทำกำไรทันที เช่น <strong>เอสซีจี โซลาร์รูฟ</strong> ที่ผลิตไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ และมีหลายแพ็กเกจราคาให้เลือก, <strong>หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น </strong><strong>Celica Curve</strong> ที่คุ้มค่า ทนทาน สีสวยติดทนกว่าด้วยเนื้อเซรามิก, <strong>กระเบื้องคอนกรีตปูพื้นทางเดิน เอสซีจี</strong> ที่มีดีไซน์และลายยอดนิยม แข็งแรงทนทาน ใช้ในงานออกแบบได้หลากหลาย และ <strong>ท่อ</strong><strong> PVC </strong><strong>เกษตร </strong>ที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการของเกษตรกร</p>
<p><strong>3. </strong><strong>บุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง </strong>โดยขยายการส่งออกสินค้า เช่น ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ กระเบื้องคอนกรีตสมาร์ทบอร์ด กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อาหาร ไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและความต้องการ เช่นประเทศที่ปรับตัวและได้ประโยชน์จากสงครามการค้า โดยใช้เครือข่ายของธุรกิจต่าง ๆ ของเอสซีจีที่มีอยู่ทั่วโลก</p>
<p><strong>4. </strong><strong>สร้างความได้เปรียบโดยส่งออกจากฐานการผลิตที่หลากหลายในภูมิภาคอาเซียน </strong>โดยสลับฐานการผลิตและส่งออกจากประเทศที่มีอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต่ำกว่า ฐานการผลิตที่หลากหลายซึ่งเป็นจุดแข็งของเอสซีจีจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันท่วงที <strong>เช่น </strong><strong>บรรจุภัณฑ์ของเอสซีจีพี ที่มีฐาน</strong><strong>การผลิตและส่งออกได้จากทั้งไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วน</strong><strong>ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ และ</strong><strong>กระเบื้อง</strong><strong>เกรซพอร์ซเลน </strong><strong>สามารถผลิตและส่งออกได้จากทั้งไทย และเวียดนาม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/7_Re-Infographic_4-กลยุทธ์-SCG-สู้ศึกสงครามการค้า.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้สงครามการค้ายังมีความไม่แน่นอน และอุปสงค์เคมีภัณฑ์ชะลอตัว แต่ <strong>เอสซีจีซี</strong> คาดว่าจะได้รับอานิสงส์บวกจากราคาน้ำมันโลกที่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเคมีภัณฑ์ลดลง เอสซีจีซี จึงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการเชิงรุก ได้แก่ 1.) ลดต้นทุนบริหารอย่างต่อเนื่อง 2.) เพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งเตรียมความพร้อมของโครงการลองเซินปิโตรเคมิคอลส์ ที่ประเทศเวียดนาม (LSP) ให้กลับมาเดินเครื่องได้เมื่อสถานการณ์เหมาะสม และ 3.) เร่งพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง พร้อมขยายธุรกิจสินค้ากรีน และดิจิทัล โซลูชัน เช่น DRS by Repco NEX</p>
<p><strong><em>คุณธรรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า </em></strong>“เอสซีจีเล็งเห็นถึงความท้าทายที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจฐานราก และได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์สงครามการค้าโลก จึงพร้อมเปิดบ้านสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ถ่ายทอดความรู้ เสริมศักยภาพ และช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ ผ่านโครงการ ‘<strong>Go Together’</strong> ที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะครบเป้าหมายเฟสแรก 1,200 คนในเดือนพฤษภาคมนี้ รวมถึงโครงการ ‘NZAP’ ที่มีผู้เข้าร่วมแล้ว 106 ราย ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนซึ่งกันและกันนี้ เราจะสามารถก้าวข้ามความท้าทายครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน”</p>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="6vqg7-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="6vqg7-0-0"><span data-offset-key="6vqg7-0-0">อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการขับเคลื่อนธุรกิจผ่านแนวคิด <strong>Inclusive Green Growth</strong> ของเอสซีจี จะไม่เป็นอุปสรรคในการเติบโต รวมทั้งเป้าหมายในการบรรลุ Net Zero ​ที่ได้วางไว้ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนแบบ Practical เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพได้จริง และยิ่งเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเอสซีจี​เพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก เป็นการทำให้ธุรกิจมีความแตกต่าง ขณะที่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ หรือสินค้ารีไซเคิล เป็นที่ต้องการในหลายประเทศ และเป็นตลาดที่เอสซีจี​​เข้มแข็ง </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="3a0qu-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="3a0qu-0-0"><span data-offset-key="3a0qu-0-0"> </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="606i9-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="606i9-0-0"><span data-offset-key="606i9-0-0">&#8220;การที่เรามุ่งขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่เราต้องทำ และเราทำด้วยเหตุผล ทำด้วยสติ เพราะเป็นจุดที่ทำให้เรามีความแตกต่าง ซึ่งเราจะยังมุ่งมั่นทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพื่อถ้วยรางวัล แต่เป็นการทำเพื่อความยั่งยืน&#8221; คุณธรรมศักดิ์ ​กล่าวทิ้งท้าย </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="53nt1" data-offset-key="91l7u-0-0"></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/scg-first-quarter-2025-and-move-forward-strategy/">เอสซีจี ไตรมาสแรก​ กำไรทุกธุรกิจ​ พร้อมเดินต่อ 4 กลยุทธ์ สู้สงครามการค้าโลก ทั้งลดต้นทุน ขยายพอร์ตสินค้า ​บุกตลาดใหม่ และสร้างความได้เปรียบจากการมีหลายฐานผลิตในอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เวที  ESG Symposium 2024  ยื่น 4 ข้อเสนอ ใช้ &#8216;มาตรการรัฐ&#8217; หนุน​เปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมขยายผล &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/esg-symposium-2024-present-4-proposals-to-the-government/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Sep 2024 12:26:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive]]></category>
		<category><![CDATA[PPP]]></category>
		<category><![CDATA[Public-Private-People Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ จันทรรวงทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29329</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลพร้อมผลักดันข้อเสนอเร่งเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพิ่มโอกาส ชีวิตดี เศรษฐกิจโต สิ่งแวดล้อมยั่งยืน หลังรัฐ&#8211;เอกชน&#8211;ประชาสังคม กว่า 3,500 คน ร่วมแสดงพลังและระดมสมองในงาน ESG Symposium 2024 มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ เป็นพื้นที่ทดลองสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ โดยเร่งเดินหน้า 4 แนวทาง ได้แก่ ปลดล็อกกฎหมายและข้อกำหนด ผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว หนุนการปรับตัว เสริมศักยภาพ SMEs รัฐบาลเชื่อมั่นพลังความร่วมมือจะขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะตัวแทนจากฟากรัฐบาล เข้าร่วม​งาน ‘ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส’ พร้อมรับฟังข้อเสนอร่วม-เร่ง-เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ จากการระดมความคิดทุกภาคส่วน คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ทุกภาคส่วน​​กว่า 3,500 คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/esg-symposium-2024-present-4-proposals-to-the-government/">เวที  ESG Symposium 2024  ยื่น 4 ข้อเสนอ ใช้ &#8216;มาตรการรัฐ&#8217; หนุน​เปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมขยายผล &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลพร้อมผลักดันข้อเสนอ</strong><strong>เร่งเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพิ่มโอกาส ชีวิตดี เศรษฐกิจโต สิ่งแวดล้อมยั่งยืน</strong> <strong>หลัง</strong><strong>รัฐ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>เอกชน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ประชาสังคม กว่า </strong><strong>3,500 </strong><strong>คน ร่วมแสดงพลังและระดมสมองในงาน </strong><strong>ESG Symposium 2024 </strong><strong>มุ่ง</strong><strong>เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ </strong><strong>‘</strong><strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong><strong>’ เป็นพื้นที่ทดลองสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ </strong></p>
<p><span id="more-29329"></span></p>
<p><strong>โดยเร่งเดินหน้า </strong><strong>4 </strong><strong>แนวทาง</strong><strong> ได้แก่ </strong><strong>ปลดล็อกกฎหมายและ</strong><strong>ข้อกำหนด</strong><strong> ผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว หนุนการปรับตัว </strong><strong>เสริมศักยภาพ </strong><strong>SMEs รัฐบาล</strong><strong>เชื่อมั่นพลังความร่วมมือจะ</strong><strong>ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ</strong></p>
<p><strong>คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง</strong> <strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม </strong>ในฐานะตัวแทนจากฟากรัฐบาล เข้าร่วม​งาน <strong>‘ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส’ </strong>พร้อมรับฟังข้อเสนอร่วม-เร่ง-เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ จากการระดมความคิดทุกภาคส่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29332 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ทุกภาคส่วน​​กว่า 3,500 คน ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนได้ร่วมแสดงพลังและระดมสมองเพื่อหาแนวทางร่วม-เร่ง-เปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ต่อเนื่องจากการขับเคลื่อนในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม สะท้อนว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน จากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์  เช่น <strong>ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่</strong>ม ด้วยการส่งเสริมการปลูกหญ้าเนเปียร์กว่า 100 ไร่ เพื่อนำมาแปรรูปสร้างพลังงานทดแทนได้กว่า 2,100 ตัน สร้างรายได้มากกว่า 2.5 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 2,500 ตันคาร์บอน รวมทั้งการ<strong>ยกระดับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศไทยให้เป็นปูนคาร์บอนต่ำ</strong> ช่วย​เพิ่มสัดส่วนการใช้ปูนคาร์บอนต่ำจนถึงปัจจุบันได้กว่า 80% ลดกาารปล่อยคาร์บอนได้ 1.17 ล้านต้นคาร์บอน เพื่อเป้าหมายต่อไปคือ​ การเปลี่ยนผ่านอุตสหกรรมปูนซีเมนต์ของประเทศไทยให้เป็นประเทศแรกของเอเชีย ในการยกเลิกการใช้ปูนพอร์ตแลนด์แบบเดิมที่มีคาร์บอนสูงทั้งหมด ภายในปี 2568 รวมทั้งความร่วมมือภายในเครือข่านเพื่อ​ยกระดับนวัตกรรมรีไซเคิล เพื่อสร้างรายได้ตามกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>ในงาน ‘ESG SYMPOSIUM 2024: Driving Inclusive Green Transition ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส’ ครั้งนี้ จึงได้สรุปเป็นแนวทางนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น ผ่าน 2 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย</p>
<p>1.) การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมกับผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>2.) ใช้ ‘สระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย เป็นพื้นที่ทดลองแก้ปัญหาข้อติดขัด ทั้งในเชิงนโยบาย ระบบอุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ควบคู่กับการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29334 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมได้​สรุป​ 4 ข้อเสนอ ที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจังและเร่งด่วน  ดังนี้</p>
<p><strong><u>1. ปลดล็อกกฎหมายและข้อกำหนด (</u></strong><strong><u>Law &amp; Regulations)</u></strong> โดย <strong>เร่งเปิดเสรีซื้อ</strong>&#8211;<strong>ขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด </strong>ด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงพลังงานสะอาดง่ายขึ้น สำหรับโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ที่หลายฝ่ายยังกังวลเรื่องความไม่เสถียร ควรกำหน​ดให้ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า เพื่อสร้างความมีเสถียรภาพในระบบได้มากขึ้น โดยรัฐบาลอาจมีส่วนสนับสนุนการลงทุน ​รวมทั้ง​การ <strong>จัดทำกฎหมายแม่บทว่าด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong>ครอบคลุมทั้งระบบ กระตุ้นการบริโภคอย่างยั่งยืน ส่งเสริมผู้ผลิตออกแบบผลิตภัณฑ์โดยใช้วัสดุทดแทนหรือวัสดุรีไซเคิล และจัดการของเสีย กำหนดมาตรการจูงใจ เช่น ลดภาษีหรือเงินสนับสนุน รวมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน <strong>ส่งเสริมนโยบาย </strong><strong>‘</strong><strong>Green Priority’</strong> ให้ความสำคัญกับการใช้สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยภาครัฐนำร่องจัดซื้อ จัดจ้าง เพื่อส่งเสริมการใช้สินค้ากรีนและสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของประเทศให้มีเข้มแข็ง</p>
<p><strong><u>2. ผลักดันการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว </u></strong><strong><u>(Green Finance)</u></strong> โดย<strong>สนับสนุนงบประมาณพัฒนาบุคลากรของผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถขึ้นทะเบียนคาร์บอน</strong> ที่เป็นมาตรฐานสากล และจัดตั้งหน่วยงานในประเทศให้สามารถรับรองมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำคาร์บอนเครดิต เพื่อนำไปขอเงินทุนสีเขียว โดยเอสซีจีพร้อมเป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนให้ SME และเป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ</p>
<p><strong><u>3. พัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว</u></strong> <strong><u>(Technology &amp; Green Infrastructure)</u></strong> โดยการ <strong>สนับสนุนการใช้และพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบต่าง ๆ</strong> เช่น แบตเตอรี่กักเก็บความร้อน (Heat Battery) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน <strong>ปรับปรุงโครงสร้างและผลักดันการใช้โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</strong> เช่น นำพื้นที่ว่างมาใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานสะอาด และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งไฟฟ้าให้เพียงพอกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด นอกจากนี้​ควร <strong>เร่งปรับปรุงระบบขนส่งสีเขียวครบวงจร</strong> ให้ใช้พลังงานสะอาดและประหยัดพลังงาน ลดต้นทุน ลดเวลา เช่น ใช้ระบบวิเคราะห์เส้นทาง วิเคราะห์การบรรทุกสินค้าที่เหมาะสม ตลอดจน <strong>เพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ </strong>ส่งเสริมการแยกขยะเปียกและขยะแห้ง เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในการรีไซเคิลได้ ​รวมทั้ง​จัดตั้งศูนย์คัดแยกและจัดการขยะที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม เช่น เทคโนโลยีการคัดแยก ระบบบำบัดและจัดการขยะเหลือทิ้ง</p>
<p><strong><u>4. สนับสนุนการปรับตัว</u></strong><strong><u> เสริม</u></strong><strong><u>ศักยภาพการแข่งขัน </u></strong><strong><u>SMEs</u></strong> <strong>พัฒนาศักยภาพบุคลากร (Re-skil, Up-skill) ให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดต้นทุน</strong> <strong>ส่งเสริมการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้</strong> เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์อัตโนมัติ (Automation) และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/4-ข้อเสนอเร่งเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ-จากงาน-ESG-Symposium-2024.jpeg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“ข้อเสนอดังกล่าวจะเห็นผลเป็นรูปธรรมและเหมาะสมกับบริบทประเทศไทยยิ่งขึ้น หากรัฐบาลสนับสนุนการเดินหน้า <strong>‘</strong><strong>สระบุรีแซนด์บ็อกซ์</strong><strong>’ </strong>ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน (Public–Private–People Partnership) และนำทั้ง 4 ข้อเสนอมาปฏิบัติในพื้นที่จริง ซี่งจะทำให้เห็นโอกาสและข้อจำกัด แนวทางแก้ไข โดยรัฐบาลส่งเสริมกระจายอำนาจการตัดสินใจและการดำเนินงานสู่หน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อลดขั้นตอนและความไม่ชัดเจนในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนทุกด้านมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น และจะเป็นโอกาสขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคต”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29333 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/นายประเสริฐ-จันทรรวงทอง-รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณ​ประเสริฐ </strong><strong> </strong>กล่าวว่า <em>“ข้อเสนอในวันนี้ รัฐบาลจะรับไป สิ่งใดที่สามารถทำได้จะประสานงานโดยเร็ว สิ่งใดต้องการความร่วมมือกับส่วนที่เกี่ยวข้อง ​ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความรู้กัน นอกจากสิ่งที่รัฐจะทําแล้ว ภาคธุรกิจเองจะต้องปรับตัว แสวงหาโอกาส และเสริมสร้างขีดความสามารถในการตอบสนองต่อเป้าหมาย Net Zero โดยบูรณาการมาตรการเพื่อความยั่งยืน หรือ ESG เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ ส้รางสังคมที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน เราทุกคนจะร่วมกันเปลี่ยนความท้าทาย แรงกดดัน และข้อจํากัด เป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในทุกมิติ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน คือหัวใจแห่งความสําเร็จ รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนทุก ๆ นโยบายสําคัญ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยไปสู่การเจริญเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/esg-symposium-2024-present-4-proposals-to-the-government/">เวที  ESG Symposium 2024  ยื่น 4 ข้อเสนอ ใช้ &#8216;มาตรการรัฐ&#8217; หนุน​เปลี่ยนผ่านไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมขยายผล &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG ส่งการบ้าน ESG Symposium ครบรอบปี เช็คเข็มไมล์ &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ​ เปลี่ยนผ่านปรับตัวกู้โลกเดือด เพิ่มโอกาส SMEs</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/scg-check-1st-year-esg-symposium-and-direction-to-move-forward/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Sep 2024 12:51:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Driving Inclusive Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Hydraulic Cement]]></category>
		<category><![CDATA[Just Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Saraburi Sandbox]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging Value Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Technology for Decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[การก่อสร้างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยา]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิค]]></category>
		<category><![CDATA[ร่วม-เร่ง-เปลี่ยน ไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โลกเดือด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29077</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี รายงานผลการขับเคลื่อนในรอบปีแรก หลังรับข้อเสนอจากงาน ESG Symposium 2023 พร้อม​ผนึกกำลังทุกภาคส่วนทั้ง รัฐ&#8211;เอกชน&#8211;ประชาสังคม เพื่อรวมพลัง “ร่วม-เร่ง-เปลี่ยน ไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” โดยการทำงานเน้นการประสานงานจากทุกฝ่าย ​​ปรับวิธีคิด “ทำงานแบบบูรณาการ” ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน สื่อสารตรงไปตรงมา และลุยหน้างานจริง ช่วยปลดล็อค เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตาม 4 ข้อเสนอที่ได้รับโจทย์ไป ประกอบด้วย  1. การ​สร้าง “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทยให้เกิดขึ้นจริง  เพื่อส่งเสริมการก่อสร้างสีเขียวด้วยปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ 2. การขับเคลื่อน Circular Economy โดยความร่วมมือจากภาค​เอกชน มุ่งเน้นการจัดการแพคเกจจิ้งใช้แล้วผ่านโครงการรีไซเคิลแบบ Closed-Loop 3. การขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดและยั่งยืน และ 4. การสนับสนุน SMEs เพิ่มโอกาสเข้าถึงความรู้เปลี่ยนธุรกิจสู่คาร์บอนต่ำ ผ่านโครงการ Go Together  พร้อมประกาศเดินหน้า เร่งเครื่องต่อในปี​นี้จากทุกภาคส่วนกว่า 3,500 คน เพื่อรวมพลังเร่งเปลี่ยนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่องในปีที่ 2 กับ ESG Symposium 2024 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scg-check-1st-year-esg-symposium-and-direction-to-move-forward/">SCG ส่งการบ้าน ESG Symposium ครบรอบปี เช็คเข็มไมล์ &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ​ เปลี่ยนผ่านปรับตัวกู้โลกเดือด เพิ่มโอกาส SMEs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี รายงานผลการขับเคลื่อนในรอบปีแรก หลังรับข้อเสนอจากงาน ESG Symposium 2023 พร้อม​</strong><strong>ผนึกกำลังทุกภาคส่วนทั้ง</strong><strong> รัฐ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>เอกชน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ประชาสังคม เพื่อรวมพลัง “ร่วม-เร่ง-เปลี่ยน ไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ” </strong></p>
<p><span id="more-29077"></span></p>
<p><strong>โดยการทำงานเน้นการประสานงานจากทุกฝ่าย ​​ปรับวิธีคิด “ทำงานแบบบูรณาการ” ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน สื่อสารตรงไปตรงมา และลุยหน้างานจริง ช่วยปลดล็อค เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตาม </strong><strong>4 </strong><strong>ข้อเสนอที่ได้รับโจทย์ไป ประกอบด้วย </strong></p>
<p><strong>1. การ</strong><strong>​สร้าง “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทยให้เกิดขึ้นจริง  เพื่อส่งเสริมการก่อสร้างสีเขียวด้วยปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ 2. การขับเคลื่อน Circular Economy โดยความร่วมมือจากภาค​</strong><strong>เอกชน มุ่งเน้นการจัดการแพคเกจจิ้งใช้แล้วผ่านโครงการรีไซเคิลแบบ </strong><strong>Closed-Loop</strong><strong> 3. การขับเคลื่อนด้านพลังงานสะอาดและยั่งยืน และ </strong><strong>4. การสนับสนุน </strong><strong>SMEs </strong><strong>เพิ่มโอกาสเข้าถึงความรู้เปลี่ยนธุรกิจสู่คาร์บอนต่ำ ผ่านโครงการ </strong><strong>Go Together</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>พร้อมประกาศเดินหน้า เร่งเครื่องต่อในปี​นี้จากทุกภาคส่วนกว่า </strong><strong>3,500 </strong><strong>คน เพื่อรวมพลังเร่งเปลี่ยนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่องในปีที่ 2 กับ </strong><strong>ESG Symposium 2024 </strong><strong>วันที่ </strong><strong>30 </strong><strong>กันยายนนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29078 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1-ปีความคืบหน้า-ร่วมเร่งเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> กล่าวว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนร่วมือกันเพื่อ <strong>​เร่งเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</strong> ​จากจุดเริ่มต้นในการระดมสมองผู้เกี่ยวข้องกว่า 500 คน ในงาน ESG Symposium 2023 ออกมาเป็นข้อเสนอ 4 แนวทางในการกู้วิกฤติโลกเดือด ซึ่งในแต่ละแนวทางมีการขับเคลื่อนในหลายกิจกรรม และมีความคืบหน้าที่สำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>การสร้างต้นแบบ &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217;</strong> : ภาพรวมส่วนใหญ่ขับเคลื่อนไปตามแผนเป็นอย่างดี ทั้งการสร้างพื้นที่สีเขียวผ่าน <strong>เครือข่ายป่าชุมชน</strong> 38 แห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตชุมชน ต่อยอดสู่<strong>การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์</strong> , การสร้างอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศให้เป็น<strong>ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ </strong>แทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์แบบดั้งเดิม, การจัดการวัสดุเหลือใช้ โดยผลักดันการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ​ผ่าน<strong>โครงการธนาคารขยะ ถังขยะเปียกลดโลกร้อน</strong> และการขยายผล <strong>“ตาลเดี่ยวโมเดล” </strong>รวมทั้งโครงการที่ยังต้องขับเคลื่อนต่อเนื่องตามแผน เช่น ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านการปลดล็อก​การใช้พื้นที่ภาครัฐเพื่อมาผลิตเป็นพลังงานสะอาด ด้วยการติดตั้ง <strong>Solar Carport</strong> ที่ศูนย์ราชการ จ.สระบุรี ก่อนขยายผลสู่หน่วยงานอื่นต่อไป  และด้านเกษตรคาร์บอนต่ำ ด้วยการสนับสนุนการ​ทำ <strong>นาเปียกสลับแห้ง</strong> ลดใช้น้ำ ใช้ปุ๋ย และลดคาร์บอน โดยจะเพิ่มแรงจูงใจเพื่อให้มีเกษตรกรขับเคลื่อนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีนำร่องแล้ว 50 ไร่ โดยตั้งเป้าขยายผลเพิ่มให้ได้ 1,000 ไร่ หรือต้องเพิ่มอีกราว 20 เท่า รวมทั้ง​การส่งเสริมการปลูก <strong>หญ้าเนเปียร์</strong> เพื่อแปรรูปเป็นพลังงานทดแทน เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้เกษตรกร</p>
<figure id="attachment_29086" aria-describedby="caption-attachment-29086" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-29086 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-29086" class="wp-caption-text"><em>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</em></figcaption></figure>
<p><strong>การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน :</strong> ​เกิดความร่วมมือในการผลักดันกันเป็นอย่างดีภายในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ เพื่อขับเคลื่อนกฏหมายเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว (EPR) รวมทั้งการร่วมมือกันของภาคเอกชนในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เช่น <strong>โครงการเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก</strong> ซึ่งเป็นการจับมือระหว่างโฮมโปรและเอสซีจีซี เป็นตัวอย่างการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ามารีไซเคิลแบบ Closed-Loop ขณะเดียวกันยังพบปัญหาในหลายภาคส่วนเช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ยังไม่มีข้อกฏหมายรองรับการเก็บกลับซากรถยนต์หรือขาดเทคโนโลยีในการช่วยแยก หรือรีไซเคิลซากรถยนต์  ​</p>
<p><strong>การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน :</strong> ถือเป็นกลุ่มที่ยังมีความท้าทายในระดับสูง โดยในส่วนการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน มุ่งขับเคลื่อนผ่านการปรับปรุงหรือเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนในการดำเนินการ  เช่นเดียวกับในส่วนของระบบกักเก็บพลังงาน ที่ยังขาดผู้ลงทุน เพราะเทคโนโลยีมีราคาสูง และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีเพียงแผนงานขยายโครงข่าย 1,000 เมกะวัตต์ แต่ยังไม่มีกำหนดเวลา​</p>
<p><strong>การสนับสนุน SMEs :​</strong> ด้านการส่งเสริมความรู้ SMEs เปลี่ยนธุรกิจสู่คาร์บอนต่ำ ผ่าน<strong>โครงการ </strong><strong>Go Together</strong> ถือว่าประสบความสำเร็จ โดยรุ่นแรกมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน จากทั้งหมด 20 รุ่นทั่วประเทศ ตามแผนปี 2567-2568 ตั้งเป้าส่งต่อความรู้สู้โลกเดือดให้ SMEs 1,200 คน  ส่วนการสนับสนุนในการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการเข้าถึงแหล่งทุนยังคงเป็นความท้าทาย โดยที่ผ่านมา มีเม็ดเงินด้าน Green Finance ที่มาสู่กลุ่ม SMEs เพียง 3,000 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าเป็นจำนวนที่น้อย ​โดยคาดว่าจะสามารถขับเคลื่อนได้เพิ่มมากขึ้นในปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29079 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/3-หัวใจหลัก-ทำงานแบบบูรณาการ.jpg" alt="" width="552" height="690" /></p>
<p><em>&#8220;ความคืบหน้าข้างต้นเกิดขึ้นได้จากการปรับวิธีคิด เน้น<strong>ทำงานแบบบูรณาการ</strong><strong> (Open Collaboration</strong><strong>)</strong> มี 3 หัวใจหลัก <strong>1</strong><strong>)</strong><strong> เป้าหมายร่วมกัน (</strong><strong>Same Goal</strong><strong>)</strong> คือเปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำตาม NDC Roadmap (แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ)  <strong>2</strong><strong>) แบ่งปันสื่อสาร</strong><strong> (Open Communication)</strong> พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ตรงไปตรงมา เพื่อปลดล็อคข้อจำกัดต่าง ๆ ที่พบระหว่างการทำงาน  <strong>3</strong><strong>) ลงหน้างานจริง </strong><strong>(Hands-on)</strong> ให้เข้าใจสถานการณ์ ข้อจำกัด และความต้องการของอีกฝ่าย แล้วนำมาปรับวิธีทำงานให้ตอบโจทย์เป้าหมายร่วมกันได้ดีที่สุด ช่วยให้งานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น  หลังจากนี้ทุกภาคส่วนยังคงเดินหน้าเร่งขับเคลื่อนทุกโครงการ เพื่อให้สังคมคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย&#8221;</em></p>
<p><strong>คุณบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี </strong>กล่าวว่า <em>“การเปลี่ยนจังหวัดสระบุรี เมืองอุตสาหกรรมของประเทศให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย เป็นเรื่องท้าทายมาก แต่เราก็ทำได้ด้วยโมเดล PPP หรือ Public-Private Partnership ที่ทุกภาคส่วนเห็นเป้าหมายเดียวกัน และพร้อมขับเคลื่อนไปด้วยกัน เห็นชัดจากการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้จัดการวัสดุเหลือใช้ทั่วทั้งจังหวัด อาทิ <strong>โครงการธนาคารขยะ </strong>ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนชุมชนคัดแยกขยะครัวเรือนตั้งแต่ต้นทาง ปัจจุบันดำเนินการครบทั้ง 108 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกิดเป็นกองทุนธนาคารขยะ 123 กองทุน ขณะเดียวกันช่วยลดภาระงบประมาณการจัดเก็บและขนย้ายขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีกด้วย  <strong>โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน</strong> มีคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จำนวน 3,495 ตัน CO<sub>2</sub> เทียบเท่า สร้างรายได้ให้ชุมชนเกือบ 1 ล้านบาท  ขณะที่การส่งเสริม<strong>การปลูกพืชพลังงาน เช่น หญ้าเนเปียร์</strong> เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้ปลดล็อคด้วยการให้ความรู้แก่เกษตรกร เป็นตัวกลางเชื่อมให้ภาคอุตสาหกรรมมารับซื้อ สร้างความมั่นใจในด้านรายได้ให้เกษตรกร ปัจจุบันปลูกแล้วกว่า 100 ไร่ ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี คาดว่าสามารถแปรรูปเป็นพลังงานทดแทนได้ 2,100 ตัน สร้างรายได้ให้เกษตรกร 2.5 ล้านบาทต่อปี และยังลดการปล่อยคาร์บอนได้ 2,500 ตัน CO<sub>2 </sub>เทียบเท่า”</em></p>
<figure id="attachment_29080" aria-describedby="caption-attachment-29080" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-29080 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณบัญชา-เชาวรินทร์-ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-29080" class="wp-caption-text"><em>คุณบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย </strong><strong>(TCMA) </strong>กล่าวว่า <em>“ฐานกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ของประเทศกว่า 80% อยู่ที่สระบุรี ที่นี่จึงเป็นเสมือนบ้านของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เราจึงอยากพัฒนาบ้านของเราให้ดีขึ้น โดยร่วมกับทุกภาคส่วนเร่งเปลี่ยนสระบุรีให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย เริ่มจากพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิค : Hydraulic Cement) ที่ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิต และสนับสนุนให้ใช้ในโครงการก่อสร้างของภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำแทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ สูงถึงกว่า 80% ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 1,169,673 ตัน CO<sub>2</sub> (ข้อมูลสะสม มกราคม 2565 ถึงมีนาคม 2567) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงานตามเป้าหมายของ จ.สระบุรี <strong>โดยไทยตั้งเป้าเป็นประเทศแรกในเอเชียที่จะไม่มีปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ภายในปี 2568</strong> อีกทั้งมีแผนการใช้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำประเภทใหม่ๆ ที่ลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตได้มากขึ้น สำหรับแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย Princeton ซึ่งมีความชำนาญและเครื่องมือในการจัดทำแผน Energy Transition ของสหรัฐอเมริกา โดยร่วมกันประเมินเส้นฐาน (Baseline) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน และกำหนด Energy Roadmap ของ จ.สระบุรี รวมถึงประเมินแนวทางการใช้พื้นที่ของจังหวัดฯ​ ทำเป็น Solar PV พลังงานสะอาด เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน นอกจากนั้นควรเร่งพัฒนา Green Infrastructure รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศ โดยศึกษากระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของจีน ที่มีการแบ่งลำดับขั้นตามความพร้อมของแต่ละอุตสาหกรรม รวมถึงตัวอย่างของไต้หวันที่มีโครงสร้างไฟฟ้าแบบการประมูลรายวัน ปัจจุบันเรามีความร่วมมือกับทั้ง 2 ประเทศในการพัฒนา Grid Modernization ในสระบุรีแซนด์บ็อกซ์”</em></p>
<figure id="attachment_29081" aria-describedby="caption-attachment-29081" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-29081 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณชนะ-ภูมี-นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-29081" class="wp-caption-text"><em>คุณชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA)</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า <em>“โฮมโปรในฐานะผู้นำเรื่องบ้าน เล็งเห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนสินค้าในบ้าน แต่ไม่รู้วิธีจัดการสินค้าใช้แล้วที่ถูกต้อง จึงริเริ่มโครงการ Closed-Loop Circular Products ซึ่งเป็นการนำสินค้าที่ใช้งานแล้วจากลูกค้าโฮมโปร มาจัดการอย่างถูกวิธี โดยคัดแยกชิ้นส่วนที่สามารถนำไปรีไซเคิลใหม่ และได้ความร่วมมือจากพันธมิตรหัวใจสีเขียวอย่างเอสซีจีซี ที่มีเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนเหมือนกัน ช่วยพัฒนาสูตรพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงที่เรียกว่า Green Polymer เพื่อนำกลับมาผลิตอีกครั้งเป็นสินค้ารักษ์โลกให้กับลูกค้าโฮมโปร ปัจจุบันโฮมโปรมี Circular Products ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น พัดลม ไปจนถึงกระเบื้อง กล่องอเนกประสงค์ ถุงช้อปปิ้ง และอื่น ๆ ซึ่งการส่งเสริมให้เกิด Circular Products ด้วยระบบ Closed-Loop ถือเป็นภารกิจที่ตอบเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 ของโฮมโปรได้อย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<figure id="attachment_29083" aria-describedby="caption-attachment-29083" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-29083 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณวีรพันธ์-อังสุมาลี-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-โฮม-โปรดักส์-เซ็นเตอร์-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-29083" class="wp-caption-text"><em>คุณวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์จำกัด (มหาชน)</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย </strong>กล่าวว่า<em> “ความท้าทายของผู้ประกอบการรายย่อยไทยต่อจากนี้คือ การปรับธุรกิจให้เข้ากับกฎเกณฑ์ใหม่ที่เกิดจากประเด็นความห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป อาทิ Thailand Taxonomy มาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทย หรือ CBAM มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นเสมือนกำแพงทางการค้า  ธุรกิจที่ปรับตัวได้ก่อน จะก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าวและพาธุรกิจอยู่รอดได้เร็ว ดังนั้นสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจึงสนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงความรู้ มาตรฐานใหม่ ๆ เทคโนโลยีกระบวนการผลิตเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม แหล่งเงินทุนสีเขียวทั้งในและนอกประเทศสำหรับใช้ในการปรับธุรกิจ เน้นสร้างกลไกเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ เพิ่มโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากมาตรการต่าง ๆ ทั้งการเงิน ส่งเสริมความรู้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม การทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังต้องขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อช่วย SMEs ให้ร่วมยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืนด้วย”</em></p>
<figure id="attachment_29082" aria-describedby="caption-attachment-29082" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-29082 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณแสงชัย-ธีรกุลวาณิช-ประธานมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-29082" class="wp-caption-text"><em>คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย</em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า <em>“การเปลี่ยนสู่สังคมคาร์บอนต่ำไม่เพียงช่วยบรรเทาความรุนแรงของวิกฤตโลกเดือด แต่ยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจและประเทศ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจขาลง ตลาดแข่งขันสูงจากสินค้านำเข้าจากจีน การบังคับใช้มาตรการ CBAM ที่จะกระทบต่อภาคการผลิต นำเข้า และส่งออกผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอน เราจึงต้องเร่งเปลี่ยนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการสร้างความสามารถในการแข่งขันด้วยวิธีการอื่นๆ  ปีนี้ทุกภาคส่วนจึงร่วมกันจัดงาน ESG Symposium 2024 ภายใต้ธีม “<strong>Driving Inclusive Green Transition </strong><strong>ยิ่งเร่งเปลี่ยน ยิ่งเพิ่มโอกาส”</strong> โดยนำข้อเสนอจากการหารือระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 5 ด้านสำคัญ ได้แก่  <strong>1) Saraburi Sandbox </strong>โมเดลต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย<strong>  2) Circular Economy </strong>การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่าสูงสุด<strong>  3) Just Transition </strong>การสนับสนุนทรัพยากรแก่ภาคส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน <strong> 4) Technology for Decarbonization </strong>การพัฒนาเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์<strong>  </strong><strong>5) Sustainable Packaging Value Chain </strong>การจัดการแพคเกจจิ้งทั้งระบบอย่างยั่งยืน<strong>  </strong>มานำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อร่วม-เร่ง-เปลี่ยนไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำให้เร็วขึ้นกว่าเดิม”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29085 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/การหารือ-5-ด้านสำคัญในงาน-ESG-Symposium-2024.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>งาน <strong>ESG Symposium 2024 </strong>จัดขึ้นวันที่ 30 กันยายนนี้ ณ Hall 1 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 11.00-16.30 น. โดยมีวิทยากรระดับโลกร่วมแบ่งปันประสบการณ์และตัวอย่างที่หลากหลายในการเปลี่ยนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมชมนิทรรศการจำลองการใช้ชีวิตแบบโลว์คาร์บอน รับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ Facebook และ Youtube ของเอสซีจี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ <a href="http://www.scg.com" target="_blank" rel="noopener">www.scg.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scg-check-1st-year-esg-symposium-and-direction-to-move-forward/">SCG ส่งการบ้าน ESG Symposium ครบรอบปี เช็คเข็มไมล์ &#8216;สระบุรีแซนด์บ็อกซ์&#8217; ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ​ เปลี่ยนผ่านปรับตัวกู้โลกเดือด เพิ่มโอกาส SMEs</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เอสซีจี&#8217; เร่ง Climate Tech มุ่งทั้งลดและดูดกลับคาร์บอน ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ คือกุญแจ​กู้โลกเดือด เมื่อโลกเลยจุดเยียวยาตัวเอง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/scg-showcase-climate-tech-in-techsauce-global-summit-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Aug 2024 09:23:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Avantium]]></category>
		<category><![CDATA[Braskem]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC 3D Printing Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Negative Negative Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Net Positive]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[renewable chemistry]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[Techsauce]]></category>
		<category><![CDATA[Techsauce Global Summit 2024]]></category>
		<category><![CDATA[The World after Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[What's the Next Global Agenda]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปะการัง]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พอลิเมอร์คาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นลบ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28005</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เอสซีจีตั้งเป้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ Net Zero 2050 ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อไปถึงเป้าหมายในอีก 26 ปีข้างหน้า แต่สถานการณ์โลกเดือดที่ผ่านมาเป็นตัวบอกว่าต้องเร่งมือเพิ่มขึ้น ทั้งการลดและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีเทคโนโลยีและความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญ”   มุมมองของ คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ​บนเวทีเสวนา The World after Sustainability: What&#8217;s the Next Global Agenda ในงาน Techsauce Global Summit 2024 ​โดยมองว่า อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่สถานการณ์โลกเดือด และมีโอกาสที่อุณหภูมิจะยังคงสูงเพิ่มขึ้นแตะ 2.5 -3 องศาเซลเซียส กลายเป็นจุดพลิกผันของโลก​ ที่​ทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนไป ​ผืนป่าอาจเปลี่ยน​เป็น​ทะเลทราย สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับผลกระทบเกินกว่าที่โลกจะสามารถเยียวยาตัวเองได้อีกต่อไป ทุกคนจึงต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สังคม มีความสำคัญมากขึ้น และต้องทำควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์  บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีจึงเข้ามามีความสำคัญมากขึ้นในการช่วยตอบโจทย์ทั้งในมิติที่ช่วย​ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ​รวมไปถึงการดูดซับคาร์บอนที่ปล่อยออกมาแล้ว เพื่อช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ และดูแลสังคม ซึ่งการขับเคลื่อนต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scg-showcase-climate-tech-in-techsauce-global-summit-2024/">&#8216;เอสซีจี&#8217; เร่ง Climate Tech มุ่งทั้งลดและดูดกลับคาร์บอน ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ คือกุญแจ​กู้โลกเดือด เมื่อโลกเลยจุดเยียวยาตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“เอสซีจีตั้งเป้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ Net Zero 2050 ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเพื่อไปถึงเป้าหมายในอีก 26 ปีข้างหน้า แต่สถานการณ์โลกเดือดที่ผ่านมาเป็นตัวบอกว่าต้องเร่งมือเพิ่มขึ้น ทั้งการลดและดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมี<strong>เทคโนโลยีและความร่วมมือเป็นกุญแจสำคัญ</strong>”  </em></p>
<p><span id="more-28005"></span></p>
<p>มุมมองของ <strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </strong>​บนเวทีเสวนา<strong> The World after Sustainability: What&#8217;s the Next Global Agenda ในงาน Techsauce Global Summit 2024</strong> ​โดยมองว่า อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่สถานการณ์โลกเดือด และมีโอกาสที่อุณหภูมิจะยังคงสูงเพิ่มขึ้นแตะ 2.5 -3 องศาเซลเซียส กลายเป็นจุดพลิกผันของโลก​ ที่​ทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนไป ​ผืนป่าอาจเปลี่ยน​เป็น​ทะเลทราย สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับผลกระทบเกินกว่าที่โลกจะสามารถเยียวยาตัวเองได้อีกต่อไป ทุกคนจึงต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอดในโลกที่ไม่เหมือนเดิม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28009 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความท้าทายที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สังคม มีความสำคัญมากขึ้น และต้องทำควบคู่ไปกับการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์  บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีจึงเข้ามามีความสำคัญมากขึ้นในการช่วยตอบโจทย์ทั้งในมิติที่ช่วย​ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ​รวมไปถึงการดูดซับคาร์บอนที่ปล่อยออกมาแล้ว เพื่อช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ และดูแลสังคม ซึ่งการขับเคลื่อนต่างๆ ไม่สามารถจะทำได้เพียงลำพัง ดังนั้น การพัฒนาทั้งเทคโนโลยี รวมทั้งความร่วมมือ จึงถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ​</p>
<p>ทั้งนี้ เอสซีจี​​ให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี​​มาช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ​​​ เพื่อมีส่วน​สร้างการเปลี่ยนแปลงและร่วมส่งต่อโลกที่ยั่งยืน และผนึกความร่วมมือกับ​ทุกภาคส่วนเพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น  เช่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/4_นวัตกรรมบ้านปะการัง-จาก-CPAC-3D-Printing-Solution.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>การพัฒนาเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution</strong> มาสร้างสรรค์ <strong>‘</strong><strong>บ้านปะการัง</strong><strong>’ </strong>เพื่อช่วยดูแลระบบนิเวศทางท้องทะเลได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ทำให้ทรัพยากรและความอุดมสมบูรณ์ของปะการังเสื่อมโทรม โดยบ้านปะการังจากเทคโนโลยี CPAC 3D Printing Solution จะมีความคล้ายคลึงกับปะการังจริง กลมกลืนกับธรรมชาติ ​มีประสิทธิภาพในการลงเกาะและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนปะการัง ผลิตจากปูนซีเมนต์รักษ์โลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล แข็งแรง ทนทาน มุ่งฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กลับสู่ท้องทะเลไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/7_การพัฒนาพลาสติกชีวภาพ.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพรินท์เป็นลบ (Negative Carbon Footprint) เพื่อยกระดับการ​ลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น เช่น  SCGC (เอสซีจีซี) ร่วมกับ Avantium ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านเคมีทดแทน (Renewable Chemistry) จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาผลิต <strong>‘</strong><strong>พอลิเมอร์คาร์บอน</strong><strong>ฟุตพริ้นท์เป็นลบ</strong>’ ที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต รวมถึงสามารถย่อยสลายได้ทั้งในสภาวะธรรมชาติและในทะเล ​หรือความ​ร่วมมือกับ Braskem ผู้นำพลาสติกชีวภาพระดับโลก จากประเทศบราซิล ใช้จุดเด่นของประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรม นำผลิตผลจากภาคเกษตรมาพัฒนาเป็น <strong>‘</strong><strong>พลาสติกชีวภาพ</strong><strong>’</strong> พลาสติกรักษ์โลกคาร์บอนเป็นลบ และสามาร​ถรีไซเคิลได้เช่นเดียวกับพอลิเอทิลีนทั่วไป​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/5_SCGC-ร่วมกับ-Avantium-เปลี่ยน-CO2-เป็นพลาสติกรักษ์โลก.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>การพัฒนานวัตกรรม <strong>‘</strong><strong>ปูนคาร์บอนต่ำ</strong>’ ซึ่งทางเอสซีจีผลิตได้สำเร็จเมื่อหลายปีที่แล้ว ภายใต้ความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่​เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ธุรกิจ ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมเดียวกัน ลูกค้า และการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบ แต่ผลลัพธ์จากการพัฒนาครั้งนี้ สะท้อนได้อย่างชัดเจนจากสัดส่วนการใช้ปูนคาร์บอนต่ำของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นเป็นกว่า​ 70% ในปี 2566 และยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;<strong>วิกฤต​โลกเดือดที่เกิดขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนแค่เป้าหมาย Net Zero อาจไม่เพียงพออีกต่อไป จำเป็นต้องมองมิติของการฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปด้วย หรือการขับเคลื่อนตามหลัก Regenarative​ ที่ต้องทั้งลดทั้งดูดกลับคาร์บอน เพื่อไปสู่ Net Positive ได้ด้วย</strong> เช่น การดูแลฟื้นฟูดิน​ผ่านการส่งเสริมการทำนาเปียกสลับแห้งที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า หรือการใช้ปะการังเทียมเข้ามาช่วยดูแลระบบนิเวศในทะเล รวมทั้งการ​นำคาร์บอนในอากาศมาเปลี่ยนเป็นพลาสติกด้วยเทคโนโลยี CCUS เพื่อให้ได้พลาสติกคาร์บอนเป็นลบ และสามารถขับเคลื่อนได้ทั้ง Decarbonization และ Regeneration ควบคู่กันไป​​ รวมไปถึงการมีส่วนช่วยดูแลคนตัวเล็ก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากวิกฤตสภาพอากาศ ซึ่งจำเป็นต้องช่วยเหลือกันให้ทุกคนสามารถเปลี่ยนผ่านร่วมกันได้อย่างยั่งยืน​&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/3_เอสซีจี-ร่วมแบ่งปันมุมมองบนเวที-Techsauce-Global-Summit-2024.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“เอสซีจีพร้อมเป็นส่วนหนึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพื่อส่งต่อโลกที่ยั่งยืนน่าอยู่ถึงคนทุกรุ่นและความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะทำให้โลกนี้ดีขึ้นได้อีกมาก เพราะความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของใครคนหนึ่ง ถ้าหากทำเพียงลำพัง อุณหภูมิโลกก็จะยังสูงเกินกว่าทุกคนจะรับไหว เวลานั้นไม่ว่าใครก็จะได้รับผลกระทบและต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด” คุณธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/scg-showcase-climate-tech-in-techsauce-global-summit-2024/">&#8216;เอสซีจี&#8217; เร่ง Climate Tech มุ่งทั้งลดและดูดกลับคาร์บอน ชี้เทคโนโลยีและความร่วมมือ คือกุญแจ​กู้โลกเดือด เมื่อโลกเลยจุดเยียวยาตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jul 2024 15:44:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[inclusive]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Most Valuable Asset]]></category>
		<category><![CDATA[S Curve]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Express]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ครึ่งปีหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แมวดำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27617</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในระยะยาว พร้อมรีโฟกัส ​ถอน &#8216;แมวดำ&#8217; จากพอร์ตโฟลิโอ ​​เลิกแข่งในตลาดที่ไม่แข็งแรง​ และสร้างความแตกต่างไม่ได้ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ให้องค์กรต่อเนื่อง คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการ​ไตรมาส 2 ​ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจี เคมิคอลส์ กำลังซื้อในตลาดอาเซียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมทั้งมีรายได้เงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น โดยมีรายได้ 128,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า มีผลกำไรกว่า 3,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายได้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 252,461 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เอสซีจี เคมิคอลส์ 39% เอสซีจีพี 27% เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน 16% เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงและเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/">เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในระยะยาว พร้อมรีโฟกัส ​ถอน &#8216;แมวดำ&#8217; จากพอร์ตโฟลิโอ ​​เลิกแข่งในตลาดที่ไม่แข็งแรง​ และสร้างความแตกต่างไม่ได้ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ให้องค์กรต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-27617"></span></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการ​ไตรมาส 2 ​ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นของเอสซีจี เคมิคอลส์ กำลังซื้อในตลาดอาเซียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมทั้งมีรายได้เงินปันผลรับจากการลงทุนในธุรกิจอื่น โดยมีรายได้ 128,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า มีผลกำไรกว่า 3,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายได้ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 252,461 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน แบ่งเป็นสัดส่วนจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ เอสซีจี เคมิคอลส์ 39% เอสซีจีพี 27% เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน 16% เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงและเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล 13% และเอสซีจี เดคคอร์  5%</p>
<p><em>“ในครึ่งปีแรกนี้ทุกกลุ่มธุรกิจมีการปรับตัวที่ดีขึ้น มีเพียงกลุ่มเคมีคัลที่​ได้รับผลกระทบจากวัฏจักรขาลงของ​อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งส่งผลกระทบไปทั้งโลก โดยมียอดขายจากการพัฒนาสินค้าใหม่ (New Products Development – NPD)​ 38,690 ล้านบาท คิดเป็น 20% กลุ่มนวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High-Value Added Products &amp; Services – HVA) 77,037 ล้านบาท คิดเป็น 39% และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCG Green Choice ​ยอดขาย 136,124 ล้านบาท คิดเป็น 54% ​ทั้งนี้​ มีรายได้จากธุรกิจในประเทศ รวมทั้งการส่งออก ในครึ่งปีแรกนี้ 111,367 ล้านบาท หรือ 44 ของยอดขายโดยรวม ขณะที่เป้าหมายในสิ้นปีนี้จากที่เคยตั้งเป้าเติบโตไว้ 20% แต่มีปัญหาความล่าช้าของโครงการ <strong>ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ </strong>ที่คาดว่าจะขยับมาเดินเครื่องได้ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ทำให้กระทบต่อเป้าหมายที่วางไว้ แต่เชื่อว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตได้อย่างน้อยราว 10%&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27618 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้​ยังมีปัจจัยลบที่ต้องเผชิญและเฝ้าระวัง​​​ทั้ง ความตึงเครียดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การ​แข่งขันสูงจากสินค้านำเข้าจากจีน เศรษฐกิจในประเทศ​ที่ฟื้นตัวช้า จากกำลังซื้อที่อ่อนแอในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย ทำให้การดำเนินธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีจึงยังคงต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เอสซีจีจึงให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแรง โดยได้วาง 5 กลยุทธ์ เพื่อเร่งเพิ่มความฟิตทางธุรกิจ พร้อมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. บริหารต้นทุนพลังงาน</strong> เพื่อลด และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ​การแข่งขันในระยะยาวได้ เช่น ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทย ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Renewable ไว้ที่ราวครึ่งหนึ่ง ​</p>
<p><strong>2. ปรับโฟกัสธุรกิจ</strong> โดยเน้นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโต และเลิกดำเนินการใน​​กลุ่มที่ไม่สามารถแข่งขัน หรือไม่สามารถสร้างให้เกิดความแตกต่างจากตลาดได้ พร้อมจัดสรรทั้งบุคลากรและทรัพยากรไปสนับสนุนกลุ่มที่เป็น New S-Curve เช่น Solar Roof, Green Energy, Heat Energy หรือ Air Scrubber​ <em><strong>ส่วน​กลุ่มที่ตัดสินใจ​เลิกดำเนินการ เบื้องต้นมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มขนส่งรายย่อย SCG Express หรือแมวดำ และ Green Construction ที่เน้นเรื่องการก่อสร้างทั่วไป ที่ไม่ได้​มีโซลูชันที่ช่วยเพิ่ม Value หรือ ความแตกต่างจากตลาดได้</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/มุ่งธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรสำหรับตลาดที่อยู่อาศัย-โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. ปรับปรุงการจัดเก็บ ขนส่ง กระจายสินค้า</strong> เช่น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวางแผนการจัดส่ง ตรวจรับสินค้า ช่วยลดเวลาทำงาน ลดความเสียหาย ลดโอกาสผิดพลาดในการรับ-ส่ง รวมทั้งการบริหารการขนส่งได้ตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจได้ตลอดทั้งสายการลิต</p>
<p><strong>4. การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพ </strong>ทั้งในส่วนของการผลิต หรือการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น เช่น ​เอสซีจี เคมิคอลส์ ที่ใช้โซลูชัน AI จาก REPCO NEX ในการดูแลเครื่องจักรและซ่อมบำรุงได้อย่างแม่นยำ มีเสถียรภาพ (Reliability) ได้ทั้ง 100%</p>
<p><strong>5.  มุ่งส่งมอบโซลูชันที่ฟังก์ชันและราคาตรงกับความต้องการของลูกค้า</strong> อาทิ CPAC รถโม่เล็ก ขนาดกะทัดรัด สำหรับงานก่อสร้างในเมืองที่มีขนาดพื้นที่จำกัด รวมทั้งยังช่วยลด Waste จากการก่อสร้างได้น้อยลง เพราะไม่จำเป็นต้องสั่งในปริมาณมาก รวมทั้งการเพิ่มความหลากหลายของ Product Portfolio โดยเฉพะาการพัฒนาสินค้านวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การงานที่เฉพาะกลุ่มแบบ Micro Segment มากขึ้น เช่น ซีเมนต์คาร์บอนต่ำที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากเปิดตัวก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด รวมทั้งสามารถส่งออกไปอเมริกาได้มากกว่า 1 ล้านตันและเร่งขยายไปยังตลาดใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27620 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/เอสซีจี-เร่งเพิ่มความฟิตทางธุรกิจ-ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง.jpg" alt="" width="623" height="779" /></p>
<p>นอกจากนี้ เอสซีจียังตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่กระทบความเป็นอยู่ของผู้คนในวงกว้าง จึงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เตรียมจัดโครงการ<strong> Go Together</strong> เพื่อให้ความรู้ สร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs โดยเริ่มจากโรงงานสระบุรี พร้อมขยายผลไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่เอสซีจีมีโรงงานตั้งอยู่ เช่น กาญจนบุรี ลำปาง ขอนแก่น นครศรีธรรมราช เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการปรับปรุงและนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน นำของเหลือใช้มาสร้างประโยชน์ เช่น แปรรูปเป็นวัตถุดิบ เชื้อเพลิง รวมทั้งใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ด้านมูลนิธิเอสซีจี ได้ส่งเสริมแนวคิด <strong>LEARN to EARN</strong> เรียนรู้เพื่ออยู่รอด เน้นการเรียนรู้เพื่อมีงานทำ สามารถสร้างอนาคตได้จริง โดยมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนทั้งในระบบและนอกระบบ ประมาณ 3,000 ทุนต่อปี ในสาขาที่ตอบโจทย์ตลาด เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เป็นต้น โดยเยาวชนที่ผ่านโครงการถึง 90% สามารถ​หางานทำได้ ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถพัฒนามิติทางสังคมให้แข็งแรง จากการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้เยาวชนในโครงการ ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มกลุ่มแรงงานทักษะเข้ามาในตลาดเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/LEARN-to-EARN-เรียนรู้-เพื่ออยู่รอด-เน้นการเรียนรู้เพื่อมีงานทำ-โดยมูลนิธิเอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;แมวดำ&#8217; ไม่ไปต่อ แต่ยังหนุนสร้างนวัตกรรมใหม่ในองค์กร</strong></p>
<p>สำหรับหนึ่งใน​ธุรกิจที่ SCG ตัดสินใจไม่ไปต่อ คือ ธุรกิจขนส่งรายย่อย <strong>​​SCG Express</strong> หรือ แมวดำ ที่ร่วมกับพันธมิตรในการ Diversify ไปสู่ธุรกิจขนส่ง รับเทรนด์การเติบโตของอีคอมเมิร์ซตั้งแต่เมื่อปี 2560 ซึ่ง​ยอมรับว่าไม่ใช่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่สามารถสร้างศักยภาพทางการแข่งขันที่ดีกว่า หรือสร้างให้เกิดคุณค่าที่แตกต่างจากตลาดได้  ขณะที่แลนด์สเคปในตลาดเป็นการแข่งขันทางด้านราคา ซึ่งไม่ใช่แนวทางในการขับเคลื่อน​ของเอสซีจี จึงนำมาสู่การ​ตัดสินใจเลิกดำเนินการต่อ เพื่อหยุดปัญหา​ขาดทุน ​ซึ่งการเลิกธุรกิจนี้ทำให้ศักยภาพของธุรกิจโดยรวมดีขึ้น</p>
<p><em>&#8220;เราตัดสินใจเลิกดำเนินการในกลุ่มขนส่งรายย่อย แทนที่จะสู้ต่อ เนื่องจาก ​​ไม่ต้องแข่งข้นด้านราคาที่เหมือนเป็นการเผาเงินโดยไม่มีแวลู่ทางธุรกิจที่คุ้มต่า ประกอบกับความไม่สมบูรณ์ใน Ecosystem ​ที่เรามี เนื่องจากมองว่า การจะได้ประโยชน์ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างเต็มที่ เราต้องมีทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือ Market Place และมีระบบการขนส่งมารองรับ เพื่อสามารถบริหารจัดการต้นทุนและสร้างกำไรที่เหมาะสมได้ แต่การมีธุรกิจรองรับเพียงแค่การขนส่งเพียงขาเดียว ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่แลนด์สเคปในธุรกิจ การแข่งขันมักเป็นเรื่องของการตัดราคา และยากที่จะสร้าง Differentiate ได้ หากเลือกใส่เงินลงทุนเพิ่ม มองว่า อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย เพราะไม่ได้สร้างความได้เปรียบ หรือเสริมความแข็งแรงที่แท้จริงให้ธุรกิจ แต่ควรนำเงิน​ส่วนนี้ไปลงทุนในธุรกิจที่กำลังเติบโต หรือสามารถสร้าง New S-Curve ใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้องค์กรในภาพรวมได้ดีมากกว่า&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-และนางจันทนิดา-สาริกะภูติ-ผู้ช่.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทางเอสซีจี ยังคงสนับสนุนให้พนักงานสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ อยู่เสมอ เนื่องจากเป็นองค์กรที่มีความเชื่อในเรื่องคุณค่าของคน ขณะที่ความล้มเหลวต่างๆ ก็ถือเป็น Most Valuable Asset ที่ทำให้พนักงานได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อสามารถปรับตัว และวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง จากสถานการณ์จริงเพื่อที่จะไม่ผิดพลาดซ้ำอีกในอนาคต ​​​รวมทั้งหลายๆ นวัตกรรมที่โดดเด่น​ก็มาจากการเปิดกว้างในการทดลองสิ่งใหม่ เช่น ปูนคาร์บอนต่ำ ที่มาจากการพัฒนาเทคโนโลยีจากภายในองค์กรเอง ​และสามารถประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างดีมาก ซึ่งในแซนด์บ็อกซ์ขององค์กรยังมีทั้ง​การพัฒนาเทคโนโลยี​ นวัตกรรม รวมทั้งโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ​สำหรับการทดลองเรียนรู้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก โดยจะเน้นการเริ่มต้นในขนาดที่เหมาะสม หากล้มเหลวก็พร้อมยอมรับ เพื่อปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ เพื่อเริ่มต้นโปรเจ็กต์ที่อาจจะเป็นโอกาสใหม่ๆ ต่อไป หรือ Small Start, Fail Fast, Learn Fast แต่หากองค์กรใดที่มัวแต่ผิดพลาดและไม่กล้าเริ่มต้นหรือทดลองอะไรใหม่ๆ เลย สุดท้าย ก็จะไม่สามารถปรับตัวได้และไม่มีทางรอดได้ในอนาคตเช่นเดียวกัน ​</p>
<p><strong>ทิศทาง​และเป้าหมายของแต่ละกลุ่มธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>​กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และการก่อสร้าง</strong> ได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจของเวียดนามและอินโดนีเซียที่กลับมาฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง กำลังซื้อกลับมาจากแรงหนุนของรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสร้างเมืองหลวงใหม่ ‘นูซันตารา’ รวมทั้งรัฐบาลเวียดนามผลักดันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment – FDI) ขณะที่การฟื้นตัวของไทยยังชะลอตัว ความต้องการสินค้าลดลงตามฤดูกาล และการจัดสรรงบประมาณของรัฐที่ล่าช้า</p>
<p><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน ​</strong>เร่งผลักดันปูนคาร์บอนต่ำ เจเนอเรชัน 2 ซึ่งสามารถลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้​ ​15-20%  พร้อมขยาย​ตลาดต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย รวมทั้งเปิดตัวปูนคาร์บอนต่ำรายแรกในเวียดนาม ‘<strong>SCG Low Carbon Super Cement</strong>’ ขณะที่ในไทย มีการเติบโตต่อเนื่องทดแทนตลาดปูนแบบเดิมได้แล้วกว่า​ 86% รวมทั้​งการออกปูนซีเมนต์หลากหลายรุ่น ด้วยคุณภาพและราคาเหมาะสม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าครอบคลุมมากขึ้น เช่น แบรนด์ ‘5 STAR’ ในกัมพูชา ‘BEZT’ ในอินโดนีเซีย ‘ADAMAX’ ในเวียดนาม และ ‘แรด’ ในไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/ปูนซีเมนต์-คุณภาพดี-หลากหลายรุ่น-จากเอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล</strong> ลุยเสิร์ฟสินค้าและบริการเรื่องบ้านผ่านร้านค้าปลีกกว่า 87 ร้านในอาเซียน โดยครึ่งปีแรกของปีได้ขยายโมเดิร์นเทรด ‘Mitra10’ ผู้เชี่ยวชาญตลาดค้าปลีกในอินโดนีเซีย มีสินค้ากว่า 65,000 รายการ เพิ่มอีก 2 สาขา ที่เกาะสุมาตรา และเกาะชวาตะวันตก ซึ่งมีประชากรจำนวนมาก รับลูกค้ามากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน ตั้งเป้า 100 สาขา ในปี 2573 ปัจจุบันเปิดแล้ว 50 สาขา</p>
<p><strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง</strong> รุกนำเสนอนวัตกรรมวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ อาทิ กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น เอสซีจี หนุนรับนักท่องเที่ยว สามารถออกแบบลวดลายเอกลักษณ์ด้วยเทคนิคการพ่นสีเฉพาะ เช่น ลายดอกโบตั๋น สำหรับทางเท้าย่านเยาวราช พร้อมทั้งเปิดตัวนวัตกรรมระบบบำบัดอากาศเสีย Air Scrubber สำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ภายใต้แบรนด์ ONNEX by SCG Smart Living เจาะกลุ่มลูกค้างานอาคารและสำนักงาน ที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดน้อยกว่า 3,500 ตร.ม. พร้อมขยายบริการครอบคลุมอาเซียนและตะวันออกกลาง</p>
<p><strong>เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD)</strong> ดันแผนสร้างการเติบโต 2 เท่าภายในปี 2573 เริ่มเดินการผลิตโรงงานแผ่นปูพื้น SPC LT by COTTO กำลังผลิต 1.8 ล้านตารางเมตรต่อปี ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดกว่า 500 ล้านบาท และเดินหน้าก่อสร้างโครงการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง กลุ่มกระเบื้องพอร์ซเลน สวยงาม แข็งแรง เป็นที่นิยม 3 โครงการใหญ่ในประเทศเวียดนามและไทย คาดเริ่มเดินการผลิตปีนี้</p>
<p>พร้อมกันนี้ เอสซีจียัง​ขยายตลาดวัสดุก่อสร้างในอินเดีย โดย<strong> SCG International</strong> ร่วมกับบริษัทบิ๊กบล็อก คอนสตรัคชั่น จำกัด ลงทุนเปิดโรงงานแผ่นผนังมวลเบา (AAC Walls) ภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;ZMARTBUILD WALL by NXTBLOC&#8217;</strong> แห่งแรกในรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่การก่อสร้างมีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/SCG-International-ร่วมกับบริษัทบิ๊กบล็อก-คอนสตรัคชั่น-จำกัด-ลงทุนเปิดโรงงานแผ่นผนังมวลเบา-AAC-Walls-.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)</strong> แม้ไตรมาสที่ผ่านมาธุรกิจมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น จากการกลับมาเดินเครื่องของโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) แต่ในช่วงครึ่งปีหลัง อุตสาหกรรมปิโตรเคมียังอ่อนตัว จากความต้องการสินค้าในตลาดโลกลดลง ขณะที่มีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มมากขึ้น  ขณะที่ SCGC เร่งผลักดันนวัตกรรมรักษ์โลก <strong>SCGC GREEN POLYMERTM </strong> สู่ตลาดที่มีความต้องการมาก อาทิ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ล่าสุดร่วมกับ Dow พัฒนาธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่าเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตั้งเป้าพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณกว่า 200,000 ตันต่อปี ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียนที่มีมูลค่า ภายในปี 2573</p>
<p>ขณะที่ <strong>โครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP)</strong> กลับมาทดสอบการเดินเครื่องทั้งโรงงานขั้นต้น (Upstream) และขั้นปลาย (Downstream) ในเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 และจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2567</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/โครงการลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เอสซีจีพี (SCGP)</strong> มุ่งขยายกำลังการผลิตรับความต้องการบรรจุภัณฑ์จากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ประกอบกับบริหารจัดการวัตถุดิบและต้นทุนพลังงาน รวมทั้งสร้างการเติบโตในธุรกิจที่มีศักยภาพสูง ล่าสุด SCGP รุกขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วยการลงทุนในบริษัทวีอีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการผลิตชิ้นส่วนสมรรถนะสูงจากการฉีดขึ้นรูปพอลิเมอร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าของ Deltalab, S.L. และ Bicappa Lab S.r.L. บริษัทใน SCGP เพื่อรองรับความต้องการและส่งเสริมให้ SCGP ขยายเครือข่ายลูกค้าในต่างประเทศครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>
<p>ด้าน <strong>ธุรกิจน้องใหม่ เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong> เติบโตได้ดีตามแผน มุ่งเพิ่มสัดส่วนการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความต้องการสูง ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีกำลังการผลิตรวม 522 เมกะวัตต์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ จับมือ ซีเกท ประเทศไทย ลงนามในสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้า Solar Rooftop ขนาด 20.96 เมกะวัตต์ ณ โรงงานซีเกท จังหวัดนครราชสีมา สำหรับแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานความร้อนจากพลังงานสะอาด Rondo Heat Battery อยู่ระหว่างการก่อสร้างยูนิตแรกของโลกสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ที่โรงงานปูนซีเมนต์เอสซีจี จ.สระบุรี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2568 ซึ่งจะสามารถเป็นต้นแบบสำหรับหลากหลายอุตสาหกรรมต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/5-keys-drive-scg-in-second-half-2024/">เอสซีจี วาง 5 กลยุทธ์ เติมความฟิตให้ธุรกิจ เน้นแข็งแรง​ยั่งยืนได้​​ระยะยาว พร้อมปรับโฟกัสพอร์ตใหม่ เลิก &#8216;แมวดำ&#8217; เลี่ยงแข่งสงครามราคา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ปรับสวัสดิการพนักงานครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทุกเพศ-วัย หนุนสังคมแห่งความหลากหลาย ร่วมสร้างสรรค์ทุกความเป็นไปได้ไปด้วยกัน   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/scg-special-day-off-drive-organization-of-possibilities/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Jun 2024 07:25:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Embrace Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Equity]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[Reach Your Possibilities]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ความแตกต่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[วันลาสำหรับคนทุกกลุ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการพนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมแห่งความหลากหลาย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรแห่งโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26551</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี ปรับสวัสดิการพนักงาน “วันลาสำหรับคนทุกกลุ่ม” ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ร่วมสร้างสังคมแห่งความหลากหลาย หนุนพื้นที่และเปิดโอกาสให้ทุกความแตกต่าง สามารถปล่อยพลังความหลากหลายได้อย่างไม่จำกัด เพื่อสร้างความเป็นไปได้ไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “Reach Your Possibilities, Embrace Diversity” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการยอมรับความแตกต่างของบุคคล (Inclusion) นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เผยว่า “เอสซีจีส่งเสริมความหลากหลาย และยอมรับความแตกต่างภายในองค์กร โดยปรับสวัสดิการ “วันลาสำหรับคนทุกกลุ่ม” ให้มีความหลากหลายและเท่าเทียมครอบคลุมความต้องการที่แท้จริงของพนักงานโดยสอดรับกับไลฟ์สไตล์คนทุกเพศ ทุกวัย นอกจากนี้ เอสซีจี ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของพนักงานว่า ถ้าเขาเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทำงานอย่างมีแพสชัน (Passion) จะสามารถปลดปล่อยพลัง และดึงศักยภาพที่มีอย่างไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด “Reach Your Possibilities, Embrace Diversity” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการยอมรับความแตกต่างของบุคคล (Inclusion) จนนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่จนเกิดเป็นนวัตกรรม สินค้า บริการ โซลูชัน และธุรกิจใหม่ (New Business Model) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างทันท่วงที” เอสซีจี ได้ปรับสวัสดิการ “วันลาสำหรับคนทุกกลุ่ม” ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทุกเพศ&#8211;ทุกวัย ได้แก่ &#8211; ลาเพื่อปฏิบัติศาสนกิจสำหรับศาสนาต่าง ๆ นอกเหนือการลาอุปสมบทที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น การไปประกอบพิธีฮัจญ์ การบวชชี การลาปฏิบัติธรรม เป็นต้น &#8211; ลาเพื่อผ่าตัดแปลงเพศได้ ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด แต่ไม่เกิน 30 วัน &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/scg-special-day-off-drive-organization-of-possibilities/">เอสซีจี ปรับสวัสดิการพนักงานครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทุกเพศ-วัย หนุนสังคมแห่งความหลากหลาย ร่วมสร้างสรรค์ทุกความเป็นไปได้ไปด้วยกัน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">เอสซีจี ปรับสวัสดิการพนักงาน</span></b><b> “<span lang="TH">วันลาสำหรับคนทุกกลุ่ม</span>” <span lang="TH">ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ร่วมสร้างสังคมแห่งความหลากหลาย หนุนพื้นที่และเปิดโอกาสให้ทุกความแตกต่าง สามารถปล่อยพลังความหลากหลายได้อย่างไม่จำกัด เพื่อสร้างความเป็นไปได้ไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด </span>“Reach Your Possibilities, Embrace Diversity”<span lang="TH"> เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความหลากหลาย </span>(Diversity) <span lang="TH">ความเท่าเทียม (</span>Equity) <span lang="TH">และการยอมรับความแตกต่างของบุคคล (</span>Inclusion)</b></p>
<p><span id="more-26551"></span><b></b></p>
<p><b><span lang="TH">นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</span></b><span lang="TH"> เผยว่า </span>“<span lang="TH">เอสซีจีส่งเสริมความหลากหลาย และยอมรับความแตกต่างภายในองค์กร โดยปรับสวัสดิการ </span>“<span lang="TH">วันลาสำหรับคนทุกกลุ่ม</span>”<b> </b><span lang="TH">ให้มีความหลากหลายและเท่าเทียมครอบคลุมความต้องการที่แท้จริงของพนักงานโดยสอดรับกับไลฟ์สไตล์คนทุกเพศ ทุกวัย นอกจากนี้ เอสซีจี ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของพนักงานว่า ถ้าเขาเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่<span class="x_hljs-builtin"> ทำงานอย่างมีแพสชัน</span></span><span class="x_hljs-builtin"> (Passion)<span lang="TH"> จะสามารถ</span></span><span lang="TH">ปลดปล่อยพลัง และดึงศักยภาพที่มีอย่างไร้ขีดจำกัด ภายใต้แนวคิด </span>“Reach Your Possibilities, Embrace Diversity”<span lang="TH"> เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความหลากหลาย </span>(Diversity) <span lang="TH">ความเท่าเทียม (</span>Equity) <span lang="TH">และการยอมรับความแตกต่างของบุคคล (</span>Inclusion)<b> </b><span lang="TH">จนนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่จนเกิดเป็นนวัตกรรม สินค้า บริการ โซลูชัน และธุรกิจใหม่ </span>(New Business Model)<span lang="TH"> เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้อย่างทันท่วงที</span>”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26553 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/CEO.jpg" alt="" width="409" height="728" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">เอสซีจี ได้ปรับสวัสดิการ </span>“<strong><span lang="TH">วันลาสำหรับคนทุกกลุ่ม</span></strong>”<b> </b><span lang="TH">ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทุกเพศ</span>&#8211;<span lang="TH">ทุกวัย ได้แก่</span></p>
<p><span lang="TH">&#8211; ลาเพื่อปฏิบัติศาสนกิจสำหรับศาสนาต่าง ๆ </span><span lang="TH">นอกเหนือการลาอุปสมบทที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน </span><span lang="TH">เช่น<span class="x_MsoCommentReference"> กา</span>รไปประกอบพิธีฮัจญ์ การบวชชี การลาปฏิบัติธรรม เป็นต้น</span></p>
<p><span lang="TH">&#8211; ลาเพื่อผ่าตัดแปลงเพศได้ ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด แต่ไม่เกิน </span>30 <span lang="TH">วัน<s></s></span></p>
<p><span lang="TH">&#8211; ลากิจเพื่อดูแลการเจ็บป่วย รวมไปถึงลาเพื่องานฌาปนกิจและจัดการงานศพ ได้ขยายสิทธิและครอบคลุมไปถึงคู่ชีวิตของพนักงาน โดยไม่จำกัดเพศ</span> <span lang="TH"> และรวมถึงบุคคลใกล้ชิดของพนักงาน<span class="x_MsoCommentReference"> ต</span>ามที่บริษัทเห็นสมควรอีกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ทั้งนี้ เอสซีจี ยังเปิดโอกาสให้ทุกคน ทั้งพนักงาน และคู่ธุรกิจ คนทุกเจน มีพื้นที่แสดงพลังและปล่อยแพสชันอย่างไร้ขีดจำกัด คิดทำนอกกรอบ ทดลองเรียนรู้ เพื่อพัฒนานวัตกรรมกรีนที่ตอบโจทย์ลูกค้า สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ตามแนวทาง</span> <strong>‘</strong><span lang="TH"><strong>องค์กรแห่งโอกาส’</strong> (</span>Organization of Possibilities)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/scg-special-day-off-drive-organization-of-possibilities/">เอสซีจี ปรับสวัสดิการพนักงานครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทุกเพศ-วัย หนุนสังคมแห่งความหลากหลาย ร่วมสร้างสรรค์ทุกความเป็นไปได้ไปด้วยกัน   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Apr 2024 12:18:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Green Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC GREEN POLYMERTM]]></category>
		<category><![CDATA[SCGD]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เดคคอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรมาส 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25355</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2567 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรมกรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงอานิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง Inclusive Green Growth เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจี เผยผลประกอบการ ไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ด้วยนวัตกรรม</strong><strong>กรีน การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> <strong>รวมถึงอ</strong><strong>านิสงส์จากการท่องเที่ยวคึกคักและเศรษฐกิจในประเทศมีสัญญาณฟื้นตัว</strong></p>
<p><span id="more-25355"></span></p>
<p><strong>คาดการณ์จากนี้เศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง มุ่งปรับแผนธุรกิจ​​ บริหารซัพพลายเชน รับความเสี่ยง พร้อมโตต่อตามแนวทาง </strong><strong>Inclusive Green Growth </strong><strong>เพิ่มสัดส่วน</strong><strong>พลังงานสะอาดช่วยลดต้นทุน เร่งเครื่องนวัตกรรมกรีนตอบเมกะเทรนด์โลก มุ่งขยายธุรกิจในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง</strong></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </strong>กล่าวว่า ผลประกอบการเอสซีจี ไตรมาส 1 ปี 2567 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีรายได้ 124,266 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3%  โดยมี EBITDA (กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย โดยรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) 12,623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 16% และกำไรสำหรับงวด 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,559 ล้านบาท เทียบกับ​ไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แม้อยู่ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีอยู่ในช่วงอ่อนตัว แต่จากการมุ่งพัฒนานวัตกรรมกรีนให้โดนใจลูกค้า ฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้งาน ช่วยลดคาร์บอนซึ่งดีต่อโลก อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ พลาสติกรักษ์โลก บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนที่ใช้ซ้ำ รีไซเคิลได้ เห็นได้จากยอดขาย SCG Green Choice ที่ทำได้ 65,782 ล้านบาท ขยับสัดส่วนมาเป็น 53% ของยอดขาย และเติบโตเพิ่มขึ้น  1,114 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนหน้า</p>
<p>ประกอบกับความสามารถในการลดต้นทุน พัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ซึ่งในโรงงานปูนซีเมนต์ในไทย ได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทนได้ถึง 47%</p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีเร่งเดินหน้าต่อตามแนวทาง <strong>Inclusive Green Growth</strong> มุ่งสู่ผู้นำธุรกิจกรีน ควบคู่การสร้างสังคม Net Zero พัฒนานวัตกรรมกรีนเพื่อป้อนตลาดโลก ซึ่งมีความต้องการสูง จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ล่าสุดปูนคาร์บอนต่ำ (เจเนอเรชัน 2) ที่ลดคาร์บอนได้เพิ่มขึ้น​ 15-20% พร้อมจำหน่ายแล้ว รวมถึงการเร่งขับเคลื่อ​นรับเศรษฐกิจในประเทศและภูมิภาคที่กำลังฟื้นตัว โดยขยายการลงทุนในตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงอย่างภูมิภาค SAMEA (เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา) ส่วนโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (Long Son Petrochemicals – LSP) จะกลับมาเดินเครื่องทดสอบทั้งโรงงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงในไตรมาส 3&#8243;</em></p>
<p>หุ้นปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ยังได้รับเลือกให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เป็นช่องทางใหม่ให้นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้น SCC และผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25358 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/ผลประกอบการ-เอสซีจี-ไตรมาส-1-ปี-67-ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน.jpg" alt="" width="529" height="661" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ด้านธุรกิจแพคเกจจิ้ง หรือ SCGP</span></strong> สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการวัตถุดิบ การส่งเสริมการปลูกไม้ยูคาลิปตัสแบบครบวงจร เพื่อให้ได้วัตถุดิบคุณภาพและช่วยกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ 31,770 ไร่ จำนวน 152,181 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><strong>พร้อม​มุ่ง​ต่อยอดเพิ่มมูลค่าไม้ยูคาลิปตัสผ่าน</strong><strong>การ</strong><strong>วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงทุน </strong><strong>3 </strong><strong>ล้านดอลลาร์สหรัฐ ​ร่วม​กับ </strong><strong>Origin Materials </strong><strong>บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา พัฒนา &#8220;</strong><strong>Bio–based Plastic </strong><strong>จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ&#8221; รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเพิ่มสัดส่วน​พลังงานสะอาด นำเทคโนโลยี </strong><strong>Machine Learning </strong><strong>และปัญญาประดิษฐ์ </strong><strong>(Artificial Intelligence) </strong><strong>มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดการใช้พลังงานและต้นทุน  และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมรองรับเทรนด์การเติบโตของธุรกิจสีเขียว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25359 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/11-SCGP-ส่งเสริมการปลูกยาคูลิปตัสครบวงจร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง </strong></span>มุ่งพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้างและโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า อาทิ <strong>‘</strong><strong>บ้านเอสซีจี ไฮม์ </strong><strong>High Ceiling’</strong> แบบบ้านใหม่สไตล์โมเดิร์น มีพื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ เพิ่มมุมพักผ่อนกลางบ้าน พร้อมโถงขนาดใหญ่ Double Space และยังคงคุณภาพการก่อสร้างและเทคโนโลยีการอยู่อาศัยแบบเอสซีจี ไฮม์ที่ลูกค้าไว้วางใจ  เช่น</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>หลังคาเมทัล เอสซีจี รุ่นคลิปล็อค </strong><strong>700</strong> ออกแบบให้ติดตั้งด้วยระบบคลิปล็อค (Clip Lock) ซ่อนหัวสกรู หมดปัญหารั่วซึมบริเวณหัวสกรู เตรียมจำหน่ายไตรมาส 2</p>
<p>&#8211;  <strong>SCG Modeena COFF</strong> วัสดุตกแต่งผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิลจากกระบวนการผลิตและวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจอื่นถึง 48%  ทดแทนการใช้ Virgin Fiber ลดการปล่อยคาร์บอน แต่คงความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม พร้อมกันนี้เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่</p>
<p><strong>&#8211; ONNEX by SCG Smart Living </strong> (ออนเนกซ์ บาย เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง) ครั้งแรกในงานสถาปนิก 67 รุกธุรกิจสมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคารเต็มที่ ด้วยการผนึกรวมนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ทั้งด้านประหยัดพลังงาน สร้างอากาศสะอาด และเพิ่มความปลอดภัย อาทิ ระบบหลังคาโซลาร์ ระบบปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน และโซลูชันบริหารจัดการการใช้พลังงานในอาคาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/9-ONNEX-by-SCG-Smart-Living-แบรนด์สมาร์ทโซลูชันสำหรับบ้านและอาคาร.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</span> </strong>รุกธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่อง อาทิ <strong>ภูมิภาค </strong><strong>SAMEA</strong> ซึ่งมีค่า GDP เฉลี่ยมากกว่า 70%  มีประชากรรวมกันกว่า 40% โดยมีการตั้งสำนักงานของ SCG International ที่ซาอุดิอาระเบีย เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการซัพพลายเชนให้ลูกค้าแบบครบวงจร ผ่านการผลักดันเครือข่ายธุรกิจทั้งหมดของเอสซีจี ครอบคลุมทั้งปูนซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง กระดาษและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนวัตถุดิบและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยมีแผนขนส่งสินค้าจากซาอุดิอาระเบียกระจายไปยังหลายประเทศทั่วโลก และจัดหาสินค้าจากภูมิภาคอื่น ๆ เข้ามายังซาอุดิอาระเบียเช่นกัน  ขณะที่ในตลาดอาเซียนได้ผลิตสินค้าปูนซีเมนต์ถุงเจาะกลุ่ม Economy Segment ที่เติบโตสูง อาทิ <strong>แบรนด์ </strong><strong>5</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Star Cement </strong><strong>ในกัมพูชา</strong> <strong>แบรนด์ </strong><strong>ADAMAX </strong><strong>ในเวียดนาม</strong> และ<strong>แบรนด์ </strong><strong>Bezt </strong><strong>ในอินโดนีเซีย</strong> ในส่วนของธุรกิจรีเทลในประเทศ ได้สร้างการรับรู้สำหรับร้าน <strong>เอสซีจี โฮม </strong>โดยล่าสุดได้จัดงาน Grand Opening สาขาเมืองขอนแก่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25365 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/10-ขยายธุรกิจใน-SAMEA-เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC</strong> </span>เดินหน้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายนวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก <strong>‘SCGC GREEN POLYMER<sup>TM</sup>’</strong> อย่างเต็มที่ เพื่อคว้าโอกาสรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่จะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567 โดยไตรมาสที่ผ่านมา  มียอดขาย 38,000 ตัน โดยทั้งปี 2566 มียอดขาย 218,000 ตัน สอดคล้องตามเป้าหมาย 1 ล้านตันภายในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/3-SCGC-Green-Polymer-นวัตกรรมพลาสติก-ที่คิดมาเพื่อสิ่งแวดล้อม.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ <strong>โฮมโปร</strong> ผลิต <strong>‘</strong><strong>เครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลก</strong><strong>’</strong> ครั้งแรกในไทย ด้วยการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลระบบปิดอย่างครบวงจร เพื่อเปลี่ยนเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง Green Polymer สำหรับผลิตเป็นสินค้าใหม่ นอกจากนี้ ภายใต้บริษัท <strong>Sirplaste SA </strong><strong>โปรตุเกส</strong> พร้อมเปิดตัว <strong>‘SIRPRIME’ </strong><strong>เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงชนิดไร้กลิ่น</strong> หรือ High Quality Odorless PCR HDPE Resin (PCR HDPE) ผลิตจากขยะพลาสติกจากครัวเรือน 100% โดยใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลประสิทธิภาพสูงเพื่อกำจัดกลิ่นและสิ่งแปลกปลอม ได้รับการรับรองมาตรฐาน EuCertPlast และ RecyClass ของยุโรป</p>
<p>ขณะที่ <strong>‘</strong><strong>โครงการปิ</strong><strong>โตรเคมีครบวงจร </strong><strong>LSP </strong><strong>เวียดนาม</strong><strong>’</strong> อยู่ในช่วงการประเมินและตรวจสอบเครื่องจักรอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัย คาดว่าจะกลับมาเดินเครื่องจักรทดสอบและพร้อมผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25362 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/12-SCG-Decor-ชูกลยุทธ์ยอดขายโต-2-เท่า-ภายในปี-2573.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์ หรือ </span></strong><strong><span style="text-decoration: underline;">SCGD</span>  </strong>ชู <strong>4</strong><strong> กลยุทธ์ดันยอดขายโต </strong><strong>2</strong><strong> เท่า ภายในปี </strong><strong>2573</strong> รับตลาดอาเซียนทยอยฟื้นตัว ได้แก่</p>
<p><strong>1</strong><strong>) สร้างการเติบโตให้ธุรกิจตกแต่งพื้นผิวกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง</strong> ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ อาทิ ขยายการลงทุนโรงงานในพื้นที่ภาคใต้ของเวียดนาม เพิ่มยอดขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และขยายช่องทางการจำหน่าย</p>
<p><strong>2</strong><strong>) ขยายธุรกิจสุขภัณฑ์ในอาเซียน และขยายการลงทุนโรงงานสุขภัณฑ์ใหม่ในอาเซียน</strong> ตั้งเป้ายอดขายสุขภัณฑ์เติบโต 2 เท่า หรือกว่า 10,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>3</strong><strong>) ขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวเนื่อง</strong> ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการให้บริการแบบครบวงจร และเพิ่มโอกาสขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>4</strong><strong>) ลงทุนและเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</strong></p>
<p>นอกจากนี้ยังเน้นลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตควบคู่กันไป อาทิ โครงการติดตั้ง Hot Air Generator เพื่อลดต้นทุนพลังงานที่โรงงานในไทยอีก 2 แห่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้ และโครงการปรับปรุงสายการผลิตกระเบื้องไวนิล SPC ซึ่งจะเริ่มผลิตสินค้าป้อนตลาดในไทยได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ด้วยกำลังการผลิต 1.8 ล้านตารางเมตรต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25364 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/13-SCG-Cleanergy-นำนวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด-เข้าสู่ตลาดอาเซียน.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจเอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</strong><strong>พลังงานสะอาดครบวงจร</strong></span>  เติบโตต่อเนื่องตามเมกะเทรนด์โลกที่หันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ผนวกกับการสนับสนุนของภาครัฐ ทำให้ตลาดพลังงานสะอาดในประเทศขยายตัวสูง โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวม 511 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 13% จากสิ้นปี 2566 จากความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนจัดทำโครงการซื้อขายไฟฟ้าใหม่ ๆ โดยปีนี้ตั้งเป้ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 200 เมกะวัตต์ สำหรับการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชน</p>
<p>ส่วน <strong>‘</strong><strong>นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด</strong><strong>’</strong> ที่เป็นความร่วมมือกับ Rondo Energy สหรัฐอเมริกา  เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่มีศักยภาพในการทำตลาดในอาเซียน จึงเป็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้าสู่ตลาดอาเซียนในช่วงแรก และจะขยายไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อไป</p>
<p>ขณะเดียวกัน บริษัทสยามอุตสาหกรรมวัสดุทนไฟ จำกัด ได้ร่วมมือกับ Rondo Energy พัฒนาการผลิต <strong>‘</strong><strong>วัสดุกักเก็บความร้อน </strong><strong>(Thermal Media)’</strong> เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นวัสดุหลักสำหรับใช้ในแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน (Heat Battery) โดยสามารถขยายกำลังการผลิตวัสดุกักเก็บความร้อน ได้ถึง 12,000 ตันต่อปี ในปลายปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับการขยายธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บความร้อน</p>
<p><strong>นายธรรมศักดิ์ </strong>กล่าวทิ้งท้ายว่า “เศรษฐกิจโลกยังเผชิญจากความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่เศรษฐกิจไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากการท่องเที่ยว การลงทุนของต่างชาติ การอนุมัติงบประมาณปี 2567 ของภาครัฐที่จะเริ่มเบิกจ่ายในเดือนเมษายน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ลดหย่อนภาษีเงินได้ และปล่อยสินเชื่อให้กู้ซื้อบ้านสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์  และเป็นที่น่ายินดีที่ภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องกรีน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเสนอพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายในปีนี้  การสนับสนุนโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย  หากมีการผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement) ก็จะเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่น ๆ ปฏิบัติตาม ซึ่งจะยิ่งช่วยกระตุ้นแนวคิดเรื่องกรีนให้เป็นรูปธรรม ลดภาวะโลกเดือดได้ รวมทั้งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong> สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส </strong><strong>1 </strong><strong>ปี </strong><strong>2567</strong><strong> ของแต่ละหน่วย​ธุรกิจ ประกอบด้วย </strong></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเคมิคอลส์ หรือ </strong><strong>SCGC </strong> มีรายได้จากการขาย 45,376 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 2% และลดลง​ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายลดลงตามอุปสงค์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ยังอ่อนตัว จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ดำเนินอยู่และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงการหยุดโรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) เพื่อซ่อมบำรุง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong> มีรายได้จากการขาย 21,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย แต่ลดลง​ 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามภาพรวม​ตลาดปูนซีเมนต์โดยรวมในประเทศที่หดตัวลง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และธุรกิจเอสซีจี </strong><strong>ดิสทริบิวชั่น แอนด์ รีเทล</strong> ไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขาย 38,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​จากไตรมาสก่อน 6% เนื่องจากเป็นฤดูกาลของการขาย ส่งผลให้ยอดขายสินค้าวัสดุก่อสร้างและธุรกิจดิสทริบิวชั่นปรับตัวดีขึ้น แต่ลดลง​ 3% (YOY) ​ เนื่องจากยอดขายที่ลดลงตามภาพรวมตลาดสินค้าผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่หดตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25366 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-ปูนคาร์บอนต่ำ-เจเนอเรชัน-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจ</strong><strong>แพคเกจจิ้ง หรือ </strong><strong>SCGP </strong>มีรายได้จากการขาย 33,948 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 6% จากความต้องการบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเติบโตได้ดี  และแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเตรียมสินค้าก่อนช่วงวันหยุดยาว นโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐในประเทศไทย และการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในประเทศอินโดนีเซีย ประกอบกับการปรับตัวที่ดีขึ้นของภาคส่งออกในอาเซียน</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเอสซีจี เดคคอร์</strong> <strong>หรือ </strong><strong>SCGD</strong>  มีรายได้ 6,784 ล้านบาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อน​ EBITDA และกำไร เพิ่มขึ้นเป็น 854 ล้านบาท และ 258 ล้านบาท ตามลำดับ ​จากความต้องการของตลาดในประเทศเวียดนามอ่อนตัวลงจากวันหยุดยาวช่วงปีใหม่(TET) ในขณะที่ยอดขายจากประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถยืนราคาขายสินค้ากระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์ได้ การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง การทำโครงการลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตต่าง ๆ และการที่ต้นทุนพลังงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/scg-announce-q1-2024-performance/">SCG กำไรไตรมาสแรกโต 16% เดินหน้านวัตกรรมกรีนต่อเนื่อง เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด รุกธุรกิจในตลาดเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
