<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธารน้ำแข็ง &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 21 Sep 2025 04:33:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ธารน้ำแข็ง &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ระดับน้ำทะเลสูง ภัยคุกคามโลก ผลสะท้อน &#8216;Climate Change&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/climate-change-affect-to-sea-level/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:54:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Disaster]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Geological]]></category>
		<category><![CDATA[Global Risk Report 2025]]></category>
		<category><![CDATA[GlobalRisk]]></category>
		<category><![CDATA[Impact]]></category>
		<category><![CDATA[ocean]]></category>
		<category><![CDATA[Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Sealevel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[WorldEconomicForum]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ธารน้ำแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาสมุทร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36298</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเพิ่มขึ้นของ ระดับน้ำทะเล ถือเป็นอีกหนึ่งวิกฤตโลก ที่เป็นผลกระทบจาก Climate Change หรือ​การเปลี่ยนแปลงของ สภาพอากาศ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลกถึงกว่า 1 พันล้านคน ปัญหานี้ยัง​ถือเป็นภัยคุกคามโลก อันดับ 3 ใน​​ทศวรรษหน้า ตามรายงาน &#8216;Global Risk Report 2025&#8216; ของ WEF อีกด้วย​โดยตั้งแต่ปี 1890 พบการเพิ่มขึ้นของ ‘ระดับน้ำทะเลทั่วโลก’ สูงขึ้นเฉลี่ย 21-24 ซม. และเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ที่เร็วกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 2024 ระดับน้ำทะเลเพิ่มเกินความคาดหมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนปัจจัยที่ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น • น้ำแข็งขั้วโลกละลาย : เมื่ออุณภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วโลกและธารน้ำแข็งเกิดการละลาย ทำให้มีน้ำจำนวนมากไหลลงสู่มหาสมุทร นักสำรวจธรณีวิทยายังพบอัตราการละลายที่เร็วเพิ่มขึ้นของธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ในระดับ 9,000 ล้านลิตรต่อชั่วโมง • ภาวะโลกร้อน ทำให้น้ำทะเลขยายตัว : อุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นและมีการขยายตัว จนส่งผลต่อระดับน้ำทะเล ซึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ยังถือว่าเป็นช่วงที่มหาสมุทรอุ่นที่สุดอีกด้วย โดยเฉพาะในปี 2566 -2567 ที่อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงจนทำสถิติ​ NewHigh เป็นประวัติการณ์ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลอย่างไร? การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/climate-change-affect-to-sea-level/">ระดับน้ำทะเลสูง ภัยคุกคามโลก ผลสะท้อน &#8216;Climate Change&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเพิ่มขึ้นของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ระดับน้ำทะเล</span> ถือเป็นอีกหนึ่งวิกฤตโลก ที่เป็นผลกระทบจาก <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Climate Change</span> </strong>หรือ​การเปลี่ยนแปลงของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศ</span> และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลกถึงกว่า 1 พันล้านคน</p>
<p><span id="more-36298"></span><br class="html-br" />ปัญหานี้ยัง​ถือเป็นภัยคุกคามโลก อันดับ 3 ใน​​ทศวรรษหน้า ตามรายงาน &#8216;<strong>Global Risk Report 2025</strong>&#8216; ของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">WEF</span> อีกด้วย<br class="html-br" /><br class="html-br" />​โดยตั้งแต่ปี 1890 พบการเพิ่มขึ้นของ ‘ระดับน้ำทะเลทั่วโลก’ สูงขึ้นเฉลี่ย 21-24 ซม. และเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง ที่เร็วกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 2024 ระดับน้ำทะเลเพิ่มเกินความคาดหมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ปัจจัยที่ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น</strong></p>
<p>• น้ำแข็งขั้วโลกละลาย : เมื่ออุณภูมิโลกสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งที่ปกคลุมขั้วโลกและธารน้ำแข็งเกิดการละลาย ทำให้มีน้ำจำนวนมากไหลลงสู่มหาสมุทร นักสำรวจธรณีวิทยายังพบอัตราการละลายที่เร็วเพิ่มขึ้นของธารน้ำแข็งกรีนแลนด์ในระดับ 9,000 ล้านลิตรต่อชั่วโมง</p>
<p>• ภาวะโลกร้อน ทำให้น้ำทะเลขยายตัว : อุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นและมีการขยายตัว จนส่งผลต่อระดับน้ำทะเล ซึ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ยังถือว่าเป็นช่วงที่มหาสมุทรอุ่นที่สุดอีกด้วย โดยเฉพาะในปี 2566 -2567 ที่อุณหภูมิของมหาสมุทรสูงจนทำสถิติ​ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">NewHigh</span> เป็นประวัติการณ์<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลอย่างไร?</strong></p>
<p>การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ถือเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อชุมชนชายฝั่ง ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจทั่วโลกในวงกว้าง โดยผลกระทบต่างๆ ที่ตามมาจากการที่น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น อาทิ</p>
<p>• ภัยคุกคามโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน และอาคาร<br class="html-br" />• น้ำท่วมชายฝั่งบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงมากขึ้น<br class="html-br" />• น้ำทะเลแทรกซึมเข้าสู่แหล่งน้ำจืด อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดื่มและผลผลิตทางการเกษตร<br class="html-br" />• ภัยคุกคามระบบนิเวศชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง และหนองน้ำเค็ม ทำให้กระทบแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด<br class="html-br" />• การอพยพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่ม นำไปสู่ความท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจ<br class="html-br" />• การสูญเสียทรัพย์สิน แหล่งทำกิน และแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อบริการทางสังคม<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคม</strong></p>
<p>• ทำให้ต้นทุนในการป้องกันชายฝั่งเพิ่มขึ้น<br class="html-br" />• การสูญเสียทรัพย์สินและแหล่งทำกินจากน้ำท่วมและการกัดเซาะชายฝั่ง<br class="html-br" />• ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชุมชน โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เปราะบาง<br class="html-br" />• ความท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น การอพยพของผู้คน เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/climate-change-affect-to-sea-level/">ระดับน้ำทะเลสูง ภัยคุกคามโลก ผลสะท้อน &#8216;Climate Change&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>2022 ปีแห่ง &#8216;หายนะ&#8217; ของธารน้ำแข็ง ละลายเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่กลับช่วยแก้ปัญหาขาดพลังงานให้สวิสได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/2022-disastrous-year-for-swiss-glaciers/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Oct 2022 13:02:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[disastrous]]></category>
		<category><![CDATA[Swiss glaciers]]></category>
		<category><![CDATA[ธารน้ำแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14923</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2022 นี้ ต้องถือว่าเป็นปีที่ปริมาณธารน้ำแข็งในสวิสละลายมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา โดยการศึกษาล่าสุดพบว่า ปริมาณธารน้ำแข็งละลายไปมากกว่า 6%  เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ จะมีการสูญเสียปริมาณน้ำแข็งราว 2% ต่อปี Daniel Farinotti นักธรณีวิทยาจากสถาบันเทคโนโลยีของรัฐบาลกลาง ETH Zurich และยังเป็นสมาชิกคณะกรรมการกำกับของ GLAMOS เครือข่ายตรวจสอบธารน้ำแข็งของสวิส ระบุว่า  ธารน้ำแข็งของสวิสได้สูญเสียน้ำแข็งไปประมาณ 3 ลูกบาศก์กิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 6% ของปริมาณน้ำแข็งทั้งหมด เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำแข็งที่สูญเสียไป 2% ต่อปี ทำให้ปี 2022 ถูกระบุว่าเป็นปีแห่ง &#8216;หายนะ&#8217; ด้วยอัตราการละลายที่ค่อนข้างสุดขั้ว โดยทางตะวันออกเฉียงใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ และรัฐวาเลทางตอนใต้ ชั้นน้ำแข็งที่วัดได้ระหว่าง 4 ถึง 6 เมตร หายไปที่ระดับความสูง 3,000 เมตร จากค่าเฉลี่ยในทศวรรษที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณหนึ่งเมตร การสูญเสียครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะธารน้ำแข็งขนาดเล็ก เช่น Pizol ทางตะวันออกใกล้ Liechtenstein, Vadret dal Corvatsch [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/2022-disastrous-year-for-swiss-glaciers/">2022 ปีแห่ง &#8216;หายนะ&#8217; ของธารน้ำแข็ง ละลายเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่กลับช่วยแก้ปัญหาขาดพลังงานให้สวิสได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2022 นี้ ต้องถือว่าเป็นปีที่ปริมาณธารน้ำแข็งในสวิสละลายมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา โดยการศึกษาล่าสุดพบว่า ปริมาณธารน้ำแข็งละลายไปมากกว่า 6%  เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ จะมีการสูญเสียปริมาณน้ำแข็งราว 2% ต่อปี</p>
<p><span id="more-14923"></span></p>
<p><strong>Daniel Farinotti</strong> นักธรณีวิทยาจากสถาบันเทคโนโลยีของรัฐบาลกลาง ETH Zurich และยังเป็นสมาชิกคณะกรรมการกำกับของ GLAMOS เครือข่ายตรวจสอบธารน้ำแข็งของสวิส ระบุว่า  ธารน้ำแข็งของสวิสได้สูญเสียน้ำแข็งไปประมาณ 3 ลูกบาศก์กิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 6% ของปริมาณน้ำแข็งทั้งหมด เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำแข็งที่สูญเสียไป 2% ต่อปี ทำให้ปี 2022 ถูกระบุว่าเป็นปีแห่ง &#8216;หายนะ&#8217; ด้วยอัตราการละลายที่ค่อนข้างสุดขั้ว</p>
<p>โดยทางตะวันออกเฉียงใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ และรัฐวาเลทางตอนใต้ ชั้นน้ำแข็งที่วัดได้ระหว่าง 4 ถึง 6 เมตร หายไปที่ระดับความสูง 3,000 เมตร จากค่าเฉลี่ยในทศวรรษที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณหนึ่งเมตร การสูญเสียครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะธารน้ำแข็งขนาดเล็ก เช่น Pizol ทางตะวันออกใกล้ Liechtenstein, Vadret dal Corvatsch ใกล้ St Moritz ทางตะวันออกเฉียงใต้ และ Schwarzbachfirn ในภาคกลางของสวิตเซอร์แลนด์</p>
<p>ข้อมูลจาก <strong>Matthias Huss</strong> นักธรณีวิทยาที่ ETH Zurich และผู้อำนวยการ GLAMOS ระบุว่ามี 3 เหตุผลสำคัญที่ทำให้ปริมาณธารน้ำแข็งละลายอย่างมากในปีนี้ ได้แก่ 1. จำนวนหิมะที่ตกลงมาน้อยท้ังในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ  2. ทรายจากทะเลทรายซาฮาราที่พัดเข้ามาและตกตะกอนอยู่บนน้ำแข็งและหิมะ ทำให้หิมะที่ปนเปื้อนทรายมีการดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ได้มากขึ้นและละลายเร็วขึ้น และ 3. คลื่นความร้อนในฤดูร้อนที่สูงเป็นประวัติการณ์​</p>
<figure id="attachment_14924" aria-describedby="caption-attachment-14924" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-14924 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/glacier-swiss1.jpg" alt="" width="1200" height="859" /><figcaption id="caption-attachment-14924" class="wp-caption-text">Credit : https://www.swissinfo.ch/</figcaption></figure>
<p>โดยฤดูร้อนในปี 2022 เป็นปีที่อบอุ่นที่สุดเป็นอันดับสองของสวิตเซอร์แลนด์ นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกมาตั้งแต่ปี 2407  โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธารน้ำแข็งสูญเสียหิมะและน้ำแข็งมากกว่า 3 แสนล้านตันต่อสัปดาห์ หรือเท่ากับปริมาณน้ำที่เติมลงไปในสระโอลิมปิกเต็มในทุกๆ 5 วินาที  และยังเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปี ที่ธารน้ำแข็งระหว่างรัฐ Vaud และ Valais บน Tsanfleuron Pass ที่ระดับความสูง 2,800 เมตร ไม่มีการเชื่อมต่อกันด้วยธารน้ำแข็งบางๆ อีกต่อไป ทำให้ผู้คนสามารถเดินบนหินได้โดยตรง</p>
<p>แต่ทางกลับกัน วิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ก็สามารถเข้าไปช่วยบรรเทาอีกหนึ่งวิกฤตให้เบาบางลงได้ เพราะธารน้ำแข็งจำนวนมากที่ละลายได้เข้าไปชดเชยปริมาณน้ำฝนที่ตกต่ำลงอย่างมากเช่นกัน และเข้าไปช่วยเติมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนที่ใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าพลังงาน ซึ่งเป็นแหล่งในการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 60% ที่ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีการคาดการณ์ว่าน้ำจากธารน้ำแข็งที่กำลังละลาย ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมในช่วงปีที่อากาศแห้งและอบอุ่น น่าจะเพียงพอต่อการเติมอ่างเก็บน้ำทั้งหมดในเทือกเขาแอลป์ของสวิส เท่ากับว่าการละลายน้ำธารน้ำแข็งได้เข้ามามีความสำคัญต่อระบบน้ำและการจัดหาพลังงานในช่วงที่กำลังจะเกิดปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่มีแนวโน้มว่ากำลังจะเกิดขึ้น</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ต้นตอปัญหาของทั้งสองวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ ต่างมาจากผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทั้งสิ้นนั่นเอง</p>
<p><a href="https://www.swissinfo.ch/eng/for-swiss-glaciers--2022-was-a--disastrous--year/47949986?utm_campaign=teaser-in-channel&amp;utm_content=o&amp;utm_medium=display&amp;utm_source=swissinfoch" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/2022-disastrous-year-for-swiss-glaciers/">2022 ปีแห่ง &#8216;หายนะ&#8217; ของธารน้ำแข็ง ละลายเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่กลับช่วยแก้ปัญหาขาดพลังงานให้สวิสได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
