<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธุรกิจค้าปลีก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 26 Mar 2026 12:20:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ธุรกิจค้าปลีก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ผนึก พาณิชย์ เดินหน้าโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทย&#8217; พร้อมชูมาตรการ 3 ระยะ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/tra-hand-moc-thai-chuay-thai-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 12:20:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Retailers Association]]></category>
		<category><![CDATA[TRA]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยค่าครองชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาครัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ค้าปลีกไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40709</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประกาศความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทย&#8217; เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเร่งด่วน ระดมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นโดยเฉพาะ สินค้ากลุ่ม House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือก (Second-tier Brand) ที่มีคุณภาพของห้างร้านในกลุ่มสมาชิกและเครือข่ายกว่า 5,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาประหยัดผ่านช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศ พร้อมเสนอ มาตรการขับเคลื่อน 3 ระยะ เพื่อดูแลค่าครองชีพอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับเสนอขยายช่องทางร้านค้ารองรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โครงการ &#8216;ไทยช่วยไทย&#8217; จะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ครอบคลุมระยะเวลา 2 เดือน มุ่งเน้นการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดทั่วประเทศ อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านปริมาณสินค้า โดยยืนยันว่ามีการบริหารจัดการสต็อกอย่างเพียงพอและบริหารความเสี่ยงของการปรับขึ้นราคาได้ในระยะสั้น โดยอาศัยความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานใน ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์ คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานที่มีผลต่อราคาสินค้า สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว โดยในระยะเร่งด่วน &#8220;สมาคมฯ พร้อมสนับสนุนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ อย่างเต็มที่ ผ่านการนำสินค้ากลุ่ม House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือก (Second-tier [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tra-hand-moc-thai-chuay-thai-project/">สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ผนึก พาณิชย์ เดินหน้าโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทย&#8217; พร้อมชูมาตรการ 3 ระยะ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> ประกาศความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าโครงการ <strong>&#8216;ไทยช่วยไทย&#8217;</strong> เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเร่งด่วน</p>
<p><span id="more-40709"></span></p>
<p>ระดมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นโดยเฉพาะ<strong> สินค้ากลุ่ม </strong><strong>House Brand </strong><strong>และสินค้าแบรนด์ทางเลือก (</strong><strong>Second-tier Brand) </strong><strong>ที่มีคุณภาพของห้างร้านในกลุ่มสมาชิกและเครือข่ายกว่า </strong><strong>5,000 </strong><strong>รายการ</strong> มาจำหน่ายในราคาประหยัดผ่านช่องทางค้าปลีกทั่วประเทศ พร้อมเสนอ <strong>มาตรการขับเคลื่อน </strong><strong>3 </strong><strong>ระยะ</strong> <strong>เพื่อดูแลค่าครองชีพอย่างเป็นระบบ</strong> ควบคู่กับเสนอขยายช่องทางร้านค้ารองรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น</p>
<p>โครงการ <strong>&#8216;ไทยช่วยไทย&#8217;</strong> จะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ครอบคลุมระยะเวลา 2 เดือน มุ่งเน้นการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ในราคาประหยัดทั่วประเทศ อีกทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านปริมาณสินค้า โดยยืนยันว่ามีการบริหารจัดการสต็อกอย่างเพียงพอและบริหารความเสี่ยงของการปรับขึ้นราคาได้ในระยะสั้น โดยอาศัยความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานใน ทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิต ซัพพลายเออร์ ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์</p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> กล่าวว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานที่มีผลต่อราคาสินค้า สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว โดยในระยะเร่งด่วน</p>
<p><em>&#8220;<strong>สมาคมฯ พร้อมสนับสนุนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ อย่างเต็มที่ ผ่านการนำสินค้ากลุ่ม </strong><strong>House Brand </strong><strong>และสินค้าแบรนด์ทางเลือก (</strong><strong>Second-tier Brand</strong><strong>) ที่มีคุณภาพของห้างร้านในกลุ่มสมาชิกและเครือข่าย มาจัดจำหน่ายในราคาประหยัด</strong> เพื่อเพิ่มตัวเลือกและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน <strong>อีกทั้งเสนอให้ขยายช่องทางร้านค้าที่รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปยังโมเดิร์นเทรด </strong>เพื่อให้เกิดความสะดวกและรองรับความต้องการมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ เล็งเห็นว่าการดูแลค่าครองชีพจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง จึงขอเสนอมาตรการ 3 ระยะ ดังนี้</p>
<p><strong>1. ระยะสั้น &#8211; ประคองราคา</strong> (ช่วง 60 วันแรก)</p>
<ul>
<li>เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ–เอกชน ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมผู้ส่งปลีกไทย ผู้ผลิตผู้จัดจำหน่าย โดยกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาพลังงาน ต้นทุนขนส่ง และความเสี่ยงด้านอุปทานสินค้า เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารสต๊อก ดูแลราคาสินค้าได้อย่างทันท่วงที</li>
<li>กำหนด “ตะกร้าสินค้าจำเป็นราคาประหยัด (สินค้าธงฟ้า)” มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีกทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นเหล่านี้ในราคาที่เหมาะสม</li>
</ul>
<p><strong>2. ระยะกลาง &#8211; ลดต้นทุน</strong> (ช่วง 60 วัน – 12 เดือน)</p>
<ul>
<li>กำหนดการจัดกลุ่มสินค้าเป้าหมายอย่างชัดเจน แบ่งเป็น สินค้าจำเป็นสูง , สินค้าจำเป็นที่มีสินค้าทดแทนได้ แยกออกจากสินค้าทั่วไป เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการดูแลความเหมาะสมของราคาและความพร้อมของสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการและตรงตามกลุ่มเป้าหมาย</li>
<li>เสนอให้มีมาตรการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคและต่างจังหวัด เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่เข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสมอย่างทั่วถึง</li>
</ul>
<p><strong>3. ระยะยาว – ปรับโครงสร้าง </strong>(ช่วง 1-3 ปี)</p>
<ul>
<li>เสนอให้ยกระดับโครงสร้างระบบค้าปลีกและโลจิสติกส์ของประเทศ โดยพัฒนาเครือข่ายกระจายสินค้าในระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสต็อกและการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีในทุกพื้นที่</li>
<li>ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในระบบขนส่งเพื่อลดต้นทุนในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากความ ผันผวนของราคาพลังงาน</li>
</ul>
<p><strong>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมดูแลค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบการค้า และเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tra-hand-moc-thai-chuay-thai-project/">สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ผนึก พาณิชย์ เดินหน้าโครงการ &#8216;ไทยช่วยไทย&#8217; พร้อมชูมาตรการ 3 ระยะ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 22:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[chinese new year]]></category>
		<category><![CDATA[Every Day DISCOVERY]]></category>
		<category><![CDATA[Food Discovery & Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grocery]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[My Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[The Great Chinese New Year 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Tops]]></category>
		<category><![CDATA[Tops Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ของไหว้ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ตรุษจีน]]></category>
		<category><![CDATA[ท็อปส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลตรุษจีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39996</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217; หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับ &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​ ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น &#8216;วันเที่ยว&#8217; โดยมี &#8216;วันจ่าย&#8217; 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;วันไหว้&#8217; 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก  อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ &#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217; ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้  ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เทศกาลตรุษจีน&#8217;</strong> หรือปีใหม่ของชาวจีน (Chinese New Year) ​​เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของหลายครอบครัว โดยเฉพาะ​คนไทยเชื้อสายจีน ที่จะได้มีโอกาสเดินทางพบปะ​ พูดคุย และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ กับสมาชิก​ในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งเพื่อความเป็นสิริมงคลในการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ​รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งเทศกาลเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><span id="more-39996"></span></p>
<p>สำหรับ<strong> &#8216;เทศกาลตรุษจีน 2569&#8217;​</strong> ปีนี้ตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือเป็น <strong>&#8216;วันเที่ยว&#8217;</strong> โดยมี &#8216;<strong>วันจ่าย&#8217;</strong> 15 กุมภาพันธ์ 2569 และ &#8216;<strong>วันไหว้&#8217;</strong> 16 กุมภาพันธ์​ 2569 ​ภายใต้บรรยากาศโดยรวมที่ค่อนข้าง​คึกคัก เนื่องจาก​เป็นช่วงเทศกาลประจำปีที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ทั้งเพื่อการเฉลิมฉลองและเสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต</p>
<p><strong>เข้าใจ​ &#8216;Conscious Consumption&#8217; ​เฉลิมฉลองแบบไม่สร้างภาระให้โลก </strong></p>
<p>อีกหนึ่งสถานการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นพร้อมกับเทศกาลตรุษจีนอยู่เสมอ ก็คือ <strong>&#8216;ปริมาณอาหารที่เกินพอดี&#8217;</strong> ทั้งจากปริมาณของไหว้ที่จัดเตรียมไว้ รวมไปถึงอาหารเพิ่มเติมจากสมาชิกในครอบครัวที่ถือติดมือมารับประทานร่วมกัน ทำให้<em><strong>ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี มักจะมีปริมาณอาหารส่วนเกินเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการให้ดี ก็อาจจะเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องขยะอาหาร (Food Waste) ที่สร้างผลกระทบทั้งต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามมาได้ </strong></em></p>
<p>ข้อมูลนี้สอดคล้องกับอินไซต์ที่ทางท็อปส์ค้นพบ จากการสำรวจ &#8216;<strong>แนวโน้มการจับจ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ของลูกค้าท็อปส์&#8217;</strong> ผ่าน​ช่องทาง<strong> LINE TOPS Thailand</strong> และ <strong>Personal Shopper</strong> และสะท้อนถึงพฤติกรรมลูกค้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความใส่ใจต่อโลกและสิ่งแวดล้อม ทำให้​กลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Consumption&#8217;</strong> ที่​มีสัดส่วนถึง 63% ตั้งใจ​​​เฉลิมฉลองแบบรักษ์โลก ด้วยการบริหารจัดการปริมาณของไหว้ในปีนี้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเกิดปัญหา Food Waste</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/15_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่ม Conscious Consumption จะเน้น​การ​เฉลิมฉลองอย่างมีสติและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ถือ​เป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตาในกลุ่มคนเมือง ​รวมทั้ง​ยังพบ <em><strong>ผู้บริโภค 18% ที่กังวลในเรื่องของอาหารเหลือจนสร้าง Food Waste ในช่วงตรุษจีน</strong></em> และอีกกว่า<em><strong> 15% ที่มองหาชุดของไหว้ที่ช่วยลดพลาสติก</strong></em> ซึ่งผลสำรวจที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นการเติบโตของเทรนด์ Sustainability หรือความยั่งยืนที่เพิ่มมากขึ้นได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ผลสำรวจที่เกิดขึ้น​ นำมาสู่การถอดรหัสเพื่อทำความเข้าใจอินไซต์​ลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญต่อการบริโภคอย่างมีจิตสำนึก​ตามวิถี <strong>&#8216;กินเพื่ออยู่</strong>&#8216; (Eat to Live) ที่เน้นความพอดี พอประมาณ และไม่เหลือทิ้งขว้าง (Zero Waste) เพื่อมีส่วนช่วยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเริ่มต้นได้ตั้งแต่การวางแผนซื้อวัตถุดิบ หรือสั่งอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการช่วยลดปริมาณ Food Waste ได้ในที่สุด</p>
<p><strong>ท็อปส์ ต่อยอด​ &#8216;ชุดของไหว้&#8217; แบบพอดี &#8216;คุ้มค่า คุ้มราคา แต่ความหมายครบ&#8217;</strong></p>
<p>หลังถอดรหัสความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มสำคัญ​ในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่าง <strong>Conscious Consumption </strong>ได้แล้ว <strong>​&#8217;ท็อปส์&#8217;</strong> ได้ต่อยอด​อินไซต์ดังกล่าว มาสู่การจัดแคมเปญเทศกาลตรุษจีน &#8216;<strong>The Great Chinese New Year 2026&#8242; </strong>ให้​ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะ​แนวคิดการจัด <strong>ชุดของไหว้แบบ &#8216;พอดี&#8217;</strong> เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อเพื่อนำไปใช้ในการไหว้ได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบและขนาดของครอบครัวตัวเอง โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดเล็ก (</strong><strong>Minimal) </strong><strong>สำหรับมือใหม่ – ไหว้ให้ถูกหลัก ตั้งต้นมงคล </strong>แบบเบสิค ขนาดเล็ก แต่ของครบ ราคาประหยัด : My Choice ชุดซาแซอุดมสมบูรณ์ M, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคล ชุดสุดคุ้ม, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะ และ ชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40007 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/12_ชุดไหว้ขนาดกลาง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดกลาง</strong><strong> – </strong><strong>พอดีครบ เสริมสมดุลทุกพลังมงคล </strong>: My Choice ชุดซาแซเสริมสุข, Set Lucky Fruit Gift ชุดผลไม้มงคลประหยัด, ชุดไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยะใหญ่ และชุดไหว้บรรพบุรุษ</p>
<p><strong>&#8211; ชุดของไหว้ขนาดใหญ่ &#8211;</strong> <strong>สำหรับครอบครัวใหญ่ :</strong> My Choice ชุดโหงวแซรับความมั่งคั่ง, Set Lucky Premium Fruit Gift, ชุดโหงวแซซีฟู้ด, ชุดไหว้เทพเจ้าพิเศษ (ไฉ่ซิงเอี้ยะ) และ ชุดไหว้บรรพบุรุษใหญ่พิเศษ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดตัวเลือกของไหว้เพิ่มเติมสำหรับลูกค้า ทั้งของคาว–หวาน กระดาษเงินกระดาษทอง และของประดับมงคลเพื่อช่วยให้การจัดโต๊ะไหว้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ My Choice ชุดหัวหมูครบเซต, ชุดไหว้เจ้าที่ , My Choice ขนมไหว้ และ My Choice พุ่มซิ่วท้อไส้ถั่วแดง พร้อมของประดับมงคลต่างๆ เพื่อให้แต่ละครอบครัวสามารถเลือกซื้อของไหว้ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกได้ภายในจุดเดียว รวมท้ังสามารถเลือกซื้อให้ตอบโจทย์รูปแบบ​การไหว้ของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและพอดีภายในครอบครัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดของเหลือจน​กลายเป็นสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อมตามมา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/18_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แนะ 4 แนวทาง จัดการ &#8216;อาหาร​ส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; </strong></p>
<p>​​ ไม่เพียงให้ความสำคัญในการออกแบบชุดของไหว้ตั้งแต่ต้นทางอย่างพอดีเท่านั้น แต่ท็อปส์ยังได้นำเสนอแนวทางเพื่อช่วยบริหาร​​จัดการ ​&#8217;อาหารส่วนเกิน&#8217; ได้อย่างยั่งยืน เพื่อรองรับในกรณียังคงมีอาหารที่เหลือจากการบริโภคในช่วงเทศกาลอยู่  เพื่อสามารถสร้างให้เกิดคุณค่าเพิ่ม รวมทั้ง​ช่วยลดปริมาณขยะอาหาร สาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งนำไปสู่ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ <strong>Eat – Share – Feed </strong>และ<strong> Return to Earth​ </strong>โดยแต่ละแนวทางสามารถปฏิบัติได้จริงและไม่ยุ่งยาก  ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Eat : กินให้หมดอย่างมีแผน</strong></p>
<p><strong>ความยั่งยืนที่ดีที่สุด คือ การไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้น</strong> ดังน้ัน ​​อาหารจากการไหว้ที่ยังอยู่ในสภาพดีควรถูกนำกลับมาใช้เพื่อการบริโภคได้ใหม่ ทั้งการแปรรูปหลากหลายเมนู รวมทั้งการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยยืดอายุ และนำกลับมาเป็นวัตถุดิบเพื่อทำเป็นเมนูต่างๆ ได้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดปริมาณ Food Waste ได้จริง ซึ่งการ<strong> &#8216;กินให้หมด&#8217;</strong> ในที่นี้ไม่ใช่การฝืนกิน แต่เป็นการออกแบบเพื่อนำอาหารจากเทศกาลไปทำเป็นอาหารมื้อใหม่ในชีวิตประจำวันได้อีกครั้งอย่างมีคุณภาพและสมดุล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40006 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/7X0A4307.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. Share : แบ่งปันเพื่อขยายคุณค่า</strong></p>
<p>เมื่อมีปริมาณอาหารมากเกินความต้องการ <strong>&#8216;การแบ่งปัน​&#8217;</strong> จะช่วย​ต่ออายุและสร้างคุณค่าเพิ่มให้​ทรัพยากร การส่งต่ออาหารที่ยังรับประทานได้อย่างปลอดภัย​ให้แก่เพื่อนบ้าน ชุมชน หรือองค์กรเพื่อสังคม จึงเป็นอีกหนึ่งทางออกที่สร้างสรรค์ เพราะไม่เพียงช่วยลดโอกาสและปริมาณการเกิดของเสีย แต่ยัง <em><strong>เพิ่มการมีส่วนร่วมและส่งต่อความสุขในช่วงเทศกาลจากแค่ภายในครอบครัว ไปสู่การสร้างความเอื้อเฟื้อระหว่างกันภายในชุมชน</strong> </em>เพิ่มผลกระทบเชิงบวกไปสู่สังคมวงกว้าง ​สร้าง Social Impact ที่จับต้องได้มากกว่าการบริจาคเชิงสัญลักษณ์</p>
<p><strong>3. Feed :  เลี้ยงสิ่งมีชีวิตอื่น​ในระบบนิเวศ </strong></p>
<p>สำหรับอาหารที่เหลือช่วงเทศกาล แต่​​​อาจจะไม่เหมาะสำหรับการนำไปบริโภคต่อแล้ว สามารถนำไปเป็นทรัพยากรอาหารเพื่อเลี้ยง​สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศได้ต่อ เช่น การนำเศษอาหารไปเป็นอาหารสัตว์ สำหรับฟาร์มต่างๆ ที่อยู่ภายใน​ชุมชน หรือส่งต่อให้ระบบที่ได้รับการจัดการอย่างถูกลักษณะ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ เพราะ <strong>ถึงแม้จะเป็นเศษอาหารแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดคุณค่า</strong> สามารถเปลี่ยนบทบาทจากการหล่อเลี้ยงผู้คน ไปสู่การเลี้ยงชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ภายในระบบนิเวศเดียวกันได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. Return to Earth : คืนสู่ธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ</strong></p>
<p>สำหรับเศษอาหารที่จำเป็นต้องทิ้งจริงๆ เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือเปลือกของผัก​​ผลไม้ รวมทั้งเศษอาหารที่ไม่สามารถนำ​ไปใช้  (Reuse) ต่อได้  ก็ยังมีแนวทางเพื่อส่งกลับสู่ธรรมชาติอย่างถูกวิธี ด้วยการนำไป <strong>เข้าสู่กระบวนการเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมัก หรือฝังกลบขยะอินทรีย์ในดินอย่างถูกวิธีและเหมาะสม</strong> เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะอาหาร ซึ่งการแยกจัดการขยะอินทรีย์ตั้งแต่ต้นทาง คือ จุดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8216;ซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217; ​ลดขยะ &#8211; ความเหลื่อมล้ำทางอาหาร </strong></p>
<p>ท็อปส์ มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;Zero Food Waste to Landfill&#8217;</strong> โดยไม่ได้มองเพียงการจัดการเริ่มต้นจากปลายทางของ <strong>&#8216;ขยะ&#8217;</strong> แต่เห็นได้ว่าได้ให้ความสำคัญมาต้ังแต่ <strong>&#8216;ต้นน้ำ&#8217;</strong> ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ผ่านการ​บริหารจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่การคัดเลือก การจัดเก็บ การควบคุมอายุสินค้า ไปจนถึงการบริการจัดการที่หน้าร้าน เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด ก่อนจะกลายเป็นอาหารส่วนเกินเสียด้วยซ้ำ</p>
<p>และเมื่อผ่านการบริหารจัดการอย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังคงมีอาหารที่มีคุณภาพเหลืออยู่ ท็อปส์จึงเดินหน้าส่งต่อ ตามแนวทาง <strong>&#8216;จากซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ชุมชน&#8217;</strong> ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิ <strong>Scholars of Sustenance Thailand (SOS Thailand)</strong> ภายใต้กิจกรรม <strong>‘Food for Good Deed’ (อาหารปันสุข)</strong> รวมถึงการทำงานร่วมกับเกษตรกรและพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อกระจายอาหารส่วนเกินและวัตถุดิบที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ไปยังกลุ่มชุมชนที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/2O4A9798.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ อาหารที่ส่งต่อจะผ่านกระบวนการจัดการที่สะอาด ปลอดภัย และคงคุณค่าทางโภชนาการ ก่อนแปรรูปหรือกระจายสู่ผู้บริโภคในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งตลอดความร่วมมือกับทาง SOS Thailand  (ข้อมูลสะสม ณ ธันวาคม 2568)  ได้มีการส่งต่อมื้ออาหารรวมแล้วมากกว่า 8.6 ล้านมื้ออาหาร คิดเป็นปริมาณอาหารที่ช่วยลดการเกิด Food Waste ​ลงได้กว่า 2,039,934 กิโลกรัม ซึ่งช่วยลดการปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 5,161 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ครอบคลุม 109 สาขาทั่วประเทศ</p>
<p>โครงการนี้สะท้อนบทบาทของท็อปส์ในฐานะผู้ประกอบการค้าปลีกที่มุ่งลดปัญหา Food Waste ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำทางอาหาร (Food Inequality) อย่างเป็นรูปธรรม เพราะอาหารที่มีคุณค่า ไม่ควรถูกทิ้งให้สูญเปล่าและซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการซื้อขายแต่สามารถเป็น <strong>&#8216;จุดเชื่อมต่อ&#8217;</strong> ที่เปลี่ยนทรัพยากรส่วนเกิน ให้กลายเป็นคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40004 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/07.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากการสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โครงการยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานกับชุมชน (Employee–Community Engagement) จากส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างองค์กรและสังคม ภายใต้กลยุทธ์ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากพลังของการมีส่วนร่วมในทุกระดับ ตามแนวคิด ‘<strong>Small Acts Together</strong>’ และปรัชญา <strong>CRC Care</strong> ของเซ็นทรัล รีเทล</p>
<p><strong>ตอกย้ำผู้นำ Food Discovery &amp; Destination </strong></p>
<p>การออกแบบชุดของไหว้ในปีนี้ของท็อปส์ นอกจากสะท้อนความเข้าใจกลุ่ม <strong>Conscious Consumption</strong> ได้อย่างถ่องแท้แล้ว ในขณะเดียวกัน​ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะ<strong> Food Discovery &amp; Destination</strong> ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มได้แบบครบ จบในที่เดียว</p>
<p>เพราะไม่เพียง​การเป็นผู้นำการเฉลิมฉลอง​เทศกาลตรุษจีน 2569 แบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น​กลุ่ม <strong>Smart Planner</strong> ที่ยังกังวลเรื่องของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ​ทำให้ต้องวางแผนการซื้ออย่าง &#8216;<strong>ฉลาดเลือก</strong>&#8216;​ เน้นซื้อของมีคุณภาพ แต่ก็ยังต้องการโปรโมชันที่ช่วยเพิ่ม​ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายได้มากขึ้น</p>
<p>​รวมทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง <strong>GenX , GenY</strong> ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลักของครอบครัวในการจัดการเรื่องของไหว้ ซึ่งจัดเป็นผู้บริโภคสายโมเดิร์น ที่แม้จะให้ความสำคัญกับการสืบทอดประเพณีแต่ก็ยังต้องการความสะดวกสบาย ​ไปที่เดียวสามารถซื้อของได้ครบถ้วนแบบ One-stop Service และด้วยความที่เป็น​​คนรุ่นใหม่ ทำให้มี Painpoint เรื่องความกลัวในการจัดของไหว้ที่ผิดไปจากประพณีหรือความเชื่อ จึงต้องการตัวช่วยจาก​ชุดของไหว้ที่จัดมาแบบสำเร็จรูปและถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ท็อปส์ได้ถอดรหัสเพื่อ​นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40008 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​เพิ่มความเป็นสิริมงคลมากขึ้น ด้วยการมีที่ปรึกษาอย่าง <strong>&#8216;หมอช้าง–ทศพร ศรีตุลา&#8217; </strong>เพื่อให้ของไหว้ทุกชุดไม่ว่าจะเป็นชุดเล็ก กลาง หรือใหญ่ แต่มาพร้อม <strong>4 พลังแห่งความเป็นมงคล</strong> ทั้งพลังแห่งโชคลาภ <strong>(Luck)</strong> พลังแห่งสุขภาพที่ดี <strong>(Health)</strong> พลังแห่งความมั่งคั่ง <strong>(Wealth)</strong> และพลังแห่งความรัก <strong>(Love) </strong> อีกด้วย</p>
<p>​สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมความเฮง ต้อนรับปีใหม่จีน ท็อปส์ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มมาฝากกับ<strong> &#8216;ท็อปส์แจก 3 เฮง รับตรุษจีน&#8217;</strong> เพื่อช่วยผู้บริโภควางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าอีกด้วย</p>
<p><strong>เฮงที่ 1 :</strong> รับคูปองส่วนลด <strong>The Great Chinese New Year 2026</strong> ​สูงสุด 15% สำหรับสมาชิกเดอะวัน ที่​ซื้อสินค้าครบ​ 600 บาท ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์​ สาขาที่ร่วมรายการ และท็อปส์ ออนไลน์,  ซื้อสินค้าครบ 400 บาท ที่ท็อปส์ สาขาที่ร่วมรายการ, ท็อปส์แคร์​, เพ็ตแอนด์มี ที่เข้าร่วมรายการ รวมถึงร้านมัทสึคิโยะ และเมื่อซื้อสินค้าครบ 150 บาท ที่ท็อปส์ เดลี่ทุกสาขา โดยมีสิทธิ์ลุ้นได้ถึง 12 สิทธิ์ต่อหมายเลขสมาชิก ตลอดแคมเปญ</p>
<p><strong>เฮงที่ 2</strong> : แลกคะแนน The1 เท่ายอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p><strong>เฮงที่ 3 :</strong> รับหรือแลกคะแนน เพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ (ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด)</p>
<p>พิเศษ! สำหรับลูกค้า The1 ยังมี​โปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Super Burn ลด on-top ทั้งตะกร้า เพียงแลกคะแนน The 1 ตามยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มทันที 20% โดยมียอดแลกขั้นต่ำ 800 คะแนนต่อใบเสร็จ ที่ท็อปส์ ทุกสาขา และ ท็อปส์ ออนไลน์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40003 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/14_The-Great-Chinese-New-Year-2026.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พบแคมเปญ <strong>&#8216;The Great Chinese New Year 2026&#8217; </strong> ที่ท็อปส์คัดสรรสินค้าและโซลูชันสำหรับเทศกาลตรุษจีนมาอย่างครบถ้วน เพื่อรับทั้งความเฮงและ ความปัง ตลอดเทศกาลจนถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ท็อปส์, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ดส์ และท็อปส์ เดลี่ ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์</p>
<p>พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชันต่างๆ ได้ที่ https://www.tops.co.th/th, เฟซบุ๊ก TOPS Thailand หรือ LINE @TOPSThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/tops-the-great-chinese-new-year-2026/">ท็อปส์ เปิดอินไซต์ &#8216;ไหว้ตรุษจีน&#8217; แบบพอดี พร้อม 4 ไอเดีย จัดการ &#8216;อาหารส่วนเกินช่วงเทศกาล&#8217; ได้ทั้งสิริมงคล ​สร้างประโยชน์ชุมชน และไม่เป็นภาระสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 06:22:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[MOSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[สง่า บุญสงเคราะห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38776</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย อัดแน่นกลยุทธ์โค้งสุดท้ายของปี 2568 เร่งเครื่องขยายสาขา-เพิ่มสินค้าใหม่รับเทศกาล ดันผลงาน Q4/68 และเร่งเครื่องพัฒนาสินค้าสำหรับปี 2569 โดยต่อยอดจุดแข็ง ‘ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้’ ควบคู่กับกลยุทธ์ที่คำนึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ชูการนำเสนอสินค้าแบบ Exclusive เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พร้อมประกาศแผนเชิงรุกปีหน้า เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 35 สาขา ในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นใจรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีและเทศกาลปีใหม่ ได้แก่ 1.) การขยายสาขาใหม่ โดยได้เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 15 สาขาในพื้นที่ศักยภาพ อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/">“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘</strong><strong>บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ </strong><strong>MOSHI </strong><strong>ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย อัดแน่นกลยุทธ์โค้งสุดท้ายของปี </strong><strong>2568</strong><strong> เร่งเครื่องขยายสาขา-เพิ่มสินค้าใหม่รับเทศกาล ดันผลงาน </strong><strong>Q</strong><strong>4/68 และเร่งเครื่องพัฒนาสินค้าสำหรับปี</strong><strong> 2569</strong></p>
<p><span id="more-38776"></span></p>
<p><strong>โดยต่อยอดจุดแข็ง ‘ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้’ ควบคู่กับกลยุทธ์ที่คำนึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ชูการนำเสนอสินค้าแบบ</strong><strong> Exclusive </strong><strong>เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พร้อมประกาศแผนเชิงรุกปีหน้า เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 35 สาขา ในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นใจรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง </strong></p>
<p><strong>นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </strong><strong>(</strong><strong>บริษัทฯ) หรือ </strong><strong>MOSHI</strong> ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีและเทศกาลปีใหม่ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/moshi1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1.</strong><strong>) การขยายสาขาใหม่</strong> โดยได้เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 15 สาขาในพื้นที่ศักยภาพ อาทิ เซนทรัล กระบี่, โลตัส บ้านบึง รวมถึงสาขา Standalone ในจังหวัดใหม่ อย่าง ตราด และ อุทัยธานี ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ เปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 39 สาขา ช่วยขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2.</strong><strong>) อัดแน่นสินค้าใหม่รับเทศกาล</strong> กว่า 2,000 รายการ เพื่อรับกระแสเทศกาลแห่งการให้และเทรนด์การแลกเปลี่ยนของขวัญขนาดเล็กที่เน้นความน่ารักราคาไม่แรงมีคุณค่าทางใจ (small gifts exchange trends) รวมถึงบริษัทฯ ได้เปิดตัวสินค้า Collection ลิขสิทธิ์ยอดนิยม อาทิ Care Bears, Zootopia, Stitch, และ Powerpuff Girls เป็นต้น ที่เติมเต็มโมเมนต์แห่งความสุขด้วยดีไซน์สุดคิ้วท์ที่พลาดไม่ได้ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มองหาของขวัญ &#8220;กุ๊กกิ๊กน่ารัก&#8221; สำหรับแลกของขวัญกับแก๊งเพื่อนหรือซื้อเก็บสะสมสำหรับตนเองและคนพิเศษ  ​</p>
<p><strong>3.</strong><strong>) เพิ่มมูลค่าการซื้อต่อบิล (</strong><strong>Basket Size)</strong> นอกเหนือจากสินค้าในกลุ่มของขวัญแล้ว MOSHI ยังได้เพิ่มความหลากหลายของ สินค้ามูลค่าสูง (High Value) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าตุ๊กตาลิขสิทธิ์และนำเสนอสินค้าในรูปแบบ Gift Set/Box ที่ช่วยเปลี่ยนการเลือกของขวัญให้เป็นเรื่องง่ายและน่าสนใจ เพิ่มโอกาสในการจับจ่ายและอัพไซซ์ตะกร้าสินค้าของลูกค้า</p>
<p><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>MOSHI</strong> กล่าวเพิ่มว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในปี 2569 ยังมีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเติบโตอย่างระมัดระวังจากปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวราว 35.5 ล้านคน พร้อมรายได้จากการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท รวมถึงแรงหนุนจากงานสำคัญระดับโลก เช่น มหกรรมพืชสวนโลกและการประชุม IMF-World Bank ที่จะช่วยเพิ่มการเดินทางและการจับจ่ายภายในประเทศ ด้านการแข่งขันในตลาดค้าปลีก บริษัทฯ มองว่าแม้จะมีผู้เล่นรายใหม่และการขยายตัวของหลายแบรนด์ แต่จะเป็นแรงผลักให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่าง และการนำเสนอสินค้าในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ MOSHI พร้อมต่อยอดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Moshi3.jpg" alt="" width="1200" height="795" /></p>
<p>“ด้วยความเข้าใจตลาดและประสบการณ์ที่ MOSHI สั่งสมมา ผสานกับจุดแข็ง<strong> ด้านดีไซน์ คุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้</strong> ทำให้เราสามารถพัฒนาสินค้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ส่งผลให้ MOSHI เติบโตขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย” <strong>นายสง่า</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันดังกล่าว ภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>“มอบความสุขด้วยการสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์เป็นเลิศ” </strong>โดยเดินหน้า<strong>พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง</strong> พร้อมรักษาคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับการสร้างสินค้า Exclusive ในกลุ่มของเล่นและคอลเลกชันใหม่ทั้ง IP และ non-IP นอกจากนี้ ยัง<strong>วางแผนขยายสาขา</strong>เพิ่มอีก 35 แห่ง รวมถึงสาขาแบบ Standalone อย่างน้อย 5 แห่งในทำเลศักยภาพ พร้อม<strong>ยกระดับประสบการณ์ในร้าน </strong>ด้วยการปรับดีไซน์ และ<strong>กลยุทธ์โปรโมตสินค้าหลัก </strong>ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มั่นใจว่ากลยุทธ์ที่เน้นความแตกต่างและความเข้าใจผู้บริโภคท้องถิ่น จะช่วยให้ MOSHI ยังคงแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งแม้ตลาดจะท้าทายมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/">“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดัชนีความเชื่อมั่น &#8216;ค้าปลีก&#8217; มิ.ย. ต่ำสุด รอบ 42 เดือน &#8216;สมาคมผู้ค้าปลีกไทย&#8217; ​ชง 2 แนวทางเร่งด่วน &#8216;ฟื้นกำลังซื้อ-ปลุกท่องเที่ยว&#8217;   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/new-low-retail-sentiment-index/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 07:12:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Easy E-Receipt]]></category>
		<category><![CDATA[Hug The Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Retail Sentiment Index]]></category>
		<category><![CDATA[RSI​]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Retailers Association]]></category>
		<category><![CDATA[TRA]]></category>
		<category><![CDATA[กระตุ้นเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กำลังซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อมั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ค้าปลีกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฮักโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34839</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผย ดัชนีความเชื่อมันผู้ค้าปลีก (RSI – Retail Sentiment Index) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรับลดลงต่อเนื่อง จนแตะระดับ New Time Low ในรอบ 42 เดือน   สะท้อนภาพกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง ขณะที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนชะลอการลงทุน เพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐอย่างเป็นรูปธรรม สมาคมฯ จึงขอเสนอ 2 แนวทางเร่งด่วน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ให้สามารถเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ​ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาภาคค้าปลีกต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง การบริโภคที่ชะลอตัว การลงทุนที่ลดลง รวมทั้งปัจจัยภายนอก อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของไทยลดลง นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าไทยจะสามารถเจรจาให้ลดลงต่ำกว่า 36% หรือใกล้เคียงกับประเทศในแถบเอเชียอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กในธุรกิจที่ต้องเปิดเสรี ได้หรือไม่ ซึ่งมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและการจ้างงานในระบบ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ล้วนส่งผลต่อบรรยากาศการจับจ่ายและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวม &#8220;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกในเดือนมิถุนายนยังคงปรับลดลงในทุกองค์ประกอบ ทุกภูมิภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/new-low-retail-sentiment-index/">ดัชนีความเชื่อมั่น &#8216;ค้าปลีก&#8217; มิ.ย. ต่ำสุด รอบ 42 เดือน &#8216;สมาคมผู้ค้าปลีกไทย&#8217; ​ชง 2 แนวทางเร่งด่วน &#8216;ฟื้นกำลังซื้อ-ปลุกท่องเที่ยว&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สมาคมผู้ค้าปลีกไทย เผย <strong>ดัชนีความเชื่อมันผู้ค้าปลีก (</strong><strong>RSI – Retail Sentiment Index</strong><strong>) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรับลดลงต่อเนื่อง จนแตะระดับ </strong><strong>New Time Low </strong><strong>ในรอบ </strong><strong>42 </strong><strong>เดือน  </strong></p>
<p><span id="more-34839"></span></p>
<p><strong>สะท้อนภาพกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง ขณะที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนชะลอการลงทุน </strong>เพื่อรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>สมาคมฯ จึงขอเสนอ 2 แนวทางเร่งด่วน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ให้สามารถเดินหน้าฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/K-NAT1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> เปิดเผยว่า ​ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาภาคค้าปลีกต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง การบริโภคที่ชะลอตัว การลงทุนที่ลดลง รวมทั้งปัจจัยภายนอก อาทิ</p>
<p><strong>จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ </strong>โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของไทยลดลง</p>
<p><strong>นโยบายภาษีของสหรัฐฯ </strong>ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าไทยจะสามารถเจรจาให้ลดลงต่ำกว่า 36% หรือใกล้เคียงกับประเทศในแถบเอเชียอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กในธุรกิจที่ต้องเปิดเสรี ได้หรือไม่ ซึ่งมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยและการจ้างงานในระบบ</p>
<p><strong>ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และ สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา</strong> ล้วนส่งผลต่อบรรยากาศการจับจ่ายและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจโดยรวม</p>
<p><em>&#8220;ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกในเดือนมิถุนายนยังคงปรับลดลงในทุกองค์ประกอบ ทุกภูมิภาค ทั้งยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ ความถี่ในการใช้จ่าย โดยคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาสที่ 3 สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวและระมัดระวังในการจับจ่าย ถึงแม้จะมีสัญญานบวกจากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แต่ยังขาดเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจน ขณะที่ภาคเอกชนเฝ้ารอการเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ และต้องการเห็นมาตรการฟื้นฟูที่ลงมือปฏิบัติได้จริงใน ช่วงครึ่งปีหลัง&#8221;</em></p>
<figure id="attachment_34843" aria-describedby="caption-attachment-34843" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-34843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Re-retail1.jpg" alt="" width="1200" height="681" /><figcaption id="caption-attachment-34843" class="wp-caption-text">Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>ทั้งนี้ สมาคมฯ จึงเสนอแนวทางผ่าย 2 แกนหลัก เพื่อเร่งฟื้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>1. อัดฉีดเม็ดเงินรัฐอย่างตรงจุด เพื่อฟื้นกำลังซื้อทั่วประเทศ</strong></p>
<p><strong>&#8211; เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ </strong>ผ่านงบล็อตแรก 15 แสนล้านบาท จากกรอบงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน โดยควรกระจายการลงทุนครอบคลุมทั่วประเทศ ในด้านท่องเที่ยวควรเร่งมาตรการความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้<strong>รัฐควรจัดสรรงบคงเหลืออีก 40</strong><strong>,</strong><strong>000–50</strong><strong>,</strong><strong>000 ล้านบาท เพื่อมุ่งกระตุ้นกำลังซื้อฐานรากให้มากขึ้นกว่านี้ และช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งมีมากกว่า </strong><strong>90% </strong><strong>ของภาคธุรกิจทั้งหมด</strong> ครอบคลุม 50-70% ของการจ้างงานโดยรวม ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; ผลักดันโครงการ &#8216;</strong><strong>Easy e-Receipt </strong><strong>เฟส </strong><strong>2&#8242;</strong> <strong>หรือช้อปดีมีคืน</strong> <strong>ช่วงระหว่างกันยายน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ธันวาคมนี้ </strong>เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในฤดูไฮซีซั่นและเทศกาลเฟสทีฟต่างๆ พร้อมดึงผู้ค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเป็นธรรม</p>
<p>โดยเสนอให้มีการ <strong>ปรับเงื่อนไขให้เข้าร่วมได้สะดวกขึ้น ด้วยการรวมสินค้าทั่วไปและสินค้า </strong><strong>OTOP </strong><strong>รวมถึงเพิ่มเติมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในวงเงินรวมกันไม่เกิน </strong><strong>100,000 </strong><strong>บาท คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณ มากกว่า </strong><strong>100,000 </strong><strong>ล้านบาท</strong> จากเดิมราว 70,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>&#8211; เร่งเบิกจ่ายงบปี 2568 ให้แล้วเสร็จก่อน 30 ก.ย. 68 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ</strong> เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว พร้อม <strong>จัดทำร่างงบประมาณรายจ่าย ปี 2569 ให้เป็นไปตามกรอบเวลา</strong> เพื่อความต่อเนื่องของนโยบายและการดำเนินการอย่างราบรื่น</p>
<p><strong> 2. ดันแม่เหล็กท่องเที่ยวผ่าน </strong><strong>Thailand Shopping Paradise</strong> ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ</p>
<p><strong>&#8211; ทดลองมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า</strong> <strong>(</strong><strong>Instant Tax Refund</strong><strong>)</strong> สำหรับนักท่องเที่ยวที่มียอดซื้อ         ขั้นต่ำ 3,000 บาท โดยอาจเริ่มจากร้านค้าสมาชิกในย่านช้อปปิ้งหลักของกรุงเทพฯ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว</p>
<p><strong>&#8211; ลดภาษีนำเข้า (</strong><strong>Import Tax</strong><strong>) สำหรับสินค้าในกลุ่ม แฟชั่น เสื้อผ้า น้ำหอม และเครื่องสำอาง</strong> ซึ่งปัจจุบันมีอัตราภาษีนำเข้าสูงถึง 20–30% เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค เพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และลดแรงจูงใจในการซื้อสินค้าจากตลาดสีเทา</p>
<p><strong>&#8211; พิจารณาจัดตั้งเขตปลอดภาษี (</strong><strong>Free Tax Zone</strong>) ในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการกลับมาเที่ยวซ้ำในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8211; จัดมหกรรมลดราคาสินค้าทั่วประเทศ</strong> ในรูปแบบเดียวกับ “Great Singapore Sale” (งานสิงคโปร์ลดทั้งเกาะ)              โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างห้างค้าปลีก ร้านอาหาร โรงแรม และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อสร้างบรรยากาศจับจ่ายทั่วประเทศ เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; เสนอขยายระยะเวลาวีซ่าของนักท่องเที่ยวรัสเซียจาก 30 วัน เป็น 45 วัน</strong> หลังสิ้นสุดโครงการเดิม เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้ในภาคการท่องเที่ยว โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจากรัสเซียถือเป็นกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงและมักนิยมพำนักระยะยาวในประเทศไทย</p>
<p>อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทางภาครัฐกำลังดำเนินการในด้าน <strong>การปราบปรามธุรกิจ &#8216;นอมินี&#8217; สวมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และซูเปอร์มาร์เก็ต และการคุมเข้ม</strong><strong> &#8216;</strong><strong>สินค้านำเข้าราคาถูกไม่ได้มาตรฐาน&#8217;</strong></p>
<p><strong>ทางสมาคมฯ มองว่ารัฐมาถูกทางและเริ่มเห็นผลลัพธ์บ้างแล้ว แต่ขอเสนอให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง </strong>เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34840 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/ฮักโลก-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากมาตรการฟื้นเศรษฐกิจที่ทางสมาคมฯ พร้อมที่จะร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมแล้ว  บทบาทของสมาคมฯ ยังให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และส่งเสริมค้าปลีกสีเขียว (Green Retail) โดยร่วมกับสมาชิกในเครือข่ายจัดโครงการ<strong> &#8216;Hug The Earth&#8217; (ฮักโลก)</strong> เพื่อรณรงค์การบริโภคอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าฉลากรักษ์โลกมากกว่า 20,000 รายการทั่วประเทศ</p>
<p>พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ยังเดินหน้าเพิ่มโอกาส สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทั้งในกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ผ่านความร่วมมือกับห้างร้านกลุ่มค้าปลีกชั้นนำ เช่น กลุ่มเซ็นทรัล จัดงานมหกรรมจำหน่ายสินค้าชุมชน, เดอะมอลล์ จัดเทศกาลผลไม้และของกินจากร้านดังทั่วไทย, โก โฮลเซลล์ เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้า OTOP จากทั่วประเทศ, ซีพี แอ็กซ์ตร้า  จัดงานแม็คโคร โชห่วยออนทัวร์รวมมิตร เสริมศักยภาพร้านโชห่วยไทย, บิ๊กซี จัดเทศกาลผลไม้ไทย และท็อปส์ จัดโซนจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นต้น <strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34842 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Community-.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>สมาคมผู้ค้าปลีกไทยเชื่อว่าหากรัฐบาลผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีศักยภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ควบคู่กับความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งและเติบโต อย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/new-low-retail-sentiment-index/">ดัชนีความเชื่อมั่น &#8216;ค้าปลีก&#8217; มิ.ย. ต่ำสุด รอบ 42 เดือน &#8216;สมาคมผู้ค้าปลีกไทย&#8217; ​ชง 2 แนวทางเร่งด่วน &#8216;ฟื้นกำลังซื้อ-ปลุกท่องเที่ยว&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล แต่งตั้ง &#8216;ฌอน ฮิลล์&#8217; เจเนเรชันที่ 4 แห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ นั่งแท่นซีอีโอห้างหรู &#8216;ดี แบนคอร์ฟ&#8217; ในเนเธอร์แลนด์  รับไม้ต่อขับเคลื่อนค้าปลีกยุคใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/central-group-appoint-new-ceo-de-bijenkorf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 06:07:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Group Europe]]></category>
		<category><![CDATA[CEO]]></category>
		<category><![CDATA[de Bijenkorf]]></category>
		<category><![CDATA[Luxury]]></category>
		<category><![CDATA[Sean Hill]]></category>
		<category><![CDATA[Selfridges Group]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซลฟริดเจส]]></category>
		<category><![CDATA[จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ฌอน ฮิลล์]]></category>
		<category><![CDATA[ดี แบนคอร์ฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริหารองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[เนเธอร์แลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34588</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศแต่งตั้ง คุณฌอน ฮิลล์ (Sean Hill) เข้าดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ ห้างสรรพสินค้า ดี แบนคอร์ฟ (de Bijenkorf) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้ง 7 สาขา อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนห้างหรูระดับตำนาน ที่เปรียบดังสัญลักษณ์ของกรุงอัมสเตอร์ดัมให้ก้าวสู่ยุคใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเหนือระดับในโลกค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณฌอนเป็นผู้บริหารมืออาชีพที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี ในธุรกิจห้างสรรพสินค้าและค้าปลีกระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดยุโรป ด้วยความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ การบริหารการเงิน และการพัฒนาแบรนด์ค้าปลีกในเมืองใหญ่ทั่วยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล ก่อนเข้ารับตำแหน่งปัจจุบัน คุณฌอนเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ดังนี้ ปี พ.ศ.2554 &#8211; 2558 ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายขยายธุรกิจค้าปลีก (Retail Expansion Manager) ของห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต (Rinascente) ประเทศอิตาลี โดยเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับ ห้างสรรพสินค้า รีนาเซนเต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/central-group-appoint-new-ceo-de-bijenkorf/">กลุ่มเซ็นทรัล แต่งตั้ง &#8216;ฌอน ฮิลล์&#8217; เจเนเรชันที่ 4 แห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ นั่งแท่นซีอีโอห้างหรู &#8216;ดี แบนคอร์ฟ&#8217; ในเนเธอร์แลนด์  รับไม้ต่อขับเคลื่อนค้าปลีกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศแต่งตั้ง <strong>คุณฌอน ฮิลล์</strong><strong> (Sean Hill)</strong> เข้าดำรงตำแหน่ง <strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong> (CEO) ของ ห้างสรรพสินค้า <strong>ดี แบนคอร์ฟ (</strong><strong>de Bijenkorf)</strong> ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้ง 7 สาขา อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป</p>
<p><span id="more-34588"></span></p>
<p>โดยมีภารกิจหลักในการขับเคลื่อนห้างหรูระดับตำนาน ที่เปรียบดังสัญลักษณ์ของกรุงอัมสเตอร์ดัมให้ก้าวสู่ยุคใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเหนือระดับในโลกค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>คุณฌอนเป็นผู้บริหารมืออาชีพที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี ในธุรกิจห้างสรรพสินค้าและค้าปลีกระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดยุโรป ด้วยความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ การบริหารการเงิน และการพัฒนาแบรนด์ค้าปลีกในเมืองใหญ่ทั่วยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34589 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/K-Sean.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p>ก่อนเข้ารับตำแหน่งปัจจุบัน คุณฌอนเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ดังนี้</p>
<p><strong>ปี พ</strong><strong>.</strong><strong>ศ</strong><strong>.2554 &#8211; 2558</strong> ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่ายขยายธุรกิจค้าปลีก (Retail Expansion Manager) ของห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต (Rinascente) ประเทศอิตาลี โดยเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับ ห้างสรรพสินค้า รีนาเซนเต ให้ดียิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ปี พ.ศ.</strong><strong> 2558 &#8211; 2563</strong> ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer &#8211; COO) ของ KaDeWe Group ในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ดูแลการปรับเปลี่ยนห้างสรรพสินค้า คาเดเว กรุงเบอร์ลิน, อัลสแตร์เฮ้าส์ เมืองฮัมบูร์ก และ โอเบอร์โพลลิงเกอร์ เมืองมิวนิก ให้กลับมาโดดเด่นในระดับภูมิภาคยุโรป</p>
<p><strong>ปี พ</strong><strong>.</strong><strong>ศ</strong><strong>.2563 &#8211; 2568</strong> ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ กลุ่มเซ็นทรัล ยุโรป (Managing Director, Central Group Europe Investment Limited) โดยมีบทบาทหลักในการกำหนดทิศทางและดูแลห้างสรรพสินค้าระดับ ไฮเอนด์ของกลุ่มเซ็นทรัลในยุโรปทั้ง 7 ประเทศ ซึ่งครอบคลุมการลงทุนการขยายเครือข่ายสาขา และการบริหารอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในทำเลศักยภาพสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34590 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/2378602.jpg" alt="" width="1000" height="606" /></p>
<p>คุณฌอน ยังเป็นทายาทเจเนอเรชันที่ 4 แห่ง <strong>ตระกูลจิราธิวัฒน์</strong> โดยเป็น <strong>หลานชายคนโตของคุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ของไทยและขยายอาณาจักรธุรกิจครอบครัวสู่ระดับโลก</p>
<p><strong>คุณอังเดร เมเดอร์ (</strong><strong>Andre Maeder) </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>CEO Central Group Europe </strong><strong>และ </strong><strong>CEO of Selfridges Group</strong><strong>)</strong> กล่าวแสดงความยินดีว่า<em> “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับคุณฌอน ฮิลล์ ในบทบาทซีอีโอของ ดี แบนคอร์ฟ เรามั่นใจว่าคุณฌอน จะนำวิสัยทัศน์ที่ผสานความเข้าใจเชิงลึกในธุรกิจค้าปลีกระดับพรีเมียมมาช่วยขับเคลื่อน ดี แบนคอร์ฟ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าทั้งในเนเธอร์แลนด์และจากนานาประเทศทั่วโลก”</em></p>
<p>ด้าน <strong>คุณฌอน ฮิลล์ (</strong><strong>Sean Hill) </strong>กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า <em>“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสสานต่อความสำเร็จของห้างสรรพสินค้า ดี แบนคอร์ฟ ซึ่งมีรากฐานที่มั่นคงควบคู่กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น ผมมองเห็นศักยภาพอันแข็งแกร่งของ ดี แบนคอร์ฟ ที่จะเป็นจิกซอว์สำคัญในการสร้างการเติบโตในตลาดยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล”</em></p>
<p>สำหรับ​ห้างสรรพสินค้า ดี แบนคอร์ฟ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นห้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อายุยาวนานกว่า 155 ปี ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 7 สาขาทั่วประเทศเนเธอร์แลนด์ นับเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าของกลุ่มเซลฟริดเจส (Selfridges Group) ซึ่ง <strong>กลุ่มเซ็นทรัลได้เข้าร่วมลงทุนตั้งแต่ปี 2565 และเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจห้างสรรพสินค้าลักชัวรีในยุโรปให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง</strong> จนก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่านักช้อปและเซเลบริตี้จากทั่วทุกมุมโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34593 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="746" /></p>
<p><strong><em>ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและประสบการณ์การบริหารในหลากหลายประเทศ รวมถึงรากฐานที่ถูกปลูกฝังจากครอบครัวจิราธิวัฒน์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกของไทย คุณฌอนจึงพร้อมนำ &#8216;ดี แบนคอร์ฟ&#8217;  ก้าวสู่บทใหม่ของการเติบโตที่หลอมรวมความมีเอกลักษณ์เข้ากับค้าปลีกสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ</em></strong></p>
<p>ทั้งนี้  <strong>ธุรกิจในยุโรปของกลุ่มเซ็นทรัล </strong>ที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันมีใน <strong>7 ประเทศ</strong> <strong>โดยการลงทุนใน 6 ประเทศ</strong> <strong>เป็นการลงทุนส่วนตัวโดยตรงของกลุ่มเซ็นทรัล</strong> <strong>ไม่เกี่ยวข้องกับ บมจ. เซ็นทรัลรีเทล (</strong><strong>CRC</strong><strong>) และ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา (</strong><strong>CPN</strong><strong>) แต่อย่างใด </strong>ประกอบด้วย​</p>
<p><strong>สหราชอาณาจักร </strong>: ห้างสรรพสินค้าเซลฟริดเจส (Selfridges)</p>
<p><strong>ประเทศเนเธอร์แลนด์ </strong>: ห้างสรรพสินค้าดี แบนคอร์ฟ (de Bijenkorf)</p>
<p><strong>ประเทศไอร์แลนด์ </strong>: ห้างสรรพสินค้าบราวน์ โทมัส (Brown Thomas) และ อาร์นอตส์ (Arnotts)</p>
<p><strong>ประเทศเยอรมนี </strong>: ห้างสรรพสินค้าคาเดเว (KaDeWe) กรุงเบอร์ลิน, โอเบอร์โพลลิงเกอร์ (Oberpollinger) เมืองมิวนิก และอัลสแตร์เฮ้าส์ (Alsterhaus) เมืองฮัมบูร์ก</p>
<p><strong>ประเทศเดนมาร์ก </strong><strong>:</strong> ห้างสรรพสินค้าอิลลุม (Illum)</p>
<p><strong>ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์</strong>: ห้างสรรพสินค้าโกลบุส (Globus) และ โกลบุสฟู้ดฮอลล์ (Globus Food Hall)</p>
<p>ส่วน <strong>การลงทุนในประเทศอิตาลี</strong> แบ่งเป็น <strong>บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (</strong><strong>CRC)</strong> เป็นเจ้าของ (100%) ในส่วนของ <u>บริษัทที่บริหารห้างสรรพสินค้ารีนาเซนเต ทั้ง 9 สาขา</u>  ด้าน <strong>กลุ่มเซ็นทรัล</strong> เป็นเจ้าของ (100%) เฉพาะในส่วน<u>บริษัทที่ถือครองและบริหารอาคารและที่ดิน 2 สาขา </u>คือ สาขาโรม ทริโทเน่ (Rome Tritone) และสาขาตูริน (Turin)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/central-group-appoint-new-ceo-de-bijenkorf/">กลุ่มเซ็นทรัล แต่งตั้ง &#8216;ฌอน ฮิลล์&#8217; เจเนเรชันที่ 4 แห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ นั่งแท่นซีอีโอห้างหรู &#8216;ดี แบนคอร์ฟ&#8217; ในเนเธอร์แลนด์  รับไม้ต่อขับเคลื่อนค้าปลีกยุคใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;สุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; CEO ใหม่ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217; วางโรดแม็พ 3 ปี ลงทุน​ 4.5-4.7 หมื่นล้าน สร้าง &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; พร้อมกระจายเม็ดเงินลงชุมชนได้แล้ว​ 814 ล้านบาท ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/crc-new-ceo-forum-strategic-to-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 12:43:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRC Care]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[New Heights Next Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[วิสัยทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิสาร จิราธิวัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34325</guid>

					<description><![CDATA[<p>ออกมาประกาศวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการ หลังรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ล่าสุดของ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217;  ไปเมื่อ 1 พฤษภาคม 2568  สำหรับ &#8216;คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217;  CEO บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC การขึ้นตำแหน่งแม่ทัพ ท่ามกลางหลายปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่โลกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่น รวมไปถึงต้นทุนการดำเนินงานที่อาจปรับตัวขึ้น ไปจนถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ​แลนด์สเคปทางธุรกิจที่เปลี่ยนข้างกลับขั้ว รวมทั้งความท้าทายทั้งจากโครงสร้างประชากรโลก และ​พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณสิทธิสาร จิราธิวัฒน์ กล่าวถึงกลยุทธ์เพื่อก้าวข้ามความท้าทาย  เพื่อนำพา CRC เติบโตได้อย่างแข็งแรง พร้อมเดินหน้าลงทุนตามเป้าหมายที่วางไว้ผ่านโรดแม็พ 3 ปี ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวม 4.5-4.7 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 5% ตลอด 3 ปี ภายใต้กลยุทธ์ &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/crc-new-ceo-forum-strategic-to-growth/">&#8216;สุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; CEO ใหม่ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217; วางโรดแม็พ 3 ปี ลงทุน​ 4.5-4.7 หมื่นล้าน สร้าง &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; พร้อมกระจายเม็ดเงินลงชุมชนได้แล้ว​ 814 ล้านบาท ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ออกมาประกาศวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการ หลังรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) คนใหม่ล่าสุดของ<strong> &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217;</strong>  ไปเมื่อ 1 พฤษภาคม 2568  สำหรับ &#8216;<strong>คุณสุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; </strong> CEO บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC</p>
<p><span id="more-34325"></span></p>
<p>การขึ้นตำแหน่งแม่ทัพ ท่ามกลางหลายปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่โลกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่น รวมไปถึงต้นทุนการดำเนินงานที่อาจปรับตัวขึ้น ไปจนถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ​แลนด์สเคปทางธุรกิจที่เปลี่ยนข้างกลับขั้ว รวมทั้งความท้าทายทั้งจากโครงสร้างประชากรโลก และ​พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34333 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Re-10.ภาพประกอบข่าวเซ็นทรัล-รีเทล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสิทธิสาร จิราธิวัฒน์</strong> กล่าวถึงกลยุทธ์เพื่อก้าวข้ามความท้าทาย  เพื่อนำพา CRC เติบโตได้อย่างแข็งแรง พร้อมเดินหน้าลงทุนตามเป้าหมายที่วางไว้ผ่านโรดแม็พ 3 ปี ภายใต้เม็ดเงินลงทุนรวม 4.5-4.7 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 5% ตลอด 3 ปี</p>
<p>ภายใต้กลยุทธ์ <strong>&#8216;New Heights, Next Growth&#8217;</strong> เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 5 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. การเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าได้ลึกซึ้งมากขึ้น</strong> <strong>(Reinforce Customer Focus)</strong> : เพื่อรับมือความท้าทายเรื่องพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง โดยอาศัยความแข็งแกร่งด้านข้อมูลจากแพลตฟอร์ม The 1 Loyalty Program ทั้งในไทยและเวียดนาม ที่มีสมาชิกรวมกันกว่า 26 ล้านราย โดยสามารถครอบคลุมประชากรในไทยได้กว่า 33% หรือราว 20 ล้านคน ขณะที่ในเวียดนาม 4%  และหากสามารถต่อยอดการวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจและหาอินไซต์มาตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น จะเป็นโอกาสเติบโตได้มากขึ้น<em><strong> โดยเฉพาะการขยายฐานสู่กลุ่ม B2B และกลุ่ม Young &amp; Mainstream ในประเทศไทย ที่มีฐานข้อมูลราวครึ่งหนึ่ง แต่ยอดการใช้จ่ายยังน้อยอยู่ หากสามารถตอบโจทย์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายจากกลุ่มนี้ได้มากขึ้น</strong></em> ทั้งการจัดหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ รวมทั้งการมีโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อได้มากขึ้น ก็จะเป็นโอกาสเพิ่มสัดส่วนการใช้จ่ายจากผู้บริโภคในกลุ่มนี้ได้เพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับในเวียดนาม ที่มีช่องว่างเป็นโอกาสให้เติบโตได้อีกมาก จากจำนวนประชากรที่มีถึงกว่าร้อยล้านคน ขณะที่การเข้าถึงยังไม่มากนัก หากวางกลยุทธ์ให้เข้าถึงเพิ่มขึ้น ก็จะเพิ่มโอกาสการ​เติบโตในอนาคตได้อีกหลายเท่าตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/2.-ภาพ-5-กลยุทธ์ของ-CRC.jpg" alt="" width="1200" height="598" /></p>
<p><strong>2. การเสริมความแข็งแกร่งองค์กรจากธุรกิจหลัก</strong> ​​<strong>(Strengthen CRC Foundation)</strong> :  การผลักดันทั้งยอดขายและกำไรให้เติบโตได้ในภาพรวม ผ่านการเพิ่ม​ Traffic , การพัฒนาสินค้าบริการให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น (Assortment) , การเดินหน้าขยายสาขาใหม่ และปรับปรุงสาขาที่มีอยู่ ​ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อยอดประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบ Omnichannel ได้แบบไร้รอยต่อ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถและสร้างรากฐานทางเทคโนโลยี โดยใช้ AI เข้ามาช่วย​​ผลักดันยอดขายออนไลน์ให้เติบโต โดยคำนึงถึงประเด็น PDPA และ Data Security เป็นสำคัญ พร้อมทั้งพัฒนาคอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่ เข้ามาเติมในพอร์ตโฟลิโอ ไปจนถึงตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม พร้อมเร่งขยายธุรกิจ Food และ Mall ในเวียดนาม รวมถึงนำเสนอ Store Format ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายเชิงลึกในแต่ละพื้นที่</p>
<p><em>&#8220;สำหรับแผนการขยายสาขาที่วางไว้ทั้งในไทย และเวียดนาม ตั้งเป้าไว้ราว 55- 59 สาขา โดยขยายในกลุ่มดีพาร์ทเม้นสโตร์ 1-2 แห่ง ,​ กลุ่มฟู้ด (Tops) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูง 25 -30 แห่ง , กลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ (ไทวัสดุ) 13 -16 แห่ง ,​ การพัฒนาโรบินสันไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาด Localize และขยายกลุ่มเป้าหมายมาสู่ Young &amp; Mainstream ได้มากขึ้น รวมทั้งการบริหารจัดการตามแนวทาง Localize ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับชุมชนในแต่ละโลเกชั่นมากขึ้น  เช่นมีการรับสินค้าของผู้ประกอบการหรือ SME ในชุมชนเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่มากขึ้น</em><em>โดยมีแผนขยายเพิ่ม 2-3 แห่ง รวมทั้งการขยายมอลล์ GO 4-6 แห่ง และมินิโก​ 12-15 แห่ง&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/3.-ภาพ-Strengthen-CRC-Foundation-.jpg" alt="" width="1200" height="581" /></p>
<p><strong>3. การสร้าง New Growth Engine  เพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตใหม่ๆ (Expedite New Growth) :</strong> โดยจะเดินหน้า​​ขยาย GO WHOLESALE ด้วย 5 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การขยาย Private Labels, ก้าวสู่การเป็น HORECA Destination สำหรับกลุ่มธุรกิจอาหาร, เป็นผู้นำเรื่องของสด (Always Fresh-Forward), ขยายสาขาอีกกว่า 12-18 สาขา ภายใน 3 ปี และการพัฒนา New Store Concept และ Fulfillment Store ให้เหมาะกับกลุ่ม HORECA และค้าปลีกอาหาร นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจของ Auto1 ศูนย์บริการและจำหน่ายอุปกรณ์รถยนต์ครบวงจร ด้วยการเร่งเปิดสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10 สาขาต่อปี ให้ครอบคลุมในทำเลศักยภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34329 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/11.ภาพประกอบข่าวเซ็นทรัล-รีเทล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. เดินหน้าสร้างความร่วมมือทั้งจากภายในและภายนอก​องค์กร (Scale Synergy)</strong> :  ​มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับธุรกิจภายในเครือเซ็นทรัล รีเทล และเซ็นทรัลกรุ๊ป ทั้งเพื่อเพิ่มยอดขาย และผลักดันการทำงานร่วมกันของพนักงานในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ตลอดจนการบริหารพื้นที่ขายให้ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ด้วยโมเดล Mix-used และ Hybrid Retail Store</p>
<p><strong>5. บริหารการเงินอย่างรอบคอบ (Disciplined Financial Management)</strong> :  เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยควบคุมค่าใช้จ่าย เน้นลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องและยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ พร้อมบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น</p>
<p><strong>ผสานปรัชญา CRC  Care โฟกัส &#8216;เติบโตอย่างยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p>นอกจากการขับเคลื่อน 5 กลยุทธ์หลัก เพื่อเติบโต​ตามเป้าหมายโรดแม็พ 3 ปี แล้ว ทาง CRC ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนปรัชญา<strong> &#8216;CRC Care&#8217;</strong> เพื่อมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระยะยาว และตอบโจทย์การขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34328 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/9.ภาพประกอบข่าวเซ็นทรัล-รีเทล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจที่คำนึงถึงการผนึกกำลังและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ Stakeholders ​ทั้ง 7 มิติ อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า (Customer) คู่ค้า (Partner) ชุมชน (Community) ส่ิงแวดล้อม (Environment) ธรรมาภิบาล (Governance) ผู้คนและสังคม (People) และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต (Economy) ซึ่งถือเป็นการโฟกัสรากฐานที่แข็งแรงเพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว โดยมีเป้าหมายสู่การบรรลุ Net zero ในปี 2593 ​</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งมิติที่ CRC ให้ความสำคัญ และจะมุ่งมั่นขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนผ่าน​ 3 มิติหลัก ที่สามารถวัดผลและจับต้องผลกระทบเชิงบวกออกมาเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย ด้านพลังงาน (Energy) <strong>สามารถเพิ่มสัดส่วน​การใช้ Renewable ​จากการใช้พลังงานทั้งหมดได้แล้ว 16% จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์รวมกว่า 160 แห่ง</strong> ​สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ 1.67 แสนเมกะวัตต์ รวมทั้งการหันมาใช้รถขนส่งไฟฟ้าในกระบวนการโลจิสติกส์รวม 76 คัน เทียบเท่าการใช้ระกระบะเล็กในการขนส่งกว่า 500 คัน นอกจากนี้ยังมีกระบวนการ ​Waste Management ที่สามารถ<strong>ช่วยบริหารจัดการและแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิลได้รวมกว่า 9.2 ตัน ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะที่จะไปสู่หลุมฝังกลบได้ราว 19% </strong>รวมทั้งมิติ Social &amp; Suppliers ที่สามารถสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย SME หรือรัฐวิสาหกิจชุมชนต่างๆ เพื่อนำมาสินค้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางในเครือเซ็นทรัล <strong>โดยในปีที่ผ่านมา มีการส่งเสริมเพื่อกระจายรายได้ให้กลุ่มธุรกิจชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศรวมแล้วกว่า 814 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์ขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน</strong> และจะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสามารถขยายการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ครอบคลุมทุกมิติได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน พนักงาน และลูกค้าให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนไปพร้อมกัน&#8221; ​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/crc-new-ceo-forum-strategic-to-growth/">&#8216;สุทธิสาร จิราธิวัฒน์&#8217; CEO ใหม่ &#8216;เซ็นทรัล รีเทล&#8217; วางโรดแม็พ 3 ปี ลงทุน​ 4.5-4.7 หมื่นล้าน สร้าง &#8216;New Heights, Next Growth&#8217; พร้อมกระจายเม็ดเงินลงชุมชนได้แล้ว​ 814 ล้านบาท ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทรัล รีเทล เปิดผลประกอบการไตรมาสแรกปี 68 โกยรายได้ 69,280 ล้านบาท กำไร 2,337 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเร่งเครื่องขยายธุรกิจในไทยและต่างประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/crc-announce-performance-q1-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 May 2025 12:54:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CRC]]></category>
		<category><![CDATA[CRC OMNI-intelligence]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์ซี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปเนต มหรรฆานุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต กำไร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33600</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า &#8220;ภาพรวมผลประกอบการไตรมาสที่ 1   ปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล สามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ด้วยรายได้รวม 69,280 ล้านบาท (+3% YoY) และกำไรสุทธิ 2,337 ล้านบาท (+8% YoY) เป็นผลจากการดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธ์ CRC OMNI-Intelligence ที่แข็งแกร่ง และพอร์ตโฟลิโอที่มีความยืดหยุ่น ทำให้รับมือและปรับตัวได้ทันทุกสถานการณ์ รวมถึงการใช้กลยุทธ์ 3C (Cash, Cost, Capex) ในการบริหารค่าใช้จ่าย การลงทุน และรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถสร้างยอดขายจากโครงการ Easy E-receipt ได้เติบโตขึ้น แม้วงเงินในการใช้จ่ายของปีนี้จะลดลงกว่าปีก่อนก็ตาม พร้อมทั้งยังได้แรงหนุนจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเวียดนามที่ฟื้นตัวและออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคักในช่วงเทศกาล Tet อีกด้วย โดยในช่วงไตรมาส 1 เซ็นทรัล รีเทล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/crc-announce-performance-q1-2025/">เซ็นทรัล รีเทล เปิดผลประกอบการไตรมาสแรกปี 68 โกยรายได้ 69,280 ล้านบาท กำไร 2,337 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเร่งเครื่องขยายธุรกิจในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>CRC</strong> เปิดเผยว่า &#8220;ภาพรวมผลประกอบการไตรมาสที่ 1   ปี 2568 เซ็นทรัล รีเทล สามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ด้วยรายได้รวม 69,280 ล้านบาท (+3% YoY) และกำไรสุทธิ 2,337 ล้านบาท (+8% YoY)</p>
<p><span id="more-33600"></span></p>
<p>เป็นผลจากการดำเนินธุรกิจผ่านกลยุทธ์<strong> CRC OMNI-Intelligence</strong> ที่แข็งแกร่ง และพอร์ตโฟลิโอที่มีความยืดหยุ่น ทำให้รับมือและปรับตัวได้ทันทุกสถานการณ์ รวมถึงการใช้กลยุทธ์ <strong>3C (Cash, Cost, Capex)</strong> ในการบริหารค่าใช้จ่าย การลงทุน และรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถสร้างยอดขายจากโครงการ Easy E-receipt ได้เติบโตขึ้น แม้วงเงินในการใช้จ่ายของปีนี้จะลดลงกว่าปีก่อนก็ตาม พร้อมทั้งยังได้แรงหนุนจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวเวียดนามที่ฟื้นตัวและออกมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคักในช่วงเทศกาล Tet อีกด้วย โดยในช่วงไตรมาส 1 เซ็นทรัล รีเทล ได้เดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้ ผ่านการขยายสาขา และการรีโนเวทร้านค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม โดยมีไฮไลท์การดำเนินธุรกิจในแต่ละกลุ่ม ดังนี้</p>
<p><strong>&#8211; <u>กลุ่มแฟชั่น</u></strong> เดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่อง หลังพลิกโฉมห้างเซ็นทรัล ชิดลมอย่างยิ่งใหญ่ ดันยอดขายไตรมาส 1 พุ่ง 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน นอกจากนี้ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มีการปรับโฉมห้างเซ็นทรัล บางรัก เปิดตัวภายใต้แนวคิด &#8220;Key Destination &amp; Lifestyle Components&#8221; ชูจุดเด่น One Stop Shopping รวมแบรนด์พรีเมียมจากไทยและต่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ JUNGSAEMMOOL MEN และมีการรีโนเวทซูเปอร์สปอร์ต สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ทันสมัยยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า</p>
<p><strong>&#8211; <u>กลุ่มฟู้ด</u></strong> GO WHOLESALE มีการขยายเพิ่ม 3 สาขา ภายใน 2 เดือน เดินหน้ารุกตลาดภาคอีสาน เปิดสาขาอุดรธานี และขอนแก่น รวมถึงภาคใต้ที่หาดใหญ่ รวมมีจำนวนสาขาในปัจจุบันทั้งสิ้น 13 สาขา พร้อมเสริมกลยุทธ์การตลาด สร้างการรับรู้แบรนด์ในฐานะศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ภายใต้แนวคิด “Your Success, Our Goal”</p>
<p><strong>&#8211; <u>กลุ่มฮาร์ดไลน์</u></strong> ไทวัสดุ เดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดสาขาใหม่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนสาขาไทวัสดุทั้งสิ้น 87 สาขา ครอบคลุม 51 จังหวัดทั่วไทย ขณะเดียวกันมีการรีโนเวท 2 สาขาหลักในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ สาขาภูเก็ต เฟสติวัล และภูเก็ต ถลาง โดยเปลี่ยนฟอร์แมทเป็นร้านไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม (ไฮบริดสโตร์) รวม 2 แบรนด์ให้ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งผู้รับเหมา ช่าง และลูกค้าทั่วไป เพื่อรองรับการขยายตัวและการเติบโตของจังหวัดต่างๆ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Omnichannel DIY Home Retailer อันดับ 1 ของไทย นอกจากนี้ เพาเวอร์บาย ยังได้เสริมแกร่งกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้าน ด้วยการเปิดตัว Shark Ninja แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำจากสหรัฐฯ ครั้งแรกในไทย อีกด้วย</p>
<p><strong>&#8211; <u>ธุรกิจประเทศเวียดนาม</u></strong> ปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม มีธุรกิจศูนย์การค้า GO! 42 สาขา ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 41 สาขา และ mini go! 14 สาขา โดยศูนย์การค้า GO! 2 สาขาล่าสุด ที่เปิดในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 ได้แก่ สาขา Bac Lieu (บักเลียว) และ สาขา Ninh Thuan (นิญถ่วน) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวเวียดนาม และมียอดทราฟฟิกเข้าศูนย์การค้าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในปีนี้ยังได้เตรียมก่อสร้างศูนย์การค้า GO! ใหม่ อีก 2 สาขา ได้แก่ สาขาฮึงเอียน (Hung Yen) และสาขาเอียนบ๊าย (Yen Bai) ซึ่งจะพร้อมเปิดบริการในช่วงครึ่งปีหลัง 2568</p>
<p><em>&#8220;จากความสำเร็จของกลุ่มธุรกิจในเครือ สะท้อนถึงศักยภาพของเซ็นทรัล รีเทล ในฐานะองค์กรค้าปลีกค้าส่งชั้นนำ ที่พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อไปบนความรอบคอบและระมัดระวัง โดยยึดมั่นในหลักการบริหารความเสี่ยง ทั้งในแง่การบริหารกระแสเงินสด และบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ตลอดจนยกระดับองค์กรและเสริมศักยภาพบุคลากรด้วยกลยุทธ์ Human-AI ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกภาคส่วน&#8221;</em> <strong>คุณปเนต</strong> กล่าวทิ้งท้าย­­­</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/crc-announce-performance-q1-2025/">เซ็นทรัล รีเทล เปิดผลประกอบการไตรมาสแรกปี 68 โกยรายได้ 69,280 ล้านบาท กำไร 2,337 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเร่งเครื่องขยายธุรกิจในไทยและต่างประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TRA ฉายเทรนด์ค้าปลีก 2568​​ ตลาดยังขับเคลื่อนด้วย &#8216;ดิจิทัล&#8217; และ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ชูกลยุทธ์ 3S เผชิญปัจจัยเสี่ยง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/tra-recommend-instant-tax-refund-and-free-tax-zone-measures/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 07:45:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Retailers Association]]></category>
		<category><![CDATA[TRA]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ค้าปลีกไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33136</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธุรกิจค้าปลีกไทยครึ่งปีหลัง 2568 ยังเผชิญปัจจัยรอบด้านทั้งภายในและภายนอกประเทศภายใต้โลกการค้าใหม่ ส่งผลตลาดโต 4% ลดลงจาก 5.9% ในปีที่ผ่านมา ​ขณะที่คาด GDP โต 1.14% สมาคมผู้ค้าปลีกไทย (TRA) แนะ​กลยุทธ์ 3S : Shield (ตั้งรับ) Strike (รุกกลับ) Shape (ปรับตัว)  พร้อมเสนอ 2 มาตรการเชิงรุกเพิ่มกำลังซื้อในตลาด รวมทั้ง​ส่งเสริมประเทศไทยสู่  &#8216;Shopping Paradise&#8217;  ผ่านนโยบาย Instant Tax Refund คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า และการทำแซนด์บ็อก (Free Tax Zone) ในพื้นที่ภูเก็ต คาดหากขับเคลื่อนได้จริงจะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าระบบได้หลายหมื่น จนถึงหลักแสนล้านบาท คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ​สถานการณ์ค้าปลีกไทยเต็มไปด้วยความท้าทายจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกที่ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาพการบริโภคที่ชะลอตัว ภาคท่องเที่ยวเติบโตลดลง และภาคส่งออกที่กำลังเผชิญกับกำแพงภาษี  ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยไม่เพียงแค่  ‘อยู่รอด’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/tra-recommend-instant-tax-refund-and-free-tax-zone-measures/">TRA ฉายเทรนด์ค้าปลีก 2568​​ ตลาดยังขับเคลื่อนด้วย &#8216;ดิจิทัล&#8217; และ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ชูกลยุทธ์ 3S เผชิญปัจจัยเสี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธุรกิจค้าปลีกไทยครึ่งปีหลัง 2568 ยังเผชิญปัจจัยรอบด้านทั้งภายในและภายนอกประเทศภายใต้โลกการค้าใหม่ ส่งผลตลาดโต 4% ลดลงจาก 5.9% ในปีที่ผ่านมา ​ขณะที่คาด GDP โต 1.14%</p>
<p><span id="more-33136"></span></p>
<p><strong>สมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> (TRA) แนะ​กลยุทธ์ <strong>3S</strong> : <strong>Shield </strong><strong>(ตั้งรับ)</strong><strong> Strike </strong><strong>(รุกกลับ) </strong><strong>Shape </strong><strong>(ปรับตัว) </strong> พร้อมเสนอ 2 มาตรการเชิงรุกเพิ่มกำลังซื้อในตลาด รวมทั้ง​ส่งเสริมประเทศไทยสู่  <strong>&#8216;Shopping Paradise&#8217; </strong> ผ่านนโยบาย <strong>Instant Tax Refund</strong> คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า<strong> และการทำแซนด์บ็อก (Free Tax Zone) ในพื้นที่ภูเก็ต</strong> คาดหากขับเคลื่อนได้จริงจะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าระบบได้หลายหมื่น จนถึงหลักแสนล้านบาท</p>
<p><strong>คุณณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย</strong> กล่าวว่า ​สถานการณ์ค้าปลีกไทยเต็มไปด้วยความท้าทายจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกที่ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาพการบริโภคที่ชะลอตัว ภาคท่องเที่ยวเติบโตลดลง และภาคส่งออกที่กำลังเผชิญกับกำแพงภาษี  <strong>ผู้ประกอบการค้าปลีกไทยไม่เพียงแค่  ‘อยู่รอด’ แต่ต้อง ‘ยืนหยัด’ และ ‘ก้าวนำ’ ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจ</strong> <strong>การตั้งรับ รุกกลับ และปรับตัวให้ทันอนาคต คือกุญแจสู่การฝ่าวิกฤติ</strong> ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เหมาะสม​</p>
<p>ทั้งนี้ คาดการณ์ตลาดค้าปลีกในปีนี้จะเติบโตได้ลดลง โดยโตเฉลี่ย​ราว 4%  (1.36 แสนล้านบาท) เทียบกับปีที่ผ่านมา​ซึ่งเติบโต 5.9%  จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว กำแพงภาษีสหรัฐ กำลังซื้อผู้บริโภคที่ฟื้นตัวช้า รวมถึงการแข่งขันรุนแรงกับแพลตฟอร์มค้าปลีกต่างชาติอย่าง E-Commerce เป็นต้น ทำให้ในธุรกิจค้าปลีกในครึ่งปีหลังต้องเผชิญทั้งการส่งออกที่ชะลอตัว กำลังซื้อถดถอย และสินค้าคุณภาพต่ำไหลเข้ามาในตลาดจำนวนมาก และเติบโตได้ลดลงในทิศทางเดียวกับการเติบโตของ GDP  ที่คาดการณ์จะโตได้เพียง  1-1.4% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.7-3%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33139 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/2322605.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;<strong>สมาคมฯ มีมาตรการเพื่อเสนอรัฐบาลในการช่วยกระตุ้นภาพรวมธุรกิจค้าปลีก และเพิ่มกำลังซื้อเข้าสู่ระบบในภาพรวม รวมทั้งยังเป็นการ​ส่งเสริมให้ไทยเป็น Shopping Paradise ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ผ่านการผลักดัน 2 มาตรการสำคัญ ​ ได้แก่ นโยบาย Instant Tax Refund คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทันที ณ ร้านค้า ให้กับนักท่องเที่ยวที่มี ยอดซื้อสินค้าขั้นต่ำ 3,000 บาทขึ้นไป และ แซนด์บ็อกเขตปลอดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์ (Free Tax Zone) ในจังหวัดภูเก็ต โดยเชื่อว่าจะช่วย​กระตุ้นเศรษฐกิจไทย และเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันท่ามกลางสงครามการค้าโลก</strong> พร้อมปกป้องผู้ประกอบการไทยและผู้บริโภคจากการไหลทะลักของสินค้านำเข้าต่างประเทศราคาถูก โดยคาดว่าหากสามารถขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติได้จริงจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่​ระบบได้ตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนล้านบาท&#8221;​​</em></p>
<p><strong>สถานการณ์ค้าปลีกครึ่งปีหลัง</strong><strong> 2568</strong><strong> </strong></p>
<p>ตลาดค้าปลีก ยังคงเป็นหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทย ทั้งในภาคการผลิต การบริโภค โดยเฉพาะเป็นภาคส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการจ้างงาน ​โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา มี​​มูลค่าธุรกิจราว <strong>4 ล้านล้านบาท  ​คิดเป็นอันดับ  2 หรือมีสัดส่วน 16% ของมูลค่าเศรษฐกิจโดยรวมทั้งประเทศ </strong></p>
<p><em>&#8220;​ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะ SMEs <strong>ที่มีมากกว่า </strong><strong>3 </strong><strong>ล้านราย</strong> ต้องเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะ <strong>สินค้านำเข้าราคาถูกและด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ </strong>​จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ  ประกอบกับ <strong> ต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น </strong>จากการปรับขึ้นค่าแรง ต้นทุนโลจิสติกส์ ค่าพลังงานและสาธารณูปโภค ขณะที่กำลังซื้อและความเชื่อมั่นในตลาดยังมีความกังวล โดยเฉพาะในธุรกิจท่องเที่ยวที่​จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาน้อยลง โดยเฉพาะจากตลาดสำคัญอย่างจีน ทำให้ต้องหาตลาดทดแทน เช่น <strong>นักท่องเที่ยวระยะไกล (</strong><strong>Long Haul</strong><strong>) หรือยุโรปมากขึ้น</strong>​&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33144 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Retail-Trend-2025.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>เทรนด์ค้าปลีก </strong><strong>2568 ​</strong><strong>ปรับตัวสู่ดิจิทัลและความยั่งยืน</strong></p>
<p>สำหรับเทรนด์สำคัญในธุรกิจ​ค้าปลีก เรืองของ เทคโนโลยีดิจิทัล และความยั่งยืน ยังคงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต โดยมี 3 เทรนด์สำคัญ คือ</p>
<p><strong>1. Convergence Commerce as the New Standard </strong>สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อระหว่างช่องทาง Offline และ Online รวมถึงการผสานร้านค้ารายใหญ่และรายย่อยให้เป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) เดียวกัน เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>2. AI Personalization Engine </strong>นำเสนอสินค้า โปรโมชั่น และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่ละรายอย่างเฉพาะบุคคล (Personalization) ด้วยการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อบริหารจัดการสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มยอดขาย ลดปริมาณสินค้าคงคลังที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า</p>
<p><strong>3. Sustainable Retail</strong> :  หลายพื้นที่โดยเฉพาะในยุโรป  รวมทั้งผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสนใจแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม, ใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33142 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/3S-Strategies-.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>รอดด้วย ​​</strong><strong>3S </strong><strong>(</strong><strong>Shield Strike Shape</strong><strong>) &#8220;ตั้งรับ รุกกลับ ปรับตัว&#8221; </strong></p>
<p>สมาคมฯ แนะผู้ค้าปลีกปรับตัวเพื่อรอด ท่ามกลางความเสี่ยงรอบด้าน รวมทั้งในภาวะที่ความเชื่อมั่น และกำลังซื้อหดตัว ผ่านกลยุทธ์ 3S  <strong>(</strong><strong>Shield Strike Shape</strong><strong>)  ประกอบด้วย </strong></p>
<p><strong>1. ตั้งรับ (</strong><strong>Shield</strong><strong>)   </strong></p>
<p><strong>1.1 ป้องกันสินค้าราคาถูกและด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ</strong></p>
<p>&#8211; การตรวจสอบสินค้านำเข้า 100% แทนการสุ่มตรวจ ด้วยระบบเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำ</p>
<p>&#8211; ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่วางจำหน่ายในประเทศอย่างเข้มงวด เช่น การมีมาตรฐาน มอก. และฉลากต้องเป็น<br />
ภาษาไทย</p>
<p><strong>1.2 ปราบปรามธุรกิจนอมินี</strong><strong><br />
</strong>&#8211; จำเป็นต้องเร่งหามาตรการเชิงรุกในการจัดการธุรกิจนอมินี (Nominee) ที่สวมสิทธิ์คนไทยในทุกระดับ ตั้งแต่รายย่อยถึง<br />
รายใหญ่ ครอบคลุมธุรกิจในหลายรูปแบบ เช่น ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และโรงแรมศูนย์เหรียญ เพื่อยับยั้งการ<br />
รั่วไหลของเม็ดเงิน และผลักดันให้รายได้จากภาคค้าปลีกหมุนเวียนกลับสู่ระบบเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทย<br />
&#8211; ป้องกันการสวมสิทธิ์ผลิตสินค้าที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกไปสหรัฐ (Re-Export) ส่งผลให้ไทยเกินดุลสหรัฐ</p>
<p><strong>2. รุกกลับ (</strong><strong>Strike</strong><strong>)</strong></p>
<p><strong>2.1 </strong><strong>ค้าเสรีและเป็นธรรม</strong></p>
<p><strong>&#8211; </strong>จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% กับสินค้าออนไลน์นำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่บาทแรก (จากเดิมสินค้าไม่เกิน 1,500 บาท  ได้รับการยกเว้นภาษี) โดยออกเป็นกฏหมายบังคับใช้เป็นการถาวร</p>
<p>&#8211; ปรับปรุงกฏหมายที่มีข้อจำกัดและไม่ครอบคลุมของ “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” หรือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าไม่ได้มาตรฐานราคาถูกที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มข้ามชาติ เพื่อปกป้องผู้บริโภคคนไทย เช่น จัดให้มีระบบเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติ (API) กับหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)</p>
<p>&#8211; ออกมาตรการรับมือกับสถานการณ์สินค้าจากจีนที่ทะลักเข้าสู่ตลาดไทย อันเนื่องมาจากปัญหาการผลิตสินค้าเกินความ<br />
ต้องการภายในประเทศจีน (Oversupply) ซึ่งจีนจำเป็นต้องระบายสินค้าสู่ต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อ<br />
ผู้ประกอบการไทยจนถึงขั้นต้องปิดกิจการหรือมีการเลิกจ้างแรงงาน</p>
<p><strong>2.2  </strong><strong>ช้อปปิ้งยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (</strong><strong>Instant Tax Refund</strong><strong>)</strong></p>
<p>&#8211; เสนอการนำร่องมาตรการ <strong>Instant Tax Refund </strong><strong>คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม </strong><strong>7%</strong><strong> ให้กับนักท่องเที่ยวที่มียอดซื้อสินค้าขั้นต่ำ </strong><strong>3,000</strong><strong> บาทขึ้นไป</strong> ต่อ 1 วันในร้านค้าเดียวกัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับประเทศจีนที่ได้ประกาศใช้นโยบาย Instant Tax Refund 500 หยวน (ประมาณ 2,500 บาท) นำร่องที่เมืองท่องเที่ยวอย่างเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว</p>
<p><strong>2.3  </strong><strong>เขตปลอดภาษีสำหรับสินค้าไลฟ์สไตล์</strong> <strong>(</strong><strong>Shopping Paradise Sandbox</strong><strong>)</strong></p>
<p>&#8211; พิจารณาการลดภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะในกลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอาง เครื่องหนัง น้ำหอม โดยอาจเริ่มที่สินค้าอเมริกาก่อน โดยนำร่องทำแซนด์บ็อกซ์เป็นเขตปลอดภาษี (Free Trade Zone) ในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและเพิ่มศักยภาพให้ไทยเป็น Shopping Paradise ของภูมิภาค</p>
<p>&#8211; การลดภาษีนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากสหรัฐฯ เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าไทย–สหรัฐฯ และสร้างความหลากหลายให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์คุณภาพจากต่างประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33140 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/2322607.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong>3. ปรับตัว (</strong><strong>Shape</strong><strong>)</strong><br />
<strong>3.1 </strong><strong>การลดทอนกฏระเบียบที่ล้าสมัยและซับซ้อน (</strong><strong>Regulatory Guillotine</strong><strong>)<br />
</strong> &#8211; ผลักดันมาตรการ Regulatory Guillotine เพื่อลดกฎระเบียบที่ล้าสมัยและซับซ้อน เช่น การปรับลดจำนวนและ<br />
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตหลายใบให้อยู่ในใบเดียว (Super License) และผ่านระบบกลาง (Biz Portal) ครอบคลุม<br />
ทั่วประเทศ เช่น ใบอนุญาตเปิดศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร และใบอนุญาตก่อสร้าง</p>
<p><strong>3.2</strong><strong> การสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย (</strong><strong>Championing Thai SME</strong><strong>)<br />
</strong>     &#8211; รัฐสนับสนุนเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายกำแพงภาษี โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและพัฒนานวัตกรรม<br />
สินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ พร้อมผลักดันให้ได้รับการรับรอง ‘Made in Thailand’ จาก<br />
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายโอกาสในการส่งออก<br />
&#8211; ส่งเสริมการมอบสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อการันตีคุณภาพอาหารไทยซึ่งเป็นหนึ่งใน<br />
ซอฟต์เพาเวอร์ทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><strong>3.3 </strong><strong>การมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี</strong></p>
<p>&#8211; มอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่าน BOI เพื่อจูงใจนักลงทุนไทยให้ลงทุนในเมืองน่าเที่ยวศักยภาพสูง เพื่อกระจายความเจริญ ลดความเหลื่อมล้ำ</p>
<p><strong>วางนโยบาย TRA GREAT </strong><strong>ขับเคลื่อนอนาคตค้าปลีกไทย</strong></p>
<p>สมาคมฯ เดินหน้านโยบายสำคัญภายใต้กรอบ &#8216;<strong>TRA GREAT&#8217;</strong> ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาภาคค้าปลีกไทยอย่างเป็นระบบในระยะกลางถึงยาว ประกอบด้วย 5 แกนสำคัญ ดังนี้</p>
<p><strong>G – Global Hub of Lifestyle  : </strong>ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยว และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าไทย ผ่านความ​ร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชนกับสมาชิกของสมาคมผู้ค้าปลีกไทยในโครงการ “พลิกโฉม OTOP ไทยสู่โลกออนไลน์ และ Modern Trade”</p>
<p><strong>R – Reinforce Retailer Competitiveness : </strong>สร้างช่องทางจัดจำหน่ายให้ SMEs และสินค้าประจำจังหวัดในศูนย์การค้า และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (Soft Loan)  , ​ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม ตลาดนัด SME สัญจร โดยซีพี แอ็กซ์ตร้า แคมเปญ “โชห่วย Go Plus” จำหน่ายสินค้าจากร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ณ โก โฮลเซลล์ ทุกสาขา  ,  ร่วมกับกรมการค้าภายในจัดจำหน่ายผลไม้สดในพื้นที่ของสมาชิกสมาคมฯ เช่น เดอะมอลล์ พารากอน ศูนย์การค้า  เซ็นทรัล เป็นต้น รวมทั้งการสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนของธนาคารพาณิชย์ โดย โก โฮลเซลล์  เป็นต้น</p>
<p><strong>E – Elevate Human Capital :  </strong>พัฒนาทักษะแรงงานค้าปลีก (Upskill, Reskill) พร้อมใช้มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพกำหนดค่าจ้างแทนค่าแรงขั้นต่ำ</p>
<p><strong>A – Accelerate Action on Environment and Sustainability : </strong>ส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกสีเขียว  โดยมีการขับเคลื่อนโครงการฮักโลก Hug The Earth จัดโซนสินค้าฉลากรักษ์โลกในร้านค้าของสมาชิก​ฯ ,  ลงนามความร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ส่งเสริมการแปรรูปน้ำมันใช้แล้วเป็นพลังงานเชื้อเพลิงอากาศยาน ​, การใช้รถ EV ขนส่งสินค้า , การใช้โซลาร์ รูฟ ในร้านค้าของสมาชิกฯ</p>
<p><strong>T – Technology Adoption : </strong>สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาสู่การเป็น Smart Retail เช่น การนำ AR/VR มาใช้ในร้านค้าเพื่อเพิ่มประสบการณ์ช้อปปิ้ง เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/2322608.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><em>&#8220;ที่ผ่านมา (สิงหาคม 2567 – ปัจจุบัน) ทางสมาคมฯ ​มีการขับเคลื่อนหลายโครงการที่โดดเด่น เพื่อส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบการทุกกลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มของธุรกิจค้าปลีกให้แข็งแรงและเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน เช่น​ ​​ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เป็นศูนย์กลางลงทะเบียนร้านค้าเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ครอบคลุม 400 บริษัท กว่า 2 แสนแห่งทั่วประเทศ ​ทั้ง​ภาคค้าปลีก ค้าส่ง ร้านค้าในศูนย์การค้า ศูนย์อาหาร ร้านอาหาร ​เป็นต้น, การ​เป็นกระบอกเสียง และขับเคลื่อนการหารือคณะทำงานปราบปรามสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายทำให้ได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าราคาถูกและการสวมสิทธิ์นอมินี , ​การสนับสนุนเอสเอ็มอี และวิสาหกิจรายย่อย (Micro SME) ในการให้พื้นที่ในการจำหน่ายสินค้า, นำเสนอมาตรการ Easy E-Receipt ให้กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อช่วยปลุกมู้ดการจับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี &#8221; ​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/tra-recommend-instant-tax-refund-and-free-tax-zone-measures/">TRA ฉายเทรนด์ค้าปลีก 2568​​ ตลาดยังขับเคลื่อนด้วย &#8216;ดิจิทัล&#8217; และ &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ชูกลยุทธ์ 3S เผชิญปัจจัยเสี่ยง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีเจ มอร์ ย้ำภาพแบรนด์ขวัญใจมหาชน ส่งมหกรรมแคมเปญ “19 ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/cj-more-shoplympic-2024-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 07:34:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[19 ปี ซีเจ มอร์]]></category>
		<category><![CDATA[19 ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป]]></category>
		<category><![CDATA[19th CJ More]]></category>
		<category><![CDATA[Campaign]]></category>
		<category><![CDATA[CJ MORE]]></category>
		<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนแข็งแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเจ มอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[นักช้อปแข็งแรง]]></category>
		<category><![CDATA[มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[แชมเปี้ยนนักช้อป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27266</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีเจ มอร์ ย้ำภาพแบรนด์ขวัญใจมหาชน ส่งมหกรรมแคมเปญ “19 ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป” นำทีมลูกค้าและชุมชนเติบโตอย่างแข็งแรงไปด้วยกัน ผ่าน 3 ภารกิจสุดแกร่ง! มุ่งสร้างความต่างให้แบรนด์ผ่านประสบการณ์และกิจกรรมหน้าสาขาทั่วไทยตลอดแคมเปญ ซีเจ มอร์ หนึ่งในผู้นำแบรนด์ค้าปลีก คิกออฟแคมเปญครบรอบ 19 ปี ตอกย้ำเจตนารมณ์ “มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต” ฉายภาพตัวตนของแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการและตัวตนของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย 3 กิจกรรมหลัก พร้อมดึงซุป’ตาร์ลูกทุ่งขวัญใจมหาชน “ก้อง ห้วยไร่” เป็นตัวแทนของแบรนด์นำทีมลูกค้าและชุมชนเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ และเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ภายใต้แคมเปญ “19 ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป” ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2567 – 24 สิงหาคม 2567 ตลอดระยะเวลา 2 เดือน ลูกค้าสมาชิกสบายการ์ดร่วมสนุกกับ แคมเปญ “19 ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป” กับ 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ 1. ภารกิจนักช้อปแข็งแรง – พบกับความคุ้มค่าไม่เหมือนใคร ด้วยสิทธิ์สินค้าแลกซื้อสไตล์สปอร์ตกว่า 6 รายการในราคาสบายกระเป๋า เมื่อช้อปที่ซีเจ มอร์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด 2. ภารกิจแชมเปี้ยนนักช้อป – ซีเจ มอร์ เอาใจสายเปย์หนัก ชวนลูกค้าที่มียอดซื้อสะสมสูงสุด 19 อันดับ รับเหรียญทองคำแท้! และ 40 อันดับรับสิทธิ์ไปร่วมกิจกรรมดีๆ กับแบรนด์แอมบาสเดอร์ “ก้อง ห้วยไร่” พร้อมบริจาคอุปกรณ์กีฬาให้เด็กๆ ณ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก จ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/cj-more-shoplympic-2024-campaign/">ซีเจ มอร์ ย้ำภาพแบรนด์ขวัญใจมหาชน ส่งมหกรรมแคมเปญ “19 ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal" style="text-align: left;" align="center"><b><span lang="TH">ซีเจ มอร์ ย้ำภาพแบรนด์ขวัญใจมหาชน ส่งมหกรรมแคมเปญ </span></b><b>“19 </b><b><span lang="TH">ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป” </span></b><b><span lang="TH">นำทีมลูกค้าและชุมชนเติบโตอย่างแข็งแรงไปด้วยกัน ผ่าน </span></b><b>3 </b><b><span lang="TH">ภารกิจสุดแกร่ง! </span></b><i><span lang="TH">มุ่งสร้างความต่างให้แบรนด์ผ่านประสบการณ์และกิจกรรมหน้าสาขาทั่วไทยตลอดแคมเปญ</span></i></p>
<p><span id="more-27266"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">ซีเจ มอร์</span></b> <span lang="TH">หนึ่งในผู้นำแบรนด์ค้าปลีก คิกออฟแคมเปญครบรอบ </span>19 <span lang="TH">ปี ตอกย้ำเจตนารมณ์ “<strong>มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต”</strong> ฉายภาพตัวตนของแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการและตัวตนของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย </span>3 <span lang="TH">กิจกรรมหลัก พร้อมดึงซุป’ตาร์ลูกทุ่งขวัญใจมหาชน </span><b>“</b><b><span lang="TH">ก้อง ห้วยไร่”</span></b><span lang="TH"> เป็นตัวแทนของแบรนด์นำทีมลูกค้าและชุมชนเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ และเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ภายใต้แคมเปญ </span><b>“19 </b><b><span lang="TH">ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป”</span></b><span lang="TH"> ตั้งแต่วันที่ </span>25 <span lang="TH">มิถุนายน </span>2567 – 24 <span lang="TH">สิงหาคม </span>2567</p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">ตลอดระยะเวลา </span></b><b>2 </b><b><span lang="TH">เดือน ลูกค้าสมาชิกสบายการ์ดร่วมสนุกกับ แคมเปญ “</span></b><b>19 </b><b><span lang="TH">ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป” กับ </span></b><b>3 </b><b><span lang="TH">ภารกิจหลัก ได้แก่</span></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">1. <b>ภารกิจนักช้อปแข็งแรง</b></span> – <span lang="TH">พบกับความคุ้มค่าไม่เหมือนใคร ด้วยสิทธิ์สินค้าแลกซื้อสไตล์สปอร์ตกว่า </span>6 <span lang="TH">รายการในราคาสบายกระเป๋า เมื่อช้อปที่ซีเจ มอร์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">2. <b>ภารกิจแชมเปี้ยนนักช้อป</b></span> –<b> </b><span lang="TH">ซีเจ มอร์<b> </b>เอาใจสายเปย์หนัก ชวนลูกค้าที่มียอดซื้อสะสมสูงสุด </span>19 <span lang="TH">อันดับ รับเหรียญทองคำแท้! และ </span>40 <span lang="TH">อันดับรับสิทธิ์ไปร่วมกิจกรรมดีๆ กับแบรนด์แอมบาสเดอร์ </span><b>“</b><b><span lang="TH">ก้อง ห้วยไร่”</span></b> <span lang="TH">พร้อมบริจาคอุปกรณ์กีฬาให้เด็กๆ ณ โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก จ. กาญจนบุรี</span></p>
<p class="x_MsoNormal">3. <b><span lang="TH">ภารกิจชุมชนแข็งแรง </span></b>&#8211; <span lang="TH">สานต่อเจตนารมณ์ความเป็นพันธมิตรชุมชน ให้ลูกค้าสมาชิกรวมพลังบริจาคแต้มสบายการ์ด เพื่อเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์กีฬาให้แก่ </span>5 <span lang="TH">โรงเรียนทั่วประเทศไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/CJ2.jpg" alt="" width="707" height="1000" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">นอกจากนี้ ลูกค้าซีเจ มอร์ สามารถม่วนจอยไปกับความบันเทิงขั้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการคิกออฟแคมเปญด้วยเพลง “ช้อปซ้าย ช้อปขวา” ที่แต่ง และร้องโดย “ก้อง ห้วยไร่” สำหรับเฉลิมฉลองแคมเปญนี้โดยเฉพาะ พร้อมด้วยกิจกรรมหน้าสาขาอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมลูกทุ่งโรบิค งานแฟร์ “ภารกิจออกกำลังช้อป” และพิเศษสุดๆ สำหรับลูกค้าซีเจ มอร์ กับคอนเสิร์ตเพื่อตอบแทนและขอบคุณลูกค้า ที่จะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม </span>2567</p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ติดตามความม่วนอีหลีของแคมเปญ </span><b>“19 </b><b><span lang="TH">ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป” </span></b><span lang="TH">และรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ช่องทาง </span>Facebook Fanpage <u><a href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FCJMORETH%2F&amp;data=05%7C02%7C%7C9a407e8a7daa4f8adcdd08dc9ef404d8%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638560018796453987%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C0%7C%7C%7C&amp;sdata=up5YPwx4%2BnLiuROWEdFs2MrJvrJ4UCGJtYG7eTFSvbU%3D&amp;reserved=0" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="0" target="_blank">CJ MORE</a></u> , Instagram <u><a href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fwww.instagram.com%2Fcjmoreth%2F&amp;data=05%7C02%7C%7C9a407e8a7daa4f8adcdd08dc9ef404d8%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638560018796468382%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C0%7C%7C%7C&amp;sdata=wrgdOl5Mzbu8125zpRRuxcpJ%2BWvjmNF5thj50mWSYEg%3D&amp;reserved=0" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="1" target="_blank">CJMORETH</a></u> , TikTok <u><a href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fwww.tiktok.com%2F%40cjmoreth%3Fis_from_webapp%3D1%26sender_device%3Dpc&amp;data=05%7C02%7C%7C9a407e8a7daa4f8adcdd08dc9ef404d8%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638560018796478876%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C0%7C%7C%7C&amp;sdata=Gz%2BgLaiJL08Hk1d%2FcaNcmhdFmLE1ImwkB%2FDJITJlGlw%3D&amp;reserved=0" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="2" target="_blank">@CJMORETH </a></u> , LINE Official Account @CJMORE <span lang="TH">และ </span><u><a href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=http%3A%2F%2Fwww.cjxpress.co.th%2F&amp;data=05%7C02%7C%7C9a407e8a7daa4f8adcdd08dc9ef404d8%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638560018796485355%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C0%7C%7C%7C&amp;sdata=RhfdzCOo06e4S2nzy%2BqgaDT%2BzNn9mPGpZXhxoLm2w3Y%3D&amp;reserved=0" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="3" target="_blank">www.cjxpress.co.th</a></u></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/cj-more-shoplympic-2024-campaign/">ซีเจ มอร์ ย้ำภาพแบรนด์ขวัญใจมหาชน ส่งมหกรรมแคมเปญ “19 ปี ซีเจ มอร์ ช้อปลิมปิก ภารกิจออกกำลังช้อป”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทรัล รีเทล ส่ง “เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์” นั่งแม่ทัพคนใหม่แห่งโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/central-retail-appoint-new-md-robinson-lifestyle/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2024 01:48:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Always Create the Best]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Lifestyle and Experiential Community]]></category>
		<category><![CDATA[Robinson]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกค้า – คู่ค้า – สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์กลางการใช้ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรบินสัน]]></category>
		<category><![CDATA[โรบินสันไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26630</guid>

					<description><![CDATA[<p>เซ็นทรัล รีเทล ประกาศแต่งตั้ง “เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์” ขึ้นรับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าต่อด้วยกลยุทธ์หลัก “Lifestyle and Experiential Community” เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนในแต่ละพื้นที่ทั่วไทย พร้อมเสริมแกร่งการเป็นศูนย์รวมทุกความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านสเปเชียลตี้สโตร์ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกมากมายรวมกว่า 1,000 แบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและระดับโลก เพื่อตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุดทั่วประเทศไทย สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบครบจบในที่เดียว พร้อมยกระดับเศรษฐกิจไทยและเติบโตควบคู่ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการนำประสบการณ์การบริหารงานในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้มาอย่างยาวนาน มาขับเคลื่อนศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์สู่การเป็นศูนย์การค้ามิติใหม่ที่ทันสมัย เป็นศูนย์รวมความสะดวกสบายที่ครบครัน โดยจะยังคงยึดมั่นวิสัยทัศน์ในการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนในชุมชน เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในศูนย์การค้าที่แตกต่างและเหนือกว่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกครอบครัว ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุด 24 จังหวัด ทั่วประเทศไทย มีผู้เช่ากว่า 5,000 ราย ลูกค้ามากกว่า 100 ล้านคนต่อปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/central-retail-appoint-new-md-robinson-lifestyle/">เซ็นทรัล รีเทล ส่ง “เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์” นั่งแม่ทัพคนใหม่แห่งโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เซ็นทรัล รีเทล ประกาศแต่งตั้ง “เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์” ขึ้นรับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์</strong><strong> ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าต่อด้วยกลยุทธ์หลัก “</strong><strong>Lifestyle and Experiential Community</strong><strong>” เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนในแต่ละพื้นที่ทั่วไทย </strong></p>
<p><span id="more-26630"></span></p>
<p><strong>พร้อมเสริมแกร่งการเป็นศูนย์รวมทุกความต้องการของลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านสเปเชียลตี้สโตร์ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกมากมายรวมกว่า</strong><strong> 1,000 </strong><strong>แบรนด์ชั้นนำทั้งไทยและระดับโลก เพื่อตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุดทั่วประเทศไทย สร้างประสบการณ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แบบครบจบในที่เดียว พร้อมยกระดับเศรษฐกิจไทยและเติบโตควบคู่ไปด้วยกันอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์</strong> <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า </strong>การเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการนำประสบการณ์การบริหารงานในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้มาอย่างยาวนาน มาขับเคลื่อนศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์สู่การเป็นศูนย์การค้ามิติใหม่ที่ทันสมัย เป็นศูนย์รวมความสะดวกสบายที่ครบครัน โดยจะยังคงยึดมั่นวิสัยทัศน์ในการเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนในชุมชน เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในศูนย์การค้าที่แตกต่างและเหนือกว่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกครอบครัว ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุด 24 จังหวัด ทั่วประเทศไทย มีผู้เช่ากว่า 5,000 ราย ลูกค้ามากกว่า 100 ล้านคนต่อปี ในขณะเดียวกันพร้อมสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับชุมชนอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายของ เซ็นทรัล รีเทล ที่จะเป็น Central to Life ศูนย์กลางชีวิตของทุกคนอย่างแท้จริง</p>
<p>สำหรับแนวทางการบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์นั้น เน้น 3 หัวใจหลัก คือ <strong>“ลูกค้า – คู่ค้า – สังคม” </strong>ซึ่งจะเป็นการยกระดับ ecosystem ของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ประกอบไปด้วย</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26809 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>1. COMPLETE LIFESTYLE DESTINATION</strong> ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของกลุ่มลูกค้าเดิมและเพิ่มฐานกลุ่มลูกค้าใหม่กับการเป็น<strong>&#8220;EAT-SHOP-PLAY&#8221;</strong> เดสติเนชั่นที่สมบูรณ์แบบที่สุดและครบจบในที่เดียว ได้แก่</p>
<p><strong><u>&#8211; ยกระดับการเป็นศูนย์กลางในการใช้ชีวิตเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์</u></strong><strong> ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม </strong><strong>Food Lover, </strong><strong>กลุ่ม </strong><strong>Modern Family, </strong><strong>กลุ่ม </strong><strong>Pet Lover </strong><strong>และกลุ่ม </strong><strong>Tourist Destination </strong>ด้วยการสร้างประสบการณ์พิเศษอยู่เสมอให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Special Project การ Collaboration กับ World Class Artists โดยจะเริ่ม Roll Out ในสาขาที่เป็น Flagship Store ตั้งแต่การตกแต่งบรรยากาศของศูนย์การค้า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การจัดทำของสมนาคุณ Exclusive Collection รวมถึงการสร้าง New Experiences อื่นๆ ในศูนย์การค้าฯ ให้กลายเป็นพื้นที่สุดพิเศษที่ทุกคนจะได้มาใช้ชีวิตและปลดล็อกไลฟ์สไตล์แบบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมกับกิจกรรมและอีเวนท์ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกที่หลากหลายกว่า 52 อีเวนท์ครอบคลุม 27 สาขาทั่วไทย ตอบโจทย์ลูกค้าทุก Segment และช่วยสร้างรายได้ให้กับพันธมิตรร้านค้าในทุกช่วงเทศกาลและตลอดทั้งปี</p>
<p><strong><u>&#8211; สร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในทุกพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ</u></strong> ด้วยประสบการณ์ใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วย Night Walking Street, ลานนั่งเล่น, แฮงก์เอ้าท์ เพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ที่ครบวงจรตลอดวัน</p>
<p><strong><u>&#8211; พัฒนาปรับปรุงสาขา</u></strong> ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้สมบูรณ์มากขึ้นด้วยแผนการรีโนเวทสาขาทั้งภายในและภายนอกศูนย์การค้าทั้งหมด 14 สาขา โดยมีการปรับโฉมครั้งใหญ่ 5 สาขา ได้แก่ สระบุรี, กาญจนบุรี, สมุทรปราการ, ราชบุรี และสุรินทร์ โดยภาพรวมของแนวทางการออกแบบ จะเนรมิตบรรยากาศภายในของศูนย์การค้าด้วยงานศิลป์ตกแต่งเพิ่มความสดใสและการใช้ชีวิตที่แตกต่างภายในศูนย์การค้า มาพร้อมกับความสวยงามที่น่าประทับใจ เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้า New Gen ที่ต้องการพื้นที่ในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong><u>&#8211; ต่อยอดธุรกิจและสร้างโมเดลธุรกิจใหม่</u></strong> เน้นให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มครอบครัว โดยวางเป้าขยายธุรกิจ SUNDAY สวนสนุกเด็กในร่ม พื้นที่เสริมสร้างพัฒนาการเด็ก ไปยังสาขาของศูนย์การค้าฯ ทั่วไทย รวมถึงศูนย์อาหาร Food Park ศูนย์รวมความอร่อยจากร้านเด็ดชั้นนำ มีแผนรีโนเวทมากกว่า 10 สาขา เสริมกำลังด้วยร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังและร้านค้าในกระแสของแต่ละพื้นที่ ทั้งยังมีการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ในพื้นที่ของศูนย์การค้าในหลายสาขา เช่น Outdoor Mall และ Strip Mall ซึ่งเป็นพื้นที่การเดินช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และมีแผนที่จะนำไปใช้ในการต่อยอดธุรกิจในอนาคต</p>
<p><strong>2. INCLUSIVE GROWTH FOR PARTNERS </strong>มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการทำธุรกิจของคู่ค้าที่ครบวงจรแบบ B2B2C ร่วมกับการเสริมกำลังด้านบุคลากรและรูปแบบการทำงานร่วมกับพันธมิตรร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำรวมถึงบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ประกอบด้วย</p>
<p><strong><u>&#8211; นำเสนอ</u></strong><strong><u> Total Solutions </u></strong><strong><u>แก่ร้านค้าแบบครบวงจร </u></strong>ผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำของไทย อาทิเช่น Robinson Department Store, Tops, Supersports, B2S, Power Buy และเน้นทำงานแบบ Proactive โดยมุ่งเน้นการสร้าง Business Success ให้แก่ร้านค้าและซัพพอร์ตแบบทุกมิติ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพของธุรกิจในระยะยาว</p>
<p><strong><u>&#8211; การขยายธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะกับการให้การสนับสนุนแบรนด์กลุ่มใหม่ </u></strong><strong>ๆ</strong> ที่กำลังมาแรง อาทิ สุกี้ตี๋น้อย, โอ้กะจู๋, Shinkanzen Sushi เข้ามาอยู่ในศูนย์การค้าฯ ให้ธุรกิจคู่ค้าได้ขยายและเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน</p>
<p><strong><u>&#8211; การสนับสนุนธุรกิจในพื้นที่และกลุ่ม </u></strong><strong><u>Startup</u></strong> โดยการเปิดพื้นที่ให้เจ้าของธุรกิจเอสเอมอี และกลุ่ม Startup ทั้งหลายในแต่ละพื้นที่ได้มีโอกาสเข้ามาออกร้านในศูนย์การค้า เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>3. CREATE SUSTAINABLE COMMUNITY </strong>โดยมุ่งเน้นกับการสร้างศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนในแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจในชุมชน และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดีที่เข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และเป็นศูนย์กลางของแต่ละจังหวัด ได้แก่</p>
<p><strong><u>&#8211; การเป็นศูนย์กลางการศึกษาของชุมชน</u></strong> โดยการผนึกกำลังสถาบันการศึกษา เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเสริมทักษะของเยาวชนในด้านต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรม CSR ที่ได้ร่วมทำกับชุมชน อาทิ โครงการ “Funtastic English Class” ออกแบบความสุขสนุกยกคลาส มอบทุนการศึกษาเพื่อจัดจ้างครูชาวต่างชาติมาสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษแก่น้อง ๆ โรงเรียนวัดศรีสุนทร มิตรภาพ 15 และ โรงเรียนบ้านฉลอง เป็นระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา, กิจกรรม “STUDENT FUN FAIR” เปิดประสบการณ์ความสนุก ส่งต่อความสุขนอกห้องเรียน</p>
<p><strong><u>&#8211; การสร้างคุณค่าและมูลค่าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน</u></strong> ส่งเสริมการสร้างรายได้ในชุมชน โดยการสนับสนุนการจัดจ้างแรงงาน การเปิดพื้นที่สำหรับจัดจำหน่ายสินค้าร่วมกับชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและคนในสังคมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong><u>&#8211; การขับเคลื่อนธุรกิจศูนย์การค้าสู่การเติบโตแบบยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม</u></strong> ตามเจตนารมณ์ของเซ็นทรัล รีเทล ในการเป็น Green &amp; Sustainable Retail องค์กรค้าปลีกค้าส่งต้นแบบด้านความยั่งยืน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรชาติที่มีอย่างจำกัด สามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อธุรกิจของศูนย์การค้า รวมถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาทิ</p>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li>ในปี 2560 &#8211; มีนาคม 2567 ติดตั้ง Solar Rooftop ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์แล้วจำนวน 25 สาขา รวมพื้นที่ 48.89 เมกะวัตต์ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 538.33 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 73,48 Ton CO<sub>2</sub> โดยภายในปี 2567 มีเป้าหมายติดตั้ง Solar Rooftop 7 เมกะวัตต์ เพิ่มใน 8 สาขา ได้แก่ ปราจีนบุรี, มุกดาหาร, บุรีรัมย์, แม่สอด, เพชรบุรี, ชัยภูมิ, บ่อวิน, ถลาง เป็นต้น เพื่อประหยัดพลังงานได้ 65.932 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ประหยัดค่าไฟฟ้าเป็นเงิน 255.74 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวน 32,306,675 Ton CO<sub>2</sub> สอดรับนโยบายของ เซ็นทรัล รีเทล ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593</li>
<li>การจัดทำระบบ Chiller Plant Management นำระบบปรับอากาศแบบ AI มาใช้ภายในศูนย์การค้าเพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้า พร้อมกับการติดตั้ง High Efficiency Chiller เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</li>
<li>การติดตั้ง EV Charging Station เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น อาทิ การจับมือร่วมกับ OR EV Station PluZ ขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกสาขา, การร่วมมือกับ Tesla ในการติดตั้ง Supercharger โดยเริ่มนำร่องที่สาขากำแพงเพชรเป็นที่แรกในเดือนธันวาคม 2566 และสาขากาญจนบุรี ในเดือนมีนาคม 2567 และมีแผนที่จะทยอยขยายการติดตั้งไปยังสาขาอื่น ๆ ต่อไปทั่วประเทศ</li>
<li>โครงการพิเศษ การจับมือร่วมกับ ไทวัสดุ สำหรับโครงการสนับสนุนพื้นที่ชุมชนรอบสาขาฉลอง ต.ฉลอง จ.ภูเก็ต ในการลงทุนทำรางระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำเสียและช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชน</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญกับเรื่องของการใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบในฐานะของการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26810 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Full-P-LOGO.jpg" alt="" width="960" height="1200" /></p>
<p><strong><em>“หลักการบริหารของผม คือ </em></strong><strong><em>Always Create the Best </em></strong><strong><em>วันนี้เราทำดีแล้ว พรุ่งนี้ต้องดีขึ้นไปอีก ดียิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยการผนึกกำลังพันธมิตรร้านค้าที่กำลังเป็นกระแส พร้อมกับกิจกรรมการตลาด การสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งใหม่ ๆ รวมถึงการสร้างบรรยากาศที่ดูทันสมัยตามกระแสปัจจุบัน พร้อมกับความเซอร์ไพรส์ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ เรายังขับเคลื่อนให้องค์กรมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งและไดนามิกก้าวทันกระแสโลก และอีกเรื่องที่ผมให้ความสำคัญ คือ เรื่องของบุคลากร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญ โดยเรามีการพัฒนาคนทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว เช่น การเพิ่มศักยภาพหรือการพัฒนาด้วยความรู้ใหม่ ๆ เพื่อทำให้องค์กรพัฒนาก้าวไกลอย่างไม่หยุดยั้ง”</em></strong> <strong>นายเลิศวิทย์ กล่าว</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/central-retail-appoint-new-md-robinson-lifestyle/">เซ็นทรัล รีเทล ส่ง “เลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์” นั่งแม่ทัพคนใหม่แห่งโรบินสันไลฟ์สไตล์ ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่มีสาขาครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
