<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธุรกิจโรงแรม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 12 Apr 2026 05:29:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ธุรกิจโรงแรม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เซ็นทารา จับมือ OR รุกตลาด Budget Hotel เปิดเกมใหม่ธุรกิจโรงแรมไทย ขยายพอร์ตสู่ทุกเซกเมนต์   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-or-budget-hotel-partnership/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Apr 2026 05:29:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมราคาประหยัด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41054</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ผนึกกำลัง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมลงนามสัญญาร่วมลงทุนสำหรับการลงทุนพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) เพื่อขยายธุรกิจสู่เซกเมนต์ใหม่ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมความต้องการของนักเดินทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น ภายใต้การร่วมลงทุนในครั้งนี้ เซ็นทารา และ OR จะร่วมกันพัฒนาเครือข่ายโรงแรมราคาประหยัด ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพของสถานีบริการ PTT Station ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อมอบทางเลือกด้านที่พักที่สะดวกสบาย เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจโรงแรมของเซ็นทาราเข้ากับเครือข่ายสถานีบริการและพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของ OR ที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยในเฟสแรกของโครงการฯ เซ็นทารา และ OR ตั้งเป้าเปิดตัวโรงแรม 6 แห่ง ในทำเลสำคัญทั่วไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ, กาญจนบุรี, อยุธยา, ภูเก็ต, ชลบุรี และสงขลา โดยคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการระหว่างปี พ.ศ. 2570–2571 เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางบนเส้นทางหลักและเส้นทางคมนาคมระหว่างภูมิภาค โรงแรมแต่ละแห่งจะมีจำนวนห้องพักประมาณ 69-80 ห้อง โดยมีอัตราค่าห้องพักเริ่มต้นที่ประมาณ 800-900 บาทต่อคืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-or-budget-hotel-partnership/">เซ็นทารา จับมือ OR รุกตลาด Budget Hotel เปิดเกมใหม่ธุรกิจโรงแรมไทย ขยายพอร์ตสู่ทุกเซกเมนต์   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</strong></a> เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ผนึกกำลัง <a href="https://www.pttor.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>OR</strong></a> ร่วมลงนามสัญญาร่วมลงทุนสำหรับการลงทุนพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) เพื่อขยายธุรกิจสู่เซกเมนต์ใหม่ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมความต้องการของนักเดินทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-41054"></span></p>
<p>ภายใต้การร่วมลงทุนในครั้งนี้ เซ็นทารา และ OR จะร่วมกันพัฒนาเครือข่ายโรงแรมราคาประหยัด ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพของสถานีบริการ PTT Station ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อมอบทางเลือกด้านที่พักที่สะดวกสบาย เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจโรงแรมของเซ็นทาราเข้ากับเครือข่ายสถานีบริการและพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของ OR ที่มีอยู่ทั่วประเทศ</p>
<p>โดยในเฟสแรกของโครงการฯ เซ็นทารา และ OR ตั้งเป้าเปิดตัวโรงแรม 6 แห่ง ในทำเลสำคัญทั่วไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ, กาญจนบุรี, อยุธยา, ภูเก็ต, ชลบุรี และสงขลา โดยคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการระหว่างปี พ.ศ. 2570–2571 เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางบนเส้นทางหลักและเส้นทางคมนาคมระหว่างภูมิภาค</p>
<p>โรงแรมแต่ละแห่งจะมีจำนวนห้องพักประมาณ 69-80 ห้อง โดยมีอัตราค่าห้องพักเริ่มต้นที่ประมาณ 800-900 บาทต่อคืน ขณะที่โรงแรมในกรุงเทพฯ จะมีห้องพักประมาณ 120 ห้อง และมีอัตราค่าห้องพักอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,300 บาทต่อคืน ด้วยคอนเซปต์ห้องพักที่สะอาด ปลอดภัย และสะดวกสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ โดย รองรับกลุ่มลูกค้าหลักอย่างนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ และนักธุรกิจที่ต้องการที่พักระหว่างการเดินทาง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Centara-Or1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การร่วมลงทุนในครั้งนี้มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 700 ล้านบาท โดยเซ็นทาราถือหุ้นในสัดส่วน 51% และ OR ถือหุ้น 49% ซึ่งโครงการนี้จะผนวกความเชี่ยวชาญในธุรกิจการให้บริการของเซ็นทาราเข้ากับจุดแข็งของ OR Ecosystem ที่มีเครือข่ายสถานีบริการ PTT Station กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ที่มอบบริการด้านพลังงาน, สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า, ร้านอาหาร, ร้านค้าปลีก และพื้นที่พักผ่อน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและครบวงจรให้แก่แขกผู้เข้าพัก</p>
<p>นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวฯ ยังเปิดโอกาสในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากระบบสมาชิกของทั้งสององค์กร ได้แก่ CentaraThe1, The 1 และ blueplus+ ของ OR ซึ่งมีฐานสมาชิกรวมกันกว่า 40 ล้านคน เพื่อร่วมกันพัฒนาและนำเสนอสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าต่อไปในอนาคต</p>
<p>“การร่วมลงทุนในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเซ็นทาราในการเปิดเกมสู่ตลาดโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ซึ่งสะท้อนเป้าหมายในการเติบโตธุรกิจและขยายพอร์ตโฟลิโอของเราให้ครอบคลุมทุกตลาดเซกเมนต์ โดยเป็นการผสานความชำนาญด้านการบริการของเซ็นทาราเข้ากับเครือข่ายทำเลศักยภาพของ OR ที่จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาแนวคิดโรงแรมรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความสะดวก ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือ พร้อมประสบการณ์เข้าพักที่สะอาด ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกการเดินทาง” <strong><em>ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา </em></strong>กล่าว</p>
<p>การเดินหน้าธุรกิจสู่ตลาดโรงแรมราคาประหยัดในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนวิสัยทัศน์ของเซ็นทาราในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นการมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ๆ โดยแบรนด์ใหม่สำหรับตลาดโรงแรมราคาประหยัดนี้ จะเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่เดิมของเซ็นทาราให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่รีสอร์ทหรูระดับลักชัวรี โรงแรมเหนือระดับ ไปจนถึงโรงแรมไลฟ์สไตล์และรีสอร์ทสำหรับครอบครัว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41056 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Centara-Or2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของ OR และเซ็นทารา ซึ่งเป็นพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจร่วมกันพัฒนาโครงการโรงแรมในรูปแบบ Budget Hotel เพื่อรองรับพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน” <strong><em>หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </em></strong><strong><em>OR </em></strong>กล่าว “OR มองว่าการเดินทางในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การไปถึงจุดหมาย แต่เป็นประสบการณ์ระหว่างทางที่มีความหมายมากขึ้น ซึ่งธุรกิจ Budget Hotel จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของ OR และเสริมความแข็งแกร่งของ Physical Platform ให้สามารถตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร”</p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ OR ได้ที่ <a href="https://www.pttor.com/" target="_blank" rel="noopener">https://www.pttor.com/</a></p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th" target="_blank" rel="noopener">https://www.centarahotelsresorts.com/th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-or-budget-hotel-partnership/">เซ็นทารา จับมือ OR รุกตลาด Budget Hotel เปิดเกมใหม่ธุรกิจโรงแรมไทย ขยายพอร์ตสู่ทุกเซกเมนต์   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทารา ชูมาตรฐาน &#8216;โรงแรมยั่งยืน&#8217; ​ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ย้ำผู้นำ &#8216;ท่องเที่ยวยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 3 พันธกิจ เร่งลดความเข้มข้นคาร์บอนต่อห้อง 40% ภายในปี 2029</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/centara-pathway-to-the-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jan 2026 12:31:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[Centara Sustainability Blueprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39688</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เซ็นทารา&#8217; บรรลุความก้าวหน้าด้าน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ตามเป้าหมาย โดยโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม  42 แห่ง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกได้แล้ว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยความสำเร็จในการขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG  ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance &#8211; ESG) ได้ครบทุกมิติ พร้อมเดินหน้า​​ 3 พันธกิจ ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการด้านการเงินเพื่อการลงทุนในการปรับตัวต่อปัญหาสภาพอากาศ เพื่อขับเคลื่อนสู่ Next Milestone ทั้งการลดความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องลง 40% ภายในปี 2029 และเป้าหมายใหญ่ในการบรรลุ Net Zero 2050 ​​เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน คุณธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า เซ็นทารามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ในการให้บริการแบบไทยที่ผสานนวัตกรรม ความอบอุ่นแบบครอบครัว และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยกันอย่างสมดุล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/centara-pathway-to-the-future/">เซ็นทารา ชูมาตรฐาน &#8216;โรงแรมยั่งยืน&#8217; ​ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ย้ำผู้นำ &#8216;ท่องเที่ยวยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 3 พันธกิจ เร่งลดความเข้มข้นคาร์บอนต่อห้อง 40% ภายในปี 2029</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เซ็นทารา&#8217; บรรลุความก้าวหน้าด้าน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ตามเป้าหมาย </strong>โดยโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม  42 แห่ง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกได้แล้ว พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-39688"></span></p>
<p><a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</strong></a> เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยความสำเร็จในการขับเคลื่อนความยั่งยืนตามกรอบ ESG  ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance &#8211; ESG) ได้ครบทุกมิติ พร้อมเดินหน้า​​ <strong><em>3 พันธกิจ ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการด้านการเงินเพื่อการลงทุนในการปรับตัวต่อปัญหาสภาพอากาศ เพื่อขับเคลื่อนสู่ Next Milestone ทั้งการลดความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องลง 40% ภายในปี 2029 และเป้าหมายใหญ่ในการบรรลุ Net Zero 2050</em> ​​</strong>เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-39697 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-Centara1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า เซ็นทารามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ในการให้บริการแบบไทยที่ผสานนวัตกรรม ความอบอุ่นแบบครอบครัว และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนตามกรอบ ESG ที่คำนึงถึงผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยวางแนวทางขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์ &#8216;<strong>C-E-N-T-A-R-A Sustainability Blueprint</strong> &#8216; ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเซ็นทารา และ​ใช้ในการกำหนดทิศทางและพัฒนาหลักปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรในระยะยาว ประกอบไปด้วย</p>
<p>&#8211; C : Climate Resilience &amp; Action</p>
<p>&#8211; E : Elevated Stakeholder Engagement</p>
<p>&#8211; N : Nurture of Nature &amp; Local Culture</p>
<p>&#8211; T : Trust, Transparency &amp; Good Governance</p>
<p>&#8211; A : Agile Organization Development</p>
<p>&#8211; R : Risk &amp; Crisis Management</p>
<p>&#8211; A : Acceleration of Innovation &amp; Sustainable Finance</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39689 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Centara.jpg" alt="" width="920" height="416" /></p>
<p><strong>Pathway to the Future</strong></p>
<p>ตลอดเส้นทางการขับเคลื่อนความยั่งยืน​อย่างจริงจังมาเกือบ 20 ปี ทั้งการนำมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับโลก มาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2009 โดย <strong>&#8216;เซ็นทารา&#8217;</strong> สามารถบรรลุ Milestones สำคัญอย่างต่อเนื่อง ​ตอกย้ำความมุ่งมั่น​ในการดำเนินงาน​ตามโรดแม็พ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น <strong>Green Hotel ​</strong>ที่สามารถยกระดับ​​การให้บริการควบคู่ไปกับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานระดับสากล</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2009 : </strong> เซ็นทาราริเริ่มการนำระบบบริหารจัดการตามมาตรฐาน EarthCheck มาใช้ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล</p>
<p>&#8211;<strong> ปี 2014 :</strong> โรงแรมในเครือต่างๆ ได้เริ่มเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานของประเทศไทย ในด้านโครงการโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39693 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116367.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ปี 2016 :</strong> เซ็นทาราได้จัดตั้งโครงการ <strong>My Green Day</strong> เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของแขกผู้เข้าพักในการไม่เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอน รวมถึงการไม่ทำความสะอาดห้องพัก เพื่อลดการใช้น้ำและสารเคมี อีกทั้งยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่แขกผู้เข้าพัก</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2018 :</strong> เซ็นทาราลดและยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (single-use plastic) ในพื้นที่ให้บริการลูกค้า โดยมีการยกเลิกการใช้หลอดพลาสติก และเปลี่ยนเป็นหลอดที่ทำจากพืช รวมถึงการยกเลิกการใช้ถุงซักผ้าพลาสติก และเปลี่ยนเป็นวัสดุแบบใช้ซ้ำได้ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สำหรับของใช้ส่วนตัวภายในห้องพักเป็นแบบรีฟิลเพื่อลดการใช้บรรจุภัณพ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2019 :</strong> จัดทำโครงการ<strong> O.P. Fish (Plastic Only, Please)</strong> เพื่อสะท้อนปัญหาขยะพลาสติก โดย P.O.P Fish จะถูกจัดวางในพื้นที่ส่วนกลางหรือบริเวณชายหาดของโรงแรม เพื่อให้แขกผู้เข้าพักสามารถนำขยะพลาสติกไปหย่อนได้ ซึ่งทางโรงแรมจะรวบรวมและนำส่งไปรีไซเคิล เพื่อเป็นการลดจำนวนขยะพลาสติก และแปรรูปขยะพลาสติกให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39690 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116366.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ปี 2021 :</strong> มาตรฐานความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรม ภายใต้ชื่อ Centara EarthCare ได้รับการรับรองมาตรฐาน GSTC-Recognized จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) สะท้อนถึงแนวทางปฏิบัติและกรอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ Centara EarthCare ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล</p>
<p>&#8211;<strong> ปี 2025 :</strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC ครบทั้ง 42 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามเป้าหมายของเซ็นทารา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39694 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116369.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ สามารถแยกการดำเนินงานตามกรอบ ESG Framework โดยมีรายละเอียดในแต่ละมิติได้ ดังต่อไปนี้​</p>
<p><strong><u>มิติด้านสิ่งแวดล้อม </u></strong><strong><u>(Environment)</u></strong></p>
<p>เซ็นทารามุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ อันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญในระยะยาว ดังนี้</p>
<p><strong>1. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong></p>
<p><strong>&#8211; เซ็นทาราประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2029 เทียบปีฐาน 2019</strong></p>
<p>ปัจจุบันปล่อยก๊าซเรือนกระจก 31.53 kgCO2e ต่อห้องพัก (GHG Intensity) ที่มีการใช้งานลดลงได้แล้วกว่า 35% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโรงแรมในไทยตาม Cornell Hotel Sustainability Benchmarking (CHSB) Index ถึง 51.94%</p>
<p>ทั้งนี้ เซ็นทาราตั้งเป้าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero 2050) โดยได้กำหนด 3   พันธกิจหลักในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ดังนี้</p>
<p>&#8211; ลดความเข้มข้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก​ (GHG Intensity) ต่อห้องพักที่มีการใช้งานลง 40% ให้ได้ ภายในปี 2029</p>
<p>&#8211; การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการใช้วัสดุที่ยั่งยืนและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>&#8211; การบูรณาการด้านการเงินและการลงทุนอย่างยั่งยืน ผ่านจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือสภาพภูมิอากาศ การบรรเทาผลกระทบ และการปรับตัว</p>
<p><strong>2. การ</strong><strong>ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน</strong></p>
<p>&#8211; ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ (Solar Cell) เสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด 14 โรงแรม ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,970 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 300,000 ต้น</p>
<p>&#8211; ในปี 2025 ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนตุลาคม สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดรวม 4,780 MWh คิดเป็น 4% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด</p>
<p>&#8211; ปรับปรุงระบบประหยัดพลังงาน เช่น Smart Sensor, Energy Management System (EMS), District Cooling และ Building Management System</p>
<p><strong>3. การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>&#8211; ลดการใช้น้ำได้ 30.08% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือลดการใช้น้ำลง 20% เทียบจากปี 2019</p>
<p>-ในปี 2025 มีการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ในการรดน้ำต้นไม้ภายในโรงแรมรวมกว่า 454,416 ลูกบาศก์เมตร</p>
<p><strong>4. การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบ</strong></p>
<p>&#8211; ลดขยะไปสู่หลุมฝังกลบได้ 52% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20%เทียบจากปีฐาน 2019</p>
<p>&#8211; อัตรารีไซเคิลเฉลี่ย 85%</p>
<p>&#8211; สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากขยะพลาสติก เช่น กระเป๋าและหมวก Upcycling จากขวด PET รวมกว่า 3,872 กิโลกรัม จาก 4 โรงแรมในจังหวัดกระบี่</p>
<p><em>“ความสำเร็จจากการได้รับการรับรองมาตรฐาน GSTC ครบทุกโรงแรม รวมถึงผลลัพธ์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเซ็นทาราในระยะยาว โดยเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในมิติต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมาย พร้อมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”</em> คุณธีระยุทธ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39698 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/S__154116368.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><u>ด้านสังคมและชุมชน (</u></strong><strong><u>S</u></strong><strong><u>ocial</u></strong><strong><u>)</u></strong></p>
<p>เซ็นทาราเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อสังคมต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน รวมถึงเสริมสร้างโอกาสทางอาชีพ ผ่านโครงการและนโยบายขององค์กร อาทิ</p>
<p>&#8211; ตั้งแต่ปี 2017 ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดีสู่ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาความหิวโหยและจัดการปัญหาขยะอาหารในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ โดยร่วมมือกับมูลนิธิ Scholars of Sustenance Thailand (SOS)</p>
<p>&#8211; โครงการ 1 โรงแรม 1 ผลิตภัณฑ์ และ Community Market เพื่อช่วยสนับสนุนสินค้าชุมชนกว่า 6,000 ชิ้น จากผู้ประกอบการท้องถิ่น และจัดสรรพื้นที่รวมกว่า 6,300 ตารางเมตร ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าภายในโรงแรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย</p>
<p>&#8211; เสริมสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง โดยเซ็นทารามีอัตราการจ้างงานผู้พิการเกินกว่ากฎหมายการจ้างงาน อีกทั้งยังมีการจ้างงานผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน</p>
<p>&#8211; ส่งเสริมการมอบประสบการณ์ทำงานที่ดีสำหรับพนักงานทุกคน The Place to Be &#8211; Best Workplace</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-centara2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><u>ด้านธรรมาภิบาล (</u></strong><strong><u>Governance</u></strong><strong><u>)</u></strong></p>
<p>เซ็นทารามุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างโปร่งใส รับผิดชอบ และมีจริยธรรม โดยมีหลักการดำเนินงานและหลักปฏิบัติต่างๆ อย่างชัดเจน</p>
<p>&#8211; เซ็นทาราได้รับการประเมินมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย</p>
<p>&#8211; เซ็นทาราเป็นสมาชิกโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition &#8211; Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) ตั้งแต่ปี 2559 และผ่านการรับรองการต่ออายุการเป็นสมาชิกต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 และ ได้รับรางวัล CAC Change Agent Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในการชักชวนคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย</p>
<p>&#8211; จัดหาเงินกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) และออกตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond) รวมไปถึงหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) รวมมูลค่ากว่า 8,786 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย ESG และสนับสนุนการลงทุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39692 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Re-Graphic.jpg" alt="" width="636" height="900" /></p>
<p>“เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตของธุรกิจต้องเดินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และชุมชนที่เราเป็นส่วนหนึ่ง เราจึงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตขึ้นอย่างสมดุล” คุณธีระยุทธ  กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/centara-pathway-to-the-future/">เซ็นทารา ชูมาตรฐาน &#8216;โรงแรมยั่งยืน&#8217; ​ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม ย้ำผู้นำ &#8216;ท่องเที่ยวยั่งยืน&#8217; พร้อมวาง 3 พันธกิจ เร่งลดความเข้มข้นคาร์บอนต่อห้อง 40% ภายในปี 2029</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“SUPPLY 2 HOTEL” การจัดแสดงสินค้าและอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออุตสาหกรรมบริการ      </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/supply-2-hotel-and-hospitality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 10:27:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI เพื่ออุตสาหกรรมบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[SUPPLY 2 HOTEL]]></category>
		<category><![CDATA[ชาฎา โกจารย์ศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนด์เด็กซ์ ไดเร็กทอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36486</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเติบโตของเศรษฐกิจจะต้องอาศัยอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานการผลิตสินค้าและบริการที่ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย  รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจต่าง ๆ  ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัว และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้าน เพื่อสร้างให้เกิดกระบวนการผลิตสินค้าและบริการที่ดีได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในการสร้างสรรค์ให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ หากอุตสาหกรรมบริการสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนในการช่วยสร้างสรรค์แนวทางการบริหารจัดการและการสื่อสารทางการตลาดในระยะยาวได้ ก็จะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจบริการเติบโตไปพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดังเช่น การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการในเชิงบริหารจัดการ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมบริการในด้านต่าง ๆ  และเพื่อให้ผลสำเร็จของอุตสาหกรรมบริการได้รับการพัฒนาและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน บริษัท แบรนด์เด็กซ์ ไดเร็กทอรี่ จำกัด เป็นหนึ่งองค์กรที่เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและยกระดับภาพลักษณ์ของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ ทั้งนี้ คุณชาฎา โกจารย์ศรี (กรรมการผู้จัดการ) เห็นความจำเป็นของการสร้างภาพลักษณ์และความร่วมมือทางธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ จึงได้จัดงาน “SUPPLY 2 HOTEL” ขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดชลบุรี ทั้งนื้เพื่อเป็นการจัดแสดงสินค้าและยกระดับภาพลักษณ์ให้แก่ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ  โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา มาเป็นประธานเปิดงาน ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ประกอบด้านธุรกิจโรงแรมและการบริการ เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องนอน เครื่องดื่ม เครื่องหอม เครื่องออกกำลังกาย เป็นต้นแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/supply-2-hotel-and-hospitality/">“SUPPLY 2 HOTEL” การจัดแสดงสินค้าและอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออุตสาหกรรมบริการ      </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเติบโตของเศรษฐกิจจะต้องอาศัยอุตสาหกรรมต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานการผลิตสินค้าและบริการที่ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย  รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจต่าง ๆ  ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-36486"></span></p>
<p>ทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัว และปรับเปลี่ยนองค์ประกอบในหลาย ๆ ด้าน เพื่อสร้างให้เกิดกระบวนการผลิตสินค้าและบริการที่ดีได้ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในการสร้างสรรค์ให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมต่าง ๆ</p>
<p>หากอุตสาหกรรมบริการสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็นส่วนในการช่วยสร้างสรรค์แนวทางการบริหารจัดการและการสื่อสารทางการตลาดในระยะยาวได้ ก็จะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาธุรกิจบริการเติบโตไปพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ดังเช่น การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อดำเนินการในเชิงบริหารจัดการ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมบริการในด้านต่าง ๆ  และเพื่อให้ผลสำเร็จของอุตสาหกรรมบริการได้รับการพัฒนาและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36493 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Supply-Hotel4.jpg" alt="" width="1200" height="425" /></p>
<p><strong>บริษัท แบรนด์เด็กซ์ ไดเร็กทอรี่ จำกัด</strong> เป็นหนึ่งองค์กรที่เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและยกระดับภาพลักษณ์ของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ ทั้งนี้<strong> คุณชาฎา โกจารย์ศรี</strong> (กรรมการผู้จัดการ) เห็นความจำเป็นของการสร้างภาพลักษณ์และความร่วมมือทางธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ จึงได้จัดงาน “<strong>SUPPLY 2 HOTEL</strong>” ขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดชลบุรี ทั้งนื้เพื่อเป็นการจัดแสดงสินค้าและยกระดับภาพลักษณ์ให้แก่ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ  โดยการจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก <strong>คุณปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์</strong> นายกเมืองพัทยา มาเป็นประธานเปิดงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36490 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Supply-Hotel3.jpg" alt="" width="1200" height="1028" /></p>
<p>ภายในงานนอกจากจะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจของกลุ่มผู้ประกอบด้านธุรกิจโรงแรมและการบริการ เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องนอน เครื่องดื่ม เครื่องหอม เครื่องออกกำลังกาย เป็นต้นแล้ว ยังมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “<strong>AI เพื่ออุตสาหกรรมบริการ</strong>” โดยมีอาจารย์ ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส (อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย) เป็นวิทยากรหลัก นับเป็นมิติใหม่แห่งการสร้างสรรค์งานเพื่อธุรกิจโรงแรมและธุรกิจบริการ ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อต้นเดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>เรียบเรียงโดย อาจารย์ ดร.โศภชา เอี่ยมโอภาส</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/supply-2-hotel-and-hospitality/">“SUPPLY 2 HOTEL” การจัดแสดงสินค้าและอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่ออุตสาหกรรมบริการ      </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะกลยุทธ์ 3T ตอบโจทย์​โรงแรมไทย ช่วยขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน หลังพบได้รับมาตรฐานยั่งยืนระดับสากลไม่ถึง 1%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/3t-strategy-drive-green-hotel-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jan 2025 09:48:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSDDD]]></category>
		<category><![CDATA[CSRD]]></category>
		<category><![CDATA[EarthCheck]]></category>
		<category><![CDATA[EDG]]></category>
		<category><![CDATA[EU]]></category>
		<category><![CDATA[Green Globe]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Greenkey]]></category>
		<category><![CDATA[GSTC]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Travelife]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31356</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ​ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุโรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน สะท้อนจากจำนวนโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่ง หรือไม่ถึง 1% ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโส  ​SCB EIC จัดทำรายงานเรื่อง​ &#8216; โจทย์ด่วนโรงแรมไทยกับคำว่า &#8216;ยั่งยืน&#8221; ชี้ว่า​ การประกาศข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ช่วงต้นปี 2567​ ทั้ง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) ว่าด้วยการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ว่าด้วยการสอบทานด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ผู้บริโภคในยุโรปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงรายงานด้านความยั่งยืนของบริษัทหรือองค์กรในยุโรป รวมถึงบริษัทต่างชาติที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ภายในปี 2569  จะส่งผลกระทบต่อโรงแรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น โรงงแรมไทยกำลังถูกผลักดันให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อรับกติการักษ์โลกของ EU ภายในปี 2569 เนื่องจาก โรงแรมและที่พักของไทยกว่า 2 หมื่นแห่งขายห้องพักบน Booking.com [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/3t-strategy-drive-green-hotel-in-thailand/">เจาะกลยุทธ์ 3T ตอบโจทย์​โรงแรมไทย ช่วยขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน หลังพบได้รับมาตรฐานยั่งยืนระดับสากลไม่ถึง 1%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ​ ธนาคารไทยพาณิชย์</strong> (SCB EIC) ระบุโรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน สะท้อนจากจำนวนโรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่ง หรือไม่ถึง 1%</p>
<p><span id="more-31356"></span></p>
<p><strong>ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม</strong> นักวิเคราะห์อาวุโส  ​SCB EIC จัดทำรายงานเรื่อง​<strong> &#8216; โจทย์ด่วนโรงแรมไทยกับคำว่า &#8216;ยั่งยืน&#8221; </strong>ชี้ว่า​ การประกาศข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ช่วงต้นปี 2567​ ทั้ง <strong>Corporate Sustainability Reporting Directive</strong> (CSRD) ว่าด้วยการรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และ <strong>Corporate Sustainability Due Diligence Directive</strong> (CSDDD) ว่าด้วยการสอบทานด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ผู้บริโภคในยุโรปและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงรายงานด้านความยั่งยืนของบริษัทหรือองค์กรในยุโรป รวมถึงบริษัทต่างชาติที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานได้ภายในปี 2569  จะส่งผลกระทบต่อโรงแรมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/ดร.-กมลมาลย์-แจ้งล้อม.jpg" alt="" width="1200" height="742" /></p>
<p>ดังนั้น โรงงแรมไทยกำลังถูกผลักดันให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น เพื่อรับกติการักษ์โลกของ EU ภายในปี 2569 เนื่องจาก โรงแรมและที่พักของไทยกว่า 2 หมื่นแห่งขายห้องพักบน Booking.com ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์รวมถึง Agoda ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การบริหารของบริษัทแม่เดียวกัน (Booking Holdings) ที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด <strong>CSRD </strong>และ <strong>CSDDD</strong></p>
<p>โดย Booking.com และ Agoda ขานรับข้อกำหนดของ EU พร้อมส่งเสริมโรงแรมทั่วโลกที่ขายห้องพักบนแพลตฟอร์มให้ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล ​เช่น Greenkey, Green Globe, Travelife, EarthCheck, GSTC และรวมถึง Green Hotel Plus ของไทยที่ได้รับ GSTC-Recognized Standard ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวยังรวมไปถึงบริษัททัวร์ในยุโรปที่ขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยด้วย</p>
<p>จากข้อมูลโครงการสำรวจเพื่อการวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ในไตรมาส 3 ปี 2567 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า 56% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยนิยมจองโรงแรมและที่พักผ่าน OTAs และ 35% ของนักท่องเที่ยวยุโรปจองโรงแรมและที่พักผ่านบริษัททัวร์ เห็นได้ว่า ข้อกำหนดใหม่นี้จะส่งผลกระทบกับธุรกิจโรงแรมไทยที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคนในแต่ละปี โดยราว 20% เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31358 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/1.jpg" alt="" width="653" height="1200" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>โรงแรมไทยในภาพรวมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นบนเส้นทางของความยั่งยืน</strong> จากการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธุรกิจโรงแรมทั่วโลกของ The Department for Environment, Food &amp; Rural Affairs (DEFRA) ของสหราชอาณาจักร พบว่า <strong>ในปี 2566 โรงแรมไทยยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่ค่อนข้างสูงที่ 43.4 kgCO2e per occupied room เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวสำคัญของโลกอย่างญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิตาลี และฝรั่งเศส</strong></p>
<p><strong>โรงแรมไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p>การดำเนินงานของโรงแรมไทยภาพรวม ยังอยู่ช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่ความยั่งยืน สะท้อนจากจำนวน <strong>โรงแรมที่ได้รับมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากลทั้งหมดในปี 2567 อยู่ที่ราว 100 แห่ง หรือมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของโรงแรมและที่พักในไทยทั้งหมด</strong> <strong>อีกทั้งยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และภูเก็ต</strong></p>
<p>ทั้งนี้ กว่า 60% เป็นโรงแรมเชน ทั้งเครือเชนต่างประเทศและเชนไทย โดยยังพบข้อจำกัดในการขับเคลื่อน​สู่ความยั่งยืนของโรงแรมไทย เช่น</p>
<p>1) ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจถึงประโยชน์ในระยะยาวของการเป็นโรงแรมยั่งยืน</p>
<p>2) ความพร้อมในด้านเงินทุน บุคลากร ที่ปรึกษา และการเก็บข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบเนื่องจากธุรกิจโรงแรมเพิ่งฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ได้ไม่นาน</p>
<p>3) แรงกระตุ้นที่จะผลักดันให้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนทั้งจากนโยบายภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจากเทรนด์ของนักท่องเที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31359 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/2-1.jpg" alt="" width="669" height="1200" /></p>
<p><strong>กลยุทธ์ 3T​​ ช่วยสร้างโรงแรมยั่งยืน </strong></p>
<p><strong>Target</strong> : การกำหนดเป้าหมายสู่ความยั่งยืนภายใต้กรอบเวลาและแผนงานที่ชัดเจน รวมถึงกำหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งธุรกิจโรงแรมอาจกำหนดเป้าหมายระยะสั้นควบคู่ไปกับเป้าหมายระยะยาว</p>
<p><strong>Teamwork</strong> : การสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้แก่พนักงาน Supplier ไปจนถึงผู้เข้าพัก ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการก้าวสู่ความยั่งยืนร่วมกันด้วย</p>
<p><strong>Transform :</strong> ธุรกิจโรงแรมอาจเริ่มต้นจากการปรับลดการใช้พลังงานและทรัพยากร รวมถึงการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง แล้วจึงวางแผนเพิ่มการลงทุนในพลังงานทดแทนหรือปรับปรุงอาคารเขียว เมื่อมีความพร้อมการก้าวข้ามข้อจำกัด</p>
<p>ขณะที่การเสริมความแข็งแกร่งด้านความยั่งยืนต้องอาศัยการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านมาตราการต่างๆ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; การยกระดับเป้าหมายความยั่งยืนไทย</strong> ด้วยการผลักดันให้ความยั่งยืนเป็นเรื่องโจทย์ด่วนไม่ใช่เป็นเพียงทางเลือกของธุรกิจ ผ่านการออกข้อกำหนด/มาตรการการบังคับใช้ เพื่อกระตุ้นให้ภาคธุรกิจเห็นความสำคัญในการก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างจริงจัง รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมด้านความยั่งยืนให้กับสังคม</p>
<p><strong>&#8211; การพิจารณาจัดตั้งกองทุนความยั่งยืน</strong> ซึ่งรวมถึงการออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการดำเนินการด้านความยั่งยืน เพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งอาจครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนเงินทุนในการยื่นขอรับใบรับรองมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล</p>
<p><strong>&#8211; การออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านความยั่งยืน</strong> ​เช่น การออกสิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การฝึกอบรมบุคลากร หรือการขอใบรับรองมาตรฐานในระดับสากลเพื่อกระตุ้นให้โรงแรมไทยหันมาลงทุนด้านความยั่งยืนมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/3t-strategy-drive-green-hotel-in-thailand/">เจาะกลยุทธ์ 3T ตอบโจทย์​โรงแรมไทย ช่วยขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน หลังพบได้รับมาตรฐานยั่งยืนระดับสากลไม่ถึง 1%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ห้ามพลาด!”ภูมิธรรม“ เปิด THAIFEX – HOREC ASIA 2024 ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหาร-จัดเลี้ยงของเอเชีย คาดเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท  6-8 มี.ค.นี้ ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/thaifex-horec-asia-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Mar 2024 08:21:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[HoReCa]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX – HOREC ASIA 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism Hub]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจโฮเรกา]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจจัดเลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิธรรม เวชยชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์กลางการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม HoReCa]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24281</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 11.30 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน THAIFEX – HOREC ASIA 2024 เพื่อบุกตลาดส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม HoReCa (ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง) ผลักดันศักยภาพให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยงระดับเอเชีย รวมทั้งสร้างอาชีพและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ต่อยอดจากความสำเร็จงาน THAIFEX – ANUGA ASIA โดยเน้นด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมและระบบบริหารจัดการที่จำเป็นกับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและจัดเลี้ยง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ อาคาร 9-12 นายภูมิธรรม กล่าวว่า เวลานี้ประเทศเรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจต้องการการแก้ไขปัญหาและการเติบโต งานวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะใช้ช่องทางการค้าใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจ ธุรกิจโฮเรกา (HoReCa) ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เมื่อไม่กี่วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เสนอวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thaifex-horec-asia-2024/">ห้ามพลาด!”ภูมิธรรม“ เปิด THAIFEX – HOREC ASIA 2024 ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหาร-จัดเลี้ยงของเอเชีย คาดเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท  6-8 มี.ค.นี้ ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 6 มีนาคม 2567 เวลา 11.30 น. <strong>นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ </strong>เป็นประธานในพิธีเปิด<strong>งาน </strong><strong>THAIFEX – HOREC ASIA 2024</strong> เพื่อบุกตลาดส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม HoReCa (ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง)</p>
<p><span id="more-24281"></span></p>
<p>ผลักดันศักยภาพให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางภาคธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยงระดับเอเชีย รวมทั้งสร้างอาชีพและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ต่อยอดจากความสำเร็จงาน THAIFEX – ANUGA ASIA โดยเน้นด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมและระบบบริหารจัดการที่จำเป็นกับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและจัดเลี้ยง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ อาคาร 9-12</p>
<p>นายภูมิธรรม กล่าวว่า เวลานี้ประเทศเรามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจต้องการการแก้ไขปัญหาและการเติบโต งานวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะใช้ช่องทางการค้าใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจ ธุรกิจโฮเรกา (HoReCa) ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24282 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/HOREC24-03.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>เมื่อไม่กี่วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เสนอวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ซึ่งไทยมีต้นทุนทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงาม วัฒนธรรมพื้นบ้าน ทรัพยากรธรรมชาติรวมถึงภูมิอากาศที่อบอุ่นตลอดปี ให้ใช้จุดแข็งต่อยอดให้ก้าวหน้า ขอขอบคุณ 3 หน่วยงานที่จัดงานนี้ให้เกิดขึ้นได้ จะเป็นประตูบานแรกให้ธุรกิจท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีศักยภาพ  ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน อันดับ 8 ของโลก อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสร้างรายได้คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 70% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ที่ผ่านมารัฐบาลไทยที่มาจากการเลือกตั้งเพิ่งทำงานได้แค่ 6 เดือน แต่เราเห็นความสำคัญว่าการเปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวหลายหลายประเทศจะเป็นประตูผลักดันธุรกิจท่องเที่ยวไทยเติบโต และส่งเสริมต่อยอดทั้งเมืองหลักเมืองรอง ช่วยกันเจียระไนสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น โดยภาครัฐต้องเป็นภาครัฐที่สนับสนุนไม่เป็นอุปสรรค ปรับกฎระเบียบต่างๆสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เติบโต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24283 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/HOREC24-06.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>“จากข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจ เรามีผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท 11,540 ราย ธุรกิจร้านอาหาร 21,695 ราย และธุรกิจจัดเลี้ยง 606 ราย ซึ่งยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากจุดแข็งดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์จึงเล็งเห็นโอกาสในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ HoReCa ของเอเชีย ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจโฮเรกา ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ มี<strong>ผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งไทยและต่างชาติรวมกว่า </strong><strong>300</strong><strong> บริษัท จาก </strong><strong>23</strong><strong> ประเทศทั่วโลก และคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า </strong><strong>20,000</strong><strong> ราย</strong> ถือเป็นการเน้นย้ำให้ทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะเวทีการค้าสำคัญที่ช่วยปลดล็อคอนาคตอุตสาหกรรมโฮเรกา และสร้างโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการไทย” นายภูมิธรรมกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24286 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/HOREC24-19.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยงาน THAIFEX – HOREC ASIA 2024 เป็นงานแสดงสินค้า ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยงที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บนพื้นที่จัดแสดง 27,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 9 กลุ่มหลัก ได้แก่ เบเกอรี่และไอศกรีม คาเฟ่และบาร์ ธุรกิจทำความสะอาดและซักรีด อุปกรณ์รับประทานอาหาร กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์เครื่องครัว ธุรกิจบริการด้านอาหาร เทคโนโลยี และธุรกิจการดูแลสุขภาพ พร้อมโซนพิเศษ HoReCa World</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24285 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/HOREC24-17.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ภายในงานยังมีไฮไลต์และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ มากมายในงาน เช่น การประกวดบาริสต้า ASEAN Barista Team Championship การประกวด Thailand Ultimate Housekeeping การจัดแสดงสินค้าใน THAIFEX &#8211; HOREC Xperiential Zone นำเสนอสินค้าและเทรนด์ในอนาคตของ HoReCa รวมไปถึงการสัมมนาให้ความรู้จากกูรูวงการธุรกิจตัวจริงของอุตสาหกรรม THAIFEX – HOREC Academy ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป การสาธิตการทำอาหารและกิจกรรมให้ความรู้และความเพลินเพลินตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24287 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/HOREC24-21.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>งาน </strong><strong>THAIFEX – HOREC ASIA 2024 </strong><strong>จัดขึ้นระหว่างวันที่ </strong><strong>6 – 8 </strong><strong>มีนาคม </strong><strong>2567 </strong><strong>เวลา </strong><strong>10.00 – 18.00 </strong><strong>น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ อาคาร </strong><strong>9 – 12 </strong><strong>ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ </strong><a href="http://www.thaifex-horec.asia" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.thaifex-horec.asia</strong></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thaifex-horec-asia-2024/">ห้ามพลาด!”ภูมิธรรม“ เปิด THAIFEX – HOREC ASIA 2024 ดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหาร-จัดเลี้ยงของเอเชีย คาดเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท  6-8 มี.ค.นี้ ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงแรมไทย ปล่อย  &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียและของโลก ด้านผู้ประกอบการ 96.5% ไม่เข้าใจการวัดผลกระทบและการจัดทำรายงานความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/kresearch-release-ghg-emission-thai-hotel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Feb 2024 11:39:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[A Net Zero Road Map for Travel and Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Cornell Hotel Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[K Research]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[World Travel & Tourism Council]]></category>
		<category><![CDATA[WTTC]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24088</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย อ้างอิงรายงาน A Net Zero Road Map for Travel and Tourism ของ World Travel &#38; Tourism Council (WTTC) ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ราว 8% ของการปลดปล่อย GHG ทั่วโลก โดยเป็นการปลดปล่อยมาจากภาคธุรกิจโรงแรมโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 1% แต่ผู้ประกอบการโรงแรมทุกแห่งต่างให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และวางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก 1. ความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel) เช่น การจัดงานประชุมสัมมนาทั้งจากองค์กรต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูง พบว่า กว่า 78% ของกลุ่มตัวอย่าง​ในภูมิภาคยุโรป และ 61% ของกลุ่มตัวอย่างในอเมริกาเหนือ ต้องการให้โรงแรมที่บริษัทใช้สามารถรับรองผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากลหรือของแต่ละประเทศได้ (เช่น Green Key, GSTC และ Green Globe) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจชั้นนำของโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/kresearch-release-ghg-emission-thai-hotel/">โรงแรมไทย ปล่อย  &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียและของโลก ด้านผู้ประกอบการ 96.5% ไม่เข้าใจการวัดผลกระทบและการจัดทำรายงานความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> อ้างอิงรายงาน <strong>A Net Zero Road Map for Travel and Tourism</strong> ของ World Travel &amp; Tourism Council (WTTC) ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ราว 8% ของการปลดปล่อย GHG ทั่วโลก โดยเป็นการปลดปล่อยมาจากภาคธุรกิจโรงแรมโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 1%</p>
<p><span id="more-24088"></span></p>
<p>แต่ผู้ประกอบการโรงแรมทุกแห่งต่างให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และวางแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก</p>
<p><strong>1. ความต้องการของลูกค้า</strong> โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเพื่อธุรกิจ (Business Travel) เช่น การจัดงานประชุมสัมมนาทั้งจากองค์กรต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูง พบว่า กว่า 78% ของกลุ่มตัวอย่าง​ในภูมิภาคยุโรป และ 61% ของกลุ่มตัวอย่างในอเมริกาเหนือ ต้องการให้โรงแรมที่บริษัทใช้สามารถรับรองผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากลหรือของแต่ละประเทศได้ (เช่น Green Key, GSTC และ Green Globe) โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจชั้นนำของโลก เช่น ​Siemens, Microsoft, Amazon และ Ernst &amp; Young</p>
<p><strong>2. การแข่งขันในตลาด</strong> จากการที่หลายแบรนด์เริ่มขับเคลื่อนเรื่องของความยั่งยืนแล้ว เช่น การประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ของเชนขนาดใหญ่ รวมทั้งเริ่มเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนในมิติของฮาร์ดแวร์ เช่น การใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการใช้ไฟและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งในมิติของซอฟต์แวร์ เช่น ​การติดตั้งระบบ​บริหารจัดการพลังงาน การติดเซนเชอร์บันทึกข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงการใช้วัสดุ Recycle หรือ Upcycle ในการตกแต่งโรงแรม หรือการใช้วัตถุดิบต่างๆ จากภายในท้องถิ่น เพื่อลดการปลดปล่อย GHG Emission ที่เกิดจากการขนส่ง รวมทั้งการออกแบบโรงแรม และรูปแบบการบริหารจัดการตามแนวทาง Decarbonize เพื่อมุ่งสู่การปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์​</p>
<p><strong>3. การปรับสู่ Green Supply Chain ​</strong>พันธมิตรทางการค้าที่ต้องการคู่ค้าที่มีการปรับตัวสู่ความยั่งยืน อย่าง ออนไลน์ทราเวลเอเจ้นท์ (OTAs) รายใหญ่ ที่เริ่ม​ระบุสถานะของโรงแรมและที่พักที่ได้รับการรองรับว่ามีการจัดการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24092 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/1-logo.jpg" alt="" width="670" height="670" /></p>
<p><strong>เช็คสถานะความพร้อมโรงแรมและที่พักในไทย</strong></p>
<p>สถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของโรงแรมในไทย ยังอยู่ในระดับสูง เมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งมีจำนวนผู้ประกอบการไทยที่มีการตั้งเป้าหมาย Net Zero ยัง​น้อยอยู่ และส่วนใหญ่ที่ดำเนินการเรื่องนี้จะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่เป็นหลัก​</p>
<p>โดย​ข้อมูลของ Cornell Hotel Sustainability (ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2567) พบว่า ค่าเฉลี่ย GHG Emissions ต่อการพักของลูกค้า 1 ห้อง ของโรงแรมในประเทศไทยอยู่ที่ 0.064 ตันคาร์บอน (tCO2e) ​สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงแรมในภูมิภาคเอเชียที่มี GHG Emissions 0.057 ตันคาร์บอน หรือเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 0.019 ตันคาร์บอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24089 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/2-8.jpg" alt="" width="1200" height="608" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ประกอบการไทยสนใจดำเนินการเรื่องความยั่งยืน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีการวัดผล GHG Emissions และการจัดทำรายงานความยั่งยืน โดยเป็นเพียงเริ่มดำเนินการจากส่วนที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงและทำได้ทันที เนื่องจากธุรกิจเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากโควิด</p>
<p>ซึ่งจากผลสำรวจของ <strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> ที่ทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมราว 400 ราย ในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา พบว่า</p>
<p>&#8211;  <strong>ผู้ประกอบการกว่า 52.8% มีการปรับตัว</strong> อาทิ การเปลี่ยนเป็นหลอดไฟประหยัดพลังงาน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ส่วนกลาง การเปลี่ยน<br />
อุปกรณ์และติดตั้งระบบการประหยัดน้ำ การคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล หรือทำเป็นปุ๋ย รวมทั้งลดการใช้ Single-use Plastic โดยส่วนใหญ่โรงแรมที่เริ่มปรับตัวจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ และโรงแรมที่บริหารโดยเชนจากต่างประเทศ</p>
<p>&#8211; <strong>ผู้ประกอบการเกือบทั้งหมด (96.5%) ยังขาดความเข้าใจในการวัดผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการจัดทำรายงานความยั่งยืน</strong></p>
<p>&#8211; <strong>ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการเกือบครึ่ง (43.8%) มีแผนที่จะยกระดับโรงแรมให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ขณะที่ผู้ประกอบการที่<br />
ยังไม่มีแผนหรือยังไม่แน่ใจมีสัดส่วนมากกว่าครึ่ง เนื่องจากมีความกังวลเรื่องเงินทุน ต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น เนื่องจาก ธุรกิจยังไม่ฟื้นตัวดีจากผลกระทบของโควิด-19 รวมทั้งยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของมาตรฐานการวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24090 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/3-8.jpg" alt="" width="1200" height="844" /></p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้โรงแรมในไทยมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน ต้องมีการสนับสนุนอีกมาก โดยเฉพาะภาครัฐควรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาทิ การจัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง และกำหนดกฏเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานสากล การออกมาตรการทางภาษีชั่วคราว อย่างการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่มีการลงทุน หรือปรับปรุงโรงแรมที่ช่วยลด GHG Emission ขณะที่ภาครัฐควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพลังงานทางเลือก / พลังงานหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการใช้ในต้นทุนที่ถูกลง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/kresearch-release-ghg-emission-thai-hotel/">โรงแรมไทย ปล่อย  &#8216;ก๊าซเรือนกระจก&#8217; สูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียและของโลก ด้านผู้ประกอบการ 96.5% ไม่เข้าใจการวัดผลกระทบและการจัดทำรายงานความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Feb 2024 12:43:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[IUCN]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[S Hotels & Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SHR]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ เอสเตท]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล มาร์แชล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23722</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ SHR หรือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง Nature-based Solutions ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030 คุณไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ <strong>SHR </strong>หรือ <strong>บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ <strong>บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว<span id="more-23722"></span></p>
<p>ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง<strong> Nature-based Solutions</strong> ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030</p>
<p><strong>คุณไมเคิล </strong><strong>มาร์แชล </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายให้การดำเนินธุรกิจของ​เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ท้ังการ<strong>สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยวาง​เป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality </strong>ภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าลดการปลดปล่อยคาร์บอนลงในอัตรา 5% ต่อปี ตามแผน NDC Roadmap ของประเทศ ด้วยการเดินหน้า​ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในกลุ่มโรงแรม ทั้งในไทยและมัลดีฟส์ รวมถึง โซ/ มัลดีฟส์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 20%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Nature-Based-Solutions-.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p><strong>เสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอผ่าน Biodiversity </strong></p>
<p>ขณะที่อีกด้านหนึ่งจะมุ่งส่งเสริม<strong>การสร้างผลกระทบเชิงบวก ผ่านการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiverdity มากขึ้นอีก 30%</strong> ภายในปี 2030 เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้ขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุ์สิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ ภายในพืนที่โดยรอบที่โครงการตั้งอยู่ และสามารถพบสิ่งมีชีวิต 21 ชนิด ที่อยู่ในกลุ่ม Red list หรือ​กลุ่มบัญชีแดงเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อยู่บ่อยครั้งในพื้นที่โครงการ</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังได้ร่วมลงนาม MoU​ กับกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ของรัฐบาลมัลดีฟส์ เพื่อสนับสนุนพื้นที่อนุรักษ์นอกพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ภายในโครงการครอสโร้ดส์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.1 ล้านตารางเมตร หรือกว่า 31% ของพื้นที่โครงการ โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23730 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Experience.jpg" alt="" width="1200" height="661" /></p>
<p><em>&#8220;แผน​ขับเคลื่อนความยั่งยืนมีส่วน​ส่งเสริม​การเติบโตได้ตามเป้าหมายของ SHR เนื่องจาก Destination ส่วนใหญ่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวกลุ่ม Blue tourism ที่นอกจากบรรยากาศ และความสวยงามตาม​ธรรมชาติแล้ว การมีความหลากหลายทางชีวภาพยังสามารถเพิ่ม Attraction ที่ช่วยส่งเสริมประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้เข้าพักได้มากขึ้น เช่น การศึกษาเส้นทางธรรมชาติ​ทาง Biological หรือ Ecological ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และ​ SHR ได้ครีเอทกิจกรรมผ่านศูนย์เรียนรู้ทางทะเลในโครงการทั้งที่เกาะพีพี และมัลดีฟส์ ​​โดยตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมตลอดทั้งปีมากกว่า 5 หมื่นคน รวมไปถึง​​​กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม​ชุมชน ​การใช้ผลผลิตและวัตถุดิบที่ปลูกและจัดหาจากท้องถิ่น เพื่อนำเสนอเมนูจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (Farm to Table) และอาหารทะเลสดใหม่แก่แขกที่เข้าพักอีกด้วย ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วย​เพิ่มรายได้จากฝั่ง Non-room เพิ่มมากขึ้น พร้อม​สร้างเอกลักษณ์จากความแตกต่าง และทำให้มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Mr.-Michael-Marshall_Horizontal.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b></b><strong>ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 1.2 หมื่นล้านบาท</strong></p>
<p>สำหรับผลประกอบการ SHR ในปี 2566 ที่ผ่านมา สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท จาก​การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา รวมถึงข้อได้เปรียบจากสถานที่ตั้งโรงแรมในเครือที่อยู่ในจุดหมายปลายทางสำคัญ ส่วนเป้าหมายในปี 2567 นี้ ตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มเป็น  1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต​ 3 – 5%</p>
<p>ทั้งนี้ได้วาง 4 กลยุทธ์ที่จะใช้ขับเคลื่อนเพื่อเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้  ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อน</strong><strong>ประสิทธิภาพ มุ่งสร้างการเติบโต (</strong><strong>Drive efficiency, ignite growth</strong><strong>) </strong>ผ่านปัจจัยการเติบโต 3 ด้าน ได้แก่ อัตราเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ซึ่งตั้งเป้า​เติบโตขึ้น 25% จากยอดจองห้องพักในมัลดีฟส์ช่วงไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ดี และค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ซึ่งคาดว่าจะเติบโต​ 20% จากการปรับปรุงห้องพักของโรงแรมในฟิจิและไทย และการเปิดตัวของโซ/ มัลดีฟส์ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อื่นนอกเหนือจากการเข้าพัก (Non-room Revenue) ที่ 15% ทั้งจากอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีแผนเปิดตัวบีชคลับทราย (SAii) ในทุกรีสอร์ท และรองรับดีมานด์จากตลาด Mice ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23725 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SAii-Lagoon-Maldives-1024x682.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>&#8211; ปลดล็อคศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ (</strong><strong>Unleash the power of the portfolio</strong><strong>) </strong> ด้วยเป้าหมาย <strong>ยกระดับพอร์ตโฟลิโอและหมุนเวียนสินทรัพย์ </strong><strong>(Portfolio Enhancement)</strong>  โดยตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Return Rate: IRR) ​12 – 15% พร้อมต่อยอดแผน​ปรับปรุงโรงแรมในประเทศไทยที่ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต และ ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร บริษัทฯ จะดำเนินกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่และรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว อาทิ แมนเชสเตอร์ เอดินเบอระ เลสเตอร์ และกลาสโกว์</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด (</strong><strong>Scale Without Limits</strong><strong>)</strong><strong>​</strong> เพื่อตอบรับการเติบโต​กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อม ​​<strong>ยกระดับแบรนด์</strong> <strong>(Brand Enhancement)</strong> โดยสร้างการจดจำแบรนด์ ทราย (SAii) ในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวแบบลักชูรีอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการและเทรนด์ระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวว่าการเข้าพักจะสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด พร้อมต่อยอดความเชื่อมั่นแบรนด์สู่การเติบโตภายใต้ข้อจำกัดที่ลดลง โดยตั้งเป้า​​เพิ่มจำนวนโรงแรม ในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดจำนวนไม่น้อยกว่า 50 แห่ง ภายในระยะเวลา 5 ปี ​</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ปักหมุดรุกตลาดใหม่ (</strong><strong>Beyond Borders</strong><strong>)</strong><strong>​ </strong>ผ่านการจัดสรรงบ​ลงทุน  15,000 ล้านบาท เพื่อ<strong>ซื้อและควบรวมกิจการ</strong> (Merger and Acquisition) ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า โดยยังคงพุ่งเป้าไปที่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในภาคพื้นทวีปยุโรปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน สหราชอาณาจักร แถบมหาสมุทรอินเดีย เอเชียแปซิฟิค และฟิจิ เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่พอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในด้านรายได้ รวมถึงลดความผันผวนทางฤดูกาล (Seasonal Effect) ของโรงแรมในเครืออีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SHR_BusinessDirection.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>​&#8221;​ SHR ยังคง​รักษาตำแหน่งผู้ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของไทย ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวัน (Average Daily Rate: ADR)  ในไทยและฟิจิให้สูงขึ้น​ 20% นอกจากนี้ การเปิดตัว โซ/ มัลดีฟส์ (SO/ Maldives) รีสอร์ทระดับ 5 ดาว ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงการ ‘ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์’ (CROSSROADS Maldives) ในการตอบรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยวนานาชาติ และเติมเต็มให้ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ เป็นผู้นำจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรที่สุดในหมู่เกาะมัลดีฟส์  นอกจากนี้ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุน จากการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ที่มียอดจองซื้อสูงเกินกว่าเป้าหมาย ปิดการขายด้วยมูลค่า 1,300 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนและรองรับกลยุทธ์การลงทุนในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าโครงการ ‘ข้าวอินทรีย์’ รุกสร้างความยั่งยืน สานแนวคิด ‘Farm-to-Table’ สั่งตรงข้าวจากชุมชนเกษตรกร ขึ้นแท่นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ข้าวอินทรีย์ 100% ปรุงอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/dusit-thani-develop-quality-thai-organic-rice/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Oct 2022 12:01:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Dusit Graciousness]]></category>
		<category><![CDATA[farm to table]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Locality]]></category>
		<category><![CDATA[Service]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มดุสิตธานี]]></category>
		<category><![CDATA[การบริการแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือเกษตรกร]]></category>
		<category><![CDATA[ดุสิตธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ดุสิตฟู้ดส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ศิรเดช โทณวณิก]]></category>
		<category><![CDATA[เทวินทร์ ผันอากาศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15179</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มดุสิตธานีเดินหน้าปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้เริ่มโครงการข้าวอินทรีย์ ตามแนวคิด &#8216;Farm-to-Table&#8217; สั่งตรงจากชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ในจังหวัดสุรินทร์ และศรีสะเกษ เพื่อนำมาปรุงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับลูกค้าและพนักงาน เพื่อเป็นการสนับสนุนรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร สอดคล้องกับหนึ่งในแกนหลักของการให้บริการแบบดุสิต หรือ Dusit Graciousness ที่เน้นการบริการแบบยั่งยืน (Sustainability) เผยโครงการข้าวอินทรีย์ ทำให้กลุ่มดุสิตธานีกลายเป็นกลุ่มโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่นำข้าวอินทรีย์ 100% มาปรุงอาหารในโรงแรมเครือภายในประเทศ คุณศิรเดช โทณวณิก รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการความยั่งยืน บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการข้าวอินทรีย์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการปรับบริการด้านอาหารให้สอดคล้องกับแกนหลัก 4 ด้านของ Dusit Graciousness ซึ่งประกอบด้วย บริการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า (Service) บริการที่ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ (Well-being) บริการที่เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชนและคนรอบข้าง (Locality) และ บริการที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม (Sustainability) สำหรับโครงการข้าวออร์แกนิคอินทรีย์ ได้รับการดูแลโดยดุสิตฟู้ดส์ และคณะกรรมการความยั่งยืนของบริษัทฯ ร่วมงานกับชุมชนเกษตรกรรม 4 แห่ง ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/dusit-thani-develop-quality-thai-organic-rice/">กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าโครงการ ‘ข้าวอินทรีย์’ รุกสร้างความยั่งยืน สานแนวคิด ‘Farm-to-Table’ สั่งตรงข้าวจากชุมชนเกษตรกร ขึ้นแท่นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ข้าวอินทรีย์ 100% ปรุงอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>กลุ่มดุสิตธานีเดินหน้าปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้เริ่มโครงการข้าวอินทรีย์ ตามแนวคิด </em><em><strong>&#8216;Farm-to-Table&#8217;</strong> </em><em>สั่งตรงจากชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ในจังหวัดสุรินทร์ และศรีสะเกษ เพื่อนำมาปรุงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับลูกค้าและพนักงาน</em></p>
<p><span id="more-15179"></span></p>
<p><em>เพื่อเป็นการสนับสนุนรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร สอดคล้องกับหนึ่งในแกนหลักของการให้บริการแบบดุสิต หรือ </em><em><strong>Dusit Graciousness</strong> </em><em>ที่เน้นการบริการแบบยั่งยืน (</em><em>Sustainability)</em> <em>เผยโครงการข้าวอินทรีย์ ทำให้กลุ่มดุสิตธานีกลายเป็นกลุ่มโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่นำข้าวอินทรีย์ 100% มาปรุงอาหารในโรงแรมเครือภายในประเทศ</em></p>
<p><strong>คุณศิรเดช โทณวณิก</strong> รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการความยั่งยืน บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการข้าวอินทรีย์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการปรับบริการด้านอาหารให้สอดคล้องกับแกนหลัก 4 ด้านของ <strong>Dusit Graciousness</strong> ซึ่งประกอบด้วย <strong>บริการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า</strong> (Service) <strong>บริการที่ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ</strong> (Well-being) <strong>บริการที่เข้าถึงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชุมชนและคนรอบข้าง</strong> (Locality) และ <strong>บริการที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม</strong> (Sustainability)</p>
<p>สำหรับโครงการข้าวออร์แกนิคอินทรีย์ ได้รับการดูแลโดยดุสิตฟู้ดส์ และคณะกรรมการความยั่งยืนของบริษัทฯ ร่วมงานกับชุมชนเกษตรกรรม 4 แห่ง ที่ ตำบลคอโคและตำบลหนองไผ่  ของจังหวัดสุรินทร์ รวมถึง ตำบลห้วยทับทันและตำบลหนองแค ของจังหวัดศรีสะเกษ เริ่มตั้งแต่การควบคุมคุณภาพ การฝึกอบรม บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อให้ชุมชนสามารถนำเสนอข้าวหอมมะลิออร์แกนิคคุณภาพสูงสำหรับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง ซึ่งในปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตทั้งหมดในประเทศไทย รวมทั้งร้านอาหาร “บ้านดุสิตธานี” นับเป็นกลุ่มโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ข้าวออร์แกนิค 100% ในการปรุงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและอร่อยสำหรับลูกค้าและพนักงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Dusit2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ข้าวออร์แกนิคอินทรีย์ที่เราคัดสรรมา เป็นหนึ่งในพันธุ์ที่ดีที่สุด เพราะทุ่งกุลาร้องไห้เป็นแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก โดยได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยลักษณะพิเศษของข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ คือ ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ มีคุณภาพดี ข้าวสารมีเมล็ดใส เมล็ดเรียวยาว และแกร่ง เมื่อนำมาหุงจะมีความหอมและนุ่ม โดยพื้นที่การผลิต การสีข้าว และการบรรจุหีบห่อต้องอยู่ในจังหวัดที่ทุ่งกุลาร้องไห้ตั้งอยู่เท่านั้น ซึ่งการจัดทำโครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้ลูกค้าและพนักงานได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ชุมชนเกษตรกรที่เราทำงานด้วยมีรายได้ที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีกว่าเดิม สอดคล้องกับภารกิจของกลุ่มดุสิตธานี ในการนำคุณค่าที่ยั่งยืนมาสู่ชุมชนในชนบทของประเทศไทย พร้อมๆ กับการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและพนักงานของเรา ขณะเดียวกัน โครงการข้าวอินทรีย์ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และต้นทุนโดยรวมให้กับบริษัทฯ ดังนั้น จึงเป็น win-win อย่างแท้จริง”</em> <strong>นายศิรเดชกล่าว</strong></p>
<p>ที่ผ่านมา กลุ่มดุสิตธานีทำงานอย่างใกล้ชิดกับเกษตรกร ทั้งการช่วยวางระบบและกระบวนการเพื่อปรับปรุงผลผลิตเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะสร้างผลประโยชน์ระยะยาวสำหรับเกษตรกรทุกคนในโครงการ นอกจากนี้ กลุ่มดุสิตธานียังวางแผนที่จะลงทุนในชุมชนด้วยการซื้อโรงสีข้าว ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อเพิ่มยอดขายในอนาคต รวมถึงยังมีความตั้งใจที่จะช่วยสร้างช่องทางการขายออนไลน์ และนำไปใช้ในการปรุงอาหารของธุรกิจอื่น ๆ ของบริษัทฯ อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/Dusit3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณเทวินทร์ ผันอากาศ</strong> ตัวแทนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ต. ห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ชุมชนมุ่งมั่นและตั้งใจกับการปลูกข้าวอินทรีย์คุณภาพสูง แต่ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาการหาตลาดมาตลอด  ดังนั้น การที่กลุ่มโรงแรมดุสิตธานีเห็นถึงคุณค่าและความตั้งใจของพวกเราในการปลูกข้าวอินทรีย์ โดยสั่งจองและวางมัดจำซื้อข้าวล่วงหน้าเป็นจำนวนมากในอัตราที่ยุติธรรม จึงเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนด้านรายได้ให้กับเกษตรกรโดยตรง นอกจากนี้ ความช่วยเหลืออื่นๆ ของกลุ่มดุสิตยังช่วยทำให้ชุมชนได้ทำสิ่งที่รักต่อไป และทำให้ธุรกิจข้าวออร์แกนิคเติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วย  พวกเรารู้สึกภูมิใจมากที่ผู้คนจากทั่วโลกจะได้ลิ้มรสข้าวอินทรีย์ของชุมชนผ่านโรงแรมระดับ 5 ดาวของดุสิต</p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มดุสิตธานี นำข้าวหอมมะลิอินทรีย์มาปรุงอาหารที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือในประเทศไทย และบริษัทย่อยอื่นๆ ได้แก่ โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และ เอ็บเพอคิวร์ เคเทอริ่ง ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ซึ่งดุสิตเข้าซื้อกิจการในปี 2562 และมีแผนที่จะกระจายไปยังธุรกิจอื่นๆ ภายในปีหน้า</p>
<p>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการข้าวอินทรีย์ของดุสิต กรุณาติดต่อ 02 200 9999 หรือ อีเมล์ <a href="mailto:infodusitfoods@dusit.com">infodusitfoods@dusit.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/dusit-thani-develop-quality-thai-organic-rice/">กลุ่มดุสิตธานี เดินหน้าโครงการ ‘ข้าวอินทรีย์’ รุกสร้างความยั่งยืน สานแนวคิด ‘Farm-to-Table’ สั่งตรงข้าวจากชุมชนเกษตรกร ขึ้นแท่นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ข้าวอินทรีย์ 100% ปรุงอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
