<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นิคมอุตสาหกรรม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Mar 2026 11:01:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>นิคมอุตสาหกรรม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘อมตะ’ ลงทุนหมื่นล้าน เร่งแผนทราสฟอร์มสู่ &#8216;Smart Industrial City&#8217; สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจ ครบทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/amata-business-direction-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 10:20:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[AMATA]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial City]]></category>
		<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[นิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกรม กรมดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[อมตะ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองอุตสาหกรรมครบวงจร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40445</guid>

					<description><![CDATA[<p>อมตะ ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงผู้บริหารมืออาชีพเสริมทัพ  พร้อมลงทุน 1 หมื่นล้าน รองรับดีมานด์ในอนาคต ทั้งในไทย–เวียดนาม–ลาว พร้อมเร่ง​ผลักดันโมเดล Smart Industrial City  เมืองอุตสาหกรรมครบวงจร  สร้างระบบนิเวศ​เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างภาคธุรกิจ นักลงทุน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ กลุ่มอมตะจะเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้สอดรับกับการขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยดึงผู้บริหารมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเสริมทีมบริหารเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานสากล โดย​มุ่งเน้น 3 แกนหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการบริหารองค์กร เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่ที่กำลังไหลเข้าสู่ภูมิภาค ได้แก่ &#8211; Agility เพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการตัดสินใจทางธุรกิจ &#8211; Governance เสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน &#8211; Scale Up รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve และโครงการลงทุนระดับเมกะโปรเจ็กต์ ทั้งนี้  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/amata-business-direction-2026/">‘อมตะ’ ลงทุนหมื่นล้าน เร่งแผนทราสฟอร์มสู่ &#8216;Smart Industrial City&#8217; สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจ ครบทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อมตะ ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ดึงผู้บริหารมืออาชีพเสริมทัพ  พร้อมลงทุน 1 หมื่นล้าน รองรับดีมานด์ในอนาคต ทั้งในไทย–เวียดนาม–ลาว พร้อมเร่ง​ผลักดันโมเดล Smart Industrial City  เมืองอุตสาหกรรมครบวงจร  สร้างระบบนิเวศ​เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างภาคธุรกิจ นักลงทุน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-40445"></span></p>
<p><strong>คุณวิกรม กรมดิษฐ์</strong> ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ กลุ่มอมตะจะเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับการบริหารจัดการให้สอดรับกับการขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยดึงผู้บริหารมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเสริมทีมบริหารเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสู่มาตรฐานสากล โดย​มุ่งเน้น 3 แกนหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการบริหารองค์กร เพื่อรองรับการลงทุนระลอกใหม่ที่กำลังไหลเข้าสู่ภูมิภาค ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Agility </strong>เพิ่มความคล่องตัวและความรวดเร็วในการตัดสินใจทางธุรกิจ</p>
<p><strong>&#8211; Governance</strong> เสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน</p>
<p>&#8211;<strong> Scale Up</strong> รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve และโครงการลงทุนระดับเมกะโปรเจ็กต์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40450 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/DSC_7317-opq4426651412.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>ทั้งนี้  บริษัทวางแผนลงทุนในปี 2569 ผ่านงบ 10,000  ล้านบาท โดยเม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่กว่า 7,000 ล้านบาท จะอยู่ในประเทศไทย และ 2,000 -3,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนในเวียดนาม ซึ่งเพิ่มจากปีก่อนหน้าที่ใช้งบราว 7,000 &#8211; 8,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้า​ซื้อที่ดินเพิ่มเติม รวมทั้งการลงทุนเพื่อขยายสาธารณูปโภคเพื่อรองรับดีมานด์การลงทุนใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งการเพิ่มความสามารถในการให้บริการและดูแลความเป็นอยู่ของผู้คนที่ใช้ชีวิตภายในนิคม ซึ่งคาดการณ์จะเติบโตเพิ่มมากขึ้นตามการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม ​</p>
<p>โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 14,524 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อนหน้า ขณะที่สามารถรักษาการเติบโตของกำไรไว้ได้อย่างดี ทำให้สามารถเติบโตจนสร้างนิวไฮได้ที่ 28%  จากการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าจะสามารถรักษาระดับการเติบโตของกำไรในปีนี้ไว้ได้เช่นกัน พร้อม​ตั้งเป้าขายที่ดินรวม 2,800 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย</p>
<p>1.ไทย 1,650 ไร่ โดยเน้นการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)</p>
<p>2.เวียดนาม 550 ไร่ รองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตจากจีนและการขยายตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล</p>
<p>3.สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 600 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นประตูเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ทางบกของภูมิภาค</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40452 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/f4ff9456ffa2470dcba447675dec7b92YI1zO0xXJF3cJozK-8.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;​สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก จากปัจจัย สงครามการค้า รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง เป็นความท้าทายสำคัญที่ธุรกิจต้องติดตามและประเมินผลกระทบที่จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตโลก ทั้งด้านระบบขนส่ง ราคาพลังงาน และการจัดหาวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบดังกล่าว&#8221;</em></p>
<p>​ขณะเดียวกัน  อีกด้านหนึ่งยังมีโอกาสจากการมองหาฐานการผลิตใหม่ที่มีเสถียรภาพและศักยภาพเพื่อรองรับการเติบโตได้ในระยะยาว ซึ่งภูมิภาคอาเซียน <em><strong>โดยเฉพาะประเทศไทย เวียดนาม และลาว มีศักยภาพในการเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจเพิ่มขึ้น และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการลงทุนใหม่ของโล</strong></em>ก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่มีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งรวมถึงระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร ซึ่งอาเซียนมีศักยภาพในการรองรับด้านการลงทุน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40446 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Industrial-View-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;เศรษฐกิจของเวียดนามยังเติบโตได้ในระดับสูง ปีที่ผ่านมาเติบโตได้กว่า 8% และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มมากขึ้นในปีนี้  ขณะที่ประเทศไทยมีจุดแข็งจากการมีทำเลที่ดี และเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค แต่ภาครัฐจำเป็นต้องมีนโยบายในการสนับสนุนการลงทุน​ที่ชัดเจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนได้มากขึ้น ในส่วนการขับเคลื่อนของอมตะให้ความสำคัญในการกระจายความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดย <strong>ไม่วางไข่ไว้ในตระกร้าเดียว</strong> ทำให้มีการกระจายการลงทุนทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศมาโดยตลอด และครอบคลุมเส้นทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาค </em><em>รวมทั้งการ​ปรับตัวให้ตอบโจทย์บริบทธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสเติบโต​จากการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมาสู่  <strong>Smart Industrial City</strong> หรือการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมครบวงจรเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนภายในนิคมอุตสาหกรรมควบคู่ไปด้วย&#8221;</em> ​</p>
<p>นอกจากนี้  การปรับบทบาทของกลุ่มอมตะจากผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสู่การเป็นผู้พัฒนา <strong>Smart Industrial City </strong>ยังสอดคล้องกับกรอบเพื่อดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อผสานการพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้ปรัชญา  <strong>All Win </strong> เพื่อ​สร้างการเติบโตอย่างสมดุลระหว่างภาคธุรกิจ นักลงทุน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ทำให้อมตะ​ไม่ได้มองเพียงการขายที่ดินหรือให้เช่าพื้นที่โรงงานเท่านั้น แต่กำลังสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า การศึกษา เทคโนโลยี พลังงานสะอาด ตลอดจนที่อยู่อาศัย โรงแรม และศูนย์บริการราชการเบ็ดเสร็จ (Government All-Service Center) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร เนื่องจาก​ปัจจุบันมีนิคมอุตสาหกรรมของอมตะในประเทศไทยรวม 5 โครงการ พื้นที่รวมกว่า 75 ตารางกิโลเมตร เป็นที่ตั้งของจำนวนโรงงานและธุรกิจต่างๆ กว่า 1,400 แห่ง จำนวนประชากรภายใน​นิคม​กว่า 2 แสนคน ​และหากรวมทั้งภูมิภาคใน 3 ประเทศ จะมีพื้นที่รวม 150 ตารางกิโลเมตร หรือราว 93,000 ไร่ ​จำนวนโรงงานมากกว่า 1,600 แห่ง และประชากรแรงงานรวมถึงกว่า 3.5 แสนคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40451 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/f4ff9456ffa2470dcba447675dec7b92YI1zO0xXJF3cJozK-3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;อมตะ ยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2583 และบรรลุ Net Zero ในปี 2593 รวมทั้งลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ลดลง 30%  ซึ่งการขับเคลื่อนสู่ <strong>Smart Industrial City </strong>มีส่วนช่วยให้สามารถตอบโจทย์เป้าหมายที่วางไว้นี้  ด้วยการ​พัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม พร้อม​การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการนำนวัตกรรมพลังงานสะอาด (Renewable) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เพื่อรองรับแผนลดคาร์บอนและการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจต่างๆ และการเติบโตของ Green Economyโดยตั้งเป้าผลิต Renewable ในเฟสแรกไว้ที่ 100 เมกะวัตต์ ผ่านการดำเนินงานทั้งภายใน จากการติดต้ังโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ภายในนิคม รวมทั้งการลงทุนร่วมกับพันธมิตรเพื่อสนับสนุนการนำ Renewable มาใช้เพิ่มเติมมากขึ้นในอนาตคอีกด้วย&#8221;​ </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/amata-business-direction-2026/">‘อมตะ’ ลงทุนหมื่นล้าน เร่งแผนทราสฟอร์มสู่ &#8216;Smart Industrial City&#8217; สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจ ครบทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA สร้าง New Record High ต่อเนื่องปีที่ 4 กำไรเกินเป้า 5,261 ล้านบาท ​พอร์ต Green Business โตแตะพันล้านบาท ​เล็งลงทุน &#8216;กรีนกินได้&#8217; 35,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-new-record-high-performance-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 15:21:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Digital]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BUSINESS]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial Development]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Mobilix]]></category>
		<category><![CDATA[New Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Power & Utilities]]></category>
		<category><![CDATA[WeCYCLE]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[WHA SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND​]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพรรษ ตันบุญเอก]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[นิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ยุคเศรษฐกิจใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โมบิลิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40242</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ภาพรวมของทั้งโลก และประเทศไทย ยังอยู่ในภาวะที่มีการแข่งขันสูง และไม่แน่นอน เต็มไปด้วยปัจจัยต้องเฝ้าระวังในหลายมิติ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงบริบทโลกไปสู่ New Economy หรือ &#8216;ยุคเศรษฐกิจใหม่&#8217;  ทั้งการเข้าสู่ยุคไฮบริดระหว่างคนและเทคโนโลยี AI, การสลับขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจโลก วิกฤตด้านสภาพอากาศ รวมทั้งโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ WHA มองว่า​ประเทศไทย​ยังคงเต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโต จากการเร่งปรับตัวและวางกลยุทธ์เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับโอกาสในการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านความสำเร็จจากผลการดำเนินงานในปีล่าสุด ที่ WHA ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของกำไรและสร้าง New Record High ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีกำไรเติบโต 16% หรือกว่า 5,260 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4,900 ล้านบาท ขณะที่รายได้เติบโต 26% หรือมีรายได้กว่า 18,100 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ในปี 2569 จะขับเคลื่อนภายใต้พันธกิจ  &#8216;WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND&#8217; เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้บุกเบิกเศรษฐกิจใหม่พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตให้กับประเทศไทย (New Economy, [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-new-record-high-performance-2025/">WHA สร้าง New Record High ต่อเนื่องปีที่ 4 กำไรเกินเป้า 5,261 ล้านบาท ​พอร์ต Green Business โตแตะพันล้านบาท ​เล็งลงทุน &#8216;กรีนกินได้&#8217; 35,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ภาพรวมของทั้งโลก และประเทศไทย ยังอยู่ในภาวะที่มีการแข่งขันสูง และไม่แน่นอน เต็มไปด้วยปัจจัยต้องเฝ้าระวังในหลายมิติ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงบริบทโลกไปสู่ New Economy หรือ<strong> &#8216;ยุคเศรษฐกิจใหม่&#8217; </strong> ทั้งการเข้าสู่ยุคไฮบริดระหว่างคนและเทคโนโลยี AI, การสลับขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจโลก วิกฤตด้านสภาพอากาศ รวมทั้งโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป</p>
<p><span id="more-40242"></span></p>
<p>แต่ WHA มองว่า​ประเทศไทย​ยังคงเต็มไปด้วยโอกาสในการเติบโต จากการเร่งปรับตัวและวางกลยุทธ์เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับโอกาสในการเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านความสำเร็จจากผลการดำเนินงานในปีล่าสุด ที่ WHA ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของกำไรและสร้าง <strong>New Record High </strong>ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และเติบโตได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีกำไรเติบโต 16% หรือกว่า 5,260 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4,900 ล้านบาท ขณะที่รายได้เติบโต 26% หรือมีรายได้กว่า 18,100 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน</p>
<p>ขณะที่ในปี 2569 จะขับเคลื่อนภายใต้พันธกิจ <strong> &#8216;WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND&#8217;</strong> เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้บุกเบิกเศรษฐกิจใหม่พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตให้กับประเทศไทย (<strong>New Economy, Unlocking the New Opportunities</strong>) และสอดคล้อง​เมกะเทรนด์โลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ด้วย<strong>เป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งกำไรปี 2569 ที่ 20,000 ล้านบาท พร้อมอัดฉีดงบลงทุนรวมในปี 2569 ประมาณ 16,500 ล้านบาท</strong> ล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายปันผลรวมทั้งปี หุ้นละ 0.2107 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 10.5% (Y-Y) จ่อขึ้น XD วันที่ 11 พ.ค. 69 กำหนดจ่ายเงินปันผล 28 พ.ค.นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40247 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/E05B30EC-E4A4-46D1-A456-24071265EF00.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณจรีพร จารุกรสกุล </strong>ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่ WHA เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและเป็นการเติบโตอย่างมีศักยภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ สะท้อนว่าธุรกิจและประเทศไทยยังเต็มไปด้วยโอกาส ความไม่แน่นอน การแข่งขันในระดับสูง รวมทั้งปัจจัยความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติของโลกธุรกิจ ​เป็นหน้าที่ในการวางแผนเพื่อรับมือ และวางกลยุทธ์อย่างเหมาะสมเพื่อยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสิ่งที่ WHA ขับเคลื่อนมาโดยตลอด และเป็นการเดินมาอย่างถูกทาง จากผลประกอบการที่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้ กำไร รวมทั้งการสร้าง Positive Impact ได้ทุกมิติทั้งต่อ People Planet และ​ Performance</p>
<p><em>&#8220;ปี 2569 เป็นปีแห่งความท้าทายรอบด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน และการเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ พลวัตการค้าโลกที่ผันผวน เทคโนโลยี AI และดาต้าที่เปลี่ยนอุตสาหกรรม รวมถึงแนวโน้มด้าน ESG ที่เป็นมาตรฐานบังคับและมาตรการการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม WHA มองว่านี่คือโอกาสของประเทศไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร เพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) โดยเฉพาะกลุ่ม EV เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และพลังงานหมุนเวียน ผ่าน​พันธกิจ <strong>WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND​</strong> เพื่อ​ยกระดับประสิทธิภาพทั้งองค์กร ผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มเข้าสู่ระบบนิเวศเดียว ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสีย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40249 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Business_Outlook_2026_for_Media__page-0002.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ WHA ยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งงบลงทุนในปีนี้ 16,500 ล้านบาท สำหรับ​ลงทุนทั้ง 5  กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม 9,000 ล้านบาท กลุ่มโลจิสติกส์ 3,700 ล้านบาท กลุ่มสาธารณูปโภคและพลังงาน 2,900 ล้านบาท กลุ่มโมบิลิตี้ 600 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจดิจิทัล 300 ล้านบาท เพื่อขยับเป้ารายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติให้เติบโตแตะระดับ 20,000 ล้านบาท พร้อมด้วย EBITDA Margin มากกว่า 45% และอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำกว่า 1.2 เท่า เพื่อรักษาเสถียรภาพและ​ความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมทั้งขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่าน 4  กลยุทธ์หลัก ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <strong>Extend Leadership :</strong> ต่อยอดความเป็นผู้นำในประเทศและขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาค</p>
<p><strong>&#8211; Embrace Technology :</strong> ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อต่อยอดธุรกิจ และสร้างธุรกิจ S-Curve ใหม่ๆ</p>
<p><strong>&#8211; Highlight Green Commitment :</strong> มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593</p>
<p><strong>&#8211; Power Up Organization :</strong> พลิกโฉมด้วย Digital Transformation สู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40248 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/83DC4863-7CCF-4082-A0BF-44B3912D8FEF.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ขณะที่ภาพรวมธุรกิจ รวมทั้ง​แผนการลงทุน และ​​​กลยุทธ์​การเติบโตในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. ธุรกิจโลจิสติกส์ </strong><strong>&#8211; </strong>ปี 2568 WHA มีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานรวม 3,241,949 ตร.ม. พร้อมลงนามสัญญาเช่าเพิ่มอีก 204,437 ตร.ม. โดยโครงการใหม่ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม.23 และ เทพารักษ์ กม.21 ได้รับการตอบรับดี มีผู้เช่าแล้วเกือบเต็มทั้งโครงการ ขณะที่ศูนย์โลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนาม ณ นิคมฯ มินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน มีอัตราเช่าแล้วกว่า 60%</p>
<p>ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นประมาณ 3,437,000 ตร.ม. โดยมีโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่ประมาณ 200,000 ตร.ม. ผ่านการพัฒนาเฟสใหม่ของ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) และชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 รวมถึงเปิดโครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์อย่าง WHA Manufacturing Park 331  พร้อมกันนี้ มีแผนขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าเข้ากองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวม 193,000 ตร.ม. มูลค่าราว 4,700 ล้านบาท</p>
<p><strong>2. ธุรกิจโมบิลิตี้ ภายใต้แบรนด์ โมบิลิกส์</strong><strong> (Mobilix) &#8211; </strong>ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวม 387 คัน สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 เน้นสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมการให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ การให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า บริการเครือข่ายสถานีชาร์จและ Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลกรีนโลจิสติกส์อัจฉริยะสำหรับจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ โดยปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้บริการเช่ารถ EV สะสม 637 คัน</p>
<p><strong>3. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม </strong><strong>&#8211; </strong>บริษัทบริหารนิคมอุตสาหกรรม 17 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม บนพื้นที่รวม 88,900 ไร่ ในปี 2568 มียอดขายที่ดิน 1,340 ไร่ ยอดโอน 2,074 ไร่ และ Backlog รอโอน 770 ไร่ พร้อมยอด LOI/MOU รอเซ็นสัญญา 1,632 ไร่ และล่าสุด ในไตรมาส 1/2569 สัญญา LOI/MOU ได้แปลงเป็นสัญญาซื้อขายเรียบร้อยแล้วกับลูกค้ารายหนึ่ง พื้นที่กว่า 900 ไร่</p>
<p>ปี 2569 เดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ โดยเฉพาะ WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 5 (WHA ESIE5) พื้นที่ 6,490 ไร่ ซึ่งคาดว่าเริ่มโอนได้ในไตรมาส 1/2569 ด้านประเทศเวียดนาม บริษัทมุ่งขยายเขตอุตสาหกรรมเพิ่มในจังหวัดเหงะอานและทัญฮว้า โดยเฉพาะ WHA Smart Technology Industrial Zone 1 and 2 – Thanh Hoa พื้นที่ 2,210 ไร่ รวมถึงจังหวัดใหม่อย่างฮึงเอียนและดานัง เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิต บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2569 รวม 2,500 ไร่ แบ่งเป็นไทย 2,300 ไร่ และเวียดนาม 200 ไร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40251 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/info.jpg" alt="" width="707" height="1000" /></p>
<p><strong>4. ธุรกิจสาธารณูปโภค </strong><strong>(</strong><strong>น้ำ</strong><strong>) &#8211; </strong>ปี 2568 WHAUP มียอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 160 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นประเทศไทย 122 ล้านลูกบาศก์เมตร และเวียดนาม 38 ล้านลูกบาศก์เมตร</p>
<p>ปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 170 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Smart Water เพื่อยกระดับการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายระบบสาธารณูปโภคและพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ที่สูงกว่าปกติถึง 12-16 เท่า อีกทั้งยังผลักดันโซลูชัน Water Reclamation การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว</p>
<p><strong>ธุรกิจไฟฟ้า </strong><strong>&#8211; </strong>ปี 2568 มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งดำเนินการแล้ว 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 311 เมกะวัตต์  ส่วนในปี 2569 จะมุ่งเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในไทยและเวียดนาม รองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของภาคอุตสาหกรรมและแรงกดดันด้าน Decarbonization โดยตั้งเป้าหมายสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ลงนามสะสม 1,124 เมกะวัตต์ พร้อมพัฒนาโครงการ Solar Private PPA, Feed-in-Tariff และ Direct PPA ควบคู่ การพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน</p>
<p><strong>5. ธุรกิจดิจิทัล – </strong>ในปี 2568 ประสบความสำเร็จในการยกระดับไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลย (Technology-driven Organization) ผ่านโครงการ Digital Transformation และ AI Transformation พร้อมเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัล และต่อยอดการขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ <strong>Intelligent Enterprise Ecosystem</strong> ภายใต้ โรดแมพ <strong>&#8216;Flight of the Future&#8217;</strong> ในปี 2571</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40245 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/S__79429635.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ส่วนในปี​ 2569 WHA Digital ยังมุ่งเน้นการพัฒนา Mobilix Software Solution ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ เพื่อสนับสนุนธุรกิจโมบิลิตี้ และการพัฒนา WHASApp แอปพลิเคชันการสื่อสารระหว่างลูกค้าและทีมงาน WHA ที่พร้อมด้วยฟีเจอร์ครบครัน ตั้งแต่แพลตฟอร์ม CO2ZERO ช่วยบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนการจัดการขยะรีไซเคิลผ่านโครงการ WeCYCLE</p>
<p><strong>คุณณัฐพรรษ ตันบุญเอก </strong>ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมถึงการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของ WHA ​และเป็นหนึ่งกลยุทธ์หลักของทุกธุรกิจเพื่อสามารถ​สร้าง Positive Impact จากการเำเนินธุรกิจ ครอบคลุมตาม ESG Framework ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม (Environmental) ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินธุรกิจใน​ปีที่ผ่านมาได้รวมกว่า 78,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมสร้างประโยชน์ภายใน Stakeholders  ได้ราว 8 แสนราย ขณะที่ในมิติสังคม (Social)  จากการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม เพื่อการดูแลชุมชนโดยรอบทั้งเรื่องการศึกษา สุขภาพ รวมทั้งการส่งเสริมสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจไปสู่ผู้คนมากกว่า 213,400 คน  รวมทั้งสร้างให้เกิดเป็นรายได้กลับไปสูชุมชนรวมกว่า 2,4 ล้านบาท และการดูแลคู่ค้า และพนักงานต่อเนื่อง ไปจนถึงอัตราการร้องเรียนเรื่องต่างๆ อาทิ สิทธิมนุษยชน หรือการได้รับอันตรายขณะปฏิบัติงานเป็นศูนย์  เช่นเดียวกับด้านธรรมาภิบาล​ (Governance) ผ่านคะแนนการจัดอันดับความเชื่อมั่นตามมาตรฐานทั้งระดับประเทศ และในระดับโลก ตามแนวทาง​ขับเคลื่อนตามหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40246 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/DB4509C0-F1B3-4729-9F22-C1448F6261E3.jpg" alt="" width="1200" height="728" /></p>
<p>ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนผ่านความสำเร็จในปี 2568 โดยบริษัทได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับโลก อาทิ รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สาขา Leadership Excellence จาก TMA คะแนนสูงสุดติดอันดับ Top 1% จาก S&amp;P Global CSA รางวัล Best Innovative Company และ SET Awards of Honor ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จาก SET Awards 2025 พร้อมรักษาระดับ SET ESG Ratings ที่ ‘AAA’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึง AMCHAM Corporate Impact Awards ระดับ Platinum ปีที่ 16 และ EIA Monitoring Awards  ระดับดีเด่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมโซลูชันอุตสาหกรรมแบบองค์รวม</p>
<p>สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของ WHA Group  ครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่</p>
<p>1. ความรับผิดชอบในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environmental Stewardship)</p>
<p>2. การเสริมสร้างโอกาสให้สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Social Empowerment)</p>
<p>3. ธรรมาภิบาลที่ดีและการส่งเสริมการใช้นวัตกรรม (Responsible Governance and Innovation)</p>
<p>4. ความเป็นผู้นำในธุรกิจสีเขียว (Leadership in Green Economy)</p>
<p>5. การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน (Enabler for Sustainable Thailand) โดยยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์</p>
<p><em>&#8220;WHA ขับเคลื่อนความยั่งยืนในธุรกิจ ด้วยความเชื่อว่า Green ต้องกินได้ และมุมมองต่อความยั่งยืน ที่ไม่ได้มองเป็นต้นทุน แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้ ซึ่งสามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจ และการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้ขับเคลื่อนไปได้พร้อมกัน ซึ่งสามารถพิสูจน์ผ่านรายได้​​จากฝั่ง Green Business ที่ทำรายได้แตะหลัก 1 พันล้านบาทแล้ว จาก 3 กลุ่มธุรกิจทั้ง Green Mobility , พลังงานทดแทน (Renewable) และการบำบัดทรัพยากรน้ำ (Reclamation Water)  ซึ่งทุกธุรกิจมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต โดยเชื่อว่าการเติบโตจากฟาก Green Business ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท และสามารถเติบโตได้ก้าวกระโดดในอนาคต และมีรายได้เติบโตเป็นกว่าปีละ 12,000 ล้านบาท ภายในปี 2573  และมีแผนเดินหน้าลงทุนในฟากธุรกิจสีเขียวต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าใช้งบลงทุนในช่วง 5 ปีจากนี้ ไว้รวมกว่า 35,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% ของเม็ดเงินลงทุนทั้งหมดที่จะใช้ในช่วง 5 ปีนี้&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40250 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/32492A0C-421F-44D7-AB2C-7839883CCE33.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>การขับเคลื่อนของ WHA Group สะท้อนการขับเคลื่อนภายใต้พันธกิจ &#8216;<strong>WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND&#8217;</strong> ซึ่งบริษัทมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่ ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมดิจิทัลที่ยั่งยืน เสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และสร้างระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างมั่นคงในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-new-record-high-performance-2025/">WHA สร้าง New Record High ต่อเนื่องปีที่ 4 กำไรเกินเป้า 5,261 ล้านบาท ​พอร์ต Green Business โตแตะพันล้านบาท ​เล็งลงทุน &#8216;กรีนกินได้&#8217; 35,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA Group เดินหน้าสร้างสถิติ All-Time High ต่อเนื่องปีที่ 4 รับ FDI โต ย้ำวิสัยทัศน์ Green กินได้ พร้อมเพิ่มบริการโซลูชั่นวัดคาร์บอนช่วยลูกค้าขับเคลื่อน Net zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/wha-group-1st-half-performance-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Sep 2025 11:59:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Built-to-Suit]]></category>
		<category><![CDATA[CO2 ZERO]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Mobilix]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนกินได้]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[นิคม]]></category>
		<category><![CDATA[นิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[โมบิลิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36233</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ครึ่งปีแรกเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ​พร้อมสร้างสถิติเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High)​ ด้วยรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 9,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน และกำไรปกติสูงสุด 3,148 ล้านบาท เติบโต 24% โดยคาดว่าจะสร้าง​​ All-Time High ต่อเนื่องปีที่ 4 ได้สำเร็จ จาก​การเติบโตของเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งขยายตัวในช่วงครึ่งปีแรก​กว่า 132% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เผชิญความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจโลก คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกประเทศไทยมีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 139%  โดย FDI ขยายตัว 132% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/wha-group-1st-half-performance-2025/">WHA Group เดินหน้าสร้างสถิติ All-Time High ต่อเนื่องปีที่ 4 รับ FDI โต ย้ำวิสัยทัศน์ Green กินได้ พร้อมเพิ่มบริการโซลูชั่นวัดคาร์บอนช่วยลูกค้าขับเคลื่อน Net zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ครึ่งปีแรกเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ <strong>บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group)</strong> ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ​พร้อมสร้างสถิติเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High)​ ด้วยรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 9,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน และกำไรปกติสูงสุด 3,148 ล้านบาท เติบโต 24%</p>
<p><span id="more-36233"></span></p>
<p>โดยคาดว่าจะสร้าง​​ All-Time High ต่อเนื่องปีที่ 4 ได้สำเร็จ จาก​การเติบโตของเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งขยายตัวในช่วงครึ่งปีแรก​กว่า 132% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เผชิญความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจโลก</p>
<p><strong>คุณจรีพร จารุกรสกุล</strong> ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีแรกประเทศไทยมีการขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 139%  โดย FDI ขยายตัว 132% เป็นมูลค่า 7.38 แสนล้านบาท ​​ ส่วนใหญ่มาจากสิงคโปร์ ฮ่องกง จีน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น เน้นการลงทุนใน Data Center และเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง สะท้อนบทบาทไทยในฐานะ Digital Hub ของอาเซียน</p>
<p>โดย​พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยัง​เป็นศูนย์กลาง​การลงทุนด้วยสัดส่วน 61% ของการขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด สร้างอานิสสงส์ให้​ WHA Group ทั้งกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัล และโมบิลิตี้ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านนิคมอุตสาหกรรมที่ครึ่งปีแรกสามารถทำยอดขายที่ดินได้ 1,105 ไร่ และโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 1,143 ไร่  พร้อม Backlog รอโอน 1,467 ไร่ มูลค่า 7,695 ล้านบาท และ มี หนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) / บันทึกแสดงความเข้าใจ (MOU) อีก 1,427 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท จากลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม<br />
ทั้ง อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และ Data Center</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36283 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/นางสาวจรีพร-จารุกรสกุล-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เติบโตต่อเนื่องทุกกลุ่ม</strong><strong>ธุรกิจหลัก</strong></p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ธุรกิจโลจิสติกส์ </strong>ขยายตัวต่อเนื่อง ครึ่งปีแรกมีสัญญาพื้นที่ให้เช่าใหม่และสัญญาเช่าใหม่รวมกว่า 123,000 ตารางเมตร มูลค่า 2,153 ล้านบาท โดยมูลค่าต่อตารางเมตรสูงกว่าปีก่อน สะท้อนความต้องการพื้นที่คุณภาพภายในอุตสาหกรรม  ล่าสุดเปิดโครงการ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โปรเจกต์ 2 พื้นที่รวม 300,000 ตารางเมตร โดยมี บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด (WGCL)  เป็นลูกค้ารายแรกเช่าพื้นที่ 22,000 ตารางเมตร</p>
<p>พร้อมขยายการลงทุนในเวียดนาม โดยโครงการในจังหวัดฮึงเอียน (Hung Yen) แล้วเสร็จตามแผน และอยู่ระหว่างศึกษาพัฒนาแห่งใหม่ที่จังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) ส่งผลให้ปีนี้จะมีพื้นที่ภายใต้การบริหารรวมกว่า 3,213,000 ตารางเมตร โดยมีเป้าปล่อยเช่าใหม่ 200,000 ตารางเมตร และแผนขายทรัพย์สินให้กองทรัสต์ WHART ประมาณ 70,000 ตารางเมตร มูลค่า 1,500 ล้านบาท</p>
<p><strong> &#8211; </strong><strong>ธุรกิจโมบิลิตี้</strong> ภายใต้แบรนด์ Mobilix ยังคงเดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแบบ Built-to-Suit ครบวงจรทั้งบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV Rental Service) ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution)  และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Solutions) ตอบโจทย์ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial EV) ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>แม้มีการปรับลดเป้าหมายการปล่อยเช่ารถในปีนี้เหลือ 539 คัน จากปัญหาซัพพลายเชน แต่แนวโน้มยังแข็งแกร่ง จากความต้องการของภาคขนส่งที่มุ่งลดคาร์บอน (Decarbonize Transportation) ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญต่อการเติบโตระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36282 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/นางสาวจรีพร-จารุกรสกุล-3.jpg" alt="" width="1200" height="755" /></p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม</strong>  หัวใจสำคัญในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ปัจจุบันมีนิคม 16 แห่งในไทยและเวียดนาม โดยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มลูกค้าดิจิทัลเทคโนโลยี เช่น Data Center ขยายตัวโดดเด่นคิดเป็น 16% ของฐานลูกค้าทั้งหมด</p>
<p>พร้อมอยู่ระหว่าง​พัฒนาโครงการใหม่ 6 โครงการ รวมกว่า 10,190 ไร่ ไฮไลต์ คือ โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (WHA ESIE 5) พื้นที่กว่า 6,370 ไร่ ภายใต้แนวคิด Smart Eco Industrial Estate ที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฟสแรกพร้อมส่งมอบในไตรมาส 3 ปีนี้ และคาดโอนแปลงแรกได้ในไตรมาส 1 ปี 2569</p>
<p>ส่วนเวียดนาม ปัจจุบันมี 1 โครงการที่เหงะอาน (Nghe An) และอยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่ม 3 โครงการ รวม 3,391 ไร่ ภายในปี 2568-2569 พร้อมลงนาม MOU กับจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) ดานัง (Da Nang) และฮึงเอียน (Hung Yen)  เพื่อรองรับการขยายในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินปี 2568 รวม 2,350 ไร่  โดยมีราคาขายเฉลี่ย ต่อไร่เพิ่มขึ้นกว่า 10%</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ธุรกิจสาธารณูปโภค </strong><strong>กลุ่มธุรกิจ</strong><strong>น้ำ</strong> เติบโตต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม (Value-added Water) ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 29% และรายได้ใหม่จากค่าบริการพิเศษ (Excessive Charge) สำหรับลูกค้าที่ใช้น้ำปริมาณมาก เช่น Data Center แม้ว่ายอดขายน้ำอุตสาหกรรมและน้ำดิบรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่เวียดนามยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะโครงการ Doung River ส่งผลให้บริษัทมีปริมาณการขายน้ำรวม 18.6 ล้านลูกบาศก์เมตร และตั้งเป้าปี 2568 ไว้ที่ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร</p>
<p><strong>ส่วน</strong><strong>ธุรกิจไฟฟ้า</strong> เดินหน้าพัฒนาพลังงานหมุนเวียน โดยครึ่งปีแรกมีกำลังการผลิตตามสัญญา (PPA) รวม 991 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้เป็นพลังงานหมุนเวียน 463 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการโซลาร์ที่ COD แล้ว 156 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 285 เมกะวัตต์ ตั้งเป้าสิ้นปีเพิ่มเป็น 1,185 เมกะวัตต์</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม RENEX ซื้อขายพลังงานสะอาดแบบ Peer-to-Peer และบริการใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนของลูกค้า อีกทั้งพร้อมเตรียมรองรับความต้องการพลังงานสะอาดในปริมาณมากของ Data Center</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ธุรกิจดิจิทัล</strong> เพิ่มบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพกลุ่มธุรกิจ ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น AI และ IoT โดยมีโครงการ AI Transformation กว่า 12 โครงการ เช่น Drone Inspection Solution และ IoX Platform for Solar พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม Mobilix Software Solution และแอปพลิเคชัน WHASApp ซึ่งมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 1,500 ราย</p>
<p>​ล่าสุดได้เพิ่มฟีเจอร์<strong> CO2 ZERO</strong> สำหรับรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ตามมาตรฐาน เพื่อต่อยอดจากการใช้งานเองไปสู่การเพิ่มบริการให้กับลูกค้า โดยมี​ลูกค้าใช้บริการแล้ว 15 ราย และอยู่ระหว่างการเวิร์กช็อปและเพิ่มเทรนนิ่ง เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้แพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน เพื่อช่วย​วางรากฐาน Data Driven ​เพื่อขับเคลื่อน Sustainability ภายในธุรกิจ และบรรลุ Net Zero ได้ตามเป้าหมาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36285 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/นางสาวจรีพร-จารุกรสกุล-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ทั้งรักษ์โลกและสร้างรายได้</strong></p>
<p>WHA Group ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในธุรกิจต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนในมิติต่างๆ ทั้งการมุ่งสู่ Net zero ตามกรอบ SBTi ทั้งสโคป 1,2 และ 3 ภายในปี 2050 โดยปัจจุบันสามารถนำคาร์บอนที่ลดได้จากธุรกิจพลังงานสะอาดรวมกันกว่า 6.1 หมื่นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ชดเชยคาร์บอนฟุตพรินท์ในสโคป 1,2 ของบริษัทที่มี Carbon Emission ทั้งหมดรวมกันราว 2.1 -2.2 หมื่นตัน CO2e ได้ทั้งหมดแล้ว และได้เริ่มต้นเพื่อ​ชดเชยการปลดปล่อยในสโคปที่ 3 แล้ว</p>
<p>ขณะเดียวกัน ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานในมิติอื่นๆ ต่อเนื่อง ทั้งการขับเคลื่อน Circularity ที่ตั้งเป้าหมาย Green Procurement 50% ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น  100% ในปี 2050 รวมทั้งการบริหารจัดการและบำบัดน้ำ 70% ในปี 2030 และเพิ่มเป็น 100% ในปี 2050 รวมทั้งการดูแลความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งการรักษาสมดุลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ (No Net Loss) ไปจนถึงการฟื้นฟูเพื่อความอุดมสมบูรณ์ให้ธรรมชาติได้เพิ่มมากขึ้น (Net Positive) ภายในปี 2050 อีกดัวย</p>
<p>ทั้งนี้ WHA Group มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืน ผ่าน 5 ภารกิจ ประกอบด้วย Green Mobility, Water Conservation, Decarbonization, Green Construction และ Waste Reduction by 3R ภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;กรีนที่กินได้&#8217;</strong> ที่เชื่อว่าความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต พร้อมบทพิสูจน์ผ่านรายได้ในกลุ่ม Green ที่เริ่มสร้างผลตอบแทนให้บริษัทอย่างจับต้องได้ โดยปี 2024 ที่ผ่านมา ​กลุ่มรถ EV ของ Mobilix ​สร้างรายได้ 132 ล้านบาท พร้อมช่วยลดคาร์บอนได้กว่า 2,800 ตัน CO2e กลุ่มพลังงานที่ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้แล้ว 437 เมกะวัตต์ สร้างรายได้ 493 ล้านบาท พร้อมลดคาร์บอนได้กว่า 6.1 หมื่นตัน รวมทั้งการบำบัดน้ำกว่า 7.6 ล้านลูกบาสก์เมตร สร้างรายได้ 303 ล้านบาท เทียบเท่าได้กับการใช้น้ำของครัวเรือนกว่า 2 แสนคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36281 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/นางสาวจรีพร-จารุกรสกุล-4.jpg" alt="" width="1200" height="751" /></p>
<p>โดยตามแผน 5 ปี ​ หรือภายในปี 2029 คาดว่าทั้งรายได้และการลดคาร์บอนจะเติบโตได้ต่อเนื่อง ภายใต้เงินลงทุน 4.8 หมื่นล้านบาท เพื่อผลักดันและเพิ่มสเกลธุรกิจในฟาก Green ให้เติบโตตามเป้าหมาย โดยกลุ่ม Mobilix จะมีรถเพิ่มเป็น 2 หมื่นคัน รายได้จะเพิ่มเป็น 1.1 หมื่นล้านบาท  คาร์บอนลดลงได้ปีละกว่า 2.8 แสนตัน CO2e พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนการลงทุนและดำเนินงานให้​ลูกค้าได้รวมกันกว่า 3.7  หมื่นล้านบาท ขณะที่ส่วน Renewable จะเติบโตเป็น  1,200 เมกะวัตต์ สร้างรายได้ 5,600 ล้านบาท และช่วยลูกค้าประหยัดค่าไฟลงได้ 1,860 ล้านบาท  ขณะที่กลุ่มธุรกิจน้ำ จะเพิ่มเป็น 24 ล้านลูกบาศก์เมตร  เทียบเท่าการใช้งานในครัวเรือนเกือบ 7 แสนคน และคาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 1,800 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนธุรกิจที่กำลังศึกษาในอนาคต อาทิ CCUS, SMR หรือการต่อยอด Waste Management ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะเข้ามาเติมเต็มศักยภาพ และสะท้อนศักยภาพของแนวคิด &#8216;<strong>กรีนกินได้</strong>&#8216; ของ WHA Group และการทำเรื่องกรีนไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นการลงทุนที่สุดท้ายจะสร้างผลตอบแทนคืนให้กับบริษัทได้อย่างคุ้มค่าในที่สุด</p>
<p><em>&#8220;ปีนี้คาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะเติบโตอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท ​ภายใต้​การลงทุนทั้งปี  1.7 -1.8 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ราว 1.1 -1.2 หมื่นล้าน อยู่ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค 2,700 ล้านบาท โลจิสติกส์ 1,900 ล้านบาท  โมบิลิตี้ 650 ล้านบาท และดิจิทัล 450 ล้านบาท สะท้อนความมั่นใจของ WHA Group  ต่อประเทศไทย และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า แข็งแกร่งกว่า และยั่งยืนกว่า โดยเรามีหน้าที่ในการดึงการลงทุนที่ดี ดึงอนาคตที่ดีเข้ามาให้กับประเทศไทย ได้อย่างต่อเนื่อง โดยความสำเร็จของ WHA Group คือบทพิสูจน์วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่ยั่งยืน พร้อมนำเทรนด์ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และร่วมเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ภายใต้พันธกิจ WHA: WE SHAPE THE FUTURE</em>” คุณจรีพร กล่าวสรุป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/wha-group-1st-half-performance-2025/">WHA Group เดินหน้าสร้างสถิติ All-Time High ต่อเนื่องปีที่ 4 รับ FDI โต ย้ำวิสัยทัศน์ Green กินได้ พร้อมเพิ่มบริการโซลูชั่นวัดคาร์บอนช่วยลูกค้าขับเคลื่อน Net zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA Group เล็ง ปี 68 สร้าง New high ครั้งใหม่ พร้อมเปิดแผน 5 ปี อัดงบลงทุนเกือบ 1.2 แสนล้านบาท ดันรายได้ทะลุ 1.5 แสนล้านบาท </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/wha-group-business-direction-in-5-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Feb 2025 14:00:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Logistic Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Mobilix]]></category>
		<category><![CDATA[We Shape The Future]]></category>
		<category><![CDATA[WGCL]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโมบิลิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[นิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณูปโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31668</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ตั้งเป้าสร้าง New high ครั้งใหม่ในปี 2568 ​พร้อมเพิ่มกลุ่มธุรกิจ​ Green Mobility ​ครอบคลุมซัพพลายเชนครบวงจร ย้ำทิศทาง​เติบโตอย่างยั่งยืน ​หวังดันรายได้และส่วนแบ่งกำไรกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 พร้อม​เร่งขับเคลื่อน​แผน 5 ปี (2568-2572) รองรับการขยายธุรกิจและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านงบลงทุนเกือบ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต  2.9 เท่า จากปี 2567 ​หรือมีรายได้แตะ 1.5 แสนล้านบาท บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) คาดการณ์ผลประกอบการปี 2567 ยังคงทำกำไรในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มบริษัทฯ 14,400 ล้านบาท อัตรากำไร EBITDA มากกว่า 55% และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า 1.2 เท่า พร้อม​เผยแผน​ดำเนินงานในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/wha-group-business-direction-in-5-years/">WHA Group เล็ง ปี 68 สร้าง New high ครั้งใหม่ พร้อมเปิดแผน 5 ปี อัดงบลงทุนเกือบ 1.2 แสนล้านบาท ดันรายได้ทะลุ 1.5 แสนล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ตั้งเป้าสร้าง New high ครั้งใหม่ในปี 2568 ​พร้อมเพิ่มกลุ่ม<strong>ธุรกิจ​ </strong><strong>Green Mobility ​</strong>ครอบคลุมซัพพลายเชนครบวงจร ย้ำทิศทาง<strong>​เติบโตอย่างยั่งยืน ​หวัง</strong></b><b>ดันรายได้และส่วนแบ่งกำไรกว่า 2 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 พร้อม​เร่งขับเคลื่อน​แผน 5 ปี (2568-2572) รองรับการขยายธุรกิจและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านงบลงทุนเกือบ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต  2.9 เท่า จากปี 2567 ​หรือมีรายได้แตะ 1.5 แสนล้านบาท <span id="more-31668"></span></b></p>
<p><strong>บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> (WHA Group) คาดการณ์ผลประกอบการปี 2567 ยังคงทำกำไรในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มบริษัทฯ 14,400 ล้านบาท อัตรากำไร EBITDA มากกว่า 55% และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนน้อยกว่า 1.2 เท่า พร้อม​เผยแผน​ดำเนินงานในปี 2568 ​โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้และส่วนแบ่งกำไรกว่า 2 หมื่นล้านบาท และคงอัตรากำไร EBITDA Margin มากกว่า 45%  รวมทั้งวางแผนขับเคลื่อนการดำเนินงาน​ 5 ปี (2568-2572) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ผ่านงบลงทุนเกือบ 1.2 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต  2.9 เท่า จากปี 2567 ​ หรือมีรายได้แตะ 1.5 แสนล้านบาท</p>
<p><strong>คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า  ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจที่สำคัญของ WHA Group​ แม้​จะยังมีปัจจัยที่น่าจับตาด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical)ที่​​จะยิ่งทวีความเข้มข้น จาก​การกลับมาของประธานาธิปดีทรัมป์ แต่อาจจะช่วย​สร้างโอกาสการลงทุน​​ในภูมิภาคอาเซียน​เพิ่มขึ้น ​โดยเฉพาะประเทศไทย​ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์​​ Supply Chain ที่ครบวงจร มีความพร้อม​ระบบสาธารณูปโภค ความมั่นคงทางด้านพลังงาน รวมถึงพลังงานหมุนเวียน แรงงานที่มีคุณภาพ ​และนโยบายการส่งเสริมจากภาครัฐ ที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุนในภาคอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ คลาวด์เซอร์วิส ขณะที่​ WHA Group มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจรและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความพร้อม​​รองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นเป็นโอกาสที่จะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31670 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/8ba502c3-fe69-4e96-a75f-e5a895de3415.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ในปีนี้ธุรกิจ​กลุ่ม Mobility ภายใต้แบรนด์ Mobilix  ซึ่งโดดเด่นในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย จะเข้ามาเติมเต็มในอีโคซิสเต็มของ WHA ในฐานะ 1 ใน 5 Business Unit อย่างสมบูรณ์ ด้วยบริการที่สอดคล้องกับเทรนด์และดีมานด์ของอุตสาหกรรม เพื่อ​เสริมธุรกิจหลักที่ยังคงแข็งแกร่​งและตอบโจทย์​ทิศทางธุรกิจในอนาคต ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ โซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจร นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลโซลูชัน ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ครบวงจร ก้าวสู่การเป็นการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-Driven Organization)  ตลอดจนการนำศักยภาพขององค์กรไปสร้างการเติบโตในภูมิภาคอาเซียน และเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงทุกมิติ (High Performance Organization) สอดคล้องกับพันธกิจ <strong>“WHA: We Shape the Future</strong>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31672 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/889d460f-b274-4b1c-b1fe-a682c0a3856b.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้  WHA Group ยังขับเคลื่อนการเติบโต​ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Extend Leadership</strong> เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค</p>
<p><strong>&#8211; Embrace Innovation and Technology</strong> นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-Curve ให้กับองค์กร</p>
<p><strong>&#8211; Enhance the Prominence on Green and Sustainability</strong> มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>&#8211; Build High Performance Organization</strong> ด้วยการพัฒนา ยกระดับองค์กรในทุกด้านให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง</p>
<p>สำหรับแผนลงทุนและ​ขับเคลื่อนการเติบโตในแต่ละกลุ่มธุรกิจ มีดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. ธุรกิจโลจิสติกส์ </strong>:  ปี 2567 มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ด้วยพื้นที่รวม 3,109,000 ตารางเมตร เป็นโครงการใหม่  167,000 ตารางเมตร ส่วนในปี​ 2568 ​ตั้งเป้าเพิ่มสินทรัพย์​เป็น ​3,309,000 ตารางเมตร จากโครงการให้เช่าพื้นที่ใหม่​ 200,000 ตารางเมตร และมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART รวมทั้งสิ้นประมาณ 70,000 ตารางเมตร คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท</p>
<p>ส่วน​กลยุทธ์เติบโต สำหรับประเทศไทยมุ่งขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทำเลยุทธศาสตร์ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล พื้นที่ EEC และเมืองรอง โดยปี 2568 มีแผนขยายโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ ได้แก่ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2, WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม. 21 เฟส 3 และ WHA Mega Logistics Center บางนาตราด กม. 23 Inbound รวมพื้นที่กว่า 380,000 ตารางเมตร ส่วน​เวียดนาม เน้นรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง เช่น อีคอมเมิร์ซ สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก</p>
<p><em>&#8220;​​โครงการคลังสินค้าโลจิสติกส์แห่งแรกในเวียดนามขนาด 37,000 ตารางเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการต้นปีนี้ รวมทั้งยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) เพิ่มเติมกับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เพื่อศึกษาการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ในพื้นที่ 300 ไร่ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับตัวเมืองหลักของจังหวัดและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอีกด้วย&#8221;</em></p>
<p>สำหรับ<strong> บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด (WGCL)</strong> มุ่งเป้าสู่การยกระดับจาก 3PL เป็น 4PL (Fourth-Party Logistics Provider) โดยอาศัยจุดแข็ง และความเชี่ยวชาญร่วมของ WHA และ GC เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจโลจิสติกส์ โดยการเปลี่ยนผ่านสู่ 4PL เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยขยายขอบเขตการให้บริการจากการจัดการขนส่งและคลังสินค้า (3PL) ไปสู่การวางแผน ออกแบบ และบูรณาการระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับบริษัทและลูกค้า</p>
<p>ส่วน Office Solutions ​​เดินหน้าขยายโครงการอาคารสำนักงานบนทำเลที่ดีเยี่ยมของกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมี​ 6 โครงการ พื้นที่รวม​กว่า 120,000 ตารางเมตร โครงการล่าสุดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้วในปี 2567 ได้แก่ โครงการ Qube ไลฟ์สไตล์ รีเทลสเปซ บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร อยู่ติดสถานี BTS สุรศักดิ์ ​ส่วนปี 2568 มีโครงการใหม่ที่พร้อมให้บริการ ได้แก่ โครงการศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ย่านสาทร พื้นที่กว่า 6,900 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31671 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/d8f629dd-9787-49c2-9b8d-dc41915e23bf.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. ธุรกิจโมบิลิตี้ </strong><strong>(</strong><strong>Mobility) :</strong> เปิดตัวในปี 2567 ผู้พัฒนาโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์<strong> Mobilix</strong>  ผ่าน 3 บริการหลัก คือ <strong>บริการให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้า</strong> (EV Rental Service) ​<strong>สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า</strong> (On Premise &amp; Public EV Charging Solution) บริการเครื่องชาร์จและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ และ<strong>โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน</strong> (Mobilix Software Solution) แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะอันทันสมัยสำหรับจัดการรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่</p>
<p><em>&#8220;ปี 2567 ได้ให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าอีก 318 คัน พร้อมผนึกกำลังกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้​ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของธุรกิจอย่าง Voltality EVMe Grab และเริ่มความร่วมมือการให้บริการเชิงพาณิชย์กับ SHARGE ผู้นำด้านการสร้าง EV Charging Ecosystem และมีการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าด้วยกำลังการผลิต 5,400 กิโลวัตต์ โดยตั้งเป้าเติบโตเพิ่มรถ EV ให้เช่าถึง 1,700 คัน ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 20,000 คันภายใน 5 ปี ​จากความ​ร่วมมือกับพันธมิตรใน EV Ecosystem​ รวมทั้งการจัดการยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ การเป็นเลิศในการให้บริการอย่างครบวงจรพร้อมความยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า&#8221;</em></p>
<p><strong>3. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม : </strong>ปี 2567 มียอดขายที่ดินรวม 2,565 ไร่ แบ่งเป็น ในประเทศไทย 2,453 ไร่ และ​เวียดนาม 112 ไร่ ​และยอดโอนที่ดินรวม 2,070 ไร่  อยู่ในประเทศไทย 1,727 ไร่ และเวียดนาม 343 ไร่ โดยลูกค้ารายสำคัญคือ Google ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินเพื่อสร้าง Data Center แห่งแรกในประเทศไทย และ Haier เพื่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศครบวงจรแห่งใหม่ โดยในสิ้นปี 2567 มีนิคมในการดูแล 15 แห่ง อยู่ในประเทศไทย 14 แห่ง และในเวียดนาม 1 แห่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31673 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/3e551c70-c011-4bd5-8ba0-d9534d1d9de8.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย อยู่ระหว่างก่อสร้างและรอการพัฒนารวม 7 โครงการ ​พื้นที่ 8,810 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่ดินจากนักลงทุนที่คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน​เวียดนาม​มี 2 โครงการ ขนาดพื้นที่รวม 2,297 ไร่ ​ได้รับการอนุมัติใบอนุญาตลงทุน (Investment Registration Certificate, IRC) แล้ว และ 1 โครงการ ขนาด 1,094 ไร่ อยู่ระหว่างการขออนุมัติใบอนุญาตลงทุน นอกจากนี้​ในเดือนมกราคม 2568 ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MoU) กับรัฐบาลท้องถิ่นประจำจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เพื่อพัฒนาเขตอุตสาหกรรม 2 แห่ง พื้นที่รวมประมาณ 4,000 ไร่ โดยตั้งเป้าเติบโตในปี 2568 เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในประเทศไทย และมุ่งขยายธุรกิจใน​เวียดนาม รวมทั้งมองหาโอกาสขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม โดย​ตั้งเป้ายอดขายที่ดินทั้งในไทยและเวียดนามรวม 2,350 ไร่ ​​เน้น​ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart Industrial Estates) ​เพื่อการพันธมิตรที่ให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร ตอกย้ำจุดแข็งการให้บริการแบบ Built ti Suit ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม&#8221;</p>
<p><strong>4.ธุรกิจสาธารณูปโภค (ธุรกิจน้ำ) :  </strong>ตั้งเป้ายอดขายและบริหารจัดการน้ำรวม 173 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น ในประเทศ​ 132 ล้านลูกบาศก์เมตร ​ในเวียดนาม​ 41 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป้าหมายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 10 ล้านลูกบาศก์เมตร  จากปี 2567 มี​ยอดขายน้ำและบำบัดน้ำเสีย 166 ล้านลูกบาศก์เมตร ​และผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโต​ 25% โดยโครงการที่ประสบความสำเร็จคือ โครงการซื้อ-ขายน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูงกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)(GC) ปริมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี ส่วนในปี 2568 การเติบโตในประเทศไทยมุ่งขยายตัวตาม​​นิคมอุตสาหกรรม โดยการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในการหาแหล่งน้ำดิบอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>พร้อมขยายการผลิตน้ำที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-Added Water) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายธุรกิจในพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรม WHA รวม​ถึงการเข้าร่วมโครงการสาธารณูปโภคน้ำประปาและน้ำเสียในพื้นที่ใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะทำสัญญาซื้อ-ขายน้ำกับการประปาส่วนภูมิภาค ปริมาณสูงสุด 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี  และเดินหน้า Smart Water Solutions  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ลดต้นทุน และลดน้ำสูญเสีย ส่วนในเวียดนาม ​วางแผนขยายธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและบำบัดน้ำเสียเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม และใช้ความเชี่ยวชาญ​การพัฒนาประสิทธิภาพโครงการสาธารณูปโภคด้านน้ำที่ได้เข้าไปลงทุน</p>
<p><strong>(ธุรกิจไฟฟ้า) </strong><strong>:</strong>  ปี 2567 มีกำลังผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้ว 965 เมกะวัตต์ ​จากพลังงานสะอาดทั้งหมด 437 เมกะวัตต์ ส่วน​ปี 2568 ​จะเดินหน้าขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียนทั้งในไทยและนอกประเทศ โดยในไทย​เน้น​ลงทุน​โครงการโซลาร์รูฟท็อป โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in-Tariff และโครงการ Direct PPA เป็นต้น  ส่วนประเทศเวียดนาม ​เริ่มดำเนินการศึกษาและพัฒนาโครงการไมโครกริด ที่นิคมเขตอุตสาหกรรม WHA Smart Technology Zone 1 ในจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) เฟส 1 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2569 และมุ่งเน้นต่อยอดการขยายธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;​ยัง​มีการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันพลังงานอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) เป็นต้น พร้อมตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วเป็น 1,185 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาจากพลังงานหมุนเวียน 657 เมกะวัตต์&#8221;​</em></p>
<p><strong>5. ธุรกิจดิจิทัล : </strong>ในปี 2568 WHA Digital ยังคงเพิ่มความแข็งแกร่งให้​กลุ่มธุรกิจต่างๆ ใน WHA Group  ผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น Artificial Intelligence, Internet-of-Thing โดยในปัจจุบันมีโครงการ AI Transformation ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจำนวน 12 โครงการ ได้แก่ Drone Inspection Solution และ IoX Platform for Solar อีกทั้ง WHA Digital พร้อมหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ได้แก่ โมบิลิกส์ แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดการยานพาหนะไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ โดยได้ตั้งเป้าหมายสำหรับยอดการใช้งานโมบิลิกส์ แพลตฟอร์มที่ประมาณ 900 คัน ภายในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6,000 คัน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมทั้ง​ตั้งเป้าหมายในการพัฒนา 5 แอปพลิเคชันใหม่ พร้อมให้บริการภายใน WHA Group ภายในปี 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31669 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/d7267421-2a48-460d-b710-46049b8150c1.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน</strong></p>
<p>บทพิสูจน์ความสำเร็จของ WHA Group ในปี 2567 ที่ผ่านมา เห็นได้จากรางวัลต่าง ๆ เช่น รางวัล  Best Sustainability Awards ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence  จากงาน SET Awards 2024 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ที่ระดับสูงสุด “AAA” รางวัลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate) จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ รางวัล HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024 และรางวัล HR Asia: Sustainable Workplace Awards จาก HR Asia เป็นต้น</p>
<p><em>&#8220;WHA Group ให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2572 อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมายจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าให้บริการประมาณ 20,000 คัน  การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประมาณ 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 683,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี การลดการใช้น้ำจากธรรมชาติลงประมาณ 25,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี เทียบเท่ากับปริมาณการใช้น้ำของภาคครัวเรือนกว่า 685,000 คน และการจัดการขยะแบบ Zero Waste ที่จะไม่มีการฝังกลบหรือเผาทำลาย เพื่อขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง&#8221; คุณจรีพร กล่าวทิ้งท้าย</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/wha-group-business-direction-in-5-years/">WHA Group เล็ง ปี 68 สร้าง New high ครั้งใหม่ พร้อมเปิดแผน 5 ปี อัดงบลงทุนเกือบ 1.2 แสนล้านบาท ดันรายได้ทะลุ 1.5 แสนล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA Group เปิดภารกิจ &#8216;Mission to the Sun&#8217; ทรานส์ฟอร์มสู่ Tech Company ยกระดับทั้งระบบนิเวศ​ธุรกิจให้ Smart + Green พร้อมทะยานสู่บริษัทแสนล้านใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/wha-group-mission-transform-to-tech-comapny/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Feb 2024 11:15:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Mission to the Sun]]></category>
		<category><![CDATA[Tech Company]]></category>
		<category><![CDATA[Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Industrail Development]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Utilities & Power]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[นิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23685</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลัง​เติบโตแบบ All-time High ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ได้ ในปี 2566 ​ &#8216;ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป&#8217; (WHA Group) จึงเดินหน้า​เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม เพื่อมุ่งสู่​สถิติเติบโตสูงสุดครั้งใหม่ได้อีกครั้งในสิ้นปีนี้ ​โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างพื้นฐานของบริษัท ผ่านการ​ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Tech Company ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อนำ​ Digital มาเป็น Backbone ในการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ ผสมกับแนวคิดขับเคลื่อน​เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อสร้างการเติบโต​อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก​ ทั้งนี้ WHA Group ตั้งเป้าใช้เม็ดเงินลงทุนตลอด 5 ปีจากนี้ (ปี 2567-2571) ที่ 78,700 ล้านบาท เพื่อเติบโตสู่ธุรกิจที่ทั้ง Smart และ Green พร้อมเป้าหมายผลักดันรายได้รวมให้เติบโตสู่ระดับ 1 แสนล้านบาท จากการขยายตลาดต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเดินหน้าเป็นพันธมิตรกับ Global Brand ภายใต้กลยุทธ์​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/wha-group-mission-transform-to-tech-comapny/">WHA Group เปิดภารกิจ &#8216;Mission to the Sun&#8217; ทรานส์ฟอร์มสู่ Tech Company ยกระดับทั้งระบบนิเวศ​ธุรกิจให้ Smart + Green พร้อมทะยานสู่บริษัทแสนล้านใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลัง​เติบโตแบบ All-time High ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ได้ ในปี 2566 ​ <strong>&#8216;ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป&#8217; (WHA Group)</strong> จึงเดินหน้า​เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม เพื่อมุ่งสู่​สถิติเติบโตสูงสุดครั้งใหม่ได้อีกครั้งในสิ้นปีนี้ ​โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างพื้นฐานของบริษัท ผ่านการ​ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น <strong>Tech Company</strong> ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อนำ​ Digital มาเป็น Backbone ในการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ ผสมกับแนวคิดขับเคลื่อน​เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อสร้างการเติบโต​อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก​ <span id="more-23685"></span></p>
<p>ทั้งนี้ WHA Group ตั้งเป้าใช้เม็ดเงินลงทุนตลอด 5 ปีจากนี้ (ปี 2567-2571) ที่ 78,700 ล้านบาท เพื่อเติบโตสู่ธุรกิจที่ทั้ง Smart และ Green พร้อมเป้าหมายผลักดันรายได้รวมให้เติบโตสู่ระดับ 1 แสนล้านบาท จากการขยายตลาดต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเดินหน้าเป็นพันธมิตรกับ Global Brand ภายใต้กลยุทธ์​ WE SHAPE THE FUTURE เพื่อมีส่วนขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ​​</p>
<p><strong>4 กลยุทธ์ ขับเคลื่อน 4 ธุรกิจหลัก </strong></p>
<p><strong>คุณจรีพร จารุกรสกุล </strong>ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา WHA Group สามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดครั้งใหม่ หรือ All-time High ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 17,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 11% และสามารถรักษาระดับอัตรากำไร EBITDA ที่มากกว่า 40%</p>
<p>ส่วนในปีนี้ ได้วางเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตต่อ​เนื่อง​ได้ไม่น้อยกว่า 2 หลัก เพื่อสามารถสร้าง Triple All-time High ได้ ผ่าน​แผนลงทุนในปี 2567 นี้ เพื่อมุ่งเน้น​​พัฒนาโซลูชันทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันให้ประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนใหม่ จาก 4 กลยุทธ์​สำคัญ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23688 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Exec4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Extend Leadership </strong>เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค</p>
<p><strong>&#8211; Embrace Innovation and Technology </strong>นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-curve ให้กับองค์กร</p>
<p><strong>&#8211; Enhance the Prominence on Green and Sustainability</strong> เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี 2593 (Net-Zero 2050)</p>
<p><strong>&#8211; Build High</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Performance Organization</strong> ด้วยการพัฒนายกระดับด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง</p>
<p>สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้  จะมุ่งยกระดับศักยภาพให้เพิ่มขึ้นทุกด้าน เพื่อรองรับการเติบโตของทั้ง 4  กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อ​สร้างความพร้อมทั้งการ​รับมือกับ​ความท้าทาย และโอกาสจากดีมานด์ของลูกค้าและเมกะเทรนด์ของโลก โดยมีแผนพัฒนาตลอด 5 ปี ภายใต้งบรวมกว่า 7.87 หมื่นล้านบาท สำหรับการพัฒนามิติต่างๆ จากทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ ดังต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23692 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Green-LG.jpg" alt="" width="1200" height="618" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจโลจิสติกส์</strong> ​</span> มุ่ง​ขยายธุรกิจ​การพัฒนาโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การเสริมศักยภาพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และการส่งเสริมแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน พร้อมเร่งโครงการ <strong>Green Logistics</strong> เพื่อรองรับดีมานด์จากลูกค้าที่ต้องการลดคาร์บอนภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยเปลี่ยนมา​ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคขนส่งของประเทศ ทั้งการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงแบตเตอรี่ ​โดยนปี 2566 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเซ็นสัญญาเช่าซื้อยานยนต์ไฟฟ้าแล้วจำนวน 25 คัน และตั้งเป้าหมายที่จะเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 1,000 คัน ในปี 2567</p>
<p>ขณะที่เป้าหมายให้บริการขนส่งลูกค้าเพิ่มเติมในปีนี้ บริษัทมีเป้าหมายส่งมอบโครงการและสัญญาใหม่เพิ่มขึ้น 200,000 ตร.ม. แบ่งเป็นประเทศไทย 165,000 ตร.ม.และเวียดนาม 35,000 ตร.ม. โดยคาดว่าสินทรัพย์รวมภายใต้กรรมสิทธิ์และการบริหารจะเพิ่มถึงระดับ 3,145,000 ตร.ม. จากในปีที่ผ่านมา สามารถเพิ่มพื้นที่ได้กว่า 242,000 ตร.ม ซึ่งถือเป็น All-time High และทำให้มีพื้นที่รวมในปีที่ผ่านมา 2,945,000 ตร.ม.</p>
<p>รวมทั้งมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวมทั้งสิ้น  213,000 ตร.ม. ​​มูลค่าประมาณ 5,290 ล้านบาท เพิ่มเติมจากสิทธิการเช่าทรัพย์สิน​กองทรัสต์ WHART จำนวน 142,900 ตร.ม. ​มูลค่า​​ 3,566 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา</p>
<p><em>&#8220;​การเข้าซื้อหุ้นของบริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชันส์ จำกัด (GCL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ในสัดส่วน 50% มูลค่า 2,640 ล้านบาท ถือเป็นอีกความสำเร็จหนึ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยการลงทุนดังกล่าว เป็นการผสานความเชี่ยวชาญ และความเป็นผู้นำในตลาดของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนยกระดับการให้บริการกับลูกค้า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23693 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Industry.jpg" alt="" width="1200" height="613" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม</strong></span>  ปีนี้มีแผนพัฒนานิคมแห่งใหม่ และขยายนิคมเพิ่มเติม ในประเทศไทย 7 โครงการ บนพื้นที่รวมกว่า 1 หมื่นไร่ ในช่วง 4 ปีข้างหน้านี้ ส่งผลให้บริษัทจะมีพื้นที่นิคมรวมกว่า 5.2 หมื่นไร่ ในปี 2570  จากปัจจุบันบริษัทมีนิคม 13 แห่ง ในประเทศไทย 12 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง โดยปีที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ทำ All-time High ได้เช่นกัน  โดยมียอดขายที่ดินรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2,767 ไร่ ซึ่ง​มากกว่าเป้าหมายถึง 58% จากเป้าหมายเดิมช่วงต้นปีที่วางไว้ 1,750 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในประเทศไทย 1,986 ไร่ และเวียดนาม 781 ไร่</p>
<p>ไฮไลต์สำคัญในปีที่ผ่านมา คือการลงนาม​สัญญาซื้อขายที่ดินกับฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำ 4 กลุ่มของจีน จำนวน 250 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และการลงนามในสัญญาเช่าที่ดินในเวียดนามกับฟู่ วิง อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี (เหงะอาน) ในเครือฟ็อกซ์คอนน์ อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก จำนวน 300 ไร่</p>
<p>ทั้งนี้ ​บริษัทจะมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) อย่างต่อเนื่อง โดยขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุม 6 องค์ประกอบสำคัญคือ Smart Services, Smart Mobility, Smart Communication, Smart Power, Smart Water และ Smart Security ภายใต้ UOC หรือ การบริหารจัดการโดยศูนย์ควบคุมกลาง (Unified Operation Center) เพื่อต่อยอดเป็น Total Solutions Partner ให้ลูกค้า ผ่าน​บริการ​เกี่ยวเนื่อง เช่น บริการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โทรคมนาคม ในประเทศเวียดนาม ​</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายเฟสใหม่ในเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน หลังเฟส 1 ได้รับการตอบรับอย่างดีทำยอดขายได้แล้ว 77% และอยู่ระหว่างพัฒนาเฟส 2 รวมทั้งการขยายเขตอุตสาหกรรมอีก 3 โครงการ บนที่ดินรวมกว่า 22,813 ไร่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23690 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจสาธารณูปโภค</span> </strong>โดย <strong>กลุ่มธุรกิจ​น้ำ</strong> ตั้งเป้าเพิ่มยอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำ​เพิ่มขึ้น 178 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แบ่งเป็น ในประเทศ 142 ล้าน ลบ.ม. ​และในเวียดนาม 36 ล้าน ลบ.ม. โดย​เติบโตกว่า 14% จากการขยายการให้บริการทั้งภายในนิคมฯ และนอกนิคมฯ ซึ่งมองเห็นการขยายตัวของดีมานด์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมขยายสู่ธุรกิจสร้างมูลค่าเพิ่มให้น้ำ โดยมีเป้าหมาย 10 ล้าน ลบ.ม. พร้อมพัฒนา Smart Water Platform รวมทั้งมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อาทิ โซลูชันสิ่งแวดล้อม และสาธารณูปโภคสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ</p>
<p>ส่วนการ​เติบโตในปีที่ผ่านมา มี​ยอดขายน้ำและบำบัดน้ำเสียในประเทศไทย​​ 121 ล้าน ลบ.ม. เติบโต 4% แบ่งเป็น​ยอดขายน้ำดิบ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 6 ล้าน ลบ.ม.​ ขณะที่ปริมาณยอดขายและบริหารน้ำในเวียดนาม อยู่ที่ 34 ล้าน ลบ.ม. เติบโตจากปีก่อนหน้า 18%</p>
<p>ด้าน <strong>กลุ่มธุรกิจไฟฟ้า</strong> ​ปีนี้จะมุ่งพัฒนานวัตกรรมและโซลูชั่นพลังงานทดแทน เช่น สถานี​ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า  แพลตฟอร์ม​ซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิต​​การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) ​พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) พร้อมเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วรวม 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่ง 453 เมกะวัตต์ จะมา​จากพลังงานหมุนเวียน โดยเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) 283 เมกะวัตต์</p>
<p>ส่วน​ปี 2566 ที่ผ่านมา ได้เซ็นสัญญาเพิ่มอีก 50 เมกะวัตต์​ จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มอีก 42 สัญญา และการคัดเลือกจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สิทธิ์เป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) เฟส 1 จำนวน 5 โครงการ โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 125.4 เมกะวัตต์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23691 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Exec5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจดิจิทัล</strong></span> เร่งขับเคลื่อนการทำ Digital Transformation ​ก้าวสู่การเป็น  <strong>Technology Company</strong> ภายในสิ้นปี 2567 นี้  เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาส่วนต่างๆ ภายใน Ecosystem ของ WHA Group ให้แข็งแรงและครบวงจรมากขึ้น ผ่านภารกิจ “Mission To The Sun” รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสร้างมูลค่าเพิ่มที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก ​เพื่อเป็น Backbone ให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ เช่น ​Green Logistics ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันที่รวมบริการต่าง ๆ (Super Driver App) สำหรับลูกค้ายานยนต์ไฟฟ้าภาคธุรกิจ เช่น การบริหารยานพาหนะ (Fleet Management) การวางแผนเส้นทาง (Route Optimization) และการเชื่อมโยงโครงข่ายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roaming) เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593 (100% Circularity by 2050) ผ่านการดำเนินงานภายใต้ 3 หลักการ ได้แก่ Design &amp; Resource, Green Products และ Operation Excellence โดย​ปี 2566 กลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ได้มีการนำเสนอโครงการ Circular Economy  ไม่น้อยกว่า 40 โครงการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23689 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Digital-Sun.jpg" alt="" width="1200" height="628" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/wha-group-mission-transform-to-tech-comapny/">WHA Group เปิดภารกิจ &#8216;Mission to the Sun&#8217; ทรานส์ฟอร์มสู่ Tech Company ยกระดับทั้งระบบนิเวศ​ธุรกิจให้ Smart + Green พร้อมทะยานสู่บริษัทแสนล้านใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
