<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นิธิ ภัทรโชค &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Oct 2023 09:39:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>นิธิ ภัทรโชค &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพ วัน แบงค็อก ต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/one-bangkok-rol-model-of-green-smart-city/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Oct 2023 09:39:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Global Warming]]></category>
		<category><![CDATA[LEED for Neighborhood Development]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok Immersive Pavilion]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate as a Service]]></category>
		<category><![CDATA[​Sustainability Expo 2023]]></category>
		<category><![CDATA[SX2023]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Sustainability & Smart City Living for Better Community]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนสมาร์ทซิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิศ สถาปิตานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปณต สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณพร พรประภา]]></category>
		<category><![CDATA[วรวรรต ศรีสอ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วราวุธ ศิลปอาชา]]></category>
		<category><![CDATA[วัน แบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เข็มอัปสร สิริสุขะ]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[เรอโน เมแยร์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ วัน แบงค็อก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21627</guid>

					<description><![CDATA[<p>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพ วัน แบงค็อก โครงการต้นแบบ เพื่อการสร้างสรรค์เมืองแห่งอนาคต ในงาน Sustainability Expo 2023 ปิดฉากไปแล้วสำหรับงาน Sustainability Expo 2023 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เรียกได้ว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความตื่นรู้ เข้าใจ และเริ่มลงมือเปลี่ยนเพื่อสร้างความยั่งยืนมากขึ้น  โดยปีนี้ วัน แบงค็อก โครงการอสังหาริมทรัพย์ต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ ที่ครบครันใจกลางกรุงเทพฯ พัฒนาโดยบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด The Heart of Bangkok เมืองที่ยึดเอา “หัวใจ” ของผู้คนเป็นศูนย์กลาง ได้เข้าร่วมงานเพื่อจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนด้วย ภายในงาน วัน แบงค็อก ได้รังสรรค์ One Bangkok Immersive Pavilion เพื่อนำเสนอรายละเอียดของโครงการผ่านนิทรรศการในรูปแบบ Immersive Experience แสดงภาพจำลองขององค์ประกอบและพื้นที่ต่าง ๆ ในโครงการ ตลอดจนนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนอันล้ำสมัยที่นำมาใช้กับโครงการฯ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านเนื้อหา 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/one-bangkok-rol-model-of-green-smart-city/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพ วัน แบงค็อก ต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพ วัน แบงค็อก โครงการต้นแบบ เพื่อการสร้างสรรค์เมืองแห่งอนาคต ในงาน </em><em>Sustainability Expo 2023</em></p>
<p><span id="more-21627"></span></p>
<p>ปิดฉากไปแล้วสำหรับงาน Sustainability Expo 2023 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เรียกได้ว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีความตื่นรู้ เข้าใจ และเริ่มลงมือเปลี่ยนเพื่อสร้างความยั่งยืนมากขึ้น  โดยปีนี้ วัน แบงค็อก โครงการอสังหาริมทรัพย์ต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ ที่ครบครันใจกลางกรุงเทพฯ พัฒนาโดยบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด The Heart of Bangkok เมืองที่ยึดเอา “หัวใจ” ของผู้คนเป็นศูนย์กลาง ได้เข้าร่วมงานเพื่อจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนด้วย</p>
<p>ภายในงาน วัน แบงค็อก ได้รังสรรค์<strong> One Bangkok Immersive Pavilion</strong> เพื่อนำเสนอรายละเอียดของโครงการผ่านนิทรรศการในรูปแบบ Immersive Experience แสดงภาพจำลองขององค์ประกอบและพื้นที่ต่าง ๆ ในโครงการ ตลอดจนนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนอันล้ำสมัยที่นำมาใช้กับโครงการฯ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านเนื้อหา 3 แง่มุม ประกอบด้วย Smart Technologies, Sustainable Development และ Unparalleled Experiences in One Bangkok  โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานอย่างล้นหลามตลอดทั้ง 7 วันที่จัดแสดง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/3-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้มีผู้นำระดับแถวหน้าจากองค์กรระหว่างประเทศ ภาครัฐ และเอกชน มาร่วมเปิดมุมมองด้านการพัฒนาเมืองที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “<strong>The Future of Sustainability and Smart City Living for Better Community” </strong>และ<strong> “Masterplan Design for Smart Sustainable Cities”</strong></p>
<p>โดยเวทีเสวนาในหัวข้อ <strong>“The Future of Sustainability &amp; Smart City Living for Better Community</strong>” ได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังริมทรัพย์ระดับโลก ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย และนักสิ่งแวดล้อมตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ร่วมเสนอแนวคิด ประสบการณ์ และแนวทางในการสร้างความยั่งยืนและการใช้ชีวิตในสมาร์ท ซิตี้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชุมชน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-21629 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/4-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และในการเสวนาเวทีที่สอง หัวข้อ  “Masterplan Design for Smart Sustainable Cities” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาฯ บริษัทออกแบบ บริษัทสถาปนิก และบริษัทก่อสร้างแถวหน้าของไทยมาร่วมกันบอกเล่าถึงการออกแบบผังเมืองของโครงการอสังหาฯ เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์เมืองที่ยั่งยืน โดยมีการยกตัวอย่างโครงการระดับโลกต่างๆ ที่มีมุมมองในการออกแบบที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อชุมชน</p>
<p><strong>เรอ<em>โน เม</em>แย<em>ร์</em> ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่ง<em>สหประชาชาติ</em>ประจำประเทศไทย</strong> ได้กล่าวว่า การจัดการกับปัญหา “Global Warming” หรือที่ปัจจุบันน่าจะเรียกได้ว่าเป็น “Global Burning”  เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคน ทุกองค์กรต้องร่วมกันลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงทางด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม และทาง UNDP ก็ได้มีการดำเนินงานร่วมกับทั้งทางภาค รัฐ และ ภาคเอกชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-21632 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/6.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวว่า การสร้างเมืองที่น่าอยู่อาศัยและสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น อาคารที่พักอาศัย ระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังจะต้องเป็นเมืองที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ชุมชน และสังคมด้วย และการจะสร้างเมืองที่น่าอยู่ให้เกิดขึ้นจริง ต้องอาศัยภาคเอกชนในการร่วมผลักดันนโยบายของภาครัฐให้เป็นจริง รวมทั้งสร้างตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้คนในสังคมได้เห็นและจับต้องได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/8.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ด้าน คุณ</strong><strong>ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้</strong> กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 30 ปี กลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับการให้บริการในรูปแบบทีเรียกว่า “Real Estate as a Service” หรือการพัฒนาพื้นที่ต่างๆ พร้อมทั้งให้บริการอย่างลึกซึ้งเข้าถึงผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นหัวใจของความสำเร็จของธุรกิจที่ยั่งยืน โดยบริษัทได้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาแล้วมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ และได้รวมเอาประสบการณ์จากการสร้างโครงการต่างๆ มาใช้ในการพัฒนา วัน แบงค็อก โดยได้ทำการศึกษา ทำความเข้าใจสังคม วิถีชีวิตและความคาดหวังของชุมชนโดยรอบก่อนก่อสร้าง เพื่อให้ชุมชนโดยรอบเข้ามามีส่วนร่วมและใช้ประโยชน์จากโครงการ วัน แบงค็อก จึงออกแบบให้มีพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สีเขียวซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของโครงการ รวมถึงการออกแบบให้มีสวนสาธารณะแนวยาว <strong>(</strong>Linear Park) ขนาดกว้างจากทางเท้าถึงหน้าโครงการถึง 35 – 45 เมตร อยู่ระหว่างสวนลุมพินีและสวนเบญจกิติให้คนทุกระดับสามารถเข้ามาร่วมใช้ได้ อาทิ พื้นที่สวนพักผ่อน พื้นที่ทำกิจกรรมต่างๆ มีการจัดแสดงผลงานศิลปะในที่ต่างๆ ในโครงการ ซึ่งช่วยสร้างความผ่อนคลายและแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ   นอกจากนี้เรายังวางระบบบริหารจัดการภายในโครงการที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่จะเป็นองค์กรที่ปลอดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21631 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/5-3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ส่วน <strong>คุณเข็มอัปสร สิริสุขะ</strong> นักแสดงสาวที่ผันตัวมาเป็นนักสิ่งแวดล้อมได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า  เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ ใช้น้ำเท่าที่จำเป็น ใช้ขวดน้ำส่วนตัว เพื่อลดขยะจากขวดพลาสติก เป็นต้น ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่หากทุกคนเริ่มลงมือทำ ก็จะเกิดเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้</p>
<p>ในมุมมองของสถาปนิกที่ออกแบบโครงการสำคัญๆ มาแล้วมากมายอย่าง <strong>คุณนิธิศ สถาปิตานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด </strong>กล่าวว่า นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แต่ละรายจะมีการกำหนดมาตรฐานการทำงานของตนเองแตกต่างกันไป โดยเฉพาะการออกแบบโครงการ วัน แบงค็อก  โดยตั้งเป้าเป็นโครงการแรกของประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับ Platinum ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของเกณฑ์การประเมินอาคารสีเขียวของสหรัฐอเมริกา รวมถึงมาตรฐานรับรองอาคาร WELL เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร และเชื่อว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะมีศักยภาพที่จะได้รับรางวัลทางด้านการออกแบบจากหลากหลายสถาบันอย่างแน่นอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกหนึ่งมิติในการสร้างความยั่งยืน คือ การออกแบบภูมิสถาปัตย์ ซึ่ง <strong>คุณวรรณพร พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด </strong>ชี้ประเด็นว่า การออกแบบภูมิทัศน์เพื่อเติมเต็มเมือง ต้องยึดเป้าหมายว่าเราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ การออกแบบทั้งภายในและภายนอกโครงการต่างๆ ต้องมีการเชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบ กับเมืองและปัญหาของเมือง รวมถึงกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ซึ่งโครงการ วัน แบงค็อก ตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ เช่นการเปิดพื้นที่ว่างให้ชุมชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในโครงการได้ มีพื้นที่สีเขียวที่มากกว่ากฎหมายกำหนดเพื่อเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และกรองฝุ่น การเลือกใช้ต้นไม้ในโครงการที่ระลึกถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ในอดีต เป็นต้น</p>
<p>ในส่วนของกระบวนการก่อสร้าง <strong>คุณนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี</strong> กล่าวว่า การที่จะสร้างเมืองที่ยั่งยืน เราได้ร่วมมือกับโครงการ วัน แบงค็อก ที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้วยการนำเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างและวัสดุที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่นการใช้ hybrid cement ที่ลดการใช้พลังงานได้ถึง 38% การนำเศษคอนกรีตที่เหลือใช้กลับมาเป็นส่วนผสมผนังอาคารลดการใช้ทรัพยากร การนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้โดยนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า “CPAC EV Mixer Truck” มาใช้เป็นที่แรกในประเทศไทยสำหรับขนส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (Green Fleet) เพื่อมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่ความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/1-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการ วัน แบงค็อก </strong>กล่าวเสริมว่า การพัฒนาเมือง (Urbanization) กับเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) เป็นการสร้างชุมชนเมืองที่ยั่งยืน  “โครงการ วัน แบงค็อก เรามีการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาด้านต่างๆ ในโครงการ ทำให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้รับเหมา และ พาร์ทเนอร์ทุกรายต้องเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงการก่อสร้าง  นอกจากนี้เรายังมีการนำของเสียที่เกิดจากไซต์งานก่อสร้างและนำกลับมาใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเราได้ทำงานประสานกับทุกส่วนตั้งแต่แรกเริ่มต้นวางแผน ทั้งผู้พัฒนาอสังหาฯ ผู้ก่อสร้าง สถาปนิก และ ภูมิสถาปนิก สิ่งที่ได้จึงเป็นรูปแบบที่มีความสมดุล ความลงตัว ตอบโจทย์สังคมซึ่งเป็นสาระสำคัญของการพัฒนาอสังหาฯ ที่ยั่งยืนและมั่นคงต่อไปในอนาคต” คุณวรวรรตกล่าว</p>
<p>การเสวนาทั้งสองเวที สะท้อนความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดย วัน แบงค็อก ถือเป็นตัวอย่างของกรีนสมาร์ทซิตี้ที่ครบครัน คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติตั้งแต่เริ่มร่างแนวคิดของโครงการ ตลอดจนการบริหารจัดการโครงการให้เกิดความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/one-bangkok-rol-model-of-green-smart-city/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ศักยภาพ วัน แบงค็อก ต้นแบบกรีนสมาร์ทซิตี้ จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jul 2023 08:25:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-PET]]></category>
		<category><![CDATA[Rondo Energy]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Decor]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมกะเทรนด์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20162</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจีรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 ​​มีรายได้จากการขาย 253,379 ล้านบาท ลดลง​ 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายลดลงใน​ทุกกลุ่มธุรกิจตามสถานการณ์ตลาดที่อ่อนตัว แต่มีกำไรสำหรับงวด 24,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ยอดขายเกินกว่าครึ่ง หรือ 54% ของรายได้จากการขายรวม เป็น​ยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Choice 137,258 ล้านบาท ขณะที่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High-Value Added Products &#38; Services) ​​อยู่ที่ 86,411 ล้านบาท คิดเป็น  34% ​ รวมท้ังยังมีรายได้​จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ทั้งสิ้น 108,672 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% ของรายได้จากการขายรวม สำหรับผลประกอบการเอสซีจี สำหรับ​ไตรมาส 2 นั้น ฟื้นตัวจากการเร่งปรับตัวตามแผนงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/">เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เอสซีจีรายงานผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 ​​มีรายได้จากการขาย 253,379 ล้านบาท ลดลง​ 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายลดลงใน​ทุกกลุ่มธุรกิจตามสถานการณ์ตลาดที่อ่อนตัว แต่มีกำไรสำหรับงวด 24,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><span id="more-20162"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ยอดขายเกินกว่าครึ่ง หรือ 54% ของรายได้จากการขายรวม เป็น​ยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Choice 137,258 ล้านบาท ขณะที่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High-Value Added Products &amp; Services) ​​อยู่ที่ 86,411 ล้านบาท คิดเป็น  34% ​</p>
<p>รวมท้ังยังมีรายได้​จากการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมการส่งออกจากประเทศไทย ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ทั้งสิ้น 108,672 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 43% ของรายได้จากการขายรวม</p>
<p>สำหรับผลประกอบการเอสซีจี สำหรับ​ไตรมาส 2 นั้น ฟื้นตัวจากการเร่งปรับตัวตามแผนงาน ท่ามกลางเศรษฐกิจอาเซียน จีน โลกชะลอตัว โดยมีรายได้รวมในไตรมาสนี้ 124,631 ล้านบาท  กำไรสำหรับงวด 8,082 ล้านบาท  กำไรจากการดำเนินงาน 5,216 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 14% จากไตรมาสก่อน จากการขายสินค้าพอลิโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นในธุรกิจเคมิคอลส์ และต้นทุนพลังงานที่ลดลง</p>
<figure id="attachment_20164" aria-describedby="caption-attachment-20164" style="width: 1200px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1_รุ่งโรจน์-รังสิโยภาส-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-และ-ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-รองกรรมการ-ผู.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-20164" class="wp-caption-text"><em><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส และ คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม </strong></em></figcaption></figure>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> ​กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจโลก จีนและอาเซียน ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์​​​ โดยเอสซีจี ได้เร่งปรับตัวอย่างต่อเนื่องตามแผนงานด้วยการลดต้นทุน ​เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด พัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และสินค้ากรีน  ประกอบกับเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ด้วยอานิสงส์จากการท่องเที่ยว ตลาดวัสดุก่อสร้างดีขึ้นโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว  ส่งผลให้ผลประกอบการเอสซีจีดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา</p>
<p>พร้อมเตรียมเร่งเครื่องใน 4 กลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตตามเมกะเทรนด์โลก ประกอบด้วย</p>
<p>1. <strong>โครงการปิโตรเคมีครบวงจรใหญ่สุดในเวียดนาม</strong> ฐานผลิตสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่มีศักยภาพสูง ผลิตเม้ดพลาสติกคุณภาพสูง และนวัตกรรมเคมีภัณฑ์ ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ป้อนตลาดโลก ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว</p>
<p>2. ผนึกกำลังกับคู่ธุรกิจชั้นนำระดับโลกด้านนวัตกรรมกรีน ยกระดับ Green Innovation ตอบโจทย์ความต้องการตลาดโลก และสอดคล้องกับเทรนด์ ESG ได้แก่ <strong>นวัตกรรม ‘Bio-based Plastic จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ’</strong> โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงผลิตเป็นวัตถุดิบสำหรับพลาสติก <strong>Bio-PET</strong> ที่ย่อยสลายได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20168 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/8_Bio-based-Plastic-จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ.jpg" alt="" width="1200" height="654" /></p>
<p>3. ลงทุนใน<strong>เทคโนโลยีวัสดุกักเก็บความร้อนจากพลังงานสะอาด</strong> ที่เก็บอุณหภูมิได้สูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ความร้อน ตอบโจทย์การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมสีเขียว ตามเป้าหมาย Net Zero</p>
<p>4. เตรียม <strong>SCG Decor  เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ</strong> ก้าวสู่ผู้นำตลาดอาเซียนด้านวัสดุตกแต่งผิว และสุขภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม Smart Bathroom โดยมูลค่าตลาดอาเซียนมีโอกาสโตสูงถึง 78,000 ล้านบาท ในปี 2569</p>
<p>ด้าน <strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจีบริหารต้นทุนพลังงานได้ดีในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวนช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566  โดยเฉพาะ <strong>ธุรกิจซีเมนต์ในประเทศไทยได้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนได้ </strong><strong>40% </strong>ขณะที่​ ธุ<strong>รกิจพลังงานสะอาด SCG Cleanergy ซึ่งให้บริการซื้อ-ขายไฟฟ้าครบวงจร สำหรับภาครัฐ ธุรกิจและอุตสาหกรรม เติบโตต่อเนื่อง</strong> โดดเด่นด้วยระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid เริ่มใช้งานแล้วที่กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง โดยเอสซีจีมีการติดตั้งโซลาร์สำหรับใช้ภายใน และส่วนที่ให้บริการกับภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนผ่าน SCG Cleanergy คิดเป็นกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 231 เมกะวัตต์ ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2566</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/4_SCG-Cleanergy-ธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ขณะเดียวกันเอสซีจียังได้ลงทุนใน <strong>Rondo Energy</strong> สตาร์ทอัพด้านพลังงานสะอาดระดับโลก จากสหรัฐอเมริกา  ร่วมวางแผนผลิตวัสดุกักเก็บความร้อน (Thermal Media) สามารถกักเก็บความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของแบตเตอรี่ความร้อน (Rondo Heat Battery) นำพลังงานแสงอาทิตย์มาเก็บเป็นความร้อน ใช้ในภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่มุ่งสู่ Net Zero ตามแนวทาง ESG</p>
<p>นอกจากนี้ <strong>กลุ่มไทยเบฟและเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ร่วมลงทุนใน NocNoc</strong> ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ เพื่อขยายธุรกิจทั้งในไทยและอาเซียน โดยตั้งเป้าสิ้นปี 2566 เติบโตเป็น 5,000 ล้านบาท</p>
<p>ขณะที่ทิศทางการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจต่างๆ ของเอสซีจี ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC  <strong>คุณ</strong><strong>ธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่  กล่าวว่า <em>“ยอดขายรวมของ SCGC ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน จากปริมาณการขายสินค้าพอลิโอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น  และส่วนต่างราคาสินค้าบางชนิดเพิ่มขึ้น ล่าสุด โครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP เวียดนาม  อยู่ระหว่างการทดสอบระบบต่างๆ ภายในโรงงาน เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินการเชิงพาณิชย์ต่อไป ขณะเดียวกันได้ผนึกกำลัง 2 ผู้นำเทคโนโลยีกรีนพลาสติกของโลก  บริษัท Avantium N.V. จากเนเธอร์แลนด์ และ บริษัท ไอเอชไอ (IHI) จากญี่ปุ่น  เตรียมสร้างโรงงานต้นแบบนำก๊าซ CO2 มาแปรสภาพเป็นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีรักษ์โลก รวมถึงพัฒนาเป็นวัตถุดิบทางเลือกอื่นๆ ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ”</em></p>
<figure id="attachment_20167" aria-describedby="caption-attachment-20167" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-20167 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/9_โครงการปิโตรเคมีครบวงจร-LSP-เวียดนาม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-20167" class="wp-caption-text">โครงการปิโตรเคมีครบวงจร LSP เวียดนาม</figcaption></figure>
<p>&#8211; ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี  <strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่  กล่าวว่า  “เศรษฐกิจอาเซียนชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อยอดขายทั้งกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับไม่รวมยอดขายของ SCG Logistics เนื่องจากได้รวมกิจการกับ JWD ในไตรมาสแรก  ขณะที่ยอดขายธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างลดลงเล็กน้อย  แต่คาดว่ากำลังซื้อจะกลับมาโดยเฉพาะนวัตกรรมสินค้า บริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่า สะดวก ปลอดภัย รักษ์โลก ประกอบกับอาเซียนมีประชากรกว่า 560 ล้านคน  เอสซีจีเตรียมคว้าโอกาสนำ SCG Decor เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ  ปักธงเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียน ชูนวัตกรรม Smart Bathroom โดยมูลค่าตลาดอาเซียนมีโอกาสสูงถึง 78,000 ล้านบาท ในปี 2569 ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20169 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/7_ห้องน้ำอัจฉริยะ-Smart-Bathroom.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>&#8211; บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP <strong> คุณวิชาญ  จิตร์ภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า  “ไตรมาส 2​ นี้ สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง​ จากการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และ​พัฒนานวัตกรรมและโซลูชันให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยอยู่ระหว่างพัฒนา Bio-based Plastic จากชิ้นไม้ยูคาลิปตัสสับ ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากอเมริกา Origin Materials  ซึ่งผลทดสอบล่าสุดได้ผ่านขั้นตอนที่ 1 การทดสอบในห้องปฏิบัติการ และขั้นตอนที่ 2 การปรับคุณสมบัติที่เหมาะสม พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 Pilot Plant และเลือกพันธมิตรเพื่อร่วมมือพัฒนาในขั้นตอนต่อไป รวมทั้ง การวิจัยและพัฒนา Biodegradable Wooden Foodservice Packaging จากไม้ยูคาลิปตัส เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรทดแทน ตอบโจทย์เทรนด์การใช้บรรจุภัณฑ์อาหารรักษ์โลก และเพิ่มมูลค่าให้แก่ไม้ยูคาลิปตัส สร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียตั้งแต่ต้นทางการปลูกจนถึงการแปรรูปไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน”</p>
<p><em>“นอกจากปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าระวังปรากฏการณ์ภัยแล้งเอลนีโญ ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงสิงหาคมปีนี้ถึงปลายปีหน้า  อย่างไรก็ตาม สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ หรือ สสน. คาดการณ์ว่า ในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมปีนี้ จะมีฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่  ทุกภาคส่วนควรกักเก็บน้ำสำรองไว้ให้มากที่สุด และใช้น้ำกันอย่างประหยัด เพราะปีหน้าอาจเกิดเอลนีโญระดับรุนแรง และเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร ท่องเที่ยว หรืออุตสาหกรรม”</em> นายรุ่งโรจน์ กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/scg-announces-operating-results-first_half-2023/">เอสซีจี ผลประกอบการครึ่งปีแรก กำไรโตเพิ่ม 31% ยอดขายเกินครึ่งมาจากกลุ่มเพื่อสิ่งแวดล้อม​​ เร่งเครื่อง 4 กลุ่มนวัตกรรม มุ่งโตตามเมกะเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีแพคย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว จับมือวัน แบงค็อก​ นำ “CPAC EV Mixer Truck” รถโม่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตครั้งแรกในไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/cpac-ev-mixer-truck-in-green-construction-for-one-bangkok-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 05:53:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC EV Mixer Truck]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Fleet]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อสร้างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[การขนส่งสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ซีแพค]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมพลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[รถโม่พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[วรวรรต ศรีสอ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วัน แบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18146</guid>

					<description><![CDATA[<p> “ซีแพค” ผสานความร่วมมือ “วัน แบงค็อก” เดินหน้ายกระดับมาตรฐานก่อสร้างของไทยนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า “CPAC EV Mixer Truck” มาเริ่มใช้ที่โครงการวัน แบงค็อก เป็นที่แรกในประเทศไทย  ตอกย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว Green Construction พร้อมชูจุดเด่นนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในการขนส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (Green Fleet) โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่ความยั่งยืนเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เปิดเผยว่า ซีแพค (CPAC) คือผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจสู่การเป็น Green Construction โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของประเทศไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาวควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment) คุณภาพชีวิตของคนในสังคม (Social) และมีบรรษัทภิบาล (Governance) ตามแนวทาง ESG 4 Plus ของเอสซีจี ได้แก่ มุ่ง Net Zero, Go Green, Lean เหลื่อมล้ำ และย้ำร่วมมือ และจากความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อมในการลดผลกระทบจากฝุ่น PM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cpac-ev-mixer-truck-in-green-construction-for-one-bangkok-project/">ซีแพคย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว จับมือวัน แบงค็อก​ นำ “CPAC EV Mixer Truck” รถโม่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตครั้งแรกในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> “ซีแพค” ผสานความร่วมมือ “วัน แบงค็อก” เดินหน้ายกระดับมาตรฐานก่อสร้างของไทยนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า “</strong><strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck” </strong><strong>มาเริ่มใช้ที่โครงการวัน แบงค็อก เป็นที่แรกในประเทศไทย</strong><strong>  </strong><strong>ตอกย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว </strong><strong>Green Construction</strong><strong> พร้อมชูจุดเด่นนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดมาใช้ในการขนส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (</strong><strong>Green Fleet) </strong><strong>โดยมุ่งมั่นที่จะ</strong><strong>เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่ความยั่งยืนเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล</strong></p>
<p><span id="more-18146"></span></p>
<p><strong>นาย</strong><strong>นิธิ ภัทรโชค</strong><strong> </strong><strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี</strong> เปิดเผยว่า <strong>ซีแพค </strong><strong>(CPAC)</strong> คือผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินธุรกิจสู่การเป็น Green Construction โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของประเทศไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาวควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment) คุณภาพชีวิตของคนในสังคม (Social) และมีบรรษัทภิบาล (Governance) ตามแนวทาง ESG 4 Plus ของเอสซีจี ได้แก่ มุ่ง Net Zero, Go Green, Lean เหลื่อมล้ำ และย้ำร่วมมือ และจากความตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาและดูแลสิ่งแวดล้อมในการลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 และปัญหาโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ล่าสุด <strong>ซีแพค</strong><strong> </strong><strong>นำรถโม่พลังงานไฟฟ้า </strong><strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong><strong> เข้ามาใช้ในการจัดส่งคอนกรีตตามแนวคิดการขนส่งสีเขียว (</strong><strong>Green Fleet)</strong> <strong>ครั้งแรกภายในโครงการ</strong><strong>วัน แบงค็อก (</strong><strong>One Bangkok)</strong></p>
<p>“เพื่อตอกย้ำแนวคิด Green Construction และเน้นความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับ <strong>วัน แบงค็อก </strong>ในการนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> เข้ามาใช้ในการขนส่งคอนกรีตในโครงการฯ ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งตลอดระยะเวลาในการพัฒนาโครงการฯ ที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทฯ ได้มีการวางแผนงานร่วมกัน โดย<strong>ซีแพค</strong>ได้เข้าไปดูแลตั้งแต่การเทคอนกรีตฐานรากโครงสร้างอาคาร (Mat Foundation) และได้เลือกใช้คอนกรีตความร้อนต่ำ (CPAC Low Heat Concrete) ซึ่งเป็นคอนกรีตที่มีส่วนช่วยลดโลกร้อน (Low Carbon Concrete) รวมถึงมีการขนส่งคอนกรีตภายในไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งบริษัทฯ รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง  และหวังว่าจะได้รับความร่วมมือกับทาง “วัน แบงค็อก” ต่อไปเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อุตสาหกรรมก่อสร้างสีเขียวในอนาคต”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18149 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CPAC-EV-Truck3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายนิธิ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับรถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> ถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่<strong>ความเป็นกลางทางคาร์บอน (</strong><strong>Carbon Neutrality</strong><strong>)</strong> ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2593 (2050) ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานสะอาดเข้ามาใช้ในการขับเคลื่อนแทน   น้ำมันดีเซล ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบในการใช้งานแล้ว รถโม่พลังงานไฟฟ้าสามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 และ PM 10  ได้ถึง 45 กรัมต่อการขนส่ง 1 เที่ยว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) กลุ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ถึง 26.5 ตัน/ปี/คัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ได้เพิ่มขึ้น 2,800 ต้น/ปี/คัน โดยการดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นความตั้งใจ</p>
<p>และความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา<strong>ซีแพค</strong>ยึดตามแนวทางนี้มาใช้ในการดำเนินธุรกิจตลอดทั้ง Value Chain ตั้งแต่โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ ที่มีการนำลมร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงานปูนซีเมนต์ (Waste Heat Power Generator) การใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าสำหรับขนส่งภายในโรงงาน และการพัฒนาปูนซีเมนต์ที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก มาใช้ทดแทนปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ มาจนถึงการผลิต Low Carbon Concrete คอนกรีตคาร์บอนต่ำอีกด้วย”</p>
<p>ด้าน <strong>นายชนะ ภูมี </strong><strong>Vice President Sustainability SCG</strong> กล่าวว่า “ในการทำเรื่อง Net Zero ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้นั้น หัวใจสำคัญคือการต้องลงมือทำ ซึ่งจากความร่วมมือกับ<strong>โครงการวัน แบงค็อก</strong> นับเป็น Use case ของการทำ Green Construction โดยใช้ปูนซีเมนต์และรถโม่พลังงานไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จ เป็นอย่างมาก สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า Energy transition ของเอสซีจีสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนออกไซด์ โดยเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ในปี พ.ศ.2573 (2030) ทั้งนี้เพื่อผลักดันเข้าสู่สังคม Net Zero จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อช่วยกันยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่มาตรฐานระดับสากล”</p>
<p>ในขณะที่ <strong>นายวรวรรต ศรีสอ้าน</strong> <strong>รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก</strong><strong> (One Bangkok) </strong>กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “<strong>วัน แบงค็อก </strong>โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ พร้อมมาตรฐานคุณภาพสูงสุดที่ครบครันใจกลางกรุงเทพฯ พัฒนาขึ้นบนวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกับกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Evolving Bangkok”  มุ่งสู่การเป็นต้นแบบของการกำหนดมาตรฐานใหม่ในด้านการก่อสร้างแบบยั่งยืนในประเทศไทย ตลอดจนการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งเราได้ร่วมมือกับ “เอสซีจี” และ “ซีแพค” เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างคุณค่าด้วยการวางแนวปฏิบัติภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) โดยที่ผ่านมา วัน แบงค็อก, เอสซีจี  ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการบริหารการก่อสร้างโครงการอย่างยั่งยืน ทั้งหมด 4 ฉบับ ได้แก่ การนำเศษคอนกรีตจากการตัดเสาหัวเข็มที่เหลือใช้มารีไซเคิลเพื่อผลิตผนังหล่อสำเร็จรูป, การนำอิฐมวลเบาที่เหลือใช้จากการก่อสร้างมารีไซเคิลและผลิตเป็นแผ่นผนังกันเสียงคิวคอน (Q-CON Sound Barrier) เพื่อใช้ในบริเวณผนังอุโมงค์ทางลอดเข้าโครงการฯ, การจัดการขยะที่เกิดจากการก่อสร้างโครงการแบบองค์รวม และ การจัดการเศษอาหารด้วยเครื่องย่อยเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ย ซึ่งครั้งนี้การนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> เข้ามาใช้ในโครงการฯ จะเข้ามาช่วยลดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเรื่องฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้าง อีกทั้งยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18147 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CPAC-EV-Truck1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ผลจากการดำเนินงาน การนำ “รถโม่พลังงานไฟฟ้า” เข้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตภายในไซต์งานแทนรถโม่ธรรมดา พบว่าถ้าใช้รถโม่พลังงานไฟฟ้า <strong>CPAC </strong><strong>EV Mixer Truck</strong> โดยประมาณ 1,800 เที่ยว/คัน สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 49,000 kg./(CO2) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ได้ 5,210 ต้น นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยสนับสนุนดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายตามนโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อมที่วางไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cpac-ev-mixer-truck-in-green-construction-for-one-bangkok-project/">ซีแพคย้ำจุดยืนด้านงานก่อสร้างสีเขียว จับมือวัน แบงค็อก​ นำ “CPAC EV Mixer Truck” รถโม่พลังงานไฟฟ้ามาใช้ขนส่งคอนกรีตครั้งแรกในไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดความสำเร็จสวีเดนโมเดล &#8216;ตัดไม้แต่ได้ป่า&#8217; ประเทศผู้ส่งออกไม้จากป่าอันดับ 3 ของโลก แต่ยังมีพื้นที่ป่าถึง 75% ของประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/redesign-sustainable-forestry-the-innovative-forest-managemen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Apr 2023 07:27:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Aaron Kaplan]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Innovation Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[ESG 4 Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Redesign Sustainable Forestry: The Innovative Forest Management]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์ภูผาสู่มหานที]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลจัดการป่ายั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17934</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้ไม้ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของชาวสวีเดน ไม่เพียงมีส่วนสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน นักเขียน และช่างฝีมือมากมายตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ในอดีตสวีเดนมีปัญหาการเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้เช่นกัน จากการใช้ประโยชน์อย่างหนักทั้งด้านการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัย แปรรูปเป็นไม้แผ่น ทำเฟอร์นิเจอร์ และรวมทั้งใช้ในการอุตสาหกรรม กระทั่ง พ.ศ.2446 มีการออกพระราชบัญญัติป่าไม้ (Forestry Act) เพื่อควบคุมและบริหารจัดการป่าอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักการสร้างสมดุลระหว่างคน สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ โดยมีการระบุหากมีการตัดไม้ไป 1 ต้น ก็ต้องปลูกแทน 3 ต้น ทำให้แม้จะมีการตัดไม้แต่ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้นได้ จึงเป็นการ ตัดไม้แต่ได้ป่า ส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้ของสวีเดนมีขนาดเพิ่มขึ้นจาก 25% เพิ่มเป็น 75% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังครองตำแหน่งผู้ส่งออกไม้จากป่าอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย  นอกจากได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ช่วยดูดซับคาร์บอน ลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ​และยังช่วยให้คนอยู่ร่วมกับป่า ทั้งใช้ประโยชน์จากป่า และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าไปพร้อมกัน โมเดลจัดการป่าอย่างยั่งยืนระดับโลกจากสวีเดน จึงมีความ​น่าสนใจ และสามารถเป็น Best Practice ที่ดีให้กับประเทศไทย และเป็นที่มาของงาน “เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนไทย-สวีเดน ปี 2566” ด้วยแนวคิด​  Redesign Sustainable Forestry: The Innovative [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/redesign-sustainable-forestry-the-innovative-forest-managemen/">ถอดความสำเร็จสวีเดนโมเดล &#8216;ตัดไม้แต่ได้ป่า&#8217; ประเทศผู้ส่งออกไม้จากป่าอันดับ 3 ของโลก แต่ยังมีพื้นที่ป่าถึง 75% ของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">การใช้ไม้ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของชาวสวีเดน ไม่เพียงมีส่วนสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน นักเขียน และช่างฝีมือมากมายตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา</span></p>
<p><span id="more-17934"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ในอดีตสวีเดนมีปัญหาการเสื่อมโทรมของทรัพยากรป่าไม้เช่นกัน จากการใช้ประโยชน์อย่างหนักทั้งด้านการเกษตร สร้างที่อยู่อาศัย แปรรูปเป็นไม้แผ่น ทำเฟอร์นิเจอร์ และรวมทั้งใช้ในการอุตสาหกรรม กระทั่ง พ.ศ.</span>2446<span lang="TH"> มีการออก<strong>พระราชบัญญัติป่าไม้ (</strong><strong>Forestry Act</strong><strong>) </strong>เพื่อควบคุมและบริหารจัดการป่าอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักการสร้างสมดุลระหว่างคน สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ โดยมีการระบุหากมีการตัดไม้ไป 1 ต้น ก็ต้องปลูกแทน 3 ต้น </span><span lang="TH">ทำให้แม้จะมีการตัดไม้แต่ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้นได้ จึงเป็นการ <strong>ตัดไม้แต่ได้ป่า </strong></span><span lang="TH">ส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้ของสวีเดนมีขนาดเพิ่มขึ้นจาก </span>25% <span lang="TH">เพิ่มเป็น </span>75%<span lang="TH"> และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังครองตำแหน่งผู้ส่งออกไม้จากป่าอันดับ </span>3 <span lang="TH">ของโลกอีกด้วย </span></p>
<p>นอกจากได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นแล้ว ยังได้ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ช่วยดูดซับคาร์บอน ลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ​และยังช่วยให้คนอยู่ร่วมกับป่า ทั้งใช้ประโยชน์จากป่า และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าไปพร้อมกัน</p>
<p><span lang="TH">โมเดลจัดการป่าอย่างยั่งยืนระดับโลกจากสวีเดน จึงมีความ​น่าสนใจ และสามารถเป็น Best Practice ที่ดีให้กับประเทศไทย และเป็นที่มาของงาน “เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนไทย-สวีเดน ปี 2566” ด้วยแนวคิด​ </span> <strong>Redesign Sustainable Forestry: The Innovative Forest Management </strong>​<span lang="TH">​ภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถานทูตไทย-สวีเดน และเอสซีจี​</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ไม่เพียงความก้าวหน้าในเชิงวิศวกรรมที่สวีเดนเรียนรู้และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกับงานไม้ จากที่เคยติดข้อห้ามก่อสร้างอาคารไม้สูงเกิน </span>2<span lang="TH"> ชั้น เมื่อมีการปลดล็อคกฎหมายนี้เปิดกว้างให้กับการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ไม้เพื่อประโยชน์ในเชิงก่อสร้างและการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างไร้ขีดจำกัด ส่งผลให้มีอาคารขนาดใหญ่ที่สร้างจากไม้เพิ่มมากขึ้น เช่น </span>Ekogen<span lang="TH"> โครงการพัฒนาที่ประกอบด้วยแฟลตให้เช่า </span>75<span lang="TH"> ห้อง และยังมีที่กำลังพัฒนาอีกรวมกว่า </span>500<span lang="TH"> ห้อง นอกจากนี้ยังมีศูนย์วัฒนธรรม </span>Sara<span lang="TH"> ที่สร้างขึ้นใจกลางกรุง </span>Skelleftea<span lang="TH"> ทางตอนเหนือของสวีเดน มีโรงละคร </span>2<span lang="TH"> แห่ง มีศูนย์ศิลปะ ห้องสมุด และพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ผู้คนเข้ามาพบปะแลกเปลี่ยนความคิด</span></p>
<figure id="attachment_17937" aria-describedby="caption-attachment-17937" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17937 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/5.jpg" alt="" width="1200" height="720" /><figcaption id="caption-attachment-17937" class="wp-caption-text">ศูนย์วัฒนธรรม Sara ​กลางกรุง Skelleftea อีกหนึ่งอาคารสูงจากไม้</figcaption></figure>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ที่เป็นปรากฏการณ์อันน่าทึ่งของงานไม้สวีเดนคือ กังหันลมไม้สูง </span>30 <span lang="TH">เมตรทางตอนเหนือนอกเมืองโกเทนเบอร์ก โดยใช้ไม้ลามิเนตติดกาว (</span>CLT<span lang="TH">) มีความแข็งแรงกว่าเหล็กเมื่อเทียบในน้ำหนักเท่ากัน ในต้นทุนที่ต่ำกว่าเหล็กมาก เป็นต้นแบบของการสร้างกังหันลมในเชิงพาณิชย์ซึ่งจะสูงถึง </span>110<span lang="TH">&#8211;</span>150<span lang="TH"> เมตร เนื่องจากไม้มีน้ำหนักเบาจึงสามารถสร้างแยกเป็นชิ้นส่วน ง่ายต่อการขนส่งและติดตั้ง</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><strong><span lang="TH">มร</span>. Aaron Kaplan<span lang="TH"> </span></strong><span lang="TH">ผู้อำนวยการ </span>Eco-Innovation Foundation <span lang="TH">(</span>EIF<span lang="TH">) ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การจัดระบบจัดการป่า ในฐานะที่เป็น </span>Facilitator <span lang="TH">ในการพัฒนาเมืองสีเขียวให้กับเขตต่างๆ ในสวีเดน ว่า ในช่วง </span>100<span lang="TH"> ปีที่ผ่านมาสวีเดนผ่านการลองผิดลองถูกมามาก</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">สวีเดนเคยถูกวิจารณ์ว่าสนใจแค่ต้นไม้ไม่กี่สายพันธุ์อย่างต้นสน เป็นเรื่องท้าทายมากกับการจะเพิ่มความหลากหลายให้กับป่าในสวีเดนซึ่งธรรมชาติเป็นป่าสน เพื่อเปลี่ยนเมืองให้เป็นสีเขียว เป็นเมืองนิเวศที่มีการจัดการป่าอย่างยั่งยืนเพื่อให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล เพราะคนที่เป็นเจ้าของป่าคือชาวบ้าน ฉะนั้นการจะเปลี่ยนป่าต้องได้รับการยอมรับจากชาวบ้านด้วย</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><em><strong><span lang="TH">สำหรับการอนุรักษ์ป่าในแบบสวีเดนโมเดลไม่ได้หมายถึงการห้ามตัด แต่การตัดไม้แต่ละต้นต้องสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ป่าเป็นเหมือนทุนที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คน เป็นแนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัจจุบันรายได้จากป่าไม้ของสวีเดนเทียบเท่า </span>10%</strong></em><span lang="TH"><em><strong> ของจีดีพีของประเทศ</strong>  </em>ไม่เพียงการแปรรูปไม้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เยื่อกระดาษ เชื้อเพลิงชีวภาพ ฯลฯ แม้กระทั่งส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว เช่น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวฮันนีมูนกลางป่า การเดินป่า เป็นต้น</span></p>
<figure id="attachment_17938" aria-describedby="caption-attachment-17938" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17938 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-17938" class="wp-caption-text">มร. Aaron Kaplan และคุณนิธิ ภัทรโชค</figcaption></figure>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ทางด้าน <b>คุณนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี</b> บอกว่าสนใจแนวทางการจัดระบบป่าที่สวนทางกับความเชื่อเดิมที่มองว่าการอนุรักษ์ป่าคือห้ามตัดไม้ โดยบอกว่า <em><strong>ถ้าจะรักษาป่าอย่าห้ามตัดต้นไม้ เพราะจะทำให้ไม้มีราคาแพงขึ้น ยิ่งเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบตัดป่า</strong></em></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"><em><strong>การบริหารจัดการระบบป่าแบบสวีเดน นอกจากปลูกทดแทนแล้ว การตัดต้นไม้แต่ละต้นต้องให้ใช้ประโยชน์สูงสุด </strong></em>เช่น เศษไม้ที่เหลือจะผสมกาวกลายเอาไปใช้ประโยชน์ได้อีก เรียกว่าใช้ประโยชน์ได้ทุกเม็ด</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ด้วยวิถีความเป็นอยู่ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติทำให้คนสวีเดนผูกพันกับธรรมชาติและป่าเขา ป่าทั้งหมดเป็นของสาธารณะ ทุกคนเข้าถึงป่าได้ ท่องเที่ยว สร้างบ้านในป่า เก็บผลผลิตจากป่าได้ แต่ต้องกระทำอย่างเหมาะสม</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">คุณนิธิบอกถึงแง่คิดที่ได้จากการจัดการป่าแบบสวีเดนคือ </span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">หนึ่ง สวีเดนโมเดลสร้างความสำเร็จให้สวีเดน แต่ไทยต้องนำมาปรับใช้แบบไทยโมเดล ตามบริบทของประเทศไทย </span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">สอง ต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ภาครัฐต้องเป็นผู้นำ แต่จะสำเร็จได้ต้องอาศัยภาคเอกชนต้องมีความคิดริเริ่มเรื่องการปลูกป่าอย่างเหมาะสม รวมทั้งภาคประชาสังคม และชาวบ้าน ทุกฝ่ายต้องมีความตระหนักและช่วยกันดูแล </span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">สาม ต้องใช้เทคโนโลยี อย่างธุรกิจบรรจุภัณฑ์หรือเอสซีจีพี ที่มีการใช้ไม้ยูคาลิปตัสเป็นวัตถุดิบหลัก ได้นำระบบการบริหารจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน </span>Forest Stewardship Council (FSC) <span lang="TH">มาใช้กับพื้นที่ปลูกป่าเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมยูคาลิปตัสสายพันธุ์ใหม่ และใช้เทคโนโลยีต่างๆ<b> </b>เช่นโดรนและภาพถ่ายดาวเทียมมาช่วยเพิ่มคุณภาพการปลูก</span></p>
<figure id="attachment_17939" aria-describedby="caption-attachment-17939" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17939 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-17939" class="wp-caption-text">สถาปัตยกรรมไม้ภายในอาคาร</figcaption></figure>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">และสี่ ต้องทำอย่างเป็นระบบ เอสซีจีดำเนินโครงการ<b>รักษ์ภูผาสู่มหานที</b> ตามแนวทาง </span>ESG 4 Plus<b><span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">ทำตั้งแต่เพิ่มการปลูกป่า ตลอดจนสร้างฝายชะลอน้ำแล้ว </span>115,000 <span lang="TH">ฝาย โดยมีเป้าหมายสร้างถึง </span>150,000 <span lang="TH">ฝาย</span>  <span lang="TH">เพราะถ้ามีฝาย ก็จะมีแหล่งน้ำบำรุงป่าให้เติบโต โดยมีชาวบ้านช่วยดูแลด้วยทั้งป่าและฝายเพราะอยู่ในพื้นที่</span><b></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ที่สำคัญคือ การปลูกฝังให้คนรักป่า โดยเฉพาะเด็กๆ คุณนิธิบอกว่า เอสซีจีปลูกป่ามานานกว่า </span>10<span lang="TH"> ปี ปลูกต้นไม้มามากกว่าหนึ่งล้านต้น ทุกวันนี้ผมเริ่มเห็นแสงสว่าง มีคนไม่น้อยที่ชอบแคมปิ้ง เริ่มมีการเดินเทรลเช่นที่เขาใหญ่ เป็นเรื่องของปลูกฝังให้คนรักป่า เพราะการจะทำให้คนรักป่าได้ ต้องใกล้ชิดป่า แต่ด้านความเข้าใจเราต้องช่วยกัน เพราะในความเป็นจริงป่าอยู่อย่างยั่งยืนได้ และเรามีโอกาสที่จะนำป่ากลับคืนมา มีโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากป่าได้ อย่างสวีเดนใช้ประโยชน์จากป่าปีละหลายพันล้านเหรียญ ขณะที่ป่าก็เติบโตไปด้วย เพียงแต่ทุกคนต้องร่วมมือกัน ไม่ดูดาย</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ขณะที่ มร</span>. Aaron <span lang="TH">กล่าวทิ้งท้ายให้คิดว่า สำหรับคนเมืองต้องไม่ลืมว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับป่าไม้มาจากคนเมืองอย่างเราๆ ยิ่งมีความต้องการมากเท่าไร ยิ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมากเท่านั้น ถ้าต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ดี<br aria-hidden="true" />เราต้องมี </span>Mindset <span lang="TH">ที่ดีเช่นกัน.</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/redesign-sustainable-forestry-the-innovative-forest-managemen/">ถอดความสำเร็จสวีเดนโมเดล &#8216;ตัดไม้แต่ได้ป่า&#8217; ประเทศผู้ส่งออกไม้จากป่าอันดับ 3 ของโลก แต่ยังมีพื้นที่ป่าถึง 75% ของประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Jan 2023 10:57:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN BUSINESS]]></category>
		<category><![CDATA[Green Polymer]]></category>
		<category><![CDATA[Mega World Trend]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Air Scrubber​]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Built-in Solar Tile​]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Living Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chian]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ จิตร์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[​เมกะเทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16900</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากการเปิดเผยผลประกอบในปีที่ผ่านมา เอสซีจียอมรับว่า ปี2565 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ต่ำสุดของธุรกิจในรอบ 14-15 ปี เพราะแม้รายได้ของธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ราว7% แต่กำไรกลับลดลลงอย่างมาก แม้จะเดินหน้าลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม โดยผลประกอบการทั้งปี เอสซีจีมีรายได้ 569,609 ล้านบาท ​ขณะที่มีกำไร 21,382 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกำไรทั้งปี ลดลงจากเดิมเกินกว่าครึ่ง หรือ 55% แต่หากเทียบตัวเลขเฉพาะไตรมาสที่ 4 กำไรของบริษัทลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึงมากกว่า 90% เลยทีเดียว คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ปีที่ผ่านมาเป็นการเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท้ังต้นทุนทางด้านพลังงาน รวมท้ังต้นทุนทางการเงินที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบหลายปี รวมทั้งดีมานด์ในตลาดทั่วโลกที่หายไป ทั้งจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซีย รวมท้ังมาตรการเฝ้าระวังโควิดของประเทศจีน​ ประกอบกับวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางมรสุมนี้ ​เอสซีจียังมีความเชื่อว่าจะสามารถรักษาการเติบโตให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากกลุ่มธุริกจพลังงานสะอาด และสินค้าในกลุ่ม Green Business รวมท้ังการเข้าไปลงทุนในตลาดต่างประเท​ศ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความแข็งแรงทางการเงินเป็นอย่างดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/">เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากการเปิดเผยผลประกอบในปีที่ผ่านมา เอสซีจียอมรับว่า ปี2565 ที่ผ่านมา เป็นจุดที่ต่ำสุดของธุรกิจในรอบ 14-15 ปี เพราะแม้รายได้ของธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ราว7% แต่กำไรกลับลดลลงอย่างมาก แม้จะเดินหน้าลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม</p>
<p><span id="more-16900"></span></p>
<p>โดยผลประกอบการทั้งปี เอสซีจีมีรายได้ 569,609 ล้านบาท ​ขณะที่มีกำไร 21,382 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกำไรทั้งปี ลดลงจากเดิมเกินกว่าครึ่ง หรือ 55% แต่หากเทียบตัวเลขเฉพาะไตรมาสที่ 4 กำไรของบริษัทลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึงมากกว่า 90% เลยทีเดียว</p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ปีที่ผ่านมาเป็นการเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากปัญหาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ท้ังต้นทุนทางด้านพลังงาน รวมท้ังต้นทุนทางการเงินที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบหลายปี รวมทั้งดีมานด์ในตลาดทั่วโลกที่หายไป ทั้งจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซีย รวมท้ังมาตรการเฝ้าระวังโควิดของประเทศจีน​ ประกอบกับวัฏจักรปิโตรเคมีขาลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16901 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Info.jpg" alt="" width="800" height="1000" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางมรสุมนี้ ​เอสซีจียังมีความเชื่อว่าจะสามารถรักษาการเติบโตให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน จากกลุ่มธุริกจพลังงานสะอาด และสินค้าในกลุ่ม Green Business รวมท้ังการเข้าไปลงทุนในตลาดต่างประเท​ศ ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน รวมทั้งการรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีความแข็งแรงทางการเงินเป็นอย่างดี ด้วยจำนวนกระแสเงินสดในธุรกิจมากกว่า 95,000 ล้านบาท</p>
<p>ทั้งนี้ เอสซีจีมีแผนลงทุนต่อเนื่องในปีนี้ ด้วยงบลงทุนราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่ง 50% จะใช้ในการลงทุนต่อเนื่องในเวียดนาม เพื่อให้สามารถเริ่มเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ภายในปีนี้ ขณะที่การขับเคลื่อนแต่ละ Business Unit ในปีนี้ มีทิศทางในการขับเคลื่อนดังนี้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>​กลุ่มธุรกิจพลังงาน</strong></span></p>
<p><strong>คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี มองว่า ปัญหาวิกฤตพลังงานถือว่าค่อนข้างหนักในปีที่ผ่านมา ซึ่งต้นทุนพลังงานคาดว่าจะเป็นปัญหาในระยะยาว  ​แต่ในวิกฤตยังมีโอกาสสำคัญสำหรับเอสซีจี จากการหันมาขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น ด้วยระบบเครือข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid ที่มีกำลังผลิต 234 เมกะวัตต์ สำหรับนิคมอุตสาหกรรม เครือข่ายโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล ล่าสุดติดตั้งแล้วที่กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน บางปะกง เชื่อมโยงพลังงานสะอาดระหว่าง 10 บริษัท ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้ 30%​ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 3,670 ตันคาร์บอน ​โดยปี 2565 เอสซีจีเพิ่มสัดส่วนใช้เชื้อเพลิงทดแทน 34% จาก 26% ในปีก่อนหน้า</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 194 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจาก 130 เมกะวัตต์ในปีก่อน ​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมทั้งกำลังพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์คาร์บอน (Carbon Capture and Utilization &#8211; CCU) จากการผลิตปูนซีเมนต์ในไทยและอาเซียน เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCG2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่มธุรกิจ Green Polymer </strong></span></p>
<p><strong>คุณธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ <strong>บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC </strong>กล่าวว่า​ บริษัทเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรักษ์โลก “<strong>SCGC GREEN POLYMERTM</strong>” ต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดโลก มียอดขายกว่า 140,000 ตัน เติบโตกว่า 5 เท่า ในปีที่ผ่านมา​ พร้อมทั้งการขยายเข้าสู่ธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกครบวงจร โดยนำร่องก่อนในยุโรป ด้วยความพร้อมทั้งของวัตถุดิบ ดีมานด์ในตลาด รวมทั้งบริบททางกฏระเบียบต่างๆ ที่เอื้อต่อการเติบโต โดยบริษัทได้ลงนามซื้อกิจการของคราส (Kras) ผู้นำด้าน Waste Management ของเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งในธุรกิจ Green Polymer ของโปรตุเกส เพื่อสามารถนำเทคโนโลยี นวัตกรรมระดับโกลบอลมาปรับใช้ในภูมิภาคและในประเทศได้ในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้ SCGC วางทิศทางในการขับเคลื่อนนวัตกรรม 4 แนวทาง ได้แก่<strong> Redcue</strong> เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกลงได้ แต่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้ <strong>Recyclable</strong> การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น<strong>  Recycle </strong>การเข้ามาขับเคลื่อนในในธุรกิจพลาสติกรีไซเคิล รวมทั้งการศึกษาแนวทางด้าน<strong>Renewable Plastic</strong> อีกด้วย โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในการผลิต Green Polymer ให้ได้ถึง 1 ล้านตัน ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/SCGC.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่ม Smart living </strong></span></p>
<p>ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างสูง โดย <strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า จะโฟกัสด้านโซลูชั่นในการประหยัดพลังงานสำหรับกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะโซลูชันเพื่อประหยัดพลังงานและค่าไฟ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดในช่วงค่าไฟปรับตัวสูง โดยในปี 2565 เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า​ 40%  อาทิ <strong>SCG Air Scrubber​</strong> นวัตกรรมประหยัดพลังงานระดับโลก สำหรับอาคารขนาดใหญ่ ศูนย์ประชุม หรือห้างสรรพสินค้า มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงานได้ถึง 20-30% ติดตั้งแล้ว 7 อาคารขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์การค้า Terminal 21 สาขาพัทยา, Kloud by Kbank สยามสแควร์  ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี จึงจะมีโครงการลงทุนขยายรุ่นสินค้าตามความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ได้พัฒนา ​SCG Built-in Solar Tile​ นวัตกรรมแผงโซลาร์สำหรับหลังคาบ้านสไตล์โมเดิร์น ที่ออกแบบเนียนเรียบไปกับผืนหลังคา ช่วยลดค่าไฟได้ถึง 60% ซึ่งนอกจากฟังก์ชันด้านพลังงาน ยังตอบด้านความสวยง​ามอีกด้วย ​ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงจากจำนวนบ้านเรือนอยู่อาศัยที่มีหลายล้านหลังคาเรือน ​</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16902 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Solar-Roof.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>สินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม</strong></span></p>
<p><strong>คุณวิชาญ จิตร์ภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <strong>บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP</strong> กล่าวว่า​ SCGP กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มโซลูชันบรรจุภัณฑ์ ตั้งงบลงทุนและค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในปี 2566 รวม 800 ล้านบาท โดยพัฒนานวัตกรรม “เส้นใยนาโนเซลลูโลส” จากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์อาหาร พร้อมขยายไปยังอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ และวัสดุคอมโพสิต รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สู่การปลูกพืชและสมุนไพรมูลค่าสูง ตลอดจนมุ่งพัฒนาวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาเป็นพลังงานหมุนเวียน โดยอยู่ระหว่างการพัฒนา “เทคโนโลยี Torrefaction” เพื่อใช้พลังงานชีวมวล (Biomass) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เสริมการดำเนินงานด้าน ESG</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/scg-business-direction-2023-how-survive-from-mega-crisis/">เอสซีจี รับธุรกิจผ่านช่วงต่ำสุด กำไรร่วง 90% หันโฟกัสธุรกิจใหม่ &#8216;พลังงานสะอาด -สินค้ากรีน&#8217;  ตอบเทรนด์โลก ช่วยหนีวิกฤตซ้อนวิกฤต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภาลัย จับมือเอสซีจี ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียว สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พิชิตเป้าหมายลดคาร์บอน 25% ใน 3 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/supalai-join-partner-drive-low-carbon-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2022 05:48:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Green Choice]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14382</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศุภาลัย บริษัทอสังหาฯ ชั้นนำ ผนึกกำลังพันธมิตรยักษ์ใหญ่ เอสซีจี ชูนวัตกรรมการใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้รับฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ เพื่อสร้างสรรค์โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยลดโลกร้อน สู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยคำถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการ เช่นการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ให้เป็นร่มเงาจากธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัย ภายใต้แนวคิด Green Design เน้นการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2565 นี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายใน 3 ปี (ปี 2565-2567) เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการลดก๊าซเรือนกระจก และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก พร้อมร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่มีนโยบายดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางเอสซีจี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/supalai-join-partner-drive-low-carbon-society/">ศุภาลัย จับมือเอสซีจี ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียว สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พิชิตเป้าหมายลดคาร์บอน 25% ใน 3 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ศุภาลัย บริษัทอสังหาฯ ชั้นนำ ผนึกกำลังพันธมิตรยักษ์ใหญ่ เอสซีจี ชูนวัตกรรมการใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้รับฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ เพื่อสร้างสรรค์โครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยลดโลกร้อน สู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-14382"></span></p>
<p><strong>คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาที่อยู่อาศัย พร้อมแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG มาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเข้าไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยคำถึงการออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการ เช่นการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ให้เป็นร่มเงาจากธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัย ภายใต้แนวคิด Green Design เน้นการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>โดยในปี 2565 นี้บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 25% ภายใน 3 ปี (ปี 2565-2567) เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐในการลดก๊าซเรือนกระจก และเป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก พร้อมร่วมกับพันธมิตรธุรกิจที่มีนโยบายดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งทางเอสซีจี เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ที่เป็นพันธมิตรธุรกิจของศุภาลัยมาอย่างยาวนาน โดยมีนวัตกรรมการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการรับรองฉลากเอสซีจี กรีนชอยส์ ทั้งนี้ ศุภาลัยถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ได้รับโล่เกียรติคุณ SCG Green Choice Sustainable Leader ซึ่งแสดงถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14384 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Supalai2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>บริษัทฯ มุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่ประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน ประหยัดทรัพยากรและยืดอายุการใช้งานของวัสดุในการพัฒนาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัยทั่วประเทศกว่า 100 โครงการ รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2565 นี้จำนวน 34 โครงการ และโครงการใหม่ในปีหน้าอีกด้วย เนื่องจากทำให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมของศุภาลัย สามารถประหยัดค่าน้ำประปา อาทิเช่น การเลือกใช้ก๊อกน้ำและสุขภัณฑ์ คอตโต้ ช่วยลดการใช้น้ำในครัวเรือนได้ถึง 516,787,053 ลิตรต่อปี</p>
<p>นอกจากนี้บริษัทฯ และลูกบ้านของศุภาลัย ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตวัสดุ 564 ตัน เทียบเท่าปริมาณการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 47,000 ต้นภายใน 1 ปี ด้วยการใช้วัสดุคอนกรีตรักษ์โลก ซีแพค อิฐมวลเบา คิวคอน และไม้เชิงชาย เอสซีจี ขณะที่กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง เซรามิก กระเบื้องเกรซพอสเลน กระเบื้องโมเสก คอตโต้ ช่วยประหยัดน้ำจากการผลิตวัสดุ 7,650,132 ลิตร อีกทั้งฉนวนกันความร้อน เอสซีจี ทดแทนการใช้ทรายธรรมชาติ กระเบื้องหลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่นซีแพค ทดแทนการใช้ปูนซีเมนต์ โครงหลังคาสำเร็จรูป เอสซีจี ประหยัดการใช้เหล็ก ทั้งนี้การใช้วัสดุต่างๆ ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละโครงการของศุภาลัย</p>
<p><strong>คุณนิธิ ภัทรโชค</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี ในฐานะของบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งใน Value ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งบริการ และโซลูชั่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าผ่านกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน ยืดอายุการใช้งาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน รวมถึงเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย ผ่านการรับรองด้วยฉลาก “SCG Green Choice” เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต อาทิ คอนกรีตรักษ์โลก อิฐมวลเบา และไม้เชิงชาย เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14385 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/Supalai3.jpg" alt="" width="1200" height="728" /></p>
<p>ความมุ่งมั่นร่วมกันในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมก่อสร้างให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้เติบโตยั่งยืน ควบคู่กับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/supalai-join-partner-drive-low-carbon-society/">ศุภาลัย จับมือเอสซีจี ขับเคลื่อนนวัตกรรมที่อยู่อาศัยสีเขียว สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พิชิตเป้าหมายลดคาร์บอน 25% ใน 3 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้สูงวัย 19 ล้านคน มากพอที่จะทำ CSV ตอนนี้หรือไม่?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/03/mahidol-u-scg-eldercare-solution-csv/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Mar 2018 01:37:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Eldercare Solution]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นิธิ ภัทรโชค]]></category>
		<category><![CDATA[ปราโมทย์ ประสาทกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ความรู้สูงวัย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=2104</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปี 2548 มีอยู่ 6 ล้านคนเศษ เรื่องความเป็นอยู่ทั่วไป สุขภาพอนามัย ควรที่จะได้เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ และจะต้องพัฒนาให้ทันกับการเพิ่มที่รวดเร็วของคนสูงอายุในอนาคต สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เผยงานวิจัย “ประชากรไทยในอนาคต” * เมื่อการเพิ่มขึ้นของประชากรไทยช้าลงแต่ผู้สูงอายุกลับเพิ่มเร็วขึ้น ปี พ.ศ. 2565 ดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่ประชากรไทยถึงจุดอิ่มตัว อัตราเกิดจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอัตราตาย ทำให้อัตราการเพิ่มของประชากรใกล้เคียงกับศูนย์ จำนวนเกิดในแต่ละปีพอ ๆ กับจำนวนตายหลังจากนั้น เป็นไปได้ว่าอัตราเพิ่มประชากรจะติดลบคือต่ำกว่าศูนย์บ้างเล็กน้อย ทำให้จำนวนประชากรแต่ละปีลดลง การที่ประชากรไทยในอนาคตเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จนอิ่มตัวแล้วลดลงนั้น เป็นผลเนื่องมาจากภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดต่ำลงและคนไทยมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีก ลักษณะเช่นนี้ทำให้โครงสร้างอายุของประชากรเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน  และการที่จำนวนประชากรวัยเด็กจะลดลงอย่างมากจะมีผลทำให้จำนวนประชากรในวัยเรียน (อายุ 6 – 21 ปี) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 16 ล้านคนในปี พ.ศ. 2548 เป็น 11 ล้านคนในปี พ.ศ. 2578 คงจะเป็นการกล่าวไม่ผิดนัก หากจะบอกว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความใส่ใจในกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นในทุกๆ มิติ โดยทุกเรื่องควรจะต้องมีงานวิจัยเป็นพื้นฐานรองรับ เพื่อสร้างสินค้าและการบริการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/mahidol-u-scg-eldercare-solution-csv/">ผู้สูงวัย 19 ล้านคน มากพอที่จะทำ CSV ตอนนี้หรือไม่?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>เป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากปี 2548 มีอยู่ 6 ล้านคนเศษ เรื่องความเป็นอยู่ทั่วไป สุขภาพอนามัย ควรที่จะได้เริ่มกันตั้งแต่วันนี้ และจะต้องพัฒนาให้ทันกับการเพิ่มที่รวดเร็วของคนสูงอายุในอนาคต</h4>
<p><span id="more-2104"></span></p>
<p><strong>สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล</strong> เผยงานวิจัย <a href="http://www.ipsr.mahidol.ac.th/IPSR/AnnualConference/ConferenceII/Article/Article02.htm" target="_blank" rel="noopener"><strong>“ประชากรไทยในอนาคต”</strong> </a><strong>*</strong> เมื่อการเพิ่มขึ้นของประชากรไทยช้าลงแต่ผู้สูงอายุกลับเพิ่มเร็วขึ้น ปี พ.ศ. 2565 ดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่ประชากรไทยถึงจุดอิ่มตัว อัตราเกิดจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับอัตราตาย ทำให้อัตราการเพิ่มของประชากรใกล้เคียงกับศูนย์ จำนวนเกิดในแต่ละปีพอ ๆ กับจำนวนตายหลังจากนั้น เป็นไปได้ว่าอัตราเพิ่มประชากรจะติดลบคือต่ำกว่าศูนย์บ้างเล็กน้อย ทำให้จำนวนประชากรแต่ละปีลดลง</p>
<p>การที่ประชากรไทยในอนาคตเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ จนอิ่มตัวแล้วลดลงนั้น เป็นผลเนื่องมาจากภาวะเจริญพันธุ์ที่ลดต่ำลงและคนไทยมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีก ลักษณะเช่นนี้ทำให้โครงสร้างอายุของประชากรเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน  และการที่จำนวนประชากรวัยเด็กจะลดลงอย่างมากจะมีผลทำให้จำนวนประชากรในวัยเรียน (อายุ 6 – 21 ปี) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 16 ล้านคนในปี พ.ศ. 2548 เป็น 11 ล้านคนในปี พ.ศ. 2578</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2109 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG6.jpg" alt="" width="450" height="574" /></p>
<p>คงจะเป็นการกล่าวไม่ผิดนัก หากจะบอกว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความใส่ใจในกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นในทุกๆ มิติ โดยทุกเรื่องควรจะต้องมีงานวิจัยเป็นพื้นฐานรองรับ เพื่อสร้างสินค้าและการบริการ ก่อนจะส่งต่อความรู้เกี่ยวกับผู้สูงวัย และลูกหลานที่เป็นคนดูแล เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายปลอดภัย และมีความสุข</p>
<h5>ความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และเอสซีจี เปิดตัว “ศูนย์ความรู้สูงวัย” รองรับสังคมผู้สูงอายุ เพื่อสุขภาวะที่ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ถือเป็นความร่วมมือส่งต่อความรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายและผู้เกี่ยวข้อง</h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2107 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG-4.jpg" alt="" width="500" height="334" /></p>
<p><em>“อีกไม่นานประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นับเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความห่วงใยในพสกนิกรของพระองค์ ด้วยตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของผู้สูงอายุ และเพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการรักษาโรคแก่ผู้ป่วยทุกกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีโรคเฉพาะทางที่จำเป็นต้องให้การรักษาอย่างถูกต้อง และใส่ใจเป็นพิเศษ จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนางานวิจัย เพื่อให้เกิดองค์ความรู้เฉพาะทางสำหรับกลุ่มผู้ป่วยสูงวัย โดยได้รับความร่วมมือจากเอสซีจีต่อยอดจากงานวิจัย ในการผนวกองค์ความรู้ทั้งด้านการแพทย์และด้านการอยู่อาศัยเข้าด้วยกัน จัดตั้งเป็น ศูนย์ความรู้สูงวัย”</em></p>
<p><strong>ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา</strong> คณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ขยายความต่อว่า การร่วมมือกันจัดตั้งเป็น <strong>“ศูนย์ความรู้สูงวัย”</strong> นอกจากจะให้บริการและรักษาผู้ป่วยได้ครบวงจรมากขึ้น อันเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรของโรงพยาบาล ผู้ป่วย และญาติ ได้มีพื้นที่ที่สามารถมาทดลองและฝึกปฏิบัติจริง ถือเป็นการเตรียมตัวก่อนออกจากโรงพยาบาลไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองที่บ้านอย่างไม่ติดขัดแล้ว ยังถือเป็นการเผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนทั่วไปอีกด้วย โดยมุ่งหวังให้ผู้สูงอายุได้มีสุขภาวะที่ดีในสภาพแวดล้อมที่จัดเตรียมไว้อย่างเหมาะสม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-2111 " src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG-2.jpg" alt="" width="500" height="298" /></p>
<p>หากพลิกหนังสือ <strong>“คู่มือความรู้ผู้สูงวัย”</strong> โดยศิริราช และเอสซีจี ก็จะพบเรื่องจะต้องระมัดระวังให้หนักคือ <strong>“การหกล้มของผู้สูงวัย ”</strong> ซึ่ง ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ก็ได้พูดเรื่องนี้อยู่หลายครั้งระหว่างการให้ข้อมูล เนื่องจากการหกล้มของผู้สูงอายุเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อสะโพกเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม ข้อนิ้วเท้าเสื่อม ทั้งหมดเป็นข้อต่อกระดูกส่วนล่างตั้งแต่สะโพลงไป ซึ่งจะมีความยาลำบากต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก โดยเฉพาะเรื่องการเดิน</p>
<p><em>“เมื่อผู้สูงอายุหกล้ม ร่ายกายไม่เหมือนเดิม อาจจะกระดูกหัก อาจจะจะมีโรคอื่นๆ ตามมา ที่อาจจะตามมาจากผลข้างเคียงของการทานยา ก็เป็นได้ ซึ่งถ้าคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุ เข้าใจเรื่องนี้ จะช่วยดูแลได้ดีขึ้น”</em></p>
<p><strong>นิธิ ภัทรโชค</strong> Vice President-Building Products and Distribution Business เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า ข้อมูลทางการแพทย์ที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น เป็นเรื่องเดียวกันกับเอสซีจีให้ความสำคัญเรื่องผู้สูงอายุมาโดยตลอด มีการต่อยอดและพัฒนาความรู้ด้านนวัตกรรมที่อยู่อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการศึกษาวิจัยเชิงลึกเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุ</p>
<p><em>“เอสซีจี ได้เปิดตัว SCG Eldercare Solution ตั้งแต่ปี 2557 เน้นการสร้างนวัตกรรมและบริการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง อย่างอิสระ สะดวกปลอดภัย และมีสุขภาวะที่ดี ภายในบ้านร่วมกับสมาชิกภายในครอบครัว และในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุคอยให้บริการ ให้คำปรึกษาแก่ผู้สูงวัยและครอบครัว ในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม การเตรียมความพร้อมรองรับการกลับไปพักฟื้นที่บ้านให้กับผู้สูงอายุ รวมถึงญาติ และผู้ดูแล”</em></p>
<figure id="attachment_2108" aria-describedby="caption-attachment-2108" style="width: 500px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-2108" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/03/SD-Thailand-Mahidol-SCG-5JPG.jpg" alt="" width="500" height="333" /><figcaption id="caption-attachment-2108" class="wp-caption-text">การออกแบบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในห้องน้ำ</figcaption></figure>
<p><strong>นิธิกล่าวต่อเนื่องถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพิ่มเติมตั้งปีที่แล้วคือ IoT เช่นลูกๆ สามารถรู้ได้ผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนว่า พ่อแม่ลุกเข้าห้องน้ำกลางคืนกี่ครั้ง ซึ่งจะเป็นข้อมูลให้ทราบว่านอนเพียงพอหรือไม่ หรือีปัญหาเรื่องปัสสาวะหรือไม่ ฯลฯ โดยทุกครั้งที่ลุกจากเตียง เมื่อเท้าแตะพื้นห้องนอน ระบบไฟพื้นจะสว่างขึ้นทันที เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุเดินได้ง่ายขึ้น และขณะนี้กำลังนำ AI เข้ามาใ้ช้ร่วมด้วย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลด้านการแพทย์จากศิริราช เพื่อตอบโจทย์ ทำอย่างไรในการป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย หรือเมื่อเกิดการหกล้อม มีอันตรายน้อยลง</strong></p>
<p>การเปิดตัว <strong>“ศูนย์ความรู้สูงวัย”</strong> และ <strong>“คู่มือความรู้ผู้สูงวัย”</strong> โดยศิริราชและเอสซีจี ถือเป็นมิติใหม่ที่บูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์และที่อยู่อาศัย เกิดจากความร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชน ทั้งในเชิงลึกและเชิงกว้าง พร้อมรับมือกับโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างรู้เท่าทัน เพื่อต่อยอดและบูรณาการองค์ความรู้ให้เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในประเทศไทย จะต้องสร้างคุณค่าร่วม (CSV) ให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ญาติ ผู้ดูแล และประชาชนทั่วไปด้วย</p>
<p><strong>หมายเหตุ</strong><br />
<strong>*ประชากรไทยในอนาคต</strong><br />
&#8211;<strong>ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์</strong> ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล<br />
&#8211;<strong>ปราโมทย์ ประสาทกุล</strong> ศาสตราจารย์ ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล</p>
<p><strong>ข่าวเกี่ยวเนื่อง</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://sdthailand.com/2017/11/sd-the-nest-good-home/" target="_blank" rel="noopener">SD ต้องเริ่มจากอะไร : The NEST Smart Eco-Care อธิบายนิยาม Good Home</a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/03/mahidol-u-scg-eldercare-solution-csv/">ผู้สูงวัย 19 ล้านคน มากพอที่จะทำ CSV ตอนนี้หรือไม่?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
