<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 19 May 2018 00:18:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การกลับมาของมหาเธร์ : ดีต่อการพัฒนามาเลเซียอย่างยั่งยืนหรือไม่?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/05/mahathir-92-is-back-sustain-or-not/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 May 2018 17:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Deforesting Malaysia: The political economy and social ecology of agricultural expansion and commercial logging]]></category>
		<category><![CDATA[Jomo Kwame Sundaram]]></category>
		<category><![CDATA[Mahathir is back]]></category>
		<category><![CDATA[Najib Razak]]></category>
		<category><![CDATA[Pakatan]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Sindicatum Sustainable Resource]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าไม้]]></category>
		<category><![CDATA[มหาเธร์]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=3123</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพข้างต้น เป็นภาพทางอากาศของสวนปาล์มน้ำมันในประเทศมาเลเซีย อุตสาหกรรมนี้มักถูกกล่าวหาว่าเป็นเพราะการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมายซึ่งคิดเป็นร้อยละ 18 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด คนทั้งโลกต่างช็อกกันเป็นแถว เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีวัย 92 ปี ชนะการเลือกตั้งประเด็นการกลับคืนสู่อำนาจ มีความหมายต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างไร ตัน ศรี ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด ได้ทวงคืนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซียที่เขาเคยดำรงมาเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษ หลังจากการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยพรรค Pakatan Harapan สามารถยุติบทบาทการปกครองของนาจิบ ราซัค ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลที่ทุจริตและปกครองไม่เป็นธรรม แต่การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเป็นอย่างไร? การกลับมาของมหาเธร์ครั้งนี้ จะหมายถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวให้มาเลเซียเพิ่มขึ้น หรือตรงกันข้าม? จากการบันทึกด้านการพัฒนาทียั่งยืนของมหาเธร์นั้น อาจไม่ได้มีเหตุผลมากมายที่จะทำให้นักสิ่งแวดล้อมเทใจให้ได้ นับตั้งแต่ภายใต้การบริหารของเขาตั้งแต่ปี ค.ศ.1981–ค.ศ.2003 พบว่ามาเลเซียสูญเสียพื้นที่ป่าประมาณ 5 ล้านเอเคอร์หรือประมาณ 69 เท่าของขนาดประเทศสิงคโปร์ ในเวลานั้นมหาเธร์ เคยตอบจดหมายถึงเด็กชายชาวอังกฤษวัย 10 ขวบเมื่อปี 1987 แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่มีต่อการตัดไม้ทำลายป่าโดยได้กล่าวไว้ว่า “การตัดไม้ในมาเลเซีย ที่เป็นผลมาจากการขายไม้ซุงนั้น เป็นเรื่องที่น่าละอายเป็นอย่างมากหรืออย่างไร?” เขายังชี้ให้เห็นถึงสมัยที่มาเลเซียถูกปกครองโดยรัฐบาลอังกฤษว่า พื้นที่ป่ากว่าล้านเอเคอร์ถูกเผาเพื่อนำมาทำสวนยาง และอุตสาหกรรมไม้ซุงนี้ยังมีส่วนช่วยให้คนจนกว่าหมื่นชีวิตในมาเลเซียมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น “ดังนั้น หนูคิดว่าพวกเขาควรกลับไปจน เพียงเพราะหนูอยากศึกษาด้านสัตว์ป่าเขตร้อนชื้นเท่านั้นหรือ?” นอกจากนี้ ในจดหมายยังได้ระบุถึงอุทยานแห่งชาติมาเลเซีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/mahathir-92-is-back-sustain-or-not/">การกลับมาของมหาเธร์ : ดีต่อการพัฒนามาเลเซียอย่างยั่งยืนหรือไม่?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #ff0000;">ภาพข้างต้น เป็นภาพทางอากาศของสวนปาล์มน้ำมันในประเทศมาเลเซีย อุตสาหกรรมนี้มักถูกกล่าวหาว่าเป็นเพราะการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมายซึ่งคิดเป็นร้อยละ 18 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด</span></h4>
<p><span id="more-3123"></span></p>
<p>คนทั้งโลกต่างช็อกกันเป็นแถว เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีวัย 92 ปี ชนะการเลือกตั้งประเด็นการกลับคืนสู่อำนาจ มีความหมายต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างไร</p>
<p><strong>ตัน ศรี ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด</strong> ได้ทวงคืนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซียที่เขาเคยดำรงมาเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษ หลังจากการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยพรรค Pakatan Harapan สามารถยุติบทบาทการปกครองของนาจิบ ราซัค ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นรัฐบาลที่ทุจริตและปกครองไม่เป็นธรรม</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">แต่การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะเป็นอย่างไร? </span><br />
<span style="color: #ff0000;">การกลับมาของมหาเธร์ครั้งนี้ จะหมายถึงการสร้างพื้นที่สีเขียวให้มาเลเซียเพิ่มขึ้น หรือตรงกันข้าม?</span></h5>
<p>จากการบันทึกด้านการพัฒนาทียั่งยืนของมหาเธร์นั้น อาจไม่ได้มีเหตุผลมากมายที่จะทำให้นักสิ่งแวดล้อมเทใจให้ได้ นับตั้งแต่ภายใต้การบริหารของเขาตั้งแต่ปี ค.ศ.1981–ค.ศ.2003 พบว่ามาเลเซียสูญเสียพื้นที่ป่าประมาณ 5 ล้านเอเคอร์หรือประมาณ 69 เท่าของขนาดประเทศสิงคโปร์</p>
<p>ในเวลานั้นมหาเธร์ เคยตอบจดหมายถึงเด็กชายชาวอังกฤษวัย 10 ขวบเมื่อปี 1987 แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่มีต่อการตัดไม้ทำลายป่าโดยได้กล่าวไว้ว่า</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #993300;"><em>“การตัดไม้ในมาเลเซีย ที่เป็นผลมาจากการขายไม้ซุงนั้น เป็นเรื่องที่น่าละอายเป็นอย่างมากหรืออย่างไร?”</em></span></h5>
<p>เขายังชี้ให้เห็นถึงสมัยที่มาเลเซียถูกปกครองโดยรัฐบาลอังกฤษว่า พื้นที่ป่ากว่าล้านเอเคอร์ถูกเผาเพื่อนำมาทำสวนยาง และอุตสาหกรรมไม้ซุงนี้ยังมีส่วนช่วยให้คนจนกว่าหมื่นชีวิตในมาเลเซียมีชีวิตการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><em>“ดังนั้น หนูคิดว่าพวกเขาควรกลับไปจน เพียงเพราะหนูอยากศึกษาด้านสัตว์ป่าเขตร้อนชื้นเท่านั้นหรือ?”</em></span></h5>
<p>นอกจากนี้ ในจดหมายยังได้ระบุถึงอุทยานแห่งชาติมาเลเซีย ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และสัตว์ต่างๆ ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการตัดไม้และฆ่าสัตว์ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">“ทุกครั้งที่เราเข้าป่าเพื่อตัดไม้ เราก็จะตัดเฉพาะต้นที่มีอายุสมควรแก่การตัดเท่านั้น ขณะเดียวกัน เรายังปลูกต้นไม้ทดแทนไปด้วย”</span></h5>
<p>นับจากนั้นเป็นต้นมา มาเลเซียล้มเหลวในการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับว่าด้วยการปกป้องสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้บริษัทไม้ซุงในรัฐซาราวัคไม่ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามการตัดไม้อย่างผิดกฎหมายและยังคงรุกล้ำโค่นต้นไม้ในพื้นที่ป่าสงวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทำลายระบบความหลากหลายทางชีวภาพของมาเลเซียกินพื้นที่เป็นวงกว้าง ส่วนพรรคที่บริหารมาเลเซียก่อนหน้านี้ ได้ดำเนินการเฉพาะเมื่อถึงฤดูที่เมฆหมอกควันลอยผ่านไปยังคาบสมุทรมาเลเซียเท่านั้น</p>
<p>พลังงานทดแทนถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับมหาเธร์ เมื่อมาเลเซียถือว่าเป็นประเทศที่มีตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ใหญ่เป็นอันดับสามในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ แต่แทบจะไม่ได้ยินชื่อเสียงด้านนี้เลย กอปรกับ <strong>Assaad Razzouk</strong> หัวหน้าฝ่ายบริหารด้านพลังงานสะอาดแห่งบริษัท Sindicatum Sustainable Resource ได้ชี้ให้เห็นจำนวนการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในมาเลเซียลดลงในปีที่ผ่านมา นี่เป็นเพราะส่วนหนึ่งของการสิ้นสุดของอัตราค่า FIT ที่อนุญาตให้เจ้าของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขายพลังงานของพวกเขากลับคืนสู่ระบบไฟฟ้า</p>
<p><strong>คุณหมอสั่งอะไร</strong></p>
<p>นโยบายการปกป้องสิ่งแวดล้อม อาจจะเกิดขึ้นมาจากภูมิหลังทางการแพทย์ของ มหาเธร์ กล่าวคือ มลภาวะทางอากาศสามารถลดลงได้จากการควบคุมสภาพจราจรและการลงทุนระบบขนส่งมวลชน แต่เพราะว่าเขามองเห็นอนาคตของรถ Proton ซึ่งถือเป็นรถยนต์ยี่ห้อแรกที่ผลิตโดยบริษัทท้องถิ่นมาเลเซียที่มีราคาไม่แพง</p>
<p>ดังนั้น อากาศบริสุทธิ์ในเมืองต่างๆ ของมาเลเซียจึงอาจจะเป็นเพียงแค่ความฝันว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 45% ภายในปี 2030 หลังจากได้มีข้อตกลงด้านสภาพอากาศแห่งกรุงปารีสเมื่อปี 2015 แล้วมหาเธร์จะยังคงรักษาคำมั่นนี้ไว้หรือไม่?</p>
<p>ในทางกลับกัน นาจิบมีความมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณคาร์บอนด้วยการล็อคคาร์บอนไว้ในพื้นที่ป่าฝนของประเทศจำนวน 20.3 ล้านเอเคอร์ ซึ่งสามารถดูดซับคาร์บอนได้ประมาณ 31% ของคาร์บอนทั้งประเทศ</p>
<p>ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม Datuk Derri Dr. James Dawos Mamit กล่าวว่า <strong><em>“การลดความเข้มของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามเป้า 40% นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้ หรือเราอาจจะทำสำเร็จแล้วก็ได้จากการดูดซับของต้นไม้ที่มีอยู่ในประเทศของเรา”</em></strong></p>
<p>ตามการรายงานของคณะกรรมการน้ำมันปาล์มแห่งชาติมาเลเซีย (MPOC) รายงานว่า อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ของมาเลเซียสามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนได้ โดยพื้นที่กว่า 5 ล้านเอเคอร์ปกคลุมไปด้วยสวนปาล์มทีเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ และแม้ว่านักสิ่งแวดล้อมอาจไม่ยอมรับการปล่อยมลพิษที่เกิดขึ้นจากการผลิตน้ำมันปาล์ม แต่การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากน้ำมันปาล์มนั้น ยังเป็นแหล่งพลังงานทดแทนที่สำคัญ</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;">ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่ามหาเธร์จะเคารพคำปฏิญาณ ในการให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ทดแทน และสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ให้คำปฏิญาณไว้หรือไม่</span></h4>
<p>การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะเป็นลางดีสำหรับการบังคับใช้กฎหมายในมาเลเซียก็เป็นไปได้ โดยหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการออกนโยบายในการปกป้องสิ่งแวดล้อม หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ของมหาเธร์จะทำหน้าที่ในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศด้วยเช่นกัน และเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรามองโลกในแง่ดีต่อมหาเธร์ก็คือการได้เห็น Jomo Kwame Sundaram นักเศรษฐศาสตร์ที่สนใจด้านสิ่งแวดล้อมและผู้เขียนหนังสือเรื่อง Deforesting Malaysia: The political economy and social ecology of agricultural expansion and commercial logging (การทำลายป่าในมาเลเซีย: เศรษฐศาสตร์การเมืองและนิเวศวิทยาสังคมของการขยายเกษตรกรรมและการตัดป่าเชิงพาณิชย์) เป็นส่วนหนึ่งของทีมปรึกษาของมหาเธร์ก่อนที่เขาจะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม คนมาเลเซียส่วนใหญ่ที่เลือกพรรค Pakatan มีแรงผลักดันมาจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นและการทุจริตที่เกิดจากรัฐบาลก่อนหน้านี้เป็นหลัก ไม่ได้เลือกเพราะปัญหาสิ่งแวดล้อม แล้วใครละที่เป็นผู้รับผิดชอบในการให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน? แม้ว่าประชาธิปไตยจะมีชัยชนะ แต่ความยั่งยืนก็อาจจะถูกกลืนไปกับประเด็นทางการเมืองก็เป็นไปได้</p>
<p>ที่มา</p>
<ul>
<li><a href="http://www.eco-business.com/opinion/mahathir-is-backgood-news-or-bad-for-sustainability-in-malaysia/" target="_blank" rel="noopener">eco-business.com, Thomas Tang</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/mahathir-92-is-back-sustain-or-not/">การกลับมาของมหาเธร์ : ดีต่อการพัฒนามาเลเซียอย่างยั่งยืนหรือไม่?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
