<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นโยบายด้านความยั่งยืนของจีน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 18 Aug 2025 13:46:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>นโยบายด้านความยั่งยืนของจีน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่อง &#8216;นโยบายด้านความยั่งยืนของจีน&#8217; ​How to ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ให้แข็งแกร่งพร้อม​สิ่งแวดล้อมยังสมบูรณ์ ​​และ 6 แนวทาง &#8216;ไทย- จีน&#8217; สร้างเศรษฐกิจสีเขียวร่วมกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/china-and-thailand-driving-a-sustainable-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Aug 2025 13:35:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[How to]]></category>
		<category><![CDATA[SDG]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[The Future of Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืนของจีน]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสัมพันธ์ไทย-จีน]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายด้านความยั่งยืนของจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เจียง เหว่ย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจจีน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย-จีน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35586</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศจีน ในฐานะตลาดขนาดใหญ่ของโลก ด้วย​มูลค่า​เศรษฐกิจรวมเกือบ 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการนำเข้าต่อปีมากกว่า 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน มูลค่ารวมเกือบ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ​​ ขณะเดียวกัน ยังถือว่า​เป็นตลาดที่มีผู้บริโภคหลากหลายและมีความเฉพาะตัว แต่ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมของจีน กำลังมุ่งสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเชิงอัจฉริยะ ​​ซึ่งล้วนเป็นโอกาสของผู้ประกอบการจากทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยในการนำแนวคิด นโยบาย และวิธีการขับเคลื่อน รวมทั้งสร้างความร่วมมือเพื่อผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ​จีน​ มร.เจียง เหว่ย อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ &#8216;สู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน : ความร่วมมือจีน-ไทยในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน&#8217;(Sustainable Shared Future  : China &#38; Thailand Driving a Sustainable Business) จากเวที TCP Sustainability Forum 2025 ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด &#8216;Sustainable Growth: The Future of [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/china-and-thailand-driving-a-sustainable-business/">ส่อง &#8216;นโยบายด้านความยั่งยืนของจีน&#8217; ​How to ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ให้แข็งแกร่งพร้อม​สิ่งแวดล้อมยังสมบูรณ์ ​​และ 6 แนวทาง &#8216;ไทย- จีน&#8217; สร้างเศรษฐกิจสีเขียวร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศจีน ในฐานะตลาดขนาดใหญ่ของโลก ด้วย​มูลค่า​เศรษฐกิจรวมเกือบ 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการนำเข้าต่อปีมากกว่า 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน มูลค่ารวมเกือบ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ​​</p>
<p><span id="more-35586"></span></p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังถือว่า​เป็นตลาดที่มีผู้บริโภคหลากหลายและมีความเฉพาะตัว แต่ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมของจีน กำลังมุ่งสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเชิงอัจฉริยะ ​​ซึ่งล้วนเป็นโอกาสของผู้ประกอบการจากทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยในการนำแนวคิด นโยบาย และวิธีการขับเคลื่อน รวมทั้งสร้างความร่วมมือเพื่อผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ​จีน​</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35588 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Main-Shot-TCP-Sustainability-Forum-2025_001.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มร.เจียง เหว่ย</strong> อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ <strong>&#8216;สู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน : ความร่วมมือจีน-ไทยในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน&#8217;</strong>(Sustainable Shared Future  : China &amp; Thailand Driving a Sustainable Business) จากเวที <strong>TCP Sustainability Forum 2025 </strong>ปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>Sustainable Growth: The Future of Growth&#8217;</strong> <strong>(การเติบโตที่ยั่งยืน: สู่อนาคตใหม่ของการเติบโต) </strong>โดยกลุ่มธุรกิจ TCP</p>
<p><strong>มร.เจียง เหว่ย </strong>กล่าวว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จีนสามารถพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการปรับโครงสร้างพลังงาน โดย​สามารถขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโตได้เฉลี่ยปีละ 6% ขณะที่มีการบริโภคพลังงานเพิ่มขึ้นเพียงปีละ 3%  และมีการใช้พลังงานขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP ลดลงกว่า 35% ขณะที่สัดส่วนโครงสร้างการใช้พลังงานสะอาดขั้นต้นเพื่อ​ทดแทนพลังงานฟอสซิลก็เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 9% เป็น 18% ​​</p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังผลักดันให้มีการขยายตัวของอุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว จนทำให้จีนกลายเป็นอันดับ 1 ของโลก ด้าน​การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ต่อเนื่องกันหลายปี โดยมีกำลังการติดตั้งสะสมกว่า 1.08 พันล้านกิโลวัตต์ ซึ่งฐานพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ อยู่ในมณฑลซิงไห่ กานซู่ และพื้นที่อื่นๆ ซึ่งไม่เพียงช่วยขับเคลื่อนการปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของจีน แต่ยังเป็นต้นแบบความร่วมมือในระดับนานาชาติด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35589 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Re-TCP-Sustainability-Forum-2025_007.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;จีนยังเป็นอันดับหนึ่งของโลก ด้านการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ ทั้งการผลิตและยอดขายต่อเนื่องมาหลายปี ​จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง BYD, SAIC และ Changan ที่ไม่เพียงได้รับความนิยมภายในประเทศ แต่ยังรุกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว รวมถึงประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคมนาคมสีเขียวของโลก รวมไปถึงการเป็น​ต้นแบบด้านการพัฒนาเมืองสีเขียวและคาร์บอนต่ำและ ซึ่งปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น ได้ปรับเปลี่ยนระบบขนส่งสาธารณะสู่การใช้พลังงานใหม่อย่างสมบูรณ์ พร้อม​นำร่อง &#8216;เมืองปลอดขยะ&#8217; กว่า 100 แห่งและผลักดันการคัดแยกขยะให้ครอบคลุมทุกเมืองทั่วประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมฟื้นฟูชนบท และการพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเกษตรกรรมเฉพาะทาง แนวคิดอาคารเขียว เมืองฟองน้ำ และการคมนาคมอัจฉริยะ ที่​หยั่งรากลีกในสังคม และก่อเกิดเป็นประสบการณ์ที่สามารถถอดแบบและนำไปขยายผลได้อย่างกว้างขวาง&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ จีนยังสามารถขับเคลื่อนโครงการ <strong>&#8216;ภูเขาเขียว น้ำใส&#8217;</strong> ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าได้มากกว่า 25% ส่งผลให้จีนเป็นประเทศหนึ่งที่สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้มากที่สุดในโลก รวมทั้ง​มาตรการห้ามจับปลาในแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นเวลา 10 ปี เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพสูงในแม่น้ำหวงเหอล้วน​บรรลุความสำเร็จ ช่วยแก้ปัญหามลพิษและการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมที่เคยรุนแรงให้ได้รับการพลิกฟื้นอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>รวมทั้งการให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในเชิงรุกด้านธรรมภิบาลโลก ด้วยการผลักดันความร่วมมือการพัฒนาสีเขียว ส่งเสริมการลงทุนสีเขียวและการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ ทั้ง​ร่วมมือ​ประเทศในทวีปแอฟริกา จัดทำโครงการต้นแบบเกษตรสีเขียว นำเทคโนโลยีชลประทานแบบประหยัดน้ำ และองค์ความรู้ด้านการจัดการเกษตรเชิงนิเวศเข้ามาประยุกต์ใช้ ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืนของสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับความมั่นคงทางอาหารและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น รวมทั้งความสำเร็จของโมเดล &#8216;ชนบทอันงดงาม&#8217; แห่งอันจี มณฑลเจ้อเจียง ที่ได้รับการเผยแพร่และส่งเสริมโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>How to ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong><strong>​ &#8216;แนวทางแบบจีน&#8217; </strong></p>
<p>ผลลัพธ์ที่จีนสร้างได้​ สะท้อนความสำเร็จ​เส้นทางการพัฒนาที่ยั่งยืนตาม <strong>&#8216;แนวทางแบบจีน</strong>&#8216; เพื่อเป็น Best Practice ให้​ประชาคมโลก​นำไปศึกษาและประยุกต์ใช้ เพื่อขยายแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืนไปสู่วงกว้างมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้  จีนมองการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นโจทย์ร่วมของมนุษยชาติ และเป็นเส้นทางสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้บริบทการพัฒนาในยุคสมัยใหม่ที่บูรณาการเข้ากับสภาพความเป็นจริงของประเทศให้ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ นวัตกรรม การบูรณาการ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปิดกว้าง และการแบ่งปัน รวมทั้ง​​สอดคล้องไปกับ​เป้าหมาย &#8216;การพัฒนาที่ยั่งยืน 2030&#8217; ของสหประชาชาติ (UN SDG Goals)  สะท้อนความรับผิดชอบและบทบาทของจีนในฐานะประเทศขนาดใหญ่</p>
<p>สำหรับ​<strong> &#8216;การพัฒนาใหม่ของจีน&#8217; </strong> มีลักษณะเด่น 3 ประการ คือ การบูรณาการ , การวางแผนเชิงระบบ และความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน</p>
<p><strong>&#8211;  การบูรณาการ</strong> : บูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคม และการสร้างอารธธรรมเชิงนิเวศ เพื่อบรรลุความก้าวหน้าของการผลิต ความมั่งคั่งของชีวิตและความสมดุลของระบบนิเวศ</p>
<p><strong>&#8211; การวางแผนเชิงระบบ :</strong> บนพื้นฐานยุทธศาสตร์ระดับชาติ เดินหน้าบูรณาการ การ​ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การปฏิรูประบบพลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมครบถ้วนตลอดทั้งห่วงโซ่การพัฒนา</p>
<p>&#8211;<strong>  ความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน :</strong> มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในกลไกการจัดการสภาพภูมิอากาศโลก​ ผลักดันการสร้างประชาคมที่มือนาคตร่วมกันของมวลมนุษยชาติ แบ่งปันโอกาสในการพัฒนากับทุกประเทศ และร่วมกันรับผิดชอบต่อภารกิจของยุคสมัย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35591 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/TCP-Sustainability-Forum-2025_024.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่การวางยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนแผนให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริงนั้น จีนวางระบบการทำงานแบบ <strong>&#8216;สี่ประสาน&#8217;​</strong> ได้แก่ การออกแบบเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูง, การกำหนดนโยบายชี้นำ, การขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด และ​การมีส่วนร่วมของสังคม โดยวางแนวทางในการขับเคลื่อน 7 เป้าหมาย ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1) กำหนดเป้าหมาย &#8216;คาร์บอนสองประการ&#8217; </strong>เพื่อบรรลุการปล่อยคาร์บอนระดับสูงสุดภายในปี 2030 พร้อม​บรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2060</p>
<p><strong>2) แนวทางการพัฒนาสีเขียว</strong> โดย​ยึดการปรับ​โครงสร้าง และยกระดับอุตสาหกรรมเป็นแกนหลัก มุ่งเม้นการพัฒนาการผลิตที่เป็นมิตร​ต่อสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงาน พร้อมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างเข้มแข็ง อาทิ ยานยนต์ พลังงานใหม่​ และอาคารประหยัดพลังงาน</p>
<p><strong>3) ปรับโครงสร้างด้านพลังงาน</strong> ลดสัดส่วนของอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เร่งพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานใหม่เป็นหลัก ส่งเสริมการใช้พลังงาน​สะอาด เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ และเพิ่มสัดส่วนพลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล</p>
<p><strong>4) ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน อาทิ การรีไซเคิลวัสดุที่ใช้แล้ว และการพัฒนาระบอุตสาหกรรมด้านทรัพยากรหมุนเวียน</p>
<p><strong>5) การคุ้มครองด้วยกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ</strong> ​ปรับปรุงกฎหมายด้า​นสิ่งแวดล้อมให้รอบด้าน​ อาทิ กฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อม​ และกฎหมายพลังงานหมุนเวียน​ พร้อม​บังคับใช้มาตรการสำคัญ เช่น ระบบอนุญาตการปลดปล่อยมลพิษ และ​ระบบซื้อขายคาร์บอน เพื่อให้การปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาสีเขียวดำเนินไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><strong>6) การอนุรักษ์ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม</strong> ดำเนินการจัดการลุ่ม​น้ำอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการขับเคลื่อนยุทธการ <strong>&#8216;พิทักษ์ท้องฟ้าสีคราม น้ำใส และผืนดินสะอาด&#8217;</strong> พร้อม​ริเริ่มโครงการสำคัญ​ อาทิ การอนุรักษ์ป่าธรรมชาติ และคืนพื้นที่เพาะปลูกสู่ป่าและทุ่งหญ้า และการจัดการแหล่งกำเนิดพายุทราย ในเขตปักกิ่ง-เทียนจิน เพื่อสร้างแนวป้องกันทางนิเวศ</p>
<p><strong>7) ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</strong> มุ่งเน้นการบุกเบิกและพัฒนาในสาขาหลัก อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสะอาด พร้อมทั้งสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย</p>
<p><em>​&#8221;ปัจจุบันจีนสามารถบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทางแบบจีน ผ่าน 7 เป้าหมายที่วางไว้ และสามารถแลกเปลี่ยนและร่วมมือแนวทาง​การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับประเทศไทย โดยเฉพาะในหมุดหมายสำคัญโอกาสครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสันพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย ที่ตลอดความสัมพันธ์ที่ผ่านมา ไทยและจีน​มีความร่วมมือทั้งทางเศรษฐกิจและการค้า รวมทั้งการพัฒนามิตรภาพที่ดีระหว่างกันมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความร่วมมือในอนาคต​ ​ในมิติการพัฒนาที่ยั่งยืนจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญจากนี้ไปเช่นกัน&#8221;</em></p>
<p><strong>แนะ 6  ความร่วมมือ ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างจีน-ไทย</strong></p>
<p>แนวคิดการพัฒนาแนวใหม่ของจีนสอดคล้องอย่างยิ่งกับโมเดล BCG ของประเทศไทย​​ (เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว) ซึ่งเปิดโอกาสในการยกระดับและขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของทั้ง 2 ประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาผ่าน 6 แนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. การมีส่วนร่วมเชิงรุกและการแบ่งปันโอกาสจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน</strong></p>
<p>ในฐานะประเทศที่มี​เศรษฐกิจขนาดใหญ่ รวมทั้ง​อุตสาหกรรมของจีนที่​กำลังมุ่งสู่ความเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมและการพัฒนาเชิงอัจฉริยะ ซึ่งล้วนเป็นโอกาสของผู้ประกอบการจากทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ซึ่ง​การเข้าสู่ตลาดจีน จำเป็น​ต้องศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งศักยภาพการเติบโต แนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่มต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศจีนให้เติบโตได้มากขึ้น</p>
<p><strong>2.  เสริม​สร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังานใหม่ </strong></p>
<p>ประเทศไทยมีพื้นฐานและศักยภาพที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานยานยนต์ไฟฟ้า</p>
<p>ขณะที่จีน มีข้อได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและศักยภาพในอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์พลังงานใหม่ ดังนั้น ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศควรเร่งเสริมสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ยานยนต์พลังงานใหม่ และการวิจัยพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ</p>
<p><strong>3. ส่งเสริมความร่วมมือด้านเกษตรกรสีเขียว และการแปรรูปอาหาร</strong></p>
<p>ผ่านการผสานศักยภาพด้านทรัพยากรเกษตรของไทยเข้ากับเทคโนโลยีการเพาะปลูกสีเขียวของจีน ผลักดันการประยุกต์ใช้เกษตรอัจฉริยะ เครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ ระบบชลประทานแบบแม่นยำ และการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร</p>
<p>ยกระดับมาตรฐานการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารสีเขียวให้สอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารสีเขียวและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ของจีน ร่วมกันสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรสีเขียวระดับสากลของจีน-ไทย โดยมีธุรกิจต้นแบบอย่าง​เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ในการพัฒนาเกษตรในจีน ถือเป็นตัวอย่างที่ควรค่าแก่การศึกษาและนำมาปรับใช้</p>
<p><strong>4. การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและสร้างแบรนด์จีน-ไทยอย่างแข็งขัน</strong></p>
<p>การเข้าร่วมงานสำคัญ อาทิ งานมหกรรมแสดงสินค้านำเข้านานาชาติประเทศจีน (China International Import Export &#8211; ClIE), งานแสดงสินค้านำเข้า-ส่งออกจีน (Canton Fair), และงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo) ถือเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดจีน</p>
<p><strong>5. อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ช่องทางสำคัญในการเข้าสู่ตลาดจีน</strong></p>
<p>ปี 2024 ยอดค้าปลีกออนไลน์ของจีนเติบโตขึ้น 7.2% ​พร้อมทั้ง​ครองตำแหน่งตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 12  ดังนั้น การขยายตัวอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน จึง​เป็นการ​เปิดช่องทางใหม่สำหรับส่งออกสินค้าของนานาประเทศเข้าสู่ตลาดจึน ​</p>
<p><strong>6. เชื่อมโยงและความร่วมมือกับวิสาหกิจจีนในประเทศไทย</strong></p>
<p>ปัจจุบันมีวิสาหกิจจีนที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเศรษฐกิจและการพาณิชย์ของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย แล้วกว่า 1,000 แห่ง และมีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น ยานยนต์พลังงานใหม่ พลังงานแสงอาทิตย์ และการพัฒนาพลังงานสีเขียว</p>
<p><em>&#8220;ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นว่า จีนและไทยมีทั้งศักยภาพและความพร้อมที่จะก้าวเดินไปด้วยกันในกระแสเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อร่วมแบ่งปันโอกาส และร่วมกันสร้างอนาคตร่วมกัน ด้วยความยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งการร่วมมืออย่างเปิดกว้าง ยืนหยัดบนหลักการแห่งความเชื่อมั่นและผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเส้นทางแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างมั่นคงและยาวไกล ร่วมผลักดันความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทย- จีน เพื่อก้าวสู่อนาคตที่เขียวสะอาดแลยั่งยืนร่วมกัน&#8221;​ </em>มร.เจียง เหว่ย กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/china-and-thailand-driving-a-sustainable-business/">ส่อง &#8216;นโยบายด้านความยั่งยืนของจีน&#8217; ​How to ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ให้แข็งแกร่งพร้อม​สิ่งแวดล้อมยังสมบูรณ์ ​​และ 6 แนวทาง &#8216;ไทย- จีน&#8217; สร้างเศรษฐกิจสีเขียวร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
