<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำคือชีวิต &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 06 Sep 2024 06:08:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>น้ำคือชีวิต &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โคคา-โคล่า สานต่อความสำเร็จ 17 ปี โครงการ &#8216;รักน้ำ&#8217; ​ยุทธศาสตร์จัดการน้ำยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/coca-cola-thailand-showcase-raknam-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Sep 2024 05:51:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[PDA]]></category>
		<category><![CDATA[Raknam]]></category>
		<category><![CDATA[Sustrends 2025]]></category>
		<category><![CDATA[water management]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รอยล จิตรดอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำคือชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มีชัย วีระไวทยะ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโคคา-โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รักน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สสน.]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรักน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28629</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อ โครงการ “รักน้ำ” ที่ทาง “โคคา-โคล่า” มุ่ง​ผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของชุมชนต่างๆ ในประเทศไทย โดยการใช้นวัตกรรมและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน​ เพื่อให้ชุมชน​มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างแท้จริงและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน โครงการ “รักน้ำ” ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 17 ปี จากการสนับสนุนของมูลนิธิโคคา-โคล่า และมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย และดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับหลายองค์กรพันธมิตร อาทิ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่น​ๆ เครือข่ายชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการท้องถิ่น ปัจจุบันโครงการรักน้ำ​ เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาน้ำชุมชนใน 9 จังหวัดทั่วประเทศไทย ​ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี มหาสารคาม และกระบี่ ซึ่งโครงการในจังหวัดเหล่านี้ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคล่าในแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา รวมถึงจังหวัดลำปาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/coca-cola-thailand-showcase-raknam-project/">โคคา-โคล่า สานต่อความสำเร็จ 17 ปี โครงการ &#8216;รักน้ำ&#8217; ​ยุทธศาสตร์จัดการน้ำยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย</strong> อันประกอบไปด้วย บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อ <strong>โครงการ “รักน้ำ”</strong> ที่ทาง “<strong>โคคา-โคล่า</strong>” มุ่ง​ผลักดันเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของชุมชนต่างๆ ในประเทศไทย โดยการใช้นวัตกรรมและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน​ เพื่อให้ชุมชน​มีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างแท้จริงและแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-28629"></span></p>
<p><strong>โครงการ “รักน้ำ”</strong> ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 17 ปี จากการสนับสนุนของมูลนิธิโคคา-โคล่า และมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย และดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับหลายองค์กรพันธมิตร อาทิ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอื่น​ๆ เครือข่ายชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการท้องถิ่น</p>
<p><em><strong>ปัจจุบันโครงการรักน้ำ​ เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาน้ำชุมชนใน 9 จังหวัดทั่วประเทศไทย ​ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี มหาสารคาม และกระบี่ ซึ่งโครงการในจังหวัดเหล่านี้ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคล่าในแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา รวมถึงจังหวัดลำปาง นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และปทุมธานี ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย</strong></em></p>
<p>งานสัมมนา<strong> Sustrends 2025</strong> เวทีอัปเดตเทรนด์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนประจำปี กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ได้นำเสนอ​โครงการ &#8216;รักน้ำ&#8217; มาเป็น Showcase โดยมีผู้แทนจากองค์กรพันธมิตรในโครงการ <strong>&#8216;รักน้ำ&#8217;</strong> พร้อมด้วยผู้แทนชุมชนบ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์ หนึ่งในพื้นที่โครงการรักน้ำ​ มาร่วมพูด​​หัวข้อ <strong>&#8216;แลกเปลี่ยน เรียนรู้ กับโครงการ &#8216;รักน้ำ&#8217; การจัดการน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม&#8217;</strong> เพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางความสำเร็จของการจัดการน้ำที่สามารถช่วยให้ชุมชนให้มีทรัพยากรน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค รวมถึงสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อเนื่องมากว่า 17 ปี</p>
<p>โคคา-โคล่า ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ การส่งเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำจึงเป็นภารกิจที่โคคา-โคล่า ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น ดังนั้น ยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำปี พ.ศ. 2573 ของโคคา-โคล่า จึงมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ เพื่อยกระดับความมั่นคงและความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่โคคา-โคล่าดำเนินกิจการอยู่กว่า 200 ประเทศและเขตการปกครอง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณศรุต วิทยารุ่งเรืองศรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ การสื่อสาร และความยั่งยืน บริษัท โคคา-โคล่า ประจำประเทศไทย เมียนมา และลาว</strong> กล่าวว่า  โคคา-โคล่า ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เพราะ <strong>“น้ำ” คือชีวิต</strong> และเพราะน้ำมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้คน ต่อการผลิตเครื่องดื่มของเรา และต่อชุมชนที่เราดำเนินงานอยู่</p>
<p>ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา โครงการรักน้ำ ได้เข้าไปพัฒนาแหล่งน้ำชุมชนซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ใช้เพื่ออุปโภค บริโภค และเกษตรกรรม โดยมุ่งใช้นวัตกรรมเพื่อจัดการน้ำในชุมชนอย่างยั่งยืน จาก​​การสนับสนุนของพันธมิตรองค์กรการกุศล​อย่างมูลนิธิโคคา-โคล่า และมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ผ่านการทำงานภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างๆ รวมถึงเครือข่ายชุมชนในแต่ละพื้นที่</p>
<p><em>&#8220;ความสำเร็จของโครงการรักน้ำ ใน 6 จังหวัด ช่วยให้ชาวบ้านสามารถจัดการน้ำ อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และพัฒนาแหล่งน้ำได้ด้วยตนเอง นำมาสู่<strong>การต่อยอดในปีนี้ ด้วยการขยายโครงการรักน้ำ ไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ ​อีก 3 จังหวัด อันได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม เพชรบูรณ์ และกระบี่ ซึ่งเป็นโครงการที่ขับเคลื่อนภายใต้การดูแลของ มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย</strong> เป็นการนำความสำเร็จระดับ Global Best practice มาสู่การต่อยอด​พัฒนาเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง &#8220;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28637 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025_9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​แต่ละชุมชนเผชิญปัญหาน้ำที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้งหรืออุทกภัย แผนการจัดการน้ำจึง​เข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาให้คนในชุมชน เพื่อเตรียมพร้อม​รับมือ​ปัญหาได้ดีขึ้น เช่น ​กรณีตัวอย่าง​ <strong>ชุมชนบ้านลิ่มทอง จังหวัดบุรีรัมย์ </strong>ชาวบ้านในชุมชนได้รวมกลุ่มเพื่อช่วยจัดการทรัพยากรน้ำ โดย​สร้างแหล่งน้ำสาธารณะ สร้างระบบทางเดินของน้ำที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ ขุดลอกคูคลอง และปรับการเพาะปลูกพืชผลให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นจนเพียงพอต่ออุปโภค บริโภค รวมไปถึงการทำเกษตรกรรม เพิ่มความสามารถในการเพาะปลูกพืชผลได้หลากหลาย และสร้างงานให้กับชุมชน ทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>​แม้ว่าโครงการ​​รักน้ำ​ ในชุมชนบ้านลิ่มทองจะสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา แต่วิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในโครงการ ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้นำความสำเร็จและองค์ความรู้ไปเป็นโมเดลต้นแบบการจัดการน้ำให้ชุมชนอื่น​นำไปปรับใช้ เช่น ชุมชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่เริ่มต้นโครงการในปี พ.ศ. 2567</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-28631 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025_3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> กล่าวว่า &#8220;มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้ร่วมดำเนินงานโครงการรักน้ำ  ด้วยการส่งต่อความรู้ ให้ชุมชนที่อยู่นอกเขตชลประทานได้ประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริด้านน้ำของรัชกาลที่ 9 ไปพัฒนา ฟื้นฟู และบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน และสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทั้งในชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ปัจจุบันสถานการณ์น้ำประเทศไทย ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชุมชน​จำเป็นต้องปรับตัว และสร้างภูมิคุ้มกันของตนเอง คือมีน้ำสำรองไว้ใช้ในยามขาดแคลน เพื่อลดผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรม รวมทั้งส่งเสริมการทำเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่  ซึ่งชุมชนบ้านลิ่มทองคือตัวอย่างความสำเร็จ​</p>
<p><em> &#8220;สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ได้เข้าไปถ่ายทอดการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการสำรวจพื้นที่มาพัฒนาแหล่งน้ำ ทำให้น้ำกระจายได้ทั่วทั้งชุมชนตามแรงโน้มถ่วง และทำปฏิทินผลผลิต คำนวนปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก ผลสำเร็จของบ้านลิ่มทองนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาน้ำ แต่สร้างอาชีพ รายได้ และทำให้ครอบครัวกลับมาพร้อมหน้า ลดการย้ายถิ่นฐาน รวมทั้ง​โลกยุคปัจจุบัน​มีการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ​เราหวังว่าการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะช่วยให้ชุมชนมีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำและเกษตร รวมทั้งการขายและการตลาด ให้ชุมชนประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นๆ ต่อไป โดยโครงการรักน้ำ ในจังหวัดขอนแก่น ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการนำวิธีแก้ปัญหาที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ในการจัดการน้ำ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28632 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025_4.jpg" alt="" width="415" height="623" /></p>
<p><strong>คุณมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคม สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (</strong><strong>PDA) </strong>กล่าวว่า สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยตระหนักว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของชุมชน พร้อมศึกษาแนวทางพัฒนาชุมชนรูปแบบใหม่ๆ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำ เช่น <strong>โครงการรักน้ำ​ ในจังหวัดขอนแก่น ที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิโคคา-โคล่า โดยได้เข้าไปช่วยพัฒนาให้ชุมชนเข้าถึงน้ำได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยแก้วิกฤตภัยแล้ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน </strong></p>
<p>โครงการนี้ยังได้ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการติดตั้งระบบจัดการน้ำที่ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น ระบบการจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (SPWS) และระบบการจัดการเติมน้ำสู่ชั้นน้ำใต้ดิน (MAR) พร้อมเสริมสร้างศักยภาพให้ผู้คนในชุมชน โดยสนับสนุนให้ชุมชนได้เป็นเจ้าของโครงการ รวมทั้งผลักดันการมีส่วนร่วมและการลงทุนในพลังงานสะอาดของชุมชน ไปจนถึงการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จในระยะยาว และสามารถพลิกฟื้นพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างยาวนานให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ได้ ความสำเร็จนี้ได้ตอกย้ำว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนและวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุดของแต่ละชุมชนนั้นมีประสิทธิภาพและสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นแบบอย่างให้แก่ภูมิภาคอื่นที่กำลังเผชิญปัญหาที่คล้ายคลึงกัน​&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Coca-Cola_Raknam-at-Sustrends-2025_1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จของโครงการ “รักน้ำ” ในจังหวัดขอนแก่น ได้รับการนำไปต่อยอดให้กับโครงการใหม่ในจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกระบี่ ที่เริ่มในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ โดยนำรูปแบบการจัดการน้ำของจังหวัดขอนแก่นมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาน้ำของชุมชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน อันจะนำไปสู่การจัดการน้ำที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตร ยังคงทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการน้ำที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไป โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ “<strong>รักน้ำ”</strong> และโครงการด้านการจัดการน้ำในปัจจุบันได้ที่: <a href="https://www.coca-cola.com/th/th/sustainability/water-stewardship" target="_blank" rel="noopener">เว็บไซต์ของโคคา-โคล่า ประเทศไทย</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/coca-cola-thailand-showcase-raknam-project/">โคคา-โคล่า สานต่อความสำเร็จ 17 ปี โครงการ &#8216;รักน้ำ&#8217; ​ยุทธศาสตร์จัดการน้ำยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชน </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
