<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำท่วม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 30 Aug 2026 16:52:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>น้ำท่วม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมื่อ ‘โลก’ กำลังประท้วงด้วยภัยพิบัติ อ.ธรณ์ชี้ &#8216;อากาศสุดขั้ว&#8217; ทำกลาเซียร์ในหิมาลัยละลายเร็วขึ้น 2 เท่า พร้อมย้อนรอย 3 เหตุการณ์ &#8216;ดินถล่ม&#8217; ในอดีตของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/glacier-in-himalayan-collapse-disaster/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Aug 2026 08:58:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Thon Thamrongnawasawat]]></category>
		<category><![CDATA[กลาเซียร์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดินถล่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ทิเบต]]></category>
		<category><![CDATA[ธารน้ำแข็งละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำป่าไหลหลาก]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาจารย์ธรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทือกเขาหิมาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[เนปาล]]></category>
		<category><![CDATA[โคลนถล่ม]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[โศกนาฎกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43949</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและแผ่นดินถล่ม บริเวณชายแดนทิเบต–เนปาล แถบหุบเขาแม่น้ำ Bhote Koshi และ Lhende River ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตราซูวา จังหวัดพากมาตี ประเทศเนปาล กับเขตจี่หรง เมืองชิกัตเซ เขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทะลุกว่า 700 รายแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกราว 3,000 คน (ข้อมูล 30 ส.ค. 2569) สำหรับสาเหตุเกิดจากการถล่มของมวลธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่บนที่สูง โดย สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS)  ยืนยันว่าแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.2 ริกเตอร์ ที่ตรวจพบ ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากพลังงานมหาศาลของมวลธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่ที่ถล่มลงมาจากหน้าผาสูงบนเทือกเขาหิมาลัยในเขตจี่หรง ร่วงลงมาทับถมปิดกั้นลำน้ำ Lhende River ซึ่งเป็นต้นน้ำ จนกลายสภาพเป็นเขื่อนธรรมชาติชั่วคราวกักเก็บน้ำ ไว้อย่างรวดเร็ว กระทั่งแรงดันน้ำมหาศาลดันให้เขื่อนธรรมชาติดังกล่าวพังทลายลงอย่างฉับพลัน ทำให้ปลดปล่อยมวลน้ำปนตะกอนโคลน ก้อนหิน และท่อนไม้ทะลักลงมาตามหุบเขาอย่างรุนแรง นอกจากนี้ มวลน้ำปนตะกอนโคลนยังไหลทะลักเข้าทำลายด่านศุลกากรพรมแดนราซูวา สะพานมิตรภาพ อาคารบ้านเรือน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำตามแนวแม่น้ำเสียหายหนักกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/glacier-in-himalayan-collapse-disaster/">เมื่อ ‘โลก’ กำลังประท้วงด้วยภัยพิบัติ อ.ธรณ์ชี้ &#8216;อากาศสุดขั้ว&#8217; ทำกลาเซียร์ในหิมาลัยละลายเร็วขึ้น 2 เท่า พร้อมย้อนรอย 3 เหตุการณ์ &#8216;ดินถล่ม&#8217; ในอดีตของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและแผ่นดินถล่ม บริเวณชายแดนทิเบต–เนปาล แถบหุบเขาแม่น้ำ Bhote Koshi และ Lhende River ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตราซูวา จังหวัดพากมาตี ประเทศเนปาล กับเขตจี่หรง เมืองชิกัตเซ เขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทะลุกว่า 700 รายแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกราว 3,000 คน (<a href="https://www.thaipbs.or.th/news/content/510074" target="_blank" rel="noopener">ข้อมูล 30 ส.ค. 2569</a>)</p>
<p><span id="more-43949"></span></p>
<p>สำหรับสาเหตุเกิดจากการถล่มของมวลธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่บนที่สูง โดย <strong>สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) </strong> ยืนยันว่าแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.2 ริกเตอร์ ที่ตรวจพบ ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากพลังงานมหาศาลของมวลธารน้ำแข็งและหินขนาดใหญ่ที่ถล่มลงมาจากหน้าผาสูงบนเทือกเขาหิมาลัยในเขตจี่หรง ร่วงลงมาทับถมปิดกั้นลำน้ำ Lhende River ซึ่งเป็นต้นน้ำ จนกลายสภาพเป็นเขื่อนธรรมชาติชั่วคราวกักเก็บน้ำ ไว้อย่างรวดเร็ว กระทั่งแรงดันน้ำมหาศาลดันให้เขื่อนธรรมชาติดังกล่าวพังทลายลงอย่างฉับพลัน ทำให้ปลดปล่อยมวลน้ำปนตะกอนโคลน ก้อนหิน และท่อนไม้ทะลักลงมาตามหุบเขาอย่างรุนแรง</p>
<p>นอกจากนี้ มวลน้ำปนตะกอนโคลนยังไหลทะลักเข้าทำลายด่านศุลกากรพรมแดนราซูวา สะพานมิตรภาพ อาคารบ้านเรือน และโรงไฟฟ้าพลังน้ำตามแนวแม่น้ำเสียหายหนักกว่า 8 แห่ง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี</strong> อธิบายว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นในประเทศไทยได้ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีธารน้ำแข็งหรือหิมะสะสมถาวร แต่การเกิดในประเทศไทยเป็นลักษณะของดินหรือหินถล่มปิดกั้นลำน้ำแล้วพังทลายฉับพลันจนเกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรง ซึ่งปัจจัยกระตุ้นหลักคือ ปริมาณน้ำฝน เนื่องจากมีฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาสูงชันในภาคเหนือและภาคใต้</p>
<p style="text-align: center"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-43950 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/THON-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></p>
<p style="text-align: center"><em>Cr: FB: Thon Thamrongnawasawat</em></p>
<p><strong>‘โลกร้อน’ ต้นตอภัยพิบัติ</strong></p>
<p><strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong> ได้อธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำป่า ดินถล่มในเนปาล/ทิเบต ผ่านเฟซบุ๊กส์ Thon Thamrongnawasawat โดยระบุว่า ปัญหาสำคัญ คือ<strong> โลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้  &#8216;กลาเซียร์&#8217; หรือ ธารน้ำแข็งละลาย ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก</strong> เราจะเห็นภาพในยุโรปที่ธารน้ำแข็งหายไปเกือบหมดไม่ว่าจะเป็นปาตาโกเนีย หรือ แคนาดา <em><strong>โดยเทือกเขาหิมาลัย กลาเซียร์ละลายเร็วขึ้น 2 เท่าเป็นอย่างน้อยหากเทียบกับในอดีตเมื่อ 20-30 ปีก่อน จนคาดการณ์ว่าหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไป เมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้นแตะ 2 องศา กลาเซียร์ในหิมาลัยอาจละลายหายไปครึ่งหนึ่ง</strong></em></p>
<p><em>“ปรากฎการณ์เหล่านี้จะเกิดบ่อยขึ้น เพราะอย่างที่รู้ว่าโลกร้อนขึ้น และเข้าสู่ซูเปอร์เอลนีโญ อุณหภูมิของโลกในปีหน้าเป็นปีที่ร้อนที่สุด เพราะฉะนั้น ในอนาคตจะเกิดขึ้นอีกเป็นระยะ และโอกาสที่เราจะไปหาว่ากลาเซียร์ตรงไหนถล่มจากการละลายเร็วเป็นสิ่งที่ลำบาก เพราะยอดหิมาลัยมีกลาเซียร์อยู่เยอะและประเทศรอบๆ คงไม่มีงบประมาณและเทคโนโลยีมากพอในการติดตั้งจุดเฝ้าระวังกลาเซียร์ถล่มได้ทุกจุด ทุกพื้นที่ กลายเป็นความเสี่ยง”</em></p>
<p><em>“ขณะที่ในเมืองไทยเองไม่มีกลาเซียร์ แต่ลักษณะการบล็อกของเขื่อนธรรมชาติ ฝนตกเยอะ กำแพงธรรมชาติพังฉับพลัน ดินโคลนไหลลงมาฉับพลันมีโอกาสเกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องที่น่ากลัว เป็นภัยคุกคามโลกร้อนในยุคนี้ เกิดการแปรปรวนและส่งผลกระทบในพื้นที่ต่างๆ แตกต่างกัน ต้องระมัดระวัง แต่เท่าที่ทราบพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม มีหลายหน่วยงานเข้าไปพยายามวางระบบเตือนภัย เพียงแต่ขอว่าให้ใช้ได้จริงและทันเหตุการณ์”</em> ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าว</p>
<p><strong>ย้อนรอย 3 เหตุการณ์ &#8216;ดินถล่ม&#8217; ในอดีตของไทย</strong></p>
<p>ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะไม่มีเหตุการณ์ธารน้ำแข็งละลายอย่างทิเบต เนปาล แต่ที่ผ่านมา เรายังหนีไม่พ้นภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม โดยมีตัวอย่างจาก 3 เหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ในประเทศไทย ที่คร่าชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไปจำนวนมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>พ.ศ.</strong><strong>2531 อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช โศกนาฎกรรมครั้งใหญ่จากภัยธรรมชาติ</strong></li>
</ul>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-43951 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/กะทูน-2531-1024x661.jpg" alt="" width="1024" height="661" /></p>
<p style="text-align: center"><em>Cr : FB : ชินวรณ์ บุณยเกียรติ &#8211; Chinnaworn Boonyakiat</em></p>
<p>ย้อนกลับไปเมื่อ 37 ปีก่อน ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก <strong>Nakhon Si Thammarat นครศรีธรรมราช</strong> ได้บอกเล่าเรื่องราวของ หมู่บ้านตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นแอ่งรับน้ำพื้นที่ 70 ตารางกิโลเมตร มีลำธารหลายสายรับน้ำจากเชิงเขาโดยรอบมารวมลงในคลองกระทูน แต่มีทางน้ำไหลออกกว้างเพียง 70 เมตรเท่านั้น</p>
<p>ก่อนเกิดเหตุการณ์ราว 3-4 วัน ได้เกิดพายุดีเพรสชั่น มีฝนตกปรอยๆ ต่อเนื่องมาหลายวัน ทำให้ดินบนภูเขาซับน้ำไว้จนชุ่มโชก และเมื่อฝนยังเพิ่มปริมาณน้ำอีกไม่หยุด ดินที่รับน้ำหนักไว้มากจนเกินกำลัง ลื่นไถลลงมาตามทางลาด ทำให้ดินที่อยู่ด้านล่างถล่มลงมาด้วย พัดพาโคลนและต้นไม้ขนาดใหญ่ถล่มลงมาทับหมู่บ้านในตำบลกะทูน กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่จากภัยธรรมชาติ บ้านเรือนเสียหายไปกว่า 1,500 หลัง พื้นที่การเกษตรอีก 6,150 ไร่ มีผู้เสียชีวิตถึง 700 คน ชาวบ้านไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่แหล่งอาศัยเดิมได้ ต้องย้ายไปหาที่อยู่ใหม่อย่างคนสิ้นหวัง</p>
<p>แต่ด้วยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดเกล้าฯ ให้กรมชลประทานสร้าง ‘อ่างเก็บน้ำกะทูน’ ขึ้นในที่ประสบภัย แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2540 พร้อมกับจัดระบบนิเวศใหม่ให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ เป็นแหล่งรับน้ำป่าจากเทือกเขา ป้องกันอุทกภัยและเอื้อความชุ่มฉ่ำให้แหล่งเพาะปลูกในพื้นที่โดยรอบ ทำให้กะทูนกลับเป็นแหล่งสมบูรณ์ อีกทั้งอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว จนได้ฉายา ‘สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้’ นอกจากนี้ ภายหลังโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ทำให้รัฐบาล ได้มีมติให้ยกเลิกการทำสัมปทานป่าไม้ทั่วประเทศอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>พ.ศ. 2549 อำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มเสียหายยับ</strong></li>
</ul>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-43952 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/บ่อเกลือ-1024x576.jpg" alt="" width="1024" height="576" /></p>
<p style="text-align: center"><em>Cr : คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ</em></p>
<p><strong>วันที่ 22 พฤษภาคม 2549 ที่ จ.อุตรดิตถ์</strong> ฝนเริ่มตกหนัก ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ณ บ้านผามูบ หมู่ 7 และบ้านมหาราช หมู่ 11 ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มเข้าท่วมบ้านเรือนเสียหายยับเยินในอำเภอลับแลและพื้นที่ใกล้เคียง สร้างความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล</p>
<p>รายงานจากหนังสือพิมพ์มติชน : 24 พ.ค. 49 พบว่า พื้นที่ถนนพิษณุโลก-เด่นชัย หมู่ 4 ต.บ้านด่านนาขาม ถูกน้ำท่วมสูงราว 1 เมตร สำหรับ ต.ท่าอิฐ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง มีน้ำที่หลากจาก ต.น้ำริด ต.บ้านด่านนาขาม และ อ.ลับแล ไหลมาสมทบท่วมสูงตั้งแต่ 1-3 เมตร โดยเฉพาะถนนเจษฎาบดินทร์ ระดับน้ำสูงกว่า 5 เมตร ศาลากลางจังหวัด และส่วนราชการถูกน้ำท่วมทั้งหมด อุทกภัยครั้งร้ายแรงนี้ ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ รวมถึง จ.สุโขทัย จ.แพร่ จ.ลำปาง และจ.น่าน</p>
<p>กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะนั้น แจ้งถึงสาเหตุการเกิดน้ำท่วมดินถล่มในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ว่า จากสภาพพื้นที่ของจ.อุตรดิตถ์ ที่มีภูเขาล้อมรอบ มีหน้าผาสูงชัน รวมทั้งสภาพดินที่เป็นดินร่วน เมื่อ เกิดฝนตก มีปริมาณมากถึง 330 มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 38 ปี ทำให้ดินไม่สามารถอุ้มน้ำจำนวนมากไว้ได้ จึงเกิดน้ำเอ่อพัดโคลนและต้นไม้ถล่มบ้านเรือนชาวบ้านอย่างรุนแรง</p>
<p>สำหรับเหตุการณ์อุทกภัยและโคลนถล่มในจังหวัดบริเวณภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ประสบภัย รวม 5 จังหวัด 26 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ 171 ตำบล 1,200 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ สุโขทัย แพร่ ลำปาง และน่าน มีผู้เสียชีวิตรวม 87 คน (โดยในจังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้มากที่สุด ทำให้ผู้เสียชีวิตเฉพาะในจังหวัดอุตรดิตถ์มากกว่า 75 คน จังหวัดสุโขทัย 7 คน และจังหวัดแพร่ 5 คน)</p>
<p>ผู้คนสูญหาย 29 คน (จังหวัดอุตรดิตถ์ 28 คน จังหวัดสุโขทัย 1 คน) บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 697 หลัง เสียหายบางส่วน 2,970 หลัง ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 352,016 คน 108,762 ครัวเรือนอพยพ 10,601 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><strong>พ.ศ. 2561 อำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน โคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชน </strong></li>
</ul>
<p style="text-align: center"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43953 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ลับแล-อุตรดิต-wiki.jpg" alt="" width="640" height="480" /></p>
<p style="text-align: center"><em>Cr : wikipedia</em></p>
<p>ในเดือนกรกฎาคม ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ในช่วงวันที่ 11-18 ก.ค. 61 และอิทธิพลของพายุ <strong>&#8216;เซินติญ&#8217;</strong> ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 19 ก.ค. 61 และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาว</p>
<p>ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดน่านที่มีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในช่วงวันที่ 11-12 ก.ค. 61 และ 16-28 ก.ค. 61 ส่งผลให้บริเวณตอนบนของจังหวัดน่าน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีความชื้นทั้งผิวดินและความชื้นใต้ผิวดินสูงมาก</p>
<p>ในวันที่ 28 ก.ค. 61 เวลาประมาณ 6.00 น.ดินบนเขาชุ่มน้ำมากและไหลลงมาทับพื้นที่บ้านห้วยขาบ หมู่ที่ 7 ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านอยู่ในหุบเขาและมีบ้านเรือนที่ถูกดินถล่มทับ 6 หลังคาเรือน โดยเป็นบ้านที่ถูกดินถล่มทับทั้งหลัง จำนวน 4 หลัง ดินถล่มทับบางส่วน จำนวน 2 หลัง และถนน 1 สาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 ราย เป็นชาย 2 ราย และหญิง 6 ราย</p>
<p>จากคำบอกเล่าของ <strong>นายธนวัฒน์ จรรมรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านห้วยขาบ หมู่ 7</strong> พบว่า เหตุการณ์ดินโคลนถล่มเกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 3 วัน จนภูเขาในหมู่บ้านซึ่งเป็นป่าชุมชนไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้อีกถล่มลงมาโดยไม่มีสัญญาณผิดปกติ ภาพแรกที่เห็น คือ กองดินถล่มถมทับหมู่บ้าน และบ้านเรือนของผู้เคราะห์ร้าย ส่งผลให้ขณะนั้น สภาพจิตใจของชาวบ้านย่ำแย่อย่างมากเนื่องจากตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนถึงขั้นผวากับเสียงรถหรือเสียงดัง รวมทั้งบางรายห่วงทรัพย์สินและห่วงบ้าน แต่ไม่สามารถเข้าไปได้</p>
<p>ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้ สะท้อนให้เห็นว่า ภัยธรรมชาติบางครั้งไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หากในปัจจุบันเราสามารถมีเทคโนโลยีที่สามารถเฝ้าระวัง เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่มอย่างที่อาจารย์ธรณ์ได้กล่าวไว้อาจลดการสูญเสียลงได้  ไม่เพียงเท่านั้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเป็นโจทย์ใหญ่สำคัญที่ทั่วโลกต้องตระหนักและเร่งแก้ไขก่อนที่มหันตภัยร้ายจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี , FB: Nakhon Si Thammarat นครศรีธรรมราช , FB: Thon Thamrongnawasawat , คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ  สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/glacier-in-himalayan-collapse-disaster/">เมื่อ ‘โลก’ กำลังประท้วงด้วยภัยพิบัติ อ.ธรณ์ชี้ &#8216;อากาศสุดขั้ว&#8217; ทำกลาเซียร์ในหิมาลัยละลายเร็วขึ้น 2 เท่า พร้อมย้อนรอย 3 เหตุการณ์ &#8216;ดินถล่ม&#8217; ในอดีตของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รับมือ &#8216;ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ&#8217; มหันตภัยใกล้ตัว จาก &#8216;ซูเปอร์เอลนีโญ&#8217; พร้อมทางรอดและการปรับตัว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/super-elnino-to-climate-amplification/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2026 10:13:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Amplification]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[Super El Niño]]></category>
		<category><![CDATA[water management]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารน้ำอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล]]></category>
		<category><![CDATA[คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์เอลนีโญ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมน้ำแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.โพยม สราภิรมย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.บรรจง สมบูรณ์ชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.มัลลิกา ศรีสุธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ฝายชะลอน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่แห้งแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลานีญ่า]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤติน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์อาสา]]></category>
		<category><![CDATA[อีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เผาป่า]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนธรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอลนีโญ]]></category>
		<category><![CDATA[แห้งแล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งน้ำชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ มหันตภัยทวีคูณ]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไม้ยืนต้น ป่ายั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43473</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันโลกได้ก้าวข้ามผ่านยุคโลกร้อน (Global Warming) และกำลังเผชิญหน้ากับภาวะ &#8216;โลกเดือด&#8217; (Global Boiling) อย่างเต็มรูปแบบ สัญญาณอันตรายที่เด่นชัดที่สุดคือ อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่กำลังพุ่งทะยานเข้าใกล้จุดวิกฤต 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Tipping Point) ที่จะเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศโลกไปตลอดกาล วิกฤตการณ์ครั้งนี้ก่อให้เกิดภาวะ &#8216;Climate Amplification&#8217; หรือการทวีความรุนแรงของภัยพิบัติธรรมชาติแบบทวีคูณ โดยมีชนวนเหตุสำคัญจากปรากฏการณ์ &#8216;ซูเปอร์เอลนีโญ&#8217; (Super El Niño) ที่กำลังคุกคามภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ส่งผลให้เราต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน ความร้อนสะสม และภัยแล้งแบบสุดขั้ว ความน่ากลัวของวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงแค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่เชื่อมโยงกันเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์ จนกลายเป็น &#8216;ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ มหันตภัยทวีคูณ&#8217; ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น &#8211; ไฟ: สภาพอากาศที่แห้งแล้งจัดและอุณหภูมิที่สูงขึ้น เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้ไฟป่าลุกลามรวดเร็วและควบคุมได้ยากขึ้น &#8211; ฝุ่น: ผลกระทบต่อเนื่องจากไฟป่าและการเผาไหม้ ผสานกับสภาพอากาศนิ่ง ก่อให้เกิดวิกฤตฝุ่นพิษ PM 5 ที่รุนแรงและยาวนานขึ้น กระทบต่อสุขภาวะของประชาชน &#8211; แล้ง: การลดลงของปริมาณน้ำฝนและสภาพอากาศที่แห้งแล้งสะสมยาวนาน ทำลายระบบนิเวศ แหล่งน้ำดิบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/super-elnino-to-climate-amplification/">รับมือ &#8216;ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ&#8217; มหันตภัยใกล้ตัว จาก &#8216;ซูเปอร์เอลนีโญ&#8217; พร้อมทางรอดและการปรับตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันโลกได้ก้าวข้ามผ่านยุคโลกร้อน (Global Warming) และกำลังเผชิญหน้ากับภาวะ <strong>&#8216;โลกเดือด&#8217;</strong> (Global Boiling) อย่างเต็มรูปแบบ สัญญาณอันตรายที่เด่นชัดที่สุดคือ อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่กำลังพุ่งทะยานเข้าใกล้จุดวิกฤต 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Tipping Point) ที่จะเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศโลกไปตลอดกาล</p>
<p><span id="more-43473"></span></p>
<p>วิกฤตการณ์ครั้งนี้ก่อให้เกิดภาวะ <strong>&#8216;Climate Amplification&#8217;</strong> หรือการทวีความรุนแรงของภัยพิบัติธรรมชาติแบบทวีคูณ โดยมีชนวนเหตุสำคัญจากปรากฏการณ์ <strong>&#8216;ซูเปอร์เอลนีโญ&#8217;</strong> (Super El Niño) ที่กำลังคุกคามภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ส่งผลให้เราต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน ความร้อนสะสม และภัยแล้งแบบสุดขั้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43474 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/F02.jpg" alt="" width="800" height="560" /></p>
<p>ความน่ากลัวของวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงแค่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่เชื่อมโยงกันเป็นโดมิโนเอฟเฟกต์ จนกลายเป็น <strong>&#8216;ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ มหันตภัยทวีคูณ&#8217;</strong> ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8211; ไฟ:</strong> สภาพอากาศที่แห้งแล้งจัดและอุณหภูมิที่สูงขึ้น เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ทำให้ไฟป่าลุกลามรวดเร็วและควบคุมได้ยากขึ้น</p>
<p><strong>&#8211; ฝุ่น</strong>: ผลกระทบต่อเนื่องจากไฟป่าและการเผาไหม้ ผสานกับสภาพอากาศนิ่ง ก่อให้เกิดวิกฤตฝุ่นพิษ PM 5 ที่รุนแรงและยาวนานขึ้น กระทบต่อสุขภาวะของประชาชน</p>
<p><strong>&#8211; แล้ง:</strong> การลดลงของปริมาณน้ำฝนและสภาพอากาศที่แห้งแล้งสะสมยาวนาน ทำลายระบบนิเวศ แหล่งน้ำดิบ และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อภาคการเกษตรกรรมที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ</p>
<p><strong>&#8211; น้ำ:</strong> วิกฤตการขาดแคลนน้ำและการบริหารจัดการน้ำที่ไร้ประสิทธิภาพ กลายเป็นความเสี่ยงสูงสุดของภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และความมั่นคงของชุมชน</p>
<p>นำมาสู่เวทีเสวนา<strong> &#8216;ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ-มหันตภัยทวีคูณ&#8217;</strong>โดย ทีมเพื่อนธรณ์ <strong> ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ </strong>เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ได้แก่ <strong>ผศ.บรรจง สมบูรณ์ชัย </strong>คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้,<strong> ผศ.มัลลิกา ศรีสุธรรม</strong> สาขาวิชาปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  และ<strong> ผศ.ดร.โพยม สราภิรมย์</strong> คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมกันหา <strong>&#8216;ทางรอดและกลยุทธ์การปรับตัว&#8217;</strong> ของทั้งภาคชุมชนและองค์กรธุรกิจ ก่อนที่มหันตภัยนี้จะสร้างความเสียหายจนไม่อาจฟื้นฟูกลับคืนมาได้</p>
<p><strong>ฝ่าวิกฤติ &#8216;ไฟป่า ฝุ่นพิษ&#8217; ด้วยความร่วมมือจากชุมชนและป่า</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43475 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/F06.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>ผศ.บรรจง สมบูรณ์ชัย </strong>คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า ​ซูเปอร์เอลนีโญ ​เปรียบเสมือนตัวเร่งให้เกิดความแห้งแล้งรุนแรง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศป่าไม้และทำให้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว</p>
<p><em>&#8220;สิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างป่าไม้กับชุมชน โดยเฉพาะผลกระทบจากไฟป่าที่ก่อให้เกิดวิกฤตฝุ่นพิษ PM  ซึ่งเข้ามาซ้ำเติมและสร้างความรุนแรงต่อวิถีชีวิตและสุขภาวะของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แ<strong>ม้แต่ในพื้นที่ต้นน้ำอย่างจังหวัดเชียงใหม่ แม้เป็นแหล่งต้นน้ำ มีป่าสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงคนกลางน้ำ และปลายน้ำ แต่ความรุนแรงของไฟป่ากลับเพิ่มมากขึ้น</strong> ซึ่งเป็นผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ต้นไม้ที่หายไปส่วนหนึ่งจากการเผาทั้งจากมนุษย์และธรรมชาติ  รวมทั้งยังมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทั้งในเชียงใหม่ และเชียงรายอีกด้วย&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ป่าภาคเหนือมี 2 ประเภท คือ <strong>ป่าไม่ผลัดใบ</strong> อยู่บนที่สูง มีความชุ่มชื้น และ <strong>ป่าผลัดใบ</strong> ซึ่งอยู่ด้านล่าง คือ ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ซึ่งเมื่อเศษใบไม้​เกิดการทับถมก็จะเป็นเชื้อเพลิงนำไปสู่ปัญหาไฟป่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าเชียงใหม่ เกิดเหตุไฟป่ากระทบ 12 หมู่บ้าน ใกล้พื้นที่เศรษฐกิจ และเมื่อเกิดไฟป่า นำมาซึ่งปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 กระทบต่อกลุ่มคนเปราะบาง เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ส่งผลต่อระบบหายใจ</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43483 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/101-16.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>ผศ.บรรจง </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นหนึ่งในแกนนำร่วมหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่  เพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างเป็นระบบทั้งการฟื้นฟูผืนป่าและการปรับตัวของชุมชนที่อาศัยอยู่ตามแนวไฟป่า โดยได้​ร่วมกับสิงห์อาสา ขับเคลื่อนโครงการ <strong>&#8216;ไม้ยืนต้น ป่ายั่งยืน</strong>&#8216; ในพื้นที่ที่เคยเกิดไฟป่า ผ่านการปลูกต้นไม้ โดยคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับพื้นที่ การปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชน พร้อมทั้งคำนึงถึงโครงสร้างเดิมของป่าเพื่อรักษาระบบนิเวศที่เคยอยู่ร่วมกันของป่าและชุมชน และนำมาซึ่งการปลูกป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยอัตรารอดของต้นไม้กว่า 80-90% สูงกว่าอัตรารอดเฉลี่ยของการปลูกป่าโดยทั่วไปที่อยู่ราว 20-30%</p>
<p><em>&#8220;โครงการ <strong>&#8216;ไม้ยืนต้น ป่ายั่งยืน</strong>&#8216; ได้ขยายผลไปสู่พื้นที่ชุมชนต้นแบบผ่าน  6 หมู่บ้าน ในอ.เมือง และ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตามแนวคิด <strong>&#8216;คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด สัตว์ได้พึ่งพิง&#8217;</strong> รวมทั้งการทำงานร่วมกับเครือข่ายอื่นๆ ​เช่น คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสามารถเพาะพันธุ์เห็ด ซึ่งเพิ่มทั้งความหลากหลายในพื้นที่ รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งความสำเร็จของโครงการมาจากการจัดการปัญหาในพื้นได้อย่างเข้าใจทั้งสาเหตุของไฟป่า รวมทั้งเข้าใจความต้องการของชุมชนควบคู่กันไปด้วย ทำให้ได้แนวร่วมจากชุมชนในการช่วยดูแลป่า จัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่า ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์จากป่า ทั้งการใช้ชีวิตรวมทั้งเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ชมุชนไดเพิ่มมากขึ้นด้วย&#8221; </em></p>
<p>ทั้งนี้ การปรับตัวและความร่วมมือของชุมชนที่อาศัยอยู่ตามแนวไฟป่า ยังช่วยบรรเทา​วิกฤตฝุ่นพิษที่มีสาเหตุสำคัญจากไฟป่าให้เบาบางลง ​​การฟื้นฟูผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหาได้ในหลายมิติ พื้นที่สีเขียวจากป่า ยังเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่สำคัญ ที่ช่วยแก้ปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควรเริ่มปลูกตั้งแต่ &#8216;วันนี้&#8217; เพื่อสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43480 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/F03.jpg" alt="" width="800" height="483" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์เพื่อขับเคลื่อนการ​แก้​ปัญหาฝุ่นละอองในมิติอื่นควบคู่กันไป อาทิ  แนวคิดบ้านปลอดฝุ่น การทำความสะอาดในบ้านหรือที่ทำงานของตนเอง การติดตั้งเครื่องกรองฝุ่น และง่ายที่สุด คือ การปลูกต้นไม้ในบ้านไม่ว่าจะเป็นไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม หรือไม้กระถาง ซึ่งมีอยู่ราว 10-20 ชนิด ที่องค์การนาซา (NASA) รับรองในการกรองฝุ่น PM2.5</p>
<p>รวมถึงการลดการปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์ในเขตเมือง ซึ่งขณะนี้ในหลายเมือง เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ ได้นำ EV เข้ามาใช้เป็นบริการสาธารณะ อาจจะมี 100 คันแรกของเชียงใหม่เกิดขึ้น ขณะที่พื้นที่ของหน่วยงานพยายามไม่หยุดนิ่ง ตอนนี้อยู่ระหว่างการเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยทำงานกับสภาลมหายใจ ในการช่วยกันขับเคลื่อนร่วมกัน และการใช้ แอปพลิเคชัน <strong>FireD (ไฟดี)</strong> เฉพาะ จ.เชียงใหม่ เพื่อจัดระเบียบการเผา รวมถึงแจ้งเตือนสถานการณ์ในพื้นที่อีกด้วย</p>
<p><strong>การบริหารน้ำอย่างยั่งยืน แก้วิกฤติน้ำแล้ง </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43476 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/F07.jpg" alt="" width="800" height="552" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.โพยม สราภิรมย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น </strong>กล่าว​ว่า น้ำถือเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญ ทั้งเพื่อการพัฒนาประเทศ รวมทั้งใช้ในการอุปโภคบริโภคและการดูแลระบบนิเวศให้มีความสมดุล ขณะที่ประเทศไทย แม้โดยรวมจะมีน้ำในใปริมาณมาก แต่ถือว่ามีความแปรปรวนสูง หรือมี Holding Capacity ซึ่งหมายถึงมีความสามารถในการอุ้มน้ำหรือกักเก็บน้ำได้​แคบและต่ำ ทำให้เมื่อมีน้ำเกินมาในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็เกิดปัญหาน้ำท่วมได้ง่าย ขณะที่หากน้ำน้อยกว่าปกติก็เกิดปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะเมื่อประเทศกำลังเข้าสู่ &#8216;ซูเปอร์เอลนีโญ&#8217; ปัญหาภัยแล้งก็จะยิ่งรุนแรง</p>
<p>จึงจำเป็นต้องหาวิธีแก้ไข เพื่อแก้ปัญหาจัดการน้ำส่วนเกินและส่วนที่ขาดได้อย่างเป็นระบบ เพื่อรับมือต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยการทำความเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของน้ำ โดยเฉพาะการดูแลน้ำต้นทุนอย่าง &#8216;น้ำบาดาล&#8217; หรือน้ำสีฟ้าให้เกิดความสมดุล</p>
<p>ทั้งนี้ โครงสร้างน้ำตามธรรมชาติในประเทศไทยแบ่งได้ 3 ชนิด ได้แก่  <strong>น้ำสีเขียว</strong> คือ น้ำที่อยู่ในธรรมชาติ ที่ยังไม่ถูกกักเก็บ, <strong>น้ำ​สีฟ้า</strong> คือ น้ำในอ่างเก็บน้ำ น้ำในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงน้ำบาดาล ที่มีการกักเก็บอยู่ และ <strong>น้ำสีเทา </strong>คือ น้ำที่ผ่านการใช้ น้ำเสียจากชุมชน จากกิจกรรมต่างๆ</p>
<p><em>&#8220;​คนเมืองส่วนใหญ่จะใช้ <strong>​น้ำสีฟ้า​</strong> แต่ชาวนาชาวไร่มักจะใช้ <strong>น้ำสีเขียว​</strong>​ ดังนั้น จึงมีการปรับตัวในการปลูกข้าวนาปี รวมทั้งการ​นำน้ำสีฟ้ามาช่วยแก้ปัญหา ขณะที่ <strong>​น้ำสีเทา​</strong> ที่เกิดจากน้ำเสียจากชุมชน หากสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จะดีมากขึ้น ในประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีการวางแผนน้ำสีเทาค่อนข้างดี หลายประเทศพยายามใช้น้ำสีเทาเกือบ 100% คือ รีไซเคิลน้ำให้ได้ ต่างประเทศทำได้ถึง 80% แต่ของประเทศไทยน่าจะยังต่ำ น้ำเสียปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ และน้ำสีเทา ลงไปปนเปื้อนในน้ำสีฟ้า จากที่เรามีน้ำต้นทุนอยู่ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรในอ่างเก็บน้ำ วันหนึ่งอาจตื่นมาพบว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตรหายไปแล้ว เพราะน้ำเป็นกรด เช่น ปัญหาใน​<strong>อ่างเก็บน้ำฉะเชิงเทรา ที่มีค่า </strong><strong>pH 3 (น้ำที่มีความเป็นกรดสูง) จากการรั่วไหลของน้ำทิ้งในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่การกักเก็บน้ำตามธรรมชาติในปีนี้มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับความเสี่ยงจากการสูญเสียและปนเปื้อน </strong><strong>จึงต้องให้ความสำคัญกับการวางแผนในอนาคตเพิ่มมากขึ้น”</strong></em></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43484 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S01.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>วางโรดแม็พขับเคลื่อน พร้อมร่วมมือบูรณาการ รับมือวิกฤติน้ำ</strong></p>
<p><strong>ผศ.ดร.โพยม </strong>กล่าวต่อไปว่า หากจะสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีหลายเรื่องที่ต้องทำ ข้อแรก คือ วางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเตรียมพร้อมในการมีแหล่งน้ำสำรอง แหล่งน้ำใหม่ หรือการจัดเก็บน้ำ โดยจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีคิด ​ไม่มองเพียงการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอภายในแต่ละปี แต่ต้องมีวิธีในการบริการจัดการ ที่สามารถกักเก็บน้ำในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นได้เพิ่มขึ้นราว  2 เท่าเพื่อสร้างความมั่นคงของน้ำได้มากขึ้น</p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องมีทีมทำงาน มีฐานข้อมูล มีการจัดทำแผนงาน การขับเคลื่อนแผนงาน และการประเมินแผน รวมทั้งการวา​งแผนให้แต่ละฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพ ซึ่งในจังหวัดขอนแก่น มีกรรมการตั้งทีมขึ้นมา โดยภาคีเครือข่ายจังหวัดขอนแก่นทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ภาคการศึกษา สื่อมวลชน และหอการค้า สภาอุตสาหกรรม รวมตัวกันทำแผนการต่อสู้ภัยแล้ง ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว</p>
<p><em><strong>&#8220;</strong>การขับเคลื่อน <strong>​ระยะสั้น​</strong>​​ จะมีมาตรการ​มุ่งเป้าพื้นที่ ผ่านการทำฝายชะลอน้ำ ทำบ่อบาดาล ขุดสระ ขอฝนหลวง โดยทำงานควบคู่กับแผน <strong>ระยะกลาง </strong>ผ่านการประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละปี เช่น อยู่ในภาวะลานีญาที่มีน้ำมาก หรือเอลนีโญที่เสี่ยงจะเกิดภัยแล้ง เพื่อรับมืออย่างเหมาะสม  รวมทั้ง <strong>ระยะยาว </strong>ผ่านการทำแผนน้ำระดับจังหวัด 5 ปี​ ​เพื่อประเมินความเสี่ยงและความอ่อนไหวแต่ละพื้นที่ รวมทั้งกลุ่มผู้ที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งชุมชน เกษตรกร เพื่อของบประมาณทั้งการเยียวยาฟื้นฟู และเตรียมป้องกัน ไปจนถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการ​ เช่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน หรือ​การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อ​พัฒนาเทคโนโลยีการใช้น้ำอย่างประหยัด ไปจนถึงการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่าง &#8216;สิงห์อาสา&#8217; เพื่อเพิ่มทางเลือกและทำงานในหลากหลายมิติมากขึ้น เช่น การร่วมมือด้านการจัดการป่าชุมชน ซึ่งส่งผลต่อเนื่องสู่การดูแลป่าต้นน้ำ เพื่อขับเคลื่อนทั้งโครงสร้างทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก โดยเฉพาะในชุมชนเล็กๆ ที่บางครั้งโครงการขนาดใหญ่อาจเข้าไปไม่ถึง ก็จะสามารถมีโมเดลการบริหารจัดการเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ของตัวเอง&#8221;​​​</em></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43485 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S05.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>เตรียมพร้อม ปรับตัว รับมือ &#8216;ซูเปอร์เอลนีโญ&#8217;</strong></p>
<p><strong>ผศ.มัลลิกา ศรีสุธรรม สาขาวิชาปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น </strong>กล่าวว่า &#8216;น้ำ&#8217;  คือหัวใจสำคัญ​ทุกชุมชน เป็นองค์ประกอบและจุดเริ่มต้นในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ความสามารถในการบริหารจัดการ วางผังน้ำเพื่อให้รองรับการใช้งานภายในชุมชนได้ตลอดทั้งปี จึงมีความสำคัญ ในการสร้างความมั่นคงให้ทุกคนในชุมชนทั้งเรื่องของสุขภาพ ภาวะเศรษฐกิจภายในครอบครัว รวมทั้งความรู้สึกมั่นคงภายในชุมชน จากการมีแหล่งน้ำอยู่ภายในแต่ละชุมชนเพื่อช่วยลดความเสี่ยงและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>ขณะที่​อิทธิพลของซูเปอร์เอลนีโญที่เข้ามา ทวีความรุนแรงของความแห้งแล้งให้ยาวนานกว่าปกติ สภาพอากาศที่แปรปรวนและฝนทิ้งช่วง นับเป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43478 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/F08.jpg" alt="" width="800" height="551" /></p>
<p>ทั้งนี้ ที่ผ่านมา​ปรากฎการณ์เอลนีโญจะเกิดขึ้นราว 5 – 10 ปี/ครั้ง แต่ปัจจุบันพบว่าเกิดถี่ขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำอันดับแรก คือ ทำความเข้าใจ ทำใจ แต่ต้องไม่ยอมแพ้และพยามยามหาทาง​รับมือและ​ปรับตัว</p>
<p><em>&#8220;มหาวิทยาลัยขอนแก่น​​ ได้ร่วมมือกับสิงห์อาสา และเครือข่ายชุมชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อร่วมขับเคลื่อน<strong> &#8216;โครงการสิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน&#8217;</strong> เพื่อให้ชาวบ้านใน 10 พื้นที่ ภาคอีสาน​มีน้ำกินน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี ผ่านการสร้างแหล่งน้ำ​ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการใช้น้ำของชุมชน ทำหน้าที่เป็นทั้งบ่อกักเก็บน้ำในฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และเป็นแหล่งน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งอย่างยั่งยืน ซึ่งได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องมากว่า 7 ปี ตั้งแต่ปี ​2563 เป็นต้นมา&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-43482 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/M01-879x1024.jpg" alt="" width="879" height="1024" /></p>
<p>การขับเคลื่อน<strong> &#8216;โครงการสิงห์อาสาสร้างแหล่งน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน&#8217;</strong> เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว ผ่าน 10 พื้นที่ในภาคอีสาน ซึ่งจากการติดตามปละประเมินผล พบว่า ความเสี่ยงของชุมชนที่อยู่ในโครงการลดน้อยลง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่จะดำเนินโครงการ โดยเฉพาะปีที่ต้องเผชิญภาวะแล้งจัด ความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำจะสูงขึ้น การมีแหล่งน้ำอยู่ภายในชุมชนจึงทำให้ชาวบ้านมีน้ำสำรองทั้งเพื่อใช้อุปโภค บริโภคภายในครัวเรือน และเพื่อใช้ทำเกษตรและประกอบอาชีพ  เช่น การปลูกข้าว พืชผัก ผลไม้ และยังเป็นแหล่งอาหารของชุมชน สร้างรายได้เพราะมีปลาในบ่อให้ชาวบ้านจับเป็นอาหารได้ รวมถึงระบบน้ำประปาสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งปี</p>
<p><em>&#8220;แหล่งน้ำในชุมชนนอกจากช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะการมาของซูเปอร์เอลนีโญ ยังช่วยบรรเทาผลกระทบในช่วงลานีญาที่มีปริมาณน้ำมาก เพราะการมีทั้งสระใหญ่ และสระเล็กๆ ที่สร้างไว้โดยรอบ ยังทำหน้าที่ช่วยชะลอน้ำ ป้องกันความเสียหายของผลผลิตในพื้นที่ได้ด้วย การดำเนินโครงการนี้ จึงเป็นเหมือนการนำภูมิปัญญาเดิมกลับมาใช้ใหม่ เพราะ​<strong>​</strong>สมัยก่อนอาจมีการเก็บน้ำสีเขียว (น้ำธรรมชาติ) ลงตุ่ม เป็นสีฟ้า (น้ำที่กักเก็บไว้) เพื่อเก็บไว้ใช้ แต่ปัจจุบันชุมชนต่างๆ เริ่มมีการเก็บน้ำไว้ใช้ในรูปแบบเดิมน้อยลง&#8221;</em>​</p>
<p><strong>&#8216;เอลนีโญ ลานีญา&#8217; ไม่ใช่ภัยพิบัติชั่วครู่</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-43479 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/F05.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</strong> อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้มุมมองปิดท้ายว่า เอลนีโญ และ ลานีญา เป็นสิ่งถาวรที่จะอยู่กับเราไปอีก 40-50 ปี ไม่ใช่ภัยพิบัติที่จะมาเพียงชั่วครู่ ดังนั้น เราจะปรับตัวอย่างไรกับสิ่งที่จะอยู่ถาวร หากจะลงทุนในวันนี้ ทำอย่างไรให้คุ้ม เพื่อการรับมือระยะยาว แต่ละหน่วยงาน องค์กร อาจจะต้องมีทีมงานในการศึกษา รับมือ และปรับตัว</p>
<p><strong><em>“ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละคนแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น ต้องทราบว่าผลกระทบในการดำเนินชีวิตจะมากขึ้นเรื่อยๆ การรับมือต้องเป็นการรับมือระยะยาว และสิ่งที่กำลังจะมา คือ บทเรียนในการทดลองการรับมือ และยกระดับการรับมือกับซูเปอร์เอลนีโญที่กำลังมา แล้วเราจะหาจุดที่เหมาะสมกับทำธุรกิจและการใช้ชีวิตได้” </em></strong>ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/super-elnino-to-climate-amplification/">รับมือ &#8216;ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ&#8217; มหันตภัยใกล้ตัว จาก &#8216;ซูเปอร์เอลนีโญ&#8217; พร้อมทางรอดและการปรับตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“แอสเซทไวส์” ระดมพลังพันธมิตรแบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบถุงยังชีพ-เสื้อผ้า-อุปกรณ์ประกอบอาหาร ดูแลระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/asw-relief-flood-victims/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 06:48:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Asset Wise]]></category>
		<category><![CDATA[ASW]]></category>
		<category><![CDATA[ASW 20th Anniversary]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Flood Relief]]></category>
		<category><![CDATA[We Build Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านปันกัน]]></category>
		<category><![CDATA[วุฒิ วิพันธ์พงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[แอสเซทไวส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38793</guid>

					<description><![CDATA[<p>“แอสเซทไวส์” รวมพลังพันธมิตรเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ ดูแลทั้งระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด ผนึกกำลัง “ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทในเครือที่ภูเก็ต ส่งมอบถุงยังชีพให้ชุมชน พร้อมจับมือ “ร้านปันกัน” ชวนลูกบ้านและประชาชน ร่วมส่งต่อเสื้อผ้าสภาพดี-อุปกรณ์การศึกษาที่จุดรับบริจาค 22 จุดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมสมทบทุนการศึกษาให้เยาวชนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ ประเมินบ้านชั้นเดียวสูญเสียอุปกรณ์ดำรงชีวิต เร่งจัดสรรงบ 1,000,000 บาท จัดเตรียมหม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า และปลั๊กพ่วง กระจายไปยัง 1,000 ครอบครัว เพื่อเตรียมความพร้อมและลดภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องชาวใต้ในช่วงตั้งหลักหลังน้ำลด นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า แอสเซทไวส์ตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ จึงได้รวมพลังกับพันธมิตร ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในระยะเร่งด่วนและช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.ส่งมอบถุงยังชีพอย่างเร่งด่วน โดยผนึกกำลังกับ “บริษัท ร่มโพธิ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/asw-relief-flood-victims/">“แอสเซทไวส์” ระดมพลังพันธมิตรแบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบถุงยังชีพ-เสื้อผ้า-อุปกรณ์ประกอบอาหาร ดูแลระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“แอสเซทไวส์”</strong> รวมพลังพันธมิตรเร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่และจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ ดูแลทั้งระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด ผนึกกำลัง “<strong>ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้</strong>” บริษัทในเครือที่ภูเก็ต ส่งมอบถุงยังชีพให้ชุมชน พร้อมจับมือ “<strong>ร้านปันกัน</strong>” ชวนลูกบ้านและประชาชน ร่วมส่งต่อเสื้อผ้าสภาพดี-อุปกรณ์การศึกษาที่จุดรับบริจาค 22 จุดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล พร้อมสมทบทุนการศึกษาให้เยาวชนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ ประเมินบ้านชั้นเดียวสูญเสียอุปกรณ์ดำรงชีวิต เร่งจัดสรรงบ 1,000,000 บาท จัดเตรียมหม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า และปลั๊กพ่วง กระจายไปยัง 1,000 ครอบครัว เพื่อเตรียมความพร้อมและลดภาระค่าใช้จ่ายให้พี่น้องชาวใต้ในช่วงตั้งหลักหลังน้ำลด</p>
<p><span id="more-38793"></span></p>
<p><strong>นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์</strong> รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า แอสเซทไวส์ตระหนักถึงผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงในภาคใต้ จึงได้รวมพลังกับพันธมิตร ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในระยะเร่งด่วนและช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38795 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ASW2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>1.ส่งมอบถุงยังชีพอย่างเร่งด่วน โดยผนึกกำลังกับ “บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)” หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ร่วมบรรจุถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น พร้อมลำเลียงไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วนให้แก่พี่น้องในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย</p>
<p>2.เปิดรับบริจาคเสื้อผ้ามือและอุปกรณ์การศึกษา ผ่านความร่วมมือกับ “ร้านปันกัน” เชิญชวนลูกบ้านและประชาชนทั่วไป ร่วมแบ่งปันเสื้อผ้าสภาพดีพร้อมใช้งาน ทั้งของผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก รวมถึงอุปกรณ์การศึกษาที่จุดรับบริจาค ณ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานขายโครงการ (Sale Gallery) และโครงการที่อยู่อาศัยในเครือแอสเซทไวส์ รวมถึงร้านปันกันใน Mingle Mall ม.กรุงเทพ รังสิต​ และ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต รวม 22 จุดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 โดยเสื้อผ้าทุกชิ้นจะผ่านการคัดแยกอย่างประณีต และจัดส่งให้ผู้ประสบภัยได้เลือกใช้ตรงตามความต้องการ ขณะเดียวกัน ยังเปิดสมทบทุนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ โดยจะนำเงินบริจาคมาจัดสรรเป็นเสื้อผ้า และนำไปใช้เป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย</p>
<p>3.สนับสนุนอุปกรณ์ประกอบอาหารเพื่อช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด แอสเซทไวส์จัดสรรงบประมาณจำนวน 1,000,000 บาท สำหรับมอบหม้อหุงข้าว กระทะไฟฟ้า และปลั๊กพ่วง จำนวน 1,000 ชุด ให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากหลายครอบครัวในพื้นที่ประสบภัยอาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียว จึงได้รับผลกระทบจากการสูญเสียทรัพย์สินและอุปกรณ์ในการดำรงชีวิตไปแทบทั้งหมด รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอุปกรณ์ประกอบอาหารที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แอสเซทไวส์จึงสนับสนุนอุปกรณ์ที่ช่วยให้ครอบครัวสามารถนำอาหารแห้งและวัตถุดิบที่ได้รับจากการช่วยเหลือไปประกอบอาหารได้ด้วยตนเอง พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงตั้งหลักหลังน้ำลด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ASW3.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>นายวุฒิ</strong> กล่าวอีกว่า แอสเซทไวส์ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด และพร้อมจะประสานความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อให้การช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของการเยียวยาเร่งด่วนและการฟื้นฟูในระยะยาว แอสเซทไวส์ขอเชิญชวนประชาชน ลูกบ้าน และผู้พักอาศัยในโครงการ รวมถึงทุกภาคส่วนร่วมส่งต่อพลังน้ำใจ ไม่ว่าจะผ่านการบริจาคเสื้อผ้า อุปกรณ์การศึกษา หรือการสมทบทุนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือจากทุกคนผสานกันเป็นพลังใหญ่ ช่วยให้ผู้ประสบภัยในภาคใต้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็ง</p>
<p>“ในฐานะองค์กรที่เติบโตมาจากความไว้วางใจของชุมชน แอสเซทไวส์เชื่อว่าหน้าที่ของเราไม่ได้มีเพียงแค่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ แต่ยังต้องยืนเคียงข้างสังคมในทุกช่วงเวลา ซึ่งที่ผ่านมา เรามีโครงการ Punn by AssetWise ที่ดูแล สนับสนุน และแบ่งปันโอกาสให้กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง เราหวังว่าการรวมพลังของแอสเซทไวส์และพันธมิตรในครั้งนี้ จะให้ความช่วยเหลือส่งถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที และสนับสนุนให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้โดยเร็วที่สุด” นายวุฒิ กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/asw-relief-flood-victims/">“แอสเซทไวส์” ระดมพลังพันธมิตรแบ่งปันน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบถุงยังชีพ-เสื้อผ้า-อุปกรณ์ประกอบอาหาร ดูแลระยะเร่งด่วนและฟื้นฟูหลังน้ำลด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มอบเงินบริจาคช่วยเหลือภัยน้ำท่วมใต้  พร้อมเปิดช่องทางบริจาคผ่านบัตรเครดิต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/krungsri-consumer-donated-1mb-to-flood-victims/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 08:48:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri Consumer]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี คอนซูมเมอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ขรรค์ ประจวบเหมาะ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือภัยน้ำท่วมใต้]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. อัจฉรา จันทร์ฉาย]]></category>
		<category><![CDATA[สภากาชาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อธิศ รุจิรวัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38656</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล นำโดย นายอธิศ รุจิรวัฒน์ (กลาง) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ด้วยการบริจาคเงินรวม 1,000,000 บาท ซึ่งแบ่งเป็นบริจาคผ่านสภากาชาดไทยจำนวน 500,000 บาท และบริจาคผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 500,000 บาท โดยมีนายขรรค์ ประจวบเหมาะ (ซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. อัจฉรา จันทร์ฉาย (ขวา) รองประธานกรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและบรรเทาความเสียหายอย่างเร่งด่วน พร้อมเชิญชวนสมาชิกบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมบริจาคช่วยผู้ประสบภัยฯ สามารถเลือกบริจาคผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE ได้ 2 วิธี คือ แลกคะแนนสะสมบัตรเครดิต กรุงศรีและบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์เป็นเงินบริจาค ทุก 1,000 คะแนนเท่ากับบริจาค 100 บาท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/krungsri-consumer-donated-1mb-to-flood-victims/">กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มอบเงินบริจาคช่วยเหลือภัยน้ำท่วมใต้  พร้อมเปิดช่องทางบริจาคผ่านบัตรเครดิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กรุงศรี คอนซูมเมอร์</strong> ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล นำโดย<strong> นายอธิศ รุจิรวัฒน์</strong> (กลาง) <strong>ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์</strong> ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ด้วยการบริจาคเงินรวม 1,000,000 บาท ซึ่งแบ่งเป็นบริจาคผ่านสภากาชาดไทยจำนวน 500,000 บาท และบริจาคผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จำนวน 500,000 บาท</p>
<p><span id="more-38656"></span></p>
<p><strong>โดยมี</strong><strong>นายขรรค์ ประจวบเหมาะ</strong> (ซ้าย) <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย </strong>และ<strong>ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. อัจฉรา จันทร์ฉาย </strong>(ขวา) <strong>รองประธานกรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย</strong> เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและบรรเทาความเสียหายอย่างเร่งด่วน</p>
<p><strong>พร้อมเชิญชวนสมาชิกบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ร่วมบริจาคช่วยผู้ประสบภัยฯ สามารถเลือกบริจาคผ่านแอปพลิเคชัน </strong><strong>UCHOOSE </strong><strong>ได้ </strong><strong>2 </strong><strong>วิธี</strong> คือ แลกคะแนนสะสมบัตรเครดิต กรุงศรีและบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์เป็นเงินบริจาค ทุก 1,000 คะแนนเท่ากับบริจาค 100 บาท หรือบริจาคเงินผ่านวงเงินบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 – 31 มกราคม 2569  โดยสามารถ<strong>กดเลือกทำรายการบริจาคได้ด้วยตนเองที่เมนู </strong><strong>U GIVE</strong> &gt; เลือกบริจาคให้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก หรือสภากาชาดไทย &gt; เลือกบัตรที่ต้องการทำรายการ &gt; เลือกบริจาคโดยแลกคะแนน หรือบริจาคเงินผ่านวงเงินบัตรเครดิต (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) ทั้งนี้ ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี</p>
<p><strong>ภาพเรียงจากซ้าย</strong></p>
<p><strong>1. นายขรรค์ ประจวบเหมาะ </strong> ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย</p>
<p><strong>2. นายอธิศ รุจิรวัฒน์ </strong> ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์</p>
<p><strong>3. ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. อัจฉรา จันทร์ฉาย</strong> รองประธานกรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/krungsri-consumer-donated-1mb-to-flood-victims/">กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มอบเงินบริจาคช่วยเหลือภัยน้ำท่วมใต้  พร้อมเปิดช่องทางบริจาคผ่านบัตรเครดิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพาเวอร์บาย เดินหน้าภารกิจ “เพาเวอร์บาย ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” ระดมทุกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ทั้งช่วงวิกฤตและช่วงฟื้นฟู</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/power-buy-flood-relief/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Dec 2025 05:43:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Flood]]></category>
		<category><![CDATA[Flood Relief]]></category>
		<category><![CDATA[Power Buy]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูหลังน้ำลด]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์บาย]]></category>
		<category><![CDATA[เพาเวอร์บาย ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38480</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งระดมพลัง “เพาเวอร์บาย ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” ให้การช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ สะท้อนพลังน้ำใจของพนักงานและลูกค้าชาวเพาเวอร์บายที่พร้อมยืนเคียงข้างและส่งต่อการสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ทั้งในยามฉุกเฉิน และช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด ในช่วงภาวะวิกฤต เพาเวอร์บาย พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมกันแพ็กถุงยังชีพประกอบด้วยของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐในการกระจายสู่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังขอเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อความช่วยเหลือจากใจของชาวไทยเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นที่สาขาเพาเวอร์บาย ทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนระบบขนส่งและกระจายของไปยังศูนย์ช่วยเหลือในภาคใต้ เช่น เซ็นทรัล หาดใหญ่ และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ พนักงานเพาเวอร์บายยังได้ร่วมส่งมอบพาวเวอร์แบงก์ชาร์จเต็มพร้อมสายชาร์จ และเปิดจุดบริการชาร์จโทรศัพท์ที่ร้านเพาเวอร์บาย เซ็นทรัล หาดใหญ่ เพื่อช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวได้อย่างไม่ติดขัด รวมถึงบริจาคพัดลมและพัดลมไอเย็นให้แก่ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด เพาเวอร์บายยังคงเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ โดยจัดบริการตรวจเช็กสภาพและซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญถึงบ้าน พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50% เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน และสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่สาขาใกล้บ้านหรือศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ 1324 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 68 อีกทั้งยังช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า มอบส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อสินค้าใหม่สูงสุด 10,000 บาท เมื่อ นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าทุกสภาพมาแลก พร้อมทางเลือกผ่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/power-buy-flood-relief/">เพาเวอร์บาย เดินหน้าภารกิจ “เพาเวอร์บาย ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” ระดมทุกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ทั้งช่วงวิกฤตและช่วงฟื้นฟู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งระดมพลัง “เพาเวอร์บาย ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” ให้การช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ สะท้อนพลังน้ำใจของพนักงานและลูกค้าชาวเพาเวอร์บายที่พร้อมยืนเคียงข้างและส่งต่อการสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ทั้งในยามฉุกเฉิน และช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด</strong></p>
<p><span id="more-38480"></span></p>
<p><strong>ในช่วงภาวะวิกฤต</strong> เพาเวอร์บาย พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาจากหลากหลายหน่วยงาน ร่วมกันแพ็กถุงยังชีพประกอบด้วยของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐในการกระจายสู่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังขอเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อความช่วยเหลือจากใจของชาวไทยเปิดจุดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นที่สาขาเพาเวอร์บาย ทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนระบบขนส่งและกระจายของไปยังศูนย์ช่วยเหลือในภาคใต้ เช่น เซ็นทรัล หาดใหญ่ และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38482 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/2.-เพาเวอร์บาย-ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ พนักงานเพาเวอร์บายยังได้ร่วมส่งมอบพาวเวอร์แบงก์ชาร์จเต็มพร้อมสายชาร์จ และเปิดจุดบริการชาร์จโทรศัพท์ที่ร้านเพาเวอร์บาย เซ็นทรัล หาดใหญ่ เพื่อช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อสื่อสารกับครอบครัวได้อย่างไม่ติดขัด รวมถึงบริจาคพัดลมและพัดลมไอเย็นให้แก่ศูนย์พักพิง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38483 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/3.-เพาเวอร์บาย-ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด</strong> เพาเวอร์บายยังคงเดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ โดยจัดบริการตรวจเช็กสภาพและซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญถึงบ้าน พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุด 50% เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ต้องเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน และสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่สาขาใกล้บ้านหรือศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ 1324 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 68 อีกทั้งยังช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า มอบส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อสินค้าใหม่สูงสุด 10,000 บาท เมื่อ นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าทุกสภาพมาแลก พร้อมทางเลือกผ่อน 0% นานสูงสุด 24 เดือน “<strong>ซื้อวันนี้ จ่ายปีหน้า”</strong> กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รวมถึงมอบส่วนลดเพิ่มอีก 10% เมื่อซื้อสินค้าหลายชิ้น เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38484 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/6.-เพาเวอร์บาย-ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เพาเวอร์บายขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและความช่วยเหลือให้พี่น้องภาคใต้อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมร่วมก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/power-buy-flood-relief/">เพาเวอร์บาย เดินหน้าภารกิจ “เพาเวอร์บาย ร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” ระดมทุกกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ทั้งช่วงวิกฤตและช่วงฟื้นฟู</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี จับมือเครือข่ายพันธมิตร เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ สนับสนุนอุปกรณ์ยังชีพ วัสดุก่อสร้าง ระดมทีมจิตอาสาฟื้นฟูหลังน้ำลด </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/scg-and-scg-foundation-flood-relief/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Dec 2025 09:34:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38378</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และจิตอาสา เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบรรเทาภาระภาครัฐ” ณ โรงปูนเอสซีจี ทุ่งสง สนับสนุนอุปกรณ์ยังชีพ สิ่งของจำเป็น วัสดุก่อสร้าง พร้อมระดมพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ ฟื้นฟูโรงพยาบาล สถานศึกษา อาคารสาธารณะ รวมถึงศูนย์อพยพ ในหลายจังหวัดภาคใต้ อาทิ สงขลา พัทลุง ตรัง และยะลา วิกฤติอุทกภัยในภาคใต้ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนได้เข้าไปช่วยเหลือ  เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี ผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรสาธารณกุศล สื่อมวลชน  จิตอาสา และพนักงาน ช่วยเหลือ ฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าว ด้านการช่วยเหลือเร่งด่วน เอสซีจีร่วมกับสำนักงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบรรเทาภาระภาครัฐ” ณ สำนักงานเอสซีจี ภาคใต้ (หาดใหญ่) พร้อมเปิดสายด่วน โทร. 092-932-0070 ประสานความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประกอบการ นอกจากนี้ มูลนิธิเอสซีจี ได้สนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน อาทิ ถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scg-and-scg-foundation-flood-relief/">เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี จับมือเครือข่ายพันธมิตร เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ สนับสนุนอุปกรณ์ยังชีพ วัสดุก่อสร้าง ระดมทีมจิตอาสาฟื้นฟูหลังน้ำลด </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี ผนึกกำลังเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และจิตอาสา เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตั้ง “ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบรรเทาภาระภาครัฐ” ณ โรงปูนเอสซีจี ทุ่งสง สนับสนุนอุปกรณ์ยังชีพ สิ่งของจำเป็น วัสดุก่อสร้าง พร้อมระดมพนักงานจิตอาสาลงพื้นที่ ฟื้นฟูโรงพยาบาล สถานศึกษา อาคารสาธารณะ รวมถึงศูนย์อพยพ ในหลายจังหวัดภาคใต้ อาทิ สงขลา พัทลุง ตรัง และยะลา</strong></p>
<p><span id="more-38378"></span></p>
<p>วิกฤติอุทกภัยในภาคใต้ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนได้เข้าไปช่วยเหลือ  เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี ผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรสาธารณกุศล สื่อมวลชน  จิตอาสา และพนักงาน ช่วยเหลือ ฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าว ด้านการช่วยเหลือเร่งด่วน เอสซีจีร่วมกับสำนักงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้ง <strong>“</strong><strong>ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยบรรเทาภาระภาครัฐ”</strong> ณ สำนักงานเอสซีจี ภาคใต้ (หาดใหญ่) พร้อมเปิดสายด่วน โทร. 092-932-0070 ประสานความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประกอบการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38380 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/02-ฟื้นฟูรถดับเพลิงเทศบาล.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากนี้ มูลนิธิเอสซีจี ได้สนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน อาทิ ถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค ผ่าน SCGJWD เตียงสนามกระดาษ สุขากระดาษ จาก SCGP ผ้าห่ม ชุดเครื่องนอนชั่วคราวแก่ศูนย์อพยพ พร้อมตั้งโรงครัว 5 จุด และมอบเงินช่วยเหลือนักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี ขณะเดียวกัน SCGC ยังได้สนับสนุน “ทุ่นลอยน้ำคุณภาพสูง” ให้กับกองทัพเรือ เพื่อใช้เป็น “แพกู้ภัย” ในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้</p>
<p><strong>ด้านการฟื้นฟู</strong> เอสซีจีร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง และ  “คิวช่าง”<strong>  </strong>เข้าสำรวจสถานศึกษา อาคารสาธารณะ พื้นที่ส่วนรวม เพื่อให้จิตอาสาร่วมทำความสะอาด อาทิ โรงพยาบาลหาดใหญ่  สถานีรถดับเพลิงของเทศบาล   ขณะเดียวกันยังจัดส่งอุปกรณ์ทำความสะอาดให้บ้านเรือนประชาชนด้วย  ส่วนแผนการกำจัดขยะหลังน้ำลด จะทำงานร่วมกับภาครัฐ บริหารจัดการขยะตกค้างอย่างเร่งด่วน มอบถุง Big Bag เพื่อใช้จัดการขยะบนถนนสาธารณะ รวมทั้งนำขยะไปแปรรูปเป็นพลังงานเชื้อเพลิง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38381 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/04-มอบถุง-Big-Bag-ขนขยะ.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ด้านการซ่อมแซม</strong> ได้สนับสนุน Fix It Center จำนวน 46 จุด ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ เพื่อซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่จำเป็นของประชาชน (วันที่ 29 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2568)<strong>  </strong>พร้อมทั้งสนับสนุนหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด สีทาบ้าน ประตู อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้โรงพยาบาลและโรงเรียน  ส่วน “คิวช่าง”  จะสำรวจบ้านฟรีภายในวันที่ 10 ธันวาคม 2568  นอกจากนั้นยังจัดทำคู่มือดูแลบ้าน “หลังน้ำลด” เพื่อให้ประชาชนสามารถซ่อมแซมบ้านได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยดาวน์โหลดได้ที่ <a href="https://shorturl.at/koILu" target="_blank" rel="noopener">https://shorturl.at/koILu</a></p>
<p><strong>เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน </strong><strong>เอสซีจีขอมอบส่วนลดพิเศษสูงสุด</strong><strong> 80% (</strong><strong>จำนวนจำกัด) ในกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างกว่า</strong><strong> 20–50 </strong><strong>รายการ  ณ  </strong><strong>SCG Home </strong><strong>และร้านค้าผู้แทนจำหน่าย</strong> (วันที่ 1–30 ธันวาคม 2568)  รวมทั้งจัดส่วนลดท้ายบิลพิเศษผ่าน SCG Family เริ่มวันที่ 4 ธันวาคม 2568</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38382 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/06-ร่วมกับจิตอาสาทำความสะอาดสถานที่สาธารณะ.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด  โดยร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟูพื้นที่ที่ประสบภัยให้คลี่คลายโดยให้เร็วที่สุด  เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scg-and-scg-foundation-flood-relief/">เอสซีจีและมูลนิธิเอสซีจี จับมือเครือข่ายพันธมิตร เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ สนับสนุนอุปกรณ์ยังชีพ วัสดุก่อสร้าง ระดมทีมจิตอาสาฟื้นฟูหลังน้ำลด </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เบทาโกรส่งต่อความห่วงใย ส่งมอบอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยงบรรเทาทุกข์น้ำท่วมภาคใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/betagro-relief-to-flood-victims/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2025 08:19:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Betagro]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วมภาคใต้]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)​]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกร]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่ไก่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38341</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งความห่วงใยและกำลังใจแก่ประชาชนและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ โดยบริจาคผลิตภัณฑ์ในเครือ ประกอบด้วย ไข่ไก่ เนื้อไก่ และอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับสุนัขและแมว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารแก่ผู้ประสบภัย และสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ เบทาโกรได้กระจายการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ จำนวน 60,000 ฟอง และเนื้อไก่ จำนวน 900 กิโลกรัม ไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยฯ ค่ายเสนาณรงค์ และศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา รวมทั้งส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว รวมทั้งสิ้น 1,000 กระสอบ ให้แก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานปศุสัตว์และเทศบาลเมืองจังหวัดพัทลุง ตลอดจนส่งมอบผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี โดยปนัดดา วงศ์ผู้ดี อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ เบทาโกรยังเปิดศูนย์ช่วยเหลือพนักงานที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ เพื่อดูแลพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยสนับสนุนศูนย์ช่วยเหลือพักพิงจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานหาดใหญ่ โรงงานแปรรูปไก่พัทลุง และโรงงานอาหารสัตว์สงขลา (อำเภอรัตภูมิ) รวมทั้งการช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านพนักงานหลังน้ำท่วม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/betagro-relief-to-flood-victims/">เบทาโกรส่งต่อความห่วงใย ส่งมอบอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยงบรรเทาทุกข์น้ำท่วมภาคใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมส่งความห่วงใยและกำลังใจแก่ประชาชนและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ โดยบริจาคผลิตภัณฑ์ในเครือ ประกอบด้วย ไข่ไก่ เนื้อไก่ และอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับสุนัขและแมว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหารแก่ผู้ประสบภัย และสัตว์เลี้ยง</p>
<p><span id="more-38341"></span></p>
<p>ทั้งนี้ เบทาโกรได้กระจายการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ จำนวน 60,000 ฟอง และเนื้อไก่ จำนวน 900 กิโลกรัม ไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยฯ ค่ายเสนาณรงค์ และศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา รวมทั้งส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมว รวมทั้งสิ้น 1,000 กระสอบ ให้แก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานปศุสัตว์และเทศบาลเมืองจังหวัดพัทลุง ตลอดจนส่งมอบผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี โดยปนัดดา วงศ์ผู้ดี อีกจำนวนหนึ่ง</p>
<p>นอกจากนี้ เบทาโกรยังเปิดศูนย์ช่วยเหลือพนักงานที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ เพื่อดูแลพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยสนับสนุนศูนย์ช่วยเหลือพักพิงจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานหาดใหญ่ โรงงานแปรรูปไก่พัทลุง และโรงงานอาหารสัตว์สงขลา (อำเภอรัตภูมิ) รวมทั้งการช่วยเหลือทำความสะอาดบ้านพนักงานหลังน้ำท่วม</p>
<p>เบทาโกรยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อให้ผู้ประสบภัยและพนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/betagro-relief-to-flood-victims/">เบทาโกรส่งต่อความห่วงใย ส่งมอบอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยงบรรเทาทุกข์น้ำท่วมภาคใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดานอน ประเทศไทย ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบนม 48,000 กล่อง เพื่อสนับสนุนโภชนาการเด็ก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/danone-thailand-donated-unt-milk-for-flood-victims/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2025 06:01:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Dairy]]></category>
		<category><![CDATA[Dairy Product]]></category>
		<category><![CDATA[กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือน้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน]]></category>
		<category><![CDATA[ดานอน ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคนมกล่อง]]></category>
		<category><![CDATA[พลเรือตรี ปณิธาน สิทธิโยธาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[พลเรือตรี สมภูมิ ประยูรอนุเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แดนิช ราห์มัน]]></category>
		<category><![CDATA[โภชนาการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38338</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลเรือตรี ปณิธาน สิทธิโยธาคาร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และ พลเรือตรี สมภูมิ ประยูรอนุเทพ ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ รับมอบนมกล่อง UHT จำนวน 36,000 กล่อง จากนางกรกต วุฒิหิรัญธำรง Growth Capabilities Director จากดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตัวแทนจากดานอนประเทศไทย จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก บริษัท ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “ดานอน ประเทศไทย” ผู้ผลิตโภชนาการสำหรับเด็กแบรนด์ไฮคิว และดูเม็กซ์ ดูโกร ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ โดยเมื่อวานนี้ ดานอนได้ส่งมอบนมกล่อง UHT จำนวน 36,000 กล่อง ให้แก่กองทัพเรือ และเราได้ร่วมมือกับ ผู้ประกอบการสินค้าแม่และเด็กจากกรุงเทพฯ และโคราช เพื่อส่งนมกล่อง UHT อีก 10,800 กล่อง และนมผง 1,200 กล่องไปยังศูนย์พักพิงที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/danone-thailand-donated-unt-milk-for-flood-victims/">ดานอน ประเทศไทย ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบนม 48,000 กล่อง เพื่อสนับสนุนโภชนาการเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>พลเรือตรี ปณิธาน สิทธิโยธาคาร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และ พลเรือตรี สมภูมิ ประยูรอนุเทพ ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ รับมอบนมกล่อง </em><em>UHT </em><em>จำนวน</em><em> 36,000 </em><em>กล่อง จากนางกรกต วุฒิหิรัญธำรง</em> <em>Growth Capabilities Director </em><em>จากดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตัวแทนจากดานอนประเทศไทย</em></p>
<p><span id="more-38338"></span></p>
<p>จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก บริษัท ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “ดานอน ประเทศไทย” ผู้ผลิตโภชนาการสำหรับเด็กแบรนด์ไฮคิว และดูเม็กซ์ ดูโกร ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ โดยเมื่อวานนี้ ดานอนได้ส่งมอบนมกล่อง UHT จำนวน 36,000 กล่อง ให้แก่กองทัพเรือ และเราได้ร่วมมือกับ ผู้ประกอบการสินค้าแม่และเด็กจากกรุงเทพฯ และโคราช เพื่อส่งนมกล่อง UHT อีก 10,800 กล่อง และนมผง 1,200 กล่องไปยังศูนย์พักพิงที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้เด็ก ๆ และครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือได้รับโภชนาการที่ดีในสถานการณ์วิกฤตนี้</p>
<p>“ดานอนมุ่งมั่นในพันธกิจในการส่งมอบสุขภาพที่ดีด้วยอาหารให้แก่ผู้คนให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะเราเชื่อว่าโภชนาการที่ดีเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต เราก็หวังว่าจะได้ส่งต่อความห่วงใยและสุขภาพที่ดีให้แก่เด็ก ๆ ที่ประสบภัยครั้งนี้ผ่านโภชนาการของเรา” <strong>แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย และลาว </strong>กล่าว “ดานอนจึงขอขอบคุณความร่วมมือและความร่วมแรงร่วมใจจากกองทัพเรือและผู้ประกอบการทุกท่านที่ทำให้ความตั้งใจในครั้งนี้ของดานอนไปถึงเด็กๆ และครอบครัวในพื้นที่”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/danone-thailand-donated-unt-milk-for-flood-victims/">ดานอน ประเทศไทย ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ส่งมอบนม 48,000 กล่อง เพื่อสนับสนุนโภชนาการเด็ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SAPPE ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ส่งมอบผลิตภัณฑ์และข้าวสารในพื้นที่ จ.อยุธยา ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/sappe-helping-flood-victims/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2025 03:51:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SAPPE]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยเหลือผู้ประสบภัย]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็ปเป้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38086</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร และประธานคณะทำงานด้านความยั่งยืน บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE พร้อมด้วยทีมงานความยั่งยืน เดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อสังคม ลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของเซ็ปเป้ จำนวน 800 ลัง และข้าวสาร จำนวน 2,000 ถุง รวมมูลค่ากว่า 742,000 บาท ผ่านมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ โดยมี ร.ต.อ.พรชัย ไวยศิลป์ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอำเภอบางบาล และอำเภอบางไทร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ SAPPE ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงการรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยก้าวผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/sappe-helping-flood-victims/">SAPPE ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ส่งมอบผลิตภัณฑ์และข้าวสารในพื้นที่ จ.อยุธยา ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์</strong> (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร และประธานคณะทำงานด้านความยั่งยืน บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE พร้อมด้วยทีมงานความยั่งยืน เดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อสังคม ลงพื้นที่ส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-38086"></span></p>
<p>โดยได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มของเซ็ปเป้ จำนวน 800 ลัง และข้าวสาร จำนวน 2,000 ถุง รวมมูลค่ากว่า 742,000 บาท ผ่านมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ โดยมี <strong>ร.ต.อ.พรชัย ไวยศิลป์</strong> (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้า เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอำเภอบางบาล และอำเภอบางไทร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ SAPPE ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงการรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญและกำลังใจให้คนไทยก้าวผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/sappe-helping-flood-victims/">SAPPE ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ส่งมอบผลิตภัณฑ์และข้าวสารในพื้นที่ จ.อยุธยา ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;อุทกภัย&#8217; ความเสี่ยง ครึ่งปีหลัง 2568 พร้อม​ 3 ฉากทัศน์​ กระทบเศรษฐกิจไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/flood-assessment-scenario/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Sep 2025 04:15:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Assessment]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Cyclones]]></category>
		<category><![CDATA[Flood]]></category>
		<category><![CDATA[KrungsriResearch]]></category>
		<category><![CDATA[Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[WaterManagement]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ฉากทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารจัดการน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝนตก]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[มรสุม]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัยกรุงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทกภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสียหาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36540</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; วิจัยกรุงศรี ประเมินว่า ​ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยที่​มีแนวโน้มเกิดฝนตกมากขึ้นและเสี่ยงต่ออุทกภัยในครึ่ง​หลังของปี 2568 ​​พร้อมคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ 1.8 -2.9 หมื่นล้านบาท พร้อมกระทบ GDP ให้ลดลง ตั้งแต่ 0.10 -0.16% โดยปริมาณน้ำฝน มีแนวโน้มจะสูงกว่าปกติ และมี ความเสี่ยง ต่ออุทกภัยเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ผ่านการประเมินและคาดการณ์จากปัจจัยต่างๆ อาทิ จำนวนพายุที่จะเข้าไทย, ปริมาณน้ำฝน, พื้นที่ฝนตก และแนวโน้มสถานการณ์น้ำในลำน้ำสายหลักสถานการณ์ 7 เดือนแรกที่ผ่านมา 7 เดือนแรกที่ผ่านมา ประเทศไทยผชิญมรสุม และร่องมรสุมที่พัดผ่านประเทศ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดอุทกภัยในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกและภาคกลางรวมพื้นที่ได้รับผลกระทบช่วงที่ผ่านมาจำนวน 29 จังหวัด พื้นที่​ประสบอุทกภัย 0.9 ล้านไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ปลูกข้าว 3.3 แสนไร่, พืชไร่พืชผัก 4.62 หมื่นไร่, ไม้ผลไม้ยืนต้น 1.37 หมื่นไร่จังหวัดเชียงราย เสียหายมากที่สุด มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2.6 แสนไร่ ตามด้วยพะเยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/flood-assessment-scenario/">&#8216;อุทกภัย&#8217; ความเสี่ยง ครึ่งปีหลัง 2568 พร้อม​ 3 ฉากทัศน์​ กระทบเศรษฐกิจไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">วิจัยกรุงศรี</span> </strong>ประเมินว่า ​ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยที่​มีแนวโน้มเกิดฝนตกมากขึ้นและเสี่ยงต่ออุทกภัยในครึ่ง​หลังของปี 2568 ​​พร้อมคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ 1.8 -2.9 หมื่นล้านบาท พร้อมกระทบ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GDP</span> ให้ลดลง ตั้งแต่ 0.10 -0.16%</p>
<p><span id="more-36540"></span></p>
<p>โดยปริมาณน้ำฝน มีแนวโน้มจะสูงกว่าปกติ และมี <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความเสี่ยง</span> ต่ออุทกภัยเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ผ่านการประเมินและคาดการณ์จากปัจจัยต่างๆ อาทิ จำนวนพายุที่จะเข้าไทย, ปริมาณน้ำฝน, พื้นที่ฝนตก และแนวโน้มสถานการณ์น้ำในลำน้ำสายหลัก<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>สถานการณ์ 7 เดือนแรกที่ผ่านมา</strong></p>
<p>7 เดือนแรกที่ผ่านมา ประเทศไทยผชิญมรสุม และร่องมรสุมที่พัดผ่านประเทศ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดอุทกภัยในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกและภาคกลาง<br class="html-br" /><br class="html-br" />รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบช่วงที่ผ่านมาจำนวน 29 จังหวัด พื้นที่​ประสบอุทกภัย 0.9 ล้านไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ปลูกข้าว 3.3 แสนไร่, พืชไร่พืชผัก 4.62 หมื่นไร่, ไม้ผลไม้ยืนต้น 1.37 หมื่นไร่<br class="html-br" /><br class="html-br" />จังหวัดเชียงราย เสียหายมากที่สุด มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 2.6 แสนไร่ ตามด้วยพะเยา 0.8 แสนไร่ และสกลนคร หนองคาย สุโขทัย ได้รับผลกระทบเท่ากันที่ราว 0.7 แสนไร่<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>คาดการณ์แนวโน้มอุทกภัย ในช่วงปลายปี 68</strong></p>
<p>&#8211; ก.ย. &#8211; ต.ค. มีความเสี่ยงเกิด<strong>อุทกภัย</strong>ได้ทุกภาค (ยกเว้นภาคใต้) เนื่องจากปริมาณฝนที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะสูงกว่าค่าปกติ<br class="html-br" />&#8211; พ.ย.- ธ.ค. ภาคใต้ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยได้เพิ่มมากขึ้น จากอิทธิพลของมรสุม ร่องมรสุม และพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนผ่านไทยเป็นประจำทุกปี<br class="html-br" />&#8211; คาดพายุเข้าไทยอย่างน้อย 2-3 ลูก<br class="html-br" />&#8211; ปริมาณน้ำฝน 5 เดือนสุดท้ายสูงกว่าค่าเฉลี่ย ผลกระทบจากลานีญา<br class="html-br" />&#8211; พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหลัก คือ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคอีสาน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>3 ฉากทัศน์ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ</strong></p>
<p>กรณีดีที่สุด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj xzsf02u x1s688f" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/bestcase?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWoprpJXOTPa5OPHohUi9WF5-gOIo3gOyvMq8yx-cR9C_PL6CeI10t7oImLL2XCZ_T0fck2k2ghhmK0qh1g7Bpzdyxc3nNXC7FCQThf9IsCMhwhBXKFuNepMDF3XmZCQRBZwnHLvGchSK4z_lOM9WAfVgDY_X3fwvfJoVPKbyQxKpmvXXZAU73XcwZvCMveknE&amp;__tn__=*NK*F" target="_blank" rel="noopener">#Bestcase</a></span><br class="html-br" />&#8211; พื้นที่ได้รับผลกระทบ 7.4 ล้านไร่ ความเสียหายรวม 1.82 หมื่นล้านบาท กระทบ GDP -0.10%<br class="html-br" />แบ่งเป็น ความเสียหายของมูลค่าทรัพย์สิน​ 2.8 พันล้านบาท และมูลค่าผลผลิตการเกษตร 1.54 หมื่นล้านบาท<br class="html-br" /><br class="html-br" />กรณีฐาน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj xzsf02u x1s688f" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/basecase?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWoprpJXOTPa5OPHohUi9WF5-gOIo3gOyvMq8yx-cR9C_PL6CeI10t7oImLL2XCZ_T0fck2k2ghhmK0qh1g7Bpzdyxc3nNXC7FCQThf9IsCMhwhBXKFuNepMDF3XmZCQRBZwnHLvGchSK4z_lOM9WAfVgDY_X3fwvfJoVPKbyQxKpmvXXZAU73XcwZvCMveknE&amp;__tn__=*NK*F" target="_blank" rel="noopener">#Basecase</a></span><br class="html-br" />&#8211; พื้นที่ได้รับผลกระทบ 9.5 ล้านไร่ ความเสียหายรวม 2.36 หมื่นล้านบาท กระทบ GDP -0.13%<br class="html-br" />แบ่งเป็น ความเสียหายของมูลค่าทรัพย์สินเสียหาย 3.7 พันล้านบาท และ​มูลค่าผลผลิตทางการเกษตร​ 1.99 หมื่นล้านบาท<br class="html-br" /><br class="html-br" />กรณีเลวร้ายที่สุด <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n x18oe1m7 x1sy0etr xstzfhl x972fbf x10w94by x1qhh985 x14e42zd x9f619 x1ypdohk xt0psk2 x3ct3a4 xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x16tdsg8 x1hl2dhg xggy1nq x1a2a7pz xkrqix3 x1sur9pj xzsf02u x1s688f" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/worstcase?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZWoprpJXOTPa5OPHohUi9WF5-gOIo3gOyvMq8yx-cR9C_PL6CeI10t7oImLL2XCZ_T0fck2k2ghhmK0qh1g7Bpzdyxc3nNXC7FCQThf9IsCMhwhBXKFuNepMDF3XmZCQRBZwnHLvGchSK4z_lOM9WAfVgDY_X3fwvfJoVPKbyQxKpmvXXZAU73XcwZvCMveknE&amp;__tn__=*NK*F" target="_blank" rel="noopener">#Worstcase</a></span><br class="html-br" />&#8211; พื้นที่ได้รับผลกระทบ 11.7 ล้านไร่ ความเสียหายรวม 2.9 หมื่นล้านบาท กระทบ GDP -0.16%<br class="html-br" />แบ่งเป็น มูลค่าทรัพย์สินเสียหาย 4.5 พันล้านบาท มูลค่าผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย 2.45 หมื่นล้านบาท<br class="html-br" /><br class="html-br" />ทั้งนี้ ระดับความเสียหายจากอุทกภัยที่มีต่อเศรษฐกิจนี้ ​ มาจากปัจจัยต่างๆ ขึ้นอยู่กับ</p>
<p>1) ปริมาณน้ำฝนและการบริหารจัดการน้ำ<br class="html-br" />2) พื้นที่ที่เกิดอุทกภัย<br class="html-br" />3) ตำแหน่งที่ตั้งหน่วยเศรษฐกิจ (ครัวเรือน โรงงาน พื้นที่เกษตร)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/flood-assessment-scenario/">&#8216;อุทกภัย&#8217; ความเสี่ยง ครึ่งปีหลัง 2568 พร้อม​ 3 ฉากทัศน์​ กระทบเศรษฐกิจไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
