<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>น้ำมันดีเซล &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 23 May 2026 07:18:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>น้ำมันดีเซล &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บางจากฯ เดินหน้าขยายการจำหน่ายดีเซล B 20  พร้อมจัดโปรโมชันช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายภาคขนส่ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/bangchak-ready-to-sell-b20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 May 2026 07:18:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[B20]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiesel]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เสรี อนุพันธนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41991</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางจากฯ  เดินหน้าขยายการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20  เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาคคมนาคมขนส่ง เกษตรและประมง พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพซึ่งผลิตจากผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตรของไทย  นายเสรี อนุพันธนันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า บางจากฯ เดินหน้าขยายการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20  สนับสนุนนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกของรัฐบาลเพื่อลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลและการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน โดยขณะนี้เปิดจำหน่ายแล้วประมาณ 200 สาขา ทั่วประเทศและยังมีแผนขยายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังกระตุ้นการใช้น้ำมันดีเซล B20 และเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดรายการสมนาคุณลูกค้าเมื่อเติมน้ำมันดีเซล B20 ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งใบเสร็จ รับสิทธิ์ซื้อหัวเชื้อดีเซลบางจากฟิวริโอ้ รุ่น ULTRA HD 24/0-2L จำนวน 3 กระป๋อง ในราคาเพียง 100 บาท จากปกติ 159 บาท ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม ถึง 31 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bangchak-ready-to-sell-b20/">บางจากฯ เดินหน้าขยายการจำหน่ายดีเซล B 20  พร้อมจัดโปรโมชันช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายภาคขนส่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บางจากฯ  เดินหน้าขยายการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 </strong><strong> เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของ</strong><strong>ภาคคมนาคมขนส่ง เกษตรและประมง พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพซึ่งผลิตจากผลผลิตทาง</strong><strong>การเกษตรภายในประเทศ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตรของไทย</strong><strong>  </strong><span id="more-41991"></span></p>
<p><strong>นายเสรี อนุพันธนันท์ </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า บางจากฯ เดินหน้าขยายการจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20  สนับสนุนนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกของรัฐบาลเพื่อลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลและการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน โดยขณะนี้เปิดจำหน่ายแล้วประมาณ 200 สาขา ทั่วประเทศและยังมีแผนขยายอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังกระตุ้นการใช้น้ำมันดีเซล B20 และเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องยนต์ให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดรายการสมนาคุณลูกค้าเมื่อเติมน้ำมันดีเซล B20 ตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไปต่อหนึ่งใบเสร็จ รับสิทธิ์ซื้อหัวเชื้อดีเซลบางจากฟิวริโอ้ รุ่น ULTRA HD 24/0-2L จำนวน 3 กระป๋อง ในราคาเพียง 100 บาท จากปกติ 159 บาท ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ณ สถานีบริการน้ำมันบางจากที่ร่วมรายการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://www.bangchakmarketplace.com" target="_blank" rel="noopener">www.bangchakmarketplace.com</a>   ทั้งนี้หัวเชื้อดีเซลบางจากฟิวริโอ้ รุ่น ULTRA HD 24/0-2L ใช้ได้กับเครื่องยนต์ดีเซลทุกประเภท มีสารชะล้างทำความสะอาดหัวฉีดและสารเพิ่มค่าซีเทนเหมาะสำหรับเติมผสมในน้ำมันดีเซล ช่วยให้เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์  ทำความสะอาดระบบหัวฉีด  เพิ่มพลังและยืดอายุเครื่องยนต์    ช่วยประหยัดน้ำมันและลดควันดำจากท่อไอเสีย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41993 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Bangchak-b202.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับรุ่นรถบรรทุกที่รองรับน้ำมันดีเซล B20 ได้แก่ HINO, ISUZU, SCANIA ตั้งแต่ปี 2008, MAN ตั้งแต่ปี 2012 , UD Trucks ตั้งแต่ปี 2013 ,Volvo Trucks ตั้งแต่ปี 2014</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/bangchak-ready-to-sell-b20/">บางจากฯ เดินหน้าขยายการจำหน่ายดีเซล B 20  พร้อมจัดโปรโมชันช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายภาคขนส่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ENTEC สวทช. ชู H-FAME ไบโอดีเซลพรีเมียม เพิ่มทางเลือกเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ ลดความเสี่ยงวิกฤตความมั่นคงทางพลังงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/h-fame-premium-biodiesel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Apr 2026 11:49:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiesel]]></category>
		<category><![CDATA[Biofuel]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[​ENTEC]]></category>
		<category><![CDATA[ENTEC สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[H-FAME]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภฤกษ์ เห็นประเสริฐแท้]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันดีเซล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซัน-อัพ รีไซคลิง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สยามณัฐ พนัสสรรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41468</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีบทบาทสำคัญ แต่ภาคขนส่งโดยเฉพาะรถบรรทุกและเครื่องจักรกลหนัก ยังจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซล  น้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูง หรือ H-FAME สามารถเป็นอีกหนึ่งคำตอบในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) สู่เทคโนโลยีใหม่ในอนาคต ด้วยคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ เป็น Drop-in Fuel ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันที ลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 50% และลดการปล่อยฝุ่น PM ได้สูงถึง 86% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม ได้มีการทดสอบภาคสนามทดแทนน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมได้มากกว่าไบโอดีเซลทั่วไป ที่ผสมได้ไม่เกิน 20% หรือ B20 H-FAME โอกาส &#8216;เชื้อเพลิงชีวภาพคาร์บอนต่ำ&#8217; ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์  หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. สะท้อนมุมมองว่า แม้โลกกำลังก้าวสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว แต่ภาคการขนส่งสินค้ายังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านได้ในทันที เทคโนโลยีต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ รวมถึงข้อจำกัดด้านต้นทุน ทำให้เชื้อเพลิงทางเลือกยังคงมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก ซึ่งในบริบทนี้ H-FAME ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขจัดข้อจำกัดของไบโอดีเซลทั่วไป โดยเฉพาะด้านเสถียรภาพต่อการเกิดออกซิเดชั่น (Oxidation Stability) ช่วยรักษาค่ากรดให้เป็นไปตามมาตรฐานแม้มีการกักเก็บเป็นระยะเวลานาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/h-fame-premium-biodiesel/">ENTEC สวทช. ชู H-FAME ไบโอดีเซลพรีเมียม เพิ่มทางเลือกเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ ลดความเสี่ยงวิกฤตความมั่นคงทางพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีบทบาทสำคัญ แต่ภาคขนส่งโดยเฉพาะรถบรรทุกและเครื่องจักรกลหนัก ยังจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซล  น้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูง หรือ <strong>H-FAME</strong> สามารถเป็นอีกหนึ่งคำตอบในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) สู่เทคโนโลยีใหม่ในอนาคต</p>
<p><span id="more-41468"></span></p>
<p>ด้วยคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ เป็น <strong>Drop-in Fuel</strong> ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันที ลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 50% และลดการปล่อยฝุ่น PM ได้สูงถึง 86% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม ได้มีการทดสอบภาคสนามทดแทนน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมได้มากกว่าไบโอดีเซลทั่วไป ที่ผสมได้ไม่เกิน 20% หรือ B20</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41470 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/H-FAME.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>H-FAME โอกาส &#8216;เชื้อเพลิงชีวภาพคาร์บอนต่ำ&#8217;</strong></p>
<p><strong>ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์</strong>  <strong>หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ </strong><strong>ENTEC </strong><strong>สวทช.</strong> สะท้อนมุมมองว่า แม้โลกกำลังก้าวสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว แต่ภาคการขนส่งสินค้ายังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านได้ในทันที เทคโนโลยีต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ รวมถึงข้อจำกัดด้านต้นทุน ทำให้เชื้อเพลิงทางเลือกยังคงมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้</p>
<p>โดยเฉพาะเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก ซึ่งในบริบทนี้ H-FAME ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขจัดข้อจำกัดของไบโอดีเซลทั่วไป โดยเฉพาะด้านเสถียรภาพต่อการเกิดออกซิเดชั่น (Oxidation Stability) ช่วยรักษาค่ากรดให้เป็นไปตามมาตรฐานแม้มีการกักเก็บเป็นระยะเวลานาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41473 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ดร.พีรวัฒน์-สายสิริรัตน์_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งยังลดการเกิดตะกอนที่ก่อให้เกิดการอุดตันในระบบเชื้อเพลิงและการเสื่อมสภาพของหัวฉีด ส่งผลให้สามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังคงความสามารถของไบโอดีเซลทั่วไปไว้ ทั้งในการลดมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก และการชะล้างชิ้นส่วนในระบบเชื้อเพลิง</p>
<p><em>&#8220;จุดเด่นสำคัญของ H-FAME คือเป็นเชื้อเพลิงประเภท Drop-in Fuel สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลง จึงถือเป็น <strong>&#8216;คำตอบที่ใช้งานได้จริงในปัจจุบัน&#8217;</strong> เพราะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ทันทีในวงกว้าง โดยเฉพาะในภาคขนส่งเชิงพาณิชย์ เช่น รถบรรทุก ที่ใช้ในภาคโลจิสติกส์ ซึ่งยังพึ่งพาเครื่องยนต์ดีเซลเป็นหลัก การใช้ H-FAME จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050 ได้อย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ H-FAME ยังมีบทบาทในมิติทางเศรษฐกิจและนโยบายพลังงานของประเทศ การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบในประเทศ เช่น น้ำมันปาล์ม จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และบรรเทาภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงที่ราคาพลังงานโลกผันผวน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41471 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__49365093.png" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p><em>&#8220;ยิ่งเราใช้พลังงานที่ผลิตได้เองมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดแรงกดดันด้านราคา และสร้างเสถียรภาพให้กับระบบพลังงานของประเทศมากขึ้น ในภาพรวม <strong>H-FAME จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกของเชื้อเพลิงชีวภาพแต่จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายพลังงานของภาครัฐเข้ากับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน</strong> ช่วยเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างน้ำมันปาล์ม กระจายรายได้สู่ภาคการเกษตร และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม บทบาทของเราคือการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือให้ประเทศเดินไปสู่พลังงานสะอาดได้จริง&#8221;</em></p>
<p><strong>ดร.ศุภฤกษ์ เห็นประเสริฐแท้ นักวิจัยจากทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ </strong><strong>ENTEC </strong><strong>สวทช</strong><strong>.</strong> อธิบายถึงภาพรวม​การพัฒนา H-FAME หรือ Premium Biodiesel ว่าข้อจำกัดสำคัญของไบโอดีเซลแบบดั้งเดิม (FAME) คือการเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศได้ง่าย ทำให้เชื้อเพลิงเสื่อมสภาพซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องยกระดับคุณภาพของไบโอดีเซล โดยเฉพาะหากต้องการผลักดันการใช้งานในรูปแบบ B100 ได้จริงในอนาคต จากปัจจุนมีการใช้งานในสัดส่วนที่ B20</p>
<p>ทั้งนี้ เทคโนโลยีการผลิต H-FAME ​พัฒนาขึ้นด้วยกระบวนการ<strong> Partial Hydrogenation</strong> เพื่อปรับปรุงโครงสร้างโมเลกุลของไบโอดีเซลในปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้คือไบโอดีเซลพรีเมียมที่มีความเสถียรสูงขึ้นโดยสามารถต้านทานการเสื่อมสภาพจากปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ดีกว่าไบโอดีเซลทั่วไปมากกว่า 3 เท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41474 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ดร.ศุภฤกษ์-เห็นประเสริฐแท้-2_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบัน​ทีมวิจัยได้ออกแบบระบบการผลิตแบบต่อเนื่องที่เป็นต้นแบบในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot Sacle) ผ่านกำลังการผลิตประมาณ 500 ลิตรต่อวัน และได้ยื่นจดสิทธิบัตรกรรมวิธีการผลิต H-FAME แล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดสู่การผลิตในระดับเชิงพาณิชย์ สำหรับความพร้อมในการใช้งานจริง ​พร้อมทั้งร่วมดำเนินการทดสอบภาคสนาม​กับภาคเอกชนในหลากหลายอุตสาหกรรม  เพื่อนำ H-FAME​ ไปใช้งานจริงทั้งในเครื่องจักรและยานยนต์หลายประเภท มากกว่า 3,000 ลิตร ทั้งรถโฟล์คลิฟท์ รถงานก่อสร้าง และรถบรรทุกสารเคมี โดยถูกใช้งานสูงสุดในรูปแบบ B100 แบบไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของเชื้อเพลิงชนิดนี้ การใช้งาน H-FAME สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 50% และลดการปล่อยฝุ่นควัน PM ได้สูงถึง 86% เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียม&#8221;</em></p>
<p>ปัจจุบันทีมวิจัยอยู่ระหว่างการหารือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลของไทย เพื่อขยายกำลังการผลิต โดยมีเป้าหมายคือการพัฒนาไปสู่โรงงานสาธิตที่มีกำลังการผลิตในระดับ 10,000–30,000 ลิตรต่อวัน เพื่อรองรับการใช้งานจริงในภาคขนส่ง และเป็นกลไกสำคัญของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด H-FAME จึงไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมเชื้อเพลิง แต่เป็นคำตอบเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในโครงสร้างพื้นฐานเดิม ซึ่งจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>ผู้ประกอบการ​นำร่อง &#8216;ใช้งานจริง&#8217; ทดสอบประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>สำหรับภาคธุรกิจ​​ เหตุผลในการเลือกใช้พลังงานไม่ได้มองเพียงแค่​เรื่องต้นทุน แต่มองถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้นในการเพิ่มความสามารถ​การแข่งขัน​ระยะยาวให้กับธุรกิจด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41472 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/คุณสยามณัฐ-พนัสสรรณ์_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสยามณัฐ พนัสสรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัน-อัพ รีไซคลิง จำกัด </strong>กล่าวใน​มุมมอง​ผู้ประกอบการต่อการนำ H-FAME มาใช้เป็นเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ โดยระบุว่า การนำ H-FAME มาใช้ในธุรกิจของตัวเอง แม้ว่าจะมีตุ้นทุนแพงกว่าไบโอดีเซลทั่วไป เนื่องจาก สามารถนำไปช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ภายในองค์กรได้ เพื่อตอกย้ำการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการทำตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการปรับตัวรับ CBAM ของสหภาพยุโรป</p>
<p>แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ที่เกิดวิกฤตด้านพลังงานทำให้ปัจจัยด้านความมั่นคงทางพลังงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาช่วยผลักดันการใช้งาน H-FAME ให้มีความแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><em>​&#8221;ที่ ซัน-อัพ รีไซคลิง เราดำเนินธุรกิจด้วยการเป็นผู้ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้ลูกค้า โดยให้บริการรีไซเคิลสารทำละลายอินทรีย์ (โซลเว้นท์) เช่น ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ โทลูอีน ที่มีประสิทธิภาพและความบริสุทธิ์สูง และออกแบบ ผลิตเครื่องบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรม แบบ Evaporator  ซึ่งเป็นภารกิจหลักที่ช่วยลดของเสียและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด แต่เมื่อเราหันกลับมามองการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยเฉพาะในกิจกรรมการขนส่งของเราเอง กลับพบว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก เพราะการเปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV) ในงานขนส่งวัตถุไวไฟยังทำได้ยากและมีข้อจำกัดทางเทคนิค เราจึงมองหาทางเลือกใหม่ จนได้มาพบกับ H-FAME ซึ่งเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์เราที่สุด&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41475 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/S__49365092.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>นอกจากนี้ H-FAME ​สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ ไม่ต้องลงทุนเครื่องชาร์จ และไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใด ทำให้ไม่เกิดภาระการลงทุนใหม่ แม้ว่าในช่วงเริ่มต้นราคาของ H-FAME อาจจะสูงกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปเล็กน้อย แต่บริษัทก็ยินดีที่จะลงทุนส่วนต่างนี้ เพราะเป็นต้นทุนที่คุ้มค่าในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ตามแนวทางขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยโลก แต่ยังเป็นการช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ใน Scope 3 ให้กับลูกค้าของเราด้วย ทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของเรามีความยั่งยืนไปพร้อมกัน​</p>
<p><em>&#8220;นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว H-FAME ยังสะท้อนถึงความมั่นคงทางพลังงานที่จับต้องได้ ในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกและปัญหาน้ำมันดีเซลขาดตลาดจากสภาวะสงคราม แต่ด้วยการใช้เชื้อเพลิงที่ผลิตจากวัตถุดิบภายในประเทศ ผ่านนวัตกรรมของ สวทช. นี้​ ทำให้​สามารถก้าวข้ามความเสี่ยงเหล่านั้นไปได้ &#8220;</em></p>
<p><strong>H-FAME </strong><strong>หรือ </strong><strong>Premium Biodiesel</strong> สะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยในการพัฒนาเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่ใช้งานได้จริงในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยจุดเด่นเป็น Drop-in Fuel ใช้ได้ทันทีในเครื่องยนต์เดิม และรองรับการใช้งานในสัดส่วนที่สูงกว่าไบโอดีเซลทั่วไป (มากกว่า B20) โดยการทดลองสำหรับใช้งานจริง มีการใช้ที่ B50 แต่ในส่วนการทดลองในห้องปฏิบัติการสามารถใช้ได้ในระดับ B100 โดยไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ หรือกำลังในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์แต่อย่างใด จึงถือเป็นนวัตกรรมที่เพิ่มศักยภาพของประเทศไทย ทั้งการพัฒนานวัตกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพคาร์บอนต่ำ รวมทั้งลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนทั่วโลกอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41476 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/H-FAME-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ วิจัย และเอกชน จะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันสู่การผลิตและใช้งานในวงกว้าง เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน ซึ่งทาง ENTEC สวทช. เปิดกว้างสำหรับผู้สนใจ ทั้งการร่วมทดสอบการใช้งาน หรือในฝั่งผู้พัฒนาเชื้อเพลิง เพื่อสามารถขยายสเกลทั้งฟากดีมานด์ และซัพพลายเพื่อให้มีความคุ้มค่าในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงวิกฤตที่ราคาดีเซลเพิ่มสูงขึ้นและเสี่ยงทีจะขาดแคลน ขณะที่ราคาของ H-FAME จากศักยภาพ​การผลิตในปัจจุบันนี้ มีราคาสูงกว่าไบโอดีเซลทั่วไปที่ลิตรละประมาณ 2 บาท ขณะที่ราคาดีเซลในช่วงวิกฤตพลังงานทำให้ส่วนต่างเพิ่มมากขึ้น และเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเร่งส่งเสริมตลาด H-FAME เพื่อขยายขนาดของให้มีความคุ้มค่าในเชิงการลงทุน และเติบโตจาก Pilot Scale สู่ระดับเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีศักยภาพ</p>
<p>สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการทดลองนำ <strong>H-FAME </strong>ไปใช้ภายในธุรกิจ เพื่อร่วมทดสอบใช้งานจริง หรือสนใจต่อยอดขยายปริมาณการผลิต <strong>H-FAME </strong>ในโครงการต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนภาคขนส่งไทยสู่สังคมคาร์บอนตํ่า สามารถติดต่อได้ที่ <strong>ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์</strong>  หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. E-mail: <a href="mailto:peerawat.sai@entec.or.th">peerawat.sai@entec.or.th</a> โทร. 02 564 6500 ต่อ 4747</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/h-fame-premium-biodiesel/">ENTEC สวทช. ชู H-FAME ไบโอดีเซลพรีเมียม เพิ่มทางเลือกเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ ลดความเสี่ยงวิกฤตความมั่นคงทางพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
