<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บพข. &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 May 2026 11:10:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บพข. &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 10:27:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Driving Circularity Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[Junk Shop]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Saleng]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีชัย เจียรนัยขจร]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[บพข.]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะต้นทาง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41627</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) และ สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า พร้อมด้วยองค์กรภาคธุรกิจในฐานะองค์กรภาคเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนงานยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อเซ็ตมาตรฐานและวางกรอบ &#8216;กลไกสำคัญสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217; ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​​ทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม  รวมถึง​เพิ่มอัตราการรีไซเคิล อันเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะของประเทศไทย บนพื้นฐาน​การจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้ง​ระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและนายกสมาคม PPP Plastics กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการว่า ​หนึ่งในปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ ปัญหาขยะและการจัดการขยะ ถ้าหากไม่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอจะทำให้มีขยะหลุดรอด​สู่สิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ห่วงโซ่อาหารและชีวิตมนุษย์ &#8220;ทางออกสำคัญใน​การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในบริบทของสังคมไทย  คือ การรับและเก็บวัสดุรีไซเคิล โดยซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกสำคัญ​ที่ช่วยการเก็บวัสดุใช้แล้วให้กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อเชื่อมโยงระบบรวบรวมวัสดุรีไซเคิลและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/">ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.)</strong> ร่วมกับ<strong> สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> <strong>สมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics)</strong> และ <strong>สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า</strong> พร้อมด้วยองค์กรภาคธุรกิจในฐานะองค์กรภาคเครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนงานยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อเซ็ตมาตรฐานและวางกรอบ <strong>&#8216;กลไกสำคัญสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-41627"></span></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​​ทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม  รวมถึง​เพิ่มอัตราการรีไซเคิล อันเป็นกลไกสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะของประเทศไทย บนพื้นฐาน​การจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้ง​ระดับนโยบายและการปฏิบัติเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41629 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ดร.วิจารย์-2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา </strong>ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและนายกสมาคม PPP Plastics กล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการว่า ​หนึ่งในปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทายในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน คือ <strong>ปัญหาขยะและการจัดการขยะ</strong> ถ้าหากไม่มีระบบจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอจะทำให้มีขยะหลุดรอด​สู่สิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศบนบกและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึง ห่วงโซ่อาหารและชีวิตมนุษย์</p>
<p><em>&#8220;ทางออกสำคัญใน​การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในบริบทของสังคมไทย  คือ การรับและเก็บวัสดุรีไซเคิล โดยซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกสำคัญ​ที่ช่วยการเก็บวัสดุใช้แล้วให้กลับเข้าสู่ระบบ เพื่อเชื่อมโยงระบบรวบรวมวัสดุรีไซเคิลและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้รับทุนวิจัยจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) และการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้ดำเนินงานโครงการวิจัย &#8216;<strong>โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&#8217;</strong> พร้อมดำเนินการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการลงทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า และการยกระดับมาตรฐาน​​ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​ทุกมิติ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรีไซเคิล ในการ​นำองค์กรความรู้​จากการฝึกอบรมนำไปใช้​ต่อยอด​การประกอบอาชีพ ในฐานะกลไกสำคัญในการนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพดี หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเพื่อจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p><strong>รศ.ดร.จินตวัฒน์ ไชยชนะวงศ์</strong> ที่ปรึกษาแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.)  กล่าวว่า เศรษฐกิจหมุนเวียน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากระบบ Linear Economy ไปสู่ระบบที่เน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านบทบาทหลัก  คือ<strong> 1) การให้ทุนวิจัยและพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์ 2) การสร้าง Circular Supply Chain 3) การขับเคลื่อนมาตรฐานและกฎระเบียบ 4) การสร้างโมเดลธุรกิจใหม่</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/รศ.ดร.จินตวัฒน์-1-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>บพข.​ มุ่งเน้นการเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า ผ่าน​การขับเคลื่อน Circular Economy Ecosystem ผ่านโครงการต่างๆ เช่น</p>
<p><strong>&#8211; Smart Recycling Hub </strong>: สนับสนุนการสร้างศูนย์บริหารจัดการขยะอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีคัดแยกและเชื่อมโยงเครือข่ายจัดการวัสดุรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ</p>
<p><strong>&#8211; PMUC Zero Burn to Earn (เลิกเผา เป๋าตุง) :</strong> สร้าง Ecosystem และส่งเสริมเทคโนโลยีเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรแทนการเผาที่สร้างมลพิษ</p>
<p><strong>&#8211; การสนับสนุนกลุ่มซาเล้ง :</strong> ยกระดับมาตรฐานอาชีพและนำระบบดิจิทัลมาช่วยบริหารจัดการต้นทางขยะ เพื่อดึงกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;บพข. ​ไม่ได้เป็นเพียงผู้สนับสนุนทุนวิจัย แต่ทำหน้าที่เป็น <strong>&#8216;ตัวเชื่อม&#8217;  </strong>ระหว่างภาคนโยบาย ภาควิชาการ และภาคธุรกิจ โดยไม่ได้เน้นเพียงเรื่องรักษ์โลก แต่ยังเป็นการช่วย​เพิ่ม​​ความสามารถทางการแข่งขันให้ธุรกิจและประเทศไปพร้อมกัน&#8221;</em></p>
<p><strong>ตั้งเป้า ปี 2027 บรรจุภัณฑ์เป้าหมายเข้าระบบรีไซเคิล 100% </strong></p>
<p><strong>คุณทวีชัย เจียรนัยขจร</strong> ผู้อำนวยการส่วนลดและใช้ประโยชน์ของเสีย กรมควบคุมมลพิษ บรรยายพิเศษ​หัวข้อ <strong>National Framework on Building Circularity Ecosystem </strong> กล่าวว่า ​​กรอบการทำงานระดับชาติเพื่อการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน <strong>มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบให้เข้ามาเป็นเครือข่ายศูนย์รวบรวมและคัดแยกขยะ (MRF) ที่มีมาตรฐาน เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบความรับผิดชอบที่ขยายเพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (EPR) ภาคบังคับ </strong>หวังแก้ปัญหาวิกฤตขยะบรรจุภัณฑ์ที่ปัจจุบันมีจุดรั่วไหลและถูกกำจัดทิ้งสูงถึง 75% พร้อมผลักดันเป้าหมายระดับชาติในการนำบรรจุภัณฑ์เป้าหมายเข้าสู่ระบบรีไซเคิลอย่างสมบูรณ์ 100% ภายในปี 2027 เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41631 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/นายทวีชัย-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการ​เสวนาหัวข้อ &#8216;<strong>Driving Circularity Ecosystem&#8217;</strong> โดย องค์กรภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้มีความครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity Ecosystem)</p>
<p><strong>คุณวีระ ขวัญเลิศจิตต์</strong> ผู้อำนวยการบริหารสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) กล่าวว่า ความคุ้นเคยในการใช้​ทรัพยากร​แล้ว​ทิ้ง หรือ เศรษฐกิจเชิงเส้น (Linear)​ สิ่งที่ตามมาคือจำนวนขยะที่มากมาย เมื่อขาดการบริหารจัดการที่เหมาะสมจึงสั่งสมจนเป็นปัญหา นำมาสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  ด้วยการหมุนเวียน​ทรัพยากรในการใช้ให้เกิด​ประโยชน์สูงสุดเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา</p>
<p><em>&#8220;​การขับเคลื่อน Circular Economy ​มี​หลายภาคส่วนที่เกี่ยวช้อง และแต่ละภาคส่วนก็มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ หลายภาคส่วนก็มีการบริหารจัดการจากภาครัฐและภาคธุรกิจอย่างเป็นระบบ ขณะที่ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าซึ่งเป็นหน่วยป้อน (Feeder) นำวัตถุดิบเข้าสู่ระบบหมุนเวียน​ ซึ่ง​มีความสำคัญ ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า​จะช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจรีไซเคิลไทยมีความรู้ มีรายได้เพิ่ม และมีส่วนร่วมในระบบนิเวศอย่างมีประสิทธิภาพ”</em></p>
<p><strong>คุณพิรุณ เหมะรักษ์</strong> ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า อบจ.ระยอง เดินหน้ายกระดับ &#8216;<strong>ระยองโมเดล: พลิกวิกฤตขยะสู่ต้นแบบระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong> (Circular Economy Ecosystem) มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงทดแทน (Refuse Derived Fuel: RDF) การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิง RDF โดยการทำงานแบบบูรณาการระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อลดปริมาณการฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/เสวนาหัวข้อ-Driving-Circularity-Ecosystem-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณฉัตรณพัฒน์ เทียนมงคล</strong> เลขาธิการสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า กล่าวว่า ได้ร่วมกับพันธมิตรสร้างระบบขึ้นทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าที่มีความน่าเชื่อถือ และนำสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนมายกระดับเพื่อเป็นนักจัดเก็บเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้จริง มีระบบบริหารจัดการทั้งด้านซอฟแวร์และการจัดการหน้างานจริง ที่สามารถขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายที่ยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการสังคม ชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างเพื่อเชื่อมโยง​ทุกฝ่ายที่สนใจ​ร่วมขับเคลื่อน​ด้วยกัน สร้างความน่าเชื่อถือในอาชีพ ผลักดันการสร้างคุณภาพชีวิตและสวัสดิการต่างๆ ให้​คนทำงาน ทำอาชีพนี้ พร้อมเกิดผู้ร่วมอุดมการณ์รายใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;วันนี้เรามีคนทิ้งมากกว่าคนเก็บหลายเท่าตัว แต่ในอนาคตอาจจะเกิดภาพคนมาสมัครขึ้นทะเบียนขอเป็นซาเล้งนักจัดเก็บขยะเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากก็ได้”</em></p>
<p><strong>Thailand Flagship: Smart Recycling Hub Project</strong></p>
<p>โครงการ <strong>Thailand Flagship : Smart Recycling Hub Project</strong> เป็นหนึ่ง Best Practice โครงการนำร่องระดับประเทศที่มุ่งยกระดับระบบการจัดการขยะและรีไซเคิลพลาสติกแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ปัญหาขยะที่ยังไม่ได้รับการคัดแยกและนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ <strong>คุณคงศักดิ์ ดอกบัว </strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพลาสติก กล่าวว่า​ โครงการนี้มุ่งพัฒนาศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนครบวงจร (Material Recover Facilities; MRF) ให้เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจหมุนเวีย และ​​​เพิ่มอัตราการคัดแยกและมูลค่าของพลาสติกรีไซเคิล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง</p>
<p><em>&#8220;<strong>สำหรับกรุงเทพมหานคร โครงการนำร่องในเขตหนองแขม ​โดยรองรับขยะประมาณ 100 ตันต่อวัน</strong> พร้อมสนับสนุนการลดการฝังกลบ ผ่านการส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งนี้ <strong>คาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะที่ไม่ได้รับการจัดการได้ประมาณ 14,600 ตันต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากขยะราว 140 ล้านบาทต่อปี</strong> อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลในรูปแบบเครือข่าย MRF เพื่อยกระดับระบบจัดการขยะของประเทศในระยะยาว”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/คุณมยุรี-อรุณวรานนท์-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณมยุรี อรุณวรานนท์</strong> ผู้จัดการโครงการเครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน หรือ PRO-Thailand Network กล่าวว่า PRO-Thailand Network เป็นกลุ่มความร่วมมือโดยสมัครใจที่นำโดยภาคอุตสาหกรรม ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 เพื่อริเริ่มการขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ในประเทศไทย</p>
<p>โดยได้รับ​การสนับสนุนจากบริษัทสมาชิกซึ่งได้แก่ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสไอจี คอมบิบล็อก จำกัด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด</p>
<p><em>&#8220;ระหว่างปี 2563 ถึง 2568 เครือข่ายฯ ได้ให้การสนับสนุนการคัดแยกและรวบรวมบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติก PET กว่า 71,500 ตัน กล่อง UHT กว่า 2,400 ตัน และซองพลาสติกประเภท flexible และ Multi-Layer Packaging: MLP กว่า 2,800 ตัน ภายใต้โครงการนำร่องส่งเสริมการเก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค โดยในปี 2568 โครงการฯ ได้ทำการทดลองรีไซเคิลซองพลาสติกประเภท flexible และ Multi-Layer Packaging: MLP ด้วยวิธี mechanical recycling เป็นครั้งแรกได้ถึง 100 ตัน​​ ภายใต้ความร่วมมือจากผู้คัดแยก ร้านรับซื้อรายย่อยและร้านรวบรวบวัสดุรีไซเคิลขนาดใหญ่กว่า 700 รายทั่วประเทศ&#8221;</em></p>
<p>เครือข่าย PRO-Thailand Network ยังเป็นหนึ่งในหน่วยงานภาคเอกชนหลักในคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR) ในประเทศไทย พร้อมทั้งทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง​ภาครัฐและเอกชนในการพัฒนากฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ภาพร้านรับซื้อของเก่า-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียน </strong></p>
<p><strong>คุณอัคคภพ จันทรศรีวงศ์</strong> ฝ่ายบริหารด้านเทคโนโลยี สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ &#8216;<strong>การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียนสำหรับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&#8217;</strong> โดยระบุว่า​ การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบลงทะเบียนสำหรับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บ ค้นหา และบริหารจัดการข้อมูลสมาชิกอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และทันสมัย เพื่อช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมการบริหารงานในระดับพื้นที่ได้อย่างชัดเจน พร้อมมุ่งยกระดับศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินงาน ผ่านการบันทึกข้อมูลด้านขยะอย่างละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลขยะทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการเป็นฐานข้อมูลกลาง (Big Data) ระดับประเทศที่จะช่วยสนับสนุนการวางแผนจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป”</em></p>
<p>นอกจากนี้ โครงการยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ยังได้มีการจัดทำ <strong>คู่มือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า </strong>นำเสนอข้อมูลโดย <strong>คุณภิญญดา เจริญสิน</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย  กล่าวว่า การพัฒนาคู่มือหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการธุรกิจรีไซเคิลได้รับความรู้ ความเข้าใจ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย วิชาชีพ การดำเนินธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้เกิดการยกระดับมาตรฐานของซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้กลายเป็นหนึ่งในกลไกหลักสำคัญในการนำวัสดุรีไซเคิลคุณภาพดีหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบให้เกิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้นำเสนอ <strong>ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลไทยอย่างยั่งยืน</strong>​ โดยมอง​ว่า ​ผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิลไทยทั้งกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าเป็นฟันเฟืองกลไกที่สำคัญในระดับเชิงพื้นที่ในแต่ละท้องถิ่นของประเทศ ในการจัดเก็บและรวบรวมวัสดุรีไซเคิลนำกลับเข้าสู่ระบบการผลิต และถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><em>&#8220;การจะขับเคลื่อนกลุ่ม Informal Sector ทั้งกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นระบบและได้มาตรฐานจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมยกระดับมาตรฐานซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าทั้งในระดับนโยบาย กฎระเบียบ มาตรการ ข้อบังคับของระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นให้มีความสอดคล้องและรองรับต่อการทำงานระดับปฎิบัติการเชิงพื้นที่ได้จริงและเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41636 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/ภาพประกอบ-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​การสร้างระบบ​ลงทะเบียนซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าที่เชื่อมโยงกันในระดับประเทศ ช่วยให้เกิดการรับรองสถานะและขึ้นทะเบียนวิชาชีพให้​ผู้ประกอบการธุรกิจรีไซเคิล เพื่อมี​ระบบที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ เพื่อเข้าถึงแหล่งความรู้ แหล่งเงินทุน และเทคโนโลยีที่เอื้อประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ​อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง​การพัฒนาองค์ความรู้และความเข้าใจในการประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานในการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพ​ ผ่าน &#8216;มาตรการจูงใจทางการเงินและภาษี&#8217; สำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ในระยะยาว เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนสู่ระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/saleng-and-junk-shop-driving-circularity-ecosystem/">ยกระดับซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า สู่มาตรฐานและกลไกขับเคลื่อนระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน &#8216;Driving Circularity Ecosystem&#8217;   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์ MRF แพลตฟอร์ม“ธุรกิจชุมชน” แปรรูปวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงแห่งแรก Dow นำนวัตกรรมหนุนชุมชน สร้างอาชีพแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/09/dow-open-material-recovery-facility/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Sep 2023 02:31:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Community Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[DOW]]></category>
		<category><![CDATA[Dow Business Impact Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Material Recovery Facility]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการวัสดุรี]]></category>
		<category><![CDATA[จิม ฟิทเทอร์ลิง]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[บพข.]]></category>
		<category><![CDATA[วว.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ MRF]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20935</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ศูนย์ MRF” ต้นแบบการจัดการวัสดุใช้แล้ว สู่การแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มระดับชุมชน พัฒนาแพลตฟอร์มเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นรูปธรรม ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีคนไทย ในรูปแบบ”ธุรกิจชุมชน” สร้างรายได้ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของ “ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Material Recovery Facility: MRF)” ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับการคัดแยกและยกระดับคุณภาพวัสดุรีไซเคิลเหลือใช้ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฝีมือคนไทย พร้อมดำเนินการในรูปแบบ “ธุรกิจชุมชน” หรือ Community Enterprise ซึ่งก่อตั้งด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) วว. บพข. สถาบันพลาสติก เทศบาลตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง และจังหวัดระยอง ตั้งเป้าแก้ปัญหาพลาสติกใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลในหลุมฝังกลบเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในแต่ละปีกว่า 1,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นายจิม ฟิทเทอร์ลิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Dow การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร “Plastic Circularity Community Enterprise: Material Recovery [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/dow-open-material-recovery-facility/">ศูนย์ MRF แพลตฟอร์ม“ธุรกิจชุมชน” แปรรูปวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงแห่งแรก Dow นำนวัตกรรมหนุนชุมชน สร้างอาชีพแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“ศูนย์ MRF”</strong> ต้นแบบการจัดการวัสดุใช้แล้ว สู่การแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มระดับชุมชน พัฒนาแพลตฟอร์มเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นรูปธรรม ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีคนไทย ในรูปแบบ”ธุรกิจชุมชน” สร้างรายได้ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม สู่สังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p><span id="more-20935"></span></p>
<p>ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของ <strong>“ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Material Recovery Facility: MRF)”</strong> ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทยสำหรับการคัดแยกและยกระดับคุณภาพวัสดุรีไซเคิลเหลือใช้ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฝีมือคนไทย พร้อมดำเนินการในรูปแบบ “<strong>ธุรกิจชุมชน” </strong>หรือ Community Enterprise ซึ่งก่อตั้งด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) วว. บพข. สถาบันพลาสติก เทศบาลตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง และจังหวัดระยอง ตั้งเป้าแก้ปัญหาพลาสติกใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลในหลุมฝังกลบเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในแต่ละปีกว่า 1,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20939 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายจิม ฟิทเทอร์ลิง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Dow การจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร “Plastic Circularity Community Enterprise: Material Recovery Facility (MRF)” นี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 20 ล้านบาท จากกองทุน Dow Business Impact Fund และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. โดยมีเทศบาลตำบลบ้านฉางเป็นผู้สนับสนุนและจัดหาพื้นที่ในการก่อสร้างศูนย์ดังกล่าวซึ่งเป็นธุรกิจชุมชนที่จะดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2567 เพื่อเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้มีส่วนเข้ามาร่วมดำเนินการและรับผลประโยชน์ร่วมกัน<br />
นายจิม กล่าวว่า “Dow เชื่อมั่นว่าพลาสติกมีคุณค่าเกินกว่าจะถูกทิ้งให้เป็นขยะ เพราะพลาสติกมีการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น ๆ ยิ่งเราเพิ่มอัตราการนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลได้มาก ก็ยิ่งช่วยลดคาร์บอนได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงเป็นการช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และปัญหาขยะไปพร้อม ๆ กัน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20941 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/6-1.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p><strong>นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย</strong> ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “Dow เล็งเห็นว่าการก่อตั้งศูนย์ MRF ต้นแบบนี้จะเกิดประโยชน์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ 2) ด้านสิ่งแวดล้อม เพราะพลาสติกและของเหลือทิ้งจากชุมชน จะถูกเก็บกลับมารีไซเคิลหรือนำมาใช้ประโยชน์ และ 3) ด้านสังคม สร้างความตระหนักในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และยังพัฒนาเป็นต้นแบบซึ่งชุมชนอื่น ๆ ทั่วประเทศและในภูมิภาคสามารถมาเรียนรู้และนำไปทำตามได้”</p>
<p><strong>ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต</strong> ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “วว. มุ่งเน้นการจัดการวัสดุรีไซเคิลที่ต้นทางเพื่อแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้ขยายผลความสำเร็จจากตาลเดี่ยวโมเดลสู่ภาคเอกชน เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน วว.ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดการจัดตั้งศูนย์ฯ ดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการนำผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงเครื่องจักรที่พัฒนาโดยคนไทย มาใช้ประโยชน์ต่อการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นรูปธรรม ลดการพึ่งพาและนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างชาติ อีกทั้งยังต่อยอดและขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศได้ในราคาที่จับต้องได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20938 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์</strong> ประธานอนุกรรมการ แผนงานกลุ่มเศรษฐกิจหมุนเวียน หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กล่าวว่า “บพข. ในฐานะองค์กรสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยได้รับทุนวิจัยสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อร่วมจัดตั้งศูนย์ฯ และนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย BCG ในการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้ได้มากและนานที่สุด จึงช่วยลดขยะและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยลงได้อย่างมหาศาล เป็นอีกหนึ่งทางออกหลักของการแก้ปัญหา climate change ได้ และนับเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ ผ่านความร่วมมือใน Value Chain แบบครบวงจร”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20942 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์</strong> ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า “จังหวัดระยองมีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับจังหวัดระยองได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาในจังหวัดระยอง ก่อให้เกิดขยะและวัสดุเหลือใช้จำนวนมาก ผมเชื่อมั่นว่าศูนย์ MRF แห่งนี้จะช่วยสนับสนุนปฏิบัติการของจังหวัดตามนโยบายและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งจะเป็นหนึ่งในทางออกของปัญหาการจัดการขยะชุมชนและพลาสติกที่มีประสิทธิภาพ ผมมั่นใจว่าจังหวัดระยองของเรามีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะผนึกกำลังสร้างและยกระดับให้บ้านของพวกเราเป็นต้นแบบการจัดการขยะที่ยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20937 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/09/11-1.jpg" alt="" width="1200" height="660" /></p>
<p>ศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Material Recovery Facility: MRF) นี้ได้สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคของชุมชนที่เข้ามาร่วมดูแลตลอดการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/09/dow-open-material-recovery-facility/">ศูนย์ MRF แพลตฟอร์ม“ธุรกิจชุมชน” แปรรูปวัสดุรีไซเคิลคุณภาพสูงแห่งแรก Dow นำนวัตกรรมหนุนชุมชน สร้างอาชีพแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
