<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บรรจุภัณฑ์พลาสติก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 14 Sep 2022 00:37:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บรรจุภัณฑ์พลาสติก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปริมาณถ้วยกาแฟใช้แล้วทิ้งต่อปีในเกาหลีทะลุ 1 พันล้านชิ้นครั้งแรก เตรียมใช้ระบบมัดจำหวังเพิ่มยอดเก็บกลับ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/disposable-cups-over-1-billion-during-pandemic-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Sep 2022 00:37:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Deposit]]></category>
		<category><![CDATA[Korea]]></category>
		<category><![CDATA[Korea Research]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Return Rate]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้วยกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกใช้แล้วทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดเก็บกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดเก็บกลับบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14567</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่ปริมาณขยะจากถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งมีปริมาณทะลุเกินกว่า 1 พันล้านชิ้นเป็นครั้งแรก ข้อมูลจากกระทรวงส่ิงแวดล้อมของเกาหลี ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา มีปริมาณถ้วยกาแฟพลาสติกและกระดาษแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จากคาเฟ่ 14 แห่ง และเชนร้านอาหารยอดนิยม 4 แห่ง อยู่ที่ 4.34 พันล้านช้ิน แต่ปีที่แล้วเพียงปีเดียว ตัวเลขพุ่งขึ้นมาเป็น 1.02 พันล้านชิ้น จากปี 2019 มีจำนวน 770 ล้านชิ้น​ ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนราว 870 ล้านชิ้นต่อปี​ แต่ถึงแม้ว่าช่วง 5 ปีนี้ จะมีปริมาณการใช้ถ้วยกาแฟแล้วทิ้งเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดเก็บกลับของบรรจุภัณฑ์ หรือ Return rate เพื่อนำกลับมารีไซเคิลก็ยังอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 1 ใน 3 โดยมีสัดส่วนการเก็บกลับ 27.5% หรือประมาณ 238.57 ล้านถ้วย ซึ่งเกือบ 80% เป็นถ้วยพลาสติก และอีกกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/disposable-cups-over-1-billion-during-pandemic-years/">ปริมาณถ้วยกาแฟใช้แล้วทิ้งต่อปีในเกาหลีทะลุ 1 พันล้านชิ้นครั้งแรก เตรียมใช้ระบบมัดจำหวังเพิ่มยอดเก็บกลับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="" data-block="true" data-editor="3qek3" data-offset-key="aliem-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="aliem-0-0"><span data-offset-key="aliem-0-0">ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่ปริมาณขยะจากถ้วยกาแฟแบบใช้แล้วทิ้งมีปริมาณทะลุเกินกว่า 1 พันล้านชิ้นเป็นครั้งแรก </span>ข้อมูลจากกระทรวงส่ิงแวดล้อมของเกาหลี ระบุว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา มีปริมาณถ้วยกาแฟพลาสติกและกระดาษแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จากคาเฟ่ 14 แห่ง และเชนร้านอาหารยอดนิยม 4 แห่ง อยู่ที่ 4.34 พันล้านช้ิน</div>
</div>
<p><span id="more-14567"></span></p>
<p>แต่ปีที่แล้วเพียงปีเดียว ตัวเลขพุ่งขึ้นมาเป็น 1.02 พันล้านชิ้น จากปี 2019 มีจำนวน 770 ล้านชิ้น​ ขณะที่ค่าเฉลี่ยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนราว 870 ล้านชิ้นต่อปี​</p>
<p>แต่ถึงแม้ว่าช่วง 5 ปีนี้ จะมีปริมาณการใช้ถ้วยกาแฟแล้วทิ้งเพิ่มมากขึ้น แต่ยอดเก็บกลับของบรรจุภัณฑ์ หรือ Return rate เพื่อนำกลับมารีไซเคิลก็ยังอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 1 ใน 3 โดยมีสัดส่วนการเก็บกลับ 27.5% หรือประมาณ 238.57 ล้านถ้วย ซึ่งเกือบ 80% เป็นถ้วยพลาสติก และอีกกว่า 20% เป็นถ้วยกระดาษ</p>
<p>ทางกระทรวงฯ จึงได้เสนอมาตรการเพื่อเพิ่มความตระหนักในการลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้ง​ ผ่านการใช้ระบบมัดจำค่าบรรจุภัณฑ์​ (deposit system)​ ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. นี้เป็นต้นไป โดยจะให้แบรนด์แฟรนไชส์กว่า 100 แห่ง ทำการชาร์จค่าบรรจุภัณฑ์จากลูกค้าเพิ่มขึ้น 300 วอนต่อถ้วย และลูกค้าจะได้รับเงินคืนหลังจากนำบรรจุภัณฑ์กลับมาคืนให้กับร้าน</p>
<p>บริษัทวิจัย Korea Research ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,000 คน เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ผ่านมา และพบว่า 81% ของผู้ตอบแบบสอบถามยินดีที่จะยอมรับความไม่สะดวกที่จะเกิดขึ้นจากระบบที่กำลังจะประกาศใช้นี้</p>
<p>กระทรวงสิ่งแวดล้อมของเกาหลียังเชื่อว่า มาตรการใหม่นี้จะช่วยเพิ่ม Return Rate ของบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งพวกนี้กลับคืนเข้ามาในระบบได้สูงถึง 90% เลยทีเดียว พร้อมทั้งยังได้จัดสรรงบ 8.75 พันล้านวอน (6.35 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อติดตั้งเครื่องจัดเก็บแก้วเปล่าไว้ตามสถานที่สาธารณะกว่า 500 แห่ง และตามสาขาแฟรนไชส์ร้านเครื่องดื่มต่างๆ กว่า 1,000 แห่งท่ัวประเทศ​ เพื่อช่วยเพิ่มอัตรา Return Rate ให้มากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ เมื่อราวเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ได้เริ่มมาตรการแบนกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบ Single-use รวมไปถึงช้อนส้อมพลาสติก ไม่จิ้มฟัน และพลาสติกที่ใช้ปูโต๊ะ พร้อมระบุโทษหากฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงิน 5 แสน -2 ล้านวอน ซึ่งเป็นโทษสูงสุด ขึ้นอยู่กับขนาดของร้าน และการกระทำความผิด​ แต่หลังจากนั้น 3 เดือนก็ได้ถูกผ่อนผันให้ระงับโทษปรับชั่วคราว เนื่องจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส ส่งผลต่อผู้ประกอบการจำนวนมากโดยเฉพาะขนาดเล็ก แต่หลังจากวันที่ 24 พ.ย. นี้ จะเริ่มนำมาตรการกลับมาใช้อีกครั้ง หลังพิจารณาอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อ</p>
<p>Park Yong-beom เจ้าหน้าที่จากกระทรวงสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นว่า &#8220;การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งอย่างกระทันหัน จะไม่สามารถให้ผลในเชิงปฏิบัติ แต่การค่อยๆ ดำเนินการและมีมาตรการในการจัดเก็บค่าปรับ และระบบการมัดจำมาใช้ จะทำให้ประชาชนค่อยๆ เรียนรู้และซึมซับปรับพฤติกรรม เพื่อป้องกันทั้งเจ้าของร้านและลูกค้ามีการคัดค้านมาตรการเหล่านี้&#8221;</p>
<p><a href="https://www.koreaherald.com/view.php?ud=20220511000744&amp;np=1&amp;mp=1" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/disposable-cups-over-1-billion-during-pandemic-years/">ปริมาณถ้วยกาแฟใช้แล้วทิ้งต่อปีในเกาหลีทะลุ 1 พันล้านชิ้นครั้งแรก เตรียมใช้ระบบมัดจำหวังเพิ่มยอดเก็บกลับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรดแม็พเลิกใช้ Single-use plastic หลุดเป้า แนะเพิ่มซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ทุกชุมชนเหมือนที่ทำการไปรษณีย์​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/thailand-road-map-to-solve-plastic-problem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jun 2022 02:21:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล เจริญชันษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรดแม็พจัดการขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12217</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งประเทศไทยวาง Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกทั้งทางบกและทะเลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายสูงสุด คือ “ขยะ” ต้องไม่ใช่ “ขยะ” เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกเล็ดลอดสู่ธรรมชาติ โดยเน้นจัดการจากต้นทาง สร้างมูลค่าในห่วงโซ่การจัดการพลาสติก และประชาชนต้องให้ความร่วมมือเริ่มต้นที่ใช้ให้น้อยที่สุด ทิ้งให้ถูกที่ กำจัดอย่างถูกวิธี คัดแยก และนำไปใช้ประโยชน์ในได้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ  กล่าวในงานแถลงผลงานและบทบาท PPP Plastics ร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทยว่า ปัญหาเรื่องการจัดการขยะพลาสติกให้เป็นไปตามโรดแม็พ โดยเฉพาะเป้าหมายการนำขยะพลาสติก กลับเข้ามาสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อการขับเคลื่อน Circular Economy ให้ได้ทั้ง 100% ภายในปี 2570 ยังเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณขยะพลาสติกของประเทศไทยในปี 2564 ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว ​ 2.76 ล้านตัน แต่สัดส่วนมีการนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียง 20% ส่วนที่เหลืออีก 77% ถูกทิ้งรวมเพื่อนำไปกำจัดกับขยะทั่วไป และ 3% ไม่ได้รับการจัดการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/thailand-road-map-to-solve-plastic-problem/">โรดแม็พเลิกใช้ Single-use plastic หลุดเป้า แนะเพิ่มซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ทุกชุมชนเหมือนที่ทำการไปรษณีย์​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งประเทศไทยวาง Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกทั้งทางบกและทะเลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายสูงสุด คือ “ขยะ” ต้องไม่ใช่ “ขยะ” เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกเล็ดลอดสู่ธรรมชาติ โดยเน้นจัดการจากต้นทาง สร้างมูลค่าในห่วงโซ่การจัดการพลาสติก และประชาชนต้องให้ความร่วมมือเริ่มต้นที่ใช้ให้น้อยที่สุด ทิ้งให้ถูกที่ กำจัดอย่างถูกวิธี คัดแยก และนำไปใช้ประโยชน์ในได้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-12217"></span></p>
<p><strong>นายอรรถพล เจริญชันษา</strong> อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ  กล่าวในงานแถลงผลงานและบทบาท <strong>PPP Plastics</strong> ร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทยว่า ปัญหาเรื่องการจัดการขยะพลาสติกให้เป็นไปตามโรดแม็พ โดยเฉพาะเป้าหมายการนำขยะพลาสติก กลับเข้ามาสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อการขับเคลื่อน Circular Economy ให้ได้ทั้ง 100% ภายในปี 2570 ยังเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณขยะพลาสติกของประเทศไทยในปี 2564 ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว ​ 2.76 ล้านตัน แต่สัดส่วนมีการนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียง 20% ส่วนที่เหลืออีก 77% ถูกทิ้งรวมเพื่อนำไปกำจัดกับขยะทั่วไป และ 3% ไม่ได้รับการจัดการ ทำให้มีการหลุดลอดออกนอกระบบ และตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งบนบกและในทะเล</p>
<p>โดยเฉพาะตามการขับเคลื่อนโรดแม็พในระยะที่ 2  ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2565 นี้ ซึ่งกำหนดให้มีการยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง (น้อยกว่า 36 ไมครอน) หรือ &#8220;ถุงก๊อปแก๊ป&#8221; แบบที่เราคุ้นเคย กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบาง​ (น้อยกว่า 100 ไมครอน) และหลอดพลาสติก ยอมรับว่าคงไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย อาจจะต้องมีการขยายกรอบระยะเวลา รวมทั้งพยายามหาวิธีพัฒนาระบบในการนำพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการ Circular อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>&#8220;ก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด การบริหารจัดการเรื่องการลดปริมาณการใช้งานพลาสติกแบบ Single-use มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี จากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่รับนโยบายไปขับเคลื่อนต่อ แต่หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ปริมาณการใช้งานพลาสติกกลับมาเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อคน ซึ่งยอมรับว่าพลาสติกยังเป็นความจำเป็นที่ต้องมีการใช้งานอยู่ แต่ภาพรวมการขับเคลื่อนอยู่ในทิศทางที่ดี มีการลดปริมาณการใช้หลอดลง การใช้พลาสติกที่บางลง รวมทั้งการใช้กล่องโฟมบรรจุอาหารที่ลดลงถึง 70% แต่ภาพรวมก็ยังถือว่ามีปริมาณมากอยู่ เนื่องจาก ปัญหาในหลายๆ ปัจจัย โดยเฉพาะต้นทุนที่ผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการรายย่อยมองว่า เป็นการผลักภาระมาให้ผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นที่คนไทยต้องปรับทัศนคคติ และพฤติกรรมในการลดการใช้พลาสติกและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมว่าเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อร่วมกันดูแลและคำนึงถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น&#8221; ​</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12220 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/PPP1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลไกสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อน Circular Economy เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือ การเชื่อมโยงทั้ง Ecosystem เข้าด้วยกัน ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้งาน ผู้บริโภค ผู้คัดแยก และผู้กำจัด รวมทั้งต้องสร้างทั้งคุณค่า และความคุ้มค่า หรือเพิ่มแรงจูงใจ ให้ทุกคนเห็นความสำคัญในการคัดแยกและนำขยะเข้าสู่ระบบ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการหมุนเวียนได้จริงๆ  และจะต้องหมุนได้อย่างต่อเนื่องหลายๆ รอบมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีขยะพลาสติกหลุดลอดออกไปนอกระบบ ส่งปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันยังมีหลายๆ ปัญหา เช่น ธุรกิจรับซื้อขยะเลือกที่จะส่งวัตถุดิบส่งไปต่างประเทศมากกว่าส่งเข้าระบบในประเทศ เนื่องจาก ราคารับซื้อที่ดีกว่า หรือแม้แต่การจัดระเบียบ รวมทั้งให้ความรู้เรื่องกาารคัดแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ให้กับกลุ่มซาเล้ง​ ที่มีมากกว่าหมื่นคัน หรือรวมผู้ที่อยู่ในระบบธุรกิจรับซื้อขยะตามบ้านจะมีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียว</p>
<p>&#8220;กลุ่มซาเล้ง หรือธุรกิจรับซื้อขยะตามบ้าน ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิด Circular Economy ที่แท้จริง แต่การรับรอง หรือการสนับสนุนธุรกิจนี้ยังไม่ชัดเจน ภาพที่ควรจะเป็นคือ ทุกชุมชน หรือทุกหมู่บ้าน ควรมีซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า หรือพื้นที่ในการบริหารจัดการขยะ หรือแยกขยะได้ เช่นเดียวกับการมีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกบ้านแยกขยะ และสามารถนำขยะที่แยกไปส่งหรือจำหน่าย ให้คนกลางอย่างซาเล้ง หรือร้านรับซื้อของเก่าที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน และส่งต่อไปยังพื้นที่กำจัดหรือนำเข้าสู่ระบบได้อย่างสะดวก เพื่อทำให้ขยะมีค่า มีราคามากขึ้น คนก็จะทิ้งน้อยลง และป้องกันการหลุดลอดไปสู่แวดล้อมให้น้อยลงด้วย&#8221;​</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังคงติดขัดในเรื่องของข้อกฏหมายต่างๆ เช่น กฏหมายผังเมือ หรือ พรบ.ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่สามารถรองรับการจัดตั้งโรงงานกำจัดขยะในเขตเทศบาลต่างๆ หรือในพื้นที่ชุมชนได้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยในรายละเอียด เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาหรือขับเคลื่อนต่อไป ซึ่งปัจจุบันขยะพลาสติกมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 26% ของขยะต่างๆ ที่เกิดจากชุมชน และในนี้มีเพียง 25% เท่านั้น ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ส่วนใหญ่อีกกว่า 3 ใน  4 จะถูกนำไปทำลาย ทั้งการฝังกลบ  การเผา และปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางส่วนที่หลุดลอดออกมายังสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีข้อมูลศึกษาเผยแพร่ยืนยันออกมาแล้วว่ามีการพบไมโครพลาสติกอยู่ในร่างกายมนุษย์ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-12221 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/3-wheels.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/thailand-road-map-to-solve-plastic-problem/">โรดแม็พเลิกใช้ Single-use plastic หลุดเป้า แนะเพิ่มซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ทุกชุมชนเหมือนที่ทำการไปรษณีย์​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีพีเอฟ ประกาศยกเลิกบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่กระทบสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/12/cpf-develop-packaging-environmemt-sustainable/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Dec 2019 02:50:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastic]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Polylactic Acid]]></category>
		<category><![CDATA[Recyclable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Resources]]></category>
		<category><![CDATA[Reusable]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Secondary Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Upcyclable]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=6799</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีพีเอฟ ตั้งเป้า บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดจะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) ใช้ใหม่ (Recyclable) ผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable) หรือสามารถย่อยสลายได้ (Compostable) ประกาศยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็นภายในปี 2568 สำหรับกิจการในประเทศไทย และปี 2573 สำหรับกิจการในต่างประเทศ วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้น ลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ และการสูญเสียอาหารที่ไม่ถูกบริโภค (Food Waste) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้วัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนบนพื้นฐานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ยกตัวอย่างเช่น การปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ถุงไก่สด ให้เหลือพลาสติกเพียงชั้นเดียวแทนการใช้พลาสติกหลายชั้น ทำให้บรรจุภัณฑ์แบบใหม่ใช้พลาสติกน้อยลงถึง 43% โดยไม่กระทบต่อการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด &#160; เศรา &#160; ปัจจุบันซีพีเอฟได้พัฒนาถาดพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) จากวัสดุธรรมชาติที่หมุนเวียนได้(Renewable Resources) ที่เรียกว่า Polylactic Acid (PLA) โดยนำมาใช้กับสินค้ากลุ่มหมูสดและไก่สดแช่เย็น ตั้งแต่ปี2558 และล่าสุดบริษัท Tops Foods [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/12/cpf-develop-packaging-environmemt-sustainable/">ซีพีเอฟ ประกาศยกเลิกบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่กระทบสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ซีพีเอฟ ตั้งเป้า บรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดจะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) ใช้ใหม่ (Recyclable) ผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable) หรือสามารถย่อยสลายได้ (Compostable) ประกาศยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็นภายในปี 2568 สำหรับกิจการในประเทศไทย และปี 2573 สำหรับกิจการในต่างประเทศ</span></h4>
<p><span id="more-6799"></span></p>
<p><strong>วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์</strong> รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด ยืดอายุของอาหารให้ยาวนานขึ้น ลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ และการสูญเสียอาหารที่ไม่ถูกบริโภค (Food Waste) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้วัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามนโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนบนพื้นฐานแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ยกตัวอย่างเช่น การปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ถุงไก่สด ให้เหลือพลาสติกเพียงชั้นเดียวแทนการใช้พลาสติกหลายชั้น ทำให้บรรจุภัณฑ์แบบใหม่ใช้พลาสติกน้อยลงถึง 43% โดยไม่กระทบต่อการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เศรา<img decoding="async" class=" wp-image-6800 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/CPF-1.jpg" alt="" width="575" height="383" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันซีพีเอฟได้พัฒนาถาดพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) จากวัสดุธรรมชาติที่หมุนเวียนได้(Renewable Resources) ที่เรียกว่า Polylactic Acid (PLA) โดยนำมาใช้กับสินค้ากลุ่มหมูสดและไก่สดแช่เย็น ตั้งแต่ปี2558 และล่าสุดบริษัท Tops Foods ซึ่งเป็นบริษัทลูกของซีพีเอฟในเบลเยี่ยม ได้วัสดุที่ทำจากเยื่อไม้สนย่อยสลายได้มาใช้กับ บรรจุภัณฑ์ของวีแกนลาซานญ่า แบรนด์ PURE</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-6801 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/12/CPF-2.jpg" alt="" width="482" height="660" /></p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังพยายามจัดหาบรรจุภัณฑ์ ที่มีการนำวัสดุรีไซเคิล (Recycled Material) มาใช้ในบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีการสัมผัสกับอาหารโดยตรง(Secondary Packaging) หรือใช้สำหรับการขนส่ง เช่น กล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งมีสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลอยู่ที่ร้อยละ 70-100 และในธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทซีพีเอฟ เช่น ร้าน Star Coffee ก็ได้หันมาใช้วัสดุที่ยั่งยืนทดแทนการใช้พลาสติกที่ย่อยสลายยาก เช่น แก้วและหลอดที่ทำจากไบโอพลาสติก ผลิตจากพืช ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ 100%.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/12/cpf-develop-packaging-environmemt-sustainable/">ซีพีเอฟ ประกาศยกเลิกบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่กระทบสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“Nude” Shopping เทรนด์ใหม่กำลังมา</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/03/nude-shopping/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Mar 2019 02:00:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[supermarket]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5311</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าการเปลื้องผ้าไปชอปปิงจะเป็นเทรนด์ใหม่ของศตวรรษนี้ แต่คำว่า Nude หมายความถึงการไม่ห่อหุ้มผักผลไม้ด้วยพลาสติกต่างหาก &#160; &#160; ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ตของกลุ่ม New World ซึ่งตั้งอยู่ใน Bishopdale เมือง Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกห่อหุ้มผักและผลไม้ตามสโลแกนที่ตั้งไว้คือ “food in the nude” ขณะเดียวกัน ซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์ไม่ได้ให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้า ณ จุดชำระเงินอีกต่อไป ซึ่งเป็นไปตามกฎการยกเลิกการใช้พลาสติกในร้านรีเทลของภาครัฐที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา Nigel Bond เจ้าของร้าน Bishopdale กล่าวว่า “ ทุก ๆ ปีเราจะมีการตรวจสอบยอดขาย หลังจากที่เราได้นำเสนอแนวคิดเรื่องนี้ออกไป เราสังเกตยอดขายของ “ต้นหอม” เพิ่มขึ้น 300 % แต่อาจจะมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยก็ได้ ตอนนี้เราพบว่ายอดขายผักอื่นๆ เช่น siver beet และหัวผักกาด ต่างมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน” นอกจากนี้ Bond กล่าวเสริมว่า “การจัดชั้นวางสินค้ารูปแบบใหม่ ก็ทำให้ลูกค้าต่างก็ประทับเช่นกัน ซื่งช่วยฟื้นความทรงจำสมัยเด็กๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/03/nude-shopping/">“Nude” Shopping เทรนด์ใหม่กำลังมา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าการเปลื้องผ้าไปชอปปิงจะเป็นเทรนด์ใหม่ของศตวรรษนี้ แต่คำว่า Nude หมายความถึงการไม่ห่อหุ้มผักผลไม้ด้วยพลาสติกต่างหาก</span></h4>
<p><span id="more-5311"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5314 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/nude1.jpg" alt="" width="524" height="351" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นในซูเปอร์มาร์เก็ตของ<strong>กลุ่ม New World</strong> ซึ่งตั้งอยู่ใน <strong>Bishopdale</strong> เมือง<strong> Christchurch</strong> ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ประกาศยกเลิกการใช้พลาสติกห่อหุ้มผักและผลไม้ตามสโลแกนที่ตั้งไว้คือ<strong> “food in the nude”</strong> ขณะเดียวกัน ซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์ไม่ได้ให้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้า ณ จุดชำระเงินอีกต่อไป ซึ่งเป็นไปตามกฎการยกเลิกการใช้พลาสติกในร้านรีเทลของภาครัฐที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา</p>
<p><strong>Nigel Bond</strong> เจ้าของร้าน Bishopdale กล่าวว่า <em><strong>“ ทุก ๆ ปีเราจะมีการตรวจสอบยอดขาย หลังจากที่เราได้นำเสนอแนวคิดเรื่องนี้ออกไป เราสังเกตยอดขายของ “ต้นหอม” เพิ่มขึ้น 300 % แต่อาจจะมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยก็ได้ ตอนนี้เราพบว่ายอดขายผักอื่นๆ เช่น siver beet และหัวผักกาด ต่างมียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน”</strong></em></p>
<p>นอกจากนี้ Bond กล่าวเสริมว่า<em> “การจัดชั้นวางสินค้ารูปแบบใหม่ ก็ทำให้ลูกค้าต่างก็ประทับเช่นกัน ซื่งช่วยฟื้นความทรงจำสมัยเด็กๆ ตอนผมไปจ่ายตลาดกับพ่อ ผักที่ไม่ได้ถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกจะส่งกลิ่นหอมของมะนาวและต้นหอม แตกต่างกับตอนนี้ที่เปลี่ยนมาห่อหุ้มผักผลไม้ด้วยพลาสติก คุณก็จะไม่ได้กลิ่นหอมของผักและผลไม้อีกเลย ดังนั้นการเลิกห่อหุ้มผักผลไม้ถือเป็นการขับเคลื่อนครั้งใหญ่สำหรับเรา”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5315 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/nude-2.jpg" alt="" width="526" height="297" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ <strong>Bond</strong> คุยกับ<strong> Gary May</strong> ซึ่งเป็นผู้จัดการร้านเมื่อหลายปีก่อนเพราะทั้งสองเห็นว่าผักและผลไม้สดที่ส่งมาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกในปริมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี</p>
<p><em>“ผมมีโอกาสไปดูงานที่สหรัฐฯและได้เห็นว่าวิธีการทำงานของเชนซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายอาหารสดหลากหลายชนิด รวมถึงวิธีการขายก็เกือบจะเป็นในรูปแบบศิลปะ”</em> Bond กล่าว จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจ และเริ่มพูดคุยกับเกษตรกรผู้ปลูกผักผลไม้รวมถึงซัพพลายเออร์ ซึ่งเขาก็ได้รับผลตอบรับที่ดีกลับมาด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>Bond</strong> ได้ติดตั้งระบบตู้แช่ผักผลไม้สดที่ติด<strong>ระบบพ่นละอองน้ำ “Misting”</strong> ที่คงความสดใหม่ให้กับผักและผลไม้นั่นเอง เขากล่าวว่า <em>“ผักมีส่วนประกอบของน้ำ 90% และผลการศึกษาพบว่าการพ่นละอองน้ำไม่เพียงเป็นสิ่งที่ดีกว่าเท่านั้นแต่ยังช่วยเรื่องคงความสดใหม่ของสีและเนื้อผักผลไม้ที่ประกอบด้วยปริมาณวิตามินสูงกว่าอีกด้วย ขณะเดียวกัน ทางร้านยังติดตั้งระบบ Reverse Osmosis ที่ช่วยกรองสิ่งปนเปื้อน เช่น แบคทีเรียและสารคลอรีน ได้ถึง 99% ทำให้เรามั่นใจว่าละอองน้ำที่ผ่านมาจากระบบนี้มีความบริสุทธิ์ปลอดภัย”</em> และแม้ว่าซัพพลายเออร์จำนวนมากกำลังทบทวนวิธีการผลิตบรรจุภัณฑ์ Bond เชื่อว่าผู้ผลิตมักไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ</p>
<p>ขณะเดียวกันกลุ่ม New World กำลังทดลองแคมเปญใหม่ด้วยการส่งเสริมให้ลูกค้านำภาชนะ<strong> BYO (Bring your own container)</strong> มาจากบ้านสำหรับใส่อาหารประเภทเนื้อสดและอาหารทะเลสด ซึ่งแคมเปญนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการในหลายสาขา เช่น <strong>Howick ใน Auckland, Hastings, Levin c]t Rototuna</strong> เป็นต้น นอกจากนั้น บริษัท Foodstuffs กำลังดำเนินการทดลองใช้กระดาษแทนการใช้กระดาษฟอยล์ในการห่อหุ้มอาหารทะเล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5316 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/03/nude-3.jpg" alt="" width="501" height="580" /></p>
<h4></h4>
<h4><span style="color: #993366;">นอกจากนี้ <strong>Foodstuffs</strong> ยังได้ร่วมลงนามใน<strong> the NZ Plastic Packaging Declaration</strong> ซึ่งเป็นพันธะสัญญาที่จะช่วยให้บรรจุภัณฑ์ของห้างร้านต่างๆสามารถนำกลับมา<strong> reuse recycle และย่อยสลาย</strong>ได้ภายในปี 2025 ทั้งนี้ยังได้นำเสนอถาดบรรจุอาหารที่สามารถรีไซเคิลได้ซึ่งเป็นมาตรการที่เปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือไม่เพิ่มขยะในหลุมฝังกลบได้กว่า 80 ล้านถาดทุกปี</span></h4>
<p><strong>credit : https://www.nzherald.co.nz/sponsored-stories/news/article.cfm?c_id=1503708&amp;objectid=12188111&amp;fbclid=IwAR3QJ4rU2eKFSmNqThayaVaQrF5674lW-gjffnz0N-cio2Lx1gVp33kDPWU</strong></p>
<p><strong>Credit photo : http://supermarketnews.co.nz/food-in-the-nude-project-takes-off-plastic/</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/03/nude-shopping/">“Nude” Shopping เทรนด์ใหม่กำลังมา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ซีพีเอฟ” ประกาศ!! อีก 6 ปี-เลิกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/01/cpf-sustainable-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Jan 2019 03:00:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5055</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ซีพีเอฟ” ดันนโยบาย “ บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน” กำหนดให้ทุกกลุ่มธุรกิจในไทยหันมาใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ทำจากวัสดุ “นำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ และย่อยสลายได้” ครอบคลุมกิจการทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการลดพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน &#160; ปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติก เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจในระดับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จึงได้ประกาศนโยบายบรรจุภัณฑ์ฯ โดย ตั้งเป้าหมายบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดของบริษัทจะต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reusable) หรือ นำมาใช้ใหม่ (Recyclable) หรือ นำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable) หรือสามารถย่อยสลายได้ (Compostable) 100% และจะยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็นภายในปี 2568 สำหรับกิจการในประเทศไทย ส่วนกิจการในต่างประเทศจะดำเนินการภายในปี 2573 &#160; &#160; เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายฯ บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำคัญ 4 ข้อ คือ 1. ส่งเสริมการใช้วัสดุที่ทดแทนใหม่ได้จากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน 2. สนับสนุนการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle System) หรือนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วไปผลิตเป็นพลังงาน (Energy Recovery) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/01/cpf-sustainable-packaging/">“ซีพีเอฟ” ประกาศ!! อีก 6 ปี-เลิกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">“ซีพีเอฟ” ดันนโยบาย “ บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน” กำหนดให้ทุกกลุ่มธุรกิจในไทยหันมาใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ทำจากวัสดุ “นำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ และย่อยสลายได้” ครอบคลุมกิจการทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนการลดพลาสติกตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</span></h4>
<p><span id="more-5055"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติก เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความสนใจในระดับ <strong>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ<strong> ซีพีเอฟ</strong> จึงได้ประกาศนโยบายบรรจุภัณฑ์ฯ โดย ตั้งเป้าหมายบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมดของบริษัทจะต้องสามารถนำกลับมา<strong>ใช้ซ้ำ (Reusable)</strong> หรือ นำมา<strong>ใช้ใหม่ (Recyclable)</strong> หรือ <strong>นำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้ (Upcyclable)</strong> หรือ<strong>สามารถย่อยสลายได้ (Compostable)</strong> 100% และจะยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็นภายในปี 2568 สำหรับกิจการในประเทศไทย ส่วนกิจการในต่างประเทศจะดำเนินการภายในปี 2573</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_5056" aria-describedby="caption-attachment-5056" style="width: 385px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5056" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/CPF-1.jpg" alt="" width="385" height="393" /><figcaption id="caption-attachment-5056" class="wp-caption-text">สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายฯ บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำคัญ 4 ข้อ คือ </strong></span><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>1. ส่งเสริมการใช้วัสดุที่ทดแทนใหม่ได้จากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน </strong></span><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>2. สนับสนุนการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle System) หรือนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วไปผลิตเป็นพลังงาน (Energy Recovery) ได้แก่ โครงการรับคืนบรรจุภัณฑ์จากผู้บริโภค (Take-back System)</strong></span><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>3.เพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลตามความเหมาะสมในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่สามารถทำได้ โดยไม่กระทบกับคุณภาพ และความปลอดภัยอาหาร</strong></span><br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>4.มุ่งพัฒนารูปแบบการใช้ซ้ำแทนการใช้ครั้งเดียวสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิต หรือ การขนส่ง ตามความเหมาะสม</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์</strong> ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาและบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้ใช้ทรัพยากรในการผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างคุ้มค่า ซึ่งคาดว่านโยบายนี้จะช่วยลดปริมาณของเสียที่กำจัดโดยการฝังกลบและเผาต่อหน่วยการผลิตลง 30% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558 ตามเป้าหมายความยั่งยืนปี 2563 ของบริษัท ซึ่งในปี 2560 บริษัทสามารถลดปริมาณของเสียได้แล้ว 9.08%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ซีพีเอฟ มุ่งมั่นพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าและบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการใช้พลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่เป็น Hot spot ตั้งแต่ กลุ่มโรงงานผลิตอาหารสัตว์บก กลุ่มฟาร์มสัตว์น้ำ รวมถึงโรงงานผลิตอาหารของบริษัท” สุขสันต์ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5057 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/CPF-2.jpg" alt="" width="504" height="378" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งนโยบาย<strong> “บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน”</strong> ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งกำหนดให้ทุกกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินการในประเทศไทยต้องหันมาใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ทำจากวัสดุ “นำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ และย่อยสลายได้” ทั้งหมด ภายในปี 2568 ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนนโยบายขององค์กรด้านความยั่งยืนระดับโลกซึ่งซีพีเอฟเป็นสมาชิกอยู่ เช่น for Ocean Stewardship (SeaBOS) และ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติข้อ 12 การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ สุขสันต์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ซีพีเอฟ ลดการใช้พลาสติกในกระบวนการผลิตด้วยการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมสีเขียวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดขยะพลาสติกในห่วงโซ่คุณค่าทุกสายธุรกิจ ทำให้ในปัจจุบันสามารถลดการใช้พลาสติกได้มากกว่า 10,000 ตันต่อปี เช่น ในปี 2556 โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกของซีพีเอฟ ใช้ Bulk feed tank ทดแทนการใช้ถุงพลาสติกบรรจุอาหารสัตว์ และในปี 2560 สามารถลดการใช้พลาสติกได้ 60% ของการใช้พลาสติกในกระบวนการผลิต หรือคิดเป็นพลาสติกมากกว่า 8,000 ตัน เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 17,000 ตันคาร์บอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5058 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/CPF-4.jpg" alt="" width="540" height="301" /></p>
<p>นอกจากนั้นยังได้ขยายผลไปยังกิจการต่างประเทศได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์และรัสเซีย และในธุรกิจสัตว์น้ำได้นำ Q-pass tank มาใช้ที่ฟาร์มสัตว์น้ำเพื่อทดแทนการใช้ถุงพลาสติกบรรจุลูกกุ้ง ลดพลาสติกได้มากกว่า 1,600 ตัน เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 3,600 ตันคาร์บอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในส่วนโรงงานแปรรูปเนื้อไก่และอาหารแปรรูป บริษัทมีการพัฒนาการลำเลียงวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตและการขนส่งสินค้า ด้วยเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ลดปริมาณการใช้พลาสติกตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันได้มากกว่า 3,500 ตัน นอกจากนี้ถุงพลาสติกทั้งหมดที่บริษัทใช้ในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่และอาหารแปรรูปจะต้องไม่ก่อให้เกิดขยะฝังกลบ ภายในปี 2568</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้าน<strong>สุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข</strong> ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ของบริษัท กล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่นำพลาสติกชีวภาพย่อยสลาย (Poly Lactic Acid หรือ PLA) ซึ่งทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่นข้าวโพด และสามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกทั่วไป มาใช้กับบรรจุภัณฑ์อาหารหมูสดและไก่สด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-5059 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/CPF-3.jpg" alt="" width="505" height="310" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“บริษัทมุ่งสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารที่ตอบสนองความต้องการให้แก่ผู้บริโภคทั้งด้านการใช้งาน ด้านภาพลักษณ์ ตลอดจนถึงความปลอดภัยด้านอาหาร และการใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้” สุขวัฒน์ กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="color: #993366;">เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้ส่งเสริมบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ความคิดสร้างสรรค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง Innovation &amp; Renovation รวมถึงตั้งเป้าให้ศูนย์ Research and Development Center ซึ่งเพิ่งเปิดตัวใหม่ เป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เทคโนโลยี การออกแบบเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในทุกกลุ่มธุรกิจอาหาร และวิเคราะห์แก้ไขปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์ให้กับบริษัทในเครือ ทั้งในและต่างประเทศ (Technical Assistance)</span></h4>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/01/cpf-sustainable-packaging/">“ซีพีเอฟ” ประกาศ!! อีก 6 ปี-เลิกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อีก 9 ปี : เมื่อเราไปเที่ยวอังกฤษ จะไม่มีพลาสติกให้ใช้ !</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/05/the-uk-plastics-wrap-pact-beat-plastic-pollution/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 May 2018 03:44:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Beat Plastic Pollution]]></category>
		<category><![CDATA[Marcus Gover]]></category>
		<category><![CDATA[New Plastic Economy Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[the Ellen MacArthur Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[The UK Plastics Pact]]></category>
		<category><![CDATA[World Environment Day 2018]]></category>
		<category><![CDATA[WRAP]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวอังกฤษ ไม่มีพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=3373</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาคธุรกิจร่วมลงนาม ข้อตกลงแก้ปัญหามลพิษพลาสติกให้หมดไป! เป็นการร่วมมือภาคธุรกิจ NGOs และองค์กรภาครัฐ ผลักดันเพื่อแก้ปัญหามลภาวะพลาสติกที่เพิ่มขึ้น ตามการรายงานของ CIWM WRAP (Worldwide Responsible Accredited Production) เปิดโครงการ Unique Collaboration เป็นข้อตกลงแรกของโลกที่ภาคธุรกิจกว่า 42 บริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทอาหารและเครื่องดื่มหลักๆ ผู้ผลิตและห้างค้าปลีกต่างๆได้ร่วมลงนามข้อตกลงนี้เพื่อกำจัดพลาสติกให้หมดไป ภาคธุรกิจรับผิดชอบด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกของสินค้าจำนวนกว่า 80% ที่ขายทั้งหมดในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วทั้งสหราชอาณาจักร และอีก 15 องค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีต่อข้อตกลงนี้ ซึ่งมีการวางเป้าหมายหลักที่จะบรรลุความสำเร็จให้ได้ในปี ค.ศ. 2025 ได้แก่ · การกำจัดบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็น หรือเป็นปัญหา · บรรจุภัณฑ์พลาสติกจะถูกนำมารียูส รีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ 100% · บรรจุภัณฑ์พลาสติกจำนวน 70% ถูกนำไปรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ · วัสดุรีไซเคิลโดยเฉลี่ย 30% ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด นอกจากนี้ WRAP ได้อธิบายว่าข้อตกลงนี้จะได้รับการขยายไปยังประเทศอื่นๆซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการของมูลนิธิ Ellen MacArthur ที่ชื่อว่า New Plastic Economy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/the-uk-plastics-wrap-pact-beat-plastic-pollution/">อีก 9 ปี : เมื่อเราไปเที่ยวอังกฤษ จะไม่มีพลาสติกให้ใช้ !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #000080;">ภาคธุรกิจร่วมลงนาม ข้อตกลงแก้ปัญหามลพิษพลาสติกให้หมดไป! เป็นการร่วมมือภาคธุรกิจ NGOs และองค์กรภาครัฐ ผลักดันเพื่อแก้ปัญหามลภาวะพลาสติกที่เพิ่มขึ้น ตามการรายงานของ CIWM</span></h4>
<p><span id="more-3373"></span></p>
<p>WRAP (Worldwide Responsible Accredited Production) เปิดโครงการ Unique Collaboration เป็นข้อตกลงแรกของโลกที่ภาคธุรกิจกว่า 42 บริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทอาหารและเครื่องดื่มหลักๆ ผู้ผลิตและห้างค้าปลีกต่างๆได้ร่วมลงนามข้อตกลงนี้เพื่อกำจัดพลาสติกให้หมดไป</p>
<p>ภาคธุรกิจรับผิดชอบด้านบรรจุภัณฑ์พลาสติกของสินค้าจำนวนกว่า 80% ที่ขายทั้งหมดในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วทั้งสหราชอาณาจักร และอีก 15 องค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีต่อข้อตกลงนี้ ซึ่งมีการวางเป้าหมายหลักที่จะบรรลุความสำเร็จให้ได้ในปี ค.ศ. 2025 ได้แก่</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;">· การกำจัดบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่จำเป็น หรือเป็นปัญหา</span><br />
<span style="color: #000080;"> · บรรจุภัณฑ์พลาสติกจะถูกนำมารียูส รีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ 100%</span><br />
<span style="color: #000080;"> · บรรจุภัณฑ์พลาสติกจำนวน 70% ถูกนำไปรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span><br />
<span style="color: #000080;"> · วัสดุรีไซเคิลโดยเฉลี่ย 30% ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด</span></h5>
<p>นอกจากนี้ WRAP ได้อธิบายว่าข้อตกลงนี้จะได้รับการขยายไปยังประเทศอื่นๆซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการของมูลนิธิ Ellen MacArthur ที่ชื่อว่า <strong>New Plastic Economy Initiative</strong></p>
<p><strong> Michael Gove</strong> เลขาธิการด้านสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวว่า <em>“เป้าหมายในการกำจัดขยะพลาสติกที่เลี่ยงได้นี้ จะถูกสร้างความตระหนักรู้ได้ เมื่อภาครัฐ ภาคธุรกิจและประชาชนร่วมมือกัน ทั้งนี้การดำเนินการในอุตสาหกรรม สามารถป้องกันไม่ให้พลาสติกส่วนเกินเข้าถึงชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตของเราได้ เรารู้สึกดีใจที่เห็นหลายธุรกิจร่วมกันลงนามข้อตกลงนี้ และหวังว่าธุรกิจอื่นๆ ก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในเร็วๆ นี้เช่นกัน”</em></p>
<p><strong>Marcus Gover</strong> ซีอีโอWRAP แสดงมุมมองต่อเรื่องที่ต้องเร่ง <strong>“ลงมือทำ”</strong></p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #333399;"><em>“เรามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวที่จะร่วมกันคิดใหม่และออกแบบใหม่ให้กับอนาคตของพลาสติก เราจะร่วมเก็บคุณค่าพลาสติก และลดขยะพลาสติกที่สร้างความเสียหายให้แก่โลกของเรา ซึ่งเราต้องการการเปลี่ยนแปลงระบบพลาสติกทั้งระบบและจะสามารถทำได้โดยการนำมาเชื่อมกันและร่วมกันสร้างข้อตกลงเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ข้อตกลง the UK Plastics มีความโดดเด่นที่รวมทุกคนเข้าด้วยกัน เช่น ภาคธุรกิจและองค์กรที่มีความมุ่งมั่นเดียวกันในการลดมลภาวะพลาสติก เราไม่มีเวลาที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว และเราสามารถทำร่วมกันได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้อตกลงนี้จะเกิดผลและประโยชน์ที่หลากหลายในสหราชอาณาจักรรวมทั้งการเกิดธุรกิจใหม่ด้านนวัตกรรมที่จะลดปริมาณของบรรจุภัณฑ์พลาสติกและการพัฒนาระบบการรีไซเคิลที่แข็งแกร่งขึ้น”</em></span></h5>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม จุดมุ่งหมายแรกของข้อตกลงนี้คือ การการะบุลำดับความสำคัญของโครงการที่จะส่งผลกระทบมากที่สุดทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น การเอาชนะอุปสรรคในการเพิ่มจำนวนวัสดุรีไซเคิลเพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์รียูสและการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในการเอาชนะปัญหาพลาสติกสีดำที่ไม่มีการรีไซเคิล</strong></p>
<p><strong>Ellen MacArthur</strong> ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Ellen MacArthur ได้กล่าวในท้ายที่สุดว่า ข้อตกลงใหม่ที่ชัดเจนนี้จะเป็นการร่วมมือกันของทั้งภาคธุรกิจ นักนโยบายและสาธารชนในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับพลาสติกเพื่อการรับมือกับสาเหตุต่างๆของขยะพลาสติกและมลภาวะพลาสติก ไม่ใช่การรับมือกับลางบอกเหตุเพียงอย่างเดียว</p>
<p><em><strong>“การโฟกัสไปยังนวัตกรรม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้นและระบบหลังการใช้งานนั้นไม่เพียงแต่จะก่อประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวเท่านั้น แต่นั่นเป็นโอกาสเชิงธุรกิจขนาดใหญ่เสียด้วยซ้ำ เราจึงอยากกระตุ้นภาคธุรกิจหรือองค์กรอื่นๆทั่วโลกในการช่วยกันขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวนี้เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโลกของเรา”</strong></em></p>
<p>ที่มา</p>
<ul>
<li><a href="https://www.therecycler.com/posts/businesses-sign-pact-to-beat-plastic-pollution/" target="_blank" rel="noopener">therecycler</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/the-uk-plastics-wrap-pact-beat-plastic-pollution/">อีก 9 ปี : เมื่อเราไปเที่ยวอังกฤษ จะไม่มีพลาสติกให้ใช้ !</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
