<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 10 Apr 2026 03:10:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คลายร้อนอย่างมีคุณค่า “เอส แอนด์ พี” ยกระดับ “ข้าวแช่” เชื่อมวัตถุดิบชุมชน สู่ทางเลือกสุขภาพและความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/snp-khao-chae-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 03:09:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Corn]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวแช่]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลข้าวแช่]]></category>
		<category><![CDATA[เอส แอนด์ พี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41000</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดเมนู “ข้าวแช่” ซึ่งจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2531 โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้พัฒนาแนวคิดของเมนูให้ก้าวไปอีกขั้น จากเมนูคลายร้อนตามฤดูกาล สู่การเป็นเมนูที่สะท้อนทั้งคุณค่าทางโภชนาการ การสนับสนุนชุมชน และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน &#160; คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า &#8220;เราตั้งใจพัฒนา เมนู “ข้าวแช่” ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยเน้นความสมดุลของรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและปลอดภัย ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การปรุงอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการนำเสนอที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมยกระดับให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น    เมนู “ข้าวแช่” ของ เอส แอนด์ พี โดดเด่นด้วยน้ำลอยดอกมะลิกลิ่นหอมละมุน มอบความสดชื่นในช่วงอากาศร้อน เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิคุณภาพดี เมล็ดนุ่ม ทานแล้วเบาสบายท้อง ส่วนของเครื่องเคียง ได้คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ครบทั้งรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ อาทิ หมูฝอยหวานที่ให้โปรตีน พริกหยวกสอดไส้ปูจ๋าจากวัตถุดิบคุณภาพ ไชโป้วหวาน ทำจากหัวไชเท้า มีฤทธิ์เป็นยาเย็น อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซี และลูกกะปิทอดซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียม โดยในปีนี้เลือกใช้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/snp-khao-chae-festival/">คลายร้อนอย่างมีคุณค่า “เอส แอนด์ พี” ยกระดับ “ข้าวแช่” เชื่อมวัตถุดิบชุมชน สู่ทางเลือกสุขภาพและความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดเมนู “<strong>ข้าวแช่</strong>” ซึ่งจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2531 โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้พัฒนาแนวคิดของเมนูให้ก้าวไปอีกขั้น จากเมนูคลายร้อนตามฤดูกาล สู่การเป็นเมนูที่สะท้อนทั้งคุณค่าทางโภชนาการ การสนับสนุนชุมชน และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร</strong> กล่าวว่า<em> &#8220;เราตั้งใจพัฒนา เมนู “<strong>ข้าวแช่”</strong> ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยเน้นความสมดุลของรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ ควบคู่ไปกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพและปลอดภัย ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การปรุงอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการนำเสนอที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นไทย พร้อมยกระดับให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น   </em></p>
<p><em>เมนู “ข้าวแช่” ของ เอส แอนด์ พี โดดเด่นด้วยน้ำลอยดอกมะลิกลิ่นหอมละมุน มอบความสดชื่นในช่วงอากาศร้อน เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิคุณภาพดี เมล็ดนุ่ม ทานแล้วเบาสบายท้อง ส่วนของเครื่องเคียง ได้คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ครบทั้งรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ อาทิ หมูฝอยหวานที่ให้โปรตีน พริกหยวกสอดไส้ปูจ๋าจากวัตถุดิบคุณภาพ </em><em>ไชโป้วหวาน ทำจากหัวไชเท้า มีฤทธิ์เป็นยาเย็น อุดมด้วยไฟเบอร์และวิตามินซี</em> <em>และลูกกะปิทอดซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียม โดยในปีนี้เลือกใช้ “กะปิคลองโคน” ผลิตจาก “เคยตาดำ” วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้กลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์จากชุมชนคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนที่สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน </em></p>
<p><em> </em><em>การเลือกใช้วัตถุดิบจากชุมชนในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยยกระดับรสชาติของเมนู แต่ยังมีส่วนในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของชุมชนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเสิร์ฟพร้อมผักสดเคียง อาทิ พริกชี้ฟ้า กระชาย และมะม่วงดิบ ที่ช่วยเพิ่มไฟเบอร์และความสดชื่น                เสริมความสมดุลในทุกคำ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาเมนูอร่อย ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ</em><em>”</em></p>
<p>นอกจากการพัฒนาเมนูเพื่อสุขภาพแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ Bio-Corn ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้พลาสติกจากปิโตรเลียม โดยสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งเป็นการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อความยั่งยืน</p>
<p>“ข้าวแช่” เอส แอนด์ พี จึงไม่เพียงเป็นเมนูคลายร้อนตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่มุ่งมั่นพัฒนาอาหารไทยให้ตอบโจทย์อนาคต ทั้งในด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>“ข้าวแช่” เอส แอนด์ พี พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน เอส แอนด์ พี ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม &#8211; 31 พฤษภาคม 2569</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/snp-khao-chae-festival/">คลายร้อนอย่างมีคุณค่า “เอส แอนด์ พี” ยกระดับ “ข้าวแช่” เชื่อมวัตถุดิบชุมชน สู่ทางเลือกสุขภาพและความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ย้ำผู้นำบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เปิด &#8216;สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิลในชุมชน&#8217; มุ่งส่งเสริมพฤติกรรมแยกขยะของคนไทย นำร่อง จ.ระยอง ก่อนขยายโมเดลเพิ่มเติมในอนาคต ​​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/recyclable-waste-station-rayong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Oct 2025 13:12:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Growing for Good]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Segregation]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[คัดแยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ยศยุต สหวัชรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[วิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติ เงินท้วม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36935</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตอกย้ำความเป็น​​ผู้นำด้าน &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8216; มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งการเป็นบริษัทเครื่องดื่มรายแรกของไทย ที่บุกเบิกการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 และปัจจุบันยังถือว่าเป็นผู้ประกอบการที่ใช้บรรจุภัณฑ์ rPET มากที่สุดของตลาดรวมกว่า 20 SKUs อีกด้วย รวมทั้งยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง GC ในการพัฒนานวัตกรรมฝาขวดน้ำหนักเบา ที่ลดการใช้พลาสติก HDPE ลงถึง 16% จาก 2.15 กรัม เหลือเพียง 1.80 กรัมต่อฝา รวมถึง​​ยกเลิกการพิมพ์สีโลโก้บนฝา เพื่อลดการปล่อย CO2 และทำให้ง่ายต่อการนำกลับเข้าสู่กระบวนการ​รีไซเคิล นอกจากการพัฒนานวัตกรรมภายในกระบวนการผลิตแล้ว ​ &#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ยังได้ขยาย​การขับเคลื่อน​​สำคัญครั้งใหม่ เพื่อส่งเสริมการจัดการ​บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนให้ครอบคลุมมาในส่วนการดูแลหลังการบริโภคอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากการต่อยอดโครงการเพื่อสังคมอย่าง &#8216;ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่&#8216; มาสู่การเปิด &#8216;สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล&#8217; เพื่อขยายโมเดลมาสู่ระดับชุมชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้มีความ​ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น พร้อมเลือกพื้นที่นำร่องแห่งแรก สำหรับการเปิด &#8216;สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/recyclable-waste-station-rayong/">ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ย้ำผู้นำบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เปิด &#8216;สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิลในชุมชน&#8217; มุ่งส่งเสริมพฤติกรรมแยกขยะของคนไทย นำร่อง จ.ระยอง ก่อนขยายโมเดลเพิ่มเติมในอนาคต ​​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตอกย้ำความเป็น​​ผู้นำด้าน &#8216;<strong>บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</strong>&#8216; มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ <strong>บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ทั้งการเป็นบริษัทเครื่องดื่มรายแรกของไทย ที่บุกเบิกการใช้บรรจุภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล (rPET) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 และปัจจุบันยังถือว่าเป็นผู้ประกอบการที่ใช้บรรจุภัณฑ์ rPET มากที่สุดของตลาดรวมกว่า 20 SKUs อีกด้วย</p>
<p><span id="more-36935"></span></p>
<p>รวมทั้งยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง GC ในการพัฒนานวัตกรรมฝาขวดน้ำหนักเบา ที่ลดการใช้พลาสติก HDPE ลงถึง 16% จาก 2.15 กรัม เหลือเพียง 1.80 กรัมต่อฝา รวมถึง​​ยกเลิกการพิมพ์สีโลโก้บนฝา เพื่อลดการปล่อย CO2 และทำให้ง่ายต่อการนำกลับเข้าสู่กระบวนการ​รีไซเคิล</p>
<p>นอกจากการพัฒนานวัตกรรมภายในกระบวนการผลิตแล้ว ​ <strong>&#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217;</strong> ยังได้ขยาย​การขับเคลื่อน​​สำคัญครั้งใหม่ เพื่อส่งเสริมการจัดการ​บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนให้ครอบคลุมมาในส่วนการดูแลหลังการบริโภคอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น จากการต่อยอดโครงการเพื่อสังคมอย่าง &#8216;<strong>ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่</strong>&#8216; มาสู่การเปิด &#8216;<strong>สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล&#8217; </strong>เพื่อขยายโมเดลมาสู่ระดับชุมชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้มีความ​ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36936 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมเลือกพื้นที่นำร่องแห่งแรก สำหรับการเปิด &#8216;<strong>สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; </strong>ในพื้นที่ตำบล มาบยางพร จังหวัดระยอง ​เนื่องจาก เป็นพื้นที่ที่มีโรงงานผลิตเครื่องดื่มของบริษัทตั้งอยู่ รวมทั้งมีความครบถ้วนขององค์ประกอบในห่วงโซ่ เพื่อสามารถ​ขับเคลื่อนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทั้งจากการเป็นจังหวัดพื้นที่เศรษฐกิจที่มีประชากรและชุมชนอยู่หนาแน่น ทำให้มีประสิทธิภาพทั้งในการรวบรวมปริมาณขยะและส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมแยกขยะขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งจุดที่ตั้งสถานีอยู่ใกล้ตลาดและพื้นที่ชุมชนทำให้สามารถนำขยะมาขายได้สะดวก และ​ภายในจังหวัดมีระบบนิเวศธุรกิจรีไซเคิลที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้บริโภค ผู้คัดแยก ไปจนถึงโรงงานรีไซเคิล</p>
<p><strong>บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้ตราสินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย วางเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดล <strong>&#8216;สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล&#8217; </strong>ผ่าน 3 มิติ สำคัญ คือ 1. มุ่ง​ &#8216;<strong>ลด&#8217; </strong>ปริมาณขยะ​ไปสู่หลุมฝังกลบ 2. &#8216;<strong>เพิ่ม</strong>&#8216; ปริมาณและคุณภาพของขยะรีไซเคิลให้กลับเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะขวดพลาสติก PET ใส ไม่มีสี และ 3. &#8216;<strong>สร้าง</strong>&#8216; รายได้จากการคัดแยกและซื้อขายขยะหมุนเวียนในชุมชน พร้อมปลูกฝังพฤติกรรมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางแก่เยาวชนในพื้นที่ เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดการขยะรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณยศยุต สหวัชรินทร์</strong> รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งมั่นยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ด้วยความเชื่อว่า <strong>&#8216;บรรจุภัณฑ์ใช้แล้วไม่ใช่ขยะ แต่คือวัตถุดิบที่มีมูลค่า&#8217;</strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งขวดพลาสติก PET ใส ไม่มีสี ซึ่งสามารถนำกลับมารีไซเคิลและผลิตเป็นขวดใหม่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตามระบบการผลิตแบบ <strong>‘Bottle-to-Bottle Recycling’ </strong>ซึ่งบริษัทได้ขับเคลื่อนและส่งเสริมแนวคิดนี้มาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36940 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล332.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การเปิด ‘สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล’ ที่ตำบลมาบยางพร จังหวัดระยอง จะช่วย​ส่งเสริมการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วและขยะรีไซเคิลอื่นๆ อย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนในพื้นที่ไปพร้อมกัน ​สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) โดยให้ความสำคัญกับผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่ง​ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมอย่างแท้จริง&#8221;</em></p>
<p><strong>คุณอภิชาติ เงินท้วม</strong> นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาบยางพร กล่าวว่า ​อบต.มาบยางพร ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่มาโดยตลอด โดยเฉพาะการจัดการขยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่ต้อง​ดูแลอย่างครอบคลุม ทั้งการเก็บรวบรวม การกำจัด และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน โดยขับเคลื่อนผ่านครงการต่างๆ เช่น ธนาคารขยะ เพื่อกระตุ้นการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ขณะที่การมี ‘สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล’ ในพื้นที่​​ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ ​แต่ยังสร้างรายได้ให้คนในชุมชน​ พร้อมปลูกฝังพฤติกรรม​แยกขยะเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงลดภาระการจัดการขยะของภาครัฐ พร้อมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนในชมุชน​ให้​เติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น​</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-36947 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Recyclable-Waste-Trading-Station-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รัฐ -เอกชน -ชุมชน ร่วมสร้างโมเดลต้นแบบ  </strong></p>
<p><strong>คุณวิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย </strong>รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ​&#8217;สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล&#8217; เป็นโมเดลตัวอย่าง​การสร้างความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งชุมชนในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนโครงการสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง​การช่วยเติมวัตถุดิบในกลุ่มพลาสติกรีไซเคิล เพื่อทดแทนการใช้พลาสติกใหม่ และลดปริมาณขยะที่จะไปสู่หลุมฝังกลบลงได้ ขณะที่คนในชุมชนก็สามารถสร้าง​รายได้เพิ่มจากการคัดแยกขยะ พร้อมทั้งช่วยปลูกฝัง​พฤติกรรมคนในชุมชนให้มีการแยกขยะได้อย่างถาวร</p>
<p>สำหรับ ‘สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย’ ​​​จะขับเคลื่อน​ 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; การซื้อขายขยะรีไซเคิล โดยเบื้องต้น จะทำการรับซื้อขยะ 5 ประเภทหลัก ได้แก่ ขวดพลาสติก PET ขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม กล่องกระดาษ และน้ำมันพืชใช้แล้ว ​ซึ่งสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืนได้ (SAF) โดยทางซันโทรี่จะเข้ามาทำการรับซื้อเดือนละ 2 ครั้ง พร้อมจูงใจด้วยการแจกถุงตาข่ายสำหรับแยกขยะ และมุ่งส่งเสริมการทำงานร่วมกับชุมชน โดยการพัฒนาตัวแทนชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการสถานีร่วมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36943 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Rayong-Waste-Segregation-Project-357.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211;  การให้ความรู้ ถ่ายทอดเทคนิคการคัดแยกขยะเพื่อเพิ่มมูลค่าแก่คนในชุมชน และจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้นักเรียนในพื้นที่กว่า 200 คน เพื่อปลูกฝังแนวคิดเรื่องการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งในอนาคตสามารถต่อยอดให้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และสามารถขยายโมเดลการบริหารจัดการไปสู่พื้นที่อื่นๆ ในอนาคตได้</p>
<p>&#8211;  การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และกระตุ้นการมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสามารถให้ชุมชนสามารถขับเคลื่อนโครงการให้เติบโตอย่างต่อเนื่องได้ด้วยตัวเองในอนาคต ซึ่งทางซันโทรี่ ตั้งใจที่จะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการในช่วงเริ่มต้น พร้อมงบในการสนับสนุนและใช้เป็นเงินหมุนเวียนจำนวน 30,000 บาท ซึ่งหากบริหารจัดการได้ดี จะสามารถเติบโตและต่อยอดเป็นรูปแบบหนึ่งของ​ธุรกิจชุมชนที่สร้างทั้งรายได้ และนำมาซึ่งการพัฒนาในด้านอื่นๆ ให้ชุมชนได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36944 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Recyclable-Waste-Trading-Station-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ความสำเร็จของโครงการมาจากการมีพันธมิตรร่วมขับเคลื่อน ทั้งจากภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น รวมทั้งภาคเอกชน ที่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนร่วมกัน ทั้ง GC YOUเทิร์น ที่​​​เข้ามาสนับสนุนด้านการขนส่ง ทั้งเข้ารับวัสดุรีไซเคิลที่สถานีซื้อขายขยะ และจะจัดส่งต่อ​สู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง The Geen ​ที่ช่วย​วางรากฐานและร่วมออกแบบโครงการฯ ตั้งแต่การลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกเพื่อเข้าใจบริบทของชุมชน ​ทดลองดำเนินกิจกรรมซื้อขายขยะ การพัฒนาศักยภาพตัวแทนชุมชน  ​การจัดเวิร์กช็อปให้กลุ่มนักเรียน ​ภายใต้​​​ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และความตั้งใจจริงในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ เพื่อสามารถขับเคลื่อนโมเดลสถานีซื้อขายขยะรีไซเคิลให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ​ซึ่งในอนาคตมีแผนขยายการขับเคลื่อนโมเดลไปยังพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีโรงงานของบริษัทตั้งอยู่เช่นกัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36942 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Suntory-Pepsico-X-GC-YOUเทิร์น.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการ<strong> &#8216;ข.ขวด หมุนเวียน เป็นขวดใหม่</strong>&#8216; โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ยังคงมุ่งส่งเสริมการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการขยายพื้นที่ดำเนินการไปในชุมชน และอีเวนท์ต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อน​ด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนอย่างจริงจัง​ พร้อม​ส่งเสริมพฤติกรรมการแยกขยะให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง  ตอกย้ำค่านิยมองค์กร &#8216;Growing for Good&#8217; และ &#8216;Giving Back to Society&#8217; มาสู่การลงมือทำจริง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ​ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดูแลโลกใบนี้ไปด้วยกัน เพราะทุกขวดที่หมุนเวียนกลับมา คือก้าวเล็ก ๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36939 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Recyclable-Waste-Trading-Station-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/recyclable-waste-station-rayong/">ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ย้ำผู้นำบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เปิด &#8216;สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิลในชุมชน&#8217; มุ่งส่งเสริมพฤติกรรมแยกขยะของคนไทย นำร่อง จ.ระยอง ก่อนขยายโมเดลเพิ่มเติมในอนาคต ​​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TIPMSE ผนึกกำลัง 16,000 สมาชิก เดินหน้า EPR in Action &#8216;เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ&#8217; สร้างมูลค่า-ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/tipmse-go-forward-epr-in-action/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Oct 2025 08:39:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[D4R]]></category>
		<category><![CDATA[Design for Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[EPR Network]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[FTI]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรีญาพร สุวรรณเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เกรียงไกร เธียรนุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษิต สุขสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36876</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) ระดมพลังภาคีเครือข่ายกว่า 149 องค์กร และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กว่า 16,000 ราย ร่วมขับเคลื่อน EPR in Action เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้กลับมาเป็นวัตถุดิบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลักดันมาตรการจูงใจ ด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี สร้างกลไกตลาด การส่งเสริม Design for Recycle (D4R) การใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม TIPMSE  เปิดเวทีแสดงพลังในหัวข้อ &#8216;รวมพลังขับเคลื่อน EPR เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ&#8217;  เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนด้วยหลัก EPR (Extended Producer Responsibility) ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ​คุณโฆษิต สุขสิงห์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/tipmse-go-forward-epr-in-action/">TIPMSE ผนึกกำลัง 16,000 สมาชิก เดินหน้า EPR in Action &#8216;เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ&#8217; สร้างมูลค่า-ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>TIPMSE)</strong> <strong>ระดมพลังภาคีเครือข่ายกว่า 149 องค์กร </strong><strong>และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  กว่า </strong><strong>16,000</strong><strong> ราย </strong><strong>ร่วมขับเคลื่อน </strong><strong>EPR in Action </strong><strong>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้กลับมาเป็นวัตถุดิบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนสร้างมูลค่าเพิ่ม ผลักดันมาตรการจูงใจ ด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี สร้างกลไกตลาด การส่งเสริม </strong><strong>Design for Recycle (D4R) </strong><strong>การใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล </strong><strong>(PCR) </strong><strong>ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</strong><span id="more-36876"></span></p>
<p><strong>TIPMSE </strong> เปิดเวทีแสดงพลังในหัวข้อ &#8216;<strong>รวมพลังขับเคลื่อน </strong><strong>EPR </strong><strong>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ&#8217;  </strong>เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนด้วยหลัก <strong>EPR</strong> (Extended Producer Responsibility) ภายใต้ พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Big-Group.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยได้รับเกียรติจาก <strong>คุณปรีญาพร สุวรรณเกษ </strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย<strong> คุณ</strong><strong>เ</strong><strong>กรียงไกร เธียรนุกุล</strong> ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) <strong>​คุณโฆษิต สุขสิงห์<br />
</strong>รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ TIPMSE ผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา องค์กรอิสระ ร่วมสานต่อภาคีเครือข่ายสู่การผนึกกำลังกับองค์กรต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ที่เป็นศูนย์กลางผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค ผู้รวบรวม และโรงงานรีไซเคิล</p>
<p>ในรูปแบบของสมาคม กลุ่มอุตสาหกรรม เครือข่ายพันธมิตร และสภาองค์กรต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับหน้าที่จัดการบรรจุภัณฑ์ที่มุ่งนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมถึงจับมือกับองค์กรสนับสนุน อย่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม องค์กรอิสระ องค์กรระหว่างประเทศ เพื่อระดมความคิดเห็น แบ่งปันองค์ความรู้ และทรัพยากรต่างๆ ตามบทบาทที่สอดคล้องกับหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>เครือข่ายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน หรือ EPR Network</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36878 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/คุณเกรียงไกร-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล </strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในเวทีสัมมนา รวมพลังขับเคลื่อน EPR เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ ว่า ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการเร่งยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable  Development Goals: SDGs) สอดรับกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายระดับโลก (Global Challenges) โดยไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>สำหรับกลไก EPR ของไทย ขณะนี้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ TIPMSE ภายใต้ ส.อ.ท. ได้เตรียมความพร้อมให้กับสมาชิกที่มีอยู่กว่า 16,000 ราย เข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36880 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Re-Kthongchai.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>TIPMSE</strong> ได้วางแผนดำเนินการใน 4 ด้าน เพื่อพัฒนาการเก็บคืนบรรจุภัณฑ์เข้าสู่ระบบรีไซเคิล  ประกอบด้วย</p>
<p><strong> 1. พัฒนากลไก EPR ที่เหมาะสมกับประเทศไทย</strong> เพื่อพัฒนาร่างกฎหมาย รวมถึงร่วมกับองค์กรในและต่างประเทศ ทำระบบจัดการข้อมูล EPR รวมถึงซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และคำนวณค่าธรรมเนียม (EPR Fee) และโครงสร้างขององค์กรรับผิดชอบการจัดการบรรจุภัณฑ์ (Producer Responsibility Organization : PRO)</p>
<p><strong>2. พัฒนาระบบเก็บกลับ เพื่อให้เกิดต้นแบบการจัดเก็บตามหลักการ EPR</strong> โดยได้นำร่องในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ในโครงการ Packback: Chonburi CE City Model และถอดบทเรียน โดยปีนี้มีแผนยกระดับความร่วมมือในการทดลอง Voluntary PRO และศึกษาวิธีทำงานร่วมกันของ PRO หน่วยงานท้องถิ่น และภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><strong>3. สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โ</strong>ดยขยายความร่วมมือกับองค์กรที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่จะมาสนับสนุนตลอดเส้นทางห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้เป็นกลไกเครือข่ายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” หรือ EPR Network</p>
<p><strong>4. พัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ ผลักดันให้เกิดแนวคิดการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycle)</strong> ที่จะช่วยให้บรรจุภัณฑ์กลับมาเป็นวัตถุดิบได้ รวมถึงการพัฒนามาตรการจูงใจเพื่อสนับสนุน EPR เช่น ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อดึงดูดให้ใช้ PCR จากแหล่งที่มาภายในประเทศมาใช้ การออกใบรับรองหน่วยงานร่วมขับเคลื่อน (EPR Certification) ที่จะเข้ามาช่วยให้ทุกฝ่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมได้รับประโยชน์จากการทำงาน เพื่อใช้ในการสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36877 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/คุณโฆษิต-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณโฆษิต สุขสิงห์ </strong>รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธาน TIPMSE กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจาก TIPMSE ดำเนินงานมาจะครบ 20 ปี ของการก่อตั้งสถาบันฯ ในเดือนธันวาคมนี้ โดยสถาบันฯ มีเป้าหมายผลักดันให้เกิดการ &#8216;<strong>เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นวัตถุดิบ&#8217; </strong>ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สามารถทำได้จริง ภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่าย EPR Network ที่ขยายจากเดิมกว่า 149 หน่วยงาน มาสู่องค์กรศูนย์กลาง ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งการกระจายข่าวสาร ข้อมูลและความรู้ และผลักดันให้บรรจุภัณฑ์ใช้แล้วกลับมาเป็นวัตถุดิบในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p>แนวทางดังกล่าว มุ่งเน้นการส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สังคม อันเป็นผลจากความร่วมมือที่เข้มแข็งของหลายภาคส่วน ซึ่งได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม เครือข่ายยังต้องทำงานอย่างต่อเนื่องและขยายการสื่อสารเรื่อง EPR ไปยังองค์กรสมาชิกให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Jpg-52.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน EPR เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นวัตถุดิบ (EPR in Action) ในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ TIPMSE สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ซึ่งจัดขึ้นในงาน Sustainable Expo หรือ SX2025  โดยในแต่ละปีจะมีการขยายความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/tipmse-go-forward-epr-in-action/">TIPMSE ผนึกกำลัง 16,000 สมาชิก เดินหน้า EPR in Action &#8216;เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ&#8217; สร้างมูลค่า-ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทส. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน MOU บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน &#8216;Aluminium Loop Model&#8217; หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/thailand-mou-on-epr-and-climate-action/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 13:24:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Loop Model]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Closed Loop Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Expo 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[SX2025]]></category>
		<category><![CDATA[TH-CBAM]]></category>
		<category><![CDATA[กระป๋องอลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปวิช เกศววงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อลูมิเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36814</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม​​หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน โดยใช้  &#8216;Aluminium Loop Model&#8217;  เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ ความร่วมมือ &#8216;การผลักดันความรับผิดชอบของผู้ผลิตและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สู่การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2065&#8216; มีการลงนาม (MOU) จาก​​ 16 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน อาทิ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/thailand-mou-on-epr-and-climate-action/">ทส. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน MOU บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน &#8216;Aluminium Loop Model&#8217; หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม​​หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตและการจัดการกระป๋องอลูมิเนียมตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Aluminium Can Supply Chain) ร่วมลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอย่างยั่งยืน</div>
</div>
<p><span id="more-36814"></span></p>
<p>โดยใช้  <strong>&#8216;Aluminium Loop Model&#8217; </strong> เป็นต้นแบบการรีไซเคิลวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมสนับสนุนข้อมูลภาคอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม รองรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของประเทศไทย (TH-CBAM) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ</p>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/MOU1.png" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ความร่วมมือ &#8216;<em><strong>การผลักดันความรับผิดชอบของผู้ผลิตและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สู่การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2065</strong></em>&#8216; มีการลงนาม (MOU) จาก​​ 16 หน่วยงาน <strong>ทั้งภาครัฐ</strong> โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น <strong>ภาคเอกชน</strong> อาทิ บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด บริษัทยูเอซีเจ (ประเทศไทย) จำกัด และ <strong>ภาควิชาการ</strong> โดย สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท วีกรีน เคยู จำกัด จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</div>
<div dir="auto"></div>
<p data-asw-orgfontsize="14"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36815 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/EPR-MOU.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p data-asw-orgfontsize="14"><strong>ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์</strong> ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิต การบริโภค การคัดแยก เก็บกลับ ไปจนถึงการ นำเข้าระบบรีไซเคิล โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการลดปริมาณขยะตกค้าง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากภาคอุตสาหกรรม โดยมูลนิธิ 3R เป็นผู้ประสานงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ รวมถึงองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและสื่อสาธารณะ ร่วมกันเพื่อผลักดันการศึกษา การพัฒนา และบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร สอดคล้องตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ</p>
<p>สำหรับระบบรีไซเคิลแบบวงจรปิด (Closed Loop Recycling) ของ <strong>Aluminium Loop</strong> เกิดขึ้นในปี 2564 จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียม ซึ่งปัจจุบันมีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 100 ราย และสามารถเก็บคืนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วได้กว่า 1,500 ล้านใบ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 130 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/MOU2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
</div>
<div dir="auto">
<p>&nbsp;</p>
<p><em><strong>ขณะที่ การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2568 – 2572) โดยทุกฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อกำหนดแผนปฏิบัติงานรายปี พร้อมกำหนดเป้าหมายชัดเจน โดยจะมีการทบทวนผลการดำเนินงานทุก 2 ปี เพื่อปรับปรุงและยกระดับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป</strong></em></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวนี้ จะช่วยยกระดับการจัดการบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล ช่วยลดปริมาณขยะตกค้าง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย</p>
<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1. การพัฒนาฐานข้อมูลและระบบบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรการ TH-CBAM และเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ</strong></p>
<p><strong>2. การส่งเสริมระบบรีไซเคิลวงจรปิดให้เป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมอื่น</strong></p>
<p><strong>3. การจัดการขยะในพื้นที่ยากต่อการเข้าถึง โดยใช้หลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน</strong></p>
<p>ดังนั้น ความร่วมมือนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจก ยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และเสริมศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยบนเวทีโลก เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/thailand-mou-on-epr-and-climate-action/">ทส. ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน MOU บรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่าน &#8216;Aluminium Loop Model&#8217; หนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปล่อยคาร์บอนฯ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย! กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี ต่อยอดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนครบทั้งพอร์ตโฟลิโอ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/tcp-group-pcr-shrink-film/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 10:22:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[PCR Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[PCR Shrink Film]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กระทิงแดง]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ซันสแนค]]></category>
		<category><![CDATA[ทีซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วอริเออร์]]></category>
		<category><![CDATA[สปอนเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เพียวริคุ]]></category>
		<category><![CDATA[เรดดี้]]></category>
		<category><![CDATA[เรดบูล]]></category>
		<category><![CDATA[แมนซั่ม]]></category>
		<category><![CDATA[โสมพลัส]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮ่!]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36690</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ กระทิงแดง เรดบูล เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ แมนซั่ม ไฮ่! เพียวริคุ ซันสแนค และ วอริเออร์ ประกาศก้าวสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ด้วยการนำร่องใช้ ฟิล์มหดจากพลาสติกรีไซเคิล (PCR Shrink Film) แบบพิมพ์สี สำหรับห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ “กระทิงแดง” เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย เพื่อลดการใช้พลาสติกใหม่ และยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Sustainable Growth” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แม้บรรจุภัณฑ์หลักของ &#8216;กระทิงแดง&#8217; จะเป็น &#8216;ขวดแก้ว&#8217; ซึ่งถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้อยู่แล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนา &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217; อย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจ TCP จึงได้ต่อยอดการใช้พลาสติกรีไซเคิล (PCR) เพิ่มเติมในกลุ่มฟิล์มหด (Shrink Film) และถือเป็นแบรนด์เครื่องดื่มรายแรก​ของประเทศ ในการใช้ ​PCR Shrink Film มาใช้ในการห่อหุ้มผลิตภัณฑ์อีกด้วย ​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/tcp-group-pcr-shrink-film/">ครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย! กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี ต่อยอดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนครบทั้งพอร์ตโฟลิโอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ กระทิงแดง เรดบูล เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ แมนซั่ม ไฮ่! เพียวริคุ ซันสแนค และ วอริเออร์ ประกาศก้าวสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ด้วยการนำร่องใช้ <strong>ฟิล์มหดจากพลาสติกรีไซเคิล (PCR Shrink Film)</strong> <strong>แบบพิมพ์สี </strong>สำหรับห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ <strong>“กระทิงแดง”</strong> เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย เพื่อลดการใช้พลาสติกใหม่ และยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ <strong>“Sustainable Growth”</strong> ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-36690"></span></p>
<p>แม้บรรจุภัณฑ์หลักของ &#8216;<strong>กระทิงแดง&#8217;</strong> จะเป็น <strong>&#8216;ขวดแก้ว&#8217;</strong> ซึ่งถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้อยู่แล้ว แต่ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนา <strong>&#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217;</strong> อย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจ TCP จึงได้ต่อยอดการใช้พลาสติกรีไซเคิล (PCR) เพิ่มเติมในกลุ่มฟิล์มหด (Shrink Film) และถือเป็นแบรนด์เครื่องดื่มรายแรก​ของประเทศ ในการใช้ <strong>​</strong>PCR Shrink Film มาใช้ในการห่อหุ้มผลิตภัณฑ์อีกด้วย ​</p>
<p>การขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) รวมทั้งลดปริมาณขยะพลาสติกเพื่อส่งเสริม Circular Economy อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ และบรรลุ Net Zero ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะ​การมุ่งยกระดับ <strong>“นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน”</strong> ให้ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน จึงได้ออกแบบให้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุด</p>
<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme หรือ UNEP) พบว่า ทั่วโลกมีการผลิตพลาสติกกว่า <strong>400 ล้านตันต่อปี</strong> แต่มีเพียง <strong>9% เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิลอย่างถูกวิธี</strong> ส่วนที่เหลือกว่า 91% ถูกฝังกลบ เผา หรือเล็ดลอดสู่สิ่งแวดล้อม</p>
<figure id="attachment_36692" aria-describedby="caption-attachment-36692" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-36692 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Mr.-Saravoot-Yoovidhya.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-36692" class="wp-caption-text">คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP</figcaption></figure>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP </strong>กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกลุ่มธุรกิจ TCP ด้วยความเชื่อ​ว่ากระบวนการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การผลิต ไปจนถึงการส่งต่อถึงมือผู้บริโภค ต้องใส่ใจต่อผลกระทบทั้งผู้คนและโลกใบนี้ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแนวทางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมด้วย</p>
<p><em>“ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจ TCP ได้บูรณาการแนวคิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมาใช้กับทุกผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งปัจจุบัน​สามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ครบทุกแบรนด์แล้ว ​ <strong>ล่าสุดยังได้นำร่องใช้ฟิล์มหดจากพลาสติกรีไซเคิลสัดส่วน 30%  สำหรับผลิตภัณฑ์​ ‘กระทิงแดง’ ซึ่งถือเป็นการก้าวข้ามข้อกำหนดของ​อุตสาหกรรม เพราะแม้บรรจุภัณฑ์หลักของกระทิงแดงจะเป็นขวดแก้ว แต่ยังคงคำนึงถึง​การเลือกพลาสติกรีไซเคิลมาเป็นส่วนผสมสำหรับฟิล์มห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ และถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของประเทศไทย</strong> สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยอย่างจริงจัง และสะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำที่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าอย่างแท้จริง”</em></p>
<p>ทั้งนี้ ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถพัฒนาให้บรรจุภัณฑ์ทุกประเภทที่ใช้ในกระบวนการผลิต สามารถรีไซเคิล (Recyclable) ได้ครบทุกผลิตภัณฑ์ภายในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมทั้งการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ของบรรจุภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมเพิ่มมากยิ่งขึ้น ​ครอบคลุมทั้ง 5 ประเภท ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36693 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TCP-Sustainable-Packaging_03.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>1. บรรจุภัณฑ์ประเภทขวดแก้ว</strong></p>
<p>&#8211; การเปลี่ยนรูปทรงขวดแก้วของเครื่องดื่มกระทิงแดงจากทรงเหลี่ยมเป็นทรงกลม และลดน้ำหนักขวดลง 12% ลดการใช้ทรัพยากร</p>
<p>&#8211; การใช้พลาสติกชีวภาพ (Bio-based Plastic) ครั้งแรกในไทยเพื่อลดการใช้พลาสติกใหม่ในแผ่นรองใต้ฝาอะลูมิเนียมของเครื่องดื่มสปอนเซอร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36697 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TCP-Sustainable-Packaging_06.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>2. บรรจุภัณฑ์ประเภทขวดพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate)</strong></p>
<p>&#8211; การใช้พลาสติก rPET (Recycled Polyethylene Terephthalate) ในสัดส่วน 30% กับบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแมนซั่ม คอลลาเจน สูตรหวานน้อย ช่วยลดปริมาณพลาสติกใหม่จากกระบวนการผลิต</p>
<p>&#8211; เปลี่ยนฉลากจากพลาสติกชนิด PVC เป็นพลาสติกชนิด PET ทั้งหมด ทำให้ไม่รบกวนกระบวนการรีไซเคิลและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>&#8211; ลดน้ำหนักพลาสติก PET ในผลิตภัณฑ์ภายใต้กลุ่มธุรกิจ โดยเครื่องดื่มสปอนเซอร์ สามารถลดน้ำหนักลง 5.7%</p>
<p>&#8211; การพัฒนา &#8216;ฝาติดกับขวด&#8217; ของเครื่องดื่มสปอนเซอร์ เครื่องดื่มเกลือแร่ที่ใช้นวัตกรรมฝาขวดรูปแบบใหม่ โดยที่ฝาขวดจะยังคงติดอยู่กับคอขวดเมื่อเปิด ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดดื่มสะดวก ลดความเสี่ยงในการหล่นหาย และช่วยให้กระบวนการรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&#8211; การปั๊มฝาขวดเครื่องดื่มเพียวริคุทดแทนการใช้สี เพื่อลดการใช้ทรัพยากร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36695 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TCP-Sustainable-Packaging_05.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>3.  บรรจุภัณฑ์ประเภทกระป๋องอะลูมิเนียม</strong></p>
<p>&#8211; การลดความหนาของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระป๋องอะลูมิเนียมจาก 0.275 มิลลิเมตร เหลือเพียง 0.240 มิลลิเมตร เพื่อลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งจะนำไปสู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>4. บรรจุภัณฑ์ประเภทซอง</strong></p>
<p>&#8211; การพัฒนานวัตกรรม MONO-STRUCTURE ที่ใช้พลาสติกประเภทเดียว (Polyolefin) นำไปใช้กับบรรจุภัณฑ์ของซันสแนค เพื่อให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแยกชั้นพลาสติก</p>
<p><strong>5.  บรรจุภัณฑ์ประเภทกล่อง</strong></p>
<p>&#8211; การใช้กล่องห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ที่ได้การรับรอง FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งต้องทำมาจากไม้หรือเยื่อไม้ที่มาจากป่าที่ได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36694 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/TCP-Sustainable-Packaging_02.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>กลุ่มธุรกิจ TCP ยังคงสานต่อแนวคิด <strong>Sustainable Growth </strong> ในทุกขั้นตอนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทั้งธุรกิจที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการมีสังคมและสิ่งแวดล้อมที่แข็งแรง ทำให้สามารถบรรลุเป้าหมายในการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปี 2567 และยังคงไม่หยุด​สร้าง Positive Impact  ต่อเนื่อง ​ผ่านการ​เดินหน้าขยายแนวคิดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่ทุกประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อ <strong>ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า</strong> และสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างทั้งระดับประเทศและระดับโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/tcp-group-pcr-shrink-film/">ครั้งแรกในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย! กลุ่มธุรกิจ TCP นำร่อง ‘กระทิงแดง’ ใช้ฟิล์มหดรีไซเคิลแบบพิมพ์สี ต่อยอดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนครบทั้งพอร์ตโฟลิโอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;หาดทิพย์&#8217; สร้างเครือข่าย &#8216;พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้&#8217; วางระบบ Bottle-to-Bottle Recycling ครั้งแรกของกลุ่ม &#8216;โคคา โคล่า&#8217; ทั่วโลก หนุนขับเคลื่อนแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/haadthip-southern-recycling-alliance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 11:32:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola]]></category>
		<category><![CDATA[Haad Thip]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[Southern Recycling Alliance]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. เศกสันต์ อุดมศรี]]></category>
		<category><![CDATA[นันทิวัต ธรรมหทัย]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลตรี พัชร รัตตกุล]]></category>
		<category><![CDATA[รอยซ์ ​​​​ยูนิเวอร์แซล]]></category>
		<category><![CDATA[หาดทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา โคล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36297</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า​ โคคา-โคล่า โดย​​รับผิดชอบ​​ทำตลาดใน 14 จังหวัดภาคใต้ &#8216;หาดทิพย์&#8217; จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืน ให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายที่ โคคา -โคล่า ตั้งเป้าไว้ เพื่อสามารถบรรลุ Net zero และการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในมิติอื่นๆ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการส่งเสริมให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ รวมทั้งเป้าหมายที่ท้าทายเพิ่มมากขึ้น อย่างการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ​และการเพิ่มสัดส่วนการใช้ Recycle Content ในบรรจุภัณฑ์ได้มากขึ้น ซึ่ง​ทาง โคคา -โคล่า ได้ปรับเป้าหมายในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ มาอยู่ที่ 70-75% ภายในปี 2035 จากเดิมตั้งเป้า 100% ภายในปี 2030 และการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 35-40% ภายในปี 2035 จากเดิมต้ังเป้าไว้ 50% ภายในปี 2030 ที่ผ่านมา หาดทิพย์ให้ความสำคัญ​ในการส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การ​ลงทุนไป​กว่า 800 ล้านบาท เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจขวดแก้ว ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Reuseable และช่วย​ลดปริมาณการเกิดขยะพลาสติก  รวมทั้งการพยายามลดน้ำหนัก​บรรจุภัณฑ์และฝาพลาสติกลงอย่างต่อเนื่อง ขยายโครงสร้างพื้นฐาน Bottle-to-Bottle [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/haadthip-southern-recycling-alliance/">&#8216;หาดทิพย์&#8217; สร้างเครือข่าย &#8216;พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้&#8217; วางระบบ Bottle-to-Bottle Recycling ครั้งแรกของกลุ่ม &#8216;โคคา โคล่า&#8217; ทั่วโลก หนุนขับเคลื่อนแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า​ <strong>โคคา-โคล่า</strong> โดย​​รับผิดชอบ​​ทำตลาดใน 14 จังหวัดภาคใต้<strong> &#8216;หาดทิพย์&#8217;</strong> จึงให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืน ให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายที่ โคคา -โคล่า ตั้งเป้าไว้ เพื่อสามารถบรรลุ Net zero และการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในมิติอื่นๆ</p>
<p><span id="more-36297"></span></p>
<p>โดยเฉพาะด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการส่งเสริมให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ รวมทั้งเป้าหมายที่ท้าทายเพิ่มมากขึ้น อย่างการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค ​และการเพิ่มสัดส่วนการใช้ Recycle Content ในบรรจุภัณฑ์ได้มากขึ้น ซึ่ง​ทาง โคคา -โคล่า ได้ปรับเป้าหมายในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ มาอยู่ที่ 70-75% ภายในปี 2035 จากเดิมตั้งเป้า 100% ภายในปี 2030 และการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 35-40% ภายในปี 2035 จากเดิมต้ังเป้าไว้ 50% ภายในปี 2030</p>
<p>ที่ผ่านมา หาดทิพย์ให้ความสำคัญ​ในการส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การ​ลงทุนไป​กว่า 800 ล้านบาท เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจขวดแก้ว ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Reuseable และช่วย​ลดปริมาณการเกิดขยะพลาสติก  รวมทั้งการพยายามลดน้ำหนัก​บรรจุภัณฑ์และฝาพลาสติกลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36304 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/11-Re-Coca_Cola-rPET1L_4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขยายโครงสร้างพื้นฐาน Bottle-to-Bottle Recycling</strong></p>
<p>ล่าสุด ได้​ประกาศความร่วมมือ​ &#8216;<strong>พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้&#8217; (Southern Recycling Alliance) </strong>เพื่อการขับเคลื่อนด้านการ​รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก PET ร่วมกันทั้งซัพพลายเชน ได้แก่ <strong>บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ​</strong>ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่า,  <strong>บริษัท อ๊อกซิเทค จำกัด</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บรวบรวมวัสดุใช้แล้วเพื่อการรีไซเคิล และ <strong>บริษัท รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลวัสดุใช้แล้วควบวงจร</p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการนำระบบ Reverse Logistics  หรือระบบโลจิสติกส์ย้อนกลับมาใช้​​ในการเก็บขวดพลาสติก PET ใช้แล้ว เพื่อนำกลับไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) และนำกลับมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอีกครั้ง (Bottle-to-Bottle Recycling) ซึ่งนับเป็นการริเริ่มจัดทำโครงการในลักษณะนี้เป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทย รวมทั้งเป็นครั้งแรก​ในกลุ่ม​ธุรกิจโคคา-โคล่า​ ทั่วโลกอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36309 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/พลตรี-พัชร-รัตตกุล-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริษัท-หาดทิพย์-จำกัด-มหาชน_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>พลตรี พัชร รัตตกุล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้นำตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้ หาดทิพย์ตระหนักถึงการใช้บรรจุภัณฑ์อย่างรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบ​เป็นปัญหาตกค้างในสิ่งแวดล้อม และกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ล้อมรอบด้วยทะเล ทำให้ที่ผ่านมาได้ลงทุน​กว่า 800 ล้านบาท เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจขวดแก้ว และ​พยายามลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์และฝาพลาสติกลงอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>รวมทั้งความร่วมมือคร้ังล่าสุดนี้ เพื่อร่วมเก็บขยะบรรจุภัณฑ์และนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ผ่านความร่วมมือซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการ​เข้าถึงเครือข่ายของพันธมิตรด้านการเก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะขวดพลาสติก PET ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น รวมทั้งการทำงานร่วมกับผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เพื่อร่วมส่งเสริม​โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภาคใต้ไปได้พร้อมกัน​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36305 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/16-HaadThip-2025-Southern-Recycling-Alliance.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผนึกเครือข่าย ​ขับเคลื่อน &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณนันทิวัต ธรรมหทัย </strong>รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ – องค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการความร่วมมือนี้ เป็นการเข้าไปต่อจิ๊กซอว์ในการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ได้แบบครบลูป ทั้งเรื่องการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค และส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลภายในโครงการเดียว  จากที่ก่อนหน้าจะขับเคลื่อนแบบแยกภารกิจเพื่อบรรลุแต่ละเป้าหมาย และเน้นทำด้วยตัวเอง เช่น การเข้าไปส่งเสริมชุมชนเรื่องกา​รคัดแยกขยะ หรือการซื้อเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเพื่อนำมาใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์รีไซเคิล ​​แต่ความร่วมมือนี้จะเป็นการเข้ามาเชื่อมโยง แต่ละส่วนในห่วงโซ่ให้ทำงานร่วมกัน และสร้างอิมแพ็คได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเบื้องต้นจะทำเป็นโครงการนำร่อง​​ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568 ไปจนถึง มิ.ย. 2569</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36307 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/คุณนันทิวัต-ธรรมหทัย-รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ-องค์กรสัมพันธ์และการสื่อ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;หาดทิพย์จะเข้ามาสนับสนุน ทั้งการส่งเสริมชุมชนในการคัดแยกขยะ เพื่อนำส่งให้ทางอ๊อกซิเทค เพื่อนำไปคัดแยก ทำความสะอาด และทำให้เป็นเกล็ด เพื่อนำส่งให้ทางรอยซ์ ยูนิเวอร์แซลไปแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก rPET เพื่อนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ของหาดทิพย์ได้ใหม่อีกครั้ง โดยตั้งเป้าได้น้ำหนักพลาสติก rPET จากโครงการนี้อย่างน้อย 100 ตัน  ซึ่งนอกจากเข้าไปช่วยสนับสนุนชุมชนในการคัดแยกขยะแล้ว ยังทำหน้าที่ขนส่งภายในกระบวนการ จากการมีระบบขนส่งที่แข็งแรงในการดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว มาสู่การ Reverse เพื่อส่งเสริมระบบขนส่งหลังการบริโภค โดยจะนำเกล็ดพลาสติกจากผู้คัดแยกไปส่งให้ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และนำกลับเข้ามาสู่โรงงานเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ต่อไป ที่สำคัญคือ วัตถุดิบในการผลิตจะมาจากบรรจุภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากการบริโภคและการบริหารจัดการภายในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเกิดจากความร่วมเรงร่วมใจของผู้คนในภาคได้อย่างแท้จริง&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36300 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/01-info_Southern-Recycling-Alliance.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นอกจากขยายความร่วมมือในห่วงโซ่ เพื่อร่วมบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคแล้ว <strong>ความร่วมมือนี้ ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านบรรจุภัณฑ์ให้หาดทิพย์ด้วย</strong> โดยเฉพาะการป้องกันซัพพลาย​ที่เป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลขาดแคลน เนื่องจาก<strong> เม็ดพลาสติก rPET จากโครงการนี้จะนำไปใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ทางหาดทิพย์ทั้งหมด รวมทั้งยังมีส่วนในการช่วยลดต้นทุนจากราคาเม็ดพลาสติก  rPET</strong> ที่ปัจจุ​บันสูงกว่า Virgin Plastic ที่ราว 40% เนื่องจากเป็นความร่วมมือในรูปแบบ Strategic Partners จากเดิมที่เคยเป็นเพียงลูกค้าเท่านั้น <strong>ทำให้ในอนาคตหากมีปริมาณวัตถุดิบ rPET มากพอและสม่ำเสมอ หาดทิพย์อาจจะมีแผนในการขยายกลุ่มบรรจุภัณฑ์ rPET ให้เพิ่มมากขึ้นได้ จากปัจจุบันมีสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ rPET ในพอร์ตที่ราว 2%  </strong></p>
<p>สำหรับพันธมิตรทั้ง 2 ราย ภายในโครงการ ต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง &#8216;อ๊อกซิเทค&#8217; ที่จะดำเนินการด้าน​การรวบรวม จัดเก็บ และคัดแยกขยะ โดยมีเครือข่ายทั้งชุมชนและซาเล้งภายในพื้นที่ในการช่วยนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบแบบ Closed Loop ได้อีกครั้ง ขณะที่ &#8216;รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล&#8217; ก็มีมาตรฐานการผลิตที่เป็นไปตามข้อกำหนดของทางโคคา-โคล่า และตามมาตรฐานที่ อย. กำหนด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36308 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/ดร.เศกสันต์-อุดมศรี-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริษัท-อ๊อกซิเทค-จำกัด_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร. เศกสันต์ อุดมศรี </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อ๊อกซิเทค จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์กว่า 14 ปี ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ด้านการเก็บรวบรวมวัสดุและบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วมาแปรรูปเป็นเกล็ดพลาสติก เพื่อนำไปรีไซเคิล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเป็นขยะทะเล รวมทั้งยังมีโครงการ​ที่เกี่ยวข้องกับ Plastic Credit เพื่อการเก็บและรีไซเคิลพลาสติก ที่ได้รับรองมาตรฐาน Verra  รวมทั้งการร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้ จะ​ช่วย​ยกระดับการแปรรูปวัสดุและบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อตอบโจทย์การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร (Food-Grade Recycling) ได้ดียิ่งขึ้น ​ภายใต้การ​นำระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) ที่ผ่านการใช้งานกับองค์กรระดับโลกมาสนับสนุนในเรื่องนี้ได้ด้วย โดยระบบนี้สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเกล็ดพลาสติกที่ผลิตในแต่ละล็อตมีที่มาจากขวดที่จัดเก็บในพื้นที่ใด​​ ทำให้​​มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ในเชิงคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการจัดเก็บและรวบรวมในพื้นที่นั้นๆ ได้ในอนาคต</p>
<p><strong>คุณธัชวัช เตชะมงคลจิต </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด กล่าวว่า  รอยซ์ ​​​​ยูนิเวอร์แซล เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลวัสดุใช้แล้วให้เป็นสินค้าที่มีความสวยงาม คงทน และได้คุณภาพมาตรฐาน ซึ่ง​สามารถผลิตเม็ดพลาสติก rPET ได้คุณภาพมาตรฐานระดับโลกตามที่​โคคา-โคล่า​กำหนด ซึ่งความร่วมมือนี้ เป็นก้าวแรกของความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่โอกาสในการนำวัสดุใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมูลค่าสูง ตลอดจนซากผลิตภัณฑ์และขยะจากทะเลภาคใต้กลับมารีไซเคิลได้อีกมาก เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36306 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/คุณธัชวัช-เตชะมงคลจิต-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บริษัท-รอยซ์-ยูนิเวอร์แซล-จำกัด_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากความมุ่งมั่นของพันธมิตรในโครงการ คาดว่าใน​อนาคต โครงการนี้อาจจะขยายความร่วมมือสู่การรีไซเคิลผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีมูลค่าได้สูงมากขึ้น รวมทั้งขยายความร่วมมือของพันธมิตรภายในโครงการไปในหลากหลายกลุ่มได้มากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่ในการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนระบบ Circularity แบบ Closed Loop ​ได้มากกว่าแค่พื้นที่ภาคใต้ แต่สามารถยกระดับสู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศได้ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36302 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/04-HaadThip-Logistics_1.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/haadthip-southern-recycling-alliance/">&#8216;หาดทิพย์&#8217; สร้างเครือข่าย &#8216;พันธมิตรเพื่อการรีไซเคิลในภาคใต้&#8217; วางระบบ Bottle-to-Bottle Recycling ครั้งแรกของกลุ่ม &#8216;โคคา โคล่า&#8217; ทั่วโลก หนุนขับเคลื่อนแผนบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ย้ำภาพผู้นำ &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217; เร่งขับเคลื่อน EPR ส่งเสริมระบบนิเวศ Bottle-to-Bottle Recycling</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/suntory-pepsico-thailand-packaging-sustainability-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Sep 2025 12:18:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bottle-to-Bottle Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Growing for Good]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory Pepsico]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory PepsiCo Beverage (Thailand)]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable packaging management]]></category>
		<category><![CDATA[ขวด PET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35970</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำด้าน ‘บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ ของ​ตลาดเครื่องดื่มประเทศไทย บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย และยังเป็น ผู้ประกอบการรายแรกของไทย ที่เริ่มใช้​ขวดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) 100% ในการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ‘เป๊ปซี่’ และ ‘ทีพลัส’ พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความรับผิดชอบให้ครอบคลุมตลอด​วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งใน​กระบวนการผลิต​ ไปจนถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมของ​ผู้บริโภคในการแยกขยะ พร้อมส่งเสริมการส่งคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในระบบ Closed-loop หรือ​ ​ Bottle-to-Bottle Recycling ได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดความรับผิดชอบในฐานะ &#8216;ผู้ผลิต&#8217; ที่ได้ยกระดับความร่วมมือไปสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการจัดการ​บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนตามแนวทาง EPR (Extended Producer Responsibility) ที่มุ่งเน้นให้ผู้ผลิตเข้าไปมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอน​วงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ และมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ​ทั้งนี้ รายงาน​กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) มากกว่า 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/suntory-pepsico-thailand-packaging-sustainability-strategy/">&#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ย้ำภาพผู้นำ &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217; เร่งขับเคลื่อน EPR ส่งเสริมระบบนิเวศ Bottle-to-Bottle Recycling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำด้าน ‘<strong>บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’</strong> ของ​ตลาดเครื่องดื่มประเทศไทย <strong>บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย และยังเป็น <em><strong>ผู้ประกอบการรายแรกของไทย ที่เริ่มใช้​ขวดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) 100% ในการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ‘เป๊ปซี่’ และ ‘ทีพลัส’</strong></em></p>
<p><span id="more-35970"></span></p>
<p>พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความรับผิดชอบให้ครอบคลุมตลอด​วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งใน​กระบวนการผลิต​ ไปจนถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมของ​ผู้บริโภคในการแยกขยะ พร้อมส่งเสริมการส่งคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในระบบ Closed-loop หรือ​ ​ <strong>Bottle-to-Bottle Recycling</strong> ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะการต่อยอดความรับผิดชอบในฐานะ <strong>&#8216;ผู้ผลิต&#8217;</strong> ที่ได้ยกระดับความร่วมมือไปสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการจัดการ​บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนตามแนวทาง EPR (Extended Producer Responsibility) ที่มุ่งเน้นให้ผู้ผลิตเข้าไปมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอน​วงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ และมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>​ทั้งนี้ รายงาน​กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) มากกว่า 3 ล้านตัน แต่มีเพียง 0.75 ล้านตัน หรือ 25% เท่านั้น ที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ ขณะที่บรรจุภัณฑ์ ซึ่งจัดเป็น​ Single-use Plastics ประเภทหนึ่ง จึงถือเป็นหนึ่งในหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ผลิตในการเข้ามาแสดงความรับผิดชอบและร่วมบริหารจัดการ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกที่หลุดรอดสู่ธรรมชาติและหลุมฝังกลบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SPBT-x-Red-Cross.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>Growing for Good​ เติบ​​โตทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><strong> ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย</strong> ตั้งเป้าหมายเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจทุกมิติ ตามค่านิยมองค์กร<strong> &#8216;การเติบโตอย่างยั่งยืน&#8217; (Growing for Good)</strong> โดยเฉพาะในมิติสิ่งแวดล้อม จึงได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์แบบเดิม ไปสู่การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Sustainable Packaging Management) ตามหลักการ EPR ที่คำนึงถึงทุกขั้นตอนในห่วงโซ่ของบรรจุภัณฑ์ เริ่มต้นจากการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังบริโภค</p>
<p>โดยมีแนวทางการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งการผนึกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีบูรณาการ และเพิ่มผลลัพธ์รวมทั้งผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีแนวทาง​ขับเคลื่อนในแต่ละวงจร ต่อไปนี้</p>
<p><strong>ต้นน้ำ </strong><strong>:  </strong><strong>เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</strong><strong> (Sustainable Packaging)</strong></p>
<p>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ​ใส่ใจเรื่องการจัดการบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) แบบใส ไม่มีสี สะอาด ปลอดภัย และสามารถรีไซเคิลได้ 100% (Recyclable) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในการพัฒนาขวด PET น้ำหนักเบา (Lightweight Bottles) ซึ่งช่วยลดการใช้วัสดุใหม่ลงกว่า 30% โดยไม่ลดทอนคุณภาพหรือความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35972 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Sustainable-Packaging-Management.jpg" alt="" width="1200" height="490" /></p>
<p>ที่สำคัญ <strong><em>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ยังเป็นรายแรกในตลาดเครื่องดื่มไทยที่เริ่มใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ขวด rPET 100%) กับผลิตภัณฑ์แบรนด์เป๊ปซี่และทีพลัส</em>  </strong>และยังคงเดินหน้าขยายการใช้ขวด rPET 100% อย่างต่อเนื่องในหลากหลายขนาดและรสชาติ ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทฯ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิลในประเทศ</p>
<p>เพื่อขับเคลื่อนการรีไซเคิลแบบ <strong>Bottle-to-Bottle</strong> อย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับหลากหลายพันธมิตรเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์  ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกเกรดอาหารจากขวดใช้แล้วภายในประเทศ ซึ่งสามารถรีไซเคิลขวด PET ได้มากถึง 40,000 ตันต่อปี รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมฝาขวดน้ำอัดลมน้ำหนักเบา (Lightweight Caps 26/22mm Design) ที่ช่วยลดการใช้พลาสติกได้ถึง 16% แต่ไม่ลดคุณภาพ ยังคงความแข็งแรงและความสามารถในการเก็บความซ่า ซึ่งได้นำร่องใช้งานกับผลิตภัณฑ์เป๊ปซี่และเป๊ปซี่ไม่มีน้ำตาลบางขนาด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35975 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SD-Packaging-.jpg" alt="" width="1200" height="589" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้ยกเลิกการพิมพ์สีโลโก้บนฝาขวด เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดทั้งการใช้พลาสติกใหม่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong> </strong><strong>กลางน้ำ</strong><strong>: </strong><strong>การสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการแยกขยะ</strong></p>
<p>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เชื่อว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p>บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้าง <strong>ความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึก</strong>​ในการแยกขยะอย่างถูกต้อง ผ่านการเผยแพร่ข่าวสารและบทความบนหลากหลายช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการให้ข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ กิจกรรมให้ความรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม หลักการ <strong>3R</strong> (Reduce – Reuse – Recycle) ไปจนถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ PET และ rPET ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภค <strong>เห็นคุณค่าของขยะ</strong>​ และมีส่วนร่วมในการคัดแยกบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Waste-Segregation-Education_1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ปลายน้ำ </strong><strong>:</strong><strong> การจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค</strong></p>
<p>เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย นำหลักการ EPR มาต่อยอดเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging Sustainability) ผ่าน 3 รูปแบบการดำเนินงานหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1. การดำเนินงานตามประเภทของบรรจุภัณฑ์ </strong><strong>(Packaging-Based Sustainability)</strong> ผ่านเครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ PRO-Thailand Network</p>
<p>โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เป็นหนึ่งใน 8 พันธมิตรภาคเอกชนที่รวมตัวกันโดยสมัครใจ ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการ EPR เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของ PRO-Thailand Network มุ่งเน้นบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในห่วงโซ่การจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พัฒนาระบบรีไซเคิลที่เหมาะสม และสร้างโมเดลต้นแบบผ่านโครงการนำร่อง เพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเก็บกลับและการรีไซเคิล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐขยายผลและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพในระดับประเทศต่อไป</p>
<p>ผลลัพธ์สำคัญจากความร่วมมือตั้งแต่ปี 2563 &#8211; 2567 คือ การเก็บกลับขวด PET ใช้แล้วได้รวม 56,734.15 ตัน กล่องเครื่องดื่ม UHT 1,077.45 ตัน และซองบรรจุภัณฑ์ชนิดหลายชั้น (Multi-Layers Packaging: MLP) 1,337.15 ตัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Waste-Segregation-Education_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. การดำเนินงานเชิงพื้นที่ (</strong><strong>Area-Based Packaging Sustainability) </strong>ผ่านการดำเนินโครงการ <strong>“</strong><strong>ข</strong><strong>.</strong><strong>ขวด</strong> <strong>หมุนเวียน</strong> <strong>เป็นขวดใหม่</strong><strong>”</strong> โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เพื่อผลักดันการเก็บกลับขวด PET ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หมุนเวียนกลับมาผลิตเป็นขวดใหม่ (ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% หรือ ขวด rPET 100%) อีกครั้ง โดยเลือกจังหวัดระยอง ซึ่งมีโรงงานผลิตเครื่องดื่มของบริษัทฯ ตั้งอยู่ เป็นพื้นที่นำร่องสำคัญ มุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น และชุมชนโดยรอบ ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; การตั้งถังแยกขวดพลาสติก</strong> <strong>PET </strong><strong>เพื่อการรีไซเคิล</strong> รวมกว่า 220 ถัง ตามโรงเรียน หน่วยงานราชการ และสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง</p>
<p>&#8211; <strong>สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล</strong> โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ที่บริหารจัดการโดยอาสาสมัครจากชุมชนในตำบลมาบยางพร มีเป้าหมายสำคัญเพื่อ &#8216;<strong>ลด</strong>&#8216; ปริมาณขยะรีไซเคิลที่จะไปสู่หลุมฝังกลบ <strong>&#8216;เพิ่ม</strong>&#8216; คุณภาพและปริมาณของวัสดุรีไซเคิลกลับเข้าสู่ระบบ และ <strong>&#8216;สร้าง&#8217;</strong> รายได้จากการคัดแยกขยะรีไซเคิลให้คนในชุมชน</p>
<p><strong>&#8211; การให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ</strong> โดยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลมาบยางพร ผ่านโครงการ &#8216;ข.ขวด หมุนเวียนเป็นขวดใหม่&#8217; จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่น้อง ๆ ในโรงเรียนในรูปแบบที่ทั้งสนุกและมีสาระ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เห็นมูลค่าของขยะรีไซเคิลที่คัดแยกอย่างถูกต้อง และขยายผลสู่ครอบครัวหรือชุมชนโดยรอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BMMF-Waste-Nothing-Campaign.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. การดำเนินงานเชิงกิจกรรม (</strong><strong>Event-Based Packaging Sustainability)</strong> ผ่านการส่งเสริมการคัดแยกและจัดการขยะในงานเทศกาลดนตรีและกิจกรรมระดับประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม อาทิ</p>
<p>&#8211; แคมเปญ <strong>“Waste Nothing &#8211; </strong><strong>มันส์</strong> <strong>แล้ว</strong> <strong>ทิ้ง</strong><strong>”</strong> ที่ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับทีมผู้จัดงาน <strong>เป๊ปซี่ พรีเซนต์ บิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล</strong> เพื่อคัดแยกและจัดการขยะเต็มรูปแบบ (Entire Waste Management) โดยล่าสุดในปี 2567 สามารถคัดแยกขยะได้สูงถึง 11,150 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขวดพลาสติก PET ใช้แล้ว 1,485 กิโลกรัม นำส่งเข้าสู่กระบวนการ Bottle-to-Bottle Recycling และสานต่อแคมเปญดังกล่าว <strong>ในงาน</strong> <strong>S2O Songkran Music Festival</strong> โดยจัดตั้งจุดคัดแยกขยะไว้ทั่วพื้นที่การจัดงานฯ</p>
<p>&#8211; สนับสนุนถังแยกขวดพลาสติก PET ให้กับกรุงเทพมหานครเพื่อใช้ในงานกาชาด ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี (ปี 2565-2567) โดยส่งมอบถังแยกขวดพลาสติก PET จำนวนกว่า 125 ถัง และป้ายคัดแยกขยะประเภท ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการการคัดแยกและจัดการขยะในงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Revisd-Main-KV.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่มากกว่าการลดปริมาณขยะไปสู่หลุมฝังกลบ แต่คือการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว</strong> ที่มีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในระดับชุมชนและสังคมจนถึงระดับประเทศในระยะยาว โดยตั้งเป้าขยายผลโครงการด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนให้เข้าถึงได้ในวงกว้าง พร้อมยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/suntory-pepsico-thailand-packaging-sustainability-strategy/">&#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ย้ำภาพผู้นำ &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217; เร่งขับเคลื่อน EPR ส่งเสริมระบบนิเวศ Bottle-to-Bottle Recycling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซูกิชิ เปิดโปรเจ็กต์ใหญ่รอบ 25 ปี ส่ง &#8216;กิมจิสไตล์ไทย&#8217; บุกโลก ชูจุดเด่น &#8216;Localization + Sustainability&#8217; ผนึกพลังนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมดีไซน์บรรจุภัณฑ์ ให้ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่น และยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/sukishi-pack-to-the-future-thailand-championship-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Aug 2025 13:03:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Localization]]></category>
		<category><![CDATA[PACK TO THE FUTURE THAILAND CHAMPIONSHIP 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sukishi]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กิมจิ]]></category>
		<category><![CDATA[ซูกิชิ]]></category>
		<category><![CDATA[นพดล จิรวราพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35190</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุ่งมั่นทำตลาดมากว่า 25 ปี จาก SME ที่นำร่องด้วยร้านอาหารสไตล์เกาหลีและอาหารญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ ซูกิชิ (SUkishi) ซึ่งมาจาก Suki + Sushi  จนปัจจุบันเติบโตเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มที่ครอบคลุมในหลากหลายแบรนด์ และแคททิกอรี่ รวมทั้งเป้าหมายในการขยับไปสู่การเป็น Global Players ด้วยการชูจุดแข็งด้าน Localize พร้อมความพยายามครั้งใหม่ กับการเดินหน้าโปรเจ็กต์ใหญ่ในรอบ 25 ปี ด้วยการผนึกกำลังกันของ 6 พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในระบบนิเวศ ทั้งบริษัท ซูกิชิ  อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ,​สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) , เมืองนวัตกรรมแห่งอาหาร (Foodinnopolis) , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , มหาวิทยาลัยแม่โจ้​ และ​มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อจัดการประกวดบรรจุภัณฑ์ในโครงการ &#8216;PACK TO THE FUTURE THAILAND CHAMPIONSHIP 2025&#8217; การแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ชิงแชมป์ประเทศไทย 2568 โดยดึงพลังนักศึกษาทั่วประเทศร่วมออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อใช้สำหรับการบรรจุผลิตภัณฑ์เด่นของซูกิชิอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/sukishi-pack-to-the-future-thailand-championship-2025/">ซูกิชิ เปิดโปรเจ็กต์ใหญ่รอบ 25 ปี ส่ง &#8216;กิมจิสไตล์ไทย&#8217; บุกโลก ชูจุดเด่น &#8216;Localization + Sustainability&#8217; ผนึกพลังนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมดีไซน์บรรจุภัณฑ์ ให้ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่น และยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุ่งมั่นทำตลาดมากว่า 25 ปี จาก SME ที่นำร่องด้วยร้านอาหารสไตล์เกาหลีและอาหารญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ <strong>ซูกิชิ (SUkishi)</strong> ซึ่งมาจาก <strong>Suki + Sushi </strong> จนปัจจุบันเติบโตเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มที่ครอบคลุมในหลากหลายแบรนด์ และแคททิกอรี่ รวมทั้งเป้าหมายในการขยับไปสู่การเป็น Global Players ด้วยการชูจุดแข็งด้าน Localize</p>
<p><span id="more-35190"></span></p>
<p>พร้อมความพยายามครั้งใหม่ กับการเดินหน้าโปรเจ็กต์ใหญ่ในรอบ 25 ปี ด้วยการผนึกกำลังกันของ 6 พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญในระบบนิเวศ ทั้งบริษัท ซูกิชิ  อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ,​สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) , เมืองนวัตกรรมแห่งอาหาร (Foodinnopolis) , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , มหาวิทยาลัยแม่โจ้​ และ​มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อจัดการประกวดบรรจุภัณฑ์ในโครงการ <strong>&#8216;PACK TO THE FUTURE THAILAND CHAMPIONSHIP 2025&#8217; </strong>การแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ชิงแชมป์ประเทศไทย 2568 โดยดึงพลังนักศึกษาทั่วประเทศร่วมออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อใช้สำหรับการบรรจุผลิตภัณฑ์เด่นของซูกิชิอย่าง &#8216;กิมจิ&#8217; เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำผลิตภัณฑ์กิมจิ ในสไตล์ Localization ของประเทศไทย เพื่อขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35202 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/MOU.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ชิงแชมป์ประเทศไทย 2568 ครั้งนี้ แบ่งประเภทการประกวดออกเป็น 2 รายการ คือ 1. <strong>บรรจุภัณฑ์บริสุทธิ์ จุดประกายโลก (Green Packaging Inspiring to The World)</strong> สำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบ Boxset  และ<strong> 2. ส่งต่อความสุขไม่รู้จบ (The Happiness Forward)</strong> สำหรับผลิตภัณฑ์ในรูปแบบชิ้นเดี่ยว โดยผู้ชนะในแต่ละประเภทจะได้รับเงินรางวัล พร้อมนำผลงานการออกแบบไปผลิตและจำหน่ายจริงภายใต้ลิขสิทธิ์ในเครือ Sukishi รวมมูลค่าเงินรางวัลทุกประเภท 120,000 บาท</p>
<p>โดยเกณฑ์การตัดสินจะคำนึงถึงการใช้นวัตกรรมที่สร้างสรรค์ออกแบบ ผสมผสานกับเทรนด์ของทั้งผู้บริโภครุ่นใหม่ รวมทั้งเทรนด์ในอุตสาหกรรมอาหารอย่างความยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนจาก4 มิติ ทั้งด้านนวัตกรรม การศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และมิติทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งส่งเสริมให้กลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ ​สร้างสรรค์​พัฒนานวัตกรรมใหม่ด้านการออกแบบ ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ ตอกย้ำการเติบโตอย่างสมดุลร่วมกันของทั้งธุรกิจ ควบคู่ไปกับการดูแลผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม  หรือ ESG</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35203 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/K-Nopadol2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณนพดล จิรวราพันธ์</strong> ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูกิชิ  อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า  การขับเคลื่อนของซูกิชิครั้งนี้ นับเป็นโครงการใหญ่ของบริษัทในรอบ 25 ปี เพื่อต้องการเป็นเวทีพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก ทั้งการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นของประเทศไทย รวมทั้งยกระดับการขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐาน ที่ผู้ประกอบในปัจจุบันต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะหากจะยกระดับไปสู่การแข่งขันในตลาดโลก ​</p>
<p><em>&#8220;บริษัทจะนำผลงานของผู้ชนะในโครงการนี้ ไปต่อยอดสำหรับบรรจุภัณฑ์กิมจิสไตล์ไทย (Kimchi Localization) เพื่อเตรียมเปิดตัวแนะนำในงานไทยเฟ็กต์ปีหน้า ซึ่งเป็นงานอาหารและเครื่องดื่มระดับภูมิภาค ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดตัวกิมจิสไตล์คนไทย เพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มเกษตรกร และวัตถุดิบในกลุ่มผักผลไม้ของไทย ขยายโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กิมจิผักกูด กิมจิป๋วยเล้ง กิมจิมะม่วง กิมจิไหลบัว กิมจิผักโขมไทย กิมจิผักบุ้ง กิมจิกระท้อน กิมจิดอกปลั่ง เป็นต้น&#8221; ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35194 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Kimuchi1.jpg" alt="" width="1200" height="772" /></p>
<p>​แนวคิดการขยายตลาดสู่ Global ของซูกิชิในครั้งนี้ จึงโดดเด่นและตอบโจทย์​เทรนด์สำคัญในธุรกิจอาหาร  ทั้งการต่อยอดวัตถุดิบพื้นบ้าน ผสมผสานกับเมนูที่​ตลาดคุ้นเคย รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับลักษณะผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ทั้งเพื่อการรักษาคุณภาพ การรักษารสชาติ ความสวยงาม ความปลอดภัย  ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งตอบโจทย์ต้นทุนการผลิต​ในทางธุรกิจให้เพื่อสามารถเข้าถึงได้จริง</p>
<p>ทั้งนี้ ซูกิชิ ถือเป็นผู้นำในตลาดกิมจิสำเร็จรูป ที่จำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด โดยมีส่วนแบ่งตลาดในปี 2564 ที่ราว 42%  และมีปริมาณการผลิตที่ราว 20 -30 ตันต่อเดือน เพื่อจำหน่ายให้กับร้านอาหาร และในช่องทางค้าปลีก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์เรือธงของซูกิชิ ด้วยยอดขายราว 90% ของกลุ่มธุรกิจ​รีเทล ซึ่งคิดเป็น 10% ของบริษัท ขณะที่รายได้หลักราว 90% ยังมาจากกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โดยปัจจุบันบริษัทมี​ผลิตภัณฑ์กิมจิที่ทำตลาดอยู่แล้วจาก 5 วัตถุดิบ ประกอบด้วย​กิมจิผักกาดขาว กิมจิมะละกอ กิมจิกะหล่ำ กิมจิหัวไชเท้า และกิมจิแตงกวา ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กิมจิสำเร็จรูปของซูกิชิที่ได้รับการยอมรับทั้งตลาดในประเทศไทย รวมทั้งในตลาดโลกด้วย ซึ่งปัจจุบันซูกิชิ ทำตลาดต่างประเทศทั้งในตลาดอาเซียนอย่าง CLMV รวมทั้งมีแผนขยายตลาดเพิ่มเติมทั้งในเอเชีย ยุโรปและตะวันออกกลาง เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35204 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Mimuchi2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ตั้งเป้า 2 ปี บรรลุเป้าหมาย​ Zero Food Waste </strong></p>
<p><strong>คุณนพดล</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูกิชิ​มุ่งมั่น​ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน​มาโดยตลอด นับตั้งแต่วันแรก ที่เริ่มสร้างครัวกลางภายใต้การดูแลของบริษัทชั้นนำของ​ญี่ปุ่นอย่างโอบายาชิ เพื่อให้โรงงานได้รับมาตรฐาน ISO22000 ซึ่งเป็นมาตรฐานการบริหารจัดการในธุรกิจอาหาร เพื่อผลิตอาหารได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน รวมทั้งการมุ่งดูแล​ตลอดทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการของเสียในกระบวนการผลิต โดยปัจจุบันสามารถลด Food Waste ในธุรกิจให้เหลือได้ราว 1% โดยมีแผนขับเคลื่อนสู่ Zero Food Waste ภายในปี 2570</p>
<p><em>&#8220;บริษัทส่งเสริมการลด Food Waste ผ่านการสร้าง Value Added โดยเฉพาะการต่อยอดไปสู่ By Product ที่นอกจากลดการสูญเสีย ยังช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ เช่น การนำอาหารที่เหลือจากการตัดแต่ง เพื่อส่งให้ร้านอาหารภายในเครือ ไปพัฒนาต่อ เช่น หนังปลาแซลมอนนอร์เวย์ ที่ไปผลิตเป็นหนังปลาทอดกรอบ สำหรับร้านอาหารบุฟเฟต์ในเครืออย่างสุกี้คิงส์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี หรือการ​ต่อยอดไปยัง​กลุ่ม Pet Food ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่เติบโตดีและน่าสนใจ ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดตัวเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35205 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/K-Nopadol3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในการใช้พลังงานทดแทน ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในครัวกลาง รวมทั้งที่สำนักงานใหญ่ ทำให้สามารถลดการใช้พลังงานลงได้กว่า 5.32 แสนหน่วยในแต่ละปี ซึ่งช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 258 ตันคาร์บอนต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า  2.7 หมื่นต้นต่อปี รวมทั้ง​​มีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 30 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักรพร้อมทั้งลดการใช้พลังงานได้มากขึ้น  ขณะเดียวกันจะเพิ่มไลน์ผลิตสินค้าฮาลาล เพื่อรองรับการทำตลาดในกลุ่มตะวันออกกลาง อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังผลิตภาพรวมได้ราว 25% ภายใต้งบลงทุนอีกราว​ 10 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับการขยายสาขาเพิ่มเติมในปีนี้ ซูกิชิตั้งเป้ามีสาขาใหม่อีก 3-4 แห่ง จากจำนวนสาขารวมในปัจจุบัน 70 แห่ง รวมท้ังจะเปิดรับแฟรนไชส์รายใหม่เพิ่มเติม ​พร้อมทั้งการมีแบรนด์ใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าจะเติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ราว 5% จากช่วงครึ่งปีแรกที่สามารถเติบโตได้ที่ 3% ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขัน ภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ รวมทั้งการปรับตัวขึ้นของวัตถุดิบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้ตามเป้าหมายที่วางไว้<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35200 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/LINE_ALBUM_2025.8.4_250804_5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ความยั่งยืนเป็นพื้นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารที่นอกจาก มาตรฐาน <span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="c7501-1-0">#QSC</span></em><span data-offset-key="c7501-2-0"><em> ทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย ความสะอาดแล้ว เรื่องความยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานที่ไม่สามารถละเลยได้ เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญต่อแบรนด์ หรือธุรกิจที่ขับเคลื่อนในเรื่องนี้มากขึ้น และลึกซึ้งขึ้น รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งกติกาสำคัญสำหรับการขยับไปในระดับโลกด้วยเช่นกัน&#8221;</em>​ คุณนพดล กล่าวทิ้งท้าย </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/sukishi-pack-to-the-future-thailand-championship-2025/">ซูกิชิ เปิดโปรเจ็กต์ใหญ่รอบ 25 ปี ส่ง &#8216;กิมจิสไตล์ไทย&#8217; บุกโลก ชูจุดเด่น &#8216;Localization + Sustainability&#8217; ผนึกพลังนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมดีไซน์บรรจุภัณฑ์ ให้ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่น และยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้ พร้อมเผย 3 กลยุทธ์ โตต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/mcdonalds-thailand-direction-to-sustainable-growth-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Mar 2025 09:02:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Store]]></category>
		<category><![CDATA[McDonald's Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[McDonald’s]]></category>
		<category><![CDATA[QSR]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติวรรณ อนุเวชสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเบอร์เกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[แมคโดนัลด์]]></category>
		<category><![CDATA[แมคโดนัลด์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32421</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดเผยความสำเร็จผ่านการเติบโตของยอดขายปีที่ผ่านมา พร้อมสถิติตัวเลขสูงสุดในรอบ 39 ปี ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สำหรับ บริษัท แมคไทย จำกัด  ผู้บริหารแบรนด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เจ้าตลาดเบอร์เกอร์​และ​แบรนด์ผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาด QSR ประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 4 .7 หมื่นล้านบาท พร้อมเป้าหมายต่อไปในปี 2025 ด้วยเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาส​ก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ในประเทศไทย จึงวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่าง​ยั่งยืน ​​ผ่านการสร้างความแข็งแรงให้แบรนด์แมคโดนัลด์ทั้งด้านศักยภาพในทางธุรกิจ การมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า รวมทั้งการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ คุณกิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2024 ที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ทำยอดขาย 7,957 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10%  ขณะที่กำไรเติบโต 11% และเป็นการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/mcdonalds-thailand-direction-to-sustainable-growth-2025/">แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้ พร้อมเผย 3 กลยุทธ์ โตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดเผยความสำเร็จผ่านการเติบโตของยอดขายปีที่ผ่านมา พร้อมสถิติตัวเลขสูงสุดในรอบ 39 ปี ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สำหรับ <strong>บริษัท แมคไทย จำกัด </strong> ผู้บริหารแบรนด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เจ้าตลาดเบอร์เกอร์​และ​แบรนด์ผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาด QSR ประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 4 .7 หมื่นล้านบาท</p>
<p><span id="more-32421"></span></p>
<p>พร้อมเป้าหมายต่อไปในปี 2025 ด้วยเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาส​ก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ในประเทศไทย จึงวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่าง​ยั่งยืน ​​ผ่านการสร้างความแข็งแรงให้แบรนด์แมคโดนัลด์ทั้งด้านศักยภาพในทางธุรกิจ การมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า รวมทั้งการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><strong>คุณกิตติวรรณ อนุเวชสกุล</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2024 ที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ทำยอดขาย 7,957 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10%  ขณะที่กำไรเติบโต 11% และเป็นการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี  พร้อมตั้งเป้ายอดขายในปีนี้เพิ่มขึ้นได้อีก 10% จากการต่อยอดกลยุทธ์ที่​ทำให้แมคโดนัลด์ สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคคนไทยได้ครบถ้วน ทั้งความคุ้มค่า รสชาติ ความสะดวกในการเข้าถึงแบรนด์  เพื่อสามารถส่งมอบประสบการณ์​ที่ดีให้ลูกค้าคนไทยได้อย่างมาต่อเนื่องมาตลอด 4 ทศวรรษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/นางสาวกิตติวรรณ-อนุเวชสกุล-ประธานกรรมการบริหาร-บริษัท-แมคไทย-จำกัด_01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ในปีนี้แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมจะรักษาศักยภาพทั้งความแข็งแรงในการขับเคลื่อนธุรกิจ ​การตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าคนไทย รวมทั้ง​การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการรักษาจุดเด่นของแบรนด์ด้านผู้นำการนำเสนอแพลตฟอร์มที่มีความคุ้มค่า  เพื่อส่งมองได้ทั้งคุณภาพ รสชาติ และราคาที่ตอบโจทย์ เช่น การจัดเซ็ตเมนูสุดคุ้มเพื่อให้ลูกค้าสามารถรับประทานได้ทุกวัน หรือ​มอบคูปองสุดคุ้มผ่าน &#8216;แอปคูปอง แมคโดนัลด์&#8217; การขยายความแข็งแรงในตลาดไก่ทอดอย่างต่อเนื่องผ่านพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง &#8216;ต้าห์อู๋-ออฟโรด&#8217;  ที่ช่วยผลักดันการเติบโตตลาดไก่ทอดในปีที่ผ่านมาได้ถึง 33%  ควบคู่ไปกับการรักษาเจ้าตลาดเบอร์เกอร์ด้วยการนำเสนอทั้งเมนูยอดนิยม และการพัฒนาเมนูใหม่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่องตลอดทั้งปี&#8221;​</em></p>
<p>สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มสาขาใหม่ 20 แห่ง จากปัจจุบันมี 240 แห่ง​ พร้อมแผนปรับปรุงสาขาที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์ใหม่อีก 25 แห่ง ภายใต้งบลงทุนรวม 700 ล้านบาท ผ่าน 3 คอนเซ็ปต์ที่สามารถเข้าถึงทั้งกลุ่มครอบครัว และกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากขึ้น ทั้ง <strong>Geometry  </strong>สไตล์โมเดิร์น ทันสมัย สีสันสดใส,<strong> Essential Ingredients</strong> 2.0  ถ่ายทอดแบรนด์บนศิลปะป๊อปอาร์ต และ คอนเซ็ปต์<strong> CUBE​</strong> ถ่ายทอดแบรนด์ผ่านชิ้นงานกราฟฟิก ​พร้อมให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าในร้าน ทั้งบรรยากาศ และการบริการ ผ่านการดูแลพนักงาน  ซึ่งเป็นตัวกลางในการดูแลความสุขไปสู่ลูกค้า พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับบริการ เช่น เครื่องบริการสั่งอาหารอัตโนมัติ  หรือ <strong>SOK</strong> (Self Ordering Kiosk) ซึ่งปัจจุบันติดตั้งครบทุกสาขาแล้ว  และมีแผนขยายเพิ่มเติมในสาขาที่มีความต้องการมากขึ้น รวมทั้ง <strong>GEL</strong> (Guest Experience Leadership) เพื่อให้การต้อนรับ และเป็นผู้ช่วยคอยให้บริการลูกค้าภายในร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08_ดีไซน์-CUBE.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ตั้งเป้า Sustainable Packaging 100% ภายในปีนี้ </strong></p>
<p>อีกหนึ่งเป้าหมายในปีนี้ ที่แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อน​​คือ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ภายในร้านให้เป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้  โดยที่ผ่านมาได้เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ และลดการใช้พลาสติกลง โดยหันมาเปลี่ยนเป็นบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ ซึ่งเป็นกระดาษที่ได้รับรองมาตรฐาน FSC ที่มาจากการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์จากป่าที่ถูกต้อง หรือได้มาจากป่าปลูกที่ไม่กระทบต่อการตัดไม้ทำลายป่าตามธรรมชาติ เช่น กระดาษห่อเบอร์เกอร์, ถุงกระดาษบรรจุเมนูอาหาร, ถ้วยกระดาษใส่ซอส และภายในไตรมาสที่ 2 ​​จะขยายบรรจุภัณฑ์กระดาษเพิ่มเติม ​ เช่น กล่องบรรจุเมนูข้าว  กล่องกระดาษบรรจุซอสดิปต่างๆ รวมทั้งกล่องบัคเก็ตพร้อมฝา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Sustainable-pacakging_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;สำหรับแนวทางการขยาย Green Store ในประเทศไทย อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อหาทำเลที่เหมาะสม เนื่องจาก จำเป็นต้องเลือกทำเลที่มีความเหมาะสม และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการรองรับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น มีสถานีชาร์จ  EV ​ โครงสร้างที่รองรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ​การคำนึงถึงพื้นที่สีเขียวภายในร้าน รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ทั้งการตกแต่ง หรืออุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งการลงทุนแต่ละสาขาคาดใช้งบไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาท ขณะที่ผลการตอบรับของ Green Store ที่ให้บริการอยู่รวมทั้งสิ้น 2 แห่ง ในปัจจุบัน ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าลงได้ถึง 10-15%&#8221;​</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการดำเนินงานของแมคโดนัลด์ ประเทศไทย ในทุกสาขา ก็ให้ความสำคัญต่อเรื่องผลกระทบสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยเฉพาะการ​ลด​ใช้พลาสติกในร้านลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีส่วนที่เป็นพลาสติกไม่ถึง 10% ​​ และพยายามลดการใช้ให้น้อยลง เช่น ช้อนส้อมพลาสติก  หรือถุงบรรจุบางประเภท ที่พยายามปรับเปลี่ยนเป็นไบโอพลาสติก ส่วนหลอดพลาสติก ก็มีนโยบายปรับเปลี่ยนให้มีความรักษ์โลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องดูนโยบายจากทางโกลบอลรวมทั้งการพิจารณาความพึงพอใจของผู้บริโภคควบคู่ไปด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32425 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/11_ไก่ทอดแมค.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญในใการดูแลผลกระทบเชิงสังคมมาอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งการขับเคลื่อนแคมเปญ McHappy Smile และการสนับสนุนมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ประเทศไทย ที่มุ่งเน้นดูแล และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ทั้งผ่านกิจกรรมร่วมส่งมอบรอยยิ้มและความสุข เพื่อ​ส่งมอบมื้ออาหารให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ  รวมถึงการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ภายใต้โครงการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 24 ปี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/mcdonalds-thailand-direction-to-sustainable-growth-2025/">แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้ พร้อมเผย 3 กลยุทธ์ โตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>​Milestones &#038; Next Step &#8216;เนสท์เล่ ประเทศไทย&#8217;  ขับเคลื่อน 4 Keys บรรลุแผน​ Net zero 2050 ตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้บริโภค</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/nestle-thailand-annouced-net-zero-2050-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Mar 2025 13:45:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Every Little Act Matters เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้]]></category>
		<category><![CDATA[Food]]></category>
		<category><![CDATA[Milestones]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[Nestle Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Next Step]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging Sustainability)]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[water stewardship]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32354</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เนสท์เล่ ประเทศไทย&#8217; ประกาศ Milestones สำคัญในปี 2025 พร้อมอัพเดทความคืบหน้า การขับเคลื่อนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจ (GHG Reduction) ตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ และภายใน Operation ไปจนถึงการดึงผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วม โดยปักหมุดแรกในปีนี้ที่ 20% ก่อนจะขยับสู่ 50% ในปี 2030 และก้าวสู่ Net Zero ได้ทั้ง 3 สโคป ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกันของเนสท์เล่ทั่วโลก ทีมผู้บริหารผู้ขับเคลื่อนการทำงานจาก เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้แก่  คุณศิรวัจน์ ปิณฑะดิษ นักวิชาการเกษตร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด , ​คุณศุภวัฒน์ คามีเยาน์ ผู้จัดการด้านความยั่งยืนธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, คุณเจนิกา คอนเด ครูซ หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/nestle-thailand-annouced-net-zero-2050-roadmap/">​Milestones &#038; Next Step &#8216;เนสท์เล่ ประเทศไทย&#8217;  ขับเคลื่อน 4 Keys บรรลุแผน​ Net zero 2050 ตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เนสท์เล่ ประเทศไทย&#8217;</strong> ประกาศ Milestones สำคัญในปี 2025 พร้อมอัพเดทความคืบหน้า การขับเคลื่อนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจ (GHG Reduction) ตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ และภายใน Operation ไปจนถึงการดึงผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วม โดยปักหมุดแรกในปีนี้ที่ 20% ก่อนจะขยับสู่ 50% ในปี 2030 และก้าวสู่ Net Zero ได้ทั้ง 3 สโคป ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกันของเนสท์เล่ทั่วโลก</p>
<p><span id="more-32354"></span></p>
<p>ทีมผู้บริหารผู้ขับเคลื่อนการทำงานจาก เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้แก่ <strong> คุณศิรวัจน์ ปิณฑะดิษ</strong> นักวิชาการเกษตร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด , ​<strong>คุณศุภวัฒน์ คามีเยาน์</strong> ผู้จัดการด้านความยั่งยืนธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, <strong>คุณเจนิกา คอนเด ครูซ</strong> หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, <strong>คุณ​วิคเตอร์ เซียห์</strong> ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า , <strong>คุณนิภาวรรณ โดดเสนา</strong> นักวิชาการเกษตร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด,  <strong>คุณวันฉัตร ผลทวี</strong> ผู้จัดการฝ่ายบรรจุภัณฑ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และ <strong>คุณกันต์ เขมาชีวะกุล</strong> ผู้จัดการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด (เรียงลำดับภาพ จากซ้ายไปขวา​) เปิดเผยแนวทางการขับเคลื่อนความยั่งยืนของ เนสท์เล่ ประเทศไทย ผ่าน 2 มิติ ด้วยแนวคิด <strong>Good For You </strong>และ <strong>Good For Planet </strong>เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อทั้งสุขภาพของผู้คน และดีต่อโลก</p>
<p>โดย <strong>Good For You</strong>​ จะมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพให้​ผู้บริโภค ในฐานะผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มมากที่สุดในไทย ภายใต้ผลิตภัณฑ์หลากหลายแบรนด์มากกว่า 4,600 ล้านหน่วย ซึ่งมากกว่า 3,400 ล้านหน่วย ที่มีการเสริมวิตามิน และแร่ธาตุ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เด็กทารก เด็กเล็ก และวัยผู้ใหญ่ รวมทั้งมี 115 รายการที่ได้รับรองสินค้า &#8216;ทางเลือกสุขภาพ&#8217;  (Healthier Choice) รวมท้ังมุ่งส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพและโภชนาการ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทยมาต่อเนื่องกว่า 16 ปี เพื่อสร้างองค์ความรู้เพื่อการกินอยู่อย่างสมดุลโดยสามารถเข้าถึงคนไทยได้มากกว่า 5.48 ล้านคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32361 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Road-Map.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วน <strong>Good For Planet</strong> ที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจ โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการขับเคลื่อนอย่างบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำ จากการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะกลุ่มวัตถุดิบสำคัญของธุรกิจอย่างกาแฟ และน้ำนม การดูแลจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ และการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งภายใน Operation ของเนสท์เล่เอง รวมทั้งขยายความร่วมมือไปยังผู้บริโภ​ค เพื่อสามารถลด Carbon Emission ได้จากทั้ง 3 สโคป ​โดยวางเป้าหมายทั้งระยะสั้นลดคาร์บอนในสิ้นปี 2025 นี้ ให้ได้ 20%  พร้อมขยับเป็น 50% ภายในปี 2030 และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ภายในปี 2050</p>
<p><strong>4 Keys ขับเคลื่อน Net Zero Roadmap </strong></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ในแต่ละมิติ ทีมผู้บริหารเนสท์เล่ ประเทศไทย  กล่าวถึง Milestone และNext Step ของการ​ขับเคลื่อนโรดแม็พสู่ Net Zero ในแต่ละแนวทางไว้ดังต่อไปนี้</p>
<figure id="attachment_32362" aria-describedby="caption-attachment-32362" style="width: 1200px" class="wp-caption alignleft"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-32362 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Sourcing-Coffee.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-32362" class="wp-caption-text"><em>คุณนิภาวรรณ โดดเสนา นักวิชาการเกษตร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>1. จัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน (Sustainable Sourcing) </strong></p>
<p><strong>Milestones 2025 :</strong>  ในส่วนของวัตถุดิบ โดยเฉพาะจากภาคการเกษตรและปศุสัตว์ เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สร้าง Carbonfootprint ถึงกว่า 60% ของเนสท์เล่ ประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัตถุดิบสำคัญอย่างกาแฟ และน้ำนมดิบ ที่มีแผน Decarbonizations ผ่าน​นโนบาย​การจัดหา​อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) ให้ได้ท้ัง 100% รวมทั้งผลผลิตที่ได้ ต้องมาจากการทำเกษตรฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) 20%  ซึ่งปัจจุบันในส่วนของกาแฟ สามารถทำได้ตามเป้าหมายแล้ว</p>
<p><strong>Next steps :  ​</strong>​มุ่งส่งเสริมการปลูกกาแฟและการเลี้ยงโคนมตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟสู่จังหวัดอื่น ๆ เช่น จังหวัดตาก และจังหวัดเลย ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายผู้ปลูกกาแฟกว่า 2,900 รายทั่วประเทศ  ส่วนกลุ่ม​เกษตรกรโคนม ​มุ่ง​พัฒนาคุณภาพน้ำนมและลดต้นทุน ทั้งการพัฒนาระบบอาหารโค ด้วยการจัดหาแหล่งหญ้าอาหารสัตว์มาป้อนฟาร์มโคนม พร้อมสร้าง By Product จากมูลโค ​ด้วยการขยายพื้นที่สำหรับตากมูลโค และส่งเสริมการนำมูลโคบางส่วนไปเลี้ยงไส้เดือนเป็นปุ๋ยคุณภาพสูง สร้างรายได้ที่สูงขึ้นให้เกษตรกร</p>
<figure id="attachment_32363" aria-describedby="caption-attachment-32363" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-32363 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Sourcing-Milk1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-32363" class="wp-caption-text"><em>คุณศิรวัจน์ ปิณฑะดิษ นักวิชาการเกษตร บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>2. ดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน (Water Stewardship)</strong></p>
<p><strong>Milestones 2025 :</strong> น้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญของ เนสท์เล่ ประเทศไทย การฟื้นฟูและดูแลแหล่งน้ำ จึงเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ ​พร้อมวางเป้าหมายการคืนน้ำ ผ่านตัวชี้วัดจากปริมาณน้ำที่ใช้ในโรงงานผลิตน้ำดื่มทั้ง 2 แห่งของเนสท์เล่ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และสุราษฎร์ธานี​ เพื่อชดเชยน้ำกลับคืนสู่ธรรมชาติและชุมชน ในปริมาณเท่ากับที่​ใช้ในการดำเนินธุรกิจน้ำดื่มทั้งหมด 100% หรือ​​คิดเป็นปริมาณ​กว่า 1ล้านลูกบาศก์เมตร (1,000 ล้านลิตร) ซึ่งปีนี้สามารถบรรลุเป้าหมายได้แล้ว ผ่านการขับเคลื่อนโครงกา​รเนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ  ขณะที่มาตรฐานของโรงงานผลิตน้ำดื่ม​เนสท์เล่ ได้รับรองมาตรฐานการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนจาก Alliance for Water Stewardship (AWS) ซึ่งเป็นองค์กรพันธมิตรด้านการจัดการและดูแลทรัพยากรน้ำระดับโลก  6 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นรายแรกของธุรกิจน้ำดื่มในประเทศไทย</p>
<p><strong>Next steps : </strong>​ผลักดันการฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ให้​​พื้นที่​รอบโรงงาน ทั้ง 2 แห่ง คือ คลองขนมจีน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหนองทุ่งทอง ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี​ พร้อม​ยกระดับการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการพิทักษ์สายน้ำให้คงอยู่กับเราอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 แนวทางคือ ​เรียนรู้ ปกป้อง และฟื้นฟู</p>
<figure id="attachment_32364" aria-describedby="caption-attachment-32364" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-32364 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Water-Stewardship_01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-32364" class="wp-caption-text"><em>คุณศุภวัฒน์ คามีเยาน์ ผู้จัดการด้านความยั่งยืนธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>3. ความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging Sustainability) </strong></p>
<p><strong>Milestones 2025 :</strong>  เนสท์เล่ วางเป้าหมาย ไม่ต้องการให้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นทั้งหมดหลุดรอดสู่ธรรมชาติ เพื่อเป็นขยะในหลุมฝังกลบ (Zero Waste to Landfill) จึงวางนโนบาย เพื่อบรรลุเป้าหมาย ผ่านการออกแบบ เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถนำไปรีไซเคิลได้ (Recyclable) ทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่น การใช้กระป๋องอลูมิเนียม การใช้พลาสติกรีไซเคิล (rPET) ในการผลิตน้ำแร่​ รายแรกของประเทศ และขยายมาสู่การผลิตน้ำดื่ม และฟิล์มฟุ้ทบรรจุภัณฑ์ (rPE)​ การพัฒนาวัสดุทางเลือกสำหรับซองผลิตภัณฑ์แทนการใช้พลาสติก รวมทั้งพัฒนา Monostructure หรือการใช้วัสดุโครงสร้างเดี่ยวเพื่อรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น  ​โดยวางเป้าหมาย​ลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ในการ​ผลิตลง 1 ใน 3</p>
<p><strong>Next steps :  </strong>การขับเคลื่อนและขยายผลและสานต่อนโยบายด้านบรรจุภัณฑ์​ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องและครบวงจร (Closed Loop) ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ตั้งแต่ส่วนของการผลิต ทั้ง <strong>ลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่</strong> (Virgin Plastic Reduction)  และ <strong>ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลได้</strong> (Designed for Recycling)  รวมทั้ง <strong>ส่งเสริมระบบการจัดการขยะเพื่อการรีไซเคิล</strong> (System for Recycling)  ด้วยการสนับสนุนแนวทางในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์  เพื่อขยาย​วามรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต (EPR) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และทุกประเภทของบรรจุภัณฑ์  รวมทั้งความร่วมมือกับภาคชุมชน เพื่อส่งเสริมการลด และคัดแยกขยะจากภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นต้นทางในการนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับเข้าสู่กระบวนการในการรีไซเคิล</p>
<figure id="attachment_32365" aria-describedby="caption-attachment-32365" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-32365 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Packaging-Sustainability_01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-32365" class="wp-caption-text"><em>คุณวันฉัตร ผลทวี ผู้จัดการฝ่ายบรรจุภัณฑ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>4.  </strong><strong>การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Reduction)</strong><br />
<strong>Milestones 2025 :  </strong>เนสท์เล่ ประเทศไทย วางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีนี้ให้ลดลง ​20% จากฐานปี 2018 พร้อมส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าภายในโรงงาน​ของเนสท์เล่รวมทั้ง 8 แห่ง มาจากพลังงานหมุนเวียน 100% รวมถึงศูนย์กระจายสินค้า</p>
<p>​<strong>Next steps :  </strong>ส่งเสริมการขับเคลื่อนแผนลดคาร์บอนในการดำเนินงานทั้ง 3 สโคป เพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งระยะกลางในปี 2030 ให้ลดลง 50% และลดการปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งการลด Emission ทั้งหมดจะมาจากการดำเนินงานของเนสท์เล่ ประเทศไทยเองทั้งหมด ทั้งการ Reduction จากการพัฒนาเทคโนโลยี และประสิทธิภาพการดำเนินงานในธุรกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ในส่วนของสโคป 1,2 ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน ผ่านการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มเติม รวมทั้งอยู่ระหว่างการลงทุนขยายคลังสินค้ากลุ่มไอศกรีม และคิทแคท ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ราว 30% รวมทั้งการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค และพาร์ทเนอร์ภายในซัพพลายเชนต่างๆ ในส่วนของสโคป 3 รวมไปถึงการชดเชยคาร์บอน ( Offset) ผ่านโครงการปลูกป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่ดูดซับก๊าซเรือนกระจกตามธรรมชาติ โดยไม่มีการซื้อคาร์บอนเครดิตเข้ามาช่วย</p>
<figure id="attachment_32357" aria-describedby="caption-attachment-32357" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-32357 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/GHG-Reduction.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-32357" class="wp-caption-text"><em>คุณกันต์ เขมาชีวะกุล ผู้จัดการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</em></figcaption></figure>
<p><strong>ดึงผู้บริโภคมีส่วนร่วม สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p>สำหรับการเพิ่มความร่วมมือจากผู้บริโภค ทาง <strong>เนสท์เล่ ประเทศไทย</strong> จะขับเคลื่อนผ่านแคมเปญ &#8216;<strong>Every Little Act Matters เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้</strong>&#8216; ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้ว  โดย <strong>คุณ</strong>​<strong>เจนิกา</strong><strong> </strong><strong>คอนเด ครูซ </strong>หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เพิ่มเติมข้อมูลโดยอ้างผลสำรวจ <strong>Kantar’s Sustainability Sector Index 2023</strong> ที่พบว่า คนไทยให้ความสำคัญกับการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ตามด้วยการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และการบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ โดยผู้บริโภคไทย 76% ให้ความสนใจกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นอย่างมาก</p>
<p>แต่ยังมีช่องว่างระหว่างค่านิยมและการกระทำจริง แม้ผู้บริโภค 91% อยากใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน แต่มีเพียง 42% ที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจริงจัง เนื่องจากผู้บริโภคไม่ต้องการ หรือไม่สามารถประนีประนอมเรื่องเวลา งบประมาณ รสชาติ คุณภาพ และความเพลิดเพลินจากผลิตภัณฑ์ ให้กับความยั่งยืนเพียงอย่างเดียวได้ นำมาสู่การสานต่อแคมเปญการสื่อสารครบวงจร <strong>“</strong><strong> Every Little Act Matters </strong><strong>เล็กน้อยเปลี่ยนโลกได้” </strong>เ​พื่อสื่อสารอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทำสิ่งเล็กน้อย ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อการมีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเพื่อโลก ​ผ่านการทำสิ่งเล็กน้อย ง่าย ๆ ในทุกวัน เพื่อ​นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายได้ เมื่อทุกคนร่วมมือกัน โดยเนสท์เล่ จะลงทุนในการสื่อสารครบวงจรเพื่อให้เข้าถึงคนไทยมากกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ​​</p>
<figure id="attachment_32360" aria-describedby="caption-attachment-32360" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-32360 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Little-Act.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-32360" class="wp-caption-text"><em>คุณเจนิกา คอนเด ครูซ หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด</em></figcaption></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/nestle-thailand-annouced-net-zero-2050-roadmap/">​Milestones &#038; Next Step &#8216;เนสท์เล่ ประเทศไทย&#8217;  ขับเคลื่อน 4 Keys บรรลุแผน​ Net zero 2050 ตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ฟาร์มถึงผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
