<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5-%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 12 Aug 2026 11:52:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GC ชูจุดแข็งโครงสร้างบูรณาการ &#8216;Integrated Value Chain&#8217; รับความผันผวน เพิ่มความยืดหยุ่นและหลากหลาย ขยายพอร์ต Specialty + Green &#038; Bio 30% พร้อมปักมาบตาพุด​ฐานทัพสำคัญแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/gc-annouce-q2-2026-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Aug 2026 11:34:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[allnex]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Polymer]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[collaboration]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut Through]]></category>
		<category><![CDATA[Green & Bio]]></category>
		<category><![CDATA[Integrated Value Chain]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain Disruption]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาคน]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[มาบตาพุด]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43698</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ยังสามารถรักษาการเติบโตท่ามกลางภาวะวิกฤต​และความผันผวนรอบด้าน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เกิดภาวะ Supply Chain Disruption จากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้​บริษัทมี Adjusted EBITDA 26,932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 81% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท ที่สำคัญสามารถจัดการโครงสร้างทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริการจัดการต้นทุน ลดภาระค่าใช้จ่าย และการจัดการสินทรัพย์ที่มีอย่างเหมาะสม ทำให้หนี้สินโดยรวมของบริษัทในราว 2 ปีที่ผ่านมา ลดลงได้กว่า 1.16 แสนล้านบาท และมีกระแสเงินสดเหลือกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องมากพอสำหรับการชำระหนี้เงินกู้ธนาคาร และการจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่จะถึงงวดการชำระในปีหน้า สะท้อนให้เห็นความแข็งแรงและพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทแม้อยู่ท่ามกลางหลายปัจจัยที่มีความท้าทาย คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า ​ความผันผวนและความไม่แน่นอนจะยังเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในระยะข้างหน้า สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่คือการเตรียมองค์กรให้มีความยืดหยุ่น มองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/gc-annouce-q2-2026-performance/">GC ชูจุดแข็งโครงสร้างบูรณาการ &#8216;Integrated Value Chain&#8217; รับความผันผวน เพิ่มความยืดหยุ่นและหลากหลาย ขยายพอร์ต Specialty + Green &#038; Bio 30% พร้อมปักมาบตาพุด​ฐานทัพสำคัญแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ยังสามารถรักษาการเติบโตท่ามกลางภาวะวิกฤต​และความผันผวนรอบด้าน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เกิดภาวะ Supply Chain Disruption จากปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง</p>
<p><span id="more-43698"></span></p>
<p>ทั้งนี้​บริษัทมี Adjusted EBITDA 26,932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 81% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 12,208 ล้านบาท ที่สำคัญสามารถจัดการโครงสร้างทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการบริการจัดการต้นทุน ลดภาระค่าใช้จ่าย และการจัดการสินทรัพย์ที่มีอย่างเหมาะสม ทำให้หนี้สินโดยรวมของบริษัทในราว 2 ปีที่ผ่านมา ลดลงได้กว่า 1.16 แสนล้านบาท และมีกระแสเงินสดเหลือกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องมากพอสำหรับการชำระหนี้เงินกู้ธนาคาร และการจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่จะถึงงวดการชำระในปีหน้า สะท้อนให้เห็นความแข็งแรงและพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทแม้อยู่ท่ามกลางหลายปัจจัยที่มีความท้าทาย</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า ​ความผันผวนและความไม่แน่นอนจะยังเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในระยะข้างหน้า สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่คือการเตรียมองค์กรให้มีความยืดหยุ่น มองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และลงมือสร้างความพร้อมสำหรับอนาคต</p>
<p>ขณะที่ <em><strong>ความแข็งแรงของ GC อยู่ที่การ​มีโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการ (Integrated Value Chain) หรือการต่อยอดห่วงโซ่ธุรกิจภายในซัพพลายเชน โดยเชื่อมโยงระบบการผลิตภายในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีให้ครบถ้วนตลอดทั้งห่วงโซ่</strong> </em>ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้สามารถเลือกใช้วัตถุดิบที่มีความหลากหลาย​ทั้งก๊าซและของเหลว เพิ่มความสามารถในการยืดห​ยุ่นและปรับตัว พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากปัญหา Supply Chain Disruption รวมทั้งช่วย​บริหารต้นทุนได้เหมาะสมกับสภาวะตลาด  และ​​สร้างโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ให้ธุรกิจได้ในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_02-CEO-CFO-GC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​<em>&#8220;GC ให้ความสำคัญในการปรับตัว สร้างความยืดหยุ่น และดูแลวินัยทางการเงิน เพื่อสามารถอยู่รอดและเติบโตท่ามกลางวิกฤตและความผันผวน ซึ่งเชื่อว่าจากนี้จะกลายเป็นปัจจัยที่ยังสามารถเกิดขึ้นได้อีกอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความผันผวนและท้าทายในวัฏจักร​อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่จะส่งผลกระทบต่อซัพพลายสำคัญของธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมา GC ได้คาดกการณ์ ​เตรียมตัว และพร้อมรับมือต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทั้งการกระจายแหล่งวัตถุดิบสำรองจากหลายพื้นที่  ทำให้เหลือซัพพลายที่ฮอร์มุซเพียง 10% และสามารถจัดหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ในช่วงวิกฤตได้ทัน จึงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้มากนัก ประกอบกับ มี​นโยบายเพิ่มความหลากหลายภายในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อขยายตลาดเพิ่มรายได้รองรับจากกลุ่มธุรกิจใหม่อย่าง กลุ่มเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty) รวมท้ัง Green &amp; Bio มาก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างพอร์ตธุรกิจที่มีมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ และตอบรับทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต โดยปัจจุบันรายได้หลักยังคงมาจากกลุ่ม Commodity  หรือธุรกิจต้นน้ำ จากโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ราว 80% ขณะที่กลุ่มธุรกิจใหม่อยู่ที่ราว 20% ซึ่งในอนาคตมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 30% ภายในปี 2573&#8221;</em></p>
<p>ผล​สะท้อนจากการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ GC สามารถ​เพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายลงได้อย่างชัดเจน โดยปี 2568 GC สามารถสร้างผลลัพธ์ได้กว่า 7,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 5,500 ล้านบาท และในปี 2569 ได้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันสามารถขับเคลื่อนได้ตามแผนแล้วกว่า 50% ​</p>
<p><strong>ต่อยอดศักยภาพ สร้างการเติบโตบทใหม่</strong></p>
<p>GC วางแผนขับเคลื่อน 5 ปี  (พ.ศ. 2569-2573) เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนกลุ่มธุรกิจใหม่ (Specialty + Green &amp; Bio) เป็น 30% รวมทั้งเพิ่มโอกาสเติบโตได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อขยายสัดส่วนพอร์ตธุรกิจมูลค่าสูง และคาร์บอนต่ำ ตอบโจทย์เทรนด์ Sustainability ในอนาคต เพื่อสร้างพอร์ตที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ผ่านการต่อยอดจากจุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ในแต่ละธุรกิจ ดังนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/โรงกลั่นน้ำมัน-GC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจต้นน้ำและผลิตภัณฑ์ขั้นกลาง</strong> ต่อยอดศักยภาพโรงกลั่นชีวภาพ และศึกษาการบูรณาการโรงกลั่นและปิโตรเคมี โดยมีโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) เป็นหัวใจสำคัญ  จากกระบวนการ​​กลั่น UCO หรือน้ำมันพืชใช้แล้ว ให้เป็น SAF และผลิตภัณฑ์ขั้นกลางอื่นๆ ที่มีการเชื่อมต่อระบบการผลิตจากโรงกลั่นเดียวกันนี้ ทั้งกลุ่ม Bio-Polymers และ Bio-Chemical ซึ่ง GC มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยี แต่จำเป็นต้องรอดูทิศทางตลาด รวมทั้งการทำงานร่วมกับพันธมิตรภายใน Ecosystem แต่ละอุตสาหกรรมทั้งการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปลายทางประเภทต่างๆ ไปจนถึงความพร้อมของแต่ละตลาด ไปจนถึงการ​ดูแลในส่วนของซัพพลายอย่าง UCO เพื่อให้มีปริมาณรองรับกำลังผลิตได้อย่างเพียงพอโดยลดภาระการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศให้น้อยที่สุด</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์</strong> อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจร่วมทุนกับ SCGC เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยหากการร่วมทุนเกิดขึ้น จะเป็นผู้ผลิตโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ชั้นนำในอาเซียน สนับสนุนความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ในประเทศและภูมิภาค ด้วยกำลังการผลิตระดับ Top 10 ของโลก ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปของการศึกษาดังกล่าวในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2569</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (</strong><strong>Specialty)</strong> ปลดล็อกศักยภาพของ allnex เพื่อเป็นฐานสำคัญในการขยายธุรกิจ Specialty จากโอกาสของธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มเติบโตสูง อาทิ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือธุรกิจก่อสร้าง เป็นต้น</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจ</strong> <strong>Green &amp; Bio</strong> ต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์ชีวภาพชนิดพิเศษ (Bio Specialty)</p>
<p>ทั้งหมดนี้จะดำเนินควบคู่กับ Holistic Optimization เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทั้งองค์กร  (Company-wide Enhancement) ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารจัดการซัพพลายเชน และกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขาย การตลาด และกระบวนการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนผ่านแนวทาง Digital 3 Smarts ได้แก่ Smart Plant, Smart Sales &amp; Marketing และ Smart Work Process เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดย​ตั้งเป้าสร้าง EBITDA Uplift เพิ่มอีก 300 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ภายในปี 2573 โดยวางมาบตาพุด​เป็นหนึ่งในฐานสำคัญสำหรับการเติบโตในระยะต่อไปของอุตสาหกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ควบคู่ไปกับการเติบโตในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43702 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/allnex-Sagging-Control-Agent.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>allnex </strong><strong>ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ</strong></p>
<p>สำหรับธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ GC มุ่งดึงศักยภาพของ allnex อย่างเต็มที่ โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 allnex มีผลการดำเนินงานดีกว่าแผน สะท้อนความคืบหน้าของการดำเนินกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว ทั้งการปรับโครงสร้างต้นทุน โดยกำลังศึกษาเพื่อเตรียมดำเนินการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจในทุกมิติ รวมทั้งการบริหารพอร์ตโฟลิโอโดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่ allnex มีความเป็นผู้นำและมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ตลอดจนการขยายไปสู่ธุรกิจและเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่</p>
<p>ในประเทศไทย allnex ได้ประกาศขยายกำลังการผลิต<strong> Sagging Control Agent (SCA)</strong> ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งจะเป็นฐานการผลิต SCA แห่งแรกนอกยุโรป นับเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและขีดความสามารถด้านการผลิตมายังประเทศไทย ช่วยสร้าง Ecosystem ที่ใกล้ชิดลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น รองรับความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโต พร้อมกระจายฐานการผลิตและลดความเสี่ยงของซัพพลายเชนให้กับลูกค้า ทั้งนี้ SCA เป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่ช่วยป้องกันสีหรือสารเคลือบไหลย้อยระหว่างการใช้งาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์</p>
<p>ขณะเดียวกัน allnex ยังเดินหน้าขยายฐานการผลิตในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ทั้ง China Hub ที่เมืองเจียซิง (Jiaxing) ประเทศจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตและโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ allnex และมีผลการดำเนินงานเติบโตดีกว่าคาดการณ์ รวมถึง India Hub ที่เมืองมหัท (Mahad) ประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายกำลังการผลิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43699 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/NatureWorks_เม็ดไบโอพลาสติก-PLA.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อน </strong><strong>Green &amp; Bio </strong><strong>จากฐานที่สั่งสมมากว่าทศวรรษ</strong></p>
<p>อีกหนึ่งในการเติบโต คือ ธุรกิจ Green &amp; Bio ซึ่ง GC บุกเบิกและสั่งสมความสามารถมากว่าทศวรรษ จนมีความพร้อมครอบคลุมทั้งวัตถุดิบ เทคโนโลยี นวัตกรรม และซัพพลายเชน ทำให้สามารถมีพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่เชื้อเพลิงชีวภาพ เคมีภัณฑ์ชีวภาพ ไบโอพลาสติก โอลีโอเคมิคอล ไปจนถึงพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง</p>
<p>ปัจจุบัน ความพร้อมดังกล่าวได้ต่อยอดเป็นการลงทุนและธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงในหลายด้าน อาทิ NatureWorks ซึ่งเพิ่งเปิดโรงงานผลิตไบโอพลาสติก PLA แบบครบวงจรแห่งใหม่ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ เชื่อมโยงวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยกับเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง รวมถึง GGC และ Emery Oleochemicals ที่ต่อยอดองค์ความรู้เคมีภัณฑ์จากพืชสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และ ENVICCO ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงและเกรดสัมผัสอาหารรายแรกของประเทศไทย ที่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต</p>
<p>จากรากฐานดังกล่าว GC กำลังต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชีวภาพชนิดพิเศษ (Bio Specialty) ผ่านนวัตกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เพื่อพัฒนา Sustainable Solutions ที่ตอบโจทย์ลูกค้า และยกระดับอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_20-Exhibition.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>MTP Transformation </strong><strong>ยกระดับมาบตาพุด สู่ฐานการเติบโตของอุตสาหกรรมในเอเชียแปซิฟิก</strong></p>
<p>ในระยะต่อไป GC เล็งเห็นศักยภาพของมาบตาพุดเป็นฐานสำคัญของการต่อยอดธุรกิจที่มีมูลค่าสูง   สู่อนาคต ภายใต้กลยุทธ์ MTP Transformation ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายที่มีความพร้อม ประกอบกับฐานธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่เคมีภัณฑ์ทั่วไป เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ ไปจนถึง Green &amp; Bio</p>
<p>ความพร้อมเหล่านี้เปิดโอกาสให้ GC เชื่อมโยงความสามารถกับเทคโนโลยีและพันธมิตรชั้นนำจาก   ทั่วโลก รองรับความต้องการของตลาดปลายทาง และสร้างโอกาสให้ประเทศไทยมีบทบาทเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเคมีแห่งอนาคตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก</p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ​การเติบโตบทใหม่ของ GC จะไม่ได้เกิดจากโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เกิดจากการนำจุดแข็งที่เรามีมาประกอบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ธุรกิจที่มีอยู่ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความสามารถของบุคลากร เครือข่ายระดับโลก ไปจนถึงพันธมิตรทางธุรกิจ เรากำลังลงมือทำในแต่ละส่วนตามทิศทางเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรมีทั้งความแข็งแกร่งในวันนี้ และพร้อมเติบโตยิ่งขึ้นสำหรับอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Photo_GC-Press-Conference_08-Showcase-นวัตกรรมทำจริง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>GC StandOut Through INnovation</strong><strong> องค์กรนวัตกรรมทำจริง</strong></p>
<p>หนึ่งในกลไกสำคัญของกลยุทธ์ GC คือ &#8216;<strong>คน</strong>&#8216; ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut Through INnovation</strong> องค์กรนวัตกรรมทำจริง ที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง กล้าคิด กล้าลงมือทำ จนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ พิสูจน์ได้จากการที่พนักงาน GC ทุกระดับเสนอไอเดียกว่า 1,000 ไอเดียในระยะเวลา 1 ปี เพื่อร่วมกันเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กรได้สำเร็จสูงกว่าเป้าหมาย</p>
<p>ทั้งหมดนี้ สะท้อนแนวทางของ GC ที่ไม่ได้เพียงรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แต่ได้เร่งเปลี่ยนความพร้อมที่สั่งสมมาและความสามารถในการแข่งขันให้เป็นโอกาสการเติบโตบทใหม่ในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/gc-annouce-q2-2026-performance/">GC ชูจุดแข็งโครงสร้างบูรณาการ &#8216;Integrated Value Chain&#8217; รับความผันผวน เพิ่มความยืดหยุ่นและหลากหลาย ขยายพอร์ต Specialty + Green &#038; Bio 30% พร้อมปักมาบตาพุด​ฐานทัพสำคัญแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC ยกระดับมาบตาพุด &#8216;ฐานธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำแห่งภูมิภาค&#8217; ผนึกพันธมิตรเร่งเครื่อง Green &#038; Bio และ Specialty Chemicals</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/gc-hilight-map-ta-phut-base-to-regional-base/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 12:00:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Green & Bio]]></category>
		<category><![CDATA[High Value]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Map Ta Phut]]></category>
		<category><![CDATA[Mitsubishi Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Global Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[PTTGC]]></category>
		<category><![CDATA[Specialty Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Toray]]></category>
		<category><![CDATA[Toray Industries Inc.]]></category>
		<category><![CDATA[Value Chain]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปิโตรเคมี]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[มาบตาพุด]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42299</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ทั้ง Toray Industries, Inc. และ Mitsubishi Corporation เร่งพัฒนาธุรกิจ Green &#38; Bio ตั้งแต่การต่อยอดวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรสู่วัสดุชีวภาพมูลค่าสูง ไปจนถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากโรงกลั่นชีวภาพสู่ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ในระดับสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ GC ในการยกระดับมาบตาพุดให้เป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค และรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำในระยะยาว ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากจุดแข็งของ GC ที่มีโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการ เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย ความต่อเนื่องในการพัฒนาธุรกิจ Green &#38; Bio และการต่อยอดธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) จุดแข็งเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ GC ใช้ในการเดินหน้าประสานความร่วมมือกับพันธมิตรระดับภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยี การผลิต ซัพพลายเชน ตลาด และความต้องการของลูกค้าเข้าด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความสามารถในการแข่งขันและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า มาบตาพุดเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และเป็นรากฐานของความสามารถในการแข่งขันของ GC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/gc-hilight-map-ta-phut-base-to-regional-base/">GC ยกระดับมาบตาพุด &#8216;ฐานธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำแห่งภูมิภาค&#8217; ผนึกพันธมิตรเร่งเครื่อง Green &#038; Bio และ Specialty Chemicals</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ทั้ง </strong><strong>Toray Industries, Inc. </strong><strong>และ </strong><strong>Mitsubishi Corporation </strong><strong>เร่งพัฒนาธุรกิจ </strong><strong>Green &amp; Bio </strong><strong>ตั้งแต่การต่อยอดวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรสู่วัสดุชีวภาพมูลค่าสูง ไปจนถึงการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดมาจากโรงกลั่นชีวภาพสู่ลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ในระดับสากล</strong></p>
<p><span id="more-42299"></span></p>
<p><strong>สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ </strong><strong>GC </strong><strong>ในการยกระดับมาบตาพุดให้เป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค และรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำในระยะยาว</strong></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากจุดแข็งของ GC ที่มีโครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการ เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย ความต่อเนื่องในการพัฒนาธุรกิจ <strong>Green &amp; Bio</strong> และการต่อยอด<strong>ธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ</strong> (Specialty Chemicals)</p>
<p>จุดแข็งเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ GC ใช้ในการเดินหน้าประสานความร่วมมือกับพันธมิตรระดับภูมิภาค เพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยี การผลิต ซัพพลายเชน ตลาด และความต้องการของลูกค้าเข้าด้วยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความสามารถในการแข่งขันและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42307 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/CEO-GC-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>GC </strong>กล่าวว่า มาบตาพุดเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และเป็นรากฐานของความสามารถในการแข่งขันของ GC ทั้งจากโครงสร้างธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ ความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบที่หลากหลาย และความพร้อมในการต่อยอดธุรกิจ Green &amp; Bio และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ</p>
<p><em>“GC มุ่งใช้ฐานธุรกิจที่แข็งแรงในประเทศไทยอย่างมาบตาพุด เป็นจุดเชื่อมโยงพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือในการยกระดับอุตสาหกรรม ทั้งด้านเทคโนโลยี การผลิต ซัพพลายเชน การพัฒนาตลาด และความเข้าใจความต้องการของลูกค้า เพื่อร่วมพัฒนาโอกาสใหม่ ผลักดันการเติบโตของธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ​โครงการที่มีความคืบหน้าสำคัญ คือ <strong>ความร่วมมือระหว่าง GC และ Toray Industries, Inc. </strong>บริษัทชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ<em><strong>นำวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรในประเทศไทย มาต่อยอดเป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตไนลอน 6,6 ชีวภาพ 100%</strong> </em>ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก สิ่งทอ และวัสดุประสิทธิภาพสูง โดย GC ได้ใช้กระบวนการหมักชีวภาพเปลี่ยนน้ำตาลจากวัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรที่ไม่ได้ใช้เป็นอาหาร ให้เป็นเคมีภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง และทดลองผลิตในถังหมักขนาด 50,000 ลิตร ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42306 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/GC-and-Toray.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ความคืบหน้าดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงนวัตกรรมชีวภาพของไทยกับเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูงของญี่ปุ่น โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันเดินหน้าศึกษาและทดสอบการขยายผลในด้านต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการผลิต วัตถุดิบ ห่วงโซ่อุปทาน และปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ สู่เป้าหมายในการเริ่มต้นกระบวนการผลิตกรดไบโอมิวโคนิกชีวภาพและกรดอะดิปิกชีวภาพในระดับ Pilot Scale ภายในปี 2571 ก่อนต่อยอดไปสู่การพัฒนาเส้นใยไนลอน 6,6 ชีวภาพในอนาคต</p>
<p>อีกหนึ่งโครงการ คือ การขยายความร่วมมือระหว่าง GC และ Mitsubishi Corporation บริษัทการค้าและการลงทุนชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาโอกาสทางธุรกิจสำหรับผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ต่อยอดจากโรงกลั่นชีวภาพของ GC ด้วยศักยภาพของ Mitsubishi Corporation ในการเชื่อมโยงลูกค้า เจ้าของแบรนด์ และตลาดต่างประเทศ ความร่วมมือนี้มุ่งศึกษาและพัฒนาแนวทางในการนำผลิตภัณฑ์ชีวภาพไปสู่การใช้งานจริงในหลายอุตสาหกรรมในระดับสากล รวมถึงสนับสนุนลูกค้าในการเดินหน้าไปสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต</p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือกับ Toray และ Mitsubishi Corporation เป็น 2 ตัวอย่างสำคัญของทิศทางที่ GC จะใช้ความสามารถในการแข่งขันของเรา ต่อยอดกับพันธมิตรระดับภูมิภาค โดยความร่วมมือกับ Toray มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาวัตถุดิบสำหรับวัสดุชีวภาพแห่งอนาคต ขณะที่อีกหนึ่งความร่วมมือกับ Mitsubishi Corporation มุ่งเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชีวภาพของ GC ไปสู่ตลาดและการใช้งานจริงในอุตสาหกรรมปลายทาง ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนความพยายามในการสร้าง ecosystem ใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงการขายผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นที่ตลาดต้องการและสามารถต่อยอดสู่การยกระดับมาบตาพุดไปอีกขั้น</p>
<p>GC ยังคงเดินหน้ายกระดับมาบตาพุด ผ่านการใช้โครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการและความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบ ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจ Green &amp; Bio และเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ โดยมีความร่วมมือกับพันธมิตรเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรม และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/gc-hilight-map-ta-phut-base-to-regional-base/">GC ยกระดับมาบตาพุด &#8216;ฐานธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำแห่งภูมิภาค&#8217; ผนึกพันธมิตรเร่งเครื่อง Green &#038; Bio และ Specialty Chemicals</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 09 May 2026 07:36:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastic]]></category>
		<category><![CDATA[Cargill]]></category>
		<category><![CDATA[​Erik Ripple]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Polylactic Acid]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐพล รังสิตพล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อิริค ริพเพิล ​]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดโรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41625</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายธุรกิจคาร์บอนต่ำภายใต้กลยุทธ์การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน (Sustainable Portfolio) ผ่านการร่วมทุนใน NatureWorks ผู้ผลิตไบโอพลาสติก ประเภทโพลีแลคติกแอซิด (Polylactic Acid : PLA) ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมเปิดดำเนินการโรงงานแห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ  ณ โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทย สามารถตอบสนองทิศทางของโลกเรื่องความยั่งยืน การเปิดดำเนินการโรงงานแห่งใหม่นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GC ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการใช้งาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตอบรับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับวัสดุทางเลือก และเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ประเภท PLA แห่งที่ 2 ของ NatureWorks ภายใต้ชื่อทางการค้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/">GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต เดินหน้าขยายธุรกิจคาร์บอนต่ำภายใต้กลยุทธ์การสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและความยั่งยืน (</strong><strong>Sustainable Portfolio) </strong><strong>ผ่านการร่วมทุนใน </strong><strong>NatureWorks </strong><strong>ผู้ผลิตไบโอพลาสติก ประเภทโพลีแลคติกแอซิด (</strong><strong>Polylactic Acid : PLA) </strong><strong>ใหญ่ที่สุดในโลก </strong></p>
<p><span id="more-41625"></span></p>
<p><strong>พร้อมเปิดดำเนินการโรงงานแห่งที่ 2 อย่างเป็นทางการ  ณ โครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทย สามารถตอบสนองทิศทางของโลกเรื่องความยั่งยืน</strong></p>
<p>การเปิดดำเนินการโรงงานแห่งใหม่นี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GC ในการมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพการใช้งาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย NatureWorks ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GC และ Cargill นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ตอบรับความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับวัสดุทางเลือก และเพิ่มความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41715 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตไบโอพลาสติก ประเภท PLA แห่งที่ 2 ของ<strong> NatureWorks</strong> ภายใต้ชื่อทางการค้า <strong>Ingeo™</strong> โดยใช้เทคโนโลยีไบโอพลาสติกระดับโลก และใช้น้ำตาลจากอ้อยที่ปลูกในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบ 100% จนได้ไบโอพลาสติก PLA ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 75,000 ตันต่อปี สะท้อนศักยภาพของการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในประเทศ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับภาคเกษตรกรรมไทย และเชื่อมโยงสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ</p>
<p>Ingeo™ PLA ของ NatureWorks เป็นไบโอพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสม มีคาร์บอนฟุตปริ้นท์ต่ำ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายประเภท เช่น นำไปผลิตเป็นถุงชา แคปซูลกาแฟ บรรจุภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์และของใช้ภายในบ้าน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์สำนักงาน เคสโทรศัพท์ เคสเครื่องสำอาง ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดทำความสะอาด หน้ากากอนามัย  รวมถึงเส้นพลาสติกที่ใช้ในงานพิมพ์ชิ้นงานสามมิติ (3D Printing) ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นต้น ทั้งนี้ Ingeo™ PLA ของ NatureWorks ได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากลในหลายมิติ ทั้งด้านวัตถุดิบชีวภาพและคาร์บอนหมุนเวียน เช่น USDA BioPreferred รวมถึงด้านวัตถุดิบยั่งยืนผ่าน ISCC PLUS เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41716 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC4.jpg" alt="" width="1200" height="649" /></p>
<p><strong>คุณสาโรจน์ พุทธธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม </strong><strong>GC </strong><strong>กล่าวว่า</strong> โรงงานแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NatureWorks ที่สะท้อนทิศทางการเติบโตของวัสดุคาร์บอนต่ำในระดับโลก ท่ามกลางโลกที่มีความผันผวนสูง วัสดุชีวภาพเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในฐานะอีกหนึ่งโซลูชั่นที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้ภาคอุตสาหกรรม GC เชื่อมั่นว่า NatureWorks จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Sustainable Portfolio พร้อมยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมไบโอพลาสติกของไทยสู่ระดับภูมิภาคเอเซีย</p>
<p>ด้าน<strong> ดร. ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า</strong> “โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีความหมายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเสริมความมั่นคงให้กับภาคการผลิตในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างงาน กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านไบโอเทคโนโลยีในอนาคต อีกทั้งยังสอดคล้องกับการขับเคลื่อน Bioeconomy และโมเดลเศรษฐกิจ BCG  ของประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตไบโอพลาสติกที่สำคัญของโลก”</p>
<p>ขณะที่<strong> มร. อิริค ริพเพิล (</strong><strong>Mr. Erik Ripple) </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ </strong><strong>NatureWorks</strong><strong> กล่าวว่า </strong>การเปิดโรงงานที่นครสวรรค์ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายกำลังการผลิตไบโอพลาสติกประเภท PLA เพิ่มเติมจากฐานการผลิตแห่งแรกของเรา ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การมีฐานการผลิตแห่งใหม่ในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการใช้ไบโอพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคเอเซีย พร้อมสามารถสนับสนุนลูกค้าในการใช้วัสดุที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร ควบคู่กับการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่วัสดุหมุนเวียนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของวัสดุยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/GC1.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โรงงานผลิตไบโอพลาสติกแห่งใหม่นี้ ได้รับการออกแบบให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ Ingeo™ ได้หลากหลายเกรด เพื่อตอบสนองการใช้งานในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเปิดดำเนินการของโรงงานดังกล่าว ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงในภูมิภาค และสะท้อนศักยภาพของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาครัฐ ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/gc-open-natureworks-factory/">GC ต่อยอดไทยสู่ฐานการผลิตไบโอพลาสติก เพิ่มทางเลือกเม็ดพลาสติกที่ไม่ได้มาจากฟอสซิล เปิดโรงงาน NatureWorks แห่งใหม่ ผลิต PLA ครบวงจร ในเอเซีย   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Jan 2026 22:52:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Circular PP]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Chemical]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[From Kitchen to Creation]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[GC x HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[High Value]]></category>
		<category><![CDATA[HMC Polymers]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Exhibition]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Market]]></category>
		<category><![CDATA[Spark Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Sparking the Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Spark by PTT Group 2026]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[The Biorefinery Journey of Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[Used Cooking Oil]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Value]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์โซ อูซีลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[จากครัว สู่เครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันพืชใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39600</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน ‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’ เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ ‘ความยั่งยืน’ ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายในงานครั้งนี้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งการร่วมนิทรรศการ Spark Exhibition ภายใต้แนวคิด GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงาน <strong>‘Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต’</strong> เวทีความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ โดย กลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมจุดประกายการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-39600"></span></p>
<p>พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ เพราะ<strong> ‘ความยั่งยืน’</strong> ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ภายในงานครั้งนี้<strong> บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> GC</strong> ได้ร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ตลอดจนการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเศรษฐกิจหมุนเวียน สะท้อนบทบาทของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่มุ่งสร้างความแตกต่าง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่สิ่งแวดล้อมและสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งการร่วมนิทรรศการ <strong>Spark Exhibition</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut #แตกต่างอย่างยั่งยืน</strong> นำเสนอนวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อยอดสู่ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างลงตัว ทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกซึ่งออกแบบให้ง่ายต่อการรีไซเคิล หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพต่างๆ รวมทั้งนวัตกรรมการผลิตคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเพิ่มการมีส่วนร่วมให้ภาคชุมชนในโซน <strong>Spark Market</strong> จากร้านค้ารักษ์โลกอย่าง<strong> UPTOYOU ร้านรักระยอง </strong>และ<strong> ร้านวิสาหกิจชุมชนสวนผึ้งปลวกแดง</strong> และกิจกรรมในโซน <strong>Spark Activities</strong> สร้างการมีส่วนร่วมและความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับกิจกรรม <strong>Plastic Funtastic by GC</strong> สร้างสรรค์ <strong>พวงกุญแจ DIY จากพลาสติกใช้แล้ว</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>GC StandOut </strong>ร่วมสื่อสารการคัดแยก การรีไซเคิล และการให้คุณค่าใหม่กับพลาสติกแบบเข้าใจง่าย จับต้องได้ รวมทั้งยังติดตั้งจุดรับคืนพลาสติกใช้แล้วภายในงานทั้งพลาสติกใส (PET) และพลาสติกขุ่น (HDPE) โดย GC YOUเทิร์น เพื่อนำไปบริหารจัดการตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/Spark1.jpg" alt="" width="1200" height="636" /></p>
<p><strong>From Kitchen to Creation ลบภาพ ‘ผู้ร้าย’ น้ำมันใช้แล้ว</strong></p>
<p>GC ได้ร่วมปลดล็อกศักยภาพประเทศไทยสู่เป้าหมาย <strong>Net Zero 2050</strong> บนเวที <strong>Spark Talk</strong> ผ่านเสวนาพิเศษ หัวข้อ<strong> ‘From Kitchen to Creation : The Biorefinery Journey of Tomorrow’</strong> สะท้อนความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และพันธมิตรในธุรกิจพลาสติกชีวภาพอย่าง <strong>HMC Polymers</strong> ต่อยอดเทคโนโลยีโรงกลั่นชีวภาพ หรือ <strong>Biorefinery</strong> เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้ของเสียจากครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO : Used Cooking Oil) กลายเป็นพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคตมูลค่าสูง ที่สามารถต่อยอดสู่นวัตกรรมใกล้ตัวอีกมากมาย</p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์ วังรัตนโสภณ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีขั้นต้นและขั้นกลาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคิล จำกัด (มหาชน) (GC) กล่าวว่า หลายคนอาจมองว่า <strong>‘น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นผู้ร้าย’ </strong>เพราะเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งต่อสุขภาพ หากผู้ประกอบการนำน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ไปใช้ทอดซ้ำ รวมทั้งยังสร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม จากการที่มีคราบไขมันจาก UCO ที่ถูกปล่อยทิ้งจากบ้านเรือน ร้านอาหาร หรือสถานประกอบการต่างๆ เข้าไปอุดตันตามท่อระบายน้ำจากการทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกันด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี Co-processing ในโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ทำให้สามารถนำ UCO กลับมาสร้างคุณค่าใหม่ในห่วงโซ่ได้อีกครั้ง ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและมิติทางเศรษฐกิจ ผ่านการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39603 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ด้วยความมุ่งมั่นในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้ GC สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขผลกระทบเชิงลบที่เกิดจาก UCO ได้อย่างสิ้นเชิง ด้วยการยกระดับความสามารถในการผลิตจากโรงกลั่นเดิมของบริษัทที่มีอยู่แล้ว มาสู่การนำ UCO ไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) หรือน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตเชิงพาณิชย์รายแรกในประเทศไทย และใช้งบประมาณเพียง 1.5% เมื่อเทียบกับการต้องสร้างโรงงานแห่งใหม่ รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาในการเปลี่ยนของเสีย (Waste) ที่ไม่มีมูลค่าให้กลายเป็นของที่มีมูลค่าได้ใหม่อีกครั้ง ประกอบกับการใช้ระยะเวลาในการดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่เดือน ทำให้ทาง GC ร่วมกับพันธมิตรในกลุ่ม ปตท. อย่าง OR สามารถนำร่องทำตลาดให้บริการ SAF เชิงพาณิชย์ให้กับสายการบินต่างๆ ได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ในปีที่ผ่านมา”</em></p>
<p>สำหรับ SAF ที่ผลิตจากโรงกลั่นชีวภาพครบวงจรของ GC นอกจากช่วยลดผลกระทบจากการทิ้งหรือการใช้น้ำมันเก่าอย่างไม่ถูกต้อง และสามารถผลิตได้ตามมาตรฐาน ISCC CORSIA ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน ด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนแล้ว น้ำมัน SAF ที่ผลิตขึ้นยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 85% เมื่อเทียบกับน้ำมันอากาศยานทั่วไป ทำให้ธุรกิจการบินซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง มีส่วนช่วยลดผลกระทบด้านสภาพอากาศตามแนวทางการบินยั่งยืนได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39604 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>GC x HMC Polymers ต่อยอด Bio-Circular PP</strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน โรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรของ GC ยังถือเป็นโรงกลั่นเพียงแห่งเดียว ที่สามารถต่อยอดสู่การผลิตได้ทั้ง SAF เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ โดยทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้นั้น จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและยั่งยืน ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) ภายใต้ความร่วมมือของ <strong>GC</strong> และ<strong> HMC Polymers</strong> เพื่อต่อยอดการพัฒนา <strong>ผลิตภัณฑ์พลาสติกโพลีโพรพิลีนชีวภาพ</strong> หรือ <strong>Bio-Circular PP</strong> ร่วมกัน</p>
<p><strong>คุณคอร์โซ อูซีลลี่</strong> ประธาน บริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด หรือ<strong> HMC Polymers</strong> ผู้นำด้านการผลิตเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน หรือ PP ระดับภูมิภาค กล่าวว่า กลุ่มพลาสติกชีวภาพ (Bioplastic) เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ประจำวันของเราทุกคน <strong>(Bioplastics that Touch Everyday Life)</strong> ในฐานะวัตถุดิบต้นทางของหลากหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ อุปกรณ์รถยนต์ อุปกรณ์การแพทย์ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก หรือแม้แต่หน้ากากอนามัยที่เราใช้เพื่อป้องกันฝุ่น PM2.5 อีกหนึ่งปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของใครหลายคนในปัจจุบัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39605 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_Talk_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ความร่วมมือสำคัญของ GC และ HMC Polymers มุ่งส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก Bio-Circular PP จาก UCO เพื่อส่งต่อแนวคิดคาร์บอนต่ำให้เชื่อมโยงมาสู่การใช้งานจริง และต่อยอดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบชีวภาพเพื่อลดการใช้ฟอสซิล การผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ ไปจนถึงการออกแบบให้สามารถนำวัสดุหลังการใช้งานแล้วกลับไปรีไซเคิลได้ใหม่ (<strong>Designed for Circularity</strong>) สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงและสามารถหมุนเวียน ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยทาง GC จะส่งมอบวัตถุดิบชีวภาพจากเทคโนโลยี Co-processing เพื่อต่อยอดเป็น Bio-Circular PP ภายใต้การผลิตของ HMC Polymers ตามมาตรฐาน ISCC ที่ได้รับรองการผลิตที่ยั่งยืนภายในห่วงโซ่อุปทานเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถเกิดได้จากการขับเคลื่อนเพียงคนเดียว แต่มาจากความร่วมมือกันของพันธมิตรภายในห่วงโซ่ และเกิดจากจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงจากเรื่องเล็กๆ ที่สามารถสร้างผลกระทบและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญตามมาได้”</em></p>
<p><strong>คุณพรรคพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้เพียงคนเดียว แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่านี้ร่วมกัน เพื่อเปลี่ยน UCO จากที่เคยเป็น Waste และสร้างผลกระทบทั้งปัญหาสุขภาพและปัญหาสิ่งแวดล้อม สามารถนำมาผลิต SAF และ Bio-Circular PP รวมทั้งกลุ่มเคมีภัณฑ์และวัสดุชีวภาพมูลค่าสูงอื่นๆ ได้อีกกว่า 10 ชนิด ด้วยนวัตกรรมจาก GC ผ่านโครงการ<strong> ‘จากครัว&#8230;สู่เครื่อง’</strong> ที่ GC ได้ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนเพื่อเปลี่ยน Waste เป็น Value สร้างคุณค่าร่วมในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม การศึกษา และชุมชน ขยายจุดรับ UCO ที่ปัจจุบันมีรวมกันกว่า 40 จุดทั่วประเทศ ในการนำไปบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยังสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างผลกระทบเชิงบวกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมช่วยขับเคลื่นประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-39606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/GC-at-Sustainability-Spark_15.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จในการพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพแบบครบวงจรพร้อมทั้งการขับเคลื่อนเพื่อเติมเต็มระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร สะท้อนบทบาทสำคัญของ GC ในฐานะบริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับสากล ที่ไม่ได้มองเพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นปลายน้ำ หรือต้นน้ำเท่านั้น แต่มุ่งออกแบบให้เชื่อมโยงกันได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ รวมทั้งสามารถต่อยอดไปสู่การนำกลับมารีไซเคิล หรือต่อยอดจาก Waste ที่มีอยู่เพื่อนำกลับมาสร้างให้เกิดคุณค่าได้ใหม่อีกครั้ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ GC ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง พร้อมสร้างสรรค์โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/gc-standout-from-kitchen-to-creation/">‘From Kitchen to Creation’ น้ำมันพืชใช้แล้ว ไม่ใช่ ‘ผู้ร้าย’ GC x HMC Polymers เปลี่ยน Waste สู่ Value จุดประกาย ‘เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ’ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC รักษาระดับสูงสุด “AAA” หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กรรับผิดชอบต่อ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-achieve-3a-level-set-esg-ratings/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Dec 2025 16:06:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[Data Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for BetterLiving]]></category>
		<category><![CDATA[GC Stand Out]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[PTT GC]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Ratings]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บจ.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจดทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38914</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ที่ระดับสูงสุด “AAA” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของบริษัทจดทะเบียนที่ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social and Governance) โดยคำนึงถึงการจัดการความเสี่ยงในกระบวนการธุรกิจ มีการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าและผู้บริโภค รวมไปถึงการดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน และเปิดเผยข้อมูล ESG อย่างโปร่งใส ตอกย้ำองค์กรนวัตกรรมที่มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน ในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมรับการประเมิน ESG Ratings จำนวน 265 บริษัท โดย GC ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็น 1 ในตัวอย่างบริษัทจดทะเบียนที่มีผลการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-achieve-3a-level-set-esg-ratings/">GC รักษาระดับสูงสุด “AAA” หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กรรับผิดชอบต่อ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืน </strong><strong>SET ESG Ratings </strong><strong>ประจำปี </strong><strong>2568</strong><strong> ที่ระดับสูงสุด “</strong><strong>AAA” </strong><strong>ต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>3 </strong><strong>ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ </strong><strong>11 </strong><strong>จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong></p>
<p><span id="more-38914"></span></p>
<p><strong> พร้อมได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของบริษัท</strong><strong>จดทะเบียนที่ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ </strong><strong>ESG</strong><strong> (</strong><strong>Environmental, Social and Governance</strong><strong>) โดยคำนึงถึงการจัดการความเสี่ยงในกระบวนการธุรกิจ มีการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าและผู้บริโภค รวมไปถึงการดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน และเปิดเผยข้อมูล </strong><strong>ESG</strong><strong> อย่างโปร่งใส ตอกย้ำองค์กรนวัตกรรมที่มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน </strong></p>
<p>ในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมรับการประเมิน ESG Ratings จำนวน 265 บริษัท โดย GC ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เป็น 1 ในตัวอย่างบริษัทจดทะเบียนที่มีผลการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AAA ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีการดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่กลยุทธ์ทางธุรกิจและกลยุทธ์การดำเนินงานด้านความยั่งยืน แนวทางการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ไปจนถึงผลลัพธ์การดำเนินงานด้าน ESG ที่เป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อเป็นตัวอย่างแก่บริษัทจดทะเบียนอื่นๆ และผู้ที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่อไป</p>
<p><strong>นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC เปิดเผยว่า “ความสำเร็จจากการได้รับคะแนนประเมินด้าน ESG ในระดับสูงสุดครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ GC ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างสมดุลของการเติบโตทางธุรกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐาน ESG เรามุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่ผ่านการยกระดับกระบวนการผลิต การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและธุรกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 สะท้อนผ่านผลลัพธ์การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action Excellence) ที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน GC ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้ (Data Transparency) รวมถึงการดูแลผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเป็นธรรม อันเป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในรูปแบบเรตติ้งเป็นปีที่ 3 มี บมจ. ที่ผ่านเกณฑ์และได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings รวม 265 บริษัท โดยแบ่งเป็นระดับ AAA 102 บริษัท, AA 80 บริษัท, A 67 บริษัท และ BBB16 บริษัท โดยนักลงทุนส่วนใหญ่นำผลการประเมินไปพิจารณาประกอบร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ในการลงทุน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-achieve-3a-level-set-esg-ratings/">GC รักษาระดับสูงสุด “AAA” หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตอกย้ำบทบาทผู้นำองค์กรรับผิดชอบต่อ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC ประกาศความสำเร็จ &#8216;ปิดการขาย&#8217; หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ตามเป้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-succeeded-in-new-subordinated-debenture-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Dec 2025 08:37:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[PTT GC]]></category>
		<category><![CDATA[Subordinated Debenture​ Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ทิติพงษ์ จุลพรศิริดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจมูลค่าสูง คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38501</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ประกาศความสำเร็จ  &#8216;ปิดการขาย&#8217; ได้ตามเป้าหมาย สำหรับการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ทั้งนี้  GC ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท​ ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน ภายใต้การกำหนดอัตราดอกเบี้ย 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public offering) เมื่อวันที่ 27 &#8211; 28 พฤศจิกายน และวันที่ 1 &#8211; 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก คุณทิติพงษ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-succeeded-in-new-subordinated-debenture-bond/">GC ประกาศความสำเร็จ &#8216;ปิดการขาย&#8217; หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ตามเป้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> ประกาศความสำเร็จ <strong> &#8216;ปิดการขาย&#8217;</strong> ได้ตามเป้าหมาย สำหรับการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน</p>
<p><span id="more-38501"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong> </strong><strong>GC</strong> ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท.<strong> ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่ มูลค่ารวม </strong><strong>10,000</strong><strong> ล้านบาท</strong><strong>​ ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน </strong>ภายใต้การกำหนดอัตราดอกเบี้ย 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป (Public offering) เมื่อวันที่ 27 &#8211; 28 พฤศจิกายน และวันที่ 1 &#8211; 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบัญชี กล่าวถึงความสำเร็จ​ครั้งนี้ว่า GC ได้ปิดการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยมูลค่ารวมทั้งสิ้น 10,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในวงกว้าง สะท้อนถึงความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจนของบริษัทฯ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ท้าทาย</p>
<p><em>&#8220;ผลการตอบรับที่ดีของนักลงทุนครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อฐานะทางการเงินและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ GC รวมทั้งเป็นการขับเคลื่อนตาม​แผน​​สร้างความแข็งแกร่ง เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และ​รักษาการเติบโตระยะยาวได้ตามเป้าหมาย ​​พร้อมทั้งการส่งเสริมความมั่นคงของโครงสร้างเงินทุนระยะยาว เพื่อรองรับกลยุทธ์ในการเติบโตสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon)&#8221; </em></p>
<p>สำหรับเงินที่ได้รับจากออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ GC มีแผนนำไปใช้ในการชำระคืนหนี้เงินกู้ การลงทุน การรองรับค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน การบริหารจัดการด้านการเงินอย่างมีวินัย รวมทั้งบริหารจัดการโครงสร้างเงินทุนให้มีความยืดหยุ่นและมั่นคงในระยะยาว ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสุนนกลยุทธ์การเติบโตของธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ (High Value-Low Carbon) สอดคล้องกับเป้าหมายด้าน ESG ที่ GC ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ขณะที่​กลุ่มผู้จัดการการจัดจำหน่าย มีมุมมองว่า แม้หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป จากโครงสร้างการชำระคืนที่ยืดหยุ่นกว่าสำหรับผู้ออกหุ้นกู้ แต่ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ GC และความเชื่อมั่นในกลุ่ม ปตท. ทำให้การเสนอขายครั้งนี้ได้รับผลการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน อีกทั้ง ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของ GC ที่ระดับ<strong> &#8216;AA-(tha)&#8217;</strong> แนวโน้ม <strong>&#8216;มีเสถียรภาพ&#8217;</strong> และจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดนี้ ที่ระดับสูงถึง<strong> &#8216;A(tha)&#8217;</strong> ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ประเภทนี้ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความเชื่อมั่นต่อ GC</p>
<p><em>&#8220;GC ขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนสำคัญ ทั้งนักลงทุนทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นต่อ GC รวมทั้งผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 12 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน),  บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์  หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ GC  สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” </em>คุณทิติพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gc-succeeded-in-new-subordinated-debenture-bond/">GC ประกาศความสำเร็จ &#8216;ปิดการขาย&#8217; หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ตามเป้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เสริมแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC จับมือ​ อว. ต่อยอด &#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; เพิ่มจุดรับ UCO ในมหาวิทยาลัย เสริมแกร่งระบบนิเวศ SAF หนุนไทยสู่ &#8216;ฮับการบินคาร์บอนต่ำ&#8217; ของอาเซียน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-expand-uco-drop-points-in-university/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 12:07:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN Low-Carbon Aviation Hub]]></category>
		<category><![CDATA[Biochemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[PTTGC]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[UCO]]></category>
		<category><![CDATA[Used Cooking Oil]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จากครัวสู่เครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจมูลค่าสูง - คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันอากาศยานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38130</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และยังเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC จึงถือเป็นหนึ่งห่วงโซ่​สำคัญภายใน​​ SAF Supply Chian ที่​มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน​​ระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำ​​ เพื่อสร้างความพร้อมและยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน​ได้พร้อมกันในทุกภาคส่วน และร่วม​สนับสนุน​​ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ‘ศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของอาเซียน’ (ASEAN Low-Carbon Aviation Hub) โดยเฉพาะกระบวนการ​การผลิต SAF ที่ขับเคลื่อนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ GC ด้วยการเปลี่ยนขยะเหลือใช้ในครัวเรือนอย่าง ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ (Used Cooking Oil: UCO) ให้กลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิต SAF ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง​ สำหรับรองรับความต้องการใช้งานของสายการบินต่างๆ ​ที่ไม่เพียงช่วยเติมเต็ม​การสร้างระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำภายในประเทศเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายรายได้เพิ่มไปสู่ภาคชุมชนได้อีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งได้นำร่องพัฒนา​​โมเดลความสำเร็จนี้แล้ว​​ใน จ.ระยอง ​​ช่วงเดือนสิงหาคม &#8211; ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จากความร่วมมือของ GC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-expand-uco-drop-points-in-university/">GC จับมือ​ อว. ต่อยอด &#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; เพิ่มจุดรับ UCO ในมหาวิทยาลัย เสริมแกร่งระบบนิเวศ SAF หนุนไทยสู่ &#8216;ฮับการบินคาร์บอนต่ำ&#8217; ของอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และยังเป็นผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของไทย <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> จึงถือเป็นหนึ่งห่วงโซ่​สำคัญภายใน​​ <strong>SAF Supply Chian</strong> ที่​มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน​​ระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำ​​ เพื่อสร้างความพร้อมและยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยไปสู่ความยั่งยืน​ได้พร้อมกันในทุกภาคส่วน และร่วม​สนับสนุน​​ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น <strong>‘</strong><strong>ศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของอาเซียน</strong><strong>’ </strong>(ASEAN Low-Carbon Aviation Hub)</p>
<p><span id="more-38130"></span></p>
<p>โดยเฉพาะกระบวนการ​การผลิต SAF ที่ขับเคลื่อนตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ GC ด้วยการเปลี่ยนขยะเหลือใช้ในครัวเรือนอย่าง <strong>‘น้ำมันพืชใช้แล้ว</strong><strong>’ </strong>(Used Cooking Oil: UCO) ให้กลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับผลิต SAF ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง​ สำหรับรองรับความต้องการใช้งานของสายการบินต่างๆ ​ที่ไม่เพียงช่วยเติมเต็ม​การสร้างระบบนิเวศการบินคาร์บอนต่ำภายในประเทศเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายรายได้เพิ่มไปสู่ภาคชุมชนได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p>พร้อมทั้งได้นำร่องพัฒนา​​โมเดลความสำเร็จนี้แล้ว​​ใน จ.ระยอง ​​ช่วงเดือนสิงหาคม &#8211; ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จากความร่วมมือของ GC และภาคี​เครือข่ายศูนย์บริหารและจัดการขยะรีไซเคิล​ รวมทั้งพันธมิตรกว่า 22 แห่ง ของระยองและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งสามารถรวบรวม UCO ได้ 7.09 ตัน เพื่อนำไปผลิต​น้ำมัน SAF ปริมาณ​ 1.75 ตัน และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนกว่า 215,000 บาท รวมทั้ง​ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 5,654.98 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38134 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; ​ต่อยอดเครือข่ายคาร์บอนต่ำคนรุ่นใหม่</strong></p>
<p>ล่าสุด GC เดินหน้าขยายแนวร่วมการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในเครือข่ายกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ <strong>‘</strong><strong>จากครัว&#8230;สู่เครื่อง</strong><strong>’</strong> โดยป​ระกาศความร่วมมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อขยายจุดรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) ภายในสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มจำนวน​จุดรับคืน UCO ให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น จากปัจจุบันมีจุดรับคืนรวม 56 แห่งทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นได้นำร่องร่วมกับ 20 มหาวิทยาลัย พร้อมตั้งเป้าขยายเครือข่ายครอบคลุมมหาวิทยาลัยได้ทั่วทั้งประเทศ</p>
<p>ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ​GC และ กระทรวง อว. จะร่วมกันส่งเสริมการจัดตั้งจุดรวบรวม UCO ภายในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีจัดการน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อขยายพลังแห่งความยั่งยืนจากภาคอุตสาหกรรมสู่สถาบันการศึกษา และสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่​ Net Zero 2050 พร้อมทั้งการเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำของอาเซียนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<figure id="attachment_38135" aria-describedby="caption-attachment-38135" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38135 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-38135" class="wp-caption-text">ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)</figcaption></figure>
<p><strong>ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล </strong>ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวงมีนโยบายขับเคลื่อน <strong>‘</strong><strong>มหาวิทยาลัยสีเขียว</strong><strong>’</strong> (Green University) เพื่อให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญต่อการผลักดันประเทศไทยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ขณะที่ความร่วมมือกับ​ GC ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการสร้างต้นแบบด้านการจัดการของเสีย (Waste Management) ภายในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อร่วมสร้างความตระหนักรู้เรื่องความยั่งยืน ​พร้อมทั้งช่วยขยายผลการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำไปสู่สังคมวงกว้าง ซึ่งในอนาคตมีแผนจะ​ขยายเครือข่าย​จำนวนมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมเพื่อ​เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมต่อไป​</p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC เปิดเผยว่า GC เชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่และสถาบันการศึกษา โดยเชื่อว่าการผนึกกำลังผ่านโครงการครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการนำมาซึ่งการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) ระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และชุมชน อย่างเป็นรูปธรรม ​ซึ่งไม่ใช่เพียงการ​สร้างให้เกิดความตระหนักรู้เรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืน​ในกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งจะเติบโตกลายเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป​</p>
<figure id="attachment_38136" aria-describedby="caption-attachment-38136" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-38136 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_03.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-38136" class="wp-caption-text">คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)</figcaption></figure>
<p><strong>ตอกย้ำกลยุทธ์ High Value &amp; Low Carbon</strong></p>
<p>​​ความร่วมมือในโครงการ <strong>&#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217;</strong> ของ GC ครั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อมุ่งสู่การเป็น<strong> ธุรกิจมูลค่าสูง &#8211; คาร์บอนต่ำ (High Value &amp; Low Carbon Business) </strong>เนื่องจาก UCO ที่สามารถรวบรวมได้จากโครงการจะถูกส่งมอบเพื่อนำไปผลิต SAF ที่ <strong>โรงกลั่นชีวภาพ Biorefinery​</strong> ​ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งแรกของไทย ที่สามารถผลิต SAF เชิงพาณิชย์ได้ จากการใช้โรงงานแห่งเดิมที่มีอยู่ ภายใต้การพัฒนาองค์ความรู้และ​เทคโนโลยีที่แตกต่างของ GC</p>
<p>​ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งการช่วยสร้างความมั่นใจภายใน Ecosystem ตั้งแต่ต้นทางในการเตรียมความพร้อมของวัตถุดิบอย่าง UCO ไปจนถึงปลายทางอย่างสายการบินต่างๆ ในการนำ SAF ที่ผลิตได้ไปใช้ และได้รับการยอมรับ​ตามมาตรฐานการบินในระดับสากล</p>
<p>โรงกลั่นชีวภาพ Biorefinery​ แห่งนี้ ยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่สามารถรองรับการผลิตได้ทั้งพลังงานสะอาดอย่าง SAF และภายในโรงงานเดียวกันรวมทั้งจากกระบวนการผลิตเดียวกันนี้ ยังรองรับการผลิต <strong>เคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Biochemicals)</strong> และ <strong>พลาสติกชีวภาพ (</strong><strong>Bioplastics)</strong> ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ​จึงช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ในการขยายตลาดใหม่ไปสู่กลุ่มวัสดุแห่งอนาคตที่มีโอกาสเติบโตสูง ภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ และยังสอดคล้องกับทิศทางความยั่งยืนของตลาดโลกที่มองหาวัสดุคุณภาพสูงที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38137 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Photo-จากครัวสู่เครื่อง-14-Nov-25_06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จะเห็นได้ว่า ทุกการขับเคลื่อนและการผสานความร่วมมือของ GC และพันธมิตรต่างๆ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะความร่วมมือกับภาคการศึกษา ซึ่งเป็นแหล่งองค์ความรู้สำคัญ ทำให้เพิ่มโอกาสในการ​ต่อยอดความร่วมมือในมิติอื่นๆ เพิ่มเติมได้มากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาวิจัยด้านกระบวนการผลิตต่างๆ ​ร่วมกัน ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ปลายทางให้มีศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันได้มากขึ้น ​ทั้งใน​อุตสาหกรรมการบินยั่งยืน ​รวมทั้งวัสดุชีวภาพแห่งอนาคตซึ่งล้วนแต่เป็นการสร้างโอกาสและการขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในอนาคตได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-expand-uco-drop-points-in-university/">GC จับมือ​ อว. ต่อยอด &#8216;จากครัว&#8230;สู่เครื่อง&#8217; เพิ่มจุดรับ UCO ในมหาวิทยาลัย เสริมแกร่งระบบนิเวศ SAF หนุนไทยสู่ &#8216;ฮับการบินคาร์บอนต่ำ&#8217; ของอาเซียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC เคาะดอกเบี้ย &#8216;หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ&#8217; 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี เพิ่มทางเลือกนักลงทุนระยะยาว ​เล็งเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป 27 พฤศจิกายน &#8211; 3 ธันวาคม 2568</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-announced-interest-rate-perpetual-subordinated-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 07:08:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Asset Monetization]]></category>
		<category><![CDATA[Deleveraging Program]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Perpetual Subordinated Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิติพงษ์ จุลพรศิริดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37838</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังประกาศเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด  (“หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ”) สกุลเงินบาท ชุดใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) พรัอมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อรองรับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคง​ผันผวนในระดับสูง ล่าสุด  บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ได้ประกาศ อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สำหรับ 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี พร้อมกำหนดวันเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public offering) ในระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ผ่าน 12 สถาบันการเงิน คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี GC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-announced-interest-rate-perpetual-subordinated-bond/">GC เคาะดอกเบี้ย &#8216;หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ&#8217; 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี เพิ่มทางเลือกนักลงทุนระยะยาว ​เล็งเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป 27 พฤศจิกายน &#8211; 3 ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังประกาศเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด  (“<strong>หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มี</strong><strong>ลักษณะคล้ายทุนฯ</strong><strong>”</strong><strong>) </strong>สกุลเงินบาท ชุดใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) พรัอมเสริมความแข็งแกร่งโครงสร้างเงินทุนระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อรองรับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคง​ผันผวนในระดับสูง</p>
<p><span id="more-37838"></span></p>
<p>ล่าสุด  <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GC</strong> ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ได้ประกาศ <strong>อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สำหรับ 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี</strong> พร้อมกำหนดวันเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public offering) ในระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ผ่าน 12 สถาบันการเงิน</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี</strong> <strong>GC</strong> กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ครั้งนี้ นับเป็น​ก้าวสำคัญเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มความยืดหยุ่นทางทางการเงินของ GC เพื่อรักษาความสามารถ​ในการเติบโตระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนและไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับลดลง​ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จึงต้องการนำเสนอทางเลือกเพื่อการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนระยะยาวที่ชัดเจน ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและหุ้นกู้ทั่วไป ​</p>
<p><em>&#8220;การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ​ครั้งนี้ ยังเป็นหนึ่ง​บทบาทสำคัญเพื่อช่วย GC ​ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ธุรกิจ พร้อม​ต่อยอดการพัฒนาสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon) ตอกย้ำฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับโลก นอกจากนี้ ยังถือเป็นการมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่นักลงทุนทั่วไปผ่านทางเลือกการลงทุนที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ&#8221;  </em>คุณทิติพงษ์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37840 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/GC_Debenture-Banners-1600x800p2.1-final_0.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>ทั้งนี้  <em><strong>GC ​กำหนดอัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ไว้ที่ 4.40% ต่อปี ในช่วง 5 ปี 6 เดือนแรก โดยคาดว่าจะเปิดให้ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ซึ่งสามารถจองซื้อผ่านสาขาและสำหรับการจองซื้อออนไลน์ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายบางรายที่ให้บริการ สามารถดำเนินการได้ทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์</strong></em></p>
<p>หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของ GC ชุดนี้ ยังได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568 ที่ระดับ AA- (tha) แนวโน้ม &#8216;มีเสถียรภาพ&#8217; และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดนี้ที่ระดับ A (tha) ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ประเภทนี้ที่สูงที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความเชื่อมั่นต่อ GC นอกจากนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวยังนับเป็นทุน (Equity Credit) ร้อยละ 50 สำหรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และในทางบัญชีถือเป็นทุน 100% ตลอดอายุหุ้นกู้</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับโครงสร้างเงินทุน ของGC พร้อมรับโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมเมื่อธุรกิจปิโตรเคมีกลับมาฟื้นตัว พร้อมกันนี้ GC ยังดำเนินแผน Deleveraging Program อย่างต่อเนื่อง ผ่านการทำ Asset Monetization เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์  การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ​ ครั้งนี้ จึงถือเป็น​ก้าวสำคัญในการรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับแผนการบริหารโครงสร้างเงินทุนของ GC เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต​</p>
<p><strong>สำหรับการจองหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ มีมูลค่าการจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไประหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน และ 1 – 3 ธันวาคม 2568 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 12 แห่ง</strong> ที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับการจองซื้อออนไลน์ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายบางรายที่ให้บริการ สามารถดำเนินการได้ทุกวัน รวมทั้งวันเสาร์อาทิตย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/GC_Infographic-Must-have_1920x1080_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน GC อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อจองซื้อ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p>
<ul>
<li>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร.1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking</li>
<li>ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777</li>
<li>ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน <a href="https://www.kasikornbank.com/kmyinvest%20ได้" target="_blank" rel="noopener">https://www.kasikornbank.com/kmyinvest ได้</a> ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)</li>
<li>ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai</li>
<li>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004</li>
<li>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร.1572</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050</li>
<li>ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56</li>
</ul>
<p>หมายเหตุ:</p>
<ul>
<li>แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยังไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.</li>
<li>การจัดสรรหุ้นกู้ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ตามแต่จะเห็นสมควร</li>
</ul>
<p>คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุน    สามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ <a href="https://protect.checkpoint.com/v2/___http:/www.sec.or.th/___.YzJ1OmtydW5nc3JpOmM6bzo5N2NjMTcwNzdhZjAxYzBmZTJlMTA1YTVlNjY3YTAzOTo2OjdjN2E6NjQ4YjIzZTRiMjk0OTRjOWE0ODAxMmQwYzQ3MzU1MmQ1NGVjYzMwZDlkMTU2YTAwOGM1YmY1Y2E3MTM3ZTM1YzpwOlQ6Tg" target="_blank" rel="noopener">www.sec.or.th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/gc-announced-interest-rate-perpetual-subordinated-bond/">GC เคาะดอกเบี้ย &#8216;หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ&#8217; 5 ปี 6 เดือนแรกที่ 4.40% ต่อปี เพิ่มทางเลือกนักลงทุนระยะยาว ​เล็งเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป 27 พฤศจิกายน &#8211; 3 ธันวาคม 2568</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC ​เสริมแกร่งทางการเงิน เล็งออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ วางยุทธศาสตร์บริหารเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-launch-new-subordinated-debenture-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2025 04:11:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[OPEX Saving]]></category>
		<category><![CDATA[Other Enhancements]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิติพงษ์ จุลพรศิริดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37327</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับ GC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อเพิ่มทั้ง​ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อทุกความผันผวน ​และเตรียมความพร้อมในการวางรากฐาน​องค์กร ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจ​ไปสู่การเติบโตระยะยาวได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนแบบเชิงรุก เพื่อ​รักษาสถานะที่แข็งแรงทางการเงิน ตามแนวทาง​ Holistic Optimization และ Asset Light เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการทำงาน​โดยรวมของทั้งองค์กร พร้อมเดินหน้าเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง สำหรับ​ทรานส์ฟอร์มสู่ &#8216;ธุรกิจมูลค่าสูง -คาร์บอนต่ำ&#8217; (High Value &#38; Low Carbon Business)  ได้ตามโรดแมปที่วางไว้ ผ่านการขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย &#8211; Holistic Optimization : ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานแบบองค์รวม พร้อมเดินหน้าต่อยอดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในเพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร &#8211; Portfolio Transformation : บริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในระยะยาว &#8211; OPEX [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-launch-new-subordinated-debenture-bond/">GC ​เสริมแกร่งทางการเงิน เล็งออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ วางยุทธศาสตร์บริหารเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับ<strong> GC</strong> หรือ <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อเพิ่มทั้ง​ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อทุกความผันผวน ​และเตรียมความพร้อมในการวางรากฐาน​องค์กร ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจ​ไปสู่การเติบโตระยะยาวได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-37327"></span></p>
<p>โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนแบบเชิงรุก เพื่อ​รักษาสถานะที่แข็งแรงทางการเงิน ตามแนวทาง<strong>​ Holistic Optimization</strong> และ <strong>Asset Light</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการทำงาน​โดยรวมของทั้งองค์กร พร้อมเดินหน้าเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง สำหรับ​ทรานส์ฟอร์มสู่ &#8216;<strong>ธุรกิจมูลค่าสูง -คาร์บอนต่ำ&#8217;</strong> <strong>(High Value &amp; Low Carbon Business) </strong> ได้ตามโรดแมปที่วางไว้ ผ่านการขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Holistic Optimization :</strong> ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานแบบองค์รวม พร้อมเดินหน้าต่อยอดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในเพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร<br />
<strong>&#8211; Portfolio Transformation</strong> : บริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในระยะยาว<br />
<strong>&#8211; OPEX Saving</strong> : ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนในทุกส่วนขององค์กรโดยไม่กระทบต่อคุณภาพการดำเนินงาน<br />
<strong>&#8211; Other Enhancements</strong> : เพิ่มความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบและเพิ่มความเป็นเลิศด้านการค้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Smart-Plant_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา GC ได้ดำเนินการแผนลดภาระทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วยการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ การดำเนินการ <strong>Asset Monetization</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ และขับเคลื่อน <strong>Holistic Optimization</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและรักษาอันดับความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ ตามโรดแมปการบริหารเงินทุนระยะยาวที่ GC วางไว้อย่างมีระบบ</p>
<p><strong>เล็งเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่</strong></p>
<p>ล่าสุด <strong>GC</strong>  ประกาศเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567–2568 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุนในระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน รวมถึงรองรับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความผันผวนในระดับสูง</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบัญชี</strong> <strong>GC</strong> กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้แผนลดภาระทางการเงินที่ GC ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ปี 2567 ที่มูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านบาท ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของ GC และกลุ่ม ปตท. โดย GC ยังคงยึดมั่นในวินัยทางการเงิน และดำเนินตามโรดแมปการบริหารเงินทุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์<strong> Portfolio Transformation</strong> เพื่อให้บริษัทพร้อมต่อการเติบโตสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37329 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-11-Olefin_0.jpg" alt="" width="860" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​คาดว่าจะเปิดเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งใหม่นี้ ​ช่วงปลายปี 2568 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยมีมูลค่าการจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และเพิ่มได้ครั้งละ 100,000 บาท ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 12 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ธนาคารทหารไทยธนชาต และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ส่วนอัตราดอกเบี้ยและช่วงเวลาเสนอขายที่แน่นอน จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ GC ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon) อย่างต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ผ่านการผลักดัน allnex ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรม Coating Resins สำหรับอุตสาหกรรม และธุรกิจชีวภาพ (Bio/Green &amp; Circularity) ผ่าน NatureWorks ที่กำลังก่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชีวิตแห่งที่ 2 ของโลก ในจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมเดินหน้าการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593</p>
<p><strong>เพิ่มกลไกเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน</strong></p>
<p>สำหรับ <strong>หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ</strong>  เป็นอีกหนึ่งกลไกในการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของ GC  โดยทางบัญชี หุ้นกู้ประเภทนี้สามารถลงเป็นส่วนของทุนได้ 100% ตลอดอายุหุ้นกู้ และในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สามารถนับเป็นส่วนของทุน (Equity Credit) ได้ 50%</p>
<p>ด้านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของ GC เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ จากการจัดอันดับโดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568  GC มีอันดับความน่าเชื่อถือ อยู่ที่ระดับ AA- (tha) แนวโน้ม “<strong>มีเสถียรภาพ”</strong> และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568  ได้มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ นี้ที่ระดับ A (tha) ซึ่งจัดว่าอยู่ในกลุ่มที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูงในตลาดตราสารหนี้ไทย โดยถ้าพิจารณาจากความสามารถในการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสามารถดูได้จากจากอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ระดับ AA- แต่ส่วนของอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ที่จะต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท 2 ระดับนั้น เนื่องจากโครงสร้างการชำระหนี้ของหุ้นกู้ที่จะด้อยสิทธิกว่าหุ้นกู้ปกติทั่วไป​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Banner-2_0.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>ปัจจุบัน GC อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อจองซื้อ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p>
<ul>
<li>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร.1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking</li>
<li>ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777</li>
</ul>
<ul>
<li>ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน <a href="https://www.kasikornbank.com/kmyinvest%20ได้" target="_blank" rel="noopener">https://www.kasikornbank.com/kmyinvest ได้</a> ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)</li>
<li>ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai</li>
<li>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004</li>
<li>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร.1572</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050</li>
<li>ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37332 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC_Infographic-Must-have_1920x1080_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>หมายเหตุ:</p>
<ul>
<li>แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยังไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.</li>
<li>การจัดสรรหุ้นกู้ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ตามแต่จะเห็นสมควร</li>
</ul>
<p>คำเตือน:</p>
<ul>
<li>การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</li>
<li>ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ <a href="https://protect.checkpoint.com/v2/___http:/www.sec.or.th/___.YzJ1OmtydW5nc3JpOmM6bzo5N2NjMTcwNzdhZjAxYzBmZTJlMTA1YTVlNjY3YTAzOTo2OjdjN2E6NjQ4YjIzZTRiMjk0OTRjOWE0ODAxMmQwYzQ3MzU1MmQ1NGVjYzMwZDlkMTU2YTAwOGM1YmY1Y2E3MTM3ZTM1YzpwOlQ6Tg" target="_blank" rel="noopener">www.sec.or.th</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-launch-new-subordinated-debenture-bond/">GC ​เสริมแกร่งทางการเงิน เล็งออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ วางยุทธศาสตร์บริหารเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Oct 2025 04:08:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Biorefinery]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[การบินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิต Co-processing]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงกลั่นชีวภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37103</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย ICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ‘โรงกลั่นชีวภาพ’ หรือ Biorefinery ​ผลิต SAF สำเร็จรายแรกของไทย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่ ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เพื่อ​สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​ ​ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มุ่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี​ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-37103"></span></p>
<p>​โดยเฉพาะอุตสาหกรรม​ High Carbon Emission หรือกลุ่มที่มีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง ที่ต่างพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน (Decarbonization) พร้อม​​วางโรดแม็พลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (​Net Zero) เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบรรลุสู่เป้าหมายที่วางไว้อย่างจริงจัง</p>
<p>เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่ง​อุตสาหกรรมที่ถูกมองว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง โดย <strong>ICAO (</strong><strong>องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ)</strong> ระบุปริมาณ​คาร์บอนที่เกิดจากอุตสาหกรรมการบินในปี 2562 มีมากถึง 920 ล้านตัน หรือ​ 2-2.5% ของปริมาณคาร์บอนทั่วโลก จึงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ถูกคาดหวังให้แสดงความรับผิดชอบและมีส่วนร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืน​ควบคู่ไปกับการช่วยแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ</p>
<p><strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ</strong><strong>’ </strong><strong>หรือ </strong><strong>Biorefinery</strong><strong> ​ผลิต </strong><strong>SAF</strong><strong> สำเร็จรายแรกของไทย </strong></p>
<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>GC</strong> ในฐานะผู้นำ​ธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนสู่<strong> ธุรกิจมูลค่าสูง</strong><strong>–</strong><strong>คาร์บอนต่ำ (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business)</strong>​ เป็นผู้บุกเบิกการผลิต <strong>‘</strong><strong>เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน</strong><strong>’</strong><strong> (</strong><strong>SAF: Sustainable Aviation Fuel)</strong> หรือ เรียกให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่า <strong>&#8216;น้ำมันเครื่องบิน&#8217;</strong> ที่ผลิตได้จากแหล่งพลังงานชีวภาพต่างๆ ​รวมไปถึงน้ำมันพืชใช้แล้ว หรือ <strong>UCO (Used Cooking Oil)</strong> ที่ทาง GC ได้ศึกษาและพบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมและตรงกับความต้องการใช้งานของกลุ่มสายการบินมากที่สุด เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบร่วมกับน้ำมันดิบ แทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานทั่วไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong><em>GC </em></strong><strong><em>สามารถ​​ผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>ได้สำเร็จ​​เป็นรายแรกของไทยและมี​สายการบิน​​นำไปใช้เชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว</em></strong> ​ภายใต้การรับรองมาตรฐานระดับสากลทั้ง <strong>ISCC CORSIA</strong> ซึ่งเป็นมาตรฐานความยั่งยืนที่ยอมรับในอุตสาหกรรมการบิน และ <strong>ISCC Plus</strong> สำหรับการใช้วัตถุดิบชีวภาพและวัสดุหมุนเวียนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน</p>
<p>ความพิเศษและแตกต่าง​ของ <strong>SAF</strong> ​ที่ผลิตโดย GC อยู่ที่ต้นทางและเทคโนโลยีการผลิต เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์จาก <strong>‘</strong><strong>โรงกลั่นชีวภาพ (</strong><strong>Biorefinery) </strong><strong>แบบครบวงจร</strong><strong>’</strong> ที่ใช้องค์ความรู้และความชำนาญด้านการกลั่นมา​พัฒนาต่อยอดโรงกลั่นเดิมให้สามารถ​​ผลิต SAF ได้ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ จึง​ทำให้ธุรกิจมีต้นทุนที่ต่ำกว่า​​และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น รวมทั้งใช้เวลาดำเนิน​การไม่นาน ส่งผลให้โรงกลั่นชีวภาพ <strong>Biorefinery</strong> ​สามารถเดินหน้าเปิดให้บริการ​รองรับการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>ต่อยอดระบบนิเวศจาก</strong><strong> SAF </strong><strong>สู่​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต </strong></p>
<p>โรงกลั่นชีวภาพ​แห่งนี้ ไม่เพียงรองรับการผลิต​พลังงานสะอาดอย่าง SAF เท่านั้น แต่ GC ยังเลือกใช้ <strong>‘</strong><strong>เทคโนโลยีการผลิตร่วมแบบ </strong><strong>Co-processing’ </strong>และสร้างให้ทั้งระบบการผลิตมีความเชื่อมโยงกัน ​ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้ได้ Bio-Naphtha ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผลผลิตของกระบวนการกลั่น และสามารถนำมาต่อยอด​เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเคมีภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-Chemicals) หรือพลาสติกชีวภาพ (Bio-Plastics) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับ​เทรนด์โลกในยุคความยั่งยืนได้เป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูงและ​คงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37105 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Sustainable-Material.jpg" alt="" width="1200" height="703" /></p>
<p><strong><em>โรงกลั่นชีวภาพ </em></strong><strong><em>Biorefinery </em></strong><strong><em>ของ </em></strong><strong><em>GC </em></strong><strong><em>ถือเป็นโรงงานแห่งแรก​ของประเทศที่สามารถผลิต </em></strong><strong><em>SAF </em></strong><strong><em>เชิงพาณิชย์ได้ และยังเป็นโรงงานเพียงแห่งเดียวที่สามารถผลิตได้ทั้งพลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์ชีวภาพ และพลาสติกชีวภาพ​ ภายในโรงงานเดียวกันและจากกระบวนการเดียวกัน รวมทั้ง​ทุกผลิตภัณฑ์ที่โรงกลั่นแห่งนี้ผลิตได้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และยังเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ</em></strong></p>
<p>​นอกจากนี้ โรงกลั่นฯ นี้​​ยังช่วยส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เนื่องจากการใช้วัตถุดิบต้นทางจากของเสียในครัวเรือนอย่างน้ำมันพืชใช้แล้ว มาผสมกับน้ำมันดิบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จนได้ผลิตภัณฑ์พลังงาน​สะอาดหรือ​วัสดุยั่งยืนแห่งอนาคต​​ ที่ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะและผลกระทบ​จากการทิ้งที่ไม่ถูกวิธี ยังลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงตลอดทั้ง Ecosystem ​​ที่ได้นำ​ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดไปใช้ ​พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้คนเพิ่มมากขึ้น จากการเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วภายในครัวเรือนไปจำหน่ายเพื่อส่งต่อเป็นวัตถุดิบให้​โรงกลั่นฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37109 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/SAF-pilot.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดย GC ยังได้ส่งเสริมการจัดตั้ง <strong>Community Waste Hub</strong> ร่วมกับชุมชนใน จ.ระยอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อมาป้อนเป็นวัตถุดิบ​สำหรับการผลิตได้อย่างเพียงพ​อ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในชุมชนให้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>เทคโนโลยีการผลิตแบบ Co-processing ​นี้ ยังสามารถรองรับการใช้วัสดุการเกษตรในกลุ่มพลังงาน อาทิ ​มันสำปะหลัง ปาล์ม​​ หรืออ้อย มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพื่อทดแทนการใช้น้ำมันพืชใช้แล้วได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นแนวทางช่วย​ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่า​​เพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรภายใน​ประเทศเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง</p>
<p><strong>เร่งขยายพันธมิตร ​แนวร่วม</strong><strong> ‘</strong><strong>ท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ</strong><strong>’</strong></p>
<p>สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มพลังงานสะอาด ​เบื้องต้น​โรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC สามารถผลิต SAF ในเฟสแรกได้ 6 ล้านลิตรต่อปี หรือราว 5,000 ตัน และจะขยายเพิ่มเติมอีก 4 เท่า เป็น 24 ล้านลิตรต่อปี หรือ 25,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน​ได้ถึง 15,000 ตันต่อปีในระยะแรก และเพิ่มเป็น 60,000 ตันต่อปีในระยะที่สอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37107 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/BA-SAF-2.jpg" alt="" width="1188" height="601" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37108 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/TG-SAF.jpg" alt="" width="1600" height="805" /></p>
<p>​​หนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จคือ การผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem เพื่อนำ SAF ที่ผลิตได้ ไปใช้ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จริงเป็นครั้งแรกของประเทศไทย นำร่องโดย <strong>สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส</strong> รวมทั้งการลงนามเพิ่มเติมกับ <strong>การบินไทย</strong> เพื่อนำ SAF ไปผสมในเชื้อเพลิงอากาศยานสำหรับเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ​และอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญอย่าง <strong>โออาร์</strong>​ (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)) ที่เข้ามา​ช่วยขยายตลาดและพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่าย​ SAF เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อร่วมสร้างท้องฟ้าคาร์บอนต่ำ และจะทำให้ทุกการเดินทางของทุกคนช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลก ขณะที่​แนวโน้ม​การเปลี่ยนผ่านกฎระเบียบด้านการบิน ที่จะกำหนดให้มีการใช้ SAF จากภาคสมัครใจไปสู่ภาคบังคับ จะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตลาดสามารถเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด จากการใช้ SAF อย่างแพร่หลายมาก​ขึ้น ​รวมทั้งผลกระทบจากอุตสาหกรรมการบินที่มีต่อโลกก็จะลดลงได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน</p>
<p>ส่วน​ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มวัสดุยั่งยืน ซึ่งเป็นการต่อยอด​ Bio-Naphtha ​ที่ได้มาจากกระบวนการผลิตภายในโรงกลั่น ปัจจุบันสามารถนำมา​ผลิต​ทั้งเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพ ​ที่ผู้บริโภค​มักใช้กันอย่างแพร่หลายอยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่นกัน ​โดยได้เริ่ม​​เดินหน้าผลิต​เชิงพาณิชย์แล้ว​ 3 กลุ่ม ได้แก่</p>
<p><strong>Bio-Propylene</strong> หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ภาชนะ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกแข็ง ของเล่นเด็ก และชิ้นส่วนยานยนต์</p>
<p><strong>Bio-Butadiene (Bio-BD)</strong> ที่มักใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์และรองเท้ากีฬา</p>
<p>และ <strong>Bio-PTA</strong> (Purified Terephthalic Acid) สำหรับใช้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์และขวดพลาสติก PET</p>
<p>นอกจากนี้ ​​ยังสามารถต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพอื่นๆ ได้อีกหลายชนิด หากตลาดมีความพร้อมและมีความต้องการ​​มากขึ้นในอนาคตก็สามารถเดินหน้าผลิตได้ทันที เช่น <strong>Bio-PE</strong> สำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ ขวด เครื่องใช้ในครัวเรือน และฟิล์มพลาสติก <strong>Bio-Propylene Oxide </strong>สำหรับอุตสาหกรรมโฟมเบาะรถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และฉนวน <strong>Bio-Phenol</strong> สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล และ​ <strong>Bio-Benzene</strong> สำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน เคมีภัณฑ์ขั้นต้น และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งวัสดุชีวภาพเหล่านี้เป็น​ที่ต้องการอย่างสูงในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นศักยภาพของโรงกลั่น Biorefinery แบบครบวงจรของ GC ที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างยืดหยุ่นและหลากหลาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37106 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-6-Refinery_1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เห็นได้ชัดว่า การพัฒนาโรงกลั่นชีวภาพ หรือ Biorefinery ของ GC ไม่​​​เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ GC แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการ​พัฒนาอุตสาหกรรมการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินคาร์บอนต่ำในภูมิภาคอาเซียน​ ขณะเดียวกัน​ยังต่อยอด​​มูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบทางการเกษตร และของเหลือใช้ในครัวเรือน พร้อมส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนตามแนวทาง Circular Economy สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่​​ขับเคลื่อนสู่ยุคคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในความเป็นผู้นำของ GC​ ที่มองเห็นโอกาสเติบโตจากการสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ​ส่งมอบโซลูชันเคมีภัณฑ์ครบวงจร ที่คาร์บอนต่ำแต่มีมูลค่าสูง ​ พร้อม​สร้างสรรค์​โลกอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนสำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-biorefinery-thailand-first-comercial-saf-producer/">ทำความรู้จัก ‘โรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) แบบครบวงจร’ ​ที่ GC สร้าง Value จาก Waste  เปลี่ยน ‘น้ำมันพืชใช้แล้ว’ เป็น ‘พลังงานสะอาด’ เพื่อการบินสีเขียว พร้อมต่อยอดสู่ ‘วัสดุแห่งอนาคต’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
