<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4-%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 11 Sep 2026 10:01:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“บ้านนี้มีแฟนใหม่” แคมเปญขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนจากฮาตาริและแสนสิริ ชวนลูกบ้านคืนคุณค่าให้พัดลมเก่า ดันรีไซเคิลถูกวิธีสู่ชุมชนยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/hatari-x-sansiri-ce-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 09:59:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Fan It Forward]]></category>
		<category><![CDATA[Hatari]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชัญญา พานิชตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านนี้มีแฟนใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[พัดลมเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยา พานิชตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาตาริ]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาตาริ x แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=44213</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตพัดลมของประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ต่อยอดแพลตฟอร์ม Fan It Forward สู่ชุมชนที่อยู่อาศัย ชวนลูกบ้านแสนสิริส่งต่อพัดลมเก่าที่ไม่ใช้งานแล้วเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิลอย่างรับผิดชอบ พร้อมสร้างการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านกิจกรรมภายในชุมชน ตั้งแต่จุดรับพัดลมเก่า พื้นที่เรียนรู้กระบวนการรีไซเคิล ไปจนถึงเวิร์กช็อปที่นำพลาสติกรีไซเคิลจากพัดลมกลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่ แคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ Fan It Forward ที่ฮาตาริดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการจัดการพัดลมเก่าอย่างเหมาะสม และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ Fan It Forward ฮาตาริได้รับพัดลมเก่ารวมจำนวน 628 เครื่อง คิดเป็นน้ำหนักวัสดุประมาณ 6.3 ตันที่ได้รับการจัดการแทนการนำไปฝังกลบ และมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยประมาณ 14.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ฮาตาริจึงเดินหน้าขยายผลโครงการให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ที่ร่วมมือกับแสนสิริจัดงานเปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าฮาบิโตะ มอลล์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/hatari-x-sansiri-ce-campaign/">“บ้านนี้มีแฟนใหม่” แคมเปญขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนจากฮาตาริและแสนสิริ ชวนลูกบ้านคืนคุณค่าให้พัดลมเก่า ดันรีไซเคิลถูกวิธีสู่ชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด</strong> ผู้นำอุตสาหกรรมผลิตพัดลมของประเทศไทย ร่วมกับ <strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดตัว<strong>แคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่”</strong> ต่อยอดแพลตฟอร์ม Fan It Forward สู่ชุมชนที่อยู่อาศัย ชวนลูกบ้านแสนสิริส่งต่อพัดลมเก่าที่ไม่ใช้งานแล้วเข้าสู่กระบวนการคัดแยกและรีไซเคิลอย่างรับผิดชอบ พร้อมสร้างการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านกิจกรรมภายในชุมชน ตั้งแต่จุดรับพัดลมเก่า พื้นที่เรียนรู้กระบวนการรีไซเคิล ไปจนถึงเวิร์กช็อปที่นำพลาสติกรีไซเคิลจากพัดลมกลับมาสร้างคุณค่าในรูปแบบใหม่</p>
<p><span id="more-44213"></span></p>
<p><strong><em>แคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่”</em></strong> ต่อยอดความสำเร็จจาก<strong>โครงการ </strong><strong>Fan It Forward</strong> ที่ฮาตาริดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการจัดการพัดลมเก่าอย่างเหมาะสม และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนับตั้งแต่เปิดตัวโครงการ Fan It Forward ฮาตาริได้รับพัดลมเก่ารวมจำนวน 628 เครื่อง คิดเป็นน้ำหนักวัสดุประมาณ 6.3 ตันที่ได้รับการจัดการแทนการนำไปฝังกลบ และมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยประมาณ 14.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/FanFW1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ฮาตาริจึงเดินหน้าขยายผลโครงการให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านแคมเปญ “บ้านนี้มีแฟนใหม่” ที่ร่วมมือกับแสนสิริจัดงานเปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าฮาบิโตะ มอลล์ และจัดเป็นนิทรรศการต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 กันยายน โดยในงานจะมีการจัด โซนให้ความรู้ Recycle Journey โซนเวิร์กช็อป DIY พวงกุญแจพลาสติกรีไซเคิล Old Fan to New Charms และโซนเกม Tangram Challenge จากตัวต่อที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล ก่อนต่อยอดกิจกรรมไปยังโครงการต่างๆ ของแสนสิริอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของลูกบ้านในการจัดการพัดลมเก่าและเรียนรู้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ</p>
<p>ในช่วงเปิดตัวแคมเปญ ฮาตาริและแสนสิริจะร่วมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกบ้าน ตลอดช่วงเฟสแรกของแคมเปญ นอกจากนี้ทุก ๆ การส่งมอบพัดลมเก่า 10 เครื่องที่ลูกบ้านนำมาส่งมอบพร้อมซื้อพัดลมใหม่ภายใต้แคมเปญ ฮาตาริจะบริจาคพัดลมใหม่ 1 เครื่องให้แก่พนักงานในไซต์ก่อสร้างแสนสิริ เพื่อสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เย็นสบายยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ฮาตาริได้มอบ<strong>สิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้านแสนสิริ </strong>ยกระดับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้กับทุกชีวิตในครอบครัว ด้วยการซื้อสินค้าฮาตาริราคาพิเศษ รวมถึง Move-in Package สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่านแอปพลิเคชัน KUHU</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/FanFW2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชัญญา พานิชตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานขายและการตลาด บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด</strong>  กล่าว “ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลโครงการ Fan It Forward ให้เข้าถึงชุมชนที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยต่อยอดแนวคิดการจัดการพัดลมเก่าอย่างรับผิดชอบผ่านแคมเปญ ‘บ้านนี้มีแฟนใหม่’ แคมเปญนี้ตั้งเป้ารวบรวมพัดลมเก่า 1,000 เครื่องจากการเดินสายกิจกรรมตลอดปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบได้ราว 3-5 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 5,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะเดียวกันยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>คุณอุทัย อุทัยแสงสุข ก</strong>รรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แคมเปญ ‘บ้านนี้มีแฟนใหม่’ สะท้อนความตั้งใจของแสนสิริในการส่งเสริมการบริโภคอย่างรับผิดชอบและการแยกขยะอย่างถูกวิธีของลูกบ้านแสนสิริที่เริ่มต้นจากจุดที่ใกล้ตัวที่สุดคือ ‘บ้าน’  เพื่อช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลดผลกระทบจากการฝังกลบ และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชุมชน เรามีความยินดีที่ได้ร่วมต่อยอดโครงการ Fan It Forward ของฮาตาริสู่ชุมชนที่อยู่อาศัย พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกบ้านได้มีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการของแสนสิริ ควบคู่ไปกับการส่งต่อประโยชน์ให้แก่พนักงานในไซต์ก่อสร้างแสนสิริผ่านโครงการบริจาคพัดลมใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความร่วมมือที่ส่งผลดีต่อทั้งชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-44216 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/FANFW4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> </strong><strong>คุณวิทยา พานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด</strong> กล่าวว่า “ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ฮาตาริเติบโตเคียงข้างคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง และเราเชื่อว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือกับแสนสิริในแคมเปญ ‘บ้านนี้มีแฟนใหม่’ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวในการนำแนวคิด Circular Economy มาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดการผลิตภัณฑ์หลังหมดอายุการใช้งานอย่างเหมาะสม และการนำทรัพยากรกลับเข้าสู่กระบวนการสร้างคุณค่าใหม่</p>
<p>เราเชื่อว่าความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจ พันธมิตร และผู้บริโภค ฮาตาริจึงหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างความตระหนักและเป็นจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมที่ดีในการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังการใช้งาน พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-44217 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/09/FanFW5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ติดตามรายละเอียดของแคมเปญ ‘บ้านนี้มีแฟนใหม่’ ได้ที่ Facebook: Hatari, Sansiri PLC. และ KUHU APPLICATION</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/hatari-x-sansiri-ce-campaign/">“บ้านนี้มีแฟนใหม่” แคมเปญขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนจากฮาตาริและแสนสิริ ชวนลูกบ้านคืนคุณค่าให้พัดลมเก่า ดันรีไซเคิลถูกวิธีสู่ชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ นำทัพบิ๊กคอร์ปจัดฟอรัมใหญ่ &#8216;Green Up 2026&#8217; ยกระดับอสังหาฯ ไทย รับกติกาใหม่ Thailand Taxonomy ปักหมุดปลายปีเปิดตัว Biodiversity Flagship รับเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/sansiri-forum-green-up-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 08:22:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Aligning Business with Thailand Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[Competitive Advantage]]></category>
		<category><![CDATA[Everyday life is good]]></category>
		<category><![CDATA[Green Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Green fiance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Green Up]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri No1 Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainable Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[UNGCNT]]></category>
		<category><![CDATA[ขัตติยา อินทรวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐกร ไกรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกวันชีวิตดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[วชิระชัย คูนำวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[วรุตม์ เลขะจิระกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชา พรหมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสุขที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อัสสเดช คงสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริแบรนด์อันดับหนึ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42466</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านความยั่งยืนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย จัดฟอรัมใหญ่แห่งปี &#8216;GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future&#8216; เพื่อขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ คู่ค้า และพันธมิตรใน Green Ecosystem ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่แนวปฏิบัติการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) พร้อมรับมือกับเกณฑ์มาตรฐานใหม่อย่าง Thailand Taxonomy และร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการจัดฟอรัมความยั่งยืนมาแล้วถึง 2 ครั้งในปี 2567 ได้แก่ ครั้งที่ 1 ภายใต้แนวคิด &#8216;Rethinking Sustainability&#8217; และครั้งที่ 2 &#8216;Sansiri Ecoleadership Forum&#8217; ในปี 2569 นี้ แสนสิริได้ยกระดับแนวคิดสู่ &#8216;TOWARDS A REGENERATIVE FUTURE&#8217; ในการจัดงานครั้งที่ 3 โดยทำหน้าที่เป็น Fast Mover [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sansiri-forum-green-up-2026/">แสนสิริ นำทัพบิ๊กคอร์ปจัดฟอรัมใหญ่ &#8216;Green Up 2026&#8217; ยกระดับอสังหาฯ ไทย รับกติกาใหม่ Thailand Taxonomy ปักหมุดปลายปีเปิดตัว Biodiversity Flagship รับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านความยั่งยืนในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย จัดฟอรัมใหญ่แห่งปี &#8216;<strong>GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future</strong>&#8216; เพื่อขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ คู่ค้า และพันธมิตรใน Green Ecosystem ร่วมเปลี่ยนผ่านสู่แนวปฏิบัติการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) พร้อมรับมือกับเกณฑ์มาตรฐานใหม่อย่าง Thailand Taxonomy และร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p><span id="more-42466"></span></p>
<p>หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการจัดฟอรัมความยั่งยืนมาแล้วถึง 2 ครั้งในปี 2567 ได้แก่ ครั้งที่ 1 ภายใต้แนวคิด &#8216;Rethinking Sustainability&#8217; และครั้งที่ 2 &#8216;Sansiri Ecoleadership Forum&#8217; ในปี 2569 นี้ แสนสิริได้ยกระดับแนวคิดสู่ <strong>&#8216;TOWARDS A REGENERATIVE FUTURE&#8217;</strong> ในการจัดงานครั้งที่ 3 โดยทำหน้าที่เป็น <strong>Fast Mover &amp; Connector</strong> หรือผู้ขับเคลื่อนและเชื่อมโยงบทสนทนาระหว่างภาคส่วนต่างๆ เนื่องจากความยั่งยืนไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยองค์กรเพียงแห่งเดียว แต่ต้องอาศัยการปรับตัวร่วมกันทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ (Scope 3)</p>
<p><strong>&#8216;Green Up&#8217; จากความตั้งใจ สู่การลงมือทำจริงทั้ง Ecosystem</strong></p>
<p><strong>คุณอุทัย อุทัยแสงสุข </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริได้ดำเนินนโยบายด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยฝังแนวคิดดังกล่าวลงไปในกระบวนการคิดและการออกแบบ (Sansiri Sustainable Design) มายาวนานก่อนที่เกณฑ์ภาครัฐจะประกาศใช้ ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ <strong>3 Green Framework</strong> (Green Procurement, Green Construction, Green Architecture &amp; Design) ตลอด Supply Chain ร่วมกับคู่ค้ากว่า 4,000 ราย โดยเริ่มสร้างความแข็งแกร่งตั้งแต่รากฐานห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42504 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1.-อุทัย-อุทัยแสงสุข-Sansiri-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากรากฐานที่ทำมาอย่างเข้มข้น เมื่อเกณฑ์มาตรฐาน <strong>Thailand Taxonomy </strong><strong>ระยะที่ </strong><strong>2</strong> ประกาศขยายขอบเขตมาครอบคลุมภาคอาคารและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มาตรฐานใหม่นี้จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็น ‘ตัวเร่ง’ และ ‘ตัวรับรอง’ สิ่งที่แสนสิริขับเคลื่อนอยู่แล้วให้มีมาตรฐานระดับสากลและวัดผลได้เชิงประจักษ์ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการที่แสนสิริเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่นำค่า <strong>Emission Intensity</strong> (ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อตารางเมตร) ที่สอดคล้องกับเส้นทางการลดคาร์บอนของประเทศ (Decarbonization Pathway) มาใช้เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ซึ่งได้รับการรับรองโดย Bureau Veritas (บูโร เวอริทัส) องค์กรตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล สิ่งนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นขั้นสูงสุดให้นักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลก</p>
<p>แสนสิริไม่ได้มองเกณฑ์ข้อบังคับนี้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) เท่านั้น แต่ยกระดับสู่การเป็น <strong>‘</strong><strong>ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน’ (</strong><strong>Competitive Advantage)</strong> อย่างเต็มรูปแบบใน 2 มิติหลัก คือ</p>
<p><strong>&#8211; ด้านต้นทุนทางการเงิน:</strong> ในสภาวการณ์ที่เม็ดเงินลงทุนทั่วโลกหลั่งไหลสู่โครงการสีเขียว การเข้าถึงเกณฑ์ Thailand Taxonomy ได้ก่อน ทำให้แสนสิริสามารถเข้าถึงแหล่งทุน จัดหาเงินกู้สีเขียว (Green Loan) และออกหุ้นกู้สีเขียว (Green Bond) ได้ก่อนในอุตสาหกรรม ส่งผลให้การบริหารกระแสเงินสดมีประสิทธิภาพสูงสุด สะท้อนจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริง อาทิ การเป็นรายแรกที่ได้รับอนุมัติวงเงิน Green Loan มูลค่า 4,000 ล้านบาท และการออก Green Bond รายแรกในกลุ่มที่อยู่อาศัย เพื่อระดมทุนไปพัฒนาโครงการคาร์บอนต่ำโดยเฉพาะ รวมถึงการพัฒนา Sansiri Sustainable Home Prototype ในปี 2568 ที่ผ่านมา</p>
<p><strong>&#8211; ด้านเทรนด์ผู้บริโภค:</strong> เนื่องจากกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักในปัจจุบัน ให้ความสำคัญกับบ้านและคอนโดที่ยั่งยืนและคุ้มค่า การที่โครงการของแสนสิริผ่านเกณฑ์ Taxonomy คือการันตีด้วยมาตรฐานระดับประเทศว่า คอนโดโครงการนี้สามารถประหยัดพลังงานได้จริง 25–35% ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นนามธรรม ให้กลายเป็นการลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเงินในกระเป๋าของลูกบ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>สำหรับแผนการดำเนินงานนับจากนี้ แสนสิริพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการไฮไลต์แห่งปี </strong>2569 <strong>ทั้งในรูปแบบ </strong><strong>Wellness Community </strong><strong>และโครงการ </strong><strong>Biodiversity Flagship </strong><strong>ทั้งแนวราบและแนวสูง ควบคู่ไปกับการทำหน้าที่เป็น </strong><strong>Fast Mover </strong><strong>และ </strong><strong>Connector </strong><strong>ในการนำทัพพันธมิตรใน </strong><strong>Ecosystem </strong><strong>ทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ </strong><strong>SME </strong><strong>ให้เรียนรู้ ปรับตัวไปพร้อมกัน </strong></p>
<p><strong>เจาะลึกมาตรฐานกลางและทางออกของซัพพลายเชน</strong></p>
<p><strong>คุณอัสสเดช คงสิริ </strong>กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เผยมุมมองว่า ปัจจุบัน ESG ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกหรือเรื่องของ CSR อีกต่อไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศหันมาใช้เกณฑ์ความยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) โดยมาตรฐาน Thailand Taxonomy จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสำคัญ จากกรอบนโยบายระดับสากลสู่การดำเนินธุรกิจและตัดสินใจลงทุนในบริบทประเทศไทยอย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42506 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/2.-นายอัสสเดช-คงสิริ-SET.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณขัตติยา อินทรวิชัย </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ระบุถึงบทบาทของภาคการเงินในการหนุนธุรกิจสีเขียวว่า ภาคการเงินเปรียบเสมือน Engine หรือเครื่องยนต์ที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งให้ธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้เร็วขึ้น ซึ่งสถาบันการเงินกำลังปรับเปลี่ยนกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ โดยนำเกณฑ์ Thailand Taxonomy มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินโครงการ องค์กรที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืนก่อน จะได้เปรียบในการเข้าถึงเงินทุน (Green Financing) และช่วยลดความเสี่ยงทางการค้าจากมาตรการคาร์บอนระดับสากลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42510 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/3.-นางสาวขัตติยา-อินทรวิชัย-KBank.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ</strong> ผู้อำนวยการบริหารสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UNGCNT) กล่าวว่า มาตรฐานโลกไม่รอใคร Taxonomy บังคับใช้แล้ว มาตรการคาร์บอนชัดขึ้นทุกปี และตลาดโลกเริ่มตัดสินธุรกิจด้วยข้อมูลจริง ไม่ใช่ความตั้งใจดี คำถามจึงไม่ใช่ว่า &#8216;เราพร้อมหรือยัง&#8217; แต่คือ &#8216;เราจะนำหรือจะตาม&#8217; แสนสิริเลือกที่จะนำ และการนำที่มีความหมายที่สุด คือการยื่นมือกลับไปดึงคู่ค้าและพันธมิตรทุกคนให้เดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะห่วงโซ่ที่แข็งแกร่งที่สุด คือห่วงโซ่ที่ทุกข้อเชื่อมกันได้จริงและสร้างคุณค่าในอนาคต ไปด้วยกันในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42507 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/4.-ดร.ธันยพร-กริชติทายาวุธ-UNGCNT.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เปลี่ยนเกณฑ์บังคับเป็นโอกาส <span style="text-decoration: line-through;">​</span></strong></p>
<p>ภายในงานเสวนาเจาะลึก <strong>Panel Discussion: Aligning Business with Thailand Taxonomy </strong>โดย <strong>คุณสมัชชา พรหมศิริ </strong>Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​Thailand Taxonomy ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ตลาดทุน ผู้บริโภค และสังคมในอนาคตกำลังให้คุณค่ากับสิ่งใด มาตรฐานนี้กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การบริหารพอร์ตโฟลิโอโครงการในอนาคต การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบด้านการออกแบบ จากกรอบความคิดเดิมสู่แนวทางใหม่ ไปจนถึงการบริหารซัพพลายเชนให้เกิดความสมดุล</p>
<p>โดยเฉพาะมิติของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวภายใต้หลักคิด ‘<strong>The sooner, the better</strong>’ หรือการเริ่มต้นก่อนย่อมได้เปรียบกว่า ขณะเดียวกันในแง่ของพลังทางการตลาด การส่งต่อผลประโยชน์ที่จับต้องได้ไปสู่ผู้ซื้อรายย่อย จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย นอกจากนี้ การมีเกณฑ์มาตรฐานที่ชัดเจนยังช่วยสร้างเกราะป้องกันทางเทคนิค และเป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้าต่อกฎระเบียบที่จะทวีความเข้มงวดขึ้นในอนาคต ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน และไม่อยากให้มองว่า Thailand Taxonomy เป็นเรื่องที่ซับซ้อนจนจับต้องไม่ได้ แต่อยากให้เริ่มต้นตั้งคำถามง่ายๆ กับองค์กรของท่านว่า <strong>‘</strong><strong>ธุรกิจของเราจะสามารถสร้างคุณค่าที่มากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรที่น้อยลงได้อย่างไร’</strong> ซึ่งนั่นคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนร่วมกัน​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42509 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/ภาพบรรยากาศ-Sansiri-Green-Up-2026-2.jpg" alt="" width="1200" height="667" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณวรุตม์ เลขะจิระกุล </strong>ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายงานโครงการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า​ สำหรับไดกิ้น เกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืน (Thailand Taxonomy) ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่เป็นตัวเร่งที่ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายสิ่งแวดล้อมระดับโลกของเราให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ในเมื่อระบบปรับอากาศคือตัวแปรสำคัญที่ใช้พลังงานและสร้างคาร์บอนสูงที่สุดในภาคอาคารและที่อยู่อาศัย เราจึงเลือกปักธงแก้ปัญหาในจุดที่สร้างผลกระทบได้มากที่สุด โดยตอบโจทย์เกณฑ์การลดก๊าซเรือนกระจกด้วยเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ขั้นสูง ควบคู่กับการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการนำสารทำความเย็นที่ถูกเก็บกลับมาจากตลาดมาผ่านกระบวนการฟื้นฟูคุณภาพก่อนนำกลับมาใช้งานใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนแนวคิด Circular Economy อย่างเป็นรูปธรรม บทบาทของเราในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนของไดกิ้นเอง แต่คือการจับมือกับแสนสิริและพันธมิตรผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรมสีเขียว นำระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะเข้ามาช่วยยกระดับโครงการให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสากล เพื่อเปลี่ยนจากเกณฑ์บังคับทางกฎหมาย ให้กลายเป็นการประหยัดค่าไฟที่ลูกบ้านจับต้องได้จริง</p>
<p><strong>หม่อมหลวง ดิศปนัดดา ดิศกุล </strong>กรรมการคณะกรรมการความยั่งยืน บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมสะท้อนมุมมองการเปลี่ยนผ่านของซัพพลายเชนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยว่า &#8220;ในมิติของความยั่งยืน เราไม่สามารถเติบโตอย่างโดดเดี่ยวได้อีกต่อไป เกณฑ์ Thailand Taxonomy ระยะที่ 2 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองแค่ผลกำไรระยะสั้น ไปสู่การสร้างคุณค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ สำหรับ วนชัย กรุ๊ป ในฐานะต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน เรามุ่งมั่นพัฒนาวัสดุแผ่นไม้ทดแทนไม้ธรรมชาติที่มีมาตรฐานการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์เรื่อง Well-being และการันตีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย และการที่แสนสิริลุกขึ้นมาจัดฟอรัม GREEN UP 2026 เพื่อเชื่อมต่อทุกภาคส่วนใน Green Ecosystem เป็นสิ่งที่เราพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ผ่านกลยุทธ์ Green Procurement เพราะเมื่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศเลือกใช้วัสดุก่อสร้างหมุนเวียนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง จะเกิด Multiplier Effect ที่ช่วยขับเคลื่อนให้คู่ค้าและกลุ่ม SME หมุนตามกติกาโลกได้จริง และนี่คือวิธีเดียวที่จะเปลี่ยนเกณฑ์บังคับด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็รากฐานความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว</p>
<p><strong>คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา </strong>Chief Sustainability Officer บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​การปรับแนวทางธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐาน Thailand Taxonomy ถือเป็นสิ่งจำเป็นเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการลดคาร์บอน และยกระดับสู่มาตรฐานสากลที่ช่วยสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในการลงทุน ซึ่งกรอบการดำเนินงานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศ แต่ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในระหว่างที่ภาคธุรกิจไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>ณัฐกร ไกรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์และบริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า </strong>Thailand Taxonomy เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดทางสู่แหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance) ที่พร้อมสนับสนุนทั้งองค์กรขนาดใหญ่และ SME ให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ตามเป้าหมาย Net Zero ของประเทศทั้งนี้ ปตท. ได้นำเครื่องมือดังกล่าวมาผสานเข้ากับการดำเนินงานที่มุ่งสร้างสมดุลภายใต้หลัก Energy Trilemma ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ความเป็นธรรมในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่แข่งขันได้ (Affordability/Competitiveness) และความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคพลังงานไทยสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42505 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1.-Sansiri-Green-Up-2026-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แสนสิริ เชื่อมั่นว่างาน GREEN UP 2026 ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมุมมองการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่การสร้างคุณค่าเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ยกระดับมุมมองการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย และสร้างความตื่นตัวให้แก่พันธมิตรทุกภาคส่วนร่วมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net-Zero ไปพร้อมกันอย่างมั่นคง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sansiri-forum-green-up-2026/">แสนสิริ นำทัพบิ๊กคอร์ปจัดฟอรัมใหญ่ &#8216;Green Up 2026&#8217; ยกระดับอสังหาฯ ไทย รับกติกาใหม่ Thailand Taxonomy ปักหมุดปลายปีเปิดตัว Biodiversity Flagship รับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ ขับเคลื่อน​​ &#8216;Regenerative Future&#8217; เซ็ตมาตรฐานสร้าง &#8216;สินทรัพย์แห่งอนาคต&#8217; ตั้งเป้า Wellness Community &#038; Biodiversity Flagship Projects</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/sansiri-towards-regenerative-future/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2026 07:16:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Intensity]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Towards a Regenerative Future]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42468</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสนสิริ จัดฟอรัม​ &#8216;GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future&#8217; ปรับกลยุทธ์สู่ Regenerative Business เซ็ตมาตรฐานสร้าง &#8216;สินทรัพย์แห่งอนาคต&#8217; ​มุ่งยกระดับการ​​ขับเคลื่อนธุรกิจให้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กระบวนการคิด การทำธุรกิจ และการตัดสินใจต่างๆ เพื่อสามารถขับเคลื่อนจากนโยบายไปสู่การลงมือทำจริง พร้อมทั้งการเซ็ตมาตรฐานต่างๆ โดยเชื่อว่า &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ไม่ใช่ภาระ แต่กำลังกลายเป็นรากฐานใหม่ของขีดความสามาถในการแข่งขัน และการทำธุรกิจนับจากนี้ไป โดย​​ระหว่างการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero หลายบริษัทเกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถเติมเต็มหรือสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้องค์กรได้มากขึ้น และมีทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่อนาคตได้มากขึ้น ขณะที่ การขับเคลื่อน ความยั่งยืน ของแสนสิริ จากนี้ไปจะไม่ได้มองเพียงการลดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม เช่น ลดคาร์บอน ลดขยะ หรือการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะมุ่งสู่ Regenerative Future ที่มีส่วนช่วย​ฟื้นฟูและสร้างคุณค่าเพิ่ม เพื่อสามารถส่งต่อส่ิงที่ดีขึ้นให้ผู้คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sansiri-towards-regenerative-future/">แสนสิริ ขับเคลื่อน​​ &#8216;Regenerative Future&#8217; เซ็ตมาตรฐานสร้าง &#8216;สินทรัพย์แห่งอนาคต&#8217; ตั้งเป้า Wellness Community &#038; Biodiversity Flagship Projects</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs x126k92a">
<div dir="auto"><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แสนสิริ</span> จัดฟอรัม​ <strong>&#8216;GREEN UP 2026: Towards a Regenerative Future&#8217;</strong> ปรับกลยุทธ์สู่ Regenerative Business เซ็ตมาตรฐานสร้าง<strong> &#8216;สินทรัพย์แห่งอนาคต&#8217; ​</strong>มุ่งยกระดับการ​​ขับเคลื่อนธุรกิจให้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น</div>
</div>
<p><span id="more-42468"></span></p>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto"><strong>คุณอุทัย อุทัยแสงสุข</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กระบวนการคิด การทำธุรกิจ และการตัดสินใจต่างๆ เพื่อสามารถขับเคลื่อนจากนโยบายไปสู่การลงมือทำจริง พร้อมทั้งการเซ็ตมาตรฐานต่างๆ โดยเชื่อว่า &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ไม่ใช่ภาระ แต่กำลังกลายเป็นรากฐานใหม่ของขีดความสามาถในการแข่งขัน และการทำธุรกิจนับจากนี้ไป โดย​​ระหว่างการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero หลายบริษัทเกิดธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถเติมเต็มหรือสร้างมูลค่าใหม่ๆ ให้องค์กรได้มากขึ้น และมีทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่อนาคตได้มากขึ้น</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">ขณะที่ <em><strong>การขับเคลื่อน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ของแสนสิริ จากนี้ไปจะไม่ได้มองเพียงการลดผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม เช่น ลดคาร์บอน ลดขยะ หรือการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะมุ่งสู่ Regenerative Future ที่มีส่วนช่วย​ฟื้นฟูและสร้างคุณค่าเพิ่ม เพื่อสามารถส่งต่อส่ิงที่ดีขึ้นให้ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ได้เพิ่มมากขึ้น</strong></em></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">เช่นเดียวกับพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ที่ต้องการยกระดับสู่การเป็นสินทรัพย์ที่ดีและพร้อมสำหรับอนาคตมากขึ้น จากที่เน้นโฟกัสเรื่องของ​ทำเล ฟังก์ชั่น และราคา จะเพิ่มปัจจัยที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในระยะยาวได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศ ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร และความสามารถในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยทุกคน โดยมีเป้าหมาย​​ Wellness Community &amp; Biodiversity Flagship Projects ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญในการพัฒนาโครงการนับจากนี้เป็นต้นไป</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">การขับเคลื่อนของแสนสิริ ยังตอบโจทย์ประเทศไทยในการขับเคลื่อน​ Net Zero 2050 รวมทั้งเป้าหมายองค์กรที่จะมุ่งสู่ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net Zero</span> ภายในปีเดียวกัน รวมทั้งเป้าหมายระยะกลาง ที่ต้องการลด GHG Emission ลง 20% ภายในปี 2030 ซึ่งปัจจุบันสามารถลดการปล่อยลงได้แล้ว14%</div>
<div dir="auto"></div>
</div>
<div dir="auto"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42500 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Sansiri.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div class="x14z9mp xat24cr x1lziwak x1vvkbs xtlvy1s x126k92a">
<div dir="auto">
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">การขับเคลื่อนของแสนสิริ ที่ให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนอย่างจริงจังมาโดยตลอด ทำให้สามารถปรับตัวรับกฏกติกาใหม่ๆ อย่าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Thailand Taxonomy</span> ในระยะที่ 2 ที่ขยายขอบเขตมาสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ในกลุ่มอาคารและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลายเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่ได้รับการอนุมัติ Green Loan ตามเกณฑ์ที่เข้มข้นมากขึ้นของ​ Thailand Taxonomy จากธนาคารกสิกรไทย ด้วยวงเงินกว่า 4,000 ล้านบาท สะท้อนอีกหนึ่งโอกาสจากการขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่การเข้าถึงแหล่งทุนที่มีศักยภาพได้เพิ่มมากขึ้น</div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">&#8220;<strong>แสนสิริถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่นำค่า Emission Intensity (ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจ</strong><em><strong>กต่อตารางเมตร) ที่สอดคล้องกับเส้นทางการลดคาร์บอนของประเทศ ( <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Decarbonization</span> Pathway) มาใช้เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ</strong> โดยมีค่าความเข้มที่ราว 59% ​ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ราว 80% ซึ่งได้รับการรับรองโดย Bureau Veritas (บูโร เวอริทัส) องค์กรตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล สิ่งนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นขั้นสูงสุดให้นักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลก ขณะที่แสนสิริตั้งเป้าเพิ่มความท้าทายด้วยการตั้งเป้าลด Emission Intensity ให้ต่ำลงอย่างต่อเนื่องในอนาคต&#8221;​</em></div>
<div dir="auto"></div>
<p>ไม่เพียงการปรับเปลี่ยนจากธุรกิจของตัวเองเท่านั้น แสนสิริยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดทั้งซัพพลายเชน ซึ่งอยู่ในสโคป 3 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 4,000 ราย จากหลายกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยง อาทิ ผู้ผลิตปูนซิเมนต์ เหล็ก ระบบปรับอากาศ วัสดุไม้ ผู้ให้บริการด้านพลังงาน ผู้รับเหมา และผู้ให้บริการด้านระบบต่างๆ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีห่วงโซ่ที่กว้างและยาวอย่างมาก จึงจำเป็นที่ต้องขับเคลื่อนทั้งองคาพยพที่อยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อ​ให้ทั้งอุตสาหกรรมสามารถยกระดับมาตรฐานไปสู่กฏเกณฑ์ที่เปลี่ยนแปลง และปรับตัวเพื่อรอดไปพร้อมกันได้</p></div>
<div dir="auto"></div>
<div dir="auto">อย่างไรก็ตาม แสนสิริไม่สามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ ที่ต้ังไว้ได้เพียงคนเดียว หากไม่สามารถสร้างความร่วมมมือในการเปลี่ยนผ่านจากพันธมิตรภายในห่วงโซ่ นำมาสู่การปรับเกณฑ์ในการคัดเลือกพันธมิตรภายในอนาคต จากที่เคยพิจารณาจากคุณภาพ ราคา ความสามารถในการส่งมอบสินค้าได้ตรงตามเวลา แต่จากนี้ไปความสามารถและประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ทั้งด้านพลังงาน การจัดการวัสดุเหลือใช้ต่างๆ จะกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกคู่ค้าหรือพันธมิตรของแสนสิริเพิ่มมากขึ้นในอนาคต</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/sansiri-towards-regenerative-future/">แสนสิริ ขับเคลื่อน​​ &#8216;Regenerative Future&#8217; เซ็ตมาตรฐานสร้าง &#8216;สินทรัพย์แห่งอนาคต&#8217; ตั้งเป้า Wellness Community &#038; Biodiversity Flagship Projects</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;แสนสิริ&#8217; อสังหาฯ รายแรกที่ได้ Green Loan ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ขับเคลื่อน​ 3 Green Framework ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/sansiri-got-green-loan-thailand-taxonomy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 06:22:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Architecture]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Intensity]]></category>
		<category><![CDATA[Green Architecture & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Landscape]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainable Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Taxonomy]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จริยา จันทร์เจิดศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยรัตน์ ธรรมชน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40135</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นผู้พัฒนาโครงการรายแรกของไทย ที่ได้รับการอนุมัติ Green Loan มูลค่า 4,000  ล้านบาท จากธนาคารกสิกรไทย ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ซึ่งมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อมากกว่าแค่เรื่องการกำหนดให้ใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ลงลึกไปถึงการวัดค่าความเข้มของการปล่อยปริมาณคาร์บอน (Carbon Emission Intensity) ในการก่อสร้างเลยทีเดียว สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาโครงการของ &#8216;แสนสิริ&#8217; เพื่อสร้างมาตร​ฐาน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่ต้องยกระดับมากกว่าแค่การเริ่มขับเคลื่อนไปตามข้อกำหนด แต่​​สามารถ &#8216;วัดผลได้จริง&#8217;  ผ่านความสำเร็จในการได้รับอนุมัติ Green Loan หรือสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ประกอบไปด้วย พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1 (PTY Residence Sai 1) พัทยา, เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ หัวหิน (The Standard Residences [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/sansiri-got-green-loan-thailand-taxonomy/">&#8216;แสนสิริ&#8217; อสังหาฯ รายแรกที่ได้ Green Loan ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ขับเคลื่อน​ 3 Green Framework ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>ถือเป็นผู้พัฒนาโครงการรายแรกของไทย ที่ได้รับการอนุมัติ Green Loan มูลค่า 4,000  ล้านบาท จากธนาคารกสิกรไทย ตามเกณฑ์<strong>​ Thailand Taxonomy</strong> ซึ่งมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อมากกว่าแค่เรื่องการกำหนดให้ใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ลงลึกไปถึงการวัดค่าความเข้มของการปล่อยปริมาณคาร์บอน (Carbon Emission Intensity) ในการก่อสร้างเลยทีเดียว</p>
<p><span id="more-40135"></span></p>
<p>สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาโครงการของ <strong>&#8216;แสนสิริ&#8217;</strong> เพื่อสร้างมาตร​ฐาน<strong> &#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ที่ต้องยกระดับมากกว่าแค่การเริ่มขับเคลื่อนไปตามข้อกำหนด แต่​​สามารถ <strong>&#8216;วัดผลได้จริง&#8217; </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Green-Loan-process.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ผ่านความสำเร็จในการได้รับอนุมัติ Green Loan หรือสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมมูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับ 3 โครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ประกอบไปด้วย <strong>พีทีวาย เรสซิเดนซ์ สาย 1</strong> (PTY Residence Sai 1) พัทยา, <strong>เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเด้นซ์ หัวหิ</strong>น (The Standard Residences Hua Hin), และ <strong>ไวด์เด็น บาย แสนสิริ (WIDEN by Sansiri)</strong> นางลิ้นจี่ ซึ่งแสนสิริเป็นบริษัทแรกของธนาคารกสิกรไทย ที่ใช้เกณฑ์การประเมินสินเชื่อสอดคล้องตาม<strong> Thailand Taxonomy</strong> ที่เข้มข้นด้วยกลไกตรวจสอบระดับสากล</p>
<p><strong>วาง 3 Framework ขับเคลื่อน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ผ่านทุกมิติ </strong></p>
<p><strong>คุณจริยา จันทร์เจิดศักดิ์</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ แสนสิริ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระบวนการคิดและการทำงานของแสนสิ​ริผ่านการพัฒนาโครงการมาไม่ต่ำกว่า 500 โครงการ ให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนมาโดยตลอด พร้อม​มุ่งยกระดับมาตรฐานให้เข้มข้นเพิ่มมากขึ้น หลังประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero 2050  ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ตั้งเป้าหมายอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2023</p>
<figure id="attachment_40144" aria-describedby="caption-attachment-40144" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-40144 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re-Knong-kbank.jpg" alt="" width="1200" height="901" /><figcaption id="caption-attachment-40144" class="wp-caption-text">คุณชัยรัตน์ ธรรมชน Landscape Architecture และ คุณจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ แสนสิริ</figcaption></figure>
<p>สำหรับการพัฒนาโครงการให้เป็น Sustainability Project แสนสิริ ให้ความสำคัญในทุกขั้นตอนทั้งก่อนก่อสร้าง และในระหว่างการก่อสร้าง รวมทั้งการร่วมมือกับพันธมิตร คู่ค้ากว่า 4,00 ราย ตลอดทั้งห่วงโซ่อย่างรอบด้าน เพื่อร่วมกัน​ขับเคลื่อน <strong>&#8216;3 Green Framework&#8217;  </strong>ตามแนวทางต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <strong>Green Architecture &amp; Design : </strong>เน้นการออกแบบ​เพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย (Well-being) รวมทั้งประหยัดพลังงาน ผ่านการออกแบบที่เน้นความเข้าใจในธรรมชาติและบริบทในแต่ละพื้นที่ (Nature Based Design Solution) มาปรับใช้ เพื่อลดการใช้พลังงานของบ้านและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย พร้อมส่งมอบบ้านที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และรองรับการอยู่อาศัยของลูกบ้านอย่างดีที่สุด</p>
<p><strong>-Green Construction : </strong>การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้นำผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป (Precast) มาใช้ในโครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์  รวมทั้งทำให้​สามารถก่อสร้างได้เร็วขึ้นราว 3 เดือน ​ช่วยลดขยะ​​ 15% รวมทั้ง​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งปริมาณ​ฝุ่นและการเกิดมลพิษต่างๆ ภายในไซต์ก่อสร้างลงได้เป็นจำนวนมาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40145 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re-Slide13.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>&#8211; Green Procurement :  </strong>การคัดเลือกคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใส่ใจกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน ​รวมทั้งการคำนึงถึงการผลิตที่ลดการใช้ทรัพยากรหรือการนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งการจัดซื้อวัสดุในการก่อสร้างที่มีคาร์บอนต่ำ และประหยัดพลังงาน (Low-Carbon) ซึ่งปัจจุบัน​มีสัดส่วน​การใช้วัสดุคาร์บอนต่ำแล้ว 65% ​</p>
<p><em>&#8220;แสนสิริเริ่มต้นจากการวางรากฐาน &#8216;กระบวนการคิด&#8217; ใหม่ทั้งหมด มาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างของแสนสิริในยุคปัจจุบันจึงถูกหล่อหลอมด้วยความใส่ใจต่อสภาพแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง โดยมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรอย่างมีคุณภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการขยะจากการก่อสร้าง การบำบัดน้ำเสียอย่างเป็นระบบ ไปจนถึงการจัดสรรพื้นที่สีเขียวที่มากกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อคืนความสมดุลให้แก่ธรรมชาติและชุมชนรอบข้าง&#8221;</em></p>
<p><strong>เซ็ตมาตรฐานใหม่ &#8216;Green Projects&#8217; ภาคอสังหาฯ ไทย</strong></p>
<p><strong>คุณชัยรัตน์ ธรรมชน</strong> Landscape Architecture แสนสิริ กล่าวถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ใน Green Projects หรือ <em><strong>การพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืนของแสนสิริ ที่เน้นการ &#8216;วัดผลได้จริง&#8217; และสอดคล้องไปกับเกณฑ์มาตรฐานในระดับสากล</strong> </em>โดยเฉพาะทั้ง 3 โครงการต้นแบบ ที่ได้รับ Green Loan ตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy ที่กำหนด​​ค่าความเข้มข้นในการปล่อยคาร์บอนที่ราว 61 กิโลคาร์บอนต่อตารางเมตร เทียบกับมาตรฐานโครงการทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 80 กิโลคาร์บอนต่อตารางเมตร และส่งผลให้โครงการสามารถลดการใช้พลังงานลงได้ 25-35% ซึ่งได้รับการรับรอง​ผลจาก <strong>Bureau Veritas</strong><strong> (บูโร เวอริทัส) </strong>องค์กรตรวจสอบระดับสากล ​ทำให้ได้รับ​ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลก ซึ่ง<strong>แสนสิริเป็นรายแรกที่สามารถนำค่า</strong><strong> Emission Intensity </strong>มาใช้เป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40140 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Slide23.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้มาจากการใส่ใจในการพัฒนาโครงการให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่แรกของแสนสิริ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการ​ผ่าน 3 Green Framework  และแนวคิด​ออกแบบโครงการ​ &#8216;<strong>Sansiri Sustainable Design&#8217;</strong> เพื่อตอบโจทย์อินไซต์สำคัญของผู้อยู่อาศัย ทั้งการอยู่สบาย และประหยัดพลังงาน ผ่านการให้ความสำคัญในการออกแบบที่ยั่งยืนตามแนวทาง​ Nature based Solution เพื่อต่อยอดจากทรัพยากรธรรมชาติที่มี มาสู่การสร้างฟังก์ชั่นให้ผู้อยู่อาศัยได้ใช้ประโยชน์ตามบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้ง​ช่วยลดทั้งอุณหภูมิภายในโครงการ และช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวมลงได้ ประกอบกับการเลือกใช้วัสดุรักษ์โลก การเติมพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ทำให้โครงการของแสนสิริช่วยลดผลกระทบต่อโลกแบบจับต้องได้ ขณะเดียวกันยังดีต่อผู้อยู่อาศัยทั้งการมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานที่น้อยลงแบบจับต้องผลลัพธ์ได้จริง&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40141 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Slide25.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>​กระบวนการคิดตามแนวทาง &#8216;<strong>Sansiri Sustainable Design&#8217;</strong> ได้ถ่ายทอดผ่าน 3 โครงการต้นแบบ เพื่อสะท้อนภาพ การออกแบบที่สร้าง <strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ให้มาพร้อมกัน<strong> &#8216;การอยู่สบาย</strong>&#8216; อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการออกแบบโครงการแนวสูงอย่าง <strong>WIDEN by Sansiri และ PTY Residence Sai 1</strong> เน้นนวัตกรรมที่ช่วยให้ตัวอาคาร &#8216;หายใจได้&#8217; และพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ตั้งแต่การติดตั้ง Solar Cell ในพื้นที่ส่วนกลาง การใช้ไฟ Solar Light เพื่อความปลอดภัยที่ไร้ต้นทุนพลังงาน ไปจนถึงการรังสรรค์ Roof Garden ที่ช่วยลดความร้อนสะสมก่อนเข้าสู่ตัวอาคาร รวมถึงการเลือกใช้ Permeable Pavement หรือวัสดุให้น้ำซึมผ่านได้ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมขังและคืนน้ำสู่ดินอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนในโครงการแนวราบอย่าง<strong> The Standard Residences Hua Hin</strong> ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณให้เข้ากับวิถีชีวิตริมชายทะเล โดยเน้นการเปิดพื้นที่โล่งให้สัมพันธ์กับทิศทางลมธรรมชาติ เลือกใช้วัสดุพื้นผิวที่ช่วยระบายน้ำและพลังงานทางเลือกในพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อให้การอยู่อาศัยกลมกลืนกับธรรมชาติรอบตัวมากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40146 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Slide5.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณจริยา </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโครงการ Green Projects มีความต้องการในตลาดอย่างสูงทั้งจากผู้อยู่อาศัยที่มองหาความอยู่สบายและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รวมทั้งกลุ่มนักลงทุนและสถาบันการเงินที่ต้องการลงทุนในโครงการที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะ​โครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้ในระดับสากล ​ซึ่งข้อมูลจากรายงานระดับโลก ได้สะท้อนการเติบโตของ Green Building รวมทั้งมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นของโครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสีเขียวในระดับสากล จะมีมูลค่าสูงกว่าโครงการทั่วไป 7-11% รวมทั้งมีอัตราในการปล่อยเช่าหรือขายได้เร็วกว่าถึง 25%</p>
<p><em>&#8220;การยกระดับมาตรฐาน​ด้านความยั่งยืน​ของแสนสิริในครั้งนี้ สร้างให้เกิดประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายได้แบบ Tripple Win ทั้งแสนสิริ ที่เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีต้นทุนทางการเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำลง เช่น​ Green Loan หรือ Sustainable Finance ต่างๆ ขณะที่ลูกบ้านจะได้อยู่อาศัยในโครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี และประหยัดพลังงานน รวมทั้งการได้ทรัพย์สินที่มีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าได้ดีกว่าในอนาคต รวมทั้งยังสนับสนุนประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อีกทางหนึ่ง&#8221;</em> คุณจริยา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/sansiri-got-green-loan-thailand-taxonomy/">&#8216;แสนสิริ&#8217; อสังหาฯ รายแรกที่ได้ Green Loan ตามเกณฑ์​ Thailand Taxonomy ขับเคลื่อน​ 3 Green Framework ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ สเกลอัพ Green Mission ขยายผล Sansiri Sustainable Design สู่ 25 โครงการใหม่ทั่วประเทศ เซ็ตมาตรฐาน &#8216;ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต&#8217; ตั้งเป้าบริษัทอสังหาฯ รายแรกที่พิชิต Net zero 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/sansiri-sustainable-design/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Oct 2025 13:37:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Everyday life is good]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri No1 Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Design]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ทุกวันชีวิตดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พีร์ โปษยานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสุขที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิกร วงศ์ศรีศุภกุล]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริแบรนด์อันดับหนึ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37205</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสนสิริ ตอกย้ำ​ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย เดินหน้ากลยุทธ์ความยั่งยืนครั้งสำคัญ ​ยกระดับ &#8216;Sansiri Sustainable Design&#8216; พัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ยั่งยืน ทั้งสุขภาพกาย สุขภาวะใจ และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน พร้อมต่อยอด &#8216;Sansiri Sustainable Home Prototype 1&#8217; บ้านต้นแบบนวัตกรรมยั่งยืนแห่งแรกของไทย ที่โครงการเศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ ​ซึ่งแสนสิริและพาร์ทเนอร์ทั้ง 18 ราย ร่วมกันพัฒนาบ้านต้นแบบเพื่อความยั่งยืนและคุณภาพชีวิต สำหรับเป็นแนวทางในการพัฒนาที่อยู่อาศัยคาร์บอนต่ำในอนาคต โดยได้นำมาใช้พัฒนาแล้วใน​ 25 โครงการ ครอบคลุมทั้งบ้านและคอนโด เพื่อตอกย้ำพลังแห่ง Design Leader ของแสนสิริ ผ่านการออกแบบที่เห็นผลจริง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ที่อยู่อาศัยในอนาคตไปพร้อมกับการแสดงพลังรักษ์โลกอย่างยั่งยืน  นำร่องด้วย​ valles HAUS (วาลเลส เฮาส์) โครงการ Pets welcome condominium โครงการแรกของ HAUS ในกรุงเทพฯ รวมถึงเป็นโครงการที่จะสร้างสุขที่ยั่งยืนผ่าน Health &#38; Well-being Design ของผู้อยู่อาศัย คุณพีร์ โปษยานนท์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/sansiri-sustainable-design/">แสนสิริ สเกลอัพ Green Mission ขยายผล Sansiri Sustainable Design สู่ 25 โครงการใหม่ทั่วประเทศ เซ็ตมาตรฐาน &#8216;ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต&#8217; ตั้งเป้าบริษัทอสังหาฯ รายแรกที่พิชิต Net zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แสนสิริ ตอกย้ำ​ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย เดินหน้ากลยุทธ์ความยั่งยืนครั้งสำคัญ ​ยกระดับ <strong>&#8216;Sansiri Sustainable Design</strong>&#8216; พัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ยั่งยืน ทั้งสุขภาพกาย สุขภาวะใจ และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน</p>
<p><span id="more-37205"></span></p>
<p>พร้อมต่อยอด<strong> &#8216;Sansiri Sustainable Home Prototype 1&#8217;</strong> บ้านต้นแบบนวัตกรรมยั่งยืนแห่งแรกของไทย ที่โครงการเศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ ​ซึ่งแสนสิริและพาร์ทเนอร์ทั้ง 18 ราย ร่วมกันพัฒนาบ้านต้นแบบเพื่อความยั่งยืนและคุณภาพชีวิต สำหรับเป็นแนวทางในการพัฒนาที่อยู่อาศัยคาร์บอนต่ำในอนาคต</p>
<p>โดยได้นำมาใช้พัฒนาแล้วใน​ 25 โครงการ ครอบคลุมทั้งบ้านและคอนโด เพื่อตอกย้ำพลังแห่ง Design Leader ของแสนสิริ ผ่านการออกแบบที่เห็นผลจริง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ที่อยู่อาศัยในอนาคตไปพร้อมกับการแสดงพลังรักษ์โลกอย่างยั่งยืน  นำร่องด้วย​ <strong>valles HAUS (วาลเลส เฮาส์) </strong>โครงการ Pets welcome condominium โครงการแรกของ HAUS ในกรุงเทพฯ รวมถึงเป็นโครงการที่จะสร้างสุขที่ยั่งยืนผ่าน Health &amp; Well-being Design ของผู้อยู่อาศัย</p>
<p><strong>คุณพีร์ โปษยานนท์</strong> Product Development Department บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า<strong> </strong>แสนสิริเชื่อว่าความยั่งยืนต้องเริ่มต้นที่ &#8216;<strong>ต้นน้ำ&#8217;</strong> อย่างแท้จริง ​จึงนำ <strong>Green Architecture &amp; Design</strong> มาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาสินค้า เพื่อตอกย้ำปรัชญา <strong>Constructing Life, Not Just Building</strong> ที่ไม่ได้คำนึงถึงแค่เพียงการสร้างบ้าน แต่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการผสานความยั่งยืนเข้ากับงานออกแบบ <em><strong>เนื่องจาก ที่อยู่อาศัยเป็นพื้นที่สร้างชีวิต และชีวิตที่ดีเกิดขึ้นจากการออกแบบที่ดี  จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์และปรับแต่ง (Customize) การออกแบบอย่างละเอียด เพื่อสามารถส่งมอบที่อยู่อาศัยในทุกโครงการให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้ทุกมิติ </strong></em></p>
<figure id="attachment_37207" aria-describedby="caption-attachment-37207" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-37207 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/10.SETTHASIRI-BANGNA-KM10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-37207" class="wp-caption-text">​</figcaption></figure>
<p><strong>ตอกย้ำผู้นำด้านการออกแบบตลอด </strong><strong>40 </strong><strong>ปีของแสนสิริ  </strong></p>
<p>​หัวใจหลักในการออกแบบที่ยั่งยืนของ <em><strong>Sansiri Sustainable Design​ คือ</strong> <strong>การผสานนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เข้ากับ Nature Based Design Solution เพื่อสร้างบ้านที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-being) ของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว</strong> </em>และถือเป็นพันธกิจในการสร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต เพื่อให้ทุกยูนิตเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่ช่วยลดการใช้พลังงาน และเป็นมิตรต่อสุขภาพของทุกคนอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>คุณอิทธิกร วงศ์ศรีศุภกุล </strong>Corporate Communication Sustainability บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า <strong>Sansiri Sustainable Design </strong>ถือเป็น Key Driver เพื่อพัฒนาโครงการที่สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายขององค์กร ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้า รวมทั้งการแสดงความรับผิดชอบทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมไปได้พร้อมๆ กัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37211 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/8.vallesHaus_Kid_s-Pool.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด แสนสิริ ได้ขับเคลื่อนแคมเปญ <strong>&#8216;Sustainable Happiness: </strong><strong>สร้างสุขที่ยั่งยืน&#8217;​ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสถึงนิยามใหม่ของ​ที่อยู่อาศัยที่เป็นมากกว่าแค่ &#8216;</strong><strong>ที่อยู่&#8217;</strong><strong> </strong><strong>แต่คือการ </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ใช้ชีวิต</strong><strong>&#8216; </strong><strong>ที่แข็งแรง มีความสุข และใส่ใจต่อโลกในระยะยาว</strong><strong>ได้</strong> ผ่านแนวคิดการออกแบบที่เน้นการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน รวมทั้งการออกแบบที่สอดคล้องกับสภาพอากาศและวิถีชีวิตไทย​ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การถอดรหัสและต่อยอด​<strong>​ </strong><strong>Sansiri Sustainable Home Prototype 1​ </strong><strong>บ้านต้นแบบนวัตกรรมยั่งยืนแห่งแรกของไทยจากแสนสิริ </strong></p>
<p>โดย​นำแนวคิดและองค์ประกอบทั้งวัสดุ เทคโนโลยี และการออกแบบที่ผ่านการวัดผลและพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้ว มาขยายผลและประยุกต์ใช้สู่โครงการต่างๆ ของแสนสิริ โดยได้นำร่องใช้ใน​​ 25 โครงการ​ ได้แก่<strong> เศรษฐสิริ เดอะ เบส และดีคอนโด รวมถึง 2 โครงการใหม่อย่าง วาลเลส เฮาส์ และ ไวด์เด็น บาย แสนสิริ</strong> ซึ่งถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มุ่งเน้นความยั่งยืน <strong>​​</strong>​โดยสามารถปรับใช้ในโครงการที่มีความแตกต่างกันไปตามบริบท และโลเกชั่น รวมทั้งตลาดและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการเติบโตให้ทุกภาคส่วนใน Ecosystem ของอสังหาริมทรัพย์</p>
<p><strong>4 แกนหลัก Sansiri Sustainable Design </strong></p>
<p>สำหรับ <strong>Sansiri Sustainable Design </strong>ประกอบ​ด้วย 4 แกนหลักแห่งความยั่งยืน ที่ &#8216;<strong>จับต้องได้</strong>&#8216; และ &#8216;<strong>เห็นผลจริง</strong>&#8216; ว่าหากคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้​ จะช่วยทำให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ประหยัดพลังงาน และดีต่อโลก ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/2.-4-แกนหลักแห่งความยั่งยืนของ-Sansiri-Sustainable-Design.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>1. Cooliving Design (นวัตกรรมบ้านเย็นสู้โลกร้อน) </strong></p>
<p>&#8211; การออกแบบอย่างชาญฉลาดที่คำนึงถึงทิศทางแสงแดดและลมตามธรรมชาติ เพื่อช่วยให้อากาศภายในบ้านเย็นสบาย โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศมาก</p>
<p>&#8211; การตกแต่งโดยใช้ กระจกเขียวตัดแสงพิเศษที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้สูงถึง 93% และรังสีอินฟราเรดได้ 97% ทำให้บ้านเย็นสบายแม้ในสภาพอากาศร้อนจัดของไทย​ แต่ยังได้แสงธรรมชาติที่ช่วยสร้างความอบอุ่นภายในบ้าน</p>
<p><strong>2. Resource Efficiency (</strong><strong>ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรสูงสุด)</strong></p>
<p>&#8211; เพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและนวัตกรรมการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้พลังงานภายในบ้าน เช่น การเลือกหลอดไฟ LED ไปจนถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ รวมทั้งการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์​​ที่ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37213 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/7.Valles-Haus.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. Green Materials (</strong><strong>ใช้วัสดุรักษ์โลก ลดคาร์บอน)</strong></p>
<p>&#8211;   การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกระบวนการผลิตที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ ​</p>
<p>&#8211;  ส่งเสริมแนวคิด Upcycling ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้าง เช่น เศษหินอ่อน มาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดขยะจากการก่อสร้าง</p>
<p><strong>4. Health and Well-being Design (</strong><strong>ออกแบบเพื่อสุขภาพและสุขภาวะที่ดี)</strong></p>
<p>&#8211; นอกจากการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องคำนึงถึงสุขภาพและการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญด้วย ผ่านการให้ความสำคัญกับการมีนวัตกรรมการกรองอากาศและฆ่าเชื้อโรค พร้อมระบบแรงดันบวก เพื่อมอบอากาศบริสุทธิ์ รวมทั้งช่วยป้องกัน​​​ฝุ่น PM และมลพิษจากภายนอก รวมทั้ง​เลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณสมบัติ Zero-VOCs (ปลอดสารระเหย)</p>
<p>&#8211; ส่งเสริมคอมมูนิตี้ยั่งยืนด้วยพื้นที่ Sansiri Backyard ให้ทุกคนปลูกผักสวนครัวปลอดสาร และที่สำคัญคือการออกแบบเพื่อทุกวัย (Universal Design) เพื่อความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีในระยะยาว</p>
<p><em><strong>แสนสิริเชื่อว่าแนวคิดในการดำเนินงาน​​นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยตั้งแต่ต้นน้ำ ไปยังปลายน้ำสู่มาตรฐานสากล</strong></em> และตอกย้ำตัวจริงในวงการอย่างแสนสิริในฐานะผู้นำด้านดีไซน์ คุณภาพโครงการ การบริการหลังการขาย และความยั่งยืนที่แท้จริง เพื่อพุ่งสู่เป้าหมาย <em><strong>การเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกที่ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37209 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/9.vallesHaus_Pet-Park.jpg" alt="" width="1200" height="787" /></p>
<p><strong>valles HAUS ต่อยอดสู่ Health &amp; Well-being Design</strong></p>
<p>พร้อมกันนี้ แสนสิริ ได้เปิดตัวโครงการ​ <strong>valles HAUS (วาลเลส เฮาส์) </strong><span style="font-weight: 400;">หนึ่งโครงการที่นำแนวคิด <strong>&#8216;Sansiri Sustainable Design&#8217;</strong> มาใช้ในการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยและความสุขอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาวะทางใจ และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Materials)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พัฒนาสู่โครงการที่โฟกัสการสร้าง​<strong> Health &amp; Well-being Design ​</strong>ให้ผู้อยู่อาศัย และ</span><span style="font-weight: 400;">นับเป็น<strong> Pets welcome condominium</strong> โครงการแรกของ HAUS ในกรุงเทพฯ โดยมียูนิตที่เลี้ยงสัตว์ได้ 32% จากยูนิตทั้งหมด และคำนึงถึงความต้องการของผู้อาศัยทั้งคนและสัตว์เลี้ยง จึงมีทั้ง Pet park ที่มี Shower station, Seating, และ Cleaning station ที่ใช้พืชและวัสดุที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง  </span><span style="font-weight: 400;">รวมทั้งการ​</span>ติดตั้งนวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศแรงดันบวก ในห้องพักอาศัยทุกยูนิต และส่วนกลาง เพื่อ​เติมอากาศเข้าสู่คอนโคตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านชั้นกรองอากาศต่างๆ โดยสามารถกรองฝุ่นได้ถึง 0.1 Micron (เล็กกว่า PM2.5 ถึง 25 เท่า)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37212 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/5.Valles-Haus.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และฆ่าเชื้อโรคด้วย UV-C เพื่อให้ได้อากาศที่สะอาด ปลอดภัย ปลอดฝุ่นปลอดกลิ่น และปลอดเชื้อโรค เปรียบเสมือนในห้องปลอดเชื้อในโรงพยาบาล มีพื้นที่ที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่นระเบียงกันตก ส่วนกลางมีสระว่ายน้ำระบบเกลือที่มาพร้อม &#8216;วารีบำบัด หรือ hydrotherapy&#8217; ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในการรักษาทางกายภาพบำบัด โดยใช้น้ำช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อต่อต่างๆ เพิ่มการทรงตัวให้ดีขึ้น และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อ พร้อมติดตั้งเก้าอี้นวดที่ล็อบบี้ และติดตั้งเครื่องออกกำลังกายรูปแบบใหม่  Echelon Strength Pro ที่ฟิตเนสส่วนกลาง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ​</span>ยัง​เลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงาน (Resource Efficiency) ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้ง Air Inverter, Solar Panel, ไฟ LED ประหยัดพลังงาน และสร้างคอนโดที่เย็นสบายด้วย Cooliving Design ที่มีการเลือกใช้กระจกที่มีคุณสมบัติในการลดปริมาณความร้อนที่ถ่ายเทเข้าสู่ตัวอาคาร อีกทั้งยังช่วยป้องกันรังสียูวีและรังสีอินฟราเรดที่เป็นอันตายต่อผิวหนัง แต่ยังคงให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเพื่อให้ความสว่างภายในบ้าน ตลอดจนการก่อสร้าง เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ควบคู่กับกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37210 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/5.vallesHaus_Hydrotherapy.jpg" alt="" width="1200" height="667" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่ถือ​เป็นตัวอย่างและบทพิสูจน์ของ​</span>แสนสิริ เพื่อแสดงให้เห็นพลังในการ <strong>&#8216;คิดใหญ่ – ทำจริง – ต่อเนื่อง&#8217;</strong> เพื่อตอกย้ำว่า Sustainability ไม่ได้เป็นแค่แนวคิดเพียงเท่านั้น แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนการสร้างเมืองแห่งอนาคตที่มีความยั่งยืนได้ในที่สุด  ขณะที่เป้าหมาย​มุ่งสู่ <strong>N</strong><b>et Zero 2050 ไม่ใช่แค่ &#8216;พันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม&#8217; แต่คือ &#8216;กลยุทธ์การอยู่รอด&#8217;</b> ของทุกธุรกิจไทยบนเวทีโลก ในยุคที่กฎเกณฑ์การค้าและข้อกำหนดด้าน ESG เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ <b>ธุรกิจที่ปรับตัวทันและผสานความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักของกลยุทธ์</b> ทุกองค์กร และทุกภาคส่วนต้องเริ่มลงมือ &#8216;<b>ทำจริง&#8217;</b> ตั้งแต่วันนี้ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่สุดในระดับโลกต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/sansiri-sustainable-design/">แสนสิริ สเกลอัพ Green Mission ขยายผล Sansiri Sustainable Design สู่ 25 โครงการใหม่ทั่วประเทศ เซ็ตมาตรฐาน &#8216;ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต&#8217; ตั้งเป้าบริษัทอสังหาฯ รายแรกที่พิชิต Net zero 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรกในไทย! แสนสิริ จัดแคมเปญในไซต์ก่อสร้าง จุดพลังคนงาน 90 ไซต์งาน ร่วมโปรเจกต์ “แยกขยะล่ารางวัล” มุ่งจัดการขยะก่อสร้างครบวงจร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/sansiri-sustainability-waste-to-worth-award-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Oct 2024 12:28:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Campaign]]></category>
		<category><![CDATA[construction]]></category>
		<category><![CDATA[Construction Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Construction Waste Management Solution]]></category>
		<category><![CDATA[landfill]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Waste to Worth]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะล่ารางวัล]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการก่อสร้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29838</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสนสิริ เดินหน้าโรดแมป Net Zero จุดพลังคนงานไซต์ก่อสร้าง ผ่านแคมเปญ “แยกขยะล่ารางวัล” ยกระดับการจัดการขยะก่อสร้างอย่างครบวงจร (Recycle – Reuse – Landfill) 8 เดือนแรก ลดขยะก่อสร้างเกินเป้าได้ถึง 79% ผ่านโครงการแนวราบที่ทำการก่อสร้างกว่า 90 โครงการ สะท้อนพลังแห่งการสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การจัดการขยะหรือวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้าง ถือเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาโครงการต้องให้ความสำคัญ เพื่อลดปัญหาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อสอดรับกับเป้าหมายองค์กร ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 แสนสิริจึงริเริ่มแคมเปญ “แยกขยะล่ารางวัล” เพื่อปลูกฝังให้คนงานในไซต์ก่อสร้างมีความเข้าใจ และจัดการขยะจากการก่อสร้างในแต่ละโครงการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด “แยกขยะล่ารางวัล” ท้าทุกโครงการก่อสร้างคัดแยกและจัดการขยะ ชิงเงินรางวัลกว่า 20,000 บาท ในไตรมาสที่ 3-4 เป็นแคมเปญภายใต้โครงการ Waste to Worth Award 2024 ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อผลักดันให้คนงานที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/sansiri-sustainability-waste-to-worth-award-2024/">ครั้งแรกในไทย! แสนสิริ จัดแคมเปญในไซต์ก่อสร้าง จุดพลังคนงาน 90 ไซต์งาน ร่วมโปรเจกต์ “แยกขยะล่ารางวัล” มุ่งจัดการขยะก่อสร้างครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แสนสิริ เดินหน้าโรดแมป Net Zero จุดพลังคนงานไซต์ก่อสร้าง ผ่านแคมเปญ “<strong>แยกขยะล่ารางวัล</strong>” ยกระดับการจัดการขยะก่อสร้างอย่างครบวงจร (Recycle – Reuse – Landfill) 8 เดือนแรก ลดขยะก่อสร้างเกินเป้าได้ถึง 79% ผ่านโครงการแนวราบที่ทำการก่อสร้างกว่า 90 โครงการ สะท้อนพลังแห่งการสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-29838"></span></p>
<p><strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การจัดการขยะหรือวัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้าง ถือเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาโครงการต้องให้ความสำคัญ เพื่อลดปัญหาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ เพื่อสอดรับกับเป้าหมายองค์กร ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 แสนสิริจึงริเริ่มแคมเปญ “<strong>แยกขยะล่ารางวัล”</strong> เพื่อปลูกฝังให้คนงานในไซต์ก่อสร้างมีความเข้าใจ และจัดการขยะจากการก่อสร้างในแต่ละโครงการอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29840 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>“แยกขยะล่ารางวัล</strong>” ท้าทุกโครงการก่อสร้างคัดแยกและจัดการขยะ ชิงเงินรางวัลกว่า 20,000 บาท ในไตรมาสที่ 3-4 เป็นแคมเปญภายใต้โครงการ<strong> Waste to Worth Award 2024</strong> ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อผลักดันให้คนงานที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้าง แยกขยะจนเกิดเป็นพฤติกรรมเคยชิน มากไปกว่านั้น ยังได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ  3 ภาษา ทั้ง​เขมร พม่า และไทย เพื่อลดปัญหาด้านกำแพงภาษาและการสื่อสาร ให้มั่นใจว่าคนงานทุกคนเข้าใจวิธีการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ (Recycle) ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reuse) และขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ (Landfill)</p>
<p>โดยแต่ละโครงการมีการจัดตั้งโรงคัดแยกขยะเพื่อสร้างความชัดเจนและรองรับการแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโรงคัดแยกดังกล่าวถูกนำมาจากการเวียนใช้จากหลายโครงการในระแวกเดียวกันที่ทำการก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขยะภายในโครงการก่อสร้าง 10% จากปี 2023 รีไซเคิลและรียูสขยะก่อสร้างให้ได้ 80% และรีไซเคิลและรียูสขยะจากผู้บริโภคให้ได้ 90%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29842 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R7.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ปัจจุบัน ได้จัดการแข่งขันกันภายในโครงการแนวราบที่กำลังทำการก่อสร้างกว่า 90 โครงการ โดยมีวิธีการเก็บคะแนน 2 ส่วน คือ การเข้าตรวจเรื่องการจัดการขยะพร้อมประเมินผลรายไตรมาส และการบันทึกข้อมูลการจัดการขยะรายเดือนของโครงการ</p>
<p>โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 3 หัวข้อ ได้แก่ การจัดการขยะบริเวณโซนก่อสร้าง การจัดการขยะบริเวณโซนบ้านพักคนงานก่อสร้าง และปริมาณขยะ Recycle รวมถึงปริมาณขยะ Landfill ของแต่ละโครงการ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกรายงายผลลง Dashboard ทุกเดือนเพื่อทำการวิเคราะห์และวัดผล โดยจะส่ง Ranking Report ทุกเดือน ให้เห็นถึงอันดับโครงการที่จัดการขยะดีเด่นในแต่ละเดือน ให้เป็นแรงผลักดัน กระตุ้นให้แต่ละโครงการจัดการขยะได้ดียิ่งขึ้น และสนุกมากขึ้นด้วย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน ที่ตั้งใจลดขยะภายในไซต์ก่อสร้างให้เหลือทิ้งน้อยที่สุดและบริหารจัดการขยะเหลือใช้ให้มีประโยชน์สูงสุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29841 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R3.jpg" alt="" width="558" height="744" /></p>
<p>จากการเดินหน้าแคมเปญ <strong>“แยกขยะล่ารางวัล”</strong> ภายในระยะเวลา 8 เดือน สามารถลดปริมาณขยะภายในไซต์ก่อสร้างได้ถึง 79% เมื่อเทียบกับปี 2023</p>
<p>นอกจากเรื่องการแยกและจัดการขยะ แสนสิริยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตพนักงาน โดยมีการนำรายได้จากการขายขยะรีไซเคิลมาซื้อ &#8220;เครื่องกรองน้ำ&#8221; สำหรับให้คนในไซต์ก่อสร้างได้ดื่มน้ำสะอาดกันฟรีๆ หรือการนำเศษกระเบื้องที่เหลือ และถังสี ทำเป็นถังปุ๋ย และดัดแปลงเป็นแปลงพืชผักสวนครัวที่สามารถเก็บไปบริโภคกันได้ตลอด ส่วนวัสดุเหลือใช้หลายๆอย่างก็นำมาแปลงเป็นสิ่งของต่างๆภายในไซต์ที่มีประโยชน์มากมายด้วยวิธีการ Upcycling เช่น เศษปูนและเศษไม้ที่ถูกทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือเศษไม้ที่เหลือถูกดัดแปลงมาเป็น Good space สถานที่พักผ่อนภายในไซต์ก่อสร้าง นับเป็นความสำเร็จที่แสดงถึงพลังในการสร้างมาตรฐานใหม่และมุ่งมั่นในทุกขั้นตอนของการจัดการขยะภายในไซต์ก่อสร้างอย่างครบวงจร ที่ส่งผลตรงต่อคนงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29844 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/R10.jpg" alt="" width="555" height="740" /><br />
แสนสิริ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนแนวทาง ESG และปลูกฝังเรื่องความยั่งยืนให้คนในองค์กรเข้าใจ และดำเนินการตามแผนงานอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการผลักดันความร่วมมือในทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในกระบวนการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออนาคตของโลกใบนี้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/sansiri-sustainability-waste-to-worth-award-2024/">ครั้งแรกในไทย! แสนสิริ จัดแคมเปญในไซต์ก่อสร้าง จุดพลังคนงาน 90 ไซต์งาน ร่วมโปรเจกต์ “แยกขยะล่ารางวัล” มุ่งจัดการขยะก่อสร้างครบวงจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ จัด ECOLEADERSHIP FORUM เร่งขับเคลื่อน Green Ecosystem ปลุกพันธมิตรกว่า 4 พันรายในห่วงโซ่ เร่งเปลี่ยนผ่าน​​ สร้างภูมิคุ้มกัน​​ตามกรอบ ESG</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/sansiri-ecoleadership-forum-green-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jul 2024 11:30:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Change Today Chance Tomorrow]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[Green Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri 40 years]]></category>
		<category><![CDATA[SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Forum]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ.โลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27699</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ในปี 2050 พร้อมมีเป้าหมายระหว่างทางทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ภายใน SANSIRI Ecosystem ที่มีกว่าปีละ 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) เพื่อบรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางไว้ ทำให้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานสัมมนา SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM: Change Today, Chance Tomorrow เพื่อร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศธุรกิจที่มีกว่า 4 พันราย มาร่วมเปลี่ยนผ่านและสร้าง Green Supply Chain ร่วมกัน เพื่อสามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในยุค Green Economy เร่งขับเคลื่อน Green Supply Chain คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ปัญหา​โลกเดือดไม่ใช่เรื่องไกลตัว และภาคธุรกิจเป็นหนึ่งในผู้สร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/sansiri-ecoleadership-forum-green-ecosystem/">แสนสิริ จัด ECOLEADERSHIP FORUM เร่งขับเคลื่อน Green Ecosystem ปลุกพันธมิตรกว่า 4 พันรายในห่วงโซ่ เร่งเปลี่ยนผ่าน​​ สร้างภูมิคุ้มกัน​​ตามกรอบ ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ในปี 2050 พร้อมมีเป้าหมายระหว่างทางทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ภายใน SANSIRI Ecosystem ที่มีกว่าปีละ 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2eq) เพื่อบรรลุเป้าหมายได้ตามที่วางไว้</p>
<p><span id="more-27699"></span></p>
<p>ทำให้ <strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>ได้จัดงานสัมมนา <strong>SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM: Change Today, Chance Tomorrow</strong> เพื่อร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศธุรกิจที่มีกว่า 4 พันราย มาร่วมเปลี่ยนผ่านและสร้าง Green Supply Chain ร่วมกัน เพื่อสามารถอยู่รอดและแข่งขันได้ในยุค Green Economy</p>
<p><strong>เร่งขับเคลื่อน Green Supply Chain</strong></p>
<p><strong>คุณอุทัย อุทัยแสงสุข</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ปัญหา​โลกเดือดไม่ใช่เรื่องไกลตัว และภาคธุรกิจเป็นหนึ่งในผู้สร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งภาคพลังงาน ภาคขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็น 3 กลุ่มหลักที่สร้าง Emission ราว 94%  และแสนสิริเองมีความเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนในการดำเนินธุรกิจตลอดซัพพลายเชน จึงถือเป็นหน้าที่ของธุรกิจทุกคนที่ต้องมีส่วนเข้ามารับผิดชอบในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบทั้งในมิติของธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG : Environment , Social, Governance )  โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงเพื่อให้ธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วย​รับมือกับความเสี่ยงของการดำเนินธุรกิจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมท้ังสามารถขับเคลื่อนธุริกจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แสนสิริวางเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก (GHG Reduction) ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว โดยตั้งเป้าหมาย Net zero ในปี 2050 ขณะที่แผนระยะสั้นในปี 2025 ตั้งเป้าลดคาร์บอนลงจากฐาน 20% ซึ่งล่าสุดเมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมา สามารถลดลงได้แล้วกว่า 15% รวมทั้งแผนระยะกลางในปี 2033 ตั้งเป้าลด Emission 50% ซึ่งการจะไปถึงเป้าหมายไม่สามารถทำคนเดียวได้ เพราะ Emission ที่เกิดขึ้นใน Ecosystem ของแสนสิริ มากกว่า 98% มาจากสโคป 3 หรือมาจากการปลดปล่อยภายในซัพพลายเชนของพาร์ทเนอร์ทุกกลุ่มที่มีกว่า 4 พันราย ทั้ง​กระบวนการผลิต การก่อสร้าง การขนส่ง การออกแบบดีไซน์ หรือจากการใช้พลังงาน และการเดินทางของลูกบ้าน ที่มีกว่า 1.5 แสนครอบครัว  ขณะที่การปลดปล่อยในสโคป 1 และ 2 ที่มาจากการปลดปล่อยโดยตรงขององค์กรมีอยู่แค่กว่า 2%  จึงต้องอาศัยความร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านและขับเคลื่อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการลงทุนโครงการใหม่ๆ อีกกว่า 46 โครงการ มูลค่ามากกว่า 6 หมื่นล้านบาท ที่ต้ังเป้าจะ​ขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ Green  Economy เพื่อเป็นบทพิสูจน์ของแสนสิริในการเป็น Green Leadership ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืนได้ทั้งระบบนิเวศ&#8221;​</em></p>
<p>ทั้งนี้ แสนสิริวางแนวทางเพื่อสร้าง <strong>Green Ecosuystem</strong> ในทั้ง 3 มิติที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย<strong> Green Construction</strong> ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนร่วมกับกลุ่มผู้รับเหมา หรือในภาคการก่อสร้าง เพื่อพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยเน้นนวัตกรรม Low Carbon ทั้งผลิตภัณฑ์ก่อสร้างแบบสำเร็จรูป หรือการพัฒนาวัสดุทดแทน​ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติต่างๆ รวมไปถึงการลด Waste ในไซต์งานก่อสร้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27702 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้ง​ด้าน <strong>Green Architecture and Design</strong> ที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกับกลุ่มดีไซน์เนอร์หรือนักออกแบบให้ทั้งดีไซน์และฟังก์ชันตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานต่างๆ และ <strong>Green Procurement</strong> ในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุต่างๆ จากทางซัพพลายเออร์ ภายใต้การส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็น Low Carbon เพื่อสร้างให้เกิดความยั่งยืนได้ทั้งห่วงโซ่อุปทาน และหากสามารถเปลี่ยนผ่านได้สำเร็จจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ทั้งประเทศบรรลุเป้าหมายตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ในเวที COP 26 เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศที่มีสัดส่วนกว่า 5.8% ของ GDP ที่ช่วยสร้างมูลค่าธุรกิจได้ถึงกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งหากคำนวณความต่อเนื่องจากตลอดทั้งซัพพลายเชนมูลค่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว</p>
<p>ทั้งนี้ แสนสิริ จะเริ่มปรับจากตัวเอง พร้อมส่งต่อประสบการณ์และองค์ความรู้ให้กับพาร์ตเนอร์เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และมั่นใจว่า Green Supply Chain ที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ สามารถผลักดันให้เกิดเครือข่ายการทำงานใน Green Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความสามารถการแข่งขันในตลาด Green Economy มากขึ้น และเชื่อว่างาน SANSIRI ECOLEADERSHIP FORUM ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญของแสนสิริในการมุ่งมั่นปฏิบัติตามหลักการของความยั่งยืน และสร้างคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p><em>&#8220;แม้การขับเคลื่อนโมเดล Green Supply Chain อาจจะทำให้แสนสิริหรือผู้เปลี่ยนผ่านมีต้นทุนเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เชื่อว่าในระยะยาวถ้าเกิด Economy of Scale ที่เหมาะสม จะทำให้การดำเนินธุรกิจของทุกภาคส่วน​เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงจากข้อกีดกันทางการค้าต่างๆ ในะระยะยาวได้ด้วย และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ และความสามารถทางการแข่งขันให้​ตอบสนองต่อการเปลี่ยนไปของโลก การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภค และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในยุคที่ความยั่งยืนกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p>ภายในงานยังมีตัวแทนทั้งจากภาครัฐ รวมทั้งพันธมิตรในแต่ละกลุ่ม มาร่วมรับฟังนโยบายและทิศทางสำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อการเปลี่ยนผ่าน โดย <strong>ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช</strong> อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ตัวแทนจากฝ่ายภาครัฐ ยังได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียด พ.ร.บ.โลกร้อน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกฏระเบียบที่ส่งผลต่อแลนด์สเคปของธุรกิจ พร้อมทั้งเป็นข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจนำไปประกอบการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ รวมทั้ง Special Talk หัวข้อ “<strong>Change Today, Chance Tomorrow</strong>” จากภาคส่วนต่างๆ ทั้งการปรับตัวของกลุ่มเอสเอ็มอี รวมทั้งวิธีคิด และ Best Practice จากทั้ง 3 ภาคส่วนใน Gree Ecosystem ของแสนสิริ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ของพันธมิตรในแต่ละภาคส่วน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/10_0.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/sansiri-ecoleadership-forum-green-ecosystem/">แสนสิริ จัด ECOLEADERSHIP FORUM เร่งขับเคลื่อน Green Ecosystem ปลุกพันธมิตรกว่า 4 พันรายในห่วงโซ่ เร่งเปลี่ยนผ่าน​​ สร้างภูมิคุ้มกัน​​ตามกรอบ ESG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริผนึกพลัส ชูโรดแมป &#8220;Sustainable Together&#8221; เคียงข้างชุมชน สร้างสังคมยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/sansiri-driving-sustainable-together-by-green-framework-and-csr/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2024 13:56:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Anastasiia Stepanova]]></category>
		<category><![CDATA[Beach Sweep]]></category>
		<category><![CDATA[Green Living Designed Home]]></category>
		<category><![CDATA[Michelle Mouiile]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri Family]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Together]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรลดา พิสิฎฐนรสีห์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[นฤมล อาภรณ์ธนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลัส พร็อพร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[พันธกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สมัชชา พรหมศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24757</guid>

					<description><![CDATA[<p>แสนสิริผนึกพลัส พร็อพร็อพเพอร์ตี้ (บริษัทในเครือ) ประกาศเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ นำร่องภูเก็ต หัวหิน และเชียงใหม่ ก่อนขยายความร่วมมือไปสู่จังหวัดต่างๆ วางโรดแมป &#8220;Sustainable Together&#8221; ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและเคียงข้างสังคม ผ่าน 2 แกนหลักคือ Green Framework และ CSR นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  นอกจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แล้ว แสนสิริยังมีความมุ่งมั่นตามแนวคิดการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ที่นำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์และบริการด้านการอยู่อาศัยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างครบวงจร ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสังคมและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์การดำเนินงานด้านความยั่งยืน 3 ระดับ คือ ภายในองค์กร ความร่วมมือกับพันธมิตร และชุมชนสังคม พร้อมวางโรดแมป &#8220;Sustainable Together&#8221; ด้วยแผนปฏิบัติงานอย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนการทำงานเพื่อความยั่งยืนไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ด้วยแกนการทำงาน 2 ด้านได้แก่  1. Green Framework การส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมในขั้นตอนการทำงานหลักของเรา ซึ่งนำมาสู่แนวคิดนวัตกรรมบ้านสีเขียว (Green Living Designed Home) ที่มาจากนวัตกรรมในโรงงานพรีคาสต์ของแสนสิริเอง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ติดตั้งแผงโซล่าร์ และกระบวนการสร้างที่คำนึงถึงการจัดการขยะที่ดี ให้ผู้บริโภคได้มั่นใจว่า ได้บ้านที่ดี แข็งแรง รวมถึงลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความหยัดยืนให้กับแสนสิริ ที่ปรับตัวเข้ากับบริบทใหม่ของโลก ยกระดับการพัฒนาโครงการเพื่อที่อยู่อาศัยของประเทศไทยและเป็นรายแรกที่ทำอย่างครบจบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sansiri-driving-sustainable-together-by-green-framework-and-csr/">แสนสิริผนึกพลัส ชูโรดแมป &#8220;Sustainable Together&#8221; เคียงข้างชุมชน สร้างสังคมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แสนสิริผนึกพลัส พร็อพร็อพเพอร์ตี้ (บริษัทในเครือ) <strong>ประกาศเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไปสู่ภูมิภาคต่างๆ</strong> นำร่องภูเก็ต หัวหิน และเชียงใหม่ ก่อนขยายความร่วมมือไปสู่จังหวัดต่างๆ</p>
<p><span id="more-24757"></span></p>
<p>วางโรดแมป &#8220;<strong>Sustainable Together</strong>&#8221; ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและเคียงข้างสังคม ผ่าน 2 แกนหลักคือ Green Framework และ CSR</p>
<p><strong>นายสมัชชา พรหมศิริ </strong>Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  <strong>นอกจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แล้ว แสนสิริยังมีความมุ่งมั่นตามแนวคิดการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างยั่งยืน </strong>ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ที่นำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์และบริการด้านการอยู่อาศัยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างครบวงจร</p>
<p>ควบคู่ไปกับการ<strong>ให้ความสำคัญกับสังคมและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</strong> ผ่านกลยุทธ์การดำเนินงานด้านความยั่งยืน 3 ระดับ คือ ภายในองค์กร ความร่วมมือกับพันธมิตร และชุมชนสังคม <strong>พร้อมวางโรดแมป &#8220;</strong><strong>Sustainable Together&#8221; ด้วยแผนปฏิบัติงานอย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนการทำงานเพื่อความยั่งยืนไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ด้วยแกนการทำงาน 2 ด้าน</strong>ได้แก่<strong> </strong></p>
<p><strong>1. Green Framework การส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมในขั้นตอนการทำงานหลักของเรา ซึ่งนำมาสู่แนวคิดนวัตกรรมบ้านสีเขียว (Green Living Designed Home)</strong> ที่มาจากนวัตกรรมในโรงงานพรีคาสต์ของแสนสิริเอง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ติดตั้งแผงโซล่าร์ และกระบวนการสร้างที่คำนึงถึงการจัดการขยะที่ดี ให้ผู้บริโภคได้มั่นใจว่า ได้บ้านที่ดี แข็งแรง รวมถึงลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความหยัดยืนให้กับแสนสิริ ที่ปรับตัวเข้ากับบริบทใหม่ของโลก ยกระดับการพัฒนาโครงการเพื่อที่อยู่อาศัยของประเทศไทยและเป็นรายแรกที่ทำอย่างครบจบทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำ ไปถึงปลายน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24759 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Sustainable-Together_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>และ <strong>2. การทำ CSR ด้วยการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่จุดเล็กๆ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและชุมชนสังคม สร้าง Mindset หัวใจสีเขียว </strong>ขยายผลไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตคนในสังคมให้ยั่งยืนอย่างแท้จริง</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>“แสนสิริ และพลัส พร็อพเพอร์ตี้ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และต้องการเป็นผู้นำในการสร้างจุดเปลี่ยน เริ่มต้นที่จุดเล็กจากที่อยู่อาศัย เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตสีเขียว จึงริเริ่มโครงการ &#8220;</strong><strong>Sustainable Together&#8221; ผนึกกำลังทุกภาคส่วนตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้าง การบริหารนิติบุคคล ตลอดจนลูกบ้าน ชุมชนโดยรอบ รวมทั้งจับมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”</strong> นายสมัชชา กล่าว</p>
<p style="font-weight: 400;">ด้าน <strong>นางสาวนฤมล อาภรณ์ธนกุล </strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารอาคารที่พักอาศัย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า <strong>“พลัสฯ ในฐานะที่มีความใกล้ชิดกับชุมชน เป็นต้นทางที่สามารถดำเนินกิจกรรม </strong><strong>C</strong><strong>SR </strong><strong>ร่วมกับแสนสิริ</strong> อาทิ การบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ สู่การดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบอย่างบูรณาการ ตั้งแต่ให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะ ทั้งในส่วนของพนักงานและลูกบ้านรวมไปถึงชุมชนใกล้เคียง  มีการขยายการดำเนินการสู่ทุกโครงการที่พลัสฯ บริหาร ปัจจุบันมีมากกว่า 400 โครงการที่อยู่ในการดูแล”</p>
<p style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24760 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Sustainable-Together_05.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>โดยเมื่อเร็วๆ นี้ แสนสิริ และพลัสฯ ได้นำพนักงานจิตอาสา เจ้าของร่วมและผู้พักอาศัย</strong><strong>  ร่วมด้วยมูลนิธิไม้ขาวยั่งยืน ขยายการทำงานในโครงการ Sustainable Together ในกิจกรรม Beach Sweep ที่ จ.ภูเก็ต</strong> โดยมีการจัดเก็บขยะ คัดแยกขยะพื้นที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ณ  หาดลายัน เป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร โดย <strong>คุณ </strong><strong>Michelle Mouiile ผู้ก่อตั้งมูลนิธิไม้ขาวยั่งยืน เป็นผู้ให้ความรู้ในการเก็บขยะ  และการแยกขยะแต่ละประเภทอย่างถูกต้อง</strong> กิจกรรมครั้งนี้ตั้งเป้าลดปัญหาขยะหลุดรอดสู่ทะเลและสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลให้สมบูรณ์ ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต  โดยหมุนเวียนจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดเป็นประจำตลอดทั้งปี   กิจกรรมครั้งนี้สามารถเก็บขยะได้รวม 150 กิโลกรัม แยกเป็นประเภทแก้ว 41 กิโลกรัม ขยะพลาสติก 21.3 กิโลกรัม โลหะและอะลูมิเนียม 2.5 กิโลกรัม ขยะทั่วไป 70 กิโลกรัม และอื่นๆ  โดยได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองภูเก็ต นำไป Recycle และ Upcycle ต่อไป โดยนอกจากกิจกรรม Beach Sweep ที่จะมีขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดภูเก็ต โครงการในพื้นที่อื่นที่พลัสฯดูแล ก็ได้จัดให้มีกิจกรรม Community Sweep และ Waste To Worth เพื่อให้ลูกบ้านและชุมชนโดยรอบได้มีส่วนร่วมในการเป็นผู้นำสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24762 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Sustainable-Together_09.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ตัวแทนจากลูกบ้าน </strong><strong>Sansiri Family</strong> <strong>คุณฉัตรลดา พิสิฎฐนรสีห์</strong><strong>  </strong>ระบุว่า “กิจกรรมนี้ทำให้พื้นที่หาดลายันสะอาดขึ้น ถือว่าได้ทำสิ่งที่เป็นปรโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก โดยการเริ่มต้นแยกขยะให้ถูกประเภทตั้งแต่ที่คอนโดของตัวเองก่อนและทำได้ทุกวัน เหมือนได้ช่วยแม่บ้าน เจ้าหน้าที่เก็บขยะ และเป็นประโยชน์สำหรับ Recycling Center ในการจัดการขยะต่อไปด้วย”  ด้าน <strong>คุณ </strong><strong>Anastasiia Stepanova </strong>กล่าวว่า “การร่วมกิจกรรมครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมของภูเก็ตให้ดีขึ้น และดีใจที่มีองค์กรและบริษัทฯ ที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยส่วนตัวไม่เคยทิ้งขยะลงบนท้องถนนเลย เพราะคิดว่านี่เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ และถ้ามีกิจกรรมแบบนี้ในครั้งต่อไ ก็ยินดีที่จะเข้าร่วมด้วยแน่นอน  เพราะนอกจากช่วยโลกแล้ว ยังได้ใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนบ้าน อีกด้วย”</p>
<p style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้นับเป็นก้าวสำคัญของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยไม่หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่วางรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับทุกชีวิตบนโลกใบนี้<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24761 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Sustainable-Together_06.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>แสนสิริยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าในพันธกิจสีเขียว โดยมีการปลูกฝังเรื่องความยั่งยืนให้ทุกคนในองค์กรได้เข้าใจ มีการวางแผนระยะสั้น กลาง ยาว และดำเนินงานตามแผนงานอย่างเคร่งครัด มีการนำเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นต่างๆ มาผสานในการออกแบบโครงการของแสนสิริในจังหวัดนั้นๆ รวมถึงเจตนารมย์อันมุ่งมั่นในการสานต่อพันธกิจความยั่งยืนไปสู่ชุมชนและสังคมในทุกพื้นที่อีกด้วย</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sansiri-driving-sustainable-together-by-green-framework-and-csr/">แสนสิริผนึกพลัส ชูโรดแมป &#8220;Sustainable Together&#8221; เคียงข้างชุมชน สร้างสังคมยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แสนสิริ อาสา Give an Hour for Earth ปิดไฟ…ให้โลกพัก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/sansiri-give-an-hour-for-earth-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2024 12:21:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Earth Hour 2024]]></category>
		<category><![CDATA[EV Charger]]></category>
		<category><![CDATA[Give an Hour for Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Sansiri]]></category>
		<category><![CDATA[solar roof]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24728</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย มุ่งสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืน ประกาศร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “Earth Hour 2024” ด้วยการปิดไฟ 1 ชั่วโมงในวันเสาร์ที่ 23 มี.ค.2567  (เวลา 20.30 &#8211; 21.30 น.) นับเป็นปีที่ 4 ที่แสนสิริร่วมกับบริษัทในเครือ ตลอดจนลูกบ้านของแสนสิริกว่า 390 โครงการทั่วประเทศ ร่วมกันปิดไฟ และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น สภาวะโลกร้อนและอากาศแปรปรวนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วและอยู่ใกล้ตัวเราทุกคน สาเหตุสำคัญคือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานในอาคารบ้านเรือนหรือสำนักงานออฟฟิศ ตลอดจนเครื่องยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ในปี 2567 นี้ แสนสิริตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้า สร้างสถิติประหยัดพลังงานไฟฟ้า 5,000 กิโลวัตต์/ชั่วโมง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ธรรมชาติกว่า 3,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 120 ต้น และช่วยลดค่าไฟส่วนกลางกว่า 30,000 บาท/ชั่วโมง แสนสิริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sansiri-give-an-hour-for-earth-2024/">แสนสิริ อาสา Give an Hour for Earth ปิดไฟ…ให้โลกพัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย มุ่งสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืน ประกาศร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม<strong> “Earth Hour 2024”</strong> ด้วยการปิดไฟ 1 ชั่วโมงในวันเสาร์ที่ 23 มี.ค.2567  (เวลา 20.30 &#8211; 21.30 น.)</p>
<p><span id="more-24728"></span></p>
<p>นับเป็นปีที่ 4 ที่แสนสิริร่วมกับบริษัทในเครือ ตลอดจนลูกบ้านของแสนสิริกว่า 390 โครงการทั่วประเทศ ร่วมกันปิดไฟ และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น</p>
<p>สภาวะโลกร้อนและอากาศแปรปรวนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วและอยู่ใกล้ตัวเราทุกคน สาเหตุสำคัญคือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือการใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นพลังงานในอาคารบ้านเรือนหรือสำนักงานออฟฟิศ ตลอดจนเครื่องยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา</p>
<p>ในปี 2567 นี้ แสนสิริตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้า สร้างสถิติประหยัดพลังงานไฟฟ้า 5,000 กิโลวัตต์/ชั่วโมง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ธรรมชาติกว่า 3,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 120 ต้น และช่วยลดค่าไฟส่วนกลางกว่า 30,000 บาท/ชั่วโมง</p>
<p>แสนสิริ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลง รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ในการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้ไฟอย่างยั่งยืนในระยะยาว วางเป้าทุกโครงการของแสนสิริต้องใช้พลังงานสะอาด ลุยติดตั้ง Solar Roof แบบ 100% ในบ้านเดี่ยวแสนสิริทุกหลังและพื้นที่ส่วนกลางในทุกโครงการใหม่ รวมทั้งขยายแผนการติดตั้ง EV Charger ในทุกโครงการคอนโดมิเนียม ครอบคลุมไปถึงทุกโครงการบ้านเดี่ยวระดับบนที่จะสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sansiri-give-an-hour-for-earth-2024/">แสนสิริ อาสา Give an Hour for Earth ปิดไฟ…ให้โลกพัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” พบสถิติหน่วยงานเพียง 12% ทั่วโลกบรรลุเป้าหมาย พร้อมเผยมุมมอง ผู้นำองค์กรภาครัฐ-เอกชน ชั้นนำของประเทศ ด้านความยั่งยืนของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/thairath-sustainability-report-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Mar 2024 10:45:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3P]]></category>
		<category><![CDATA[Creating Shared Value]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[Future Perfect]]></category>
		<category><![CDATA[Greener & Smarter]]></category>
		<category><![CDATA[Greenwashing]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Profit]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Thairath Sustainability Report 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Watershed Moment]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[การฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตสุภา วัชรพล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิรไท สันติประภพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท )]]></category>
		<category><![CDATA[บันเทิง ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วิทัย รัตนากร]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[สมฤดี ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติ ชูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยรัฐกรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24520</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยรัฐกรุ๊ป เปิดรายงานหนังสือฉบับพิเศษ “Thairath Sustainability Report 2024” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ แนวคิดและกลยุทธ์ความยั่งยืนจากผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรชั้นนำ และอาจารย์จากภาควิชาการที่เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดเรื่องราวความยั่งยืนให้กับประชาชน ภายใต้แคมเปญ Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’ ซึ่งถูกครีเอทขึ้นบนพื้นฐานปณิธานของไทยรัฐกรุ๊ปที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันต่อความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมมาตลอดกว่า 75 ปี นาวสาวจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ กล่าวถึงการจัดทำรายงาน Thairath Sustainability Report 2024 ภายใต้แคมเปญ Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’ นี้ว่า เป็นรายงานเล่มแรกที่ได้รวบรวมและเชื่อมโยงองค์ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนและวิสัยทัศน์ของผู้นำทางความคิดจากหลายภาคส่วนมาผสานกัน เพื่อส่งต่อให้ประชาชนคนไทยได้มีความเข้าใจในเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ ศึกษา ต่อยอด รวมถึงการสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสู่อนาคตที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น เพราะความยั่งยืน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้นอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน แต่ยังมีความยั่งยืนในมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจด้วยซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “จะเห็นได้ชัดว่าทุกองค์กรให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของผู้คน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจ ที่ต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆกัน การเพิ่มผลกำไรสูงสุดไม่ใช่หนทางที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดได้ในระยะยาว แต่การที่จะทำให้องค์กรคงอยู่ได้นั้นต้องมีความสมดุลร่วมกันในทุกด้าน จึงจะทำให้เกิด Future Perfect หรืออนาคตที่ยั่งยืนได้จริง” ทั้งนี้ในรายงาน “Thairath Sustainability [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thairath-sustainability-report-2024/">เปิดรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” พบสถิติหน่วยงานเพียง 12% ทั่วโลกบรรลุเป้าหมาย พร้อมเผยมุมมอง ผู้นำองค์กรภาครัฐ-เอกชน ชั้นนำของประเทศ ด้านความยั่งยืนของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไทยรัฐกรุ๊ป เปิดรายงานหนังสือฉบับพิเศษ “<strong>Thairath Sustainability Report 2024</strong>” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ แนวคิดและกลยุทธ์ความยั่งยืนจากผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรชั้นนำ และอาจารย์จากภาควิชาการที่เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดเรื่องราวความยั่งยืนให้กับประชาชน</p>
<p><span id="more-24520"></span></p>
<p>ภายใต้แคมเปญ<strong> Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’</strong> ซึ่งถูกครีเอทขึ้นบนพื้นฐานปณิธานของไทยรัฐกรุ๊ปที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันต่อความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมมาตลอดกว่า 75 ปี</p>
<p><strong>นาวสาวจิตสุภา วัชรพล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ กล่าวถึงการจัดทำรายงาน Thairath Sustainability Report 2024 ภายใต้แคมเปญ Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’ นี้ว่า เป็นรายงานเล่มแรกที่ได้รวบรวมและเชื่อมโยงองค์ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนและวิสัยทัศน์ของผู้นำทางความคิดจากหลายภาคส่วนมาผสานกัน เพื่อส่งต่อให้ประชาชนคนไทยได้มีความเข้าใจในเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ ศึกษา ต่อยอด รวมถึงการสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสู่อนาคตที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น เพราะความยั่งยืน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้นอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน แต่ยังมีความยั่งยืนในมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจด้วยซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24539 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH4.jpg" alt="" width="1200" height="842" /></p>
<p><em>“จะเห็นได้ชัดว่าทุกองค์กรให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของผู้คน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจ ที่ต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆกัน การเพิ่มผลกำไรสูงสุดไม่ใช่หนทางที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดได้ในระยะยาว แต่การที่จะทำให้องค์กรคงอยู่ได้นั้นต้องมีความสมดุลร่วมกันในทุกด้าน จึงจะทำให้เกิด Future Perfect หรืออนาคตที่ยั่งยืนได้จริง”</em></p>
<p>ทั้งนี้ในรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” เผยถึงความเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าโลกกำลังเผชิญกับจุดหักเหสำคัญที่เรียกว่า ‘<strong>Watershed Moment’</strong> ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่เราเน้นย้ำเสมอมาคือ ความยั่งยืนไม่ได้อยู่แค่ในมิติของสิ่งแวดล้อม หลายคนตกหลุมพรางของ “การฟอกเขียว” หรือ Greenwashing ซึ่งเป็นคำที่ใช้อธิบายแนวทางปฏิบัติที่หลอกลวง ในการนำเสนอภาพลักษณ์ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24538 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH3.jpg" alt="" width="1200" height="826" /></p>
<p>ขณะที่แนวทางปฏิบัติจริงอาจไม่สอดคล้องกับคำกล่าวดังกล่าว และสำหรับคำว่า “ความยั่งยืน” ของ ไทยรัฐ เองไม่ใช่สิ่งที่เราเพิ่งมาใส่ใจ แต่เป็นทั้งกลยุทธ์ในการเติบโตและเป็นค่านิยมหลักขององค์กรที่เรายึดมั่นเสมอมาซึ่งหากเราได้อ่านวิสัยทัศน์และสิ่งที่แต่ละองค์กรในหนังสือเล่มนี้ได้ลงมือทำแล้วนั้น เราจะเห็นได้ว่า ไม่มีใครเลยที่จะทำแต่เรื่องสิ่งแวดล้อมโดยละเลยมิติอื่นๆของความยั่งยืน ทั้งเรื่องสังคม การกำกับกิจการที่ดี และการคำนึงถึงความยั่งยืนของตัวธุรกิจเองด้วย นาวสาว จิตสุภา กล่าว</p>
<p>ด้าน<strong> นายเศรษฐา ทวีสิน</strong> นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หนึ่งในผู้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ได้ให้ข้อมูลในหัวข้อ <em><strong>‘รัฐบาลเพื่อความยั่งยืน สู่อนาคตที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</strong></em>’ โดยระบุว่า ในปัจจุบันทั่วโลกมีเพียงร้อยละ 12 ที่สามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายแผนการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ปี 2030 จึงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งประเทศไทยสามารถระดมเงินได้มากกว่า 1.25 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ตั้งแต่การพัฒนาระบบขนส่งใต้ดินใหม่ ไปจนถึงการปรับปรุงระบบการจัดการน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และส่งเสริมโอกาสการลงทุนใหม่ๆเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในทุกภาคส่วนของประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24537 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในส่วนมุมมองของ <strong>นายวิทัย รัตนากร</strong> ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ให้ข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผลกำไรทั้งสามด้าน หรือ<strong> Triple Bottom Line</strong> ที่ประกอบด้วย People, Planet และ Profit ซึ่งหากสามารถดำเนินธุรกิจตามหลัก 3P นี้ได้ก็จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายในเรื่อง การขจัดความยากจน และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย สำหรับทางด้านสิ่งแวดล้อมได้มีการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 โดยไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับองค์กรที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับหลักการ CSV (Creating Shared Value)</p>
<p><strong>ดร.วิรไท สันติประภพ</strong> เลขาธิการและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ถ่ายทอดแนวคิด การทำเรื่องความยั่งยืน ควรเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เพราะจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มประสิทธิผลของการบริหารความเสี่ยงขององค์กรด้วย รวมถึงการยกตัวอย่างของการบริหารจัดการลดขยะ โครงการผลิตคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนทั่วประเทศที่ได้ดำเนินไปแล้วกว่า 150,000 ไร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24541 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH6.jpg" alt="" width="1200" height="833" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>นางสมฤดี ชัยมงคล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ให้วิสัยทัศน์ในเรื่อง การดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 โดยเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับโลก พร้อมไปกับการส่งเสริมโครงการพัฒนาด้านการศึกษา สุขอนามัย และเศรษฐกิจของชุมชน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังมีผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำที่มาร่วมเผยองค์ความรู้ในการสร้างความยั่งยืน ถ่ายทอดผ่านรายงาน Thairath Sustainability Report 2024 เล่มนี้ด้วยกัน ได้แก่ <strong>นายบันเทิง ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล, นายอภิชาติ ชูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) , <strong>ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์</strong> กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) , <strong>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ,<strong> ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด , <strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี </strong>และ <strong>รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล</strong> หัวหน้าภาควิชาพาณิชยศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24540 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH5.jpg" alt="" width="1200" height="820" /></p>
<p>ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านหรือดาวน์โหลดหนังสือรายงาน Thairath Sustainable Report 2024 นี้ได้ทาง https://www.thairath.co.th/futureperfect/thairath_sustainability_report</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thairath-sustainability-report-2024/">เปิดรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” พบสถิติหน่วยงานเพียง 12% ทั่วโลกบรรลุเป้าหมาย พร้อมเผยมุมมอง ผู้นำองค์กรภาครัฐ-เอกชน ชั้นนำของประเทศ ด้านความยั่งยืนของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
