<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95-%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 01 Feb 2026 13:02:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Feb 2026 12:20:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39767</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อโลกการทำ​งานมีความเป็นไฮบริดจากการมีคนหลากหลายวัยมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานมากขึ้น ​องค์กรจึงควรเข้าใจความต้องการ ความท้าทาย และความคาดหวังที่แตกต่างของคนรุ่นนี้ ที่​จะ​ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างสภาพแวดลล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อให้ทุกวัยสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เผยอินไซต์จากการสำรวจเชิงลึกเพื่อเข้าใจความต้องการและความชอบของ Gen Z ในสถานที่ทำงาน รวมถึงมุมมองและการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์กรต่อ Gen Z ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน เพื่อ​​สามารถ​อุดช่องโหว่ พร้อมหาสมดุลและปรับกลยุทธ์องค์กรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อดึงศักยภาพมาใช้ได้อย่างสูงสุด สร้างการมีส่วนร่วม และรักษาพนักงานไว้ได้ในระยะยาว ​​  Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร ผลสำรวจ​พบว่า การดีลกับ Gen Z ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร โดยมี Gen Z ไม่ถึงครึ่งที่มองว่า องค์กรมี &#8216;ความพร้อม&#8216; ในการตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้จำนวนมากกว่าครึ่ง ตั้งใจจะทำงานในองค์กร​เพียง 1-2 ปีเท่านั้น  และไม่ถึง 1 ใน 3 ​คาดว่าจะอยู่ต่อราว 3-5 ปี ก่อนจะมองหาโอกาสใหม่ บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ​ให้ข้อมูลว่า  Gen [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/">&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อโลกการทำ​งานมีความเป็นไฮบริดจากการมีคนหลากหลายวัยมากขึ้น โดยเฉพาะ Gen Z ที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงานมากขึ้น ​องค์กรจึงควรเข้าใจความต้องการ ความท้าทาย และความคาดหวังที่แตกต่างของคนรุ่นนี้ ที่​จะ​ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน ด้วยการสร้างสภาพแวดลล้อมที่เปิดกว้างและครอบคลุม เพื่อให้ทุกวัยสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จไปด้วยกันได้</p>
<p><span id="more-39767"></span></p>
<p><strong>โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> เผยอินไซต์จากการสำรวจเชิงลึกเพื่อเข้าใจ<span lang="TH" data-olk-copy-source="MessageBody">ความต้องการและความชอบของ </span>Gen Z <span lang="TH">ในสถานที่ทำงาน รวมถึงมุมมองและการมีปฏิสัมพันธ์ขององค์กรต่อ </span>Gen Z <span lang="TH">ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน เพื่อ<b>​</b>​สามารถ​อุดช่องโหว่ พร้อมหาสมดุลและปรับกลยุทธ์องค์กรให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพื่อดึงศักยภาพมาใช้ได้อย่างสูงสุด สร้างการมีส่วนร่วม และรักษาพนักงานไว้ได้ในระยะยาว ​​ </span></p>
<p><strong>Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร</strong></p>
<p class="x_MsoNormal">ผลสำรวจ​พบว่า การดีลกับ Gen Z ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กร โดยมี Gen Z ไม่ถึงครึ่งที่มองว่า องค์กรมี &#8216;ค<strong>วามพร้อม</strong>&#8216; ในการตอบโจทย์ความต้องการได้ ทำให้จำนวนมากกว่าครึ่ง ตั้งใจจะทำงานในองค์กร​เพียง 1-2 ปีเท่านั้น  และไม่ถึง 1 ใน 3 ​คาดว่าจะอยู่ต่อราว 3-5 ปี ก่อนจะมองหาโอกาสใหม่</p>
<p><strong>บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> ​ให้ข้อมูลว่า  <strong>Gen Z</strong> เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี มีจุดแข็งในด้านความคล่องตัวทางดิจิทัล และการคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน การดูแลด้านสุขภาวะ และการทำงานที่ขับเคลื่อนอย่างมี <strong>&#8216;เป้าหมาย&#8217; </strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน แม้ Gen Z จะนำมุมมองใหม่และศักยภาพอันมหาศาลมาสู่องค์กร แต่หลายองค์กรยังคงเผชิญความท้าทายในการทำงานร่วมกับคนกลุ่มนี้ และยังไม่สามารถรองรับความต้องการของ Gen Z ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><b> </b>ข้อมูลสะท้อนให้เห็นถึง &#8216;<strong>ลำดับความสำคัญ&#8217; </strong> ที่ชัดเจนของคนรุ่น Gen Z ในการเลือกสถานที่ทำงาน โดย <strong>ความยืดหยุ่น (flexibility)</strong> เป็นความต้องการอันดับต้น ๆ มากกว่าครึ่ง (54%) ของพนักงาน Gen Z ต้องการรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (flexible remote work)</p>
<p>รองลงมาคือ <strong>การทำงานที่มีโครงสร้างชัดเจน (25%)</strong> และ <strong>การทำงานแบบร่วมมือเป็นทีม (17%)</strong> แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าคนรุ่นนี้ต้องการความเป็นอิสระและการปรับตัวที่รวดเร็วเพื่อให้เกิดสมดุลของชีวิตและงาน (work-life balance) โดยมองว่า<em><strong>ความยืดหยุ่นเป็น &#8216;มาตรฐานที่ควรมี&#8217; มากกว่าจะเป็นเพียงสวัสดิการเพิ่มเติม</strong></em></p>
<p>อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ <strong>โอกาสการเรียนรู้และพัฒนา (learning &amp; development)</strong> โดย 50% ของ Gen Z ระบุว่า การเรียนรู้จากการทำงานจริง (on-the-job training) เป็นวิธีพัฒนาที่มีประสิทธิภาพที่สุด</p>
<p>รองลงมาคือ<strong> โปรแกรมพี่เลี้ยง (25%)</strong> และ <strong>การเข้าร่วมเวิร์กช็อปและสัมมนา (17%)</strong>  ส่วน &#8216;การเรียนรู้ผ่านคอร์สภายนอก&#8217; ได้รับความสนใจน้อยที่สุด โดยมีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่เลือก สะท้อนให้เห็นว่า<em><strong> Gen Z  ชอบการเรียนรู้แบบ &#8216;ลงมือทำจริง&#8217; ที่จะได้พัฒนาทักษะไปพร้อมกับการสร้างผลงานที่ตนได้มีส่วนร่วม</strong><strong> องค์กรจึงควรเชื่อมโยงรูปแบบ การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (immersive learning) เพื่อดึงดูดบุคลากรคุณภาพ เสริมสร้างความผูกพันในระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของพนักงานรุ่นใหม่</strong></em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39768 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/K-Piyanuch.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p><strong>คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของบริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ให้ความเห็นว่า<strong> โอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพยังคงเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดสำหรับพนักงาน Gen Z</strong> โดย 52% มองว่าเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจอยู่กับองค์กร สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าในอาชีพอย่างชัดเจน นอกจากนี้ <strong>วัฒนธรรมองค์กรที่ดีและเปิดกว้าง</strong> ถือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยอยู่ในอันดับที่สอง (24%) ขณะที่ <strong>ความยืดหยุ่นด้านชั่วโมงการทำงานและสถานที่ทำงาน</strong> อยู่ในอันดับที่สาม (20%) ซึ่งตอกย้ำว่าคนรุ่นนี้ให้ความสำคัญกับ สมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (work-life balance) เป็นอย่างมาก</p>
<p><em>&#8220;ในการพิจารณาเลือกสถานที่ทำงาน ค<strong>วามมั่นคงของงาน และ การสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดี เป็นประเด็นที่พนักงาน Gen Z ให้ความสำคัญมากที่สุด</strong> โดย 37% ให้ความสำคัญกับความมั่นคงในการทำงาน และอีก 37% ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี <strong>แม้ว่าความมั่นคงทางการเงินและความก้าวหน้าในสายอาชีพจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ สุขภาพจิต และ คุณภาพชีวิต ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน</strong>  ส่วนประเด็น <strong>&#8216;ความภักดีต่อองค์กร&#8217;</strong> ยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจาก <strong>56% ของพนักงาน Gen Z คาดว่าจะทำงานกับนายจ้างรายเดิมเพียง 1–2 ปี เท่านั้น</strong> ดังนั้น หากองค์กรต้องการรักษาบุคลากรกลุ่มนี้ให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว องค์กรจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบองค์รวมที่ผสานทั้งความมั่นคงและการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของ Gen Z และให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสารที่เปิดเผยตั้งแต่เริ่มต้น&#8221;</em></p>
<p><strong>ความท้าทายในการบริหารจัดการพนักงาน Gen Z</strong></p>
<p>แม้พนักงาน Gen Z จะมีจุดแข็ง เช่น ทักษะด้านดิจิทัล (52%) และความคิดสร้างสรรค์  (25%) แต่การผสานคนรุ่นนี้เข้ากับการทำงานในองค์กรยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องให้ความสำคัญ</p>
<p>เนื่องจาก Gen Z เติบโตมากับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้มีวิธีการทำงานและรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ผลสำรวจพบว่า<strong> 44% ของผู้จัดการระบุว่าการบริหารพนักงาน Gen Z เป็นเรื่องยาก</strong> เนื่องจากความคาดหวังและแนวทางการทำงานที่ไม่เหมือนกับคนต่างช่วงวัย Gen Z มักชอบการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล (digital-first) ซึ่งมีความรวดเร็วและสะดวก แต่ในบางครั้งอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือถูกมองว่าขาด ทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal skills) ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีมได้</p>
<p>แนวคิดของ <strong>Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับ ความยืดหยุ่น ความเป็นอิสระ และการทำงานที่มีเป้าหมาย</strong> มักแตกต่างจากวัฒนธรรมการทำงานแบบดั้งเดิม โดยพวกเขาต้องการทำงานที่มีความหมาย มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว และมองหาความสอดคล้องกับค่านิยมองค์กร​​ ส่งผลให้ <em><strong>องค์กรจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการบริหารจัดการใหม่ ผ่านการส่งเสริม การสื่อสารอย่างเปิดเผย ความยืดหยุ่นในการทำงาน และระบบพี่เลี้ยง (mentorship)</strong></em> แม้ Gen Z จะนิยมใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำงานและการสื่อสาร แต่สิ่งนี้สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการสื่อสารยุคใหม่ มากกว่าจะเป็นการต่อต้านการสื่อสารแบบพบหน้าโดยตรง</p>
<p><em>&#8220;แม้จะมีความท้าทายในการบริหาร Gen Z แต่องค์กรจำนวนมากยังคงให้ความสำคัญกับศักยภาพของคนรุ่นนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย มากกว่า 72% ขององค์กร ระบุว่าเปิดรับการจ้างงานพนักงาน Gen Z เพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างช่วงวัยในที่ทำงาน องค์กรต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับแนวทาง เช่น การส่งเสริมการสื่อสารอย่างเปิดเผย การจัดระบบพี่เลี้ยง (mentorship) และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน เพื่อสนับสนุนให้ Gen Z สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<figure id="attachment_39769" aria-describedby="caption-attachment-39769" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-39769 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Robert-Pic1.png" alt="" width="1200" height="627" /><figcaption id="caption-attachment-39769" class="wp-caption-text">ภาพ : robertwalters.co.th</figcaption></figure>
<p><strong>การเชื่อมช่องว่างระหว่างความคาดหวังของ Gen Z และความพร้อมขององค์กร</strong></p>
<p>ธุรกิจควรนำกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมและรูปแบบการทำงานที่ Gen Z ให้ความสำคัญมาปรับใช้ โดยแนวทางที่องค์กรสามารถพิจารณาได้มีดังนี้​</p>
<p><strong>1. ส่งเสริมความยืดหยุ่นในการทำงาน :</strong> จัดให้มีรูปแบบการทำงานแบบไฮบริดหรือทำงานทางไกลควบคู่กับบทบาทงานที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อตอบโจทย์ความคาดหวังของ Gen Z  แต่ควรวางระบบการทำงานดังกล่าวอย่างรอบคอบ และดำเนินการเฉพาะเมื่อเหมาะสมกับโครงสร้างและรูปแบบการบริหารขององค์กร</p>
<p><strong>2. ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติและทักษะ soft skills :</strong> จัดการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง (on-the-job training) และการเข้าร่วมเวิร์กช็อปและสัมมนา เพื่อรองรับแนวทางการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงที่ Gen Z ให้ความนิยม พร้อมทั้งเสริมทักษะอื่นที่สำคัญ เช่น การแก้ปัญหา ภาวะผู้นำ และการสื่อสาร</p>
<p><strong>3. สนับสนุนด้านสุขภาวะความเป็นอยู่ที่ดี :</strong> จัดให้มีโครงการดูแลสุขภาพจิต การสนับสนุนด้านการเงิน และมาตรการอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก</p>
<p><strong>4. ลงทุนในระบบพี่เลี้ยงและการทำงานร่วมกัน :</strong> จับคู่พนักงาน Gen Z กับพี่เลี้ยง (mentor) เพื่อให้คำแนะนำและช่วยพัฒนาทักษะ soft skills รวมถึงสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างรุ่น เพื่อเสริมความเข้าใจ แลกเปลี่ยนทักษะ และลดช่องว่างระหว่างวัยในการทำงาน</p>
<p><strong>5.ให้ข้อเสนอแนะอย่างทันท่วงที :</strong> ให้ feedback หรือการประเมินผลเชิงสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่เพียงการวัดผลตามเป้าหมาย แต่ครอบคลุมถึงทักษะ soft skills โดยระบุความคาดหวัง แนวทางปรับปรุง และคำแนะนำที่ชัดเจน การให้ข้อมูลที่สะท้อนผลการทำงาน (feedback) อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พนักงาน Gen Z เห็นจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>6. จัดเตรียมเครื่องมือที่เหมาะสม :</strong> สนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีและทรัพยากรที่ทันสมัย พร้อมจัดการฝึกอบรมเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เสริมความมั่นใจ และสอดคล้องกับความถนัดด้านเทคโนโลยีของ Gen Z</p>
<p><em>“พนักงาน Gen Z มีความสามารถในการปรับตัวสูง มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และมีแนวคิดเชิงนวัตกรรม ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานในประเทศไทยได้อย่างมาก หากองค์กรต้องการดึงศักยภาพนี้ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องปรับวัฒนธรรมองค์กรให้สอดคล้องกับความคาดหวังของคนรุ่นนี้ พร้อมทั้งบริหารจัดการความท้าทายด้านการทำงานร่วมกันและการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ โดยการสื่อสารอย่างเปิดเผยและโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญ—ทั้งสองฝ่ายต้องสามารถสื่อสารความคาดหวังได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและนำไปสู่ความสำเร็จ”</em> คุณ​ปุณยนุช กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/robert-walters-overview-of-thailands-genz-market/">&#8216;Gen Z ต้องการอะไรจากองค์กร&#8217; โรเบิร์ต วอลเทอร์ส แนะ 6 กลยุทธ์ &#8216;ดีล GenZ&#8217; ในโลกการทำงานยุคไฮบริด หาโซลูชั่น Win-Win ระหว่างองค์กร และพนักงานรุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 Talent Trend  ประจำปี 2025 โดย &#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; สะท้อนโลกการทำงานในอนาคต เมื่อองค์กร ผู้นำ และ คนทำงานเปลี่ยนไป</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/talent-trend-2025-by-robert-walters/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 10:59:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Empathy]]></category>
		<category><![CDATA[Future]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Jobs Report 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Future skills]]></category>
		<category><![CDATA[Hiring]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Human Centric]]></category>
		<category><![CDATA[Recruitment]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Skills]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Talent Trend 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Un-retiring]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[Window Working]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานเทรนด์บุคลากร  2025]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์บุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[โรเบิร์ต วอลเทอร์ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33071</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2025 หลายองค์กรยังคงต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการดึงดูดและรักษาคนเก่งๆ ทำให้แต่ละองค์กรต่างมุ่งเน้นที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้อย่างต่อเนื่อง ผลสำรวจ​ บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก พบว่า กว่า 30% ของพนักงานมองว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการรับฟังความต้องการของพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องกับโลกการทำงานในปัจจุบัน ตามมาด้วยอิทธิพลของแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดและสถานะทางการเงินขององค์กร ​สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานมองเห็นความพยายามของนายจ้างที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์ ​ทั้งปัจจัยภายในและความเปลี่ยนแปลงจากภายนอก เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำประเทศไทยของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า “การสรรหาบุคลากรในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้น องค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งได้อีกต่อไป หลายองค์กรจึงหันมาให้ความสำคัญกับความคล่องตัว การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และแนวคิดที่มุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลางเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาด โดยเฉพาะในยุคที่ปัจจัยภายนอกมีบทบาทอย่างยิ่งในการกำหนดเสถียรภาพขององค์กร  ความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการสร้างวัฒนธรรมส่งเสริมการทำงานของคนเก่ง จะเป็นส่วนประกอบที่ทำให้องค์กรพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งเหล่านี้” พร้อมชี้ให้เห็น 7 เทรนด์บุคลากรปี 2025 (Talent Trends 2025)   ที่เจาะลึกแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลที่กำลังมาแรงในประเทศไทย พบความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวโน้มการจ้างงาน ภาวะผู้นำ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตของกำลังคน จากการสรรหาบุคลากรโดยใช้ AI ไปจนถึงการปรับบทบาทผู้นำ และมุมมองใหม่ต่อเส้นทางอาชีพของคนทำงานยุคใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ HR ขององค์กรในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป 1. AI In Recruitment : เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนเกมการสรรหา  9 ใน 10 ขององค์กรในไทยได้ใช้ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการสรรหาบุคลากร อย่างเช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/talent-trend-2025-by-robert-walters/">7 Talent Trend  ประจำปี 2025 โดย &#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; สะท้อนโลกการทำงานในอนาคต เมื่อองค์กร ผู้นำ และ คนทำงานเปลี่ยนไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ปี 2025 หลายองค์กรยังคงต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้นในการดึงดูดและรักษาคนเก่งๆ ทำให้แต่ละองค์กรต่างมุ่งเน้นที่จะรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span id="more-33071"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ผลสำรวจ​<strong> บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> ที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก พบว่า กว่า </span>30% <span lang="TH">ของพนักงานมองว่าองค์กรให้ความสำคัญกับการรับฟังความต้องการของพนักงาน เพื่อให้สอดคล้องกับโลกการทำงานในปัจจุบัน </span>ตามมาด้วยอิทธิพลของแรงกดดันจากการแข่งขันในตลาดและสถานะทางการเงินขององค์กร</p>
<p class="x_MsoNormal">​สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานมองเห็นความพยายามของนายจ้างที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์ ​ทั้งปัจจัยภายในและความเปลี่ยนแปลงจากภายนอก เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา</p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"><strong>คุณปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทยของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า </span><em>“<span lang="TH">การสรรหาบุคลากรในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้น องค์กรไม่สามารถหยุดนิ่งได้อีกต่อไป หลายองค์กรจึงหันมาให้ความสำคัญกับความคล่องตัว การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และแนวคิดที่มุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลางเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาด โดยเฉพาะในยุคที่ปัจจัยภายนอกมีบทบาทอย่างยิ่งในการกำหนดเสถียรภาพขององค์กร  ความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการสร้างวัฒนธรรมส่งเสริมการทำงานของคนเก่ง จะเป็นส่วนประกอบที่ทำให้องค์กรพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งเหล่านี้”</span></em></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">พร้อมชี้ให้เห็น <strong>7 เทรนด์บุคลากรปี </strong></span><strong>2025 <span lang="TH">(</span>Talent Trends </strong><span lang="TH"><strong>2025)   ที่เจาะลึกแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลที่กำลังมาแรงในประเทศไทย พบความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวโน้มการจ้างงาน ภาวะผู้นำ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตของกำลังคน</strong> จากการสรรหาบุคลากรโดยใช้ AI ไปจนถึงการปรับบทบาทผู้นำ และมุมมองใหม่ต่อเส้นทางอาชีพของคนทำงานยุคใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ HR ขององค์กรในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป</span></p>
<figure id="attachment_33073" aria-describedby="caption-attachment-33073" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-33073 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/AI-.jpg" alt="" width="1200" height="680" /><figcaption id="caption-attachment-33073" class="wp-caption-text">Photo : Robert Walters</figcaption></figure>
<p class="x_MsoNormal"><strong>1. AI In Recruitment : เมื่อ AI <span lang="TH">เข้ามาเปลี่ยนเกมการสรรหา </span></strong></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="EN-US"> </span></b><span lang="EN-US">9 </span><span lang="TH">ใน </span><span lang="EN-US">10 </span><span lang="TH">ขององค์กรในไทยได้ใช้ </span><span lang="EN-US">AI </span><span lang="TH">เข้ามาช่วยในกระบวนการสรรหาบุคลากร อย่างเช่น โรเบิร์ต วอลเทอร์ส เองสามารถลดระยะเวลาการทำงานลงกว่า </span><span lang="EN-US">6,700 </span><span lang="TH">ชั่วโมงจากการใช้ </span><span lang="EN-US">AI Trailblazers </span><span lang="TH">ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นที่</span> AI <span lang="TH">สามารถนํามาสู่กระบวนการจ้างงาน</span></p>
<p><span lang="TH">ความท้าทายของตลาดแรงงานส่งผลให้องค์กรเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์ใหม่ ๆ เช่น การใช้ </span>AI<span lang="TH"> </span>, <span lang="TH">การเรียนรู้ของเครื่องมือและเทคโนโลยี (</span>machine learning<span lang="TH">) และ การวิเคราะห์ข้อมูล (</span>data analytics<span lang="TH">) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านบุคลากร</span></p>
<p><span lang="TH"> ขณะเดียวกันก็เห็นแนวโน้มความต้องการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและบริการที่ปรึกษาด้านบุคลากรเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การรักษาสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการรักษาปฏิสัมพันธ์ของคนยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจาก “ความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจ” จะยังคงเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าเสมอ</span></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><strong>2. Human Centric Leadership : <span lang="TH">ภาวะผู้นำยุคใหม่ ต้องนำด้วยหัวใจ</span></strong></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><span lang="TH">องค์กรที่ให้ความสำคัญต่อความเข้าใจ​พนักงานมีแนวโน้มรักษาพนักงานที่มีศักยภาพไว้ได้เพิ่มขึ้น 1.5 เท่า รวมทั้งมีโอกาสประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายเพิ่มขึ้น 2.6 เท่า รวมทั้งการมี</span><span lang="TH">ผู้นำที่มีความเข้าอกเข้าใจ (</span>Empathy) <span lang="TH">กำลังกลายเป็น </span>soft skill <span lang="TH">ที่องค์กรไทยมองหา โดย </span><strong>70%<span lang="TH"> ของพนักงานเชื่อว่าความเข้าอกเข้าใจ (</span>Empathy</strong><span lang="TH"><strong>) คือทักษะที่สำคัญที่สุดของผู้นำ</strong> ตามด้วยทักษะด้านการสื่อสารและความยืดหยุ่นในการบริหาร  การพัฒนา “<strong>ภาวะผู้นำแบบเน้นคนเป็นศูนย์กลาง</strong>” (</span>human-centric leadership) <span lang="TH">จะช่วยผลักดันผลลัพธ์ทางธุรกิจ  และ​ช่วยเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ของพนักงานและการพัฒนาบุคลากรโดยรวมซึ่งส่งผลต่อการสร้างความผูกพันของพนักงานและผลการดำเนินงานขององค์กร</span></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><strong>3. Treat Your Candidates like Customers : <span lang="TH">เสริมภาพลักษณ์แบรนด์นายจ้าง ด้วยประสบการณ์ของผู้สมัคร</span></strong></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><span lang="TH">ในบริบทวัฒนธรรมไทย การให้เกียรติและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี คือหัวใจสำคัญของธุรกิจ องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีของผู้สมัครเสมือนการดูแลประหนึ่งลูกค้าคนสำคัญ มักจะดึงดูดคนเก่งในตำแหน่งที่หาผู้สมัครยากได้มากกว่า แนวทางนี้ยังส่งผลดีต่อการสร้างการบอกต่อในเชิงบวก และความสัมพันธ์ระยะยาวกับกลุ่มผู้สมัครอีกด้วย</span></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><b>4. Rethinking Remote Working : </b><b><span lang="TH">มุมมองใหม่ต่อการทำงานแบบไฮบริด</span></b></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><span lang="TH">แม้ว่า </span>95% <span lang="TH">ของพนักงานในประเทศไทยต้องการให้องค์กรทดลองใช้ระบบการทำงาน </span>4 <span lang="TH">วันต่อสัปดาห์ แต่ยังมีความกังวลอยู่ไม่น้อย โดย </span>36% <span lang="TH">กังวลว่าจะเกิดความเครียดจากการที่ต้องทำงานเท่าเดิมภายในเวลาที่น้อยลง ขณะที่ </span>27% <span lang="TH">กังวลเรื่องการลดค่าตอบแทน และอีก </span>18% <span lang="TH">กังวลว่าการมีเวลาว่างมากขึ้นอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ชีวิตนอกเวลางาน</span></p>
<p><strong>5. Window Working : การทำงานแบบยืดหยุ่นที่สามารถเลือกเวลาทำงานเองได้ </strong></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><span lang="TH">แม้ประเด็นเรื่องการทำงาน </span>4 <span lang="TH">วันต่อสัปดาห์ยังคงอยู่ในช่วงต้นของการหารือความเป็นไปได้ในประเทศไทย แต่ในระดับโลก แนวคิด</span> ‘<strong>Window Working</strong>’ <span lang="TH">หรือการเปิดโอกาสให้พนักงานเลือกช่วงเวลาทำงานที่เหมาะกับตนเองในแต่ละวันได้  กำลังได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ​เนื่องจาก​สร้างความยืดหยุ่นให้กับแต่ละคนได้มากกว่า และเชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการ​​สร้างความผูกพันให้พนักงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น โดยพบว่า <strong>พนักงานแบบ Full-time กว่า 75% ต้องการ​รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ขณะที่องค์กรต่างๆ ชูประเด็น Flexible ในโฆษณารับสมัครงานถึง 9.8%</strong></span></p>
<figure id="attachment_33074" aria-describedby="caption-attachment-33074" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33074 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Flexible-Works.jpg" alt="" width="1200" height="681" /><figcaption id="caption-attachment-33074" class="wp-caption-text">Photo : Robert Walters</figcaption></figure>
<p class="x_MsoListParagraph"><strong>6. Career Lattices VS Ladder : <span lang="TH">นิยามใหม่ของการเติบโตในสายอาชีพ</span></strong></p>
<p><span lang="TH">ในระดับโลก แนวคิดการเติบโตแบบ <strong>&#8216;ไต่บันไดสายอาชีพ&#8217; </strong>หรือ​การไต่ระดับเพื่อเติบโตแบบดั้งเดิม เริ่มไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป พนักงานยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนสายงานในระดับขนาน (</span><span lang="EN-US">lateral moves) </span><span lang="TH">การเติบโตข้ามสายงาน (</span><span lang="EN-US">cross-functional growth) </span><span lang="TH">และการพัฒนาบนพื้นฐานของทักษะ (</span><span lang="EN-US">skills-based progression) </span><span lang="TH">แทนการไต่ระดับตามโครงสร้างองค์กรแบบเดิม โดยพบอินไซต์สำคัญที่น่าสนใจว่า<strong> มีพนักงานถึง 29% ที่มองไม่เห็นโอกาส​​เติบโตในการทำงานจากองค์กรที่อยู่ในปัจจุบัน</strong></span></p>
<p><span lang="TH">สำหรับประเทศไทย พนักงานส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ (</span><span lang="EN-US">38%) </span><span lang="TH">เป็นหลักในการต่อยอดอาชีพ เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ตามมาด้วย โอกาสในการพัฒนาทักษะและเข้าร่วมโครงการเฉพาะทาง (</span><span lang="EN-US">34%) </span><span lang="TH">ซึ่งช่วยเสริมประสบการณ์เชิงลึกในสายงานและ การเติบโตผ่านโครงสร้างองค์กรแบบลำดับขั้น (</span><span lang="EN-US">17%) </span><span lang="TH">ที่ยังคงเป็นเส้นทางที่ตอบโจทย์คนบางกลุ่มที่ต้องการความชัดเจนในการพัฒนาอาชีพ</span></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><strong><span lang="EN-US"> 7. Un-retiring : </span><span lang="TH">เมื่อผู้เกษียณกลับสู่ตลาดงาน </span></strong></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><span lang="TH">เทรนด์การจ้างผู้เกษียณอายุกลับมา (</span>Un-retiring<span lang="TH">) กำลังเกิดขึ้นในองค์กรไทย</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน มีแผนที่จะขยายอายุเกษียณของทั้งภาครัฐและเอกชนจาก </span>60 <span lang="TH">ปี เป็น </span>65 <span lang="TH">ปีในอนาคตอันใกล้ ขณะเดียวกันโรเบิร์ต วอลเทอร์ส</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหางานที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยมากว่า </span>16 <span lang="TH">ปี พบว่า องค์กรมีความสนใจที่จะจ้างผู้เกษียณกลับมาทำงานมากขึ้น โดยไม่ใช่ในรูปแบบพนักงานประจำ แต่ในลักษณะงานชั่วคราว  หรือโปรเจกต์ระยะสั้น ที่มีระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่ </span>6 <span lang="TH">เดือน ถึง </span>2 <span lang="TH">ปี</span></p>
<p class="x_MsoListParagraph"><em>&#8220;เทรนด์  Un-retiring<span lang="TH">​​</span>​ ​เติบโตท้ังจาก<span lang="TH">ความต้องการ​ลดต้นทุน รวมทั้งการขาดแคลนแรงงาน ทำให้ในช่วงที่ยังคงหาคนมาประจำตำแหน่งไม่ได้ องค์กรจำนวนมากเริ่มเปิดรับการจ้างงานชั่วคราวมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เกษียณซึ่งมีทั้งประสบการณ์การทำงาน และทักษะชีวิตที่มีคุณค่า การกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานของพวกเขาไม่เพียงเติมเต็มตำแหน่งว่างขององค์กร แต่ยังช่วยเสริมสร้างทีมข้ามรุ่น (M</span>ulti-generational Teams) <span lang="TH">ที่ประกอบด้วยพนักงานหลากหลายช่วงวัย นำมาซึ่งมุมมองที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการแก้ปัญหา การคิดเชิงนวัตกรรม และประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมได้อย่างชัดเจน&#8221;</span></em></p>
<figure id="attachment_33075" aria-describedby="caption-attachment-33075" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-33075 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Un-retiring.jpg" alt="" width="1200" height="801" /><figcaption id="caption-attachment-33075" class="wp-caption-text">Photo : Robert Walters</figcaption></figure>
<p><strong>39% ของทักษะงานในปัจจุบันจะเป็นเรื่องล้าสมัย</strong></p>
<p><span lang="TH">​ข้อมูลเพิ่มเติมจากรายงานอาชีพในอนาคต​ </span><span lang="EN-US">2025 </span>(<strong>Future of Jobs Report 2025</strong>) <span lang="TH">โดย </span>World Economic Forum (WEF) ยัง<span lang="TH">ระบุว่า<strong> ทักษะที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกว่า </strong></span><strong>39% <span lang="TH">จะกลายเป็นสิ่งล้าสมัยภายในปี </span>2030</strong> <span lang="TH">ซึ่งหมายความว่า พนักงานจำเป็นต้อง เพิ่มพูนทักษะใหม่ (</span>upskill) <span lang="TH">ทั้งในด้านเทคโนโลยีและทักษะเชิงมนุษย์ (</span>soft skills) <span lang="TH">เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในโลกการทำงาน ดังนั้น </span><b><span lang="TH">ทักษะแห่งอนาคต จึงถือเป็น​กุญแจสำคัญ ที่ทำให้ยังสามารถตอบโจทย์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></b></p>
<p>ทั้งนี้ ​​ได้เริ่มเห็น<span lang="TH">การเปลี่ยนแปลงตามแนวโน้มนี้ในตลาดแรงงานประเทศไทย ที่ให้​ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับ ความรู้ด้านดิจิทัล (D</span>igital Literacy), <span lang="TH">การวิเคราะห์ข้อมูล (</span>Data Analysis) <span lang="TH">และ ความสามารถในการปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น <span data-olk-copy-source="MessageBody"> (Adaptability) </span>นอกจากนี้ ทักษะที่ไม่ใช่ด้านเทคนิคอย่าง การสื่อสาร (C</span>ommunication), <span lang="TH">ความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม (</span>Cultural Awareness), <span lang="TH">ความฉลาดทางอารมณ์ (</span>Emotional Intelligence) <span lang="TH">และ ความยืดหยุ่นทางจิตใจ (R</span>esilience) <span lang="TH">ได้ถูกให้ความสำคัญมากขึ้นในองค์กรไทย    ทักษะเหล่านี้มีบทบาทสำคัญที่จะทำให้พนักงานสามารถรับมือกับความท้าทาย และเติบโตท่ามกลางโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/talent-trend-2025-by-robert-walters/">7 Talent Trend  ประจำปี 2025 โดย &#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; สะท้อนโลกการทำงานในอนาคต เมื่อองค์กร ผู้นำ และ คนทำงานเปลี่ยนไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
