<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปัญหาขยะพลาสติก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Mar 2023 10:27:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ปัญหาขยะพลาสติก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไอ.พี. วัน  จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขยายตู้ Hygiene Refill Station เล็งขยายครบหัวเมืองใหญ่ ตั้งเป้ายอดเติมน้ำยา 200 ล้าน มล. ช่วยลดขยะ 4.5 แสนชิ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/ip-one-expand-hygiene-refill-station-reduce-plastic-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 09:14:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GREEN RETAI]]></category>
		<category><![CDATA[Hygiene Refill Station]]></category>
		<category><![CDATA[I.P. ONE]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[So in Green]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[กูร์เมต์ มาร์เก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชยนต์ เจตน์จิราวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ตู้รีฟิลผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มไฮยีน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไอ.พี.วัน จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยชมพู อัมพุช]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะมอลล์ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[โฟกัส]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮยีน วิกซอล วิซ ไอวี่ แดนซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17786</guid>

					<description><![CDATA[<p>กว่า 2 ปี กับความสำเร็จของ “Hygiene Refill Station – ตู้รีฟิลผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มไฮยีน”  โปรเจคยักษ์ใหญ่รักษ์โลก ลดปัญหาขยะพลาสติกจากแบรนด์ “ไฮยีน” ภายใต้การบริหารงานของ  ไอ.พี.วัน (I.P. ONE) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคสัญชาติไทย ที่สร้างความท้าทายครั้งสำคัญ จุดเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ซ้ำ (Reuse) เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ร่วมสนับสนุนแนวคิด Zero Waste ลดขยะจากผลิตภัณฑ์ให้เป็นศูนย์ นายชยนต์ เจตน์จิราวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานกลยุทธ์และกลุ่มงานคอมเมอร์เชียล บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด กล่าวว่า ปัญหาขยะพลาสติกถือเป็นปัญหาใหญ่ของโลกสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ โดยในปี 2563 วารสาร Science Advances ได้ระบุว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนขยะพลาสติกในขยะทั่วไปมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ในแต่ละปีประเทศไทยสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละกว่า 4 ล้านตัน อันเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ซึ่ง ไอ.พี. วัน ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์ยอดนิยม ไฮยีน วิกซอล วิซ ไอวี่ แดนซ์ และ โฟกัส นั้นได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร จึงได้กำหนดเรื่องการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมาเป็นยุทธ์ศาสตร์หลักในการดำเนินธุรกิจมาตลอด 50 ปี จากการตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและปัญหาขยะในประเทศที่เกิดขึ้น จึงได้เดินหน้าโปรเจค So in Green สร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมรักษ์โลก อย่าง &#8220;Hygiene Refill Station- ตู้รีฟิลผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มไฮยีน&#8221; ซึ่งได้ติดตั้งและเปิดให้บริการในพื้นที่สาธารณะเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันมีจุดให้บริการจำนวน 14 ตู้ เพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น ล่าสุด ไอ.พี. วัน เดินหน้านโยบายความยั่งยืน ผนึกความร่วมมือต่อเนื่องกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดจุดให้บริการเพิ่ม ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เอ็ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/ip-one-expand-hygiene-refill-station-reduce-plastic-waste/">ไอ.พี. วัน  จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขยายตู้ Hygiene Refill Station เล็งขยายครบหัวเมืองใหญ่ ตั้งเป้ายอดเติมน้ำยา 200 ล้าน มล. ช่วยลดขยะ 4.5 แสนชิ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>กว่า </strong><strong>2 ปี กับความสำเร็จของ “Hygiene Refill Station – ตู้รีฟิลผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มไฮยีน”  โปรเจคยักษ์ใหญ่รักษ์โลก ลดปัญหาขยะพลาสติกจากแบรนด์ “ไฮยีน”</strong></p>
<p><span id="more-17786"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong> ภายใต้การบริหารงานของ  ไอ.พี.วัน (I.P. ONE) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคสัญชาติไทย ที่สร้างความท้าทายครั้งสำคัญ จุดเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ซ้ำ (Reuse) เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ร่วมสนับสนุนแนวคิด Zero Waste ลดขยะจากผลิตภัณฑ์ให้เป็นศูนย์</strong></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายชยนต์ เจตน์จิราวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานกลยุทธ์และกลุ่มงานคอมเมอร์เชียล บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด</strong> กล่าวว่า ปัญหาขยะพลาสติกถือเป็นปัญหาใหญ่ของโลกสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ โดยในปี 2563 วารสาร Science Advances ได้ระบุว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนขยะพลาสติกในขยะทั่วไปมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ในแต่ละปีประเทศไทยสร้างขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละกว่า 4 ล้านตัน อันเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ ซึ่ง ไอ.พี. วัน ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์ยอดนิยม ไฮยีน วิกซอล วิซ ไอวี่ แดนซ์ และ โฟกัส<strong> </strong>นั้นได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร จึงได้กำหนดเรื่องการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมาเป็นยุทธ์ศาสตร์หลักในการดำเนินธุรกิจมาตลอด 50 ปี</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17789 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">จากการตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมและปัญหาขยะในประเทศที่เกิดขึ้น จึงได้เดินหน้าโปรเจค So in Green สร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมรักษ์โลก อย่าง &#8220;Hygiene Refill Station- ตู้รีฟิลผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มไฮยีน&#8221; ซึ่งได้ติดตั้งและเปิดให้บริการในพื้นที่สาธารณะเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันมีจุดให้บริการจำนวน 14 ตู้ เพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-17792 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">ล่าสุด ไอ.พี. วัน เดินหน้านโยบายความยั่งยืน ผนึกความร่วมมือต่อเนื่องกับ <strong>บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด</strong> เปิดจุดให้บริการเพิ่ม <strong>ณ </strong><strong>กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เอ็ม ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ</strong> โดยบริษัทฯ มีแผนจะขยายจุดให้บริการครอบคลุมจังหวัดชั้นนำในภูมิภาคต่างๆ ตั้งเป้าหมายให้มีผู้มาใช้ทั้ง 14 จุดให้บริการราว <strong>200</strong> <strong>ล้านมิลลิลิตร</strong> ซึ่งสามารถทำให้ขยะพลาสติกหายไปจากระบบได้ไม่ต่ำกว่า <strong>450,000 ชิ้น</strong> และจำนวนดังกล่าวยังมีส่วนช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้มากถึง <strong>24,000 กิโลกรัม</strong> เพื่อส่งเสริมแนวคิด Zero Waste ร่วมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค ลดปริมาณขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์   ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในด้านการจัดการขยะของประเทศ ปี 2565 &#8211; 2570 ที่มุ่งหวังจัดการขยะมูลและนำทรัพยากรกลับคืนจากของเสียให้มากที่สุด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-17788 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/6-2.jpg" alt="" width="1200" height="752" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="font-weight: 400;">ทางด้าน<strong> นางสาวพลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด</strong> กล่าวว่า &#8220;เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกจิตสำนึกให้ผู้บริโภคได้ตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาขยะพลาสติก ซึ่ง<strong> </strong>Hygiene Refill Station ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจคที่สอดรับกับนโยบายของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะ GREEN RETAIL ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน และได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง อันจะเห็นได้จากแคมเปญต่าง ๆ ที่ทางเดอะมอลล์จัดขึ้นล้วนแล้วแต่มุ่งหวังให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการลดใช้ถุงพลาสติก อย่างเช่น โครงการ THE MALL GROUP GO GREEN ; GREEN EVERYDAY ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนด้วยการรณรงค์ให้ผู้บริโภคงดรับถุงพลาสติกและนำถุงผ้ามาช้อปปิ้งแทน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="font-weight: 400;">ในความร่วมมือในครั้งนี้ ไอ.พี. วัน และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด คาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคที่มาใช้บริการและถือเป็นการเดินหน้าสานต่อเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของทั้งสององค์กร ในการร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยการลดปริมาณขยะพลาสติกที่เป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/ip-one-expand-hygiene-refill-station-reduce-plastic-waste/">ไอ.พี. วัน  จับมือ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ขยายตู้ Hygiene Refill Station เล็งขยายครบหัวเมืองใหญ่ ตั้งเป้ายอดเติมน้ำยา 200 ล้าน มล. ช่วยลดขยะ 4.5 แสนชิ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCG ผนึก 315 พันธมิตร ขับเคลื่อน ESG ทั่วอาเซียน เร่งดันนวัตกรรม Net Zero ครั้งแรกในประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/scg-esg-symposium-2022-achieving-esg-and-growing-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Jul 2022 03:11:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Achieving ESG and Growing Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[COP 27]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Symposium 2022]]></category>
		<category><![CDATA[Governance)]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SD]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[จริยธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12935</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ ESG คือทางรอด เอสซีจียกระดับ SD Symposium ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สู่  ESG Symposium เพื่อขยายพลังความร่วมมือตามแนวทาง ESG ซึ่งเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยแก้วิกฤตซ้ำซ้อนที่กำลังเผชิญอยู่ ผนึกกำลังภาคเอกชน ภาครัฐ ประชาสังคม และพันธมิตรระดับโลก 315  ราย ผนึกพลังความร่วมมือด้าน ESG เป็นครั้งแรกในไทย ในงาน ESG Symposium 2022 เพื่อเร่งแก้วิกฤตซ้ำซ้อน โลกร้อน ทรัพยากรธรรมชาติ  อาหารขาดแคลน พิษโควิด ปัญหาเงินเฟ้อ พลังงาน  พร้อมเร่งดันแผนจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือพัฒนานวัตกรรม Net Zero ครั้งแรกในประเทศ เพื่อระดมความรู้ เทคโนโลยีจากทั่วโลก คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยในงาน ESG Symposium 2022 : Achieving ESG and Growing Sustainability ว่า  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/scg-esg-symposium-2022-achieving-esg-and-growing-sustainability/">SCG ผนึก 315 พันธมิตร ขับเคลื่อน ESG ทั่วอาเซียน เร่งดันนวัตกรรม Net Zero ครั้งแรกในประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ ESG คือทางรอด เอสซีจียกระดับ SD Symposium ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 สู่  ESG Symposium เพื่อขยายพลังความร่วมมือตามแนวทาง ESG ซึ่งเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยแก้วิกฤตซ้ำซ้อนที่กำลังเผชิญอยู่ ผนึกกำลังภาคเอกชน ภาครัฐ ประชาสังคม และพันธมิตรระดับโลก 315  ราย ผนึกพลังความร่วมมือด้าน ESG เป็นครั้งแรกในไทย ในงาน ESG Symposium 2022</p>
<p><span id="more-12935"></span></p>
<p>เพื่อเร่งแก้วิกฤตซ้ำซ้อน โลกร้อน ทรัพยากรธรรมชาติ  อาหารขาดแคลน พิษโควิด ปัญหาเงินเฟ้อ พลังงาน  พร้อมเร่งดันแผนจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือพัฒนานวัตกรรม Net Zero ครั้งแรกในประเทศ เพื่อระดมความรู้ เทคโนโลยีจากทั่วโลก</p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่</strong> <strong>เอสซีจี</strong> เปิดเผยในงาน <strong>ESG Symposium 2022 </strong><strong>: </strong><strong>Achieving ESG and Growing Sustainability</strong> ว่า  เอสซีจีให้ความสำคัญในการผลักดันความร่วมมือจากระดับโลกเชื่อมโยงสู่ระดับประเทศเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขวิกฤตที่เกิดผลเป็นรูปธรรม เช่น <strong>ความร่วมมือสร้าง</strong><strong> Roadmap </strong><strong>ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของอุตสาหกรรมซีเมนต์และคอนกรีตในประเทศไทยกับสมาคมซีเมนต์และคอนกรีตโลก (</strong><strong>Global Cement and Concrete Association</strong> <strong>–</strong><strong> </strong><strong>GCCA</strong><strong>)</strong> เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์<br />
ของไทยให้ดำเนินนโยบายบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050 ให้เป็นทิศทางเดียวกับระดับโลก พร้อมเตรียมนำแผนงานดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม COP 27 ในเดือนพฤศจิกายนนี้ที่ประเทศอียิปต์</p>
<p>รวมทั้ง <strong>ความร่วมมือแก้ปัญหาขยะพลาสติกในมหาสมุทรอย่างยั่งยืนกับ</strong> <strong>Alliance to End Plastic Waste</strong><strong>&#8211;</strong> <strong>AEPW</strong> ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระดับโลกที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทที่ทำงานร่วมกันในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมพลาสติก ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้บริโภค จนถึงผู้ที่จัดการพลาสติกหลังจากใช้แล้ว เป็นต้น พร้อมเร่งผลักดันให้ผู้คนตื่นตัว ตระหนักถึงปัญหา และลุกขึ้นมาลงมือทำ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประเทศ ตลอดจนมีความร่วมมือเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก</p>
<p>&#8220;แม้ที่ผ่านผู้คนเริ่มตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่ทันต่อวิกฤตโลกที่ทวีความรุนแรงและใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน ภัยแล้ง น้ำท่วม ทรัพยากรที่เริ่มไม่เพียงพอ เกิดภาวะวิกฤตอาหารและพลังงานขาดแคลนทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีวิกฤตโควิด 19 ที่กลับมาอีกระลอก โรคระบาดใหม่ที่พร้อมก่อตัว รวมถึงเงินเฟ้อ ความยากจนที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้น  ขณะที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1.1 องศา หากไม่เร่งความร่วมมือแก้ไขจนอุณภูมิโลกร้อนเกินเป้าหมายที่ 1.5 องศา โลกจะเปลี่ยนแปลงจนเราไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้แบบเดิม จึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกคน ทุกหน่วยงานต้องเริ่มลงมือแก้ไขด้วยตนเอง เริ่มจากการปรับพฤติกรรมง่ายๆ ใกล้ตัวและขยายไปสู่ความร่วมมือเพื่อแก้ไขให้ทันท่วงที ซึ่งการารจัดงาน ESG Symposium 2022 ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งขยายพลังความร่วมมือให้มากขึ้นและทันต่อวิกฤตโลก ทั้งในบริบทของสิ่งแวดล้อม (Environmental)  สังคมเหลื่อมล้ำ (Social)  โดยยึดถือความโปร่งใส (Governance) เป็นพื้นฐานสำคัญในทุกการดำเนินงาน” คุณรุ่งโรจน์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12937 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/SCG1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ด้านคุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม</strong><strong> </strong><strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมการพัฒนาอย่างยั่งยืน</strong><strong> </strong><strong>เอสซีจี</strong> เปิดเผยว่า จากการระดมสมองของทุกภาคส่วนในงาน ESG Symposium 2022  ได้ข้อสรุป  2 แนวทาง ที่นำไปสู่การขยายผล และการลงมือปฏิบัติได้จริง  เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero GHG Emissions) ภายในปี 2065 ดังนี้</p>
<p><strong>1</strong><strong>. </strong><strong>จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือเร่งสร้างนวัตกรรมเพื่อ </strong><strong>Net Zero </strong>ผ่านรูปแบบของ Industrial and Academic Consortium ครั้งแรกในไทย  ระดมความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชนจากระดับโลกและระดับประเทศ โดยมีนักวิชาการ ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายส่วน ทั้งพลังงาน ขนส่ง ไฟฟ้า ปิโตรเคมี ก่อสร้าง อุปโภคบริโภค สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT-Massachusetts Institute of Technology)  สมาคมคอนกรีตโลก (GCCA- Global Cement and Concrete Association)  สภาอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน  สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ  (สอวช.) เป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่งความร่วมมือนี้ มีเป้าหมายเพื่อเร่งทำโรดแมปการสร้างนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนที่ดีที่สุดมาใช้ในประเทศไทย เช่น เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS &#8211; Carbon Capture, Utilization and Storage)  การเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงจากฟอสซิลเป็นพลังงานทางเลือก (Fuel Switching)  พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และระบบพลังงานที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง (Hydrogen Economy) คาดว่าจะมีความชัดเจนปลายปีนี้</p>
<figure id="attachment_12938" aria-describedby="caption-attachment-12938" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12938 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/SCG3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-12938" class="wp-caption-text">คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี</figcaption></figure>
<p><strong>2</strong><strong>. </strong><strong>การผนึกกำลังขยายเครือข่ายความร่วมมือสร้างสังคมคาร์บอนต่ำของภาคเอกชน </strong><strong>60 </strong><strong>องค์กร </strong>ผ่านความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ครอบคลุมมิติด้านพลังงานทางเลือก เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการบริโภคอย่างยั่งยืน เช่น <strong>กลุ่ม</strong><strong>เครือข่ายความร่วมมือ </strong><strong>23 </strong><strong>องค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (</strong><strong>CECI</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Circular Economy in Construction Industry</strong><strong>)</strong> <strong> </strong>และโครงการความร่วมมือ PPP Plastics (Public Private Partnership for Sustainable Plastic and Waste Management) สร้างต้นแบบการจัดการขยะพลาสติก นำกลับมาสู่กระบวนการรีไซเคิล ขับเคลื่อนโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI)  องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) และพันธมิตรกว่า 30 องค์กร   โดยจากการระดมสมองของภาคเอกชนในครั้งนี้ ได้นำไปสู่ความร่วมมือกับภาครัฐเดินหน้า 10 แนวทางการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ อาทิ โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน สนับสนุนด้านเงินทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับพลังงานสะอาด  การจัดระบบการจัดเก็บขยะที่มีประสิทธิภาพการส่งเสริมวินัยการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน รวมถึงสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยีการพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>นอกจากนี้</strong> <strong>งาน </strong><strong>ESG Symposium 2022 </strong><strong>ยังให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม</strong><strong>โดย</strong><strong>ส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงและกลุ่มคนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและแก้ไขวิกฤตต่างๆ ร่วมกัน </strong>เนื่องจากผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการดูแล จุนเจือครอบครัว รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของชุมชน และประเทศชาติ โดยจัดให้มีการแลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้หญิงทุกคนมองเห็นศักยภาพในตนเอง<strong> </strong> พร้อมพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถในการก้าวผ่านความยากลำบากต่างๆ ในชีวิต มีรายได้ มีอาชีพมั่นคง พึ่งพาตนเองได้ สอดคล้องกับการส่งเสริมบทบาทสตรี ตามวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม APEC 2022 Thailand   พร้อมชวนสังคมให้เชื่อมั่นในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวคิด มีความสามารถที่แตกต่างหลากหลาย เป็นพลังช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางทั่วอาเซียน เช่น ตัวแทนเยาวชนจากอินโดนีเซีย ที่พัฒนานวัตกรรมม้วนฟิล์มพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับคนมีรายได้น้อย หรือตัวแทนเยาวชนไทยที่พัฒนาโปรแกรมแปลภาษามือ เพื่อช่วยให้คนพิการใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากขึ้น</p>
<p>“การแก้วิกฤตโลกถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกคน ทุกหน่วยงาน ต้องเริ่มลงมือแก้ไขด้วยตนเอง รวมทั้งผนึกกำลังความร่วมมือให้เกิดผลจริง เชื่อมั่นว่าข้อสรุปความร่วมมือจากเวที ESG Symposium 2022 จะได้นำไปปฏิบัติให้เกิดผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและขยายผลในวงกว้างตามแผนงานต่อไป โดยเอสซีจี ยินดีเป็นตัวกลางประสานกับทุกๆ ฝ่าย ไปพร้อมกับเร่งติดตามความคืบหน้า เพราะปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนคือ โครงการความร่วมมือต่างๆ มีความก้าวหน้า และทุกคนในห่วงโซ่คุณค่าได้รับประโยชน์ เพื่อร่วมสร้างเศรษฐกิจสีเขียวตามแนวทาง BCG และส่งต่อโลกที่ยั่งยืนให้กับลูกหลานต่อไป” คุณรุ่งโรจน์ กล่าวสรุป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12939 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/SCG4.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/scg-esg-symposium-2022-achieving-esg-and-growing-sustainability/">SCG ผนึก 315 พันธมิตร ขับเคลื่อน ESG ทั่วอาเซียน เร่งดันนวัตกรรม Net Zero ครั้งแรกในประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรดแม็พเลิกใช้ Single-use plastic หลุดเป้า แนะเพิ่มซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ทุกชุมชนเหมือนที่ทำการไปรษณีย์​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/thailand-road-map-to-solve-plastic-problem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jun 2022 02:21:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[กรมควบคุมมลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ซาเล้ง]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านรับซื้อของเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล เจริญชันษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรดแม็พจัดการขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12217</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งประเทศไทยวาง Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกทั้งทางบกและทะเลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายสูงสุด คือ “ขยะ” ต้องไม่ใช่ “ขยะ” เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกเล็ดลอดสู่ธรรมชาติ โดยเน้นจัดการจากต้นทาง สร้างมูลค่าในห่วงโซ่การจัดการพลาสติก และประชาชนต้องให้ความร่วมมือเริ่มต้นที่ใช้ให้น้อยที่สุด ทิ้งให้ถูกที่ กำจัดอย่างถูกวิธี คัดแยก และนำไปใช้ประโยชน์ในได้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ  กล่าวในงานแถลงผลงานและบทบาท PPP Plastics ร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทยว่า ปัญหาเรื่องการจัดการขยะพลาสติกให้เป็นไปตามโรดแม็พ โดยเฉพาะเป้าหมายการนำขยะพลาสติก กลับเข้ามาสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อการขับเคลื่อน Circular Economy ให้ได้ทั้ง 100% ภายในปี 2570 ยังเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณขยะพลาสติกของประเทศไทยในปี 2564 ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว ​ 2.76 ล้านตัน แต่สัดส่วนมีการนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียง 20% ส่วนที่เหลืออีก 77% ถูกทิ้งรวมเพื่อนำไปกำจัดกับขยะทั่วไป และ 3% ไม่ได้รับการจัดการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/thailand-road-map-to-solve-plastic-problem/">โรดแม็พเลิกใช้ Single-use plastic หลุดเป้า แนะเพิ่มซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ทุกชุมชนเหมือนที่ทำการไปรษณีย์​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันขยะพลาสติกเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ซึ่งประเทศไทยวาง Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกทั้งทางบกและทะเลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายสูงสุด คือ “ขยะ” ต้องไม่ใช่ “ขยะ” เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะพลาสติกเล็ดลอดสู่ธรรมชาติ โดยเน้นจัดการจากต้นทาง สร้างมูลค่าในห่วงโซ่การจัดการพลาสติก และประชาชนต้องให้ความร่วมมือเริ่มต้นที่ใช้ให้น้อยที่สุด ทิ้งให้ถูกที่ กำจัดอย่างถูกวิธี คัดแยก และนำไปใช้ประโยชน์ในได้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-12217"></span></p>
<p><strong>นายอรรถพล เจริญชันษา</strong> อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ  กล่าวในงานแถลงผลงานและบทบาท <strong>PPP Plastics</strong> ร่วมแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทยว่า ปัญหาเรื่องการจัดการขยะพลาสติกให้เป็นไปตามโรดแม็พ โดยเฉพาะเป้าหมายการนำขยะพลาสติก กลับเข้ามาสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อการขับเคลื่อน Circular Economy ให้ได้ทั้ง 100% ภายในปี 2570 ยังเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณขยะพลาสติกของประเทศไทยในปี 2564 ที่ผ่านมา อยู่ที่ราว ​ 2.76 ล้านตัน แต่สัดส่วนมีการนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียง 20% ส่วนที่เหลืออีก 77% ถูกทิ้งรวมเพื่อนำไปกำจัดกับขยะทั่วไป และ 3% ไม่ได้รับการจัดการ ทำให้มีการหลุดลอดออกนอกระบบ และตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งบนบกและในทะเล</p>
<p>โดยเฉพาะตามการขับเคลื่อนโรดแม็พในระยะที่ 2  ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2565 นี้ ซึ่งกำหนดให้มีการยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบาง (น้อยกว่า 36 ไมครอน) หรือ &#8220;ถุงก๊อปแก๊ป&#8221; แบบที่เราคุ้นเคย กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบาง​ (น้อยกว่า 100 ไมครอน) และหลอดพลาสติก ยอมรับว่าคงไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย อาจจะต้องมีการขยายกรอบระยะเวลา รวมทั้งพยายามหาวิธีพัฒนาระบบในการนำพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการ Circular อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p>&#8220;ก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด การบริหารจัดการเรื่องการลดปริมาณการใช้งานพลาสติกแบบ Single-use มีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี จากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่รับนโยบายไปขับเคลื่อนต่อ แต่หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ปริมาณการใช้งานพลาสติกกลับมาเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อคน ซึ่งยอมรับว่าพลาสติกยังเป็นความจำเป็นที่ต้องมีการใช้งานอยู่ แต่ภาพรวมการขับเคลื่อนอยู่ในทิศทางที่ดี มีการลดปริมาณการใช้หลอดลง การใช้พลาสติกที่บางลง รวมทั้งการใช้กล่องโฟมบรรจุอาหารที่ลดลงถึง 70% แต่ภาพรวมก็ยังถือว่ามีปริมาณมากอยู่ เนื่องจาก ปัญหาในหลายๆ ปัจจัย โดยเฉพาะต้นทุนที่ผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการรายย่อยมองว่า เป็นการผลักภาระมาให้ผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นที่คนไทยต้องปรับทัศนคคติ และพฤติกรรมในการลดการใช้พลาสติกและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมว่าเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อร่วมกันดูแลและคำนึงถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น&#8221; ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12220 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/PPP1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลไกสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อน Circular Economy เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือ การเชื่อมโยงทั้ง Ecosystem เข้าด้วยกัน ทั้งผู้ผลิต ผู้ใช้งาน ผู้บริโภค ผู้คัดแยก และผู้กำจัด รวมทั้งต้องสร้างทั้งคุณค่า และความคุ้มค่า หรือเพิ่มแรงจูงใจ ให้ทุกคนเห็นความสำคัญในการคัดแยกและนำขยะเข้าสู่ระบบ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการหมุนเวียนได้จริงๆ  และจะต้องหมุนได้อย่างต่อเนื่องหลายๆ รอบมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีขยะพลาสติกหลุดลอดออกไปนอกระบบ ส่งปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันยังมีหลายๆ ปัญหา เช่น ธุรกิจรับซื้อขยะเลือกที่จะส่งวัตถุดิบส่งไปต่างประเทศมากกว่าส่งเข้าระบบในประเทศ เนื่องจาก ราคารับซื้อที่ดีกว่า หรือแม้แต่การจัดระเบียบ รวมทั้งให้ความรู้เรื่องกาารคัดแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ให้กับกลุ่มซาเล้ง​ ที่มีมากกว่าหมื่นคัน หรือรวมผู้ที่อยู่ในระบบธุรกิจรับซื้อขยะตามบ้านจะมีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียว</p>
<p>&#8220;กลุ่มซาเล้ง หรือธุรกิจรับซื้อขยะตามบ้าน ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิด Circular Economy ที่แท้จริง แต่การรับรอง หรือการสนับสนุนธุรกิจนี้ยังไม่ชัดเจน ภาพที่ควรจะเป็นคือ ทุกชุมชน หรือทุกหมู่บ้าน ควรมีซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า หรือพื้นที่ในการบริหารจัดการขยะ หรือแยกขยะได้ เช่นเดียวกับการมีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกบ้านแยกขยะ และสามารถนำขยะที่แยกไปส่งหรือจำหน่าย ให้คนกลางอย่างซาเล้ง หรือร้านรับซื้อของเก่าที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน และส่งต่อไปยังพื้นที่กำจัดหรือนำเข้าสู่ระบบได้อย่างสะดวก เพื่อทำให้ขยะมีค่า มีราคามากขึ้น คนก็จะทิ้งน้อยลง และป้องกันการหลุดลอดไปสู่แวดล้อมให้น้อยลงด้วย&#8221;​</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังคงติดขัดในเรื่องของข้อกฏหมายต่างๆ เช่น กฏหมายผังเมือ หรือ พรบ.ของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังไม่สามารถรองรับการจัดตั้งโรงงานกำจัดขยะในเขตเทศบาลต่างๆ หรือในพื้นที่ชุมชนได้ ซึ่งต้องมีการพูดคุยในรายละเอียด เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาหรือขับเคลื่อนต่อไป ซึ่งปัจจุบันขยะพลาสติกมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 26% ของขยะต่างๆ ที่เกิดจากชุมชน และในนี้มีเพียง 25% เท่านั้น ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ส่วนใหญ่อีกกว่า 3 ใน  4 จะถูกนำไปทำลาย ทั้งการฝังกลบ  การเผา และปฏิเสธไม่ได้ว่ามีบางส่วนที่หลุดลอดออกมายังสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีข้อมูลศึกษาเผยแพร่ยืนยันออกมาแล้วว่ามีการพบไมโครพลาสติกอยู่ในร่างกายมนุษย์ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12221 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/3-wheels.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/thailand-road-map-to-solve-plastic-problem/">โรดแม็พเลิกใช้ Single-use plastic หลุดเป้า แนะเพิ่มซาเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า ทุกชุมชนเหมือนที่ทำการไปรษณีย์​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พบ“หนอนยักษ์”ชอบกินพลาสติกมาก นักวิจัยเตรียมเสิร์ฟเมนูเด็ดแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2020/07/superworms-can-eat-plastic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jul 2020 06:47:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[superworms can eat plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีใช้หนอนกำจัดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[หนอนตัวอ่อนด้วง]]></category>
		<category><![CDATA[หนอนยักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=7914</guid>

					<description><![CDATA[<p>การรีไซเคิลนั้นดูเหมือนจะเป็นหนทางในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นโลกในปัจจุบันได้ดี่ที่สุด แต่แท้จริงแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ในขณะที่เทคโนโลยีปัจจุบันผลิตพลาสติกที่มีคุณภาพต่ำลงจากเมื่อก่อน รวมถึงพลาสติกหลายประเภทก็ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เราต้องเห็นมันลอยเกลื่อนอยู่ในทะเลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทุกหน่วยงานจึงพยายามค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อมาช่วยกำจัดพลาสติกที่กำลังล้นโลก ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่าเจ้า “หนอนยักษ์” (Superworms) สามารถกินพลาสติกได้มากถึง 8 เท่าของหนอนชนิดอื่นที่เคยมีการค้นพบก่อนหน้านี้ ความจริงแล้ว “หนอนยักษ์” ก็คือตัวอ่อนของด้วงที่เราเห็นมีขายตามร้านขายอาหารสัตว์ที่คนส่วนใหญ่นำไปเป็นอาหารสัตว์เลื้อยคลานและปลา จากงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย American Chemistry Society ที่นักวิจัยอย่าง Jiaojie Li, Dae Hwan Kim และทีมวิจัยพูดถึงรายละเอียดของการศึกษาด้วยการนำพลาสติกโพลีสไตรีนจำนวน 2 กรัมไปวางไว้ในพื้นที่ทดลองที่มีหนอนยักษ์ 50 ตัว ซึ่งหลังจากนั้น 21 วัน พวกเขาพบว่าหนอนยักษ์กินพลาสติกชนิดนี้ไปประมาณ 70% ทีมวิจัยวิเคราะห์ว่ากุญแจสำคัญของการย่อยเกิดจากแบคทีเรียที่อยู่ในกระเพาะของมัน เรียกว่า Pseudomonas aeruginosa ซึ่งผลิตเอ็นไซม์ชื่อว่า erine hydrolase โดยทีมวิจัยชุดนี้กล่าวว่าจากการค้นพบครั้งนี้ ได้มีการวางแผนต่อยอดที่จะแยกเอ็นไซม์ดังกล่าวออกมาเพื่อศึกษาต่อว่าเอ็นไซม์ตัวนี้สามารถย่อยพลาสติกนอกกระเพาะของหนอนยักษ์ได้หรือไม่ “หากประสบผลสำเร็จ มันก็จะไม่เป็นเพียงการทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่จะถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นเทคนิคด้านชีวภาพในการกำจัดพลาสติกโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกจิ๋วที่มีอยู่ในธรรมชาติต่อไป” Kim กล่าว โดยก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ต่างทราบว่าหนอนนก (Mealworms) และหนอนแว็กซ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/07/superworms-can-eat-plastic/">พบ“หนอนยักษ์”ชอบกินพลาสติกมาก นักวิจัยเตรียมเสิร์ฟเมนูเด็ดแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 style="padding-left: 40px;"><span style="color: #993366;">การรีไซเคิลนั้นดูเหมือนจะเป็นหนทางในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นโลกในปัจจุบันได้ดี่ที่สุด แต่แท้จริงแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ในขณะที่เทคโนโลยีปัจจุบันผลิตพลาสติกที่มีคุณภาพต่ำลงจากเมื่อก่อน รวมถึงพลาสติกหลายประเภทก็ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เราต้องเห็นมันลอยเกลื่อนอยู่ในทะเลเป็นจำนวนมาก </span></h4>
<p style="padding-left: 40px;"><span id="more-7914"></span><br />
ดังนั้นทุกหน่วยงานจึงพยายามค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อมาช่วยกำจัดพลาสติกที่กำลังล้นโลก ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่าเจ้า<strong> “หนอนยักษ์” (Superworms)</strong> สามารถกินพลาสติกได้มากถึง 8 เท่าของหนอนชนิดอื่นที่เคยมีการค้นพบก่อนหน้านี้</p>
<p>ความจริงแล้ว <strong>“หนอนยักษ์”</strong> ก็คือตัวอ่อนของด้วงที่เราเห็นมีขายตามร้านขายอาหารสัตว์ที่คนส่วนใหญ่นำไปเป็นอาหารสัตว์เลื้อยคลานและปลา จากงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย <strong>American Chemistry Society</strong> ที่นักวิจัยอย่าง <strong>Jiaojie Li, Dae Hwan Kim</strong> และทีมวิจัยพูดถึงรายละเอียดของการศึกษาด้วยการนำพลาสติกโพลีสไตรีนจำนวน 2 กรัมไปวางไว้ในพื้นที่ทดลองที่มีหนอนยักษ์ 50 ตัว ซึ่งหลังจากนั้น 21 วัน พวกเขาพบว่าหนอนยักษ์กินพลาสติกชนิดนี้ไปประมาณ 70%</p>
<p>ทีมวิจัยวิเคราะห์ว่ากุญแจสำคัญของการย่อยเกิดจากแบคทีเรียที่อยู่ในกระเพาะของมัน เรียกว่า Pseudomonas aeruginosa ซึ่งผลิตเอ็นไซม์ชื่อว่า erine hydrolase โดยทีมวิจัยชุดนี้กล่าวว่าจากการค้นพบครั้งนี้ ได้มีการวางแผนต่อยอดที่จะแยกเอ็นไซม์ดังกล่าวออกมาเพื่อศึกษาต่อว่าเอ็นไซม์ตัวนี้สามารถย่อยพลาสติกนอกกระเพาะของหนอนยักษ์ได้หรือไม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-7915 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2020/07/Warm-2-.jpg" alt="" width="560" height="372" /></p>
<p>“หากประสบผลสำเร็จ มันก็จะไม่เป็นเพียงการทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่จะถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นเทคนิคด้านชีวภาพในการกำจัดพลาสติกโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกจิ๋วที่มีอยู่ในธรรมชาติต่อไป” Kim กล่าว</p>
<p>โดยก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ต่างทราบว่าหนอนนก (Mealworms) และหนอนแว็กซ์ (Waxworms) สามารถกินพลาสติกได้ แต่สิ่งที่ Kim และทีมวิจัยค้นพบนั้นได้สร้างความตื่นเต้นให้แก่วงการวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมากนั่นก็คือหนอนยักษ์สามารถกินพลาสติกได้มากถึง 8 เท่าของหนอนทั้งสองประเภท เนื่องจากมันตัวใหญ่กว่าหนอนนกถึง 1.5 เท่า นอกจากนี้ หนอนยักษ์ดูเหมือนจะไม่ได้รับอันตรายใดๆจากกินพลาสติกอีกด้วย ทั้งนี้เพราะกว่า 90% ของหนอนที่นำมาทดลองในระยะเวลา 21 วัน ก็อยู่ยังรอดปลอดภัยอยู่</p>
<p>แม้การนำตัวอ่อนของด้วงขนาดความยาว 1.5 &#8211; 2 นิ้ว มาช่วยในการแก้ปัญหาพลาสติกที่อาจจะดูเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ แต่การค้นพบครั้งนี้นับเป็นส่วนสำคัญหนึ่งของความพยายามในการแก้ปัญหาพลาสติกในโลกของเรา โดย Kim กล่าวเสริมว่า “การค้นพบของพวกเราเป็นเพียงการเริ่มต้นเล็กๆ ซึ่งเส้นทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องพลาสติกยังอีกยาวไกล แต่เราก็ดีใจมากที่ได้เห็นการวิจัยของเราสามารถดึงดูดและสร้างความสนใจแก่นักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ที่สามารถจะทุ่มเทความพยายามในการแก้ปัญหาพลาสติกในอนาคตไปพร้อมๆกับเรา”</p>
<p><strong>Credit : www.fastcompany.com/90512624/these-hungry-superworms-happily-munch-through-plastic</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2020/07/superworms-can-eat-plastic/">พบ“หนอนยักษ์”ชอบกินพลาสติกมาก นักวิจัยเตรียมเสิร์ฟเมนูเด็ดแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
